Bolt Business ผนึกกำลัง กฟภ. ลงนาม MOU ใช้บริการ On-Demand เสริมประสิทธิภาพการเดินทางพนักงาน ดันภาครัฐสู่ระบบขนส่งอัจฉริยะ [PR]

กรุงเทพฯ 26 พฤษภาคม 2568 – โบลท์ (Bolt) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อทดลองใช้งานบริการรถยนต์รับจ้างตามความต้องการ (On-Demand Service) สำหรับบุคลากรภายในองค์กร ณ สำนักงานใหญ่ กฟภ. โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมทางเลือกการเดินทางที่ทันสมัย โปร่งใส และบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในพิธีลงนาม ได้รับเกียรติจาก นายจักรี กิจบัญชา รองผู้ว่าการโลจิสติกส์และบริการองค์กร พร้อมด้วย นายอนุรักษ์ คล่องไชยชน ผู้อำนวยการกองวางแผนและจัดการยานพาหนะ ร่วมกล่าววัตถุประสงค์และผลักดันการนำเทคโนโลยีใหม่มาประยุกต์ใช้ในงานภาครัฐ โดยมี นายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไปประจำโบลท์ ประเทศไทย เข้าร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัววิดีทัศน์แนะนำบริการจากทั้งสองแพลตฟอร์มแก่ผู้เข้าร่วมงาน

“การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับโบลท์ ทดลองเปลี่ยนมาใช้ระบบเรียกรถแบบ On-Demand ภายในองค์กร จากเดิมที่ใช้ระบบเช่ารถพร้อมพนักงานขับ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายรายเดือนทั้งค่าจ้างและค่าเชื้อเพลิงที่ค่อนข้างสูง รวมถึงไม่สอดคล้องกับรูปแบบการใช้งานจริงที่มักเกิดขึ้นรายวัน การเปลี่ยนมาใช้บริการของโบลท์นอกจากจะช่วยให้การเดินทางมีความยืดหยุ่น ยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้เป็นระบบมากขึ้น และตอบโจทย์การใช้งานของพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายอนุรักษ์ คล่องไชยชน ผู้อำนวยการกองวางแผนและจัดการยานพาหนะ

ความร่วมมือในครั้งนี้มีระยะเวลาทดลองใช้งาน 1 ปี โดยเปิดโอกาสให้พนักงาน กฟภ. ได้ใช้บริการโครงการนำร่องจากโบลท์พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้งานจริง เพื่อนำข้อมูลไปพัฒนาระบบขนส่งขององค์กรให้ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุดในระยะยาว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์คูปอง ซึ่งทำให้องค์กรสามารถสร้างโค้ดส่วนลดขึ้นมาได้เอง และแจกจ่ายภายในองค์กรโดยไม่ต้องยุ่งยากกับการเปลี่ยนวิธีชำระเงินอีกด้วย

โดยหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ต้องการปรับเปลี่ยนมาใช้บริการโบลท์ในพื้นที่ กทม. และปริมลฑลในลักษณะ One Day Trip เพื่อให้พนักงานไปปฏิบัติภารกิจให้แล้วเสร็จภายใน 1 วัน เพื่อต้องการที่จะลดจำนวนรถยนต์เช่า ลดค่าใช้จ่ายการจ้างพนักงานขับรถ ลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งการเปลี่ยนมาใช้บริการโบลท์จะทำให้พนักงาน เดินทางมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากไม่ต้องเสียเวลาหาที่จอดรถ อีกทั้งโบลท์ยังมีฟีเจอร์ที่สามารถจองรถล่วงหน้าเพื่อให้ทันต่อการทำงานอีกด้วย

ด้าน Bolt Business มุ่งหวังว่าความร่วมมือกับ กฟภ. ในครั้งนี้ จะเป็นก้าวแรกที่สำคัญของการขยายบริการระดับองค์กรเข้าสู่ภาครัฐในรูปแบบ B2G (Business-to-Government) อย่างเต็มรูปแบบ โดยนำเสนอระบบที่ออกแบบมาเพื่อองค์กรโดยเฉพาะ ทั้งในด้านการควบคุมค่าใช้จ่าย ระบบรายงานหลังบ้านที่ตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ และไม่มีค่าบริการแฝง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่หลายหน่วยงานภาครัฐให้ความสำคัญ

“โบลท์มุ่งมั่นที่จะเป็นมากกว่าแพลตฟอร์มเรียกรถ เราต้องการเป็นพาร์ตเนอร์ที่เชื่อถือได้สำหรับองค์กรทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาครัฐที่กำลังมองหาโซลูชันที่โปร่งใส ยืดหยุ่น และคุ้มค่า ความร่วมมือครั้งนี้กับ กฟภ. ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างมาตรฐานใหม่ของการเดินทางภาครัฐที่บริหารจัดการได้จริง พร้อมต่อยอดไปยังหน่วยงานอื่น ๆ ในอนาคต” นายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไปประจำโบลท์ ประเทศไทย

Bolt Business ยืนยันว่าจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในระยะเวลาโครงการ เพื่อให้การใช้งานของพนักงาน กฟภ. เป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมเตรียมจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ และทีมสนับสนุนเฉพาะกิจ เพื่อให้พนักงานเข้าใจและเข้าถึงบริการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ความร่วมมือนี้ไม่เพียงช่วยยกระดับการเดินทางของบุคลากรภาครัฐ แต่ยังเป็นการขับเคลื่อนหน่วยงานราชการเข้าสู่ระบบบริหารจัดการการเดินทางที่ทันสมัย สอดคล้องกับวิถีการทำงานในยุคดิจิทัล และเป็นต้นแบบที่สามารถขยายผลได้ในอนาคตอันใกล้

About Suphasin Sueklab

Check Also

ตามรอย Apple! อินเดียไฟเขียว Vivo จับมือ Dixon ลุยสมาร์ทโฟน เฟสใหม่นี้แบรนด์จีนต้องพึ่งเจ้าถิ่น

สมาร์ทโฟน Made in India กำลังจะก้าวไปอีกขั้น ล่าสุดรัฐบาลอินเดียได้ “ไฟเขียว” ให้ Vivo แบรนด์มือถือยักษ์ใหญ่จากจีน ร่วมทุนกับ Dixon Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ของอินเดียเรียบร้อยแล้ว หลังจากดีลนี้ต้องยืดเยื้อมานานตั้งแต่ปลายปี …

ABB ปิดดีลฮุบ Høglund เสริมทัพระบบออโตเมชันเรือ หวังลุยตลาดเดินเรือระดับโลก

วงการอุตสาหกรรมทางทะเลมีดีลใหญ่ให้จับตาครับ ล่าสุด ABB ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติระดับโลก ประกาศเข้าซื้อกิจการ Høglund บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านระบบออโตเมชันสำหรับเรือจากนอร์เวย์แบบเบ็ดเสร็จ เพื่อขยายพอร์ตธุรกิจเดินเรือให้แกร่งกว่าเดิม โดยคาดว่าดีลนี้จะเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 3 ของปี 2026 นี้