Generated by All in One SEO v5.0.0.1, this is an llms.txt file, used by LLMs to index the site. # ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย ## Sitemaps - [XML Sitemap](https://www.manutalkthai.com/sitemap.xml): Contains all public & indexable URLs for this website. ## Posts - [Kyouei ชี้ AI ไม่ใช่เทวดา เจาะลึกความท้าทายระบบ Automation และมาตรฐาน IoT ในอุตสาหกรรมไทย](https://www.manutalkthai.com/kyouei-interview-iot-sensor-automation-thailand/) - ปี 2026 ถือเป็นช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีต่างมุ่งความสนใจไปที่ AI แต่ในโลกของภาคการผลิตและ Industrial Automation นั้นหากทุ่มเม็ดเงินไปที่ซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียวไม่อาจสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนได้ หากปราศจากโครงสร้างพื้นฐานด้านฮาร์ดแวร์ที่แข็งแกร่ง เพื่อให้เห็นภาพนี้ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ManuTalkThai ขออาสาพาไปพูดคุยกับ คุณสุวิชา มนัสมนตรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคียวเอะอิ จำกัด หรือ Kyouei และหนึ่งในสมาชิกสมาคมไทยไอโอที เพื่อเจาะลึกถึงภาพรวมธุรกิจ มุมมองต่อเทคโนโลยี รวมถึงความท้าทายของระบบอุตสาหกรรมไทยในปัจจุบันดังนี้ จากผู้เชี่ยวชาญ Automation สู่การบูรณาการระบบ IoT ครบวงจร Kyouei ก่อตั้งขึ้นเมื่อปลายปี 2007 โดยมีประสบการณ์มากกว่า 18 ปีในด้านระบบวัดควบคุมและระบบอุตโนมัติในอุตสาหกรรม หรือ Industrial Control Instrument and Automation แม้จะมีชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ Kyouei ดำเนินงานในฐานะบริษัทสัญชาติไทย 100% และไม่มีโรงงานในประเทศญี่ปุ่น บริษัทเริ่มต้นจากการมีความเชี่ยวชาญทางด้าน Control Instrument ในสายอุตสาหกรรม Factory Automation เช่น โรงงานสไตล์ปิโตรเคมีและเคมีคอล - [ขอเชิญเข้าร่วมงาน Thai Cargo Expo 2027 (TCE) | 4-5 มีนาคม 2570 ณ ฮอลล์ EH100 ไบเทค บางนา|](https://www.manutalkthai.com/thai-cargo-expo-2027-4-5-march-2027-at-bitec-bangna/) - อุตสาหกรรมโลจิสติกส์และการขนส่งกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากแรงขับเคลื่อนของเทคโนโลยีดิจิทัล อีคอมเมิร์ซ และการค้าข้ามพรมแดน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว Thai Cargo Expo 2027 (TCE) เตรียมเปิดเวทีสำคัญสำหรับผู้ประกอบการโลจิสติกส์ ซัพพลายเชน และการขนส่งจากทั่วภูมิภาค ในการนำเสนอเทคโนโลยี โซลูชัน และโอกาสทางธุรกิจใหม่ Thai Cargo Expo 2027 (TCE) : งานแสดงสินค้าโลจิสติกส์และขนส่งแบบระหว่างประเทศ ( Cross Border ) และ การขนส่งแบบในประเทศ รวมทั้ง การจัดการระบบโลจิสติกส์ภายใน (Intralogistics) พร้อมทั้งซัพพลายเชน ( Supply chain ) ระดับนานาชาติ ภายในงาน ผู้เข้าชมจะได้พบกับ โซลูชันโลจิสติกส์ครบวงจร ตั้งแต่การขนส่งทางบก ทางอากาศ และทางทะเล ไปจนถึงระบบคลังสินค้าอัจฉริยะ เทคโนโลยีบริหารจัดการซัพพลายเชน และแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ หนึ่งในไฮไลต์ของงานคือการนำเสนอ เทคโนโลยีโลจิสติกส์ยุคใหม่ อาทิ Automation และ Smart Warehouse Artificial Intelligence - [TCCtech ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านนวัตกรรม Property ก้าวสู่ปีที่ 4 ของ TCC PropTech COMMUNITY [PR]](https://www.manutalkthai.com/tcc-proptech-community-pr/) - เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท ที.ซี.ซี. เทคโนโลยี จำกัด (TCCtech) ได้จัดงาน PROPTECH INTELLIGENCE 2026 ซึ่งก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ของการเป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ โดยได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้เข้าร่วมงานจากทุกภาคส่วนภายใต้กลุ่ม TCC ภายในงาน ผู้เข้าร่วมได้ร่วมสำรวจทิศทางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในยุคดิจิทัล ผ่านประเด็นสำคัญที่กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนธุรกิจ ได้แก่ AI, ESG, Data Intelligence และ Smart Operations พร้อมทั้งรับฟังมุมมองและวิสัยทัศน์จากผู้นำในอุตสาหกรรมผ่านเวที Opening Keynote, Executive Panel และ Real-World Case Studies ที่ถ่ายทอดประสบการณ์จริงขององค์กรซึ่งประสบความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ นอกจากนี้ งานยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ต่อยอดสู่ Business Opportunities with PropTech Data & Insights พร้อมนำเสนอแนวทาง Strategic Action ที่ช่วยเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นแผนปฏิบัติที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม - [อินโดนีเซียรุกหนัก! เล็งอัดฉีดสิทธิประโยชน์ล่อใจ Toyota ย้ายฐานการผลิตหลักจากไทย](https://www.manutalkthai.com/indonesia-is-looking-to-offer-attractive-incentives-to-entice-toyota-to-relocate-its-main-production-base-from-thailand/) - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย Purbaya Yudhi Sadewa เผยความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในงาน Gaikindo Indonesia International Auto Show 2026 โดยประกาศกร้าวว่ารัฐบาลพร้อมมอบสิทธิประโยชน์อย่างเต็มรูปแบบ หากค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota ตัดสินใจย้ายฐานการผลิตยานยนต์หลักจากประเทศไทยไปยังอินโดนีเซีย ซึ่งความพยายามนี้เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายระดับชาติที่ต้องการผลักดันให้อินโดนีเซียก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ระดับโลก มุ่งดึงอุตสาหกรรมสนับสนุนและซัพพลายเชนเข้าประเทศ ประเด็นที่น่าจับตามองสำหรับผู้ประกอบการและโรงงานผลิตชิ้นส่วนชาวไทย คือการที่รัฐมนตรีอินโดนีเซียไม่ได้ต้องการเพียงแค่โรงงานประกอบรถยนต์เท่านั้น แต่ยังเรียกร้องให้ Toyota ย้ายอุตสาหกรรมสนับสนุนและซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้องเข้าไปด้วย เนื่องจากปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์ในอินโดนีเซียยังคงต้องนำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนประกอบสำคัญจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเหล็กกล้า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเคมีภัณฑ์ ทางการอินโดนีเซียเน้นย้ำว่า หากมีการย้ายอุตสาหกรรมสนับสนุนเหล่านี้เข้าไป รัฐบาลพร้อมที่จะมอบสิทธิประโยชน์ที่จูงใจมากยิ่งขึ้น โดยยอมรับว่าในอดีตบรรยากาศการลงทุนของประเทศอาจจะยังไม่ดึงดูดใจนักลงทุนต่างชาติมากพอ แต่ในครั้งนี้รัฐบาลเอาจริงเอาจังในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการทำธุรกิจอย่างเต็มที่ ปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์ของอินโดนีเซียมีการจ้างงานแรงงานกว่า 1.5 ล้านคน และผลิตรถยนต์ได้ประมาณ 2.5 ล้านคันต่อปี เตรียมคลอดมาตรการอุดหนุน EV สู้ศึกยานยนต์ไฟฟ้า นอกเหนือจากการดึงดูดฐานการผลิตแล้ว ประธานาธิบดี Prabowo Subianto เตรียมประกาศมาตรการอุดหนุนรถจักรยานยนต์และรถยนต์ไฟฟ้าจำนวน 500,000 คันในเร็วๆ นี้ โดยมาตรการนี้จะพุ่งเป้าไปที่กลุ่ม รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) เท่านั้น (ไม่รวมกลุ่มไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริด) สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับครอบคลุมถึงการยกเว้นภาษีขายสินค้าฟุ่มเฟือยสูงสุดถึง 100% - [Microchip ยกระดับการเชื่อมต่อเซนเซอร์ Edge AI ด้วย บริดจ์เซนเซอร์อีเธอร์เน็ต PolarFire® FPGA เวอร์ชัน 2.0 [PR]](https://www.manutalkthai.com/microchip-polarfire-fpga-2-0/) - การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ edge AI ประสิทธิภาพสูงที่มีขนาดกะทัดรัด ได้กำหนดนิยามการเชื่อมต่อเซนเซอร์ใหม่ และผลักดันให้เหล่าผู้พัฒนาส่งมอบสถาปัตยกรรมที่ช่วยประหยัดพลังงานและพื้นที่ ซึ่งยังคงความปลอดภัย รองรับการขยายระบบในอนาคต และพร้อมตอบรับเทคโนโลยียุคใหม่ เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ Microchip Technology จึงได้เปิดตัว บริดจ์เซนเซอร์อีเธอร์เน็ต PolarFire® FPGA เวอร์ชัน 2.0 บอร์ดที่พร้อมสำหรับการผลิตและมีขนาดเล็กลงอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับการบูรณาการเซนเซอร์มาตรฐาน โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี NVIDIA Holoscan Sensor Bridge (HSB) บอร์ดรุ่น 2.0 ที่รองรับ HSB นี้มีขนาดลงลดถึง 60% รองรับจำนวนกล้องได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และใช้พลังงานผ่านพอร์ต USB-C เพื่อให้สามารถติดตั้งในตู้แร็กได้อย่างเป็นระเบียบ ทั้งยังวางจำหน่ายในราคาที่ถูกลงกว่ารุ่นแรกอีกด้วย การอัปเกรดเหล่านี้ช่วยให้ผู้ออกแบบสามารถทดแทนการเชื่อมต่อเซนเซอร์แบบหลายอินเทอร์เฟซอันซับซ้อน ให้กลายมาเป็นสถาปัตยกรรมบนพื้นฐานอีเธอร์เน็ต 10Gb ที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานและรองรับการขยายระบบได้ในอนาคต ซึ่งช่วยลดทั้งต้นทุนรวมของระบบและความซับซ้อนของรายการอุปกรณ์ที่ต้องใช้งาน โดยประโยชน์เหล่านี้ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการใช้งาน AI ในด้านการแพทย์ อุตสาหกรรม และหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ ที่ประมวลผลด้วยแพลตฟอร์ม NVIDIA Edge Computing เช่น NVIDIA Jetson และ - [Samsung SDI ฮุบหุ้น GM ทั้งหมดในบริษัทร่วมทุน SynergyCells ปรับแผนลุยโรงงานแบตเตอรี่ในสหรัฐฯ](https://www.manutalkthai.com/samsung-sdi-acquires-all-shares-of-gm-in-its-joint-venture-synergycells/) - Samsung SDI และ General Motors (GM) ประกาศปรับโครงสร้างความร่วมมือครั้งใหญ่ โดยผู้ผลิตแบตเตอรี่ชั้นนำจากเกาหลีใต้ได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดร้อยละ 49.99 ของ GM ในบริษัทร่วมทุน SynergyCells ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองนิวคาร์ไลล์ รัฐอินดีแอนา สหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม ทั้งสองบริษัทยังคงจับมือเป็นพันธมิตรเพื่อร่วมกันพัฒนาเซลล์แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) แบบทรงเหลี่ยม (Prismatic) ที่โดดเด่นด้านความหนาแน่นของพลังงานสูงและรองรับการชาร์จเร็ว การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างความเป็นเจ้าของในครั้งนี้เป็นผลมาจากการประเมินสถานการณ์ตลาดโลก โดยเฉพาะความต้องการของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก ทาง Samsung SDI ระบุว่า การตัดสินใจยุติบริษัทร่วมทุนและเปลี่ยนไปใช้รูปแบบการทำงานร่วมกันวิธีอื่น สะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการปรับตัวตามตลาด โดยยังคงรักษาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ GM ไว้อย่างเหนียวแน่นเพื่อมุ่งสู่อนาคตของยานยนต์ไฟฟ้า สำหรับผลกระทบในภาคการผลิต การเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในครั้งนี้ส่งผลให้ Samsung SDI มีโรงงานผลิตแบตเตอรี่ที่บริหารงานเองอย่างอิสระเป็นแห่งแรกในภูมิภาคอเมริกาเหนือ โดยโรงงานดังกล่าวซึ่งปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง จะถูกปรับเป้าหมายในระยะแรกให้มุ่งเน้นไปที่การผลิตแบตเตอรี่สำหรับ ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage Systems - ESS) เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด ESS ในสหรัฐฯ ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และในอนาคต โรงงานแห่งนี้ก็อาจถูกใช้เป็นฐานการผลิตเซลล์แบตเตอรี่ที่พัฒนาร่วมกับ GM อีกด้วย ถือเป็นการปรับตัวที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการผลิตที่ต้องพร้อมรับมือกับความผันผวนของความต้องการในตลาดโลกอยู่เสมอ - [SK Hynix เปิดตัวสถาปัตยกรรมหน่วยความจำไฮบริด "H3" ผสาน HBM และ HBF ยกระดับประสิทธิภาพ AI](https://www.manutalkthai.com/sk-hynix-launches-h3-hybrid-memory-architecture-combining-hbm-and-hbf-to-enhance-ai-performance/) - SK Hynix นำเสนอแนวทางใหม่เพื่อรองรับแอปพลิเคชัน AI ที่มีความต้องการใช้หน่วยความจำสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ด้วยการเผยโฉมสถาปัตยกรรมหน่วยความจำแบบไฮบริดในชื่อ "H3" ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) และหน่วยความจำแฟลชแบนด์วิดท์สูง (HBF) เข้าด้วยกันบนแพลตฟอร์ม Interposer เดียวกัน เพื่อยกระดับความคุ้มค่าและประสิทธิภาพในการประมวลผล แนวคิดหลักของสถาปัตยกรรม H3 คือการปรับแต่งความจุและแบนด์วิดท์ให้เหมาะสมกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ในช่วงของการประมวลผลผลลัพธ์ (Inference) โดยแตกต่างจากการออกแบบในปัจจุบันที่ชิปประมวลผลอย่าง GPU มักจะเชื่อมต่อกับ HBM โดยตรงเพียงอย่างเดียว แต่เทคโนโลยี H3 จะเพิ่ม HBF ซึ่งเป็นการนำชิป 3D NAND มาเรียงซ้อนกันเข้าไปด้วย การทำงานร่วมกันนี้ช่วยให้ระบบมีช่องทางการอ่านและเขียนข้อมูลที่เป็นอิสระ ขยายความจุให้มากขึ้น และทำงานแบบคู่ขนานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ HBF จะมีความหน่วง (Latency) ในการเข้าถึงข้อมูลสูงกว่า HBM แต่ก็ชดเชยด้วยความจุที่มหาศาลและแบนด์วิดท์ที่เหนือกว่า NVMe SSD ทั่วไป ระบบ H3 จึงแก้ปัญหาด้วยการเชื่อมต่อหน่วยความจำทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน โดยให้ GPU สามารถใช้งานทั้งคู่เป็นหน่วยความจำหลัก และมีระบบบัฟเฟอร์ใน HBM - [Alibaba Cloud ขอเชิญร่วมงานสัมมนา Qwen Conference Thailand 2026 [4 ก.ย. 2026 – 13.00น.]](https://www.manutalkthai.com/alibaba-cloud-qwen-conference-thailand-2026/) - Alibaba Cloud ขอเรียนเชิญ CAIO, CTO, CIO, CDO, AI Leader, IT Manager, AI Engineer, Data Engineer และทุกท่านที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนา Qwen Conference Thailand 2026 เพื่อร่วมเรียนรู้ถึงแนวโน้มล่าสุดในการประยุกต์ใช้งาน AI สำหรับภาคธุรกิจองค์กร พร้อมแนะนำเครื่องมือ AI ชั้นนำที่ครอบคลุมทั้ง Agentic AI, Video AI, Agentic Coding AI และ AI Production Platform พร้อมกรณีศึกษาการใช้งานจริง ให้ธุรกิจนำไปพร้อมใช้งานต่อยอดได้ทันที งานสัมมนานี้จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2026 เวลา 13.00น. – 18.00น. ณ โรงแรม Centara Grand, Central World โดยผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียด กำหนดการ - [MOVE TO SAP S/4HANA Cloud: Accelerate Your Journey to the Autonomous Enterprise [PR]](https://www.manutalkthai.com/ndbs-move-to-sap-s-4hana-cloud-accelerate-your-journey-to-the-autonomous-enterprise-pr/) - NTT DATA Business Solutions (Thailand) Ltd. ขอเชิญผู้บริหารและองค์กรที่กำลังวางแผน Transformation เข้าร่วมสัมมนา “MOVE TO SAP S/4HANA Cloud: Accelerate Your Journey to the Autonomous Enterprise” เพื่อเตรียมความพร้อมสู่อนาคตขององค์กรในยุค AI, Automation และ Cloud ERP ภายในงานพบกับ Speakers จาก NTT DATA Business Solutions (Thailand) ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้าน SAP Solutions พร้อมเจาะลึกแนวทางการเปลี่ยนผ่านสู่ SAP S/4HANA Cloud ผ่าน GROW with SAP และ RISE with SAP รวมถึงเปรียบเทียบแนวทาง Greenfield, Brownfield และ Bluefield - [“ชไนเดอร์ อิเล็คทริค” แนะยกระดับระบบไฟบ้านรับมือภัยเงียบ - เทรนด์พลังงานอนาคต [PR]](https://www.manutalkthai.com/schneider-electric-new-energy-trend-pr/) - ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงาน ชี้กุญแจสำคัญในการปกป้องที่อยู่อาศัยเชิงรุก 2 แกนหลัก เลือกใช้ระบบควบคุมไฟฟ้าที่มีมาตรฐานสากลรองรับ ร่วมกับ เลือกใช้บริการช่างไฟฟ้าผ่านฝึกอบรม ช่วยลดความเสี่ยงการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่อยู่อาศัย ความปลอดภัยภายในบ้านยังคงเป็นรากฐานสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะภัยเงียบจาก “กระแสไฟฟ้าลัดวงจร” ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของความสูญเสียในยุคปัจจุบัน จากรายงานสถิติข้อสันนิษฐานสาเหตุเพลิงไหม้ของกรุงเทพมหานคร โดยสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพบว่า เหตุเพลิงไหม้มากกว่าร้อยละ 47 หรือสูงถึง 823 ครั้ง มีมาจากหมวดอุปกรณ์และระบบไฟฟ้าที่ชำรุดหรือไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า ปลั๊กติดผนัง สายไฟและปลั๊กพ่วง สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาดังกล่าวเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งในที่อยู่อาศัย ทั้งนี้สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของพลังงานสะอาดในประเทศไทย โดยข้อมูลจากระบบบัญชีข้อมูล กรมการขนส่งทางบก เผยให้เห็นปริมาณการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เติบโตสะสมขึ้นอย่างก้าวกระโดดและทุบสถิติใหม่ทะลุกว่า 1.4 แสนคันแล้วในปัจจุบัน ประกอบกับกระแสการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน (Solar Rooftop) ที่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตยุคนี้ อีกทั้งการใช้งานเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) และการส่งผ่านพลังงานจากโซลาร์เซลล์ เป็นกิจกรรมที่ดึงกระแสไฟในปริมาณสูงและเป็นระยะเวลานานต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ระบบควบคุมไฟฟ้าเดิมในบ้านต้องแบกรับภาระที่หนักขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากไม่มีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้เหมาะสม หรือเลือกใช้ช่างไฟฟ้าที่ขาดความชำนาญ อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อระบบไฟ ทั้งปัญหาไฟรั่ว ไฟดูด หรือการเกิดความร้อนสะสม การเลือกใช้เทคโนโลยีที่พัฒนามาเพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคตจึงเป็นสิ่งจำเป็น ช่วยปิดช่องว่างความผิดพลาดจากการติดตั้ง - [ขอเชิญเข้าร่วมอบรมฟรี Workshop สร้างเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ B2B พร้อมระบบ E-Commerce และการทำ AI-SEO โดยสมาคมผู้ดูแลเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ไทย (TWA)](https://www.manutalkthai.com/workshop-on-building-b2b-websites-with-e-commerce-systems-and-ai-seo-by-twa/) - สมาคมผู้ดูแลเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ไทย (TWA) ร่วมกับบริษัท Smooth Ads จำกัด ขอเชิญผู้ประกอบการธุรกิจไทย, ฝ่ายการตลาด, ฝ่าย IT และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมอบรมฟรีในหัวข้อ “Workshop สร้างเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ B2B พร้อมระบบ E-Commerce และการทำ AI-SEO” เพื่อเรียนรู้ถึง Best Practice ในการสร้างเว็บไซต์และ E-Commerce สำหรับธุรกิจ B2B, แนวทางในการทำ SEO ในยุค AI อย่างได้ผล พร้อมร่วม Workshop ในการสร้างเว็บไซต์ B2B E-Commerce ด้วยตนเอง ให้มีเว็บไซต์พร้อมใช้งานขายของออนไลน์ต่อได้ทันที Workshop นี้จัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2026 เวลา 13.00น. – 17.00 น. ณ TechTalkThai Meetup Space อาคารพหลโยธินเพลส BTS Ari - [Microsoft ดัน AI ลุยงาน Supply Chain เต็มสูบ สั่งแก้ปัญหาจัดซื้อ-ขนส่งได้อัตโนมัติผ่าน Dynamics 365](https://www.manutalkthai.com/microsoft-is-pushing-ai-into-supply-chain-operations-to-the-fullest-automating-purchasing-and-transportation-solutions-through-dynamics-365/) - ปัญหาห่วงโซ่อุปทานหรือ Supply Chain สะดุด ถือเป็นฝันร้ายของผู้ประกอบการและโรงงานผลิต การมองเห็นปัญหาเพียงอย่างเดียวอาจไม่ทันท่วงที ล่าสุด Microsoft ประกาศยกระดับ Dynamics 365 Supply Chain Management ครั้งใหญ่ ด้วยการเปิดตัว ERP Model Context Protocol (MCP) Server เทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนบทบาทของ AI Agent จากที่เคยเป็นแค่ผู้ให้คำแนะนำ ให้กลายเป็นผู้ลงมือแก้ไขปัญหาในระบบ ERP ได้โดยตรง จากแค่ "มองเห็น" สู่การ "ลงมือแก้ปัญหา" ทันที Sameer Verma ผู้บริหารระดับสูงด้าน AI ERP ของ Microsoft ชี้ให้เห็นว่า ข้อมูลความผิดปกติในระบบโลจิสติกส์ การผลิต และซัพพลายเออร์มักจะกระจัดกระจาย ความท้าทายในปัจจุบันจึงไม่ใช่แค่การหาปัญหาให้เจอ แต่คือการจัดการและประมวลผลบริบทแวดล้อมให้ทันก่อนที่ปัญหาจะลุกลามไปยังออเดอร์และการผลิต ซึ่งระบบ ERP MCP Server จะเข้ามาปิดช่องโหว่นี้ โดยมอบสิทธิ์ให้ AI Agent - [Siemens จับมือ Nvidia อัปเกรด AI Agent ช่วยออกแบบชิปอัตโนมัติ เร็วขึ้น 10 เท่า](https://www.manutalkthai.com/siemens-and-nvidia-collaborate-to-upgrade-their-ai-agent-enabling-10x-faster-automated-chip-design/) - Siemens จับมือ Nvidia เปิดตัว Fuse EDA AI Agent ยุคใหม่สำหรับการออกแบบเซมิคอนดักเตอร์และแผงวงจร (PCB) ที่มาพร้อมความสามารถ "Self-Verifying" ช่วยรันซิมูเลชัน เฝ้าระวังระบบ ตรวจจับข้อผิดพลาด และแก้ไขงานได้เองโดยอัตโนมัติ ช่วยลดภาระวิศวกรและยกระดับความเร็วในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่ตลาด จุดเด่นสำคัญของระบบนี้คือความสามารถแบบ "Self-Verifying" หรือการตรวจสอบความถูกต้องด้วยตัวเอง AI จะไม่ตัดสินใจผลลัพธ์โดยพลการ แต่จะนำผลการคำนวณไปเทียบกับเครื่องมือ EDA ที่อิงหลักฟิสิกส์และความแม่นยำสูงของ Siemens เสมอ เพื่อยืนยันความถูกต้องก่อนส่งงานต่อไป ในขณะเดียวกันวิศวกรก็ยังคงมีอำนาจควบคุม (Human-in-the-loop) สามารถตรวจสอบแผนงานและเข้าแทรกแซงได้ทันทีหากพบความผิดปกติ ผลทดสอบเบื้องต้นพบว่านวัตกรรมนี้ช่วยลดระยะเวลาการทำงานลงได้มากกว่า 10 เท่า พร้อมทั้งหั่นต้นทุนการประมวลผล (Token costs) ลงได้ถึง 5-10 เท่า เบื้องหลังขุมพลังความฉลาดนี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานของ Nvidia อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นโมเดล Nemotron สำหรับช่วยจัดการเวิร์กโฟลว์ สภาพแวดล้อม Openshell ที่ช่วยรับประกันความปลอดภัยของข้อมูล และการเร่งความเร็วการคำนวณด้วยเทคโนโลยี GPU และ CUDA-X นอกจากนี้ ระบบยังถูกออกแบบมาให้เปิดกว้าง - [FEV จับมือ Microsoft นำร่อง AI ออฟไลน์ในยานยนต์ สั่งการได้ทั้งเสียง ข้อความ และท่าทาง ไม่ง้ออินเทอร์เน็ต](https://www.manutalkthai.com/fev-partners-with-microsoft-to-pilot-offline-ai-in-vehicles-without-needing-an-internet-connection/) - FEV และ Microsoft ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการนำเทคโนโลยี Generative AI ผสานเข้ากับยานยนต์โดยตรง ขับเคลื่อนด้วยพลังประมวลผล GPU ขั้นสูงจาก Nvidia โดยมีเป้าหมายหลักคือการสร้างระบบโต้ตอบอัจฉริยะ (Multimodal Interactions) ทั้งผ่านเสียง ข้อความ และท่าทาง ซึ่งสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องพึ่งพาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา หัวใจสำคัญของโปรเจกต์นี้คือการพลิกแพลงมาใช้ Small Language Models (SLM) อย่างเช่นโมเดล Phi-4-mini-instruct จาก Microsoft Foundry ทำงานร่วมกับพลังประมวลผลของแพลตฟอร์ม NVIDIA DRIVE AGX การประมวลผลที่เกิดขึ้นภายในรถยนต์ (Edge Computing) ช่วยให้ระบบสั่งการต่าง ๆ ทำงานได้รวดเร็วและเสถียรแม้จะอยู่ในจุดที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ในมุมมองของผู้ประกอบการและผู้ผลิต การใช้ SLM แบบฝังตัวนี้ช่วยลดต้นทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ลงได้อย่างมหาศาล ทำให้การสเกลธุรกิจยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ (Software-Defined Vehicles) เป็นไปอย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์ในเชิงพาณิชย์มากยิ่งขึ้น 3 แอปพลิเคชันหลัก พลิกโฉมยานยนต์อัจฉริยะ FEV ได้วางแผนประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนี้ใน 3 สายงานหลักที่มีศักยภาพสูงในการผลิตระดับอุตสาหกรรม (Mass Production) - [Ceva Logistics โดน Cyber Attack กระทบคลังสินค้า 8 แห่งในยุโรป สะเทือนซัพพลายเชนค้าปลีก-อีคอมเมิร์ซ](https://www.manutalkthai.com/ceva-logistics-cyberattack-europe-supply-chain/) - อุตสาหกรรมโลจิสติกส์และซัพพลายเชนยังคงเป็นเป้าหมายหลักของการโจมตีทางไซเบอร์ ล่าสุด Ceva Logistics ผู้ให้บริการ Third-Party Logistics ระดับโลก ตกเป็นเหยื่อของการเจาะระบบในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ปฏิบัติการในคลังสินค้า 8 แห่งในยุโรปต้องหยุดชะงัก กระทบโดยตรงต่อลูกค้ากลุ่มค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซที่ฝากสินค้าไว้ ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการจัดการคำสั่งซื้อและการจัดส่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ Ceva Logistics จะเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการที่มีรายได้กว่า 1.83 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา และมีคลังสินค้าให้บริการมากกว่า 1,000 แห่งทั่วโลก แต่การโจมตีครั้งนี้ถูกจำกัดวงความเสียหายไว้ที่คลังสินค้าเพียง 8 แห่งในยุโรป โดยระบบการจัดการขนส่งทางอากาศ ทางเรือ ทางบก และทางรางยังคงทำงานได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามลูกค้าธุรกิจที่ต้องพึ่งพาระบบและบริการของคลังสินค้าทั้ง 8 แห่งนี้ได้รับผลกระทบในระดับที่แตกต่างกัน ทางบริษัทได้ดำเนินการแจ้งเตือนลูกค้าที่เกี่ยวข้องตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ปัจจุบันเหตุการณ์ดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนเชิงลึกโดย Dutch Data Protection Authority รวมถึงหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดตกอยู่กับธุรกิจค้าปลีกในเนเธอร์แลนด์ ทั้ง De Bijenkorf ผู้ให้บริการห้างสรรพสินค้าและค้าปลีกออนไลน์ รวมถึง bol แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ ซึ่งต่างออกประกาศเตือนลูกค้าเกี่ยวกับการถูกเจาะระบบของพาร์ทเนอร์โลจิสติกส์ในครั้งนี้ bol: แพลตฟอร์มระบุชัดเจนว่าผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถเข้าถึงระบบ 2 ส่วนที่ใช้ประมวลผลคำสั่งซื้อจากศูนย์กระจายสินค้าของ - [Yili จัดเวทีความยั่งยืนในการประชุมอุตสาหกรรมนมโลก ร่วมเปิดบทใหม่สู่การพัฒนาอุตสาหกรรมนมหลังปี 2573 [PR]](https://www.manutalkthai.com/yili-hosts-sustainability-forum-at-the-world-dairy-industry-conference-pr/) - เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา Yili Group เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมด้านความยั่งยืน (Sustainability Forum) ในการประชุมอุตสาหกรรมนมโลก (World Dairy Industry Conference) ประจำปี 2569 ณ เมืองฮูฮอต ประเทศจีน ภายใต้แนวคิด "เชื่อมโยงคุณค่าตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม สร้างสรรค์อนาคตสีเขียว" โดยมีแขกผู้มีเกียรติจากทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 200 คนเข้าร่วมงาน ประกอบด้วยผู้บริหารองค์กรระหว่างประเทศชั้นนำ ตลอดจนผู้แทนจากบริษัทแถวหน้าในห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมนม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและเปิดบทใหม่ของการพัฒนาอุตสาหกรรมนมโลกอย่างยั่งยืนหลังปี 2573 ซึ่งเป็นปีเป้าหมายของวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ ในพิธีเปิดการประชุมอุตสาหกรรมนมโลกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม สหพันธ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหารนานาชาติ (IUFoST) ได้มอบป้ายประกาศเกียรติคุณและรางวัลที่ระลึกเพื่อยกย่องเมืองฮูฮอตในฐานะ "World Dairy Capital" หรือ เมืองหลวงแห่งอุตสาหกรรมนมโลก โดยในโอกาสนี้ Pan Gang ประธานกรรมการและประธานบริหาร Yili Group ได้เข้าร่วมพิธีในฐานะตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวจากภาคอุตสาหกรรมนมระดับโลก ทั้งนี้ นับตั้งแต่เมืองฮูฮอตได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองหลวงแห่งอุตสาหกรรมนมของจีนในปี 2548 จนก้าวขึ้นสู่การเป็นเมืองหลวงแห่งอุตสาหกรรมนมโลกในปี 2569 Yili มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าครั้งประวัติศาสตร์ดังกล่าว โดยเฉพาะในด้านความยั่งยืน - [บริหาร Supply Chain ให้ชาญฉลาดขึ้น ด้วย SAP Business AI และ SAP Joule โดย NTT DATA Business Solutions Thailand](https://www.manutalkthai.com/ntt-data-business-solutions-thailand-smart-managing-supply-chain-with-sap-business-ai-and-sap-joule/) - การบริหารจัดการ Supply Chain นั้นถือเป็นงานที่มีความท้าทายมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นงานที่มีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลหลายฝ่ายทั้งภายในและภายนอกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลฝ่ายขาย, ข้อมูลฝ่ายการผลิต, ข้อมูลคลังสินค้า, ข้อมูลฝ่ายทรัพยากรบุคคล, ข้อมูลการขนส่ง ไปจนถึงข้อมูลการสื่อสารร่วมกับ Supplier ภายนอกในแต่ละด้าน การมาของ AI ที่มีความสามารถในการรวบรวม, วิเคราะห์, แนะนำ และช่วยตัดสินใจจากข้อมูลปริมาณมหาศาลเหล่านี้ จึงกลายเป็นแนวทางแห่งอนาคตของวงการ Supply Chain Management ในฐานะของเครื่องมือใหม่ที่จะช่วยให้การบริหารจัดการและการตัดสินใจเกี่ยวกับ Supply Chain นั้นจะมีความรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้นกว่าเดิม พร้อมรองรับทุกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดทั้ง Supply Chain ได้เป็นอย่างดี ในบทความนี้ NTT DATA Business Solutions Thailand หรือ NDBS Thailand ได้รวบรวมแนวทางในการประยุกต์ใช้งาน AI เพื่อบริหารจัดการ Supply Chain ภายใน SAP อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้ SAP Business AI และ SAP Joule - [NEC ส่งโปรเจกต์ร่วมมือ UrbanChain ทดสอบระบบที่จอดรถอัจฉริยะ ยกระดับ Parking DX ด้วย AI](https://www.manutalkthai.com/nec-urbanchain-ai-parking-dx-demonstration/) - NEC และ UrbanChain ร่วมมือทดสอบบริการ Next-generation Surface Parking Lot หรือระบบลานจอดรถอัจฉริยะในเดือนกันยายน 2026 โดยมีเป้าหมายเพื่อเร่งผลักดัน Digital Transformation ในระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านลานจอดรถ ผ่านการผสานฟังก์ชันชำระเงินอัตโนมัติ Parking OS ของ UrbanChain เข้ากับระบบวิเคราะห์ภาพด้วย AI ของ NEC NEC เดินหน้าแผน DX สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกด้านลานจอดรถมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาโซลูชันด้านความปลอดภัยสำหรับ Mechanical Parking Systems เช่น โซลูชันจัดการความปลอดภัยบริเวณทางเข้า-ออก และโซลูชันประเมินการรับรถ ระบบเหล่านี้อาศัย AI วิเคราะห์ภาพเพื่อตรวจจับรถยนต์และเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของคนเดินเท้าภายในพื้นที่จอดรถ ส่วน UrbanChain ก็ทำหน้าที่ส่งเสริมการแปลงระบบปฏิบัติการลานจอดรถให้เป็นดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์ม Parking OS ปัจจุบันผู้คนเริ่มมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความปลอดภัยในลานจอดรถ โดยเฉพาะกรณีฉุกเฉินด้านสุขภาพหรือผู้ขับขี่ล้มป่วยกะทันหันขณะอยู่ในรถ นอกจากนี้ ระบบปัจจุบันมักเริ่มคิดค่าบริการทันทีที่รถเข้าสู่พื้นที่ แม้ผู้ขับขี่จะยังวนหาที่จอด แวะรับส่งผู้โดยสาร หรือกลับรถ ซึ่งสร้างความกดดันและอาจนำไปสู่การตัดสินใจขับขี่ที่เร่งรีบจนเกิดอุบัติเหตุ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว NEC และ UrbanChain จึงได้เริ่มศึกษาโมเดลบริการใหม่ตั้งแต่เดือนเมษายน - [Mitsubishi ลงทุน 1.6 หมื่นล้านบาท ยกระดับฐานผลิต EV ไทย เสริมแกร่ง Supply Chain ในประเทศ](https://www.manutalkthai.com/mitsubishi-motors-16b-ev-investment-thailand/) - Mitsubishi Motors ลงทุนเพิ่มเติม 16,000 ล้านบาท ในประเทศไทย ภายในปี 2573 มุ่งเป้าพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า และผลักดันไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญในระดับโลก สะท้อนความเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และเร่งเครื่องยกระดับ Supply Chain ของภาคการผลิตไทยให้สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์สมัยใหม่ คุณคาโตะ ทาคาโอะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Mitsubishi Motors ประเทศญี่ปุ่น เน้นย้ำว่า จุดแข็งของประเทศไทยคือความพร้อมของเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนที่มีศักยภาพ การต่อยอดจากฐานการลงทุนเดิมที่สะสมมากว่า 100,000 ล้านบาท และประวัติศาสตร์การส่งออกรถยนต์กว่า 5 ล้านคัน จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ภาคการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยสามารถรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคตได้อย่างไร้รอยต่อ หากเจาะไปที่การลงทุนดังกล่าวจะเน้นไปที่การศึกษาและวางแผนการผลิตรถยนต์กระบะและรถยนต์ SUV รุ่น Pajero ที่ใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า และการลงทุนนี้เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลไทยได้ริเริ่มระบบ Thailand FastPass เพื่ออำนวยความสะดวกแบบ One-Stop Service ลดความซ้ำซ้อนของขั้นตอนทางกฎหมายและอุปสรรคด้านการลงทุน นโยบายดังกล่าวช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว การลงทุนเพิ่ม 1.6 หมื่นล้านบาทของ Mitsubishi Motors คือปัจจัยเร่งให้ผู้ประกอบการโรงงานไทยต้องตื่นตัว การสนับสนุนการใช้แรงงานทักษะสูง วัตถุดิบ และชิ้นส่วนภายในประเทศ จะสร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาลให้กับระบบเศรษฐกิจ อีกทั้งการเปลี่ยนผ่านจากฐานการผลิตยานยนต์สันดาปไปสู่ศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้า ไม่ได้พึ่งพาเพียงเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ - [NEXUS ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนาพิเศษ "From Legacy ERP to the Autonomous Enterprise" | 21 สิงหาคม 2569 ผ่าน Zoom [PR]](https://www.manutalkthai.com/nexus-from-legacy-erp-to-the-autonomous-enterprise-webinar-21-aug-2026-pr/) - ในยุคที่ AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจอย่างรวดเร็ว หลายองค์กรเริ่มตั้งคำถามว่า ระบบ ERP ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ยังพร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคตหรือไม่ ลงทะเบียนที่นี่ NEXUS ขอเชิญท่านเข้าร่วมงานสัมมนาพิเศษ "From Legacy ERP to the Autonomous Enterprise" ร่วมค้นพบว่าองค์กรชั้นนำกำลังเปลี่ยนผ่านจาก Legacy ERP ไปสู่ Cloud ERP ที่ทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างไร และเหตุใด AI จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจยุคใหม่ ภายในงาน ท่านจะได้เรียนรู้ ทำไม Legacy ERP จึงเริ่มเป็นข้อจำกัดของการเติบโต AI จะช่วยค้นหาข้อมูล วิเคราะห์ สรุปรายงาน และสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารได้อย่างไร แนวทางการนำ AI มาทำงานร่วมกับระบบ ERP โดยใช้ข้อมูลจริงขององค์กร เพื่อให้ทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น วิธีเริ่มต้นเปลี่ยนผ่านสู่ Cloud ERP อย่างเป็นระบบ พร้อมลดความซับซ้อนในการดำเนินโครงการ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเปิดตัว NEXtier - [GWM สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ประกาศความสำเร็จแบรนด์รถยนต์รายแรกที่ผลิตชดเชยครบตามเงื่อนไขมาตรการ EV 3.5 จาก GWM Smart Factory จังหวัดระยอง [PR]](https://www.manutalkthai.com/gwm-achievement-on-ev-3-5-from-rayong-gwm-smart-factory-pr/) - GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM ประกาศความสำเร็จในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยการก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ดำเนินงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศเพื่อชดเชยการนำเข้าครบตามเงื่อนไขของมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 ได้ก่อนมาตรการสิ้นสุด สะท้อนศักยภาพอันโดดเด่นของ GWM Smart Factory พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจระยะยาวบนพื้นฐานของความโปร่งใส และการปฏิบัติตามข้อตกลงกับภาครัฐอย่างเคร่งครัด สิ่งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงจรรยาบรรณและความจริงใจในฐานะนักลงทุนที่ภาครัฐและผู้บริโภคสามารถไว้วางใจได้ พร้อมทั้งร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV Hub) ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม GWM เล็งเห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและการเติบโตของยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศจึงได้ร่วมลงนามในข้อตกลงการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งระยะที่ 1 หรือ EV 3.0 (ปี 2565 – 2568) และระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 (ปี - [ถอดรหัส AI ประเทศไทย จะเปลี่ยนจาก "ผู้สร้าง" สู่ "ผู้นำ" ได้อย่างไร? [PR]](https://www.manutalkthai.com/stt-gdc-decoding-ai-changing-from-creator-to-leader-pr/) - โดย บุศรินทร์ ประดิษฐยนต์ Country Head, บริษัท เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป้าหมาย AI ไทยชัดเจนอยู่แล้ว ทว่าโจทย์สำคัญจากนี้ คือการลงมือทำเพื่อสร้างผลลัพธ์จริง หมดเวลาลองผิดลองถูก วันนี้ AI กลายเป็นกลยุทธ์ของผู้นำองค์กรเต็มตัว ทำให้องค์กรแต่ละแห่งเริ่มจัดสรรงบและวางแนวทางการใช้งานจริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เสริมประสบการณ์ลูกค้า และช่วยในการตัดสินใจเชิงธุรกิจให้มีความเหนือชั้นยิ่งกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม หลายองค์กรเริ่มตระหนักแล้วว่า "การนำ AI มาปรับใช้งาน" กับ "การขยายผลการใช้งาน AI ไปในวงกว้าง" นั้นเป็นคนละเรื่องกัน และก้าวสำคัญของประเทศไทยไม่ได้วัดกันที่ว่าใครทดลองใช้ก่อน หากอยู่ที่ว่าใครสามารถนำ AI มาใช้งานจริงได้อย่างต่อเนื่อง ปลอดภัย และครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร ตลาดเติบโตรวดเร็ว แต่ยังติดหล่มอยู่ ทำให้หลายองค์กร ยังไปต่อไม่ได้ สิ่งที่น่าประหลาดใจไม่ใช่เรื่องที่ประเทศไทยตื่นตัวพร้อมเปิดรับ AI แต่องค์กรส่วนใหญ่ยังคงติดหล่มอยู่ตรงกลางระหว่างขั้นทดลองใช้กับการขยายผลจริง ในภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยมีความแข็งแกร่งมาก ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ที่เปิดเผยในงาน Practical Insights Bangkok - [หัวเว่ย และ GAC AION Thailand ผนึกกำลังขับเคลื่อน Smart Energy Ecosystem เชื่อม GAC GN8 PHEV รถยนต์ MPV ระดับพรีเมียม เข้ากับพลังงานแสงอาทิตย์ภายในบ้าน [PR]](https://www.manutalkthai.com/huawei-x-gac-aion-thailand-mou-for-smart-energy-ecosystem-pr/) - บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด โดยกลุ่มธุรกิจ Huawei Digital Power ร่วมกับ บริษัท จีเอซี ไอออน (ประเทศไทย) จำกัด (GAC AION Thailand) เดินหน้าส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดแบบครบวงจร ผ่านโครงการ “GAC Retail Collaboration x Huawei Solar Roof” พร้อมเปิดตัวแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ MPV ระดับพรีเมียม รุ่น GAC GN8 PHEV โดยมอบสิทธิพิเศษให้เลือกรับฟรีแพ็กเกจ Huawei FusionSolar ระบบโซลาร์เซลล์อัจฉริยะสำหรับที่อยู่อาศัย ขนาด 3kW 1 Phase พร้อมบริการติดตั้ง* หรือรับส่วนลดมูลค่า 100,000 บาท เมื่อเลือกอัปเกรดเป็นแพ็กเกจ Huawei FusionSolar ที่มีมูลค่าสูงกว่า โซลูชันดังกล่าวช่วยให้ผู้บริโภคสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อนำมาใช้ชาร์จรถยนต์พลังงานใหม่และใช้งานภายในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว พร้อมยกระดับการใช้ชีวิตสู่บ้านพลังงานอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน นอกจากนี้ - [“สยามคูโบต้า” ดึง เทคโนโลยี AI ยกระดับบริการหลังการขายแบบไร้รอยต่อ เปิดโมเดล “เลือกคูโบต้า คุ้มค่าไม่รู้จบ” [PR]](https://www.manutalkthai.com/siam-kubota-leverages-ai-technology-to-elevate-seamless-after-sales-service/) - บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เดินหน้ายกระดับบริการหลังการขายสู่ยุทธศาสตร์การเติบโตระยะยาว ภายใต้แนวคิด เลือกคูโบต้า คุ้มค่าไม่รู้จบ "Purchase Once, Lifetime Confidence" รองรับความท้าทายและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของภาคเกษตรครึ่งปีหลัง 2569 พร้อมเร่งสร้าง High-Skilled Workforce ผ่านการ Up-Skill และ Re-Skill ทีมช่าง ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อยกระดับงานบริการอย่างไร้รอยต่อ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเกษตรกร ลดระยะเวลาหยุดทำงานของเครื่องจักร และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของภาคการเกษตรไทย พร้อมยกระดับมาตรฐานบริการสู่ระดับสากล การันตีด้วยความสำเร็จ 2 รางวัลระดับ Gold จากเวที Asia-Pacific Stevie® Awards 2026 และ The Stevie® Awards for Sales & Customer Service 2026 นายไวพจน์ หามาลา Head of Customer Solutions บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า - [มินิซีรี่ส์พิเศษ: เจาะลึกดีล 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ! Brady ปิดดีลซื้อกิจการ PSS จาก Honeywell จัดทัพใหม่ 2 กลุ่มธุรกิจหลัก ดันลูกหม้อ Metrologic นั่งแท่น CTO คุมทัพเทคโนโลยีทั้งองค์กร](https://www.manutalkthai.com/brady-has-closed-the-deal-to-acquire-pss-from-honeywell/) - ในโลกของธุรกิจและเทคโนโลยีอุตสาหกรรม แทบไม่มีข่าวไหนที่จะสร้างความตื่นเต้นได้เท่ากับการประกาศเข้าซื้อกิจการมูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 5 หมื่นล้านบาท) เมื่อ Brady Corporation ประกาศรวบรวมธุรกิจ Productivity Solutions and Services (PSS) จาก Honeywell เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมเปลี่ยนชื่อกลุ่มธุรกิจนี้เป็น Brady Intelligent Productivity Solutions (IPS) นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนมือผู้บริหารหรือการซื้อขายพอร์ตโฟลิโอธรรมดา แต่คือ "การผสานความเชี่ยวชาญครั้งยิ่งใหญ่" ของวงการ Auto-ID เพื่อต้อนรับยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ วิสัยทัศน์เบื้องหลังดีลนี้เป็นอย่างไร? โครงสร้างใหม่จะสร้างความแข็งแกร่งได้อย่างไร? และเรื่องราวทั้งหมดนี้ตอกย้ำความมั่นใจให้กับพาร์ทเนอร์และลูกค้าในไทยในทิศทางไหน? TechTalkThai และ ManuTalkThai ขอพาทุกท่านเจาะลึกไปทีละตอนในมินิซีรี่ส์ม้วนเดียวจบนี้ ประเด็นสำคัญ: Brady Corporation ทุ่มงบ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซื้อกิจการ Productivity Solutions and Services (PSS) จาก Honeywell เสร็จสมบูรณ์แล้ว - [โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ร่วมงาน Rayong Zero Food Waste 2026 จับมือภาครัฐ-หน่วยงานส่วนท้องถิ่น ขับเคลื่อน จ.ระยอง สู่เมืองคาร์บอนต่ำ [PR]](https://www.manutalkthai.com/blcp-rayong-zero-food-waste-2026-pr/) - โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) ร่วมขับเคลื่อนโครงการ “Rayong Zero Food Waste 2026” ในงาน Knowledge & Experience Expo มหกรรมการเรียนรู้และประสบการณ์การจัดการขยะ พร้อมผนึกภาครัฐ-หน่วยงานท้องถิ่น-ชุมชน ขับเคลื่อน จ.ระยอง สู่เมืองคาร์บอนต่ำ และถ่ายทอดความรู้นวัตกรรมกำจัดขยะเศษอาหารด้วยหนอนแม่โจ้ BSF และการแปรรูปเศษใบไม้เป็นดินพร้อมปลูกลดภาระการฝังกลบของเทศบาล มุ่งขับเคลื่อนจังหวัดระยองสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน ผ่านเวทีเสวนา “ระยองไม่เทรวม เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์ สู่สิ่งแวดล้อมระยองที่ยั่งยืน นายอดิศร วังมูล ผู้อำนวยการสายงานบริหารและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด เผยในงาน Knowledge & Experience Expo มหกรรมการเรียนรู้และประสบการณ์การจัดการขยะ ภายใต้โครงการ Rayong Zero Food Waste 2026 “ระยองไม่เทรวม” ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายกัฬชัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายกิตติ เกียรติ์มนตรี รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ - [ไทยเปิดตัวหุ่นยนต์ AI กู้ภัยทางน้ำอัตโนมัติเครื่องแรก ZBHA จับมือซูเปอร์ การ์ด นำร่องที่ภูเก็ต [PR]](https://www.manutalkthai.com/zbha-x-super-guard-mou-for-ai-safety-robot-pr/) - บริษัท ZBHA International Limited ผู้พัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อความปลอดภัย จับมือบริษัท รักษาความปลอดภัย ซูเปอร์ การ์ด จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบรักษาความปลอดภัยของไทยที่มีประสบการณ์กว่า 19 ปี ส่งมอบหุ่นยนต์กู้ภัยทางน้ำรุ่น "Dolphin" ให้กับสถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ถือเป็นการนำหุ่นยนต์ ระบบ AI เซนเซอร์ และกล้องตรวจจับมาเสริมการทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยสัปดาห์หน้าจะมีการส่งมอบหุ่นยนต์ Dolphin อีกหนึ่งตัวให้กับเทศบาลเมืองพัทยาต่อไป หุ่นยนต์ทำงานอัตโนมัติ ไม่ต้องรอคำสั่งเจ้าหน้าที่ หุ่นยนต์ Dolphin มีรูปทรงคล้ายท้ายเรือ วิ่งบนผิวน้ำด้วยความเร็วสูงสุด 7 เมตรต่อวินาที (ราว 420 เมตรต่อนาที) รองรับน้ำหนักได้ถึง 1,000 กิโลกรัม เชื่อมต่ออัตโนมัติกับระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) และเซนเซอร์ตรวจจับ ทันทีที่ระบบวิเคราะห์ว่ามีผู้กำลังจมน้ำ หุ่นยนต์จะถูกปล่อยโดยอัตโนมัติและวิ่งตรงเข้าหาผู้ประสบภัยโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากเจ้าหน้าที่ Dolphin มีสองรุ่นหลัก ได้แก่ Dolphin1 ออกแบบมาสำหรับโยนลงน้ำใช้งานได้ทันที เหมาะกับพื้นที่ที่มีเรือท่องเที่ยวหนาแน่น และ Dolphin3 - [เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ตีความ ‘Bentley Diamond’ ใหม่ ดีไซน์ระดับซิกเนเจอร์ในยนตรกรรม EV รุ่นแรก พร้อมเปิดตัวกันยายนนี้ [PR]](https://www.manutalkthai.com/bentley-mortors-newly-defines-bentley-diamond-pr/) - เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ตีความ ‘Bentley Diamond’ ใหม่ ดีไซน์ระดับซิกเนเจอร์ในยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกที่ยังคงเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์การออกแบบที่โดดเด่นที่สุดของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ โดย Torcal รุ่นใหม่ได้สานต่อเรื่องราวในรูปแบบที่คุ้นเคยและแปลกใหม่ ตั้งแต่กระจังหน้ารูปทรงเพชรแบบลอยตัวที่ดูราวกับอัญมณีไปจนถึงหน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัลอันล้ำสมัยที่สร้างขึ้นจากงานฝีมืออย่างแท้จริงด้วยความร่วมสมัยในการออกแบบ แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของเบนท์ลีย์อย่างชัดเจน โดยมีรายละเอียดที่เชื่อมโยงอดีตและอนาคตเข้าด้วยกันผ่านภาษาแห่งงานฝีมือ ความงดงาม และนวัตกรรม ลวดลายเพชรเป็นเอกลักษณ์การออกแบบของรถยนต์เบนท์ลีย์มาตั้งแต่ปี 2463 โดยมีการใช้ตาข่ายลวดเพื่อป้องกันหม้อน้ำขนาดใหญ่จากหินและเศษสิ่งสกปรกบนท้องถนน ต่อมาลวดลายนี้ได้รับการนำมาใช้ภายในห้องโดยสารด้วยการออกแบบสวิตช์และปุ่มควบคุมเป็นลายไขว้ รถยนต์เบนท์ลีย์ในยุคนั้นมีสวิตช์ทองเหลืองพร้อมปุ่มควบคุมที่ได้รับการกลึงอย่างพิถีพิถันเป็นลวดลายเพชรเพื่อพื้นผิวสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาษาการออกแบบของรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างรวดเร็ว ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ลวดลายนี้ปรากฏอยู่ทุกที่ ตั้งแต่เบาะโดยสารที่เย็บเป็นลวดลายเพชรไปจนถึงกระจังหน้าดีไซน์ตาข่ายในรถยนต์คลาสสิก รุ่น Brooklands และเมื่อไม่นานมานี้ ลวดลายนี้ได้รับการนำมาใช้สำหรับรายละเอียดที่ซับซ้อนของไฟหน้าในรุ่น Bentayga และภายในห้องโดยสารของรุ่น Continental GT ซึ่งแสดงให้เห็นถึงภาษาการออกแบบที่พัฒนาขึ้นของเบนท์ลีย์จากการเป็นโซลูชันทางวิศวกรรมที่เน้นการใช้งานได้จริงสู่การพัฒนาเป็นหนึ่งในธีมการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ในปัจจุบัน ใน Torcal การออกแบบได้รับการปรับโฉมใหม่ให้เหมาะกับยุคสมัยใหม่ด้วยความโดดเด่น และรูปทรงที่สวยงามราวกับอัญมณี โดยมีกระจังหน้ารูปทรงเพชรแบบลอยตัวที่ได้เปลี่ยนรูปแบบการใช้งานให้กลายเป็นงานออกแบบที่น่าดึงดูดอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์เบนท์ลีย์ที่แตกต่างจากรถยนต์บนท้องถนน เบนท์ลีย์ไม่ได้พึ่งพากราฟิกที่สร้างจากคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียวในการรังสรรค์จอแสดงผลแบบดิจิทัลของ Torcal ทีมออกแบบได้วิจัยและพัฒนาเอกลักษณ์ของวัสดุที่ทำด้วยมือจากความร่วมมือกับ Cumbria Crystal ใน Lake District ประเทศอังกฤษ โดยทีมนักออกแบบได้สั่งทำคริสตัลเจียระไนด้วยมือแบบพิเศษที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกด้วยการจับแสงที่ส่องผ่านคริสตัลเพื่อสร้างภาพที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่น เต็มไปด้วยความลึกซึ้ง การเคลื่อนไหว และพื้นผิวที่ความแตกต่างเพียงเล็กน้อยและความไม่สมบูรณ์ตามธรรมชาติจากงานฝีมือนำมาซึ่งความอบอุ่นและความเป็นมนุษย์ที่เหนือความคาดหมายสู่การส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลสุดพิเศษ สำหรับรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น Torcal - [5 เหตุผลที่ ERP องค์กรต้องพร้อม ก่อนก้าวสู่การใช้ AI ในภาคธุรกิจอย่างได้ผล โดย NTT DATA Business Solutions Thailand](https://www.manutalkthai.com/ntt-data-business-solution-thailand-5-reasons-why-enterprise-erp-must-ready-before-ai-integration-in-business/) - ในช่วงปี 2025 - 2026 ที่ผ่านมา หลายองค์กรในไทยก็ได้เริ่มทดลองโครงการทางด้าน AI กันไปไม่มากก็น้อย แต่มีโครงการเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งอุปสรรคส่วนใหญ่ที่ธุรกิจองค์กรพบในการทำโครงการ AI ให้ประสบความสำเร็จนั้นก็คือ "การขาดความพร้อมของข้อมูลธุรกิจ" NTT DATA Business Solutions Thailand หรือ NDBS Thailand ในฐานะของผู้นำด้านระบบ ERP และโซลูชันจาก SAP ขอนำเสนอบทเรียนจากประสบการณ์ในการเตรียมความพร้อมระบบ ERP ให้สามารถรองรับต่อความต้องการของ AI ในอนาคตด้วยกัน 5 ประการ ดังนี้ 1. AI นั้นจะฉลาดได้เท่ากับข้อมูลธุรกิจที่มี ในขณะที่ผู้ใช้งาน AI แต่ละคนต้องมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลธุรกิจได้เท่าที่จำเป็น เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าในทุกโครงการ AI สำหรับภาคธุรกิจนั้น องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดไม่ได้มีเพียงแค่เทคโนโลยีทางด้าน AI เท่านั้น แต่ธุรกิจองค์กรยังต้องมี "Data" หรือ "ข้อมูล" ที่ครบถ้วนต่อแต่ละโครงการด้วย ดังนั้นหากธุรกิจยังไม่เคยมีระบบ ERP ที่รวบรวมข้อมูลสำคัญในการดำเนินธุรกิจมาก่อน หรือมีระบบ ERP - [ความร่วมมือและความเชื่อมั่นคือปัจจัยสำคัญในการสร้างรากฐาน Neutral Digital Ecosystem สำหรับองค์กรทั้งในและต่างประเทศ / BKNIX x TCCtech [PR]](https://www.manutalkthai.com/bknix-x-tcctech-building-a-neutral-digital-ecosystem-pr/) - ในวันที่อินเทอร์เน็ตกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ผู้คนแทบทุกคนใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเพื่อการเรียน การทำงาน การทำธุรกิจ หรือการเชื่อมโยงกับโลกภายนอก หลายคนอาจไม่เคยนึกถึงว่า เบื้องหลังระบบที่เชื่อมผู้คนหลายพันล้านคนเข้าด้วยกันนั้น เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของผู้คนจำนวนมาก และจากความเชื่อพื้นฐานที่ว่า “การเข้าถึงการสื่อสารควรเป็นสิทธิของทุกคน” เมื่อเร็ว ๆ นี้ OPEN-TEC ศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Tech Knowledge Sharing Platform) ภายใต้การดูแลของ TCC Technology Group ได้จัดเวที open talk เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยได้รับเกียรติจาก ดร.กาญจนา กาญจนสุต นักวิจัยและผู้บุกเบิกการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ผู้ได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติใน Internet Hall of Fame และได้รับรางวัล Jon Postel Service Award จาก Internet Society รวมถึงเป็นที่รู้จักในฐานะ “มารดาแห่งอินเทอร์เน็ตไทย” โดยตลอดบทสนทนา ดร.กาญจนา ได้ถ่ายทอดมุมมองที่สะท้อนให้เห็นว่า ความสำเร็จของอินเทอร์เน็ตไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือ ความไว้วางใจ และการออกแบบระบบที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม จุดเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ตไทย: - [Xiaomi EV ก้าวขึ้นไปอีกขั้น เผยโฉมสถาปัตยกรรมเทคโนโลยี Xiaomi Kunlun พร้อมเปิดตัวรถยนต์ Xiaomi SkyNomad Series [PR]](https://www.manutalkthai.com/xiaomi-ev-skynomad-series-pr/) - Xiaomi EV ประกาศเปิดตัว Xiaomi SkyNomad Series รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม Xiaomi Kunlun ในงาน Xiaomi SkyNomad Technology Launch Event โดย Xiaomi วางตำแหน่งตัวเองเป็นรถ SUV อัจฉริยะที่ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ และมีพื้นที่กว้างขวาง Xiaomi SkyNomad สร้างขึ้นจากจุดแข็งหลัก 3 ประการ ได้แก่ พื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง, พื้นห้องโดยสารที่เรียบสนิท และเบาะนั่งที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบได้อย่างอิสระ ผสานเข้ากับเทคโนโลยี Xiaomi Kunlun HyperRange, แบตเตอรี่ Xiaomi Armor Scale Battery และระบบความปลอดภัย Xiaomi Kunlun Total Safety Xiaomi SkyNomad ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการหลักของการเป็นรถยนต์สำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง ทั้งในด้านพื้นที่ ความปลอดภัย ระบบอัจฉริยะ สมรรถนะการขับขี่และระยะทาง ซึ่งถือเป็นการเปิดบทบาทใหม่ครั้งสำคัญในเส้นทางยานยนต์ของเสียวหมี่ การเปิดตัวครั้งนี้ประกอบด้วยสองรุ่นย่อย ได้แก่ - [Johnson Controls เปิดตัว Absorption Chiller Reference Design Guide หนุน AI Factory และอุตสาหกรรมการผลิต](https://www.manutalkthai.com/johnson-controls-absorption-chiller-reference-design-ai-factory/) - Johnson Controls ผู้นำด้านโซลูชันอาคารและพลังงานระดับโลก เปิดตัว Absorption Chiller Reference Design Guide ตั้งเป้าเปลี่ยน Waste Heat ให้กลายเป็นพลังงานความเย็นที่มีประสิทธิภาพ รับมือกระบวนการผลิตไฟฟ้าใน Data Center หรือโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ จะสูญเสียพลังงานในรูปของความร้อนทิ้งสูงถึง 57% การปล่อยความร้อนเหล่านี้สู่อากาศไม่เพียงแต่สูญเสียทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์ แต่ยังเพิ่มภาระด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้ด้วยการดึงความร้อนกลับมาใช้ในระบบทำความเย็น ช่วยลดการดึงกระแสไฟฟ้าจากสายส่งหลัก และจัดสรรพลังงานที่เหลือไปรองรับระบบประมวลผล AI และสายการผลิตอัตโนมัติได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย การนำแนวคิดดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ สร้างผลลัพธ์เชิงบวกทั้งในมิติของการดำเนินธุรกิจและเป้าหมายด้าน ESG อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้ ใน AI Factory ขนาด 1 กิกะวัตต์ การเพิ่มประสิทธิภาพระบบทำความเย็นนี้ สามารถรองรับขีดความสามารถในการประมวลผล AI ได้เพิ่มขึ้นถึง 97 เมกะวัตต์ โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าหน้างาน การจัดสรรพลังงานใหม่ สร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้สูงสุดถึง 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลอดอายุการใช้งานของโรงงานต้นแบบ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากระบบทำความเย็นได้สูงสุดถึง 43% สามารถกดค่า Power Usage Effectiveness - [SiS เดินหน้าขยายธุรกิจ Robotics สู่ Humanoid Robot เปิดตัว DOBOT Atom รับเมกะเทรนด์ AI และสังคมสูงวัย [PR]](https://www.manutalkthai.com/sis-robotics-to-humanoid-robot-reveals-the-dobot-atom/) - เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากนวัตกรรมที่ใช้เฉพาะในสายการผลิตและห้องวิจัย สู่การเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจทั่วโลก ท่ามกลางความท้าทายจากการขาดแคลนแรงงาน การเข้าสู่สังคมสูงวัย และความต้องการเพิ่มผลิตภาพในการดำเนินงาน ส่งผลให้องค์กรในหลายอุตสาหกรรมเร่งลงทุนด้าน AI และระบบอัตโนมัติเพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว ข้อมูลจาก *Fortune Business Insights ระบุว่า ตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robot) ทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 4.89 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และคาดว่าจะขยายตัวสู่กว่า 165 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2577 สะท้อนการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งกำลังเปลี่ยนผ่านจากการพัฒนาในห้องวิจัยสู่การใช้งานจริงในภาคการผลิต โลจิสติกส์ สุขภาพ และภาคบริการ เพื่อตอบโจทย์การเพิ่มผลิตภาพ ลดข้อจำกัดด้านแรงงาน และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กรทั่วโลก ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์ (Aged Society) และคาดว่าภายในปี 2578 ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปจะมีสัดส่วนประมาณ 30% ของประชากรทั้งประเทศ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการกำลังเผชิญความท้าทายด้านแรงงานและต้นทุนการดำเนินงาน ส่งผลให้องค์กรไทยเริ่มมองหาเทคโนโลยี AI และระบบอัตโนมัติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ กลยุทธ์ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน จากแนวโน้มดังกล่าว บริษัท เอสไอเอส - [TCMA x GIZ ดันเทคโนโลยีลดคาร์บอน เร่งปูนไทยสู่ Net Zero 2050 [PR]](https://www.manutalkthai.com/tcma-x-giz-for-netzero-2050-pr/) - นายนภดล รมยะรูป อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ร่วมกับ นางเอ็บบา ชอลล์ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ขับเคลื่อนความร่วมมือผลักดันอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ผ่านเวทีประชุมวิชาการ “TCMA x GIZ at TCMA Technical Conference 2026” โดยมุ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์จากประเทศในกลุ่ม Global North สู่การประยุกต์ใช้ในบริบทของประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด #MadeInGermany: Cement Decarbonization in Practice – Insights for Thailand ตอกย้ำบทบาทของความร่วมมือไทย–เยอรมนีในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมสู่ Net Zero 2050 ณ โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยท์ เพรสทีส กรุงเทพฯ - [แมคแอนดริว แอนด์ พาร์ทเนอร์ ขยายธุรกิจรุกโลจิสติกส์ ล่าสุดจับมือสแกนเนียรับรถ Scania Super Euro5 ล็อตใหญ่ 40 คัน พุ่งเป้า Green Logistics เต็มตัว [PR]](https://www.manutalkthai.com/mcandrew-and-partner-x-scania-super-euro-5-for-green-logistic-pr/) - ผู้ผลิตและส่งออกสารให้ความหวานและแป้งดัดแปร (Modified Starch) รายใหญ่ แมคแอนดริว แอนด์ พาร์ทเนอร์ส ประกาศเคลื่อนทัพครั้งใหญ่ ขยายพอร์ตธุรกิจด้านขนส่งและโลจิสติกส์เต็มตัว พร้อมจับมือสแกนเนีย เดินหน้ายุทธศาสตร์ Green Logistics เต็มตัว ล่าสุดรับมอบรถ Scania Super Euro5 ล็อตใหญ่ 40 คัน ดันฟลีทรวมทะลุ 164 คัน เพื่อเป้าหมายการเป็นผู้ให้บริการขนส่ง Green Logistics เต็มตัว คาดเป้าหมายรายได้รวมปีนี้ทะลุ 1,000 ล้าน และพุ่งสู่ 3,000 ล้าน ภายใน 2 ปี นายชาลี วันไชย กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมคแอนดริว แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด เผยว่าแมคแอนดริว กำลังก้าวข้ามบทบาทจากบริษัทผู้ผลิตเพื่อภาคการเกษตรแบบดั้งเดิม สู่การเป็นผู้นำด้านการผลิตและขนส่งครบวงจร (Green Supply Chain) เป็นกำลังขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ และระบบอาหารอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน เดิมทีธุรกิจหลักของบริษัทฯ - [AIS Business ผนึก Huawei Cloud ลงนาม MOU ผสานศักยภาพคลาวด์ระดับโลกและโซลูชัน 5G อัจฉริยะ พร้อมผลักดันภาคอุตสาหกรรมและการผลิตไทยสู่ฐานการผลิตยุค AI [PR]](https://www.manutalkthai.com/ais-business-x-huawei-cloud-mou-for-industrial-ai-and-ai-manufacturing-pr/) - AIS Business และ Huawei Cloud ร่วมลงนามความร่วมมือ (MOU) เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยสู่การผลิตอัจฉริยะที่ใช้ข้อมูลและ AI เป็นกลไกสำคัญ โดยผสานความแข็งแกร่งด้านโครงข่ายและความเข้าใจในภาคธุรกิจไทยของ AIS Business เข้ากับเทคโนโลยี Cloud, AI และองค์ความรู้ด้านการผลิตระดับโลกของ Huawei Cloud เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำเทคโนโลยีไปยกระดับกระบวนการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแบบครบวงจร ตั้งแต่การเชื่อมต่อข้อมูลจากเครื่องจักรและระบบการผลิตภายในโรงงานผ่าน 5G Private Network โครงข่ายไฟเบอร์ และระบบเชื่อมต่อที่ปลอดภัย ไปจนถึงการรวบรวม ประมวลผล และวิเคราะห์ข้อมูลบน Cloud ด้วยศักยภาพการประมวลผลของ GPU เพื่อต่อยอดสู่แอปพลิเคชัน AI และโซลูชันสำหรับภาคอุตสาหกรรม ช่วยเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความพร้อมรองรับผู้ประกอบการไทย รวมถึงนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการขยายฐานการผลิตในประเทศไทย นายภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ภาคการผลิตเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยข้อมูลจากธนาคารโลกระบุว่า ในปี 2024 ภาคอุตสาหกรรมของไทยมีสัดส่วนประมาณ - [EY จับมือ SymphonyAI ยกระดับ Industrial AI ช่วยภาคการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพให้ซัพพลายเชน](https://www.manutalkthai.com/ey-widens-symphonyai-alliance-manufacturing/) - Ernst & Young หรือ EY ร่วมมือ SymphonyAI นำ Industrial AI เข้ามาผสานกับโซลูชันด้านการผลิตและซัพพลายเชน สะท้อนให้เห็นว่า ภาคการผลิตในยุคปัจจุบันต้องการผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริงในระดับองค์กร มากกว่าการเสียเวลาและงบประมาณไปกับการทำ AI Pilot หรือโครงการนำร่องที่ขยายผลจริงได้ยาก เพราะหากนำ AI ทั่วไปไปครอบระบบดั้งเดิม โอกาสที่จะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์นั้นมีสูง และอาจต้องรื้อสร้างใหม่ทั้งหมด แนวทางของ EY ในการแก้ปัญหานี้คือ การผสานแพลตฟอร์ม IRIS Foundry ของ SymphonyAI ซึ่งผ่านการเทรนด้วยข้อมูลจากสินทรัพย์ในภาคอุตสาหกรรมกว่า 80,000 รายการ เข้าสู่บริการหลักของ EY โดยตรง ได้แก่ EY Manufacturing and Operations Transformation Practice และ EY.ai Value Blueprints เพื่อให้เกิดการประสานระหว่าง IT กับ OT ตั้งแต่วันแรกของการวางโครงสร้าง EY.ai Value Blueprints - [เชิญร่วมงาน TTT Virtual Summit 2026: เจาะลึกเทรนด์ “Enterprise Virtualization, Cloud, Containers & AI Platform” [26 – 27 ส.ค. | 13:15 – 16:30 น.]](https://www.manutalkthai.com/ttt-virtual-summit-2026-enterprise-virtualization-cloud-containers-and-ai-platform/) - เมื่อเทคโนโลยีคือตัวตัดสินความได้เปรียบทางธุรกิจ ขอเชิญผู้บริหารไอที นักพัฒนา และคนสายเทคฯ ร่วมเจาะลึกการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานองค์กรในงานสัมมนาออนไลน์แห่งปี ภายใต้ธีม Enterprise Virtualization, Cloud, Containers & AI Platform Trends 2026 ในรูปแบบออนไลน์ งานนี้ยังคงจัดเต็มเนื้อหาเข้มข้นในฝั่ง Virtualization, Cloud และ Containers ที่เป็นรากฐานหลักของระบบไอทียุคใหม่ พร้อมเสริมทัพด้วย "AI Platform" เทรนด์สดใหม่ประจำปี 2026 เพื่อช่วยให้องค์กรนำ AI มาประยุกต์ใช้บนสถาปัตยกรรมไอทีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยืดหยุ่น และไม่ตกขบวนในยุค AI-Driven 🎙️พบกับกูรูไอทีจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกจาก: VMware by Broadcom | Nutanix | Arcserve | Bangmod | Dell Technologies | Yip in Tsoi (Microsoft Azure) | Dailitech (AWS) - [Siemens เปิดตัว "SIMATIC AX WinCC Unified Elements" ยกระดับงาน Automation Engineer ให้ทำงานลื่นไหลสไตล์ไอที](https://www.manutalkthai.com/siemens-launches-simatic-ax-wincc-unified-elements-elevating-the-work-of-automation-engineers/) - Siemens (ซีเมนส์) ประกาศเปิดตัวเครื่องมือใหม่ล่าสุด SIMATIC AX WinCC Unified Elements ที่จะมาพลิกโฉมการทำงานของวิศวกรระบบอัตโนมัติ (Automation Engineer) ให้สามารถพัฒนาและสร้างหน้าจอควบคุมเครื่องจักรได้รวดเร็ว ทันสมัย และใช้กระบวนการทำงานแบบเดียวกับโปรแกรมเมอร์สายไอที แก้ปัญหาตรงจุด ตอบโจทย์วิศวกรยุคใหม่ อุตสาหกรรมการผลิตกำลังเผชิญปัญหาที่เทคโนโลยีเปลี่ยนไวแต่ขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญ ประกอบกับวิศวกรรุ่นใหม่ต่างมองหาเครื่องมือที่ยืดหยุ่นกว่าระบบเดิม ๆ Siemens จึงพัฒนาแอปพลิเคชันนี้ขึ้นมาเพื่อผสานโลกของการเขียนโค้ด (IT) เข้ากับระบบควบคุมในโรงงานอุตสาหกรรมให้ทำงานสอดคล้องกัน ฟีเจอร์เด่นที่ช่วยเร่งความเร็วในการทำงาน: ทำงานร่วมกันง่ายขึ้นด้วยระบบ Git: มีระบบจัดการเวอร์ชัน (Version Control) ในตัว ช่วยให้ทีมงานหลายคนทำงานพร้อมกัน ดูประวัติการแก้ไข และรวมไฟล์งานกันได้ง่ายเหมือนการพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วไป รองรับ AI และไฟล์ YAML: สามารถสร้างโปรเจกต์ได้แบบอัตโนมัติจากไฟล์ YAML โดยสามารถนำโค้ดที่สร้างจาก AI สคริปต์ต่าง ๆ หรือชุดคำสั่งเดิมกลับมาใช้ใหม่ได้ทันที ผสานการทำงาน 2 รูปแบบ (Hybrid): วิศวกรสามารถสลับการทำงานระหว่างเครื่องมือแบบกราฟิกลากวาง (Drag-and-drop) และการพิมพ์เขียนโค้ดโดยตรงได้แบบเรียลไทม์ ระบบเปิดและปรับแต่งได้: ปรับแต่งสภาพแวดล้อมการเขียนโปรแกรมได้เองตามต้องการผ่านระบบ Open VSX - [Yokogawa สร้างชื่อ ชุดเครื่องมือ OpreX SI คว้าใบรับรอง OPC UA เป็นรายแรกของอุตสาหกรรม](https://www.manutalkthai.com/yokogawa-oprex-si-toolkit-has-achieved-the-industrys-first-opc-ua-certification/) - บริษัท โยโกกาวา (Yokogawa) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ เมื่อชุดเครื่องมือ OpreX Open Automation SI Kit ได้รับการรับรองมาตรฐาน OPC UA อย่างเป็นทางการ ซึ่งผู้บริหารของบริษัทระบุว่า นี่คือ "ครั้งแรก" ของวงการอุตสาหกรรมกระบวนการผลิต ที่ผ่านมา การวางระบบในโรงงานมักจะต้องใช้อุปกรณ์และซอฟต์แวร์จากแบรนด์เดียวกันทั้งหมดเพื่อให้ทำงานร่วมกันได้ แต่ชุดเครื่องมือนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับสถาปัตยกรรม "ระบบอัตโนมัติแบบเปิด" (Open Process Automation - OPA) ซึ่งเป็นแนวคิดที่เปิดให้โรงงานสามารถนำอุปกรณ์และซอฟต์แวร์จาก "ต่างยี่ห้อ" มาเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันได้อย่างอิสระ ไม่ต้องผูกขาดกับผู้ผลิตรายใดรายหนึ่งอีกต่อไป จุดเด่นที่โรงงานและผู้ผลิตจะได้รับ: คุยกันรู้เรื่อง ข้อมูลไม่สะดุด: การได้ใบรับรองจาก OPC Foundation (ในเวอร์ชัน 1.02.10) เป็นเครื่องการันตีว่า ระบบของ Yokogawa สามารถสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับอุปกรณ์ของแบรนด์อื่นๆ ที่ได้มาตรฐานเดียวกันได้อย่างเสถียร ไร้รอยต่อ ยืดหยุ่นสูง ขยายระบบง่าย: เมื่อไม่ต้องพึ่งพาผู้ผลิตรายเดียว โรงงานก็สามารถเลือกเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ที่สุดมาผสมผสานกันได้ ช่วยเร่งให้เกิดการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ได้รวดเร็วและคุ้มค่าขึ้น เชื่อถือได้ระดับสากล: ปัจจุบัน Yokogawa เป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม OPAF - [โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี ร่วม กรมประชาสัมพันธ์ แสดงวิสัยทัศน์แลกเปลี่ยนมุมมองในเวทีเสวนา EEC มุ่งสร้างความเชื่อมั่น ดันเศรษฐกิจโตคู่คุณภาพชีวิตยั่งยืน [PR]](https://www.manutalkthai.com/blcp-and-prd-join-eec-forum-to-boost-confidence-driving-economic-growth-and-sustainable-living/) - นายยุทธนา เจริญวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) (ที่สองจากขวา) ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในเวทีเสวนา EEC ระยะต่อไป : สื่อสารความก้าวหน้า สร้างความเชื่อมั่น เชื่อมประชาชนสู่การพัฒนา ภายใต้โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ ขับเคลื่อนงานประชาสัมพันธ์ภารกิจรัฐในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองในฐานะผู้แทนจากภาคเอกชนและภาคพลังงาน ถึงบทบาทสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อการพัฒนาพื้นที่ EEC ด้วยความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชน ควบคู่กับการสื่อสารที่โปร่งใส เปิดรับฟังความคิดเห็น และสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน ซึ่งในการจัดงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ (คนกลาง) และ นายอดิเรก อุ่นโอสถ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี (ที่สามจากขวา) ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับการสื่อสารเชิงรุก และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องได้สะท้อนแนวทางการบริหารจัดการและสื่อสารในเวลาที่ประชาชนมีข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และคุณภาพชีวิต โดยสร้างความเชื่อมั่นที่แท้จริงจากการลงมือปฏิบัติให้เห็นผลจริง พร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ รวมถึงทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ซึ่งทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจก้าวหน้าได้อย่างมั่นคง ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามแนวทางการดำเนินงานด้าน ESG - [พลิกโฉมน้ำนมดิบสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม](https://www.manutalkthai.com/flottweg-thailand-transforming-raw-milk-for-value-creation-pr/) - โดย กมล พรชัยชนะกิจ กรรมการผู้จัดการ Flottweg Thailand ภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปถือเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ด้วยมูลค่าอุตสาหกรรมที่สูงกว่า 5.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับไทยมุ่งวางยุทธศาสตร์ให้ก้าวสู่การเป็น 1 ใน 10 ประเทศผู้ส่งออกอาหารแปรรูปรายใหญ่ของโลกภายในปีหน้า ภาพความสำเร็จนี้ปรากฏให้เห็นชัดที่สุดในอุตสาหกรรมนม โดยประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแปรรูปน้ำนมดิบได้สูงถึง 2,800 ตันต่อวัน และมียอดการผลิตรวมในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 1.32 ล้านเมตริกตัน อย่างไรก็ตาม แม้จะมีขนาดการผลิตที่มหาศาลเพียงใด แต่ปัญหาเรื่องความไร้ประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตยังคงเป็นความท้าทายที่น่าจับตามอง ทว่าในอีกด้านหนึ่ง กำลังการผลิตที่สูงขึ้นย่อมหมายถึงเราจำเป็นต้องยกระดับการตรวจสอบและเพิ่มความใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิตให้เข้มงวดกว่าเดิม เนื่องจากอัตราการผลิตมหาศาลนี้อาจก่อให้เกิดความไร้ประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้กระบวนการผลิตมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการสูญเสียในหลายจุดตลอดวงจรการผลิต เมื่อพิจารณาในภาพรวม ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอัตราการสูญเสียอาหารอยู่ที่ประมาณ 7.5% ในช่วงระหว่างหลังการเก็บเกี่ยวไปจนถึงการกระจายสินค้า หากอุตสาหกรรมนมของไทยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้นเพียง 2-3% ก็จะสามารถรักษาต้นทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มกลับคืนมาได้คิดเป็นเงินหลายล้านบาท ต้นทุนจากข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพ ช่องว่างด้านประสิทธิภาพที่ผู้ผลิตไทยกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจในโลกแห่งความเป็นจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นทุนด้านพลังงานที่ลดทอนกำไรสุทธิของภาคธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนการใช้พลังงานสูงถึง 40% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ ในขณะที่อัตราค่าไฟของไทยนั้นถือว่าอยู่ในระดับที่สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของภูมิภาค หากเจาะลึกไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมนม โรงงานแปรรูปที่ยังคงใช้ระบบการผลิตแบบเก่ามักขาดเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันไม่ให้ส่วนประกอบอันมีค่า เช่น Milk Solids และ Cream หลุดรอดไปกับกระบวนการปล่อยของเสีย ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย กระบวนการแปรรูปที่ขาดประสิทธิภาพอาจส่งผลให้มูลค่าของน้ำนมดิบสูญหายไปถึง - [Omron จับมือ NVIDIA ชูเทคโนโลยี Digital Twin และ AI ยกระดับระบบตรวจสอบแผงวงจร แก้ปัญหางานขาดแคลนทักษะ](https://www.manutalkthai.com/omron-nvidia-ai-skillless-pcb-inspection/) - Omron ประกาศความร่วมมือกับ NVIDIA ผสานเทคโนโลยี AI และ Digital Twin เข้ากับระบบตรวจสอบแผง PCB มุ่งเป้ายกระดับคุณภาพการผลิตและแก้ปัญหาการขาดแคลนช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเปิดตัวแนวคิด Skillless Inspection ที่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานหน้าใหม่สามารถวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว อุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบันต้องการความเร็วและขีดความสามารถในการประมวลผลที่สูงขึ้น ส่งผลให้การยึดติดแผง PCB มีความซับซ้อนและต้องการการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด ในขณะเดียวกัน ภาคการผลิตทั่วโลกกำลังเผชิญวิกฤตขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางอย่างหนัก Omron จึงดึงความสามารถของ NVIDIA Omniverse และ Metropolis เข้ามาผสานกับระบบ Automated Optical Inspection (AOI) และ 3D-CT X-ray Inspection ของตนเองเพื่ออุดช่องโหว่นี้ ปัญหาแผงวงจรโก่งตัว หรือ Board Warpage จากความร้อนระหว่างกระบวนการผลิตเป็นสิ่งที่ตรวจจับด้วยตาเปล่าได้ยาก แต่สร้างความเสียหายมหาศาลต่อจุดเชื่อมต่อและคุณภาพโดยรวม การผสานความเชี่ยวชาญร่วมกับ NVIDIA Omniverse ช่วยให้ Omron สามารถจำลองการโก่งตัวของแผงวงจรได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นผ่านกระบวนการดังนี้ Physics-based Simulation: โมเดลจำลองทางฟิสิกส์ทำงานแบบเรียลไทม์ ทำให้วิศวกรหน้างานสามารถวิเคราะห์และปรับตั้งค่าช่วงอุณหภูมิระหว่างกระบวนการทำความร้อนและทำความเย็นได้ก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้นจริง Cross-layered Data - [แอลจี อีเลคทรอนิคส์ คว้ามาตรฐานการรับรองจาก NVIDIA AI Factory สำหรับหน่วยกระจายสารหล่อเย็น (CDU) ขนาด 600kW [PR]](https://www.manutalkthai.com/lg-electronics-gets-nvidia-certified-ai-factory-for-cdu-pr/) - บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก NVIDIA สำหรับ หน่วยกระจายสารหล่อเย็น (Coolant Distribution Unit: CDU) ขนาด 600kW ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญที่ตอกย้ำความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพของโซลูชันระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว และเทคโนโลยีการจัดการความร้อนของแอลจี ที่สอดคล้องกับมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานของ NVIDIA AI Factory พร้อมสนับสนุนการขยายธุรกิจด้านระบบทำความเย็นสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือระดับโลกสำหรับผู้ให้บริการ “ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่พิเศษ” แอลจีเป็นหนึ่งในบริษัทเพียงไม่กี่แห่งของโลกที่ผ่านกระบวนการตรวจสอบและได้การรับรองจาก NVIDIA โดย หน่วยกระจายสารหล่อเย็น (Coolant Distribution Unit: CDU) ขนาด 600kW ของบริษัทสามารถผ่านเกณฑ์การประเมินด้านเทคนิคที่เข้มงวดกว่า 100 รายการ ซึ่งครอบคลุมทั้งประสิทธิภาพของระบบระบายความร้อน ความน่าเชื่อถือของระบบ และความสามารถในการทำงานต่อเนื่องเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง (Failover) เพื่อรองรับมาตรฐานของโครงสร้างพื้นฐาน NVIDIA AI Factory ที่รองรับการประมวลผล AI ขนาดใหญ่ การได้รับการรับรองในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญเชิงกลยุทธ์ของแอลจี ที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งในฐานะพันธมิตรที่ผ่านการรับรองอย่างเป็นทางการจาก NVIDIA สำหรับในด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI Factory อีกทั้งยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ให้บริการ ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่พิเศษ - [Humanica จับมือ Dentsu Soken ยกระดับโซลูชัน HCM ครบวงจรหนุนบริษัทญี่ปุ่นบริหารคนครบวงจร จากสำนักงานใหญ่ในญี่ปุ่น สู่ภูมิภาคในอาเซียน [PR]](https://www.manutalkthai.com/humanica-x-dentsu-soken-for-hcm-solutions-pr/) - บริษัท ฮิวแมนิก้า จำกัด (มหาชน) (Humanica) หนึ่งในผู้นำด้านระบบบริหารทุนมนุษย์ (Human Capital Management System: HCMS) และบริการบริหารจัดการเงินเดือนข้ามประเทศ (Multi-Country Payroll Outsourcing: MCPO) ในภูมิภาคอาเซียน ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ Dentsu Soken Inc. บริษัทเทคโนโลยี และที่ปรึกษาชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ผนึกศักยภาพ เทคโนโลยีและ ความเชี่ยวชาญของสององค์กร เดินหน้ายกระดับโซลูชันบริหารทรัพยากรบุคคล แบบครบวงจร รองรับบริษัทญี่ปุ่น ที่ขยายฐานธุรกิจออกนอกญี่ปุ่นไปทั่วอาเซียน พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลบุคลากรจากสำนักงานใหญ่ในญี่ปุ่น กับข้อมูลบุคคลากร ในฐานการดำเนินงานในแต่ละประเทศแบบไร้รอยต่อ วางรากฐานการบริหารทุนมนุษย์ ระดับภูมิภาคอย่างเป็นระบบ และปักหมุดต่อยอด ความร่วมมือ สู่ตลาดเอเชียนอกอาเซียน ในอนาคต ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานจุดแข็งของ Humanica ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชัน HCM และ Multi-Country Payroll Outsourcing Service ระดับภูมิภาค เข้ากับศักยภาพด้านเทคโนโลยีองค์กรและบริการที่ปรึกษาของ Dentsu Soken โดยเชื่อมต่อแพลตฟอร์ม Workplaze ของ Humanica เข้ากับแพลตฟอร์ม POSITIVE ของ Dentsu Soken เพื่อสร้างโซลูชันแบบ End-to-End - [Sony Semiconductor สั่งระงับโรงงานผลิตเซ็นเซอร์กล้องชั่วคราว เซ่นพิษแผ่นดินไหวญี่ปุ่น](https://www.manutalkthai.com/sony-semiconductor-has-temporarily-suspended-its-camera-sensor-manufacturing-plants-following-the-earthquake-in-japan/) - จากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงในจังหวัดคุมาโมโตะ ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ล่าสุดได้ส่งผลกระทบต่อสายการผลิตของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Sony แล้ว โรงงาน Sony Semiconductor ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ได้ประกาศระงับการผลิตทันทีหลังเกิดแผ่นดินไหว โดยโรงงานแห่งนี้ถือเป็นฐานการผลิตสำคัญที่ผลิต "เซ็นเซอร์รับภาพ" (CMOS) ส่งป้อนให้กับวงการกล้องดิจิทัล รถยนต์ และเครื่องจักรในอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลก อัปเดตสถานการณ์ล่าสุด: เร่งสำรวจความเสียหาย: ขณะนี้ทางบริษัทกำลังเร่งตรวจสอบประเมินความเสียหายของอาคารและเครื่องจักรภายในโรงงาน ทุกคนปลอดภัย: นับเป็นข่าวดีที่พนักงานกว่า 13,000 ชีวิตที่กำลังทำงานอยู่ในช่วงที่เกิดแผ่นดินไหว ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ ที่มา: https://www.newsshooter.com/2026/07/29/sony-semiconductor-manufacturing-halted-in-kumamoto-prefecture/ - [เมื่อ ERP เก่ากลายเป็นต้นทุนที่มองไม่เห็นของธุรกิจ [PR]](https://www.manutalkthai.com/fujitsu-when-legacy-erp-reaches-end-of-life-building-a-digital-foundation-before-costs-spiral-out-of-control-pr/) - โดย มร. จุน ฮาชิโมโตะ ตัวแทนประจำประเทศไทย บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด ภาคการผลิตไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในภูมิภาค การที่องค์กรอุตสาหกรรมชั้นนำระดับโลกทยอยกระจายฐานการผลิตไปยังหลายประเทศเพื่อลดความเสี่ยง ต้นทุนแรงงานที่เพิ่มสูงขึ้น และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ขณะที่ IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะเติบโตเพียง 1.7% สะท้อนให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ท้าทายมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งยกระดับประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการดำเนินงานเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ช่องว่างระหว่างองค์กรที่ปรับตัวได้เร็วกับองค์กรที่ยังใช้แนวทางเดิมกำลังกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว ประสิทธิภาพการผลิตไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของฝ่ายปฏิบัติการอีกต่อไป แต่กลายเป็นวาระสำคัญในระดับผู้บริหาร หนึ่งในปัจจัยที่หลายองค์กรอาจมองข้ามคือการพึ่งพาระบบ ERP ที่ใช้งานมาอย่างยาวนาน แม้ว่าระบบเหล่านี้จะยังคงทำงานได้ แต่ข้อจำกัดด้านความยืดหยุ่น การเชื่อมโยงข้อมูล และความสามารถในการรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ อาจส่งผลให้การตัดสินใจล่าช้า มองเห็นภาพรวมธุรกิจได้ไม่ครบถ้วน และลดความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งในยุคที่ข้อมูลและความเร็วคือปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ องค์กรที่สามารถยกระดับระบบและกระบวนการทำงานได้ก่อน ย่อมมีโอกาสสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืนมากกว่า ภัยเงียบที่ค่อยๆ บั่นทอนศักยภาพธุรกิจ ระบบ ERP รุ่นเก่าอาจไม่ได้หยุดทำงานอย่างฉับพลัน แต่ความเสี่ยงที่แท้จริงคือการเสื่อมประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องและไม่ทันสังเกต ไม่ว่าจะเป็นการบำรุงรักษาที่ซับซ้อนขึ้น การประมวลผลและออกรายงานที่ใช้เวลานานขึ้น หรือข้อจำกัดในการรองรับความต้องการทางธุรกิจรูปแบบใหม่ ยิ่งเมื่อผู้พัฒนาประกาศยุติการสนับสนุนระบบ องค์กรจะต้องเผชิญกับแรงกดดันในการย้ายระบบภายในเวลาจำกัด เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ การปรับปรุง ERP จึงไม่ใช่เพียงทางเลือกเชิงกลยุทธ์ แต่เป็นมาตรการสำคัญในการลดความเสี่ยงและรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ ต้นทุนที่มองไม่เห็นจากระบบที่กระจัดกระจาย - [SYMPHONY ตอกย้ำบทบาทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล จัดงาน "SYMPHONY INDUSTRIAL TECH 2026" ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม [Guest Post]](https://www.manutalkthai.com/symphony-industrial-tech-2026-guest-post/) - บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (SYMPHONY) เดินหน้าขยายตลาดในพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ผ่านการจัดงานสัมมนา SYMPHONY INDUSTRIAL TECH 2026 ภายใต้แนวคิด "SECURE I CONNECT I SCALE" ณ โรงแรม Eastin Resort Rayong จังหวัดระยอง โดยได้รับความสนใจจากผู้บริหารด้าน IT ผู้บริหารโรงงาน และผู้เชี่ยวชาญในภาคอุตสาหกรรมเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก การจัดงานครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ SYMPHONY ในการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของภาคอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นฐานการลงทุนและการผลิตที่สำคัญของประเทศ พร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ AI-Driven Business และ Smart Manufacturing ด้วยเทคโนโลยีที่มีความมั่นคง ปลอดภัย และเชื่อมต่อได้อย่างไร้รอยต่อ ภายในงาน ผู้เข้าร่วมได้รับการอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญจาก SYMPHONY และพันธมิตรเทคโนโลยีชั้นนำ ได้แก่ FORTINET, VEEAM, - [ขอเชิญร่วมงานมหกรรมคัดเลือกสินค้าและโซลูชันสู่ตลาด E-Commerce - TESE 2026, 6-8 สิงหาคมนี้](https://www.manutalkthai.com/thailand-e-commerce-selection-expo2026-pr/) - มาเดินงานทั้งที ต้องได้อะไรกลับไปมากกว่าแรงบันดาลใจ! รวมสิทธิประโยชน์ที่คุณจะได้รับเมื่อเข้าร่วมงาน TESE 2026 TESE 2026 คือพื้นที่รวมทุกโอกาสต่อยอดธุรกิจไว้ในที่เดียว ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของแบรนด์ ผู้ประกอบการ SME หรือกำลังมองหาไอเดียใหม่ ๆ สำหรับธุรกิจ เมื่อเข้าร่วมงาน คุณจะได้กลับไปพร้อมกับ... พาร์ทเนอร์ใหม่พร้อมต่อยอดธุรกิจ สินค้าใหม่ จากผู้ผลิตและโรงงานโดยตรง Business Solutions ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน โอกาสสร้างกำไรและขยายตลาดให้ธุรกิจเติบโต พิเศษ ลงทะเบียนเข้าร่วมงานและทำตามกติกา รับสิทธิ์ลุ้น! บัตรของขวัญโลตัส มูลค่า 100.- จำนวน 300 รางวัล iPad Wi-Fi 128GB มูลค่า 16,900.- จำนวน 1 รางวัล 📌 ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่นี่ ฟรี Thailand E-Commerce Selection Expo 2026 (TESE) มหกรรมคัดเลือกสินค้าและโซลูชั่นสู่ตลาด E-Commerce ลงทะเบียนร่วมงาน: https://lnk.ink/teseexpo02 🗓️ วันที่: - [Nippon Steel ผนึก ABB ดึง AI บริหารโรงงานปูนซีเมนต์ ดันคุณภาพ ประหยัดพลังงาน](https://www.manutalkthai.com/nippon-steel-partners-with-abb-to-use-ai-to-manage-cement-plants/) - บริษัท Nippon Steel Blast Furnace Slag Cement ได้ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญที่โรงงานในเมืองมุโระรัง (Muroran) เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น หลังตัดสินใจนำระบบซอฟต์แวร์อัจฉริยะจาก ABB เข้ามาควบคุมสายการผลิตแบบเต็มรูปแบบ หวังเร่งปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเพื่อแก้ปัญหาต้นทุนและแรงงาน ความท้าทายของโรงงานปูนซีเมนต์คือ กระบวนการเผา (Pyroprocess) ตั้งแต่เตาเผาไปจนถึงระบบหล่อเย็น ต้องอาศัยการควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำตลอดเวลา ซึ่งปกติเป็นงานที่ต้องพึ่งพาช่างผู้ชำนาญการ Nippon Steel จึงแก้ปัญหานี้ด้วยการนำระบบ ABB Ability Expert Optimizer ซึ่งทำงานด้วยเทคโนโลยี AI และระบบคำนวณล่วงหน้า เข้ามาสั่งการเครื่องจักรแทนมนุษย์ ผลปรากฏว่า: ระบบทำงานเองได้ถึง 90% ในช่วงเริ่มต้น ลดภาระพนักงานลง 80% ไม่ต้องให้คนเข้าไปปรับตั้งค่าเครื่องจักรบ่อย ๆ ทำงานนิ่งแม้อยู่ในสภาวะผิดปกติ: ระบบสามารถรักษาสมดุลการทำงานได้ดีเยี่ยม แม้แต่ในช่วงที่ต้องทำความสะอาดเครื่องจักร ซึ่งช่วยอุดช่องโหว่เรื่องการขาดแคลนแรงงานทักษะสูงในญี่ปุ่นได้อย่างตรงจุด นอกจากจะช่วยเรื่องกำลังคนแล้ว ความแม่นยำของ AI ยังส่งผลดีโดยตรงต่อผลิตภัณฑ์และต้นทุนการผลิตของโรงงาน: ประหยัดพลังงาน: ลดการใช้ความร้อนในกระบวนการผลิตลงได้ 2.2% คุณภาพสินค้าดีขึ้น: ลดปริมาณสารตกค้างอย่างปูนขาวอิสระ (Free lime) - [Carrier เข้าซื้อกิจการ 75F ดึง AI คุมระบบอาคารอัตโนมัติ พลิกโฉมวงการแอร์เชิงพาณิชย์](https://www.manutalkthai.com/carrier-acquires-75f-leveraging-ai-to-control-building-automation-systems-and-revolutionize-the-commercial-air-conditioning-industry/) - ล่าสุด Carrier (แคเรียร์) แบรนด์ยักษ์ใหญ่ด้านระบบปรับอากาศ ประกาศเข้าซื้อกิจการ 75F บริษัทผู้พัฒนาระบบอัตโนมัติสำหรับอาคารที่ขับเคลื่อนด้วยคลาวด์ ซึ่งดีลนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า อนาคตของระบบควบคุมอาคารเชิงพาณิชย์จะต้องเป็นระบบที่สามารถปรับแต่งการใช้พลังงาน ทำความเย็น และทำความร้อนได้เองโดยอัตโนมัติ (Autonomous) โดยแทบไม่ต้องพึ่งพามนุษย์มาคอยควบคุม ชื่อเสียงของ 75F ในวงการอุตสาหกรรมคือ "ความง่ายและรวดเร็ว" ระบบของพวกเขาทำงานผ่านการผสานเซนเซอร์ไร้สาย ซอฟต์แวร์บนคลาวด์ และระบบควบคุมที่สั่งการด้วย AI (AI-enabled controls) เข้าด้วยกัน ทำให้ได้ระบบบริหารจัดการอาคารที่มีจุดเด่นดังนี้: ติดตั้งง่ายและไว: เซนเซอร์แบบไร้สายช่วยลดความยุ่งยากในการเดินสายไฟหน้างาน ปรับแต่งตัวเองอัตโนมัติ (Self-optimizing): AI จะคอยเรียนรู้และปรับการใช้พลังงานให้คุ้มค่าที่สุดอยู่ตลอดเวลา ลดภาระวิศวกร: ระบบทดสอบและตั้งค่าการทำงาน (Commissioning) ทำได้รวดเร็ว ช่วยลดความซับซ้อนของงานติดตั้งลงไปได้มาก Carrier เตรียมนำความล้ำหน้าด้าน AI และระบบตั้งค่าอัตโนมัติของ 75F ไปต่อยอดและผสานเข้ากับแพลตฟอร์มเดิมที่บริษัทมีอยู่แล้วอย่าง WebCTRL รวมถึงนำไปใช้เสริมทัพในชุดระบบจัดการความร้อนสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) อีกด้วย โอกาสใหม่ของตลาดผู้รับเหมา ในอดีต ระบบควบคุมอาคารอัจฉริยะมักจะถูกผูกติดอยู่กับโครงการตึกระฟ้าขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนและใช้ทุนสร้างสูง แต่การควบรวมกิจการครั้งนี้ จะทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้เข้าถึงกลุ่มอาคารเชิงพาณิชย์ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง รวมถึงงานรีโนเวทปรับปรุงอาคารเก่า (Retrofit) ได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น - [Esri ส่ง "ArcGIS Velocity" แบบติดตั้งเอง วิเคราะห์ IoT เรียลไทม์ เจาะกลุ่มองค์กรความลับสูง](https://www.manutalkthai.com/esri-launches-arcgis-velocity-a-self-installable-solution-for-real-time-iot-analytics-targeting-high-security-organizations/) - ในยุคที่สายการผลิต ระบบโลจิสติกส์ และโครงสร้างพื้นฐานเต็มไปด้วยอุปกรณ์ IoT และเซนเซอร์ การติดตามข้อมูลแบบสดๆ (Real-time) คือหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการ แต่ความท้าทายคือ หลายองค์กรใหญ่หรือหน่วยงานรัฐไม่สามารถนำข้อมูลสำคัญเหล่านี้ไปประมวลผลบนคลาวด์สาธารณะได้ เพราะติดข้อจำกัดด้านความปลอดภัยขั้นสูง เพื่อปลดล็อกปัญหานี้ Esri ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ได้ประกาศเปิดตัว ArcGIS Velocity สำหรับใช้งานร่วมกับ ArcGIS Enterprise ในรูปแบบที่องค์กรสามารถ "นำไปติดตั้งและดูแลระบบได้เอง" (Self-hosted) โดยรองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Windows, Linux, เซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กร (On-premises) และคลาวด์ส่วนตัว (Private Cloud) ArcGIS Velocity เปรียบเสมือนสมองกลที่คอยรับข้อมูลมหาศาลจากเซนเซอร์และอุปกรณ์ IoT มาวิเคราะห์พิกัดและสถานะแบบเรียลไทม์ โดยมีจุดเด่นดังนี้: เชื่อมต่อไร้รอยต่อ: รองรับการดึงข้อมูลสำเร็จรูปจากผู้ให้บริการชั้นนำกว่า 20 แหล่ง เช่น ข้อมูลสภาพอากาศ ข้อมูลเที่ยวบิน รวมถึงทำงานร่วมกับโปรโตคอลเว็บพื้นฐานได้ทันที สั่งการอัตโนมัติ: เมื่อข้อมูลวิ่งเข้ามา ระบบสามารถเพิ่มบริบท วิเคราะห์ และส่งสัญญาณเตือน (Alerts) หรือสั่งการระบบอื่นต่อได้อัตโนมัติหากเกิดเหตุผิดปกติ ช่วยย่นระยะเวลาจาก "การมองเห็นปัญหา" ไปสู่ - [AMD ทุ่ม 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หนุน Anthropic สร้างขุมพลัง AI สเกลยักษ์ 2 กิกะวัตต์](https://www.manutalkthai.com/amd-is-investing-5-billion-to-support-anthropic-building-a-massive-2-gigawatt-ai-powerhouse/) - การแข่งขันในสมรภูมิ AI ยิ่งดุเดือดเท่าไหร่ โครงสร้างพื้นฐานหรือ "หลังบ้าน" ก็ต้องยิ่งทรงพลังขึ้นเท่านั้น ล่าสุด AMD ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งประวัติศาสตร์กับ Anthropic บริษัทผู้พัฒนา AI สุดล้ำอย่าง Claude เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานประมวลผล AI ที่ใช้พลังงานมหาศาลรวมถึง 2 กิกะวัตต์ (GW) ฮาร์ดแวร์ระดับท็อป เตรียมเดินเครื่องเฟสแรกปี 2027 เมื่อคนทั่วโลกแห่ใช้งาน AI เพิ่มขึ้น Anthropic จึงต้องเร่งขยายขุมพลังคอมพิวเตอร์ขนานใหญ่ โดยเลือกติดตั้งระบบตู้เซิร์ฟเวอร์แบบครบวงจร AMD Helios ซึ่งอัดแน่นไปด้วยขุมพลังรุ่นใหม่ล่าสุด: ชิปประมวลผล AI (GPU): รุ่น AMD Instinct MI455X (ซีรีส์ MI450) ชิปประมวลผลหลัก (CPU): รุ่น AMD EPYC “Venice” ระบบเครือข่าย & ซอฟต์แวร์: เทคโนโลยี AMD Pensando และซอฟต์แวร์ ROCm - [Dassault Systèmes ส่ง 3 ผู้ช่วย AI "AURA-LEO-MARIE" ลุยงานวิศวกรรมและสายการผลิตครบวงจร](https://www.manutalkthai.com/dassault-systemes-launches-three-ai-assistants-aura-leo-marie-to-handle-engineering-and-integrated-production-lines/) - วงการอุตสาหกรรมเตรียมต้อนรับเพื่อนร่วมงานคนใหม่ เมื่อ Dassault Systèmes ผู้นำด้านซอฟต์แวร์การออกแบบระดับโลก ประกาศเปิดตัวนวัตกรรม "ผู้ช่วยเสมือนจริง" (Virtual Companions) บนแพลตฟอร์ม 3DEXPERIENCE เพื่อเข้ามาเป็นผู้ช่วยมือขวาในการไขโจทย์ยาก ๆ ของกระบวนการทำงาน ตั้งแต่การออกแบบ พัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการผลิตจริง ทำความรู้จัก 3 ผู้ช่วยอัจฉริยะ Dassault ได้พัฒนา AI เหล่านี้ให้มีทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวรวมกันถึง 19 ทักษะ (Competencies) เพื่อรองรับงานอุตสาหกรรมในทุกมิติ โดยแบ่งออกเป็น 3 คาแรคเตอร์หลัก ได้แก่: AURA : ผู้ช่วยมือโปรด้านการบริหารจัดการโครงการ (Program Management) LEO : ผู้ช่วยสายแข็งที่รับจบงานวิศวกรรมที่ซับซ้อน (Complex Engineering) MARIE : ผู้ช่วยสายวิชาการ เจาะลึกข้อมูลวิทยาศาสตร์ขั้นสูง (Deep Science) ความน่าสนใจของผู้ช่วยเสมือนเหล่านี้ คือพวกมันไม่ได้ถูกออกแบบมาแค่ให้ถาม-ตอบเหมือน AI ทั่วไป แต่ระบบถูกฝึกฝนด้วย "องค์ความรู้เชิงอุตสาหกรรม" อย่างลึกซึ้ง - [Dell Pro Precision x Dell Pro AI Studio: จุดเริ่มต้น AI ที่ใช่สำหรับทุกองค์กร [Guest Post]](https://www.manutalkthai.com/dell-pro-precision-x-dell-pro-ai-studio-guest-post/) - ในยุคที่ AI กลายเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนธุรกิจ องค์กรทุกขนาดต่างมองหา "จุดเริ่มต้น" ที่แข็งแรงพอจะรองรับงานตั้งแต่การออกแบบ วิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการพัฒนาโมเดล AI ของตัวเอง Dell Pro Precision คือคำตอบ workstations อันดับ 1 ของโลกที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับงานระดับมืออาชีพอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบ งานสร้างสรรค์ หรือการเป็น AI Starter ที่พาองค์กรก้าวเข้าสู่โลกของ AI ได้อย่างมั่นใจ ทำไมต้อง Dell Pro Precision Dell Pro Precision มาพร้อม The Dell Advantage ที่ครบเครื่องทั้งประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการออกแบบ: ประสิทธิภาพอัจฉริยะ — ซีพียู Intel และ AMD รุ่นใหม่พร้อมเทคโนโลยี AI, การ์ดจอมืออาชีพจาก NVIDIA และ AMD, การ์ด Qualcomm AI-100 - [🚀 อบรมฟรี! เจาะลึก Power BI จับมือทำ Dashboard แบบ Real-time ด่วน รับจำกัด 40 สิทธิ์](https://www.manutalkthai.com/jobprompt-training-power-bi-workshop/) - JobPrompt เปิดตี้ชวนอัปสกิล Data! กับงาน "JobPrompt Power BI Workshop" ใครที่อยากเปลี่ยนข้อมูล Excel ให้เป็น Dashboard แบบมือโปร ต้องห้ามพลาดงานนี้! JobPrompt จัดเวิร์กชอปให้ผู้บริหารและหัวหน้างานมาลงมือทำจริง เรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐานจนสร้าง Report แบบ Interactive ได้ 🚀 ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย รับเพียง 40 ท่านเท่านั้น 📅 วันที่: 17 สิงหาคม 2569⏰ เวลา: 13.00 – 17.00 น.📍 สถานที่: อาคารพหลโยธินเพลส ชั้น 35🚆 BTS อารีย์ ทางออก 4🔗 สมัครเข้าร่วม JobPrompt Power BI Workshop ฟรี: https://forms.gle/m6BePxJ4W8MGb3dr7 🎯 สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ ✅ - [ยู สวอพ ยกระดับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าสลับแบตเตอรี่ในไทยเผยโฉม UNEX EV 6x4 Tractor Truck ขับเคลื่อนโลจิสติกส์ไทยสู่ยุคคาร์บอนต่ำ [PR]](https://www.manutalkthai.com/u-swap-unex-ev-6x4-tractor-truck-pr/) - หลังผ่านการขึ้นทะเบียนในประเทศไทยและทดสอบเบื้องต้นในพื้นที่แหลมฉบัง ชูอัตราการใช้พลังงานไม่เกิน 1.3 kWh ต่อกิโลเมตร พร้อมเทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่ที่ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ตอบโจทย์ประสิทธิภาพการดำเนินงานและสนับสนุนเป้าหมายด้านคาร์บอนของผู้ประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ไทย บริษัท ยู สวอพ จำกัด (U Swap Company Limited) บริษัทในเครือของบริษัท ยู เพาเวอร์ ลิมิเต็ด (U Power Limited) เดินหน้าขยายระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าสลับแบตเตอรี่ในประเทศไทย พร้อมเผยโฉม UNEX EV 6x4 Tractor Truck รถหัวลากไฟฟ้าสลับแบตเตอรี่สำหรับงานขนส่งเชิงพาณิชย์ หลังผ่านการขึ้นทะเบียนในประเทศไทยและทดสอบการใช้งานเบื้องต้นในพื้นที่แหลมฉบัง โดยรถชุดแรกได้เดินทางถึงประเทศไทยและพร้อมสำหรับการนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์แล้ว UNEX EV 6x4 Tractor Truck เป็นวิศวกรรมยานยนต์เชิงพาณิชย์เจเนอเรชันล่าสุดจาก SAIC Motor หนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำของจีน ที่ผสานเข้ากับ เทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่ UOTTA™ เพื่อเป็นยานยนต์สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ที่ต้องเดินรถอย่างต่อเนื่อง ชูจุดเด่นด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ช่วยลดเวลาการรอชาร์จ จากการใช้เวลาสลับแบตเตอรี่ไม่ถึง 5 นาที เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารรอบขนส่ง และรองรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายเจมี่ - [เจาะลึกธุรกิจ SoftPower IT ผู้ยกระดับโรงงานไทยด้วย SAP Business One ระบบ ERP ที่ไม่ต้องลงทุนสูง แต่ได้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง](https://www.manutalkthai.com/softpower-it-sap-business-one/) - อุตสาหกรรมการผลิตไทยกำลังถูกบีบด้วยแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นและความผันผวนของ Supply Chain การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิทัลจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็น แต่กำแพงชิ้นใหญ่ที่ขวางกั้นโรงงานขนาดกลางไปจนถึงระดับ Enterprise ที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ คือต้นทุนมหาศาลของระบบ Enterprise Resource Planning หรือ ERP ระดับโลก ที่มักมาพร้อมตัวเลขหลักสิบล้านและค่า Subscription รายปีที่พุ่งสูง แต่ปัญหานั้นจะหมดไปด้วย SAP Business One ที่ คุณอุษา จิรอนันตกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซอฟท์เพาเวอร์ ไอที จำกัด หรือ SoftPower IT พาร์ทเนอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ และยืนหยัดในวงการมากว่า 14 ปี ยืนยันว่า ฟีเจอร์ของ SAP Business One เมื่อผสานกับการออกแบบให้เข้ากับแต่ละองค์กรโดย SoftPowerIT จะช่วยติดปีกให้องค์กรทุกระดับเติบโตในยุคดิจิทัล ซึ่งรายละเอียดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามได้ในบรรทัดจากนี้ ช่องว่างตลาด ERP และจุดยืนแบบ Niche Expert คุณอุษา เล่าให้ฟังว่า ท่ามกลางการแข่งขันของเวนเดอร์ ERP - [Toshiba เสริมทัพ "Digital Isolator" รุ่นใหม่ ชูจุดเด่นกินไฟต่ำ-ดีไซน์จิ๋ว ปกป้องเครื่องจักรในโรงงานยุคใหม่](https://www.manutalkthai.com/toshiba-strengthens-its-lineup-with-a-new-digital-isolator-model/) - ในยุคที่โรงงานอุตสาหกรรมเดินหน้าด้วยระบบอัตโนมัติ (Automation) เครื่องจักรสำคัญอย่างระบบควบคุม PLC, อินเวอร์เตอร์ หรือมอเตอร์ต่าง ๆ ต้องทำงานด้วยความเร็วที่สูงขึ้น สิ่งที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ "สัญญาณรบกวน" และความเสี่ยงจากความผิดปกติของกระแสไฟฟ้า ดังนั้น อุปกรณ์ "ไอโซเลเตอร์" (Isolator) ที่ทำหน้าที่แยกวงจรและป้องกันความเสียหายทางไฟฟ้า จึงเปรียบเสมือนเกราะป้องกันที่ขาดไม่ได้ เพื่อตอบรับความท้าทายนี้ Toshiba (โตชิบา) ได้ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในซีรีส์ DCL34xx0B ซึ่งเป็นชิปแยกสัญญาณดิจิทัลแบบ 4 ช่องสัญญาณ (Quad-channel Digital Isolator) เพิ่มเติมอีก 4 รุ่น ได้แก่ DCL340L0B, DCL340H0B (แบบส่งไปข้างหน้า 4 ช่อง) และ DCL342L0B, DCL342H0B (แบบส่งไปข้างหน้า 2 ช่องและรับกลับ 2 ช่อง) ไฮไลต์เด่นของซีรีส์ DCL34xx0B ใหม่: การออกแบบครั้งนี้ โตชิบาเน้นตอบโจทย์เทรนด์โรงงานยุคใหม่ที่ต้องการอุปกรณ์ขนาดเล็กลง แต่อายุการใช้งานยาวนานและประหยัดพลังงานมากขึ้น โดยมีจุดเด่นหลักดังนี้: ประหยัดไฟขั้นสุด: ด้วยเทคโนโลยีวงจรแบบใหม่ ทำให้กินกระแสไฟเฉลี่ยเพียง - [ABB ทุ่มซื้อกิจการ Advantics คว้าเทคโนโลยีแปลงไฟ "Silicon Carbide" ดันประสิทธิภาพพุ่ง 99%](https://www.manutalkthai.com/abb-acquires-advantics-gaining-access-to-its-silicon-carbide-power-converter-technology-boosting-efficiency-to-99-percent/) - ล่าสุด ABB บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการ Advantics บริษัทจากฝรั่งเศสผู้เชี่ยวชาญด้านระบบแปลงพลังงานไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Silicon Carbide - SiC โดยคาดว่ากระบวนการเข้าซื้อกิจการจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2026 ในระบบไฟฟ้าทั่วไป กระแสไฟมักจะต้องถูกแปลงสลับไปมาระหว่างกระแสสลับ (AC) และกระแสตรง (DC) ซึ่งทุกครั้งที่เกิดการแปลง ระบบจะสูญเสียพลังงานทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ เทคโนโลยีของ Advantics เข้ามาตอบโจทย์เรื่องนี้แบบตรงจุด โดยนำเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงอย่างซิลิคอนคาร์ไบด์มาใช้พัฒนา "โมดูลแปลงไฟ" ที่ผสานการทำงานของฮาร์ดแวร์ เฟิร์มแวร์ และซอฟต์แวร์เข้าด้วยกัน ช่วยลดกระบวนการแปลงไฟที่ซ้ำซ้อน และสร้างประสิทธิภาพการแปลงพลังงานได้สูงสุดถึง 99% การดึง Advantics มาร่วมทีม จะช่วยเสริมเขี้ยวเล็บให้กับพอร์ตโฟลิโอระบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ของ ABB อย่างมหาศาล เมื่อนำสุดยอดเทคโนโลยีแปลงไฟมาผสานกับความเชี่ยวชาญระดับโลกของ ABB ทั้งในเรื่องระบบป้องกัน การกระจายกระแสไฟฟ้า และการควบคุมระบบดิจิทัล จะทำให้ ABB สามารถบุกตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วได้อย่างเต็มกำลัง ไม่ว่าจะเป็น: ศูนย์ข้อมูล (Data Center): รองรับระบบเซิร์ฟเวอร์มหาศาลที่ต้องการระบบไฟที่เสถียรและประหยัดพลังงานขั้นสุด โครงสร้างพื้นฐานรถยนต์ไฟฟ้า (EV): - [Siemens ฮุบกิจการ Defacto ดึงระบบอัตโนมัติแก้ปม "ออกแบบชิป" สุดซับซ้อน](https://www.manutalkthai.com/siemens-acquires-defacto-leveraging-its-automation-systems-to-solve-complex-chip-design-challenges/) - Siemens (ซีเมนส์) ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ประกาศเดินหน้าเข้าซื้อกิจการ Defacto Technologies บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ออกแบบชิปจากฝรั่งเศส เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บในตลาดซอฟต์แวร์ออกแบบระบบอิเล็กทรอนิกส์ (EDA) สอดรับในยุคที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีล้ำหน้าขึ้นทุกวัน "ชิป" หรือเซมิคอนดักเตอร์ที่เป็นหัวใจสำคัญก็ยิ่งทวีความซับซ้อนตามไปด้วย ทำไมดีลนี้ถึงน่าจับตา?...ปัจจุบันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กำลังเปลี่ยนผ่านจากการออกแบบชิปแบบก้อนเดียวใหญ่ ๆ (Monolithic) ไปสู่การนำชิ้นส่วนจิ๋วหลาย ๆ ชิ้นมาประกอบเข้าด้วยกัน (Chiplet) และการสร้างระบบบนชิป (SoC - System on Chip) ที่สลับซับซ้อนยิ่งขึ้น เมื่อชิ้นส่วนและจุดเชื่อมต่อมีจำนวนเพิ่มขึ้นมหาศาล การใช้แรงงานคนและกระบวนการประกอบแบบแมนนวล (Manual) จึงกลายเป็นเรื่องที่ทั้งกินเวลาและเสี่ยงที่จะเกิดความผิดพลาดสูงมาก อุตสาหกรรมจึงต้องการ "ระบบอัตโนมัติ" เข้ามาช่วยตั้งแต่เนิ่น ๆ Defacto Technologies (ก่อตั้งในปี 2003) มีไม้เด็ดคือซอฟต์แวร์ที่ช่วย "จัดระบบอัตโนมัติ" ให้กับการสร้างและประกอบชิป SoC โดยเฉพาะ ช่วยจัดการทั้งการวางโครงสร้าง การเชื่อมต่อ และการจัดการระบบพลังงานภายในชิปผ่านฐานข้อมูลที่เป็นหนึ่งเดียว การดึง Defacto เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Siemens จะช่วยอุดรอยรั่วและเชื่อมต่อกระบวนการออกแบบชิปให้ลื่นไหลแบบไร้รอยต่อ (End-to-end) ตั้งแต่เริ่มร่างแบบ ไปจนถึงการทดสอบและการผลิตขั้นสุดท้าย การขยับตัวของ - [Sky Intelligence ผนึก Nvidia และ ABB ดัน "Physical AI" พลิกโฉมสายการผลิต](https://www.manutalkthai.com/sky-intelligence-teams-up-with-nvidia-and-abb-to-drive-physical-ai-and-revolutionize-manufacturing/) - อุตสาหกรรมการผลิตกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อ Sky Intelligence บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีDigital Twin ประกาศความร่วมมือระดับโลกกับ Nvidia และ ABB Robotics เพื่อผลักดันแนวคิด "Physical AI" (AI เชิงกายภาพ) สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตที่ต้องการความแม่นยำสูง ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในงาน World Artificial Intelligence Conference (WAIC 2026) ที่นครเซี่ยงไฮ้ โดยมีการเปิดตัว White Paper ที่ชี้ให้เห็นทิศทางใหม่ของวงการผลิต ว่ากำลังจะเปลี่ยนผ่านจากยุคที่ "หุ่นยนต์ทำตามคำสั่งแบบตายตัว" (Fixed Automation) ไปสู่ระบบที่ฉลาดขึ้นและคิดวิเคราะห์สภาพแวดล้อมจริงได้ Physical AI คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ? White Paper ฉบับนี้ระบุชัดเจนว่า การจะทำให้สายการผลิตฉลาดอย่างแท้จริง ไม่สามารถพึ่งพาแค่โปรแกรม AI เดี่ยว ๆ หรือหุ่นยนต์เพียงตัวเดียวได้ แต่ต้องสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ Robot Vision, Processing, Digital Twin และ - [มิตซูบิชิฯ ควงแขน โซนี่ ตั้งบริษัทร่วมทุน ปั้น "AI Vision Sensor" พลิกโฉมโรงงานอัจฉริยะ](https://www.manutalkthai.com/mitsubishi-and-sony-join-forces-to-establish-a-joint-venture-to-develop-an-ai-vision-sensor-to-revolutionize-smart-factories/) - Mitsubishi Electric และ Sony Semiconductor Solutions ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เตรียมตั้งบริษัทร่วมทุนแห่งใหม่ในชื่อ Advanced Vision Solutions Co., Ltd. ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม 2026 (หลังผ่านการอนุมัติตามขั้นตอนทางกฎหมาย) เป้าหมายสำคัญของการจับมือครั้งนี้ คือการเร่งพัฒนาระบบสายการผลิตและเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม ให้ก้าวสู่ความเป็นอัตโนมัติขั้นสุดยอด การตั้งบริษัทร่วมทุนครั้งนี้ คือการนำจุดแข็งที่เป็นไม้ตายของทั้งสองค่ายมารวมกัน เพื่อสร้างระบบที่ฉลาดและแม่นยำที่สุด: Sony: นำความเชี่ยวชาญอันดับต้นๆ ของโลกด้าน "เซนเซอร์รับภาพ" (Image Sensors) และเทคโนโลยีการประมวลผล AI ที่ปลายทาง (Edge AI) มาเป็นหัวใจหลัก Mitsubishi Electric: นำองค์ความรู้และประสบการณ์อันยาวนานด้าน "ระบบควบคุมอัตโนมัติในโรงงาน" (Factory Automation - FA) มาผสานการทำงานเพื่อสั่งการเครื่องจักร "ดวงตาอัจฉริยะ" ที่คิดและสั่งการได้เอง ผลิตภัณฑ์หลักที่บริษัทร่วมทุนนี้จะพัฒนาคือ AI Vision Sensor ซึ่งความล้ำหน้าอยู่ตรงที่ ตัวเซนเซอร์จะสามารถใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลภาพได้ "โดยตรงจากหน้าเลนส์" ทันที - [ทรัมป์ยื่นคำขาด เว้นภาษี "ยาสามัญ" นำเข้า 2 ปี ก่อนดีดพุ่ง 200% บีบผู้ผลิตตั้งโรงงานในสหรัฐฯ](https://www.manutalkthai.com/trump-issues-ultimatum-waive-tariffs-on-imported-generic-drugs-for-2-years-before-they-surge-200-percent/) - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาตรการการค้าสุดเข้มข้นอีกครั้ง โดยประกาศให้เวลาผ่อนผัน 2 ปีสำหรับ "ยาสามัญ" (Generic Drugs) ที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ ให้เสียภาษีในอัตรา 0% ก่อนจะเริ่มปรับขึ้นภาษีแบบก้าวกระโดดจนถึง 200% เพื่อส่งสัญญาณชัดเจนไปยังบริษัทยาข้ามชาติว่า หากต้องการขายยาในอเมริกา ต้องย้ายฐานการผลิตกลับมาตั้งโรงงานบนแผ่นดินสหรัฐฯ เท่านั้น เปิดไทม์ไลน์บันได 3 ขั้น บีบย้ายฐานการผลิต มาตรการภาษียาสามัญนำเข้าจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป โดยแบ่งการบังคับใช้ออกเป็น 3 ช่วง: ช่วงที่ 1 (ปี 2026 - 2028): คงอัตราภาษีไว้ที่ 0% นาน 2 ปี เพื่อเปิด "หน้าต่างโอกาส" ให้บริษัทยามีเวลาเตรียมตัวในการก่อสร้างโรงงานและติดตั้งเครื่องจักรในสหรัฐฯ ช่วงที่ 2 (ปี 2028 - 2029): ปรับขึ้นภาษีนำเข้าเป็น 100% นาน 1 ปี - [Vertiv ทุ่มทุนขยายฐานผลิตในอิตาลี ดันกำลังผลิตระบบระบายความร้อน Data Center โต 2 เท่า](https://www.manutalkthai.com/vertiv-invests-heavily-in-expanding-its-production-facilities-in-italy/) - ในยุคที่เทคโนโลยี AI เติบโตแบบก้าวกระโดด สิ่งที่ตามมาคือการประมวลผลที่หนักหน่วง ซึ่งทำให้ Data Center หรือศูนย์ข้อมูลทั่วโลกต้องเผชิญกับ "ความร้อน" มหาศาลในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน การบริหารจัดการความร้อนจึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในปัจจุบัน เพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ Vertiv ผู้นำระดับโลกด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ได้ประกาศเดินหน้าลงทุนครั้งใหญ่ ขยายขีดความสามารถของโรงงานและศูนย์ทดสอบเทคโนโลยีที่เมืองตอญญานา (Tognana) ประเทศอิตาลี เป้าหมายหลักของการลงทุนครั้งนี้ คือการเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องทำความเย็น (Chiller) ขึ้นถึง 2 เท่าภายในสิ้นปี 2026 นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมเปิดห้องปฏิบัติการทดสอบขนาดใหญ่แห่งใหม่ในช่วงต้นปี 2027 อีกด้วย ห้องปฏิบัติการแห่งใหม่นี้จะถูกใช้เพื่อจำลองและทดสอบระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวขนาดใหญ่ ภายใต้สภาวะการทำงานที่หนักหน่วงและอุณหภูมิที่รุนแรงสุดขั้ว เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าระบบจะทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบเมื่อนำไปติดตั้งหน้างานจริง ช่วยให้การวางระบบที่ซับซ้อนทำได้เร็วและมั่นใจยิ่งขึ้น คุณ Gio Albertazzi ซีอีโอของ Vertiv เล่าภาพให้เห็นชัดเจนว่า "กระแส AI ได้สร้างความต้องการด้านการระบายความร้อนในแบบที่ไม่มีใครคาดคิดเมื่อ 2 ปีก่อน ทั้งเรื่องความหนาแน่นของเซิร์ฟเวอร์ที่สูงขึ้น ความต้องการติดตั้งที่รวดเร็ว และที่สำคัญคือระบบต้องมีความเสถียรขั้นสุดแบบประนีประนอมไม่ได้ การขยายศูนย์ที่อิตาลีครั้งนี้จึงช่วยให้เราก้าวนำหน้าตลาด พร้อมรองรับชิปประมวลผลทั้งในยุคนี้และยุคอนาคต" ปัจจุบัน ศูนย์วิจัยที่อิตาลีแห่งนี้ถือเป็นกลไกสำคัญของ Vertiv ที่รวบรวมไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัย พัฒนา ผลิต - [Bosch จับมือ Toyota, BMW และ Repsol ทดสอบรถยนต์ Renewable Gasoline ชูเทคโนโลยี Digital Fuel Twin ยกระดับ ESG](https://www.manutalkthai.com/bosch-digital-fuel-twin-renewable-gasoline-pilot/) - Bosch ร่วมกับ Toyota Motor Europe, BMW Group และ Repsol เดินหน้าทดสอบการใช้งานยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันเบนซินหมุนเวียน หรือ Renewable Gasoline 100% ในประเทศสเปน โดยการทดสอบนี้อยู่ภายใต้สภาวะใช้งานจริง และใช้เทคโนโลยี Digital Fuel Twin จาก Bosch เพื่อติดตามและตรวจสอบข้อมูลการเติมน้ำมันตลอดการทดสอบ โครงการดังกล่าวกินระยะเวลา 6 เดือนนี้เริ่มต้นขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2026 โดยใช้รถยนต์โดยสารจาก Toyota, Lexus และ BMW ประมาณ 20 คัน รถยนต์เหล่านี้จะใช้พลังงานจาก Nexa 95 ซึ่งเป็นน้ำมันเบนซินหมุนเวียน 100% ของ Repsol ผลิตจากวัตถุดิบที่สอดคล้องกับมาตรฐาน Renewable Energy Directive (RED) และสามารถใช้งานร่วมกับเครื่องยนต์เบนซินและโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์ สิ่งที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้โครงการนี้มีความน่าเชื่อถือและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้คือ โซลูชันการติดตามเชื้อเพลิงดิจิทัลของ Bosch ที่ระบบจะรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลการเติมน้ำมันจากหลายแหล่ง ทั้งจากตัวยานพาหนะ, สถานีบริการน้ำมัน และธุรกรรมบัตรเติมน้ำมัน - [เจาะลึกภัยเงียบหลังบ้าน! เมื่อการย้ายระบบขึ้น Cloud ERP ซ่อนปัญหา "สิทธิ์การเข้าถึง" ที่ฝ่าย IT แก้คนเดียวไม่ได้](https://www.manutalkthai.com/when-migrating-a-system-to-the-cloud-erp-often-hides-access-rights-issues-that-the-it-department-alone-cannot-resolve/) - ในการพลิกโฉมองค์กรหรือโรงงานอุตสาหกรรมสู่ระบบ Cloud ผู้บริหารมักทุ่มความสนใจไปที่ตารางการทำงาน โครงสร้างสถาปัตยกรรม และการเชื่อมต่อแอปพลิเคชัน โดยมักจะมองเรื่อง การจัดการตัวตนและสิทธิ์การเข้าถึง (IAM - Identity and Access Management) เป็นเพียงหนึ่งในงานย่อย และปัดความรับผิดชอบไปให้ทีมไอทีดูแล เพราะเชื่อว่าเมื่อตั้งค่าระบบเสร็จ ทุกอย่างจะขับเคลื่อนไปได้เอง แต่ในความเป็นจริง นี่คือ "ระเบิดเวลา" ด้านการจัดการที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการทรานส์ฟอร์มองค์กร เมื่อการเติบโต สร้างความซับซ้อนที่มองไม่เห็น ปัญหาเรื่องสิทธิ์การเข้าถึงมักจะไม่แสดงอาการในตอนที่ระบบเพิ่งออนไลน์ แต่จะเริ่มเผยให้เห็นความวุ่นวายผ่านกิจกรรมธรรมดา ๆ ในแต่ละวัน เช่น เมื่อพนักงานมีการย้ายแผนก เลื่อนตำแหน่ง หรือลาออก แม้ว่าระบบอัตโนมัติของฝ่ายบุคคลจะทำงานได้ดี แต่กระบวนการ "อนุมัติสิทธิ์" ในแต่ละแอปพลิเคชันมักจะกระจัดกระจายและติดหล่ม บางระบบอนุมัติไว บางระบบต้องรอผู้จัดการหลายลำดับขั้น ส่งผลให้พนักงานมีสิทธิ์ค้างอยู่ในระบบเก่า (ซึ่งเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัย) แต่กลับเข้าใช้งานระบบที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งใหม่ไม่ได้สักที ความวุ่นวายเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีที่ล้มเหลว แต่เกิดจากโครงสร้างการจัดการที่ปรับตัวไม่ทันกับระบบนิเวศของแอปพลิเคชันที่ขยายตัว ทางออกคือ "ผู้นำธุรกิจ" ต้องลงมาคุมพวงมาลัย ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของการจัดการสิทธิ์เข้าถึง ไม่ใช่เรื่องของระบบหรือโค้ดคำสั่ง แต่คือ การขาดความเป็นเจ้าของจากฝั่งธุรกิจ (Business Ownership) ทีมไอทีหรือทีมความปลอดภัยทางไซเบอร์สามารถสร้างระบบอัตโนมัติและตั้งค่าป้องกันได้ แต่ "ผู้นำธุรกิจ" ต่างหากที่ต้องเป็นคนกำหนดว่า - [เบรกหัวทิ่ม! ฮังการีระงับเมกะโปรเจกต์โรงงานแบตเตอรี่จีน สะเทือนซัพพลายเชน EV ของ BMW และ Mercedes-Benz](https://www.manutalkthai.com/hungary-suspends-mega-project-battery-factory-in-china-shaking-the-ev-supply-chains-of-bmw-and-mercedes-benz/) - โครงการระดับเมกะโปรเจกต์ที่ตั้งเป้าจะเป็นเส้นเลือดใหญ่ป้อนชิ้นส่วนสำคัญให้กับค่ายรถยุโรปมีอันต้องสะดุด เมื่อแผนการสร้างโรงงานผลิต "อิเล็กโทรไลต์" (สารสำคัญในแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า) ของบริษัทจีนในประเทศฮังการี ถูกภาครัฐถอดออกจากสถานะ "โครงการที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากโปรเจกต์ความหวัง สู่ความว่างเปล่า ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคม 2025 KunlunChem ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตอิเล็กโทรไลต์ระดับท็อป 5 ของโลกจากจีน ได้ประกาศแผนลงทุนสร้างโรงงานแห่งแรกในยุโรปที่เมือง Szolnok ประเทศฮังการี เป้าหมายสูงสุดของดีลนี้คือการเป็นซัพพลายเออร์หลัก เพื่อป้อนวัตถุดิบให้กับฐานการผลิตรถยนต์ EV ของ BMW และ Mercedes-Benz ที่ตั้งอยู่ในประเทศฮังการี แต่ล่าสุด Andrea Rost สมาชิกรัฐสภาในพื้นที่ เปิดเผยข้อมูลจากการตรวจสอบกับกระทรวงและหน่วยงานท้องถิ่นพบว่า โครงการนี้ชะงักงันอย่างสมบูรณ์: ยังไม่มีการยื่นขอใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อม ไม่มีกระบวนการพิจารณาทางกฎหมายใด ๆ ดำเนินอยู่ พื้นที่ก่อสร้างยังคงว่างเปล่า ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้โปรเจกต์นี้ไปต่อไม่ได้ คือ "แรงต้านจากคนในพื้นที่" แม้การลงทุนเฟสแรกจะช่วยสร้างงานได้ถึง 140 ตำแหน่ง แต่ชาวเมือง องค์กรภาคประชาสังคม ไปจนถึงสภาเมือง Szolnok นำโดยนายกเทศมนตรี Mihály Györfi ต่างรวมพลังต่อต้าน โดยประกาศจุดยืนชัดเจนว่า ไม่ต้อนรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่เข้ามาในเขตเมืองเด็ดขาด หากสิ่งนั้นสร้างความกังวลด้านความปลอดภัยและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม - [Kuehne+Nagel ผนึก Blue Yonder ปูพรม AI คุมคลังสินค้ากว่า 1,000 แห่ง พลิกโฉมโลจิสติกส์โลก](https://www.manutalkthai.com/kuehnenagel-and-blue-yonder-join-forces-to-deploy-ai-powered-solutions-to-manage-over-1000-warehouses/) - Kuehne+Nagel ยักษ์ใหญ่ด้านการจัดการคลังสินค้าและโลจิสติกส์ระดับโลก ประกาศเดินหน้าอัปเกรดระบบบริหารจัดการคลังสินค้าครั้งมโหฬารที่สุดในอุตสาหกรรม โดยจับมือกับ Blue Yonder นำเทคโนโลยีคลาวด์และ Agentic AI เข้ามาบริหารศูนย์กระจายสินค้ากว่า 1,000 แห่ง ในเกือบ 100 ประเทศทั่วโลก ยกระดับ "KN SwiftLOG" สู่สมองกลอัจฉริยะ การยกเครื่องครั้งนี้ Kuehne+Nagel ได้เลือกใช้เทคโนโลยีการจัดการคลังสินค้าจาก Blue Yonder เข้ามาเป็นขุมพลังขับเคลื่อนระบบเดิมของบริษัทที่ชื่อว่า KN SwiftLOG ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มบนคลาวด์ (Cloud-native) อย่างเต็มตัว การเข้ามาของ Agentic AI จะเปลี่ยนโฉมคลังสินค้าให้ฉลาดขึ้นกว่าเดิม ระบบจะไม่ใช่แค่พื้นที่เก็บข้อมูล แต่จะทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเชิงลึก (Data-driven insights) มาใช้วางแผนงานอัตโนมัติ เพิ่มความโปร่งใสให้เห็นทุกความเคลื่อนไหว และที่สำคัญที่สุดคือ สามารถปรับตัวรับมือกับความผันผวนของซัพพลายเชนโลกได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดความสูญเสียและใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด สร้างมาตรฐานเดียวทั่วโลก เริ่มนำร่องที่ "เอเชีย" Eduardo Razuck ผู้บริหารระดับสูงฝ่าย Contract Logistics ของ Kuehne+Nagel ระบุว่า ความซับซ้อนของห่วงโซ่อุปทานในปัจจุบัน - [Intel ผนึกกำลัง Fortinet ซุ่มสร้างชิป "SP6" เกราะป้องกันขั้นสุดยอดให้กับภาคอุตสาหกรรม](https://www.manutalkthai.com/intel-and-fortinet-are-secretly-developing-the-sp6-chip/) - วงการไซเบอร์ซีเคียวริตี้และเซมิคอนดักเตอร์ต้องจับตา เมื่อสองยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Intel และ Fortinet ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ เพื่อเดินหน้าพัฒนา Security Processor 6 (SP6) ชิปประมวลผลด้านความปลอดภัยรุ่นใหม่ล่าสุด ที่จะเข้ามาเป็นเกราะป้องกันขั้นสุดยอดให้กับภาคอุตสาหกรรมและองค์กรทั่วโลก ภาคการผลิตกำลังเร่งเครื่องเปลี่ยนผ่านสู่ "โรงงานอัจฉริยะ" (Smart Factory) อย่างเต็มตัว การเชื่อมต่อเครื่องจักร ระบบเซนเซอร์ และอุปกรณ์ IIoT (Industrial IoT) เข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ถือเป็นหัวใจสำคัญในการดึงข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อเพิ่มผลผลิต แต่ในขณะเดียวกัน การเชื่อมต่อเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนการเปิดประตูบานใหญ่ให้ภัยคุกคามทางไซเบอร์สามารถเจาะเข้ามาล้วงข้อมูล หรือแม้กระทั่งสั่งหยุดสายการผลิตได้ เพื่อรับมือกับภัยเงียบนี้ สองยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Intel และ Fortinet จึงได้ประกาศความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ เดินหน้าพัฒนา Security Processor 6 (SP6) ชิปประมวลผลด้านความปลอดภัยรุ่นใหม่ล่าสุด ที่จะเข้ามาเป็นเกราะป้องกันขั้นสุดยอดให้กับภาคอุตสาหกรรม การผสาน "สุดยอดอาวุธ" ของสองวงการ การร่วมมือครั้งนี้เปรียบเสมือนการนำจุดแข็งขั้นสุดของทั้งสองบริษัทมาหลอมรวมกัน: Fortinet: ดึงเอาประสบการณ์และความเชี่ยวชาญกว่า 2 ทศวรรษ ในการออกแบบชิปประมวลผลเฉพาะทาง (ASIC) สำหรับระบบรักษาความปลอดภัย ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงาน Intel: - [ไทย-จีน ยกระดับพันธมิตร ผนึกกำลังลุย "AI - Supply Chain" ปูทางสู่อุตสาหกรรมอนาคต](https://www.manutalkthai.com/thailand-and-china-upgrade-their-alliance-joining-forces-to-advance-in-ai-and-supply-chain/) - ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมระหว่างไทยและจีนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่แนบแน่นและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ล่าสุด รัฐบาลของทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญเพื่อเดินหน้ายกระดับความร่วมมือด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และการรักษาความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) แถลงการณ์ร่วมฉบับนี้ถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ หลังจากการเยือนกรุงปักกิ่งเป็นเวลา 5 วันของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการสร้าง "อนาคตที่มั่งคั่งร่วมกัน" (Shared Prosperous Future) ล็อคเป้าอุตสาหกรรมไฮเทค รับยุคดิจิทัล ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) ทั้งสองประเทศมองเห็นโอกาสในการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่ จึงได้ตกลงที่จะผสานนโยบายและแบ่งปันองค์ความรู้ในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์อย่างเข้มข้น ครอบคลุมตั้งแต่: ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง: หัวใจหลักของการอัปเกรดภาคการผลิต ยานยนต์และพลังงานสะอาด: ต่อยอดฐานการผลิตของไทยสู่ฮับยานยนต์แห่งอนาคต วัสดุขั้นสูงและอวกาศการบิน (Aerospace): ยกระดับขีดความสามารถทางวิศวกรรม เทคโนโลยีการเกษตร สาธารณสุข และข้อมูลเชิงพื้นที่ (Geospatial): เพื่อการวางแผนระดับประเทศที่แม่นยำ ประสาน "อุตสาหกรรม-งานวิจัย" สร้างเกราะคุ้มกันซัพพลายเชน ประเด็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับภาคธุรกิจคือ การตกลงที่จะเชื่อมโยงการทำงานระหว่าง "ภาคอุตสาหกรรม" และ "สถาบันวิจัย" ของทั้งสองประเทศเข้าด้วยกัน เป้าหมายหลักคือการเสริมความแข็งแกร่งและปกป้องห่วงโซ่อุปทานในภาคส่วนที่สำคัญ (Strategic Sectors) เพื่อให้มั่นใจว่าสายการผลิต การป้อนวัตถุดิบ และนวัตกรรม - [ฉลอง 30 ล้านคัน! GAC Group ผงาดเวทีโลก โชว์ยอดส่งออกพุ่ง 132% พร้อมยอดขาย EV ในไทยโตกระฉูด 3 เท่า](https://www.manutalkthai.com/celebrating-30-million-vehicles-gac-group-shines-on-the-global-stage-showcasing-a-132-percent-surge-in-exports/) - ก้าวเข้าสู่ทำเนียบแบรนด์รถยนต์ระดับโลกอย่างเต็มภาคภูมิ เมื่อ GAC Group ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากจีน ได้เฉลิมฉลองหมุดหมายหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ในวันที่ 16 กรกฎาคม ด้วยการผลิตรถยนต์ครบ "30 ล้านคัน" ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวในตลาดสากลอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 GAC ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ยอดส่งออกรถยนต์ภายใต้แบรนด์ของตัวเองพุ่งทะลุ 121,500 คัน หรือเติบโตขึ้นถึง 132% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แรงหนุนสำคัญมาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นใน 5 ภูมิภาคหลัก ได้แก่ อเมริกา เอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป ปัจจุบัน GAC ขยายอาณาจักรธุรกิจไปแล้วกว่า 110 ประเทศ มีเครือข่ายจุดจำหน่ายและบริการ 746 แห่งทั่วโลก และเพื่อรองรับการเติบโตนี้ บริษัทได้ตั้งโรงงานผลิตในต่างประเทศแล้ว 6 แห่ง พร้อมศูนย์กระจายอะไหล่อีก 9 แห่ง สร้างระบบนิเวศแบบครบวงจรตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การผลิต ไปจนถึงการขายที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละท้องถิ่น ตลาดเอเชียและไทยร้อนแรก ในฝั่งอเมริกา รุ่นรถยนต์ของ - [ปิดตำนาน 34 ปี! LG เตรียมรูดม่านปิดโรงงานแห่งแรกในจีน ปรับแผนมุ่งเป้าตลาดพรีเมียม](https://www.manutalkthai.com/end-of-a-34-year-legend-lg-prepares-to-close-its-first-factory-in-china/) - ถือเป็นการปรับทัพครั้งสำคัญในห่วงโซ่การผลิตระดับโลก เมื่อยักษ์ใหญ่เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง LG Electronics ประกาศเตรียมยุติสายการผลิตที่โรงงานในเมืองฮุ่ยโจว (Huizhou) ประเทศจีน หลังเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งนับเป็นการปิดฉากฐานการผลิตแห่งแรกของบริษัทบนแผ่นดินจีนที่ดำเนินกิจการมาอย่างยาวนานถึง 34 ปี โรงงานฮุ่ยโจวแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1993 และเป็นกำลังหลักในการผลิตลำโพงแบรนด์ XBOOM รวมถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ โดยผลผลิตกว่า 90% ถูกส่งออกไปยังอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียกลาง แต่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์กลับท้าทายมากขึ้นเมื่อกำไรสุทธิของโรงงานหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง จาก 1.25 หมื่นล้านวอน (ราว 325 ล้านบาท) ในปี 2023 ร่วงลงมาอยู่ที่ 9.2 พันล้านวอน (ราว 240 ล้านบาท) ในปี 2025 สาเหตุหลักมาจากสมรภูมิการแข่งขันที่ดุเดือดจากผู้ผลิตท้องถิ่นของจีนที่เน้นทำราคาได้ต่ำกว่า ประกอบกับทิศทางของบริษัทที่ต้องการเบนเข็มไปสู่สินค้ากลุ่มไฮเอนด์ ทำให้ LG ต้องกลับมาทบทวนความคุ้มค่าในการรักษากำลังการผลิตในพื้นที่นี้ไว้ มองหาบ้านหลังใหม่: โยกไป "เวียดนาม" หรือใช้โมเดล "จ้างผลิต" แม้จะแจ้งพนักงานเรื่องการหยุดผลิตแล้ว แต่ LG ยังอยู่ในช่วงพิจารณาทางเลือกสำหรับสายการผลิตที่หายไป - [MCP (Model Context Protocol) คืออะไร?](https://www.manutalkthai.com/what-is-mcp-model-context-protocol/) - Model Context Protocol (MCP) กำลังก้าวขึ้นมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่สำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งขององค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้นำด้าน ERP (Enterprise Resource Planning) ที่ต้องทำความเข้าใจว่า MCP จะเข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงานของระบบและ AI ในองค์กรอย่างไร MCP คืออะไร? MCP หรือ Model Context Protocol พัฒนาโดย Anthropic (ผู้สร้าง Claude) ในช่วงปลายปี 2024 เพื่อเป็น "มาตรฐานกลาง" ช่วยให้ AI สามารถเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลและเครื่องมือภายนอกได้อย่างปลอดภัย ในทางปฏิบัติ MCP ทำงานผ่านระบบ Client-Server โดยทำหน้าที่เป็นประตูให้ AI Agent สามารถค้นหาและเรียกใช้งานเครื่องมือ, แหล่งข้อมูล, API และเวิร์กโฟลว์ต่าง ๆ ได้ผ่านโปรโตคอลเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องสร้าง Custom Integration สำหรับทุก ๆ ระบบที่ AI - [ส่อง "July Patch Day" ความเคลื่อนไหววงการ ERP ด้าน AI จาก Microsoft, ServiceNow และ SAP](https://www.manutalkthai.com/a-look-at-july-patch-day-erp-developments-and-ai-advancements-from-microsoft-servicenow-and-sap/) - การบริหารจัดการองค์กรและโรงงานอุตสาหกรรม ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่เชื่อมต่อทุกส่วนของธุรกิจเข้าด้วยกัน แต่เมื่อถึงรอบการอัปเดตระบบประจำเดือน หรือที่คนในวงการไอทีรู้จักกันดีในชื่อ "Patch Day" โดยเฉพาะการอัปเดตช่องโหว่สำคัญในช่วงเดือนกรกฎาคม สถานการณ์ในปีนี้กลับดุเดือดและท้าทายกว่าที่เคย เพราะตัวแปรสำคัญที่เข้ามาพลิกโฉมเกมนี้คือ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การอัปเดตแบบเดิม ๆ เริ่ม "เอาไม่อยู่" ที่ผ่านมา การจัดการแพตช์ (Patch Management) เพื่ออุดช่องโหว่ความปลอดภัย มักเป็นฝันร้ายของฝ่ายไอที เพราะต้องใช้เวลาทดสอบนานเพื่อไม่ให้ระบบ ERP ขององค์กรล่มหรือสะดุด แต่ปัจจุบัน ภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ก้าวล้ำไปอีกขั้น แฮกเกอร์เริ่มนำ AI มาเป็นอาวุธในการสแกนหาจุดอ่อนและโจมตีระบบแบบอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง การรอจัดการอุดช่องโหว่แบบแมนนวลตามรอบเวลาเดิม ๆ จึงกลายเป็นความเสี่ยงที่ธุรกิจอาจรับมือไม่ทัน ดึง AI เข้ามาเป็น "ผู้ช่วยชีวิต" ประจำองค์กร เมื่อภัยคุกคามฉลาดขึ้น ระบบป้องกันก็ต้องฉลาดตาม ผู้ให้บริการ ERP และทีมความปลอดภัยทางไซเบอร์ จึงเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยการนำ AI เข้ามาช่วยในการจัดการแพตช์ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในเดือนกรกฎาคมนี้คือ: Microsoft ทุบสถิติ - [การ์ทเนอร์เผยเทรนด์ Data & Analytics สำคัญที่องค์กรต้องจับตา [PR]](https://www.manutalkthai.com/gartner-identifies-the-top-trends-for-data-and-analytics-pr/) - การ์ทเนอร์ อิงก์ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำด้านธุรกิจและเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ภายในปี พ.ศ. 2573 องค์กรธุรกิจมากกว่า 1 ใน 10 แห่งจะก้าวเข้าสู่การเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ AI เป็นอันดับแรก หรือ "AI-First" ซึ่งจะทำให้มีความสามารถในการแข่งขันเหนือกว่าคู่แข่ง ผ่านการนำ AI Agents, เทคโนโลยี Semantics รวมถึง Converged Data & Analytics หรือ D&A Platforms มาประยุกต์ใช้ โดยทั้ง 3 แนวทางนี้ ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังเทรนด์เทคโนโลยี D&A ที่น่าจับตามองที่สุด คาร์ลี ไอดอยน์ รองประธานฝ่ายนักวิเคราะห์การ์ทเนอร์กล่าวว่า “องค์กรต่างกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่โมเดลการดำเนินงานแบบ AI-First อย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบัน AI เป็นปัจจัยหลักของการตัดสินใจทางธุรกิจ การจัดกระบวนการทำงาน และการลงทุนในทุก ๆ ด้าน หากองค์กรใดมีเป้าหมายร่วมกันที่ไม่ชัดเจน จะต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเค้นศักยภาพ AI ออกมาใช้ได้ไม่เต็มที่และไม่มีความสม่ำเสมอไปทั่วทั้งธุรกิจ” การ์ทเนอร์แนะนำให้องค์กรพิจารณาและนำเทรนด์ - [เนทติเซนท์ จับมือ Neptune Software เปิดตัว AiBuild โซลูชัน AI Low-Code/No-Code ยกระดับการพัฒนาแอปพลิเคชันองค์กรบน SAP สำหรับตลาดไทย [PR]](https://www.manutalkthai.com/netizen-x-neptune-software-aibuild-mou-pr/) - โซลูชัน AI แบบ Low-Code/No-Code สำหรับ SAP ก้าวเข้าสู่ตลาดไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อ บริษัท เนทติเซนท์ จำกัด (NETIZEN) พันธมิตรระดับ SAP Platinum Partner หนึ่งเดียวในไทยจากกลุ่ม UNITED VARS ผู้ให้บริการที่ปรึกษาและวางระบบ SAP ชั้นนำของไทยที่มีประสบการณ์กว่า 25 ปี ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Neptune Software ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มจากประเทศนอร์เวย์ เปิดตัวโซลูชัน"AiBuild" เพื่อช่วยให้ธุรกิจไทยพัฒนาแอปพลิเคชันองค์กรและ AI Agent บนระบบ SAP ได้รวดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ โดยเนทติเซนท์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น พันธมิตรแต่เพียงผู้เดียวของ Neptune Software ในประเทศไทย ความร่วมมือระหว่างผู้เชี่ยวชาญ SAP ในไทยกับแพลตฟอร์มนวัตกรรมจากประเทศนอร์เวย์ ช่วยให้ธุรกิจไทยพัฒนาแอปได้เร็วขึ้น พร้อมรักษาระบบหลักให้ไม่ซับซ้อน และพร้อมต่อยอดสู่อนาคต ความร่วมมือครั้งนี้ผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกัน — ความเชี่ยวชาญด้าน SAP Cloud ERP และความเข้าใจกระบวนการธุรกิจไทยของเนทติเซนท์ เข้ากับแพลตฟอร์มพัฒนาแอประดับองค์กรของ - [[สัมมนาออนไลน์] Simulation-Driven Electronics Reliability with Simcenter | ไม่มีค่าใช้จ่าย! [PR]](https://www.manutalkthai.com/dentsu-soken-simulation-driven-electronics-reliability-with-simcenter-simulation-6-aug-pr/) - ขอเรียนเชิญเข้าร่วมงานสัมนาออนไลน์หัวข้อ " Simulation-Driven Electronics Reliability with Simcenter " เพิ่มความมั่นใจในการออกแบบอิเล็กทรอนิกส์ด้วย Simcenter Simulation 📍 ลงทะเบียนเข้าร่วมฟรี! (จำนวนจำกัด)📅 วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2569⏰ 10:00 – 11:00 น. ดูรายละเอียดการสัมนา และสมัครเข้าร่วมได้ที่ !!!คลิกที่นี่!!! “เพิ่มความมั่นใจในงานออกแบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ด้วยการจำลองที่ครอบคลุมทั้งด้านความร้อน การสั่นสะเทือน และความทนทาน” พบกับสัมมนาออนไลน์ที่จะพาคุณไปรู้จักแนวทางการออกแบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้ทนทานและน่าเชื่อถือ ด้วยเทคโนโลยี Simulation จาก Siemens Simcenter ตั้งแต่การวิเคราะห์ความร้อน การสั่นสะเทือน ไปจนถึงการทดสอบการตกกระทบ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและระยะเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Webinar Agenda Introduction & Industry Challenges (15 นาที) ความท้าทายของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ทนทานและน่าเชื่อถือ ภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลาและต้นทุน Overview of Simcenter Portfolio for Electronics - [DP World เปิดตัว EcoRoute นำ Data เสริมแกร่ง Supply Chain ขับเคลื่อนธุรกิจอุตสาหกรรมสู่โลจิสติกส์คาร์บอนต่ำ](https://www.manutalkthai.com/dp-world-launches-ecoroute-lower-emission-supply-chain/) - ภาคการผลิตและอุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญจากแรงกดดันด้านกฎระเบียบ นโยบาย ESG เพราะปัจจุบันภาคขนส่งและโลจิสติกส์สร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 10% ของการปล่อยก๊าซทั่วโลก ล่าสุด DP World ผู้นำด้านโลจิสติกส์ระดับโลก ได้เปิดตัว EcoRoute แพลตฟอร์มที่ผสานรวมเทคโนโลยีและข้อมูลเชิงลึก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างความยืดหยุ่น และลดการปล่อยมลพิษในระบบซัพพลายเชนเพื่อแก้ปัญหานี้ ความท้าทายหลักของธุรกิจโรงงานคือการรักษาสมดุลระหว่างต้นทุน ความเร็ว และความยั่งยืน EcoRoute นำเสนอการทำ Network Optimisation โดยใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อช่วยตัดสินใจและยกระดับเชิงปฏิบัติการดังนี้ Logistics Control Tower: การนำร่องใช้งานระบบศูนย์ควบคุมในแอฟริกา ช่วยผู้ค้าปลีกรายใหญ่เพิ่มปริมาณการขนส่งได้ถึง 45% โดยขยายจำนวนฝูงรถเพิ่มเพียง 5% Vehicle Utilisation: อัตราการใช้ประโยชน์จากยานพาหนะพุ่งสูงถึง 88% สะท้อนการดึงศักยภาพของทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการเพิ่มความทนทานและความยืดหยุ่นให้เครือข่าย ทั้งนี้EcoRoute สนับสนุนการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งไปจนถึงการใช้ระบบขนส่งทางเลือกและยานยนต์ไฟฟ้า โดยในเส้นทางระหว่างเชนไน-โกลกาตา DP World สามารถช่วยองค์กรลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 78% จากการเปลี่ยนการขนส่งทางถนนแบบดั้งเดิม ไปสู่ระบบรางและเรือขนส่งชายฝั่งแบบผสมผสานซึ่งช่วยกดต้นทุนโลจิสติกส์ให้ต่ำลงและเพิ่มความน่าเชื่อถือในการจัดส่งสินค้า ขณะเดียวกันองค์กรภาคการผลิตสามารถลดการปล่อยก๊าซ Scope 3 ภายในซัพพลายเชนของตนเองได้โดยตรง แทนที่จะพึ่งพาเพียงการซื้อคาร์บอนเครดิตชดเชย โดยในช่วงปี 2025 โครงการที่ - [นาโนเทค สวทช. เปิดตัว SME Q Up ผนึก 3 พันธมิตร ออกแบบโซลูชันเฉพาะธุรกิจ ยกระดับศักยภาพ SMEs ไทย [PR]](https://www.manutalkthai.com/nanotec-by-nstda-sme-q-up-pr/) - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) เปิดตัวโครงการ SME Q Up กลไกใหม่ในการยกระดับบริการวิเคราะห์ทดสอบและบริการเทคนิคสำหรับภาคอุตสาหกรรม ร่วมกับ 3 พันธมิตร ได้แก่ บ. ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด, บ. โมริน่า โซลูชั่นส์ จำกัด และ บ. วิสไบโอ จำกัด บูรณาการความเชี่ยวชาญและเครือข่ายพันธมิตร ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) นำร่องใน 3 อุตสาหกรรม คือ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์อาหารและเสริมอาหาร และผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ หวังเพิ่มการเข้าถึงบริการวิเคราะห์ทดสอบและบริการเทคนิคสะดวกยิ่งขึ้น สร้างความสามารถในการแข่งขันเชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ ดร.ภญ. อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ปัจจุบันการแข่งขันทางการค้าไม่ได้วัดกันที่กำลังการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับคุณภาพ ความปลอดภัย และข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถตรวจสอบได้ - [Covestro ผนึกกำลัง BYD พัฒนาวัสดุนวัตกรรมใหม่](https://www.manutalkthai.com/covestro-teams-up-with-byd-to-develop-innovative-new-materials/) - วงการยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีพลังงานกำลังก้าวไปอีกขั้น เมื่อ Covestro บริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตวัสดุโพลิเมอร์ระดับโลก ได้จรดปากกาเซ็นบันทึกความเข้าใจ (MoU) ร่วมกับ BYD ค่ายรถยนต์พลังงานทางเลือกชั้นนำจากจีน เพื่อสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระยะยาว โดยมุ่งเน้นไปที่การคิดค้นและประยุกต์ใช้วัสดุขั้นสูงสำหรับอนาคต ความร่วมมือในครั้งนี้ถูกยกระดับให้เหนือกว่าการเป็นเพียงผู้ผลิตและผู้ซื้อแบบเดิม ๆ แต่ทั้งสองบริษัทจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) เพื่อป้อนนวัตกรรมวัสดุใหม่ ๆ เข้าสู่พอร์ตโฟลิโอธุรกิจของ BYD ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว การพัฒนาครอบคลุมตั้งแต่ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) แบตเตอรี่ขับเคลื่อน ระบบขนส่งสาธารณะ ไปจนถึงระบบกักเก็บพลังงานและเทคโนโลยีแห่งอนาคตอื่น ๆ รวมถึงการร่วมลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หัวใจสำคัญของดีลประวัติศาสตร์นี้คือความเชื่อมั่นร่วมกันว่า อนาคตของการเดินทาง พลังงาน และระบบอัจฉริยะ ล้วนต้องอาศัยการพัฒนานวัตกรรมอย่างเข้มข้น ซึ่งสอดรับกับวิสัยทัศน์ "Sustainable Future" ของ Covestro อย่างลงตัว โดยการแข่งขันในอุตสาหกรรมยุคต่อไปจะวัดความสำเร็จกันที่ความสามารถในการใช้วัสดุที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ (Low-CO2) โปรเจกต์นี้จะนำร่องด้วยการใช้วัสดุในกลุ่ม CQ (Circular Intelligence) ของ Covestro ซึ่งเป็นวัสดุรักษ์โลกที่ผลิตจากวัตถุดิบทางเลือกอย่างน้อย 25% มาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีร่วมกัน ถือเป็นการตอกย้ำว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าต่อจากนี้ จะต้องก้าวเดินคู่ขนานไปกับนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ที่มา: https://www.all-about-industries.com/covestro-byd-partnership-innovative-materials-a-1465af16bd92e840c7741cdb51079e08/ - [ญี่ปุ่นผนึกกำลัง NVIDIA ผุด "AI Factory" แห่งชาติ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วย Physical AI](https://www.manutalkthai.com/japan-teams-up-with-nvidia-to-launch-a-national-ai-factory-driving-industrial-growth-with-physical-ai/) - นี่คือการขยับตัวครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมโลก เมื่อ ญี่ปุ่น ประเทศต้นตำรับแห่งการผลิตสมัยใหม่ จับมือกับ NVIDIA และ Noetra Corp ประกาศสร้าง "AI Factory" ระดับชาติแห่งแรกของโลกที่พุ่งเป้าไปที่ Physical AI (การผสาน AI เข้ากับเครื่องจักรและหุ่นยนต์ในโลกกายภาพ) เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานและยกระดับอุตสาหกรรมทั้งระบบ เจาะสเปกขุมพลัง AI Factory โปรเจกต์นี้เลือกใช้ตู้เซิร์ฟเวอร์ NVIDIA Vera Rubin NVL72 โดยอัดแน่นไปด้วยขุมพลังระดับท็อปอย่าง Vera CPU 13,750 ตัว และ Rubin GPU ถึง 27,500 ตัว ศูนย์ข้อมูล (Data Center) แห่งนี้ใช้พลังงานสูงถึง 140 เมกะวัตต์ และจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญให้กับโครงการ FRONTia ของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (METI) มุ่งพัฒนาโมเดล AI ที่มีความแม่นยำและเสถียรภาพสูงสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต โลจิสติกส์ โทรคมนาคม - [DHL เปิดเส้นทางบินใหม่ เชื่อมขนส่งสินค้า "กรุงเทพฯ" ยิงตรงสู่ฮับใหญ่สหรัฐฯ](https://www.manutalkthai.com/dhl-launches-new-flight-route-connecting-bangkok-for-direct-cargo-transport-to-its-major-us-hub/) - DHL ประกาศเปิดให้บริการเที่ยวบินขนส่งสินค้าทางอากาศ (Freighter Service) เชื่อมต่อระหว่าง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (BKK) และ ท่าอากาศยานนานาชาติซินซินเนติ/นอร์เทิร์นเคนทักกี (CVG) ซึ่งเป็นศูนย์กลางปฏิบัติการ (Hub) ยักษ์ใหญ่ของบริษัทในสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับเครือข่ายการขนส่งในเส้นทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้-อเมริกาเหนือที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เจาะลึกดีลนี้ มีอะไรน่าสนใจบ้าง? เปิดให้บริการ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ด้วยเครื่องบินขนส่งสินค้าลำตัวกว้าง (Widebody) ที่สามารถบรรทุกสินค้าได้สูงสุดถึง 100 ตันต่อเที่ยวบิน เจาะกลุ่มสินค้าเฉพาะทาง เส้นทาง BKK-CVG นี้ออกแบบมาเพื่อรองรับสินค้าขนาดใหญ่พิเศษ (Oversized) และสินค้าที่มีมูลค่าสูง (High-value) โดยเฉพาะ พร้อมการดูแลและควบคุมการปฏิบัติงานแบบครบวงจร ทำไมเบนเข็มมาที่ "เอเชียตะวันออกเฉียงใต้" การขยายเส้นทางบินมายังกรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลสะท้อนจากเทรนด์ใหญ่ในภาคการผลิตระดับโลก ปัจจุบัน ธุรกิจจำนวนมากกำลังกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เพื่อ ลดการพึ่งพาฐานการผลิตในจีน Henk Venema หัวหน้าฝ่ายขนส่งสินค้าทางอากาศระดับโลกของ DHL ระบุว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวขึ้นมาเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทั้งในด้านการเป็นฐานการผลิตและแหล่งจัดหาสินค้า (Sourcing) ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ที่ชี้ว่า การขนส่งสินค้าทางอากาศระหว่างเอเชียและอเมริกาเหนือกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง - [Foxconn คว้าดีลประวัติศาสตร์ 5.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ผลิต AI Server ให้ SpaceX ของ "อีลอน มัสก์"](https://www.manutalkthai.com/foxconn-secures-historic-deal-to-manufacture-ai-servers-for-elon-musks-spacex/) - นี่คือความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในวงการเทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เมื่อ Foxconn ยักษ์ใหญ่ด้านการรับจ้างผลิตจากไต้หวัน สามารถเจาะเข้าสู่ระบบนิเวศ AI ของอีลอน มัสก์ ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ด้วยการคว้าออเดอร์ผลิต AI Server ให้กับ SpaceX ซึ่งคาดว่ามูลค่ารวมอาจสูงถึง 5.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1.8 ล้านล้านบาท) ประเด็นน่าสนใจ เกิดอะไรขึ้นบ้างในดีลนี้? ประเด็นแรก: ออเดอร์ยักษ์ขับเคลื่อนด้วยชิปตัวท็อป SpaceX กำลังเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล AI ครั้งใหญ่ โดยสั่งซื้อตู้เซิร์ฟเวอร์ AI ที่ติดตั้งแพลตฟอร์มชิปสุดล้ำอย่าง Nvidia GB300 จำนวนถึง 13,000 ตู้ (ตกราคาตู้ละประมาณ 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) โดยคาดว่าจะเริ่มทยอยจัดส่งได้ตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปีนี้ไปจนถึงต้นปีหน้า ประเด็นที่สอง: SpaceX ไม่ได้ทำ AI แค่ใช้เองอีกต่อไป ทำไมต้องซื้อเยอะขนาดนี้? คำตอบคือ SpaceX กำลังรุกคืบเข้าสู่ธุรกิจผู้ให้บริการคลาวด์และโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างเต็มตัว - [Autodesk ทุ่ม 3.6 พันล้านเหรียญเข้าซื้อ MaintainX เสริมแกร่งแพลตฟอร์ม Operations Solutions](https://www.manutalkthai.com/autodesk-acquires-maintainx/) - Autodesk เข้าซื้อกิจการ MaintainX ด้วยมูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีเป้าหมายหลักเพื่อผลักดันแพลตฟอร์ม Autodesk Operations Solutions รุ่นใหม่ และผสานกระบวนการทำงานตั้งแต่การออกแบบ, การผลิต และการปฏิบัติการเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ MaintainX ก่อตั้งขึ้นในเดือนมิถุนายนปี 2018 โดยมีแกนหลักในการทำธุรกิจคือเปลี่ยนระบบการจดบันทึกบนกระดาษแบบดั้งเดิม ให้เป็นระบบปฏิบัติการแบบ Mobile-first สำหรับพนักงานหน้างาน ภายในระยะเวลาเพียง 7 ปี มูลค่าของบริษัทเติบโตขึ้นเกือบพันเท่าจนนำไปสู่มูลค่าการเข้าซื้อกิจการที่ 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก Autodesk โดยจุดเด่นที่น่าสนใจของ MaintainX ประกอบด้วย ระบบจัดการการบำรุงรักษาด้วยคอมพิวเตอร์ (CMMS) แบบ Mobile-first ที่รองรับทั้ง iOS และ Android ซึ่งเปิดตัวในปี 2019 ความสามารถในการรวบรวมข้อมูลที่มีโครงสร้างเพื่อสร้างโซลูชัน AI สำหรับ Predictive Maintenance เครื่องมือสร้างขั้นตอนการทำงานอัตโนมัติอย่าง AI Procedure Generator ชุดซอฟต์แวร์บริหารจัดการสินทรัพย์องค์กร (EAM) ที่เปิดตัวในปี 2022 - [ไทยเบฟ เตรียมขายกิจการแฟรนไชส์ KFC ในประเทศไทย?](https://www.manutalkthai.com/is-thaibev-preparing-to-sell-its-kfc-business/) - สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Thai Beverage Pcl (ไทยเบฟ) บริษัทแม่ของเบียร์ช้างและแสงโสม กำลังพิจารณา "ขายกิจการแฟรนไชส์ร้านอาหาร KFC ในประเทศไทย" โดยขณะนี้ได้แต่งตั้งให้ Bank of America Corp. เป็นที่ปรึกษาเพื่อหยั่งเสียงและประเมินความสนใจจากนักลงทุนในตลาดแล้ว อย่างไรก็ตาม การเจรจายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและอาจจะยังไม่มีการตกลงซื้อขายเกิดขึ้นจริง ทั้งทางไทยเบฟและ Bank of America ยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในเรื่องนี้ สถานะของ KFC ภายใต้ร่มเงาไทยเบฟ ปัจจุบันแฟรนไชส์ KFC ในไทยบริหารงานโดย 3 บริษัท ซึ่งไทยเบฟถือเป็น "พี่ใหญ่ที่สุด" ในตลาดนี้: The QSR of Asia (QSA) - บริษัทลูกของไทยเบฟ (มีสาขามากที่สุดในไทยคือกว่า 500 แห่ง) Central Plaza Hotel Pcl (CRG) - ในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป Restaurants Development - [Siemens เปิดตัว "Open Robotics Platform" ปลดล็อกระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรมอาหารให้เป็นเรื่องง่าย](https://www.manutalkthai.com/siemens-launches-open-robotics-platform-simplifying-industrial-food-automation/) - ณ แมนเชสเตอร์ — Siemens (ซีเมนส์) จับมือกับ Wymbs Engineering และ HMK Automation & Drives เปิดตัวแพลตฟอร์มหุ่นยนต์โมดูลาร์แบบเปิด (Open Robotics Platform) ในงาน Transform 2026 หวังช่วยผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มให้สามารถติดตั้ง ใช้งาน และซ่อมบำรุงหุ่นยนต์อุตสาหกรรมได้ง่ายยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องง้อผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เดิมทีการนำหุ่นยนต์มาใช้ในโรงงานมักมีความซับซ้อน ต้องใช้ซอฟต์แวร์แยกและพึ่งพาโปรแกรมเมอร์เฉพาะทาง แต่แพลตฟอร์มใหม่นี้ถูกสร้างขึ้นบนระบบ Totally Integrated Automation (TIA) Portal ของ Siemens ทำให้สามารถควบคุมหุ่นยนต์ให้อยู่ในระบบเดียวกับสายการผลิตหลักของโรงงานได้เลย จุดเด่นที่น่าสนใจของแพลตฟอร์ม สั่งงานผ่านซอฟต์แวร์ ไม่ต้องซื้อเครื่องใหม่: หุ่นยนต์รองรับงานหลากหลาย เช่น หยิบจับสินค้า เติมไส้ ตกแต่งเบเกอรี่ และบรรจุหีบห่อ หากโรงงานต้องการเปลี่ยนสูตรอาหารหรือออกสินค้าใหม่ ก็สามารถปรับการทำงานผ่านซอฟต์แวร์ได้ทันที ยืดหยุ่นและรวดเร็ว: ระบบรองรับการทำงานตามสูตร (Recipe-driven) ช่วยให้สลับรูปแบบการผลิตได้อย่างรวดเร็ว แม้กระทั่งการผลิตแบบสั่งทำพิเศษชิ้นต่อชิ้น อนาคตล้ำหน้าด้วยผู้ช่วย AI: ระบบถูกออกแบบมาให้รองรับเทคโนโลยี Agentic AI - [ABB ทุ่ม 5.5 พันล้านดอลลาร์ฯ เข้าซื้อกิจการ Rotork รุกหนักตลาดระบบอัตโนมัติ](https://www.manutalkthai.com/abb-acquires-rotork/) - ABB (เอบีบี) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก ประกาศข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ Rotork (โรทอร์ค) บริษัทชั้นนำระดับโลกจากอังกฤษผู้เชี่ยวชาญด้านระบบควบคุมการไหลอัจฉริยะ (Intelligent Flow Control) ด้วยมูลค่าองค์กรราว 5.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับและขยายพอร์ตโฟลิโอในกลุ่มธุรกิจระบบอัตโนมัติ (Automation) สำหรับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ประเด็นสำคัญจากการเข้าซื้อกิจการ ข้อเสนอสุดดึงดูด: ABB เสนอซื้อหุ้น Rotork ด้วยเงินสดที่ราคาประมาณ 6.54 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อหุ้น ซึ่งสูงกว่าราคาหุ้นเฉลี่ยย้อนหลัง 3 เดือนถึง 60% จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ: สินค้าและเทคโนโลยีของ Rotork จะเข้ามาเติมเต็มระบบอัตโนมัติของ ABB ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นตั้งแต่ระดับปฏิบัติการหน้างาน (Field-device layer) ช่วยให้ลูกค้าบริหารจัดการกระบวนการผลิตได้ปลอดภัยและยั่งยืนกว่าเดิม ดันรายได้และกำไรโตทันที: ด้วยรายได้ของ Rotork ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง (ระดับ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2025) ดีลนี้คาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้รวมให้ ABB อีกราว 3% และส่งผลบวกต่ออัตรากำไร (Margin) ในทันที สภาพคล่องทางการเงินสูง: - [Oracle Cloud Financials 26C จ่ออัปเดตใหญ่ 137 ฟีเจอร์ สิงหาคมนี้](https://www.manutalkthai.com/oracle-cloud-financials-26c-is-set-for-a-major-update-featuring-137-features-this-august/) - Oracle เตรียมปล่อยอัปเดตใหญ่ประจำไตรมาสสำหรับ Oracle Cloud Financials (เวอร์ชัน 26C) ซึ่งกำลังจะเริ่มทยอยอัปเดตระบบจริงในเดือนสิงหาคม 2026 ถือเป็นความท้าทายสำคัญที่ทีมการเงินและทีม IT ต้องเร่งเตรียมความพร้อม สรุปประเด็นสำคัญจากการอัปเดต 26C: เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่: มีการอัปเดตมากถึง 137 รายการ ครอบคลุม 12 โมดูลหลักด้านการเงิน เช่น ระบบเจ้าหนี้ (Payables), ลูกหนี้ (Receivables), การจัดการภาษี และระบบบริหารเงินสด ต้องลงมือตั้งค่าเอง: สิ่งที่น่าจับตาคือ มีถึง 109 รายการที่ผู้ใช้งานต้องเข้าไปจัดการและตั้งค่าด้วยตัวเอง (Active intervention) เพื่อให้ระบบทำงานต่อได้ตามปกติ ไม่ใช่การอัปเดตแบบอัตโนมัติทั้งหมด กรอบเวลา: สำหรับลูกค้ากลุ่มแรก (Cohort A) ระบบทดสอบจะเริ่มอัปเดตในวันที่ 7 สิงหาคม 2026 และจะขึ้นระบบจริง (Production) ในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ สิ่งที่องค์กรควรเตรียมตัว: รายงานจากอัปเดตนี้ชี้ให้เห็นว่า การใช้งาน Cloud ERP - [[Epicor Webinar] จาก Automation สู่ Intelligence: ขับเคลื่อนโรงงานอัจฉริยะสู่อนาคตด้วย AI และ Cognitive ERP จาก Epicor – 5 ส.ค. | 14:00 น.](https://www.manutalkthai.com/epicor-webinar-from-automation-to-intelligence-driven-smart-factory-with-ai-and-cognitive-erp-2/) - Epicor ขอเชิญ CIO, CTO, IT Director, IT Manager, Enterprise IT & ERP Managers รวมไปถึง Plant Managers & Supply Chain Leaders หรือบุคลากรสาย IT ระดับองค์กรและสายโรงงานอุตสาหกรรมที่มองหาทิศทางของเทคโนโลยีเพื่อนำไปวางกลยุทธ์ เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ของ Epicor Webinar เรื่อง “จาก Automation สู่ Intelligence: ขับเคลื่อนโรงงานอัจฉริยะสู่อนาคตด้วย AI และ Cognitive ERP จาก Epicor” เมื่อแค่ระบบ Automation ไม่เพียงพอต่อการแข่งขันในยุคดิจิทัล ถึงเวลาอัปเกรดกระบวนการผลิตด้วยความชาญฉลาดที่จับต้องได้ วันที่ 5 สิงหาคม 2026 เริ่ม 14:00 น. ผ่านทาง Zoom Webinar รายละเอียดและกำหนดการ: 📅 วันที่: - [ADI ทุ่ม 1.9 หมื่นล้านบาท ตั้งฐานออกแบบและทดสอบชิปขั้นสูง พร้อมจ้างเพิ่ม 2,500 คน หนุนไทยขึ้นฮับเซมิคอนดักเตอร์โลก](https://www.manutalkthai.com/boi-adi-19-billion-semiconductor-investment-thailand/) - สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI เผยความคืบหน้าการลงทุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทย โชว์ศักยภาพการยกระดับสู่การผลิตขั้นต้นน้ำ หลังบริษัท อนาล็อก ดีไวเซส (ประเทศไทย) หรือ ADI ยักษ์ใหญ่ด้านเซมิคอนดักเตอร์จากสหรัฐอเมริกา เดินหน้าแผนขยายโรงงานแห่งใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 19,000 ล้านบาท และขยายการจ้างงานทักษะสูงกว่า 2,500 ตำแหน่ง การขยายการลงทุนของ ADI นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภาคการผลิตไทยในการก้าวข้ามฐานการผลิตทั่วไปสู่การเป็นศูนย์กลางการออกแบบและทดสอบเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาค การลงทุนครั้งนี้ครอบคลุมกระบวนการสำคัญระดับต้นน้ำและวิศวกรรมดังนี้ การจัดตั้งศูนย์ IC & PCB Design การขยายกำลังการผลิตของศูนย์ Wafer & IC Testing การสร้าง Failure Analysis & Reliability Lab การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง การยกระดับขีดความสามารถเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยในปี 2568 ADI มีมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์จากประเทศไทยกว่า 98,000 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าจะเติบโตทะลุ 130,000 ล้านบาทภายในปี 2569 โดย ADI ในไทยได้ใช้ทีมผู้บริหารระดับสูงเป็นคนไทยทั้งหมด - [ION Energy ผนึก Sigenergy ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีพลังงานสะอาดระดับโลก ขึ้นแท่นพันธมิตรไทย ลุยติดตั้งโซลาร์ภาคครัวเรือนเพิ่ม 5,000 หลังใน 3 ปี [PR]](https://www.manutalkthai.com/ion-energy-x-sigenergy-for-clean-enetgy-pr/) - ION Energy ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ชั้นนำ จับมือ Sigenergy ผู้พัฒนาโซลูชันพลังงานอัจฉริยะระดับโลก ขึ้นแท่นพันธมิตรในไทยในการขยายเครือข่ายติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับภาคครัวเรือนในประเทศไทย เชื่อโครงการรัฐ “โซลาร์ภาคประชาชน” หนุนคนไทยเร่งติดตั้งโซลาร์ วางเป้าขยายการติดตั้งเพิ่มอีก 5,000 หลังในระยะเวลา 3 ปี ประเมินตลาดโซลาร์ประเทศไทยเติบโตระดับท็อปภูมิภาค มั่นใจความร่วมมือ 2 บริษัท หนุนโอกาสส่งมอบเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะสู่มือผู้บริโภค นายพีรกานต์ มานะกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ION Energy ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร กล่าวว่า บริษัทได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ Sigenergy ผู้พัฒนาโซลูชันพลังงานอัจฉริยะระดับโลก ในฐานะพันธมิตรในประเทศไทยของ Sigenergy ในการร่วมกันขยายการติดตั้งระบบพลังงานสะอาดให้ครอบคลุม 5,000 ครัวเรือนทั่วประเทศไทย ภายในระยะเวลา 3 ปี (2026–2029) พร้อมทั้งมุ่งพัฒนาเครือข่ายการขายและบริการในตลาดที่อยู่อาศัยของไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน “ที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่มักติดตั้งโซลาร์เพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้าช่วงกลางวันเป็นหลัก ระยะแรกของการติดตั้งโซลาร์จึงเป็นการติดตั้งแบบ On-grid ที่ไม่มีการกักเก็บพลังงานไว้ใช้ และยังไม่จำเป็นต้องใช้ระบบกักเก็บพลังงานและเทคโนโลยีบริหารจัดการพลังงานขั้นสูงมากนัก แต่ในปัจจุบัน - [ขอเชิญร่วมงาน 𝗧𝗜𝗪𝗙 𝟮𝟬𝟮𝟲 𝗥𝗼𝗮𝗱𝘀𝗵𝗼𝘄 @ภูเก็ต พบข้อสัมมนาที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาเชิงลึกจากเหล่าตัวจริงในวงการ | 21 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องนนทรีย์ โรงแรมเพิร์ล ภูเก็ต](https://www.manutalkthai.com/thailland-international-woodwokring-and-furniture-road-show-at-phuket-21-jul/) - สลัดภาพจำเดิม ๆ แล้วมาติดอาวุธให้โครงการของคุณมุ่งสู่เทรนด์ยั่งยืนที่จับต้องได้จริง กับงานสัมมนาพิเศษ 𝗧𝗜𝗪𝗙 𝟮𝟬𝟮𝟲 𝗥𝗼𝗮𝗱𝘀𝗵𝗼𝘄 @ภูเก็ต พบข้อสัมมนาที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาเชิงลึกจากเหล่าตัวจริงในวงการ 💡 𝟰 𝗞𝗲𝘆 𝗧𝗮𝗸𝗲𝗮𝘄𝗮𝘆𝘀 ที่คุณสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้ทันที: • 𝗘𝔁𝗰𝗹𝘂𝘀𝗶𝘃𝗲 𝗣𝗿𝗼𝗰𝘂𝗿𝗲𝗺𝗲𝗻𝘁 𝗜𝗻𝘀𝗶𝗴𝗵𝘁𝘀: ถอดรหัสการคัดสรรและจัดซื้อเฟอร์นิเจอร์งานไม้จากกรณีศึกษาของโรงแรมชื่อดังในภูเก็ต ให้ตอบโจทย์ทั้งงบประมาณและภาพลักษณ์แบรนด์ • 𝗦𝗺𝗮𝗿𝘁 𝗖𝗼𝘀𝘁-𝗥𝗲𝗱𝘂𝗰𝘁𝗶𝗼𝗻: เจาะลึกเทคนิคการประยุกต์ใช้วัสดุทดแทนที่ยั่งยืน เพื่อลดต้นทุนการก่อสร้างและการตกแต่งอาคารเชิงพาณิชย์ โดยยังคงความพรีเมียมระดับไฮเอนด์และตอบโจทย์เทรนด์โลกโดย คุณจิรวัฒน์ ตั้งกิจงามวงศ์ นายกสมาคมเฟอร์นิเจอร์ไทย • 𝗔𝗜-𝗗𝗿𝗶𝘃𝗲𝗻 𝗗𝗲𝘀𝗶𝗴𝗻: เรียนรู้เจาะลึกนวัตกรรมโปรแกรมออกแบบผ่านมุมมองสถาบันระดับโลก ปลดล็อกพลังระบบ AI จาก Coohom เพื่อการขึ้นโมเดลที่แม่นยำ ลดข้อผิดพลาดในงานโครงสร้าง และยกระดับกระบวนการทำงานให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน • 𝗦𝘂𝘀𝘁𝗮𝗶𝗻𝗮𝗯𝗹𝗲 𝗠𝗮𝘁𝗲𝗿𝗶𝗮𝗹 𝗦𝘁𝗿𝗮𝘁𝗲𝗴𝘆: เจาะลึกกลยุทธ์การคัดสรรเคมีภัณฑ์สีเขียวและนวัตกรรมกาวสำหรับไม้อัด (Plywood Glue) จากผู้เชี่ยวชาญ ACME เพื่อยกระดับความทนทานของวัสดุที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ และตอบโจทย์มาตรฐานสิ่งแวดล้อมของโครงการยุคใหม่ นอกจากเนื้อหาสัมมนาสุดเข้มข้นในงาน TIWF 2026 Roadshow - [Bilz จับมือ Baumer ดึงเซนเซอร์ "ไร้สัมผัส" อัปเกรดความนิ่งให้เครื่องจักร](https://www.manutalkthai.com/bilz-and-baumer-collaborate-on-contactless-sensors-to-upgrade-machine-stability/) - รู้ไหมครับว่าในวงการผลิตชิ้นส่วนความละเอียดสูง อย่างการทำเซมิคอนดักเตอร์ กล้องจุลทรรศน์ หรือเครื่องมือวัดต่าง ๆ "แรงสั่นสะเทือน" แม้เพียงนิดเดียวก็ถือเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้งานพังได้เลย ล่าสุด Bilz Vibration Technology ผู้นำด้านเทคโนโลยีลดแรงสั่นสะเทือน ได้เปิดตัวระบบรักษาระดับเครื่องจักรแบบใหม่ ที่ดึงเอาเซนเซอร์วัดระยะแบบ "ไร้การสัมผัส" จากผู้เชี่ยวชาญอย่าง Baumer เข้ามาช่วยแก้ปัญหาโลกแตกที่ระบบเก่าทำไม่ได้ ทลายข้อจำกัดเดิม: เมื่อการ "แตะ" คือตัวการสร้างปัญหา แต่ก่อนเวลาจะวัดระยะเพื่อควบคุมสมดุลและลดการสั่นสะเทือน เขาจะใช้แกนโลหะจิ้มลงไปแตะที่ฐาน (Tactile Potentiometers) วิธีนี้แม่นยำก็จริง แต่มันมีจุดบอดใหญ่หลวงคือ ทันทีที่โลหะแตะกัน มันจะกลายเป็น "สะพานเชื่อมแรงสั่นสะเทือน" ทำให้แรงสั่นสะเทือนจากพื้นแทรกซึมเข้าไปกวนระบบได้ ทางออกใหม่: วัดระยะแบบไม่ต้องโดนตัว เพื่อลบจุดอ่อนนี้ Bilz จึงหันมาใช้ เซนเซอร์เหนี่ยวนำ (Inductive Sensors) ที่สามารถวัดระยะได้เป๊ะ ๆ โดยไม่ต้องสัมผัสชิ้นงานเลย แต่ความท้าทายคือ เซนเซอร์ต้องแม่นยำระดับไมโครเมตร (เล็กกว่าเส้นผม!) งานนี้ทาง Baumer จึงต้องจับเซนเซอร์รุ่นท็อปอย่าง AlphaProx IR30 มาปรับแต่งใหม่แบบ Custom-made ทั้งลดระยะการวัดให้สั้นลงเหลือ 13 - [Bridgestone ชี้เทรนด์อุตสาหกรรม EV แค่มีของ "ในบ้าน" ไม่พอ ซัพพลายเชนต้องปัง "ระดับโลก" ด้วย](https://www.manutalkthai.com/bridgestone-points-to-trends-in-the-ev-industry/) - อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภูมิภาคอาเซียนกำลังเติบโตแบบฉุดไม่อยู่ หลายประเทศงัดนโยบายเด็ด ๆ มาดึงดูดค่ายรถให้เข้ามาลงทุนและผลักดันให้ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ แต่ล่าสุดทางผู้บริหารจาก Bridgestone ได้ออกมาแชร์มุมมองที่น่าสนใจว่า ในยุคนี้การจะซัพพอร์ตค่ายรถ EV ให้สุดทาง แค่มีฐานการผลิต "ในประเทศ (Local)" อาจไม่พอ แต่ต้องมีเครือข่าย "ระดับโลก (Global)" รองรับด้วย เรื่องนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร? มาดูสรุปประเด็นน่าสนใจจากเวทีสัมมนาด้านโลจิสติกส์ยานยนต์อาเซียนกันครับ: 🇹🇭 ไทยดัน EV เต็มสูบ แต่ผู้ประกอบการในประเทศแอบหวั่น เงินลงทุนสะพัด: ประเทศไทยถือเป็นหัวหอกสำคัญ โดยรัฐบาลได้อนุมัติโปรเจกต์ลงทุนผ่านมาตรการ EV 3.0 และ EV 3.5 ไปแล้วถึง 198 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1.37 แสนล้านบาท ซึ่งไม่ได้มีแค่การผลิตรถยนต์ แต่ครอบคลุมไปถึงการผลิตแบตเตอรี่และสถานีชาร์จ เพื่อสร้างอีโคซิสเต็มแบบครบวงจร เสียงสะท้อนจากเอกชน: แม้ตัวเลขจะดูสวยหรู แต่กลุ่มธุรกิจในไทยเริ่มออกมาเรียกร้องให้รัฐช่วยดูแลเรื่อง "การแข่งขันที่เท่าเทียม" เพราะตอนนี้ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยกำลังเจอแรงกดดันด้านต้นทุนที่สู้ของนำเข้าไม่ได้ โดยเฉพาะผู้ผลิตจากจีนที่ได้เปรียบเรื่องราคาวัตถุดิบ ซึ่งภาครัฐและเอกชนต้องเร่งหาทางออกร่วมกันให้ได้ก่อนที่มาตรการสนับสนุนจะสิ้นสุดลงในปี 2027 เพื่อให้ทุนไทยอยู่รอดได้จริง ทำไมต้องปรับตัวแบบ "Local - [Mitsubishi Electric เปิดตัว "MX Controller" รวมทุกการควบคุมเครื่องจักรไว้ในที่เดียว](https://www.manutalkthai.com/mitsubishi-electric-has-launched-the-mx-controller-which-integrates-all-machine-controls-into-a-single-platform/) - ยุคนี้โรงงานไหน ๆ ก็อยากได้ระบบผลิตที่ทั้งเร็ว แม่นยำ และทำงานสอดคล้องกันแบบเป๊ะ ๆ ล่าสุดทาง Mitsubishi Electric ได้เปิดตัวผู้ช่วยคนใหม่ที่จะมาตอบโจทย์นี้ นั่นคือ "MELSEC MX Controller" แพลตฟอร์มควบคุมเครื่องจักรยุคใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อทำให้ระบบที่ซับซ้อนในโรงงานกลายเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำไม MX Controller ถึงน่าสนใจ? ปกติแล้วการควบคุมเครื่องจักรหลาย ๆ ส่วนมักจะต้องใช้ระบบแยกกันทำงาน แต่ MX Controller ตัวนี้จับการทำงานสำคัญ ๆ มามัดรวมไว้ด้วยกันเลยครับ ลองมาดูไฮไลท์เด่น ๆ กัน: จบทุกการสั่งการในตัวเดียว: รวมทั้งการควบคุมการเคลื่อนไหว (Motion) และระบบลอจิกสั่งการต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน ช่วยลดความซับซ้อนของระบบ ทำให้เครื่องจักรตอบสนองได้ไวขึ้น เหมาะสุด ๆ กับงานที่ต้องการความเร็วและความแม่นยำสูง เช่น งาน Packaging หรืองานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ทำงานพร้อมกันแบบไม่มีสะดุด: ด้วยขุมพลังประมวลผลแบบ Multi-core และเทคโนโลยีเชื่อมต่อเครือข่ายความเร็วสูง (CC-Link IE TSN) ทำให้การสั่งงานหลาย ๆ - [Set Sail AI ขยายธุรกิจสู่ประเทศไทย เปิดตัว Claw of Duty ยกระดับ Customer Experience และการดำเนินงานด้วย AI Agent [PR]](https://www.manutalkthai.com/set-sail-ai-open-business-in-thailand-and-launch-claw-of-duty-pr/) - Set Sail AI บริษัทเทคโนโลยีด้าน Enterprise AI และ Customer Experience (CX) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในฮ่องกง ประกาศเปิดสำนักงานในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมสนับสนุนองค์กรไทยในการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน แม้องค์กรไทยให้ความสำคัญกับการนำ AI มาใช้มากขึ้น แต่หลายองค์กรยังเผชิญข้อจำกัด ทั้งด้านการเชื่อมต่อกับระบบเดิม ความปลอดภัยของข้อมูล และการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้ Set Sail AI จึงมุ่งนำแพลตฟอร์ม AI สำหรับองค์กรที่ได้รับการพิสูจน์จากการใช้งานจริงในหลายประเทศ มาช่วยให้องค์กรไทยสามารถเริ่มต้นและขยายการใช้งาน AI ได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม การเปิดสำนักงานในประเทศไทยถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Set Sail AI ในการขยายธุรกิจสู่ตลาดที่มีศักยภาพสูงด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและการประยุกต์ใช้ AI โดยบริษัทมีเป้าหมายที่จะทำงานร่วมกับองค์กรและพันธมิตรในประเทศไทย เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถนำ AI ไปใช้งานได้จริง สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในยุคดิจิทัล การเปิดตัวครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้งาน Set Sail AI Thailand Inauguration โดยมีลูกค้า - [เจาะลึกตลาด ERP การผลิต! Syspro ผงาดขึ้นแท่น "Leader" จากการจัดอันดับของ Nucleus ปี 2026](https://www.manutalkthai.com/a-deep-dive-into-the-manufacturing-erp-market-syspro-rises-to-leader-position-in-nucleus-2026-rankings/) - อัปเดตตลาดซอฟต์แวร์บริหารจัดการองค์กร (ERP) สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMB) ล่าสุด Syspro ได้รับการประกาศให้ขยับขึ้นสู่ตำแหน่ง ผู้นำ (Leader) ในรายงาน 2026 Nucleus Research SMB ERP Technology Value Matrix ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่า "ความเชี่ยวชาญเฉพาะอุตสาหกรรม" ยังคงเป็นปัจจัยชี้วัดสำคัญ สำหรับผู้ผลิตที่ต้องการอัปเกรดระบบโดยไม่เพิ่มความยุ่งยากในการทำงาน นี่คือสรุปประเด็นน่าสนใจว่าทำไม Syspro ถึงก้าวขึ้นมาโดดเด่นในสมรภูมิ ERP ที่มีการแข่งขันสูง ทำไม Syspro ถึงขยับขึ้นแท่น Leader? ตอบโจทย์สายผลิตและจัดจำหน่ายเชิงลึก: Syspro เลื่อนขั้นจากกลุ่ม Expert มาเป็น Leader เคียงข้างค่ายดังอย่าง Oracle NetSuite, Epicor และ Infor ด้วยจุดเด่นด้านฟังก์ชันการทำงานที่เจาะลึกถึงกระบวนการผลิต ซัพพลายเชน และการมองเห็นสินค้าคงคลังที่ซับซ้อน AI ที่เน้น "ใช้งานจริง": แทนที่จะแยก AI ออกมาเป็นอีกระบบ Syspro เลือกฝัง AI - [อานิสงส์ยุค AI! Samsung โชว์งบไตรมาส 2 ปี 2026 ทุบสถิติประวัติศาสตร์ กำไรพุ่งกระฉูด 19 เท่า](https://www.manutalkthai.com/samsung-reports-record-breaking-q2-2026-financial-results-with-profits-soaring-19-fold/) - กระแสความตื่นตัวด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Boom) ยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้อย่าง Samsung ได้เผยตัวเลขผลประกอบการเบื้องต้นในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ซึ่งทำสถิติสูงที่สุดเท่าที่บริษัทเคยมีมา ไฮไลท์ผลประกอบการ Q2/2026 กำไรจากการดำเนินงานพุ่ง 19 เท่า: ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 8.9 หมื่นล้านวอน (ประมาณ 6.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ รายได้โตกว่าเท่าตัว: กวาดรายได้รวมไปถึง 171 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.24 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ทุบสถิติต่อเนื่อง: นี่คือการสร้างสถิติตัวเลขสูงสุดติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3 ของ Samsung หุ้นร่วงสวนทางงบ: แม้ผลประกอบการจะออกมาสวยหรูและทุบสถิติ แต่ราคาหุ้นของ Samsung กลับปรับตัวลดลงถึง 9% ซึ่งอาจเป็นผลจากการเทขายทำกำไรของนักลงทุนหลังจากที่หุ้นทำผลงานได้ดีเยี่ยมมาตลอดทั้งปี กำไรจากการดำเนินงานเพียงแค่ ไตรมาสเดียว ของปีนี้ (8.9 หมื่นล้านวอน) ทะลุยอดกำไรจากการดำเนินงาน รวมทั้งปี ของปี 2025 ซึ่งทำไว้ที่ราว - [Intel ทุ่ม 2 แสนล้านบาท ขยายฐานผลิตในไอร์แลนด์ ดันยุโรปผงาดฮับเซมิคอนดักเตอร์](https://www.manutalkthai.com/intel-is-investing-200-billion-baht-to-expand-its-production-base-in-ireland/) - ล่าสุด Intel ได้ขยับตัวครั้งใหญ่ด้วยการประกาศอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนกว่า 5 พันล้านยูโร (ประมาณ 2 แสนล้านบาท) เพื่อขยายศักยภาพการผลิตที่แคมปัส Leixlip ในประเทศไอร์แลนด์ การลงทุนครั้งนี้ไม่ใช่แค่การขยายพื้นที่ แต่เป็นการยกระดับเทคโนโลยีเพื่อรองรับ "AI Factories" ในอนาคต นี่คือสรุปประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์นี้ เป้าหมายหลักคือการเตรียมพร้อมสำหรับการผลิตชิปประมวลผลระดับไฮเอนด์อย่าง Intel Xeon 6 และ Xeon เจนเนอเรชันถัดไป โดยใช้เทคโนโลยีโหนดการผลิตที่ล้ำหน้าอย่าง Intel 3 เม็ดเงิน 2 แสนล้านบาทจะถูกใช้ในการปรับปรุงโรงงานผลิต (Fab) เดิมให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ติดตั้งเครื่องจักรระดับแนวหน้า และขยายระบบสายพานอัตโนมัติ เพื่อเชื่อมโยงทุกส่วนของโรงงานให้กลายเป็นสภาพแวดล้อมการผลิตที่มีความเร็วสูงสุด โครงการนี้ได้เริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่ต้นปี ซึ่งจะช่วยสร้างงานให้กับช่างฝีมือเฉพาะทางในสายงานก่อสร้างและติดตั้งอุปกรณ์ ไปจนถึงตำแหน่งงานประจำในสายเทคโนโลยีขั้นสูง (High-tech) ของ Intel เอง ในมุมมองของอุตสาหกรรม การตัดสินใจของ Intel สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ด้าน Tech-Sovereignty ของสหภาพยุโรปอย่างชัดเจน ความมั่นคงของ Supply Chain: การขยายกำลังการผลิตในไอร์แลนด์ช่วยลดการพึ่งพาฐานการผลิตจากภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งเพียงอย่างเดียว ทำให้ห่วงโซ่อุปทานของเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลกมีความยืดหยุ่นและรับมือกับความเสี่ยงได้ดีขึ้น ตอกย้ำจุดยืน Intel - [บิ๊กมูฟวงการเครื่องดื่ม! Suntory PepsiCo ทุ่ม 300 ล้านเหรียญฯ ผุดโรงงานอัจฉริยะที่เวียดนาม ล้ำสุดในเอเชีย](https://www.manutalkthai.com/suntory-pepsico-invests-300-million-in-a-smart-factory-in-vietnam-the-most-advanced-in-asia/) - มีข่าวความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่จากประเทศเพื่อนบ้านเรา เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2026 ที่ผ่านมา ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเครื่องดื่มอย่าง Suntory PepsiCo (บริษัทร่วมทุนระหว่าง Suntory จากญี่ปุ่นและ PepsiCo จากสหรัฐฯ) เพิ่งตัดริบบิ้นเปิดตัวโรงงานผลิตแห่งใหม่ที่เมืองเต็ยนิญ (Tay Ninh) ประเทศเวียดนามไปสด ๆ ร้อน ๆ ความน่าสนใจคือ งานนี้เค้าทุ่มเม็ดเงินลงทุนไปมหาศาลถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ที่นี่กลายเป็นศูนย์การผลิตแห่งที่ 6 ของบริษัทในเวียดนาม และที่สำคัญเคลมว่า...นี่คือโรงงานที่ "ใหญ่ที่สุดและล้ำสมัยที่สุดในเอเชีย" ของบริษัท ทำไมโรงงานนี้ถึงถูกยกให้เป็น "อนาคต" ของวงการผลิต? ลองมาดูไฮไลต์: จัดเต็มระบบอัตโนมัติ (End-to-End Automation): ยกระดับสายการผลิตด้วยระบบ Smart Manufacturing แบบเต็มรูปแบบ ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด คลังสินค้าอัจฉริยะแห่งแรก: ที่นี่มีคลังสินค้าแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Fully Automated Warehouse) ซึ่งเป็นแห่งแรกของ Suntory PepsiCo ทั้งในเวียดนามและในระดับภูมิภาค ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน และจัดการระบบโลจิสติกส์ได้เป๊ะขึ้นแบบก้าวกระโดด - [ภัยไซเบอร์ทุบสายการผลิตหยุดชะงัก 6 สัปดาห์! ทำบริษัทสิ่งทอในเยอรมนียื่นล้มละลาย](https://www.manutalkthai.com/zego-files-insolvency-after-cyberattack-production-downtime/) - ZEGO Textilveredelungszentrum ธุรกิจสิ่งทอรายใหญ่จากเยอรมนี ประกาศยื่นล้มละลายอย่างเป็นทางการ หลังเผชิญการโจมตีทางไซเบอร์เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2026 ส่งผลให้สายการผลิตหยุดชะงักยาวนานเกือบ 6 สัปดาห์ สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงร้ายแรงเมื่อความมั่นคงปลอดภัยไม่ครอบคลุมถึงหน้างาน บริษัทดังกล่าวก่อตั้งมา 37 ปี และให้บริการลูกค้าหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งยานยนต์ ชุดทำงาน และสิ่งทอทางเทคนิค โดย Johannes Zenglein กรรมการผู้จัดการของ ZEGO ระบุว่า การยื่นล้มละลายครั้งนี้เป็นก้าวที่ยากลำบากที่สุดของบริษัท แต่เป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่หลังจากพยายามทุกวิถีทางเพื่อรักษาธุรกิจ แม้ ZEGO จะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกของรูปแบบการโจมตีว่าเกี่ยวข้องกับ Ransomware หรือไม่ รวมถึงไม่มีการยืนยันเรื่องข้อมูลรั่วไหล แต่ประเด็นสำคัญที่ชี้ขาดความอยู่รอดของธุรกิจคือ Operational Disruption หรือการหยุดชะงักของการดำเนินงาน ผลพวงจากการโจมตีทำให้ระบบการผลิตล่มไปเกือบ 6 สัปดาห์ สร้างความตึงเครียดทางการเงินอย่างหนักจนเกินกว่าที่บริษัทจะรับมือได้ เหตุการณ์นี้ยืนยันว่า สำหรับธุรกิจภาคการผลิต ต้นทุนที่แพงที่สุดอาจไม่ใช่ค่าไถ่ แต่เป็นมูลค่าความเสียหายจากการที่เครื่องจักรไม่สามารถทำงานได้ กรณีของ ZEGO ไม่ใช่ครั้งแรกที่ความหละหลวมทางไซเบอร์นำไปสู่จุดจบของธุรกิจ ก่อนหน้านี้ Knights of Old บริษัทขนส่งเก่าแก่ 158 ปีของอังกฤษ ก็ต้องปิดตัวลงหลังถูกโจมตีด้วย Ransomware - [[Epicor Webinar] จาก Automation สู่ Intelligence: ขับเคลื่อนโรงงานอัจฉริยะสู่อนาคตด้วย AI และ Cognitive ERP จาก Epicor – 5 ส.ค. | 14:00 น.](https://www.manutalkthai.com/epicor-webinar-from-automation-to-intelligence-driven-smart-factory-with-ai-and-cognitive-erp/) - Epicor ขอเชิญ CIO, CTO, IT Director, IT Manager, Enterprise IT & ERP Managers รวมไปถึง Plant Managers & Supply Chain Leaders หรือบุคลากรสาย IT ระดับองค์กรและสายโรงงานอุตสาหกรรมที่มองหาทิศทางของเทคโนโลยีเพื่อนำไปวางกลยุทธ์ เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ของ Epicor Webinar เรื่อง “จาก Automation สู่ Intelligence: ขับเคลื่อนโรงงานอัจฉริยะสู่อนาคตด้วย AI และ Cognitive ERP จาก Epicor” เมื่อแค่ระบบ Automation ไม่เพียงพอต่อการแข่งขันในยุคดิจิทัล ถึงเวลาอัปเกรดกระบวนการผลิตด้วยความชาญฉลาดที่จับต้องได้ วันที่ 5 สิงหาคม 2026 เริ่ม 14:00 น. ผ่านทาง Zoom Webinar รายละเอียดและกำหนดการ: 📅 วันที่: - [ตามรอย Apple! อินเดียไฟเขียว Vivo จับมือ Dixon ลุยสมาร์ทโฟน เฟสใหม่นี้แบรนด์จีนต้องพึ่งเจ้าถิ่น](https://www.manutalkthai.com/india-gives-vivo-the-green-light-to-partner-with-dixon-to-launch-smartphones/) - สมาร์ทโฟน Made in India กำลังจะก้าวไปอีกขั้น ล่าสุดรัฐบาลอินเดียได้ "ไฟเขียว" ให้ Vivo แบรนด์มือถือยักษ์ใหญ่จากจีน ร่วมทุนกับ Dixon Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ของอินเดียเรียบร้อยแล้ว หลังจากดีลนี้ต้องยืดเยื้อมานานตั้งแต่ปลายปี 2024 เพราะติดกำแพงกฎหมายการลงทุนที่เข้มงวดระหว่างอินเดียกับประเทศที่มีพรมแดนติดกัน (ซึ่งก็คือจีนนั่นเอง) ทำไมดีลนี้ถึงเป็น "โมเดลเปลี่ยนเกม"? ที่ผ่านมา อินเดียกลายเป็นฮับการผลิตสมาร์ทโฟนโลกส่วนใหญ่เพราะ Apple ที่ส่งออกสมาร์ทโฟนจากอินเดียสูงถึง 57% ในขณะที่แบรนด์จีนแม้จะครองยอดขายในอินเดียถล่มทลายถึง 72% แต่กลับมีสัดส่วนการส่งออกไม่ถึง 10% โครงสร้างการร่วมทุนครั้งนี้เลยน่าสนใจมาก เพราะ Dixon จะถือหุ้นใหญ่ 51% ส่วน Vivo ถือ 49% พูดง่าย ๆ คือ แบรนด์จีนยอมถอยให้ "คนอินเดียคุมบังเหียน" เพื่อลดแรงเสียดทานทางการเมือง ปัญหาภาษี และกฎระเบียบจัดหนักจากรัฐบาลอินเดียในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยฝั่ง Vivo จะได้ทางสะดวกในการลุยตลาดอินเดีย ซึ่งตัวเองเป็นพี่ใหญ่ครองแชร์อันดับ 1 อยู่ที่ 23% แถมยังใช้เป็นฐานส่งออกไปทั่วโลกได้แบบสบายใจขึ้น ส่วนฝั่ง - [ABB ปิดดีลฮุบ Høglund เสริมทัพระบบออโตเมชันเรือ หวังลุยตลาดเดินเรือระดับโลก](https://www.manutalkthai.com/abb-closes-deal-to-acquire-hoglund-strengthening-its-marine-automation-systems/) - วงการอุตสาหกรรมทางทะเลมีดีลใหญ่ให้จับตาครับ ล่าสุด ABB ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติระดับโลก ประกาศเข้าซื้อกิจการ Høglund บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านระบบออโตเมชันสำหรับเรือจากนอร์เวย์แบบเบ็ดเสร็จ เพื่อขยายพอร์ตธุรกิจเดินเรือให้แกร่งกว่าเดิม โดยคาดว่าดีลนี้จะเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 3 ของปี 2026 นี้ ทำไม ABB ถึงอยากได้ Høglund? ถ้านึกภาพไม่ออก ให้คิดว่าเรือสินค้าหรือเรือสำราญขนาดใหญ่ก็เหมือนโรงงานลอยน้ำ ซึ่ง Høglund คือมือโปรที่ทำระบบ Integrated Automation System (IAS) หรือระบบควบคุมอัจฉริยะบนเรือ ที่ช่วยมัดรวมข้อมูลตั้งแต่เครื่องยนต์ เครื่องปั่นไฟ ไปจนถึงระบบจัดการสินค้าเข้ามาไว้ที่เดียว ทำให้เดินเรือได้ปลอดภัยขึ้น ประหยัดพลังงานขึ้น แถมปีก่อน (ปี 2025) ทำรายได้ไปเกือบ 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,100 ล้านบาท) และมีระบบนี้ติดตั้งอยู่บนเรือทั่วโลกกว่า 600 ลำแล้ว จุดที่น่าสนใจคือ: จริง ๆ แล้วระบบของ Høglund ก็พัฒนามาจากฮาร์ดแวร์ของ ABB อยู่แล้ว การมาเจอกันครั้งนี้เลยเหมือน "เนื้อคู่ที่เคมีตรงกัน" แบบไม่ต้องปรับตัวเยอะ - [เนสท์เล่ ทุ่ม 23,000 ล้านบาท ผุดสมาร์ทแฟคทอรี่ผลิตเนสกาแฟในไทย ชูเทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม](https://www.manutalkthai.com/nestle-23-billion-baht-ai-smart-factory-thailand/) - เนสท์เล่ ลงทุน 23,000 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตเนสกาแฟแห่งใหม่ในจังหวัดสมุทรปราการ โครงการนี้ครอบคลุมทั้งโรงงานผลิตและศูนย์กระจายสินค้าอันทันสมัย มุ่งยกระดับสายการผลิตด้วยเทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสนับสนุนการดำเนินงานที่ยั่งยืน ตอกย้ำจุดยืนในการผลักดันอุตสาหกรรมการผลิตไทยสู่ยุคสมาร์ทแฟคทอรี่และรองรับการส่งออก โรงงานแห่งใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการผลิตผลิตภัณฑ์หลักของเนสกาแฟ ได้แก่ กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟผงปรุงสำเร็จ และกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม โดยหัวใจสำคัญคือการนำเทคโนโลยีระดับแนวหน้ามาใช้งานจริงในสายการผลิต เนสท์เล่เตรียมติดตั้งเทคโนโลยีที่น่าสนใจดังนี้ เทคโนโลยีการสกัดกาแฟที่ล้ำสมัยที่สุดของเนสท์เล่และเทคโนโลยีการเก็บรักษากลิ่นกาแฟที่ทันสมัย ระบบอัตโนมัติ เช่น ระบบหุ่นยนต์ คลังสินค้าอัตโนมัติสำหรับจัดเก็บและเลือกหาสินค้า (ASRS) AI และระบบควบคุมกระบวนการทำงานขั้นสูง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ คุณภาพ และความเสถียรในทุกขั้นตอนการผลิต นอกเหนือจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โครงการนี้ยังสอดคล้องกับเป้าหมายการขับเคลื่อน Bio-Circular-Green Economy ของประเทศไทย และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI แล้ว โดยโรงงานผลิตแห่งนี้จะใช้นวัตกรรม วัตถุดิบและวัสดุที่จัดหาจากภายในประเทศจำนวนมาก รวมถึงเมล็ดกาแฟ น้ำตาล และน้ำนมดิบจากเกษตรกรไทย ที่สำคัญมูลค่าของวัตถุดิบและวัสดุที่จัดหาจากภายในประเทศไทยเพื่อใช้ในการผลิตคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 4,300 ล้านบาทต่อปี โครงการทั้งหมดคาดว่าจะสร้างงานในประเทศไทยมากกว่า 520 ตำแหน่ง โดยครอบคลุมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี รวมถึงพนักงานที่มีทักษะระดับกลางและระดับสูง โรงงานแห่งใหม่นี้คาดว่าจะเริ่มดำเนินงานในช่วงหลังของปี พ.ศ. 2571 ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนการลงทุนอย่างต่อเนื่องของเนสท์เล่ ซึ่งระหว่างปี - [ย้อนตำนาน Smart Home ยุค 90! ส่อง "IBM Home Director" เปลี่ยนบ้านให้ล้ำด้วยสายไฟบ้าน บรรพบุรุษที่ถูกต่อยอดมาเป็นระบบ IoT และ Smart Factory สุดล้ำ](https://www.manutalkthai.com/reliving-the-smart-home-legend-of-the-90s-a-look-at-the-ibm-home-director/) - ถ้าพูดถึงระบบบ้านอัจฉริยะ (Smart Home) หรือระบบออโตเมชันในปัจจุบัน เราคงนึกถึงการสั่งงานผ่าน Wi-Fi, บลูทูธ หรือแอปบนมือถือ แต่รู้ไหมว่าย้อนกลับไปเมื่อปี 1996 หรือเกือบ 30 ปีที่แล้ว ยักษ์ใหญ่แห่งวงการไอทีอย่าง IBM เคยเข็นเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง "IBM Home Director" ออกมาเขย่าวงการแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ยูทูบเบอร์ช่อง [Ionic1k] ได้พาเรานั่งไทม์แมชชีนกลับไปดูการทำงานของเจ้าระบบนี้กันครับ ซึ่งมันน่าสนใจมากในมุมของวิวัฒนาการเทคโนโลยีออโตเมชันก่อนจะมาเป็น IoT ในทุกวันนี้ แล้วบ้านอัจฉริยะยุคไร้ Wi-Fi เขาทำงานกันยังไง? ในยุคที่คอมพิวเตอร์พีซีซีรีส์ Aptiva ของ IBM กำลังฮิตติดลมบน IBM ได้ผุดไอเดียเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับระบบไฟในบ้าน โดยใช้โปรโตคอลระดับตำนานอย่าง "X10" ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณควบคุมผ่าน "สายไฟบ้านที่มีอยู่แล้ว" (Powerline Communication) ไม่ต้องเดินสายใหม่ให้วุ่นวาย: แค่เอาโมดูลของ IBM ไปเสียบปลั๊กไฟที่ผนัง แล้วเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าไปเสียบต่อที่โมดูลอีกที ก็พร้อมใช้งาน สั่งการผ่านพอร์ตซีเรียล (Serial Port): ตัวคอมพิวเตอร์พีซีจะถูกเชื่อมต่อเข้ากับโมดูลควบคุมหลักผ่านพอร์ตซีเรียลด้านหลังเครื่อง จากนั้นผู้ใช้ก็แค่เปิดโปรแกรม Home - [Comau ฮุบกิจการ Invent หวังลุยตลาดโลจิสติกส์อัจฉริยะแบบครบวงจร](https://www.manutalkthai.com/comau-acquires-invent-aiming-to-penetrate-the-integrated-smart-logistics-market/) - ในวงการอุตสาหกรรมยุคนี้ แค่ผลิตของได้ไวอาจจะยังไม่พอ เพราะระบบจัดการคลังสินค้า (Intralogistics) ก็ต้องไหลลื่นและฉลาดตามไปด้วย ล่าสุดค่ายยักษ์ใหญ่ด้านออโตเมชันอย่าง Comau เพิ่งประกาศเกมรุกครั้งสำคัญ ด้วยการเข้าซื้อกิจการแบบ 100% ของบริษัท Invent Smart Intralogistics Solutions จากบราซิล ซึ่งเป็นตัวตึงด้านระบบอัตโนมัติในคลังสินค้า การเข้าซื้อ Invent ในครั้งนี้ ไม่ได้มาแค่เสริมทัพธรรมดา แต่มาเพื่อเติมเต็ม Ecosystem ของ Comau ให้สมบูรณ์แบบขั้นสุด โดยเฉพาะเมื่อนำมารวมพลังกับ Automha ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจัดเก็บสินค้าอัตโนมัติที่ Comau มีอยู่แล้ว งานนี้บอกเลยว่าครบเครื่อง: Automha: เก่งเรื่องงานสเกลใหญ่ โฟกัสไปที่ระบบจัดเก็บและจัดการสินค้าบนพาเลท (Pallet handling) Invent: เก่งเรื่องงานละเอียด เข้ามาเติมเต็มในส่วนของการจัดการกล่องสินค้า การจัดเตรียมออเดอร์ และที่สำคัญคือมี "ซอฟต์แวร์สุดฉลาด" ที่คอยบริหารจัดการคิวงานในคลังสินค้า Comau: เป็นแกนหลักที่เอาความเชี่ยวชาญด้านออโตเมชันระดับโลกมาผนวกทุกอย่างเข้าด้วยกัน เมื่อทั้ง 3 ส่วนมารวมกัน โรงงานและศูนย์กระจายสินค้าก็จะได้โซลูชันแบบ End-to-End ตั้งแต่การดึงของออกจากคลัง จัดออเดอร์ ไปจนถึงการไหลเวียนของวัสดุในสายการผลิตแบบไม่มีสะดุด ตอบโจทย์ซัพพลายเชนยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความไวและความแม่นยำ - [IMA เปิดตัว "Cognitive Manufacturing" ยกเครื่องโรงงานอัจฉริยะด้วย AI](https://www.manutalkthai.com/ima-launches-cognitive-manufacturing-revolutionizing-smart-factories-with-ai/) - ในยุคที่อุตสาหกรรมการผลิตก้าวเข้าสู่ระบบดิจิทัลเต็มตัว เครื่องจักรต่าง ๆ ถูกจับเชื่อมต่อกันและสร้าง "ข้อมูล" ออกมามหาศาล แต่โจทย์ใหญ่ที่หลายโรงงานกำลังเจอคือ เราจะเปลี่ยนข้อมูลกองโตพวกนี้ ให้กลายเป็นอินไซต์ที่เอาไปใช้แก้ปัญหาหน้างานจริงๆ ได้ยังไง? ล่าสุดค่าย IMA ได้ออกมาตอบโจทย์นี้แล้ว ด้วยการเปิดตัววิสัยทัศน์ใหม่ที่ก้าวข้ามคำว่า Smart Factory ไปอีกขั้น โดยเรียกมันว่า "Cognitive Manufacturing" ถ้า Industry 4.0 คือยุคที่เครื่องจักรคุยกันได้ Cognitive Manufacturing ก็คือยุคของการนำ ข้อมูล (Data) + AI + ความเชี่ยวชาญของมนุษย์ มารวมร่างกัน เพื่อสร้างระบบที่คิดวิเคราะห์และช่วยตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ เปลี่ยนข้อมูลดิบ ให้เป็น "คู่มือแก้ปัญหา" ลองนึกภาพว่าจู่ ๆ สายการผลิตมีปัญหา แทนที่ระบบจะแค่ส่งเสียงเตือนร้องดัง ๆ แล้วให้ช่างไปงมหาจุดเสียเอาเอง ระบบของ IMA จะใช้ AI วิเคราะห์บริบทของปัญหา เทียบกับประวัติที่เคยพังมาทั้งหมด แล้ว "ชี้เป้า" สาเหตุ พร้อมแนะนำวิธีแก้ปัญหาเป็นฉาก ๆ - [หมดยุคยึดติดฮาร์ดแวร์! Siemens ชูวิสัยทัศน์ ดัน AI และ SDA พลิกโฉมอุตสาหกรรมในงาน Automate 2026](https://www.manutalkthai.com/siemens-showcases-its-vision-to-transform-industries-through-ai-and-sda-at-automate-2026/) - คนในแวดวงอุตสาหกรรมน่าจะสัมผัสได้ว่า ตอนนี้โรงงานทั่วโลกกำลังเจอบททดสอบสุดโหด ทั้งปัญหาขาดแคลนแรงงาน (คาดว่าอเมริกาจะขาดคนถึง 2.1 ล้านตำแหน่งในปี 2030) ซัพพลายเชนสะดุด และความผันผวนต่าง ๆ ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาลถึง 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ในงาน Automate 2026 ที่ผ่านมา Siemens ยักษ์ใหญ่ด้านออโตเมชัน เลยออกมาประกาศชัดเจนว่า ทางรอดเดียวของภาคการผลิตคือการก้าวสู่ "Digital Manufacturing" แบบเต็มตัว โดยชูหมัดเด็ดอย่าง Industrial AI, Digital Twins และที่น่าจับตาที่สุดคือ Software-Defined Automation (SDA) พลิกโฉม PLC: เมื่อซอฟต์แวร์ไม่ต้องง้อฮาร์ดแวร์อีกต่อไป ปกติแล้วเวลาเราพูดถึงระบบควบคุมโรงงาน เรามักจะนึกถึงกล่อง PLC ที่เป็นฮาร์ดแวร์เฉพาะทางใช่ไหมครับ? แต่แนวคิด SDA กำลังจะมาเปลี่ยนเกมนี้ ด้วยการ "จับแยก" ซอฟต์แวร์ควบคุมออกจากตัวฮาร์ดแวร์ พูดง่าย ๆ คือ เปลี่ยน PLC ให้กลายเป็นซอฟต์แวร์จำลอง (Virtual PLC - [รู้จัก Arbex ที่เกิดจากการจับมือของ Kimberly-Clark กับ Suzano ลุยตลาดทิชชูและสุขอนามัยระดับโลก เพื่อตั้งกิจการมูลค่า 3.4 พันล้านเหรียญ พร้อมฐานการผลิต 22 แห่ง](https://www.manutalkthai.com/suzano-kimberly-clark-launch-arbex/) - Suzano ผู้ผลิตเยื่อกระดาษรายใหญ่ที่สุดของโลก และ Kimberly-Clark ประกาศจัดตั้ง Arbex กิจการร่วมทุนมูลค่า 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำในธุรกิจกระดาษทิชชูและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดย Arbex จะดำเนินการผลิต ทำการตลาด และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งสำหรับผู้บริโภคทั่วไปและลูกค้าองค์กร ครอบคลุมกว่า 70 ตลาดใน 5 ทวีป Arbex ได้รับโอนสินทรัพย์จากหน่วยธุรกิจ International Family Care & Professional (IFP) ของ Kimberly-Clark ซึ่งรวมถึงฐานการผลิตจำนวน 22 แห่งที่กระจายอยู่ใน 14 ประเทศ การรับโอนสินทรัพย์ครั้งนี้ทำให้ Arbex เป็นเจ้าของพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ระดับภูมิภาคมากกว่า 40 แบรนด์ เช่น Andrex, Hakle และ Scottex นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับสิทธิ์ระยะยาวในการใช้แบรนด์ระดับโลกของ Kimberly-Clark ทำให้ Arbex เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแบรนด์ชั้นนำอย่าง Kleenex, Scott, Cottonelle, WypAll, - [แอลจี เปิดตัวศูนย์ธุรกิจหุ่นยนต์ (Robotics Business Center) เดินหน้ารุกธุรกิจหุ่นยนต์ รับการเติบโตในอนาคต [PR]](https://www.manutalkthai.com/lg-robotics-business-center-pr/) - บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด ประกาศจัดตั้งศูนย์ธุรกิจหุ่นยนต์ (Robotics Business Center) โดยมุ่งผนึกรวมขีดความสามารถหลักที่จำเป็นต่อการผลักดันธุรกิจหุ่นยนต์สู่เชิงพาณิชย์ ตั้งแต่การพัฒนาธุรกิจไปจนถึงการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานและการผลิต โดยศูนย์ธุรกิจแห่งใหม่นี้ดำเนินงานขึ้นตรงต่อนายรยู แจชอล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการเร่งสร้างการเติบโตในธุรกิจหุ่นยนต์ ในฐานะหนึ่งในธุรกิจหลักแห่งอนาคต เร่งการเติบโตของธุรกิจหุ่นยนต์ผ่านการปรับโครงสร้างองค์กร ศูนย์ธุรกิจหุ่นยนต์ (Robotics Business Center) จะเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างองค์กรนอกวาระประจำปี โดยมีการดำเนินการล่วงหน้าก่อนการปรับโครงสร้างองค์กรประจำปีของบริษัทถึง 4 เดือน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นเชิงกลยุทธ์ของแอลจี ในการขับเคลื่อนธุรกิจหุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Physical AI โดยจะดำเนินงานในฐานะหน่วยธุรกิจแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาธุรกิจ การขาย ไปจนถึงการดำเนินงาน โดยมี นายซง ซี-ยง อดีตผู้บริหารจากสถาบันวิจัยวิศวกรรมการผลิต (Production Engineering Research Institute) ของแอลจี ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง เป็นผู้นำศูนย์แห่งนี้ นอกจากนี้ ศูนย์ธุรกิจหุ่นยนต์ (Robotics Business Center) แห่งใหม่นี้ ยังเตรียมจัดตั้งศูนย์ผลิตและจัดการข้อมูล หรือ Data - [“Factorium” ผนึกกำลัง “Green AI” เปิดตัวโซลูชัน ‘fx’ ปฏิวัติโรงงานอัจฉริยะไทย–ญี่ปุ่น ดันอุตสาหกรรมการผลิตสู่ความยั่งยืน พร้อมรับการสนับสนุนจาก JETRO [PR]](https://www.manutalkthai.com/factorium-x-greenai-mou-with-support-from-jetro-pr/) - บริษัท ซิสเต็มส์สโตน จำกัด (Factorium) ผู้นำด้านซอฟต์แวร์บริหารจัดการงานบำรุงรักษาเชิงวิศวกรรม (CMMS) ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในประเทศไทย ประกาศลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ บริษัท กรีน เอไอ จำกัด (Green AI) สตาร์ทอัพเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ด้านความยั่งยืน และการลดคาร์บอนชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมกันพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตสู่ “Factory Transformation” หรือ fx อย่างเต็มรูปแบบ โดยมี นายอาเบะ อิจิโระ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) สำนักงานกรุงเทพฯ ร่วมเป็นสักขีพยานและผู้สนับสนุนหลัก ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการผนึกจุดแข็งของทั้งสององค์กรเพื่อสร้างโซลูชัน “fx” (Factory Transformation) แบบครบวงจร โดย Factorium นำความเชี่ยวชาญด้าน Digital Transformation (dx) จากการเป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์บริหารงานบำรุงรักษาผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือที่ทันสมัย พร้อมระบบ JorPor Plus (จป.พลัส) หรือ Safety+ ที่ช่วยบริหารจัดการผู้รับเหมาและยกระดับความปลอดภัยในโรงงานสู่มาตรฐานสูงสุด ขณะที่ Green AI เสริมด้วยเทคโนโลยี - [Caterpillar เข้าซื้อกิจการ Skycatch เพิ่มประสิทธิภาพด้าน Spatial Data และ AI มุ่งสู่การทำเหมืองอัจฉริยะ](https://www.manutalkthai.com/caterpillar-acquires-skycatch-mining-ai/) - Caterpillar ประกาศเข้าซื้อกิจการ Skycatch ผู้ให้บริการโซลูชันจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ หรือ Spatial Data เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อุตสาหกรรมหนักกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล โดยตั้งเป้าหมายนำเทคโนโลยี AI และข้อมูลแบบ Near-real-time มาผสานเข้ากับระบบปฏิบัติการ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพการผลิตของเหมืองแร่ทั่วโลก Denise Johnson ประธานกลุ่ม Caterpillar Resource Industries กล่าวว่า การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทในการแก้ปัญหาที่ท้าทายที่สุดให้แก่ลูกค้า การบูรณาการข้อมูลเชิงพื้นที่ความละเอียดสูงแบบ Near-real-time เข้ากับโซลูชันของ RPM และ MineStar จะช่วยให้ลูกค้าสามารถปรับปรุงสมรรถนะของเหมือง ทั้งในด้านความปลอดภัย กำลังการผลิต และความสามารถในการคาดการณ์ผลลัพธ์ ครอบคลุมทั้งการปฏิบัติงานโดยใช้พนักงานและบริหารจัดการ Autonomous Fleet เทคโนโลยีหลักของ Skycatch คือการจับข้อมูลเชิงพื้นที่ขนาดใหญ่ด้วยความถี่และความแม่นยำสูง พร้อมนำชุดความสามารถด้าน AI เข้ามาช่วยระบุ ตรวจวัด และตอบสนองต่อข้อมูล สิ่งนี้สอดคล้องกับทิศทางของเทคโนโลยีการคำนวณเชิงพื้นที่ที่ช่วยสนับสนุนโลกความเป็นจริงผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะในภาคการผลิตที่จะมีเครื่องมือ Visualization เข้ามาสนับสนุนการตัดสินใจได้มากขึ้น เมื่อผนวกเทคโนโลยีเหล่านี้เข้าด้วยกัน ผู้ปฏิบัติงานจะสามารถสร้าง Digital Twin ของพื้นที่ปฏิบัติงานแบบ Near-real-time และดึงข้อมูลไปใช้ในระบบซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ได้ทันที จนสามารถวางแผนและปรับแผนงานได้ทันทีเมื่อสภาวะแวดล้อมหน้างานเปลี่ยนแปลง - [ญี่ปุ่น ผนึก อินเดีย เสริมแกร่งซัพพลายเชน-พลังงาน หวังดึงเม็ดเงินลงทุนทะลุ 1.9 ล้านล้านบาท](https://www.manutalkthai.com/japan-and-india-join-forces-to-strengthen-supply-chains-and-the-energy-sector-aiming-to-attract-over-1-9-trillion-baht-in-investment/) - ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ยังคงตึงเครียด สองยักษ์ใหญ่แห่งเอเชียอย่าง "ญี่ปุ่น" และ "อินเดีย" ก็ไม่รอช้า ล่าสุดได้จับเข่าคุยเพื่อยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจและพลังงานครั้งใหญ่ ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในโอกาสที่ นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น บินลัดฟ้าเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก เพื่อหารือกับ นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี โดยทั้งสองฝ่ายได้เคาะแผนยุทธศาสตร์ร่วมกันเพื่อรับมือกับความท้าทายในโลกยุคปัจจุบัน ไฮไลต์สำคัญของการจับมือครั้งนี้ มีอะไรที่ภาคอุตสาหกรรมต้องจับตาบ้าง? อุดช่องโหว่ซัพพลายเชน: ทั้งสองประเทศตกลงทำแผนงานร่วม (Roadmap) เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและลดความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน โดยเน้นไปที่อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์อย่าง เซมิคอนดักเตอร์, เทคโนโลยีควอนตัม และวัสดุขั้นสูง (Advanced Materials) ซึ่งนายกฯ โมดี ย้ำว่า ญี่ปุ่นคือพันธมิตรคนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนภาคการผลิตของอินเดียมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์หรืออิเล็กทรอนิกส์ ลุยพลังงานสะอาด & สำรองน้ำมัน: ในด้านความมั่นคงทางพลังงาน มีแผนเตรียมสร้างโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพ (Biogas) และปุ๋ยอินทรีย์กว่า 1,000 แห่ง ในอินเดีย นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายความร่วมมือเรื่องการสำรองน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อใช้เป็นไพ่ตายรับมือหากเกิดวิกฤตราคาน้ำมันในอนาคต ขยายขอบเขตความร่วมมือ: ไม่ได้หยุดแค่เรื่องการผลิต แต่ยังจรดปากกาเซ็นข้อตกลงร่วมกันในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI), กลาโหม และการดูแลสุขภาพ (Healthcare) - [Schneider Electric ทุ่มกว่า 1 แสนล้านบาท ฮุบกิจการ Cognite เสริมแกร่ง AI อุตสาหกรรม](https://www.manutalkthai.com/schneider-electric-invests-over-100-billion-baht-to-acquire-cognite-strengthening-its-industrial-ai-capabilities/) - สมรภูมิเทคโนโลยี AI ในภาคการผลิตกำลังดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุดยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศสอย่าง Schneider Electric ได้ประกาศเดินหมากครั้งสำคัญ ด้วยการควักกระเป๋าซื้อกิจการ Cognite ผู้ผลิตซอฟต์แวร์สัญชาติอเมริกัน ด้วยมูลค่าสูงถึง กว่า 102,600 ล้านบาท (ประมาณ 2.7 พันล้านยูโร หรือราว 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพื่อยกระดับความสามารถด้าน AI อุตสาหกรรมของตัวเอง ไฮไลต์สำคัญของดีลนี้มีอะไรบ้าง? Schneider วางแผนที่จะนำ Cognite ไปควบรวมกับ Aveva ธุรกิจซอฟต์แวร์อุตสาหกรรมในเครือของตนเอง ซึ่งทางคุณ Caspar Herzberg ซีอีโอของ Aveva ก็ยอมรับตรง ๆ ว่าพวกเขาหมายตากิจการนี้มานานหลายปีแล้ว รู้จัก Cognite สั้น ๆ เป็นบริษัทซอฟต์แวร์ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมือง Tempe รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา มีพนักงานราว 800 คน และทำรายได้ในปีที่ผ่านมาไป กว่า 5,650 ล้านบาท (ประมาณ - [SMP ผู้ผลิตชิ้นส่วนสหรัฐฯ ร่วมทุน Techstrong ดึงฐานผลิตเซ็นเซอร์รถยนต์มาไทย หวังสลัดภาพพึ่งพาจีน](https://www.manutalkthai.com/smp-partners-with-techstrong-to-bring-automotive-sensor-manufacturing-to-thailand/) - ประเทศไทยกำลังกลายเป็น "ทางเลือกใหม่" ที่เนื้อหอมสุด ๆ ในภาคอุตสาหกรรมการผลิต ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมากจากวงการซัพพลายเออร์ยานยนต์ที่กำลังปรับตัวเพื่อกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ Standard Motor Products (SMP) ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่จากสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจจับมือกับ Techstrong Holdings Limited ตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ในสัดส่วน 50/50 ภายใต้ชื่อ Techstrong Electronics (Thailand) Company Limited เพื่อลุยผลิตเซ็นเซอร์ยานยนต์ในประเทศไทยโดยเฉพาะ ทำไมดีลนี้ถึงน่าสนใจในมุมอุตสาหกรรม? คุมเกมได้เบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้นน้ำ: จากเดิมที่ SMP ต้องพึ่งพาซัพพลายเออร์เจ้าอื่นผลิตเซ็นเซอร์ให้ การมีโรงงานร่วมทุนของตัวเองทำให้พวกเขาเข้ามาควบคุมได้โดยตรง ทั้งเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มาตรฐานคุณภาพ และความรวดเร็วในการจัดส่ง กระจายความเสี่ยงซัพพลายเชน (Resilience): นี่คือกลยุทธ์ลดการพึ่งพาฐานการผลิตในจีนอย่างชัดเจน การเลือกลงหลักปักฐานในไทย ทำให้ SMP ได้แยกฐานการผลิตออกมาอยู่ในภูมิภาคที่ปลอดภัยกว่า แถมยังมีต้นทุนการผลิตที่แข่งขันได้สบาย ๆ พร้อมเสียบปลั๊ก ลุยผลิตได้ทันที: การเลือกใช้วิธีร่วมทุนกับพันธมิตรที่มีระบบปฏิบัติการอยู่แล้ว ทำให้ SMP สามารถเดินหน้าผลิตในสเกลใหญ่ได้ทันที ประหยัดทั้งงบประมาณและเวลา เมื่อเทียบกับการต้องไปหาซื้อที่ดินแล้วสร้างโรงงานใหม่เองทั้งหมด (Greenfield investment) - [Toyota ร่วมมือ Joby Aviation ลุยสายการผลิตแท็กซี่บินได้เพื่อให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ](https://www.manutalkthai.com/toyota-joby-aviation-evtol-manufacturing/) - Toyota และ Joby Aviation ผู้พัฒนาอากาศยานไฟฟ้าบินขึ้นลงแนวดิ่ง (eVTOL) หรือแท็กซี่บินได้ ได้ร่วมกันศจัดตั้งกิจการร่วมค้าภายใต้ชื่อ Joby Toyota Aero Manufacturing Preparation Company เพื่อผลักดันการผลิตแท็กซี่บินได้ให้เข้าสู่กระบวนการผลิตเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ต้องการขยายศักยภาพจากบนพื้นถนนสู่ตลาด Advanced Air Mobility (AAM) การนำความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมการผลิตระดับโลกของ Toyota มาเสริมแกร่งให้กับ Joby โดยมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มผลิตภาพ, การควบคุมคุณภาพ และการบริหารจัดการต้นทุน อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อทำให้การเดินทางทางอากาศกลายเป็นจริงในชีวิตประจำวันของทุกคน โดยตัวแท็กซี่บินได้นั้นใช้โครงสร้างสร้างไทเทเนียม อะลูมิเนียม และคาร์บอนไฟเบอร์ ผสานกับชิ้นส่วนอื่นที่ขึ้นรูปด้วย Robotic 3D Printing และมีสมรรถนะดังนี้ ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์ไฟฟ้า 6 ตัว และใบพัด 6 ชุด แหล่งพลังงาน: แบตเตอรี่ 4 แพ็ก ระบบประมวลผล: Flight Computer แบบ Triple-redundant เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด - [ห้ามพลาด! ขอเชิญร่วมงานสัมมนาเปิดตัวและสัมผัสความล้ำหน้าของ Dell Pro เจนเนอเรชันใหม่ สร้างมาเพื่อ AI โดยเฉพาะ [10 ก.