หุ่นยนต์อุตสาหกรรมทั่วโลกทะลุ 5 ล้านตัว! สหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ ชี้แรงกดดันต้นทุน-ขาดแคลนแรงงานดันยอดพุ่ง

สหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ หรือ IFR เปิดเผยรายงานล่าสุดว่า จำนวนหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่ติดตั้งและทำงานในโรงงานทั่วโลกแตะระดับ 5 ล้านตัวในปี 2025 เติบโตขึ้น 9% จากปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนชัดเจนว่าผู้ผลิตทั่วโลกกำลังเร่งปรับโครงสร้างสายการผลิตเพื่อรับมือกับวิกฤตขาดแคลนแรงงานและต้นทุนการดำเนินงานที่พุ่งสูง

ปีที่ผ่านมา โรงงานทั่วโลกติดตั้งหุ่นยนต์ใหม่เพิ่มขึ้น 11% หรือคิดเป็น 603,000 ตัว โดย IFR ประเมินว่าแนวโน้มการเติบโตจะยังดำเนินต่อไปอย่างมั่นคง โดยคาดว่าจะมียอดติดตั้งใหม่อีกราว 655,000 ตัวในปีนี้ และอาจแตะระดับ 806,000 ตัวต่อปีภายในปี 2029

Jane Heffner ประธาน IFR ระบุว่า ภูมิภาคที่มีการขยายตัวสูงสุดคือเอเชีย รองลงมาคือทวีปอเมริกาและยุโรป โดยมีอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์เป็นหัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อน อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตกลุ่มอื่นเริ่มเร่งนำระบบอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้เช่นกัน ส่งผลให้อุตสาหกรรมโลหะและเครื่องจักร พลาสติกและเคมีภัณฑ์ รวมถึงอาหารและเครื่องดื่ม มียอดความต้องการหุ่นยนต์พุ่งขึ้นถึง 5 เท่าในช่วงปี 2015 ถึง 2025

หากเจาะลึกไปรายประเทศจะพบความเหลื่อมล้ำในการนำหุ่นยนต์มาใช้ยังคงมีช่องว่างสูง โดยจีนครองเบอร์หนึ่งของโลกอย่างเบ็ดเสร็จ ติดตั้งหุ่นยนต์ใหม่ 354,200 ตัว คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดติดตั้งทั่วโลก รองลงมาคือสหรัฐอเมริกาตามมาเป็นอันดับสองด้วยยอดติดตั้ง 38,400 ตัว ตามด้วยญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเยอรมนี โดยทั้ง 5 ประเทศนี้ครองส่วนแบ่งรวมกันมากกว่า 80% ของตลาดหุ่นยนต์อุตสาหกรรมทั่วโลก

ทั้งนี้อินเดียก้าวขึ้นมาเป็นผู้ใช้งานอันดับ 6 ของโลก โดยมีความต้องการหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเติบโตขึ้นถึง 3 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ยิ่งการพัฒนาของ AI, ระบบ Machine Vision และเซนเซอร์ตัวใหม่ ต่างช่วยเพิ่มความแม่นยำและความเสถียรของหุ่นยนต์ ขณะเดียวกัน การเขียนโปรแกรมและการติดตั้งระบบทำได้สะดวกขึ้น ช่วยลดต้นทุนรวมและทำลายกำแพงการเข้าถึงของภาคอุตสาหกรรม

นอกจากแขนกลอุตสาหกรรมและหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMR) แล้ว กลุ่มหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ เริ่มขยับเข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรมเช่นกัน โดยมียอดขายทั่วโลกราว 7,000 ตัวในปีที่ผ่านมา อานิสงส์จาก Generative AI กำลังผลักดันให้ฮิวแมนนอยด์เปลี่ยนผ่านจากห้องแล็บวิจัยเข้าสู่ช่วงทดสอบนำร่องในโรงงานจริง แม้การนำมาใช้งานเชิงพาณิชย์ระดับสเกลใหญ่ยังคงต้องใช้เวลา และต้องผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยและความเสถียรของระบบอีกด้วย

ที่มา: https://www.manufacturingdive.com/news/factory-robots-surpass-5m-worldwide-ifr-reports/831476/

About Veerapon Tangsiripathanawong

Check Also

SKYWORTH Solar เปิดตัวแบรนด์โซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ระดับพรีเมียม Solavita ในเวียดนาม [PR]

สกายเวิร์ท โซลาร์ (SKYWORTH Solar) เปิดตัวแบรนด์โซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ระดับพรีเมียม “โซลาวิตา” (Solavita) ในประเทศเวียดนาม ภายในงาน Solar Energy Storage Future Vietnam ครั้งที่ …

Nestle กางแผนปี 2030 ลดใช้พลาสติกผลิตใหม่ เดินหน้าดันสัดส่วนรีไซเคิล-ปรับโมเดลบรรจุภัณฑ์

Nestle ยักษ์ใหญ่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลก ประกาศแผนความยั่งยืนของบรรจุภัณฑ์ฉบับล่าสุด โดยตั้งเป้าลดการใช้พลาสติกผลิตใหม่ หรือ Virgin Plastic ลง 12% ถึง 17% ภายในปี 2030 เมื่อเทียบกับปี 2018 …