ค. | 9:00]](https://www.manutalkthai.com/introducing-the-new-generation-of-dell-pro-built-specifically-for-ai/) - ร่วมสัมผัส Dell Pro เจนเนอเรชันใหม่ สร้างมาเพื่อ AI ในงานเปิดตัว Dell Pro Experience รูปแบบการทํางานกําลังเปลี่ยนแปลง ทั้งขับเคลื่อนด้วย AI ทั้งข้อมูลที่มีมหาศาลและความต้องการโซลูชันที่ต้องทั้งชาญฉลาด ปลอดภัย และยืดหยุ่นยิ่งขึ้น เชิญคุณร่วมสัมผัสประสบการณ์เทคโนโลยีที่ผสานพลังของ AI เข้ากับประสิทธิภาพระดับมืออาชีพ พร้อมค้นพบว่าอุปกรณ์ที่ใช่ จะช่วยยกระดับการทํางานของคุณได้อย่างไร ทั้งในด้านความเร็ว ความปลอดภัย และความคล่องตัว Dell Technologies ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำด้านเทคโนโลยี AMD Intel Microsoft และ NVIDIA ขอเชิญคุณร่วมงานครั้งนี้เพื่อสัมผัสนวัตกรรมและเปิดประสบการณ์ Dell Pro เจนเนอเรชันใหม่ ล่าสุดก่อนใคร พร้อมรับฟังจาก IDC นักวิเคราะห์ชั้นนําของอุตสาหกรรมถึงแนวทางที่องค์กรสามารถยกระดับสถานที่ทํางานแบบครบวงจรและก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นใจ ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ขอเชิญคุณร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานเปิดตัวโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Dell Pro ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การทำงานแห่งอนาคตอย่างแท้จริง ไฮไลท์ของงาน: Dell Pro Showcase: สัมผัสประสบการณ์จริงกับ Dell Pro เจนเนอเรชันใหม่ก่อนใคร พร้อมสัมผัสประสบการณ์การทำงานร่วมกันของพอร์ตโฟลิโอ Dell Pro ที่ช่วยสร้างสถานที่ทำงานที่พร้อมสำหรับ - [เบรกหัวทิ่ม! Nvidia เลื่อนเปิดตัว 'Kyber' ตู้เซิร์ฟเวอร์ AI ขั้นเทพไปปี 2028 หลังเจอตอเรื่องการผลิต](https://www.manutalkthai.com/nvidia-has-postponed-the-launch-of-its-advanced-ai-server-rack-kyber-to-2028-due-to-production-issues/) - ดูเหมือนว่าความเร็วระดับติดจรวดของเจ้าพ่อชิป AI อย่าง Nvidia จะเริ่มปะทะกับขีดจำกัดด้านการผลิตเข้าให้แล้วครับ ล่าสุดมีรายงานจากบริษัทวิจัย SemiAnalysis ว่าโปรเจกต์เรือธงตัวถัดไปอย่างระบบตู้เซิร์ฟเวอร์ (Rack) ที่มีชื่อว่า "Kyber" ถูกเลื่อนกำหนดการเปิดตัวออกไปยาว ๆ กว่า 12 เดือน จากเดิมที่วางแผนไว้ในปี 2027 กลายเป็นต้องรอถึงปี 2028 เลยทีเดียว เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายครั้งใหญ่ในวงการฮาร์ดแวร์ เมื่อการพยายามออกผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกปี เริ่มสวนทางกับความซับซ้อนในการผลิตจริง เรามาเจาะลึกกันครับว่าเกิดอะไรขึ้น ทำความรู้จัก 'Kyber' สำหรับคนที่อาจจะยังไม่คุ้นชื่อ Kyber คือตู้เซิร์ฟเวอร์ (Server Cabinet) ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับชิป Rubin Ultra สุดยอดชิปแห่งอนาคต (กำหนดเดิมคือปี 2027) ความโหดของ Kyber คือมันสามารถยัดชิปทรงพลังของ Nvidia ได้ถึง 144 ตัวไว้ในตู้เดียว เพื่อให้ทั้งหมดทำงานร่วมกันเสมือนเป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ ตอบโจทย์บริษัท AI ที่ต้องการพลังประมวลผลมหาศาลในการเทรนโมเดลขั้นสูง ด้วยการออกแบบที่มี "ดีไซน์สุดล้ำ" แทนที่จะวางถาดประมวลผลแนวนอนแบบเดิม ๆ Kyber เลือกวางแบบ - [ทลายกำแพง IT-OT: Siemens ส่ง Simatic AX อัปเกรดใหม่ เพิ่มภาษา Ladder ทำงานง่าย ตอบโจทย์คนหน้างานมากขึ้น](https://www.manutalkthai.com/siemens-has-released-an-upgraded-simatic-ax-adding-ladder-programming-language-for-easier-use/) - ใครที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมน่าจะรู้ดีว่า บางครั้งโลกของการเขียนโปรแกรม (IT) กับคนทำงานซ่อมบำรุงหน้างาน (OT) มักจะคุยกันคนละภาษา แต่ล่าสุด Siemens กำลังจะเปลี่ยนเรื่องนี้ให้ง่ายขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการอัปเกรดเครื่องมือวิศวกรรมตัวเก่งอย่าง Simatic AX ให้ทุกคนเข้าถึงระบบ Software-Defined Automation ได้ง่ายขึ้น เป็นมิตรกับคนหน้างาน และทำงานร่วมกันได้แบบไร้รอยต่อ นี่คือไฮไลต์เด็ดจากการอัปเกรดครั้งนี้ที่คนทำงานสายออโตเมชันต้องรู้: เพิ่มภาษา Ladder (XLad) เอาใจทีมซ่อมบำรุงโดยเฉพาะ แต่ก่อนตัว Simatic AX Logic Control Engineering (LCE) จะเน้นการเขียนโค้ดแบบตัวหนังสือ (Structured Text) ซึ่งอาจจะถูกใจวิศวกรซอฟต์แวร์ แต่อาจทำให้ช่างเทคนิคที่คุ้นเคยกับแผนภาพต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ ล่าสุด Siemens เลยจัดให้...ด้วยการเปิดตัว XLad หรือการเขียนโปรแกรมแบบ Ladder ซึ่งเป็นภาษาแบบกราฟิกตัวแรกในระบบ ข้อดีคือ: เรียนรู้ง่าย: ทีมซ่อมบำรุงและวิศวกรที่ชอบดูแบบกราฟิกสามารถเข้าใจลอจิกได้ทันที แก้ปัญหาไว: ลดเวลาในการหาสาเหตุและแก้ไขปัญหาหน้างาน (Troubleshooting) ร่วมมือกันลื่นไหล: ดึงคนทำงานทั้งฝั่ง IT และ OT ให้มาทำงานบนแพลตฟอร์มเดียวกันได้ง่ายขึ้น ความเจ๋งของ - [Hyundai โชว์ความเก่ง Atlas หุ่นยนต์ Humanoid ในศึกฟุตบอลโลก 2026 ก่อนขึ้นไลน์ผลิตจริง 30,000 ตัว/ปี ในปี 2028](https://www.manutalkthai.com/hyundai-atlas-humanoid-world-cup-2026-production/) - Hyundai Motor เปิดตัวหุ่นยนต์ Humanoid ที่ชื่อว่า Atlas ในศึกฟุตบอลโลก 2026 ถือเป็นการสาธิตการทำงานจริงต่อบุคคลทั่วไปเป็นครั้งแรก ทั้งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมสู่การผลิตจริงเพื่อนำไปใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรม หุ่นยนต์ดังกล่าวพัฒนาโดย Boston Dynamics ถือเป็นการต่อยอดจากการเปิดตัวภายในงาน CES เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ภายใต้แคมเปญ School of Football ที่ Hyundai เป็นผู้สนับสนุนการแข่งขัน FIFA มาตั้งแต่ปี 1999 และเป็นพาร์ทเนอร์ด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์อย่างเป็นทางการในปีนี้ บริษัทได้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีหุ่นยนต์สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของห้องทดลอง เพราะหุ่นยนต์ Atlas ได้เรียนรู้การเคลื่อนไหวที่ซับซ้อน เช่น ท่าเตะลูกไขว้ของตำนานลูกหนังอย่าง Pelé และ Diego Maradona อย่างแนบเนียน ดังนั้นการนำหุ่นยนต์ Atlas มาทดสอบในสนามกีฬาจริงถือเป็นการเก็บข้อมูลที่ประเมินค่าไม่ได้ การทำงานบนพื้นหญ้าบังคับให้ระบบประมวลผลต้องจัดการกับตัวแปรที่คาดเดาไม่ได้ ทั้งความยืดหยุ่นของพื้นผิวและความเสี่ยงในการลื่นไถล ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับพื้นคอนกรีตเรียบในห้องทดลอง ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปรับตัวของหุ่นยนต์เมื่อต้องลงไปปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมของโรงงาน Alberto Rodriguez ผู้อำนวยการด้านพฤติกรรมหุ่นยนต์ของ Boston Dynamics ระบุว่า ปัจจุบัน Atlas เรียนรู้ที่จะประมวลผลและเลียนแบบการเคลื่อนไหวได้อย่างเสถียร เพื่อให้สามารถปรับตัวเข้ากับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในสถานการณ์จริง - [NIST จับมือ SRI ทุ่ม 20 ล้านเหรียญ ตั้งศูนย์วิศวกรรมการผลิตควอนตัม ยกระดับภาคอุตสาหกรรมการผลิต](https://www.manutalkthai.com/nist-sri-quantum-manufacturing-center/) - สหรัฐอเมริกาเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมควอนตัม ล่าสุดสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติ (NIST) ภายใต้กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ร่วมมือ SRI International สถาบันวิจัยและพัฒนาที่ไม่แสวงหากำไร จัดตั้ง Quantum Manufacturing Engineering Center ยกระดับการผลิตส่วนประกอบและระบบควอนตัมประสิทธิภาพสูง เพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต ในการขับเคลื่อนศูนย์วิจัยแห่งนี้ NIST ประเดิมงบประมาณลงทุนก้อนแรกเป็นมูลค่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนกิจกรรมและสร้างขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลก โครงการนี้ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการตอบรับคำสั่งบริหารของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มุ่งอัปเดตยุทธศาสตร์ควอนตัมแห่งชาติ รวมถึงการขับเคลื่อนกลยุทธ์ความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีของอเมริกา รองรับเทคโนโลยีใหม่ไปใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม ศูนย์วิศวกรรมการผลิตควอนตัมแห่งใหม่นี้ จะเป็นการต่อยอดความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง NIST และ SRI International ที่เริ่มต้นร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2019 ในการจัดตั้ง Quantum Economic Development Consortium ซึ่งปัจจุบันเป็นศูนย์รวมของผู้พัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมเชิงพาณิชย์รายใหญ่เกือบทั้งหมดในสหรัฐฯ รวมถึงกลุ่มผู้ใช้ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้สะท้อนชัดว่า โลกการผลิตยุคใหม่กำลังก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ การมาถึงของเทคโนโลยีควอนตัมจะเข้ามายกระดับระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีและการผลิตแบบดั้งเดิมไม่ว่าจะเป็น ระบบเซ็นเซอร์และการวัดมูลค่าความแม่นยำ ระบบการสื่อสารและการเข้ารหัส การประมวลผลสมรรถนะสูงและการคำนวณ เทคโนโลยีชีวการแพทย์ การจัดตั้งศูนย์ควอนตัมในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในซีรีส์ความพยายามของ NIST ที่ต้องการผลักดันเทคโนโลยีขั้นสูงที่ส่งผลต่อความมั่นคงของชาติและฐานรากทางอุตสาหกรรม โดยก่อนหน้านี้ NIST ได้ริเริ่มโครงการนำร่อง - [Syensqo ผนึกกำลัง Bucci Composites อัปสปีดการผลิตชิ้นส่วนด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ](https://www.manutalkthai.com/syensqo-teams-up-with-bucci-composites/) - ใครที่ติดตามวงการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ โดยเฉพาะพวกชิ้นส่วนน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงทนทานอย่าง "วัสดุคอมโพสิต" ต้องมาอัปเดตข่าวนี้เลยครับ ล่าสุด Syensqo ยักษ์ใหญ่ระดับโลกด้านวัสดุขั้นสูงและเคมีภัณฑ์ ประกาศจับมือกับ Bucci Composites ผู้นำด้านการออกแบบและผลิตชิ้นส่วนโครงสร้างคอมโพสิต ไฮไลต์สำคัญของดีลนี้คือการที่ Bucci ได้สิทธิ์ใช้งานเทคโนโลยีไม้ตายของ Syensqo ที่เรียกว่า Double Diaphragm Forming (DDF) แบบเต็มกำลัง เทคโนโลยี DDF เจ๋งยังไง ทำไมถึงน่าสนใจ? ปัญหาของการขึ้นรูปชิ้นส่วนคอมโพสิตคือมันใช้เวลาและขั้นตอนเยอะ แต่เทคโนโลยี DDF เข้ามาแก้ปัญหานี้ด้วยระบบอัตโนมัติแบบ "ขั้นตอนเดียวจบ (One-step)" ซึ่งข้อดีที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ: ผลิตได้ไวปานสายฟ้า: ลดเวลาในแต่ละรอบการผลิต (Cycle time) ลงไปได้มหาศาล คุณภาพเป๊ะและนิ่ง: ได้ชิ้นงานที่มีความแม่นยำสูงและคุณภาพสม่ำเสมอทุกชิ้น ประหยัดต้นทุนรวม: ช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการ แถมยังสามารถปรับไปใช้ร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานหรือเครื่องจักรเดิมที่มีอยู่ในโรงงานได้เลย ทำให้ไม่ต้องลงทุนระบบใหม่ทั้งหมด เป้าหมายหลัก: ลุยตลาดชิ้นส่วนรถ EV และโครงสร้างรถยนต์ จริงๆ แล้วสองบริษัทนี้เขาซี้กันและร่วมงานกันมาหลายสิบปีแล้ว แต่การขยับตัวรอบนี้คือการเอา "ความเก๋าเกมเรื่องการผลิต" ของ Bucci มารวมกับ "เทคโนโลยีเครื่องจักรและเรซินสูตรพิเศษ" - [OpenAI จับมือ Broadcom เปิดตัว "Jalapeño" ชิป AI สั่งทำพิเศษตัวแรกของค่าย](https://www.manutalkthai.com/openai-and-broadcom-have-partnered-to-launch-jalapeno-the-companys-first-custom-made-ai-chip/) - เมื่อเจ้าพ่อซอฟต์แวร์ AI อย่าง OpenAI ขอข้ามสายมาลุยฝั่งฮาร์ดแวร์อย่างเป็นทางการ ล่าสุดจับมือกับค่ายชิปยักษ์ใหญ่ Broadcom เปิดตัว "Jalapeño" ชิปประมวลผล AI (Inference Processor) ตัวแรกที่เป็นของ OpenAI เองแบบ 100% โดยกะจะเอามาลุยงานใน Data Center ขนาดมหึมาโดยเฉพาะ ทำไม OpenAI ถึงต้องทำชิปเอง? Jalapeño คือชิป ASIC ที่ถูกรื้อโครงสร้างออกแบบใหม่ตั้งแต่ศูนย์ เพื่อให้เกิดมาเพื่อรัน "โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs)" โดยเฉพาะ ทาง OpenAI ตั้งเป้าไว้ 3 เรื่องหลักๆ คือ: ลดความหน่วง (Lower Latency): ให้ AI คิดและตอบโต้ได้ไวขึ้น ประหยัดไฟ (Better Energy Efficiency): ทำงานได้เท่าเดิมหรือมากกว่า แต่กินไฟน้อยลง รีดพลังขั้นสุด: ใช้งานทรัพยากรทั้งการประมวลผล หน่วยความจำ และเครือข่ายให้คุ้มค่าที่สุด สเปกแรงแค่ไหน - [ไม่ใช่แค่เรื่องของโกดัง! ผ่ากลยุทธ์ IFS ทุ่มซื้อ Softeon รวบตึงหน้างานอุตสาหกรรมด้วย AI](https://www.manutalkthai.com/ifss-strategic-move-acquiring-softeon-to-consolidate-industrial-operations-with-ai/) - ใครที่ตามข่าววงการ ERP และซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม ช่วงนี้คงเห็นความเคลื่อนไหวของค่าย IFS แบบรัวๆ ล่าสุดเพิ่งประกาศเข้าซื้อกิจการ Softeon ซึ่งโดดเด่นเรื่องระบบจัดการคลังสินค้า (WMS) และการคุมหุ่นยนต์ แต่ถ้าเรามองลึกลงไป... ดีลนี้มีอะไรซ่อนอยู่มากกว่าเรื่องของ "คลังสินค้า" แน่นอนครับ เป้าหมายที่แท้จริงของ IFS คือการกระโดดเข้าไปแข่งขันในจุดที่องค์กรระดับอุตสาหกรรมกำลังต้องการมากที่สุด นั่นคือการใช้ AI เชื่อมต่อทุกหน้างานเข้าด้วยกัน ตั้งแต่การวางแผน, โลจิสติกส์, คลังสินค้า, การซ่อมบำรุง ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง ถ้าเราลองถอยออกมาดูประวัติการ "ช้อปปิ้ง" ซื้อกิจการของ IFS ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จะเห็นกลยุทธ์ที่ชัดเจนมาก: EmpowerMX (ปี 2024): ซื้อมาเพื่อเจาะลึกและเสริมความแกร่งด้านระบบซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ให้กับลูกค้ากลุ่มการบินและกลาโหม 7bridges (ปี 2025): ดึงเข้ามาเพื่อใช้ AI ปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ จนต่อยอดมาเปิดตัวแพลตฟอร์มอัจฉริยะ IFS.ai Logistics ในปี 2026 ที่จัดการเครือข่ายขนส่งซับซ้อนได้สบายๆ Softeon (ล่าสุด): จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มเรื่องการบริหารจัดการและสั่งการในคลังสินค้า - [TTT Virtual Event: Enterprise IT Admin Days 2026 – งานสัมมาออนไลน์เพื่ออัปเดตเทรนด์และเครื่องมือสำหรับชาว IT Admin องค์กร โดยผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ [22 – 23 ก.ค. 2026 เวลา 13.15 – 16.30น.]](https://www.manutalkthai.com/ttt-virtual-event-enterprise-it-admin-days-2026/) - สวัสดีครับชาว IT Admin ทุกท่าน ในงานสัมมนาครั้งนี้ทีมงาน TechTalkThai และ ManuTalkThai อยากจะชวนทุกท่าน มาอัปเดตแนวทางและเทรนด์ของ IT Admin ในปัจจุบัน ซึ่งต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีหมุนเวียนไปอย่างรวดเร็ว โดยในงานสัมมนาครั้งนี้เราจะพาทุกคนเรียนรู้โซลูชันใหม่ และแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับธุรกิจไทย เพื่อให้ทุกท่านนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยแก้ปัญหา Pain Point ในการทำงาน หรืออาจเป็นทางเลือกใหม่ๆ โดยงานสัมมนา “TTT Virtual Event: Enterprise IT Admin days 2026” จะจัดขึ้นในวันที่ 22 – 23 กรกฎาคม 2026 เวลา 13.20 – 16.00น. และมีกำหนดการดังนี้ รายละเอียดงาน iPad (Gen 11) จำนวน 1 รางวัล Nintendo Switch Lite จำนวน 1 รางวัล - [ขอเชิญร่วมงานสัมมนา SYMPHONY INDUSTRIAL TECH 2026 | 16 กรกฎาคม 2569 ที่ รร. Eastin Resort Rayong จ.ระยอง](https://www.manutalkthai.com/seminar-symphony-industrial-tech-2026-16-july-2026-eastin-resort-rayong/) - เตรียมพร้อมสู่อนาคตของภาคอุตสาหกรรม ด้วย Digital Infrastructure ที่มั่นคง ปลอดภัย และพร้อมรองรับ AI-Driven Business บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ขอเชิญผู้บริหารด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้บริหารโรงงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา Digital Infrastructure เข้าร่วมงาน SYMPHONY INDUSTRIAL TECH 2026 เพื่ออัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีล่าสุด พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญจาก SYMPHONY และพันธมิตรเทคโนโลยีชั้นนำ ได้แก่ Fortinet, Veeam, Sipper, DRAGOS และ VST ECS ทำไมคุณไม่ควรพลาดงานนี้ อัปเดตเทรนด์ล่าสุดด้าน AI, Cloud, Connectivity, Cybersecurity และ ICT Solutions เรียนรู้แนวทางการสร้าง Digital Infrastructure ที่มีความมั่นคง ปลอดภัย และพร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจ รับฟังกรณีศึกษาจริงจากผู้เชี่ยวชาญและองค์กรชั้นนำ พบปะและสร้างเครือข่ายกับผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญในภาคอุตสาหกรรม เยี่ยมชม Technology - [BOI ไฟเขียว AutoAlliance ลงทุน 7.4 พันล้านบาท อัปเกรดโรงงานระยองด้วยหุ่นยนต์ ดันไทยเป็นฐานผลิตหลัก Mazda MHEV](https://www.manutalkthai.com/boi-approves-autoalliance-mazda-mhev/) - สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI อนุมัติโครงการลงทุนมูลค่ากว่า 7,400 ล้านบาท ของบริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของมาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เพื่อเดินหน้าปรับปรุงกระบวนการผลิต โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักของรถยนต์มาสด้ารุ่นใหม่ในกลุ่ม Mild Hybrid Electric Vehicle (MHEV) และจะเดินสายการผลิตจริงปี 2570 เพื่อขายในประเทศ และส่งออก การปรับปรุงโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยองในครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับสายการผลิตครั้งสำคัญ มาสด้าเตรียมนำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์เข้ามาประยุกต์ใช้ในกระบวนการหลักอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่การเชื่อมโครงรถ การประกอบตัวถัง การพ่นสี ไปจนถึงการประกอบรถยนต์ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการผลิตรถยนต์อเนกประสงค์รุ่น B-SUV ด้วยเทคโนโลยี MHEV ขณะเดียวกันการผลิตจะรองรับมาตรฐานการปล่อยมลพิษระดับยูโร 6 ควบคู่ไปกับการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดภายในโรงงาน รวมถึงเทคโนโลยี MHEV จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยการขยายการลงทุนของมาสด้าเป็นการตอบรับมาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบ MHEV ของคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) อย่างชัดเจน หากเจาะไปที่มาตรการดังกล่าวจะพบว่า ผู้ผลิตที่เข้าร่วมจะได้อัตราภาษีสรรพสามิตพิเศษแบบคงที่เป็นเวลา 7 ปี (พ.ศ. 2569 – 2575) โดยมีอัตราดังนี้ - [TTA เปิดโรงงาน P80 JET อย่างเป็นทางการ ต้อนรับดีลเลอร์และสื่อมวลชน ร่วมสัมผัสศักยภาพฐานการประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า NIU มาตรฐานสากล [PR]](https://www.manutalkthai.com/tta-p80-jet-gran-opening-pr/) - บริษัท พี 80 เจ็ท จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า NIU ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA ประกาศเปิดโรงงาน P80 JET ฐานการประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามาตรฐานสากลแห่งใหม่ ภายใต้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง TTA และ NIU Global ผู้นำด้านรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ด้วยแนวคิด “Global DNA, Local Strength” ผสานนวัตกรรมระดับโลกเข้ากับศักยภาพการผลิตและความเชี่ยวชาญในประเทศไทย เพื่อสร้างระบบนิเวศรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่งและยั่งยืน รองรับการประกอบรถ การบริหารคลังสินค้า และระบบคลังอะไหล่แบบครบวงจร โดยโรงงานแห่งนี้ตั้งเป้ากำลังการผลิตในระยะเริ่มต้น 10,000 คันต่อปี และเริ่มส่งมอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า NIU ให้แก่ลูกค้าในประเทศไทยตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2569 เป็นต้นไป โรงงาน P80 JET ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนบางนา-ตราด กม.13 บนพื้นที่ใช้สอยกว่า 4,200 ตารางเมตร ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า - [Amity Robotics สตาร์ตอัปไทยระดมทุนรอบ Seed มูลค่า 7 ล้านเหรียญ พร้อมลุยตลาด Physical AI ทั่วโลก](https://www.manutalkthai.com/amity-robotics-closes-7m-seed-round-physical-ai/) - Amity Robotics บริษัทพัฒนาเทคโนโลยี Physical AI และหุ่นยนต์สัญชาติไทย ประกาศปิดการระดมทุนรอบ Seed Round ด้วยมูลค่ารวม 7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งประกอบด้วยการระดมทุนผ่านหุ้น และวงเงินกู้ การลงทุนในส่วนของหุ้นนำโดย East Ventures และมี 500 Global เข้าร่วมสมทบ ในขณะที่สัดส่วนของวงเงินกู้นำโดย AlteriQ Global โดยมีเป้าหมายพัฒนาหุ่นยนต์จากประเทศให้มีความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก ปัจจุบันหัวใจของแพลตฟอร์มจาก Amity Robotics คือ ARC Base ตู้คีออส AI ที่ทำหน้าที่เสมือนพนักงานต้อนรับอัจฉริยะคอยให้บริการลูกค้าภายในพื้นที่ มีโมเดลสนทนาด้วยเสียง AI ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท มีการเปิดใช้งานจริงแล้ว 30 แห่ง ครอบคลุม 7 ตลาดหลัก ได้แก่ สิงคโปร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ซาอุดีอาระเบีย, ฮ่องกง, ไทย, มาเลเซีย และอินโดนีเซีย รวมถึงเตรียมใช้ในลูกค้ารายแรกในยุโรปช่วงเดือนกรกฎาคม 2026 ส่วนกลุ่มลูกค้าที่เลือกใช้ ARC - [Hoshizaki บอกลาระบบเก่า จับมือ NEC หันซบ IFS Cloud ปูทางโรงงานสู่ยุค AI แบบเต็มตัว](https://www.manutalkthai.com/hoshizaki-bids-farewell-to-its-old-system-partners-with-nec-and-switches-to-ifs-cloud/) - ใครที่อยู่ในแวดวงร้านอาหารหรือเครื่องครัวน่าจะคุ้นชื่อ Hoshizaki ยักษ์ใหญ่ระดับโลกด้านอุปกรณ์เครื่องครัวเชิงพาณิชย์กันดี ล่าสุด Hoshizaki เพิ่งตัดสินใจครั้งใหญ่ด้วยการ "โละ" ระบบ ERP เดิมที่เคยปรับแต่ง (Customize) มาอย่างหนักหน่วง แล้วหันมาใช้ IFS Cloud เป็นระบบหลังบ้านตัวใหม่แทน เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนซอฟต์แวร์ธรรมดา แต่เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากว่าทำไมบริษัทยักษ์ใหญ่ถึงต้องยอมเปลี่ยนวิธีคิด เพื่อก้าวให้ทันเทคโนโลยีอย่าง AI ทำไมต้องเปลี่ยน? จาก "ระบบสั่งตัด" สู่ "ระบบมาตรฐาน" ปัญหาคลาสสิกของโรงงานใหญ่ ๆ คือเมื่อก่อนชอบทำระบบ ERP แบบสั่งตัดเฉพาะ ให้เข้ากับตัวเองเป๊ะๆ แต่พอเวลาผ่านไป ระบบมันเทอะทะ อัปเกรดยาก แถมข้อมูลก็กระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทาง Hoshizaki เลยตัดสินใจเปลี่ยนเกม หันมาใช้ IFS Cloud แบบ "Fit-to-Standard" ให้มากที่สุด เพื่อลดการเขียนโค้ดปรับแต่ง ลดค่าใช้จ่าย และทำให้ระบบพร้อมโตไปกับบริษัท โดยโปรเจกต์นี้จะรวมทุกอย่างตั้งแต่ การรับออเดอร์, วางแผนผลิต, ควบคุมหน้างาน ไปจนถึงจัดการสต็อก ให้อยู่ในระบบเดียว รองรับการใช้งานของพนักงานกว่า 700 คนใน - [Schneider Electric ทุ่ม 3.1 พันล้านดอลลาร์ เข้าซื้อกิจการ Cognite ยกระดับการทำตลาด Industrial AI](https://www.manutalkthai.com/schneider-electric-acquires-cognite/) - Schneider Electric เข้าซื้อกิจการ Cognite บริษัทผู้พัฒนา Industrial AI ด้วยมูลค่า 3.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านซอฟต์แวร์ AI และการจัดการข้อมูลเชิงอุตสาหกรรม รองรับการเปลี่ยนแปลงของระบบการผลิตที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ Olivier Blum ซีอีโอของ Schneider Electric ระบุว่า Cognite ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม AI ระดับอุตสาหกรรมที่หาได้ยาก ซึ่งดีลนี้จะช่วยให้บริษัทก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของยุคต่อไปของระบบอัจฉริยะเชิงอุตสาหกรรม เพราะ AI กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงระบบบันทึกผลและแจ้งเตือนการซ่อมบำรุงในโรงงาน สู่เทคโนโลยีที่สามารถคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง Cognite ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 800 คนทั่วโลก แพลตฟอร์มของบริษัทถูกออกแบบมาเพื่อดึงข้อมูลอุตสาหกรรมที่กระจัดกระจายและมีความซับซ้อนให้ทำงานได้ในรูปแบบ Agentic AI ที่สามารถประมวลผลและทำงานต่อได้แบบอัตโนมัติ โดยจุดเด่นของ Cognite คือการผสาน Data Model และ Knowledge Graph เข้ากับระบบ AI เพื่อจัดการข้อมูลที่ไหลออกมาจากเครื่องจักร โดยมี 2 ผลิตภัณฑ์หลักคือ - [Oracle เปิดตัว Fusion Agentic Applications นำ AI Agent ยกระดับ Supply Chain และสายการผลิต](https://www.manutalkthai.com/oracle-fusion-agentic-applications-scm/) - Oracle เปิดตัว Fusion Agentic Applications 4 แอปพลิเคชันใหม่บน Oracle Cloud Supply Chain & Manufacturing (SCM) ที่มี AI Agents เข้ามาช่วยยกระดับการบริหารคลังสินค้า ลดความเสี่ยงจากซัพพลายเออร์ และเพิ่มประสิทธิภาพในสายการผลิต S.Y. Shenoy ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนา Fusion SCM ของ Oracle ระบุว่า ตลาด Supply Chain กำลังถูกกดดันอย่างหนักให้ปรับปรุงระดับการให้บริการ ควบคุมต้นทุน และตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงให้เร็วยิ่งขึ้น การนำ AI Agent เข้ามาผสานการทำงานจะช่วยให้องค์กรสามารถระบุปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ จัดลำดับความสำคัญ และตัดสินใจได้อย่างแม่นยำตลอดทั้งกระบวนการวางแผน จัดซื้อ และผลิต เทคโนโลยีใหม่นี้ทำงานบนโครงสร้างพื้นฐานของ Oracle Cloud Infrastructure (OCI) และขับเคลื่อนด้วย LLM ชั้นนำของอุตสาหกรรม โดยก้าวข้ามจากการเป็นแค่ผู้ช่วยไปสู่การลงมือปฏิบัติงานภายใต้กรอบความมั่นคงปลอดภัยของ Oracle Fusion Applications - [ไทยติดสปีดนักลงทุน! เปิดตัว "Thailand FastPass" หั่นขั้นตอนรัฐ 50% ปลดล็อกเม็ดเงินไฮเทค 7 แสนล้านบาท](https://www.manutalkthai.com/thailand-accelerates-investment-launching-thailand-fastpass/) - ล่าสุด รัฐบาลไทยได้เดินหมากครั้งสำคัญเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ด้วยการเปิดตัวโครงการ "Thailand FastPass" นำร่องบูรณาการ 8 หน่วยงานรัฐเข้าด้วยกัน เพื่อทลายกำแพงความล่าช้า มุ่งเป้าเปลี่ยน "กระดาษอนุมัติ" ให้กลายเป็น "โรงงานที่เดินเครื่องผลิตได้จริง" อย่างรวดเร็ว ปลดล็อกเม็ดเงินลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมขั้นสูงกว่า 7 แสนล้านบาท (2.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ที่ผ่านมา การขอใบอนุญาตตั้งโรงงานมักต้องผ่านหลายหน่วยงาน ทำให้เกิดความล่าช้า แต่ภายใต้โครงการ FastPass 8 หน่วยงานหลัก เช่น BOI, กรมโรงงานอุตสาหกรรม, กรมศุลกากร, สผ., กนอ. และหน่วยงานด้านไฟฟ้า ได้ลงนาม MOU ร่วมกัน เพื่อลดระยะเวลาการอนุมัติลง 20% - 50% ในทุกขั้นตอนสำคัญ ได้แก่: การขอใบอนุญาตตั้งโรงงาน การจัดตั้งเขตปลอดอากร (Free-zone) การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) การเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า โครงการนี้ไม่ได้เน้นแค่ปริมาณ แต่เน้นที่ "คุณภาพ" โดยพุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง ได้แก่: อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เทคโนโลยีอวกาศและอากาศยาน - [Siemens จับมือ IFS ดึง “Industrial AI” พลิกโฉมอุตสาหกรรม ปิดช่องโหว่ระหว่าง "แบบแปลน" กับ "หน้างานจริง"](https://www.manutalkthai.com/siemens-partners-with-ifs-to-leverage-industrial-ai-to-transform-the-industry/) - เคยสงสัยไหมว่า... ทำไมโรงงานที่ถูกออกแบบมาอย่างสมบูรณ์แบบบนหน้าโปรแกรม ถึงยังต้องเจอกับปัญหาเครื่องจักรเสียกะทันหัน หรือสายการผลิตสะดุดในโลกความเป็นจริง? ปัญหาคลาสสิกนี้กำลังจะถูกแก้ไข เมื่อสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการอุตสาหกรรมอย่าง Siemens และ IFS ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ นำเทคโนโลยี Industrial AI หรือปัญญาประดิษฐ์ระดับอุตสาหกรรม มาเชื่อมต่อ "โลกของการออกแบบ" เข้ากับ "การทำงานหน้างานจริง" แบบไร้รอยต่อ ความท้าทายของผู้ผลิตในปัจจุบัน ทุกวันนี้ โรงงานอุตสาหกรรมต้องแบกรับความกดดันสูง ทั้งต้องผลิตให้ได้มากขึ้น รักษาผลกำไร ยืดอายุการใช้งานเครื่องจักร และต้องพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แต่ปัญหาคือ ระบบต่างๆ มักจะทำงานแยกส่วนกัน (Silo) ฝ่ายผลิต ฝ่ายซ่อมบำรุง และระบบซัพพลายเชน "ไม่ได้คุยกัน" ทำให้เกิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ระหว่างสิ่งที่วิศวกร "ออกแบบและคาดหวังไว้" กับสิ่งที่ "เกิดขึ้นจริง" ซึ่งนำไปสู่ปัญหาเครื่องจักรหยุดทำงานโดยไม่ได้วางแผน และสูญเสียโอกาสในการทำกำไร Digital Twin แบบครบวงจร เพื่อแก้ปัญหานี้ Siemens และ IFS จึงดึงจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมาผสานกัน: Siemens: นำเสนอเทคโนโลยี Digital Twin ขั้นสูง ที่ครอบคลุมการออกแบบทางวิศวกรรม การจำลองแบบ - [ทีซีซีเทค ต่อยอด! MANUTECH ปีที่ 3 เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการผลิตสู่ยุคดิจิทัล [PR]](https://www.manutalkthai.com/tcctechnology-manutech-3-pr/) - เมื่อเร็วๆ นี้ ทีซีซี เทคโนโลยี (ทีซีซีเทค) ยกทัพผู้เชี่ยวชาญมาร่วมแบ่งปันความรู้ด้านอุตสาหกรรมการผลิตให้กับลูกค้ากว่า 100 ราย ในงาน MANUTECH ปีที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “AI-Driven Manufacturing: From Data to Smart Decisions” โดยภายในงานได้รวบรวมหัวข้อความรู้ด้านเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน การเชื่อมต่อระบบและข้อมูลด้านการขนส่งเพื่อการบริหารจัดการแบบครบวงจร ตลอดจนการใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ และการเสริมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เพื่อรองรับความท้าทายของธุรกิจยุคดิจิทัล - [ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จับมือ CPIC ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงาน AI เสริมศักยภาพ CP Group [PR]](https://www.manutalkthai.com/schneider-electric-x-cpic-mou-for-ai-pr/) - ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงาน ประกาศความร่วมมือกับ CP Innovation Center of Excellence (CPIC) เร่งขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านพลังงาน AI และความยั่งยืน เสริมศักยภาพการเติบโตของ CP Group นายซิงเจียง ปัง ประธานชไนเดอร์ อิเล็คทริคประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออก พร้อมด้วย นายมงคล ตั้งศิริวิช ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ ดูแลประเทศไทย ลาว และเมียนมา ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ CP Innovation Center of Excellence หรือ CPIC ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) โดยมี ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมลงนาม ณ Schneider Electric Innovation Hub - [Solis นำทัพนวัตกรรมสู่ยุค Solar-plus-storage ชูโรงโซลูชันกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ “EverCore” ในงาน Renewable Energy Asia 2026 [PR]](https://www.manutalkthai.com/solis-evercore-solar-plus-storage-pr/) - ท่ามกลางการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลก จุดสนใจของตลาดในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว จากการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (PV) ทั่วไป ไปสู่ความท้าทายที่สำคัญยิ่งกว่า นั่นคือการทำให้พลังงานหมุนเวียนมีความเสถียร ยืดหยุ่น และสามารถบริหารจัดการได้อย่างชาญฉลาด ส่งผลให้ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีสนับสนุนอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานพลังงานยุคใหม่ในยุค "Solar-plus-storage" อย่างเต็มรูปแบบ บริษัท Ginlong Technologies (Solis) หนึ่งในผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์พลังงานแสงอาทิตย์รายใหญ่ของโลก พร้อมแล้วที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและตอบรับสมรภูมิเทคโนโลยีนี้ในประเทศไทย ด้วยการเข้าร่วมงานแสดงเทคโนโลยีพลังงานทดแทนระดับภูมิภาค Renewable Energy Asia 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บริเวณบูธหมายเลข G-H11 “โครงการ AP Solar Industrial Power Max ใช้ EverCore 261kWh แก้โจทย์ไฟฟ้าไม่เสถียรในอุบลราชธานี” นวัตกรรมเรือธงพลิกโฉมธุรกิจ: EverCore 100-261 kWh ไฮไลต์สำคัญที่ Solis ภูมิใจนำเสนอในปีนี้คือผลิตภัณฑ์เรือธง (Hero Product) - [การ์ทเนอร์เผยปี 2569 ดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกจะใช้ไฟฟ้าพุ่งขึ้น 26% [PR]](https://www.manutalkthai.com/gartner-surge-in-data-electricity-usage-pr/) - การ์ทเนอร์ อิงก์ บริษัทผู้ให้คำปรึกษาและวิจัยข้อมูลเชิงลึกด้านธุรกิจและเทคโนโลยี คาดการณ์ว่า ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกจะเติบโตขึ้นถึง 26% ในปี 2569 นี้ โดยประเมินว่ายอดการใช้ไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกในปี 2569 จะเพิ่มสูงแตะ 565 เทราวัตต์ชั่วโมง (TWh) เพิ่มขึ้นจาก 447 TWh จากในปี 2568 หลิงหลาน หวาง (Linglan Wang) ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การ์ทเนอร์ กล่าวว่า "ความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วสำหรับการประมวลผล AI ที่ต้องใช้พลังงานสูงนั้น กำลังทำให้การบริโภคพลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์พุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ขณะที่ขีดความสามารถ AI ในปัจจุบันเริ่มถูกจำกัดด้วยปริมาณไฟฟ้าที่มีให้ใช้ ส่งผลให้ความมั่นคงทางพลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์กลายเป็นสมรภูมิแห่งใหม่ของการขยายธุรกิจและปกป้องผลกำไรเพื่อแข่งขันด้าน AI ระดับโลก" ความต้องการพลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกในปี 2569 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 27% โดยจะแตะระดับ 132 กิกะวัตต์ (GW) เพิ่มจาก 104 GW จากปีก่อน และคาดว่าภายในปี 2573 จะเพิ่มสูงถึง 290 GW สะท้อนให้เห็นถึงขนาดและความเร็วในการเติบโตเกินคาดของ GenAI ที่เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดความต้องการด้านพลังงาน - [โตชิบา เผยโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานแบบครบวงจร ในงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 [PR]](https://www.manutalkthai.com/toshiba-energy-solution-showcase-in-asia-sustainable-energy-week-2026-pr/) - บริษัท โตชิบา เอเชีย แปซิฟิค (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนของกลุ่มบริษัทโตชิบาในประเทศไทยด้านโซลูชันพลังงาน ดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐาน เตรียมเข้าร่วมงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW 2026) งานแสดงเทคโนโลยี นวัตกรรม การประชุมระดับนานาชาติด้านพลังงาน และความยั่งยืนระดับภูมิภาคเอเชีย ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพฯ ภายในงาน โตชิบาจะนำเสนอแนวคิด “Power Infrastructure” หรือ โซลูชันโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานแบบครบวงจร ที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงครอบคลุม ตั้งแต่การบริหารจัดการคาร์บอน ระบบส่งและจำหน่ายไฟฟ้า เทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน ไปจนถึงแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของหน่วยงานสาธารณูปโภคและภาคอุตสาหกรรมที่กำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์พลังงานในอนาคต โซลูชันดังกล่าวได้รับการออกแบบเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ควบคู่กับการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายด้านพลังงานสะอาดและการพัฒนาที่ยั่งยืนของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไฮไลต์นิทรรศการ • โซลูชันการดักจับและกักเก็บคาร์บอนแบบครบวงจร โตชิบานำเสนอโซลูชันการดักจับคาร์บอนที่ช่วยสนับสนุนการผลิตพลังงานคาร์บอนต่ำ ด้วยการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) จากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนที่มีอยู่เดิม โดยสามารถผสานการทำงานเข้ากับระบบของโรงไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกควบคู่กับการรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน - [ครบรอบ 4 ปี สคส. ยกระดับ PDPA ไทยสู่ “โครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจดิจิทัล”วางเป้า “ข้อมูลรั่วไหลเป็นศูนย์” รับยุค AI สร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยและเชื่อมั่นได้ [PR]](https://www.manutalkthai.com/pdpc-4th-anniversary-pr/) - สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC จัดงานครบรอบ 4 ปีแห่งการสถาปนาองค์กร ได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มอบนโยบายส่งสัญญาณเดินหน้ายกระดับการบังคับใช้กฎหมาย PDPA สู่บทบาทใหม่ ในฐานะ “โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล” ภายใต้ยุทธศาสตร์ “ข้อมูลรั่วไหลเป็นศูนย์” รับมือยุค AI พร้อมสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิประชาชนและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สู่เป้าหมายการเป็นสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยและเชื่อมั่นได้ การก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ของ สคส. เกิดขึ้นท่ามกลางภูมิทัศน์ความเสี่ยงทางดิจิทัลที่ซับซ้อนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด เทคโนโลยีปลอมแปลงเสมือนจริง (Deepfake) ภัยคุกคามทางไซเบอร์ และเศรษฐกิจแบบหลอกลวง ที่ขยายตัวเป็นเครือข่ายอาชญากรรมและสร้างความเสียหายในวงกว้าง โดยข้อมูลระดับสากลเผยว่ารูปแบบการฉ้อโกงที่อาศัย AI และ Deepfake เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 180 ในรอบปี และความเสียหายจากการฉ้อโกงอัตลักษณ์บุคคลทั่วโลกในปี 2568 มีมูลค่าเกินกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ในประเทศไทยเอง มูลค่าความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ในช่วง 4 เดือนของปี 2569 อยู่ที่ 7.48 พันล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าการรั่วไหลของข้อมูลคือ “ต้นทาง” ที่หล่อเลี้ยงขบวนการหลอกลวง - [EDTH X MFEC เดินหน้ายกระดับเครือสหพัฒน์สู่ AI-Driven Enterprise เสริมศักยภาพการทำงานบนคลาวด์ด้วย Google Workspace และ Gemini [PR]](https://www.manutalkthai.com/edth-x-mfec-mou-for-ai-driven-enterprise-pr/) - EDTH จับมือ MFEC ลงนาม MOU พัฒนาแพลตฟอร์มการทำงานร่วมกันและเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสำหรับองค์กร เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้ Google Workspace, Google Gemini และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของธุรกิจในเครือสหพัฒน์อย่างเป็นรูปธรรม บริษัท อี-คอมเมอร์ซ ดิจิทัล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (EDTH) และ บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) (MFEC) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการให้บริการแพลตฟอร์มการทำงานร่วมกัน (Collaboration Platform) และเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity Platform) สำหรับองค์กร เพื่อยกระดับการดำเนินงานบนระบบคลาวด์ พร้อมส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายในเครือสหพัฒน์ ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งสนับสนุนการนำ Google Workspace, Google Gemini และบริการด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การบริหารจัดการข้อมูล และการพัฒนาแนวทางการใช้งาน Agentic AI - [VST ECS (Thailand) จับมือ AGIBOT เปิดตัวความร่วมมือด้านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ขับเคลื่อนอนาคตผ่าน Embodied AI](https://www.manutalkthai.com/vst-ecs-thailand-x-agibot-for-embodied-ai/) - บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือวีเอสที อีซีเอส กรุ๊ป ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าและโซลูชันไอทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผนึก AGIBOT ผู้นำด้านโมเดลพื้นฐาน Embodied AI มุ่งพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะควบคู่กับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ประกาศก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ธุรกิจและทรานส์ฟอร์มองค์กรเข้าสู่ตลาดเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ภายใต้แนวคิด “Embodied AI” ที่จะเชื่อมโยงความอัจฉริยะของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับการใช้งานจริงในภาคธุรกิจและชีวิตประจำวัน ขานรับเทรนด์โลกและเสริมสร้างพอร์ตโฟลิโอเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่จะเข้ามาสร้างคุณค่าใหม่และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจยุคปัจจุบัน นายสมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัดเปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจของ VST ECS ในการขยับเข้ามาลุยตลาดหุ่นยนต์ Embodied AI นั้น สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นสรรหานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและเทรนด์เทคโนโลยีของโลกที่เปลี่ยนไป ในปัจจุบันเทคโนโลยีหุ่นยนต์ไม่ได้เป็นเพียงแค่ระบบกลไกแบบเดิม (Robot) แต่ได้รับการพัฒนาควบคู่ไปกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างก้าวกระโดด ทำให้หุ่นยนต์มีความชาญฉลาดและมีลักษณะความเป็นมนุษย์ (Humanoid) มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานจริงได้ทั้งในภาคธุรกิจและในชีวิตประจำวัน ซึ่งพอร์ตโฟลิโอใหม่นี้จะช่วยเสริมรายได้และสร้างผลกำไร (Margin) ที่แข็งแกร่งให้กับบริษัทฯ ในระยะยาว สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดและการจัดจำหน่ายในประเทศไทยในปัจจุบัน บริษัทฯ มุ่งเน้นแนวทางหลัก 2 ช่องทาง เพื่อตอบรับความต้องการของตลาดอย่างตรงจุด ดังนี้ ● กลุ่มลูกค้า B2B (Business-to-Business): มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าไอทีที่มีทีมพัฒนาซอฟต์แวร์โซลูชันของตนเอง (Software Solution) เพื่อนำโซลูชันเหล่านั้นไปติดตั้งและประยุกต์ใช้งานร่วมกับตัวหุ่นยนต์ - [ชวนเรียน TWA Skills: Web for Life ทำเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือ Google Gemini กับ คุณกษิดิศ สตางค์มงคล (ทอย)](https://www.manutalkthai.com/twa-skills-web-for-life-with-gemini-class/) - อยากทำเว็บ แต่ทำเว็บไม่เป็น ไม่มีพื้นฐานไอที คิดว่ามันยากและไกลตัว แต่วันนี้ เรามีตัวช่วย หากคุณเข้าร่วมอบรม ในงาน “TWA Skills: Web for Life” ทำเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือ Google Gemini กับ คุณกษิดิศ สตางค์มงคล (ทอย) กรรมการสมาคมผู้ดูแลเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ไทย ผู้เชี่ยวชาญด้าน Data เจ้าของเพจและเว็บไซต์การศึกษา DataRockie คอร์สที่จะสอนคุณทำเว็บไซต์และคอนเทนต์ให้กลายเป็น “สินทรัพย์ทำเงิน” ที่อยู่กับเราไปตลอดชีวิต ไม่ต้องง้ออัลกอริทึมใคร กับ สมาคมผู้ดูแลเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ไทย (TWA) แบบจับมือทำ วันที่ : 11 ก.ค. 2569 เวลา 13:00 – 15:00น. สถานที่ : Clazy Cafe, ห้อง Connext A ชั้น 3 รถไฟฟ้า BTS สถานีสนามเป้า (google maps) - [การปฏิวัติยานยนต์ไฟฟ้า: การก้าวข้ามความท้าทายในการออกแบบยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อและสามล้อ [PR]](https://www.manutalkthai.com/microchip-ev-revolution-overcoming-challenge-pr/) - กระแสการเคลื่อนไหวระดับโลกเพื่อมุ่งสู่การคมนาคมที่ยั่งยืนกำลังเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และโซลูชันการสัญจรด้วยพลังงานไฟฟ้า (E-mobility) เช่น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแบบยืน (E-kick scooters) จักรยานไฟฟ้า (E-bikes) รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (E-scooters) และรถตุ๊กตุ๊ก/รถซาเล้งไฟฟ้า (Electric rickshaws) ต่างก็เป็นแนวหน้าแห่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ โดยยานพาหนะนวัตกรรมใหม่เหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดมลพิษเท่านั้น แต่ยังมอบแนวทางที่มีประสิทธิภาพและสะดวกสบายยิ่งขึ้นในการสัญจรผ่านสภาพแวดล้อมในเมืองที่นับวันจะยิ่งแออัด จากรายงานของ Travel and Mobility Tech (TNMT) พบว่า จักรยานไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามีปริมาณรอยเท้าคาร์บอนต่อหัว (Per-capita carbon footprint) ที่ต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับรูปแบบการคมนาคมประเภทอื่น ๆ ปริมาณการปล่อยคาร์บอนเฉลี่ยตามประเภทการคมนาคม ตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดย Meticulous Research ได้คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดจะทะลุ 4.05 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2574 พร้อมทั้งมีจำนวนยานพาหนะหมุนเวียนในระบบเกือบ 300 ล้านคัน การเติบโตอันน่าทึ่งนี้มีแรงขับเคลื่อนมาจากการจัดตั้งฐานการผลิตในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ตลอดจนมาตรการเชิงรุกที่จริงจังของภาครัฐที่มุ่งเน้นการบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดและลดการปล่อยมลพิษ ด้วยการสนับสนุนจากเงินอุดหนุนของรัฐบาลและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ดีขึ้น เมืองต่าง ๆ ทั้งในยุโรป อเมริกาเหนือ และเอเชีย ต่างกำลังเปิดรับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแบบยืน จักรยานไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดความหนาแน่นของการจราจรและการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล - [Dell AI Factory with NVIDIA ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ขับเคลื่อน HPC และ AI ยุคใหม่ [PR]](https://www.manutalkthai.com/dell-ai-factory-with-nvidia-pr/) - เดลล์ เทคโนโลยีส์ เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ Dell PowerEdge XE8812 ผลิตภัณฑ์ใหม่ใน Dell AI Factory with NVIDIA ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับเวิร์กโหลด HPC และ AI ที่ต้องการสมรรถนะสูงสุดในโลก โดยมาพร้อมสถาปัตยกรรม NVIDIA Vera Rubin NVL4 และรองรับ GPU ได้สูงสุด 144 ตัวต่อแร็ค การเปิดตัวครั้งนี้มาในช่วงที่มีการขยายการใช้ Dell AI Factory ต่อเนื่องทั่วโลก ช่วยขับเคลื่อนโครงการ Sovereign AI เวิร์กโฟลว์ด้านวิศวกรรมและการออกแบบ รวมถึงวิทยาศาสตร์จีโนมิกส์ เมื่อเวิร์กโหลด AI และการจำลองผลบน HPC หลอมรวมเข้าด้วยกัน ทำให้ขนาดและความเร็วของเวิร์กโหลดเหล่านี้เติบโตเกินกว่าที่การอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานแบบค่อยเป็นค่อยไปจะรองรับได้ ขณะเดียวกัน องค์กรต่างๆ ก็กำลังพยายามก้าวข้ามขีดจำกัดด้านวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม ทำให้องค์กรเหล่านี้ ต้องการแพลตฟอร์มที่ให้ขีดความสามารถที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น การผลักดันนวัตกรรม AI ทั่วโลกกำลังเร่งความต้องการโครงสร้างพื้นฐานประสิทธิภาพสูงมากขึ้น เพื่อให้องค์กรสามารถจัดเก็บข้อมูล ประมวลผล และควบคุมการทำงานได้ตามต้องการ เมื่อโอกาสในการเติบโตของ - [ถอดบทเรียน Mars และ Mondelez กับแผนเป้าหมายผลิตบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกปี 2025](https://www.manutalkthai.com/mars-mondelez-2025-packaging-targets/) - สองยักษ์ใหญ่แห่งวงการขนมขบเคี้ยวระดับโลกอย่าง Mars และ Mondelez International เปิดเผย Sustainability Report ประจำปี 2025 อัปเดตความคืบหน้าการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ แม้ทั้งสองบริษัทจะมีความคืบหน้าที่ชัดเจนในการลดพลาสติก แต่ก็ยังมีอีกหลายมิติที่พลาดเป้าหมาย สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของโครงสร้างพื้นฐานด้านการรีไซเคิลและ Supply Chain ยังเติบโตไม่ทันความต้องการ เริ่มต้นที่ Mars ที่ประกาศความสำเร็จเบื้องต้นในการลดพลาสติกลงได้ 5.9% ในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักเมื่อเทียบกับฐานปี 2019 ตัวเลขที่ลดลงนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มสัดส่วนพลาสติก PCR (Post-Consumer Recycled) อย่างจริงจัง รวมถึงการใช้ rPET 100% ในบรรจุภัณฑ์แบบขวดโหลสำหรับแบรนด์ยอดนิยมอย่าง M&M’s, Skittles และ Starburst อย่างไรก็ตาม ตัวเลขความคืบหน้าสู่เป้าหมายปี 2025 ยังยากลำบาก เพราะปัจจุบันพอร์ตโฟลิโอของ Mars สามารถปรับเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำได้ รีไซเคิลได้ หรือย่อยสลายได้ที่ 67.6% (จากเป้า 100%) และมีสัดส่วนการใช้วัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์ที่ 9.2% (จากเป้า 30%) โดยปัญหาหลักที่ทำให้การดำเนินงานล่าช้ากว่าแผนคือ ความพร้อมของระบบโครงสร้างพื้นฐานและการขาดแคลนวัสดุรีไซเคิลระดับ Food-grade - [Solis เปิดตัวโซลูชันระบบกักเก็บพลังงานครบวงจร ในงาน Intersolar Europe 2026 ชู FlexAIO และ EverCore ตอกย้ำบทบาทผู้ให้บริการพลังงานอัจฉริยะในยุโรป [PR]](https://www.manutalkthai.com/solis-shows-solutions-at-intersolar-europe-2026-pr/) - Solis (Ginlong Technologies) เตรียมเข้าร่วมงาน Intersolar Europe 2026 ระหว่างวันที่ 23–25 มิถุนายน 2569 ณ เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) รุ่นล่าสุดสำหรับภาคที่อยู่อาศัย ภาคพาณิชย์ และภาคอุตสาหกรรม ตอกย้ำการก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานอัจฉริยะแบบครบวงจร ด้วยประสบการณ์ด้านอิเล็กทรอนิกส์กำลังกว่า 20 ปี Solis ได้นำเสนอระบบนิเวศพลังงานที่เชื่อมโยงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบกักเก็บพลังงาน การควบคุมอัจฉริยะ การติดตามประสิทธิภาพ และบริการสนับสนุนในระดับท้องถิ่นเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงานให้แก่ผู้ใช้งานในทุกภาคส่วน หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือ FlexAIO ระบบกักเก็บพลังงานแรงดันสูงแบบ All-in-One ที่ผสานอินเวอร์เตอร์ แบตเตอรี่ และระบบบริหารจัดการพลังงานไว้ในชุดเดียว รองรับการใช้งานทั้งระบบไฟฟ้าเฟสเดียวและสามเฟส พร้อมความสามารถในการขยายความจุเพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นในอนาคต สำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม Solis นำเสนอ EverCore ระบบกักเก็บพลังงานแบบครบวงจรความจุ 261 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งรวมแบตเตอรี่ อินเวอร์เตอร์ และระบบบริหารจัดการพลังงานไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยลดความซับซ้อนของระบบและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพลังงานระยะยาว ภายในงาน บริษัทจะนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ครอบคลุมตั้งแต่ระบบสำหรับที่อยู่อาศัยไปจนถึงโครงการขนาดใหญ่ในภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรม - [Edge AI ในปี 2569: ปลดล็อกระบบอัจฉริยะที่ตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ณ จุดประมวลผลปลายทาง [PR]](https://www.manutalkthai.com/edge-ai-in-2026-enabling-smarter-systems-at-the-edge-pr/) - ท่ามกลางกระแสการเติบโตอย่างต่อเนื่องของปัญญาประดิษฐ์ในระบบนิเวศอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ปี 2569 กำลังจะกลายเป็นปีแห่งการกำหนดความก้าวหน้าครั้งสำคัญของ Edge AI หลังจากที่การฝึกฝนและการประมวลผลผลลัพธ์ของ AI บนระบบคลาวด์ได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วเป็นเวลาหลายปี ในปัจจุบันอุตสาหกรรมนี้กำลังมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ โดยระบบอัจฉริยะประสิทธิภาพสูงเริ่มถูกย้ายมาอยู่บริเวณจุดประมวลผลปลายทางของเครือข่าย และเข้าไปอยู่ในระบบต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด ทั้งในด้านความหน่วงของเวลา พลังงาน การเชื่อมต่อ และต้นทุน การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การพัฒนาขึ้นทีละน้อย แต่เป็นภาพสะท้อนของวิวัฒนาการทางสถาปัตยกรรมที่ขยายวงกว้างยิ่งขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิธีที่วิศวกรใช้ในการออกแบบระบบอัจฉริยะแบบกระจายศูนย์ (Distributed Intelligence) ในผลิตภัณฑ์ ระบบ และโครงสร้างพื้นฐานยุคถัดไป เมื่อพิจารณาถึงการใช้งาน เช่น การตรวจจับการอาร์กที่เป็นอันตรายในสวิตช์ไฟฟ้าพลังงานสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซอร์กิตเบรกเกอร์ภายในอาคารที่ใช้งานในสภาพแวดล้อมที่พักอาศัย เชิงพาณิชย์ หรืออุตสาหกรรม ความท้าทายในการตรวจจับการอาร์กที่อาจเกิดขึ้นให้รวดเร็วพอที่จะตัดเบรกเกอร์และป้องกันอันตรายจากอัคคีภัย คือ เกณฑ์การพิจารณาแบบอิงค่าขีดจำกัดแบบดั้งเดิม (Threshold-Based Criteria) มักจะสร้างผลบวกปลอมในปริมาณที่สูงมากจนไม่สามารถนำมาใช้งานได้จริง โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้าสูง กลับกัน แนวทางการตรวจจับและสั่งการด้วยระบบตรวจจับสัญญานแบบอิงปัญญาประดิษฐ์ (AI-Based Trigger-Detection Approach) สามารถลดผลบวกปลอมลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ยังคงรักษาอัตราผลลบปลอมให้อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งช่วยมอบระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพและนำมาใช้งานได้จริงมากยิ่งขึ้น และจะช่วยรักษาชีวิตผู้คนได้ในท้ายที่สุด Edge AI มีความหมายอย่างไรในการออกแบบ Edge AI หมายถึงการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ที่ดำเนินการบนอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์โดยตรงหรือใกล้กับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ทำหน้าที่รวบรวมและตอบสนองต่อข้อมูล แทนที่จะพึ่งพาเพียงศูนย์ข้อมูลระบบคลาวด์ระยะไกล - [CJ Foods ทุ่มสร้างโรงงานเพาะเลี้ยงสาหร่ายบนบก ผสานเทคโนโลยีการผลิตรับมือ Climate Change ดัน K-Food สู่ตลาดโลก](https://www.manutalkthai.com/cj-foods-land-based-seaweed-plant-climate-change/) - อุตสาหกรรมการผลิตอาหารทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ Supply Chain ล่าสุด CJ Foods บริษัทแม่ของแบรนด์ดังอย่าง Bibigo เตรียมก่อสร้างโรงงานเพาะเลี้ยงสาหร่ายบนบกเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความมั่นคงทางวัตถุดิบและตอบสนองความต้องการอาหารเกาหลีที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด การทำฟาร์มสาหร่ายแบบดั้งเดิมในทะเลกำลังเดินมาถึงจุดที่เรียกว่า ขีดจำกัดทางธรรมชาติ เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำทะเลที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลผลิตมีความไม่แน่นอน CJ Foods จึงแก้ปัญหานี้ด้วยการย้ายฐานการผลิตขึ้นมาอยู่บนบก โดยเตรียมเปิดหน้าดินก่อสร้างโรงงานในเดือนสิงหาคม 2026 ที่เมืองชอนอัน จังหวัดชุงชองนัมโด ประเทศเกาหลีใต้ โรงงานแห่งนี้มีกำหนดแล้วเสร็จในช่วงครึ่งแรกของปี 2027 ซึ่งจะพลิกรูปแบบการดำเนินงานของบริษัทอย่างสิ้นเชิง เพราะสามารถทำการผลิตแบบตลอดทั้งปี ทลายข้อจำกัดเดิมที่สามารถเก็บเกี่ยวสาหร่ายได้เฉพาะในช่วงฤดูหนาว รวมถึงการควบคุมสภาพแวดล้อมและคุณภาพด้วยเทคโนโลยี เพื่อให้ได้สายพันธุ์สาหร่ายที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเฉพาะ รวมถึงให้ผลผลิตและคุณภาพรสชาติที่เสถียรกว่าการเพาะปลูกในทะเล CJ Foods เริ่มลงทุนวิจัยและพัฒนาฟาร์มสาหร่ายบนบกมาตั้งแต่ปี 2018 และผ่านการทดสอบระบบจนประสบความสำเร็จในช่วงปี 2021 และ 2022 โรงงานแห่งใหม่นี้จึงเปรียบเสมือนก้าวแรกของการผลิตในระดับอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง ในมุมของฝั่งธุรกิจ สาหร่ายถือเป็นวัตถุดิบหลักที่ขาดไม่ได้ในอาหารเกาหลีซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก ข้อมูลเชิงสถิติที่น่าสนใจมีดังนี้ การเติบโตของร้านอาหาร: ข้อมูลจาก Circana ระบุว่า จำนวนสาขาของร้านอาหารเกาหลีในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 10% ในช่วงปี 2023 ถึง 2024 ยอดขายปลีกโตแรง: แบรนด์ - [ทำความรู้จัก IFS ยักษ์ใหญ่ ERP ระดับโลก และ Alphast พันธมิตรผู้พลิกโฉมภาคการผลิตไทยสู่ดิจิทัล](https://www.manutalkthai.com/alphast-ifs-cloud-erp-platform/) - ในยุคที่ความเร็วและข้อมูลคือตัวตัดสินแพ้ชนะในสมรภูมิธุรกิจ ระบบ ERP แบบดั้งเดิมที่ทำหน้าที่เพียงเป็นระบบหลังบ้านเพื่อจัดเก็บข้อมูลทั่วไป ไม่สามารถตอบโจทย์ความท้าทายในปัจจุบันได้อีกต่อไป องค์กรยุคใหม่ต้องการมากกว่าแค่ที่เก็บข้อมูลบัญชีหรือสต็อกสินค้า แต่ต้องการแพลตฟอร์มระดับองค์กรที่สามารถเชื่อมโยงการทำงานของทุกแผนกเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ช่วยเร่งประสิทธิภาพการทำงาน ทั้งในสายการผลิตและสำนักงาน และเหนือสิ่งอื่นใด คือการมอบข้อมูลแบบ Real-time ให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างเฉียบขาดและรวดเร็ว เพื่อรองรับการเติบโตขององค์กรในอนาคต นี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ชื่อของ IFS เริ่มก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะขุมพลังขับเคลื่อนธุรกิจอุตสาหกรรมทั่วโลกผ่านระบบ IFS Cloud และสำหรับในประเทศไทย Alphast ในฐานะ Authorized Channel Partner อย่างเป็นทางการของ IFS ได้เดินหน้าผลักดันโซลูชันนี้ ไม่ใช่เพียงในฐานะผู้ติดตั้งระบบ แต่ในฐานะ Trusted Partner ที่พร้อมเคียงข้างองค์กรธุรกิจในทุกก้าวของการทำ Digital Transformation IFS คือใคร? ทำไมองค์กรระดับโลกจึงเจาะจงเลือกใช้ แม้ในแวดวงธุรกิจไทย บางองค์กรอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับชื่อของ IFS มากนักเมื่อเทียบกับผู้เล่นรายอื่นในตลาด แต่ในระดับโลก IFS คือหนึ่งในผู้นำด้านระบบ ERP, EAM และ FSM ที่องค์กรชั้นนำให้ความไว้วางใจ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการบริการที่มีความซับซ้อนสูง จุดแข็งที่ทำให้ IFS โดดเด่นและสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนคือ Industry - [ขอเชิญร่วมงาน “Reimagine ERP with AI Agent and Business Central SAAS” จัดโดยความร่วมมือระหว่าง Microsoft, VSTECS และ Triple P วันที่ 23 July 2026 ที่ Sheraton grande Sukhumvit](https://www.manutalkthai.com/vstecs-reimagine-erp-with-ai-agent-and-business-central-saas-23-july-26/) - พร้อมยกระดับธุรกิจของคุณสู่ยุค AI แล้วหรือยัง? มาร่วมค้นพบว่า Microsoft Dynamics 365 Business Central SAAS และ AI Agent จะช่วยพลิกโฉมการบริหารธุรกิจให้ทำงานได้อย่างชาญฉลาด รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้อย่างไร ภายในงานนี้คุณจะได้พบกับ: เรียนรู้การยกระดับระบบ ERP สู่ Cloud อย่างมั่นใจ สัมผัสการทำงานของ AI Agent ที่ช่วยลดงานซ้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจด้วย Microsoft 365 Copilot เจาะลึกโซลูชั่นที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัว และขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กร วันที่ 23 กรกฏาคม 2026 เวลา 11:30 – 16:00 น.สถานที่ Sheraton grande Sukhumvit | Ballroom ll รับจำนวนจำกัด (first come first serve) ลงทะเบียนเลยวันนี้ ไม่มีค่าใช้จ่าย! https://forms.office.com/r/atuqzwU2UE?origin=lprLink #Microsoft #VSTECS - [ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ปฏิวัติตู้โหลดเซ็นเตอร์ระดับตำนาน สู่มาตรฐานใหม่เพื่ออนาคต เปิดตัว “Square D DBSeT” พร้อมเทคโนโลยี Qwik-Plug เร็ว ครบ จบสวย แบบมืออาชีพ [PR]](https://www.manutalkthai.com/schneider-electric-square-d-dbset-load-center-pr/) - ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงาน เดินหน้าต่อยอด “ตำนานความไว้วางใจ” กว่า 40 ปี ของ Square D สู่ยุคใหม่ ด้วยการเปิดตัว ตู้โหลดเซ็นเตอร์ 3 เฟส รุ่นล่าสุด “Square D DBSeT” ที่พลิกโฉมทั้งการออกแบบและประสบการณ์ใช้งาน ภายใต้แนวคิด Beyond a Load Center — ที่ไม่ใช่เพียงตู้ควบคุมไฟ แต่คือมาตรฐานใหม่ของความเร็ว ความแม่นยำ และความพร้อมสำหรับอนาคต Square D DBSeT ถูกออกแบบใหม่ทั้งระบบ เพื่อตอบโจทย์ช่างไฟยุคดิจิทัลที่ต้องการ “งานเร็ว งานเป๊ะ และลดความผิดพลาด” พร้อมยกระดับรูปลักษณ์ให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยสมัยใหม่ กุศล กุศลส่ง รองประธานกลุ่มธุรกิจ residential ชไนเดอร์ อิเล็คทริค คลัสเตอร์ประเทศไทย ลาว และเมียนมา กล่าวว่า Square D DBSeT คือการต่อยอดจากผลิตภัณฑ์ที่อยู่คู่ช่างไทยมาอย่างยาวนาน สู่โซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานยุคใหม่ ทั้งในแง่ความรวดเร็ว ความปลอดภัย - [สยามคูโบต้า เปิดค่าย “KUBOTA FARMER ACADEMY” เดินหน้าสร้างเมล็ดพันธุ์ สานฝันคนรุ่นใหม่ เสริมแกร่ง AgriTech พร้อมบริหารจัดการฟาร์ม ต่อยอดสู่ผู้ประกอบการตัวจริง [PR]](https://www.manutalkthai.com/siam-kubota-farmer-academy-pr/) - บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เดินหน้าพัฒนาศักยภาพเกษตรกรรุ่นใหม่ในโครงการ “KUBOTA FARMER ACADEMY” ภายใต้คอนเซ็ปต์“Next Level ปลุกพลังเกษตร ในตัวคุณ” ค่ายที่ผสานองค์ความรู้ด้านการเกษตรสมัยใหม่ เทคโนโลยี AgriTech และแนวคิด Smart Farming เพื่อเตรียมพร้อมสู่การเป็น Smart Farmer และผู้ประกอบการเกษตรในยุค Agropreneur ให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืน ล่าสุดเสริมแกร่งให้ผู้เข้ารอบ 30 คน จากผู้สมัครทั่วประเทศ สะท้อนความสนใจของคนรุ่นใหม่ที่มองเห็นโอกาสของอาชีพเกษตรกรในอนาคต ตลอดจนเดินหน้าสร้างเมล็ดพันธุ์คนรุ่นใหม่ Seeding Future Makers รองรับบทบาทของเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เข้ามาพลิกโฉมภาคการเกษตรไทย หนุนโครงสร้างแรงงานภาคเกษตรให้มีศักยภาพสร้างการเติบโตได้ในระยะยาว นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า “ภาคการเกษตรไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ ท่ามกลางความท้าทายจากโครงสร้างแรงงานภาคเกษตรที่มีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น สะท้อนโจทย์สำคัญของภาคเกษตรไทยในระยะข้างหน้า ที่ไม่ได้เผชิญเพียงความท้าทายด้านการผลิตหรือการนำเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างและพัฒนากำลังคนรุ่นใหม่ให้มีทักษะที่สอดคล้องกับบริบทการเกษตรยุคดิจิทัล ทั้งนี้เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ภาคเกษตร ที่ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรมมากขึ้น สยามคูโบต้ามองเห็นแนวโน้มเชิงบวกของภาคการเกษตรไทยที่มีคนรุ่นใหม่จำนวนมากสนใจเข้าสู่ภาคเกษตร ทั้งผู้ที่ต้องการกลับมาพัฒนาพื้นที่เกษตรของครอบครัว ผู้ที่มองหาอาชีพทางเลือก รวมถึงคนทำงานที่ต้องการต่อยอดรายได้ควบคู่กับการทำเกษตร จึงมุ่งมั่นสร้างพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้พัฒนาความรู้ ทักษะ และประสบการณ์จริง เพื่อก้าวสู่การเป็น - [สคส. ยกระดับธรรมาภิบาลข้อมูลประเทศ ออกเกณฑ์รับรองมาตรฐาน PDPA Certification มุ่งสร้าง Trust Economy สู่สากล [PR]](https://www.manutalkthai.com/pdpc-pdpa-certification-pr/) - สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการกำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม หลังประกาศ "หลักเกณฑ์การให้ใบรับรองและเครื่องหมายรับรองมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2569" และ "วิธีการและเงื่อนไขในการรับรองมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2569" ลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ถือเป็นการเปิดระบบ PDPA Certification ของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อผลักดันให้องค์กรภาครัฐและเอกชนยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน นักลงทุน คู่ค้าทางธุรกิจ และรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างยั่งยืน พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า การประกาศหลักเกณฑ์ดังกล่าวถือเป็น "ก้าวสำคัญของประเทศไทย" ในการยกระดับระบบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจากการบังคับใช้กฎหมาย ไปสู่การสร้าง มาตรฐานแห่งความเชื่อมั่น ที่สามารถตรวจสอบได้ มีมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ และสอดคล้องกับแนวทางการกำกับดูแลข้อมูลที่นานาชาติให้การยอมรับ ข้อมูลส่วนบุคคลในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงข้อมูลของประชาชนเท่านั้นแต่เป็นทรัพยากรสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล การที่องค์กรสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีระบบบริหารจัดการข้อมูลที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาล และคำนึงถึงสิทธิของเจ้าของข้อมูล จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลข้อมูลส่วน บุคคล ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลเป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ว่า จะเป็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) บริการ Cloud Computing แพลตฟอร์มดิจิทัล - [NVIDIA จับมือ Doosan Group ลุยพัฒนา Physical AI และโครงสร้างพื้นฐาน AI Factory เต็มระบบ](https://www.manutalkthai.com/nvidia-doosan-physical-ai-factory/) - NVIDIA ขยายความร่วมมือกับ Doosan Group เพื่อเร่งการพัฒนาเทคโนโลยี Physical AI, วิทยาการหุ่นยนต์ และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI Factory โดยดึงความเชี่ยวชาญของบริษัทในเครือ Doosan ทั้ง Doosan Robotics, Doosan Bobcat, Doosan Enerbility และ Doosan Corporation Electro-Materials BG มาผสานเข้ากับแพลตฟอร์มประมวลผลขั้นสูงของ NVIDIA Doosan Robotics กำลังนำเฟรมเวิร์กหุ่นยนต์ NVIDIA Isaac Sim และ NVIDIA Isaac Lab รวมถึงโมเดลพื้นฐาน NVIDIA Cosmos กับเอนจินด้านฟิสิกส์ Newton และ NVIDIA Jetson Thor เข้ามาผสานการทำงานเพื่อพัฒนา Agentic Robot OS ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI ที่เชื่อมต่อการรับรู้, การจำลอง, การเรียนรู้ - [แคสเปอร์สกี้เผยตัวเลขไตรมาสแรกปี 2026 อุตสาหกรรมการผลิตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดนโจมตีทางไซเบอร์สูงสุด [PR]](https://www.manutalkthai.com/kasperky-cyberattack-in-sea-pr/) - เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครองอันดับหนึ่งด้วยจำนวนคอมพิวเตอร์ ICS ในอุตสาหกรรมการผลิตที่ถูกโจมตีมากที่สุด (23.21%) ตามมาด้วยแอฟริกา (21.36%) และเอเชียใต้ (20.13%) รายงานใหม่ของ Kaspersky ICS CERT ในไตรมาสที่ 1 ปี 2026 เปิดเผยว่า สัดส่วนของคอมพิวเตอร์ระบบควบคุมอุตสาหกรรม (Industrial Control Systems หรือ ICS) ที่ถูกโจมตีและได้สกัดวัตถุที่เป็นอันตรายทั่วโลกอยู่ที่ 19.6% และพบว่า โซลูชันความปลอดภัยของแคสเปอร์สกี้ได้บล็อกมัลแวร์จำนวน 10,052 ตระกูลที่พบบนระบบอัตโนมัติของทุกภาคส่วนอุตสาหกรรม เมื่อพิจารณาระดับภูมิภาค พบว่าสัดส่วนของคอมพิวเตอร์ ICS ที่ถูกโจมตีอยู่ที่ 27.4% ในแอฟริกา ไปจนถึง 9.1% ในยุโรปเหนือ และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า การโจมตีภาคการผลิตในไตรมาสที่ 1 เพิ่มขึ้นในหลายภูมิภาค รวมถึงในยุโรปและเอเชีย ข้อมูลแบ่งตามภูมิภาค เมื่อพิจารณาจำนวนโดยรวมในทุกภาคอุตสาหกรรม พบว่า มีภูมิภาค 5 ภูมิภาคที่มีสัดส่วนของคอมพิวเตอร์ ICS ที่ถูกโจมตีเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 1 ปี 2026 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า - [ฮอนด้า จัดงาน FY2026 HATC & APC Supplier Conference ผนึกกำลังผู้ผลิตไทย เดินหน้าเสริมแกร่ง Supply Chain [PR]](https://www.manutalkthai.com/honda-fy2026-hatc-and-apc-supplier-conference-pr/) - บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด (HATC) ร่วมกับ ศูนย์กลางอะไหล่ประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียของฮอนด้า (Honda Asian Parts Center : APC) บริษัท เอเชี่ยน ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด จัดประชุม FY2026 HATC & APC Supplier Conference เพื่อสื่อสารทิศทางการดำเนินธุรกิจ และเสริมสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยการประชุมครั้งนี้มีผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จากทั่วประเทศเข้าร่วมจำนวน 252 บริษัท สะท้อนความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการยกระดับศักยภาพการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างยั่งยืน ปักหมุดประเทศไทย ฐานการผลิตและส่งออกระดับโลก ฮอนด้ายังคงตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในฐานการผลิตและส่งออกรถยนต์ที่สำคัญของโลกโดยมุ่งยกระดับศักยภาพการผลิตเพื่อรองรับทั้งความต้องการภายในประเทศและตลาดส่งออกในหลากหลายภูมิภาคสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการปรับโครงสร้างการผลิตรถยนต์สำเร็จรูป (Completely Built-Up: CBU) รวมไว้ที่โรงงานฮอนด้า จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นฐานการผลิตหลักที่แข็งแกร่ง มีเสถียรภาพ พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต ซึ่งความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างการผลิตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบัน ล้วนเป็นผลมาจากความร่วมมือ จากผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญที่มีส่วนร่วมในการผลิตรถยนต์ฮอนด้า เสริมแกร่ง Supply Chain และระบบโลจิสติกส์ ฮอนด้ายังให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน (Supply - [ProPak Asia 2026 กวาดยอดผู้เข้าชมงานกว่า 80,000 คน พร้อมเดินหน้าปี 2027 ดึง 2 บิ๊กอีเวนต์ Asian Paper Bangkok – Loupe Southeast Asia 2027 [PR]](https://www.manutalkthai.com/propak-asia-2026-summary-pr/) - อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จอย่างงดงามของงาน ProPak Asia 2026 งานแสดงเทคโนโลยีการผลิต แปรรูปและบรรจุภัณฑ์อันดับหนึ่งของภูมิภาค โดยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยยอดผู้เข้าชมงานจากทั่วโลกทะลุ 80,000 คน ดึงเม็ดเงินจากการเจรจาการค้าสะพัดกว่า 5,500 ล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพประเทศไทยในฐานะยุทธศาสตร์ศูนย์กลางการผลิต นวัตกรรมเทคโนโลยีอาหาร เครื่องดื่มและบรรจุภัณฑ์แห่งเอเชีย พร้อมประกาศเป้าหมายปี 2027 ยกระดับความยิ่งใหญ่ครบวงจรที่สุดสู่งานระดับ World Class ดึงงาน Asian Paper Bangkok และ LOUPE Southeast Asia 2027 ร่วมจัดแสดง นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เผยถึงความสำเร็จของการจัดงาน ProPak Asia 2026 ว่า การย้ายสถานที่จัดงานมายัง อิมแพ็ค เมืองทองธานี บนพื้นที่กว่า 60,000 ตารางเมตร ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะนอกจากจะมีบริษัทและผู้ผลิตคิดค้นนวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องจักรและโซลูชันจากทั่วโลกเข้าร่วมจัดแสดงกว่า 2,500 แบรนด์ และพาวิเลียนนานาชาติจาก - [Rymoplast ชู 'ระบบความเย็น' กุญแจสำคัญ ดันคุณภาพเม็ดพลาสติกรีไซเคิลเทียบเท่าของใหม่](https://www.manutalkthai.com/rymoplast-promotes-cooling-system-as-the-key-to-pushing-the-quality-of-recycled-plastic-pellets-to-be-equivalent-to-new-ones/) - ในอุตสาหกรรมการรีไซเคิลพลาสติกที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด Rymoplast ผู้เชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิลจากเมือง Markranstädt ประเทศเยอรมนี ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เครื่องจักรที่ทรงพลังอาจไร้ความหมาย หากขาด "ระบบจัดการความร้อน (Thermal Management)" ที่มีประสิทธิภาพ โดยได้จับมือกับผู้เชี่ยวชาญอย่าง Technotrans เพื่อยกระดับสายการผลิตให้สมบูรณ์แบบ Morssinkhof-Rymoplast Group กลุ่มธุรกิจครอบครัวจากเนเธอร์แลนด์ที่มีประสบการณ์กว่า 50 ปี และรีไซเคิลพลาสติกได้เกือบ 500,000 ตันต่อปี ได้แสดงจุดยืนชัดเจนในการสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในปี 2022 กลุ่มบริษัทได้ทุ่มเม็ดเงินลงทุนกว่า 30 ล้านยูโร สร้างโรงงานของ Rymoplast Deutschland GmbH เพื่อขยายขีดความสามารถการรีไซเคิลพลาสติกหลังการบริโภคในเยอรมนี ปัจจุบันโรงงานแห่งนี้สามารถจัดการขยะฟิล์มได้ถึง 30,000 ตันต่อปี เพื่อแปรรูปเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (Regranulate) คุณภาพสูง กระบวนการเปลี่ยนขยะฟิล์ม LDPE (Low-Density Polyethylene) จากภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรมให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้งนั้นมีความซับซ้อนสูง ฟิล์มที่ถูกบีบอัดมาเป็นก้อนจะต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ อย่างเข้มงวด: บดย่อย (Shredding) ทำความสะอาด (Washing) อบแห้ง - [ถอดรหัสขุมพลังเบื้องหลัง Levi’s ย้ายฐานทัพ ERP ขึ้นคลาวด์ Azure ปูทางสู่ยุค AI-Ready](https://www.manutalkthai.com/levis-moves-its-erp-system-to-the-azure-cloud-paving-the-way-for-the-ai-ready-era/) - สามเดือนหลังจากที่มีรายงานว่าแผนการยกเครื่องระบบ ERP ระดับโลกของ Levi Strauss & Co. คืบหน้าไปแล้วกว่า 60% ล่าสุด Microsoft ได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดเบื้องหลังความสำเร็จของการวางรากฐานคลาวด์ ที่ไม่เพียงแต่พลิกโฉมการทำงาน แต่ยังมีตัวเลขยืนยันถึงประสิทธิภาพที่พุ่งทะยานอย่างก้าวกระโดด เป้าหมายสูงสุดของแบรนด์ยีนส์ระดับตำนานรายนี้ คือการมุ่งสู่โมเดลธุรกิจแบบเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง (Direct-to-Consumer: D2C) พร้อมตั้งเป้ากวาดรายได้ทะลุหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากขาดโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและข้อมูลที่แข็งแกร่ง ยุบรวมระบบ ERP 9 ระบบให้เหลือเพียงแพลตฟอร์มเดียว ตลอดระยะเวลาที่แผ่ขยายธุรกิจไปทั่วโลก Levi’s ต้องแบกรับ "หนี้ทางเทคนิค" (Technical Debt) มหาศาล บริษัทมีศูนย์ข้อมูลรุ่นเก่า แอปพลิเคชันกว่า 160 ตัว และระบบการทำงานที่แตกต่างกันใน 110 ประเทศ ความซับซ้อนเหล่านี้กลายเป็นโซ่ตรวนที่ฉุดรั้งความคล่องตัว เพื่อแก้ปัญหานี้ Levi’s ซึ่งกำลังอยู่ในปีที่ 5 ของแผนทรานส์ฟอร์มองค์กรระยะเวลา 7 ปี ได้ตัดสินใจ ยุบรวมระบบ ERP 9 ระบบให้เหลือเพียงแพลตฟอร์มเดียว บนโครงสร้างพื้นฐานของ Microsoft Cloud - [XpressConnect™ PCIe® 6.0 และ CXL 3.1 Retimers พร้อมตอบโจทย์ความท้าทายด้านความหน่วงและความสมบูรณ์ของสัญญาณในศูนย์ข้อมูล AI [PR]](https://www.manutalkthai.com/micropchip-xpressconnect-pcie-6-0-and-cxl-31-retimers-pr/) - ขณะที่ภาระงานของ AI ขยายขอบเขตออกไปในวงกว้างมากขึ้น สถาปัตยกรรมศูนย์ข้อมูลต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านระยะการส่งสัญญาณและความหน่วงที่เพิ่มสูงขึ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ทรัพยากรหน่วยความจำอันมีค่าในคลัสเตอร์ GPU ขนาดใหญ่ไม่ได้รับการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ และความท้าทายเหล่านี้ก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น เมื่อความเร็วในการเชื่อมต่อเพิ่มสูงขึ้น โดยที่ความเร็ว 64 GT/s (กิกะทรานส์เฟอร์ต่อวินาที) ข้อจำกัดด้านความสมบูรณ์ของสัญญาณอาจส่งผลให้การขยายขนาดของระบบทำได้ยากขึ้น และสร้างภาระให้กับสถาปัตยกรรมเซิร์ฟเวอร์ เพื่อรับมือกับปัญหานี้ Microchip Technology (Nasdaq: MCHP) จึงได้เปิดตัว XpressConnect™ PCIe® 6.0 และ CXL® 3.1 retimers เพื่อการขยายหน่วยความจำและการแยกส่วนจัดสรรทรัพยากรในโครงข่ายระบบ AI ขนาดใหญ่ ชิป Retimers ได้รับการออกแบบมาเพื่อขยายระยะการส่งสัญญาณที่ทลายขีดจำกัดทางไฟฟ้าแบบเดิมของ PCIe Gen 5 และ Gen 6 ช่วยสนับสนุนให้การออกแบบระบบมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนของเมนบอร์ด (Baseboard) ที่มีความซับซ้อน ไรเซอร์การ์ด (Riser Card) และการเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิล นอกจากนี้ ชิป Retimers ยังได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมาเพื่อช่วยรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ผ่านการเชื่อมต่อแบนด์วิดท์สูง ควบคู่ไปกับการรองรับข้อจำกัดด้านความร้อนและการใช้พลังงานอันเข้มงวด ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในโครงข่ายระบบ - [K.W. Metal Work ใช้ Agentforce ขยายการให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยยกระดับการให้บริการแก่เกษตรกรไทยกว่า 20,000 ราย [PR]](https://www.manutalkthai.com/k-w-metal-work-agentforce-by-salesforce-pr/) - K.W. Metal Work ผู้นำด้านการผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรที่เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย ได้นำ Agentforce ของ Salesforce มาใช้เพื่อยกระดับการให้บริการลูกค้ากลุ่มเกษตรกรตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบแนะนำผลิตภัณฑ์อัจฉริยะที่ผสานการทำงานของ Agentforce Service, MuleSoft และ Data 360 เข้าด้วยกัน ระบบนี้สามารถประมวลผลทางเลือกผลิตภัณฑ์ได้มากกว่า 7,000 รูปแบบ และแนะนำโซลูชันที่เหมาะสมให้กับเกษตรกรได้แบบเรียลไทม์ รับมือความท้าทายทางธุรกิจด้วย Agentic AI K.W. Metal Work จัดจำหน่ายเครื่องจักรกลการเกษตรให้กับบริษัทชั้นนำในภาคเกษตรของไทย และจำหน่ายตรงถึงเกษตรกรครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ โดยธุรกิจขายตรงสู่เกษตรกรมีการเติบโตของยอดคำสั่งซื้อเฉลี่ยประมาณ 30% ต่อปีอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การขยายทรัพยากรเพื่อรองรับการเติบโตยังคงเป็นความท้าทาย เนื่องจากความต้องการซื้อมีลักษณะตามฤดูกาล ขณะที่ผลิตภัณฑ์เครื่องจักรกลการเกษตรมีความซับซ้อนและต้องอาศัยความรู้เชิงเทคนิคเฉพาะทาง ในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว บริษัทต้องรองรับการให้บริการเกษตรกรหลายพันราย ซึ่งคาดหวังการตอบกลับและการดำเนินการคำสั่งซื้ออย่างรวดเร็ว ตั้งแต่เวลา 04.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นการทำงานของเกษตรกรในแต่ละวัน เพื่อแก้ไขข้อจำกัดดังกล่าวและยกระดับการให้บริการอย่างต่อเนื่อง K.W. Metal Work ได้พัฒนาระบบผู้ช่วยบริการลูกค้าอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย Agentforce ซึ่งพร้อมให้บริการผ่านหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และแพลตฟอร์ม - [HPE ขยายเครือข่าย Self-Driving ครอบคลุม Edge, Campus, Data Center และ AI Factory [PR]](https://www.manutalkthai.com/hpe-self-driving-edge-campus-data-center-and-ai-factory-pr/) - HPE ประกาศขยายกลยุทธ์เครือข่ายแบบ Self-Driving ครอบคลุมทั้ง AI Factory, Data Center และระบบ Enterprise Edge ผ่านการเปิดตัวนวัตกรรมด้านเครือข่าย AI Data Center, ระบบ Routing, Agentic AIOps และนวัตกรรมความปลอดภัย ที่ออกแบบมาเพื่อลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน และยกระดับประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมที่มีการกระจายการประมวลผลที่มากขึ้นของ AI นวัตกรรมที่เปิดตัวในวันนี้ช่วยยกระดับบทบาทของเครือข่ายให้เป็นรากฐานสำคัญของกลยุทธ์ Agentic Enterprise ของ HPE โดยเครือข่ายแบบ Self-Driving จะนำระบบอัตโนมัติอัจฉริยะเข้ามาช่วยลดความซับซ้อนของการดำเนินงาน ทำให้การบริหารจัดการง่ายขึ้น และรองรับการทำงานของระบบ IT แบบอัตโนมัติขนาดใหญ่โดยไม่ต้องพึ่งพาการแทรกแซงจากมนุษย์ ความสามารถใหม่ประกอบด้วย การรองรับสวิตช์แบบมีสาย HPE Networking CX บนแพลตฟอร์ม HPE Mist, การขยายขีดความสามารถด้านข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วย AI และระบบ Self-Healing ของ HPE Marvis ใน HPE Aruba Central รวมถึงฟีเจอร์สำหรับ - [Ajinomoto ไม่ขึ้นราคาฟิล์ม ABF สวนกระแสดีมานด์ชิป AI พุ่ง เร่งขยายกำลังการผลิตรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต](https://www.manutalkthai.com/ajinomoto-abf-film-ai-chip-demand/) - ความต้องการชิป AI ที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลกกำลังสร้างแรงกดดันต่อขีดความสามารถในการผลิตวัสดุสำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ Ajinomoto ผู้ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตผงชูรส ได้กลายมามีบทบาทสำคัญด้วย Ajinomoto Build-up Film (ABF) วัสดุฉนวนระหว่างชั้นเชื่อมต่อโปรเซสเซอร์เข้ากับชิป ซึ่งบริษัทกำลังเผชิญกับความท้าทายในการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว Shigeo Nakamura ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Ajinomoto ระบุว่า การคาดการณ์ของบริษัทแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการได้จนถึงปี 2030 แต่แผนหลังจากนั้นยังคงไม่ชัดเจน พร้อมประเมินว่าความต้องการที่เกี่ยวข้องกับ AI จะยังคงพุ่งสูงขึ้นในอัตราที่รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม แต่บริษัทจะพร้อมตอบโจทย์ตลาดผ่านกลยุทธ์ดังนี้ ยืนหยัดนโยบายราคา: แม้จะมีแรงกดดันจากนักลงทุนให้แสวงหาผลกำไรจากสถานะการเป็นผู้ผูกขาดในตลาดวัสดุ AI แต่บริษัทประกาศชัดเจนว่ายังไม่ได้ปรับขึ้นราคาและจะไม่ทำเพียงเพราะมีโอกาส รักษาความสัมพันธ์ลูกค้า: ในขณะที่ผู้ผลิตวัสดุอื่น เช่น แผ่นทองแดงและใยแก้วที่ใช้ในแผงวงจร ได้ปรับขึ้นราคาโดยอ้างอิงต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่บริษัทแย้งว่าฟิล์ม ABF ไม่ได้ใช้วัสดุทั้งสองชนิดและได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบน้อยกว่า การปรับขึ้นราคาตามกระแสเช่นนั้นจะบั่นทอนความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า การจัดการความเสี่ยง: แม้ต้นทุนตัวทำละลายอินทรีย์บางชนิดจะเริ่มปรับตัวสูงขึ้น และมีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนเรซินดิบรวมถึงสารเติมแต่งทางเคมี แต่บริษัทยังไม่พบผลกระทบโดยตรงในขณะนี้ เนื่องจากการมีช่องทางการจัดซื้อที่หลากหลายช่วยเป็นเบาะรองรับความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ Ajinomoto เตรียมการขยายกำลังการผลิตฟิล์ม ABF ด้วยการจัดหาที่ดินสำหรับสร้างโรงงานแห่งใหม่ในภาคกลางของญี่ปุ่น คาดว่ากระบวนการผลิตจะเริ่มต้นได้ในปี 2032 อย่างไรก็ตาม กำหนดการดังกล่าวอาจถูกเลื่อนให้เร็วขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอุตสาหกรรม และในอนาคตราคาของ ABF อาจขยับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด แต่การดันราคาให้สูงเกินไปอาจส่งเสียกับองค์กรมากกว่า - [ABB เปิดตัว โคบอทขัดเงาอัจฉริยะ 'OmniVance' แก้เกมขาดแคลนแรงงาน](https://www.manutalkthai.com/abb-launches-omnivance-intelligent-polishing-cobot-to-address-labor-shortages/) - งานขัดและปัดเงาผิวชิ้นงาน (Surface Finishing) ถือเป็นขั้นตอนปราบเซียนที่ขาดไม่ได้ในอุตสาหกรรมโลหะ พลาสติก และงานไม้ แต่ปัจจุบันผู้ประกอบการกำลังเผชิญกับ "ความท้าทายแบบคูณสอง" ทั้งจากความต้องการการผลิตที่ซับซ้อนขึ้น และวิกฤตขาดแคลนช่างฝีมือ ซึ่งมีข้อมูลคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมการผลิตอาจเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานถึง 1.9 ล้านตำแหน่งภายในปี 2033 เพื่ออุดช่องโหว่นี้ ABB Robotics จึงได้เปิดตัว "OmniVance Collaborative Surface Finishing Cell" เซลล์หุ่นยนต์ขัดและปัดเงาอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้บริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในกระบวนการผลิตได้อย่างคุ้มค่าและจับต้องได้ ที่ผ่านมา SMEs มักลังเลที่จะลงทุนในระบบอัตโนมัติที่สั่งทำพิเศษ (Custom-built) เพราะมีความซับซ้อนและใช้ต้นทุนสูง ในขณะที่โซลูชันสำเร็จรูปทั่วไปในตลาดก็มักจะขาดความยืดหยุ่นและให้ประสิทธิภาพไม่ถึงเกณฑ์ ยิ่งไปกว่านั้น หลายบริษัทยังขาดผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์ภายในองค์กร ทำให้การปรับตัวเป็นไปได้ยาก OmniVance จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อปิดรอยรั่วนี้ โดยทำหน้าที่เป็นโซลูชันที่อยู่ตรงกลางระหว่างระบบสั่งทำพิเศษและระบบพื้นฐาน นำเสนอเทคโนโลยีหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่ใช้งานง่าย คุ้มต้นทุน และสามารถปรับขนาดได้ตามธุรกิจ ไฮไลต์เด่นของ OmniVance Collaborative Cell พร้อมใช้งานแบบ Plug-and-Play: เป็นโซลูชันแบบเบ็ดเสร็จ (Turnkey) ที่ขับเคลื่อนด้วยโคบอท (Collaborative Robot) รุ่น GoFa - [Huawei Digital Power จับมือ SENA Solar Energy ต่อยอดโซลาร์โซลูชันมาตรฐานระดับโลก สู่ภาคที่อยู่อาศัยและภาคธุรกิจ [PR]](https://www.manutalkthai.com/huawei-digital-power-x-sena-solar-energy-pr/) - บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด โดยกลุ่มธุรกิจ Huawei Digital Power ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานดิจิทัล ประกาศความร่วมมือกับ กลุ่มเสนา โดย บริษัท เสนา โซลาร์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด (SENA Solar Energy) ผู้บุกเบิกพลังงานโซลาร์ครบวงจรของประเทศไทย เพื่อร่วมขยายการเข้าถึงโซลูชันพลังงานสะอาดมาตรฐานระดับโลกสู่ลูกค้าทั่วประเทศ ทั้งภาคที่อยู่อาศัยและกลุ่มลูกค้าทั่วไป SENA Solar Energy มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านพลังงานโซลาร์มากกว่า 17 ปี ในฐานะผู้พัฒนาและติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับทั้งโครงการของเสนาดีเวลลอปเม้นท์ และที่อยู่อาศัยอื่นๆ รวมถึงภาคธุรกิจด้วย โดยที่ผ่านมาได้เลือกใช้โซลูชันของ Huawei FusionSolar สำหรับลูกบ้านในโครงการเสนาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงคุณภาพของระบบโซลาร์จาก Huawei ที่ได้รับการยอมรับในด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ ทั้งจากผู้พัฒนาโครงการและผู้ใช้งานจริง จากความสำเร็จในการติดตั้งระบบโซลาร์ภายในโครงการที่อยู่อาศัย ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดตลาดจากภายในโครงการบ้านสู่ลูกค้าภายนอก เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงโซลูชันพลังงานสะอาดที่มีมาตรฐานระดับโลกจาก Huawei FusionSolar ได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น รวมถึงยังเป็นการต่อยอดการพัฒนา SENA Green Lifestyle Ecosystem ที่เชื่อมบ้าน - [Toyota Tsusho ปักหมุดตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ HILUX และ FORTUNER ใน สปป. ลาว เตรียมเดินสายพานปี 2028](https://www.manutalkthai.com/toyota-tsusho-is-establishing-an-assembly-plant-for-the-hilux-and-fortuner-vehicles-in-laos/) - "โตโยต้า ทูโช" (Toyota Tsusho) ประกาศเดินหน้ารุกตลาดเพื่อนบ้านเต็มสูบ ด้วยการก่อตั้งบริษัทใหม่ Toyota Tsusho Manufacturing Laos Co., Ltd. (TTML) เพื่อลุยธุรกิจประกอบรถยนต์แบบนำเข้าชิ้นส่วน (KD - Knock Down) ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) ทำไมต้องเป็น สปป. ลาว? ย้อนกลับไปในปี 2018 โตโยต้า ทูโช ได้เข้าไปปูทางในฐานะผู้จัดจำหน่ายรถยนต์โตโยต้าอย่างเป็นทางการ ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ใหม่ในลาวเติบโตอย่างต่อเนื่องตามจำนวนประชากรและเศรษฐกิจที่ขยายตัว ทว่า โมเดลธุรกิจเดิมที่พึ่งพา "การนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป" เริ่มเผชิญความท้าทาย ทั้งในแง่ของการแข่งขันด้านราคาและความเสถียรในการจัดส่งสินค้า นี่จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้บริษัทตัดสินใจเปลี่ยนเกม หันมาใช้กลยุทธ์ "ผลิตในประเทศ เพื่อคนในประเทศ" เพื่ออุดช่องโหว่และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดท้องถิ่นให้ตรงจุดยิ่งขึ้น เจาะลึกแผนการผลิต: กระบะและ SUV คือหัวหอกสำคัญ บริษัท TTML แห่งใหม่นี้ จะดึงเอาความเชี่ยวชาญด้านการประกอบรถยนต์ที่โตโยต้า ทูโช สั่งสมมาจากทั่วทั้งเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา มาใช้สร้างระบบการผลิตแบบครบวงจร โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ - [ดีป้า เดินหน้า OTOD #3 ถึง “นครศรีธรรมราช” ปักหมุดภาคใต้ ดันเกษตรดิจิทัลเชื่อมเศรษฐกิจชุมชน ต่อยอดพืชเศรษฐกิจสู่โอกาสใหม่ในยุค Smart Agriculture [PR]](https://www.manutalkthai.com/depa-otod-3-to-nakornsrithammarat-pr/) - หลังเดินหน้าสร้างเครือข่ายเกษตรดิจิทัลมาแล้ว 4 จังหวัด ครอบคลุมเกษตรกร ชุมชน และผู้ประกอบการกว่า 700 ราย / ชุมชน ล่าสุด สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เดินหน้าขยายผลโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 3 (One Tambon One Digital: OTOD #3) สู่จังหวัดนครศรีธรรมราช ภายใต้กิจกรรม OTOD #3 Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day รอบภาคใต้ เพื่อผลักดันให้ชุมชนเกษตรไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่ใช้งานได้จริง และต่อยอดสู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน กิจกรรม OTOD #3 Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day รอบภาคใต้ ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–12 มิถุนายน - [ปิรามิด โซลูชั่น - ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Building Management System  ด้วยการรับรองเป็น Authorized Systems Integrator & Reseller จาก Tridium อย่างเป็นทางการในประเทศไทย [PR]](https://www.manutalkthai.com/piramid-solution-authorized-systems-integrator-and-reseller-pr/) - บริษัท ปิรามิด โซลูชั่น จำกัด ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการยกระดับการให้บริการด้านระบบจัดการอาคารอัจฉริยะ (Building Management System) โดยได้รับการแต่งตั้งจาก Tridium ผู้นำเทคโนโลยีแพลตฟอร์มระดับโลกและผู้พัฒนา Niagara Framework ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายและผู้ติดตั้งระบบอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เพื่อเฉลิมฉลองความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้ Mr. Simon Liu ผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของ Tridium ได้ให้เกียรติร่วมพบปะกับทีมของปิรามิด โซลูชั่น เพื่อส่งมอบใบรับรองอย่างเป็นทางการและหารือถึงวิสัยทัศน์ทางธุรกิจร่วมกัน ภายใต้การแต่งตั้งในครั้งนี้ ปิรามิด โซลูชั่นได้รับการรับรองให้เป็นผู้เชี่ยวชาญที่สามารถดำเนินการติดตั้งและให้บริการ (Systems Integrator & Reseller) ผลิตภัณฑ์ภายใต้ Tridium ได้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นการรับประกันว่าลูกค้าในประเทศไทยจะได้รับการสนับสนุนทางวิศวกรรมและเทคนิคที่ได้มาตรฐานสูงสุดจากตัวแทนที่ได้รับการรับรองโดยตรง จุดเด่นของความร่วมมือในครั้งนี้: การันตีมาตรฐานระดับสากล: เป็นการยืนยันว่าทีมวิศวกรของปิรามิด โซลูชั่น มีความเชี่ยวชาญที่ผ่านการตรวจสอบและรับรองตามมาตรฐานที่เข้มงวดของ Tridium ในการติดตั้งและดูแลลูกค้า ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Niagara Framework: ความร่วมมือนี้จะช่วยยกระดับการบูรณาการอุปกรณ์ IoT ระบบจัดการพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานของอาคารให้ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ สร้างสภาพแวดล้อมของอาคารอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพิ่มความมั่นใจด้วยการสนับสนุนในประเทศ: องค์กรและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในไทยสามารถลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะได้อย่างมั่นใจ ด้วยการดูแลจากพันธมิตรในประเทศที่ได้รับการรับรอง ซึ่งพร้อมให้บริการสนับสนุนและปรับปรุงระบบตลอดอายุการใช้งาน - [AI ภาคอุตสาหกรรม (Industrial AI) กับโอกาสครั้งสำคัญของเศรษฐกิจไทย [PR]](https://www.manutalkthai.com/dassault-systemes-indutrial-ai-and-important-opportunity-of-thai-economy-pr/) - ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ ด้วยงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งกว่า 2.53 แสนล้านบาท (ราว 7.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในช่วงปี 2568–2569 โครงการเมืองอัจฉริยะ (Smart City) มูลค่า 1.34 ล้านล้านบาทในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และตลาดดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation) ที่คาดว่าจะเติบโตเกือบเท่าตัวแตะ 6.484 แสนล้านบาทภายในปี 2576 ความมุ่งมั่นของไทยในการพัฒนาประเทศนั้นชัดเจน สิ่งที่ต้องการในขั้นต่อไปคือการนำเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาเหล่านี้มาใช้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และนั่นคือสิ่งที่ AI ภาคอุตสาหกรรม (Industrial AI) รุ่นใหม่กำลังเริ่มตอบโจทย์ ซึ่งต่างจาก AI ทั่วไปที่ทำได้แค่ประมวลผลข้อความ ในขณะที่ Industrial AI เข้าใจโลกทางกายภาพ และสามารถทำงานบนความเป็นจริงของระบบได้ ยิ่งไปกว่านั้น AI ภาคอุตสาหกรรม ยังมาถึงในจังหวะที่เหมาะสมพอดี เมื่อโรงงาน ระบบรางขนส่ง และโครงการเมืองอัจฉริยะของไทยกำลังเร่งปรับโครงสร้างและขยายขีดความสามารถอย่างต่อเนื่อง องค์กรต่างๆ จึงต้องเผชิญกับแรงกดดันในการส่งมอบผลงานมากขึ้น ท่ามกลางวิศวกรผู้เชี่ยวชาญที่ลดน้อยลง ข้อกำหนดด้านความยั่งยืนที่เข้มงวดขึ้น และสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่กระจัดกระจายมากขึ้นทุกวัน ในขณะเดียวกัน AI กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการดำเนินงานอุตสาหกรรมยุคใหม่อย่างรวดเร็ว แต่การสนทนาส่วนใหญ่ในวงการยังคงมุ่งเน้นไปที่โมเดลภาษา - [ETDA เร่งวางรากฐาน “ETR” ปลดล็อกการค้าไทยสู่ยุค Digital Trade ยกระดับเอกสารสิทธิจากกระดาษสู่ดิจิทัล [PR]](https://www.manutalkthai.com/etda-unlock-digital-trade-for-digital-documentation-pr/) - เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA ร่วมกับ กรมเจ้าท่า, สมาคมเจ้าของและตัวแทนเรือกรุงเทพฯ, สมาคมธนาคารไทย, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดงานเสวนา “ETR พลิกเกมการค้าไทย สู่ธุรกรรมดิจิทัลไร้รอยต่อ” เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมอง สะท้อนความพร้อม ความท้าทาย และโอกาสของประเทศไทยในการขับเคลื่อน ETR (Electronic Transferable Records) หรือ “เอกสารเปลี่ยนมืออิเล็กทรอนิกส์” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการค้าและธุรกรรมดิจิทัลในอนาคต นางสาวขนิษฐ์ ผาทอง ที่ปรึกษา ETDA กล่าวขณะร่วมเสวนาว่า แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544) ที่ใช้งานมานานกว่า 20 ปี และภาคธุรกิจคุ้นเคยกับ e-Commerce หรือการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และ มีการทำเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ อย่าง ใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ (e-Invoice) มากขึ้น แต่ยังมีเอกสารสำคัญบางประเภทที่ผู้ใช้งานจำนวนมากยังไม่มั่นใจว่าสามารถเปลี่ยนมาอยู่ในรูปแบบดิจิทัลได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะเอกสารที่ต้องมีการโอนกรรมสิทธิ์หรือโอนสิทธิผ่านการถือครองเอกสารต้นฉบับ เช่น ใบตราส่งสินค้า ตั๋วเงิน หรือเช็ค ซึ่งในระดับสากล - [ศรีเจริญ ปาล์ม ออยล์ ยกระดับ การบริหารธุรกิจน้ำมันปาล์ม ด้วย SAP Business One โดย NTT DATA Business Solutions (Thailand) Ltd.](https://www.manutalkthai.com/ntt-data-business-solutions-thailand-spo-sap-business-one-palm-oil-industry/) - ในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ ที่มีความซับซ้อนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การบริหารจัดการที่แม่นยำและรวดเร็วไม่ใช่เพียง “ตัวช่วย” แต่คือ “หัวใจ” ของความสามารถในการแข่งขัน สำหรับ บริษัท ศรีเจริญ ปาล์ม ออยล์ จำกัด ธุรกิจที่เติบโตขึ้น อย่างต่อเนื่อง การจัดการข้อมูลจำนวนมหาศาล ทั้งด้านการจัดซื้อวัตถุดิบ การผลิต การควบคุมสต๊อก ไปจนถึงการขายและการเงิน กลายเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องการระบบที่สามารถเชื่อมโยงทุกกระบวนการเข้าด้วยกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว จึงให้ความสำคัญกับการวางรากฐานระบบบริหารจัดการองค์กร (ERP) ที่มีประสิทธิภาพ โดยเลือกใช้ SAP Business One เพื่อยกระดับการทำงานให้เป็นระบบ เชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ และเพิ่มความแม่นยำในการบริหารจัดการในทุกมิติขององค์กร ในครั้งนี้ คุณนรชัย พันธ์จินดาทรัพย์ IT Manager บริษัท ศรีเจริญ ปาล์ม ออยล์ จำกัด ได้มาแชร์ถึงมุมมอง แนวคิด และประสบการณ์จริงของศรีเจริญ ปาล์ม ออยล์ ในการนำ SAP Business One เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน รู้จักกับ บริษัท ศรีเจริญ ปาล์ม - [เดลล์ เทคโนโลยีส์ ยกมาตรฐานประสิทธิภาพสตอเรจใหม่ล้ำหน้าไกลด้วย “Dell PowerStore Elite" [PR]](https://www.manutalkthai.com/dell-technologies-power-store-elite-pr/) - เดลล์ เทคโนโลยีส์ (NYSE: DELL) เปิดตัว Dell PowerStore Elite แพลตฟอร์มสตอเรจใหม่สุดล้ำ ที่ให้ประสิทธิภาพและความคุ้มค่าเหนือชั้นยิ่งขึ้น ผ่านนวัตกรรมซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ที่อัปเกรดใหม่หมด โดย PowerStore Elite รองรับเวิร์กโหลดได้ทั้งแบบบล็อก ไฟล์ เวอร์ชวลแมชชีน และคอนเทนเนอร์ อีกทั้งให้ความสามารถในการทำคลัสเตอร์แบบผสมผสานระหว่างเจเนอเรชันได้ ช่วยให้ลูกค้าเดิมสามารถเปลี่ยนมาใช้ Dell PowerStore รุ่นล่าสุดได้ทันที โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงาน PowerStore Elite สำคัญอย่างไรกับธุรกิจ การตัดสินใจเลือกสตอเรจสำหรับองค์กรในขณะนี้ มีความสำคัญยิ่งขึ้นกว่าที่ผ่านมา เนื่องจากข้อมูลกำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด เวิร์กโหลด AI กำลังขยายตัว อีกทั้งภัยคุกคามไซเบอร์ก็ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ความผันผวนของซัพพลายเชนในระบบสตอเรจแบบแฟลชยังสร้างความกดดันใหม่ในการวางแผนโครงสร้างพื้นฐาน ขณะเดียวกันทีมไอทีถูกคาดหวังให้ปรับปรุงระบบให้ทันสมัยเพื่อรับมือกับเรื่องเหล่านี้ได้ทั้งหมด โดยต้องไม่เพิ่มความซับซ้อน ความเสี่ยงหรือภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน PowerStore Elite สร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์ช่วงเวลานี้โดยเฉพาะ โดยเป็นแพลตฟอร์มระบบสตอเรจอัจฉริยะแบบเปิดที่ผสานรวมซอฟต์แวร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI พร้อมฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ อีกทั้งช่วยปรับปรุงระบบให้ทันสมัยโดยไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงาน ช่วยให้ลูกค้าสามารถดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านสตอเรจให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อรับมือกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ นวัตกรรมซอฟต์แวร์ คือหัวใจสำคัญ ความก้าวหน้าด้านซอฟต์แวร์ของ PowerStore Elite มอบประสิทธิภาพการทำงานได้สูงสุดถึง 3 เท่า - [[Video] MAT | Saison Webinar: เชื่อมข้อมูลทุกระบบโรงงาน เพื่อขับเคลื่อนสู่ Smart Factory ด้วย DataSpider](https://www.manutalkthai.com/video-mat-saison-webinar-2026/) - รับชมวิดีโอย้อนหลัง งานสัมมนาออนไลน์ (Webinar) หัวข้อ “เชื่อมข้อมูลทุกระบบโรงงาน เพื่อขับเคลื่อนสู่ Smart Factory ด้วย DataSpider” เพื่อพาคุณไปเจาะลึกและทำความรู้จักกับ DataSpider เครื่องมือ Data Integration ที่ช่วยเชื่อมระบบต่าง ๆ เช่น Database, ERP, MES, IoT หรือแม้แต่ไฟล์ Excel ทำให้ข้อมูลที่มาจากหลากหลายระบบอยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกันและนำไปใช้ต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องเขียนโค้ด บรรยายโดย: คุณชัยพงศ์ อ่อนอำไพ (Senior Sales Executive, Saison Technology Co., Ltd.) คุณนัฐวุฒิ โพธิ์งาม (Sales Engineer, Saison Technology Co., Ltd.) ในวิดีโอ Webinar นี้ คุณจะได้เรียนรู้: ปัญหา “ข้อมูลที่กระจัดกระจายในองค์กร” ส่งผลต่อธุรกิจอย่างไรบ้าง แนวทางการเชื่อมต่อข้อมูลจากหลายระบบ และเพิ่มความเร็วด้วย Automation ตัวอย่างการใช้งานจริงในองค์กร - [เบรดี้ (Brady) ประกาศเปลี่ยนแม่ทัพ ดันบอร์ดบริหาร “Vineet Nargolwala” นั่งแท่นซีอีโอ รับไม้ต่อยุคทอง 11 ปี พร้อมลุยดีลประวัติศาสตร์ Honeywell PSS](https://www.manutalkthai.com/brady-announced-a-leadership-change-appointing-vineet-nargolwala-as-ceo/) - มาอัปเดตความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในวงการอุตสาหกรรมการผลิตและโซลูชันความปลอดภัย เมื่อ Brady Corporation บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโซลูชันการระบุตัวตนและปกป้องความปลอดภัยระดับโลก ประกาศแต่งตั้ง Vineet Nargolwala ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2026 เป็นต้นไป เพื่อรับไม้ต่อจาก Russell Shaller ที่ตัดสินใจเกษียณอายุหลังกุมบังเหียนบริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดดมาตลอด 11 ปี ปิดฉาก 11 ปีแห่งความสำเร็จของ Russell Shaller การก้าวลงจากตำแหน่งของ Russell Shaller นับเป็นการปิดฉากยุคทองที่น่าจดจำ ภายใต้การนำของเขา Brady Corporation ไม่เพียงแต่เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ ๆ และขยายพอร์ตโฟลิโอผ่านการเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์ และยังสร้างสถิติที่น่าประทับใจให้กับบริษัท ได้แก่: มูลค่าบริษัทพุ่งทะยาน: ตลอดวาระการดำรงตำแหน่ง มูลค่าตลาด (Market Value) ของบริษัทเติบโตขึ้นเกือบ 90% เติบโตต่อเนื่อง 5 ปีซ้อน: ทำสถิติยอดขายออร์แกนิกเติบโตและทำกำไรต่อหุ้น (EPS) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันถึง 5 ปี ทั้งนี้ - [โยโกกาวา (Yokogawa) อัปเกรด OpreX Collaborative Information Server ยกระดับระบบสั่งการ ย่อโรงงานทั้งระบบไว้ในหน้าจอเดียว](https://www.manutalkthai.com/yokogawa-upgrades-its-oprex-collaborative-information-server/) - ในยุคที่โรงงานอุตสาหกรรมเต็มไปด้วยเครื่องจักรและระบบปฏิบัติการที่หลากหลาย การดึงข้อมูลมหาศาลมารวมไว้ในศูนย์กลางเดียว (Integrated HMI) กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของผู้บริหารโรงงาน แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ปฏิบัติงานหน้างาน (Field Operators) ก็ยังต้องการระบบที่ใช้งานง่ายและมีหน้าตาคุ้นเคยเหมือนระบบเดิมที่เคยใช้มา เพื่อแก้ปัญหานี้ Yokogawa Electric Corporation จึงประกาศเปิดตัวอัปเดตล่าสุดของ OpreX™ Collaborative Information Server (เตรียมปล่อยอัปเดตในวันที่ 12 มิถุนายน 2026) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่ช่วยให้เห็นภาพรวมของสายการผลิตทั้งหมด ไม่ว่าอุปกรณ์จะอยู่มุมไหนของโลก โดยเวอร์ชันใหม่นี้ถูกออกแบบมาแบบ "เล่าเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย" ยกระดับการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ต่างค่าย และอุดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย 3 ไฮไลต์สำคัญในการอัปเกรดครั้งนี้ ประสบการณ์ใหม่ ในความคุ้นเคยเดิม (Seamless Operability) ผู้ปฏิบัติงานสามารถเข้าถึงหน้าต่างควบคุมของระบบปฏิบัติการเดิมอย่าง CENTUM VP (HIS) ได้โดยตรงผ่าน OpreX Collaborative Information Server ทำให้ได้สภาพแวดล้อมการทำงานใหม่ที่ทรงพลัง แต่ยังคงเลย์เอาต์หน้าจอและฟังก์ชันที่คุ้นมือ นอกจากนี้ยังสามารถดึงหน้าจอจากระบบอื่น ๆ มาแสดงผลผ่าน Remote Desktop ได้ เพิ่มความสะดวกในการมอนิเตอร์แบบเบ็ดเสร็จ เชื่อมต่อทุกค่าย สบายคนพัฒนาระบบ - [Kintone (Thailand) สนับสนุนนโยบายประหยัดพลังงานของประเทศ ชูวิสัยทัศน์ ไฮบริด เวิร์ค มุ่งขับเคลื่อน Digital workplace [PR]](https://www.manutalkthai.com/kintone-thailand-hybrid-work-for-digital-workplace-pr/) - Kintone (Thailand) ประกาศนโยบายการทำงานแบบผสมผสาน (ไฮบริด เวิร์ค) เพื่อสนับสนุนมาตรการรับมือด้านพลังงานของประเทศ ชูแนวคิดการบริหารงานยุคใหม่ที่เน้นผลลัพธ์และความไว้วางใจเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร สอดรับกับเทรนด์โมเดิร์น เวิร์คเพลสทั่วโลก พร้อมช่วยหนุนมาตรการบริหารจัดการพลังงานในเชิงโครงสร้างของประเทศเพื่อรองรับวิถีการทำงานในอนาคตอย่างยั่งยืน นายซึบาสะ นากาซาวะ กรรมการผู้จัดการ Kintone เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า นโยบายการทำงานแบบผสมผสานจะมีคุณค่าได้ก็ต่อเมื่อสามารถนำไปใช้ได้อย่างยั่งยืน นี่ไม่ใช่มาตรการระยะสั้นเพื่อรับมือสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่เป็นรูปแบบการทำงานที่เราตั้งใจใช้ในระยะยาว ซึ่งสะท้อนวิธีการทำงานขององค์กรและพนักงานในปัจจุบัน และการที่นโยบายนี้สอดรับกับลำดับความสำคัญด้านพลังงานของประเทศไทยถือเป็นเพียงผลพลอยได้ ไม่ใช่เหตุผลหลักของการกำหนดนโยบาย นโยบายของ Kintone มีส่วนช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการพลังงานของประเทศในเชิงโครงสร้าง ด้วยการลดการใช้พลังงานจากการเข้าออฟฟิศในแต่ละวัน ทั้งในด้านไฟฟ้า ระบบทำความเย็น และการเดินทาง โดยไม่กระทบต่อการให้บริการลูกค้าหรือการทำงานร่วมกันภายในองค์กร ในขณะเดียวกัน นโยบายนี้ยังถูกออกแบบเพื่อสนับสนุนพนักงานในระยะยาว ทั้งในด้านการลดเวลาเดินทาง เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการงานที่ต้องใช้สมาธิ และการกำหนดช่วงเวลาทำงานร่วมกันที่ชัดเจน ซึ่งล้วนช่วยรักษาทั้งประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิต โดยประโยชน์ด้านพลังงานและคุณภาพชีวิตนี้เกิดขึ้นจากนโยบายเดียวกัน และสะท้อนเจตนารมณ์สำคัญว่า รูปแบบการทำงานนี้จะยังคงดำเนินต่อไปแม้สถานการณ์พลังงานจะคลี่คลายแล้วก็ตาม รายละเอียดนโยบายใหม่ของ Kintone พนักงานเข้าออฟฟิศอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน และสามารถทำงานนอกสถานที่ได้สูงสุด 3 วัน กำหนดช่วงเวลาการทำงานร่วมกันระหว่าง 11.00 – 16.00 น. เพื่อให้การทำงานเป็นทีมยังคงต่อเนื่อง แม้มีความยืดหยุ่นด้านสถานที่ทำงาน พนักงานต้องแจ้งวันเข้าออฟฟิศล่วงหน้า - [Cummins เครื่องยนต์เหมืองระดับโลก กับความเชื่อมั่นยาวนานกว่า 100 ปี [PR]](https://www.manutalkthai.com/cummins-mining-engine-pr/) - ในอุตสาหกรรมเหมืองที่ “ความต่อเนื่อง” และ “ความน่าเชื่อถือ” คือหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ การเลือกเครื่องยนต์ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกอุปกรณ์ แต่คือการเลือก “พันธมิตร” ที่จะขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว ตลอดระยะเวลากว่า 100 ปีที่ผ่านมา Cummins (คัมมิ่นส์) ได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะผู้นำด้านเครื่องยนต์ดีเซลและโซลูชันพลังงานระดับโลก ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์งานหนักในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ “งานเหมือง” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ท้าทายที่สุดในโลก วันนี้ Cummins ยังคงเป็นชื่อที่ผู้ประกอบการเหมืองทั่วโลก “เชื่อถือและเลือกใช้” ด้วยผลงานการติดตั้งเครื่องยนต์มากกว่า 45,000 เครื่องในอุตสาหกรรมเหมืองทั่วโลก ความไว้วางใจจากทั่วโลก สู่การเติบโตในประเทศไทย Cummins มีเครือข่ายการดำเนินงานในกว่า 190 ประเทศทั่วโลก พร้อมศูนย์บริการกว่า 9,000 แห่ง โดยในประเทศไทย ดำเนินธุรกิจผ่าน บริษัท คัมมิ่นส์ ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Cummins DKSH (Thailand) Limited ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพียงรายเดียวในประเทศไทย ที่พร้อมนำประสบการณ์ระดับโลกมาสนับสนุนผู้ประกอบการเหมืองไทยอย่างครบวงจร ความเชี่ยวชาญระดับสากล ผสานกับความเข้าใจในสภาพการใช้งานจริงในประเทศไทย ทำให้ Cummins สามารถส่งมอบโซลูชันที่ “ใช้งานได้จริง - [เปิดฉาก ProPak Asia 2026 อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ จับมือองค์กรบรรจุภัณฑ์โลก สภาอุตฯและพันธมิตรกว่า 2,500 แบรนด์ โชว์เทคโนโลยีแห่งอนาคต รับการเปลี่ยนผ่านสู่ Industry 5.0 [PR]](https://www.manutalkthai.com/propak-asia-opening-ceromony-pr/) - เริ่มแล้ว ProPak Asia 2026 อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผสานความร่วมมือ องค์กรบรรจุภัณฑ์โลก องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ องค์กรธุรกิจอุตสาหกรรมไทย-นานาชาติ กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และบริษัทชั้นนำระดับโลกกว่า 2,500 แบรนด์ โชว์นวัตกรรมเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ AI และระบบเครื่องจักรอัตโนมัติ พร้อมระดมผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 คน ร่วมถ่ายทอดความรู้ผ่านกิจกรรมภายในงานฯ ช่วยผู้ประกอบการเตรียมรับการเปลี่ยนผ่านสู่ Industry 5.0 คาดปีนี้มีผู้เข้าเยี่ยมชมงานจากทั่วโลกกว่า 80,000 คน สร้างมูลค่าการค้าและเจรจาธุรกิจถึง 5.5 พันล้านบาท นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวถึงทิศทางของอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และบรรจุภัณฑ์ ในการเปิดงาน ProPak Asia 2026 ว่า เครื่องจักรสมัยใหม่ AI และระบบเครื่องจักรอัตโนมัติได้พลิกโฉมอุตสาหกรรมทั้งระบบ โดยอาเซียนยังเป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญของโลก แต่สถานการณ์และปัจจัยที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรม รวมถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นตัวเร่งให้การผลิตเข้าสู่ Industry 5.0 เร็วขึ้น - [Schneider Electric เปิดตัว EcoCare โซลูชันมอนิเตอร์ BMS ขับเคลื่อนด้วย AI ลด Downtime สูงสุดเกือบ 50%](https://www.manutalkthai.com/schneider-electric-ecocare-bms/) - Schneider Electric เปิดตัว EcoCare for Building Management Systems (BMS) โซลูชันการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลอาคารรูปแบบใหม่ที่ผสาน AI เพื่อพลิกโฉมการบำรุงรักษาและการดำเนินงานของสายการผลิตและอาคารปฏิบัติการ ชูจุดเด่นในการลดการใช้พลังงานลงสูงสุด 25% และหั่นเวลาดาวน์ไทม์ของระบบได้เกือบครึ่งเมื่อเทียบกับแนวทางการทำงานแบบดั้งเดิม บริการ EcoCare for BMS เป็นการบูรณาการระบบตรวจสอบการทำงานอย่างต่อเนื่อง, ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกด้วย AI และการสนับสนุนทางเทคนิคทั้งแบบระยะไกล และที่หน้างานเข้าด้วยกัน แนวทางเชิงรุกนี้ช่วยให้ทีมวิศวกรและผู้ดูแลโรงงานสามารถดักจับและจัดการกับปัญหาได้ล่วงหน้า ก่อนที่ความผิดปกติจะลุกลามจนสร้างผลกระทบต่อสายการผลิต ข้อมูลจาก Schneider Electric ยืนยันว่า การมอนิเตอร์ด้วยระบบดิจิทัลสามารถสร้างผลลัพธ์ได้ดังนี้ ลดการใช้พลังงานในภาพรวมลง 25% ลดข้อร้องเรียนจากผู้ใช้งานอาคารลง 60% ยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของระบบ 30% ลดระยะเวลา Downtime ของระบบลงถึง 45% เมื่อเทียบกับกระบวนการทำงานแบบเดิม การเปิดตัว EcoCare เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในแผนของ Schneider Electric ที่ต้องการขยายระบบจัดการพลังงานให้ครอบคลุมโรงงานและอาคารทุกขนาด ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากแพลตฟอร์ม EcoStruxure Building Activate ในปี 2024 และ - [AI ช่วยให้ SAP ERP เก่งขึ้นได้อย่างไรในปี 2026? โดย NTT DATA Business Solutions (Thailand)](https://www.manutalkthai.com/ndbs-how-ai-helps-improve-sap-and-erp-in-2026/) - แม้ว่าทุกวันนี้ AI จะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับหลายๆ คนแล้ว แต่ธุรกิจองค์กรหลายแห่งก็ยังไม่ได้มีการใช้งาน AI ในการทำงานกันอย่างจริงจังให้เห็นกันมากนัก NTT DATA Business Solutions (Thailand) และ SAP พร้อมจะเป็นผู้ที่ช่วยพาองค์กรของคุณไปสู่การเป็น AI-Driven Business อย่างเต็มตัวแล้ว ด้วยโซลูชัน AI ที่หลากหลายจาก SAP ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพให้กับระบบ ERP และ Business Application ของคุณได้อย่างมั่นใจ ในบทความนี้ เราจะพาทุกคนไปพบกับตัวอย่างการใช้งาน AI จริงในภาคธุรกิจองค์กร พร้อมแนะนำถึงโซลูชันด้าน AI จาก SAP อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น SAP Joule, SAP Business AI หรือ Intelligent Application ก็ตาม ERP กำลังพลิกบทบาท จากการเป็น Business Platform สู่การเป็น Business AI - [วาง Data Strategy สร้าง AI Readiness ให้องค์กร ด้วย SAP Business Data Cloud โดย NTT DATA Business Solutions (Thailand)](https://www.manutalkthai.com/ndbs-data-strategizing-by-creating-ai-readiness-for-enterprise-with-sap-business-data-cloud/) - เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าการใช้ AI ในภาคธุรกิจองค์กรจะสร้างผลกระทบเชิงบวกและการเติบโตให้แก่ธุรกิจได้อย่างชัดเจน ทั้งด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วให้กับการทำงาน, การเพิ่มคุณภาพในการดำเนินงานหลายภาคส่วน, การทำงานโดยอัตโนมัติเพื่อปลดล็อคทีมงานให้สามารถแสดงศักยภาพในงานที่สำคัญได้มากขึ้น ไปจนถึงการเป็นผู้ช่วยให้กับทุกคนในองค์กรในทุกๆ วัน อย่างไรก็ดี ธุรกิจองค์กรหลายแห่งเองก็ยังไม่สามารถก้าวไปสู่การเป็น AI Driven Business ได้ เนื่องจากยังคงขาดความพร้อมในการรวบรวมและบริหารจัดการข้อมูลธุรกิจเพื่อให้ AI นำไปใช้งานได้ จากการที่ข้อมูลแต่ละส่วนของธุรกิจนั้นยังคงกระจัดกระจายอยู่ในแต่ละ Business Application ที่ใช้งาน และขาด Single Source of Truth ในภาพรวมของธุรกิจที่ครบถ้วนนั่นเอง NTT DATA Business Solutions (Thailand) และ SAP พร้อมช่วยธุรกิจองค์กรตอบโจทย์นี้ ด้วย SAP Business Data Cloud (BDC) ที่สามารถทำหน้าที่เป็น Data Platform กลางสำหรับรวบรวม Single Source of Truth จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย พร้อมให้ Data Analyst, Data Scientist - [OLIC อัปเกรดสู่ SAP S/4HANA Cloud Private Edition เสริมคุณภาพ ความแม่นยำ ความโปร่งใส และความยั่งยืนให้ธุรกิจ โดย NTT DATA Business Solutions (Thailand)](https://www.manutalkthai.com/ndbs-olic-upgraded-to-sap-s-4hana-cloud-private-edition/) - สถานประกอบการผลิตยา เครื่องสำอาง เภสัชเคมีภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป และเครื่องมือแพทย์นั้น ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องมีความเข้มงวดในการตรวจสอบสูงที่สุด ดังนั้นความแม่นยำของข้อมูลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ และ OLIC (Thailand) Limited (OLIC) ให้ความสำคัญต่อการตรวจสอบเป็นอย่างมาก เพื่อให้มั่นใจได้ถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบ ระบบ ERP ที่ตอบโจทย์นี้ได้จึงเป็นหัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ดังกล่าวนี้ ในบทความนี้ได้รับเกียรติสัมภาษณ์คุณ Takefumi Sagara : Managing Director บริษัท OLIC (Thailand) Limited.ถึงการตัดสินใจอัปเกรดระบบ ERP มาสู่ SAP S/4HANA Cloud Private Edition ซึ่งเป็นโซลูชันที่อยู่ภายใต้แนวทาง RISE with SAP เพื่อตอบโจทย์เรื่องคุณภาพ ความแม่นยำ ความโปร่งใส และความยั่งยืนของ OLIC ที่ผ่านมา รู้จัก OLIC (Thailand) Limited บริษัทในเครือ Fuji Pharma ผู้คิดค้น วิจัย พัฒนา และผลิตยา เครื่องมือแพทย์ - [เริ่มต้นก้าวแรกในการใช้งาน AI บริหารจัดการทรัพยากรบุคคล ด้วย SAP S/4HANA on Cloud และ SAP SuccessFactors โดย NTT DATA Business Solutions](https://www.manutalkthai.com/ndbs-ai-in-hr-management-with-sap-s-4hana-on-cloud-and-sap-successfactors/) - การมาของ Agentic AI นั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพียงแค่วิธีการทำงาน แต่ธุรกิจองค์กรที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในยุค Agentic AI ได้นั้นต้องมีวัฒนธรรมการทำงานรูปแบบใหม่ที่ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ ให้ธุรกิจองค์กรกลายเป็น Agentic Enterprise ให้ได้ แล้ว HR ในฐานะของผู้ขับเคลื่อนวัฒนธรรมขององค์กรจะต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร? มีอะไรบ้างที่ HR ควรรู้เกี่ยวกับ AI? การวางระบบเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลแห่งอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง? ร่วมหาคำตอบนี้ไปกับ NTT DATA Business Solutions และ SAP กันได้ในบทความนี้เลยครับ ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับ AI ในธุรกิจองค์กรกำลังเกิดขึ้นในรูปแบบใดบ้าง? จากการสำรวจของ SAP Research นั้นได้ค้นพบประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับ AI ในการทำงานมากกว่าที่คิด ประเด็นแรกคือทุกคนต่างรู้ดีว่า AI นั้นจะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ก็ยังคงมีความหวาดกลัวอยู่ด้วยเช่นกัน โดย 55% ของพนักงานในธุรกิจองค์กรที่ถูกสำรวจเชื่อว่า AI Agent จะสามารถสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจและการทำงานได้มากกว่า AI รูปแบบอื่นๆ 2-5 เท่า ในขณะที่ 52% นั้นก็กลัวว่าตำแหน่งงานของตนเองจะถูกทดแทนโดย AI - [ไขความลับ! อัปเกรดจาก SAP ECC 6.0 สู่ SAP S/4HANA on Cloud แล้วองค์กรดีขึ้นอย่างไร โดย NTT DATA Business Solutions](https://www.manutalkthai.com/ndbs-upgrading-from-sap-ecc-6-0-to-sap-s-4hana-on-cloud/) - จากประกาศอย่างเป็นทางการของ SAP ที่จะเริ่มหยุคดการสนับสนุน SAP ECC 6.0 ตั้งแต่สิ้นปี 2027 เป็นต้นไป ทำให้ธุรกิจองค์กรที่เคยใช้ SAP ECC 6.0 มาอย่างยาวนานต้องเร่งตัดสินใจอัปเกรดระบบครั้งใหญ่ในปี 2026 นี้แล้ว อย่างไรก็ดี ในการอัปเกรดระบบเดิมมาสู่ SAP S/4HANA on Cloud นั้นก็มีหลายประเด็นที่ธุรกิจองค์กรต้องรู้และตัดสินใจ ซึ่งในบทความนี้ NTT DATA Business Solutions จะมาสรุปถึงประเด็นและทางเลือกที่เป็นไปได้ให้ทุกท่านที่กำลังจะต้องตัดสินใจได้เรียนรู้กันครับ ลำดับเวลาการหยุดสนับสนุน SAP ECC 6.0 สำหรับการประกาศอย่างเป็นทางการจาก SAP นั้น ทาง SAP มีแผนที่จะหยุดให้การสนับสนุน SAP ECC 6.0 ดังนี้ การหยุด Mainstream Support จะบังคับใช้ในวันที่ 31 ธันวาคม 2027 สำหรับ EHP 6-8 โดยสำหรับ EHP - [Somboon Advance Technology อัปเกรดจาก SAP ECC 6.0 สู่ SAP Cloud ERP Private ผ่าน RISE with SAP เตรียมต่อยอดเติบโตด้วย AI, Data และ IIoT โดย NTT DATA Business Solutions Thailand](https://www.manutalkthai.com/ndbs-somboon-advance-technology-interview/) - สำหรับธุรกิจองค์กรหลายแห่งในไทย การอัปเกรดจาก SAP ECC 6.0 ที่กำลังจะหยุดสนับสนุนอย่างเป็ทางการในไม่ช้านี้ไปสู่โซลูชัน SAP S/4HANA on Cloud กำลังกลายเป็นวาระใหญ่ที่ต้องเร่งดำเนินการกันอย่างเข้มข้น ในบทความนี้ คุณองอาจ สินธทียากร ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายพัฒนาระบบดิจิทัลและข้อมูลธุรกิจ บริษัท Somboon Advance Technology Public Company Limited ได้มาแบ่งปันประสบการณ์การอัปเกรดจาก SAP ECC 6.0 ที่ใช้มานานกว่า 14 ปี สู่ SAP Cloud ERP Private ผ่าน RISE with SAP เพิ่มความคล่องตัวทางธุรกิจ Somboon Advance Technology Public Company Limited: ผู้นำด้านการผลิต ชิ้นส่วนยานยนตร์ เครื่องจักรกลการเกษตร และธุรกิจหุ่นยนต์ระบบอัตโนมัติ Somboon Advance Technology Public Company - [Alliance Laundry Systems ยกระดับโรงงานไทย 27,000 ตร.ม. สู่ศูนย์กลางการผลิตภูมิภาค](https://www.manutalkthai.com/als-thailand-hq-asean/) - Alliance Laundry Systems หรือ ALS ผู้ให้บริการโซลูชันเครื่องซักผ้าเชิงพาณิชย์ระดับโลก ยกระดับโรงงานผลิตในจังหวัดชลบุรี ประเทศไทย ให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกสำคัญประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ดึงเทคโนโลยีวิศวกรรมขั้นสูงผสานศูนย์ STAR Lab แห่งใหม่ มุ่งเน้นการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและความยั่งยืน ฐานการผลิตขนาด 27,000 ตารางเมตรในชลบุรีได้รับการออกแบบให้เป็นศูนย์กลางการผลิตเพื่อรองรับการเติบโตในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ทั่วภูมิภาค โดย ALS ได้นำเครื่องจักรกลวิศวกรรมความแม่นยำสูงจากเยอรมนีมาประยุกต์ใช้ในสายการผลิต เพื่อให้การขึ้นรูปชิ้นส่วนมีความถูกต้องและรักษามาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์ในทุกยูนิต นอกจากนี้ กระบวนการผลิตยังมีการผสานเทคโนโลยี Computer-Aided Engineering (CAE) และ Rapid Prototyping เข้ามาช่วยในการออกแบบ จำลองสถานการณ์ และตรวจสอบผลิตภัณฑ์ทางกายภาพก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตจริงเต็มรูปแบบ การบูรณาการเทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยลดระยะเวลาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเพิ่มความเสถียรของเครื่องจักรได้ดีกว่ากระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม ALS ยังได้เปิดตัว STAR Lab (Thailand Science Technology Research Laboratory) ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมระดับภูมิภาคแห่งแรก เพื่อทดสอบการทำงานของเครื่องจักรกลร่วมกับทีมวิศวกรระดับโลก ผลผลิตสำคัญที่สะท้อนถึงการแก้ปัญหาด้านพื้นที่และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานดังนี้ Stax-X: โซลูชันเครื่องซักและอบผ้าอุตสาหกรรมแนวตั้งแบบซ้อนทับ รองรับความจุ 14KG และ 23KG ออกแบบมาสำหรับผู้ประกอบการ SME และร้านสะดวกซักรูปแบบกะทัดรัด - [เดลต้า ประเทศไทย ร่วมจัดแสดงโซลูชันระบบควบคุมอาคารอัตโนมัติแบบบูรณาการ เพื่อการขับเคลื่อนพื้นที่อัจฉริยะ ปลอดภัย และยั่งยืน ในงาน NOVA Expo 2026 [PR]](https://www.manutalkthai.com/delta-thailand-in-nova-expo-2026-pr/) - บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและนวัตกรรมโซลูชันสีเขียวอัจฉริยะ ร่วมจัดแสดงโซลูชันระบบควบคุมอาคารอัตโนมัติแบบบูรณาการ ภายในงาน NOVA Expo 2026 ที่บูธ V9 ฮอลล์ EH103 เพื่อนำเสนอระบบนิเวศด้านอาคารอัตโนมัติแบบบูรณาการสำหรับการใช้งานในสองกลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจโรงแรมและการบริการ รวมถึงกลุ่มการแพทย์และการดูแลสุขภาพ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การควบคุมคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality หรือ IAQ) การบริหารจัดการพลังงานและควบคุมอาคาร ไปจนถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI ระบบตรวจสอบอัตโนมัติ รวมถึงโซลูชันการติดตามอุปกรณ์และบุคลากรทางการแพทย์ นอกจากนี้ เดลต้ายังได้ใช้การประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ ควบคู่ไปกับระบบควบคุมอัจฉริยะและกระบวนการดำเนินงานที่เชื่อมต่อกัน เพื่อช่วยให้เจ้าของและผู้บริหารจัดการอาคารสามารถยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้รู้สึกสะดวกสบายและปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน พร้อมเสริมความยืดหยุ่นในการดำเนินงานและสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืน คุณอาทิตยา สูรพันธุ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เดลต้า ประเทศไทย กล่าวว่า “ในยุคที่ระบบต่าง ๆ ภายในอาคารมีการทำงานเชื่อมต่อกันมากยิ่งขึ้น ลูกค้าจึงเริ่มมองหาโซลูชันที่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างคุณค่าการดำเนินงานที่สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยภายในงาน NOVA Expo 2026 เดลต้าได้แสดงให้เห็นว่าระบบควบคุมอาคารอัตโนมัติแบบบูรณาการสามารถช่วยให้ลูกค้าในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ การแพทย์และการดูแลสุขภาพ รวมถึงอาคารพาณิชย์ สามารถสร้างสภาพแวดล้อมภายในอาคารที่ส่งเสริมสุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ใช้งาน - [DBD เปิดตัว “ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย”หนุนรายได้ SME ทั่วประเทศ ผ่าน ThailandPostMart และ Nex Gen Commerce [PR]](https://www.manutalkthai.com/inet-dbd-nex-gen-commerce-pr/) - กระทรวงพาณิชย์เปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย” อย่างเป็นทางการ นำโดย คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานพิธีเปิด ณ ห้องประชุมบุรฉัตรไชยากร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง กระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยอีก 2 ราย เพื่อส่งเสริมธุรกิจ SME ไทย เพิ่มรายได้แก่ผู้ประกอบการไทย กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และช่วยประชาชนเข้าถึงสินค้าชุมชนคุณภาพในราคาพิเศษผ่านช่องทางออนไลน์ โครงการ ‘ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย’ ถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ผ่านการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ และยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการสร้างช่องทางการตลาดออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ ผ่านแพลตฟอร์มสัญชาติไทยอย่าง ThailandPostMart โดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และ Nex Gen Commerce ผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทย เครือ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ - [SAP เผยทิศทาง Agentic AI พลิกโฉมโมเดล Supply Chain สู่ยุค Autonomous Enterprise](https://www.manutalkthai.com/sap-agentic-ai-supply-chain-autonomous-enterprise/) - ภาพรวมซัพพลายเชนระดับโลกกำลังถูกเปลี่ยนโฉมด้วยปัจจัยเชิงโครงสร้างอย่างถาวร โมเดลการดำเนินงานแบบดั้งเดิมกำลังเผชิญความท้าทายอย่างหนักในการตอบสนองต่อตลาดโลก SAP ระบุว่า Agentic AI ซึ่งทำงานอยู่ในทุก Workflow กำลังก้าวขึ้นมาเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกขีดความสามารถของซัพพลายเชนให้ทำงานได้อย่างอัตโนมัติและไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น ปัจจัยเชิงโครงสร้าง 4 ประการกำลังเปลี่ยนแปลงซัพพลายเชนระดับโลกไปพร้อมกัน ได้แก่ความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ แรงกดดันทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ และการทำ Digital Transformation ที่เร่งตัวขึ้น ปัญหาขาดแคลนแรงงานทวีความรุนแรงอย่างเห็นได้ชัด โดยในยุโรปอาจเผชิญปัญหาขาดแคลนคนขับรถบรรทุกถึง 745,000 ตำแหน่งภายในปี 2028 ขณะเดียวกัน 63% ของบริษัทระบุว่าปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะดิจิทัลคืออุปสรรคสำคัญในการทรานส์ฟอร์มองค์กร ปัจจัยเหล่านี้บีบบังคับให้ภาคการผลิตต้องก้าวข้ามโมเดล “วางแผน-จัดหา-ผลิต-จัดส่ง” แบบเดิม ดังนั้นองค์กรชั้นนำจึงเริ่มปรับมุมมองต่อซัพพลายเชนให้เป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความยืดหยุ่นและความได้เปรียบทางการแข่งขัน เช่น ผู้ผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรชั้นนำได้ปรับใช้ AI Agent กว่า 1,000 ตัว เพื่อสนับสนุนการสั่งการ วางแผนสถานการณ์ และสร้างความโปร่งใสในห่วงโซ่คุณค่า ขณะที่ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ระดับโลกได้นำ AI มาใช้ในการวางแผนพร้อมให้ความสำคัญกับความโปร่งใสที่อธิบายผลลัพธ์ได้เพื่อสร้างความไว้วางใจ การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรกำลังออกแบบกระบวนการรับรู้ ตัดสินใจ และลงมือทำใหม่ทั้งหมด นอกจากนี้บริษัทอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์แห่งหนึ่งสามารถลดเวลาตอบสนองต่อปัญหาลงได้ถึง 95% ผ่านการรวมศูนย์กระบวนการสั่งซื้ออิเล็กทรอนิกส์ข้ามโรงงานกว่า 30 แห่ง รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกยังได้นำโมเดลซัพพลายเชนแบบ Two-Leg ระดับภูมิภาคมาใช้ - [จาก “ยุคโซลาร์” สู่ “ยุคพลังงานอัจฉริยะ”Solis ชี้ระบบกักเก็บพลังงานกำลังกลายเป็นสมรภูมิใหม่ของอุตสาหกรรมพลังงานโลก [PR]](https://www.manutalkthai.com/solis-from-solar-to-smart-energy-pr/) - อุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากเดิมที่มุ่งเน้นการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ (PV) สู่ความท้าทายใหม่ด้าน “เสถียรภาพ ความยืดหยุ่น และการบริหารจัดการพลังงานอย่างชาญฉลาด” ซึ่งกำลังผลักดันให้ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) กลายเป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานยุคใหม่ รายงานจาก International Energy Agency (IEA) ระบุว่า ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีพลังงานที่เติบโตเร็วที่สุดของโลกในปี 2025 โดยมีกำลังการติดตั้งทั่วโลกแตะระดับ 108 กิกะวัตต์ เพิ่มขึ้นเกือบ 40% จากปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งความยืดหยุ่นของโครงข่ายไฟฟ้า ความผันผวนของราคาพลังงาน การใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากระบบ AI และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้ายุคใหม่ แนวโน้มดังกล่าวทำให้ระบบกักเก็บพลังงานไม่ได้ถูกมองเป็นเพียง “เทคโนโลยีเสริม” สำหรับพลังงานแสงอาทิตย์อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นองค์ประกอบหลักของระบบพลังงานสมัยใหม่ ประเด็นนี้ถูกคาดหมายว่าจะเป็นหนึ่งในธีมสำคัญของงาน SNEC PV Power Expo 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–5 มิถุนายน 2026 ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน หนึ่งในเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก ภายในงาน Solis เตรียมนำเสนอโซลูชันระบบกักเก็บพลังงานแบบ All-Scenario ครอบคลุมทั้งภาคที่อยู่อาศัย ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม - [บอกลาการจัดตารางผลิตแบบเดิมๆ! Sight Machine ผนึก Microsoft ดึง AI แก้ปัญหาสายการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพทะลุ 10%](https://www.manutalkthai.com/sight-machine-and-microsoft-team-up-to-use-ai-to-solve-production-line-problems/) - ใครที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมคงรู้ดีว่า "การจัดตารางการผลิต" (Production Scheduling) คือหนึ่งในความท้าทายที่ปวดหัวที่สุด เพราะแผนที่วางไว้อย่างดิบดีมักจะพังทลายลงเมื่อเจอหน้างานจริง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรสะดุด วัตถุดิบมาส่งช้า หรือมีออเดอร์แทรก ทำให้ต้องเรียกประชุมด่วนเพื่อปรับแผนกันใหม่แทบทุกวัน ผู้ผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่แห่งหนึ่งต้องเผชิญกับปัญหานี้ โดยต้องรื้อแผนการผลิตใหม่ถึง 10-15 ครั้งต่อสัปดาห์ เสียเวลาไปกับการประชุมและต้องพึ่งพาประสบการณ์ของพนักงานรุ่นเก๋าในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ปัญหานี้กำลังจะหมดไปด้วยเทคโนโลยี AI เมื่อ AI เข้ามาเปลี่ยนเกมหน้างาน Sight Machine แพลตฟอร์ม AI สำหรับภาคอุตสาหกรรม ได้ร่วมมือกับ Microsoft นำเทคโนโลยี OptiMind ผ่านระบบ Microsoft Foundry เข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้แบบพลิกวงการ ความเจ๋งของระบบนี้คือ มันสามารถเปลี่ยน "คำพูดภาษามนุษย์ธรรมดา" ให้กลายเป็น "โมเดลคณิตศาสตร์" สำหรับหาค่าที่ดีที่สุด (Optimization) ได้โดยอัตโนมัติ ระบบจะดึงข้อมูลจริงจากสายการผลิต (Real-time data) ทั้งความเร็วของเครื่องจักร เวลาในการเปลี่ยนผ่านงาน (Changeover) หรือแม้แต่ข้อมูลวัตถุดิบ มาคำนวณและปรับตารางการผลิตให้ใหม่ทันทีที่เกิดเหตุขัดข้อง โดยที่ทีมงานไม่ต้องมานั่งประชุมกันหลายชั่วโมงอีกต่อไป ผลลัพธ์ที่จับต้องได้: รวดเร็ว แม่นยำ และลดความสูญเปล่า การเปลี่ยนจากการใช้ประสบการณ์คาดเดา - [ดีลพลิกวงการยานยนต์! Nissan เจรจารับจ้างผลิตรถให้ Chery ในโรงงานที่อังกฤษ](https://www.manutalkthai.com/nissan-is-negotiating-a-contract-to-manufacture-vehicles-for-chery-at-its-factory-in-the-uk/) - การขยับตัวครั้งสำคัญในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ยุโรปกำลังจะเกิดขึ้น เมื่อค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นอย่าง Nissan และแบรนด์ดาวรุ่งจากจีน Chery ยืนยันอย่างเป็นทางการว่ากำลังเจรจาข้อตกลงที่ Nissan จะเป็นผู้รับจ้างผลิต (Contract Manufacturing) รถยนต์นั่งส่วนบุคคลให้กับ Chery ณ โรงงานในเมืองซันเดอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร โรงงานซันเดอร์แลนด์ถือเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร แต่ปัจจุบันกลับเดินสายพานการผลิตได้เพียงประมาณ 50% ของศักยภาพทั้งหมด (ผลิตได้ราว 273,000 คันในปีที่ผ่านมา จากความจุสูงสุด 500,000 - 600,000 คันต่อปี) จน Nissan ต้องประกาศแผนลดสายการผลิตจากสองสายให้เหลือเพียงสายเดียว ในขณะเดียวกัน Chery กำลังรุกคืบเจาะตลาดทวีปยุโรปอย่างหนักผ่านแบรนด์ในเครือ ทั้ง Omoda, Jaecoo และแบรนด์หลักอย่าง Chery การลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) ครั้งนี้จึงถือเป็นจิ๊กซอว์ที่ลงตัว ช่วยให้ Nissan ใช้ประโยชน์จากกำลังการผลิตที่ว่างอยู่ได้อย่างคุ้มค่า ส่วน Chery ก็ได้ฐานการผลิตที่แข็งแกร่งในยุโรป สิ่งที่น่าจับตาในความร่วมมือครั้งนี้ รองรับทุกขุมพลังการขับเคลื่อน: แม้จะยังไม่ระบุชัดเจนว่าจะผลิตรถยนต์แบรนด์ใดหรือขุมพลังไหน (ไฟฟ้า, ไฮบริด หรือสันดาป) แต่สายพานการผลิตของซันเดอร์แลนด์ถูกออกแบบมาให้ยืดหยุ่น สามารถประกอบรถยนต์ต่างเทคโนโลยีในสายพานเดียวกันได้ - [Nord เปิดตัว ‘NXD tupH’ นวัตกรรมเคลือบผิวชุดขับเคลื่อน ตอบโจทย์การฉีดล้างในอุตสาหกรรมอาหาร](https://www.manutalkthai.com/nord-launches-nxd-tuph/) - ในสายการผลิตอาหาร เครื่องดื่ม หรือยา “ความสะอาด” คือหัวใจสำคัญที่สุด เครื่องจักรจึงต้องเผชิญกับการฉีดล้างทำความสะอาดอย่างหนัก (Wash-down) ทั้งจากน้ำ ความชื้น และสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนอยู่เป็นประจำ ซึ่งมักสร้างความปวดหัวให้กับผู้ประกอบการเสมอมา ล่าสุด Nord ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน ได้เปิดตัว NXD tupH นวัตกรรมปกป้องพื้นผิวเจเนอเรชันใหม่ ที่จะมาพลิกโฉมการแก้ปัญหานี้อย่างตรงจุด ข้อจำกัดของเทคโนโลยีแบบเดิม ๆ ที่ผ่านมา การปกป้องมอเตอร์หรือชุดขับเคลื่อน (Drives) มักมีจุดอ่อนที่หลีกเลี่ยงได้ยาก: การทาสี: เสี่ยงต่อปัญหาสีพองหรือหลุดลอกปนเปื้อนลงในอาหาร การใส่ฝาครอบ: ป้องกันได้ระดับหนึ่ง แต่ทำให้ซ่อมบำรุงยาก และเสี่ยงต่อการสะสมความร้อน การใช้ตัวเรือนสเตนเลส: ทนทานและถูกสุขลักษณะ แต่มีต้นทุนสูงมาก และมีข้อจำกัดเรื่องการระบายความร้อน เปลี่ยน "อลูมิเนียม" ให้แกร่งทนทานด้วย NXD tupH เพื่อแก้ปัญหาเหล่านั้น Nord ได้พัฒนาโซลูชัน NXD tupH ซึ่งเป็นการเคลือบผิวที่ออกแบบมาเพื่อ "วัสดุอลูมิเนียม" โดยเฉพาะ นวัตกรรมนี้จะสร้างชั้นผิวที่แข็งแกร่ง ทนทานต่อการกัดกร่อน และทนต่อสารเคมีทำความสะอาดที่รุนแรง ทำให้มอเตอร์เกียร์หรืออินเวอร์เตอร์อลูมิเนียมธรรมดา ๆ สามารถนำไปใช้ในสภาพแวดล้อมสุดโหดได้อย่างสบาย ๆ - [Kasto เปิดตัวระบบควบคุมเครื่องเลื่อยรุ่นใหม่ ตอบโจทย์หน้างานจริง ทั้งมือโปรและมือใหม่](https://www.manutalkthai.com/kasto-has-launched-a-new-chainsaw-control-system/) - Kasto ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการเลื่อยโลหะ พลิกโฉมระบบควบคุมเครื่องเลื่อยเจเนอเรชันใหม่ โดยมีเป้าหมายหลักคือการ "ทำให้ชีวิตคนทำงานง่ายขึ้น" ไม่ว่าคุณจะเป็นช่างเลื่อยมือฉมัง หรือพนักงานที่เพิ่งเริ่มต้นเรียนรู้งาน ระบบนี้ก็พร้อมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดความยุ่งยากในกระบวนการผลิตได้อย่างเห็นผล สร้างจากคนหน้างาน เพื่อคนหน้างาน Sönke Krebber หนึ่งในทีมผู้บริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ Kasto เล่าถึงเบื้องหลังว่า "สิ่งสำคัญสำหรับเราคือการดึงพนักงานที่ต้องคลุกคลีกับเครื่องจักรทุกวัน มาร่วมพัฒนาตั้งแต่เริ่มต้น" การทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านบริการและทดสอบระบบ ทำให้เกิดซอฟต์แวร์ที่สอดคล้องกับการทำงานจริง ตอบสนองไว โหลดข้อมูลได้เร็วขึ้น และช่วยให้เครื่องจักรพร้อมทำงานอยู่เสมอ ระบบนี้ได้ผ่านการทดสอบการใช้งานจริงอย่างเข้มข้นที่โรงงานของบริษัท Günther + Schramm ในเยอรมนี จนได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีมูลค่าเพิ่มต่อการทำงานในแต่ละวันอย่างแท้จริง โดยจะเริ่มประเดิมใช้งานกับเครื่องเลื่อยซีรีส์ Kastowin เป็นรุ่นแรก ก่อนจะขยายไปยังรุ่นอื่น ๆ ในอนาคต แดชบอร์ดเรียบง่าย แต่จัดการได้ครบจบในที่เดียว หัวใจสำคัญของระบบควบคุมใหม่นี้คือ แดชบอร์ดที่ออกแบบมาให้ดูสะอาดตาและเข้าใจง่าย โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจ ได้แก่: มองเห็นภาพรวมทันที: เช็กเวลาเดินเครื่อง เวลาหยุดพัก สถานะออเดอร์ และสถานะเครื่องจักรได้รวดเร็ว ทำงานแบบมัลติทาสก์: สามารถจัดคิวงานใหม่ หรือสลับดูหน้าจอต่างๆ ได้อย่างอิสระ แม้เครื่องกำลังทำการตัดชิ้นงานอยู่ Simple Mode สำหรับมือใหม่: โหมดพิเศษที่ลดทอนข้อมูลซับซ้อนให้เหลือเพียงสิ่งที่จำเป็น ช่วยนำทางให้ผู้ที่ยังไม่ชำนาญสามารถเลื่อยงานได้อย่างปลอดภัย - [Huawei เปิดตัวเทคโนโลยีชิปใหม่ ลุยเป้าหมายเทียบชั้น 1.4 นาโนเมตร ภายในปี 2031](https://www.manutalkthai.com/huawei-unveils-new-chip-technology-aiming-for-1-4-nanometer-technology-by-2031/) - เมื่อกฎของมัวร์ (Moore's Law) ที่เน้นการลดขนาดทรานซิสเตอร์กำลังเดินมาถึงขีดจำกัดทางฟิสิกส์และต้นทุน ประกอบกับกำแพงมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ Huawei จึงพลิกเกมครั้งใหญ่ นำเสนอแนวทางใหม่ที่ไม่พึ่งพาการย่อส่วนชิปแบบเดิม ๆ แต่หันไปมุ่งเน้นที่การจัดการ "เวลา" แทน โดยตั้งเป้าที่จะบรรลุความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์เทียบเท่าเทคโนโลยีการผลิตระดับ 1.4 นาโนเมตร ภายในปี 2031 ในงานสัมมนา IEEE ISCAS 2026 ที่นครเซี่ยงไฮ้เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา He Tingbo ประธานหน่วยธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ของ Huawei ได้เผยโฉมกรอบแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า "Tau Scaling Law" ซึ่ง TrendForce บริษัทวิเคราะห์ตลาดชื่อดังระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกที่หลักการพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งมีจุดกำเนิดจากประเทศจีน ถูกนำเสนอเพื่อใช้เป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม Tau แทน Nanometers: เมื่อ "ความเร็ว" สำคัญกว่า "ขนาด" แนวคิดหลักของ Tau Scaling Law คือการเปลี่ยนผ่านจากการลดขนาดทางเรขาคณิต (Geometric Scaling) มาเป็นการควบคุมสเกลด้านเวลา (Time-based Scaling) ตัวแปรสำคัญจะไม่ใช่ขนาดของทรานซิสเตอร์อีกต่อไป แต่เป็นค่าคงที่ของเวลา หรือ - [ดีลใหญ่แห่งวงการ 3D Printing: Stratasys เข้าซื้อกิจการ Markforged รุกหนักอุตสาหกรรมการบินและกลาโหม](https://www.manutalkthai.com/stratasys-acquires-markforged/) - ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมการผลิตยุคใหม่ (Additive Manufacturing) เกิดขึ้นแล้ว เมื่อ Stratasys ประกาศเข้าซื้อกิจการ Markforged (บริษัทในเครือของ Nano Dimension) แบบเบ็ดเสร็จ การควบรวมครั้งนี้เปรียบเสมือนการติดปีกให้ Stratasys สามารถขยายกำลังการผลิตและเจาะลึกเข้าไปในตลาดอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ (Aerospace) กลาโหม (Defense) และการผลิตขั้นสูงได้อย่างเต็มกำลัง หัวใจสำคัญที่ทำให้ดีลนี้น่าจับตามองคือ เทคโนโลยีระดับแนวหน้าของ Markforged โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม "The Digital Forge" ที่ผสานฮาร์ดแวร์ วัสดุศาสตร์ และซอฟต์แวร์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีไม้ตายอย่างเทคโนโลยี Continuous Carbon Fiber ที่ช่วยผลิตชิ้นส่วนให้มีความแข็งแรงสูงแต่น้ำหนักเบากว่าการพิมพ์ 3 มิติทั่วไป ซึ่งตอบโจทย์อุตสาหกรรมหนักอย่างยานยนต์และอวกาศได้อย่างสมบูรณ์แบบ Dr. Yoav Zeif ซีอีโอของ Stratasys เน้นย้ำว่า ดีลนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพราะนี่คือยุคที่การผลิตแบบ Additive Manufacturing กำลังก้าวเข้ามาแทนที่การผลิตแบบดั้งเดิมในงานที่ต้องการสมรรถนะขั้นสูง การรวมพลังครั้งนี้ไม่ได้สร้างผลดีแค่ในแง่ของเทคโนโลยี แต่ยังส่งผลกระทบเชิงบวกต่อธุรกิจในหลายมิติ: เสริมแกร่งด้านวัสดุศาสตร์ (Materials): การได้เทคโนโลยีคาร์บอนไฟเบอร์ โพลีเมอร์ประสิทธิภาพสูง และเส้นใยโลหะ - [สิงคโปร์ ชู AI และ Automation ปลดล็อกขีดจำกัดในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการผลิต](https://www.manutalkthai.com/singapore-ai-automation-manufacturing/) - ภาคการผลิตถือเป็นเสาหลักสำคัญของเศรษฐกิจสิงคโปร์ โดยมีสัดส่วนถึง 20% ของ GDP ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดนโยบายระยะยาวเพื่อรักษาสัดส่วนดังกล่าวไว้อย่างเหนียวแน่น และล่าสุดสิงคโปร์ได้นำเสนอวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างฐานการผลิต เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางปัจจัยกดดันด้านต้นทุนและความซับซ้อนของโลกธุรกิจในปัจจุบัน คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์ หรือ EDB ระบุว่า ภาคการผลิตของสิงคโปร์ได้พัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมที่มีความหลากหลาย ก้าวล้ำทางเทคโนโลยี และเชื่อมโยงกับทั่วโลก ผ่านการลงทุนด้าน R&D รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้สิงคโปร์ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น อากาศยาน เซมิคอนดักเตอร์ และชีวการแพทย์ การเปลี่ยนผ่านจากโรงงานที่ใช้แรงงานเข้มข้นไปสู่อุตสาหกรรมไฮเทค ถูกขับเคลื่อนด้วยความท้าทายหลักดังนี้ ข้อจำกัดด้านพื้นที่: JTC ผู้บริหารพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมกว่า 80% ในสิงคโปร์ จะเน้นไปที่ภาคการผลิตที่สร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดบนทรัพยากรที่ดินที่มีจำกัด การยกระดับตำแหน่งงาน: สิงคโปร์จะเร่งสร้างตำแหน่งงานทักษะสูงในสายอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และ Smart Factory เพื่อมาทดแทนแรงงานในไลน์ผลิตดั้งเดิม เพื่อเพิ่มมูลค่าของงานให้มากขึ้น การแข่งขันในภูมิภาค: การแข่งขันที่ทวีความรุนแรงในอาเซียนผลักดันให้สิงคโปร์ต้องสร้างความแตกต่างด้วยการผลิตมูลค่าสูง อาศัย R&D โครงสร้างพื้นฐาน คนที่มีความสามารถ และพันธมิตรในอุตสาหกรรม บริษัทผู้ผลิตหลายแห่งเริ่มนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาปรับใช้ เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของลูกค้าที่เข้มงวดขึ้นในด้านความทนทาน ความน่าเชื่อถือ และข้อกำหนดทางวิศวกรรมที่ซับซ้อน เช่น Sunningdale - [SAP เปิดตัว Autonomous Enterprise ผสาน AI Agent พลิกโฉมอุตสาหกรรมและการผลิตสู่อนาคต](https://www.manutalkthai.com/sap-autonomous-enterprise-ai/) - SAP ได้ประกาศเปิดตัว Autonomous Enterprise ยกระดับกระบวนการทำงานหลักของธุรกิจด้วยการผสานการทำงานระหว่างมนุษย์และ AI เข้าด้วยกัน ตอบสนองธุรกิจที่ต้องรับมือตลาดระดับโลก รวมถึงต้องการความแม่นยำ รวดเร็ว และความมั่นคงปลอดภัยขั้นสูง โซลูชัน Autonomous Enterprise ประกอบด้วยเทคโนโลยีหลักดังนี้ SAP Business AI Platform: เป็นการรวม SAP Business Technology Platform, SAP Business Data Cloud และ SAP Business AI เข้าไว้ด้วยกัน ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี SAP Knowledge Graph ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้าง AI Agent ระดับองค์กรผ่านโซลูชัน Joule Studio ได้อย่างปลอดภัย SAP Autonomous Suite: โซลูชันที่มาพร้อม Joule Assistants มากกว่า 50 โดเมน ครอบคลุมระบบซัพพลายเชน การจัดซื้อ - [DEXON ชู PIPEGLIDE ลด Downtime โรงงานอุตสาหกรรม ช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุนกว่า 3 ล้านบาทต่อครั้ง [PR]](https://www.manutalkthai.com/dexon-pipeglide-reduce-downtime-pr/) - บริษัท เด็กซ์ซอน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ DEXON ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านเทคโนโลยีการตรวจสอบทางวิศวกรรมและนวัตกรรมการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย (Non-Destructive Testing: NDT) หลังประสบความสำเร็จในการนำ “DEXON PIPEGLIDE” หุ่นยนต์ตรวจสอบท่อใต้น้ำ (Underwater Pipeline Inspection Robot) ที่บริษัทพัฒนาและออกแบบโดยทีมวิศวกรของบริษัทเองแบบครบวงจร (Fully In-house Design & Manufacturing) เข้าปฏิบัติงานจริงภายในโรงงานของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ชั้นนำของไทยในจังหวัดระยอง โดยสามารถช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุนจากการหยุดระบบและการเตรียมพื้นที่ตรวจสอบได้มากกว่า 3 ล้านบาทต่อการตรวจสอบ 1 ครั้ง พร้อมยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการบริหารความสมบูรณ์ของระบบท่อในโรงงานอุตสาหกรรม โครงการดังกล่าวเป็นการตรวจสอบระบบท่อใต้น้ำและระบบท่อในโรงงานอุตสาหกรรมภายใต้สภาวะเดินระบบ (On-Stream Inspection) ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำคัญของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในโรงงานปิโตรเคมี โรงไฟฟ้า ระบบสาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ที่ระบบท่อจำนวนมากอยู่ในพื้นที่ใต้น้ำ พื้นที่อับอากาศ หรือพื้นที่เข้าถึงยาก ซึ่งการตรวจสอบด้วยวิธีแบบดั้งเดิมมักจำเป็นต้องระบายน้ำออกจากระบบ (Drain System) และหยุดการเดินระบบการผลิต (Shutdown) เพื่อเปิดพื้นที่ให้บุคลากรสามารถเข้าดำเนินการตรวจสอบได้โดยตรง กระบวนการดังกล่าวไม่เพียงส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ แต่ยังสร้างต้นทุนจำนวนมาก ทั้งค่าใช้จ่ายจากการหยุดผลิต การก่อสร้างนั่งร้านหรือโครงสร้างชั่วคราว ค่าใช้จ่ายด้านแรงงาน รวมถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยจากการทำงานบนที่สูงหรือในพื้นที่อันตราย - [ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ขับเคลื่อน “AI Factory” ออกแบบโครงสร้างพื้นฐานรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต [PR]](https://www.manutalkthai.com/schneider-electric-ai-factory-pr/) - ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงาน ตอกย้ำจุดยืนการพัฒนา AI Factory ในงาน Dell Technologies World 2026 ชี้ AI สร้างขึ้นเพื่อรองรับความก้าวหน้าสิ่งใหม่ๆ ในอนาคต เป็นรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งแนวทางดำเนินงาน ขยายขนาดธุรกิจและผลิตนวัตกรรม Dell Technologies World 2026 สะท้อนมุมมองการสร้าง AI ได้อย่างชัดเจน โดย AI ที่ประสบความสำเร็จไม่ได้กำหนดโดยระบบประมวลผลเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากผลลัพธ์ทั้งหมดของความสามารถด้านวิศวกรรมระบบ ตั้งแต่การออกแบบ การจำลองสถานการณ์เสมือนจริง (Simulation) ไปจนถึงการติดตั้งการใช้งาน การดำเนินงานและประสิทธิภาพระยะยาว การวางโครงสร้างพื้นฐาน AI เป็นสิ่งสำคัญ ระบบ AI มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานจำเป็นต้องรองรับระบบความหนาแน่นของเวิร์กโหลดที่ซับซ้อนและข้อกำหนดด้านการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องที่กำลังเปลี่ยนโฉมออกแบบดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ทั้งหมด โดยประสิทธิภาพของ AI ขึ้นอยู่กับพลังงานที่สามารถขยายขนาดและเชื่อถือได้ ระบบทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพและปรับเปลี่ยนได้ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบมาเพื่อพัฒนาไปพร้อมกับเวิร์กโหลดในอนาคต ทั้งนี้ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังคงตอกย้ำจุดยืนในการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานว่าจะไม่มีข้อจำกัด แต่จะเป็นรากฐานสำคัญรองรับการเติบโตในอนาคต ไฮไลต์ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค - [เจาะลึกวิสัยทัศน์ Vertiv ในยุคที่ AI และ Data Center พลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐานไอทีไทย](https://www.manutalkthai.com/vertiv-thailand-business-plan-2026/) - ยุคดิจิทัลในปัจจุบันกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ AI อย่างเต็มรูปแบบ การประกาศลงทุนตั้ง Data Center ระดับ Hyperscale ของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น Google, Microsoft และ Amazon ในประเทศไทย ไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่กำลังยกระดับโครงสร้างพื้นฐานไอทีของประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ปัจจัยหลักที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเหล่านี้คือความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคม โดยเฉพาะศักยภาพด้านเครือข่ายไฟเบอร์ออปติกและ 5G ที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพสูงเป็นอันดับต้น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ ระบบไฟฟ้าของไทยยังถือว่ามีเสถียรภาพและมีกำลังการผลิตสำรองที่เพียงพอต่อความต้องการของ Data Center ขนาดใหญ่ที่ใช้พลังงานและทรัพยากรน้ำมหาศาล แต่ทั้งหมดนี้จะขาดกระแสไฟที่บริสุทธ์ และเครื่องสำรองไฟคุณภาพสูงก็คงไม่ได้ ManuTalkThai มีโอกาสพูดคุยเรื่องนี้กับ คุณชาญกิจ แสงกิตติไพบูลย์ Director Sales Management และ Country Head ของ Vertiv Thailand เจ้าของผลิตภัณฑ์โซลูชันและบริการที่ครอบคลุมด้านพลังงาน ระบบความเย็น และโครงสร้างพื้นฐานไอที เพื่อทราบถึงโอกาสธุรกิจ พร้อมชี้แนะแนวทางที่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต้องเตรียมความพร้อมดังนี้ Edge AI: เมื่อทุกองค์กรต้องมีศูนย์ข้อมูลเป็นของตัวเอง แนวโน้มการนำ AI มาใช้งานไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ใน Data - [Gartner เตือนภาคธุรกิจ! คุม AI Agent แบบ "เหมาเข่ง" เสี่ยงทำโปรเจกต์ล่ม](https://www.manutalkthai.com/gartner-warns-businesses-controlling-ai-agents-in-a-blanket-manner-risks-project-failure/) - องค์กรของคุณกำลังใช้กฎเกณฑ์เดียวกันคุม AI ทุกตัวอยู่หรือเปล่า? Gartner บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาชั้นนำระดับโลก ออกมาเตือนว่า การใช้นโยบายกำกับดูแล (Governance) แบบมาตรฐานเดียวกับ AI Agent ทุกตัว โดยไม่คำนึงถึงระดับความเป็นอิสระและลักษณะการใช้งาน อาจเป็นจุดจบที่ทำให้โปรเจกต์ AI ระดับองค์กรต้องล้มเหลว Gartner คาดการณ์ว่า ภายในปี 2027 กว่า 40% ขององค์กรอาจต้องลดบทบาทหรือถอดถอนระบบ AI อัตโนมัติทิ้ง เนื่องจากช่องโหว่ด้านการควบคุมจะปรากฏให้เห็นก็ต่อเมื่อนำไปใช้งานจริงแล้ว โดยเฉพาะเมื่อองค์กรไม่ยอมขีดเส้นแบ่งให้ชัดเจนระหว่าง "ความเป็นอิสระในการตัดสินใจ" กับ "ขอบเขตสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล" ของ AI แต่ละตัว รากเหง้าของปัญหา: ตึงไปก็พัง หย่อนไปก็เสี่ยง คุณ Shiva Varma - Senior Director Analyst จาก Gartner ชี้ให้เห็นว่า องค์กรมักมีมุมมองต่อ AI แบบสุดโต่ง คือไม่ "คุมเข้มงวดสุดขีด" ก็ "ไว้ใจปล่อยฟรีเต็มที่" ซึ่งการใช้ไม้บรรทัดอันเดียววัด AI - [Microchip เปิดตัวโมดูลพลังงาน 3.3 kV HV‑D3 mSiC®เพื่อการรองรับหม้อแปลงไฟฟ้าแบบโซลิดสเตต (SST) สำหรับขับเคลื่อนศูนย์ข้อมูล AI [PR]](https://www.manutalkthai.com/microchip-new-msic-for-solid-state-transformer-pr/) - Microchip Technology (Nasdaq: MCHP) ในวันนี้ได้ประกาศเปิดตัว โมดูลพลังงาน 3.3 kV HV‑D3 mSiC® รุ่นใหม่ที่พร้อมจำหน่าย ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการประยุกต์ใช้หม้อแปลงไฟฟ้าแบบโซลิดสเตต (SST) ในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่สำหรับ AI และการใช้งานรูปแบบอื่นที่ต้องอาศัยไฟฟ้าแรงดันสูง ให้มีความเรียบง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น โมดูลรุ่นใหม่นี้ผสานด้วยซิลิคอนคาร์ไบด์ 3.3 kV (SiC) mSiC® MOSFETs และช็อตต์กีไดโอด (Schottky diodes) ในแพ็กเกจมาตรฐานอุตสาหกรรมขนาด 62 มม. มอบการส่งผ่านพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ จากโครงข่ายไฟฟ้าแรงดันปานกลางไปยังตู้เซิร์ฟเวอร์โดยตรง ขณะที่ศูนย์ข้อมูล AI มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การสร้างโทเคนถูกจำกัดด้วยความพร้อมด้านพลังงาน และประสิทธิภาพการใช้พลังงานคือปัจจัยสำคัญที่กำหนดความคุ้มค่าของการลงทุน (ROI) สถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่พึ่งพาหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดเทอะทะและจ่ายกระแสไฟฟ้าต่ำทำให้ระบบมีความซับซ้อน เกิดความสูญเสียเพิ่มขึ้น และมีความยืดหยุ่นที่จำกัด หม้อแปลงไฟฟ้าแบบโซลิดสเตตจึงเข้ามานำเสนอการเปลี่ยนแปลงในระดับรากฐานของการจ่ายพลังงาน ลดขั้นตอนในการแปลงไฟ และยกระดับประสิทธิภาพในระบบให้เพิ่มสูงขึ้น เมื่ออุตสาหกรรมหันไปใช้วิธีการจ่ายไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูงให้แก่อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับ AI รุ่นใหม่ จึงยิ่งช่วยเน้นย้ำประสิทธิภาพของหม้อแปลง SST ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น เนื่องจากหม้อแปลงรุ่นนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อจ่ายไฟฟ้ากระแสตรงที่ควบคุมแรงดันแล้ว (Regulated DC) จากโครงข่ายไฟฟ้าแรงดันปานกลางไปยังปลายทางโดยตรง โดยมีขั้นตอนการแปลงไฟที่น้อยลง โมดูล - [ชาร์จ EV ข้ามทวีปไม่มีสะดุด! Keysight จับมือ CATARC ผุดแล็บทดสอบมาตรฐานระดับโลก](https://www.manutalkthai.com/seamless-cross-continental-ev-charging-keysight-partners-with-catarc-to-establish-a-world-class-testing-lab/) - เคยสงสัยไหมครับว่ารถ EV ที่ผลิตคนละประเทศ จะเอาไปชาร์จข้ามภูมิภาคกันยังไงให้ระบบทำงานได้อย่างสมบูรณ์? ตอนนี้วงการรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเจอกับความท้าทายนี้ เพราะทั้งกำลังไฟที่สูงขึ้น มาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด และหัวชาร์จที่แต่ละภูมิภาคใช้ไม่เหมือนกัน ทำให้การพัฒนารถรุ่นใหม่ ๆ ซับซ้อนขึ้น เพื่อแก้ปัญหานี้ให้ค่ายรถยนต์ทำงานง่ายขึ้น Keysight Technologies (ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องมือวัดทดสอบ) เลยแท็กทีมกับ CATARC (ศูนย์วิจัยและทดสอบยานยนต์ของจีน) เปิดตัว "ห้องปฏิบัติการนวัตกรรมร่วมด้านเทคโนโลยีการชาร์จ" เป้าหมายหลักของแล็บนี้มีอะไรบ้าง? เสียบปุ๊บ คุยกันรู้เรื่องปั๊บ: โฟกัสที่การทดสอบ "ความเข้ากันได้" (Interoperability) และระบบสื่อสารระหว่างตัวรถกับตู้ชาร์จ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบจะทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด ครอบคลุมมาตรฐานโลก: แล็บนี้รองรับตั้งแต่มาตรฐานสากลอย่าง CCS (Combined Charging System) ที่นิยมในยุโรปและอเมริกา ไปจนถึง มาตรฐานการชาร์จแห่งชาติฉบับใหม่ของจีนปี 2024 ออกรถใหม่ได้ไวขึ้น: พอมีที่ทดสอบสากลแบบเบ็ดเสร็จ ผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนก็ลดความเสี่ยงในการลองผิดลองถูก ทำให้ขอใบอนุญาตระดับโลกได้ง่ายขึ้น และส่งรถรุ่นใหม่ ๆ ลงตลาดได้ไวตามเป้าหมาย การจับมือกันครั้งนี้คือการผสานจุดแข็งระหว่าง "เทคโนโลยีการทดสอบสุดล้ำ" ของ Keysight กับ "ความเชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบและการรับรอง" ของ CATARC ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้มาตรฐานการชาร์จ EV - [ยุโรปเตรียมรับแรงกระแทก! คาดความต้องการ "ชิป" พุ่ง 2 เท่า ภายในปี 2040](https://www.manutalkthai.com/europe-brace-for-a-shock-demand-for-chips-is-expected-to-double-by-2040/) - ใคร ๆ ก็รู้ว่า "ชิป" (Semiconductor) คือหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีในยุคนี้ ล่าสุดมีผลวิจัยจากสมาคมอุตสาหกรรมไฟฟ้าและดิจิทัลของเยอรมนี (ZVEI) ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจมาก...ว่า ทวีปยุโรปกำลังจะมีความต้องการใช้ชิปเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด และนี่คือสัญญาณเตือนให้ยุโรปต้องรีบตื่นตัว ดีมานด์พุ่งปรี๊ด... มาจากไหน? ผลการศึกษาชี้ว่า ภายในปี 2040 ความต้องการใช้ชิปในยุโรปจะ เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า และถ้าเจาะลึกเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีฐานการผลิตในยุโรปเอง ความต้องการจะพุ่งสูงถึง 2.4 เท่า เลยทีเดียว ตัวขับเคลื่อนหลัก มาจากอุตสาหกรรมยานยนต์ พลังงาน หุ่นยนต์ และยังได้แรงหนุนจากเทรนด์ใหม่ๆ ที่กำลังโตระเบิด อย่าง Industrial AI (AI สำหรับภาคอุตสาหกรรม) และระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ แผนตั้งรับ: ปั้นจุดแข็ง เสริมจุดอ่อน เพื่อไม่ให้ตกรถไฟขบวนนี้ ยุโรปต้องเปลี่ยนความต้องการมหาศาลให้กลายเป็นความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ: ลุยของที่ถนัด: ยุโรปมีของดีในมืออยู่แล้ว เช่น เซนเซอร์ ชิปควบคุมพลังงาน (Power Electronics) และไมโครคอนโทรลเลอร์ สิ่งที่ต้องทำคือเร่งขยายการผลิตเพื่อเจาะตลาดใหม่ ๆ อุดรอยรั่วเรื่อง AI: ตอนนี้ยุโรปยังต้องพึ่งพาชิป - [ยุคใหม่วงการแบตเตอรี่! เมื่อ LG Energy Solution ดึง AI มาปฏิวัติสายการผลิต](https://www.manutalkthai.com/lg-energy-solution-is-leveraging-ai-to-revolutionize-its-production-lines/) - ใครจะไปคิดว่าสมรภูมิการผลิตแบตเตอรี่ตอนนี้ เขาเลิกแข่งกันแค่เรื่องการขยายโรงงานหรือเพิ่มคนงานกันแล้ว ตอนนี้จุดชี้ชะตาคือ "AI" ใครวิเคราะห์ข้อมูลได้เร็วกว่า พัฒนาไวกว่า คนนั้นคือผู้ชนะ ซึ่งผู้นำที่กำลังบุกเบิกเรื่องนี้แบบเต็มตัวก็คือ LG Energy Solution "AX" จุดเปลี่ยนเกม ใครไม่ปรับคือไม่รอด ซีอีโอของบริษัท คุณ Kim Dong-myung ถึงกับส่งสารถึงพนักงานเมื่อเดือนเมษายนว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ AI หรือที่เขาเรียกว่า AX (AI Transformation) คือวาระแห่งชาติที่เชื่อมโยงกับความอยู่รอดของบริษัท การแข่งกันขยายกำลังผลิตเชิงปริมาณแบบเดิม ๆ มันล้าหลังไปแล้ว ยุคนี้ต้องใช้ AI และบุคลากรเก่ง ๆ มาพลิกกฎเกณฑ์การแข่งขันใหม่ทั้งหมด ผลงานเด่น: โรงงานอัจฉริยะที่ใช้ AI ควบคุม LG ไม่ได้แค่พูดลอย ๆ แต่ลงมือทำจนโปรเจกต์โรงงานผลิตแบตเตอรี่ทรงกระบอกอัจฉริยะ เพิ่งคว้า รางวัลใหญ่สุดจากเวที LG Awards ปี 2026 มาสด ๆ ร้อน ๆ ด้วยผลงานที่จับต้องได้จริง: สร้าง Digital - [สร้าง AI Factory ก้าวสู่ยุค Agentic Enterprise ด้วย HPE Private Cloud AI จาก Yip In Tsoi](https://www.manutalkthai.com/building-an-ai-factory-stepping-into-the-agentic-enterprise-era-with-hpe-private-cloud-ai-from-yip-in-tsoi/) - ในปี 2026 เป็นต้นไปนี้ AI Factory จะกลายเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ธุรกิจองค์กรทั่วโลกขาดไม่ได้อีกต่อไป ในฐานะของระบบสำคัญในการสร้าง AI เพื่อใช้งานภาคธุรกิจองค์กรซึ่งสามารถควบคุมและกำกับดูแลการใช้งานได้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะสำหรับ Agentic AI ที่จะกลายเป็นหนึ่งในกรณีการใช้งาน AI หลักหลังจากนี้ ในบทความนี้ Yip In Tsoi จะพาทุกท่านไปเจาะลึกถึง AI Factory และโซลูชันอย่าง HPE Private Cloud AI ที่จะสามารถตอบโจทย์การวางสถาปัตยกรรมระบบ AI ที่ยั่งยืน คุ้มค่า และควบคุมได้อย่างแท้จริง AI Factory: จาก Buzzword สู่ศูนย์กลางการผลิตและจัดการ Agentic AI ในองค์กร พร้อมวางรากฐานรองรับนวัตกรรม AI แห่งอนาคต แม้คำว่า AI Factory จะไม่ใช่คำใหม่ และหลายคนอาจเคยได้ยินมาตั้งแต่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาแล้ว แต่ในปี 2026 นี้ AI Factory - [ใช้ Agentic AI ในภาคธุรกิจองค์กรอย่างคุ้มค่าและมั่นใจ ทำ Governance ได้ครบวงจร ด้วย HPE Private Cloud AI จาก Yip In Tsoi](https://www.manutalkthai.com/employ-agentic-ai-in-enterprise-businesses-for-comprehensive-governance-with-hpe-private-cloud-ai-from-yip-in-tsoi/) - หนึ่งในบทสนทนาที่เกิดขึ้นในปี 2026 สำหรับภาคธุรกิจองค์กรนี้ ก็คงหนีไม่พ้นประเด็นเรื่องของการวาง AI Infrastructure สำหรับ AI Factory ภายในองค์กร เพื่อให้ธุรกิจองค์กรมี AI Sovereignty และสามารถทำ AI Governance ได้อย่างครบวงจร สร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับ AI Workload ที่สำคัญในปัจจุบันและอนาคต ในบทความนี้ Yip In Tsoi จะพาทุกท่านไปเจาะลึกถึงความสำคัญของการมี AI Factory ภายในองค์กร พร้อมประเด็นด้านการทำ AI Governance และ AI Sovereignty รวมถึงแนวทางการเริ่มต้นวาง AI Factory ให้ต่อยอดสู่ภาพของ Hybrid Multicloud ได้ด้วย HPE Private Cloud AI กันครับ ทำไมปี 2026 จึงเป็นปีที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจองค์กรในการเริ่มต้นสร้าง AI Factory ของตนเอง? การมาของ Agentic - [AI พลิกโฉมการค้าโลก ไทยขึ้นแท่นดาวรุ่งโตแรง +49% ทีมวิจัยกลุ่มอลิอันซ์ ชี้ ASEAN ก้าวสู่ศูนย์กลาง Supply Chain ใหม่ [PR]](https://www.manutalkthai.com/allianz-research-ai-in-supply-chain-for-asean-pr/) - รายงานล่าสุดจาก Allianz Research ระบุว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามาพลิกโฉมโครงสร้างการค้าโลกอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่กำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางใหม่ของห่วงโซ่อุปทานด้าน AI ขณะที่ประเทศไทยเริ่มมีบทบาทโดดเด่นในฐานะหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในภูมิภาค รายงานชี้ว่า มูลค่าการค้าสินค้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ทั่วโลก เติบโตขึ้นกว่า 280% ในช่วงปี 2014–2025 แตะระดับ 3.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 15% ของมูลค่าการค้าโลกทั้งหมด ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าการค้าสินค้าทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงบทบาทของ AI ที่กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ ไทยก้าวขึ้นเป็น “ดาวรุ่ง” ในห่วงโซ่อุปทาน AI โลก ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตของการส่งออกสินค้า AI สูงถึง 49% ในปี 2025 นับเป็นหนึ่งในประเทศที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค ร่วมกับมาเลเซียและฟิลิปปินส์ ซึ่งกำลังก้าวขึ้นมาเป็น “ฐานการผลิตใหม่” ของโลกในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI ทั้งนี้ กลุ่มประเทศดังกล่าวมีสัดส่วนรวมกันประมาณ 11% ของมูลค่าการค้า AI ทั่วโลก และมีส่วนสร้างมูลค่าการค้าส่วนเพิ่มถึง 18% ในปีที่ผ่านมา สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ - [ฮอนด้าผนึกเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เดินเกม “Smart in Motion” พร้อมยกระดับแบรนด์และประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจร [PR]](https://www.manutalkthai.com/honda-dealer-conference-2026-pr/) - บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2569 ภายใต้แนวคิด “Smart in Motion – สมาร์ต ก้าวล้ำ ทุกความเคลื่อนไหว” ประกาศทิศทางธุรกิจและเป้าหมายสำคัญร่วมกับเครือข่ายผู้จำหน่าย โดยเน้นการขับเคลื่อนแบรนด์อย่างเป็นระบบผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างบริษัทและผู้จำหน่าย ครอบคลุมทั้งด้านผลิตภัณฑ์ และด้านการขายและการบริการ เพื่อยกระดับศักยภาพการดำเนินงานให้แข็งแกร่ง พร้อมรับกับการแข่งขันท่ามกลางตลาดที่มีความท้าทายสูง พร้อมตอกย้ำการสร้างบทใหม่ของแบรนด์ ผ่านการส่งมอบคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์ เพื่อมอบประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือกว่าตลอดเส้นทางการใช้งาน (Customer Journey) ควบคู่กับตอกย้ำบทบาทสำคัญของผู้จำหน่ายในฐานะพลังหลักที่เชื่อมโยงแบรนด์กับลูกค้า เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ผมขอขอบคุณผู้จำหน่ายทุกท่านสำหรับความร่วมมือและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตลอดปีที่ผ่านมาซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนฮอนด้าสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปีนี้ เรามุ่งยกระดับกลยุทธ์อย่างรอบด้าน ไม่เพียงนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่ยังรวมถึงการเสริมความแข็งแกร่งด้านการขายและการบริการ เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน (Customer Journey) ขณะเดียวกัน ฮอนด้า จะเดินหน้าขับเคลื่อนแบรนด์อย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อสร้างคุณค่าที่แตกต่างและยั่งยืน” โดยสรุปประเด็นทิศทางและกลยุทธ์การดำเนินงานได้เป็น 2 ด้านหลัก ได้แก่ 1) - [สีคิ้วพลิกโฉมเมืองสู่ Smart City เต็มรูปแบบ จับมือ Esri Thailand ใช้ ArcGIS เชื่อมทุกข้อมูลเมือง บนแพลตฟอร์มเดียว ยกระดับบริการประชาชนรอบด้าน [PR]](https://www.manutalkthai.com/esri-thailand-sikiao-smart-city-pr/) - เทศบาลเมืองสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำระดับโลกด้านแพลตฟอร์ม Location Intelligence ในกลุ่มบริษัทซีดีจี เปิดต้นแบบการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ผ่านแพลตฟอร์ม ArcGIS เป็นแกนกลางขับเคลื่อน ยกระดับการบริหารจัดการเมืองแบบบูรณาการ ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม และพื้นที่สีเขียว ด้านสุขภาพ การเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง การสร้างพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ตลอดจนการบริการประชาชน สะท้อนผลลัพธ์การนำข้อมูลมาใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม ชูแนวคิด ‘Smart Life’ ที่ทุกคนเข้าถึง มีส่วนร่วม และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมือง ตอกย้ำแนวทาง ‘Strategic Location Intelligence Platform’ ที่สร้างระบบข้อมูลกลางเชิงกลยุทธ์ เชื่อมทุกภาคส่วนและขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน นายปรีชา จันทรรวงทอง นายกเทศมนตรีเมืองสีคิ้ว กล่าวว่า “ที่ผ่านมา การบริหารจัดการเมืองต้องเผชิญกับความท้าทายจากข้อมูลที่กระจัดกระจายหลายส่วน ทำให้การทำงานซ้ำซ้อน การตัดสินใจและแก้ไขปัญหาล่าช้า และไม่สามารถมองเห็นภาพรวมของเมืองได้อย่างชัดเจน ดังนั้นความเป็น ‘Smart City’ ของสีคิ้ว จึงไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่คือการทำให้ทุกภาคส่วนสามารถใช้ข้อมูลร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนเมืองไปในทิศทางเดียวกัน เทศบาลฯ - [ส่องนวัตกรรมหุ่นยนต์ผลิตเสื้อผ้า กับอนาคตอุตสาหกรรมสิ่งทอ และความท้าทายของสายการผลิต](https://www.manutalkthai.com/textile-robot-automation/) - การผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปทั่วโลกในปัจจุบันยังคงต้องพึ่งพาแรงงานคนเป็นหลัก โดยเฉพาะฐานการผลิตในทวีปเอเชีย แม้จะมีการนำเครื่องจักรเข้ามาช่วยในสายการผลิตเบื้องต้น แต่การยกระดับสู่ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ กับวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูงอย่างผืนผ้ายังเป็นข้อจำกัดสำคัญในเชิงวิศวกรรม และการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีหุ่นยนต์กำลังเสนอทางออกใหม่ที่อาจพลิกโฉม Supply Chain ของอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม ปัญหาหลักของการใช้หุ่นยนต์เย็บผ้าคือการจัดศูนย์กลางและรักษาแนวของผ้าสองชิ้นให้คงที่ภายใต้การเคลื่อนไหว สตาร์ทอัปด้านหุ่นยนต์จากแคลิฟอร์เนียอย่าง CreateMe จึงเลือกเปลี่ยนกระบวนการผลิต โดยละทิ้งการเย็บแบบดั้งเดิมและหันมาใช้กาวความร้อนแทน หุ่นยนต์จะทำการวางแนวกาวและประทับตราเพื่อยึดติดเนื้อผ้าเข้าด้วยกัน กาวชนิดนี้ทนทานต่ออุณหภูมิของเตารีดและเครื่องซักผ้า ทั้งยังขจัดปัญหาเรื่องรอยตะเข็บ การทำแบบนี้ช่วยให้เสื้อผ้าสามารถขึ้นรูปตามแม่พิมพ์สรีระมนุษย์ได้อย่างแนบเนียน เทคโนโลยีนี้รองรับวัสดุทั้งฝ้าย ขนสัตว์ และหนัง ปัจจุบันบริษัทได้เริ่มเดินสายการผลิตชุดชั้นในสตรีแล้ว และมีแผนขยายสู่การผลิตเสื้อยืดในระดับ Mass Production ภายในปีหน้า แต่ในมุมกลับกัน Softwear Automation จากรัฐจอร์เจีย มองว่าการเย็บยังคงเป็นหัวใจหลักของอุตสาหกรรม เนื่องจากรอยตะเข็บคือองค์ประกอบสำคัญในงานดีไซน์ โดยเฉพาะกางเกงยีนส์ บริษัทเตรียมเปิดตัวหุ่นยนต์เย็บผ้ารุ่นที่ 3 ที่ระบุว่าสามารถกดต้นทุนการผลิตเสื้อยืดในสหรัฐฯ ให้ต่ำเทียบเท่ากับการนำเข้าจากเอเชีย ขณะเดียวกัน Robotextile บริษัทจากเยอรมนี ได้พัฒนาเทคโนโลยี Gripper เพื่อขจัดจุดอ่อนด้านการหยิบจับผ้า โดยใช้หลักการเป่าลมเบา ๆ ให้ผ้าลอยตัว ก่อนใช้ระบบดูดจับและล็อคเข้าตำแหน่งอย่างแม่นยำ การนำระบบอัตโนมัติมาใช้เต็มรูปแบบยังเปิดโอกาสให้ประเทศตะวันตกดึงฐานการผลิตกลับประเทศ ซึ่งส่งผลบวกต่อเป้าหมาย ESG ด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรง การผลิตแบบ On-Demand จะช่วยแก้ปัญหาการผลิตเกินความต้องการ และลดปริมาณขยะสิ่งทอทั่วโลกที่ปัจจุบันสูงถึง - [ข้อมูลอัจฉริยะ เสริมพลังซัพพลายเชนให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนความร่วมมือระหว่าง ThaiBev x TCC Technology x CMKL University [PR]](https://www.manutalkthai.com/thaibev-x-tcc-technology-x-cmkl-university-pr/) - เมื่อเร็ว ๆ นี้ OPEN-TEC ศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Tech Knowledge Sharing Platform) ภายใต้การดูแลของ TCC Technology Group ได้จัดเวที opentalk ช่วงพิเศษ เพื่อเปิดมุมมองให้ทุกท่านเห็นว่า “การพลิกโฉมซัพพลายเชนด้วยเทคโนโลยีและข้อมูล” สามารถเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญทั้งด้านประสิทธิภาพการดำเนินงาน การสร้างมูลค่าทางธุรกิจในระยะยาว และความยั่งยืนได้อย่างไร โดยได้รับเกียรติจากคุณอรทัย พูลทรัพย์ Chief of Supply Chain Thailand บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (ThaiBev) มาร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์และประสบการณ์ในการบริหารซัพพลายเชนที่มีความซับซ้อน พร้อมถ่ายทอดแนวทางการขับเคลื่อนความยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง TCC Technology (TCCtech) และ CMKL University ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จด้านซัพพลายเชน นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เราได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณอรทัย พูลทรัพย์ ผู้มีบทบาทสำคัญในการดูแลภาพรวมซัพพลายเชนของ ThaiBev ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การจัดซื้อ การผลิต ไปจนถึงการกระจายสินค้าแบบครบวงจร จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ซัพพลายเชนของ ThaiBevแตกต่างคือ แนวคิด “การหมุนเวียนบรรจุภัณฑ์” - [Siemens Mobility เข้าซื้อธุรกิจหลัก MERMEC ยกระดับเทคโนโลยีระบบราง](https://www.manutalkthai.com/siemens-mermec-acquires/) - Siemens Mobility ได้ดำเนินการเข้าซื้อธุรกิจหลักของ MERMEC Group บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูงด้านระบบอาณัติสัญญาณรถไฟ การจ่ายกระแสไฟฟ้า และเทคโนโลยีการวัด การดำเนินการครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับพอร์ตโฟลิโอระบบรางทั่วโลกของ Siemens ที่กำลังจะบุกไปที่เทคโนโลยีการวินิจฉัย และเทคโนโลยีการวัด ลูกค้าของ Siemens Mobility จะได้รับประโยชน์จากบริการที่ครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะการรวมระบบอัจฉริยะต่าง ๆ และความสามารถในการวินิจฉัยของ Siemens เข้ากับกลุ่มการยวิเคราะห์านพาหนะขั้นสูงของ MERMEC ที่ติดตั้งระบบการวัดและซอฟต์แวร์สำหรับตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟ ผลลัพธ์ที่ได้คือแพลตฟอร์มการวิเคราะห์และวินิจฉัยที่สามารถ Scale และเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว นอกจากมิติด้านเทคโนโลยีแล้ว ทรัพยากรบุคคลและขีดความสามารถทางอุตสาหกรรมทั้งหมดของ MERMEC รวมถึงพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญอย่างโรงงาน Ferrosud ในเมือง Matera จะถูกรวมเข้าสู่ระบบนิเวศนวัตกรรมระดับโลกของ Siemens Mobility โดยไซต์งานที่มาเตราแห่งนี้จะถูกยกระดับให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม สำหรับเทคโนโลยีการวินิจฉัยเจเนอเรชันถัดไป ข้อตกลงในการเข้าซื้อกิจการครอบคลุมธุรกิจหลักของ MERMEC ในอิตาลี ทั้งด้านระบบอาณัติสัญญาณ การจ่ายไฟฟ้า โทรคมนาคม ระบบวินิจฉัย การวิเคราะห์ และโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลระดับโลกในแง่ของตัวเลขและกรอบเวลาทางธุรกิจ มีรายละเอียดที่สำคัญ เช่น ธุรกิจหลักที่ถูกเข้าซื้อนี้มีพนักงานประมาณ 1,700 คน และให้บริการลูกค้าในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก - [Telehouse ตอกย้ำบทบาทผู้นำ Interconnection Hub ของประเทศไทย ด้วย Connectivity Ecosystem ใหญ่ที่สุดในประเทศ [PR]](https://www.manutalkthai.com/telehouse-largest-connectivity-ecosystem-in-thailand-pr/) - Telehouse ประเทศไทย ผู้นำด้านการให้บริการ Data Center ระดับโลก เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำ Interconnection Hub ของประเทศไทย ด้วย Connectivity Ecosystem ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ รองรับการเชื่อมต่อกับพันธมิตรและผู้ให้บริการโครงข่ายมากกว่า 60 ราย นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนพฤษภาคมปี พ.ศ. 2566 Telehouse ประเทศไทย เติบโตอย่างรวดเร็วจนก้าวสู่การเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความพร้อมด้านการเชื่อมต่อเชิงกลยุทธ์สูงที่สุดของประเทศ ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนข้อมูล พร้อมทั้งขยายขีดความสามารถของบริการดิจิทัลได้อย่างไร้รอยต่อ ทั้งในประเทศไทยและทั่วภูมิภาคอาเซียน ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการเชื่อมต่อดิจิทัลและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระดับภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคอินโดจีน ประกอบกับการลงทุนในระบบคลาวด์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการด้านการเชื่อมต่อที่มีเสถียรภาพเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำให้บทบาทของการเป็น Interconnection Hub กลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนข้อมูลอย่างไร้รอยต่อและเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเติบโตในภูมิภาคTelehouse ปักหมุด Connectivity Ecosystem บน PeeringDB ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มฐานข้อมูลกลางระดับโลกที่รวบรวมผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลก ทำให้สามารถค้นหาผู้ให้บริการใน Telehouse ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกับ Ecosystem ของ Telehouse ประเทศไทย ซึ่งจำนวนการเชื่อมต่อที่หนาแน่นนี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะดึงดูดผู้ให้บริการคลาวด์ ผู้ให้บริการคอนเทนต์ และผู้ให้บริการดิจิทัลชั้นนำระดับสากลเข้ามาลงทุนและเชื่อมต่อในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น - [Mitsubishi Electric เตรียมโชว์หุ่นยนต์ป้อนชิ้นงาน ชูจุดเด่นอัปกำลังผลิต 3 เท่า ที่งาน IMTS 2026](https://www.manutalkthai.com/mitsubishi-electric-is-preparing-to-showcase-a-workpiece-feeding-robot-at-imts-2026/) - ท่ามกลางความท้าทายของภาคอุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนแรงงานฝีมือ ต้นทุนที่พุ่งสูง และแรงกดดันในการใช้เครื่องจักรให้คุ้มค่าที่สุด ในงานแสดงเทคโนโลยีการผลิตระดับโลก IMTS 2026 ทาง Mitsubishi Electric Automation เตรียมงัดไม้เด็ด โชว์โซลูชันหุ่นยนต์ป้อนชิ้นงานเข้าเครื่องจักร (Robotic Machine Tending) ที่พร้อมพิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพและจุดคุ้มทุนที่รวดเร็ว เปิดตัว 2 โซลูชันสำเร็จรูปเพื่อเครื่องจักร CNC ไฮไลต์สำคัญของงานนี้คือการสาธิตการทำงานจริงของโซลูชันสำเร็จรูป 2 รุ่น ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการทำงานของเครื่องกัด (Mills) และเครื่องกลึง (Lathes) CNC โดยเฉพาะ ได้แก่: LoadMate Plus: ออกแบบมาเพื่อการติดตั้งที่รวดเร็วและตอบโจทย์การใช้งานระยะยาวกับเครื่องจักรเครื่องใดเครื่องหนึ่งแบบเฉพาะเจาะจง สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เข้ากับเลย์เอาต์ ขนาดชิ้นงาน และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยได้ตามต้องการ พร้อมเชื่อมต่อกับระบบควบคุม CNC และหุ่นยนต์ของ Mitsubishi Electric ได้โดยตรง ARIA (Automated Robotic Industrial Assistant): โซลูชันไซส์กะทัดรัดที่ถูกออกแบบมาเพื่อโรงงานที่มีพื้นที่จำกัด จุดเด่นคือรองรับการทำงานกับหุ่นยนต์ได้หลายประเภท และสามารถ "เคลื่อนย้าย" ไปตามจุดต่างๆ ในโรงงานได้ จึงเหมาะมากสำหรับสายการผลิตที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง กระบวนการป้อนชิ้นงาน - [Automation Anywhere เปิดตัว 'EnterpriseClaw' คุมทัพ AI Agent ครอบคลุมทั้งองค์กร](https://www.manutalkthai.com/automation-anywhere-launches-enterpriseclaw-to-control-ai-agents-across-the-entire-organization/) - ก้าวไปอีกขั้นสำหรับเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติในภาคธุรกิจ เมื่อ Automation Anywhere ประกาศพรีวิว "EnterpriseClaw" โซลูชันใหม่ล่าสุดที่เกิดจากการผนึกกำลังกับบิ๊กเทคระดับโลกอย่าง Cisco, NVIDIA, Okta และ OpenAI เพื่อยกระดับการทำงานของ AI Agent ให้สามารถทำงานข้ามระบบได้อย่างไร้รอยต่อและปลอดภัยแบบครบวงจร ที่ผ่านมา องค์กรต่าง ๆ เริ่มทดลองใช้ AI Agent (แบบ Claw-style) ที่สามารถลงมือทำคำสั่งต่าง ๆ ในแอปพลิเคชันหรือเบราว์เซอร์ได้เอง แต่ข้อจำกัดคือมันมักถูกออกแบบมาให้ทำงานบนเครื่องส่วนตัวหรือคลาวด์แบบแยกส่วน EnterpriseClaw จึงเข้ามาอุดช่องโหว่นี้ โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางที่ช่วยให้องค์กรสามารถปล่อย AI Agent ออกไปทำงานข้ามแพลตฟอร์มได้ ทั้งบนคลาวด์, เดสก์ท็อป และระบบเซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กร (On-premises) โดยที่ผู้บริหารยังสามารถควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง ตรวจสอบการทำงาน และรักษาความปลอดภัยได้อย่างเบ็ดเสร็จ ยิ่งไปกว่านั้น ระบบยังผสานพลังของ Process Reasoning Engine (PRE) และ Contextual Intelligence Graph ซึ่งช่วยให้ AI มีความแม่นยำและเข้าใจบริบทของกระบวนการทางธุรกิจได้ลึกซึ้งกว่าการใช้โมเดลภาษา (LLM) - [ABB เปิดตัว "Waterside Automation" ส่งเทคโนโลยี AI คุม "เครนหน้าท่า" อัตโนมัติ นั่งสั่งการจากออฟฟิศได้เลย](https://www.manutalkthai.com/abb-launches-waterside-automation-delivering-ai-technology-to-control-dockside-cranes/) - อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ทางทะเลกำลังก้าวเข้าสู่ยุคอัจฉริยะอย่างเต็มตัว ล่าสุด ABB ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรม ได้เปิดตัว "Waterside Automation" โซลูชันสุดล้ำที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนการทำงานของ "เครนหน้าท่า" (Quay Crane) ตามท่าเรือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ให้เป็นระบบอัตโนมัติ ยกระดับความแม่นยำด้วย AI ที่ผ่านมา การยกตู้คอนเทนเนอร์ขึ้น-ลงเรือต้องพึ่งพาทักษะของมนุษย์ในการควบคุมเป็นหลัก แต่ระบบใหม่ของ ABB จะเข้ามาช่วยลดภาระตรงนี้ โดยผสานพลังของ AI, เซ็นเซอร์อัจฉริยะ และการวิเคราะห์ข้อมูล เข้าด้วยกัน ระบบสามารถตรวจสอบการเคลื่อนที่ของเครน ตำแหน่งตู้ และสถานะของเรือได้แบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถคำนวณการยกและจัดวางตู้คอนเทนเนอร์ได้อย่างแม่นยำ ที่สำคัญคือสามารถ "ปรับตัว" ให้เข้ากับการโคลงของเรือหรือสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงหน้างานได้โดยอัตโนมัติ ไฮไลต์สำคัญที่ตอบโจทย์คนทำงานคือ ระบบนี้เปิดโอกาสให้พนักงานสามารถ "นั่งควบคุมและกำกับดูแลเครนหลายตัวพร้อมกันจากระยะไกลในออฟฟิศ" แทนที่จะต้องปีนขึ้นไปนั่งประจำการอยู่บนเครนแต่ละตัว ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งความปลอดภัย ลดความเหนื่อยล้า และทำให้ท่าเรือสามารถบริหารจัดการกำลังคน (Quay Crane Pooling) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ตัวระบบยังรวมเอาเทคโนโลยีกล้องอ่านตัวอักษร (OCR) และคำสั่งงานดิจิทัลต่างๆ มาไว้ในแพลตฟอร์มเดียวจบ การขยับตัวของ ABB ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญที่จะช่วยลดคอขวดและยกระดับประสิทธิภาพของท่าเรือขนส่งสินค้าทั่วโลก ให้พร้อมรับมือกับสายพาน Supply Chain ที่ต้องการความรวดเร็วและแม่นยำขั้นสุด - [AMD ทุ่ม 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ปักหมุดไต้หวัน สร้างขุมพลังชิป AI แห่งอนาคต](https://www.manutalkthai.com/amd-is-investing-10-billion-in-taiwan-to-build-the-powerhouse-of-future-ai-chips/) - AMD ประกาศอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เข้าสู่ระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน เป้าหมายสำคัญคือการยกระดับเทคโนโลยีการบรรจุชิปขั้นสูง (Advanced Packaging) และกระชับความสัมพันธ์กับเหล่าพันธมิตรผู้ผลิต เพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐาน AI แห่งอนาคต หัวใจหลักของการลงทุนครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่การพัฒนาเทคโนโลยีการเชื่อมต่อชิปแบบ 2.5D (Elevated Fanout Bridge หรือ EFB) ซึ่งจะช่วยปลดล็อกทั้งประสิทธิภาพและความประหยัดพลังงาน โดย AMD ได้จับมือกับบริษัททดสอบและบรรจุชิปชั้นนำของไต้หวันอย่าง ASE และบริษัทลูก SPIL รวมถึงบรรลุข้อตกลงสำคัญกับ PTI ในการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว นอกจากนี้ ขุมพลังซีพียู EPYC เจเนอเรชันที่ 6 โค้ดเนม "Venice" ยังได้ยักษ์ใหญ่อย่าง TSMC มารับหน้าที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าขนาด 2 นาโนเมตร อีกหนึ่งจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญคือแพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์ AI อย่าง "Helios" ที่พร้อมเดินสายการผลิตในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 แพลตฟอร์มนี้จะเป็นการจับคู่กันระหว่างชิปจีพียู Instinct MI450X และซีพียู Venice โดยมีพันธมิตรผู้ผลิตระดับบิ๊กเนมตบเท้าเข้าร่วมสายการผลิตอย่างคึกคัก ทั้ง Sanmina, - [DEXON โชว์ศักยภาพ Advanced NDT & Robotic Inspection ต้อนรับ DOW Chemical Thailand [PR] ](https://www.manutalkthai.com/dexon-advanced-ndt-and-robotic-inspection-exhibition-pr/) - บริษัท เด็กซ์ซอน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ DEXON นำโดย คุณนวรัตน์ คำศรี ผู้จัดการทั่วไป สำนักงานใหญ่ ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารและทีมวิศวกรรมจาก บริษัท ดาว เคมิคอล ประเทศไทย จำกัด ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการตรวจสอบทางวิศวกรรม (Non-Destructive Testing: NDT) ณ ศูนย์ปฏิบัติการและทดสอบ ( X-Base )ของ DEXON เพื่อศึกษาแนวทางการประยุกต์ใช้ Advanced NDT และเทคโนโลยี Robotics สำหรับการตรวจสอบสินทรัพย์ในอุตสาหกรรมพลังงานและปิโตรเคมี การเข้าเยี่ยมชมในครั้งนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการตรวจสอบสมัยใหม่ โดยเฉพาะระบบหุ่นยนต์ตรวจสอบ (Robotic Inspection Solutions) และเทคนิค Advanced NDT ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความแม่นยำ และความปลอดภัยในการตรวจสอบอุปกรณ์และโครงสร้างในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก รวมถึงพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการปฏิบัติงาน ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ DEXON ได้สาธิตเทคโนโลยีการตรวจสอบขั้นสูงหลากหลายรูปแบบ อาทิ ระบบหุ่นยนต์สำหรับงานตรวจสอบภายในถังและท่อ ระบบ Ultrasonic Testing (UT), - [SiS ตอกย้ำผู้นำตลาด Solar Solution ครบวงจร ประกาศได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่าย Sigenergy แบรนด์อินเวอร์เตอร์ระดับโลก [PR]](https://www.manutalkthai.com/sis-sigenergy-distributor-pr/) - บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SiS ผู้นำธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีและโซลูชันไอทีครบวงจรของประเทศไทย ประกาศได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการให้เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Sigenergy แบรนด์ผู้พัฒนาเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์และระบบพลังงานอัจฉริยะระดับโลก เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาด และตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการนำเทคโนโลยีพลังงานระดับสากลเข้ามาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโซลาร์ในประเทศไทย การได้รับแต่งตั้งครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ SiS ในการขยายพอร์ตโฟลิโอด้าน Solar Energy Solution แบบครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และผู้ใช้งานภาคครัวเรือน ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดต้นทุนค่าไฟฟ้า และรองรับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก ปัจจุบัน ตลาดพลังงานทางเลือกในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ท่ามกลางแนวโน้มค่าไฟฟ้าที่ผันผวน ความต้องการลดต้นทุนด้านพลังงาน และเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรต่าง ๆ ที่มุ่งสู่ Carbon Neutrality และ Net Zero Emission มากขึ้น ส่งผลให้เทคโนโลยีโซลาร์เซลล์กลายเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของธุรกิจยุคใหม่ นอกจากนี้ในปี 2569 ภาครัฐยังคงเดินหน้าส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง ผ่านมาตรการสำคัญต่าง ๆ อาทิ มาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุด 200,000 บาท - [การจัดการผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกิดจาก AI [PR]](https://www.manutalkthai.com/gartner-managing-ai-environment-pr/) - ความก้าวหน้าของโมเดล AI อย่างรวดเร็วอาจสร้างอุตสาหกรรมใหม่และเป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจก็จริง แต่ความกังวลต่อผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าในอีกสองปีข้างหน้า (2571) ครึ่งหนึ่ง (50%) ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ด้านไอที จะมาจากโมเดล AI ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสัดส่วนที่ 10% ในปี 2568 การฝึกอบรมและรันโมเดล AI ต้องอาศัยพลังการประมวลผลมหาศาล โครงสร้างพื้นฐานไอทีใหม่ ๆ และระบบทำความเย็นขั้นสูง ซึ่งเป็นการลงทุนที่เพิ่มแรงกดดันทางด้านงบประมาณและอาจทำให้เป้าหมายความยั่งยืนต้องสะดุด อย่างไรก็ตามรอยเท้าด้านสิ่งแวดล้อมหรือ Environment Footprint ของ AI ขยายออกไปไกลกว่าแค่การใช้พลังงาน การใช้น้ำ การปล่อยมลพิษในห่วงโซ่อุปทานที่ยากต่อการติดตาม แต่ยังรวมถึงขยะอิเล็กทรอนิกส์ และต้นทุนแฝงตลอดวงจรชีวิตของ AI ที่หลายองค์กรมักมองข้าม และการขาดการรายงานที่โปร่งใสและมีมาตรฐาน เพื่อให้การนำ AI มาใช้งานเป็นไปอย่างยั่งยืน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของ AI ต้องถูกวัดผลและลดทอนมากกว่าแค่การคำนวณเพียงแค่พลังงานที่ใช้ในการฝึกและประมวลผลโดยตรง การจัดการผลกระทบแท้จริงต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงไปสู่การเรียกร้องให้มีความโปร่งใสอย่างครอบคลุม และการนำกรอบการวัดแบบองค์รวมมาใช้ที่ผสานความยั่งยืนเข้าไปในกลยุทธ์ทางธุรกิจ เมื่อนั้นนวัตกรรมจึงจะสมดุลกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้ การวัดผลคือกุญแจ การวัดรอยเท้าด้านสิ่งแวดล้อมของโมเดล AI อย่างแม่นยำเป็นความจำเป็นสำหรับการจัดการผลกระทบ ความซับซ้อนของโมเดล AI ไม่ว่าจะเป็นขนาด จำนวนพารามิเตอร์ ปริมาณข้อมูลฝึกอบรม - [Chalique แบรนด์ไทยโตไกลตลาดโลก ต้อนรับลูกค้าสหรัฐฯ เจรจานวัตกรรมใหม่ หลังยอดตอบรับพุ่ง [PR]](https://www.manutalkthai.com/chalique-goes-global-thai-brand-hosts-us-clients-for-innovation-talks-pr/) - ท่ามกลางแนวโน้มการเติบโตของตลาดความงามและสุขภาพระดับโลกที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “Clean Beauty”, “Natural Ingredients” และ “Sustainable Wellness” มากขึ้น บริษัท เซนโซเรียล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพแบบครบวงจร (OEM/ODM) เดินหน้าขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ลูกค้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาเดินทางเข้าเยี่ยมชมโรงงานและหารือความร่วมมือทางธุรกิจเพิ่มเติม หลังผลิตภัณฑ์เซรั่มสเต็มเซลล์ที่เริ่มสั่งผลิตตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ได้รับผลตอบรับที่ดีจากตลาดและผู้บริโภคในสหรัฐฯ ความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว สะท้อนถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาสินค้าความงามที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ทั้งในด้านคุณภาพ มาตรฐาน และนวัตกรรม โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์ระดับพรีเมียมที่เน้นผลลัพธ์ด้านการฟื้นบำรุงผิว เพิ่มความชุ่มชื้น ลดความหมองคล้ำ และช่วยให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์สำคัญของตลาดความงามในหลายประเทศ ผลิตภัณฑ์เซรั่มดังกล่าวพัฒนาภายใต้แนวคิด “Natural Innovation & Clean Beauty” โดยเลือกใช้นวัตกรรมสารสกัดระดับโลก “PhytoCellTec Stem Cell” ซึ่งเป็นสารสกัดสเต็มเซลล์จากพืชที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลในด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย จุดเด่นของสารสกัดชนิดนี้ คือการช่วยเสริมความแข็งแรงของผิว ฟื้นบำรุงผิวที่อ่อนล้า ลดเลือนริ้วรอย และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ออร์แกนิก วีแกน (Vegan) และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ยังได้รับการพัฒนาและควบคุมภายใต้มาตรฐานการผลิตระดับสากล พร้อมคัดสรรวัตถุดิบที่มีมาตรฐานรองรับ อาทิ - [ยุคใหม่แห่งอุตสาหกรรม! Humanoid Robot เตรียมก้าวขึ้นเทียบชั้นมนุษย์อุตสาหกรรมยานยนต์ ท่ามกลางวิกฤตขาดแคลนแรงงาน](https://www.manutalkthai.com/humanoid-robots-in-automotive-manufacturing/) - หุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ หรือ Humanoid Robot กำลังเปลี่ยนผ่านจากเทคโนโลยีต้นแบบทางวิทยาศาสตร์สู่การใช้งานจริงในระดับอุตสาหกรรม เพราะภายในทศวรรษหน้าตลาดหุ่นยนต์ประเภทนี้จะมีมูลค่าเติบโตจนเทียบเท่ากับอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากความก้าวหน้าทางวิศวกรรม รวมถึงความจำเป็นทางโครงสร้างในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานทั่วโลก รายงานจาก Roland Berger ระบุว่า หากการพัฒนาเทคโนโลยียังคงรักษาระดับความเร็วในปัจจุบัน ภายในปี 2035 อุตสาหกรรม Humanoid Robot ในระดับ OEM จะมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 300 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในกรณีต่ำสุด โดยมียอดผลิตราว 10 ล้านตัวต่อปี และอาจพุ่งสูงถึง 750 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในกรณีที่ตลาดเติบโตสูงสุด ด้วยยอดผลิต 30 ล้านตัวต่อปี เมื่อเจาะลึกในระดับชิ้นส่วน ระบบขับเคลื่อนจะมีมูลค่าสูงถึง 26-79 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาคือโครงสร้างและสรีระที่ 14-42 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และระบบประกอบที่ 45-113 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ต้นทุนการผลิตหุ่นยนต์หนึ่งตัวจะยังอยู่ในหลักหมื่นดอลลาร์ แต่ต้นทุนการดำเนินงานจะลดต่ำลงเหลือเพียง 2 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง ซึ่งสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างเด็ดขาดให้กับธุรกิจโรงงาน แรงขับเคลื่อนสำคัญของเทคโนโลยีนี้คือการหดตัวของประชากรวัยทำงาน สถิติประชากรวัยทำงาน และอัตราการว่างงานในปี 2025 ของกลุ่มประเทศหลักทั่วโลก ตอกย้ำถึงโครงสร้างแรงงานที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนดังนี้ อินเดีย: ประชากรวัยทำงาน - [Accenture รุกหนัก! ลงทุนใน Aera Technology ดัน AI อัจฉริยะพลิกโฉมซัพพลายเชนโลก](https://www.manutalkthai.com/accenture-invests-in-aera-technology-to-drive-ai-powered-transformation-of-global-supply-chains/) - โลกธุรกิจกำลังเผชิญกับความผันผวนและวิกฤตที่คาดเดาไม่ได้ตลอดเวลา การจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ด้วยระบบแมนวลแบบเดิม ๆ กำลังกลายเป็น "จุดอ่อน" สำคัญที่ฉุดรั้งขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม จุดเจ็บปวดของซัพพลายเชนยุคปัจจุบัน คืออะไร ข้อมูลจากงานวิจัยของ Accenture ชี้ให้เห็นตัวเลขที่น่าตกใจว่า แม้บริษัทถึง 25% จะเริ่มปรับตัวสู่ระบบอัตโนมัติแล้ว แต่ในภาพรวม ระดับความพร้อมของการทำงานแบบอัตโนมัติในซัพพลายเชนกลับมีค่าเฉลี่ยเพียง 16% เท่านั้น (จาก 0% คือแมนวลทั้งหมด ไปจนถึง 100% คืออัตโนมัติเต็มรูปแบบ) ความล่าช้าและกระบวนการที่แยกส่วนกันนี้ ทำให้องค์กรรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ยากลำบาก เพื่อทลายข้อจำกัดนี้ Accenture จึงตัดสินใจประกาศลงทุนผ่าน Accenture Ventures ใน Aera Technology ผู้นำด้านระบบ AI ตัดสินใจอัจฉริยะ (Agentic Decision Intelligence) การจับมือกันครั้งนี้คือการนำเอา "สมองกล" ของ Aera มาผสานกับความเชี่ยวชาญระดับโลกของ Accenture เพื่อสร้างระบบซัพพลายเชนที่: คิดและวิเคราะห์ได้เอง: เทคโนโลยี Agentic AI ของ - [KJL เปิดตัว “K-RACK Server Series” เจาะตลาด Data Center รองรับ AI และอุตสาหกรรมดิจิทัลยุคใหม่ ในงาน SUBCON Thailand 2026 [PR]](https://www.manutalkthai.com/kjl-k-rack-server-series-pr/) - นายเกษมสันต์ สุจิวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL ร่วมจัดแสดงนวัตกรรมในงาน SUBCON Thailand 2026 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 ภายใต้แนวคิด “SOURCING INNOVATION SHAPING TOMORROW” ภายในงาน KJL เปิดตัว “K-RACK Server Series” ตู้แร็คเซิร์ฟเวอร์สำหรับกลุ่ม IT และ Data Center พร้อม 3 รุ่นใหม่ ได้แก่ WALL RACK TYPE (K1), CABINET RACK (K3) และ SERVER RACK TYPE (K4) ภายใต้แนวคิด “แข็งแกร่ง ทนทาน จัดการง่าย” รองรับการติดตั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านความปลอดภัย - [ไม่ย้าย…ไม่ได้แล้ว! Epicor ยุติพัฒนา On-Premises ปี 2028 ยกระดับภาคอุตสาหกรรมขึ้น Cloud ทั่วโลก](https://www.manutalkthai.com/epicor-will-end-on-premises-development-in-2028-propelling-industries-globally-to-the-cloud/) - Epicor ใช้เวทีงาน Epicor Insights 2026 ประกาศจุดยืนครั้งสำคัญว่า บริษัทจะสิ้นสุดการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ สำหรับระบบ Kinetic ในรูปแบบ On-Premises ที่เวอร์ชัน 2028.1 (คาดว่าจะปล่อยในเดือนมกราคม 2028) และจะสิ้นสุดการสนับสนุนเต็มรูปแบบ (Active Support) ในวันที่ 31 ธันวาคม 2029 ยุคของการติดตั้งเซิร์ฟเวอร์ ERP ไว้หลังบ้านโรงงานกำลังจะสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ ในงานสัมมนา Epicor Insights 2026 ยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์อุตสาหกรรมอย่าง Epicor ได้ส่งสัญญาณชัดเจนในการเบนเข็มสู่ระบบ Cloud แบบเต็มตัว โดยประกาศ ยุติการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่สำหรับระบบ Kinetic แบบ On-premises ที่เวอร์ชัน 2028.1 การขยับตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นทิศทางของทั้งตลาด เพราะค่ายอื่น ๆ อย่าง SAP, Oracle หรือ Microsoft ต่างก็กำลังเร่งผลักดันลูกค้าขึ้น Cloud เช่นกัน แต่คำถามสำคัญคือ Epicor - [ไขความลับบนเวที SAP Sapphire 2026: ทำไม 'AI' ถึงพังไม่เป็นท่า หากองค์กรละเลย 'Data และมาตรฐาน'](https://www.manutalkthai.com/sap-sapphire-2026/) - เรากำลังอยู่ในยุคที่ทุกอุตสาหกรรมต่างตื่นตัวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หลายองค์กรอาจคิดว่าแค่กว้านซื้อเครื่องมือ AI ล้ำ ๆ มาปลั๊กอินก็สามารถพลิกโฉมธุรกิจได้ทันที แต่ทว่าบนเวทีงานสัมมนาใหญ่ระดับโลกอย่าง SAP Sapphire 2026 เหล่าผู้บริหารจากองค์กรยักษ์ใหญ่กลับส่งเสียงประสานกันในทิศทางตรงกันข้ามว่า... "คุณค่าที่แท้จริงของ AI จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อองค์กรมี Data ที่เชื่อถือได้และมีมาตรฐานการทำงานที่ชัดเจนรองรับ" นี่คือเรื่องราวและบทเรียนจากการลงมือทำจริงของบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่ตอกย้ำว่า AI ไม่ใช่เวทมนตร์ แต่เป็นผลลัพธ์ของรากฐานที่แข็งแกร่ง องค์กรต้อง 'พร้อม' ก่อนให้ AI ออกโรง Lockheed Martin ยักษ์ใหญ่ด้านอากาศยานและยุทธภัณฑ์ ชี้ให้เห็นว่าเป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาไม่ใช่การทำ Digital Transformation แต่คือการสร้าง "ความพร้อม" (Readiness) เพื่อให้ระบบปฏิบัติการตั้งแต่การออกแบบ ผลิต ไปจนถึงซัพพลายเชนสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำที่สุด ผู้บริหารของ Lockheed Martin เน้นย้ำว่า AI จะทรงพลังก็ต่อเมื่อถูกฝังลงไปในโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคง หากนำ AI ไปแปะไว้บนกระบวนการที่ยุ่งเหยิงหรือข้อมูลที่กระจัดกระจาย สุดท้ายก็ไม่สามารถสเกลเพื่อใช้งานจริงได้ สอดคล้องกับมุมมองของ ExxonMobil ที่มีอายุองค์กรยาวนานกว่า 150 ปีและเต็มไปด้วยความซับซ้อนของระบบ IT - [Comau ควงแขน Omron ยกระดับระบบอัตโนมัติ เจาะตลาดอุตสาหกรรมดาวรุ่ง](https://www.manutalkthai.com/comau-and-omron-team-up-to-upgrade-automation-systems-targeting-emerging-industrial-markets/) - ในยุคที่อุตสาหกรรมการผลิตต้องแข่งขันกับเวลาและความเปลี่ยนแปลง สองยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีอย่าง Comau และ Omron Robotics ได้ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำและเร่งขับเคลื่อนระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม (Industrial Automation) ทั่วโลกให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น การผนึกกำลังครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูงและกำลังมีความต้องการโซลูชันอัตโนมัติที่ติดตั้งง่ายและมีความยืดหยุ่น ได้แก่: ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ การผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ ระบบอินทราโลจิสติกส์ในโรงงานอุตสาหกรรมเบา (Light Industrial Intralogistics) ความร่วมมือนี้เปรียบเสมือนการนำจุดแข็งมาเติมเต็มซึ่งกันและกัน เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการระบบที่ขยายสเกลได้ (Scalable) โดยนำ ความเชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์หุ่นยนต์ของ Comau มาผสานเข้ากับ เทคโนโลยีการควบคุมขั้นสูงและซอฟต์แวร์ของ Omron ผลลัพธ์ที่ได้คือ โซลูชันอัจฉริยะที่สามารถนำไปเชื่อมต่อกับสายการผลิตเดิมที่มีอยู่ หรือติดตั้งในระบบนิเวศการผลิตยุคใหม่ได้อย่างไร้รอยต่อ ผู้บริหารของทั้งสองค่ายต่างมองเห็นเป้าหมายเดียวกันในการสร้างนวัตกรรมที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง: "Omron คือพันธมิตรที่สมบูรณ์แบบซึ่งมีวิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรมแบบเปิดตรงกับเรา การรวมพลังครั้งนี้จะสร้างโซลูชันที่ติดตั้งง่าย ปรับตัวได้สูง และใช้งานได้ยาวนาน ช่วยให้ลูกค้าจัดการกับความซับซ้อนในระดับอุตสาหกรรมได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้" — Pietro Gorlier, CEO ของ Comau "การนำพอร์ตโฟลิโอของเรามาเสริมกัน จะช่วยให้ผู้ผลิตตอบสนองต่อตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้ดียิ่งขึ้น เราจะร่วมกันส่งมอบระบบการผลิตที่ยืดหยุ่น เชื่อมต่อถึงกัน และยั่งยืน เพื่อสนับสนุนการเติบโตระยะยาวของลูกค้า" — Olivier Welker, CEO ของ - [เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส มุ่งมั่นขนส่งอย่างมีความรับผิดชอบ ประกาศใช้เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน 100% สำหรับขนส่งรถยนต์ทางอากาศ [PR]](https://www.manutalkthai.com/bentley-sustainable-aviation-fuel-pr/) - เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ประกาศใช้เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel หรือ SAF) สำหรับการขนส่งรถยนต์ทางอากาศของลูกค้าทั่วโลก ข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้ทันทีและถือเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์การลดการปล่อยคาร์บอนในระบบโลจิสติกส์ทั่วโลกของเบนท์ลีย์ สำหรับการเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืนในกรณีการใช้การขนส่งทางอากาศ เบนท์ลีย์จะสามารถลดการปล่อยมลพิษระหว่างขั้นตอนการขนส่งได้เป็นอย่างมาก พร้อมรักษามาตรฐานการบริการอันเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ การขนส่งรถยนต์ลูกค้าทางอากาศเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายโลจิสติกส์ทั่วโลกของเบนท์ลีย์ที่ได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวด และจะดำเนินการบนพื้นฐานของความต้องการของลูกค้า ความต้องการที่เร่งด่วน หรือความต้องการเฉพาะของตลาดในแต่ละภูมิภาคเท่านั้น โดยเบนท์ลีย์ มอเตอร์สต้องดำเนินการด้วยความรับผิดชอบสูงสุด และเนื่องจากการขนส่งทางอากาศเป็นต้นเหตุของการปล่อยมลพิษในปริมาณที่สูงกว่าการขนส่งทางทะเล การเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน (SAF) ที่ได้รับการรับรองจึงถือเป็นก้าวสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการขนส่งที่จำเป็นเหล่านี้ Aimee Kelly ผู้อำนวนการฝ่ายความยั่งยืนของเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดเผยว่า “การเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืนที่ได้รับการรับรองสำหรับการขนส่งรถยนต์ทางอากาศ สะท้อนให้เห็นว่าเรากำลังดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมและอิงหลักฐานเพื่อลดการปล่อยมลพิษในส่วนของเครือข่ายโลจิสติกส์ของเราที่ยังคงจำเป็นต้องใช้เที่ยวบิน เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืนสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงอากาศยานทั่วไป ซึ่งได้รับการตรวจสอบแล้ว และนี่ทำให้เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืนเป็นเครื่องมือสำคัญในกลยุทธ์การลดคาร์บอนของเรา” “โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธิ์ของเบนท์ลีย์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานและห่วงโซ่คุณค่าให้สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ด้วยการบูรณาการเชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืนเข้ากับการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ของเราอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เรากำลังเสริมสร้างรากฐานที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศในระยะยาว ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนลูกค้าและตลาดของเราด้วยแนวทางการกระจายสินค้าที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น” เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel หรือ SAF) เป็นเชื้อเพลิงทางเลือกที่ได้รับการรับรองจาก ISCC หรือ การรับรองคาร์บอนและความยั่งยืนระหว่างประเทศ (International Sustainability and Carbon Certification) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่ผลิตจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนหรือของเสีย โดยสามารถใช้กับอากาศยานและโครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยานที่มีอยู่แล้วโดยไม่จำเป็นต้องดัดแปลง สำหรับ - [Huawei ส่ง iRAIL เร่งเครื่องอุตสาหกรรมระบบรางสู่ยุค Digital Intelligence](https://www.manutalkthai.com/huawei-irail-smart-railway/) - Huawei รุกตลาดตัวโซลูชันอัจฉริยะสำหรับระบบรางในชื่อ iRAIL ชูจุดเด่นด้วยเทคโนโลยี Rail Broadband บนมาตรฐาน FRMCS มุ่งเป้ายกระดับความปลอดภัย, ประสิทธิภาพ และความยั่งยืนสำหรับทั้งผู้โดยสารและภาคการขนส่งสินค้าซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมการผลิตยุคใหม่ Raymond Zuo ประธานกลุ่มธุรกิจ Smart Rail ของ Huawei กล่าวว่า จากการประเมินทิศทางอุตสาหกรรมจนถึงปี 2035 Huawei ได้พัฒนา iRAIL เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือและผลักดันระบบรางให้สามารถทำงานแบบอัตโนมัติได้เต็มรูปแบบ โดยโซลูชันภายใต้ iRAIL ไม่ได้ตอบโจทย์เพียงแค่การขนส่งผู้โดยสาร แต่ถูกออกแบบมาเพื่อให้บริการโลจิสติกส์แบบบูรณาการสำหรับเครือข่ายการขนส่งสินค้า โซลูชันดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่ Fixed Infrastructure ไปจนถึงอุปกรณ์เคลื่อนที่และระบบปฏิบัติการ โดยจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของระบบรางยุคใหม่ คือการยกระดับจากการตอบสนองต่อเหตุสุดวิสัยแบบเชิงรับ ไปสู่การบริหารจัดการความปลอดภัยแบบคาดการณ์และป้องกันล่วงหน้า โดย Ethan Lee รองประธานหน่วยธุรกิจ Smart Railway ของ Huawei ชี้ให้เห็นว่า AI และการวิเคราะห์ข้อมูลจะเข้ามาพลิกโฉมระบบรางทั่วโลก ทั้งนี้การประมวลผลข้อมูลปริมาณมหาศาลแบบเรียลไทม์จำเป็นต้องอาศัยโครงข่ายการสื่อสารที่ดีเช่นกัน Sanford Sheng ผู้อำนวยการฝ่ายโซลูชัน Enterprise Wireless ของ Huawei - [สคส. ปักธง “องค์กรต้นแบบสิทธิมนุษยชน” ยกระดับคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล–รับมือภัยไซเบอร์ [PR]](https://www.manutalkthai.com/pdpc-uman-rights-model-organization-pr/) - สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เดินหน้ายกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสู่ “วาระสิทธิมนุษยชนดิจิทัล” อย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน “แผนปฏิบัติการด้านสิทธิมนุษยชน สคส. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” ที่มุ่งวางรากฐานให้องค์กรก้าวสู่ “องค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน” ของประเทศ ท่ามกลางความท้าทายจากเทคโนโลยี AI อาชญากรรมไซเบอร์ การละเมิดข้อมูล และความเสี่ยงด้านสิทธิในยุคดิจิทัล พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า ปัจจุบัน “ข้อมูลส่วนบุคคล” ไม่ใช่เพียงทรัพย์สินทางดิจิทัล แต่เป็นส่วนหนึ่งของ “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” และสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนต้องได้รับการคุ้มครอง โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างเข้มข้น สคส. เชื่อว่าการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คือ การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เพราะเมื่อข้อมูลรั่วไหล ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือถูกใช้เพื่อเลือกปฏิบัติ ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสรีภาพ ความปลอดภัย และศักดิ์ศรีของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ แผนปฏิบัติการด้านสิทธิมนุษยชนของ สคส. ปี 2569 ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 5 รวมถึงแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (NAP) และหลักการสากลด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของไทยให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติระดับสากล ทั้งนี้ สคส. จะขับเคลื่อนแผนดังกล่าวผ่าน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ “มิติยกระดับองค์กร” ที่มุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรเคารพสิทธิมนุษยชน ผ่านการอบรมบุคลากรและกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน - [สรุปประเด็นสำคัญจากการแถลงแผนธุรกิจ Honda ปี 2026 [PR]](https://www.manutalkthai.com/honda-business-briefing-2026-pr/) - นายโทชิฮิโระ มิเบะ ผู้อำนวยการ ประธานกรรมการบริหาร และตัวแทนเจ้าหน้าที่บริหาร (Global CEO) บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด จัดงานแถลงข่าวเพื่อนำเสนอแนวทางการดำเนินงานของฮอนด้า ในการปรับโครงสร้างธุรกิจยานยนต์และทิศทางธุรกิจของฮอนด้าในอนาคต โดยมีข้อสรุปประเด็นสำคัญ 5 ประเด็นหลัก ดังนี้: 1. แนวทางการปรับโครงสร้างธุรกิจยานยนต์ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบัน ฮอนด้า มุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในหลากหลายด้าน ทั้งการปรับโครงสร้างต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการพัฒนา ตลอดจนการเสริมความแข็งแกร่งของไลน์อัปผลิตภัณฑ์ โดยมุ่งเน้นการจัดสรรทรัพยากรองค์กรไปยังภูมิภาคที่เป็นตลาดสำคัญ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ฮอนด้า จะให้ความสำคัญการปรับโครงสร้างธุรกิจยานยนต์ในช่วง 3 ปีข้างหน้า พร้อมตั้งเป้าสร้างกำไรจากการดำเนินงานรวม ซึ่งครอบคลุมทั้งธุรกิจรถจักรยานยนต์และบริการทางการเงิน มูลค่ามากกว่า 1.4 ล้านล้านเยน ซึ่งจะเป็นสถิติสูงสุดใหม่ ภายในปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2572 2. แนวทางหลัก 3 ด้าน ในการดำเนินงานเพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจยานยนต์ ฮอนด้า ได้กำหนด 3 แนวทางหลักสำหรับการดำเนินงาน ได้แก่ การจัดสรรทรัพยากรองค์กรเชิงกลยุทธ์ การยกระดับความแข็งแกร่งด้านการผลิตอย่างรอบด้าน การใช้ทรัพยากรภายนอกอย่างมีกลยุทธ์ 2-1. - [เดลต้าขยายขีดความสามารถด้าน R&D ในเมืองโซสท์ ประเทศเยอรมนี เสริมนวัตกรรมในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา [PR]](https://www.manutalkthai.com/delta-r-and-d-in-germany-pr/) - บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและนวัตกรรมโซลูชันสีเขียวอัจฉริยะ ประกาศเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) แห่งใหม่ของบริษัทในเครืออย่าง Delta Energy Systems (Germany) GmbH อย่างเป็นทางการ ณ เมืองโซสท์ (Soest) ประเทศเยอรมนี เพื่อขยายขีดความสามารถการพัฒนานวัตกรรมโซลูชันพลังงานประสิทธิภาพสูงสำหรับศูนย์ข้อมูล AI (AI Data Centers) ศูนย์ข้อมูลการประมวลผลสมรรถนะสูง (HPC Data Centers) และเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า อาทิ แหล่งจ่ายไฟเซิร์ฟเวอร์แบบ 800 VDC และระบบจ่ายไฟยานยนต์ไฟฟ้าแบบ 4-in-1 จากปัจจัยด้านความหนาแน่นกำลังไฟฟ้า (Power Density) ในโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้กระบวนการทดสอบระบบทวีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น และจำเป็นต้องมีห้องปฏิบัติการขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับการทดสอบเฉพาะทางขั้นสูงได้ ด้วยเหตุนี้ ศูนย์ R&D แห่งใหม่ของเดลต้าจึงได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดอาคารสีเขียวตามมาตรฐาน LEED ระดับ Gold ครอบคลุมพื้นที่ห้องปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาขั้นสูงขนาด 7,500 ตารางเมตร - [ฟอร์ติเน็ตเผย องค์กรไทยเจอความซับซ้อนด้านไซเบอร์เพิ่มอีก ภัยคุกคาม AI มาเร็วเกินรับมือได้ทัน [PR]](https://www.manutalkthai.com/fortinet-cyber-risk-and-cybersecurity-priorities-pr/) - ฟอร์ติเน็ต ผู้นำระดับโลกด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่ขับเคลื่อนการผสานรวมของระบบเครือข่ายและระบบรักษาความปลอดภัยเข้าด้วยกัน ประกาศผลการศึกษาล่าสุดที่จัดทำโดย Forrester Consulting ซึ่งเผยให้เห็นว่า องค์กรทั่วเอเชียแปซิฟิกกำลังเผชิญกับความซับซ้อนด้านความปลอดภัยไซเบอร์และภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่เพิ่มสูงจนทำให้ไม่สามารถรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลการศึกษาดังกล่าวชี้ให้เห็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งเกิดจากผู้โจมตีที่ใช้เทคนิคซับซ้อน และสภาพแวดล้อมที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น รวมถึงการลงทุนด้านความปลอดภัยไซเบอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างต่อเนื่อง โดยผลการศึกษาชี้ชัดว่า องค์กรกำลังมุ่งเน้นที่การลดความซับซ้อนของระบบรักษาความปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และผสาน AI เข้ากับแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์มากขึ้น ความซับซ้อนและภัยคุกคามจาก AI กำลังสร้างความกดดันในการดำเนินงานด้านความปลอดภัย ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น จากภัยคุกคามทั้งภายนอกองค์กรและความซับซ้อนภายในองค์กรเอง โดย 65% ขององค์กรระบุว่า ภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นหนึ่งในความกังวลหลัก ขณะที่ 57% ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเรื่องเครื่องมือและสถาปัตยกรรมระบบที่กระจัดกระจาย รวมถึงการแจ้งเตือนที่มากเกินไป การดำเนินงานด้านความปลอดภัยกำลังเผชิญกับแรงกดดัน โดย 58% ขององค์กรรายงานว่าการแจ้งเตือนที่มากเกินไปทำให้แยกแยะภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจริงได้ยาก ขณะที่ 51% ต้องจัดการกระบวนการต่างๆ ด้วยตัวเอง องค์กรยังมีข้อจำกัดเรื่องความพร้อมด้านความปลอดภัยไซเบอร์ โดยองค์กร 68% มีความพร้อมในระดับปานกลาง และมีแค่ 16% เท่านั้นที่มีความพร้อมในระดับสูง ผลการศึกษาชิ้นนี้ชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนอย่างชัดเจน เพราะความซับซ้อนไม่ใช่แค่ความท้าทายในการดำเนินงานเท่านั้น แต่กลายเป็นปัจจัยหลักที่สร้างความเสี่ยงทางไซเบอร์ การเปลี่ยนสู่แพลตฟอร์มความปลอดภัยขยายตัวต่อเนื่อง - [FedEx จับมือ ServiceNow นำข้อมูลระบบโลจิสติกส์ผสานระบบจัดซื้อ ยกระดับทั้ง Supply Chain](https://www.manutalkthai.com/fedex-servicenow-partnership-procurement-logistic/) - FedEx Dataworks ประกาศความร่วมมือกับ ServiceNow เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลเครือข่ายโลจิสติกส์เข้ากับระบบการทำงานการจัดซื้อ โดยมีเป้าหมายยกระดับความสามารถในการบริหารจัดการซัพพลายเออร์ด้วยข้อมูลเชิงลึก และเพิ่มความโปร่งใสใน Supply Chain เพื่อรับมือกับความผันผวนในภาคการผลิต เพราะทั้งหมดสามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติ FedEx Dataworks จะนำข้อมูล เช่น สถานะและแนวโน้มความล่าช้าในการจัดส่งสินค้า เชื่อมกับระบบ Source-to-Pay Operations ของ ServiceNow แพลตฟอร์มนี้ครอบคลุมกระบวนการตั้งแต่การสร้างคำขอจัดซื้อ การออนบอร์ดซัพพลายเออร์ ไปจนถึงการจัดการใบแจ้งหนี้และการชำระเงิน ฝ่ายจัดซื้อจึงไม่จำเป็นต้องสลับหน้าจอไปมาระหว่างแพลตฟอร์ม โดยมี 3 จุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้ Supplier Insights: ทีมจัดซื้อสามารถดึงข้อมูลเชิงลึกของซัพพลายเออร์มาใช้วิเคราะห์ โดยอิงจากฐานข้อมูลและเครือข่ายโลจิสติกส์ระดับโลกของ FedEx Supplier Visibility: ระบบการประเมินซัพพลายเออร์โดยอัตโนมัติตั้งแต่ขั้นตอนการออนบอร์ด ขับเคลื่อนโดยชุดข้อมูลของ FedEx เพื่อคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง Post-onboarding Insights: จัดเตรียมข้อมูลเชิงลึกหลังกระบวนการออนบอร์ดอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินประสิทธิภาพและติดตามสถานะตลอดการทำงานกับซัพพลายเออร์ Vishal Talwar รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดิจิทัลและสารสนเทศของ FedEx ย้ำว่า โอกาสสำคัญทางธุรกิจในปัจจุบันไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณข้อมูลมหาศาลเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือความสามารถในการแปลงข้อได้เปรียบทางข้อมูลเหล่านั้นให้กลายเป็นสัญญาณคาดการณ์ล่วงหน้า และสร้างศักยภาพในการประสานงานเพื่อส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ที่มา: https://www.supplychaindive.com/news/fedex-advances-servicenow-partnership-with-procurement-integration/820148/ - [Emerson เปิดตัว 'AspenTech AVA' ลุยสมรภูมิ AI ผู้ช่วยอัจฉริยะพลิกโฉมการตัดสินใจในโรงงาน](https://www.manutalkthai.com/emerson-launches-aspentech-ava-to-enter-the-ai-factory-assistant/) - ในยุคที่ AI กำลังเข้ามามีบทบาทในทุกวงการ ภาคอุตสาหกรรมก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ล่าสุด Emerson ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัว "AspenTech AVA" แพลตฟอร์ม AI ตัวใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการทำงานในสายโรงงานและการผลิตโดยเฉพาะ จุดเด่นที่ทำให้ AVA น่าจับตามองคือ มันไม่ใช่แค่ AI แชทบอทถาม-ตอบทั่วไป แต่เป็น AI ที่ "รู้ลึกและรู้จริง" ถึงบริบทหน้างาน (Domain-aware AI) โดยผสานรวมเอาความเชี่ยวชาญระดับโลกของ Emerson เข้ากับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) และดึงข้อมูลจริงจากระบบปฏิบัติการ (OT) แบบเรียลไทม์ผ่านแพลตฟอร์ม AspenTech Inmation มาประมวลผล AVA เข้ามาช่วยอะไรในโรงงาน? ลองจินตนาการถึงผู้ช่วยอัจฉริยะที่คอยมอนิเตอร์ข้อมูล คาดการณ์สถานการณ์ และให้คำแนะนำในการตัดสินใจ โดยในเฟสแรกนี้ AVA เปิดตัวมาพร้อมกับ "4 ฟังก์ชันผู้ช่วย" ที่เน้นการแก้ปัญหาและปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ดีที่สุด ความน่าสนใจอีกอย่างคือ AVA ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อแทนที่คนทำงาน แต่สร้างมาเพื่อ "ติดปีก" ให้กับพนักงาน โดยเฉพาะวิศวกรหรือเจ้าหน้าที่รุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการ ให้สามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำและมั่นใจมากขึ้น ราวกับมีผู้เชี่ยวชาญรุ่นเก๋าคอยประกบให้คำแนะนำอยู่ตลอดเวลา - [Brady เผยโฉม i4311 เครื่องพิมพ์ไฮบริด จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญหลังดีลฮุบ Honeywell PSS](https://www.manutalkthai.com/brady-unveils-the-i4311-hybrid-printer-a-key-piece-of-the-puzzle-following-its-acquisition-of-honeywell-pss/) - จากดีลประวัติศาสตร์เมื่อเดือนเมษายน 2026 ที่ Brady Corporation ประกาศเข้าซื้อกิจการ Productivity Solutions and Services (PSS) ของ Honeywell มูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อยกระดับสู่การเป็นผู้นำด้านระบบระบุตัวตนและจับข้อมูลอัตโนมัติ (AIDC) แบบครบวงจร ล่าสุด Brady ได้ตอกย้ำวิสัยทัศน์นั้นด้วยการเปิดตัว BradyPrinter i4311 นวัตกรรมเครื่องพิมพ์ฉลากพกพาระดับไฮบริดที่ผสาน "ความทรงพลังของเครื่องพิมพ์ตั้งโต๊ะ" เข้ากับ "ความคล่องตัวของอุปกรณ์พกพา" ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทลายขีดจำกัดหน้างานด้วย "ขนาดพิมพ์ที่กว้างขึ้น" 101 มม. ข้อจำกัดเดิมของเครื่องพิมพ์พกพาคือความกว้างของฉลาก แต่ i4311 สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยความกว้างสูงสุดถึง 101.60 มิลลิเมตร การขยายพื้นที่พิมพ์นี้ช่วยปลดล็อกการทำงานแบบโมบายล์ให้ครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลายขึ้น เช่น: ป้ายสถานะการผลิต (Work-in-progress tags) ป้ายสเปคเครื่องจักร (Rating plates) ป้ายแท็กสายเคเบิลขนาดใหญ่ ป้ายระบุทรัพย์สิน และฉลากสารเคมีมาตรฐาน GHS การเชื่อมต่ออัจฉริยะ สอดรับ Ecosystem ของ - [Microsoft เปิดเกมรุก! ชู "Agentic AI" กุญแจสำคัญกู้สถานการณ์ซัพพลายเชนสะดุด](https://www.manutalkthai.com/microsoft-goes-on-the-offensive-highlighting-agentic-ai-as-a-key-to-rescuing-disrupted-supply-chains/) - ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคปัจจุบัน "วิกฤตซัพพลายเชนสะดุด" ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยอีกต่อไป แต่มันคือความท้าทายรายวันที่ทุกธุรกิจต้องเผชิญ ทั้งจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ซัพพลายเออร์ส่งของล่าช้า หรือความผันผวนของค่าขนส่ง ปัญหาของโรงงานวันนี้จึงไม่ใช่แค่การ "รับรู้" ว่ามีวิกฤต แต่คือการ "ตัดสินใจแก้ปัญหาให้ทัน" ก่อนที่ต้นทุนความล่าช้าจะบานปลาย และนี่คือจุดที่ Agentic AI กำลังก้าวเข้ามาเปลี่ยนเกม จากแค่ "มองเห็นข้อมูล" สู่การ "ลงมือแก้ปัญหา" ทันที แต่ก่อน AI อาจจะเก่งแค่เรื่องรวบรวมสัญญาณเตือนภัยให้เราดู แต่สำหรับ Agentic AI มันก้าวข้ามไปอีกขั้น เพราะมันสามารถคิดหาเหตุผล ข้ามไปทำงานในระบบต่าง ๆ และลงมือแก้ปัญหาได้เอง ถึงขนาดที่บริษัทวิจัยระดับโลกอย่าง Gartner คาดการณ์ว่า ภายในปี 2031 ปัญหาซัพพลายเชนกว่า 60% จะถูกแก้ไขได้โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องพึ่งพามนุษย์ 3 จุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อ Agentic AI เข้ามาคุมเกม ผู้นำในอุตสาหกรรมยุคใหม่กำลังเปลี่ยนผ่านรูปแบบการทำงาน ด้วย 3 กลยุทธ์หลัก: รู้ทันความเสี่ยงก่อนเกิดเหตุ (Proactive Risk Management): เมื่อมีสัญญาณเตือน - [Odoo คว้ามาตรฐานระดับโลก ISO 27001 ยกระดับเกราะป้องกันไซเบอร์ให้ภาคธุรกิจ](https://www.manutalkthai.com/odoo-achieves-global-iso-27001-certification-enhancing-cybersecurity-for-businesses/) - ข้อมูลคือหัวใจ! ในยุคดิจิทัลที่ "ข้อมูล" (Data) มีค่าไม่ต่างจากทองคำของภาคธุรกิจ การปล่อยให้ข้อมูลสำคัญของบริษัทอยู่ในระบบที่หละหลวม หรือฝากความหวังไว้กับเซิร์ฟเวอร์แบบเก่าที่พึ่งพาเพียง "ความหวังดี" ของพนักงานดูแลระบบ ย่อมไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยอีกต่อไป ท่ามกลางภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่พุ่งสูงขึ้น ล่าสุด Odoo ผู้ให้บริการระบบ ERP ชื่อดัง ได้ยกระดับความเชื่อมั่นครั้งใหญ่ด้วยการคว้าการรับรองมาตรฐานสากล ISO 27001 อย่างเป็นทางการ มาตรฐาน ISO 27001 ไม่ใช่แค่ใบรับรองทางเทคนิคทั่วไป แต่เป็นมาตรฐานระดับนานาชาติที่เข้ามาตรวจสอบและวางกรอบ "ระบบการจัดการความปลอดภัยของข้อมูล" ทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง โครงสร้างพื้นฐาน การบริหารความเสี่ยง ไปจนถึงการจัดการบุคลากร พูดง่าย ๆ คือ Odoo ยอมเปิดบ้านให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อพิสูจน์ว่าระบบของพวกเขามีมาตรฐานความปลอดภัยดิจิทัลระดับโลก 3 เสาหลักที่ระบบ Odoo การันตีให้กับธุรกิจของคุณ การก้าวขึ้นมารับรองมาตรฐานนี้ มอบผลประโยชน์โดยตรงให้กับผู้ใช้งานและลูกค้าปลายทางถึง 3 ด้าน: ยกระดับความน่าเชื่อถือ (Trust and Quality Seal): หากบริษัทของคุณต้องดีลงานกับธนาคาร หน่วยงานรัฐ หรือองค์กรขนาดใหญ่ การใช้ระบบ ERP - [ชิเซโด้ (Shiseido) ปรับทัพอุตสาหกรรม! เตรียมปิดโรงงานไต้หวัน ดึงฐานการผลิตกลับญี่ปุ่น](https://www.manutalkthai.com/shiseido-is-preparing-to-close-its-factory-in-taiwan-and-bring-production-back-to-japan/) - ความเคลื่อนไหวล่าสุดที่น่าจับตามองในแวดวงอุตสาหกรรมการผลิต เมื่อแบรนด์ความงามยักษ์ใหญ่อย่าง Shiseido ประกาศแผนเตรียมปิดตัวโรงงาน Hsinchu ในไต้หวัน เพื่อย้ายฐานการผลิตทั้งหมดกลับไปยังประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การปรับโครงสร้างการดำเนินงานทั่วโลกให้กระชับและคล่องตัวยิ่งขึ้น เกิดอะไรขึ้นกับฐานการผลิตที่ไต้หวัน? โรงงาน Hsinchu ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมของไต้หวัน เป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลิตสกินแคร์ป้อนตลาดไต้หวันและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมาโดยตลอด แต่ตามไทม์ไลน์ล่าสุดของการปรับโครงสร้าง: ยุติสายการผลิต: ภายในไตรมาสที่ 1 ของปี 2027 ปิดตัวโรงงานอย่างเป็นทางการ: ในช่วงครึ่งหลังของปี 2027 กำลังการผลิตที่ขาดหายไปจะถูกถ่ายโอนไปยังโรงงานผลิตในประเทศญี่ปุ่น (รวมถึงโรงงาน Nasu) เพื่อดึงศักยภาพการผลิตระดับโลกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในส่วนของบริษัท Taiwan Shiseido (ซึ่งบริษัทแม่ถือหุ้นอยู่ 51%) จะไม่ได้หายไปไหน แต่จะเปลี่ยนบทบาทและหันไปโฟกัสที่ "ธุรกิจการจัดจำหน่ายในท้องถิ่น" แบบเต็มกำลังแทน เบื้องหลังการตัดสินใจและการขยับตัวครั้งนี้เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในแผนยุทธศาสตร์ระยะกลางปี 2030 ของ Shiseido ภายใต้โครงการ "Evolve Global Operations" โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ลดความซ้ำซ้อนในระบบโลจิสติกส์ และทุ่มเททรัพยากรที่มีอยู่ไปกับการริเริ่มธุรกิจใหม่ ๆ ที่สร้างมูลค่าและการเติบโตในระยะยาวได้มากกว่า ที่มา: https://www.globalcosmeticsnews.com/shiseido-to-close-taiwan-manufacturing-site-and-shift-production-to-japan/ - [Hyundai Motor ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ดึงหุ่นยนต์และ AI เป็นศูนย์กลางขับเคลื่อน Smart Factory](https://www.manutalkthai.com/hyundai-ai-robot-smart-factory/) - Hyundai Motor Group (HMG) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการยานยนต์เกาหลีใต้ เร่งเครื่องยกระดับสายการผลิตสู่อนาคต ดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรภายในแผนก Manufacturing Solutions Division เพื่อขยายการนำหุ่นยนต์มาใช้ใน Smart Factory เต็มรูปแบบ ชี้ให้เห็นถึงทิศทางของอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเน้นเพียงการขยายปริมาณการผลิต ไปสู่การสร้างระบบการผลิตอัตโนมัติประสิทธิภาพสูงที่ใช้แรงงานอย่างคุ้มค่า ศูนย์กลางของการปรับโครงสร้างในครั้งนี้คือการตัดสินใจของ HMG ที่วางเทคโนโลยีหุ่นยนต์ไว้ที่แกนหลักขององค์กรด้านการผลิต โดยได้จัดตั้งหน่วยงานใหม่โดยเฉพาะภายใต้ชื่อ Robot Manufacturing Solution Strategy Team ทีมใหม่นี้มีเป้าหมายที่ก้าวข้ามการพัฒนาเทคโนโลยีแบบเดิม สู่การประสานงานเชิงในการนำหุ่นยนต์ไปใช้งานบนพื้นที่การผลิตจริง การสร้างระบบอัตโนมัติ และการปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ HMG ยังดำเนินการเปลี่ยนชื่อหน่วยงานเดิมเพื่อให้สอดคล้องกับพันธกิจใหม่ประกอบด้วย Manufacturing Capability Enhancement Promotion Team ปรับเปลี่ยนเป็น Robot Manufacturing Technology Team Parts Competitiveness Enhancement Team ปรับเปลี่ยนเป็น Robot Parts Manufacturing Technology Team Robot Application Solution - [ภาคการผลิตกระทบหนัก! Calbee เปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งเป็นขาวดำ เซ่นพิษสงครามอิหร่านทำหมึกพิมพ์ขาดแคลน](https://www.manutalkthai.com/calbee-turn-packaging-to-black-and-white/) - Calbee ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวรายใหญ่จากญี่ปุ่น ประกาศปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ของสินค้ายอดนิยมเป็นรูปแบบขาวดำ สาเหตุหลักมาจากภาวะขาดแคลน Naphtha ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อ Supply Chain หมึกพิมพ์ อันเป็นผลสืบเนื่องจากความขัดแย้งในอิหร่าน กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของ Supply Chain ในภาคการผลิตปัจจุบันที่ต้องพร้อมปรับตัวรับมือวิกฤตอยู่เสมอ สงครามและการโจมตีระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์นี้นำไปสู่ภาวะขาดแคลน Naphtha ซึ่งเป็นสารประกอบปิโตรเคมีตั้งต้นที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมโรงงาน เมื่อ Naphtha ขาดแคลน อุตสาหกรรมต่อเนื่องอย่างการผลิตตัวทำละลาย และเรซิน ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตหมึกพิมพ์สำหรับการบรรจุภัณฑ์จึงหยุดชะงัก การขาดแคลนวัตถุดิบนี้สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อสายการผลิตของโรงงานผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่ต้องพึ่งพาบรรจุภัณฑ์พิมพ์สี และเพื่อรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจท่ามกลางปริมาณวัตถุดิบที่ไม่เสถียรจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ภาคการผลิตจำเป็นต้องประเมินและปรับเปลี่ยนกระบวนการ Operation อย่างเร่งด่วน ถึงขั้นที่ Calbee ตัดสินใจนำร่องเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์สินค้ากลุ่มมันฝรั่งทอดและสินค้ายอดนิยมอื่นๆ รวม 14 รายการ เป็นการพิมพ์แบบขาวดำ โดยการเปลี่ยนแปลงรูปแบบแพ็กเกจจิ้งนี้จะมีผลกับรอบการจัดส่งสินค้าตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคมเป็นต้นไป และการเลือกปรับเฉพาะกลุ่มสินค้าที่มียอดขายสูง ช่วยให้ Calbee สามารถควบคุมผลกระทบและหลีกเลี่ยงปัญหาในวงกว้างต่อพอร์ตโฟลิโอสินค้าทั้งหมดของบริษัทได้ ไม่ใช่แค่ Calbee ที่ต้องปรับตัว ยังมีผู้ประกอบการรายอื่น เช่น Hiroyuki Urata ประธานบริษัท Itoham Yonekyu - [Autodesk เปิดตัว Fusion MCP Servers พร้อมอัปเกรด Assistant ให้สั่งการโมเดล 3D ได้จริง](https://www.manutalkthai.com/autodesk-launches-fusion-mcp-servers-with-upgraded-assistant-for-true-3d-model-manipulation/) - ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากแวดวงซอฟต์แวร์ออกแบบและวิศวกรรม (CAD/CAM) ชี้ให้เห็นว่า AI กำลังเปลี่ยนสถานะจาก "ตัวช่วยตอบคำถาม" สู่การเป็น "ผู้ช่วยลงมือทำ" อย่างเต็มตัว ล่าสุด Jeff Kinder ผู้บริหารระดับสูงด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Autodesk ได้ประกาศอัปเดตฟีเจอร์ AI ชุดใหญ่ที่จะเข้ามาพลิกโฉมเวิร์กโฟลว์การทำงาน Autodesk Assistant: ไม่ใช่แค่แชทบอท แต่เป็นผู้ช่วยลงมือทำ จากเดิมที่ Autodesk Assistant เปิดตัวในฐานะแชทบอทตอบคำถามซัพพอร์ตเมื่อต้นปี 2025 ปัจจุบันระบบได้ขยายปีกครอบคลุมซอฟต์แวร์หลักในพอร์ตโฟลิโอ ทั้ง Fusion, Inventor, Moldflow และ Vault ความล้ำหน้าคือ ตอนนี้ Assistant สามารถ "ช่วยทำงานและสั่งการข้ามโมเดล 3D" ได้แล้ว ตัวอย่างเช่นในโปรแกรม Fusion ระบบมีความสามารถระดับ Prompt-to-API ซึ่งเปิดทางให้ AI เข้าถึงฟังก์ชันเกือบทั้งหมดของโปรแกรม เพียงแค่ผู้ใช้พิมพ์สั่งการ ระบบก็จะจัดการสร้างหรือปรับแก้โมเดลให้ตามบริบท AI Rendering ใช้งานได้แล้ว (แต่จำกัดโควตา?) อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่หลายคนรอคอยตั้งแต่ประกาศไว้ในงาน AU - [ปฏิวัติวงการช่างเชื่อม! Fronius ดัน "งานเชื่อมแมนนวล MIG/MAG" สู่ยุคไฮเทค](https://www.manutalkthai.com/revolutionizing-welding-fronius-is-pushing-mig-mag-manual-welding-into-the-high-tech-era/) - ท่ามกลางกระแสระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ที่กำลังเข้ามามีบทบาทในสายการผลิต "งานเชื่อมด้วยมือ" (Manual Welding) ยังคงเป็นฟันเฟืองที่อุตสาหกรรมจะขาดไปไม่ได้ ล่าสุด Fronius แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีงานเชื่อม ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยการผสาน "เทคโนโลยีระดับไฮเอนด์" เข้ากับ "ทักษะงานฝีมือ" เพื่อยกระดับงานเชื่อม MIG/MAG ให้ล้ำหน้าไปอีกขั้น ความท้าทายที่ทำให้งานเชื่อมแมนนวลยังคงเป็น "ราชา" กระบวนการเชื่อม MIG/MAG (Metal Inert Gas / Metal Active Gas) ถือเป็นกระบวนการที่ได้รับความนิยมสูงสุดในอุตสาหกรรมแปรรูปโลหะ ด้วยจุดเด่นด้านความเร็ว ความคุ้มค่า และความยืดหยุ่นที่ครอบคลุมตั้งแต่งานเหล็ก อะลูมิเนียม ไปจนถึงโลหะผสมโครเมียม-นิกเกิล (CrNi) ในยุคที่กระบวนการผลิต งานซ่อมบำรุง และงานประกอบมีความซับซ้อนสูงขึ้น ช่างเชื่อมต้องรับมือกับวัสดุและชิ้นงานที่เปลี่ยนไปแทบทุกวัน ความสามารถในการปรับตัวแบบหน้างานของช่างเชื่อมมนุษย์จึงกลับมามีความสำคัญยิ่งกว่าเดิม เพื่อตอบโจทย์นี้ Fronius จึงเปิดตัว 2 โซลูชันเรือธงที่เน้นการควบคุมที่ทันสมัย ใช้งานง่าย และให้ความเสถียรของอาร์กสูงสุด สองขุนพลเรือธง: เลือกระบบที่ใช่ สำหรับงานที่ชอบ Fronius ออกแบบระบบทั้งสองรุ่นมาเพื่อตอบโจทย์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน: Fortis: "ม้างานจอมอึด" สำหรับงานที่พลิกแพลงทุกวัน เหมาะสำหรับ: ธุรกิจ - [รีเทิร์นครั้งประวัติศาสตร์! Apple จ่อหวนซบ Intel สั่งผลิตชิปในสหรัฐฯ โดยมีรัฐบาลอเมริกันเป็นกาวใจ](https://www.manutalkthai.com/a-historic-return-apple-is-poised-to-rejoin-intel-ordering-chip-production-in-the-us/) - หลังจากที่ Apple ประกาศบอกลาชิปประมวลผลของ Intel ในคอมพิวเตอร์ Mac ไปอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2023 สายสัมพันธ์ของทั้งสองค่ายดูเหมือนจะขาดสะบั้นลง แต่ล่าสุดมีรายงานว่าทั้งคู่กำลังเจรจาเพื่อกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ทว่ารอบนี้ Apple จะไม่ได้มาซื้อชิปสำเร็จรูป แต่จะก้าวเข้ามาเป็นลูกค้าคนสำคัญในธุรกิจรับจ้างผลิตชิป (Foundry) ของ Intel แทน แม้จะยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่าผลิตภัณฑ์ใดของ Apple จะใช้ชิปที่ผลิตโดย Intel แต่แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมคาดการณ์ว่า อาจเป็นการใช้เทคโนโลยีกระบวนการผลิตระดับ 14A หรือ 18A ของ Intel สำหรับผลิตชิปตระกูล M-series ในรุ่นเริ่มต้น (Entry-level) เบื้องหลังดีลยักษ์: รัฐบาลสหรัฐฯ ออกโรงดันสุดตัว ความน่าสนใจของดีลนี้คือบทบาทของ "ผู้ชักใย" อย่างรัฐบาลสหรัฐฯ สื่อท้องถิ่นระบุว่า Howard Lutnick รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงมาคลุกคลีกับการเจรจาด้วยตัวเองและได้พบกับ Tim Cook ซีอีโอของ Apple หลายครั้ง แรงจูงใจเบื้องหลังการทุ่มสุดตัวครั้งนี้ มาจากการที่รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่งแปลงเงินอุดหนุนมูลค่า 8,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กลายเป็นหุ้น - [Sony ผนึกกำลัง TSMC จ่อตั้งบริษัทร่วมทุนผลิต "เซนเซอร์ภาพแห่งอนาคต"](https://www.manutalkthai.com/sony-and-tsmc-are-joining-forces-to-form-a-joint-venture-to-produce-future-image-sensors/) - ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการอย่าง Sony Semiconductor Solutions และ TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) แบบไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เพื่อเตรียมจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) มุ่งเป้าพัฒนายกระดับและผลิตเซนเซอร์ภาพ (Image Sensors) ประสิทธิภาพสูงรุ่นต่อไป การผสานจุดแข็ง: ดีไซน์ระดับโลก พบกับ เทคโนโลยีการผลิตล้ำยุค การร่วมทุนครั้งนี้เปรียบเสมือนการนำเอาจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของอุตสาหกรรมมาต่อกัน โดย Sony จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และมีอำนาจควบคุม นำเอาความเชี่ยวชาญด้าน "การออกแบบเซนเซอร์" มาผสานเข้ากับ "เทคโนโลยีกระบวนการผลิตชิปขั้นสูง" ของ TSMC ตลาดเป้าหมาย: มุ่งเจาะกลุ่มเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ และหุ่นยนต์อัจฉริยะ กลยุทธ์การลงทุน: การลงทุนจะแบ่งเป็นระยะตามความต้องการของตลาด พร้อมพิจารณาอัดฉีดเม็ดเงินเพิ่มเติมในโรงงานที่นางาซากิของ Sony ด้วย โดยทิศทางทั้งหมดนี้จะขึ้นอยู่กับการสนับสนุนจากทางรัฐบาลญี่ปุ่นเป็นสำคัญ ผู้บริหารของทั้งสองฝ่ายต่างตอกย้ำว่า ความร่วมมือนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์อนาคต แต่การตั้งฐานการผลิตที่คุมาโมโตะยังช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ในท้องถิ่น เพื่อรับประกันว่าตลาดโลกและตลาดในประเทศจะมีเซนเซอร์ภาพป้อนเข้าสู่ระบบอย่างมีเสถียรภาพ - [ดีป้า ดัน OTOD #3 เดินหน้าสู่จังหวัด “ชลบุรี” ปักหมุด EEC ดันเกษตรไทยสู่ Smart Agriculture [PR]](https://www.manutalkthai.com/depa-otod-on-chonburi-pr/) - หลังจากประเดิมความสำเร็จในพื้นที่ภาคเหนือ โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 3 (One Tambon One Digital: OTOD #3) โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ล่าสุดได้ขยายการขับเคลื่อนมาสู่จังหวัดที่ 3 อย่าง ชลบุรี หนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของประเทศ ภายใต้โซนระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อเร่งยกระดับภาคเกษตรไทยสู่ Smart Agriculture อย่างเป็นรูปธรรม มุ่งยกระดับศักยภาพเกษตรกร ชุมชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ ภายใต้กิจกรรม OTOD #3 Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day รอบภาคตะวันออก ณ จังหวัดชลบุรี ให้สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน พร้อมเปิดเวทีนำเสนอไอเดียเพื่อเข้ารับการสนับสนุนจากภาครัฐ กิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 8 พฤษภาคม 2569 ณ - [ROCTEC กับคำจัดกัดความ “เมืองอัจฉริยะ”คือเมืองที่ “ทุกการเดินทาง พาคุณไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” [PR]](https://www.manutalkthai.com/roctec-smart-city-definition-pr/) - เมื่อกล่าวถึง “เมืองอัจฉริยะ” (Smart City) หลายคนมักนึกถึงเมืองที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น AI, IoT หรือระบบอัตโนมัติ จนทำให้ความรู้สึกเมื่อกล่าวถึงคำนี้นึกถึงเรื่องความทันสมัยเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม แก่นแท้ของ Smart City ไม่ได้อยู่ที่ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีหรือปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้น หากแต่อยู่ที่คำถามสำคัญว่า เมืองนั้นสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนได้จริงหรือไม่ และ ROCTEC คือหนึ่งในผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการทำให้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของเมืองและการยกระดับชีวิตของผู้คนเกิดขึ้นได้จริง ในระดับโลก กระแส Smart City ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิด แต่สะท้อนผ่านการลงทุนที่เติบโตอย่างชัดเจน โดยมูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 877.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และคาดว่าจะขยายตัวสู่ 3.76 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 หรือกว่า 122 ล้านล้านบาท เทียบเป็น 6 เท่าของ GDP ประเทศไทย โดยมีภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เติบโตเร็วที่สุด จากแรงหนุนของการขยายตัวของเมือง นโยบายภาครัฐ และการนำเทคโนโลยีอย่าง AI และ IoT มาใช้อย่างจริงจัง สำหรับประเทศไทย ปัจจุบัน Smart City ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของการพัฒนา - [KPMG เผยการลงทุน AI เริ่มคืนกำไรเกือบ 50% ย้ำดาต้าคือหัวใจ-ป้องกันภัยไซเบอร์ห้ามละเลย](https://www.manutalkthai.com/kpmg-global-tech-report-2026/) - KPMG เปิดเผยรายงาน KPMG Global Tech Report 2026 ระบุว่าผู้บริหารในอุตสาหกรรมการผลิตถึง 49% สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและผลกำไรจากการนำ AI มาใช้งานจริงได้แล้ว ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอื่นที่อยู่ราว 28% เกือบเท่าตัว ชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมการผลิตกำลังกลายเป็นผู้นำในการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาเปลี่ยนเป็นตัวเลขในบัญชีได้อย่างเป็นรูปธรรมที่สุด จากรายงานดังกล่าวพบว่า 87% ของผู้บริหารยอมรับว่า AI คืออาวุธสำคัญที่จะสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันได้จริง โดยเป้าหมายหลักของการลงทุนในอีก 24 เดือนข้างหน้าจะเน้นที่การแก้ปัญหา Pain Point ในกระบวนการผลิตโดยตรง เช่น การใช้ AI และ Machine Learning เพื่อทำ Predictive Quality Control และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อลดเวลา Downtime ของเครื่องจักร ช่วยลดต้นทุนและเร่งความเร็วในการบุกตลาด อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารกว่า 76% มองว่าข้อมูลที่ไม่มีคุณภาพคือความเสี่ยงสูงสุดที่จะทำให้การนำ AI มาใช้ล้มเหลว ภาคการผลิตจึงจำเป็นต้องเร่งจัดการระบบข้อมูลสามารถใช้งานข้ามแผนกได้จริง เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งก่อนขยายผลการใช้งานจากระบบต้นแบบไปการใช้งานจริงทั่วทั้งโรงงาน แต่เมื่อโรงงานเชื่อมต่อกับดิจิทัลมากขึ้น ภัยคุกคามทางไซเบอร์จึงกลายเป็นเงาตามตัว โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้ ผู้บริหาร 48% เตรียมเพิ่มงบประมาณด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในอีก - [ชไนเดอร์ อิเล็คทริค หนุน กฟภ.ยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าไทย พัฒนาระบบ OMS ใหม่ แบบ Stand-alone แพลตฟอร์มเดียวเชื่อมต่อครอบคลุมทั่วประเทศ [PR]](https://www.manutalkthai.com/schneider-electric-new-oms-system-pr/) - ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงาน พัฒนาและออกแบบระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง หรือ OMS ใหม่ แบบ Stand-alone หนุน กฟภ.เปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ชูจุดแข็งแพลตฟอร์มเดียวเชื่อมโยงครอบคลุมทั่วไทย ระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OUTAGE MANAGEMENT SYSTEM : OMS) เป็นโซลูชันหนึ่งของ EcoStruxure™ ADMS ซึ่งชไนเดอร์ อิเล็คทริค มีความร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือ PEA ในการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพระบบศูนย์ควบคุมการส่งจ่ายไฟฟ้าอัตโนมัติ และการร่วมกันกับพันธมิตรในการพัฒนาและติดตั้ง OMS ที่ทันสมัยมากขึ้นด้วยเทคโนโลยีช่วยให้กฟภ.บริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จากการสนับสนุนข้อมูลวิเคราะห์สาเหตุการเกิดกระแสไฟฟ้าขัดข้องและประมวลผลความน่าเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้าเพื่อใช้ในการวางแผน แก้ไขและปรับปรุงระบบไฟฟ้า รวมถึงเพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าขัดข้องในอนาคต พลิกโฉมการจัดการโครงข่ายไฟฟ้าด้วยแพลตฟอร์มเดียว ระบบ OMS ใหม่ ออกแบบเพื่อเป็น “ศูนย์กลางการตัดสินใจ" ที่ทรงพลัง โดยมีจุดเด่นคือการทำงานแบบ Stand-alone ที่สามารถบูรณาการเชิงลึกร่วมกับระบบหลักอื่นๆ ของ กฟภ.ใน 8 ระบบ ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถมองเห็นภาพรวมของเหตุไฟฟ้าขัดข้องและการคืนสภาพระบบได้แบบเรียลไทม์ในจุดเดียว (Single Source of Truth) - [กสิกรไทยผนึกพันธมิตรทุกภาคส่วนจัดฟอรัมใหญ่แห่งปี EARTH JUMP 2026 ก้าวสู่ปีที่ 4 ภายใต้ธีม “A Bridge To Empowered Actions” [PR]](https://www.manutalkthai.com/kbank-earth-jump-2026-pr/) - EARTH JUMP 2026 งานฟอรัมใหญ่ด้านความยั่งยืนประจำปีที่ภาคธุรกิจต้องห้ามพลาด เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว ปีนี้มาในธีม A Bridge To Empowered Actions จัดเต็ม 2 วัน 2 เวที กับการรวมพลังผู้นำระดับโลกและระดับประเทศกว่า 60 Speakers เมื่อกติกาใหม่ด้านสภาพภูมิอากาศและความคาดหวังจากตลาดโลกกำลังเร่งให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวทันที โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่มีแผน แต่คือใครลงมือทำได้ก่อน จะคว้าโอกาสและสร้างความได้เปรียบก่อน EARTH JUMP 2026 จึงยกระดับจากเวทีความรู้ สู่ Action Platform ที่พาธุรกิจลงมือทำได้จริง ไม่ใช่แค่การอัปเดตเทรนด์หรือสร้างแรงบันดาลใจ แต่รวบรวม Climate Solutions ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจคุณโดยเฉพาะ ครบทั้งเครื่องมือทางการเงิน เทคโนโลยีและโซลูชัน คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และเวิร์กช็อปเชิงลึกแบบลงมือทำ เพื่อช่วยให้ธุรกิจเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 9 – 10 มิถุนายน 2569 เวลา 9.00 – 17.00 น. ณ พารากอน - [MAT | Saison Webinar: เชื่อมข้อมูลทุกระบบโรงงาน เพื่อขับเคลื่อนสู่ Smart Factory ด้วย DataSpider [9 มิ.ย. 2026]](https://www.manutalkthai.com/mat-saison-webinar-9-june-2026/) - Material Automation (Thailand) Co., Ltd. ร่วมกับ Saison Technology Co., Ltd. ขอเชิญชวนผู้บริหาร ฝ่าย IT วิศวกรระบบ และฝ่ายผลิต เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ (Webinar) หัวข้อ "เชื่อมข้อมูลทุกระบบโรงงาน เพื่อขับเคลื่อนสู่ Smart Factory ด้วย DataSpider" เพื่อพาคุณไปเจาะลึกและทำความรู้จักกับ DataSpider เครื่องมือ Data Integration ที่ช่วยเชื่อมระบบต่าง ๆ เช่น Database, ERP, MES, IoT หรือแม้แต่ไฟล์ Excel ทำให้ข้อมูลที่มาจากหลากหลายระบบอยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกันและนำไปใช้ต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องเขียนโค้ด วันที่ 9 มิถุนายน 2026 เวลา 14.00 – 15.30 น. ❓องค์กรของคุณกำลังติดหล่มกับปัญหาเหล่านี้อยู่หรือไม่? ต้องเสียเวลาดึงข้อมูลจากหลายระบบ (Database, ERP, MES, IoT, - ["เก่าแต่เก๋า!" ไขความลับทำไมเทคโนโลยีคลาสสิกอย่าง Serial Port ถึงยังคงยืนหนึ่งในโลกอุตสาหกรรมยุคใหม่](https://www.manutalkthai.com/unlocking-the-secrets-of-why-classic-technology-like-serial-ports-is-still-relevant/) - ในยุคที่ออฟฟิศขับเคลื่อนด้วยพอร์ต USB และสายพานการผลิตเต็มไปด้วยโครงข่าย Ethernet หลายคนอาจตั้งคำถามว่าเทคโนโลยีรุ่นเก๋าอย่าง "Serial Port" ถึงเวลาต้องปลดระวางแล้วหรือยัง? ระบบสมัยใหม่ยังจำเป็นต้องรองรับเทคโนโลยีนี้อยู่ไหม? คำตอบสั้น ๆ คือ "ยังจำเป็นและขาดไม่ได้!" เพราะภายใต้ความเรียบง่าย Serial Port ซ่อนข้อได้เปรียบที่เทคโนโลยีใหม่ ๆ ก็แทนที่ได้ยาก ความเรียบง่ายที่มาพร้อม "ความปลอดภัยขั้นสุด" สาเหตุที่ Serial Port ยังคงมีที่ยืนในวงการอุตสาหกรรม มาจากจุดเด่นที่เทคโนโลยีเครือข่ายอื่นให้ไม่ได้: ทนทานและประหยัด: การเข้าหัวสายสามารถทำได้หน้างานโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ (Crimping tools) และสามารถเดินสายยาวได้หลายกิโลเมตรด้วยต้นทุนที่ต่ำมาก ปลอดภัยโดยโครงสร้าง (Secure by Design): ด้วยรูปแบบการเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุด (Point-to-point) ที่แยกขาดจากโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย IT/OT อย่างสิ้นเชิง ทำให้หมดกังวลเรื่องการโดนแฮ็ก ไม่ต้องวุ่นวายกับการตั้งค่า Firewall หรือจัดการสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล ตอบโจทย์ตั้งแต่อุตสาหกรรมการผลิตไปจนถึง "โรงไฟฟ้า" เทคโนโลยีนี้ยังคงเป็นที่นิยมและถูกใช้งานในโปรเจกต์ใหม่ ๆ ทั่วทุกอุตสาหกรรม: โรงงานและการผลิต: อุปกรณ์รอบข้างอย่างเครื่องอ่าน RFID หรือบอร์ดควบคุมเฉพาะทางขนาดเล็ก ที่รับส่งข้อมูลปริมาณไม่มาก การใช้ - [RevOps คืออะไร? ปลดล็อกขีดจำกัดธุรกิจด้วยการผสาน Sales, Marketing และ Customer Success ให้กลายเป็นเครื่องจักรทำเงิน](https://www.manutalkthai.com/what-is-revops/) - หากใครเคยทำงานร่วมกับทีม Marketing, ทีม Sales และทีม Customer Success ต้องมีบางครั้งที่สัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่เกิดขึ้นระหว่างแผนกเหล่านี้ เนื่องจากบุคลิกภาพของคนที่ทำผลงานได้ดีในแต่ละบทบาทมักแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง พวกเขาแทบจะไม่มีเป้าหมายร่วมกัน และต่อให้มีเป้าหมายเดียวกัน วิธีการที่ใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายก็มักจะขัดแย้งกันเอง ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการทำงานแบบ Silo ที่ต่างคนต่างทำ ข้อมูลกระจัดกระจาย และกระบวนการทำงานซ้ำซ้อน จนองค์กรยุคใหม่ที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืนจึงไม่สามารถบริหารงานแบบเดิมได้อีกต่อไป นี่คือจุดที่แนวคิด Revenue Operations หรือ RevOps ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญ ถึงขนาดรายงานจาก Gartner ระบุชัดเจนว่า ภายในปี 2025 องค์กรที่มีการเติบโตสูงสุดระดับโลกถึง 75% จะนำแนวปฏิบัติ RevOps มาใช้งาน RevOps คืออะไร? หากจะนิยามความหมายที่ชัดเจนที่สุดของ RevOps ก็คงไม่พ้นการผสานบุคลากร, กระบวนการทำงาน และระบบข้อมูลเพื่อให้แต่ละทีมที่ทำงานเกี่ยวเนื่องกับการสร้างรายได้ให้ธุรกิจสามารถทำงานได้อย่างสอดคล้องกันมากที่สุด ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็คือการเพิ่มการสร้างรายได้ ควบคู่ไปกับการลดต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พูดง่าย ๆ คือ RevOps มีจุดมุ่งหมายเพื่อมองภาพรวมและทำสิ่งที่ส่งผลดีที่สุดต่อบริษัท RevOps ไม่ใช่แค่ชื่อเรียกเก๋ ๆ ของ Sales Ops หรือ Marketing Ops แต่เป็นระบบที่รวม Sales, Marketing และ Customer Success เข้าด้วยกันเป็นแผนเดียว - ["เจาะลึกอนาคต AI และ Edge Computing" กับ ดีน ลีโอ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส หน่วยธุรกิจ Edge AI จาก Microchip Technology [PR]](https://www.manutalkthai.com/microchip-the-future-of-ai-and-edge-computing-with-dean-leo-pr/) - ในบทสัมภาษณ์นี้ คุณดีน ลีโอ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส หน่วยธุรกิจ Edge AI จาก บริษัท ไมโครชิป เทคโนโลยี จำกัด (Microchip) จะมาให้ความคิดเห็นในมุมมองอันน่าสนใจของ Microchip Technology เกี่ยวกับการพัฒนา AI ทั้งในด้าน Cloud และ Edge Computing แนวทางการสร้างสรรค์เทคโนโลยีเพื่อรองรับแนวโน้มใหม่ ๆ เช่น Generative AI, Physical AI การประมวลผลที่อุปกรณ์ปลายทาง ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว กลยุทธ์ของ Microchip ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ AI และความสมดุลระหว่าง Cloud AI และ Edge AI ขณะที่การใช้งาน AI ของ Microchip ครอบคลุมทั้งในส่วนของ Edge และ Cloud คุณมีความคิดเห็นอย่างไรต่อการทำงานร่วมกันระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีทั้งสองด้านนี้ครับ Cloud AI และ Edge - [Analog Devices เปิดตัว A²B™ 2.0 มุ่งปฏิวัติประสบการณ์ระบบเสียงสำหรับยานยนต์ยุคใหม่ [PR]](https://www.manutalkthai.com/analog-devices-automotive-audio-bus-pr/) - วันนี้ Analog Devices, Inc. (NASDAQ: ADI) ประกาศว่า A²B 2.0 (Automotive Audio Bus) ได้เข้าสู่กระบวนการผลิตเต็มรูปแบบ ในฐานะวิวัฒนาการขั้นถัดไป ของเทคโนโลยี A²B จาก ADI นั้น A²B 2.0 ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ผลิตยานยนต์ (OEM) และซัพพลายเออร์ระดับ Tier 1 สามารถส่งมอบประสบการณ์ระบบเครื่องเสียงในห้องโดยสาร ที่เหนือระดับยิ่งขึ้น ผ่านแบนด์วิดท์ (Bandwidth) ที่กว้างขึ้นและการผสานเข้ากับระบบอีเธอร์เน็ต โดยที่ยังคงรักษาความหน่วงต่ำและสถาปัตยกรรมที่ไม่ซับซ้อน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ A²B มาอย่างยาวนานหลายปี บทพิสูจน์ความสำเร็จตลอดหนึ่งทศวรรษของการใช้งาน A²B ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา A²B ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมีโหนด (node) นับร้อยล้านชุดถูกใช้งานจริงบนท้องถนนจากผู้ผลิตรถยนต์กว่า 35 ราย ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง สำหรับวิวัฒนาการขั้นต่อไปของเทคโนโลยีนี้ A²B ถูกสร้างขึ้นเพื่อการใช้งานที่ต้องการความหน่วงต่ำและความแม่นยำ (low and deterministic latency) ซึ่งเป็นข้อกำหนดสำคัญของระบบ โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานที่ซับซ้อน - [Amazon เปิดตัว Amazon Supply Chain Services ขยายโครงข่ายโลจิสติกส์ระดับโลกสู่ทุกกลุ่มอุตสาหกรรม](https://www.manutalkthai.com/amazon-supply-chain-services/) - Amazon ประกาศเปิดตัว Amazon Supply Chain Services หรือ ASCS นำโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดแห่งหนึ่งของโลกมาเปิดให้บริการแก่ธุรกิจทุกอุตสาหกรรมและทุกขนาด โดยไม่จำกัดสิทธิ์เฉพาะผู้ขายบนแพลตฟอร์ม Amazon อีกต่อไป เพื่อรับกระแสโลกของการผลิตและซัพพลายเชนที่กำลังเผชิญกับการบริหารจัดการต้นทุนในปัจจุบัน Peter Larsen รองประธานบริหาร Amazon Supply Chain Services ระบุว่า โลจิสติกส์ไม่ใช่แค่ฟังก์ชันงานปฏิบัติการ แต่คือหัวใจสำคัญและจุดเด่นที่ทำให้ Amazon ส่งมอบประสบการณ์และบริการจัดส่งที่รวดเร็วเหนือคู่แข่ง การเปิดตัว ASCS คือความตั้งใจที่จะส่งมอบประสิทธิภาพด้านต้นทุน ความน่าเชื่อถือ และความเร็วระดับเดียวกันนี้ให้กับธุรกิจอื่น ๆ ทั่วโลก หลายสิบปีก่อน Amazon พลิกโฉมวงการไอทีด้วย Amazon Web Services หรือ AWS จากการนำโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่ใช้รันระบบหลังบ้านของตนเองมาเปิดให้บริการสาธารณะ วันนี้ Amazon กำลังใช้กลยุทธ์เดียวกันกับระบบซัพพลายเชน เพราะที่ผ่านมา การจัดการซัพพลายเชนแบบดั้งเดิมเต็มไปด้วยความซับซ้อน องค์กรต้องรับมือกับผู้ให้บริการหลายราย สัญญาจ้างที่ทับซ้อน และยากต่อการติดตามสินค้า ASCS เข้ามาแก้ปัญหาด้วยโซลูชันที่เชื่อมต่อบริการโลจิสติกส์แต่ละขั้นตอนเข้าด้วยกันแบบอัตโนมัติ โดยมีบริการหลักครอบคลุม 3 ส่วน ได้แก่ - [CATL เปิดตัวแบตเตอรี่ชาร์จไว 10C ชาร์จจาก 10% ถึง 80% เพียง 3 นาที 44 วินาที](https://www.manutalkthai.com/catl-launches-10c-fast-charging-battery/) - ในโลกของยานยนต์ไฟฟ้าที่ทุกคนต่างตามหา "แบตเตอรี่ที่สมบูรณ์แบบที่สุด" CATL ยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ได้ออกมาพิสูจน์แล้วว่า อนาคตของพลังงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่คือ "การทำงานร่วมกัน" ของหลากหลายนวัตกรรม ทั้งการพัฒนาเคมีภัณฑ์ใหม่ ๆ ไปจนถึงระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบบูรณาการ งานจัดแสดงเทคโนโลยีล่าสุดของ CATL สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่เลิกโฟกัสแค่เซลล์แบตเตอรี่ชนิดเดียว แต่หันมาพัฒนาเทคโนโลยีคู่ขนานกันไป เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของอุตสาหกรรม: ไฮไลต์ 5 นวัตกรรมแบตเตอรี่ที่น่าจับตา Shenxing Gen3 (ชาร์จทะลุมิติ 10C): แก้ปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมไวเมื่อเจอความร้อนจากการชาร์จเร็ว ด้วยระบบจัดการความร้อนขั้นเทพ ทำให้รองรับการชาร์จระดับ 10C (ชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 3 นาที 44 วินาที) แถมยังอึดในสภาพอากาศหนาวจัด -30 °C ก็ยังชาร์จได้อย่างรวดเร็ว Qilin Gen3 (เบาลง แต่ไปได้ไกลขึ้น): ดันความหนาแน่นของพลังงานขึ้นไปถึง 280 Wh/kg (ซึ่งในทางวิศวกรรมคาดว่าไม่ใช่ LFP ล้วน แต่น่าจะมีการผสมแมงกานีสเข้าไป) ช่วยลดน้ำหนักระบบลงได้ถึง 255 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับระบบ - [สงครามชิประอุขึ้นอีกครั้ง! สหรัฐฯ สั่งเบรกส่งออกเครื่องจักรผลิตชิปให้ 'Hua Hong' สกัดเส้นทางจีนปั้นชิป AI 7 นาโนเมตร](https://www.manutalkthai.com/us-has-halted-exports-of-chip-manufacturing-machinery-to-hua-hong/) - สมรภูมิเซมิคอนดักเตอร์ร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง เมื่อสหรัฐฯ งัดมาตรการเด็ดขาด สั่งห้ามซัพพลายเออร์ส่งเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตให้กับ 'Hua Hong' โรงงานรับผลิตชิป (Foundry) เบอร์สองของจีน หวังตัดไฟแต่ต้นลมไม่ให้จีนเข้าถึงเทคโนโลยีระดับ 7 นาโนเมตรและขยายฐานการผลิตชิป AI ได้สำเร็จ จดหมายสายฟ้าแลบ สกัดซัพพลายเชน รายงานระบุว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ใช้ช่องทางส่งจดหมายด่วนแบบ "is-informed" ซึ่งเป็นการแจ้งให้ทราบและมีผลบังคับใช้ทันทีโดยไม่ต้องรอขั้นตอนทางกฎหมายที่ยุ่งยาก เพื่อสั่งเบรกบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง Lam Research, Applied Materials และ KLA ให้ระงับการส่งเครื่องจักรไปยังโรงงาน 2 แห่งของ Hua Hong ในทันที ทำไมเป้าหมายถึงเป็น Hua Hong? ปัจจุบัน SMIC ถือเป็นผู้ผลิตจีนเพียงรายเดียวที่สามารถผลิตชิประดับ 7 นาโนเมตรได้ แต่สหรัฐฯ ประเมินว่า Hua Hong กำลังเร่งเครื่องตามมาติด ๆ หลังจากเข้าไปถือหุ้นใหญ่ใน 'Huali Microelectronics' สปอตไลต์จึงส่องไปที่ โรงงาน Fab - [อินฟอร์มา ชี้เทรนด์อุตสาหกรรมฯ เปลี่ยนผ่านสู่ Industry 5.0 เดินหน้ายกระดับ ProPak Asia 2026 สู่แพลตฟอร์มธุรกิจ-นวัตกรรมระดับภูมิภาค [PR]](https://www.manutalkthai.com/informa-propak-asia-2026-press-conference/) - ProPak Asia 2026 ย้ายสู่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ขยายพื้นที่รับอุตฯ การผลิตและบรรจุภัณฑ์ยุคใหม่ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ชี้เทรนด์อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม ยา และบรรจุภัณฑ์ เติบโตต่อเนื่อง ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ Industry 5.0 เดินหน้ายกระดับ ProPak Asia 2026 สู่แพลตฟอร์มธุรกิจ-นวัตกรรมระดับภูมิภาค คาดผู้เข้าชมกว่า 80,000 คน และมูลค่าการค้าภายในงานกว่า 5.5 พันล้านบาท อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และบรรจุภัณฑ์ทั่วโลก ถึงจุดเปลี่ยนจาก Mass Production สู่ Hyper-Intention ด้าน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เผยอุตสาหกรรมการผลิตกำลังก้าวสู่ Industry 5.0 ที่มนุษย์ AI และ เทคโนโลยีเครื่องจักรทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ล่าสุดร่วม วว. - สอท. – หอการค้าไทย-พันธมิตรองค์กรธุรกิจและบริษัทชั้นนำทั่วโลก ร่วมจัดงาน - [ซอฟต์แวร์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ทรงพลังที่สุด [PR]](https://www.manutalkthai.com/sap-comments-on-saas-pr/) - ปัญญาประดิษฐ์ (AI) คือการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดนับตั้งแต่ยุคอินเทอร์เน็ต และเป็นแรงเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดที่เกิดขึ้นกับซอฟต์แวร์ระดับองค์กร ไม่ใช่เพราะ AI คุกคามซอฟต์แวร์ แต่เพราะ AI ต้องพึ่งพาซอฟต์แวร์ ความก้าวหน้าในด้านการให้เหตุผล การสร้างโค้ด และเอเจนต์อัตโนมัติเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง และสิ่งเหล่านี้จะเข้ามาพลิกโฉมทุกอุตสาหกรรม (Christian Klein ประธานกรรมการบริหาร บริษัท SAP) การเทขายหุ้นกลุ่ม SaaS เมื่อไม่นานมานี้สะท้อนถึงการตีความความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ผิดไปจากความเป็นจริง แต่มันกลับเผยให้เห็นว่าทำไมซอฟต์แวร์ระดับองค์กรถึงมีความสำคัญมากกว่าที่เคยเป็นมา โดย คริสเตียน ไคลน์ (Christian Klein) การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในตลาดอย่างประเทศไทย งานวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคไทยมากกว่า 80% เคยใช้งาน AI แล้ว และพนักงานราว 40% ได้นำ AI มาใช้ในที่ทำงาน แต่มีเพียงส่วนน้อยขององค์กรเท่านั้นที่สามารถนำ AI ไปใช้ในระดับองค์กรได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งสะท้อนช่องว่างชัดเจนระหว่างการทดลองใช้กับการสร้างมูลค่าในระดับองค์กร (ที่มา: รายงาน การประเมินความพร้อมด้าน AI ของประเทศไทยปี 2025 รายงาน SCBX Consumer AI Adoption 2026 - [10 สุดยอด "ระบบจัดการคลังสินค้า" (WMS) ระดับโลก](https://www.manutalkthai.com/top-10-wms-by-supply-chain-digital/) - ในยุคที่ความต้องการด้านโลจิสติกส์พุ่งสูงขึ้นทุกวัน และห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ต้องเผชิญกับความท้าทายอยู่ตลอดเวลา ระบบจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management System หรือ WMS) ไม่ใช่แค่ "ทางเลือก" หรือซอฟต์แวร์ธรรมดาอีกต่อไป แต่คือ "สมองกล" ที่ช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดและทำกำไรได้ ล่าสุด นิตยสาร Supply Chain Digital ได้ทำการจัดอันดับ 10 สุดยอดระบบ WMS ชั้นนำของโลก ที่เข้ามาช่วยอุดรอยรั่วในคลังสินค้า ตั้งแต่การลดข้อผิดพลาด ป้องกันปัญหาของขาดหรือล้นสต๊อก ไปจนถึงการเปลี่ยนงานหยิบและแพ็กสินค้าให้เป็นระบบอัตโนมัติ 10 อันดับ WMS ยอดเยี่ยมระดับโลก นี่คือรายชื่อแพลตฟอร์มที่กำลังขับเคลื่อนคลังสินค้าชั้นนำทั่วโลกในขณะนี้: Manhattan Associates Active WMS Blue Yonder Oracle Fusion Cloud Warehouse Management Infor CloudSuite WMS Infios Tecsys Softeon Generix WMS - [บิ๊กดีลวงการเทคฯ! Lattice ทุ่ม 1.6 พันดอลลาร์สหรัฐฯ ฮุบกิจการ AMI ปูพรมรุกเบื้องหลังตลาด AI และ Cloud](https://www.manutalkthai.com/lattice-acquires-ami-paving-the-way-for-a-strategic-move-into-the-ai-and-cloud-market/) - เมื่อ "ฮาร์ดแวร์" ต้องการ "ซอฟต์แวร์" มาเติมเต็มให้สมบูรณ์แบบ วงการโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีจึงต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เมื่อ Lattice Semiconductor ผู้ผลิตชิปประหยัดพลังงานชื่อดัง ประกาศทุ่มเม็ดเงินกว่า 1.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเข้าซื้อกิจการ AMI บริษัทซอฟต์แวร์ผู้เชี่ยวชาญด้านเฟิร์มแวร์ระดับโลก จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ เมื่อ "ชิป" ผนึกกำลังกับ "เฟิร์มแวร์" ที่ผ่านมา Lattice มีความโดดเด่นอย่างมากในตลาดชิปประมวลผลที่โปรแกรมได้และประหยัดพลังงาน (Low-power FPGAs) แต่การดึงเอา AMI ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญผู้อยู่เบื้องหลังการจัดการระบบคลาวด์และ AI มาร่วมชายคา จะทำให้ Lattice ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ จากแค่ผู้ผลิตชิ้นส่วน กลายเป็นผู้ให้บริการ "แพลตฟอร์มแบบครบวงจร" ที่ผสมผสานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบควบคุมความปลอดภัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ทำไมดีลนี้ถึงน่าจับตาในภาคอุตสาหกรรม? ในยุคที่ Data Center และโครงสร้างพื้นฐานของ AI ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ความซับซ้อนของระบบก็ทวีคูณตามไปด้วย สิ่งที่องค์กรต้องการจึงไม่ใช่แค่ชิปที่ทำงานได้ดี แต่คือ "ระบบที่ควบคุมและจัดการได้อย่างปลอดภัย" การรวมพลังครั้งนี้จะเข้ามาตอบโจทย์: เพิ่มอิสระในการออกแบบ: ให้กับลูกค้าในกลุ่มโทรคมนาคม - [ISO 27001 vs BSI IT Baseline: ทางแยกหรือทางรอด? สู่สูตรผสมผสานเพื่อเจาะตลาดอุตสาหกรรมความมั่นคง](https://www.manutalkthai.com/iso-27001-vs-bsi-it-baseline/) - ในยุคที่ข้อมูลคือหัวใจสำคัญ หากอุตสาหกรรมของคุณต้องการก้าวเข้าสู่ "ซัพพลายเชนด้านความมั่นคงและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ" หรือ Critical Infrastructure แค่มีระบบรักษาความปลอดภัยบนหน้ากระดาษ... ไม่พออีกต่อไป! คุณต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าระบบนั้น "ใช้งานได้จริง" คำถามคือ ท่ามกลางกรอบการทำงานมากมาย เราควรเลือกเดินเส้นทางไหน ระหว่างมาตรฐานสากลอย่าง ISO 27001 หรือคู่มือสุดเป๊ะจากเยอรมนีอย่าง BSI IT Baseline Protection? 1. ISO 27001: พาสปอร์ตสู่เวทีระดับโลก จุดเด่น: นี่คือมาตรฐานการจัดการความปลอดภัยของข้อมูล (ISMS) ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก เปรียบเสมือนบัตรผ่าน VIP ที่ช่วยเปิดประตูสู่ซัพพลายเชนระดับสากล ข้อควรระวัง: ISO "บอกเป้าหมาย แต่ไม่บอกวิธีทำ" ระบบนี้ต้องการให้คุณหาความเสี่ยงและหาวิธีแก้เอาเอง ซึ่งความยืดหยุ่นนี้เป็นเรื่องดีสำหรับองค์กรใหญ่ แต่สำหรับธุรกิจ SME หรือบริษัทที่มีทรัพยากรจำกัด อิสระนี้อาจกลายเป็นความสับสนเพราะขาดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน 2. BSI IT Baseline Protection: คู่มือฉบับเยอรมันที่เป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว จุดเด่น: สำนักงานความปลอดภัยข้อมูลแห่งชาติของเยอรมนี (BSI) สร้างระบบนี้มาเพื่อคนชอบ "How-to" โดยเฉพาะ! เพราะเปลี่ยนเป้าหมายนามธรรมให้กลายเป็นแคตตาล็อกข้อกำหนดแบบแยกส่วน - [รู้จัก 'Digital Product Passport' กฎเหล็กใหม่แห่งยุคความยั่งยืนที่ภาคอุตสาหกรรมต้องตื่นตัว](https://www.manutalkthai.com/digital-product-passport/) - "ความโปร่งใส" กำลังกลายเป็นสกุลเงินใหม่ที่ใช้ซื้อความน่าเชื่อถือในโลกอุตสาหกรรมยุคปัจจุบัน... ลองจินตนาการดูว่า หากสินค้าทุกชิ้นมี "บัตรประชาชนดิจิทัล" หรือที่เรียกว่า Digital Product Passport (DPP) ที่คอยเก็บข้อมูลสำคัญตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงวิธีกำจัดเมื่อหมดอายุการใช้งาน ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยยกระดับซัพพลายเชนได้มหาศาลขนาดไหน? เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เทรนด์โลกอนาคต แต่คือสิ่งที่บริษัทชั้นนำเริ่มนำมาใช้จริงแล้ว เพื่อสร้างความโปร่งใสและขับเคลื่อนความยั่งยืน ทำไมอุตสาหกรรมไทยต้องรีบขยับ? หากคุณเป็นผู้ผลิตหรือผู้ส่งออก กฎระเบียบของโลกกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะมาตรการจากสหภาพยุโรป (EU) อย่าง ESPR (Ecodesign for Sustainable Products Regulation) ที่เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024 ซึ่งบีบให้ข้อมูลใน DPP ของสินค้าต้องถูกต้อง ครบถ้วน และอัปเดตอยู่เสมอ นอกจากนี้ ยังมี กฎหมายความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Resilience Act - CRA) ที่บังคับให้สินค้าดิจิทัลที่ขายใน EU ต้องได้มาตรฐานความปลอดภัยภายในเดือนธันวาคม 2027 ซึ่งตัว DPP นี่แหละที่จะเข้ามาเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการเก็บประวัติและข้อมูลความปลอดภัยของสินค้า เพื่อให้ตอบโจทย์กฎหมาย CRA ไปพร้อม - [จากเครื่องยนต์เจ็ตสู่ขุมพลัง Data Center และทางรอดวิกฤตพลังงานยุค AI](https://www.manutalkthai.com/jet-engine-ai-data-center/) - อุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังเผชิญวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่จากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่พุ่งสูงขึ้น เพื่อแก้ปัญหานี้ ภาคธุรกิจจึงหันมาพึ่งพา เครื่องยนต์เจ็ต ที่ใช้ในเครื่องบิน โดยนำมาดัดแปลงเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบกังหันก๊าซ หรือ Aeroderivative Turbines เพื่อป้อนกระแสไฟฟ้าให้กับ Data Center โดยตรง เพื่ออุดช่องโหว่ของซัพพลายเชนพลังงานโลกที่กำลังตึงตัว แม้ผู้ผลิตอุปกรณ์พลังงานยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง GE Vernova, Siemens Energy และ Mitsubishi Heavy Industries จะครองส่วนแบ่งตลาดกังหันก๊าซถึง 80% แต่ยอดสั่งซื้อที่ล้นหลามทำให้ลูกค้าต้องรอสินค้านานหลายปี สวนทางกับเม็ดเงินลงทุนด้าน AI ของกลุ่มบิ๊กเทคที่คาดว่าจะทะลุ 7 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2026 ดังนั้นการนำเครื่องยนต์อากาศยานมาดัดแปลงจึงเป็นทางออกที่คล่องตัวกว่า โดย FTAI Aviation บริษัทด้านอากาศยาน ระบุว่ากระบวนการดัดแปลงเครื่องยนต์รุ่น CFM56 ซึ่งใช้งานในเครื่องบิน Boeing 737 ให้กลายเป็นกังหันก๊าซ โดยใช้เวลาเพียง 30-45 วันเท่านั้น ตอบสนองความต้องการของ Data Center ได้อย่างรวดเร็ว การดัดแปลงเครื่องยนต์เจ็ตสู่เพื่อมาใช้งานบนพื้นดิน อาศัยการปรับเปลี่ยนทางวิศวกรรมหลักสองส่วน คือการเปลี่ยนหัวฉีดเชื้อเพลิงให้รองรับก๊าซธรรมชาติแทนน้ำมันเจ็ต - [[บทความสรุปเซสชัน] เร่งกระบวนการผลิต: จัดการเอกสารอัจฉริยะด้วย Agentic AI จาก UiPath](https://www.manutalkthai.com/accelerate-production-processes-and-unlock-document-related-bottlenecks-with-agentic-ai-from-uipath/) - โดย คุณสันทัด เจิดจรรยาพงศ์ Director จาก Automat Consulting จากเวทีสัมมนาออนไลน์แห่งปี MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends เมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 บทความนี้เรียบเรียงโดยทีมงาน ManuTalkThai เพื่อเก็บตกรายละเอียดแบบเจาะลึก ในเซสชันหัวข้อ "เร่งกระบวนการผลิต: จัดการเอกสารอัจฉริยะด้วย Agentic AI จาก UiPath" นำเสนอโดย คุณสันทัด เจิดจรรยาพงศ์ Director จาก Automat Consulting ได้พาไปสำรวจปัญหาที่ฉุดรั้งการเติบโตของโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมแกะกล่องเทคโนโลยีล่าสุดที่เข้ามาปฏิวัติการทำงานอย่างสิ้นเชิง ปัญหาโลกแตกในโรงงาน เมื่อ "กระดาษ" กลายเป็นกำแพงกั้นความเร็ว ในขณะที่เครื่องจักรในสายการผลิตทำงานด้วยความเร็วสูงและแม่นยำ แต่กระบวนการหลังบ้าน (Back-office) และการจัดการซัพพลายเชนกลับต้องสะดุดลงเพราะ "การจัดการเอกสารด้วยมนุษย์ (Manual Document Processing)" คุณสันทัดได้ชี้ให้เห็นถึงความเจ็บปวด - [Infortrend เปิดตัว "KS 3000U" เซิร์ฟเวอร์ Edge AI ทลายข้อจำกัดคลาวด์ ตอบโจทย์การผลิตและค้าปลีกยุคใหม่](https://www.manutalkthai.com/infortrend-launches-ks-3000u-an-edge-ai-server-that-breaks-through-cloud-limitations/) - ปัจจุบัน ทุกอุตสาหกรรมมุ่งหน้าสู่ AI การพึ่งพาระบบคลาวด์เพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป ทั้งในแง่ของความหน่วง (Latency) ต้นทุนการส่งข้อมูลที่สูงลิ่ว และความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลจาก IDC ระบุว่าภายในปี 2030 งานประมวลผล AI กว่า 50% ขององค์กรจะถูกดึงกลับมาทำที่หน้างาน (Edge) ล่าสุด Infortrend จึงเดินเกมรุก เปิดตัวแพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์ Edge AI รุ่น "KS 3000U" ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้โดยเฉพาะ ระบบเบ็ดเสร็จ ติดตั้งง่าย แม้ไม่มีทีมไอทีประจำไซต์ สำหรับองค์กรขนาดกลางหรือธุรกิจที่มีสาขากระจายตัว การวางระบบเซิร์ฟเวอร์มักเป็นเรื่องปวดหัว แต่ KS 3000U ถูกออกแบบมาในรูปแบบ Turnkey ที่รวมทั้งระบบประมวลผล พื้นที่จัดเก็บข้อมูล ระบบปฏิบัติการ และหน้าจอจัดการแอปพลิเคชันเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้การทำงานง่ายและคล่องตัวขึ้นมาก: พร้อมใช้ใน 30 นาที: สามารถติดตั้งและนำแอปพลิเคชัน AI ขึ้นระบบได้ทันที มาพร้อมระบบคลัสเตอร์ 2 โหนดที่สลับการทำงานอัตโนมัติหากเครื่องใดเครื่องหนึ่งมีปัญหา ช่วยให้ระบบเดินหน้าต่อได้ไม่มีสะดุด ประมวลผลเรียลไทม์ขั้นสุด: อัดแน่นด้วยขุมพลังซีพียู - [ปั้นองค์กรให้พร้อมรับยุค AI เมื่อการเปลี่ยนผ่านของโลกการทำงาน ท้าทายความพร้อมขององค์กร [PR]](https://www.manutalkthai.com/fedex-ai-x-labour-day-pr/) - ในช่วงวันแรงงาน ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงมักวนอยู่กับคำถามเรื่องการสร้างงานและค่าจ้างที่เป็นธรรม แต่ในบริบทของปีนี้ คำถามเหล่านั้นอาจยังไม่ครอบคลุม เมื่อ AI (Artificial Intelligence) เข้ามามีบทบาทมากขึ้น จนทำให้รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง อ้างอิงจากผลการศึกษาล่าสุดของ PwC พบว่าคนทำงานชาวไทยกว่า 72% มีการนำ AI มาใช้ในการทำงานช่วงปีที่ผ่านมาซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่อยู่ที่ 54% อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม หลายองค์กรยังไม่มีการปรับรูปแบบการทำงานให้รองรับการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยข้อมูลจาก Boston Consulting Group ระบุว่า มีเพียง 57% ของคนทำงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เห็นว่าองค์กรของตนกำลังปรับการทำงานให้สอดรับกับการนำ AI มาใช้ นั่นหมายความว่าองค์กรอีกเกือบครึ่งหนึ่งยังตามการเปลี่ยนแปลงไม่ทัน ในขณะที่คนทำงานได้เริ่มปรับวิธีการทำงานไปเรียบร้อยแล้ว ธุรกิจไทยกำลังเจออะไร เมื่อทักษะคนทำงานตาม AI ไม่ทัน ในประเทศไทย การใช้ AI ในการทำงานกำลังเกิดขึ้นเร็วกว่าการพัฒนาทักษะของบุคลากร โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและกลาง (SMEs) ที่มักบริหารงานด้วยทีมขนาดเล็กและเน้นการเรียนรู้จากการทำงานจริงเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันพนักงานจำนวนมากสามารถหยิบเครื่องมือ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานได้ทันที แต่อย่างไรก็ตาม การพัฒนาทักษะอย่างเป็นระบบ (Formal Upskilling) กลับยังก้าวตามไม่ทัน ส่งผลให้การใช้ AI เน้นไปที่การช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้นในระยะสั้น - [Aeva ผนึกกำลัง Nikon ส่งเซ็นเซอร์สุดล้ำขับเคลื่อน "เลเซอร์เรดาร์" ตรวจสอบชิ้นงานระดับไมครอน](https://www.manutalkthai.com/aeva-teams-up-with-nikon-to-deliver-a-cutting-edge-sensor-powering-laser-radar/) - ในแวดวงการผลิตที่ต้องการความแม่นยำขั้นสุด Inspection หรือการตรวจสอบชิ้นงาน ถือเป็นหัวใจสำคัญ ล่าสุด Aeva และ Nikon Metrology ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ โดยนำเซ็นเซอร์ความแม่นยำสูงรุ่น "Eve" ของ Aeva ไปเป็นขุมพลังขับเคลื่อนระบบ APDIS MV5X Laser Radar รุ่นใหม่ล่าสุดของ Nikon ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มนำไปใช้งานจริงเชิงพาณิชย์แล้ว ภายใต้สัญญาระยะยาวเพื่อเจาะตลาดงานมาตรวิทยา (Metrology) และการตรวจสอบด้วยหุ่นยนต์อัตโนมัติ ยกระดับการวัดแบบไร้การสัมผัส (Non-contact Measurement) ระบบ APDIS MV5X ถือเป็นเครื่องมือวัดพิกัดเจเนอเรชันใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่ออุตสาหกรรมยานยนต์ การบินและอวกาศ รวมถึงอุตสาหกรรมพลังงานโดยเฉพาะ การผสานรวมเซ็นเซอร์ของ Aeva เข้าไป ทำให้ระบบนี้มีจุดเด่นที่น่าสนใจ ได้แก่: แม่นยำและรวดเร็วขึ้น: เพิ่มความแม่นยำในการวัดและเก็บข้อมูลชิ้นงานได้เร็วกว่าเดิม ขนาดกะทัดรัด: สถาปัตยกรรมของระบบถูกออกแบบให้เล็กลง ช่วยให้ติดตั้งและใช้งานได้ยืดหยุ่น รองรับการผลิตสเกลใหญ่: ช่วยให้โรงงานสามารถตรวจสอบชิ้นงานจำนวนมาก (High-throughput) ได้อย่างมีประสิทธิภาพและราบรื่น ความเก่งกาจของเซ็นเซอร์ "Eve" จาก Aeva มาจากรากฐานเทคโนโลยี FMCW (Frequency - [Cognex เปิดตัว "In-Sight 6900" ขุมพลัง AI จาก NVIDIA พลิกโฉมความยืดหยุ่นระบบ Vision ในสายการผลิต](https://www.manutalkthai.com/cognex-unveils-in-sight-6900-nvidias-ai-powerhouse/) - Cognex ได้ประกาศเปิดตัว In-Sight 6900 Vision Controller โซลูชันใหม่ที่ทลายข้อจำกัดเดิม ๆ โดยมอบ "อิสระ" ให้ผู้ผลิตสามารถปรับแต่งและเลือกประกอบกล้อง เลนส์ และระบบแสงสว่างให้เข้ากับโจทย์ของแต่ละโรงงานได้อย่างแม่นยำ พร้อมอัดฉีดความฉลาดด้วยขุมพลัง AI ประมวลผลขั้นสูงที่หน้างาน (Edge Computing) โดยไม่ต้องพึ่งพาคอมพิวเตอร์ภายนอกให้วุ่นวาย In-Sight 6900 มาพร้อมกับเครื่องมือ AI ที่ล้ำหน้าที่สุดเท่าที่ Cognex เคยมีมา ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับงานตรวจสอบที่ยากลำบาก ไม่ว่าชิ้นงานจะปรับเปลี่ยนขนาด มีตำหนิที่ไม่แน่นอน หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมการผลิตที่คาดเดาไม่ได้ โดยมีจุดเด่นสำคัญ ดังนี้: ปรับเปลี่ยนได้ดั่งใจ (Modular Vision Architecture): รองรับการสลับสับเปลี่ยนกล้อง เลนส์ และไฟอุตสาหกรรมได้อย่างอิสระ รวมถึงรองรับพอร์ตโฟลิโออุปกรณ์ LOCA ของ Cognex อย่างเต็มรูปแบบ สอน AI ไว ใช้ภาพนิดเดียว (Few Sample Classification): ด้วยโมเดล AI แบบ Transformer - [ญี่ปุ่นส่งโดรนกระดาษลังลงสมรภูมิรบ สะท้อนจุดเปลี่ยนสายการผลิตอากาศยานยุคใหม่ด้วยต้นทุนต่ำ](https://www.manutalkthai.com/japan-cardboard-drone/) - กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น ประกาศนำโดรนกระดาษลังแบบใช้แล้วทิ้งที่พัฒนาโดย AirKamuy บริษัทสตาร์ตอัปจากญี่ปุ่น เข้ามาใช้งานในกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเล ส่งสัญญาณถึงอุตสาหกรรมการผลิตและวิศวกรรมทั่วโลกที่ต้องหันมาทบทวนกระบวนการออกแบบและโครงสร้างซัพพลายเชน เพราะโดรนรุ่น AirKamuy 150 นั้นใช้กระดาษลูกฟูกเคลือบสารกันน้ำเป็นโครงสร้างหลัก แทนที่จะใช้วัสดุพลาสติก หรือโลหะน้ำหนักเบาเหมือนในอดีต หัวใจสำคัญของโปรเจกต์นี้คือการลดต้นทุนระดับสุดโต่ง โดย AirKamuy 150 มีต้นทุนต่อลำเพียง 2,000 - 2,500 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ซึ่งถูกกว่าโดรนพลีชีพ Shahed ของอิหร่านที่ใช้ในสงครามยูเครนที่มีราคา 20,000 - 50,000 ดอลลาร์ ถึงสิบเท่า และการกดต้นทุนลงมาได้มากนั้นเกิดขึ้นจากการยกเลิกการพึ่งพาโรงงานประกอบชิ้นส่วนอากาศยานเฉพาะทาง เป็นการใช้กระดาษลังทั่วไปแทน ซึ่งส่งผลดีต่อโครงสร้างการผลิตดังนี้ การขยายกำลังการผลิต: รองรับการผลิตแบบ Mass Production ได้อย่างรวดเร็วโดยใช้เครื่องจักรที่มีอยู่แล้วในโรงงานอุตสาหกรรมพื้นฐาน โลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ: ชิ้นส่วนถูกออกแบบมาในลักษณะ Prefab และแพ็กส่งแบบแบนราบ ทำให้สามารถบรรจุโดรนได้ถึง 500 ลำต่อ 1 ตู้คอนเทนเนอร์มาตรฐาน ความรวดเร็วในการเตรียมความพร้อม: สามารถประกอบชิ้นส่วนทั้งหมดหน้างานให้พร้อมใช้งานได้ภายใน 5-10 นาที ในด้านการทำงาน AirKamuy 150 ขับเคลื่อนด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้า มีรัศมีปฏิบัติการ - [Kao และ Ajinomoto รุกตลาดวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ รับดีมานด์ชิป AI โตกระโดด](https://www.manutalkthai.com/ajinomoto-kao-semiconductor/) - ความต้องการชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูงที่พุ่งทะยานตามกระแส Generative AI ไม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมแค่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโดยตรง แต่ยังดึงดูดผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอย่าง Kao และ Ajinomoto ให้ตบเท้าเข้าสู่สมรภูมิการผลิตวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ ด้วยการนำความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจากอุตสาหกรรมเดิมมาต่อยอดสู่ธุรกิจ B2B เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ ปัจจุบันกระบวนการผลิตชิปมีความซับซ้อนและมีขนาดเล็กลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นกระบวนการทำความสะอาดจึงทวีความสำคัญ โดยคิดเป็นสัดส่วนถึง 30-40% ของสายการผลิตทั้งหมด เนื่องจากการปนเปื้อนของอนุภาคเพียงเล็กน้อยสามารถส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของแผงวงจรได้ทันที Kao จึงเปิดศูนย์ทำความสะอาดแห่งแรกในต่างประเทศที่ไต้หวันซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับ TSMC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก ศูนย์ดังกล่าวมีหน้าที่พัฒนาโซลูชันและทดสอบสารทำความสะอาดแบบสั่งทำพิเศษ Kao ชูจุดแข็งด้านเทคโนโลยีขจัดคราบสกปรกบนผิวหนังและเส้นผม มาประยุกต์ใช้เป็นสารทำความสะอาดระดับโมเลกุลสำหรับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ทำลายพื้นผิววัสดุ กลยุทธ์นี้ส่งผลให้ยอดขายกลุ่มสารทำความสะอาดเซมิคอนดักเตอร์ของ Kao เติบโตพุ่งสูงถึง 40% ด้าน Ajinomoto ได้นำผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตผงชูรสมาพัฒนาเป็น Ajinomoto Build-up Film หรือ ABF วัสดุฉนวนแบบฟิล์มรายแรกของโลกตั้งแต่ปี 1999 ซึ่งใช้หุ้มสายไฟในแผงวงจร และกลายเป็นส่วนประกอบสำคัญในเครื่องคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ดาต้าเซ็นเตอร์ และชิป AI ในปัจจุบัน โดยปัจจุบัน ABF ครองส่วนแบ่งตลาดโลกมากกว่า 95% และคิดเป็น 1 ใน 4 - [Fluke Networks Seminar: เตรียมความพร้อม Enterprise Network สู่ยุค Wi-Fi 7 เจาะลึกกลยุทธ์การทดสอบ Network แบบ End-to-End |19 พฤษภาคม 2026 ณ โรงแรม Picnic Hotel Bangkok|](https://www.manutalkthai.com/fluke-networks-seminar-19-may-2026/) - Fluke Networks ขอเรียนเชิญผู้บริหารด้าน IT, วิศวกรเครือข่าย และทีมผู้ปฏิบัติงานด้าน Infrastructure เข้าร่วมงานสัมมนาพิเศษในหัวข้อ "From Installation to Troubleshooting: Ensuring End-to-End Network Performance in Enterprise Networks" เพื่อเตรียมความพร้อมของโครงข่ายให้รองรับยุค Next-Generation Connectivity ในวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2026 เวลา 08:30 น. เป็นต้นไป ณ โรงแรม Picnic Hotel Bangkok รายละเอียดการบรรยาย หัวข้อ: From Installation to Troubleshooting: Ensuring End-to-End Network Performance in Enterprise Networksผู้บรรยาย: Lexing Wen, Regional Product Manager จาก Fluke - [[บทสัมภาษณ์พิเศษ]: ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยก้าวไกลระดับโลก ถอดรหัส “การแยกสารเพื่อสุขอนามัย” จากมุมมองผู้บริหารระดับสูง Flottweg](https://www.manutalkthai.com/interview-flottweg-hygienic-separation-of-substances-is-elevating-the-thai-food-industry/) - ในยุคที่โลกเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ อุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคทองแห่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตัวเลขคาดการณ์มูลค่าการส่งออกในปี 2568 ที่พุ่งทะยานสร้างสถิติสูงสุดถึง 339.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมอัตราการเติบโตกว่า 12.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ถือเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนถึงศักยภาพของกลุ่มสินค้าอาหารและเกษตรอุตสาหกรรมไทยที่ยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทว่า ภายใต้แสงสว่างของตัวเลขที่สวยงามนี้ หากมองลึกลงไปในสายการผลิตระดับโรงงาน ผู้ประกอบการไทยกำลังเผชิญกับบททดสอบที่หนักหน่วงที่สุดในรอบทศวรรษ เพราะความท้าทายในโลกธุรกิจยุคใหม่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การหาตลาดใหม่หรือการตอบสนอง “ความต้องการ (Demand)” ที่หลั่งไหลเข้ามาเท่านั้น แต่คือคำถามที่ว่า “เราจะรักษามาตรฐาน เพิ่มประสิทธิภาพ และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุด ในสเกลการผลิตที่ขยายตัวอย่างมหาศาลได้อย่างไร?” เพื่อไขคำตอบและค้นหาทางออกให้กับอุตสาหกรรมอาหารไทย ManuTalkThai ได้รับเกียรติอย่างสูงจากผู้บริหารระดับสูง 2 ท่านจาก Flottweg ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการแยกสาร (Separation Technology) จากประเทศเยอรมนี ได้แก่ คุณสเวน เบอดัว (Sven Budo) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดระดับโลก และ คุณกมล พรชัยชนะกิจ กรรมการผู้จัดการ Flottweg ประเทศไทย ที่มาร่วมเปิดมุมมองแบบเจาะลึก วิเคราะห์ปัญหา และนำเสนอวิสัยทัศน์ผ่านแนวคิด "การแยกสารเพื่อสุขอนามัย (Hygienic Separation)" ซึ่งถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะพลิกโฉมการผลิตของไทยให้พร้อมท้าชนในเวทีโลก ปฐมบทแห่งความท้าทาย: เมื่อ - [ปักหมุดนครสวรรค์! NatureWorks เดินเครื่องโรงงานพลาสติกชีวภาพ "Ingeo" ครบวงจร ดันไทยผงาดฮับวัสดุรักษ์โลก](https://www.manutalkthai.com/natureworks-nakhon-sawan-biocomplex-ingeo/) - ท่ามกลางกระแสรักษ์โลกที่ผลักดันให้อุตสาหกรรมทั่วโลกต้องเร่งพลิกโฉมซัพพลายเชน ล่าสุด NatureWorks ผู้นำระดับโลกด้านการผลิตพลาสติกชีวภาพ PLA (Polylactic acid) ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ประกาศเปิดตัวโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพ Ingeo อย่างเป็นทางการ ณ นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ (Nakhon Sawan BioComplex) ประเทศไทย การเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ NatureWorks กลายเป็นผู้ผลิต PLA รายแรกของโลกที่มีฐานการผลิตถึง 2 แห่ง เพื่อเร่งตอบสนองความต้องการวัสดุคาร์บอนต่ำที่กำลังพุ่งสูงขึ้นในตลาดโลก โมเดลครบวงจร "จากไร่อ้อยไทย สู่เม็ดพลาสติกระดับโลก" ความพิเศษที่น่าจับตามองของโรงงานแห่งนี้ คือสถาปัตยกรรมการผลิตแบบเบ็ดเสร็จในที่เดียว (Fully Integrated Complex) โดยมีกำลังการผลิตมหาศาลถึง 75,000 ตันต่อปี ครอบคลุมกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ: ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น: รับซื้ออ้อยจากเกษตรกรไทยเพื่อนำมาสกัดเป็นกรดแลคติก (Lactic acid) แปรรูปขั้นสูง: นำกรดแลคติกมาผลิตเป็นแลคไทด์โมโนเมอร์ (Lactide monomer) ขึ้นรูปผลิตภัณฑ์: ผลิตออกมาเป็นเม็ดพลาสติกชีวภาพ Ingeo หลากหลายเกรดพร้อมใช้งาน กระบวนการทั้งหมดถูกออกแบบมาให้ปล่อยคาร์บอนต่ำมาก โดยมีเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon-neutral) ไปจนถึงระดับ Net-negative ตามการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ - [เสียวหมี่เปิดเผยรายงาน ESG ฉบับล่าสุด ตอกย้ำความก้าวหน้าด้านความยั่งยืนและนวัตกรรมเทคโนโลยี [PR]](https://www.manutalkthai.com/xiaomi-esg-report-pr/) - บริษัท เสียวหมี่ คอร์ปอเรชัน (“Xiaomi” หรือ “กลุ่มบริษัท”) เปิดเผยรายงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (ESG) ประจำปี 2568 ซึ่งนับเป็นรายงานฉบับที่ 8 ของบริษัท ที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ด้วยกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีหลักอันแข็งแกร่ง เสียวหมี่เดินหน้าผสานหลักการ ESG เข้ากับการดำเนินงานประจำวันของระบบนิเวศอัจฉริยะ “Human × Car × Home” อย่างต่อเนื่อง รายงานฉบับดังกล่าวยังนำเสนอความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีล้ำสมัยของเสียวหมี่ การกำกับดูแลกิจการอย่างโปร่งใส ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว ตลอดจนคำมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์สีเขียวที่พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน เทคโนโลยีล้ำสมัยและการกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือ เสียวหมี่ยังคงมุ่งมั่นลงทุนในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและกลยุทธ์การยกระดับสู่ตลาดพรีเมียมของกลุ่มบริษัท โดยในปี 2568 บริษัทมีค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ตลอดทั้งปีรวม 33.1 พันล้านหยวน และมีบุคลากรด้าน R&D จำนวน 25,457 คน คิดเป็น 45% ของพนักงานทั้งหมด เสียวหมี่ได้สร้างขีดความสามารถด้าน AI ในรูปแบบ “โมเดลพื้นฐาน + - [บีโอไอ อวดยอดขอส่งเสริมการลงทุนไตรมาสแรกปี 2569 ทะลุ 1 ล้านล้านบาท ดิจิทัล-อิเล็กทรอนิกส์นำทัพ ดันภาคการผลิตไทยสู่ยุค AI](https://www.manutalkthai.com/boi-investment-support-q1-2026/) - บีโอไอ เผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนไตรมาสแรกปี 2569 พุ่งทะลุ 1 ล้านล้านบาท เติบโต 2.4 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน กลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ และพลังงานสะอาดครองสัดส่วนสูงสุด สอดรับทิศทางโลกที่มุ่งสู่ AI และ ESG ตอกย้ำศักยภาพไทยในการเป็นฐานการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงและศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลมีมูลค่าสูงถึง 873,741 ล้านบาท รวมทั้งหมด 48 โครงการ นำโดยกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์เซอร์วิสจากสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร ชี้ให้เห็นถึงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการประมวลผล AI กำลังขยายตัวอย่างก้าวกระโดด รองลงมาคืออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า มูลค่า 40,456 ล้านบาท รวม 80 โครงการ ทั้งหมดนี้มุ่งเน้นการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หรือ PCB เซิร์ฟเวอร์สำหรับ AI Data Center และอุปกรณ์ Optical Transceiver สะท้อนการขยายฐานการผลิตเพื่อรองรับความต้องการชิ้นส่วนระดับโลกยุคใหม่ อีกทั้งอุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภคพื้นฐานตามมาเป็นอันดับสาม ด้วยมูลค่า 17,103 ล้านบาท มุ่งเน้นพลังงานแสงอาทิตย์และลม สนับสนุนเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของประเทศ ขณะเดียวกันบีโอไอได้ปรับปรุงเงื่อนไขการส่งเสริมดาต้าเซ็นเตอร์ให้เข้มงวดและตอบโจทย์ ESG - [ไม่ใช่แค่ทฤษฎี! SAP โชว์ของจริง ดึง AI ขับเคลื่อนสายการผลิต "น้ำขิงสกัดช็อต" สู่มือลูกค้าในงาน Hannover Messe 2026](https://www.manutalkthai.com/sap-ai-ginger-shot-hannover-messe-2026/) - บูธของ SAP ในงานแสดงเทคโนโลยีอุตสาหกรรมระดับโลกอย่าง Hannover Messe สิ่งแรกที่เตะตาคงหนีไม่พ้น "น้ำขิงสกัดช็อต" (Ginger Shot) บรรจุกล่องสีฟ้าสดใส แต่ความน่าสนใจไม่ได้อยู่ที่รสชาติของน้ำขิง หากแต่เป็นเบื้องหลังสายการผลิตที่ SAP นำมาจัดแสดงให้เห็นว่า การนำ AI มาใช้ในภาคอุตสาหกรรมไม่ใช่แค่ความทะเยอทะยานอีกต่อไป แต่สามารถทำได้จริงแบบ End-to-End ภายในงาน Christian Klein ซีอีโอของ SAP ได้ร่วมขึ้นเวทีกับ Friedrich Merz นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และผู้นำอุตสาหกรรม เพื่อตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการผลักดัน AI สู่การปฏิบัติจริง ซึ่งผู้ที่มาเยือนบูธของ SAP จะได้สัมผัสประสบการณ์นั้นโดยตรงผ่านกระบวนการผลิตน้ำขิงช็อตตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ การจัดการซัพพลายเชนยุคใหม่ไม่ได้อาศัยแค่มนุษย์อีกต่อไป SAP ได้โชว์ศักยภาพของ Agentic AI ที่สามารถรับรู้ วิเคราะห์ และตอบสนองต่อข้อมูลแบบเรียลไทม์ แม้กระทั่งประเมินความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกอย่างภัยธรรมชาติหรือความแออัดของท่าเรือ เพื่อปรับแผนโลจิสติกส์ได้ทันที ไฮไลต์ที่เรียกเสียงฮือฮาคือ การให้ผู้คุมงานที่เป็นมนุษย์ สั่งการหุ่นยนต์ 4 ขาจาก ANYbotics เพื่อตรวจสอบหน้างานระยะไกล ด้วยการใช้ "ภาษาพูดปกติ" ผ่านผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง - [DHL Supply Chain ยุบรวม 5 ระบบ ERP เป็นหนึ่งเดียวด้วย Oracle Cloud ชูเทคโนโลยี AI ขับเคลื่อนการเงิน](https://www.manutalkthai.com/dhl-supply-chain-consolidated-five-erp-systems-into-a-single-platform-using-oracle-cloud-leveraging-ai-technology/) - ในฐานะผู้นำด้านโลจิสติกส์ระดับโลกที่มีพนักงานกว่า 200,000 คน และบริหารพื้นที่คลังสินค้าถึง 17 ล้านตารางเมตรในกว่า 50 ประเทศ DHL Supply Chain มีวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นความเรียบง่ายและมีมาตรฐานเดียวกัน แต่ทว่าระบบหลังบ้านด้าน "การเงินและการบัญชี" กลับเป็นสิ่งที่สวนทางอย่างสิ้นเชิง ก่อนหน้านี้ ทีมการเงินของ DHL ต้องปวดหัวกับการจัดการระบบ ERP ที่แตกต่างกันถึง 5 ระบบ แถมยังมีแอปพลิเคชันส่วนเสริมอีกกว่า 30 ตัว ผลที่ตามมาคือ ฐานข้อมูลที่กระจัดกระจาย มาตรฐานบัญชีที่ไม่ตรงกัน และความล่าช้าอย่างหนักเมื่อต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจหรือรับมือกับกฎระเบียบใหม่ ๆ ผ่าตัดใหญ่ระบบการเงิน สู่มาตรฐานเดียวทั่วโลก เพื่อแก้ข้อจำกัดนี้ DHL Supply Chain จึงตัดสินใจครั้งใหญ่ด้วยการย้ายระบบเข้าสู่ Oracle Fusion Cloud ERP โดยมี Wipro เป็นพาร์ทเนอร์ผู้ช่วยบูรณาการระบบ เพื่อรวบรวมศูนย์ปฏิบัติการทางการเงินทั่วโลกให้อยู่บนแพลตฟอร์มและโมเดลข้อมูลเดียวกัน ผลลัพธ์จากการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้สร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกในหลายมิติ: หั่นความซ้ำซ้อน: สามารถลดการใช้งานแอปพลิเคชันทางการเงินที่ไม่จำเป็นลงได้ถึง 70% ประหยัดทั้งค่าไลเซนส์และค่าบำรุงรักษา ปลดล็อกศักยภาพด้วย AI: DHL จัดการใบแจ้งหนี้ - [ทลายกำแพง IT-OT: เมื่อ Omron ผนึกกำลัง Dassault Systèmes ปฏิวัติสายการผลิตด้วยเทคโนโลยี "Virtual Twin"](https://www.manutalkthai.com/when-omron-teams-up-with-dassault-systemes-to-push-forward-virtual-twin-technology/) - การผลิตยุคอุตสาหกรรม 4.0 อุปสรรคชิ้นใหญ่ที่หลายโรงงานต้องเผชิญคือรอยต่อระหว่างระบบข้อมูลสารสนเทศ (IT) และเทคโนโลยีควบคุมเครื่องจักรหน้างาน (OT) ที่มักจะแยกส่วนกันทำงาน ล่าสุด สองยักษ์ใหญ่แห่งวงการอย่าง Omron ผู้นำด้านระบบเทคโนโลยีออโตเมชัน และ Dassault Systèmes เจ้าพ่อซอฟต์แวร์ 3D และวิศวกรรมระดับโลก ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อทลายเส้นแบ่งนี้ พร้อมพลิกโฉมสายการผลิตเดิม ๆ ให้ก้าวสู่ระบบที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์และ AI อย่างเต็มรูปแบบ หัวใจสำคัญของโปรเจกต์นี้ คือการจับเอาสุดยอดเทคโนโลยีของทั้งสองค่ายมาเชื่อมต่อกัน นั่นคือ แพลตฟอร์ม 3D Experience ของ Dassault Systèmes และแพลตฟอร์มควบคุมออโตเมชัน Sysmac ของ Omron ทำให้เกิดโซลูชัน Virtual Twin ที่ทรงพลังและครอบคลุมการทำงานแบบ End-to-End โดยมอบประโยชน์ให้กับภาคอุตสาหกรรมใน 2 มิติหลัก: จำลองให้ชัวร์ ก่อนลงมือสร้าง (Plan & Simulate): ผู้ผลิตสามารถออกแบบ ทดสอบ และยืนยันการทำงานของทั้งสายการผลิต พฤติกรรมการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์แขนกล และเส้นทางการไหลของวัสดุ (Material - [เปิดเบื้องหลังซัพพลายเชนแสนล้าน! Nestlé กางผลงานปี 2025 รุกหนัก "โลจิสติกส์ควบคุมอุณหภูมิ-อาหารสุขภาพ" ทะลุเป้าความยั่งยืน](https://www.manutalkthai.com/nestle-unveils-its-2025-performance-plan/) - การบริหารจัดการสินค้ากว่า 2,000 แบรนด์ ใน 187 ประเทศทั่วโลกไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ Nestlé พี่ใหญ่แห่งวงการอาหารและเครื่องดื่ม ได้พิสูจน์ให้เห็นในงานประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีครั้งที่ 159 ณ เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่าพวกเขาสามารถรับมือกับความต้องการที่ซับซ้อนของ Supply Chain ได้อย่างอยู่หมัด พร้อมกางผลงานปี 2025 ที่โดดเด่นทั้งในแง่การปรับปรุงระบบปฏิบัติการ นวัตกรรม และความยั่งยืน เจาะ 3 พอร์ตโฟลิโอหลัก กับความท้าทายด้านโลจิสติกส์ที่แตกต่าง ความหลากหลายของสินค้าทำให้ Nestlé ต้องออกแบบเครือข่ายการกระจายสินค้าที่ยืดหยุ่นและจำเพาะเจาะจงสูง โดยในปี 2025 สัดส่วนยอดขายหลักมาจาก 3 กลุ่มธุรกิจที่ต้องพึ่งพาระบบลอจิสติกส์ขั้นสูง ได้แก่: กลุ่มเครื่องดื่ม (28.1%): นำทัพโดย Nescafé, Nespresso และ Starbucks ไฮไลต์สำคัญคือการเร่งขยายตลาด "กาแฟสกัดเย็น (Cold Coffee)" ในภูมิภาคเอเชียที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งบีบให้ Nestlé ต้องลงทุนขนานใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานด้าน Cold Chain Logistics เพื่อคุมอุณหภูมิและรักษาคุณภาพสินค้าตั้งแต่โรงงานจนถึงมือผู้บริโภค - [Microchip เพิ่มกำลังการผลิตไฮโดรเจนเมเซอร์ [PR]](https://www.manutalkthai.com/microchip-increasing-hydrogen-maser-manufacturing-pr/) - ไฮโดรเจนเมเซอร์คือนาฬิกาอะตอมที่ใช้คุณสมบัติของอะตอมไฮโดรเจนเพื่อปล่อยคลื่นความถี่ไมโครเวฟที่แม่นยำ เพื่อการบอกเวลาที่เสถียรและมีความแม่นยำสูง ไฮโดรเจนเมเซอร์ถูกนำไปใช้งานทั่วโลกและมีส่วนช่วยอย่างมากในการบอกเวลาในระบบเวลาสากลเชิงพิกัด (UTC) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับเวลาในแต่ละวัน โดยช่วยซิงโครไนซ์การใช้งานที่สำคัญต่าง ๆ เช่น โครงข่ายไฟฟ้า เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ และการสื่อสารผ่านดาวเทียม ความต้องการไฮโดรเจนเมเซอร์กำลังเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากประเทศต่าง ๆ พึ่งพาระบบมาตรเวลาอิสระเพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานจากการหยุดชะงักและไฟฟ้าดับ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการเมเซอร์ไฮโดรเจนที่เพิ่มขึ้น Microchip Technology (Nasdaq: MCHP) ในวันนี้จึงประกาศว่าบริษัทได้เปิดโรงงานแห่งใหม่ในเมืองทัสคาลูซา รัฐแอละบามา ซึ่งจะมุ่งเน้นการผลิต MHM-2020 Active Hydrogen Maser เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดระยะเวลาดำเนินการ MHM-2020 Active Hydrogen Maser ของ Microchip ได้รับการออกแบบมาสำหรับการใช้งานที่ต้องการเสถียรภาพความถี่สูงและสัญญาณรบกวนเฟสต่ำ การใช้งานเหล่านี้ประกอบด้วยการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ บริการการบอกเวลาระดับชาติ ดาราศาสตร์วิทยุ เครือข่ายการติดตามในอวกาศลึก และสถานีภาคพื้นดิน GNSS/GPS MHM-2020 Active Hydrogen Maser ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมให้สามารถซิงโครไนซ์ข้อมูลได้ใน 1 พิโควินาที เพื่อการสอบเทียบที่แม่นยำกับ GNSS โดยมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 20 ปี หากใช้งานอย่างต่อเนื่องและบำรุงรักษาน้อยที่สุด โรงงานแห่งใหม่ในทัสคาลูซาได้ขยายการผลิตผลิตภัณฑ์ระบบเวลาและการซิงโครไนซ์ของ - [โอสถสภาเร่งทรานส์ฟอร์มธุรกิจ FMCG ด้วย RISE with SAP บน AWS [PR]](https://www.manutalkthai.com/sap-x-osotsapa-pr/) - เอสเอพี (SAP SE) (NYSE: SAP) ได้ประกาศว่า บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ของไทย กำลังยกระดับการดำเนินงานองค์กรด้วย SAP Business Suite ผ่านโซลูชัน RISE with SAP เพื่อขับเคลื่อนการกำหนดมาตรฐานการทำงานทั่วทั้งองค์กร เสริมศักยภาพด้านการวิเคราะห์ข้อมูล และเร่งสร้างนวัตกรรมในอนาคต โอสถสภา ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2434 โดยเติบโตจากร้านขายยาในท้องถิ่นสู่การเป็นผู้นำด้าน FMCG ในระดับภูมิภาค ด้วยพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคม อย่างไรก็ตาม เมื่อธุรกิจขยายตัว การใช้งานระบบ ERP แบบติดตั้งภายในองค์กร (on-premises) หลายระบบที่ขาดมาตรฐานกระบวนการทำงานร่วมกัน กลายเป็นความท้าทายสำคัญ โครงสร้างทางการเงินที่กระจัดกระจาย ข้อมูลหลักที่ซ้ำซ้อน และกระบวนการทำงานที่ต้องอาศัยการทำงานแบบแมนนวลจำนวนมาก ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถมองเห็นภาพรวมของธุรกิจแบบเรียลไทม์ได้ เพื่อให้สามารถสนับสนุนการขยายธุรกิจไปในระดับสากลและตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โอสถสภาจึงเล็งเห็นความจำเป็นในการปรับลดความซับซ้อนของโครงสร้างเทคโนโลยี โดยรวมข้อมูลทางการเงินและการดำเนินงานเข้าสู่ระบบบนคลาวด์ เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วโดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกทั่วทั้งกลุ่มบริษัท จัดการความซับซ้อนในอุตสาหกรรม FMCG ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยการเลือกใช้ RISE with SAP - [WD-40 ประยุกต์ใช้ AI ยกระดับ Supply Chain และธุรกิจ ลุยเปลี่ยนผ่านองค์กรด้วยเทคโนโลยี](https://www.manutalkthai.com/wd-40-supply-chain-ai-transformation/) - WD-40 เดินหน้าทรานส์ฟอร์มธุรกิจด้วยการนำ AI เข้ามาใช้งานจริงในกระบวนการทำงานและระบบซัพพลายเชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการตัดสินใจทางธุรกิจให้แม่นยำยิ่งขึ้น โดยการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เดินหน้าด้วยระบบซอฟต์แวร์ระดับองค์กรชั้นนำอย่าง Microsoft Dynamics 365, Salesforce และ Atlas ที่สำคัญยังติดตั้งในระดับโครงสร้างพื้นฐานขององค์กร Steven Brass ประธานและซีอีโอของ WD-40 ระบุว่าเป้าหมายหลักของการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้งาน ไม่ใช่เพียงเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานของพนักงานระดับบุคคล แต่หัวใจสำคัญคือการคิดใหม่ทำใหม่ หรือปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานทั้งหมดทั่วทั้งองค์กร โดยปัจจุบัน WD-40 ได้ผลักดันระบบ ERP อย่าง Microsoft Dynamics 365 ให้ทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการในหลายภูมิภาคหลัก ภูมิภาคดังกล่าวประกอบด้วยสหรัฐอเมริกา, ละตินอเมริกา, ตลาดกระจายสินค้าในเอเชีย และบางพื้นที่ของแคนาดา ซึ่งฐานการตลาดเหล่านี้คิดเป็นสัดส่วนรายได้สูงถึงครึ่งหนึ่งของรายได้รวมทั่วโลกของบริษัท ขณะเดียวกัน ระบบ Atlas ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการและวางแผนซัพพลายเชนขั้นสูงจาก John Galt Solutions กำลังอยู่ในช่วงเตรียมการ WD-40 ระบุว่าระบบนี้ยังไม่ได้ถูกนำไปใช้งานในระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ แต่เป้าหมายคือการสร้างขีดความสามารถในการบริหารจัดการซัพพลายเชนแบบ End-to-End เมื่อระบบถูกผสานเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ ที่สำคัญบริษัทจัดให้การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานผ่านเทคโนโลยี เป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรในระยะยาว นอกจากนี้ WD-40 ยังประเมินความเสี่ยงและโอกาสไว้อย่างชัดเจนว่า ความสำเร็จในอนาคตจะไม่จำกัดอยู่แค่ตัวระบบซอฟต์แวร์ แต่จะขึ้นอยู่กับความพร้อมของบุคลากร - [Flex ผนึกกำลัง Teradyne Robotics สานต่อตำนาน 20 ปี สู่ยุค "หุ่นยนต์อัจฉริยะ" พลิกโฉมสายการผลิตแห่งอนาคต](https://www.manutalkthai.com/flex-teradyne-robotics-smart-manufacturing/) - ตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา Flex และ Teradyne ถือเป็นพันธมิตรคนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการผลิตและทดสอบอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก แต่วันนี้ความร่วมมือของทั้งสองกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม เมื่อ Flex ประกาศยกระดับการทำงานร่วมกับ Teradyne Robotics เพื่อเร่งเครื่องนำเทคโนโลยี "ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ" (Intelligent Automation) เข้ามาปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลก เป็นทั้ง "ผู้ผลิต" และ "ผู้ใช้งานจริง" ความน่าสนใจของกลยุทธ์นี้คือ Flex จะไม่ได้เป็นเพียงผู้ซื้อโซลูชัน แต่จะเข้ามาสวมบทบาทสำคัญ 2 ด้านควบคู่กัน: ดึงเทคโนโลยีล้ำมาใช้หน้างาน: Flex จะนำหุ่นยนต์แขนกล Collaborative Robots จากแบรนด์ Universal Robots (UR) และหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ Mobile Industrial Robots (MiR) เข้ามาบูรณาการในสายการผลิตของตนเอง เป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนหลัก: ในขณะเดียวกัน Flex จะใช้ความเชี่ยวชาญด้านซัพพลายเชนระดับโลก รับหน้าที่ผลิตชิ้นส่วนสำคัญให้กับหุ่นยนต์ของฝั่ง Teradyne โมเดลการควบรวมบทบาทแบบนี้ ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า การทลายข้อจำกัดเชิงทฤษฎี เพราะเทคโนโลยีและชิ้นส่วนของหุ่นยนต์จะถูกนำไปพิสูจน์และใช้งานใน "สภาพแวดล้อมของโรงงานจริง" (Real-world - [รู้จัก Clean Core: แนวทางการวางระบบ SAP S/4HANA on Cloud ให้ใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานนับสิบปี อัปเกรดได้ตลอดไป โดย NTT DATA Business Solutions](https://www.manutalkthai.com/ntt-data-business-solution-clean-core-introduction/) - ธุรกิจองค์กรหลายแห่งที่มีการใช้งานระบบ ERP มาอย่างยาวนาน คงเคยเจอประสบการณ์อย่างเช่น การอัปเกรด ERP ใช้เวลานานมากและต้องหยุดการทำงานของระบบ, การพัฒนาความสามารถใหม่ๆ ต่อยอดจาก ERP เดิมให้ใช้งานตามต้องการทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะระบบซับซ้อนจนเกินไป หรือจะหันไปใช้ Cloud ERP สำเร็จรูปแทนเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ก็ขาดความสามารถที่ต้องการ SAP ในฐานะของผู้พัฒนาโซลูชันระบบ ERP มาอย่างยาวนานนั้นก็ทราบถึงความท้าทายเหล่านี้ดี จึงได้นำเสนอแนวทาง Clean Core ที่จะเป็นวิธีการในการวางระบบ SAP Cloud ERP และ SAP Cloud ERP Private ให้ธุรกิจองค์กรไม่ต้องเผชิญกับปัญหาข้างต้นอีกต่อไป แต่แนวทาง Clean Core นี้จะเป็นจริงขึ้นมาไม่ได้เลยหากธุรกิจองค์กรไม่เข้าใจและไม่ประยุกต์นำแนวทางนี้ไปใช้ ในบทความนี้ NTT DATA Business Solutions จะพาทุกท่านไปรู้จักกับแนวทาง Clean Core ที่ผู้บริหารและผู้ตัดสินใจในโครงการ ERP ทุกท่านควรจะทราบเอาไว้ เพื่อให้ทุกโครงการวางระบบและอัปเกรด ERP หรือ SAP S/4HANA on Cloud - [เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว! พิษสงครามอิหร่านทำซัพพลายเชนป่วน Karex ผู้ผลิตถุงยางอนามัยเบอร์หนึ่งโลก จ่อปรับราคาพุ่ง 30%](https://www.manutalkthai.com/karex-the-worlds-leading-condom-manufacturer-is-poised-to-raise-prices-by-30-percent/) - เปรียบเสมือนทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก (Butterfly Effect) ที่เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์เชื่อมโยงของสรรพสิ่ง! ผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของพลังงานอีกต่อไป เมื่อ Karex ผู้ผลิตถุงยางอนามัยรายใหญ่ที่สุดของโลก ออกโรงเตือนว่าบริษัทอาจมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้าถึง 30% อันเป็นผลพวงจากวิกฤตห่วงโซ่อุปทานที่หยุดชะงักอย่างหนักจากสถานการณ์สงครามในอิหร่าน วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ คอขวดที่บีบหัวใจภาคอุตสาหกรรม ต้นตอสำคัญของเรื่องนี้มาจากการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงภาคการขนส่งและอุตสาหกรรมทั่วโลก: ปริมาณน้ำมันหายวับ: การปิดช่องแคบทำให้น้ำมันดิบกว่า 25% ของโลก ไม่สามารถขนส่งเข้าสู่ตลาดได้ตามปกติ การจราจรทางเรือเป็นอัมพาต: ปัจจุบันยอดการสัญจรของเรือขนส่งสินค้าในบริเวณดังกล่าวทรุดตัวลงไปแล้วกว่า 95% สถานการณ์นี้ไม่เพียงสร้างแรงกระเพื่อมต่อตลาดพลังงาน แต่ยังลุกลามไปบีบคั้นตลาดรอง อย่างภาคการเดินเรือพาณิชย์ รวมถึงอุตสาหกรรมปลายน้ำที่ต้องพึ่งพาสายพานการผลิตระดับโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จับตาทิศทางตลาด นักลงทุนมองวิกฤตนี้อย่างไร? แม้ตัวเลขความเสียหายทาง Logistics จะดูรุนแรง แต่ข้อมูลจาก Prediction Markets กลับสะท้อนมุมมองเชิงจิตวิทยาของนักลงทุนที่น่าสนใจ: ราคาน้ำมันอาจไม่พุ่งทะลุเพดาน: นักเทรดประเมินโอกาสเพียง 1% เท่านั้นที่ราคาน้ำมันดิบจะพุ่งขึ้นไปทำสถิติสูงสุดตลอดกาล (All-time high) ภายในวันที่ 30 เมษายนนี้ สะท้อนว่าตลาดยังไม่เชื่อว่าจะเกิดภาวะ "ราคาน้ำมันช็อก" แบบฉับพลัน แม้จะเกิดภาวะอุปทานตึงตัวอย่างหนักก็ตาม สัญญาณยืดเยื้อ: ในขณะเดียวกัน โอกาสที่จะเห็นการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในวันที่ 15 พฤษภาคม กลับลดลงเหลือเพียง - [Murata เปิดตัวเซ็นเซอร์แม่เหล็กจิ๋ว ยืดอายุ Wearable และอุปกรณ์การแพทย์ขั้นสุด](https://www.manutalkthai.com/murata-unveils-tiny-magnetic-sensors-to-extend-the-lifespan-of-wearables-and-medical-devices/) - อุปกรณ์สวมใส่ (Wearables) อุปกรณ์ IoT และเครื่องมือแพทย์ขนาดเล็กเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ปัญหาคลาสสิกที่ผู้ผลิตต้องเผชิญคือ "ข้อจำกัดเรื่องแบตเตอรี่" โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ต้องใช้ถ่านกระดุม (Coin cell) ซึ่งมีพื้นที่และกำลังไฟจำกัด ล่าสุด Murata Manufacturing ยักษ์ใหญ่ด้านชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากญี่ปุ่น ได้เดินสายการผลิตเซ็นเซอร์แม่เหล็ก AMR (Anisotropic Magnetoresistance) เจเนอเรชันใหม่ รุ่น MRMS166R และ MRMS168R เพื่อเข้ามาทลายข้อจำกัดนี้โดยเฉพาะ หัวใจหลักของเซ็นเซอร์ซีรีส์นี้คือการทำหน้าที่เป็น "สวิตช์แม่เหล็กแบบโซลิดสเตต" (Solid-state magnetic sensor) ที่คอยตรวจจับสนามแม่เหล็กเพื่อสั่งการให้ระบบตื่นตัว (Active) หรือเข้าสู่โหมดพัก (Sleep) ได้อัตโนมัติแบบไร้การสัมผัส การตัดชิ้นส่วนกลไกแบบเดิม ๆ ออกไป ไม่เพียงแต่ช่วยลดการสึกหรอ แต่ยังเอื้อต่อการออกแบบอุปกรณ์ขนาดจิ๋วที่ต้องการการปิดผนึกอย่างมิดชิด ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การออกแบบแผงวงจรภายในใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะในรุ่น MRMS166R ที่สร้างสถิติใหม่ด้วยการเป็นเซ็นเซอร์ AMR ตัวแรกที่ผสานการกินไฟเฉลี่ยต่ำเพียง 20 nA เข้ากับการทำงานที่แรงดันไฟฟ้าต่ำสุดขีดที่ 1.2 V ทำให้ทำงานร่วมกับถ่านกระดุมซิลเวอร์ออกไซด์ (1.55 V) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ - [ยกระดับซัพพลายเชนอุตสาหกรรมแพทย์! Quasar Medical เปิดโรงงานใหม่ในชลบุรี เสริมแกร่งฐานการผลิตระดับโลก](https://www.manutalkthai.com/quasar-medical-thailand/) - ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในวงการอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ เมื่อ Quasar Medical ผู้นำระดับโลกด้านการผลิตเครื่องมือแพทย์สำหรับการรักษาแบบ "Interventional and Minimally Invasive Medical Devices" ประกาศเดินเครื่องโรงงานผลิตแห่งใหม่ล่าสุดในจังหวัดชลบุรีอย่างเป็นทางการ ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการขยายกำลังการผลิตและยกระดับซัพพลายเชนเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดโลก ปักหมุดชลบุรี ฐานการผลิตแห่งที่ 3 ในไทย การเปิดโรงงานใหม่นี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากที่ได้วางศิลาฤกษ์ไปเมื่อปี 2025 ทำให้ปัจจุบัน Quasar มีฐานการผลิตในไทยรวมถึง 3 แห่ง การขยายตัวครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย แต่ยังเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายการผลิตในเอเชีย เพื่อตอบโจทย์กลยุทธ์ "ผลิตในภูมิภาค เพื่อคนในภูมิภาค" (In-region, for-region) อย่างเป็นรูปธรรม โรงงานแห่งใหม่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการผลิตแบบ High-volume และงานประกอบเครื่องมือแพทย์ที่ต้องการความแม่นยำสูง โดยมีขีดความสามารถที่น่าสนใจ ดังนี้: ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง: รองรับการผลิตตั้งแต่ระบบสายสวนทางการแพทย์ (Catheter systems), การประกอบชิ้นส่วนขนาดไมโคร (Micro-assembly) ไปจนถึงการผลิตอุปกรณ์สำเร็จรูป เสริมแกร่งโมเดล CDMO: ยกระดับการให้บริการแบบรับจ้างพัฒนาและผลิตครบวงจร (Vertically Integrated) ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การพัฒนา ไปจนถึงการผลักดันสินค้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ ยืดหยุ่นและรวดเร็ว: ช่วยให้ลูกค้าบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น สร้างความยืดหยุ่นให้ซัพพลายเชน - [ปิดช่องโหว่การปกป้องข้อมูลจาก Branch สู่ Headquarterทำความรู้จักกับ Dell PowerProtect Data Domain DD3410 และ DD6410 สองขุมพลังสุดแข็งแกร่งที่ธุรกิจคุณต้องการ [Guest Post]](https://www.manutalkthai.com/dell-powerprotect-data-domain-dd3410-and-dd6410/) - เมื่อข้อมูลไม่ได้อยู่แค่ในศูนย์คอมพิวเตอร์อีกต่อไป ในโลกธุรกิจปัจจุบัน ข้อมูล (Data) ถูกสร้างขึ้นและกระจายตัวอยู่ในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นที่สำนักงานสาขา (Branch), โรงงานผลิต, หรืออุปกรณ์ Edge ต่างๆ ความท้าทายขององค์กร คือ จะปกป้องข้อมูลที่กระจัดกระจายเหล่านี้ให้ปลอดภัยจาก Ransomeware และ กู้คืนได้รวดเร็วที่สุดได้อย่างไร? ใหม่ล่าสุด ! สัมผัสขีดสุดแห่งการปกป้องข้อมูลด้วย PowerProtect Data Domain DD3410 สำหรับการปกป้องข้อมูลในระดับสาขาหรือ Edge Site ที่มีพื้นที่จำกัดและอาจไม่มีทีม IT ประจำการ DD3410 คือโซลูชันใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้โดยเฉพาะ ⚡กะทัดรัดแต่ทรงพลัง: แม้จะมีขนาดกะทัดรัด (Compact) แต่มาพร้อมขีดความสามารถระดับ Enterprise รองรับความจุใช้งานจริงตั้งแต่ 8 TB – 40 TB และขยายได้สูงสุดถึง 2 PB (หลังการลดขนาดข้อมูล) ⚡ฉลาดและคล่องตัว: ช่วยให้คุณทำ Local Backup และกู้คืนข้อมูลได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่ (Fast Recovery) โดยไม่ต้องส่งข้อมูลกลับไปยังศูนย์กลางตลอดเวลา - [Dassault Systèmes และ Groupe Rocher เดินหน้าความร่วมมือครั้งใหม่ ยกระดับการพัฒนาสูตรเครื่องสำอางจากธรรมชาติด้วยเทคโนโลยี Virtual Twin [PR]](https://www.manutalkthai.com/dassault-systemes-x-groupe-rocher-natural-cosmetic-with-virtual-twin-pr/) - Dassault Systèmes(Euronext Paris: FR0014003TT8, DSY.PA) และ Groupe Rocher บริษัทเครื่องสำอางจากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นที่รู้จักในไทยผ่านแบรนด์ Yves Rocher (อีฟ โรเช) และ Sabon (ซาบอน) ประกาศความร่วมมือเพื่อยกระดับศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนา ด้วยเทคโนโลยี virtual twins — (แบบจำลองดิจิทัลเสมือนจริง) มาใช้ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และผ่านการพิสูจน์แล้วในหลากหลายอุตสาหกรรม Groupe Rocher ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2502 เป็นธุรกิจครอบครัวที่มีรากฐานยาวนานในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพจากธรรมชาติ โดยมีแบรนด์สำคัญ ได้แก่ Yves Rocher (อีฟ โรเช), Sabon (ซาบอน), Arbonne (อาร์บอนน์) และ Dr Pierre Ricaud (ดร. ปิแอร์ ริโกด์) ปัจจุบันบริษัทมีนักวิทยาศาสตร์กว่า 200 คน ที่ทำงานวิจัยศักยภาพของพืชอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์องค์ประกอบและกลไกการทำงาน การพัฒนากระบวนการสกัดเชิงนวัตกรรม - [[IT Factory Insight]: วิเคราะห์เจาะลึกสมการ Brady x Honeywell PSS ดีลหมื่นล้านฯ กับโอกาสทองของ Partner และอุตสาหกรรม AIDC ในไทย](https://www.manutalkthai.com/it-factory-insight-brady-x-honeywell-pss/) - ในวงการ Enterprise IT และ AIDC (Automatic Identification and Data Capture) ชั่วโมงนี้คงไม่มีข่าวไหนร้อนแรงและน่าจับตามองไปกว่าการที่ Brady Corporation บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ Productivity Solutions and Services (PSS) จาก Honeywell ด้วยมูลค่ามหาศาลกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ดีลนี้จะเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมอย่างไร? นี่ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนมือผู้ถือหุ้น หรือการเปลี่ยนโลโก้บนเครื่องสแกนบาร์โค้ด แต่นักวิเคราะห์ต่างฟันธงว่านี่คือ "The Perfect Fit" และเป็นย่างก้าวเชิงกลยุทธ์ที่เป็น "บวก" อย่างมหาศาลต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง (ยกเว้นคู่แข่ง!) มาเจาะลึกเบื้องหลังความสำเร็จนี้กันครับ นี่คือการวิเคราะห์เจาะลึก พร้อมเผยเหตุผลว่าทำไมพาร์ทเนอร์และลูกค้าในไทยถึงต้องเตรียมรับมือกับโอกาสครั้งใหญ่ มารู้จัก "Brady" ยักษ์ใหญ่ผู้ซุ่มเงียบมานานกว่าศตวรรษ ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักชื่อนี้ให้คุ้นปากกันก่อน Brady อ่านออกเสียงว่า "เบร-ดี้" สำหรับคนนอกวงการอาจจะเพิ่งเคยได้ยินชื่อนี้ แต่ในโลกอุตสาหกรรมระดับโลก เบรดี้ คือ "Legend" หรือตำนานที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 112 ปี - [ญี่ปุ่นทุ่ม 1 ล้านล้านเยน ลุย Circular Economy รีไซเคิลโลหะ-พลาสติก ยกระดับความยั่งยืนของ Supply Chain ภาคการผลิต](https://www.manutalkthai.com/japan-invest-circular-economy/) - รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนกว่า 1 ล้านล้านเยน ภายในปี 2030 เพื่อขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy อย่างเต็มรูปแบบ แผนปฏิบัตินี้มุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการรีไซเคิลทรัพยากรสำคัญอย่างโลหะและพลาสติก เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ทั้งยกระดับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชาติท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก แผนปฏิบัตินี้จะอาศัยเม็ดเงินลงทุนร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยรัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมนำแผนดังกล่าวผนวกรวมเข้ากับโครงร่างนโยบายเศรษฐกิจหลักและกลยุทธ์การเติบโตของประเทศ และ Minoru Kihara เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ระบุว่า "การรวมศูนย์ทรัพยากรเชิงนโยบายเข้าด้วยกัน จะทำให้เราสามารถกำหนดกลยุทธ์แห่งชัยชนะสำหรับญี่ปุ่นได้" ขณะเดียวกันสร้างขีดจำกัดทางการแข่งขันใหม่ ๆ ให้กับประเทศ ทั้งนี้รัฐบาลญี่ปุ่นได้กำหนดเป้าหมายการจัดหาและใช้งานวัสดุรีไซเคิลสำหรับทรัพยากรแต่ละประเภทภายในปี 2030 อย่างชัดเจน โดยมีไฮไลต์สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตดังนี้ แม่เหล็กถาวร: รัฐบาลตั้งเป้าให้ 30% ของปริมาณการผลิตแม่เหล็กถาวรภายในประเทศที่ใช้แร่หายากต้องมาจากวัสดุรีไซเคิล โดยแม่เหล็กถาวรเป็นชิ้นส่วนสำคัญในมอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้าและหุ่นยนต์อุตสาหกรรม การรีไซเคิลแร่หายากได้เองจะช่วยลดการพึ่งพาแร่จากจีนและลดความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน พลาสติกโพลีเมอร์: สำหรับผลิตภัณฑ์พลาสติก เช่น ขวด PET แผนปฏิบัติการระบุข้อบังคับให้ภาคธุรกิจต้องใช้วัสดุรีไซเคิลในสัดส่วนที่กำหนดภายในปีงบประมาณ 2028 ซึ่งจะบีบให้ผู้ผลิตในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและบรรจุภัณฑ์ต้องเร่งปรับกระบวนการต่าง ๆ เพื่อติดตามวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ที่มา: https://japantoday.com/category/business/japan-to-invest-1-trillion-yen-into-recycling-metals-plastics-by-2030 - [[บทความสรุปเซสชัน] ยกระดับโรงงานสู่อนาคตด้วย Schedule Optimizer และสถาปัตยกรรม JIT (Just-in-Time)](https://www.manutalkthai.com/schedule-optimizer-and-jit-by-beat/) - โดย คุณปริญญา โอวาทฬารพร Chief Executive Officer จาก Beat Protocol Company Limited จากเวทีสัมมนาออนไลน์แห่งปี MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends เมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 ท่ามกลางกระแสการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่หลายองค์กรต่างมุ่งเน้นไปที่การลงทุนด้านเครื่องจักรกลหนักหรือหุ่นยนต์อัตโนมัติ คุณปริญญา โอวาทฬารพร ได้เปิดมุมมองที่แตกต่างและสะท้อนความจริงในอุตสาหกรรมการผลิตว่า "การผลิตที่ชาญฉลาด (Smart Manufacturing) ไม่ได้เริ่มต้นที่เครื่องจักรราคาแพง แต่เริ่มต้นจากการวางแผนที่แม่นยำ" ในเซสชันนี้ วิทยากรได้เจาะลึกถึงรากฐานของการเพิ่มผลผลิต (Productivity) และการลดต้นทุน (Cost Reduction) ผ่านสองฟันเฟืองสำคัญ ได้แก่ การใช้เทคโนโลยี Schedule Optimizer และการประยุกต์ใช้หลักการ JIT (Just-in-Time) ซึ่งทำงานสอดประสานกันเพื่อพลิกโฉมการผลิตแบบเดิม ๆ ข้อจำกัดและวิกฤตแฝงของการวางแผนการผลิตแบบดั้งเดิม ก่อนที่จะก้าวไปสู่เทคโนโลยีใหม่ คุณปริญญาได้ฉายภาพให้เห็นถึง - [ABB เปิดตัว "PoWa" โคบอทสายพันธุ์ใหม่ เร็ว แรง ทรงพลังเทียบชั้นหุ่นยนต์อุตสาหกรรม](https://www.manutalkthai.com/abb-launches-powa-a-new-breed-of-cobot-that-is-fast-powerful-and-rivals-industrial-robots/) - ABB Robotics ประกาศเปิดตัวตระกูลหุ่นยนต์ปฏิบัติงานร่วมกับมนุษย์ (Cobots) ซีรีส์ใหม่ล่าสุดในชื่อ "PoWa" ที่เกิดมาเพื่ออุดช่องโหว่ระหว่าง "ความยืดหยุ่น" ของโคบอทแบบเดิม ๆ กับ "ความเร็วและพละกำลัง" ของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่ผ่านมา โคบอทมักมีข้อจำกัดเรื่องความเร็วและการรับน้ำหนัก แต่ซีรีส์ PoWa ถูกพัฒนามาเพื่อทลายกำแพงนั้น โดยมีสเปกที่โดดเด่น ได้แก่: รับน้ำหนักได้จุใจ (Payload): ครอบคลุมตั้งแต่ 7 ไปจนถึง 30 กิโลกรัม ความเร็วเหนือชั้น: ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 5.8 เมตรต่อวินาที เกิดมาเพื่อลุยงานหลากหลาย: เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานประกอบชิ้นส่วน (Assembly), การป้อนชิ้นงานเข้าเครื่องจักร (Machine tending), งานจัดเรียงพาเลท (Palletizing), งานขันสกรู และงานเชื่อม หุ่นยนต์ตระกูลนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์โรงงานที่ต้องการระบบอัตโนมัติที่สามารถจัดการกระบวนการที่หนักและเร็วขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนติดตั้งระบบหุ่นยนต์ขนาดใหญ่แบบตายตัวที่กินพื้นที่และปรับเปลี่ยนยาก Andrea Cassoni หัวหน้าฝ่าย Collaborative Robots ของ ABB ชี้ให้เห็นถึงเทรนด์ที่น่าสนใจว่า ตลาดโคบอทกำลังเติบโตพุ่งพรวดและเร็วกว่าหุ่นยนต์อุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมมาก ซึ่งแรงขับเคลื่อนนี้ไม่ได้มาจากแค่ฝั่ง SME ที่เพิ่งเริ่มต้นใช้ระบบอัตโนมัติเท่านั้น - [Siemens เปิดตัว "Eigen Engineering Agent" ผู้ช่วย AI สุดล้ำที่คิดและทำงานได้เอง](https://www.manutalkthai.com/siemens-launches-eigen-engineering-agent/) - Siemens ได้ประกาศเปิดตัว "Eigen Engineering Agent" โซลูชัน AI ที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อปฏิวัติกระบวนการทำงานด้านวิศวกรรมอัตโนมัติ (Automation Engineering) ซึ่งเปิดให้ใช้งานจริงอย่างเป็นทางการแล้ว ความน่าสนใจของ Eigen Engineering Agent คือมันถูกออกแบบมาให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของ AI ทั่วไป โดยสามารถ "ลงมือทำงานได้เอง" ผ่านกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบและการตรวจสอบซ้ำ ๆ จุดเด่นที่สำคัญ ได้แก่: ทำงานฝังลึกในระบบวิศวกรรม: AI ตัวนี้เข้าไปทำงานโดยตรงในระบบ ทำให้เข้าใจถึงข้อกำหนด ข้อจำกัด และมาตรฐานเฉพาะของแต่ละโปรเจกต์อย่างลึกซึ้ง เชี่ยวชาญงานเทคนิค: สามารถจัดการงานสำคัญ ๆ อย่างการเขียนโปรแกรม PLC (Programmable Logic Controller), การออกแบบหน้าจอสั่งการ HMI (Human-Machine Interface) และการตั้งค่าอุปกรณ์ (Device configuration) ด้วยความแม่นยำสูง Eigen Engineering Agent เชื่อมต่อการทำงานเข้ากับ TIA Portal (Totally Integrated Automation) - [หลังเข้าซื้อหุ้น "แว่นท็อปเจริญ" EssilorLuxottica ลุยฮุบกิจการ "Faro" ยอดฝีมือเครื่องจักร CNC อิตาลี เสริมแกร่งซัพพลายเชนแว่นตาระดับโลก](https://www.manutalkthai.com/essilor-luxottica-acquires-faro-a-leading-italian-cnc-machine-manufacturer/) - เดินหน้ากว้านซื้อกิจการอย่างดุดันเพื่อเติมเต็มระบบนิเวศของธุรกิจ EssilorLuxottica อาณาจักรแว่นตาฝรั่งเศส-อิตาลีรายใหญ่ของโลก ประกาศเข้าซื้อกิจการ Faro บริษัทสัญชาติอิตาลีผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเครื่องจักร CNC ความแม่นยำสูงสำหรับการกัดขึ้นรูป (Milling) และการเจียระไนด้วยเพชร (Diamond Cutting) เพื่อยกระดับซัพพลายเชนการผลิตให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น "Faro" เป็นบริษัทที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี ตั้งอยู่ใกล้เมืองเวนิส ให้บริการทั้งอุตสาหกรรมอัญมณีและแว่นตา โดยโดดเด่นด้านการมอบโซลูชันแบบครบวงจรตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ไปจนถึงซอฟต์แวร์ ซึ่งในอุตสาหกรรมแว่นตานั้น เทคโนโลยีของ Faro ถือเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตกรอบแว่นคุณภาพสูง Francesco Milleri ซีอีโอของ EssilorLuxottica ระบุว่า "Faro คือตัวแทนของความสมบูรณ์แบบด้านวิศวกรรมความแม่นยำสูงและสะท้อนคุณค่าของคำว่า "Made in Italy" ได้อย่างแท้จริง การรวมตัวกันในครั้งนี้จะช่วยเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอด้านการผลิต และเร่งการพัฒนาเครื่องจักรนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับทั้งอุตสาหกรรม โดยบริษัทพร้อมสนับสนุนให้ Faro เติบโตในระดับสากลต่อไปโดยยังคงเอกลักษณ์และองค์ความรู้เฉพาะตัวเอาไว้" การเข้าซื้อ Faro เป็นเพียงหนึ่งในจิ๊กซอว์ของแผนการควบรวมกิจการ (M&A) ที่ EssilorLuxottica เดินหน้ามาอย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมซัพพลายเชนและขยายขอบเขตธุรกิจ: สายการผลิตและซัพพลายเชน: ก่อนหน้านี้ได้เข้าซื้อ Automation & Robotics ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบควบคุมคุณภาพเลนส์ - [ปฏิวัติวงการทำสีรถยนต์! Dürr เปิดตัว "RoDip Ezy" นวัตกรรมชุบสีไฟฟ้าแบบหมุน ยืดหยุ่นกว่าเดิม คล่องตัวทุกเลย์เอาต์](https://www.manutalkthai.com/durr-unveils-rodip-ezy-an-innovative-rotary-electroplating-system/) - อุตสาหกรรมผลิตยานยนต์เตรียมพบกับมาตรฐานใหม่ในการเคลือบผิวและทำสี เมื่อ Dürr ผู้นำด้านวิศวกรรมการผลิตระดับโลก ประกาศเปิดตัว "RoDip Ezy" เทคโนโลยีการชุบเคลือบสีแบบหมุนด้วยไฟฟ้ารุ่นล่าสุด ที่เข้ามาสานต่อความสำเร็จของแพลตฟอร์ม RoDip E เดิม โดยชูจุดเด่นเรื่องความยืดหยุ่น โครงสร้างที่เรียบง่ายขึ้น และยกระดับประสิทธิภาพในสายการผลิตแบบก้าวกระโดด RoDip Ezy ได้รับการรื้อโครงสร้างและออกแบบชิ้นส่วนหลักใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ชุดพาหะ (Trolley), ระบบราง, ระบบจ่ายพลังงาน ไปจนถึงระบบควบคุม เพื่อให้ได้ระบบที่กะทัดรัดและติดตั้งง่ายขึ้น โดยมีจุดเด่นดังนี้: ขุมพลังขับเคลื่อนสุดล้ำ: นำเกียร์ไซโคลิด (Cycloidal Gearbox) ขนาดกะทัดรัด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในหุ่นยนต์อุตสาหกรรมของ Dürr มาใช้ ทำให้การควบคุมจังหวะหมุนเป็นไปอย่างเสถียรและแม่นยำ Trolley มาตรฐานเดียว: ออกแบบมาให้ยืดหยุ่น รองรับรถยนต์ได้หลากหลายแพลตฟอร์ม ตั้งแต่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไปจนถึงรถเชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก ความเปลี่ยนแปลงที่ถือเป็น "Game Changer" ของรุ่นนี้คือ ความสามารถในการวิ่งเข้าโค้ง (Curved Routing) จากเดิมที่โรงงานต้องพึ่งพาแท่นหมุน (Turntables) ที่มีความซับซ้อนในการเปลี่ยนทิศทางรถยนต์ แต่ RoDip Ezy สามารถพาตัวรถวิ่งลัดเลาะไปตามแนวโค้งซ้าย-ขวา หรือแม้แต่โค้งที่กว้างกว่า 180 - [[บทความสรุปเซสชัน] เดลล์ เทคโนโลยีส์ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่อนาคตด้วยพลัง AI, Smart Factory และความยืดหยุ่นอย่างยั่งยืน](https://www.manutalkthai.com/dell-technologies-is-driving-industry-into-the-future-with-the-power-of-ai-smart-factories-and-sustainable-resilience/) - โดย คุณหัสนัย จักรสูตร OEM Partner Manager จาก Dell Technologies จากเวทีสัมมนาออนไลน์แห่งปี MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends เมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 จากการจัดงานสัมมนาออนไลน์ MTT Virtual Conference 2026: Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends เมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา ทีมงาน ManuTalkThai ได้รวบรวมสรุปเนื้อหาจากเซสชันการบรรยายมาไว้ในรูปแบบตัวอักษร บทความนี้พบกันในหัวข้อ "เดลล์ เทคโนโลยีส์ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่อนาคตด้วยพลัง AI, Smart Factory และความยืดหยุ่นอย่างยั่งยืน" บรรยายโดย คุณหัสนัย จักรสูตร - [Siemens ผนึกกำลัง KION ปั้น "ซัพพลายเชนอัจฉริยะ" ชูเทคโนโลยี Digital Twin เต็มสูบ](https://www.manutalkthai.com/siemens-and-kion-join-forces-to-create-an-intelligent-supply-chain-fully-utilizing-digital-twin-technology/) - อุตสาหกรรมโลจิสติกส์และคลังสินค้ากำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งความฉลาดล้ำไปอีกขั้น เมื่อสองยักษ์ใหญ่ Siemens AG และ KION Group AG ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เพื่อเร่งเครื่องการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) โดยมุ่งเป้าไปที่การผสานเทคโนโลยี AI, ระบบอัตโนมัติ และการจำลองสถานการณ์ (Simulation) เพื่อยกระดับความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพในระบบ Intralogistics ที่มีความซับซ้อนสูงให้ทำงานได้อย่างไร้รอยต่อ ปั้นคลังสินค้าอัจฉริยะด้วย Digital Twin หัวใจสำคัญของความร่วมมือนี้คือ การสร้างระบบคลังสินค้าที่โลกดิจิทัลและโลกกายภาพทำงานประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ: ดึงข้อมูลหน้างานสู่โลกเสมือน: ใช้กล้องและเซ็นเซอร์หน้างานเก็บข้อมูลการปฏิบัติงานมหาศาล เพื่อส่งต่อให้ระบบ AI ประมวลผลและวิเคราะห์ โคลนนิ่งคลังสินค้าทั้งระบบ: นำข้อมูลมาสร้าง "Digital Twin" ให้กับเครื่องจักรแต่ละตัว สิ่งอำนวยความสะดวก ไปจนถึงเครือข่ายคลังสินค้าทั้งระบบ เจ็บจบในจอ ทดลองก่อนลุยจริง: ผู้ประกอบการสามารถจำลองการปรับเปลี่ยนเลย์เอาต์คลังสินค้า หรือปรับโฟลว์การทำงานในโลกเสมือน เพื่อดูผลลัพธ์ว่ากระทบต่อประสิทธิภาพโดยรวมอย่างไรก่อนลงมือทำจริง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงและประหยัดต้นทุนได้อย่างมหาศาล KION ประเดิมใช้ "Digital Twin Composer" เจ้าแรกในยุโรป ภายใต้ข้อตกลงนี้ KION จะกลายเป็นบริษัทแรกในยุโรปที่ได้นำร่องใช้งานซอฟต์แวร์ Digital Twin Composer - [[บทความสรุปเซสชัน] The SuperApp IoT by MSC พลิกโฉมการบริหารการผลิตด้วยขุมพลังข้อมูลแบบเรียลไทม์](https://www.manutalkthai.com/the-superapp-iot-by-msc/) - โดย คุณเนติลักษณ์ สุทธิ - Project Manager & Manufacturing analytics consultant จาก Metro Systems Corporation Public Company Limited จากเวทีสัมมนาออนไลน์แห่งปี MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends เมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 สานต่อความสำเร็จจากงานสัมมนาออนไลน์แห่งปี MTT Virtual Conference 2026: Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 โดยรวบรวมองค์ความรู้และเทคโนโลยีระดับแนวหน้าเพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยผ่าน 14 เซสชันสุดเข้มข้นตลอด 2 วันเต็ม สำหรับบทความฉบับนี้ ทีมงาน - [GE Appliances ยกระดับสายการผลิตด้วย AI ประยุกต์ใช้ Gemini Enterprise สร้าง AI Agent กว่า 800 ตัว](https://www.manutalkthai.com/ge-appliances-gemini-enterprise-ai-agent/) - GE Appliances สามารถประยุกต์ใช้ Gemini Enterprise จาก Google Cloud เพื่อยกระดับการดำเนินงาน โดยได้พัฒนาและติดตั้งใช้งาน AI Agent กว่า 800 ตัว ครอบคลุมทั้งส่วนการผลิต, การขนส่ง และการบริหาร Supply Chain เพื่อเพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ ยกระดับคุณภาพสินค้า และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่จับต้องได้จริง Mandar Deo ประธานเจ้าหน้าที่ดิจิทัลของ GE Appliances ระบุว่า AI ได้กลายเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการทำงานไปแล้ว การใช้ Gemini Enterprise เข้ามาสร้างรากฐานข้อมูลที่เชื่อมต่อถึงกันและมีความปลอดภัย คือกุญแจสำคัญที่จะพาองค์กรเป็นผู้นำในยุค AI โดยกลยุทธ์หลักของ GE Appliances คือการกระจายอำนาจการใช้ AI ให้กับพนักงานที่อยู่ใกล้ชิดกับปัญหาที่สุด ผ่าน Gemini Enterprise App แพลตฟอร์มดังกล่าวสามารถทำงานได้แบบ Low-code หรือ No-code ทำให้พนักงานระดับปฏิบัติการสามารถสร้างและควบคุม AI Agent เพื่อแก้ปัญหาทางธุรกิจได้ด้วยตนเอง - [ปฏิวัติวงการเครื่องจักรกล! DMG MORI ชูวิสัยทัศน์ "Machining Transformation" (MX) โชว์ความล้ำหน้าในงาน Hannover Messe 2026](https://www.manutalkthai.com/dmg-mori-showcases-its-machining-transformation-mx-vision-at-hannover-messe-2026/) - เพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมการผลิตที่มองหาความรวดเร็ว แม่นยำ และความยั่งยืน DMG MORI ผู้นำด้านนวัตกรรมเครื่องจักรกลระดับโลก เตรียมจัดเต็มโชว์เคสกลยุทธ์ Machining Transformation (MX) ในงานแสดงเทคโนโลยีอุตสาหกรรม Hannover Messe 2026 (ระหว่างวันที่ 20-24 เมษายน 2026) นำเสนอภาพอนาคตของการผลิตที่ไม่ใช่แค่การทำงานแยกส่วน แต่คือกระบวนการที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ แนวคิด MX ของ DMG MORI เป็นการอุดรอยรั่วและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ผ่าน 4 องค์ประกอบสำคัญ: การรวมกระบวนการ (Process Integration): จบทุกงานทั้งกลึง กัด เจียร และวัดขนาดในเครื่องจักรเดียว ช่วยลดระยะเวลา (Cycle time) ประหยัดพื้นที่โรงงาน และเพิ่มความแม่นยำของชิ้นงานขั้นสุด ระบบอัตโนมัติ (Automation): ครอบคลุมตั้งแต่ระบบสลับพาเลทไปจนถึงเซลล์การผลิตแบบเบ็ดเสร็จ (Turnkey) เพื่อให้เครื่องจักรเดินเครื่องได้เองและใช้งานได้คุ้มค่าสูงสุด การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (DX): ดึงพลังของข้อมูล ซอฟต์แวร์ และ AI มาบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่ เพื่อความโปร่งใสและประสิทธิภาพสูงสุดตั้งแต่งานวิศวกรรมไปจนถึงงานบริการ การเปลี่ยนผ่านสู่สีเขียว - [Skild AI ฮุบกิจการหุ่นยนต์จาก Zebra Technologies ดัน "สมองกล AI" คุมหุ่นยนต์ได้ทุกสายพันธุ์](https://www.manutalkthai.com/skild-ai-acquires-robotics-business-from-zebra-technologies/) - ข่าวการเคลื่อนไหวสำคัญ วงการโลจิสติกส์และคลังสินค้า เมื่อ Skild AI สตาร์ทอัพสายหุ่นยนต์ระดับยูนิคอร์น ประกาศเข้าซื้อกิจการกลุ่มธุรกิจ Robotics Automation รวมถึงแพลตฟอร์มบริหารจัดการ Symmetry Fulfillment จาก Zebra Technologies เพื่อเป้าหมายใหญ่ในการพลิกโฉมระบบอัตโนมัติในคลังสินค้าให้เชื่อมโยงเป็นระบบเดียวและขยายสเกลได้อย่างไร้รอยต่อ ดีลนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Skild AI ในการสร้างมาตรฐานใหม่ โดยการนำเทคโนโลยีเรือธงของทั้งสองฝั่งมาผนึกกำลังกัน: Skild Brain: ซอฟต์แวร์ AI สุดล้ำที่ออกแบบมาให้สามารถควบคุมหุ่นยนต์ได้สารพัดรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ (Humanoids), หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMR) หรือแขนกลอุตสาหกรรม โดยไม่ต้องพึ่งพาข้อมูลรูปทรงฮาร์ดแวร์ล่วงหน้า ทำหน้าที่เป็น "สมองศูนย์กลาง" สั่งการหุ่นยนต์ต่างสายพันธุ์ให้ทำงานร่วมกันได้ Symmetry Platform: แพลตฟอร์มจากฝั่ง Zebra ที่มีความสามารถโดดเด่นในการประสานงานระหว่าง "กองทัพหุ่นยนต์" และ "พนักงานมนุษย์" แบบเรียลไทม์ เมื่อนำสองสิ่งนี้มารวมกัน Skild AI จึงสามารถบริหารจัดการฝูงหุ่นยนต์ระดับ Enterprise ได้แบบเบ็ดเสร็จ ลดความยุ่งยากในการต้องมานั่งเขียนโปรแกรมสั่งการหุ่นยนต์แยกทีละตัว Deepak Pathak ซีอีโอของ Skild - [Shibaura Machine ปรับทัพใหญ่! ผุดฐานการผลิตใหม่ใน "อานฮุย" ปิดฉากโรงงานเซี่ยงไฮ้ หวังคุมต้นทุน-รุกตลาดจีน](https://www.manutalkthai.com/shibaura-machine-anhui-in-china/) - SHIBAURA MACHINE CO., LTD. บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเครื่องจักรจากโตเกียว ญี่ปุ่น ประกาศตั้งบริษัทในเครือเพื่อการผลิตแห่งใหม่ในมณฑลอานฮุย ประเทศจีน ภายใต้ชื่อ SHIBAURA MACHINE (ANHUI) CO., LTD. เพื่อติดปีกขยายธุรกิจในแดนมังกรและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้เฉียบคมยิ่งขึ้น ย้อนกลับไปในปี 2002 Shibaura Machine ได้ตั้งฐานการผลิตที่เซี่ยงไฮ้เพื่อเป็นหัวใจหลักในการป้อนสินค้าสู่ตลาดจีนและเอเชียตะวันออกมาอย่างยาวนาน แต่ด้วยสภาพตลาดและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป บริษัทจึงเริ่มปรับตัวตั้งแต่ปี 2024 โดยหันไปใช้กลยุทธ์ จ้างผลิต (OEM) กับบริษัทพันธมิตรในจีนสำหรับ "เครื่องฉีดพลาสติกขนาดเล็ก" โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อหั่นต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน เมื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ OEM เดินทางมาถึงจุดสมบูรณ์ บริษัทจึงตัดสินใจเดินหน้าตั้งโรงงานแห่งใหม่ที่มณฑลอานฮุย เพื่อปรับขนาดการผลิตให้มีความเหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และแน่นอนว่า การก้าวเดินสู่บทใหม่ในครั้งนี้ มาพร้อมกับการตัดสินใจ "เตรียมปิดตัว" ฐานการผลิตเดิมที่เซี่ยงไฮ้ลงอย่างเป็นทางการ ข้อมูลฐานการผลิตแห่งใหม่ในจีน ชื่อจดทะเบียน: 芝机精密机械(安徽)有限公司 (SHIBAURA MACHINE (ANHUI) CO., LTD.) ที่ตั้ง: มณฑลอานฮุย สาธารณรัฐประชาชนจีน ทุนจดทะเบียน: 4,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 146 - [[บทความสรุปเซสชัน] การนำ AI มาประยุกต์ใช้กับระบบโลจิสติกส์เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจและ ESG โดย Skyfrog](https://www.manutalkthai.com/applying-ai-to-logistics-systems-to-create-a-balance-between-business-growth-and-esg-by-skyfrog/) - โดย คุณเมธัช อุดมมหันติสุข Managing Director จาก Skyfrog Co., Ltd. จากเวทีสัมมนาออนไลน์แห่งปี MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends เมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการอุตสาหกรรมไทย เมื่อเวทีสัมมนาออนไลน์ MTT Virtual Conference 2026: Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-2 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา ได้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของภาคธุรกิจระดับโลกผ่าน 14 เซสชันอัดแน่นตลอด 2 วัน ในบทความฉบับนี้ ทีมงาน ManuTalkThai ขอพาทุกท่านเจาะลึกรายละเอียดหนึ่งในเซสชันพิเศษ ในหัวข้อ "การนำ AI มาประยุกต์ใช้กับระบบโลจิสติกส์เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจและ - [[บทความสรุปเซสชัน] ปฏิวัติระบบ ERP ด้วย Agentic AI และ Power Platform สู่ยุคแห่งการทำงานอัตโนมัติ](https://www.manutalkthai.com/agentic-ai-orchestration-by-power-platform-for-intelligent-erp-system-by-thai-ns-solutions/) - โดย คุณภัทร จิระพงษ์ ERP Technical Leader จาก Thai NS Solutions จากเวทีสัมมนาออนไลน์แห่งปี MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends เมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 จากงานสัมมนาออนไลน์ MTT Virtual Conference 2026: Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends โดยทีมงาน ManuTalkThai หนึ่งในเนื้อหาการบรรยายที่สามารถตอบโจทย์ Pain Point ของภาคอุตสาหกรรม คือ หัวข้อ"Agentic AI Orchestration by Power Platform for Intelligent ERP System" โดย - [[บทความสรุปเซสชัน] Reducing Operational Risk with AI - แผนรับมือความเสี่ยงขั้นสุดยอดของโรงงานยุคใหม่ด้วยปัญญาประดิษฐ์](https://www.manutalkthai.com/reducing-operational-risk-with-ai-by-inox/) - โดย คุณชัญธิกา มัชฌิมา Product Manager จาก Innovative Extremist (INOX) จากเวทีสัมมนาออนไลน์แห่งปี MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends เมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 เดินทางมาถึงเซสชันที่เรียกได้ว่า "เปิดตา" คนในวงการอุตสาหกรรมมากที่สุดเซสชันหนึ่ง ในงานสัมมนาแห่งปี MTT Virtual Conference 2026: Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends (จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026) ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นเต้นกับการใช้ AI เพื่อเร่งกำลังการผลิต แต่ คุณชัญธิกา มัชฌิมา Product Manager จาก Innovative Extremist (INOX) - [Deloitte ยกโมเดล "โรงงานแห่งอนาคต" โชว์วิสัยทัศน์ 3A ปั้นผู้ผลิตสู่องค์กรที่ฉลาดที่สุดในโลก](https://www.manutalkthai.com/deloitte-at-hannover-messe-2026/) - งานอุตสาหกรรมระดับโลก Hannover Messe 2026 คึกคักขึ้นไปอีกขั้น เมื่อบริษัทที่ปรึกษายักษ์ใหญ่อย่าง Deloitte เนรมิต "Smart Factory" โรงงานอัจฉริยะที่ทำงานได้จริงเต็มรูปแบบมาไว้ในงาน พร้อมชวนผู้ประกอบการมาสัมผัสวิสัยทัศน์ Think Tech Forward ที่มุ่งผลักดันให้ภาคการผลิตก้าวสู่การเป็น "องค์กรที่ฉลาดที่สุดในโลก" โดยมีหัวใจสำคัญคือการให้ "มนุษย์" เป็นศูนย์กลาง และใช้เทคโนโลยีเป็นผู้ช่วย เพื่อให้ภาพโรงงานแห่งอนาคต (Factory of the Future) เกิดขึ้นจริง Deloitte ได้ชูยุทธศาสตร์การทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และระบบอัจฉริยะผ่าน 3 แกนหลัก ดังนี้: แกนที่ 1. Augment (เสริมพลังการตัดสินใจ): ยกระดับการทำงานของมนุษย์ด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลจากเครื่องจักร ระบบ IT และข้อมูลตลอด Value Chain เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ที่นำไปใช้งานต่อได้ทันที ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานตัดสินใจได้แม่นยำและเฉียบคมยิ่งขึ้น แกนที่ 2. Automate (ก้าวข้ามขีดจำกัดระบบอัตโนมัติ): ล้ำหน้าไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยี Physical AI นำทัพโดย "หุ่นยนต์ที่เรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง" (Self-learning - [Infor ผนึกกำลัง Deloitte ยกระดับระบบ MES และควงแขน AWS ลุย AI หมากรุกสำคัญสู่ "แพลตฟอร์มการผลิตแบบครบวงจร"](https://www.manutalkthai.com/infor-joins-forces-with-deloitte-to-upgrade-mes-systems-and-partners-with-aws-to-pursue-ai/) - เมื่อแค่ ERP ไม่พอ ล่าสุด Infor ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ระดับโลก ได้ประกาศก้าวสำคัญในการขยายกลยุทธ์ภาคการผลิต ด้วยการจับมือกับสองยักษ์ใหญ่ Deloitte และ AWS เพื่อทลายกำแพงระหว่างฝั่งระบบบริหารจัดการระดับ Enterprise และหน้างานการผลิต ทิศทางนี้สะท้อนให้เห็นว่า การปรับตัวของอุตสาหกรรมกำลังขยับขยายขอบเขตไปไกลกว่าแค่การอัปเกรด ERP สู่การเชื่อมโยงระบบนิเวศทั้งหมดเข้าด้วยกันครับ ยกระดับระบบ MES: อุดช่องโหว่หน้างานด้วย Infor x Deloitte ปัญหาจุกจิกของหลายโรงงานคือ ข้อมูลจากระบบส่วนกลางมักเชื่อมไปไม่ถึงหรือทำงานไม่สอดคล้องกับหน้างาน Infor จึงขยายความร่วมมือกับ Deloitte ในยุโรป เพื่อผลักดันระบบ MES (Manufacturing Execution Systems) โดยเฉพาะ เป้าหมาย: ผสานความเชี่ยวชาญด้านการวางกลยุทธ์และทรานส์ฟอร์มองค์กรของ Deloitte เข้ากับแพลตฟอร์ม MES ของ Infor ผลลัพธ์: ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถจัดการกระบวนการให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เชื่อมต่อข้อมูลการผลิตได้แบบเรียลไทม์ และขยายสเกลโรงงานสู่ Smart Manufacturing จากแค่โปรเจกต์นำร่องให้กลายเป็นการใช้งานจริงครอบคลุมทุกสายการผลิต ติดปีก AI เฉพาะทางด้วย Infor x - [Lenovo โชว์โซลูชัน AI พลิกโฉมภาคการผลิตในงาน Hannover Messe 2026 ชูสถิติลด Lead Time ได้สูงสุดถึง 85%](https://www.manutalkthai.com/lenovo-showcased-transformative-ai-solutions-for-manufacturing-at-hannover-messe-2026/) - ยุคนี้เทคโนโลยี AI ในโรงงานอุตสาหกรรมไม่ได้หยุดอยู่แค่ช่วงทดลองอีกต่อไป แต่คือ ข้อได้เปรียบในการแข่งขัน" ตัวเลขสถิติชี้ชัดว่าในปี 2026 ผู้ผลิตกว่า 94% เตรียมทุ่มงบลงทุนด้าน AI เพิ่มขึ้น โดยคาดหวังผลตอบแทน (ROI) คุ้มค่าถึง 2.86 ดอลลาร์ต่อทุก ๆ 1 ดอลลาร์ที่จ่ายไป ล่าสุดในงาน Hannover Messe 2026 เลอโนโว (Lenovo) ได้จับมือกับพันธมิตรอย่าง NVIDIA โชว์ความสำเร็จในการนำ AI มาใช้งานจริงในระดับสเกลอุตสาหกรรม ที่ไม่ได้มีแค่ทฤษฎี แต่พิสูจน์แล้วจากโรงงานของเลอโนโวเองทั่วโลก จากโรงงานต้นแบบ สู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ Jonathan Wu ซีทีโอด้าน Smart Manufacturing ของเลอโนโว ชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ผู้ผลิตต้องการมากที่สุดในตอนนี้คือ "AI ที่รันระบบในสายการผลิตได้จริงแบบเต็มสเกล" ซึ่งเลอโนโวได้นำโซลูชัน AI และ Gen-AI ไปปรับใช้ในศูนย์การผลิตที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ และสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง ได้แก่: ลดเวลารอคอยสินค้า (Lead Time) ได้มหาศาลถึง - [HONOR ปักหมุดอียิปต์! ผุดโรงงานสมาร์ทโฟนแห่งแรกนอกจีน เล็งปั้นเป็นฮับตะวันออกกลางและแอฟริกา](https://www.manutalkthai.com/honor-sets-its-sights-on-egypt-establishing-its-first-smartphone-factory-outside-of-china/) - ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนระดับโลก ล่าสุด HONOR เตรียมนำเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงไปเยือนแดนพีระมิด หลังเปิดโต๊ะหารือกับกระทรวงการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศของอียิปต์ (MCIT) เพื่อเดินหน้าขยายฐานการผลิตสมาร์ทโฟนในประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ที่น่าสนใจคือ การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้โรงงานในอียิปต์กลายเป็น "ศูนย์การผลิตในต่างประเทศแห่งแรกนอกประเทศจีน" ของ HONOR ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจในสภาพแวดล้อมการลงทุนและศักยภาพทางอุตสาหกรรมของอียิปต์อย่างชัดเจน HONOR ได้จับมือกับพันธมิตรท้องถิ่นอย่าง Etisal Trading (ตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในอียิปต์) เพื่อยกระดับโรงงานผลิตในเมือง 10th of Ramadan City เป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่แค่การผลิตสมาร์ทโฟนคุณภาพสูงในราคาแข่งขันได้เพื่อป้อนตลาดในประเทศเท่านั้น แต่ตั้งใจผลักดันให้อียิปต์เป็น "ศูนย์กลาง (Hub) ระดับภูมิภาค" สำหรับการส่งออกสินค้าภายใต้ตราสัญลักษณ์ “Made in Egypt” ไปลุยตลาดตะวันออกกลางและแอฟริกาโดยเฉพาะ โรงงานแห่งนี้ไม่ใช่แค่การตั้งไลน์ประกอบชิ้นส่วนธรรมดา แต่เป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงสู่พื้นที่ ตั้งเป้าผลิตสมาร์ทโฟนสูงสุดถึง 3 ล้านเครื่องต่อปี ตัวโรงงานครอบคลุมพื้นที่กว่า 8,000 ตารางเมตร อัดแน่นไปด้วยสายการผลิตที่ทันสมัยและเทคโนโลยีการประกอบวงจรบนพื้นผิว (Surface-Mount Technology หรือ SMT) โปรเจกต์นี้เตรียมสร้างงานที่ใช้ทักษะฝีมือ (Skilled Jobs) ได้ถึง 1,000 ตำแหน่ง ซึ่งจะช่วยเติมความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของอียิปต์ได้อย่างมาก ดีลนี้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลอียิปต์ที่ต้องการสร้างระบบนิเวศการผลิตมือถือแบบครบวงจร ภายใต้โครงการ - [[บทความสรุปเซสชัน] The Backbone of Smart Manufacturing - ผ่าแผนจัดการ "กองทัพอุปกรณ์" กระดูกสันหลังที่แท้จริงของโรงงานอัจฉริยะ](https://www.manutalkthai.com/soti-the-backbone-of-smart-manufacturing-secure-mobility-intelligent-end-point-management/) - โดย คุณณปภัช ทะรีรัมย์ Country Manager-Thailand จาก SOTI Inc. และ คุณนฤทธิ์ วรกิตต์เดชา SEA Sales Engineer จาก SOTI Inc. จากเวทีสัมมนาออนไลน์แห่งปี MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends เมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 ท่ามกลางกระแสของ AI, Robotics และ Data Automation ในงาน MTT Virtual Conference 2026: Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends (1-2 เมษายน 2026) มีหนึ่งเซสชันที่เปรียบเสมือน "การตื่นรู้" - [[บทความสรุปเซสชัน] The 2026 Industrial AI Shift - เมื่อ AI Agentics และ Data Ecosystem ปฏิวัติสถาปัตยกรรมอุตสาหกรรมไทย](https://www.manutalkthai.com/snowflake-the-2026-industrial-ai-shift-ai-agentics-and-data-ecosystem/) - โดย คุณกานต์ กองสวัสดิ์ Country Lead (Thailand) จาก Snowflake และคุณวิกันต์ จิระวัฒน์พงศา CEO จาก Appomax จากเวทีสัมมนาออนไลน์แห่งปี MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends เมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 จบลงไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่สำหรับงาน MTT Virtual Conference 2026: Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends (1-2 เมษายน 2026) งานสัมมนาออนไลน์ที่รวบรวมสุดยอดวิสัยทัศน์แห่งอนาคตอุตสาหกรรม กว่า 14 เซสชันตลอดสองวันเต็ม หนึ่งในเซสชันที่น่าสนใจและถือเป็น "จุดเปลี่ยน" สำคัญของภาคการผลิตไทยคือหัวข้อ "The 2026 Industrial AI Shift: - [ขอเชิญร่วมงาน Riverplus Innovation and Experience Seminar 2026: Connecting Factories & Warehouses — Powered by Real Automation |8 พ.ค. 2569 ที่ Hotel Nikko Amata City, Chonburi| [PR]](https://www.manutalkthai.com/riverplus-innovation-and-expierence-seminar-2026-pr/) - บริษัท ริเวอร์พลัส จำกัด (Riverplus Co., Ltd.) ผู้จัดจำหน่ายและผู้ให้บริการโซลูชันด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และอุตสาหกรรม 4.0 ที่มุ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ขอเรียนเชิญผู้บริหาร วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญด้านโรงงานและคลังสินค้า ร่วมงานสัมมนาและนิทรรศการเทคโนโลยีอัตโนมัติครั้งสำคัญแห่งปี ภายใต้ธีม "Automate. Integrate. Elevate." งานนี้มุ่งนำเสนอโซลูชันระบบอัตโนมัติที่ใช้งานได้จริง โดยมีพระเอกของงานคือ AMR (Autonomous Mobile Robot) ที่เหมาะกับทั้งภาคอุตสาหกรรมและคลังสินค้า และ 6-Way Shuttle ระบบจัดเก็บและเคลื่อนย้ายสินค้าอัตโนมัติยุคใหม่ พร้อม Pick-to-Light, Machine Vision + AI, Conveyor Systems และ Emulate3D สำหรับ Simulate ก่อน Deploy จริงเพื่อลดความเสี่ยง Highlights ของงาน AMR (Autonomous Mobile Robot) — พระเอกของงาน เหมาะกับทั้งโรงงานอุตสาหกรรมและคลังสินค้า พร้อม Live - [ยกระดับความปลอดภัยในโรงงาน! ULT AG เปิดตัวระบบกรองฝุ่นอุตสาหกรรม ULT 2500.1 จัดการเด็ดขาดทั้งฝุ่นติดไฟและเสี่ยงระเบิด](https://www.manutalkthai.com/ult-ag-launches-an-industrial-dust-filtration-system-to-manage-both-flammable-and-explosive-dust/) - ในโลกของอุตสาหกรรมการผลิต ภัยเงียบที่มองไม่เห็นแต่มองข้ามไม่ได้คือ "ฝุ่นอุตสาหกรรม" ปริมาณมหาศาล โดยเฉพาะฝุ่นที่มีความเสี่ยงต่อการติดไฟและระเบิด ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงต่อทั้งพนักงานและสายการผลิต ล่าสุด ULT AG ได้เผยโฉมโซลูชันใหม่เพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ด้วย ULT 2500.1 ระบบดูดควันและกรองฝุ่นประสิทธิภาพสูงที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับฝุ่นควันปริมาณมากโดยเฉพาะ ตอบโจทย์ทุกขั้นตอนอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นงานเลเซอร์ งานเชื่อม เจียร ตัด ขัด ไปจนถึงกระบวนการบรรจุภัณฑ์ ความโดดเด่นของ ULT 2500.1 อยู่ที่การออกแบบเชิงวิศวกรรมที่เน้นความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญ ตัวเครื่องใช้ระบบกรองแบบ Cartridge ที่ปราศจากแหล่งกำเนิดประกายไฟ (Ignition source-free design) มาตั้งแต่รุ่นมาตรฐาน เพื่อป้องกันการเกิดอัคคีภัยและการระเบิดอย่างรัดกุม ระบบนี้ทรงพลังด้วยขีดความสามารถในการรองรับปริมาณลมได้สูงสุดถึง 240,000 ลูกบาศก์ฟุตต่อชั่วโมง ผสานการทำงานกับไส้กรอง HEPA H14 ที่ต้องการการดูแลรักษาน้อย แต่มอบประสิทธิภาพการฟอกอากาศได้บริสุทธิ์สูงถึง 99.995% ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ปฏิบัติงานยังสามารถเปลี่ยนแผ่นกรองได้ง่ายดายโดยไม่เกิดการปนเปื้อนหรือทิ้งคราบฝุ่นให้ต้องตามล้างตามเช็ด ทำให้ระบบนี้พร้อมลุยในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การแปรรูปโลหะและพลาสติก การผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และแบตเตอรี่ ไปจนถึงอุตสาหกรรมเคมีและยา นอกจากความปลอดภัยขั้นสุดแล้ว ระบบนี้ยังออกแบบมาให้เป็นมิตรกับผู้ประกอบการในยุคอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ตัวเครื่องรองรับการสื่อสารข้อมูลแบบ OPC-UA ready ทำให้บูรณาการเข้ากับระบบเดิมในโรงงานได้อย่างราบรื่น อีกทั้งยังประหยัดพลังงานด้วยพัดลม EC - [ปรับทัพครั้งใหญ่! Honeywell เทขายกิจการ PSS ให้ Brady Corp. ฟันรายได้ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ](https://www.manutalkthai.com/honeywell-sells-its-pss-business-to-brady-corp/) - ดีลใหญ่วงการอุตสาหกรรมมาแล้วครับ! ล่าสุด Honeywell ประกาศตกลงขายธุรกิจโซลูชันและบริการด้านประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity Solutions and Services หรือ PSS) ให้กับ Brady Corporation ผู้ผลิตโซลูชันด้าน Identification และ Protection ด้วยมูลค่าสูงถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในรูปแบบเงินสดทั้งหมด เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าทำไมดีลนี้ถึงน่าจับตามอง ลองมาดูผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับทั้งสองฝั่งกันครับ: ฝั่ง Brady Corporation (ผู้ซื้อ): นี่คือการ "ติดปีก" ครั้งสำคัญ เพราะธุรกิจ PSS เป็นตัวท็อปด้านคอมพิวเตอร์พกพา (Mobile Computing) เครื่องสแกนบาร์โค้ด (Barcode Scanner) และโซลูชันการพิมพ์ (Industrial Printer) สำหรับคลังสินค้า (ทำรายได้ในปี 2025 ไปถึง 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เมื่อนำมารวมกับความเชี่ยวชาญเดิมของ Brady จะทำให้เกิดแพลตฟอร์มที่ครอบคลุม ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มโลจิสติกส์และโรงงานอุตสาหกรรมได้แบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ฝั่ง Honeywell (ผู้ขาย): ดีลนี้คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในแผน - [Teradyne ปิดดีลเข้าซื้อ Testinsight ผนึกซอฟต์แวร์อัจฉริยะ เร่งสปีดทดสอบชิป AI พิชิตขีดจำกัดเวลาออกสู่ตลาด](https://www.manutalkthai.com/teradyne-closes-deal-to-acquire-testinsight/) - ในยุคที่เทคโนโลยี AI และศูนย์ข้อมูลเติบโตอย่างก้าวกระโดด ความซับซ้อนของชิปประมวลผลก็พุ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ทั้งจากการใช้สถาปัตยกรรมแบบ Chiplet และเทคโนโลยีแพ็กเกจจิ้งขั้นสูง สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความท้าทายในการผลิต แต่ยังบีบให้วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์สั้นลงจนกระบวนการทดสอบแบบเดิมๆ ตามไม่ทัน ล่าสุด Teradyne ยักษ์ใหญ่ด้านระบบทดสอบอัตโนมัติ (ATE) ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการ Testinsight บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์จากอิสราเอล เพื่ออุดช่องโหว่ระหว่างขั้นตอนการออกแบบ IC และการทดสอบในขั้นตอนการผลิตจริง หวังติดปีกให้ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์เข็นนวัตกรรมออกสู่ตลาดได้ไวขึ้น แรงกดดันมหาศาลจากตลาด AI ทำให้วิศวกรผู้ทดสอบไม่สามารถนั่งรอให้โรงงานผลิตชิปตัวแรก (First Silicon) ออกมาก่อนแล้วค่อยเริ่มเขียนโปรแกรมทดสอบได้อีกต่อไป กุญแจสำคัญในการแก้ปัญหานี้คือการตรวจสอบความถูกต้องตั้งแต่ก่อนผลิตจริง (Pre-silicon Validation) และการเชื่อมโยงข้อมูลจากการออกแบบไปสู่การทดสอบ (Design-to-Test) ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ Testinsight เข้ามาเติมเต็ม โดยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างโลกของการออกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EDA) และโลกของการทดสอบ (ATE) การควบรวมเทคโนโลยีของ Testinsight โดยเฉพาะระบบแปลงแพตเทิร์นและสภาพแวดล้อมการทดสอบเสมือนจริง เข้ากับแพลตฟอร์มของ Teradyne จะช่วยพลิกโฉมการทำงานให้ไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดคือนักพัฒนาสามารถตรวจสอบลำดับการทดสอบได้ตั้งแต่ช่วงที่ยังออกแบบ IC ช่วยย้ายภาระการค้นหาและแก้ไขปัญหาจากหน้าเครื่องทดสอบราคาแพงมาไว้บนซอฟต์แวร์ตั้งแต่เนิ่น ๆ นอกจากนี้ การสร้างแพตเทิร์นทดสอบแบบอัตโนมัติยังช่วยยกระดับความครอบคลุม ทำให้สามารถดักจับข้อผิดพลาดที่ซับซ้อนในโมดูล AI ได้อย่างแม่นยำและรัดกุมกว่าที่เคย - [Ekoenergetyka เปิดตัวแบรนด์ใหม่ "Axon Charger" ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน EV ครบวงจร](https://www.manutalkthai.com/ekoenergetyka-launches-new-brand-axon-charger-upgrading-its-comprehensive-ev-infrastructure/) - ท่ามกลางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จที่เสถียรและเชื่อถือได้กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรม ล่าสุด Ekoenergetyka ผู้ให้บริการเทคโนโลยีการชาร์จชั้นนำจากโปแลนด์ ได้เดินหมากครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัวแบรนด์ผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ชื่อ "Axon Charger" เพื่อยกระดับการพัฒนาและส่งมอบระบบชาร์จที่พร้อมตอบสนองความต้องการของตลาด e-Mobility ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว Axon Charger ไม่ได้เป็นเพียงแค่การนำเสนอเครื่องชาร์จรุ่นใหม่ แต่เปรียบเสมือนการพลิกโฉมแนวทางการทำงานร่วมกับพันธมิตรและการให้บริการลูกค้า โดยยังคงยึดมั่นในแกนหลักเรื่องความน่าเชื่อถือและความสามารถในการขยายระบบ (Scalability) Paweł Mijas หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ Ekoenergetyka-Polska เล่าว่า แบรนด์ใหม่นี้ต่อยอดมาจากรากฐานความเชี่ยวชาญและประสบการณ์จริงจากโครงการระดับนานาชาตินับพันโครงการ โดยเฉพาะความสำเร็จของโซลูชัน Axon Easy ที่ครองสัดส่วนการติดตั้งของบริษัทไปแล้วกว่าครึ่ง ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าเทคโนโลยีของพวกเขาสามารถผลักดันโครงสร้างพื้นฐาน EV ให้เกิดขึ้นจริงและใช้งานได้ลื่นไหล การเปิดตัวครั้งนี้ยังมาพร้อมกับโมเดลความร่วมมือรูปแบบใหม่ที่เน้นความโปร่งใสและยืดหยุ่น เพื่อให้พันธมิตรสามารถนำไปปรับใช้กับตลาดในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พันธมิตรจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มพิกัด ทั้งสื่อการขาย การตลาด และสิทธิในการเข้าถึงแพลตฟอร์ม AxonConnect ซึ่งจะเป็นศูนย์รวมข้อมูลผลิตภัณฑ์แบบครบวงจร ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทยังได้ลงทุนเปิดศูนย์ฝึกอบรมแห่งใหม่ ณ สำนักงานใหญ่ เพื่อเน้นการสอนทักษะเชิงปฏิบัติ (Practical Training) เตรียมความพร้อมให้ทีมขายและทีมบริการสามารถลงหน้างานจริงได้อย่างมืออาชีพและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด สิ่งที่สะท้อนความเข้าใจใน Pain Point ของอุตสาหกรรมนี้ได้ดีที่สุดคือ การยกระดับมาตรฐานการบริการ เพราะปัญหา Downtime หรือตู้ชาร์จเสีย - [John Deere ยอมจ่าย 99 ล้านดอลลาร์ ยุติคดีผูกขาดสิทธิ์ Right to Repair ท่ามกลางความกังวลของเกษตรกรยุคใหม่](https://www.manutalkthai.com/deere-right-to-repair/) - ความขัดแย้งระหว่างผู้ใช้งานและผู้ผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรสมัยใหม่กำลังเป็นประเด็นที่วงการอุตสาหกรรมต้องจับตา เมื่อ John Deere ผู้ผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรรายใหญ่ ยอมจ่ายเงิน 99 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อยุติคดีความที่ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปี จากข้อกล่าวหาเรื่องการผูกขาดสิทธิ์ในการซ่อมแซม หรือ Right to Repair และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน รถแทรกเตอร์รุ่นใหม่ของ John Deere มีราคาสูงถึง 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่รถเกี่ยวข้าวอาจมีราคาแตะ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้เครื่องจักรเหล่านี้จะมอบผลผลิตที่สูงขึ้น ทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำกว่าอดีต แต่ระบบทั้งหมดถูกควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ เซ็นเซอร์ และระบบประมวลผลแบบออนบอร์ดที่คอยตรวจสอบการทำงานของเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ ความเร็ว และการใช้เชื้อเพลิงตลอดเวลา ความซับซ้อนดังกล่าวนี้ทำให้เมื่อเกิดปัญหาเมื่อผู้ใช้งานไม่สามารถซ่อมแซมเองหรือใช้ช่างอิสระได้ โดย Guy Mills เกษตรกรในรัฐเนแบรสกา ระบุว่าเขาต้องจ่ายค่าซ่อมแซมรถแทรกเตอร์และรถเกี่ยวข้าวของ Deere ไปแล้วกว่าครึ่งล้านดอลลาร์ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในปี 2023 ที่รถเกี่ยวข้าวเสีย เขาต้องจ่ายค่าซ่อมสูงถึง 73,000 ดอลลาร์สหรัฐให้กับศูนย์บริการที่ได้รับการแต่งตั้งจาก John Deere เพียงเพราะไม่มีทางเลือกอื่น จากแรงกดดันของกลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิในการซ่อมแซม นำไปสู่การฟ้องร้องในปี - [[บทความสรุปเซสชัน] เทคโนโลยี Digital Twin ยุคใหม่ ผสานระบบอัตโนมัติด้วย AIoT เพื่อยกระดับการดำเนินงานองค์กร](https://www.manutalkthai.com/next-generation-digital-twin-technology-integrates-automation-with-aiot-to-enhance-organizational-operations/) - โดย คุณสุทธิวรรณ บุญเขียน Country Manager จาก eCloudValley จากเวทีสัมมนาออนไลน์แห่งปี MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends เมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 เมื่อโลกการผลิตกำลังหมุนเร็วกว่าที่เคย การมีเพียงข้อมูล (Data) อาจไม่เพียงพออีกต่อไป แต่การทำความเข้าใจ จำลองสถานการณ์ และสั่งการได้อย่างไร้รอยต่อต่างหากคือ "กุญแจสู่ความสำเร็จ" ทีมงาน ManuTalkThai ขอพาทุกท่านเจาะลึกรายละเอียดแบบจัดเต็มจากเซสชันไฮไลต์ในงาน MTT Virtual Conference 2026: Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends (จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026) ในหัวข้อการบรรยาย "เทคโนโลยี Digital Twin ยุคใหม่ ผสานระบบอัตโนมัติด้วย AIoT - [การ์ทเนอร์คาดการณ์ ภายในปี 2571 แอปพลิเคชัน AI จะเข้ามาจัดการรับมือภัยไซเบอร์กว่า 50% [PR]](https://www.manutalkthai.com/gartner-predicts-ai-for-cybersecurity-in-2028-pr/) - การ์ทเนอร์ อิงก์ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านธุรกิจและเทคโนโลยีเปิดเผยว่าภายในปี 2571 กว่าครึ่ง (50%) ของการตอบสนองต่ออุบัติการณ์ทางความมั่นคงทางไซเบอร์ขององค์กรจะมุ่งเน้นไปที่เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับแอปพลิเคชัน AI ที่พัฒนาขึ้นเอง Christopher Mixter รองประธานนักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “AI กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แต่เครื่องมือจำนวนมากโดยเฉพาะแอปพลิเคชัน AI ที่องค์กรพัฒนาขึ้นเองกลับถูกนำมาใช้งานทั้งที่ยังไม่ผ่านการทดสอบอย่างสมบูรณ์ ระบบเหล่านี้มีความซับซ้อน เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและควบคุมความปลอดภัยในระยะยาวได้ยาก นอกจากนี้ทีมงานด้านความปลอดภัยส่วนใหญ่ยังขาดกระบวนการที่ชัดเจนในการจัดการกับอุบัติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งส่งผลให้การแก้ไขปัญหาอาจใช้เวลานานขึ้น และต้องใช้ความพยายามมากขึ้นอย่างมหาศาล” การ์ทเนอร์แนะนำให้ผู้นำด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ เข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาแอปพลิเคชัน AI ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อให้มั่นใจว่ามีระยะเวลาดำเนินการที่เพียงพอ มีการวางแผนทรัพยากรและมีการจัดการความคาดหวังเพื่อให้เกิดมาตรการควบคุมความปลอดภัยที่เหมาะสม นี่คือหนึ่งในบทวิเคราะห์คาดการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่สำคัญที่สุดของการ์ทเนอร์ที่เปิดเผยไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยการ์ทเนอร์แนะนำให้ผู้นำด้านความปลอดภัยนำปัจจัยเหล่านี้ไปประกอบการวางกลยุทธ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยในช่วงสองปีข้างหน้า ภายในปี 2571 องค์กรกว่า 50% จะใช้งาน แพลตฟอร์มความปลอดภัย AI หรือ AI Security Platforms เพื่อควบคุมดูแลการใช้บริการ AI จากภายนอกและปกป้องแอปพลิเคชัน AI ที่พัฒนาขึ้นเอง แพลตฟอร์มเหล่านี้ช่วยให้องค์กรบริหารจัดการความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่มาพร้อมกับการนำ AI มาใช้อย่างรวดเร็วได้แบบรวมศูนย์ - [[บทความสรุปเซสชัน] The Rise of Intelligent Industry: โอกาสของประเทศไทยในยุค AI-Driven Industrial Transformation และ Industry 5.0](https://www.manutalkthai.com/honyewell-the-rise-of-intelligent-industry-ai-driven-industrial-transformation-and-industry-5-0/) - โดย ดร.คมกริช ไพฑูรย์ Country Director, Honeywell (Thailand) จากเวทีสัมมนาออนไลน์แห่งปี MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends เมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 ตลอด 2 วันเต็มกับ 14 เซสชันการบรรยายที่เจาะลึกทุกมิติของเทคโนโลยีการผลิต ทีมงาน ManuTalkThai ขอหยิบยกหนึ่งในหัวข้อไฮไลต์ที่ทรงพลังและกำหนดทิศทางอนาคตอุตสาหกรรมไทยมาสรุปให้ทุกท่านได้อ่านกัน กับเซสชัน "The Rise of Intelligent Industry" AI | Automation | Data ซึ่งบรรยายโดย ดร.คมกริช ไพฑูรย์ Country Director จาก Honeywell (Thailand) ที่ได้มาเผยถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของการทำงาน ผสานนวัตกรรมแห่งอนาคตเข้ากับศักยภาพของมนุษย์ จากฐานการผลิตแบบดั้งเดิม สู่ยุคของ "Intelligent - [[บทความสรุปเซสชัน] Prediction 2026: AI as the New Standard in Manufacturing](https://www.manutalkthai.com/prediction-2026-ai-as-the-new-standard-in-manufacturing-by-alphast/) - โดย คุณพรเทพ ฤกษ์ศิริสุข Sales Director จาก Alphast (Thailand) จากเวทีสัมมนาออนไลน์แห่งปี MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends เมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 เมื่อ AI ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือ 'ทางรอด' และมาตรฐานใหม่ของโรงงานยุค 2026! พบกับกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของระบบ ERP เดิมของคุณ ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยพลังของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นการวางแผนที่แม่นยำ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืนในสมรภูมิการผลิตยุคใหม่ มาร่วมเรียนรู้และเตรียมองค์กรของคุณให้พร้อม ก่อนที่มาตรฐานใหม่นี้จะมาถึง ทีมงาน ManuTalkThai ขอพาทุกท่านเจาะลึกสรุปเนื้อหาจากงาน MTT Virtual Conference 2026: Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends ในเซสชันที่บรรยายโดย คุณพรเทพ - [[บทความสรุปเซสชัน] การจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นระบบ (Supply Chain Orchestration) หนทางสู่ความก้าวหน้าในภาคการผลิต](https://www.manutalkthai.com/supply-chain-orchestration-provides-the-path-forward-by-sap/) - โดย คุณรจนา เพ็งคล้าย Solution Advisor Senior Specialist จาก SAP Thailand จากเวทีสัมมนาออนไลน์แห่งปี MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends เมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 จบลงไปแล้วอย่างสวยงามสำหรับงาน MTT Virtual Conference 2026: Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา วันนี้ทีมงาน ManuTalkThai ขอพาทุกท่านมาย้อนรอยหนึ่งในเซสชันไฮไลต์ที่น่าสนใจจากงานครั้งนี้ ในหัวข้อ "Supply chain orchestration provides the path forward" (การจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นระบบคือหนทางสู่ความก้าวหน้า) บรรยายโดย - [ดีไซน์ที่เข้าใจคนหน้างาน! Honeywell (PSS) คว้ารางวัลระดับโลก iF Design Awards ปี 2026 สาขาเทคโนโลยี Mobile Computing และ Industrial Printing](https://www.manutalkthai.com/honeywell-pss-if-design-awards-2026-mobile-computing-industrial-printing/) - เมื่อการออกแบบไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสวยงาม แต่ต้องตอบโจทย์การใช้งานจริงในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ล่าสุด Honeywell Productivity Solutions and Services (PSS) ได้พิสูจน์ความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัลระดับโลกอย่าง iF Design Awards ประจำปี 2026 จากผลงานนวัตกรรม 3 รุ่นเด่น ได้แก่ คอมพิวเตอร์พกพา CT70, เครื่องพิมพ์พกพา LNX3 และเครื่องพิมพ์ตั้งโต๊ะ PC42E-D รางวัลนี้การันตีโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบกว่า 120 คนทั่วโลก ที่มองเห็นถึงความทุ่มเทของทีมออกแบบ User Experience ของ Honeywell ซึ่งลงพื้นที่คลุกคลีกับผู้ใช้งานจริง เพื่อสร้างสรรค์อุปกรณ์ที่ทั้งทนทาน ถูกหลักสรีรศาสตร์ และพร้อมพลิกโฉมการทำงานในหลากหลายอุตสาหกรรม พระเอกของงานที่สะท้อนการออกแบบเพื่ออุตสาหกรรมอย่างแท้จริงคือ คอมพิวเตอร์พกพารุ่น CT70 อุปกรณ์สุดแกร่งที่เกิดมาเพื่อลุยงานตั้งแต่หน้าร้านค้าปลีกไปจนถึงใต้ปีกเครื่องบิน หรือแม้แต่หลังรถบรรทุกขนส่ง ทีมออกแบบตั้งใจเจาะลึกถึงอินไซต์คนทำงานจนได้อุปกรณ์ที่มีน้ำหนักเบา พกพาสะดวก แต่ทนทานต่อทุกสภาพอากาศ หน้าจอทัชสกรีนสู้แสงแดดได้ดีเยี่ยม และยังตอบสนองได้ลื่นไหลแม้ผู้ใช้จะสวมถุงมือ ใช้ปากกาสไตลัส หรือยืนตากฝนอยู่ก็ตาม นอกจากนี้ยังแก้ปัญหาเสียงรบกวนในโรงงานด้วยลำโพงคู่หน้า และใส่ใจสรีรศาสตร์ด้วยปุ่มสแกนที่กดได้สบายมือตลอดทั้งวัน พร้อมระบบปลดล็อกแบตเตอรี่แบบบีบที่เปลี่ยนได้ง่าย ๆ ด้วยมือเดียว ทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่าง - [[Video] The 2026 Industrial AI Shift: กลยุทธ์ AI Agentics และ Ecosystem เพื่อความสำเร็จของภาคอุตสาหกรรม](https://www.manutalkthai.com/snowflake-appomax-the-2026-industrial-ai-shift-mtt-video-highlight/) - สำหรับท่านที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงานครั้งนี้ ManuTalkThai ได้เผยแพร่วิดีโอย้อนหลังในแต่ละเซสชันที่เกิดขึ้นในงานสัมมนาออนไลน์ MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends ที่ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 กับ 14 หัวข้อการบรรยายจากเหล่าแบรนด์และผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทฯ ชั้นนำในภาคอุตสาหกรรม รับชมวิดีโอย้อนหลัง: https://youtu.be/n6SxrsjMYZM โดย คุณกานต์ กองสวัสดิ์ Country Lead (Thailand) จาก Snowflake และคุณวิกันต์ จิระวัฒน์พงศา CEO จาก Appomax ในปี 2026 โลกของ AI กำลังเปลี่ยนอย่างชัดเจน จาก Chatbot เพื่อทดลองมาเป็น Agentic Ecosystem ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง เซสชันนี้จะชวนคุยถึงเทรนด์สำคัญที่กำลังเปลี่ยนวิธีที่องค์กรนำ AI ไปใช้ ตั้งแต่การเกิดของ Micro-Agents, Multi-Modal Reasoning - [KJL ชู JUMP+ Plan เร่งสปีด Transformation ยกระดับขีดความสามารถแข่งขันสู่ระดับโลก [PR]](https://www.manutalkthai.com/kjl-jump-plus-plan-pr/) - “กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค’’ ประกาศแผนกลยุทธ์ “JUMP+ Plan” ระยะ 3 ปี (2569–2571) ภายใต้วิสัยทัศน์ “KJL 2030 Infinite Sustainable Growth” มุ่งขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน พร้อมตั้งเป้าหมายผลกำไรสุทธิแตะ 200–235 ล้านบาท ภายในปี 2571 นายเกษมสันต์ สุจิวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผน JUMP+ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับองค์กรสู่มาตรฐานระดับโลก โดยบริษัทมุ่งเน้นการเติบโตอย่างสมดุล ทั้งด้านรายได้ ความสามารถในการทำกำไร และความยั่งยืนในระยะยาว ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรม การขยายเครือข่ายธุรกิจ และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในทุกมิติ สำหรับแผนการดำเนินงาน บริษัทตั้งเป้าอัตราการเติบโตของรายได้เฉลี่ย 10–15% ต่อปี พร้อมรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับ 28–32% โดยขับเคลื่อนผ่านกลยุทธ์หลัก ได้แก่ การพัฒนาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง การขยายเครือข่ายธุรกิจให้ครอบคลุมทั่วประเทศ การยกระดับแบรนด์สู่การเป็นที่ยอมรับในทุกอุตสาหกรรม ตลอดจนการพัฒนาองค์กรสู่มาตรฐานระดับโลก และการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง - [BLT ชูเทคโนโลยี Additive Manufacturing ผลิตบานพับไทเทเนียม OPPO Find N6 ลดชิ้นส่วนประกอบจาก 13 เหลือ 1](https://www.manutalkthai.com/blt-additive-manufacturing-oppo-find-n6/) - เทคโนโลยีการผลิตแบบเพิ่มเนื้อวัสดุ หรือ Additive Manufacturing ระดับอุตสาหกรรมกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความซับซ้อนสูง ล่าสุด Bright Laser Technologies หรือ BLT ได้นำเทคโนโลยี Metal Additive Manufacturing มาใช้พัฒนาและผลิตระบบบานพับสำหรับสมาร์ตโฟนจอพับ OPPO Find N6 และสามารถแก้ปัญหาใหญ่เรื่องรอยพับบนหน้าจอได้อย่างเห็นได้ชัด ปัญหาหลักของสมาร์ตโฟนจอพับคือกลไกบานพับที่ต้องทนทานและรักษาความเรียบเนียนของหน้าจอ โดยบริเวณปีกบานพับทั้งสองข้างต้องรับแรงระหว่างการพับอย่างหนัก ในกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิมชิ้นส่วนนี้ต้องอาศัยการประกอบชิ้นส่วนย่อยที่ผ่านการกลึงด้วย CNC Machining ถึง 13 ชิ้นเข้าด้วยกัน ซึ่งสร้างความซับซ้อนในสายการผลิตและเพิ่มน้ำหนักให้กับตัวเครื่องโดยไม่จำเป็น ล่าสุด BLT ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Additive Manufacturing พิมพ์ขึ้นรูปโครงสร้างไทเทเนียมเพียงชิ้นเดียวแบบไร้รอยต่อ โครงสร้างใหม่นี้ผสานการออกแบบตาข่ายและรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อน ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยหากใช้เทคนิค CNC แบบเดิม การเปลี่ยนกระบวนการผลิตช่วยลดจำนวนชิ้นส่วนลงอย่างชัดเจน ทั้งยังทำให้อุปกรณ์เบาขึ้น ลดขั้นตอนการประกอบชิ้นส่วน จนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเช่นกัน Vincent Yang ผู้จัดการทั่วไปของ BLT ระบุว่า พื้นผิวรองรับของปีกบานพับใน OPPO Find N6 มีความเรียบเนียนดีขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า - [Siemens จับมือ NVIDIA ยกระดับการทดสอบชิป AI ทะลุ "ล้านล้านรอบ" ได้ในไม่กี่วัน](https://www.manutalkthai.com/siemens-partners-with-nvidia-to-enhance-ai-chip-testing/) - ลองจินตนาการถึงการสร้างสมองกลอัจฉริยะที่ซับซ้อนที่สุดในโลกอย่างชิป AI สิ่งที่ยากพอ ๆ กับการออกแบบมันขึ้นมา คือ "การทดสอบ" ว่ามันจะทำงานได้จริงหรือไม่ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการผลิต ในอดีต การทดสอบนี้เปรียบเสมือนการวิ่งมาราธอนที่ไม่มีวันจบสิ้น แต่วันนี้ Siemens และ NVIDIA ได้จับมือกันสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ พลิกโฉมวงการเซมิคอนดักเตอร์ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น ก่อนหน้านี้ การจำลองการทำงานของชิปก่อนการผลิตจริง (Pre-silicon design cycles) ระดับ "ล้านล้านรอบ" ถือเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยข้อจำกัดทางเวลา เครื่องมือแบบดั้งเดิมอย่างการทำ Simulation หรือ Emulation มักจะไปถึงจุดตันเมื่อต้องรับมือกับการทำงานระดับพันล้านรอบ ซึ่งไม่เพียงพออีกต่อไปสำหรับชิป AI และ Machine Learning (ML) ในยุคปัจจุบันที่มีความซับซ้อนมหาศาล ทั้งในระดับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ แต่ด้วยการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด NVIDIA และ Siemens ได้ผสานสองสุดยอดเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน: Veloce™ proFPGA CS: ระบบจำลองและทดสอบฮาร์ดแวร์อันทรงพลังและยืดหยุ่นจาก Siemens สถาปัตยกรรมชิปประสิทธิภาพสูงจาก NVIDIA ผลลัพธ์ที่ได้คือปรากฏการณ์ใหม่ ที่สามารถประมวลผลการจำลองการออกแบบได้ระดับ "หลายล้านล้านรอบ" ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน! ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญต่ออนาคตของ AI? - [เบื้องหลังภารกิจเปลี่ยนผ่านองค์กร: บทเรียนจาก Clorox สู่การอัปเกรดระบบ SAP S/4HANA ที่พลิกโฉมซัพพลายเชน](https://www.manutalkthai.com/lessons-from-clorox-upgrading-sap-s-4hana-to-transform-supply-chains/) - การเปลี่ยนผ่านระบบ ERP ระดับองค์กรถือเป็นความท้าทายที่หลีกเลี่ยงแรงกระเพื่อมไม่ได้ และ The Clorox Company ก็รู้ซึ้งถึงข้อนี้ดี เมื่อต้องเดินหน้าย้ายระบบเข้าสู่ SAP S/4HANA บริษัทคาดการณ์ไว้แล้วว่าจะต้องเผชิญกับความสะดุดในช่วงแรก จึงวางแผนรับมืออย่างรัดกุมด้วยการเร่งผลิตและสต็อกสินค้าล่วงหน้าร่วมกับพาร์ทเนอร์ค้าปลีก แม้ตัวเลขยอดขายในไตรมาสแรกหลังเริ่มใช้ระบบจะดูชะลอตัวลง แต่นั่นคือผลลัพธ์ที่อยู่ในแผนการที่ประเมินไว้แล้วเพื่อปกป้องสายป่านการส่งมอบสินค้าไม่ให้ขาดตอน Pascal Montilus ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายซัพพลายเชน (CSCO) ของ Clorox เผยมุมมองที่น่าสนใจว่า ในตอนแรกเขามองโปรเจกต์นี้เป็นเพียงเรื่องของระบบไอทีและเทคโนโลยี แต่เมื่อได้เข้ามาลุยงานจริงจึงพบว่าจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่สุดคือ "คนหน้างาน" การทำให้ระบบเดินหน้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ซอฟต์แวร์ แต่คือการเตรียมความพร้อมให้พนักงานและผู้ใช้งานจริงเข้าใจกระบวนการทำงานแบบใหม่ตั้งแต่ก่อนระบบจะเริ่มรัน เพื่อให้เมื่อถึงวันตัดลาน โรงงานจะยังคงเดินหน้าผลิตและส่งมอบออเดอร์ได้ตามปกติ แน่นอนว่าเมื่อระบบเริ่มใช้งานจริงด้วยปริมาณข้อมูลและธุรกรรมมหาศาล ความท้าทายหน้างานก็ปรากฏขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของการจัดการโลจิสติกส์และกระบวนการรับคำสั่งซื้อ ซึ่งเป็นจุดที่มักจะเห็นปัญหาเมื่อเจอกับสถานการณ์จริงเท่านั้น ทีมงานของ Clorox และพาร์ทเนอร์อย่าง Accenture จึงต้องงัดกลยุทธ์การดูแลอย่างใกล้ชิดมาใช้ โดยเน้นความมีระเบียบวินัย ตรวจจับปัญหาให้ไว และตัดสินใจร่วมกันอย่างฉับพลัน พร้อมกระตุ้นให้พนักงานแก้ไขปัญหาผ่านระบบใหม่แทนการกลับไปใช้วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบเดิม ๆ จนกระทั่งระบบเริ่มนิ่งและเข้าสู่สภาวะที่มีเสถียรภาพ ผลลัพธ์ที่ได้หลังผ่านช่วงเวลาแห่งการปรับตัว คือการทลายกำแพงการทำงานแบบแยกส่วนหรือไซโล (Silos) อย่างสิ้นเชิง ปัจจุบันทีมงานทั้งฝ่ายการเงิน ฝ่ายขาย และซัพพลายเชน สามารถเชื่อมโยงการทำงานผ่านฐานข้อมูลเดียวกันแบบเรียลไทม์ การวางแผน การผลิต และการจัดส่ง - [ตลาด Smart Manufacturing โตต่อเนื่อง คาดพุ่งแตะ 2.74 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2030 ขณะที่บิ๊กเทค 10 อันดับแรกมุ่งเป้าพัฒนา AI และซอฟต์แวร์](https://www.manutalkthai.com/the-2026-smart-manufacturing-technology-vendor-landscape/) - จากรายงาน “Industry 4.0 & Smart Manufacturing Market Report 2026–2030” โดย IoT Analytics ระบุว่า ตลาดเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) ทั่วโลกในปี 2025 มีมูลค่าสูงถึง 1.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดการณ์ว่าจะเติบโตด้วยอัตราเฉลี่ย (CAGR) ที่ 9.3% จนแตะระดับ 2.74 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2030 โดยมีเทคโนโลยี "ปัญญาประดิษฐ์ระดับอุตสาหกรรม" (Industrial AI) เป็นฟันเฟืองสำคัญที่กำลังพลิกโฉมวงการ 5 ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของตลาด ได้แก่: แรงกดดันด้านต้นทุน: ผู้ผลิตเผชิญกับต้นทุนค่าแรง พลังงาน และวัตถุดิบที่สูงขึ้น จึงต้องหาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดความสูญเสีย สถานการณ์โลก: ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และปัญหาซัพพลายเชน ส่งผลให้เกิดการย้ายฐานการผลิต (Reshoring) ไปยังพื้นที่ที่มีต้นทุนสูงกว่า ทำให้จำเป็นต้องใช้ระบบอัตโนมัติเข้ามาชดเชย ปัญหาแรงงาน: ภาวะขาดแคลนแรงงานทักษะและโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป บังคับให้บริษัทต่าง ๆ ต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ทำงานร่วมกับมนุษย์หรือทดแทนแรงงานที่ขาดหายไป ความพร้อมของเทคโนโลยี: - [[Video] การผลิตที่ชาญฉลาด เริ่มต้นจากการวางแผนที่แม่นยำ กำหนดแผนการผลิตล่วงหน้า พร้อมบริหารการสั่งซื้อวัตถุดิบให้ถูกที่ ถูกเวลา ด้วยระบบ Schedule Optimizer และแนวคิด JIT (Just-in-Time)](https://www.manutalkthai.com/beats-protocol-schedule-optimizer-and-jit-mtt-video-highlight/) - สำหรับท่านที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงานครั้งนี้ ManuTalkThai ได้เผยแพร่วิดีโอย้อนหลังในแต่ละเซสชันที่เกิดขึ้นในงานสัมมนาออนไลน์ MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends ที่ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 กับ 14 หัวข้อการบรรยายจากเหล่าแบรนด์และผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทฯ ชั้นนำในภาคอุตสาหกรรม รับชมวิดีโอย้อนหลัง: https://youtu.be/ZMfjAq7e6yk โดย คุณปริญญา โอวาทฬารพร Chief Executive Officer จาก Beat Protocol Company Limited มาทำความรู้จัก Schedule Optimizer ระบบอัจฉริยะที่ช่วยจัดลำดับการผลิตในแต่ละสัปดาห์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมเปิดมุมมองของ JIT (Just-in-Time) ที่ช่วยคำนวณเวลาสั่งวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์ได้อย่างพอดี ลดสต็อก ลดต้นทุน และทำให้การผลิตเดินหน้าได้อย่างลื่นไหล เตรียมพบแนวคิดที่จะยกระดับการวางแผนโรงงานให้ฉลาดกว่าเดิม #JIT#beatprotocol#manufacturing - [[Video] เดลล์ เทคโนโลยีส์ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่อนาคตด้วยพลัง AI โรงงานอัตโนมัติอัจฉริยะ และความยืดหยุ่นอย่างยั่งยืน](https://www.manutalkthai.com/dell-technologies-smart-factory-and-sustaiability-mtt-video-highlight/) - สำหรับท่านที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงานครั้งนี้ ManuTalkThai ได้เผยแพร่วิดีโอย้อนหลังในแต่ละเซสชันที่เกิดขึ้นในงานสัมมนาออนไลน์ MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends ที่ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 กับ 14 หัวข้อการบรรยายจากเหล่าแบรนด์และผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทฯ ชั้นนำในภาคอุตสาหกรรม รับชมวิดีโอย้อนหลัง: https://youtu.be/VXpDzc_WeT0 โดย คุณหัสนัย จักรสูตร OEM Partner Manager จาก Dell Technologies สำรวจแนวทางยกระดับสู่ Smart Manufacturing และ Hyper Automation เชื่อมต่อเครื่องจักร ระบบ MES/ERP และซัพพลายเชนแบบเรียลไทม์ ด้วยพลังของ AI บนสายการผลิต (Physical AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความแม่นยำ และลดต้นทุน ครอบคลุมตั้งแต่ความยั่งยืนด้านพลังงาน การทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร โมเดลอุปกรณ์แบบ Outcome-Based - [[Video] Agentic AI Orchestration by Power Platform for Intelligent ERP System](https://www.manutalkthai.com/thai-ns-solutions-agentic-ai-orchestration-by-power-platform-for-intelligent-erp-system-mtt-video-highlight/) - สำหรับท่านที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงานครั้งนี้ ManuTalkThai ได้เผยแพร่วิดีโอย้อนหลังในแต่ละเซสชันที่เกิดขึ้นในงานสัมมนาออนไลน์ MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends ที่ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 กับ 14 หัวข้อการบรรยายจากเหล่าแบรนด์และผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทฯ ชั้นนำในภาคอุตสาหกรรม รับชมวิดีโอย้อนหลัง: https://youtu.be/8VVH2mM2xJw โดย คุณภัทร จิระพงษ์ ERP Technical Leader จาก Thai NS Solutions คุณยังปวดหัวกับการจัดการข้อมูลเอกสารปริมาณมหาศาลเข้าระบบ ERP อยู่หรือไม่? ปลดล็อกศักยภาพการทำงานของคุณ เรียนรู้วิธีสร้างระบบ AI อัจฉริยะที่ใช้ Power Platform ทำงานร่วมกับ GPT เพื่ออ่าน แยกแยะ และส่งข้อมูลเข้า ERP ได้แบบอัตโนมัติราวกับมีผู้ช่วยส่วนตัว! ยกระดับความมั่นใจไปอีกขั้นด้วยระบบ Human-in-the-loop ที่ให้ AI ทำเรื่องน่าเบื่อและใช้เวลานาน - [[Video] เร่งกระบวนการผลิต: จัดการเอกสารอัจฉริยะด้วย Agentic AI จาก UiPath](https://www.manutalkthai.com/automat-using-agentic-ai-for-documentation-with-uipath-mtt-video-highlight/) - สำหรับท่านที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงานครั้งนี้ ManuTalkThai ได้เผยแพร่วิดีโอย้อนหลังในแต่ละเซสชันที่เกิดขึ้นในงานสัมมนาออนไลน์ MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends ที่ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 กับ 14 หัวข้อการบรรยายจากเหล่าแบรนด์และผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทฯ ชั้นนำในภาคอุตสาหกรรม รับชมวิดีโอย้อนหลัง: https://youtu.be/HhXuLV_fEQs โดย คุณสันทัด เจิดจรรยาพงศ์ Director จาก Automat Consulting ปัญหาเอกสารล้นมือทำให้กระบวนการผลิตสะดุดใช่หรือไม่? Automate Consulting จะพาคุณก้าวข้ามขีดจำกัด ด้วย Intelligent Document Processing และ Agentic AI จาก UiPath เรียนรู้วิธีสร้าง AI Agent ให้ช่วยอ่าน สกัดข้อมูล และตัดสินใจในงานที่ซับซ้อนแทนมนุษย์ พร้อมเจาะลึก Use Case จริงในโรงงานไทยที่พิสูจน์แล้วว่าช่วยลดเวลา ลดความผิดพลาด - [[Video] Reducing Operational Risk with AI](https://www.manutalkthai.com/inox-reducing-operational-risk-with-ai-mtt-video-highlight/) - สำหรับท่านที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงานครั้งนี้ ManuTalkThai ได้เผยแพร่วิดีโอย้อนหลังในแต่ละเซสชันที่เกิดขึ้นในงานสัมมนาออนไลน์ MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends ที่ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 กับ 14 หัวข้อการบรรยายจากเหล่าแบรนด์และผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทฯ ชั้นนำในภาคอุตสาหกรรม รับชมวิดีโอย้อนหลัง: https://youtu.be/OIk5ccN0JJk โดย คุณชัญธิกา มัชฌิมา Product Manager จาก Innovative Extremist (INOX) การกรอกข้อมูลผิด (Human Error), การบันทึกรายละเอียดไม่ครบถ้วน หรือแม้แต่การต้องเสียเวลาแก้ปัญหาเดิมซ้ำๆ (Recurring Incidents) สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องน่ารำคาญ แต่มันคือ "ต้นทุนที่มองไม่เห็น" (Invisible Costs) ที่กำลังกัดกินประสิทธิภาพและกำไรขององค์กรอยู่ทุกวัน เจาะลึกแนวทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้ในเซสชันการบรรยาย หัวข้อ "Reducing Operational Risk with AI" ที่จะพาคุณไปพบกับมิติใหม่ของการบริหารความเสี่ยงด้วยปัญญาประดิษฐ์ #inox#AI - [[Video] The Backbone of Smart Manufacturing: เติมเต็ม Industry 4.0/Smart Factory ให้สมบูรณ์ด้วย Secure Mobility & Intelligent End Point Management](https://www.manutalkthai.com/soti-the-backbone-of-smart-manufacturing-mtt-video-highlight/) - สำหรับท่านที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงานครั้งนี้ ManuTalkThai ได้เผยแพร่วิดีโอย้อนหลังในแต่ละเซสชันที่เกิดขึ้นในงานสัมมนาออนไลน์ MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends ที่ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 กับ 14 หัวข้อการบรรยายจากเหล่าแบรนด์และผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทฯ ชั้นนำในภาคอุตสาหกรรม รับชมวิดีโอย้อนหลัง: https://youtu.be/Xbl0-jw1cwY เจาะลึกการต่อยอดแนวคิด Industry 4.0 ให้เกิดขึ้นได้จริงและปลอดภัยขั้นสุด ร่วมสำรวจ "กระดูกสันหลัง" ของระบบ Smart Factory ที่หลายคนอาจมองไม่เห็น แต่เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ ผ่านกลยุทธ์การจัดการอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ปลอดภัย (Secure Mobility) และการบริหารจัดการ End Point อย่างชาญฉลาด พร้อมรับชมกรณีศึกษาการนำไปใช้จริงในอุตสาหกรรมการผลิตและธุรกิจค้าปลีกระดับโลก #SOTI#SmartManufacturing#SecureMobility#EndpointManagement - [[Video] การนำ AI มาประยุกต์ใช้กับระบบโลจิสติกส์เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจและการรักษาสิ่งแวดล้อม](https://www.manutalkthai.com/skyfrog-ai-in-logistic-for-business-growth-and-esg-mtt-video-highlight/) - สำหรับท่านที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงานครั้งนี้ ManuTalkThai ได้เผยแพร่วิดีโอย้อนหลังในแต่ละเซสชันที่เกิดขึ้นในงานสัมมนาออนไลน์ MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends ที่ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 กับ 14 หัวข้อการบรรยายจากเหล่าแบรนด์และผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทฯ ชั้นนำในภาคอุตสาหกรรม รับชมวิดีโอย้อนหลัง: https://youtu.be/z6aV8790MU8 โดย คุณเมธัช อุดมมหันติสุข Managing Director จาก Skyfrog Co., Ltd. เปิดมุมมองใหม่ในการบริหารจัดการโลจิสติกส์ (Logistics Management) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ไม่ได้เป็นเพียงทางเลือก แต่คือทางรอดของธุรกิจในอนาคต บริษัท Skyfrog Co., Ltd. ผู้นำด้านโซลูชันการขนส่ง มาถ่ายทอดองค์ความรู้ในการยกระดับระบบโลจิสติกส์ โดยมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างผลกำไรและความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม เรียนรู้วิธีการปรับปรุงประสิทธิภาพการขนส่ง ลดต้นทุนและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าพร้อมทั้งรับฟังประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญและตัวอย่างจากภาคธุรกิจจริง #Skyfrog#TMS#logistics#AI - [[Video] เทคโนโลยี Digital Twin ยุคใหม่ ผสานระบบอัตโนมัติด้วย AIoT เพื่อยกระดับการดำเนินงานองค์กร](https://www.manutalkthai.com/ecloudvalley-digital-twin-aiot-mtt-video-highlight/) - สำหรับท่านที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงานครั้งนี้ ManuTalkThai ได้เผยแพร่วิดีโอย้อนหลังในแต่ละเซสชันที่เกิดขึ้นในงานสัมมนาออนไลน์ MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends ที่ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 กับ 14 หัวข้อการบรรยายจากเหล่าแบรนด์และผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทฯ ชั้นนำในภาคอุตสาหกรรม รับชมวิดีโอย้อนหลัง: https://youtu.be/Hl4jZ2E4KII โดย คุณสุทธิวรรณ บุญเขียน Country Manager จาก eCloudvalley ในยุคที่องค์กรต้องการการตัดสินใจที่แม่นยำและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยี Digital Twin ที่ผสานความสามารถของ AI และ IoT (AIoT) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับการดำเนินงานสู่ความเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง eCloudValley เผยแนวทางการนำ Digital Twin และ AIoT ไปใช้งานในภาคธุรกิจจริง พร้อมกรณีศึกษาและแนวปฏิบัติที่ช่วยให้องค์กรสามารถออกแบบ วางแผน และขับเคลื่อนโครงการได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน #eCloudvalley#AIoT#digitaltwin - [[Video] The SuperApp IoT by MSC: แพลตฟอร์มบริหารการผลิตด้วยข้อมูลแบบเรียลไทม์](https://www.manutalkthai.com/metro-systems-corporation-the-superapp-iot-by-msc-mtt-video-highlight/) - สำหรับท่านที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงานครั้งนี้ ManuTalkThai ได้เผยแพร่วิดีโอย้อนหลังในแต่ละเซสชันที่เกิดขึ้นในงานสัมมนาออนไลน์ MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends ที่ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 กับ 14 หัวข้อการบรรยายจากเหล่าแบรนด์และผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทฯ ชั้นนำในภาคอุตสาหกรรม รับชมวิดีโอย้อนหลัง: https://youtu.be/vR2ZN4BaKn8 กับ "The SuperApp IoT by MSC" แพลตฟอร์มอัจฉริยะที่จะเปลี่ยนทุกข้อมูลการผลิตให้กลายเป็นกลยุทธ์ที่แม่นยำ พร้อมพาคุณก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ด้วยโซลูชัน Production Expert และ Asset Insight บนสถาปัตยกรรมระดับโลกจาก AWS โดย คุณเนติลักษณ์ สุทธิ - Project Manager & Manufacturing analytics consultant จาก Metro Systems Corporation - [[Video] AI-Powered Enterprise Document Extraction: ระบบปัญญาประดิษฐ์สกัดข้อมูล จากเอกสาร สำหรับองค์กร](https://www.manutalkthai.com/tree-3-intelligence-and-aieat-ai-powered-enterprise-document-extraction-mtt-video-highlight/) - สำหรับท่านที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงานครั้งนี้ ManuTalkThai ได้เผยแพร่วิดีโอย้อนหลังในแต่ละเซสชันที่เกิดขึ้นในงานสัมมนาออนไลน์ MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends ที่ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 กับ 14 หัวข้อการบรรยายจากเหล่าแบรนด์และผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทฯ ชั้นนำในภาคอุตสาหกรรม รับชมวิดีโอย้อนหลัง: https://youtu.be/RElueOZr8W8 โดย คุณธนิศร์ พิริยะโภคานนท์ CEO จาก Tree (3) intelligence และ และสมาคมสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) เรียนรู้วิธียกระดับการจัดการข้อมูลในองค์กรด้วยเทคโนโลยี AI และ LLM ที่ช่วยดึงข้อมูลสำคัญจากเอกสารทุกรูปแบบ (Structured & Unstructured) เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลโดยอัตโนมัติ ลดความผิดพลาดและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน #AI#AiEat - [[Video] The Rise of Intelligent Industry: เมื่อ AI, Automation และ Data กำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมโลก](https://www.manutalkthai.com/honeywell-the-rise-of-intelligent-mtt-video-highlight/) - สำหรับท่านที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงานครั้งนี้ ManuTalkThai ได้เผยแพร่วิดีโอย้อนหลังในแต่ละเซสชันที่เกิดขึ้นในงานสัมมนาออนไลน์ MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends ที่ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 กับ 14 หัวข้อการบรรยายจากเหล่าแบรนด์และผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทฯ ชั้นนำในภาคอุตสาหกรรม รับชมวิดีโอย้อนหลัง: https://youtu.be/Bn6T2rSH-uI โดย ดร.คมกริช ไพฑูรย์ Country Director จาก Honeywell - เมื่อ AI, Automation และ Data กำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมโลก มองภาพอนาคตของภาคการผลิต เทคโนโลยี และซัพพลายเชนยุคใหม่ พร้อมแนวคิดการเตรียมตัวขององค์กรไทยในยุค Intelligent Industry #manutalkthai#Honeywell#AI#Automation#Data - [[Video] การจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นระบบคือหนทางสู่ความก้าวหน้า โดย SAP Thailand](https://www.manutalkthai.com/sap-supply-chain-orchestration-provides-the-path-forward-mtt-video-highlight/) - สำหรับท่านที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงานครั้งนี้ ManuTalkThai ได้เผยแพร่วิดีโอย้อนหลังในแต่ละเซสชันที่เกิดขึ้นในงานสัมมนาออนไลน์ MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends ที่ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 กับ 14 หัวข้อการบรรยายจากเหล่าแบรนด์และผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทฯ ชั้นนำในภาคอุตสาหกรรม รับชมวิดีโอย้อนหลัง: https://youtu.be/pXzv_EclZMM SAP Thailand จะพาไปเจาะลึกถึงการเปลี่ยนผ่านจากระบบดิจิทัลไปสู่การจัดการอย่างเป็นระบบอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity) สร้างความโปร่งใส (Transparency) ที่สามารถมองเห็นได้ตลอดทั้ง Ecosystem และเพิ่มความรวดเร็ว (Speed) ในทุกกระบวนการ เพื่อให้ธุรกิจของคุณก้าวไปข้างหน้าและนำหน้าคู่แข่งได้อย่างมั่นคง #SAP#erp - [[Video] Prediction 2026: AI as the New Standard in Manufacturing - จากการคาดการณ์สู่การวางแผน ด้วย AI ในฐานะมาตรฐานใหม่ของภาคการผลิต](https://www.manutalkthai.com/alphast-prediction-2026-ai-as-the-new-standard-in-manufacturing-video-highlight/) - สำหรับท่านที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงานครั้งนี้ ManuTalkThai ได้เผยแพร่วิดีโอย้อนหลังในแต่ละเซสชันที่เกิดขึ้นในงานสัมมนาออนไลน์ MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends ที่ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 กับ 14 หัวข้อการบรรยายจากเหล่าแบรนด์และผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทฯ ชั้นนำในภาคอุตสาหกรรม รับชมวิดีโอย้อนหลัง: https://youtu.be/NYAx-80ZJJQ โดย คุณพรเทพ ฤกษ์ศิริสุข Sales Director จาก Alphast (Thailand) เมื่อ AI ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือ 'ทางรอด' และมาตรฐานใหม่ของโรงงานยุค 2026! พบกับกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของระบบ ERP เดิมของคุณ ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยพลังของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นการวางแผนที่แม่นยำ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืนในสมรภูมิการผลิตยุคใหม่ มาร่วมเรียนรู้และเตรียมองค์กรของคุณให้พร้อม ก่อนที่มาตรฐานใหม่นี้จะมาถึง มาร่วมค้นหาคำตอบว่าองค์กรจะก้าวข้ามจาก 'การคาดเดา' สู่ 'การวางแผนเชิงกลยุทธ์' ได้อย่างไร เมื่อระบบ ERP - [[Video] Avally Digital & ERP Consulting Globally - SAP Partner](https://www.manutalkthai.com/avally-digital-erp-consulting-globally-sap-partner/) - ด้วยความเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ “Smart Work, Smooth World” Avally จึงมุ่งมั่นให้บริการที่ปรึกษาด้านดิจิทัลและระบบ ERP แก่องค์กรทั่วโลก ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชันองค์กรชั้นนำที่เชี่ยวชาญด้านระบบ SAP พันธกิจของเราคือการส่งมอบความคุ้มค่าสูงสุด พร้อมด้วยแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ให้แก่ลูกค้า เราให้บริการที่ครอบคลุม ทั้งระบบ SAP S/4HANA, SAP ERP และการปรับปรุงโครงสร้างระบบ ERP (ERP Reconstruction) โซลูชันของ SAP นับเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดสำหรับบริษัทที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก ซึ่งเราพร้อมส่งมอบระบบและโครงสร้างราคาที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจที่ดำเนินงานในระดับสากล เป้าหมายสูงสุดของเรา คือการยกระดับคุณค่าที่เราส่งมอบให้กับลูกค้า พร้อมทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมไปสู่ความยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นผ่านบริการของเรา www.avally.co.jp/en Avally (Thailand) Company Limited 33/4 The 9th Tower Grand Rama 9, Tower B, 26th Floor, Rama 9 Road, Huaykwang, Bangkok 10310 - [PwC ชี้ หัวหน้างาน คือกุญแจสำคัญชี้ชะตาความสำเร็จในการนำ AI มาใช้ในภาคการผลิต](https://www.manutalkthai.com/pwc-ai-frontline-leader/) - ผลสำรวจล่าสุดจาก PwC และ Manufacturing Institute เผยความสำเร็จในการประยุกต์ใช้ AI ในภาคการผลิต ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT หรือเม็ดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ตัวแปรสำคัญคือทัศนคติและความพร้อมของ Frontline Leader หรือหัวหน้างานที่ทำงานใกล้ชิดกับพนักงานปฏิบัติการ หากองค์กรละเลยการมีส่วนร่วมของบุคลากรกลุ่มนี้ โครงการขับเคลื่อน AI อาจเผชิญความล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่เริ่ม หลายองค์กรในอุตสาหกรรมการผลิตยุคปัจจุบันตั้งเป้าให้ AI เข้ามาอุดช่องโหว่จากปัญหาขาดแคลนแรงงาน แต่ในความเป็นจริง กลยุทธ์นี้ไม่ได้ให้ผลลัพธ์สำเร็จรูปอย่างที่คาดหวัง เพราะการลงทุนใน AI กำลังพลิกโฉมวิธีการทำงาน มากกว่าการลดความต้องการแรงงาน แทนที่จะช่วยแบ่งเบาภาระหน้างานโดยตรง AI กลับนำความซับซ้อนรูปแบบใหม่เข้ามาสู่กระบวนการ ทั้งในแง่ของการตัดสินใจ การวัดผลงาน และการปฏิบัติงานในแต่ละวัน เมื่อเป็นเช่นนี้ การนำ AI มาใช้ให้เกิดประสิทธิผลจึงต้องอาศัยแนวทางการบริหารจัดการที่เจาะจงและแตกต่างไปจากการทำ Automation แบบในอดีต ผู้นำต้องไม่เพียงแค่สั่งการหรือเปลี่ยนแปลงกระบวนการ แต่ต้องสามารถขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนกรอบความคิดของทีมงาน ให้ก้าวข้ามจากความกังขา ไปสู่ความตื่นตัวในการทดลองใช้ และบูรณาการเข้ากับหน้างานจริงจนสามารถคิดค้นรูปแบบการทำงานใหม่ ๆ ได้ แม้ Frontline Leader จะมีบทบาทสูงสุด ทว่าพนักงานจำนวนมากกลับประเมินว่าผู้นำของตนยังขาดความพร้อมในการบริหารความเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 48% - [WULING เปิดตัว Porta EV รถตู้บรรทุกไฟฟ้า 100% ชูสมรรถนะบรรทุก 1.2 ตัน หั่นต้นทุนโลจิสติกส์เหลือ 56 สตางค์/กม.](https://www.manutalkthai.com/wuling-porta-ev/) - บริษัท วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัว WULING Porta EV รถตู้บรรทุกไฟฟ้า 100% เชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นโซลูชันลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการไทย ชูจุดเด่นด้านขีดความสามารถในการบรรทุกสูงสุด 1,249 กิโลกรัม สามารถทำระยะทางวิ่งได้ 400 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม ด้วยต้นทุนการขนส่งที่ต่ำเพียง 0.56 บาทต่อกิโลเมตร การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากรุ่น Wuling Starlight Darion EV ที่มียอดจองกว่า 2,845 คันในช่วง 1 เดือนแรก คุณพิทยา ธนาดำรงศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WULING THAILAND ระบุว่า โครงสร้างต้นทุนธุรกิจที่พึ่งพาน้ำมันกำลังเข้าสู่โซนอันตรายและมีความเสี่ยงสูง การลงทุนในรถยนต์ไฟฟ้าพาณิชย์จึงเปรียบเสมือนการสร้างกำแพงป้องกันต้นทุนเชื้อเพลิงที่ควบคุมไม่ได้ Wuling Starlight Darion EV มีความยาวกว่า 5 เมตร ให้พื้นที่บรรทุกกว้างขวางถึง 6.5 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งใหญ่ที่สุดในเซ็กเมนต์เดียวกัน มาพร้อมประตูสไลด์ 2 ฝั่ง และประตูท้ายที่เปิดได้กว้างถึง - [ไทยฮอนด้า แต่งตั้ง “มร. มาซายูกิ ฮามามัตสึ” ประธานกรรมการบริหารคนใหม่ ขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตอย่างมั่นคง [PR]](https://www.manutalkthai.com/thai-honda-new-ceo-pr/) - บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง มร. มาซายูกิ ฮามามัตสึ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด คนใหม่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป พร้อมเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งองค์กร และ ยกระดับความพึงพอใจรวมถึงประสบการณ์ที่ดีที่สุดของลูกค้าในทุกทัชพอยต์ มร. มาซายูกิ ฮามามัตสึ เริ่มต้นเส้นทางการทำงานกับบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด (Honda Motor Co., Ltd.) ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี 2537 สะสมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์มากกว่า 32 ปี โดยก่อนมารับตำแหน่งที่ประเทศไทย เขาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรองเจ้าหน้าที่บริหาร (Assistant Vice President) ประจำสำนักงานใหญ่ที่ประเทศญี่ปุ่น มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลธุรกิจรถจักรยานยนต์และผลิตภัณฑ์เครื่องยนต์อเนกประสงค์ รวมถึงขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อวางรากฐานนวัตกรรมแห่งอนาคตให้กับฮอนด้าในระดับโลก นอกจากนี้ เขายังมีประสบการณ์บริหารงานในหลากหลายตลาดทั้งเอเชียและยุโรป ครอบคลุมโปรตุเกส สเปน สหราชอาณาจักร อินเดีย และออสเตรเลีย สะท้อนความเชี่ยวชาญรอบด้านทั้งด้านกลยุทธ์ธุรกิจ เทคโนโลยียานยนต์ - [ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกผนึกกำลังร่วมกันเปิดตัว กลุ่มพันธมิตรเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้ "Trusted Tech Alliance (TTA)" [PR]](https://www.manutalkthai.com/trusted-tech-alliance-tta-pr/) - ผู้นำเทคโนโลยี 16 บริษัทจากแอฟริกา เอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ได้ประกาศเปิดตัวกลุ่มพันธมิตรเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้ หรือ Trusted Tech Alliance (TTA) อย่างเป็นทางการ ณ การประชุมความมั่นคงมิวนิก (Munich Security Conference) ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของผู้ให้บริการเทคโนโลยีที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน เพื่อร่วมมือกันสร้างมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้ (Trusted Technology Stack) ครอบคลุมตั้งแต่ระบบโครงข่ายการเชื่อมต่อ โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ เซมิคอนดักเตอร์ ไปจนถึงซอฟต์แวร์และระบบปัญญาประดิษฐ์ พันธกิจหลักมุ่งเน้นไปที่ความโปร่งใส ความปลอดภัย และการคุ้มครองข้อมูล โดยไม่จำกัดสัญชาติของผู้ให้บริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและส่งต่อประโยชน์ของเทคโนโลยีให้แก่ผู้คนทั่วโลกอย่างเท่าเทียม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วและสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน นานาประเทศและลูกค้าต่างมองหาความน่าเชื่อถือและความยืดหยุ่นจากผู้ให้บริการ ขณะเดียวกันสังคมยังคงกังวลเกี่ยวกับผลกระทบเชิงลบของเทคโนโลยีดิจิทัล TTA จึงได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ผ่านการกำหนดคุณลักษณะของเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้และมีหลักการดำเนินงานที่ตรวจสอบได้ ในการกำหนดคุณลักษณะของเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้และหลักการดำเนินงานที่สมาชิกต้องยึดถือร่วมกันนั้น สมาชิกของ TTA ได้ให้คำมั่นที่จะทำงานร่วมกับภาครัฐและลูกค้าต่าง ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสาธารณชนในวงกว้าง ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนการจ้างงานและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ การรวมตัวของพันธมิตรครั้งนี้เป็นการดึงบริษัทชั้นนำที่ยึดมั่นในแนวทางและหลักการที่ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีมีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ และดำเนินงานได้อย่างมีความรับผิดชอบ ไม่ว่าเทคโนโลยีนั้นจะถูกสร้างขึ้นหรือนำไปใช้งานที่ใดในโลกก็ตาม ณ เวลานี้ กลุ่มสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้ง Trusted - [ซีพี แอ็กซ์ตร้า และ อาลีบาบา คลาวด์ ลงนามความร่วมมือ เดินหน้าทรานส์ฟอร์มการดำเนินงานด้วย AI [PR]](https://www.manutalkthai.com/cp-axtra-x-alibaba-cloud-mou-pr/) - บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP AXTRA ผู้ดำเนินธุรกิจแม็คโครและโลตัส ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) กับอาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) ธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและหน่วยงานหลักด้านอินเทลลิเจนซ์ของอาลีบาบา กรุ๊ป เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนการนำ AI มาใช้ในการดำเนินงานขององค์กรอย่างครอบคลุม ภายใต้ความร่วมมือนี้ ซีพี แอ็กซ์ตร้า จะนำโมเดล AI ได้แก่ Qwen และ Wan ของอาลีบาบา คลาวด์ มาประยุกต์ใช้ภายในองค์กร เพื่อสนับสนุนพันธกิจของบริษัทฯ ในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการปลูกฝังแนวคิด “Think AI First” ในทุกระดับขององค์กร โดยมุ่งเสริมสร้างทักษะให้กับพนักงานในทุกสายงาน ให้สามารถนำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำงาน อาทิ การสร้างสรรค์คอนเทนต์ด้านการตลาด การบริหารจัดการสินค้า รวมถึงการวางแผนและบริหารจัดการคำสั่งซื้อและสต็อกสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้าน AI อย่างเป็นระบบ ทาง ซีพี แอ็กซ์ตร้า และ อาลีบาบา - [เปิด Use Case โรงงานในสหรัฐอเมริกาประยุกต์ใช้ AI เพื่อทลายกำแพงภาษาบนสายการผลิต ยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพการทำงาน](https://www.manutalkthai.com/ai-translation-manufacturing/) - โรงงานในสหรัฐอเมริกาเริ่มนำเทคโนโลยีการแปลภาษาที่ขับเคลื่อน AI เข้ามาใช้งานบนสายการผลิตมากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาการสื่อสารกับพนักงานที่ไม่สันทัดภาษาอังกฤษ โดยเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับความปลอดภัย แต่ยังช่วยให้องค์กรปฏิบัติตามมาตรฐานด้านกฎระเบียบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจในการประยุกต์ใช้ในประเทศต่าง ๆ ข้อมูลจาก U.S. Census Bureau ปี 2024 ระบุว่า อุตสาหกรรมการผลิตของสหรัฐอเมริกา มีแรงงานต่างชาติกว่า 3.1 ล้านคน คิดเป็น 20% ของแรงงานในอุตสาหกรรมทั้งหมด ปัญหาการสื่อสารที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อขวัญกำลังใจและประสิทธิภาพการทำงาน นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่าธุรกิจต้องสูญเสียต้นทุนแรงงานแฝงเฉลี่ยสูงถึง 500,000 ดอลลาร์ต่อปี จากการที่พนักงานต้องละทิ้งงานหลักเพื่อมาช่วยแปลภาษาให้เพื่อนร่วมงานในบางครั้ง ปัจจุบันโรงงานหล่อโลหะในรัฐเพนซิลเวเนียซึ่งมีพนักงานกว่า 1,000 คน เริ่มนำเทคโนโลยี AI มาแปลเอกสารขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐานและป้ายความปลอดภัย เพื่อแก้ปัญหาช่องว่างทางการสื่อสารระหว่างผู้ฝึกสอนและพนักงาน อีกทั้งองค์กรยังเตรียมนำระบบ Live Captioning มาใช้ในการประชุม Town Hall ประจำเดือน เพื่อแก้ปัญหาข้อมูลตกหล่นจากการที่พนักงานต้องใช้ Google Translate แปลผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยตนเอง ขณะเดียวกันบริษัทชั้นนำอย่าง Volvo, Mars และ Stanley Black & Decker ได้นำ Smartcat - [Farsoon เปิดตัวเครื่องพิมพ์ 3 มิติโลหะไซส์ยักษ์ 2 รุ่นใหม่ ดันขีดสุดการผลิตสู่อนาคต](https://www.manutalkthai.com/farsoon-has-unveiled-two-new-giant-metal-3d-printers/) - Farsoon Technologies ยักษ์ใหญ่จากจีน สร้างความฮือฮาในวงการอุตสาหกรรมการผลิตแบบ Additive Manufacturing อีกครั้ง ด้วยการประกาศเปิดตัวเครื่องพิมพ์ 3 มิติโลหะขนาดใหญ่ 2 รุ่นล่าสุด ได้แก่ FS1311M-U และ FS812M-U ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี PBF-LB ที่ออกแบบมาเพื่อปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมการบิน อวกาศ พลังงาน และยานยนต์โดยเฉพาะ เริ่มกันที่ FS812M-U ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากซีรีส์ 800 รุ่นก่อนหน้า โดยจุดเด่นของรุ่นนี้คือการปรับดีไซน์ให้ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยลงถึง 41% แต่กลับเพิ่มความสูงในการพิมพ์ได้สูงสุดถึง 1.7 เมตร (ด้วยพื้นที่พิมพ์ 810 × 810 × 1,700 มม.) ตัวเครื่องมาพร้อมขุมพลังเลเซอร์ 8 ถึง 10 ตัว ทำให้สามารถผลิตชิ้นส่วนที่สูงและมีความซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว โดยแทบไม่ต้องพึ่งพาโครงสร้างซัพพอร์ต (Support structures) มากนัก ซึ่งช่วยลดทั้งต้นทุนวัสดุและเวลาในขั้นตอนการขัดแต่งชิ้นงาน นอกจากนี้ ยังมีระบบไหลเวียนก๊าซอัจฉริยะแบบหลายชั้นที่ช่วยรักษาคุณภาพชิ้นงานให้สม่ำเสมอ และระบบจัดการผงโลหะแบบระบบปิดเพื่อลดความสูญเปล่าของวัสดุ ในขณะเดียวกัน พี่ใหญ่อย่าง - [ก้าวสำคัญของวงการสิ่งทอ! Picanol จับมือ Siemens พลิกโฉมเครื่องทอผ้าอัจฉริยะด้วย Xcelerator](https://www.manutalkthai.com/picanol-partners-with-siemens-to-revolutionize-smart-weaving-with-xcelerator/) - เมื่อผู้นำด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมระดับโลกอย่าง ซีเมนส์ (Siemens) จับมือกับ พิคานอล (Picanol) แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องทอผ้าไฮเทคชั้นนำจากเบลเยียมที่มีประวัติยาวนานกว่า 80 ปี การพลิกโฉมครั้งใหญ่ของวงการสิ่งทอจึงเริ่มต้นขึ้น Picanol ได้ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัวโดยเลือกใช้ชุดซอฟต์แวร์ Siemens Xcelerator เพื่อเร่งวงจรการพัฒนาและผลักดันนวัตกรรมสำหรับการผลิตเครื่องทอผ้าอัจฉริยะเจเนอเรชันใหม่ อย่างเช่นรุ่น Ultimax ให้รวดเร็วและล้ำหน้ายิ่งกว่าเดิม เบื้องหลังการยกระดับครั้งนี้คือการผสานรวมเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับกระบวนการผลิต Picanol ได้นำซอฟต์แวร์ Designcenter NX มาใช้เพื่องานวิศวกรรมขั้นสูง ควบคู่ไปกับ Teamcenter สำหรับการจัดการวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยให้การทำงานลื่นไหล ลดความยุ่งยากในการปรับแต่งเครื่องจักร และเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบบริหารจัดการขององค์กร (ERP และ MES) ได้อย่างไร้รอยต่อ แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือการนำเทคโนโลยี Digital Twin มาใช้ผ่านซอฟต์แวร์ Simcenter เทคโนโลยีนี้ช่วยให้วิศวกรสามารถสร้างและทดสอบการทำงานของเครื่องจักรที่มีความซับซ้อนสูงผ่านแบบจำลองเสมือนจริงก่อนที่จะสร้างชิ้นงานจริงขึ้นมา ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยรีดประสิทธิภาพของเครื่องจักรให้ถึงขีดสุด แต่ยังช่วยออกแบบให้ตัวเครื่องประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นอีกด้วย การเปลี่ยนแปลงเชิงรุกนี้ยังครอบคลุมไปถึง Psicontrol ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Picanol Group ที่ได้หันมาใช้ Teamcenter เพื่อเชื่อมโยงการพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ควบคุมเข้าด้วยกัน เพื่อตอกย้ำความแข็งแกร่งของโครงข่ายข้อมูลดิจิทัลทั่วทั้งองค์กร โยฮัน แวร์สตราเอเต (Johan Verstraete) - [MALEE กางยุทธศาสตร์ 'Malee Applied Sciences' สร้าง New Era of Wellness ลุยตลาด B2B [PR]](https://www.manutalkthai.com/malee-malee-applied-sciences-new-era-of-wellness-pr/) - ‘บมจ. มาลี กรุ๊ป’ หรือ MALEE ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ส่ง มาลี แอพพลายด์ ไซเอ็นซ์ (Malee Applied Sciences หรือ MAS) เสริมทัพเพื่อทะยานสู่ ‘New Era of Wellness’ ชูความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ระดับสูงและเภสัชกรรมระดับประเทศ เดินหน้าเปิดตัวสินค้าวัตถุดิบระดับแอดวานซ์ ‘นวัตกรรมนำส่งสารสำคัญที่แม่นยำในระดับเซลล์’ ตอบรับเมกะเทรนด์โลกด้านการดูแลสุขภาวะที่ยืนยาว ลุยตลาด B2B กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและความงาม รุกเจาะตลาดผู้ประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรม เจ้าของแบรนด์ และขยายสู่ตลาดยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ วางเป้าหมายให้ MAS เป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อน มาลี กรุ๊ป ก้าวสู่การเป็น Global Wellbeing Company ในปี 2571 นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE - [EssilorLuxottica เข้าซื้อหุ้น “แว่นท็อปเจริญ” เสริมแกร่งตลาดไทย พร้อมดันไทยขึ้นฮับการผลิตระดับโลก](https://www.manutalkthai.com/essilorluxottica-top-charoen-deal/) - EssilorLuxottica ผู้นำด้านอุตสาหกรรมแว่นตาและผลิตภัณฑ์ดูแลสายตาระดับโลก ประกาศปิดดีลเข้าซื้อหุ้นของแว่นท็อปเจริญ หรือ บริษัท ร่วมเจริญพัฒนา จำกัด (มหาชน) เชนร้านแว่นตาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่มีสาขามากกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ การเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างสองบริษัท แต่ยังมีนัยสำคัญต่อภาคการผลิตและยุทธศาสตร์ทางธุรกิจในระดับภูมิภาค ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในฐานการผลิต และศูนย์กลางการดำเนินธุรกิจที่สำคัญของ EssilorLuxottica การร่วมเป็นพันธมิตรกับแว่นท็อปเจริญในครั้งนี้ จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจและกระจายสินค้าของบริษัทในภูมิภาคเอเชีย อีกทั้งการลงทุนของ EssilorLuxottica สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การบูรณาการแนวดิ่งที่เชื่อมโยงตั้งแต่ฐานการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงในไทย ไปจนถึงช่องทางจัดจำหน่าย Francesco Milleri ประธานและซีอีโอ พร้อมด้วย Paul du Saillant รองซีอีโอของ EssilorLuxottica ระบุว่า การเป็นพันธมิตรครั้งนี้จะช่วยยกระดับมาตรฐานการดูแลสายตาในเอเชีย และที่สำคัญคือการขับเคลื่อนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Wearable หรืออุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะที่กำลังเกิดขึ้นใหม่ในภูมิภาค ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับความต้องการด้านสุขภาพสายตาของคนเอเชียที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยยึดหลักการนำผู้ป่วยและผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ขององค์กรที่ต้องการขยายการเข้าถึงแว่นตาและบริการดูแลสายตานวัตกรรมขั้นสูงไปทั่วโลก ทั้งนี้แว่นท็อปเจริญก่อตั้งขึ้นในปี 1947 โดยเริ่มต้นจากสาขาแรกในจังหวัดสระบุรี และหน่วยรถเคลื่อนที่เพื่อให้บริการด้านสายตาในพื้นที่ห่างไกล ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์ที่หลากหลาย ครอบคลุมผู้บริโภคทุกกลุ่มเป้าหมายดังนี้ ห้างแว่น Top Charoen และ Luxoptic ห้างแว่น Eye Class, Eye Bright - [SYNNEX ผนึก Secure Connection เปิดเกมรุกตลาดอุปกรณ์เสริมไอทีและไลฟ์สไตล์ในไทย ขึ้นแท่นผู้จัดจำหน่าย Honeywell แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย [PR]](https://www.manutalkthai.com/synnex-honeywell-mou-for-it-and-lifestyle-product-pr/) - บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNNEX ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Secure Connection Limited ผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์จากฮ่องกง และได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าจาก Honeywell International Inc. ในการพัฒนา ผลิต และทำตลาดผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Honeywell ในหลายภูมิภาคของโลก ได้แก่ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เพื่อนำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดย คุณสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ Mr.Glenn Ng, Regional Director – Southeast Asia, Secure Connection Limited ร่วมลงนามในข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อแต่งตั้งให้ SYNNEX เป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Honeywell แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ณ โรงแรม - [“ทุกความแม่นยำของอุตสาหกรรมยา เริ่มต้นจากระบบที่เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว”](https://www.manutalkthai.com/ndbs-precision-in-pharma-begins-with-a-unified-system/) - Olic (Thailand) Limited ผู้ให้บริการด้านการพัฒนา วิจัย และผลิตยาแบบครบวงจร (CDIMO) ภายใต้เครือ Fuji Pharma เดินหน้ายกระดับองค์กรครั้งสำคัญ ด้วยการลงทุนในระบบ SAP S/4HANA Cloud Private Edition ภายใต้แนวทาง RISE with SAP เพื่อสร้าง “โครงสร้างดิจิทัลกลาง” ที่เชื่อมโยงทุกกระบวนการทางธุรกิจแบบ End-to-End รองรับมาตรฐานอุตสาหกรรมยาระดับสูง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ในอุตสาหกรรมที่ความผิดพลาดไม่ใช่ทางเลือก และทุกข้อมูลต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้แบบ Real-time การมีระบบ ERP ที่ทรงพลังจึงไม่ใช่เพียง “ทางเลือก” แต่คือ “โครงสร้างพื้นฐาน” ขององค์กรยุคใหม่ Olic เลือกลงทุนเพื่อให้มั่นใจว่า ทุกการตัดสินใจตั้งอยู่บนข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อมโยง และเชื่อถือได้ โครงการนี้ดำเนินการโดย NTT DATA Business Solutions (Thailand) Ltd. พาร์ทเนอร์ด้าน SAP ระดับสากล ที่มีประสบการณ์ในการขับเคลื่อน Digital Transformation - [DuPont ปิดดีลขายธุรกิจเส้นใย Kevlar และ Nomex ให้ Arclin มูลค่า 1.8 พันล้านดอลลาร์](https://www.manutalkthai.com/dupont-kevlar-to-arclin/) - DuPont ประกาศขายธุรกิจเส้นใยอะรามิด ซึ่งรวมถึงแบรนด์วัสดุกันกระสุนและทนความร้อนชื่อดังอย่าง Kevlar และ Nomex ให้กับบริษัทผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ Arclin อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา ด้วยมูลค่า 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การขายกิจการครั้งนี้ส่งผลให้ Arclin ได้รับสิทธิ์ในการบริหารธุรกิจเส้นใยอะรามิดทั้งหมด การเกิดขึ้นของดีลนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโครงสร้างองค์กรที่ DuPont วางรากฐานมาตั้งแต่ต้นปี 2025 โดยบริษัทมีเป้าหมายในการแยกธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้ชื่อ Qnity Electronics ออกเป็นบริษัทอิสระภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 โดย Lori Koch ซีอีโอของ DuPont ระบุว่า กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไรและสร้างความชัดเจนให้กับพอร์ตโฟลิโอของบริษัท หลังจากนี้ DuPont จะหันมาโฟกัสทรัพยากรทั้งหมดไปที่ธุรกิจ Materials Science และเทคโนโลยีการจัดการน้ำโดยตรง การตัดสินใจขายธุรกิจเส้นใยอะรามิดซึ่งทำยอดขายสุทธิได้ถึง 675 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 จึงเป็นการดึงมูลค่าแฝงที่ซ่อนอยู่ออกมาแปลงเป็นกระแสเงินสด เพื่อนำไปต่อยอดการสร้างมูลค่าเพิ่มในส่วนธุรกิจหลักต่อไป ด้าน Arclin ซึ่งดำเนินธุรกิจภายใต้การสนับสนุนของกองทุน TJC การคว้าแบรนด์ระดับตำนานอย่าง Kevlar - [ร่วมเจาะลึกเทรนด์และแนวทางประยุกต์ใช้ AI & IoT, Privacy & Security และ Sustainability Tech ผ่าน 3 เวทีสัมมนาใหญ่แห่งปี](https://www.manutalkthai.com/duga-ai-and-iot-privacy-and-security-and-sustainability-trend-deep-dive/) - ร่วมเจาะลึกเทรนด์และแนวทางประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจริง ผ่าน 3 เวทีสัมมนาใหญ่ด้าน AI & IoT, Privacy & Security และ Sustainability Tech เพื่อให้องค์กรพร้อมรับทุกการเปลี่ยนแปลง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) เตรียมจัด 3 เวทีสัมมนาเทคโนโลยีสำคัญแห่งปี เพื่อตอบโจทย์ทิศทางเทคโนโลยีอนาคต และประเด็นที่องค์กรยุคใหม่ต้องจับตา AI & IoT Summit 2026 คือเวทีที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการทดลองใช้ AI/IoT ในระดับ Pilot สู่การสร้าง Intelligent Operations ที่ขับเคลื่อนผลลัพธ์ได้จริงในระดับองค์กร ภายในงานจะนำเสนอแนวคิดและกรณีศึกษาครอบคลุมตั้งแต่การ Scaling AI Beyond Pilot, การวาง AIoT Operating Model, การผลักดัน ROI-Driven Intelligent Operations ไปจนถึงประเด็นสำคัญอย่าง Trusted AI, Data Sovereignty และ Human-AI - [HPE พลิกโฉม AI Factories แบบกระจายศูนย์ สู่ โครงข่าย AI Grid อัจฉริยะ ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเทคโนโลยีจาก NVIDIA [PR]](https://www.manutalkthai.com/hpe-transforms-distributed-ai-factories-into-intelligent-ai-grid-powered-by-nvidia-pr/) - HPE ประกาศเปิดตัว HPE AI Grid โซลูชันแบบครบวงจรที่พัฒนาบน NVIDIA Reference Architecture เพื่อเชื่อมต่อ AI Factories และคลัสเตอร์ Inference ที่กระจายอยู่ทั้งในระดับภูมิภาคและพื้นที่ Edge ที่ห่างไกลได้อย่างปลอดภัย โดย HPE AI Grid ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถติดตั้งและบริหารจัดการระบบ Inference แบบกระจายได้ในระดับหลายพันจุด พร้อมยกระดับการใช้งาน AI ให้ทำงานเชื่อมต่อกันเป็นระบบอัจฉริยะหนึ่งเดียว แอปพลิเคชันที่มี AI เป็นแกนหลัก (AI-Native Applications) จำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายศูนย์ที่มีเสถียรภาพ คาดการณ์ได้ และมีความหน่วงต่ำอย่างสม่ำเสมอ โดย HPE AI Grid ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอ NVIDIA AI Computing by HPE ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว ด้วยประสิทธิภาพความหน่วงต่ำระดับ ultra-low latency ที่คงที่แม้ในระดับสเกลขนาดใหญ่ รองรับบริการ AI แบบเรียลไทม์ พร้อมความสามารถในการติดตั้งระบบแบบอัตโนมัติ (Zero-touch - [เต็ดตรา แพ้ค เปิดศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งใหม่ที่จังหวัดระยอง พร้อมหนุนผู้ประกอบการไทย พัฒนาและนำสินค้าออกสู่ตลาดได้เร็วยิ่งขึ้น [PR]](https://www.manutalkthai.com/tetra-pack-new-packaging-development-facility-in-rayong-pr/) - เต็ดตรา แพ้ค เปิดตัวศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development Centre: PDC) แห่งใหม่อย่างเป็นทางการที่จังหวัดระยอง เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาแนวคิดไปจนถึงการผลิตจริงเพื่อวางจำหน่ายในท้องตลาด ศูนย์ PDC Rayong ช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทย โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงความเชี่ยวชาญทางเทคนิคในการผลิตและบรรจุ รวมไปถึงการยกระดับด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ผลิตทั้งในประเทศและในภูมิภาคที่กำลังมองหากระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่รวดเร็วและเข้าถึงได้ง่าย โดยอาศัยความเป็นเลิศด้านการผลิตและทำเลที่ตั้งใจกลางภูมิภาคของประเทศไทยในการให้บริการผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มทั่วเอเชียแปซิฟิก คุณรัตนศิริ ติลกสกุลชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเปิดศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งใหม่ที่ระยอง ถือเป็นก้าวสำคัญของเต็ดตรา แพ้ค ประเทศไทย ในการสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมแบบครบวงจร เมื่อผนวกกับการให้บริการของศูนย์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้า (Customer Innovation Centre: CIC) ที่เพิ่งเปิดให้บริการในกรุงเทพฯ เมื่อปีที่ผ่านมา เราจะช่วยให้ผู้ผลิตลดขั้นตอนและเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่วันที่เริ่มพัฒนาแนวคิดไปจนถึงวันที่วางจำหน่ายจริงในตลาด เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าศูนย์ PDC ของเราแห่งนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” ศูนย์ PDC Rayong มีพื้นที่รวมกว่า 3,700 ตารางเมตร ประกอบด้วยพื้นที่ทำงานหลักสองส่วนที่เชื่อมต่อกัน ได้แก่ ส่วนโซลูชันการแปรรูปอาหารและเครื่องดื่ม และส่วนงานพัฒนานวัตกรรมอาหาร ภายในติดตั้งไลน์การผลิตกึ่งอุตสาหกรรมแบบครบวงจร - [DEXON เปิดบริการประเมินความสมบูรณ์สินทรัพย์ตามมาตรฐาน Fitness-for-Service (FFS) ครบวงจร [PR]](https://www.manutalkthai.com/dexon-fitness-for-service-pr/) - บริษัท เด็กซ์ซอน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ DEXON ผู้นำด้านการตรวจสอบทางวิศวกรรมระดับสากล ประกาศเปิดตัวบริการใหม่ล่าสุด "Fitness-for-Service" (FFS)อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “Turning Inspection Data into Defensible Engineering Decisions” นี่ไม่ใช่การเพิ่มบริการตรวจสอบ แต่คือการยกระดับบทบาทจาก Inspection Provider สู่ Engineering Decision Authority การเปลี่ยน "ข้อมูลภาคสนาม" สู่ "ข้อสรุปทางวิศวกรรม"ที่นำไปใช้ได้จริง หัวใจสำคัญของบริการ FFS จาก DEXON คือการเปลี่ยนข้อมูลเชิงวัดจากภาคสนาม (Raw Inspection Data) เช่น การกัดกร่อน (Corrosion), การสูญเสียเนื้อโลหะ (Metal Loss), การคืบตัว (Creep) หรือรอยแตกร้าว (Cracking) หรือการเสื่อมสภาพของโครงสร้าง (Structural Degradation) ให้กลายเป็นรายงานการประเมินความสมบูรณ์เชิงวิศวกรรมที่ครอบคลุมตั้งแต่Level 1 ถึง Level 3 ตามมาตรฐานสากลAPI 579-1 / ASME FFS-1 อย่างครบถ้วน โดยการประเมินทั้งหมดดำเนินการภายใต้ระบบควบคุมที่เข้มงวดด้วย: - [Saviynt เปิดตัว “Identity Control Plane” สำหรับ AI Agents รายแรกของอุตสาหกรรม [PR]](https://www.manutalkthai.com/saviynt-lanuch-identity-control-plane-for-ai-agents-first-in-the-indutry-pr/) - Saviynt แพลตฟอร์มด้านความปลอดภัยของตัวตน (Identity Security) สำหรับยุค AI ประกาศเปิดตัวโซลูชัน “Saviynt Identity Security for AI” ซึ่งยกระดับขีดความสามารถระดับองค์กรในการบริหารจัดการ AI Agents ได้อย่างครบวงจร ควบคู่ไปกับการดูแลตัวตนทั้งของมนุษย์และตัวตนที่ไม่ใช่มนุษย์ (Non-Human Identities: NHIs) แพลตฟอร์มดังกล่าวช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็น (Visibility) การทำงานของ AI Agents ได้อย่างต่อเนื่อง บริหารจัดการวงจรชีวิต (Lifecycle Governance) และควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงระหว่างการทำงานจริง (Runtime Authorisation) ของ AI Agents แบบอัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยปิดช่องว่างด้านความปลอดภัยของตัวตนที่ปัจจุบันทำให้องค์กรถึง 91% ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่มองไม่เห็น (Blind Risk) การขยายตัวของระบบ AI ในองค์กรที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว กำลังสร้างความไม่สมดุลทางด้านความมั่นคงปลอดภัยอย่างรุนแรง เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยไม่สามารถตามทันความเร็วของการทำงานของระบบที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องจักร (Machine-Speed Workflows) ได้ทัน AI Agents เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำงานได้อย่างอัตโนมัติ และดำเนินการด้วยความเร็วระดับเครื่องจักร ขณะที่โมเดลการจัดการตัวตนแบบเดิมซึ่งออกแบบมาสำหรับผู้ใช้งานมนุษย์และเวิร์กโฟลว์ที่ตายตัว - [Arm เปิดตัวซีพียู AGI ขุมพลังใหม่รุกอุตสาหกรรมการผลิต ผนึกกำลังบิ๊กเทค NVIDIA, Google และ AWS](https://www.manutalkthai.com/arm-unveils-new-agi-cpu-a-powerful-processor-for-the-manufacturing-industry/) - Arm Holdings ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในวงการเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการผลิต ด้วยการเปิดตัวสถาปัตยกรรม CPU เจเนอเรชันใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อขุมพลัง Artificial General Intelligence (AGI) โดยเฉพาะ ซึ่งเป็น AI ระดับสูงที่มีความสามารถทางปัญญาใกล้เคียงหรือเท่าเทียมกับมนุษย์ ก้าวสำคัญครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากพันธมิตรระดับโลกกว่า 50 แห่ง นำทัพโดยบิ๊กเทคอย่าง NVIDIA, Google และ AWS ที่มาร่วมกันผลักดันโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลให้ขยายสเกลรองรับการเติบโตของ AI ได้อย่างไร้ขีดจำกัด Artificial General Intelligence (AGI) หรือปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป คือ AI ระดับสูงที่มีความสามารถทางปัญญาใกล้เคียงหรือเท่าเทียมกับมนุษย์ แตกต่างจาก AI ในปัจจุบัน (Narrow AI) ตรงที่ AGI สามารถเรียนรู้ เข้าใจ แก้ปัญหาได้หลากหลายด้าน และปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่ ๆ ได้เองโดยไม่ต้องฝึกฝนเฉพาะทาง มร. เรเน่ ฮาส ซีอีโอของ Arm มองว่ายุคของ Agentic AI กำลังพลิกโฉมหน้าการประมวลผลไปอย่างสิ้นเชิง - [Siemens จับมือ Alibaba ปฏิวัติวงการผลิตด้วยเทคโนโลยี AI](https://www.manutalkthai.com/siemens-partners-with-alibaba-to-revolutionize-manufacturing-with-ai-technology/) - Siemens และ Alibaba ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญที่กรุงปักกิ่ง เพื่อยกระดับการนำ AI มาใช้ในภาคการผลิตอุตสาหกรรม โดยเตรียมนำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและระบบควบคุมใหม่ถึง 26 รายการขึ้นไปให้บริการบนระบบคลาวด์ของ Alibaba ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามาช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถใช้ AI ขับเคลื่อนการตัดสินใจ บริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน และคาดการณ์การซ่อมบำรุงล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ในด้านเทคโนโลยี Siemens จะนำซอฟต์แวร์จำลองทางอุตสาหกรรมและระบบประมวลผลขั้นสูงมาให้บริการบนคลาวด์ พร้อมทั้งเปิดตัว "สมองกลควบคุมสายการผลิต" (PLC) เจเนอเรชันใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทำหน้าที่สั่งการทำงานของเครื่องจักรแบบเรียลไทม์ ควบคู่ไปกับระบบเซอร์โวมอเตอร์ที่คอยแปลงคำสั่งดิจิทัลให้เป็นการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ที่แม่นยำขั้นสุด นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาการนำโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) อย่าง "Qwen" ของ Alibaba มาผสานเข้ากับซอฟต์แวร์การจัดการผลิตภัณฑ์ของ Siemens อีกด้วย ปัจจุบัน ข้อมูลจาก Deloitte ระบุว่ามีผู้ผลิตเพียง 6% เท่านั้นที่ใช้ AI ในโรงงาน ซึ่งถือว่าค่อนข้างช้าเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อทลายข้อจำกัดดังกล่าว โดยผู้บริหารของ Siemens มองว่าการจะใช้ AI ในโลกความเป็นจริงให้ได้ผล ต้องอาศัย "ระบบปฏิบัติการ AI สำหรับอุตสาหกรรม" ที่เชื่อมโยงทั้งข้อมูล - [GM Korea ทุ่มเกือบ 2 หมื่นล้านบาท ดันเกาหลีใต้ขึ้นแท่นฮับผลิต SUV ขนาดเล็กระดับโลก](https://www.manutalkthai.com/gm-korea-is-positioning-south-korea-to-become-a-global-hub-for-small-suv-production/) - จีเอ็ม โคเรีย (GM Korea) ประกาศทุ่มเม็ดเงินลงทุนรวมกว่า 1.95 หมื่นล้านบาท (600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพื่อยกระดับสายการผลิตและเทคโนโลยีต่างๆ โดยมีเป้าหมายหลักในการผลักดันให้ฐานการผลิตในเกาหลีใต้กลายเป็นศูนย์กลางระดับโลกสำหรับการผลิตรถยนต์ SUV ขนาดเล็ก การลงทุนครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากแผนเดิมมูลค่าราว 9.77 พันล้านบาท ที่เคยประกาศไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว บวกกับเม็ดเงินก้อนใหม่อีก 9.77 พันล้านบาท ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตแล้ว ยังช่วยสยบความกังวลและข่าวลือในอดีตที่ว่าจีเอ็มอาจเตรียมถอนตัวออกจากตลาดเกาหลีใต้ลงได้อย่างสิ้นเชิง เฮกเตอร์ บียาร์เรอัล ซีอีโอของจีเอ็ม โคเรีย เปิดเผยว่า การลงทุนครั้งนี้ตอกย้ำถึงความสำเร็จของรถยนต์ที่พัฒนาและผลิตในเกาหลีใต้เพื่อป้อนตลาดโลก โดยเฉพาะรถรุ่นเรือธงอย่าง Chevrolet Trax และ Trailblazer ซึ่งเป็นตัวทำกำไรหลักในตลาดสหรัฐฯ เม็ดเงินดังกล่าวจะถูกนำไปใช้อัปเกรดเครื่องจักรให้ทันสมัย เช่น การติดตั้งเครื่องปั๊มขึ้นรูปรุ่นใหม่ล่าสุดที่โรงงานในอินชอน รวมไปถึงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเตรียมรับมือกับการแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ผลจากการลงทุนและปรับโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง ทำให้ จีเอ็ม โคเรีย พลิกฟื้นสถานการณ์กลับมามีกำไรได้ตั้งแต่ปี 2022 ที่มูลค่าราว 4.56 พันล้านบาท ก่อนจะขยับขึ้นมาเป็น 3.25 หมื่นล้านบาท ในปี 2023 และทำกำไรพุ่งสูงถึง 4.77 - [Manz Asia ผนึกกำลัง Epson ชูเทคโนโลยีอิงค์เจ็ต ยกระดับอุตสาหกรรมผลิตชิป](https://www.manutalkthai.com/manz-asia-teams-up-with-epson-to-leverage-inkjet-technology-to-advance-the-chip-manufacturing-industry/) - Manz Asia ประกาศความร่วมมือกับ Seiko Epson เพื่อผลักดันการนำเทคโนโลยีอิงค์เจ็ตขั้นสูงมาใช้ในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ โดยเป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมอุปกรณ์และซอฟต์แวร์อัจฉริยะของ Manz เข้ากับเทคโนโลยีหัวพิมพ์อิงค์เจ็ตระดับโลกของ Epson เป้าหมายคือการพัฒนาอุปกรณ์การพิมพ์ที่ขยายสเกลการทำงานได้อย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่ระดับห้องปฏิบัติการไปจนถึงโรงงานผลิตจริง (Lab-to-Fab) อุปกรณ์อิงค์เจ็ตที่พัฒนาร่วมกันนี้ ถูกออกแบบมาให้ครอบคลุมทุกสเต็ป ตั้งแต่ช่วงการวิจัยและพัฒนา (R&D) การทดลองผลิต ไปจนถึงการเดินสายพานผลิตจำนวนมาก จุดเด่นคือความสามารถในการพิมพ์ทั้งแบบ 2D และ 3D ที่มีความแม่นยำสูง รองรับการพิมพ์หมึกนำไฟฟ้า หมึกไวแสง และหมึกฟังก์ชันพิเศษลงบนชิ้นส่วนหรือพื้นผิวต่าง ๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม เทคโนโลยีนี้สามารถเข้าไปตอบโจทย์กระบวนการผลิตชิปสำคัญๆ เช่น โครงสร้างเสาอากาศแบบ 2.5D/3D, แผงระบายความร้อน รวมถึงชั้นยึดติดสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ถือเป็นโซลูชันที่ให้ทั้งความยืดหยุ่นและคุ้มค่าสำหรับเทคโนโลยีแพ็กเกจจิ้งสมัยใหม่ ผู้บริหารของทั้งสองบริษัทต่างมองเห็นทิศทางเดียวกันว่า เทคโนโลยีอิงค์เจ็ตกำลังจะเข้ามาพลิกโฉมหน้าอุตสาหกรรมนี้ มร. โรเบิร์ต ลิน ซีอีโอของ Manz Asia ระบุว่า โซลูชันนี้จะช่วยให้ลูกค้าลดระยะเวลาในการนำสินค้าออกสู่ตลาด (Time-to-Market) และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้จริง โดยใช้ศูนย์วิจัยในไต้หวันเป็นฮับนวัตกรรมที่เปิดกว้างเชื่อมโยงพาร์ทเนอร์ทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน ในขณะเดียวกัน มร. ชุนยะ ฟุคุดะ ซีโอโอจากฝั่ง Epson - [ดีป้า เผยดัชนีความเชื่อมั่นอุตฯ ดิจิทัล ไตรมาส 1/69 ลดลงจากไตรมาสก่อน แม้เห็นสัญญาณฟื้นตัวใน 3 เดือนข้างหน้า [PR]](https://www.manutalkthai.com/depa-digital-industry-sentiment-index-q1-pr/) - ดีป้า เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยไตรมาส 1 ประจำปี 2569 ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า และยังคงอยู่ในระดับ ‘ไม่เชื่อมั่น’ สาเหตุจากการที่สหรัฐฯ ปรับเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้าเทคโนโลยี การฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศที่ยังจำกัดหลังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสิ้นสุดลง และการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐที่ล่าช้ากว่ากำหนด ชี้ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมหวังให้รัฐเพิ่มช่องทางเข้าถึงแหล่งเงินทุน เร่งพัฒนาทักษะบุคลากรภาคดิจิทัล สนับสนุนงานวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลร่วมกับเอกชน สร้างแพลตฟอร์มอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างประเทศ เพื่อลดต้นทุน และเปิดโอกาสให้สินค้าและบริการไทยออกสู่ตลาดโลก สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital Industry Sentiment Index) ไตรมาส 1 ประจำปี 2569 ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมย่อย ประกอบด้วย อุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ (Hardware and Smart Devices) อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ (Software) อุตสาหกรรมบริการด้านดิจิทัล (Digital Services) อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content) และอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (Telecommunication) โดยดัชนีความเชื่อมั่นฯ อยู่ที่ระดับ 44.5 ลดลงจาก 48.6 ในไตรมาสก่อนหน้า - [Air Liquide รุกเปิดโรงงานผลิต Advanced Materials แห่งแรกในไต้หวัน เสริมแกร่งห่วงโซ่อุปทานชิปยุคใหม่](https://www.manutalkthai.com/air-liquide-opens-its-first-advanced-materials-manufacturing-plant-in-taiwan/) - แอร์ ลิควิด (Air Liquide) ผู้นำระดับโลกด้านก๊าซและบริการสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ประกาศเปิดตัวโรงงานผลิต Advanced Materials แห่งใหม่ในเมืองไทจง ไต้หวันอย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นฐานการผลิตวัสดุสำหรับการเคลือบและการกัดกรด (Deposition and Etching) ขนาดใหญ่แห่งแรกของบริษัทในไต้หวัน โดยวัสดุระดับโมเลกุลเหล่านี้ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการผลิตชิปประมวลผลยุคใหม่ ที่จะนำไปใช้ขับเคลื่อนเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบประมวลผลขั้นสูง (HPC) การตัดสินใจตั้งโรงงานใจกลางฮับเซมิคอนดักเตอร์ที่ก้าวหน้าที่สุดในโลกครั้งนี้ จะช่วยให้ แอร์ ลิควิด สามารถผลิตโมเลกุลนวัตกรรมใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับกระบวนการผลิตระดับนาโนได้โดยตรง ในยุคที่ผู้ผลิตชิปต่างพยายามย่อขนาดชิ้นส่วนลงจนแทบจะถึงระดับอะตอม ประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของวัสดุจึงกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญ การดึงฐานการผลิตมาไว้ใกล้ตัวลูกค้า จะช่วยให้ผู้ผลิตชิปทั้งในไต้หวันและทั่วเอเชียเข้าถึงวัสดุคุณภาพสูงได้ง่ายขึ้น เสริมความมั่นคงให้ห่วงโซ่อุปทาน และยังเอื้อให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ และเพิ่มผลผลิตให้คุ้มค่าที่สุด การเปิดโรงงานใหม่นี้ถือเป็นการเติมเต็มระบบนิเวศทางธุรกิจของ แอร์ ลิควิด ในไต้หวันให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น หลังจากที่บริษัทได้เข้ามาปักหลักในตลาดนี้มานานเกือบ 40 ปี และทุ่มเม็ดเงินลงทุนไปแล้วกว่า 1,000 ล้านยูโร นับตั้งแต่ปี 2019 โดยทางผู้บริหารอย่างคุณ Armelle Levieux ได้เน้นย้ำว่า ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัท ที่พร้อมจะเป็นเบื้องหลังสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมโลกอย่าง AI รวมถึงเป็นการกระชับความสัมพันธ์กับเหล่าผู้ผลิตชิปชั้นนำ และตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของ - [จาก AI สู่การครองโลกวิศวกรรม: งาน GTC 2026 ชี้ชัด Nvidia แทรกซึมอยู่ทุกที่](https://www.manutalkthai.com/nvidia-gtc-2026-ai-engineering/) - งาน GTC 2026 ของ Nvidia ล่าสุด ไม่ได้มีหน้าฉากแค่เรื่องของ AI เท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีโชว์ความเหนียวแน่นกับบรรดามิตรแท้ในวงการซอฟต์แวร์วิศวกรรมอีกด้วย หากย้อนกลับไปในปี 2020 ตอนที่ Nvidia พยายามเข้าซื้อกิจการ Arm หลายคนอาจเคยมองว่าพวกเขาพยายามจะครองโลกเทคโนโลยีในตอนที่มูลค่าบริษัทอยู่ที่ 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ในวันนี้ที่มูลค่าพุ่งทะยานไปถึง 4.38 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ Nvidia ได้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาแทรกซึมเข้าไปอยู่ในทุกอณูของซอฟต์แวร์วิศวกรรมอย่างแท้จริง ผ่านการจับมือกับยักษ์ใหญ่ทั้ง Dassault Systèmes, Siemens, Synopsys, Cadence และ PTC เมื่อเอาชนะไม่ได้ ก็จับมือกันก้าวไปข้างหน้า ในงานนี้ พันธมิตรอย่าง PTC ได้ประกาศเชื่อมต่อแพลตฟอร์มคลาวด์ CAD อย่าง Onshape เข้ากับ Nvidia Isaac Sim เพื่อสร้างเวิร์กโฟลว์หุ่นยนต์ที่ลื่นไหลตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการจำลองสถานการณ์ โดยหากมีการปรับแก้ดีไซน์ ข้อมูลก็จะอัปเดตตามไปโดยอัตโนมัติ ในขณะเดียวกัน Siemens ก็เปิดตัว Fuse EDA AI Agent - [Microchip เปิดตัว Hybrid MCU แบบ System-in-Package ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานยานยนต์ สำหรับการใช้งานด้านเทคโนโลยีตัวกลางระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร [PR]](https://www.manutalkthai.com/microchip-sam9x75d5m-sip-hybrid-mcu-pr/) - ผู้ออกแบบระบบยานยนต์และระบบการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (E-Mobility) กำลังนำส่วนตัวกลางระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร (Human-Machine Interface: HMI) ที่มีกราฟิกขั้นสูงมาใช้งานมากขึ้น เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานและเพื่อรองรับความต้องการโซลูชัน HMI ที่เพิ่มสูงขึ้น Microchip Technology (Nasdaq: MCHP) จึงประกาศเปิดตัว SAM9X75D5M System-in-Package (SiP) ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน AEC-Q100 Grade 2 ซึ่งมาพร้อมหน่วยประมวลผล Arm926EJ-S™ และหน่วยความจำ DDR2 SDRAM ขนาด 512 Mbit โดย SAM9X75D5M รองรับหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ได้สูงสุด 10 นิ้ว และรองรับความละเอียดระดับ XGA ที่ 1024 × 768 พิกเซล SAM9X75D5M เป็นส่วนหนึ่งของตระกูล Hybrid MCU ของ Microchip ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถในการประมวลผลขั้นสูงของ ไมโครโปรเซสเซอร์ (Microprocessor: MPU) พร้อมการเข้าถึงหน่วยความจำแบบฝังตัวที่มีความหนาแน่นสูงขึ้น ในขณะเดียวกันยังคงรักษาสภาพแวดล้อมการพัฒนาที่คุ้นเคยสำหรับการออกแบบระบบที่ใช้ MCU - [แคสเปอร์สกี้ชี้ การโจมตีซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่บริษัทในเอเชียแปซิฟิกพบมากที่สุดในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา [PR]](https://www.manutalkthai.com/kaspersky-threats-expiereneced-by-organizations-over-past-12-months-pr/) - การโจมตีซัพพลายเชนกลายเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่พบบ่อยที่สุดที่ธุรกิจทั่วโลกต้องเผชิญ โดยบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็ระบุว่า การโจมตีซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่พบบ่อยที่สุดในรอบปีที่ผ่านมาเช่นกัน จากการศึกษาทั่วโลกของแคสเปอร์สกี้พบว่า บริษัททั่วโลกจำนวนเกือบ 1 ใน 3 ต้องเผชิญกับภัยคุกคามซัพพลายเชนในรอบปีที่ผ่านมา ข้อมูลที่น่าสังเกตคือ พบความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนในประเทศต่างๆ ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก เช่น จีน ซึ่งบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการเพิ่มการป้องกันทางไซเบอร์ทั่วทั้งภูมิภาค จากข้อมูลล่าสุดของ World Economic Forum องค์กรขนาดใหญ่จำนวนเกือบสองในสาม (65%) ระบุว่าช่องโหว่ของเธิร์ดปาร์ตี้และซัพพลายเชนเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดต่อความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ในภูมิทัศน์ดิจิทัลที่เชื่อมโยงถึงกันในปัจจุบัน ศูนย์วิจัยตลาดภายในของแคสเปอร์สกี้ได้ทำการศึกษาทั่วโลก[1] เพื่อประเมินความเปราะบางขององค์กรต่อภัยคุกคามนี้ โดยการตรวจสอบว่าความเสี่ยงนี้มีการพัฒนาอย่างไร และธุรกิจทั่วโลกกำลังเผชิญกับความเสี่ยงในระดับใด การโจมตีซัพพลายเชน จากการสำรวจที่จัดทำโดยแคสเปอร์สกี้พบว่าธุรกิจองค์กรทั่วโลก 31% ได้รับผลกระทบจากการโจมตีซัพพลายเชนในช่วงสิบสองเดือนที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่าภัยคุกคามทางไซเบอร์ประเภทอื่นๆ โดยภัยคุกคามนี้ได้แพร่หลายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเช่นกัน โดยธุรกิจในจีนจำนวนสองในห้า (40%) ประสบกับการโจมตีซัพพลายเชนในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งสูงที่สุดในภูมิภาคและสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก 9% รองลงมาคือเวียดนาม (34%) อินเดีย (29%) สิงคโปร์ (26%) และอินโดนีเซีย (20%) ภัยคุกคามซัพพลายเชนมุ่งเป้าไปที่องค์กรที่มีการเชื่อมต่อมากที่สุด โดยองค์กรขนาดใหญ่รายงานอัตราการโจมตีที่สูงที่สุดถึง 36% เมื่อเทียบกับองค์กรขนาดเล็ก[2] และขนาดกลาง[3] ข้อมูลที่น่าสังเกตคือกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่[4] กลุ่มนี้ได้รายงานว่ามีจำนวนซัพพลายเออร์ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์โดยเฉลี่ยสูงที่สุด โดยเฉลี่ยแล้วจัดการซัพพลายเออร์ประมาณ 100 ราย - [Elon Musk ทุ่ม 2.5 หมื่นล้านเหรียญ ผุดโปรเจกต์ Terafab สร้างโรงงานชิป AI ป้อน Tesla และ SpaceX](https://www.manutalkthai.com/elon-musk-terafab/) - ความต้องการพลังประมวลผลสำหรับ AI ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดกำลังท้าทายขีดจำกัดของซัพพลายเชนระดับโลก ล่าสุด Elon Musk ประกาศแผนลงทุนสร้างโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง 2 แห่งใน Austin รัฐ Texas ภายใต้ชื่อโปรเจกต์ Terafab มูลค่าประเมินสูงถึง 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเดินสายการผลิตชิปป้อนให้กับ SpaceX และ Tesla โดยเฉพาะ โปรเจกต์ Terafab เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง SpaceX, Tesla และ xAI โดยมีเป้าหมายหลักคือการทลายข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตชิป AI ของโลก Musk ชี้ให้เห็นว่ากำลังการผลิตชิป AI รวมทั่วโลกปัจจุบันอยู่ที่ราว 20 กิกะวัตต์ต่อปี ซึ่งคิดเป็นเพียง 2% ของความต้องการใช้งานจริงเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ จรวดรีไซเคิล หรือยานยนต์ไร้คนขับ แม้ Musk จะยอมรับและขอบคุณพันธมิตรในซัพพลายเชนปัจจุบันอย่าง TSMC, Samsung และ Micron แต่ความเร็วในการขยายกำลังการผลิตของพาร์ทเนอร์เหล่านี้ยังไม่ทันต่อความต้องการใช้งานจริง Terafab จึงถูกออกแบบมาเพื่ออุดช่องโหว่นี้อย่างเบ็ดเสร็จ ด้วยขนาดโรงงานที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า - [Intel เปิดตัวแล็ปท็อปรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย Intel Core Ultra Series 3 ในประเทศไทย ชูประสิทธิภาพที่เหนือขั้นของ AI PC [PR]](https://www.manutalkthai.com/intel-core-ultra-series-3-in-thailand-press-release/) - อินเทลประกาศวางจำหน่ายแล็ปท็อปที่ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ Ultra Series 3 (โค้ดเนม Panther Lake) จากพันธมิตร OEM ชั้นนำระดับโลกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันนี้ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ AI PC รุ่นใหม่ ที่โดดเด่นในด้านการประมวลผล กราฟิก และการประหยัดพลังงานที่เหนือชั้น รองรับการประมวลผลแบบอัจฉริยะในอนาคต โปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra Series 3 เปิดตัวครั้งแรกเมื่อต้นปีที่ผ่านมาในงาน CES 2026 โดยถือเป็นความก้าวหน้าครั้งล่าสุดในแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านคอมพิวเตอร์ฝั่งลูกค้า (Client Computing) ของอินเทล ที่นำเอาขีดความสามารถของ AI ขั้นสูงและสมรรถนะการประมวลผลแบบเหนือชั้นมาสู่แล็ปท็อปยุคใหม่ โดยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้บริโภคและภาคธุรกิจในประเทศไทยสามารถเลือกซื้อแล็ปท็อปที่ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra Series 3 ได้จากพันธมิตร OEM ชั้นนำ ได้แก่ Acer, Asus, Dell, HP, Lenovo และ MSI ผ่านร้านค้าไอทีชั้นนำทั่วประเทศ - [Triumph Motorcycles ลงทุนเพิ่ม 4,000 ล้านบาท ดันไทยขึ้นฐานผลิต Big Bike ระดับโลก](https://www.manutalkthai.com/triumph-motorcycles-investment-thailand-2026/) - อุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์สมรรถนะสูงในไทยยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI อนุมัติโครงการลงทุนขยายกำลังการผลิตของ บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ปักหมุดไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกหลักในภูมิภาคเอเชีย พร้อมยกระดับ Supply Chain ของผู้ผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศ การอนุมัติส่งเสริมการลงทุนครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่การขยายกำลังการผลิตรถจักรยานยนต์ Big Bike ที่มีความจุกระบอกสูบตั้งแต่ 500 ซีซีขึ้นไป รวมถึงไลน์การผลิตเครื่องยนต์และชิ้นส่วนประกอบแบบครบวงจร โดยโรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี โดยมีรายละเอียดดังนี้ กำลังการผลิตส่วนใหญ่ถึง 95% จะถูกส่งออกไปยังบริษัทแม่ที่ประเทศอังกฤษและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย ส่วนอีก 5% จะถูกจัดจำหน่ายในประเทศไทย คาดว่าจะเกิดการจ้างงานบุคลากรไทยเพิ่มขึ้นอีกกว่า 1,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่มีบุคลากรอยู่แล้วกว่า 2,000 คน บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เข้ามาจัดตั้งฐานการผลิตในไทยและได้รับการส่งเสริมจาก BOI มาตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบันมีการลงทุนสะสมรวม 4 โครงการ มูลค่ากว่า - [DealerCX จัดทัพใหญ่ ดึง 4 ขุนพลมือเก๋าแห่งวงการยานยนต์ ลุยปั้นแพลตฟอร์ม AI พลิกโฉมโชว์รูมรถ](https://www.manutalkthai.com/dealercx-is-making-a-big-move-bringing-in-4-seasoned-experts-from-the-automotive-industry/) - DealerCX แพลตฟอร์ม AI น้องใหม่ที่เข้ามาเขย่าวงการยานยนต์ด้วยการรวบรวมงานขายและบริการหลังการขายไว้ในที่เดียว ประกาศเดินหน้าลุยตลาดเต็มสูบ ด้วยการแต่งตั้ง 4 ผู้บริหารระดับสูงที่คร่ำหวอดในวงการมาร่วมทัพ เพื่อเป้าหมายในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าแบบไร้รอยต่อ แพลตฟอร์มนี้ก่อตั้งขึ้นโดย แจ็ค บีฮาร์ และ แกรี่ เกรฟส์ สองผู้สร้าง TotalCX ที่มุ่งหวังจะเข้ามาแก้ปัญหาโลกแตกของดีลเลอร์รถยนต์ที่ต้องทนปวดหัวกับการใช้ซอฟต์แวร์หลายตัวที่ทำงานไม่เชื่อมโยงกัน ในขณะที่ระบบ CRM ทั่วไปมุ่งเป้าไปที่การปิดการขายเท่านั้น แต่ DealerCX ถูกออกแบบมาให้ดูแลลูกค้าตั้งแต่เริ่มสนใจไปจนถึงการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ ทุกอย่างจบได้ในล็อกอินเดียวและหน้าจอเดียว เพื่อสานต่อวิสัยทัศน์นี้ให้เป็นจริง DealerCX ได้ดึงตัวยอดฝีมือมาร่วมทีมแบบครบเครื่อง เริ่มต้นที่ แลนซ์ สก็อตต์ (Lance Scott) อดีตนักกีฬา NFL ที่ผันตัวมาเป็นนักบริหาร ผู้คลุกคลีใน DealerSocket มาถึง 18 ปี เข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ (CRO) โดยพกพาปรัชญาการทำงานที่เน้นผู้คนเป็นศูนย์กลางมาสร้างทีมขายที่แข็งแกร่ง ตามมาด้วย รัส เบคเคนสไตน์ (Russ Beckenstein) อดีตนาวิกโยธินสหรัฐฯ และผู้บริหารระดับสูงจาก Affinitiv ที่เข้ามารับไม้ต่อในฐานะประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) เพื่อวางรากฐานการทำงานของแพลตฟอร์มให้มีระเบียบและตอบโจทย์ดีลเลอร์อย่างแท้จริง - [Kuka เปิดตัวแพลตฟอร์ม AMP ทลายกำแพงเชื่อม AI สู่หุ่นยนต์ในสายการผลิตจริง](https://www.manutalkthai.com/kuka-launches-amp-platform-breaking-down-barriers-to-connecting-ai-with-robots-in-real-world-production-lines/) - Kuka Group เข้าร่วมในงาน NVIDIA GTC 2026 พร้อมเผยโฉมแพลตฟอร์มสุดล้ำ Kuka Automation Management Platform (AMP) ซึ่งเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาเชื่อมโลกของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับระบบอัตโนมัติทางกายภาพ โดยมีเป้าหมายหลักคือการพาความอัจฉริยะของ AI ที่เคยทำได้ดีแค่ในห้องทดลอง ให้ออกมาลุยงานได้จริงในสภาพแวดล้อมของโรงงานและคลังสินค้าที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ที่ผ่านมา ปัญหาใหญ่ของวงการอุตสาหกรรมคือ แม้เทคโนโลยี AI จะดูล้ำหน้าแค่ไหน แต่เมื่อต้องเจอกับหน้างานจริงที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หุ่นยนต์มักจะสับสนและทำงานได้ไม่คงที่หากไม่ได้รับการตั้งค่าอย่างละเอียด แพลตฟอร์ม Kuka AMP จึงเข้ามาอุดช่องโหว่นี้ด้วยการสร้าง "มาตรฐาน" ให้ AI สามารถเรียนรู้ คิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ และลงมือทำในโลกจริงได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย และทำซ้ำได้ โดยอาศัยการผสมผสานทั้งการสอนให้ระบบเข้าใจบริบทเป้าหมายของงาน (Semantics) การใช้ชุดคำสั่งที่สามารถคุมหุ่นยนต์ได้หลากหลายรูปแบบอย่างเป็นมาตรฐานเดียวกัน (Actions) และการเก็บข้อมูลการทำงานเพื่อนำมาเรียนรู้และปรับปรุงตัวเองอย่างต่อเนื่องแบบลูปปิด (Data) ผู้บริหารของ Kuka ระบุว่า การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนผ่านสำคัญจากยุคระบบอัตโนมัติแบบดั้งเดิม (Automation 1.0) ก้าวเข้าสู่ยุคระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มตัว (Automation - [Analog Devices ขยายฐานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในไทย ดันสัดส่วนทดสอบชิประดับโลกแตะ 50% กระจายความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์](https://www.manutalkthai.com/adi-thailand-strategy-plan-2026/) - อนาล็อก ดีไวเซส หรือ ADI ประกาศเปิดตัวฐานการผลิตขั้นสูงแห่งใหม่ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เดินหน้ากลยุทธ์ Hybrid Manufacturing กระจายความเสี่ยงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมตั้งเป้าดันไทยเป็นศูนย์กลางการทดสอบชิปที่รองรับกำลังการผลิตระดับโลกเพิ่มขึ้นเป็น 50% ตลอด 60 ปีของการดำเนินธุรกิจ ADI มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงโลกทางกายภาพและโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน แต่ในยุคปัจจุบันที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และวิกฤตระดับโลกอย่างโควิด-19 สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อซัพพลายเชนอย่างหนัก ดังนั้นการพึ่งพาฐานการผลิตในไต้หวันและจีนที่สูงถึง 60-70% กลายเป็นความเสี่ยงที่องค์กรต้องเร่งจัดการ การย้ายและขยายฐานการผลิตมายังประเทศไทยจึงเป็นความจำเป็นเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและการดำเนินธุรกิจที่ต่อเนื่อง วินเซนต์ โรช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการของ ADI ระบุว่า การขยายฐานการผลิตมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นวิวัฒนาการตามธรรมชาติของห่วงโซ่เทคโนโลยี โดยเฉพาะในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญและเป็นตัวกำหนดมาตรฐานใหม่ ประเทศในภูมิภาคนี้อย่างไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ไม่มีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีเก่า ทำให้สามารถเปิดรับและปรับตัวเข้ากับคลื่นลูกใหม่ของเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็วทำให้ทิศทางการลงทุนของบริษัทมุ่งมาที่เอเชียมากขึ้นอย่างชัดเจน โดย ADI มีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาทั่วโลกสูงกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับโรงงานในประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตปลายน้ำที่สำคัญ ปัจจุบันรองรับการทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ในสัดส่วน 30% ของกำลังการผลิตทั่วโลก และการเปิดอาคารดำเนินงานแห่งใหม่นี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพจนสามารถรองรับกำลังการผลิตได้ถึง 50% ในอนาคต การขยายพื้นที่ Cleanroom จะยกระดับกระบวนการทดสอบทางไฟฟ้าทั้งในระดับแผ่นเวเฟอร์, ผลิตภัณฑ์ขั้นสูงแบบอื่น ๆ และการทดสอบไอซีขั้นสุดท้ายให้มีประสิทธิภาพและแม่นยำยิ่งขึ้น “ประเทศไทยคือหนึ่งในศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในเครือข่ายการผลิตระดับโลกของ - [DHL ติดสปีดโกดังอัจฉริยะ ดึงแพลตฟอร์ม SOFTBOT เสียบปุ๊บติดปั๊บ เชื่อมต่อหุ่นยนต์ไวขึ้น 12 เท่า](https://www.manutalkthai.com/dhl-upgrade-wms-softbot-from-svt-robotics/) - DHL Supply Chain ผู้นำด้านโลจิสติกส์ระดับโลก กำลังเร่งเครื่องสู่ยุคโกดังอัจฉริยะอย่างเต็มตัว ล่าสุดได้นำแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ "SOFTBOT" จาก SVT Robotics เข้ามาใช้งานในคลังสินค้าทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันมีหุ่นยนต์ผู้ช่วยปฏิบัติงานอยู่แล้วกว่า 8,000 ตัว ไฮไลต์สำคัญของการขยับตัวครั้งนี้คือ เทคโนโลยีแบบ Plug-and-Play ที่ช่วยให้ DHL สามารถติดตั้งและเชื่อมต่อระบบหุ่นยนต์ใหม่ ๆ ได้รวดเร็วกว่าการเขียนโค้ดผูกระบบแบบเดิมๆ ถึง 12 เท่า หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ การนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ในคลังสินค้าแต่ละครั้งถือเป็นงานใหญ่ เพราะต้องเสียเวลาเขียนโค้ดเฉพาะทางขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ซึ่งกินเวลานานถึง 6-8 สัปดาห์ ทำให้การขยายขีดความสามารถของคลังสินค้าเป็นเรื่องช้าและมีต้นทุนสูง แต่แพลตฟอร์ม SOFTBOT ได้เข้ามาทลายข้อจำกัดนี้ โดยทำหน้าที่เป็น "ตัวกลาง" ที่สามารถเชื่อมต่อหุ่นยนต์หลากหลายแบรนด์เข้ากับระบบจัดการคลังสินค้า (WMS) ได้อย่างอิสระ ทำให้ DHL สามารถเปลี่ยนผ่านจากระบบปฏิบัติการก้อนใหญ่ที่เทอะทะ ไปสู่การจัดหน้างานแบบโมดูลาร์ที่ยืดหยุ่น พร้อมปรับตัวรับความต้องการของลูกค้าและเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ทันที ผลลัพธ์จากการใช้งานจริงนั้นน่าทึ่งมาก ทีมผู้บริหารของ DHL ระบุว่าพวกเขาสามารถขยายระบบจัดการสินค้าในยุโรปโดยใช้เวลาเชื่อมต่อและตั้งค่าเพียงแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถอัปเกรดเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้โดยที่หน้างานไม่ต้องหยุดชะงัก (Zero Downtime) - [JETRO กรุงเทพฯ ชี้ทางรอดภาคการผลิตในไทย ดันโซลูชัน DX พลิกวิกฤตแรงงานสู่ธุรกิจมูลค่าสูง](https://www.manutalkthai.com/jetro-bangkok-manufacturing-digital-transformation-dx/) - อุตสาหกรรมการผลิตในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อต้องเผชิญกับคลื่นความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหาการขาดแคลนแรงงานจากภาวะสังคมผู้สูงอายุ ค่าจ้างที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงรอยต่อของการส่งต่อทักษะความเชี่ยวชาญจากช่างฝีมือรุ่นเก่าสู่รุ่นใหม่ ทำให้โมเดลธุรกิจที่เคยพึ่งพาแรงงานคนเป็นหลักแบบเดิมเริ่มถึงทางตัน และการเร่งยกระดับสู่โครงสร้างธุรกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นจึงกลายเป็นวาระเร่งด่วนที่รอไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) สำนักงานกรุงเทพฯ จึงเดินหน้าเต็มกำลังเพื่อสนับสนุนบริษัทผู้ผลิตสัญชาติญี่ปุ่นในไทย ให้สามารถขยายธุรกิจและก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ผ่านการนำ Digital Transformation (DX) เข้ามาขับเคลื่อนองค์กร โดย JETRO เน้นย้ำว่า การทำ DX นั้นไม่ใช่แค่การซื้อระบบไอทีมาติดตั้ง แต่คือ "กลยุทธ์การบริหารจัดการ" ที่จะช่วยแปลงสถานการณ์หน้างานให้กลายเป็นข้อมูลที่มองเห็นและวิเคราะห์ได้ พร้อมทั้งเปลี่ยนความเก่งกาจเฉพาะบุคคลให้กลายเป็นองค์ความรู้ถาวรของบริษัท เพื่อเป็นเข็มทิศในการปรับตัวครั้งนี้ JETRO ได้เปิดตัว "แคตตาล็อกรวบรวมโซลูชัน DX ฉบับที่ 3" ซึ่งคัดสรรบริษัทญี่ปุ่นที่มีเทคโนโลยีพร้อมตอบโจทย์การแก้ปัญหาหน้างานได้จริงมาไว้ในที่เดียว เนื่องจากเส้นทางการทำ DX ไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว แคตตาล็อกนี้จึงเปรียบเสมือนคู่มือที่ช่วยให้แต่ละบริษัทสามารถพิจารณาเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ไปจัดลำดับความสำคัญและแก้ปัญหาเฉพาะจุดของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ที่มา: https://www.jetro.go.jp/thailand/topics/_553505.html - [Universal Robots จับมือ Scale AI เปิดตัวระบบสอน AI เลียนแบบมนุษย์ ส่งตรงจากแล็บสู่สายการผลิตจริง](https://www.manutalkthai.com/universal-robots-partners-with-scale-ai-nvidia-gtc-2026/) - Universal Robots (UR) ร่วมกับ Scale AI สร้างความฮือฮาในงาน NVIDIA GTC 2026 ที่ซิลิคอนแวลลีย์ ด้วยการเปิดตัวนวัตกรรมพลิกโฉมวงการอย่าง "UR AI Trainer" ระบบที่จะเปลี่ยนผ่านหุ่นยนต์อุตสาหกรรมจากการทำงานตามโปรแกรมที่ตั้งไว้ล่วงหน้า สู่การขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ โดยชูจุดเด่นเป็นโซลูชันแรกของวงการที่สามารถนำโมเดล AI ที่ฝึกฝนในห้องแล็บไปใช้งานจริงในโรงงานได้อย่างไร้รอยต่อ เทคโนโลยีนี้ทำงานผ่าน "การเรียนรู้แบบเลียนแบบ" (Imitation Learning) โดยให้มนุษย์ควบคุมหุ่นยนต์ตัว "ผู้นำ" (Leader) เพื่อสาธิตการทำงาน ในขณะที่หุ่นยนต์ "ผู้ตาม" (Follower) จะขยับเลียนแบบตามแบบเรียลไทม์ จุดเด่นที่ทำให้ UR AI Trainer ล้ำหน้ากว่าระบบทั่วไปคือ การผนวกเทคโนโลยีเซ็นเซอร์รับแรงสัมผัสและการควบคุมแรงบิด (Direct Torque Control) ทำให้ระบบสามารถบันทึกข้อมูลแบบมัลติโมดัลได้อย่างละเอียดและแม่นยำ ทั้งมิติของการเคลื่อนไหว แรงที่ใช้ และข้อมูลภาพ ซึ่งช่วยอุดช่องโหว่เดิม ๆ ที่มักมีปัญหาเรื่องคุณภาพข้อมูลในการฝึก AI สำหรับงานที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อน การผนึกกำลังกับซอฟต์แวร์ของ Scale AI - [อินฟอร์มาฯ เผยอาเซียน-ไทยผงาดคลังสำรองอาหารปลอดภัยของโลก พร้อมชูงาน ProPak Asia 2026 ศูนย์กลางการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ [PR]](https://www.manutalkthai.com/informa-insight-propak-2026-pr/) - นางสาวกชสร โตเจริญธนาผล รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน ProPak Asia 2026 เปิดเผยทิศทางอุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปอาหารในสถานการณ์ความขัดแย้งและความไม่แน่นอนขณะนี้ว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก แม้อุตสาหกรรมอาหารยังคงมีความสำคัญและมีความยืดหยุ่นสูง แต่ผู้ประกอบการก็ต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายในหลายๆ ด้าน ซึ่งกระทบทั้งการผลิตและการส่งออก อาทิ ความผันผวนของราคาพลังงาน ค่าระวางเรือที่พุ่งสูงขึ้นจากการชะงักงันของเส้นทางเดินเรือและห่วงโซ่อุปทาน แต่ในทางกลับกันก็ส่งผลเป็นปัจจัยหนุนต่อภูมิภาคอาเซียนโดยเฉพาะประเทศไทย เพราะเมื่อเกิดความขัดแย้ง ประเทศต่างๆ จะมีความต้องการอาหาร เร่งนำเข้า และสำรองอาหารเพิ่มมากขึ้น ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการเกษตรและอาหารที่แข็งแกร่ง มีความหลากหลายทางชีวภาพ และที่สำคัญคือ มีสถานะเป็น 'พื้นที่เป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์' จึงนับเป็นโอกาสทองที่จะก้าวขึ้นเป็นคลังสำรองอาหารที่ปลอดภัยของโลก (Global Food Safety Zone) แต่การพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนกลยุทธ์จากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง ไปสู่การกระจายความเสี่ยง และเน้นผลิตสินค้าอาหารที่มีอายุการเก็บรักษานาน หรืออาหารพร้อมทาน รวมถึงอาหารที่ตอบโจทย์สุขภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าอาหารที่มีอัตรากำไรสูง เพื่อการชดเชยต้นทุนด้านต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น ในการคว้าโอกาสดังกล่าว การพึ่งพาการผลิตแบบเดิมอาจไม่ตอบโจทย์ ทำให้จำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สูงขึ้นเพื่อเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์และขีดความสามารถในการแข่งขัน ดังนั้นอุตสาหกรรมอาหารและแปรรูปอาหารต้องเข้าสู่ยุค Smart Manufacturing มากขึ้น โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยชดเชยจุดอ่อนและความผันผวนของปัจจัยที่ส่งผลต่อการผลิต การใช้เทคโนโลยีอย่างหุ่นยนต์ (Robot), ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ระบบอัตโนมัติ (Automation) และ IoT ไม่ใช่แค่ทางเลือกสำหรับบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น แต่เป็น 'ทางรอด' ของ SMEs ด้วย เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ลดความผิดพลาดหรือของเสียในกระบวนการผลิต ลดต้นทุน ช่วยควบคุมมาตรฐานความปลอดภัย และตรวจสอบย้อนกลับได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเงื่อนไขที่ตลาดโลกต้องการ - [ขอเชิญเข้าร่วมงาน Smart Retail Expo 2027 (SRE) | 3-5 มีนาคม 2570 ณ ฮอลล์ EH100 ไบเทค บางนา|](https://www.manutalkthai.com/smart-retail-expo-2027-sre-3-4-5-march-bitec-bang-na-pr/) - Smart Retail Expo 2027 (SRE) เตรียมเปิดเวที Retail Technology ครั้งใหญ่ของภูมิภาค รวม AI, Automation และ Digital Commerce เพื่ออนาคตของธุรกิจค้าปลีก “ประตูสู่ความร่วมมือ เพื่อการยกระดับและโซลูชั่นที่ครอบคลุมทุกการค้าปลีก!” อุตสาหกรรมค้าปลีกกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ข้อมูล และระบบอัตโนมัติ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และความต้องการประสบการณ์การซื้อสินค้าที่สะดวก รวดเร็ว และเฉพาะบุคคลมากขึ้น ภายในงาน ผู้เข้าชมจะได้พบกับเทคโนโลยี Retail Tech, AI, Automation และ Digital Commerce ที่ช่วยให้ธุรกิจค้าปลีกยกระดับประสิทธิภาพ เพิ่มยอดขาย และสร้างประสบการณ์ลูกค้าแบบ Smart Retail อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น ระบบ POS อัจฉริยะและ Retail Analytics เพื่อการตัดสินใจจากข้อมูล โซลูชัน Omnichannel Commerce ที่เชื่อมออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน เทคโนโลยี Self-Checkout, Smart - [Vertiv เปิดตัว UPS เกรดอุตสาหกรรม สำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม [PR]](https://www.manutalkthai.com/vertiv-powerups-6000/) - Vertiv™ PowerUPS 6000 เครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS) มาตรฐานอุตสาหกรรม มอบการปกป้องพลังงานไฟฟ้าที่เสถียรและเชื่อถือได้ รองรับการทำงานที่มีความสำคัญสูงในสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมที่มีความต้องการสูง กรุงเทพฯ ประเทศไทย [18 มีนาคม พ.ศ. 2569] – เวอร์ทิฟ (NYSE: VRT) หรือ Vertiv ผู้นำระดับโลกด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญ ประกาศเปิดตัวระบบเครื่องสำรองไฟฟ้าแบบไม่สะดุด หรือ UPS รุ่น Vertiv™ PowerUPS 6000 ซึ่งออกแบบมาเพื่อมอบการปกป้องพลังงานไฟฟ้าที่เชื่อถือได้สำหรับตลาดเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม (C&I) โซลูชันดังกล่าวรองรับการดำเนินงานของหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ การผลิต การขนส่ง น้ำมันและก๊าซ เวชภัณฑ์ อาหารและเครื่องดื่ม บรรจุภัณฑ์ และอุตสาหกรรมเหล็ก “สภาพแวดล้อมในภาคอุตสาหกรรมมักเผชิญกับความไม่เสถียรของระบบไฟฟ้า อุณหภูมิที่สูง และมลภาวะในอากาศ ซึ่งระบบ UPS ทั่วไปไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับสภาวะเหล่านี้” Greg Funk รองประธานฝ่ายระบบแปลงพลังงานโมดูลาร์ของเวอร์ทิฟ กล่าว “Vertiv PowerUPS 6000 Industrial ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับการใช้งานในยุค Industry - [ขอเชิญร่วมงาน Smart Delivery Expo (SDE) งานแสดงสินค้าชั้นนำของเอเชียที่รวมโซลูชัน Last Mile Delivery ครบวงจรไว้ในที่เดียว! |3 - 5 มีนาคม 2570 ไบเทคบางนา|](https://www.manutalkthai.com/smart-delivery-expo-sde-3-4-5-march-2027-at-bitec-bang-na-pr/) - อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซและการจัดส่งสินค้าในภูมิภาคเอเชียกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความต้องการเทคโนโลยีด้าน Last-mile Delivery, Fulfillment และ Smart Logistics เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความคาดหวังของผู้บริโภคที่ต้องการความรวดเร็ว แม่นยำ และประสบการณ์การจัดส่งที่ดีขึ้น งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวม นวัตกรรมและโซลูชันสำหรับธุรกิจจัดส่ง พัสดุ ไปรษณีย์ อีคอมเมิร์ซ และค้าปลีก ไว้อย่างครบวงจร เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดและพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วภูมิภาค ภายในงาน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับเทคโนโลยีการจัดส่งยุคใหม่ อาทิ ระบบ Autonomous Delivery และยานพาหนะขนส่งไร้คนขับ โดรนสำหรับการจัดส่งสินค้า (Delivery Drones) ระบบ AI สำหรับวางแผนเส้นทางขนส่งและบริหารฟลีทรถ โซลูชัน Fulfillment และ E-commerce Logistics ระบบ Smart Warehouse และ Automation เทคโนโลยี Green Delivery และระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Smart Delivery Expo (SDE) ถูกออกแบบให้เป็นเวทีที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถค้นหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดส่ง ลดต้นทุนการดำเนินงาน และยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในยุคดิจิทัล - [Yarix ยกทัพบุกตลาดไทย ชูแพลตฟอร์มไซเบอร์ซีเคียวริตี้พลังปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะ [PR]](https://www.manutalkthai.com/yarix-ai-powered-cybersecurity-platform-pr/) - Yarix ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับโลกภายใต้เครือข่ายของ VAR Group และ Sesa Group ประกาศความพร้อมในการรุกตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ และนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบครบวงจร พร้อมชูจุดเด่นของแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Cynet ที่ผสานรวมกับ Egyda ขุมพลังปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติลิขสิทธิ์เฉพาะของบริษัท เพื่อยกระดับการป้องกันภัยคุกคามทางดิจิทัลให้ครอบคลุมทุกมิติ พร้อมด้วยบริการจากผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลระบบตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงผ่านโมเดลการทำงานแบบ Follow the Sun ซึ่งถือเป็นการตอบโจทย์ความท้าทายขององค์กรธุรกิจในไทยที่กำลังเผชิญกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ทวีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นในยุคดิจิทัลดิสรัปชัน การขยายฐานธุรกิจสู่ประเทศไทยและวิสัยทัศน์ระดับโลก การขยายตัวของภัยคุกคามทางไซเบอร์ในปัจจุบันได้ทวีความรุนแรงและมีรูปแบบที่ซับซ้อนจนยากที่จะรับมือด้วยระบบรักษาความปลอดภัยแบบดั้งเดิม Yarix ในฐานะผู้นำด้านความปลอดภัยทางดิจิทัลจากภูมิภาคยุโรปและเป็นฟันเฟืองสำคัญภายใต้ร่มเงาของ VAR Group ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เล็งเห็นถึงศักยภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทย จึงได้ตัดสินใจเดินหน้าขยายฐานการให้บริการและเตรียมเจาะตลาดในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างเต็มกำลัง เป้าหมายหลักคือการนำเสนอโซลูชันระดับเอนเตอร์ไพรส์ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วจากองค์กรชั้นนำทั่วโลก มาช่วยเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยให้กับธุรกิจไทย ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ไปจนถึงธุรกิจขนาดกลางที่กำลังต้องการระบบที่สามารถเชื่อถือได้และตอบสนองได้อย่างทันท่วงที นายชยกฤต พงศ์เอนกกุล กรรมการผู้จัดการของ Yarix Asia Pacific Co.,Ltd ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์และทิศทางการดำเนินงานในครั้งนี้ว่า "แนวทางการป้องกันแบบตั้งรับต่อการโจมตีทางไซเบอร์นั้นไม่เพียงพออีกต่อไปในสถานการณ์ปัจจุบัน ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่มีการเชื่อมต่อข้อมูลมหาศาลมักตกเป็นเป้าหมายของเหล่าอาชญากรไซเบอร์ ดังนั้นองค์กรต่างๆ จึงจำเป็นต้องมีความสามารถในการตรวจจับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่พัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง การนำเสนอแนวทางแบบพหุระดับและเชิงคาดการณ์ล่วงหน้าจึงเป็นหัวใจสำคัญที่เรามุ่งมั่นนำมาสร้างความแข็งแกร่งให้กับตลาดในประเทศไทย เพื่อสร้างเกราะป้องกันที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพสูงสุด" ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นมากกว่าแค่ผู้ให้บริการดูแลระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์หรือ MSSP ทาง Yarix จึงได้วางโครงสร้างการให้บริการที่เน้นการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ที่นำเสนอบริการ Security Advisor - [IBM ควงคู่ NVIDIA ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่ในงาน GTC 2026 ดันเคส Nestlé ประมวลผลไวขึ้นทะลุขีดจำกัด](https://www.manutalkthai.com/ibm-nvidia-gtc-2026/) - ในโลกธุรกิจตอนนี้ ใคร ๆ ก็อยากใช้ AI แต่ปัญหาคลาสสิกที่หลายองค์กรเจอคือ "ติดหล่ม" อยู่แค่ช่วงทดลองใช้ พอจะเอามาใช้จริงสเกลใหญ่กลับไปไม่รอด เพราะข้อมูลกระจัดกระจาย โครงสร้างพื้นฐานไม่รองรับ และติดข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ ล่าสุดในงาน GTC 2026 สองยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีอย่าง IBM และ NVIDIA ได้ประกาศขยายความร่วมมือครั้งสำคัญ เพื่ออุดช่องโหว่เหล่านี้และช่วยให้องค์กรเข็น AI ออกมาใช้งานจริงได้อย่างเต็มรูปแบบ หมัดเด็ดแรกคือการนำขุมพลังชิป GPU ของ NVIDIA (cuDF) เข้ามาเร่งความเร็วให้กับระบบจัดการข้อมูล watsonx.data ของ IBM เพื่อจัดการกับข้อมูลที่มีโครงสร้างชัดเจน (Structured Data) ซึ่งบทพิสูจน์ที่เห็นภาพที่สุดคือการนำไปใช้งานจริงกับระบบฐานข้อมูลซัพพลายเชนระดับโลกของ Nestlé ผลลัพธ์ที่ได้น่าทึ่งมาก เพราะการประมวลผลข้อมูลที่เคยใช้เวลา 15 นาที ถูกหั่นเหลือเพียง 3 นาที ช่วยประหยัดต้นทุนไปได้ถึง 83% และดันประสิทธิภาพความคุ้มค่า (Price-performance) ให้พุ่งสูงขึ้นถึง 30 เท่า ทำให้ Nestlé สามารถตัดสินใจเรื่องการผลิตและคลังสินค้าได้รวดเร็วทันใจยิ่งขึ้น แต่ข้อมูลในองค์กรส่วนใหญ่มักไม่ได้จัดเรียงมาสวยงาม - [Microsoft ผนึก NVIDIA กลางเวที GTC 2026 ชู Microsoft Foundry พร้อมขึ้นแท่นคลาวด์เจ้าแรกที่รันระบบสุดล้ำ Vera Rubin NVL72](https://www.manutalkthai.com/microsoft-nvidia-gtc-2026/) - ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านคลาวด์และ AI อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดบนเวทีสัมมนาระดับโลก NVIDIA GTC 2026 ทาง Microsoft ได้ออกมาเผยความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่เกิดจากการผนึกกำลังกับ NVIDIA มาอย่างยาวนาน เพื่อยกระดับขีดความสามารถของ AI ให้ลูกค้าองค์กรนำไปใช้งานในสเกลการผลิตจริงได้อย่างทรงพลัง โดยไฮไลต์เด่นในปีนี้ครอบคลุมตั้งแต่การอัปเกรดระบบ Microsoft Foundry โครงสร้างพื้นฐานบน Azure ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น ไปจนถึงการก้าวเข้าสู่โลกของการควบคุมเครื่องจักรจริงด้วย Physical AI ความน่าสนใจแรกอยู่ที่การยกระดับ Microsoft Foundry ซึ่งเปรียบเสมือนระบบปฏิบัติการสำหรับสร้างและจัดการ AI ระดับองค์กร วันนี้ได้เปิดให้ใช้งานเครื่องมือสร้าง AI Agent (Foundry Agent Service) และระบบควบคุม (Control Plane) อย่างเต็มรูปแบบแล้ว ทำให้ทีมนักพัฒนาสามารถสร้าง AI ที่สามารถคิด วิเคราะห์ วางแผน และลงมือทำงานข้ามระบบได้อย่างอิสระ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการเปิดตัว Voice Live API ให้ทดลองใช้ เพื่อสร้างประสบการณ์ AI ผู้ช่วยที่โต้ตอบด้วยเสียงแบบเรียลไทม์ - [พลิกโฉมวงการ AI! NVIDIA เปิดตัว "Dynamo 1.0" ระบบปฏิบัติการขับเคลื่อน AI Factory ดันความแรงชิป Blackwell พุ่ง 7 เท่า](https://www.manutalkthai.com/nvidia-launches-dynamo-1-0-the-ai-factory-operating-system/) - ในงาน GTC 2026 ล่าสุด NVIDIA ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการประกาศเปิดตัว NVIDIA Dynamo 1.0 ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สระดับการผลิตจริง (Production-grade) ที่เปรียบเสมือน "ระบบปฏิบัติการ" สำหรับระบบอนุมานผล (Inference) ของ AI Factory ขนาดใหญ่ โดยออกแบบมาเพื่อรองรับการเติบโตของ Generative AI และ Agentic AI ที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกอุตสาหกรรมแบบเต็มตัว การทำงานของ Dynamo 1.0 นั้นเปรียบได้กับระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่คอยจัดสรรทรัพยากร แต่ขยายสเกลขึ้นไปบริหารจัดการชิป GPU และหน่วยความจำระดับคลัสเตอร์ ซอฟต์แวร์ตัวนี้ทำหน้าที่เป็นเหมือนผู้ควบคุมการจราจรสุดอัจฉริยะที่ช่วยจัดสรรการส่งข้อมูลระหว่าง GPU และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่มีต้นทุนต่ำกว่าได้อย่างลื่นไหล นอกจากนี้ยังเก่งเรื่องการจัดการ "short-term memory" หน่วยความจำระยะสั้น ซึ่งจำเป็นมากสำหรับ AI ที่ต้องประมวลผลคำสั่งยาว ๆ หรือทำงานแบบต่อเนื่อง ผลลัพธ์ที่ได้คือการรีดประสิทธิภาพการประมวลผลของชิป NVIDIA Blackwell ให้พุ่งสูงขึ้นถึง 7 เท่า ซึ่งช่วยลดต้นทุนการประมวลผลและเปิดโอกาสสร้างรายได้ใหม่ ๆ ให้กับผู้ใช้งาน GPU - [ตอกย้ำพันธมิตรแกร่ง! SK hynix ควง NVIDIA จัดเต็มพอร์ตหน่วยความจำ AI สุดล้ำ กลางงาน GTC 2026](https://www.manutalkthai.com/sk-hynix-gtc-2026/) - SK hynix สร้างความโดดเด่นอีกครั้งในงาน NVIDIA GTC 2026 ที่เมืองซานโฮเซ แคลิฟอร์เนีย โดยตอกย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับ NVIDIA พร้อมขนทัพนวัตกรรมหน่วยความจำสำหรับ AI มาจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่ภายใต้คอนเซปต์ "Spotlight on AI Memory" ซึ่งสอดรับกับธีมหลักของงานในปีนี้ที่มุ่งเน้นสถาปัตยกรรมแห่งอนาคตอย่าง Physical AI, Agentic AI และ AI Factory บรรยากาศในบูธถูกออกแบบให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสประสบการณ์แบบอินเทอร์แอกทีฟ ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่โซนความร่วมมือกับ NVIDIA ซึ่งนำชิปหน่วยความจำของ SK hynix ที่ฝังอยู่ในโซลูชันระดับท็อปของ NVIDIA มาโชว์กันแบบชัด ๆ ไม่ว่าจะเป็นโมเดลจำลองชิป HBM3E ในระบบ GB300 หรือชิปแห่งอนาคตอย่าง HBM4 ที่นำมาขยายสเกลให้เห็นโครงสร้างภายใน นอกจากนี้ยังมีการนำซูเปอร์คอมพิวเตอร์ DGX Spark ที่ซีอีโอ Jensen Huang เคยเซ็นชื่อมอบให้ประธานกลุ่ม SK มาจัดแสดงคู่กับหน่วยความจำ LPDDR5X รวมถึงการโชว์ขุมพลังของชิป Vera Rubin - [ซัมซุง โชว์วิสัยทัศน์กลางงาน GTC 2026 นำทัพ AI Agent และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ปฏิวัติวงการผลิตชิป](https://www.manutalkthai.com/samsung-electronics-gtc-2026/) - Samsung Electronics สร้างเสียงฮือฮาครั้งใหญ่ในงาน NVIDIA GTC 2026 ที่เมืองซานโฮเซ เมื่อคุณ Song Yong-ho หัวหน้าศูนย์ AI ของซัมซุง ได้ขึ้นเวทีเผยกลยุทธ์สุดล้ำในการยกระดับกระบวนการออกแบบและผลิตเซมิคอนดักเตอร์แบบก้าวกระโดด โดยระบุว่าซัมซุงกำลังเปลี่ยนผ่านจากการใช้ AI แบบดั้งเดิม สู่ยุคของ "Agentic AI" หรือ AI ที่สามารถคิด วิเคราะห์ และลงมือจัดการงานต่าง ๆ ได้อย่างเป็นอิสระ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานแบบครบวงจร (End-to-End) แทนที่จะแก้ปัญหาทีละจุดแบบในอดีต ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมชัดเจนคือในขั้นตอนการออกแบบ ซัมซุงได้จับมือกับพันธมิตรอย่าง Synopsys นำ AI Agent เฉพาะทางเข้ามาทำงานร่วมกับระบบออกแบบ (EDA) ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าทึ่งมาก เพราะเทคโนโลยีนี้ช่วยหั่นระยะเวลาในการพัฒนาชิปหน่วยความจำรุ่นใหม่อย่าง HBM4 ลงได้ถึง 50% แถมยังรีดประสิทธิภาพการทำงานของชิปให้สูงขึ้นได้อีก 13% ไฮไลต์ที่เรียกเสียงฮือฮาที่สุดในงาน คือการเปิดวิดีโอโชว์ภาพอนาคตของโรงงานผลิตชิป Pyeongtaek Campus Line 1 ที่ถูกถอดแบบออกมาเป็น Digital Twin ผ่านแพลตฟอร์ม - [Dassault Systèmes ผนึกกำลัง NVIDIA โชว์เทคโนโลยี AI Virtual Twin ในงาน GTC 2026](https://www.manutalkthai.com/dassault-systemes-teams-up-with-nvidia-to-showcase-ai-virtual-twin-technology-at-gtc-2026/) - ต่อยอดจากประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ ล่าสุด Dassault Systèmes ได้เข้าร่วมโชว์วิสัยทัศน์ในงาน NVIDIA GTC 2026 ที่เมืองซานโฮเซ แคลิฟอร์เนีย เพื่อแสดงให้เห็นภาพอนาคตของ AI ในภาคอุตสาหกรรม โดยนำเทคโนโลยีVirtual Twin ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และแพลตฟอร์ม 3DEXPERIENCE มาผสานการทำงานเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และซอฟต์แวร์สุดล้ำของ NVIDIA เพื่อยกระดับการทำงานในหลากหลายวงการ ภายในบูธ 1841 ของโซน Industrial AI and Robotics ผู้เข้าร่วมงานจะได้เห็นการสาธิตนวัตกรรมที่จะมาพลิกโฉมการแก้ปัญหาในระดับองค์กร ครอบคลุมตั้งแต่ด้านชีววิทยา วัสดุศาสตร์ วิศวกรรม ไปจนถึงการผลิต เทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามาช่วยในหลาย ๆ ด้าน เช่น การคิดค้นยารักษาโรคแบบ Generative การปรับปรุงคุณสมบัติวัสดุ ไปจนถึงการจำลองระบบการผลิตและโรงงาน AI เต็มรูปแบบ ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้องค์กรสามารถจำลองและคาดการณ์ผลลัพธ์ในโลกจริงได้อย่างแม่นยำ ไฮไลต์สำคัญของงานนี้ยังรวมถึงการบรรยายพิเศษโดยคุณ Florence Hu-Aubigny ผู้บริหารระดับสูงฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ Dassault Systèmes ที่มาเจาะลึกในหัวข้อการใช้ Virtual - [Micron เดินเครื่องผลิต HBM4 ป้อนชิป Nvidia Vera Rubin พร้อมส่ง SSD Gen 6 ตัวแรกของโลกลุยงาน GTC 2026](https://www.manutalkthai.com/micron-has-started-production-of-hbm4-to-supply-nvidia-chips-vera-rubin-is-preparing-for-gtc-2026/) - ล่าสุดในงาน Nvidia GTC 2026 ค่าย Micron ได้ประกาศความก้าวหน้าครั้งใหญ่ด้วยการเดินสายผลิตชิปหน่วยความจำ HBM4 รุ่น 36GB 12H อย่างเต็มกำลัง เพื่อรองรับสุดยอดสถาปัตยกรรมรุ่นใหม่อย่าง Nvidia Vera Rubin โดยเฉพาะ ชิปตัวนี้ทำความเร็วแบนด์วิดท์ได้ทะลุ 2.8TB/s และประหยัดพลังงานได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้า (HBM3E) ถึง 20% นอกจากนี้ Micron ยังก้าวไปอีกขั้นด้วยการเริ่มส่งมอบตัวอย่างชิป HBM4 รุ่น 48GB ที่ใช้เทคโนโลยีซ้อนทับชิปถึง 16 ชั้นให้ลูกค้าได้เริ่มทดสอบแล้ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มความจุต่อพื้นที่ได้อีกถึง 33% ในฝั่งของพื้นที่จัดเก็บข้อมูล Micron ยังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นบริษัทแรกของโลกที่ผลิต PCIe Gen6 SSD สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ ออกมาจำหน่ายจริง ในชื่อรุ่น Micron 9650 โดยชูจุดเด่นที่ความเร็วในการอ่านข้อมูลสูงกว่า Gen5 ถึงสองเท่า ในขณะที่ประหยัดพลังงานต่อวัตต์ดีขึ้น 100% ตัว SSD ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมแบบระบายความร้อนด้วยของเหลว และปรับแต่งมาเพื่อรีดประสิทธิภาพของ Agentic - [AI x Ecom Summit 2026 (AIES) : เวทีที่ผู้นำธุรกิจอีคอมเมิร์ซและค้าปลีกจะเรียนรู้การใช้ AI เพื่อเติบโตจริง |24–25 กันยายน 2569 ไบเทค บางนา|](https://www.manutalkthai.com/ai-x-ecom-summit-2026-aies-24-25-sep-2026-pr/) - เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและค้าปลีกทั่วโลกอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่ AI เป็นเพียงแนวคิดเชิงเทคโนโลยี วันนี้ AI ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต การเพิ่มประสิทธิภาพการตลาด การบริหารลูกค้า และการตัดสินใจทางธุรกิจ AI x Ecom Summit 2026 (AIES) งานประชุมด้าน AI สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ค้าปลีก และแบรนด์ D2C (Direct-to-Consumer) จะจัดขึ้น เพื่อเปิดเวทีให้ผู้บริหาร นักการตลาด และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ได้เรียนรู้แนวทางการประยุกต์ใช้ AI ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในธุรกิจ ภายใต้แนวคิด “Transforming E-commerce, D2C and Retail with Artificial Intelligence” งานนี้ถูกออกแบบเพื่อเชื่อมต่อโลกของเทคโนโลยี AI เข้ากับการใช้งานจริงในธุรกิจ โดยเน้นการแบ่งปันกรณีศึกษา แนวคิดเชิงกลยุทธ์ และแนวทางการนำ AI ไปใช้เพื่อเพิ่มยอดขาย เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือกว่า ผู้เข้าร่วมงานจะได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญและผู้นำในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการใช้ - [NVIDIA จับมือ Apple ผสาน NVIDIA CloudXR 6.0 ลง visionOS ดึงพลังกราฟิก RTX สู่ Vision Pro](https://www.manutalkthai.com/nvidia-apple-vision-pro/) - NVIDIA ประกาศความร่วมมือกับ Apple นำเทคโนโลยี NVIDIA CloudXR 6.0 เข้าไปใน visionOS เพื่อยกระดับการทำงานด้าน Spatial Computing หรือ การประมวลผลเชิงพื้นที่ เปิดทางให้นักพัฒนาและองค์กรสามารถสตรีมแอปพลิเคชัน 3D สภาพแวดล้อมเสมือนจริง และ Digital Twin ที่ประมวลผลด้วยขุมพลัง NVIDIA RTX สู่ Apple Vision Pro ได้โดยตรง จากข้อจำกัดเดิมของการนำโมเดล 3D หรือข้อมูล Digital Twin ความละเอียดสูงมาแสดงผลบนอุปกรณ์พกพาไร้สายคือ ผู้พัฒนาต้องลดทอนรายละเอียดของข้อมูลลงอย่างมาก NVIDIA แก้ปัญหานี้ด้วยเทคโนโลยี Dynamic Foveated Streaming บน CloudXR 6.0 ร่วมกับ visionOS 26.4 ที่ช่วยเรนเดอร์ในจุดที่สายตาผู้ใช้กำลังโฟกัส ลดการประมวลผลส่วนที่อยู่นอกสายตา และมีความปลอดภัยด้านข้อมูล รวมถึงความหน่วงต่ำ ปัจจุบันพาร์ตเนอร์ที่นำ CloudXR บน visionOS ไปประยุกต์ใช้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว - [กำเนิด "Velotic" ยักษ์ใหญ่ซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม ผนึกกำลังขุมพลัง AI พลิกโฉมอนาคตสายการผลิต](https://www.manutalkthai.com/the-birth-of-velotic-a-giant-in-the-industrial-software-industry/) - หากพูดถึงซอฟต์แวร์อุตสาหกรรมและการผลิตต้องจับตามองการประกาศเปิดตัว "Velotic" (เวโลติก) บริษัทซอฟต์แวร์อิสระน้องใหม่ที่เกิดจากการควบรวมกิจการระดับบิ๊กดีล ภายใต้การสนับสนุนของกองทุน TPG การก่อตั้งครั้งนี้เป็นการนำเอาธุรกิจซอฟต์แวร์ Proficy เดิมของ GE Vernova มารวมเข้ากับธุรกิจการเชื่อมต่ออุตสาหกรรมและ IoT อย่าง Kepware และ ThingWorx ของทาง PTC เพื่อเดินหน้าสู่วิสัยทัศน์ใหม่ในการใช้เทคโนโลยี AI ขับเคลื่อนประสิทธิภาพ เพิ่มผลผลิต และยกระดับการจัดการข้อมูลในโรงงานอุตสาหกรรมแบบครบวงจร เป้าหมายหลักของ Velotic คือการตอบสนองความต้องการด้านข้อมูลและประสิทธิภาพที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของผู้ผลิตทั่วโลก การนำความเชี่ยวชาญด้านระบบอัตโนมัติและการจัดการการผลิตของ Proficy มารวมกับจุดแข็งด้านการเชื่อมต่อระดับอุตสาหกรรมของ Kepware และระบบวิเคราะห์ข้อมูลชั้นยอดของ ThingWorx จะช่วยให้ลูกค้ามองเห็นภาพรวมของธุรกิจได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมนำ AI มาช่วยวิเคราะห์และไขความซับซ้อนในสายการผลิตยุคปัจจุบันได้อย่างแม่นยำ โดยทั้งสามแบรนด์จะยังคงให้บริการเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักที่โดดเด่นภายใต้แพลตฟอร์มและพันธกิจเดียวกันของ Velotic ต่อไป เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์นี้ให้เป็นจริง Velotic ได้ดึงตัวยอดฝีมือแห่งวงการอย่าง Brian Shepherd ผู้คร่ำหวอดในวงการเทคโนโลยีการผลิตมากว่า 25 ปี นั่งแท่นซีอีโอ และได้ James Heppelmann อดีตซีอีโอของ PTC มาเป็นประธานกรรมการบริหาร - [Bosch Rexroth จับมือ AMD ขยายขีดความสามารถ ctrlX OS สู่ชิป Embedded อัจฉริยะ](https://www.manutalkthai.com/bosch-rexroth-partners-with-amd-to-expand-ctrlx-os-capabilities-to-intelligent-embedded-chips/) - วงการระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรมมีเรื่องให้ตื่นเต้นอีกครั้ง เมื่อ Bosch Rexroth ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับค่ายชิปยักษ์ใหญ่ AMD เพื่อนำระบบปฏิบัติการ ctrlX OS มาใช้งานบนโปรเซสเซอร์ Embedded x86 และ Adaptive SoCs ของ AMD โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อขยายฐานฮาร์ดแวร์ให้รองรับระบบอุตสาหกรรมได้หลากหลายและครอบคลุมยิ่งขึ้น การผนึกกำลังครั้งนี้จะทำให้ระบบปฏิบัติการ ctrlX OS ซึ่งมีพื้นฐานจาก Linux โดดเด่นด้านการทำงานแบบเรียลไทม์และปรับแต่งได้อิสระ สามารถเข้าไปทำงานบนอุปกรณ์อุตสาหกรรมได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น IPC, มินิพีซี, หน้าจอควบคุม HMI ไปจนถึงระบบ Edge Computing โดยขุมพลังหลักจากฝั่ง AMD ที่จะเข้ามารองรับตระกูลนี้ ได้แก่ ชิปซีรีส์ Ryzen Embedded, EPYC Embedded และ Zynq UltraScale+ การจับคู่กันระหว่างซอฟต์แวร์ที่ยืดหยุ่นกับฮาร์ดแวร์ที่ทรงพลัง จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดเดิม ๆ ทำให้วิศวกรและนักพัฒนาสามารถออกแบบโซลูชันระบบอัตโนมัติได้อย่างมีอิสระ โดยไม่ต้องผูกติดกับฮาร์ดแวร์เฉพาะแบรนด์อีกต่อไป นอกจากความก้าวหน้าด้านการใช้งานแล้ว ผู้ใช้ยังสามารถเข้าถึงระบบนิเวศของ ctrlX OS ได้อย่างเต็มรูปแบบ - [ปิดฉากชิป AI สเปกจีน? สื่อเผย Nvidia เลิกผลิตชิป H200 หันไปลุยเจเนอเรชันใหม่แทน](https://www.manutalkthai.com/nvidia-ends-production-of-chinese-spec-ai-chips/) - ดูเหมือนว่ามหากาพย์สงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะทำให้ Nvidia ต้องยอมถอยจากสมรภูมินี้เสียแล้ว เมื่อสื่อใหญ่อย่าง Financial Times รายงานอ้างอิงแหล่งข่าววงในว่า Nvidia ได้ตัดสินใจยุติการผลิตชิป AI รุ่น H200 ซึ่งเป็นรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อทำตลาดในจีนโดยเฉพาะเป็นที่เรียบร้อย โดยกำลังการผลิตที่โรงงาน TSMC ในไต้หวันทั้งหมดจะถูกโยกไปใช้ผลิตฮาร์ดแวร์สถาปัตยกรรมเจเนอเรชันใหม่อย่าง Vera Rubin ที่กำลังเป็นที่ต้องการสูงแทน ที่ผ่านมา Nvidia พยายามอย่างหนักที่จะรักษาส่วนแบ่งในตลาดจีน แม้จะถูกรัฐบาลวอชิงตันสั่งแบนการส่งออกชิป AI ขั้นสูง จนต้องเข็นรุ่น H200 ที่ลดทอนประสิทธิภาพลงมาขายให้สอดคล้องกับข้อกำหนด แต่ลูกค้าลูกค้ารายใหญ่ในจีน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์กลับไม่ปลื้มที่ต้องทนใช้ชิปสเปกต่ำ จนถึงขั้นมีเสียงวิจารณ์ในจีนเชิงประชดประชันว่าเป็น "ชิป AI โดนตอน" สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก เมื่อมีการออกกฎระเบียบใหม่จากฝั่งรัฐบาลสหรัฐฯ ที่บังคับให้ต้องตรวจสอบอย่างเข้มงวดว่าชิปเหล่านี้จะไม่ถูกนำไปใช้ทางการทหารในจีน ทำให้การส่งออกชิป H200 ต้องหยุดชะงักและตกอยู่ในภาวะสุญญากาศ จน Colette Kress ซีเอฟโอของ Nvidia ต้องออกมายอมรับกับนักลงทุนว่า แทบจะยังไม่มียอดขายชิปรุ่นนี้ในจีนเลย แหล่งข่าวระบุว่า ทางบริษัทจึงเลือกที่จะเดินหน้าไปกับเทคโนโลยีใหม่ที่ก้าวหน้ากว่า แทนที่จะเสียเวลารอคอยสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ในขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนที่โกรธเคืองจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ก็เร่งผลักดันให้บริษัทในประเทศหันมาใช้ชิปสัญชาติจีนอย่าง Huawei - [NVIDIA จับมือยักษ์ใหญ่ซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม นำ AI Agent และ Digital Twin ยกระดับการออกแบบและสายการผลิต](https://www.manutalkthai.com/nvidia-manufacturing-ai-technology/) - NVIDIA ประกาศความร่วมมือกับผู้นำด้านซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม ได้แก่ Cadence, Dassault Systèmes, PTC, Siemens และ Synopsys เพื่อผสานเทคโนโลยี NVIDIA CUDA-X, NVIDIA Omniverse และระบบ Accelerated Computing เข้าสู่กระบวนการออกแบบ วิศวกรรม และการผลิตขั้นสูง ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยให้องค์กรชั้นนำทั้ง FANUC, Honda, Mercedes-Benz, TSMC และอื่น ๆ สามารถประยุกต์ใช้ Autonomous AI Agent และโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย GPU ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโซลูชันเหล่านี้ทำงานบนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของ NVIDIA ผ่านผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ เช่น AWS, Google Cloud, Microsoft Azure และ OCI และผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ชั้นนำ Dell, HPE และ Supermicro โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้ Siemens: - [Tatsuno บริหารธุรกิจผลิตตู้จ่ายน้ำมันและ EV ปรับองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงด้วยระบบ ERP จาก IFS โดย Alphast](https://www.manutalkthai.com/interview-with-tatsuno-about-implementing-ifss-erp-system-courtesy-of-alphast/) - การใช้ระบบ ERP ในการบริหารจัดการธุรกิจนั้นยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจองค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรม และ Tatsuno ผู้ผลิตตู้จ่ายน้ำมันเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย ก็เติบโตอย่างมั่นคงด้วยระบบ ERP เช่นกัน ในบทความนี้ ทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณวิชาญ ประทานวงศ์ ผู้จัดการโรงงาน และผู้จัดการทั่วไป แห่ง Tatsuno ถึงการตัดสินใจเลือกใช้ IFS Applications จาก Alphast ในฐานะระบบ ERP สำหรับการบริหารธุรกิจทั่วทั้งองค์กรมากว่า 10 ปี เพื่อเตรียมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมพลังงานสำหรับยานพาหนะทั่วไทย ที่กำลังเกิดสมดุลใหม่จากน้ำมันสู่พลังงานไฟฟ้า และอาจก้าวไปสู่พลังงานไฮโดรเจนในอนาคต รู้จัก Tatsuno ผู้ผลิตตู้จ่ายน้ำมันรายเดียวในประเทศไทย และกำลังขยายตลาดสู่ผู้ผลิตจุดชาร์จรถ EV คุณวิชาญเล่าถึงจุดกำเนิดของ Tatsuno เมื่อ 37 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นบริษัทที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่างไทยและญี่ปุ่น ด้วยวิสัยทัศน์ในยามนั้นว่าปั๊มน้ำมันจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการคมนาคมทั่วประเทศ แต่ในยามนั้นประเทศไทยมีผู้นำเข้าตู้จ่ายน้ำมันน้อยมาก Tatsuno จึงต้องการที่จะรุกตลาดในประเทศไทย ด้วยเหตุนี้ทางบริษัทจึงตัดสินใจที่จะสร้างโรงงานผลิตตู้จ่ายน้ำมันในไทยเพื่อตอบรับความต้องการนี้ ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้ Tatsuno ได้กลายเป็นโรงงานผู้ผลิตตู้จ่ายน้ำมันเพียงรายเดียวในประเทศไทย และให้บริการครบวงจรตั้งแต่การออกแบบ, ผลิต, ติดตั้ง ไปจนถึงการให้บริการหลังการขาย ซึ่งก็ช่วยให้ - [InnoEX และ Hong Kong Electronics Fair (Spring Edition) กลับมาอีกครั้งในเดือนเมษายน 2026 นี้ โดยมีการนำเสนอโซลูชันล้ำสมัยด้าน AI หุ่นยนต์ เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ สมาร์ตโฮม เทคโนโลยีสุขภาพ และอื่น ๆ อีกมากมาย [Guest Post]](https://www.manutalkthai.com/hktdc-innoex-and-hong-kong-electronics-fair-spring-edition2026-guest-post/) - องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) จะเป็นเจ้าภาพจัดงานแสดงสินค้าสำคัญ 2 งาน ระหว่างวันที่ 13-16 เมษายน 2026 ได้แก่ InnoEX และ Electronics Fair (Spring Edition) ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกง เพื่อนำเสนอความสำเร็จด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี (I&T) ระดับโลก ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ล่าสุด และโซลูชันเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม นักลงทุน ผู้ซื้อ และผู้ใช้เทคโนโลยีจากหลากหลายภาคส่วน รวมถึง SMEs เข้าร่วมงาน ในปี 2025 ทั้งสองงานประสบความสำเร็จในการรวบรวมผู้แสดงสินค้ากว่า 2,800 รายจาก 29 ประเทศ และดึงดูดผู้ซื้อในอุตสาหกรรมราว 88,000 รายจาก 148 ประเทศและหลากหลายภูมิภาค InnoEX เป็นงานหลักของสัปดาห์นวัตกรรมธุรกิจและเทคโนโลยี (Business of Innovation and Technology Week) ซึ่งขับเคลื่อนโดยสำนักงานนวัตกรรม เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมแห่งรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง และ - [Inventec ลุยอัปเกรดสายการผลิตเซิร์ฟเวอร์และโน้ตบุ๊ก ดึงซอฟต์แวร์ Siemens สยบปัญหาดีไซน์ก่อนลงสนามจริง](https://www.manutalkthai.com/inventec-upgrade-software-manufacturing-siemens/) - Inventec บริษัทยักษ์ใหญ่ผู้รับจ้างผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (OEM/ODM) จากไต้หวัน ประกาศความสำเร็จครั้งใหญ่ในการยกระดับสายการผลิตเซิร์ฟเวอร์และโน้ตบุ๊ก ด้วยการดึงซอฟต์แวร์ระดับโลกจาก Siemens เข้ามาช่วยอุดช่องโหว่ระหว่างขั้นตอนการออกแบบและการผลิตจริง ซึ่งทวีความซับซ้อนขึ้นอย่างมากในยุคของฮาร์ดแวร์ AI การขยับตัวครั้งนี้ช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบความพร้อมและจัดการปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างเบ็ดเสร็จก่อนที่จะเริ่มเดินสายพานการผลิต ไฮไลต์ของการเปลี่ยนแปลงนี้คือการนำซอฟต์แวร์ Valor NPI มาใช้ตรวจสอบการออกแบบสำหรับการผลิต (DFM) แบบอัตโนมัติ ทำให้ทีมวิศวกรสามารถมองเห็นและแก้ไขจุดบกพร่องได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าทึ่งมาก เพราะสามารถลดปัญหาการรื้อปรับแก้ดีไซน์ในโค้งสุดท้ายลงได้มากกว่า 50% ทั้งยังเพิ่มอัตราผลผลิตที่ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่รอบแรก และลดข้อสงสัยทางวิศวกรรมจากพันธมิตรผู้ประกอบแผงวงจร (PCB) ลงได้อย่างมหาศาล การเปลี่ยนผ่านจากระบบเอกสารคนทำไปสู่เวิร์กโฟลว์ดิจิทัลเต็มรูปแบบนี้ ช่วยให้ Inventec ส่งมอบเทคโนโลยีสุดล้ำให้ลูกค้าได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน Inventec ยังได้ติดอาวุธเพิ่มด้วยโซลูชัน Process Preparation X เพื่อเข้ามาจัดการระบบเทคโนโลยีการยึดติดพื้นผิว (SMT) ระบบนี้ช่วยลดภาระการแปลงข้อมูลด้วยมือและป้องกันข้อผิดพลาดต่าง ๆ ผ่านการทดสอบแบบเสมือนจริง ทำให้การเตรียมโปรแกรมการผลิตไวขึ้นถึง 50% ยิ่งไปกว่านั้น ซอฟต์แวร์ยังสามารถสร้างคู่มือขั้นตอนการปฏิบัติงานในโรงงานได้แบบอัตโนมัติและไร้ข้อผิดพลาดถึงกว่า 20,000 ฉบับต่อปี ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานคุณภาพการผลิตทั่วโลกของ Inventec ให้พร้อมตอบสนองความต้องการของตลาดที่เร่งด่วนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ที่มา: https://news.siemens.com/th-th/siemens-inventec-design-for-manufacturing/ - [UiPath ผนึกกำลัง Deloitte เปิดตัว "Agentic ERP" พลิกโฉมระบบหลังบ้านองค์กรด้วย AI อัจฉริยะ](https://www.manutalkthai.com/uipath-and-deloitte-join-forces-to-launch-agentic-erp/) - UiPath ผู้นำด้านระบบอัตโนมัติ ประกาศขยายความร่วมมือครั้งสำคัญกับ Deloitte ด้วยการส่งนวัตกรรม "Agentic ERP" เข้ามาพลิกโฉมและยกระดับระบบการวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) ที่ซับซ้อนให้ทำงานได้ชาญฉลาดยิ่งขึ้น โซลูชันนี้อาศัยขุมพลังจากแพลตฟอร์ม UiPath Maestro เข้ามาช่วยลดภาระงานแมนนวลของพนักงาน และเร่งการเปลี่ยนผ่านจากการใช้บอทแบบเดิม ๆ ไปสู่ระบบ AI Agent ที่สามารถคิด วางแผน และลงมือทำงานได้เองแบบครบวงจรในสเกลระดับองค์กรใหญ่ ปัญหาคลาสสิกของหลายธุรกิจในปัจจุบันคือ แม้จะมีระบบ ERP ที่ทันสมัยเป็นแกนกลาง แต่หน้างานจริงพนักงานก็ยังต้องวุ่นวายกับการสลับหน้าจอไปมาระหว่างสเปรดชีต อีเมล และโปรแกรมย่อยต่าง ๆ เพื่อดึงข้อมูลและจัดการข้อยกเว้น ซึ่งทำให้การทำงานล่าช้า ต้นทุนพุ่งสูง และเสี่ยงต่อความผิดพลาด โซลูชัน Agentic ERP จะเข้ามาแก้ปัญหานี้โดยการจัดการกระบวนการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำจรดปลายน้ำ เช่น ระบบบัญชี หรือระบบจัดซื้อจัดจ้าง โดยให้ AI และหุ่นยนต์รับหน้าที่จัดการงานเอกสารที่มีปริมาณมหาศาล และจะคอยคัดกรองส่งต่อข้อมูลเฉพาะในขั้นตอนที่จำเป็นต้องให้ "มนุษย์" เป็นผู้อนุมัติหรือตัดสินใจเท่านั้น พร้อมแนบข้อมูลบริบทมาให้ครบถ้วนเพื่อความรวดเร็ว จุดเด่นของสถาปัตยกรรมนี้คือความยืดหยุ่นที่เปิดให้องค์กรสามารถเลือกใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ของค่ายใดก็ได้ (Bring your own LLM) - [Zendesk ทุ่มซื้อกิจการ Forethought ติดปีก AI บริการลูกค้าสู่ระบบอัจฉริยะที่เรียนรู้ได้เอง](https://www.manutalkthai.com/zendesk-acquisition-forethought/) - Zendesk ยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์บริการลูกค้า ประกาศเตรียมเข้าซื้อกิจการ Forethought สตาร์ทอัพ AI จากซานฟรานซิสโก โดยคาดว่าจะปิดดีลได้ภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ การขยับตัวครั้งสำคัญนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับแพลตฟอร์ม AI ของ Zendesk ให้ล้ำหน้าไปอีกขั้น ท่ามกลางสมรภูมิเทคโนโลยีที่บรรดาค่ายยักษ์ใหญ่ต่างแข่งขันกันนำระบบอัตโนมัติมาให้บริการลูกค้าในทุกช่องทาง หัวใจสำคัญที่ทำให้ Zendesk ตัดสินใจดึง Forethought มาร่วมทีม คือเทคโนโลยีอันโดดเด่นอย่าง Autoflows ที่ช่วยให้ทีมซัพพอร์ตสามารถตั้งเป้าหมายการแก้ปัญหาด้วยภาษาพูดทั่วไปได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลาสร้างผังการทำงาน (Decision Tree) ที่ซับซ้อนแบบเดิม ๆ นอกจากนี้ยังมี ระบบจัดการด้วยเสียง (Voice Automation) ที่สามารถดูแลลูกค้าได้ตั้งแต่รับสายจนเคลียร์ปัญหาจบ และที่น่าสนใจคือ บอทบนเบราว์เซอร์ ที่ฉลาดพอจะเข้าไปลงมือจัดการระบบงานต่าง ๆ ได้เอง แม้ระบบหลังบ้านเหล่านั้นจะไม่มี API ให้เชื่อมต่อก็ตาม การควบรวมกิจการครั้งนี้จะช่วยผลักดันวิสัยทัศน์ของ Zendesk ในการสร้าง AI Agent ที่สามารถเรียนรู้และพัฒนาตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยระบบจะเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาจากบทสนทนาจริงของลูกค้า ค้นหาจุดติดขัด และสร้างขั้นตอนการทำงานใหม่ ๆ ขึ้นมาทดสอบได้เองโดยไม่ต้องใช้คนคอยสอน ซึ่งปัจจุบัน Zendesk ระบุว่า "AI - [MetaOptics ส่งเครื่องทดสอบล้ำสมัยหนุนไต้หวัน ดันสายการผลิต Metalens ครบวงจร](https://www.manutalkthai.com/metaoptics-sent-state-of-the-art-testing-equipment-to-taiwan-for-integrated-metal-lens-manufacturing/) - MetaOptics บริษัทเทคโนโลยีจากสิงคโปร์ ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการส่งมอบเครื่องทดสอบเลนส์อัตโนมัติ (Automatic Metalens Tester) ให้กับพันธมิตรในเมืองเถาหยวน ไต้หวัน จิ๊กซอว์ชิ้นนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ไต้หวันมีศักยภาพในการผลิต Metalens (เลนส์แบนราบระดับนาโน) แบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการผผลักดันระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงของภูมิภาค การมาของเครื่องทดสอบสุดล้ำนี้ จะเข้ามาทำงานสอดประสานกับระบบพิมพ์ขึ้นรูปด้วยเลเซอร์ (Direct Laser Writer - DLW) ที่ทาง MetaOptics ได้ติดตั้งให้กับบริษัท Pin-Jye Nano Technologies ไปเมื่อช่วงเดือนกันยายนปี 2025 โดยความโดดเด่นของเครื่องทดสอบตัวใหม่นี้คือ ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับแผ่นเวเฟอร์กระจกขนาด 12 นิ้วโดยเฉพาะ สามารถตรวจสอบคุณภาพการทำงานของเลนส์ได้อย่างครอบคลุม ทั้งประสิทธิภาพของแสงและการโฟกัสแบบ 100% นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีระบบแขนกลหยิบจับอัจฉริยะ (Pick-and-place) ที่ช่วยคัดแยกชิ้นงานที่สมบูรณ์และชิ้นงานที่มีตำหนิลงถาดได้อย่างแม่นยำ การนำเทคโนโลยีนี้มาใช้จะช่วยยกระดับความเร็ว เพิ่มความสม่ำเสมอของชิ้นงาน และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตจำนวนมาก (Mass Production) เพื่อตอบโจทย์มาตรฐานที่เข้มงวดของแบรนด์เทคโนโลยีระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน, แว่นตา AR, ยานยนต์ ไปจนถึงระบบออปติกขั้นสูง (CPO) มร. Thng Chong - [JVCKENWOOD พลิกโฉมสายการผลิต ดึง "IFS Cloud" ผสานรวม ERP และ MES ขับเคลื่อนด้วย AI อัจฉริยะ](https://www.manutalkthai.com/jvckenwood-selects-ifs-cloud-to-integrate-erp-and-mes-powered-by-intelligent-ai/) - JVCKENWOOD ประกาศก้าวสำคัญในการยกระดับระบบการผลิตและซัพพลายเชนระดับโลก ด้วยการตัดสินใจเลือกใช้ IFS Cloud เป็นแพลตฟอร์มหลักในการทำงานทั้งในฐานการผลิตที่ญี่ปุ่นและสาขาต่างประเทศ การขยับตัวครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สำหรับอุตสาหกรรม (Industrial AI) กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญและเป็นมาตรฐานใหม่ที่จะขาดไม่ได้ ในการแข่งขันบนโลกอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์สมัยใหม่ เป้าหมายสำคัญของ JVCKENWOOD คือการบอกลาความยุ่งยากของระบบเก่าที่แยกส่วนกันทำงาน โดยจับเอาระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร (ERP) และระบบควบคุมการผลิต (MES) มารวมไว้เบ็ดเสร็จในแพลตฟอร์มเดียว การรวมศูนย์ข้อมูลตั้งแต่ส่วนของการเงิน การจัดซื้อ ซัพพลายเชน ไปจนถึงหน้างานและคลังสินค้า จะช่วยทลายกำแพงข้อมูล (Silos) ทำให้มองเห็นภาพรวมธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ นอกจากนี้ เทคโนโลยี AI จะเข้ามาช่วยวิเคราะห์และแนะนำการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ เช่น การชี้เป้าปัญหาคอขวดในสายการผลิต หรือการปรับแผนรับมือและจัดการวัตถุดิบได้อย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความท้าทายของซัพพลายเชนโลกที่ผันผวน JVCKENWOOD เลือกใช้กลยุทธ์แบบ "Fit-to-Standard" หรือการปรับรูปแบบการทำงานขององค์กรให้เข้ากับมาตรฐานของระบบ เพื่อลดภาระการเขียนซอฟต์แวร์ปรับแต่งที่ซับซ้อนเกินจำเป็น ซึ่งจะช่วยให้องค์กรคล่องตัวและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ไวขึ้น โดยโครงการนี้เตรียมจะเริ่มนำร่องใช้งานในเดือนเมษายนปี 2027 เพื่อค่อย ๆ วางรากฐานระบบให้มั่นคง ก่อนที่จะเดินหน้าใช้ระบบอัตโนมัติและ AI เข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบในระยะต่อไป ซึ่งถือเป็นพิมพ์เขียวที่น่าจับตามองสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่กำลังมองหาการทำ Digital Transformation ที่มา: https://erp.today/ifs-cloud-selected-to-modernize-jvckenwoods-manufacturing-operations/ - [Honda เบรกแผนผลิต EV ในอเมริกาเหนือ หันลุยตลาด HEV พร้อมรื้อสายการผลิตแบตเตอรี่รับมือความผันผวน](https://www.manutalkthai.com/honda-stop-ev-plan-in-america/) - Honda ประกาศปรับแผน EV ครั้งใหญ่ โดยตัดสินใจยกเลิกการพัฒนาและทำตลาดรถยนต์ EV 3 รุ่น ได้แก่ Honda 0 SUV, Honda 0 Saloon และ Acura RSX ในสหรัฐอเมริกา สะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมตลาด EV ในภูมิภาคที่เติบโตช้ากว่าคาดการณ์ กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดน้อยลง รวมถึงการสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนทางภาษี IRA บริษัทประเมินว่าการเดินหน้าผลิตในสภาวะที่ความต้องการลดลงประกอบกับการแข่งขันที่ดุเดือด จะส่งผลขาดทุนในระยะยาว จึงเลือกยุติแผนดังกล่างเพื่อรักษาสถานะทางการเงิน พร้อมปรับทรัพยากรไปมุ่งเน้นที่ตลาดรถยนต์ไฮบริดอย่างเต็มกำลัง โดยเตรียมเปิดตัวระบบไฮบริดขนาดใหญ่ หรือ Large-size HEV system สำหรับรถยนต์กลุ่ม D-segment ขึ้นไป อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนพัฒนาเทคโนโลยี Software-Defined Vehicle (SDV) และระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) แบบ Next-generation อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาสร้างมูลค่าเพิ่มและประยุกต์ใช้ร่วมกับแพลตฟอร์ม HEV ที่สำคัญ Honda ยังประกาศทิศทางใหม่ของการผลิตเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาวดังนี้ ปรับโครงแบตเตอรี่: พิจารณาปรับเปลี่ยนสายการผลิตของ L-H - [AMD, Broadcom, Meta, Microsoft, NVIDIA และ OpenAI ก่อตั้งกลุ่มพันธมิตร Optical Scale-up เพื่อสร้างข้อกำหนดแบบเปิดสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI [PR]](https://www.manutalkthai.com/amd-broadcom-meta-microsoft-nvidia-and-openai-optical-scale-up-for-ai-infrastructure-pr/) - กลุ่มข้อตกลงร่วม Optical Compute Interconnect (OCI) ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยมีผู้นำอุตสาหกรรม เช่น AMD, Broadcom, Meta, Microsoft, NVIDIA และ OpenAI เป็นสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้ง การรวมตัวครั้งนี้นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการสร้างระบบนิเวศแบบเปิดที่ขับเคลื่อนโดยผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (hyperscaler) เพื่อพัฒนาซัพพลายเชนที่เปิดรับผู้ผลิตหลายราย (multi-vendor) สำหรับระบบเชื่อมต่อใยแก้วนำแสงความเร็วสูง การกำหนดมาตรฐานร่วมกันของสมาชิก OCI จะช่วยผลักดันระบบเครือข่ายแสงที่แข็งแกร่ง เพื่อให้มั่นใจว่าการเชื่อมต่อ AI ในอนาคตจะมีความยืดหยุ่น มีฮาร์ดแวร์ให้เลือกหลากหลายแบรนด์ และตอบโจทย์โครงสร้างพื้นฐาน AI สมัยใหม่ได้อย่างแท้จริง ทลายขีดจำกัดด้านฟิสิกส์และพลังงาน ในขณะที่โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) กำลังพัฒนาไปสู่ระดับปัญญาประดิษฐ์ขั้นสุดยอด (super intelligence) การเชื่อมต่อด้วย "สายทองแดง" แบบเดิมๆ กำลังถึงขีดจำกัดเรื่องระยะทาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการขยายขนาดตู้เซิร์ฟเวอร์ AI กลุ่ม OCI จะเข้ามาช่วยเปลี่ยนผ่านจากการใช้สายทองแดงไปสู่ "ระบบใยแก้วนำแสง (optical)" เพื่อลดปัญหาคอขวดในการส่งข้อมูล ข้อกำหนดของ OCI (ดูได้ที่ www.oci-msa.org) ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทั้งเรื่องการประหยัดพลังงาน ความหน่วงต่ำ - [ติดปีกวิศวกรรมการผลิต Contact เปิดตัว "Fourier AI" โครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เข้าใจคนทำงานโรงงานและปกป้องข้อมูลขั้นสุด](https://www.manutalkthai.com/contact-launches-fourier-ai/) - ในยุคที่ใคร ๆ ก็พูดถึงการนำ AI มาใช้ ความท้าทายหลักของอุตสาหกรรมวิศวกรรมเครื่องกล การจัดการโรงงาน และยานยนต์ คือการหา AI ที่ "เข้าใจงานเฉพาะทาง" และ "รักษาความลับของข้อมูลบริษัท" ได้อย่างแท้จริง ล่าสุด Contact ได้เปิดตัว "Fourier AI" โครงสร้างพื้นฐาน AI รูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมที่มีข้อกำหนดและกฎระเบียบเข้มงวด (Compliance-driven) โดยเฉพาะ จุดเด่นของ Fourier AI คือการผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับความชาญฉลาดด้านวิศวกรรมและการผลิต ช่วยยกระดับทั้งความเร็วและประสิทธิภาพตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Product Life Cycle) โดยมีไฮไลต์การทำงานที่น่าสนใจดังนี้ครับ: ระบบ Orchestrator เลือกโมเดล AI ที่ใช่ที่สุด: แตกต่างจาก AI ทั่วไปตรงที่ Fourier AI ถูกปรับแต่งมาให้เข้าใจบริบทเชิงลึกของงานวิศวกรรม เช่น การวิเคราะห์รูปทรงเรขาคณิต วัสดุ หรือกระบวนการผลิต ระบบอัจฉริยะนี้จะดึงโมเดล AI ที่เหมาะสมกับงานนั้น ๆ - [สิ้นสุดการรอคอย 11 ปี! Siemens เผยโฉม "LOGO! 9" อัปเกรดขุมพลังคูณสอง ตอบโจทย์ออโตเมชันขนาดกะทัดรัด](https://www.manutalkthai.com/siemens-unveils-logo-9-a-power-upgrade-with-double-the-performance/) - ในอุตสาหกรรมและการจัดการอาคาร (Building Services) คอนโทรลเลอร์ขนาดเล็กถือเป็นฟันเฟืองที่ขาดไม่ได้ ล่าสุด Siemens ได้สร้างความฮือฮาในงานแสดงสินค้า Light + Building ด้วยการเปิดตัว LOGO! 9 ซึ่งถือเป็นการอัปเกรดครั้งแรกและครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 11 ปีของโปรดักต์ไลน์นี้ เพื่อตอบรับความต้องการด้านระบบอัตโนมัติที่ต้องการความยืดหยุ่นและซับซ้อนมากขึ้น LOGO! 9 เตรียมวางจำหน่ายในวันที่ 1 เมษายน 2026 นี้ โดยมาพร้อมกับการพลิกโฉมทั้งด้านประสิทธิภาพ การแสดงผล ซอฟต์แวร์ และความปลอดภัยที่อัดแน่นเกินตัว ดังนี้: ขยายขีดความสามารถขึ้นเท่าตัว: อัปเกรด Function Blocks เพิ่มเป็น 800 บล็อก ช่วยให้ผู้ใช้งานเขียนโปรแกรมลอจิกที่ซับซ้อนได้จบในตัวเดียวโดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ควบคุมเพิ่ม พร้อมรองรับการขยาย I/O ได้สูงสุดถึง 64 DI, 60 DO, 16 AI และ 16 AO นอกจากนี้ยังมีโมดูลอนาล็อก AM4 แบบใหม่ที่รองรับการคำนวณจุดทศนิยม (Floating-point) ทำให้ประมวลผลค่าต่าง ๆ - [Rockwell Automation จับมือ Rovi พลิกโฉมสายการผลิตสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ไร้รอยต่อ-ไร้กระดาษ](https://www.manutalkthai.com/rockwell-automation-rovi-factorytalk-pharmasuite-mes/) - ในอุตสาหกรรมยา ความแม่นยำและข้อมูลที่ตรวจสอบได้คือหัวใจสำคัญสูงสุด ล่าสุด Rockwell Automation ผู้นำระดับโลกด้านระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม ได้ประกาศความสำเร็จครั้งใหญ่ในการร่วมมือกับ Laboratorios Farmacéuticos Rovi, S.A. (Rovi) บริษัทยายักษ์ใหญ่ เพื่อยกระดับสายการผลิตสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ จากกระดาษ สู่ระบบดิจิทัลที่เชื่อมต่อกันทั้งองค์กร ด้วยความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญด้านการวางระบบอย่าง Adasoft โปรเจกต์นี้ได้เข้ามาพลิกโฉมกระบวนการผลิตแบบเดิม ๆ โดยการบอกลา "การจดบันทึกลงกระดาษ" และนำระบบจัดการการผลิตขั้นสูงอย่าง FactoryTalk PharmaSuite® (MES) เข้ามาใช้งาน พร้อมเชื่อมต่อเข้ากับระบบแพลตฟอร์มหลักของธุรกิจอย่าง ERP และ LIMS ได้อย่างไร้รอยต่อ ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าประทับใจอย่างมาก เนื่องจากเฟสแรกของโครงการสำเร็จลุล่วงในเวลาไม่ถึง 1 ปี โดยสร้างการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทางธุรกิจ ดังนี้: บอกลากระดาษ 100%: เปลี่ยนผ่านสู่กระบวนการดิจิทัล ลดความซับซ้อนและลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) ยกระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูล (Data Integrity): ข้อมูลมีความแม่นยำและสามารถตรวจสอบย้อนหลัง (Traceability) ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดเวลาสูญเปล่า: ขั้นตอนการตรวจสอบรวดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน สร้างมาตรฐานใหม่ที่ต่อยอดได้: วางรากฐานระบบที่แข็งแกร่ง - [เมื่อการออกแบบผิดพลาดหมายถึงต้นทุนมหาศาล - NX CAD ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างไร](https://www.manutalkthai.com/how-does-nx-cad-help-reduce-risk/) - ในอุตสาหกรรมการผลิต ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในขั้นตอนการออกแบบอาจนำไปสู่ต้นทุนที่บานปลาย และส่งผลต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่การแก้ไขแบบ การผลิตชิ้นส่วนใหม่ ไปจนถึงความล่าช้าในการส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า ซึ่งกระทบไปทั้งไลน์ผลิต ความแม่นยำในขั้นตอนออกแบบจึงเป็นหัวใจของความสามารถในการแข่งขันกับตลาด ด้วยเหตุนี้ หลายองค์กรจึงหันมาให้ความสำคัญกับเครื่องมือออกแบบที่สามารถจำลอง วิเคราะห์ และตรวจสอบความถูกต้องได้ตั้งแต่ระยะแรกของโครงการ บทบาทของ NX CAD ในการลดความเสี่ยง หนึ่งในโซลูชันที่ได้รับการยอมรับในระดับอุตสาหกรรมคือ NX จาก Siemens Digital Industries Software ซึ่งพัฒนาให้ครอบคลุมทั้งงานออกแบบ (CAD), การวิเคราะห์ (CAE) และการเตรียมการผลิต (CAM) บนสภาพแวดล้อมเดียวกัน แนวคิดหลักของ NX คือการเชื่อมโยงข้อมูลตลอดวงจรการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทำให้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแบบ ก็สามารถอัพเดทการเปลี่ยนแปลงนั้นไปยังขั้นตอนอื่นๆได้อย่างแม่นยำ 1. ลดความผิดพลาดด้วยการจำลองก่อนผลิตจริง NX รองรับการวิเคราะห์และจำลองพฤติกรรมของชิ้นงาน เช่น ความแข็งแรง การเสียรูป หรือการเคลื่อนไหวของ Assembly ช่วยให้วิศวกรสามารถตรวจพบปัญหาได้ตั้งแต่บนหน้าจอ แทนที่จะรอพบในโรงงาน 2. ออกแบบโดยคำนึงถึงการผลิต (Design for Manufacturing) ด้วยการเชื่อมต่อกับโมดูล CAM และเครื่องมือวิเคราะห์กระบวนการผลิต ทีมออกแบบสามารถประเมินความเป็นไปได้ในการผลิตตั้งแต่ต้น - [LIQUI MOLY THAILAND เปิดตัว “T-SERIES” เกมรุกพรีเมียมแมส ภายใต้แนวคิด ADVANCE YOUR DRIVE FOR THE DRIVERS [PR]](https://www.manutalkthai.com/liqui-moly-thailand-reveals-t-series-advance-your-drive-for-the-drivers-pr/) - นางศิริจิตต์ กาญจนบัตร (กลาง) ผู้บริหาร บริษัท คาร์แลค (ไทย-เยอรมัน) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องลิควิ โมลี่ จากประเทศเยอรมนี จัดงาน “ADVANCE YOUR DRIVE FOR THE DRIVERS” เปิดตัวนวัตกรรมน้ำมันเครื่องพรีเมียมแมส “T-Series” โดยเฉพาะรถเอเชียเขย่าวงการยานยนต์ประเทศไทยยกระดับทุกการขับเคลื่อนกับ ลิควิ โมลี่ น้ำมันเครื่องคุณภาพ พร้อมเปิดตัว ICONIC BRAND ตัวจริงแห่งวงการรถ อย่าง“เบียร์-ปิยะเลิศ ใบหยก” ที่มาร่วมถ่ายทอดแนวคิด“FOR THE DRIVERS" แบรนด์ที่ “เข้าใจคนขับ” มุ่งสร้างประสบการณ์สำหรับผู้ขับขี่อย่างแท้จริง โดยมี นายกฤษฏ์ กาญจนบัตร (ที่ 1 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาร์แลค (ไทย-เยอรมัน) จำกัดนางสาวขวัญพัฒน์ สกุลธัญญลักษณ์ (ที่ 2 จากซ้าย) Export Area Manager of - [NTT DATA จับมือ NVIDIA เปิดตัว Enterprise AI Factory ออกแบบให้ปรับตัวได้และทำงานโดยอัตโนมัติ เพิ่ม ROI ให้องค์กรได้อย่างแท้จริง](https://www.manutalkthai.com/ntt-data-nvidia-enterprise-ai-factory/) - NTT DATA ผู้นำบริการเทคโนโลยีระดับโลก ประกาศร่วมมือ NVIDIA เปิดตัว Enterprise AI Factories เพื่อผลักดันนวัตกรรมและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้กับอุตสาหกรรมทั่วโลก Enterprise AI Factories ของ NTT DATA เป็นโซลูชันแบบ Full-stack ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับแต่ละอุตสาหกรรม มุ่งเป้าไปที่การรวบรวมข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน รูปแบบการทำงาน และระบบกำกับดูแลเข้าด้วยกัน เป้าหมายคือการมอบโมเดลการทำงานด้าน AI ที่ทำซ้ำได้และพร้อมใช้งานจริงในสเกลระดับองค์กรใหญ่ ที่สำคัญระบบนี้ถูกออกแบบให้ปรับตัวได้และทำงานโดยอัตโนมัติ เพิ่ม ROI ให้องค์กรได้อย่างแท้จริง หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อน Enterprise AI Factory คือการผสานโครงสร้างพื้นฐานจาก NVIDIA เข้าไปดังนี้ NVIDIA GPU & Networking: มอบประสิทธิภาพการประมวลผลสูง และความหน่วงต่ำ ตอบโจทย์งานที่ต้องการความแม่นยำแบบเรียลไทม์ในโรงงาน NVIDIA AI Enterprise & NIM Microservices: ซอฟต์แวร์และคอนเทนเนอร์ที่ปรับแต่งสำหรับ GPU ช่วยให้การฝึกโมเดล และการประมวลผลเพื่อใช้งานจริงดำเนินไปอย่างราบรื่น NVIDIA - [SK hynix ปิดตัวชิปความจำมือถือ LPDDR6 เร็วปรี๊ด 10.7 Gbps รับยุค AI เต็มสูบ](https://www.manutalkthai.com/sk-hynix-has-discontinued-its-lpddr6-mobile-memory-chip/) - ข่าวนี้ใครที่ใช้สมาร์ทโฟน หรือกำลังรอซื้อมือถือใหม่ที่เน้นฟีเจอร์ AI ต้องฟังทางนี้ให้ดีเลยครับ ล่าสุดค่ายผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่อย่าง SK hynix เขาออกมาประกาศความสำเร็จ พัฒนาชิปความจำ (DRAM) สำหรับอุปกรณ์พกพารุ่นใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า LPDDR6 สำเร็จแล้ว ประเด็นคือ ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงที่เรียกว่า "โหนด 1c" (ขนาดระดับ 10 นาโนเมตร เจเนอเรชันที่ 6) ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำที่สุดของบริษัทในตอนนี้เลย เป้าหมายหลักๆ คือกะเอามาใส่ในสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และอุปกรณ์พกพาในอนาคต เพื่อให้รองรับการทำงานของ AI แบบจัดเต็มโดยเฉพาะ เรื่องของเรื่องคือ ชิปตัวนี้มันมีทีเด็ดที่น่าสนใจหลายอย่าง สรุปประเด็นหลัก ๆ ให้เห็นภาพชัด ๆ: ความเร็วทะลุหลอด: ชิปตัวนี้มีความจุอยู่ที่ 16 กิกะบิต แต่ที่น่าตกใจคือสามารถทำความเร็วในการรับส่งข้อมูลได้สูงสุดถึง 10.7 Gbps (กิกะบิตต่อวินาที) ทาง SK hynix บอกว่า เร็วกว่ารุ่นก่อนหน้า (LPDDR5X) ถึง 33% ทำไมต้องเร็วขนาดนี้? ลองนึกภาพตาม เดี๋ยวนี้มือถือเรามีฟีเจอร์ - [Denso ยื่นข้อเสนอราว 2.6 แสนล้านบาท ซื้อกิจการ Rohm หวังคว้าซัพพลายชิป EV](https://www.manutalkthai.com/denso-acquisition-rohm/) - หุ้น Rohm พุ่งชนเพดาน 18% หลัง Denso ยื่นข้อเสนอเทกโอเวอร์ 1.3 ล้านล้านเยน หรือราว 2.6 แสนล้านบาท หวังคว้าซัพพลายชิป EV หุ้นของ Rohm ผู้ผลิตชิ้นส่วนชิปสัญชาติญี่ปุ่น พุ่งทะยานขึ้นถึง 18% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 26 ปี ไปปิดแตะเพดานราคาสูงสุดของวันที่ 3,243 เยน (ราว 648 บาท) ในตลาดหุ้นโตเกียว ขณะที่หุ้นของ Denso ปรับตัวลดลง 3.3% หลังมีรายงานว่า Denso ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนยานยนต์ยักษ์ใหญ่ ได้ยื่นข้อเสนอเพื่อเข้าซื้อกิจการของ Rohm รายละเอียดของข้อเสนอซื้อกิจการ มูลค่าดีล: แหล่งข่าวระบุว่า Denso ได้เริ่มทาบทามตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยประเมินมูลค่าของ Rohm ไว้ที่ราว 1.3 ล้านล้านเยน หรือราว 2.6 แสนล้านบาท (8.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) สถานการณ์ปัจจุบัน: Rohm - [ฟอร์ติเน็ต จัดเวทีสัมมนา “OT Security Summit 2026” เร่งอุตสาหกรรมไทยรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ ตอบโจทย์ Industry 5.0 [PR]](https://www.manutalkthai.com/fortinet-ot-security-summit-2026-pr/) - ฟอร์ติเน็ต ผู้นำระดับโลกด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่ขับเคลื่อนการผสานรวมของระบบเครือข่ายและระบบรักษาความปลอดภัยเข้าด้วยกัน จัดงานสัมมนา “Fortinet OT Security Summit 2026-Thailand Edition” ภายใต้หัวข้อ Cybersecurity for OT and Critical Infrastructure เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ในยุค Industry 5.0 จากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในภาคอุตสาหกรรมระดับโลก งานสัมมนา “Fortinet OT Security Summit 2026-Thailand Edition” มีเป้าหมายเพื่อสร้างการขับเคลื่อนในการนำกลยุทธ์ด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ขององค์กรสู่การปฏิบัติจริง เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงปลอดภัยในภาคอุตสาหกรรม โดยภายในงานสัมมนาได้รับความสนใจจากผู้เชี่ยวชาญของหน่วยงานชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชนของไทยและต่างประเทศ เข้าร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ เช่น วิธีปกป้องระบบ IT และระบบ OT ด้วยกลยุทธ์ความปลอดภัยแบบบูรณาการ การปกป้องระบบเก่าควบคู่กับการตอบสนองความต้องการของระบบ OT สมัยใหม่ การรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงจากระยะไกลสำหรับพนักงาน ผู้ขาย และผู้ให้บริการด้วยหลักการ Zero Trust รวมถึงการสร้างขีดความสามารถด้าน OT SecOps ขั้นสูงเพื่อตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เทรนด์โรงงานยุคใหม่ เร่งยกระดับความปลอดภัย OT ดร.ศุภกร กังพิศดาร ผู้จัดการประจำประเทศไทย และลาว ฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า - [สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย ดันไทยขึ้นสู่ศูนย์กลางผลิต AI Hardware ในอาเซียน ชูความเชื่อมั่น และขอเป็นมากกว่าแค่ผู้รับจ้างผลิต](https://www.manutalkthai.com/thpca-aim-thailand-ai-hardware-asean/) - สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย หรือ THPCA พร้อมดันไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางการผลิต AI Hardware ของอาเซียนอย่างเต็มตัว แต่ทุกภาคส่วนต้องช่วยยกระดับขีดจำกัดจากเพียงการรับจ้างผลิตทั่วไป สู่การสร้างความน่าเชื่อถือที่รับกับมาตรการ และทิศทางของเทคโนโลยีขั้นสูง ตลาดแผงวงจรพิมพ์ หรือ PCB ทั่วโลกและในประเทศไทยกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เพราะการเติบโตแบบก้าวกระโดดของโครงสร้างพื้นฐาน AI, Cloud Computing และ EV ทำให้ประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์หลักของภูมิภาคกำลังถูกจับตามองจากนักลงทุนทั่วโลก คุณเสวก ประกิจฤทธานนท์ อุปนายกและเลขานุการ THPCA ระบุว่า ความต้องการฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูงสำหรับ AI Server และ Data Center บีบให้อุตสาหกรรมต้องปรับวิธีคิดจากการตรวจสอบคุณภาพแบบดั้งเดิม ไปสู่ Build Reliability into Quality และมีการทดสอบต่าง ๆ เพื่อยกระดับการใช้งาน PCB ที่น่าสนใจดังนี้ Engineering Simulation: การจำลองระบบด้วยซอฟต์แวร์ ตั้งแต่การกระจายความร้อนไปจนถึงการรีดประสิทธิภาพของวัสดุ เพื่อหาจุดอ่อนตั้งแต่การออกแบบ ช่วยลดทั้งความเสี่ยงและต้นทุนการสร้างชิ้นงาน HALT (Highly Accelerated Life Test): การสร้างสภาวะความเครียดสูงกว่าการใช้งานจริงในภาคการผลิต - [ABB จับมือ Nvidia นำ AI ขับเคลื่อนการสร้างหุ่นยนต์อุตสาหกรรมยุคใหม่](https://www.manutalkthai.com/abb-partners-with-nvidia-to-leverage-ai-to-drive-the-creation-of-next-generation-industrial-robots/) - ABB Robotics ประกาศก้าวครั้งสำคัญของวงการอุตสาหกรรม ด้วยการดึงเทคโนโลยีสุดล้ำจาก Nvidia Omniverse เข้ามาผสานการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ Robotstudio ของตนเอง ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยปลดล็อกให้สามารถนำ Physical AI มาใช้งานกับหุ่นยนต์ในโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยผู้บริหารของ ABB ระบุว่าเทคโนโลยีจาก Nvidia จะเข้ามาช่วยทลายช่องว่างที่เรียกว่า "Sim to Real" หรือความแตกต่างระหว่างการจำลองในคอมพิวเตอร์กับการลงมือปฏิบัติจริงให้หมดไป จุดเด่นของระบบนี้คือ นักพัฒนาสามารถจำลองหุ่นยนต์ให้กลายเป็น Digital Twin ในโลกเสมือนจริงที่ทำงานสอดคล้องกับหลักฟิสิกส์เป๊ะ ๆ เพื่อใช้เก็บข้อมูลและฝึกฝนโมเดล AI ได้อย่างต่อเนื่องและสมจริง ไม่ว่าบริษัทจะอยู่ในอุตสาหกรรมไหนหรือมีขนาดเท่าใด ก็สามารถนำระบบ AI นี้ไปควบคุมขั้นตอนการผลิตได้เลย โมเดลเหล่านี้จะถูกนำไปฝึกฝนกับหุ่นยนต์ของ ABB ได้จากทุกมุมโลก พร้อมรับ feedback จากหน้างานจริงมาปรับปรุงจนตอนนี้ความแม่นยำระหว่างทฤษฎีในโลกจำลองกับการทำงานจริง แตกต่างกันเพียงแค่ 1% เท่านั้น นอกจากนี้ การออกแบบสายการผลิตยังทำได้ง่ายและประหยัดกว่าเดิมมาก เมื่อเทคโนโลยีนี้ทำงานร่วมกับระบบ "Absolute Accuracy" ของ ABB ที่ช่วยลดความคลาดเคลื่อนจากเดิมลงเหลือเพียง 0.02 นิ้ว ทำให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบ - [Apple ขยับหมากครั้งใหญ่: ดันอินเดียผงาด ผลิต iPhone กว่า 25% ของโลก](https://www.manutalkthai.com/apple-manufacturing-iphone-made-in-india/) - ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา "จีน" คือภาพจำของฐานการผลิตหลักของ Apple แต่ภาพนั้นกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ในปี 2025 ที่ผ่านมา Apple ได้สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมเทคโนโลยี ด้วยการดัน "อินเดีย" ขึ้นมาผลิต iPhone ถึง 1 ใน 4 หรือ 25% ของโลก ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่คือการปรับแผนยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่เพื่อความอยู่รอดในยุคที่โลกเต็มไปด้วยความผันผวน จากฐานผลิตเดี่ยว สู่กลยุทธ์ "Dual Hub" ความตึงเครียดทางการค้า กำแพงภาษี และบทเรียนจากวิกฤตโควิด-19 เป็นตัวเร่งชั้นดีที่บีบให้ Apple ต้องหันมากระจายความเสี่ยง แม้จีนจะยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลิตเพื่อส่งออกทั่วโลก แต่ Apple ก็เลือกที่จะไม่เอาไข่ทั้งหมดไว้ในตะกร้าใบเดียว และผลักดันอินเดียขึ้นมาเป็นศูนย์กลางการผลิตแห่งที่สองเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นให้กับซัพพลายเชน แรงส่งที่ทำให้อินเดียกลายเป็น "บ้านหลังใหม่" กำลังการผลิตในอินเดียเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยในปี 2025 สามารถผลิต iPhone ได้ราว 55 ล้านเครื่อง เติบโตขึ้นถึง 53% จากปีก่อนหน้า ความสำเร็จนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นผลพวงจากนโยบาย "Make - [Honeywell ส่งแพลตฟอร์ม AI ลุยศูนย์วิจัย ม.อลาบามา หวังปั้นวิศวกรรุ่นใหม่](https://www.manutalkthai.com/honeywell-ai-battery-mxp/) - วันนี้มีข่าวความก้าวหน้าที่น่าสนใจในวงการอุตสาหกรรมแบตเตอรี่มาอัปเดตให้ฟังกันครับ ล่าสุดยักษ์ใหญ่อย่าง Honeywell ได้ประกาศนำแพลตฟอร์ม AI อัจฉริยะสำหรับจัดการการผลิตแบตเตอรี่ที่มีชื่อว่า "Battery MXP" เข้าไปบูรณาการในห้องปฏิบัติการวิจัยของ Alabama Mobility and Power (AMP) Center ณ มหาวิทยาลัยอลาบามาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป้าหมายหลักของการขยับตัวครั้งนี้ คือการใช้แพลตฟอร์มอัตโนมัติเข้ามาช่วยยกระดับการผลิตแบตเตอรี่ในทุกสเกล ตั้งแต่การเพิ่มผลผลิต (Cell Yields) ไปจนถึงการช่วยให้โรงงานผลิตแบตเตอรี่แห่งใหม่ ๆ สามารถเริ่มต้นเดินสายการผลิตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งศูนย์ AMP Center นั้นถือเป็นฮับการวิจัยและพัฒนาระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานและการขับเคลื่อนสมัยใหม่อยู่แล้ว การนำระบบของ Honeywell เข้ามาเป็นแพลตฟอร์มหลัก จะช่วยเป็นเข็มทิศชี้ทางให้บรรดาผู้ผลิตสามารถขยายสเกลการผลิตแบตเตอรี่ให้มีคุณภาพสูง ในต้นทุนที่จับต้องได้ เพื่อตอบรับกับเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบกักเก็บพลังงานที่กำลังเติบโตทั่วโลก ทางผู้บริหารของทั้งฝั่ง AMP Center และ Honeywell ต่างมองเห็นภาพเดียวกันว่า การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ในปัจจุบัน จำเป็นต้องพึ่งพาระบบอัตโนมัติขั้นสูงที่ขับเคลื่อนด้วย AI ควบคู่ไปกับแรงงานคนที่มีทักษะเฉพาะทาง โครงการนี้จึงไม่เพียงแค่เข้ามาช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ การเติบโตของศูนย์ข้อมูล (Data Center) หรือความมั่นคงของโครงข่ายไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการฝึกอบรมและปั้นวิศวกรรุ่นใหม่ให้พร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้ระดับประเทศ ที่น่าสนใจคือ ในศูนย์ - [ชไนเดอร์ อิเล็คทริค แนะภาคอุตสาหกรรม จัดการวิธีเก็บ “OT data” อย่างมีระบบ ปลดล็อคศักยภาพวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและAI [PR]](https://www.manutalkthai.com/schneider-electric-ot-data-for-industrial-it-pr/) - ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงาน แนะองค์กรใช้โครงสร้างพื้นฐานรวบรวม OT data อย่างมีระบบ ช่วยจัดเก็บข้อมูลเชิงลึกสำหรับภาคอุตสาหกรรมต่อยอดธุรกิจระยะยาว ปัจจุบันองค์กรชั้นนำในภาคอุตสาหกรรมกำลังเผชิญกับภาวะย้อนแย้งด้านข้อมูล เนื่องจากแต่ละองค์กรมีข้อมูลมหาศาล แต่กลับไม่ใช่ข้อมูลเชิงลึกทางกลยุทธ์ โดยคาดการณ์ว่าภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกจะมีปริมาณข้อมูลสะสมสูงถึง 4.4 เซตตะไบต์ ภายในปี 2030 ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับปริมาณข้อมูลสะสมในปี 2023 การรวบรวมข้อมูลเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการ หรือ OT data (Operational Technology Data) ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จากระบบเซนเซอร์ การทำงานของเครื่องจักรและในกระบวนการสายการผลิตสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการนำไปใช้เพื่อคาดการณ์การบำรุงรักษา การเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานและระบบการปฏิบัติการแบบอัตโนมัติ อย่างไรก็ตามการแปลงข้อมูลดิบเหล่านั้นเป็นข้อมูลเชิงลึกและเป็นโอกาสในการยกระดับประสิทธิภาพกลับเป็นเรื่องที่ท้าทาย ซึ่งอุปสรรคสำคัญแทบไม่ได้เกิดจากเครื่องมือวิเคราะห์หรือความมุ่งมั่นขององค์กร แต่ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของการวางโครงสร้างด้านบริหารจัดการ OT data ทั้งนี้จุดเชื่อมต่อที่ขาดหายไปไม่ใช่เรื่องของการเพิ่มระบบวิเคราะห์ให้มากขึ้น แต่คือโครงสร้างพื้นฐานและแนวทางปฏิบัติที่จำเป็นในการทำให้ OT data สามารถนำไปใช้งานได้มากกว่าวัตถุประสงค์เดิมที่ตั้งไว้ ส่งผลให้องค์กรในอุตสาหกรรมจำนวนมากตกอยู่ในภาวะร่ำรวยข้อมูลแต่ยากจนข้อมูลเชิงลึกที่ถูกรายล้อมไปด้วยข้อมูลปฏิบัติการทั่วไป แต่ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในวงกว้างได้อย่างต่อเนื่อง OT data คืออะไร? OT data คือ ข้อมูลสื่อสารที่เกิดขึ้นระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ในขณะปฏิบัติการ เช่น - [BMW ยกระดับการผลิตด้วย Physical AI และหุ่นยนต์ Humanoid ทั้ง Supplychain](https://www.manutalkthai.com/bmw-group-humanoid-robot-physical-ai/) - ในโลกของการผลิตรถยนต์ยุคใหม่ การปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลคือสิ่งจำเป็น และ BMW Group เป็นหนึ่งในค่ายรถยนต์ที่เดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะล่าสุดได้ประกาศกลยุทธ์การวางรากฐานเทคโนโลยี Physical AI และการใช้หุ่นยนต์ Humanoid ในกระบวนการผลิตและโลจิสติกส์ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์การผลิตที่เน้นความแม่นยำสูง และการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ของอุตสาหกรรม BMW ไม่ได้มองว่า AI เป็นเพียงกระแส แต่คือเครื่องมือสำคัญในระยะยาว ปัจจุบันบริษัทได้นำ AI เข้าไปใช้ในกระบวนการทำงานกว่าร้อยรูปแบบ และคาดการณ์ว่าในอนาคตอันใกล้ทุกกระบวนการใน BMW Group จะถูกขับเคลื่อนด้วย AI ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิต ไปจนถึงการขาย Marco Gorgmaier รองประธานฝ่าย Enterprise Platforms ของ BMW ระบุว่า ปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือ Efficiency, Innovation และ ROI ที่ชัดเจน ขณะที่ Dr. Nicolai Martin ผู้บริหารด้าน Supplychain Network ย้ำว่า AI - [“KJL จัดสัมมนา ‘รวมพลคนไฟฟ้า’ ที่โคราช ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไฟฟ้าสู่อนาคต” [PR]](https://www.manutalkthai.com/klj-seminar-at-nakhon-ratchasima-pr/) - บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ตู้ไฟ รางไฟ อันดับหนึ่ง ที่ช่างไฟเชื่อมั่นในประสบการณ์กว่า 36 ปี ได้จัดงานสัมมนา “KJL รวมพลคนไฟฟ้า” จัดกิจกรรมเชิงวิชาการ ที่รวบรวมความรู้เกี่ยวกับการติดตั้งระบบไฟฟ้าอย่างถูกต้อง เพื่อยกระดับความปลอดภัย และเพิ่มศักยภาพให้แก่ช่างไฟฟ้า วิศวกร หรือ ผู้ออกแบบ ทั่วประเทศ กิจกรรมในครั้งนี้ ทางบริษัทฯ ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสองท่านวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อย่างอาจารย์ลือชัย ทองนิล เลขาธิการสภาวิศวกร และอาจารย์สุธี ปิ่นไพสิฐ อดีตผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมโครงสร้างและงานระบบกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ขึ้นบรรยายเรื่องการติดตั้งไฟฟ้าอย่างมืออาชีพ พร้อมอัพเดทคู่มือและมาตรฐานการติดตั้งไฟฟ้า (วสท.) ฉบับปี 2569 ทั้งนี้ทาง KJL ได้รับผ่านการรับรองการเป็นองค์กรแม่ข่ายจากสภาวิศวกรเรียบร้อยแล้ว วิศวกรที่ผ่านการอบรมในครั้งนี้ครบ 6 ชั่วโมงเต็มจะได้รับคะแนน CPD 6 คะแนนโดยอัตโนมัติ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 บริษัทฯ - [LIQUI MOLY รุกตลาดน้ำมันเครื่องระดับพรีเมียมแมสในไทย ชูมาตรฐานเยอรมนีที่ออกแบบเพื่อตลาดเอเชีย](https://www.manutalkthai.com/liqui-moly-thailand-market-2026/) - LIQUI MOLY THAILAND ประกาศรุกตลาดน้ำมันเครื่องระดับพรีเมียมแมส พร้อมเปิดตัว T-SERIES นวัตกรรมหล่อลื่นที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์สภาพภูมิอากาศและการใช้งานในภูมิภาคเอเชียโดยเฉพาะ ย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่เข้าใจคนขับภายใต้แนวคิด Advance Your Drive for the Drivers การเปิดตัว T-Series ถือเป็นก้าวสำคัญของ LIQUI MOLY ในการทำ Localization อย่างเต็มรูปแบบ โดยเป็นการนำองค์ความรู้จากทีมวิจัยในเยอรมนีมาพัฒนาสูตรน้ำมันเครื่องให้เหมาะสมกับสภาพการจราจรที่หนาแน่นและความร้อนชื้นของเอเชีย คุณศิริจิตต์ กาญจนบัตร ผู้บริหาร บริษัท คาร์แลค (ไทย-เยอรมัน) จำกัด ระบุว่าผลิตภัณฑ์ซีรีส์นี้ผ่านการควบคุมมาตรฐานการผลิตจากนักวิจัยเยอรมนีในทุกขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจว่าคุณภาพที่ผลิตในประเทศไทยเทียบเท่ากับมาตรฐานโลก และพร้อมที่จะส่งออกไปจำหน่ายทั่วภูมิภาคเอเชีย ในแง่ของคุณสมบัติ T-Series ถูกออกแบบมาให้ครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลายและสอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ดังนี้ รองรับเครื่องยนต์ทุกประเภท: ทั้งเบนซิน, ดีเซล และระบบไฮบริด เทคโนโลยี Start-Stop: ออกแบบมาเพื่อลดการสึกหรอจากการสตาร์ทเครื่องยนต์บ่อยครั้งในสภาพรถติด มาตรฐานไอเสียระดับสูง: รองรับมาตรฐาน Euro 5 และ Euro 6 ระบบกรองอนุภาค: ปลอดภัยสำหรับรถยนต์ที่ติดตั้งระบบ DPF (Diesel Particulate - [เชิญร่วมงานสัมมนา ManuTalkThai Virtual Conference 2026: Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends | 1 - 2 เม.ย. @ Zoom Webinar](https://www.manutalkthai.com/mta26-manufacturing-tech-ai-engineering-trends/) - พบกับงานสัมมนาใหญ่อัปเดตเทรนด์นวัตกรรม โซลูชัน AI และ IT สำหรับโรงงาน โดย ManuTalkThai ซึ่งจะจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends ซึ่งรวบรวมเนื้อหาอัปเดตเทรนด์ AI, AIoT, IT, OT Security, ERP, Software และโซลูชันทางวิศวกรรมล่าสุด สำหรับภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ วันที่ 1 - 2 เมษายน 2026เวลา 13:15 - 17:00 น.สัมมนาออนไลน์ผ่าน Zoom Webinarบรรยายภาษาไทยทุกเซสชัน หัวข้อไฮไลต์ การจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นระบบ คือหนทางสู่ความก้าวหน้า โดย SAP ยกระดับ ERP สู่ระบบอัจฉริยะด้วย Agentic AI และ Power Platform โดย Thai NS Solutions Prediction 2026: จากการคาดการณ์สู่การวางแผน ด้วย - [Beckhoff เตรียมโชว์เทคโนโลยี "สั่งการเครื่องจักรด้วยเสียง" ผสาน AI สู่สายการผลิตจริง](https://www.manutalkthai.com/beckhoff-physical-ai-in-hannover-messe/) - ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในแทบทุกวงการ ล่าสุดในแวดวงอุตสาหกรรมอัตโนมัติก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าตื่นเต้น เมื่อ Beckhoff ผู้นำด้านเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ เตรียมจัดแสดงนวัตกรรมการเชื่อมต่อปัญญาประดิษฐ์เข้ากับระบบควบคุมเครื่องจักรโดยตรง ในงาน Hannover Messe ที่จะถึงนี้ ซึ่งจะเปิดมิติใหม่ให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถควบคุมระบบอุตสาหกรรมได้ง่าย ๆ เพียงแค่ใช้ "คำสั่งเสียง" เทรนด์ที่น่าจับตามองในงานนี้คือสิ่งที่เรียกว่า "Physical AI" รูปแบบการทำงานของเครื่องจักรจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แทนที่จะต้องมานั่งเขียนโปรแกรมป้อนคำสั่งทีละบรรทัดแบบเดิม ในอนาคตเครื่องจักรจะสามารถรับรู้บริบทของสภาพแวดล้อม และตอบสนองต่อความต้องการที่ซับซ้อนได้เองผ่านโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models หรือ LLMs) ที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบควบคุมการเคลื่อนที่จริงในโรงงาน ไฮไลต์เทคโนโลยีล้ำสมัยที่เตรียมจัดแสดง สั่งการระบบขนส่งด้วยเสียง: ในงานแถลงข่าวล่วงหน้า Beckhoff ได้โชว์การทำงานร่วมกันระหว่างระบบขับเคลื่อนมอเตอร์แบบระนาบ (Xplanar) กับเครื่องมือ AI อย่าง TwinCat CoAgent ผู้ใช้งานเพียงแค่ออกคำสั่งเสียงผ่านระบบเสียง โมดูลขนส่งที่ลอยตัวอยู่ก็จะรับคำสั่งและเริ่มทำงานตามขั้นตอนโดยอัตโนมัติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าในอนาคตอันใกล้ ใคร ๆ ก็สามารถควบคุมระบบได้โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรมเชิงลึก หุ่นยนต์อุตสาหกรรมท้าดวลหมากรุก: สำหรับงาน Hannover Messe วันที่ 20-24 เมษายน 2026 ไฮไลต์หลักจะอยู่ที่หุ่นยนต์อุตสาหกรรมแบบโมดูลาร์ชื่อ - [CISA สั่งด่วน เฝ้าระวังช่องโหว่ร้ายแรงระดับ 9.8 บนระบบ Hikvision และ Rockwell Automation](https://www.manutalkthai.com/cisa-hikvision-and-rockwell-automation/) - ในแวดวงอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาระบบกล้องวงจรปิดและระบบควบคุมอัตโนมัติ ล่าสุดมีประเด็นด้าน Cybersecurity ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เมื่อหน่วยงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของสหรัฐฯ (CISA) ได้ประกาศเพิ่มช่องโหว่ด้านความปลอดภัย 2 รายการลงใน KEV Catalog ซึ่งกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ระดับองค์กรของ Hikvision และ Rockwell Automation ความน่ากังวลคือช่องโหว่ทั้งสองนี้ถูกจัดอยู่ในระดับวิกฤต (CVSS Score สูงถึง 9.8) ได้แก่: CVE-2017-7921 (Hikvision): เป็นปัญหาการยืนยันตัวตนที่หละหลวมในผลิตภัณฑ์หลายรุ่น ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถยกระดับสิทธิ์และแอบเข้าถึงข้อมูลสำคัญในระบบได้ ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อราว 4 เดือนก่อน ทาง SANS ก็เคยตรวจพบความพยายามในการเจาะระบบกล้อง Hikvision ผ่านช่องโหว่นี้มาแล้ว CVE-2021-22681 (Rockwell Automation): ช่องโหว่นี้กระทบกับซอฟต์แวร์ควบคุมที่โรงงานหลายแห่งใช้กันแพร่หลาย ทั้ง Studio 5000 Logix Designer, RSLogix 5000 และ Logix Controllers ปัญหานี้เกิดจากการปกป้องข้อมูลรหัสผ่านที่ไม่รัดกุมพอ ทำให้ผู้ไม่หวังดีที่เชื่อมต่ออยู่ในเครือข่ายสามารถข้ามผ่านการตรวจสอบตัวตน เข้าไปแทรกแซง หรือแม้แต่แก้ไขโค้ดและตั้งค่า config ของระบบควบคุม (Controller) - [Webinar: ยกระดับ ERP สู่แพลตฟอร์มแห่งการเติบโต เมื่อ AI กลายเป็นพลังสำคัญในการขยายธุรกิจปี 2026](https://www.manutalkthai.com/j-curve-webinar-erp-to-growth-platform-10-march-2026/) - JCurve Solutions ขอเรียนเชิญผู้บริหารองค์กร ผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Manager) และผู้ที่สนใจโซลูชัน ERP เข้าร่วมฟังสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ "ยกระดับ ERP สู่แพลตฟอร์มแห่งการเติบโต เมื่อ AI กลายเป็นพลังสำคัญในการขยายธุรกิจปี 2026" ในวันที่ 10 มีนาคม 2026 เวลา 14:00 - 14:30 น. (รูปแบบ Online Webinar) จาก ERP สู่แพลตฟอร์มแห่งการเติบโต AI ขับเคลื่อนการขยายธุรกิจในปี 2026 อย่างไร ERP ไม่ได้เป็นเพียงระบบหลังบ้านสำหรับกระบวนการทำงานในธุรกิจอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่ “เครื่องยนต์แห่งการเติบโต” ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เมื่อธุรกิจขยายตัว ความซับซ้อนเพิ่มขึ้น ข้อมูลกระจัดกระจาย การรายงานล่าช้า และการมองภาพรวมที่ไม่ชัดเจน อาจเป็นอุปสรรคต่อการเติบโต Webinar นี้จะพาท่านค้นพบว่า ทำไม AI ถึงเข้ามามีบทบาทกับ ระบบ ERP และ - [Dell ขอเชิญร่วมงานสัมมนาสัญจร Transform for Productivity, Modernize for the AI Advantage จังหวัดชลบุรี (17/25 มี.ค.) และระยอง (18 มี.ค.)](https://www.manutalkthai.com/dell-transform-for-productivity-modernize-for-the-ai-advantage-invitation/) - Dell Technologies ร่วมกับ Intel และ Microsoft ขอเชิญคุณเข้าร่วมงาน “Transform for Productivity and Modernize for AI Advantage” ที่จะพาคุณสำรวจแนวทางยกระดับสภาพแวดล้อมการทำงาน ให้พร้อมรองรับ AI อย่างมั่นใจและปลอดภัย โดยเนื้อหาการบรรยายจะครอบคลุมทั้งเทคโนโลยึด้าน AI, Cloud, Data Center, Cyber Recovery, Data Protection, Workstation และ PC พร้อมร่วมรับประทานอาหารกลางวันและเยี่ยมชมบูธจัดแสดงเทคโนโลยี งานสัมมนาสัญจรครั้งนี้จะจัดขึ้น 3 ครั้ง ดังนี้ - [จากโรงงานสู่สนามหญ้า! เชลซีจับมือ IFS นำร่องดึง Industrial AI พลิกโฉมการบริหารสโมสรฟุตบอล](https://www.manutalkthai.com/chelsea-partners-with-ifs-to-pilot-the-use-of-industrial-ai-to-transform-football-club-management/) - ดีลสปอนเซอร์บนเสื้อฟุตบอลยุคใหม่ไม่ได้จบแค่เรื่องของการตลาดหรือการโปรโมทโลโก้อีกต่อไป เมื่อเชลซี (Chelsea FC) สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก ประกาศความร่วมมือระดับโลกกับ IFS ผู้นำด้าน Industrial AI โดยยกระดับให้สโมสรกลายเป็นเสมือน "พื้นที่ทดสอบระบบจริง" สำหรับการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ระดับอุตสาหกรรมมาใช้งานแบบเต็มรูปแบบ การจับมือกันครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นว่า เทคโนโลยี AI ที่เคยใช้บริหารจัดการโรงงานอุตสาหกรรมหรือโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับวงการกีฬาอีลีตได้อย่างไร้รอยต่อ มาร์ก มอฟแฟต ซีอีโอของ IFS เปรียบเปรยไว้อย่างน่าสนใจว่า ทั้งในโลกอุตสาหกรรมและโลกของกีฬาอาชีพ ต่างก็เดิมพันสูงและมีส่วนต่างของความสำเร็จเพียงนิดเดียว การตัดสินใจที่แม่นยำในเวลาที่เหมาะสมจึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุด ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ระบบปัญญาประดิษฐ์ของพวกเขาพร้อมเข้ามาตอบโจทย์ ในแง่ของการปฏิบัติงานจริง ซอฟต์แวร์ที่ปกติใช้บริหารจัดการทรัพยากรองค์กร คาดการณ์การซ่อมบำรุงเครื่องจักร หรือจัดตารางงานให้วิศวกร จะถูกนำมาปรับใช้ครอบคลุมทุกมิติของสโมสรเชลซี ตั้งแต่การบริหารจัดการปริมาณการฝึกซ้อมของนักเตะเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ การจัดการระบบโลจิสติกส์ของทีม การดูแลรักษาสนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ ไปจนถึงการยกระดับประสบการณ์ของแฟนบอลทั่วโลกผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ความร่วมมือระหว่างเชลซีและ IFS ถือเป็นกรณีศึกษาชิ้นเอกที่แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของแพลตฟอร์ม Industrial AI ที่สามารถก้าวข้ามจากภาคการผลิต มาสู่ธุรกิจที่เน้นการสร้างประสบการณ์และมีสินทรัพย์ที่ต้องดูแลจำนวนมาก เป็นการเปลี่ยนผ่านจากการทำแค่โปรเจกต์นำร่องเล็กๆ ไปสู่การวางรากฐานข้อมูลเชิงลึกที่เชื่อมโยงทุกแผนกเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับทั้งฟอร์มการเล่นในสนามและประสิทธิภาพการบริหารงานนอกสนามไปพร้อมกัน ที่มา: https://manufacturingdigital.com/news/ifs-chelsea-industrial-ai-from-football-to-factory - [Bosch Rexroth ผนึกกำลัง Kawasaki ลุยพัฒนา "รถขุดอัจฉริยะ" และเทคโนโลยีไฮโดรเจน](https://www.manutalkthai.com/bosch-rexroth-kawasaki-off-highway/) - อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลหนักกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อสองยักษ์ใหญ่อย่าง Bosch Rexroth และ Kawasaki ประกาศความร่วมมือเพื่อพัฒนานวัตกรรมสำหรับเครื่องจักรกลุ่ม Off-highway รุ่นใหม่ โดยโฟกัสไปที่ "รถขุด" ซึ่งครองสัดส่วนถึงราวครึ่งหนึ่งของตลาดเครื่องจักรก่อสร้างทั้งหมด รวมถึงการมุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกอย่างพลังงานไฮโดรเจน การจับมือครั้งนี้เปรียบเสมือนการนำจิ๊กซอว์ชิ้นยอดมาต่อกัน โดย Bosch Rexroth จะเข้ามาเติมเต็มด้วยความเชี่ยวชาญด้านระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง ซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าแบบครบวงจร ในขณะที่ Kawasaki จะใช้จุดแข็งด้านระบบไฮดรอลิกที่ได้รับการยอมรับระดับโลกและประสบการณ์เฉพาะทางในระบบรถขุด เป้าหมายหลักของการรวมพลังคือการสร้าง "เครื่องจักรอัจฉริยะ" ที่สามารถยกระดับความปลอดภัยบนไซต์งาน รองรับการทำงานแบบไร้คนขับ เชื่อมต่อข้อมูลได้อย่างไร้รอยต่อ และเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้แหล่งพลังงานที่ยั่งยืน ผู้บริหารจากทั้งสองบริษัทต่างเห็นพ้องว่า ความซับซ้อนของเทคโนโลยีไฮดรอลิกยุคใหม่ การเข้าสู่ระบบไฟฟ้า และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ถือเป็นความท้าทายใหญ่ที่อุตสาหกรรมต้องรับมือ การร่วมมือกันในครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้ระบบไฮดรอลิกของ Kawasaki มีความเป็นดิจิทัลและขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น นอกจากนี้ Kawasaki ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่มุ่งมั่นผลักดันการใช้พลังงานไฮโดรเจนอย่างแพร่หลาย ยังตั้งตารอที่จะพัฒนานวัตกรรมด้านไฮโดรเจนร่วมกับ Bosch Rexroth เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการเครื่องจักรก่อสร้างในอนาคต Off-highway machines คือคำเรียกกลุ่มเครื่องจักรหรือยานพาหนะที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อวิ่งบนถนนสาธารณะ แต่ใช้ในงานเฉพาะทาง เช่น ไซต์ก่อสร้างหรือเหมืองแร่ ส่วน OEMs (Original Equipment Manufacturers) - [SK Hynix เปิด "H3" ตัวสถาปัตยกรรมหน่วยความจำไฮบริด ทลายขีดจำกัด AI Inference](https://www.manutalkthai.com/sk-hynix-h3-ai-inference/) - โมเดล AI ในปัจจุบันฉลาดขึ้นมาก แต่ก็แลกมากับความต้องการหน่วยความจำที่มหาศาล โดยเฉพาะในช่วงการใช้งานจริง (Inference) ที่ต้องใช้พื้นที่เก็บข้อมูลบริบท หรือที่เรียกว่า KV Cache เป็นจำนวนมาก ล่าสุด SK Hynix ได้เสนอทางออกผ่านงานวิจัยบน IEEE ด้วยแนวคิดสถาปัตยกรรมไฮบริดที่ชื่อว่า H3 ปัญหาของชิป AI ตัวท็อปในตลาดตอนนี้คือการพึ่งพาหน่วยความจำความเร็วสูงอย่าง HBM เพียงอย่างเดียว ซึ่งแม้จะเร็วแต่ก็มี "ความจุ" จำกัด สถาปัตยกรรม H3 จึงเข้ามาแก้เกมด้วยการจับ HBF (High Bandwidth Flash ซึ่งเป็นการนำชิป 3D NAND มาเรียงซ้อนกัน) มาวางประกบคู่กับ HBM บนฐานวงจรเดียวกัน โดยแบ่งงานกันชัดเจนให้ HBM จัดการข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ส่วน HBF ทำหน้าที่เป็นคลังเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ที่เน้นการอ่านอย่างเดียว ผลการทดสอบจำลองการทำงานร่วมกับ GPU B200 พบว่าระบบนี้มีบัฟเฟอร์ช่วยพรางความหน่วงของ Flash ได้ดีเยี่ยม ทำให้ประสิทธิภาพต่อการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 2.69 เท่า - [AppliCAD ผนึก JAKA Robotics วางไทยเป็น Strategic Hub ดันโรงงานสู่ยุค AI Automation [PR]](https://www.manutalkthai.com/applicad-x-jaka-robotics-for-ai-automation-pr/) - บริษัท แอพพลิแคด จำกัด (มหาชน) (AppliCAD) ผนึกกำลังกับ JAKA Robotics จัดงาน “JAKA Thailand User Conference 2026” เวทีสำคัญที่รวบรวมเทคโนโลยี Cobot (Collaborative Robot) ผสาน AI Vision และระบบ Automation เพื่อผลักดันโรงงานไทยสู่ยุค AI Automation อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีผู้บริหารและวิศวกรจากภาคอุตสาหกรรมกว่า 150 รายเข้าร่วมงาน รูปจากซ้ายไปขวาผู้บริหารJaka-Gordon Pei (Oversea Business Director), Liz Chang (VP), Vic Ng (Oversea Business Manager), Pakin Nithitechamet (Robotics Engineering from JAKA Robotics) และ ผู้บริหาร AppliCAD-Patipat Klampracha (Deputy Director), - [Siemens จับมือ Palo Alto Networks เปิดตัวโซลูชัน AI Cybersecurity ยกระดับความปลอดภัย Industrial 5G](https://www.manutalkthai.com/siemens-palo-alto-networks-ai-cybersecurity/) - Siemens เปิดตัวโซลูชันความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับเครือข่าย Industrial Private 5G ที่งาน MWC 2026 โดยผสานโครงสร้างพื้นฐาน 5G ของตนเข้ากับ Next-Generation Firewall พลัง AI จาก Palo Alto Networks ซึ่งออกแบบมาเพื่อปกป้องสภาพแวดล้อมการดำเนินงานโดยเฉพาะ ปัจจุบันระบบการผลิตอัจฉริยะพึ่งพาการเชื่อมต่อ 5G จำนวนมาก แต่โซลูชันทั่วไปมักสร้างคอขวดด้านประสิทธิภาพเมื่อต้องจัดการกับภัยคุกคามต่าง ๆ โซลูชันใหม่จาก Siemens จึงเข้ามาอุดช่องโหว่นี้ ช่วยให้โรงงานสามารถป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ที่อาจทำให้ระบบหยุดชะงัก พร้อมตอบโจทย์มาตรฐานข้อบังคับที่เข้มงวดอย่าง NIS2 และ IEC 62443 ได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่กระทบต่อความเร็วในการผลิต สถาปัตยกรรมนี้ผ่านการทดสอบในสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมจริงแล้ว โดยประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ Siemens Private 5G Infrastructure: เครือข่าย 5G ส่วนบุคคลที่ให้ความหน่วงต่ำ รักษาความปลอดภัยตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน และรับประกัน Data Sovereignty) SINEC Security Monitor: ซอฟต์แวร์เฝ้าระวังความปลอดภัยแบบ On - [วิกฤตพลังงานรอบใหม่! ตะวันออกกลางเดือด โดรนถล่มแหล่งผลิตน้ำมัน-ก๊าซ ดันราคาทะลุเพดาน](https://www.manutalkthai.com/a-new-energy-crisis-in-the-middle-east-region/) - วงการพลังงานโลกกำลังปั่นป่วนอย่างหนัก หลังจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดขึ้นขั้นสุด ล่าสุดอิหร่านได้เปิดฉากโจมตีตอบโต้สหรัฐฯ และอิสราเอล ด้วยการส่งโดรนถล่มศูนย์กลางพลังงานและเส้นทางเดินเรือหลายแห่งทั่วภูมิภาคอ่าวอาหรับ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อซัพพลายเชนน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของโลกแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป้าหมายใหญ่ที่โดนผลกระทบเต็ม ๆ คือโรงกลั่น Ras Tanura ของยักษ์ใหญ่อย่าง Saudi Aramco ในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลางและเป็นท่าเรือส่งออกที่สำคัญมาก แม้ทางซาอุฯ จะสามารถสกัดโดรนเอาไว้ได้และควบคุมสถานการณ์เพลิงไหม้ได้แล้ว แต่ก็ต้องสั่งปิดโรงกลั่นที่มีกำลังการผลิตถึง 550,000 บาร์เรลต่อวันแห่งนี้ลงชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด สถานการณ์นี้ไม่ได้สะเทือนแค่วงการน้ำมันดิบ เพราะฝั่งก๊าซธรรมชาติก็รับผลกระทบหนักไม่แพ้กัน ทางกาตาร์ต้องสั่งระงับการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) หลังจากโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมโดนหางเลขไปด้วย ซึ่งกาตาร์ถือครองสัดส่วนการผลิต LNG ถึง 20% ของโลก พอซัพพลายก้อนใหญ่มีแนวโน้มจะหายไปปุ๊บ ราคามาตรฐานก๊าซในตลาดยุโรปก็พุ่งทะยานขึ้นไปถึง 46% ทันที ความโกลาหลยังลุกลามไปถึงแหล่งผลิตน้ำมันในเคอร์ดิสถานของอิรัก รวมถึงแหล่งก๊าซนอกชายฝั่งของอิสราเอลที่ต้องสั่งหยุดดำเนินการชั่วคราวเช่นกัน ภาพรวมของวิกฤตที่ทำให้การขนส่งทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซแทบจะหยุดนิ่ง ได้ดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะยานทะลุระดับ 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นักวิเคราะห์ประเมินว่า นี่คือการยกระดับความขัดแย้งครั้งสำคัญที่นำเอาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของโลกมาเป็นเป้าหมายหลัก ซึ่งเราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าซัพพลายเชนโลกจะรับมือกับแรงกระเพื่อมรอบนี้อย่างไร และจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมบ้านเรามากน้อยแค่ไหน เช่น ค่าไฟและต้นทุนพลังงาน (Ft), ต้นทุนโลจิสติกส์และการขนส่ง และราคาวัตถุดิบและปิโตรเคมี ซึ่งเป็น 3 - [ROHM จับมือ Suchi Semicon ผุดฐานผลิตชิปแห่งใหม่ เสริมแกร่งซัพพลายเชนโลก](https://www.manutalkthai.com/rohm-suchi-semicon-manufacturing-semiconductor/) - จับตาดูความเคลื่อนไหวในวงการอุตสาหกรรมอินเดียให้ดี เพราะตอนนี้นโยบาย "Make in India" กำลังดึงดูดบิ๊กเพลเยอร์ได้เพียบ ล่าสุดบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเซมิคอนดักเตอร์อย่าง ROHM ได้ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับทาง Suchi Semicon เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการผลิตชิปในอินเดียให้ได้มาตรฐานสากล ซึ่งงานนี้ไม่ได้มองแค่การป้อนตลาดในประเทศที่กำลังเติบโตเท่านั้น แต่ยังตั้งเป้าเป็นฐานการผลิตที่พึ่งพาได้สำหรับซัพพลายเชนระดับโลกอีกด้วย การผนึกกำลังครั้งนี้ถือเป็นการดึงจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมาเจอกันอย่างลงตัว โดยทาง ROHM จะนำเทคโนโลยีล้ำสมัยและประสบการณ์ระดับโลกมาผสานเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและการเจาะตลาดท้องถิ่นของ Suchi ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงประเมินการมอบหมายกระบวนการผลิตขั้นปลาย (Back-end) สำหรับอุปกรณ์พาวเวอร์และชิป IC ให้ทาง Suchi เป็นผู้ดูแล ซึ่งถ้าการทดสอบทางเทคนิคผ่านฉลุย เราก็น่าจะได้เห็นการเดินสายพานผลิตและส่งออกล็อตใหญ่กันภายในปี 2026 ที่จะถึงนี้ มากไปกว่านั้น ทั้งสองบริษัทยังเตรียมวางโรดแมปร่วมกันเพื่อขยายขอบเขตการผลิตชิปรูปแบบใหม่ ๆ ให้ครอบคลุมความต้องการของหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ เครื่องจักรกล อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงกลุ่มพลังงาน ถือเป็นการจับมือระยะยาวที่น่าจับตามองมาก ๆ เพราะนอกจากจะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ของอินเดียแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนให้กับผู้ผลิตทั่วโลกได้เป็นอย่างดี ที่มา: https://www.entrepreneur.com/en-in/news-and-trends/rohm-and-suchi-semicon-form-semiconductor-manufacturing/503092 - [Novo Nordisk ทุ่มงบกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท อัปเกรดโรงงานไอร์แลนด์ เร่งเครื่องผลิตยาเม็ด GLP-1 ป้อนตลาดโลก](https://www.manutalkthai.com/novo-nordisk-manufacturing-glp-1/) - ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเวชภัณฑ์อย่าง Novo Nordisk ยังคงเดินหน้าลุยอุตสาหกรรมยาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนกว่า 432 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยราว ๆ 16,000 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงและขยายโรงงานในเมืองแอธโลน (Athlone) ประเทศไอร์แลนด์แบบจัดเต็ม เป้าหมายหลักของการทุ่มงบก้อนโตในครั้งนี้ คือการขยายขีดความสามารถในการผลิต "ยาเม็ด" โดยเฉพาะกลุ่มยา GLP-1 ที่กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาด ทั้งสำหรับรักษาโรคเบาหวานและลดน้ำหนัก เพื่อให้โรงงานแห่งนี้สามารถรองรับดีมานด์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในปัจจุบันและพร้อมรับมือกับตลาดในอนาคต การขยายฐานการผลิตนี้จะช่วยยกระดับให้โรงงานในไอร์แลนด์กลายเป็นฮับสำคัญในการผลิตและกระจายสินค้าไปยังตลาดอื่น ๆ ทั่วโลกที่อยู่นอกเหนือจากสหรัฐอเมริกา โดยโปรเจกต์ก่อสร้างบนพื้นที่กว่า 113 ไร่นี้ได้เริ่มเดินเครื่องแล้ว และคาดว่าจะช่วยสร้างงานในภาคส่วนก่อสร้างได้มากถึง 500 ตำแหน่ง ในขณะที่พนักงานเดิมที่มีทักษะสูงทั้ง 260 คน จะมุ่งเน้นไปที่การผลิตยารับประทานคุณภาพสูงสุดด้วยกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทางผู้บริหารฝ่าย CMC & Product Supply ของบริษัทระบุว่า นี่คือหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของ Novo Nordisk ในไอร์แลนด์ ที่สะท้อนความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเรื้อรังหลายล้านคนทั่วโลก โดยคาดว่าโปรเจกต์ก่อสร้างและอัปเกรดทั้งหมดจะค่อย ๆ ทยอยแล้วเสร็จตั้งแต่ช่วงปลายปี 2027 ไปจนถึงตลอดปี 2028 ซึ่งถือเป็นการขยับตัวครั้งใหญ่ที่น่าจะช่วยคลี่คลายปัญหาซัพพลายเชนและยาขาดตลาดได้ในระยะยาว ที่มา: https://sg.finance.yahoo.com/news/novo-nordisk-announces-more-400-090000931.html - [Skoda ทุ่มงบ 250 ล้านยูโร อัปเกรดโรงงานปั๊มแบตเตอรี่ EV หั่นต้นทุนลง 30%](https://www.manutalkthai.com/skoda-manufacturing-battery-ev/) - เมื่ออุตสาหกรรมยานยนต์แข่งขันกันดุเดือดเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ล่าสุดแบรนด์ Skoda (สโกด้า) ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหอกคนสำคัญของเครือ Volkswagen Group ซะแล้ว งานนี้ Skoda ควักกระเป๋าลงทุนถึง 250 ล้านยูโร เพื่อขยายสายการผลิตแบตเตอรี่ EV ที่โรงงานในเมือง Mladá Boleslav ประเทศเช็กเกีย ดันตัวเองขึ้นแท่นเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ EV รายใหญ่ที่สุดของกลุ่ม VW เลยทีเดียว ไฮไลต์เด็ดของโรงงานผลิตแบตเตอรี่โฉมใหม่นี้ มีอะไรน่าสนใจบ้าง? กำลังการผลิตระดับบิ๊กเบิ้ม: โรงงานใหม่พื้นที่กว่า 55,000 ตารางเมตรนี้ สามารถปั๊มแบตเตอรี่ออกมาได้ถึง 1,100 ชุดต่อวัน หรือราว ๆ 335,000 ชุดต่อปี เพื่อป้อนให้กับรถ EV หลากหลายรุ่นในเครือ Volkswagen ที่แรกในยุโรปกับเทคโนโลยี Cell-to-Pack: Skoda เป็นโรงงานแห่งแรกในยุโรปของกลุ่ม VW ที่ผลิตแบตเตอรี่แบบ "Cell-to-Pack" (ประกอบเซลล์ลงแพ็กโดยตรง) ควบคู่ไปกับการใช้เคมีแบตเตอรี่แบบ LFP ซึ่งการทำกระบวนการทั้งหมดให้จบภายในโรงงานตัวเองแบบนี้ ช่วยหั่นต้นทุนการผลิตลงได้ถึง 30% - [ซัมซุงเอาจริง! เตรียมพลิกโฉมโรงงานทั่วโลกสู่ "AI-Driven Factories" เต็มรูปแบบภายในปี 2030](https://www.manutalkthai.com/samsung-ai-driven-factories/) - ลองนึกภาพโรงงานที่คิดและจัดการตัวเองได้ ล่าสุด Samsung Electronics ประกาศวิสัยทัศน์ครั้งใหญ่นี้ โดยเตรียมอัปเกรดโรงงานผลิตทั่วโลกให้กลายเป็น "AI-Driven Factories" หรือโรงงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI แบบ 100% ภายในปี 2030 งานนี้ไม่ได้มาเล่น ๆ เพราะเป้าหมายคือการฝังความฉลาดของ AI ลงไปในทุกห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การรับวัตถุดิบเข้า สายพานการผลิต การตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงการจัดส่งสินค้าเลยทีเดียว จุดเปลี่ยนสำคัญในโรงงานยุคใหม่ของซัมซุง: ดึงความฉลาดจากสมาร์ทโฟนสู่สายพานการผลิต: หัวใจหลักของงานนี้คือการนำ ‘Agentic AI’ เทคโนโลยีสุดล้ำที่เพิ่งเปิดตัวไปในมือถือซีรีส์ Galaxy S26 มาประยุกต์ใช้ AI ตัวนี้จะไม่ใช่แค่บอทที่รอรับคำสั่ง แต่สามารถวางแผน ลงมือทำ และปรับเปลี่ยนการตัดสินใจหน้างานได้เองเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ผสานโลกจำลองและกองทัพหุ่นยนต์: ซัมซุงจะใช้เทคโนโลยี Digital Twin เพื่อจำลองและวิเคราะห์การทำงานล่วงหน้า พร้อมทั้งส่งกองทัพหุ่นยนต์เฉพาะทางเข้ามาช่วยงานเพียบ ทั้งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์, หุ่นยนต์โลจิสติกส์สำหรับขนถ่ายของ, หุ่นยนต์ประกอบชิ้นส่วนที่มีความแม่นยำสูง รวมถึงหุ่นยนต์ดูแลความปลอดภัย ความปลอดภัยต้องมาก่อน (EHS): ไม่ใช่แค่เน้นผลิตเร็ว แต่ AI จะเข้ามาช่วยสอดส่องและป้องกันอุบัติเหตุล่วงหน้า โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงหรือเป็นอันตรายต่อมนุษย์ เพื่อยกระดับความปลอดภัยในที่ทำงานให้ได้มาตรฐานโลก - [BLCP และ Algal Bio ประชุมสรุปผลความคืบหน้าโครงการนวัตกรรมจุลสาหร่าย เพื่อบำบัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศพร้อมแนวทางการพัฒนาต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ [PR]](https://www.manutalkthai.com/blcp-x-algal-bio-collaboration-for-environment-pr/) - นายยุทธนา เจริญวงศ์ กรรมการผู้จัดการ และ นางแก้วมณี เนตรแก้ว ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายธุรกิจและกระบวนการใหม่ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) พร้อมด้วยนายมาซาฟูสะ โอเอ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อัลกัล ไบโอ จำกัด (Algal Bio) สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีชีวภาพจากประเทศญี่ปุ่น และนางสาวชิราอิ เอริโกะ บรรณาธิการข่าว บริษัท เมดิเอเตอร์ จำกัด ประชุมสรุปผลความคืบหน้าโครงการวิจัยนวัตกรรมจุลสาหร่ายเพื่อบำบัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ รวมถึงหารือแนวทางการพัฒนาโครงการฯ เชิงพาณิชย์ ด้วยการใช้ประโยชน์จากจุลสาหร่ายดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิต การนำจุลสาหร่ายไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและการถ่ายทอดนวัตกรรมจุลสาหร่ายแก่พันธมิตรภาครัฐ ภาคธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น หน่วยงานท้องถิ่น ชุมชนและประชาชน เมื่อเร็วๆ นี้ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) “มุ่งพัฒนาพลังงานที่มั่นคง เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”ผู้สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.blcp.co.th/web/index หรือ Facebook : โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี - BLCP Power Limited - [PwC ชี้ระบบ Automation ในภาคผลิตพุ่ง 2 เท่าปี 2030](https://www.manutalkthai.com/pwc-automation-forecast-2026/) - การนำระบบ Automation และ AI มาใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเร่งตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายงานล่าสุดจาก PwC ระบุว่าผู้บริหารโรงงานทั่วโลกเตรียมใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 26% ในปัจจุบัน เป็น 68% ภายในปี 2030 หรือเติบโตกว่า 2 เท่าในเวลาเพียง 5 ปี ข้อมูลจากการสำรวจผู้บริหาร 443 ราย ชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีจะไม่หยุดอยู่แค่ในสายการผลิต แต่จะขยายตัวไปยังส่วนงานสนับสนุน เช่น ฝ่ายการเงินและ HR ซึ่งคาดว่าจะมีการใช้ระบบ Automation เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากโรงงานอัจฉริยะไปสู่การเป็น Digital Enterprise ที่เชื่อมโยงข้อมูลกันทั้งระบบ Ryan Hawk หัวหน้าอุตสาหกรรม และบริการในสหรัฐอเมริกา และระดับโลกของ PwC ให้ความเห็นว่า ความได้เปรียบในการแข่งขันยุคนี้ไม่ได้อยู่ที่ใครมีเครื่องมือล้ำสมัยกว่ากัน แต่อยู่ที่ความเร็วในการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ โดยกลุ่มบริษัทที่พร้อมต่ออนาคตกำลังทิ้งห่างคู่แข่งด้วยการใช้เทคโนโลยี Digital Twin และ AI Supported Engineering มาช่วยในการออกแบบและจำลองสถานการณ์ล่วงหน้า - [ดีลสะเทือนวงการ AI เมื่อ Meta ทุ่มงบ 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซื้อชิป AMD พร้อมเงื่อนไขลุ้นฮุบหุ้น 10%](https://www.manutalkthai.com/meta-amd-chip-ai/) - อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และปัญญาประดิษฐ์กำลังร้อนระอุ เมื่อยักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดียอย่าง Meta Platforms จับมือเซ็นสัญญาระยะยาว 5 ปีกับ AMD เพื่อสั่งซื้อชิปประมวลผล AI มูลค่ามหาศาลกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ดีลนี้ไม่เพียงแต่สะเทือนวงการฮาร์ดแวร์ แต่ยังสะท้อนถึงกลยุทธ์การบริหารจัดการซัพพลายเชนเพื่อรองรับการเติบโตของ AI ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เจาะลึกรายละเอียดดีล: ได้ทั้งชิปสั่งตัด ได้ทั้งโอกาสถือหุ้น ข้อตกลงนี้ Meta จะสั่งซื้อชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) ที่มีกำลังไฟรวมสูงถึง 6 กิกะวัตต์ (GW) ในระยะเวลา 5 ปี โดยเฟสแรกจะเริ่มส่งมอบในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ซึ่งมีไฮไลต์ที่น่าสนใจดังนี้: ชิปปรับแต่งพิเศษเพื่อ Meta โดยเฉพาะ: จะมีการนำสถาปัตยกรรมชิป MI450 รุ่นใหม่ของ AMD มาปรับแต่งให้เข้ากับการใช้งาน AI Inference (การรันโมเดล AI ที่ฝึกมาแล้วให้ทำงานแบบเรียลไทม์) เพื่อให้ตอบโจทย์แพลตฟอร์มของ Meta มากที่สุด ออปชันสิทธิ์ถือหุ้น AMD: ไพ่เด็ดของดีลนี้คือ Meta ได้รับสิทธิ์ - [ทลายข้อจำกัดวัสดุน้ำหนักเบา! นักวิจัยเยอรมันผุดกระบวนการผลิตใหม่ ดัน "แมกนีเซียม" สู่สายพานอุตสาหกรรม](https://www.manutalkthai.com/pushing-magnesium-onto-the-industrial-assembly-line/) - วงการผลิตและวิศวกรรมมีเฮ! เมื่อทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย TU Bergakademie Freiberg ประเทศเยอรมนี ร่วมกับพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรม ประสบความสำเร็จในโครงการ Clean-Mag พัฒนากระบวนการผลิตชิ้นส่วน "แมกนีเซียม" แบบครบวงจรได้สำเร็จ หลังจากซุ่มวิจัยมานานกว่า 3 ปี แม้ทุกคนจะรู้ดีว่าแมกนีเซียมเป็นวัสดุที่ "เบากว่าอะลูมิเนียม" ชิ้นส่วนที่ผลิตออกมาเบากว่าอะลูมิเนียมทั่วไปถึง 1 ใน 3 แต่ให้ความแข็งแรงทัดเทียมกัน แต่ที่ผ่านมาภาคอุตสาหกรรมกลับไม่ค่อยนิยมนำมาใช้งานจริง เพราะกระบวนการแปรรูปนั้นทั้งซับซ้อนและกินพลังงานมหาศาล แต่วันนี้ข้อจำกัดดังกล่าวได้ถูกขจัดออกไปแล้ว โดยมีการผลิตชิ้นส่วนต้นแบบที่ใช้งานได้จริงออกมามากมาย เช่น เคสคอมพิวเตอร์, โครงพนักพิงเบาะรถไฟความเร็วสูง (TGV), บานพับตู้คอนเทนเนอร์ และช่องระบายอากาศสำหรับยานเบาะอากาศ (Hovercraft) 3 จิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้การผลิตแมกนีเซียมเป็นจริงและรักษ์โลก: 1. ใช้ไฮโดรเจนแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล: ทีมวิจัยได้พัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถเปลี่ยนกระบวนการหลอมและทำความร้อนมาใช้ไฮโดรเจนที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศได้แบบ 100% พร้อมดึงเทคโนโลยี Digital Twin เข้ามาช่วยจำลองและปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักรให้ดีขึ้น 2. หั่นขั้นตอนการผลิตให้สั้นลง: หัวใจสำคัญคือการลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก โดยการนำความร้อนที่หลงเหลือจากขั้นตอนการหล่อ (Casting) มาใช้ต่อในขั้นตอนการขึ้นรูปได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการรีดแผ่นบาง หรือการรีดลวด (ผ่านกระบวนการ GieWaCon) ทำให้ได้ชิ้นงานที่เกือบจะสมบูรณ์ในทันที ช่วยลดทอนทั้งเวลาและพลังงานที่ต้องใช้ในขั้นตอนต่อเนื่องไปได้อย่างมหาศาล - [BMW เตรียมใช้ "เหล็กรักษ์โลก" จาก Thyssenkrupp ผลิตรถรุ่น iX3 ในปี 2026](https://www.manutalkthai.com/bmw-thyssenkrupp-ix3-2026/) - BMW Group ประกาศเตรียมนำเหล็กกล้าลดคาร์บอน “Bluemint recycled” จาก Thyssenkrupp Steel มาใช้เป็นวัสดุหลักในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า BMW iX3 ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป เหล็กรักษ์โลกซีรีส์ Bluemint นี้จะถูกนำไปใช้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญ ทั้งตัวถังภายนอก ชิ้นส่วนภายในต่าง ๆ และ "เคสแบตเตอรี่" โดยจุดเด่นของเหล็กชนิดนี้คือการนำเศษเหล็กกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่เป็นหลัก แต่ยังคงคุณสมบัติความแข็งแกร่งและคุณภาพเทียบเท่ากับเหล็กใหม่เอี่ยมทุกประการ แถมยังได้รับการรับรองจากสถาบันระดับโลกอย่าง TÜV Süd ว่าสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ได้อย่างเป็นรูปธรรม ความน่าสนใจในมุมของการผลิตคือ ทาง Thyssenkrupp ยังคงใช้กระบวนการผลิตผ่านเตาถลุงเหล็กแบบดั้งเดิม แต่ใช้เทคนิคพิเศษในการนำเศษเหล็กแปรรูปมาทดแทนการใช้แร่เหล็กบางส่วน วิธีนี้ช่วยลดการใช้ถ่านหินโค้กและลดการปล่อย CO₂ ลงได้อย่างมหาศาล โดยที่คุณภาพพื้นผิวและความยืดหยุ่นในการขึ้นรูปยังคงเดิม ส่งผลให้ฝั่งของ BMW ได้รับผลพลอยได้ชิ้นใหญ่ นั่นคือพวกเขาสามารถนำเหล็ก Bluemint ไปเสียบเข้ากับสายการผลิตที่มีอยู่เดิมได้ทันที โดยไม่ต้องลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักรหรือกระบวนการผลิตใด ๆ ให้วุ่นวาย นอกจากประเด็นเรื่องการเพิ่มสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลในตัวรถแล้ว ในเชิงวิศวกรรม การใช้เหล็กมาทำเคสแบตเตอรี่ของ iX3 ยังให้ประสิทธิภาพในการป้องกันคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้ดีกว่าการใช้วัสดุประเภทโลหะเบา ซึ่งช่วยลดปริมาณฉนวนกันคลื่นที่ต้องใช้ในตัวรถลงได้อีกด้วย ถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว - [Fujitsu ยกระดับค้าปลีก Hankyu Hanshin ด้วย Wireless Tablet POS ชูโมเดล Cloud คุมต้นทุน หนุนความยั่งยืน](https://www.manutalkthai.com/fujitsu-hankyu-hanshin-wireless-tablet-pos/) - Fujitsu และ H2O Retailing Corporation ร่วมกันติดตั้งระบบ POS บนแท็บเล็ตไร้สาย ครอบคลุมห้างสรรพสินค้า Hankyu Hanshin ทั้ง 15 แห่ง โดยนำแท็บเล็ตกว่า 5,000 เครื่องมาใช้ในโซนสินค้าทั่วไป และระบบ POS เฉพาะทางอีก 400 เครื่องในโซนอาหาร ถือเป็นการวางระบบ Tablet POS ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ช่วยให้พนักงานขายให้บริการแบบเบ็ดเสร็จตั้งแต่ให้คำปรึกษาจนถึงชำระเงินโดยไม่ต้องออกจากพื้นที่ขาย ระบบดังกล่าวใช้โซลูชัน POS จาก Unified Commerce ภายใต้โมเดลธุรกิจ Uvance ของ Fujitsu ที่เน้นการรวมศูนย์ข้อมูล Customer Touchpoint ช่วยแก้ปัญหาคอขวดในการทำงานหน้างานดังนี้ ลดภาระการฝึกอบรม: การใช้ระบบปฏิบัติการมาตรฐานเดียวทั้งบน POS แบบตั้งโต๊ะและโมบายล์ ช่วยลดต้นทุนและเวลาในการสอนงานพนักงาน เพิ่มความคล่องตัว: แท็บเล็ตติดตั้ง SIM ภายใน ช่วยให้องค์กรขยายระบบ POS ไปใช้งานนอกสถานที่ หรืองานอีเวนต์ได้ทันที โดยคงมาตรฐานความปลอดภัยระดับเดียวกับในสาขา ลดการรอคอย: - [“KJL” จัดสัมมนา “รวมพลคนไฟฟ้า โซลาร์รูฟ (Solar Rooftop System)” ต่อยอดพลังงานสะอาดสู่ภาคอุตสาหกรรม” ที่อยุธยา [PR]](https://www.manutalkthai.com/kjl-seminar-solar-rooftop-system-pr/) - บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ตู้ไฟ รางไฟ และสินค้าอื่น ๆ เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของอุตสาหกรรม ด้วยเทคโนโลยีการผลิตอันทันสมัยจากประเทศญี่ปุ่น ผสานกับเครื่องจักรและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย ทำให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯโดดเด่นด้วยความแม่นยำสูง มีคุณภาพมาตรฐานระดับโลก แข็งแรง ทนทาน และปลอดภัย พร้อมส่งมอบถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็ว KJL จึงได้จัดงานสัมมนา “KJL รวมพลคนไฟฟ้า โซลาร์รูฟ” (Solar Rooftop System) กิจกรรมเชิงวิชาการ ที่รวบรวมความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย : ระบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ติดตั้งบนหลังคา (วสท.) ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากช่างไฟฟ้า วิศวกร ผู้รับเหมา และองค์กรชั้นนำต่างๆ ให้เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมตู้ไฟ ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของงานระบบไฟฟ้าอย่างครบวงจร พร้อมกันนี้ KJL ยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “InnoFAST series” ภายใต้แนวคิด “ติดตั้งง่าย จบงานไว” เพื่อมุ่งตอบโจทย์งานช่างยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความรวดเร็ว ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล โดย InnoFAST series - [Lenovo Manufacturing Solutions คว้า 3 รางวัลระดับโลก หมวด AI - Manufacturing](https://www.manutalkthai.com/lenovo-manufacturing-solutions-ai-award/) - ในยุคที่ภาคอุตสาหกรรมต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งการจัดการต้นทุน ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และการปรับตัวสู่เทคโนโลยีใหม่ Lenovo Manufacturing Solutions ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า "ปัญญาประดิษฐ์ (AI)" สามารถสร้างจุดเปลี่ยนได้อย่างเป็นรูปธรรม จนล่าสุดสามารถกวาด 3 รางวัลใหญ่ระดับโลกมาครองได้สำเร็จ รางวัลที่ตอกย้ำความแข็งแกร่งในครั้งนี้ ได้แก่ รางวัลระดับแพลตตินัมจาก TITAN Business Awards, รางวัล Product of the Year จาก BIG Awards for Business และ รางวัลจากเวที Middle East Technology Excellence Awards 2025 (หมวด AI - Manufacturing) ซึ่งล้วนสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ Lenovo ในการนำ AI มายกระดับระบบอัตโนมัติตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ทั้งในสายการผลิต คลังสินค้า และระบบลอจิสติกส์ เบื้องหลังความสำเร็จ: เข้าใจอุตสาหกรรมจากมุมมองของ "ผู้ผลิตตัวจริง" - [AMD เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์โปรเซสเซอร์เซิร์ฟเวอร์ 5th Gen AMD EPYC 8005 [PR]](https://www.manutalkthai.com/amd-epyc-8005-5th-gen-server-processor-pr/) - AMD ประกาศเปิดตัวโปรเซสเซอร์สำหรับเซิร์ฟเวอร์ AMD EPYC 8005 ซีรีส์ เจเนอเรชันที่ 5 ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายทั้งในด้านความคุ้มค่าของต้นทุนและการดำเนินงานของระบบ vRAN (Virtual Radio Access Network) ที่ต้องการความยืดหยุ่นและขยายขนาดได้ โปรเซสเซอร์เซิร์ฟเวอร์ AMD EPYC 8005 สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับเวิร์กโหลด vRAN ที่มีการกระจายตัวและต้องการพลังประมวลผลสูงโดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายและพาร์ทเนอร์สามารถติดตั้งแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพและปรับขยายได้ ซึ่งตอบโจทย์ไซต์งานบริเวณขอบเครือข่าย (edge sites) ที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่และพลังงาน ส่งมอบประสิทธิภาพที่ปรับแต่งมาอย่างดีเยี่ยมและการทำงานของ vRAN ที่สม่ำเสมอในสเกลระดับใหญ่ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คลิก - [Apple ประกาศผลิต Mac mini ในสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก พร้อมขยายฐานการผลิต AI Server และการสร้างงานเพิ่มเติม](https://www.manutalkthai.com/apple-mac-mini-u-s-production/) - Apple ยกระดับการผลิตในสหรัฐอเมริกาต่อเนื่อง ล่าสุดเตรียมย้ายสายการผลิต Mac mini มายังเมือง Houston ภายในช่วงปลายปี 2026 นับเป็นครั้งแรกของการจัดตั้งฐานการผลิตอุปกรณ์กลุ่มนี้ในสหรัฐฯ ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จะเพิ่มขนาดพื้นที่การผลิตของ Apple ใน Houston สองเท่า และยังครอบคลุมถึงการขยายกำลังการผลิต AI Server พร้อมการลงทุนด้านการฝึกอบรมแรงงานอุตสาหกรรมแบบครบวงจร ปัจจุบันบริษัทได้เริ่มจัดส่ง AI Server จากโรงงานขนาด 250,000 ตารางฟุตใน Houston แล้ว ซึ่งเป็นการเดินเครื่องเร็วกว่ากำหนดการเดิมหลังผ่านการทดสอบเบื้องต้นเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา เซิร์ฟเวอร์เหล่านี้จะถูกนำไปใช้เพื่อขับเคลื่อน Data Center ของ Apple ทั่วประเทศ จากเดิมที่ระบบปฏิบัติการเหล่านี้ต้องพึ่งพาการผลิตจากนอกสหรัฐฯ การขยายตัวครั้งนี้คาดว่าจะสร้างตำแหน่งงานใหม่ในพื้นที่ได้อีกหลายพันตำแหน่ง เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการลงทุนมูลค่ามหาศาลกว่า 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วง 4 ปีข้างหน้า เพื่อยกระดับการผลิตภายในประเทศและเสริมความแข็งแกร่งให้โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI โดยก่อนหน้านี้ Apple สั่งซื้อชิปที่ผลิตในสหรัฐฯ ไปแล้วกว่า 2 หมื่นล้านชิ้น จากซัพพลายเออร์รายใหญ่ เช่น TSMC, Broadcom และ - [ก้าวสำคัญของ GMH Gruppe เปิดตัว "ProMateria" รุกตลาดผงโลหะและเทคโนโลยี Additive Manufacturing เต็มสูบ](https://www.manutalkthai.com/gmh-gruppe-launches-promateria-aggressively-entering-the-metal-powder-and-additive-manufacturing-technology-market/) - GMH Gruppe กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมชั้นนำจากเยอรมนี ประกาศเดินหน้าลุยตลาดการผลิตขั้นสูง ด้วยการควบรวมสายการผลิตผงโลหะนวัตกรรมใหม่ (Advanced Metal Powders) และเทคโนโลยีการผลิตแบบเติมเนื้อวัสดุ (Additive Manufacturing หรือ AM) เข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้บริษัทใหม่ในชื่อ ProMateria GmbH บริษัทใหม่นี้บริหารงานโดย Robert Teuber และ Philip Stöhr โดยตั้งฐานการผลิตอยู่เคียงข้างบริษัทในเครืออย่าง Energietechnik Essen GmbH เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านซัพพลายเชนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ชูจุดขายเหล็กกล้าผสมไนโตรเจนสูง (HNS) สู่ชิ้นส่วนแห่งอนาคต หัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจของ ProMateria คือการมุ่งเน้นพัฒนาและใช้ประโยชน์จาก เหล็กกล้าผสมไนโตรเจนสูง (High Nitrogen-Alloyed Steels: HNS) ในงานโลหะผง (Powder Metallurgy) และการผลิตแบบ Additive Manufacturing เชิงพาณิชย์ วัสดุ HNS นี้ถือเป็น "จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ" ของอุตสาหกรรมยุคใหม่ เพราะโดดเด่นทั้งในเรื่อง: ความทนทาน: ทนต่อการกัดกร่อนได้ดีเยี่ยม แข็งแกร่ง - [Panasonic ยุติสายการผลิต "โทรทัศน์" ส่งไม้ต่อให้ Skyworth จากจีน](https://www.manutalkthai.com/panasonic-ends-its-television-production-line-handing-the-baton-to-skyworth-from-china/) - ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่สร้างแรงสั่นสะเทือนและเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของหน้าประวัติศาสตร์วงการเครื่องใช้ไฟฟ้า เมื่อ Panasonic อดีตยักษ์ใหญ่และแบรนด์ระดับตำนานของญี่ปุ่น ประกาศยุติบทบาทการเป็น "ผู้ผลิต" โทรทัศน์อย่างเป็นทางการ โดยตัดสินใจส่งมอบสายการผลิต การทำการตลาด และการจัดจำหน่ายทั้งหมดให้กับ Skyworth ผู้ผลิตรายใหญ่จากเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนแค่การปรับตัวของบริษัทเดียว แต่หมายถึงการปิดฉากอุตสาหกรรมโทรทัศน์ "Made in Japan" อย่างแท้จริง ภายใต้ข้อตกลงใหม่นี้ บทบาทของทั้งสองบริษัทจะถูกแบ่งแยกอย่างชัดเจน เพื่อดึงจุดแข็งของแต่ละฝ่ายออกมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในเชิงอุตสาหกรรม: Skyworth (รับจบฝั่งปฏิบัติการ): จะเข้ามารับผิดชอบแบบเบ็ดเสร็จทั้งกระบวนการผลิต (Manufacturing), การขาย, และระบบโลจิสติกส์ทั้งหมดในตลาดอเมริกาเหนือและยุโรป Panasonic (ถอยมาคุมงานเบื้องหลัง): จะยังคงดูแลในส่วนของการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design), การประมวลผลภาพ, และการควบคุมคุณภาพ (QA) ซึ่งเป็นจุดแข็งที่แบรนด์ยังคงมีความเชี่ยวชาญสูง การจับมือกันครั้งนี้ถือเป็นดีลที่ "วิน-วิน" สำหรับ Panasonic นี่คือการรักษาชื่อเสียงด้านวิศวกรรมไว้โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงลิ่ว ในขณะที่ Skyworth ซึ่งปัจจุบันติดท็อป 5 ผู้ผลิตทีวีโลก ก็จะได้ใช้โอกาสนี้เปิดประตูสู่ตลาดตะวันตกที่แบรนด์ของตนอาจยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก จากยุคทองของ Plasma สู่การยอมถอยเพื่อเอาตัวรอด หากย้อนกลับไปในช่วงต้นยุค 2010s โทรทัศน์ Plasma - [เดลต้า ประเทศไทย ติดอันดับ Clean200™ ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ตอกย้ำความมุ่งมั่นในด้านโซลูชันพลังงานสะอาดและความยั่งยืน [PR]](https://www.manutalkthai.com/delta-thailand-clean-200-2-years-streak-pr/) - บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและนวัตกรรมโซลูชันสีเขียวอัจฉริยะ ได้รับการจัดอันดับใน Clean200™ ซึ่งเป็นการจัดอันดับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จำนวน 200 แห่งทั่วโลกที่สร้างรายได้จากสินค้าและบริการที่สอดคล้องกับมาตรฐานเศรษฐกิจยั่งยืน (Sustainable Economy Taxonomy) ของ Corporate Knights อย่างเข้มงวด นับเป็นความสำเร็จปีที่สองติดต่อกันของบริษัทฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเดลต้าในการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตด้านพลังงานสะอาด นายเคเค ชง หัวหน้าฝ่ายพัฒนาความยั่งยืน บริษัท เดลต้า ประเทศไทย กล่าวว่า “การที่เดลต้าได้รับการจัดให้อยู่ในลำดับที่ 108 ใน Clean200™ ประจำปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมของเราบนเส้นทางสู่ความยั่งยืน ภายใต้แผนการเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 ที่เริ่มแปรเปลี่ยนมาเป็นผลลัพธ์เชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนผลการดำเนินงานทางธุรกิจในระยะยาวที่สามารถวัดผลได้จริง” การจัดอันดับ Clean200™ เป็นความร่วมมือระหว่าง As You Sow องค์กรไม่แสวงผลกำไรชั้นนำด้านการสนับสนุนผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น และ Corporate Knights บริษัทวิจัยและสื่อที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจยั่งยืนด้วยพลังงานสะอาด พลังงานไฟฟ้า ตลอดจนการใช้พลังงานและเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดอันดับดังกล่าวได้ประเมินและคัดเลือกบริษัทระดับโลกกว่า - [BOI ดันไทยสู่ศูนย์กลางผลิตชิ้นส่วน Humanoid Robot ระดับโลก ไฟเขียว 5 บริษัทจีนลงทุนหมื่นล้านป้อน Tesla และยักษ์เทคโนโลยีโลก](https://www.manutalkthai.com/boi-thailand-hub-humanoid-robot-parts/) - สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI อนุมัติการลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาทจาก 5 บริษัทชั้นนำสัญชาติจีน เพื่อสร้างฐานการผลิตชิ้นส่วน Humanoid Robot ในประเทศไทย ตอกย้ำศักยภาพของไทยในฐานะจุดยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีขั้นสูง การลงทุนเฟสแรกจะเน้นไปที่การผลิตโครงร่างหุ่นยนต์ ชุดควบคุมข้อต่อ แขน และนิ้วที่มีความแม่นยำสูง ลูกค้าหลักคือแบรนด์เทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Tesla Bot หรือ Optimus, Apple, Samsung และ Huawei โดยถือเป็นการขยายฐานการผลิตออกนอกประเทศจีนเป็นครั้งแรกของกลุ่มบริษัทเหล่านี้ เม็ดเงินลงทุนนี้ส่งผลบวกโดยตรงต่อระบบนิเวศอุตสาหกรรมและ Operation Technology ของไทย คาดการณ์ว่าจะเกิดการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศกว่า 45,000 ล้านบาทต่อปี และสร้างการจ้างงานแรงงานทักษะสูงกว่า 1,000 ตำแหน่ง เบื้องต้นคณะอนุกรรมการ BOI อนุมัติโครงการจาก 5 บริษัทหลัก ซึ่งกระจายตัวอยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เพื่อบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตดังนี้ Hangzhou Seenpin Electromechanical Transmission: ลงทุน 2,120 ล้านบาท ที่ชลบุรีเพื่อผลิต Planetary - [DEXON PIPEGLIDE แพลตฟอร์มตรวจสอบ Integrity ท่อ ที่ออกแบบและผลิตภายในองค์กรแบบครบวงจร [PR]](https://www.manutalkthai.com/dexon-pipeglide-platform-for-pipeline-management-pr/) - บริษัท เด็กซ์ซอน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ DEXON ผู้นำด้านเทคโนโลยีการตรวจสอบโครงสร้างทางวิศวกรรมและการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย (Non-Destructive Testing หรือ NDT) เปิดตัว DEXON PIPEGLIDE แพลตฟอร์มเพื่อการตรวจสอบความสมบูรณ์ของท่อ (Pipeline Integrity) ที่พัฒนาและผลิตภายในองค์กรแบบครบวงจร (Technology Owner – Fully In-house Design & Manufacturing) เพื่อตอบโจทย์ข้อจำกัดทางวิศวกรรมในพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยเฉพาะบริเวณท่อที่อยู่ในระดับผิวน้ำหรือพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านการเข้าถึง การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนการก้าวสู่บทบาท Technology Owner อย่างเต็มรูปแบบของ DEXON จากผู้ให้บริการตรวจสอบ สู่ผู้พัฒนาโซลูชันวิศวกรรมเชิงลึกที่สามารถกำหนดมาตรฐานการตรวจสอบในสภาพแวดล้อมที่มีความท้าทายสูงได้ด้วยตนเอง นายมาร์ติน สตูวิค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เด็กซ์ซอน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ DEXON กล่าวว่า “DEXON PIPEGLIDE ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มใหม่ แต่เป็นการยกระดับบทบาทของ DEXON จากผู้ให้บริการตรวจสอบ สู่ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนเชิงระบบ ลด - [EPG ชี้แนวโน้มทั้งปีบัญชี 68/69 (เม.ย.68 – มี.ค.69) คงเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้น เดินหน้าควบคุมต้นทุนและยกระดับประสิทธิภาพต่อเนื่อง](https://www.manutalkthai.com/epg-outlines-trends-for-the-entire-fiscal-year-2025-2026-april-2025-march-2026/) - ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์และพลาสติกแปรรูปชั้นนำของโลก เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน ปีบัญชี 68/69 (เม.ย. – ธ.ค.68) บริษัทมียอดขาย 10,094 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มียอดขาย 10,571 ล้านบาท ลดลง 4.5% มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 33.6% มีกำไรสุทธิ 924 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ยอดขายชะลอตัวเนื่องจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและการชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ อย่างไรก็ตาม บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นที่ 30 - 33% ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ด้วยการควบคุมต้นทุนที่มีวินัย การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการจัดสรรเงินลงทุนอย่างรอบคอบ สำหรับการดำเนินงานของธุรกิจหลัก มีดังนี้ ธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ Aeroflex ในงวด 9 เดือน ปีบัญชี - [สะเทือนบัลลังก์ NVIDIA! เมื่อ Bytedance ซุ่มจับมือ Samsung ผลิตชิป AI ของตัวเอง ดีเดย์มีนาคม 2026](https://www.manutalkthai.com/bytedance-secretly-partners-with-samsung-to-produce-its-own-ai-chips/) - วงการเซมิคอนดักเตอร์กำลังจับตามองความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ เมื่อลูกค้ารายใหญ่ของ Nvidia อย่าง Bytedance (บริษัทแม่ของ TikTok) เตรียมก้าวเข้าสู่สมรภูมิผู้ผลิตชิป ตามรายงานล่าสุดระบุว่า Bytedance กำลังซุ่มพัฒนาชิปประมวลผล AI (GPU) ของตนเอง ภายใต้โปรเจกต์ลับชื่อ "SeedChip" โดยคาดว่าจะเริ่มเดินสายการผลิตกับทาง Samsung ได้เร็วที่สุดในเดือนมีนาคม ปี 2026 จากผู้ซื้อรายใหญ่ สู่ผู้ออกแบบและผลิตชิป การขยับตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ของภาคอุตสาหกรรม ที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ทั้ง Baidu, Alibaba ในจีน ไปจนถึง Hyperscalers ฝั่งสหรัฐฯ อย่าง Google, Amazon และ Microsoft ต่างก็หันมาออกแบบชิปใช้เอง เป้าหมายหลักของ Bytedance คือการลดต้นทุนมหาศาล และลดความเสี่ยงจากนโยบายควบคุมการส่งออกชิปของสหรัฐฯ แม้ชิป AI และซอฟต์แวร์ CUDA ของ Nvidia จะถูกยกให้เป็น "Gold Standard" แต่ก็มีราคาที่สูงลิ่ว จนคนในวงการไอทีจีนเปรียบเปรยว่าอุตสาหกรรมนี้ต้องแบกรับต้นทุนมหาศาลจาก Nvidia มานานเกินไปแล้ว - [พลิกโฉมการจัดเก็บข้อมูลอุตสาหกรรม! Microsoft Project Silica ปฏิวัติวงการจัดเก็บข้อมูลถาวร 10,000 ปีด้วย "กระจกบอโรซิลิเกต"](https://www.manutalkthai.com/microsoft-project-silica-is-revolutionizing-the-field-of-permanent-data-storage-for-10000-years/) - หากย้อนกลับไปในปี 2019 หลายคนอาจจำภาพที่ Microsoft จับมือกับ Warner Bros. เก็บข้อมูลภาพยนตร์ทั้งเรื่องลงบน "แผ่นแก้ว" ได้สำเร็จ แต่วัสดุที่ใช้ในตอนนั้นคือ กระจกควอตซ์ (Quartz Glass) ซึ่งแม้จะมีคุณสมบัติดีเยี่ยม แต่ก็มีราคาต้นทุนที่สูงและมีข้อจำกัดด้านปริมาณ วันนี้ Project Silica ของ Microsoft ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นไปอีกขั้น ด้วยการเปลี่ยนมาใช้ กระจกบอโรซิลิเกต (Borosilicate Glass) หรือกระจกทนความร้อนที่คุ้นเคยกันดีในห้องแล็บและโรงงานอุตสาหกรรม ข้อดีคือมีราคาถูกกว่ามากและสามารถจัดหาได้ในปริมาณมหาศาล ถือเป็นการปลดล็อกประตูสำคัญสู่การผลิตเชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง ประสิทธิภาพที่พร้อมตอบโจทย์องค์กร การเปลี่ยนวัสดุครั้งนี้ไม่ได้ลดทอนประสิทธิภาพลงแต่อย่างใด ทีมนักวิจัยยังคงใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ความเร็วสูง (Femtosecond lasers) สลักข้อมูลลงไปในเนื้อแก้วในรูปแบบพิกเซล 3 มิติ (Voxels) โดยมีตัวเลขการทดสอบที่น่าประทับใจ ดังนี้: ความจุสูงในขนาดกะทัดรัด: สามารถจัดเก็บข้อมูลได้ถึง 4.8 เทราไบต์ (เทียบเท่าภาพยนตร์ 4K ราว 200 เรื่อง) บนแผ่นแก้วขนาดเพียง 0.08 × 4.7 นิ้ว โดยซ้อนกันถึง - [OMRON เปิดตัวกล้อง AI ตรวจจับพนักงานชุด Cleanroom ยกระดับความปลอดภัยในโรงงาน](https://www.manutalkthai.com/omron-ai-camera-cleanroom/) - อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในวงการออโตเมชัน โดยเฉพาะสำหรับโรงงานที่ต้องมีห้องปลอดเชื้อ (Cleanroom) อย่างอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ยา หรือการแปรรูปอาหาร ล่าสุด OMRON ได้เปิดตัวโมดูลกล้องอัจฉริยะด้านความปลอดภัยรุ่นใหม่ในชื่อ HVC-P2 ที่ออกแบบมาเพื่อตรวจจับพนักงานที่สวม "ชุดคลีนรูม" โดยเฉพาะ เพื่อยกระดับความปลอดภัยแบบเรียลไทม์ ทำไมเทคโนโลยีนี้ถึงเข้ามาแก้ Pain Point ของโรงงานได้? แก้ปัญหา AI ทั่วไป "มองไม่เห็น" คน: ปกติแล้ว ชุดคลีนรูมที่รัดกุมและมิดชิดมักจะบดบังส่วนเว้าส่วนโค้งหรือข้อต่อของร่างกาย ทำให้ระบบกล้อง AI ทั่วไปที่ใช้โมเดลประเมินท่าทาง (Pose-estimation) ทำงานผิดพลาด หรือแยกแยะไม่ได้ว่านี่คือคน แต่โมดูล HVC-P2 นี้ถูกเทรนมาเป็นพิเศษเพื่อจดจำลักษณะของมนุษย์ที่สวมชุด PPE หรือชุดคลีนรูมได้อย่างแม่นยำ สั่งเครื่องจักรเข้าสู่โหมดปลอดภัยทันที: เมื่อกล้องตรวจพบว่ามีพนักงานเดินเข้ามาในระยะที่อาจเกิดอันตราย ระบบจะส่งสัญญาณไปยังคอนโทรลเลอร์หลัก เพื่อสั่งให้เครื่องจักรปรับเข้าสู่ "โหมดการทำงานที่ปลอดภัย" (Safe operating modes) โดยอัตโนมัติ ฉับไวและปกป้องความเป็นส่วนตัว: ตัวกล้องใช้เทคโนโลยีการประมวลผลที่ตัวอุปกรณ์เลย (Edge-based processing) ทำให้ตอบสนองได้รวดเร็วทันใจ โดยไม่ต้องส่งข้อมูลภาพผ่านเครือข่าย ซึ่งนอกจากจะเร็วแล้ว ยังช่วยตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัยของข้อมูล (Data Privacy) - [Fictiv และ MISUMI เผยรายงานปี 2026 ชี้ภาคการผลิตทั่วโลกมุ่งสู่ AI และ Digitalization เต็มรูปแบบ](https://www.manutalkthai.com/fictiv-misumi-report-state-manufacturing-2026/) - โลกอุตสาหกรรมการผลิตก้าวสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ Annual State of Manufacturing & Supply Chain Report ประจำปี 2026 จาก Fictiv และ MISUMI Global ชี้ชัดว่า AI และ Digitalization ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีทางเลือก แต่คือขีดความสามารถพื้นฐานที่องค์กรต้องมีเพื่อรับมือกับความผันผวนของ Supply Chain ยุคใหม่ Ryusei Ono ประธานและผู้อำนวยการตัวแทนของ MISUMI ระบุว่าภาคการผลิตระดับโลกเข้าสู่เฟสใหม่ที่คุณภาพ ความสอดคล้องตามกฎระเบียบและความโปร่งใส กลายเป็นสิ่งที่ไม่สามารถประนีประนอมได้ ลูกค้าในระดับองค์กรคาดหวังประสิทธิภาพที่สม่ำเสมอท่ามกลางความซับซ้อนทางเทคโนโลยีและข้อบังคับที่เพิ่มสูงขึ้น ผลสำรวจผู้บริหารระดับสูงกว่า 300 รายในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีการแพทย์ สะท้อนภาพการนำเทคโนโลยีมาผสานเข้ากับการปฏิบัติงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ดังนี้ 95% ยืนยันว่าการนำ AI มาใช้ในสายการปฏิบัติงานคือหัวใจสำคัญสู่ความสำเร็จในอนาคต 95% ใช้ AI และระบบอัตโนมัติแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน แต่ย้ำว่าเครื่องจักรไม่สามารถทดแทนความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของมนุษย์ได้ทั้งหมด 97% มองว่าแพลตฟอร์ม Digital Manufacturing เป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้สำหรับการผลิต 93% - [ก้าวข้ามขีดจำกัดโรงงานเคมี! ABB ส่ง Packaged Drives ช่วย Nimbasia เดินเครื่องฉลุย ลดดาวน์ไทม์เป็นศูนย์](https://www.manutalkthai.com/abb-packaged-drives/) - ในวงการผลิตเคมีภัณฑ์ หนึ่งในศัตรูตัวฉกาจที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ "ฝุ่นผง" ที่เกิดจากกระบวนการต่าง ๆ เช่น การอบแห้ง และการบดกรอง Nimbasia Stabilizers ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์รายใหญ่ในอินเดีย ผู้ผลิต Metallic Stearates ที่ใช้ในอุตสาหกรรมยา พลาสติก และยาง ก็ต้องเผชิญกับปัญหานี้อย่างหนักเช่นกัน เนื่องจากโรงงานต้องเดินเครื่องแทบจะตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด ฝุ่นผงละเอียดเหล่านี้ได้เข้าไปสะสมในระบบอินเวอร์เตอร์ หรือ VFD (Variable Frequency Drives) แบบดั้งเดิม จนทำให้ระบบระบายความร้อนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขัดข้อง ส่งผลให้เครื่องจักรหยุดทำงานโดยไม่คาดคิด (Downtime) อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งในโลกอุตสาหกรรม ทุกนาทีที่เครื่องจักรหยุดนิ่งหมายถึงต้นทุนที่สูญเสียไป โซลูชันที่ตอบโจทย์สภาพแวดล้อมสุดสมบุกสมบัน เพื่อแก้ปัญหานี้ Nimbasia ได้ตัดสินใจพลิกโฉมระบบใหม่ โดยนำ ACS580 Packaged Drives ของ ABB เข้ามาควบคุมเครื่องผสม เครื่องบด และพัดลมอุตสาหกรรม ไดรฟ์รุ่นนี้มาพร้อมกับเกราะป้องกันระดับ IP55 ที่ทนทานต่อฝุ่นและความชื้นขั้นสุด นอกจากนี้ยังเป็นโซลูชันแบบ Plug-and-play ที่มีสวิตช์ตัดวงจรและฟิวส์ในตัว ทำให้การชัตดาวน์เพื่อบำรุงรักษามีความปลอดภัยและป้องกันปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรได้อย่างเบ็ดเสร็จ ผลลัพธ์ที่จับต้องได้: - [เสริมพลังการปรับเปลี่ยนธุรกิจด้วยการดำเนินงานแบบดิจิทัล](https://www.manutalkthai.com/empower-your-business-transformation-with-digital-operations/) - การใช้ประโยชน์จากดิจิทัลในกระบวนการปฏิบัติงานเพื่ออุตสาหกรรมที่โปร่งใสและยั่งยืน โลกในปัจจุบันให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ทั้งลูกค้า นักลงทุน และหน่วยงานกำกับดูแล ต่างต้องการเห็นว่าทุกองค์กรกำลังดำเนินงานในส่วนของตนเพื่อโลก แต่การทำให้การดำเนินงานเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป เพราะอาจมีระบบที่ล้าสมัยและข้อมูลที่กระจัดกระจายเป็นอุปสรรค Fujitsu ช่วยปลดล็อกอุปสรรคเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และมองเห็นห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมดได้แบบเรียลไทม์ ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการจัดส่ง โซลูชันของ Fujitsu ช่วยในการตัดสินใจโดยใช้ข้อมูล ปรับปรุง QCDE และรับรองการปฏิบัติตามข้อกำหนด นำไปสู่การขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน เราสามารถช่วยอะไรได้บ้าง เชื่อมต่อข้อมูลและเปลี่ยนเป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้งานได้ เพื่อการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพผ่านการออกแบบดิจิทัล มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลซัพพลายเออร์ที่ราบรื่น และการดำเนินงานแบบบูรณาการที่ชัดเจน เสริมสร้างการดำเนินงานและเร่งมุ่งหน้าสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน ขับเคลื่อนความยั่งยืนด้วยการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ สร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานเพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสมที่สุด เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดของเสีย ส่งเสริมการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง การลดต้นทุน และคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่เหนือกว่าผ่าน Feedback Loop ในการออกแบบและการผลิต เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่โดดเด่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปรับเปลี่ยนด้าน ESG IDC Infobrief: ขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนอย่างยั่งยืนในการผลิตและการดำเนินการในห่วงโซ่อุปทาน เรียนรู้ว่า MRV และโซลูชันดิจิทัลช่วยขับเคลื่อนความยั่งยืนสำหรับผู้ผลิตในเอเชียแปซิฟิกได้อย่างไร พร้อมรับมือกับความท้าทาย และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิบัติตามข้อกำหนด ประสิทธิภาพ และความโปร่งใสดาวน์โหลด IDC Infobrief IDC Infobrief: การปรับเปลี่ยนที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลของการดำเนินกิจการในโรงงาน IDC Infobrief นี้เผยให้เห็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกการเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลในโรงงาน - [เพิ่มประสิทธิภาพด้าน ESG และขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืน](https://www.manutalkthai.com/enhance-esg-performance-and-drive-sustainable-growth/) - เปลี่ยนเป้าหมาย ESG ให้เป็นความสำเร็จทางธุรกิจ ในปัจจุบัน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องการหลักฐานที่แสดงถึงความมุ่งมั่นด้าน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล) โดยเฉพาะในภาคส่วนที่มีการปล่อยมลพิษสูง เช่น ภาคการผลิต ภาคเกษตรกรรม และการทำเหมืองแร่ แม้ว่าจะเผชิญกับกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้น การดำเนินการด้าน ESG ถือเป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จทางธุรกิจ การบรรลุเป้าหมาย ESG อาจมีความซับซ้อนและท้าทาย ตั้งแต่มาตรฐานการรายงานไปจนถึงการปรับใช้ทรัพยากรให้เหมาะสม บทบาทสำคัญของ Fujitsu คือการจัดหาโซลูชันด้านการแปลงสู่ดิจิทัลและการเพิ่มประสิทธิภาพที่ช่วยให้ก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านี้ และเปลี่ยนความมุ่งมั่นด้าน ESG ให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้จริง สิ่งที่เราสามารถช่วยได้ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ ESG ปรับปรุงการรวบรวมและการรายงานข้อมูล โดยจัดทำแดชบอร์ดที่ชัดเจนสำหรับการตัดสินใจที่ใช้ข้อมูล สนับสนุนการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอน เร่งกลยุทธ์การคาดการณ์เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และสนับสนุนความเป็นกลางทางคาร์บอน เพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์ให้สูงขึ้นปรับปรุงการใช้พลังงาน ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนการผลิตและการจัดสรรทรัพยากรด้วยข้อมูลเชิงลึก และเพิ่มการใช้งานเครื่องจักร เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปรับเปลี่ยนด้าน ESG IDC Infobrief: ขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนอย่างยั่งยืนในการผลิตและการดำเนินการในห่วงโซ่อุปทาน เรียนรู้ว่า MRV และโซลูชันดิจิทัลช่วยขับเคลื่อนความยั่งยืนสำหรับผู้ผลิตในเอเชียแปซิฟิกได้อย่างไร พร้อมรับมือกับความท้าทาย และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิบัติตามข้อกำหนด ประสิทธิภาพ และความโปร่งใสดาวน์โหลด IDC Infobrief คู่มือการเสริมศักยภาพการปรับเปลี่ยนอย่างความยั่งยืน - [เสริมพลังการปรับเปลี่ยนสู่โรงงานดิจิทัลเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน](https://www.manutalkthai.com/empowering-the-transformation-to-digital-factories-for-a-sustainable-future/) - เสริมพลังสู่ยุคใหม่ของการผลิต การเกษตร และการทำเหมือง ด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน โลกกำลังเรียกร้องให้มีแนวทางปฏิบัติทางธุรกิจที่ยั่งยืนและโปร่งใสมากขึ้น ผู้บริโภค นักลงทุน และหน่วยงานกำกับดูแลคาดหวังให้มีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าการผลิตมีจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม นั่นหมายถึงการนำหลักการ ESG มาใช้และผสานเข้าในทุกแง่มุมของการดำเนินงาน ตั้งแต่การออกแบบและห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงการวางแผนและการปฏิบัติจริง ที่ Fujitsu เราช่วยเสริมพลังปรับเปลี่ยนโรงงานและนำทางสู่อนาคตอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน เรามั่นใจในระบบนิเวศการผลิต ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบจนถึงการส่งมอบสินค้าสำเร็จรูปที่มีความโปร่งใสและควบคุมการดำเนินงานได้แบบเรียลไทม์ นี่คือวิธีที่ Fujitsu สามารถช่วยได้ เสริมพลังการปรับเปลี่ยนธุรกิจด้วยการดำเนินงานแบบดิจิทัลข้อมูลเพิ่มเติม เสริมพลังให้กับห่วงโซ่อุปทานด้วยการแสดงผลแบบเรียลไทม์ข้อมูลเพิ่มเติม เพิ่มประสิทธิภาพด้าน ESG และขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนข้อมูลเพิ่มเติม IDC Infobrief: ขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนอย่างยั่งยืนในการผลิตและการดำเนินการในห่วงโซ่อุปทาน เรียนรู้ว่า MRV และโซลูชันดิจิทัลช่วยขับเคลื่อนความยั่งยืนสำหรับผู้ผลิตในเอเชียแปซิฟิกได้อย่างไร พร้อมรับมือกับความท้าทาย และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิบัติตามข้อกำหนด ประสิทธิภาพ และความโปร่งใสดาวน์โหลด IDC Infobrief การสร้างสมดุลระหว่างความเสี่ยงและมูลค่าในห่วงโซ่อุปทานเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน เรียนรู้ความสำคัญของการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่นเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน การสร้างสมดุลระหว่างความเสี่ยงและมูลค่า การรับมือกับการหยุดชะงักที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่ออนาคตที่ยืดหยุ่นดาวน์โหลดรายงาน พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนของ Fujitsu จองตารางนัดหมายเพื่อปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของ Fujitsu เพื่อหารือเกี่ยวกับความต้องการของท่าน ผ่าน Live Demo หรือตามคำขออื่น ๆ คลิกเพื่อลงทะเบียนพูดคุยกับเรา - [เจาะลึก 4 ซอฟต์แวร์พลิกโฉมซัพพลายเชน: แพลตฟอร์มไหนที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่?](https://www.manutalkthai.com/in-depth-look-at-4-software-programs-that-are-transforming-supply-chains/) - ท่ามกลางความผันผวนของโลกธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมต่างรู้ดีว่าแค่โรงงานซัพพลายเออร์ที่อยู่อีกซีกโลกหยุดชะงักเพียงวันเดียว ก็อาจทำเอาชั้นวางสินค้าว่างเปล่าได้ ในขณะที่ลูกค้า แม้กระทั่งในกลุ่ม B2B ยังคงคาดหวังความรวดเร็วและตรวจสอบสถานะได้แบบเรียลไทม์ จากการวิเคราะห์รายงานกว่า 24 ฉบับ รีวิวจากผู้ใช้งานจริงกว่า 400 ราย และสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ แพลตฟอร์มคลาวด์ยุคใหม่ที่สามารถผสานการวางแผน การดำเนินงาน และประเมินสถานการณ์ได้ล่วงหน้าก่อนปัญหาจะเกิด มี 4 ค่ายหลักที่ควรอยู่ใน Shortlist ของผู้บริหาร ดังนี้ครับ: 1. SAP Digital Supply Chain Suite: พี่ใหญ่สาย Full-Service จุดเด่น: มาพร้อมความครอบคลุมแบบ End-to-End ซิงค์ข้อมูลกับ S/4HANA ได้เนียนกริบ ใช้ดาต้าโมเดลเดียวตั้งแต่การวางแผนยันการจัดส่ง ทำให้ประเมินกำลังการผลิตและปรับกลยุทธ์ได้ทันทีเมื่อดีมานด์แกว่ง เหมาะกับใคร: องค์กรระดับโลกหรือบริษัทที่ลงทุนในระบบนิเวศของ SAP ERP อยู่แล้ว แม้จะมีความซับซ้อนในการเรียนรู้ แต่แลกมากับระบบที่สเกลได้เสถียรที่สุด 2. Oracle Fusion Cloud SCM: ขุมพลังคลาวด์และ AI อัจฉริยะ จุดเด่น: - [ปฏิวัติงานขายเครื่องจักร! SUPPLYCO AI เปิดตัวแพลตฟอร์ม "AI Sales Intelligence" รายแรกของโลก เจาะลึกกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตโดยเฉพาะ](https://www.manutalkthai.com/supplyco-ai-launches-the-worlds-first-ai-sales-intelligence-platform-specifically-targeting-the-manufacturing-industry/) - วงการขายสินค้าอุตสาหกรรมกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อ SUPPLYCO AI ประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์ม AI Agent รายแรกที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อผู้ผลิต (OEMs) และผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ Pain Point ตลอดกาลของวงการเครื่องจักร: "ของดีแต่ไม่รู้จะไปขายใคร" ในวงการอุตสาหกรรมขายเครื่องจักรที่มีมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นี้ ยังคงพึ่งพาตาราง Excel, การเดินแลกนามบัตรในงานแฟร์ หรือการโทรหาลูกค้าแบบสุ่ม (Cold Calls) ซึ่งไม่ตอบโจทย์ยุคสมัยใหม่ นี่จึงเป็นที่มาของการเปิดตัว SUPPLYCO AI แพลตฟอร์ม AI รายแรกที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อผู้ผลิตอุตสาหกรรมและตัวแทนจำหน่ายโดยเฉพาะ ทำไม SUPPLYCO ถึงแตกต่าง? ในขณะที่เครื่องมือช่วยขายทั่วไปในตลาดถูกออกแบบมาเพื่อธุรกิจ Software หรือ Tech แต่ SUPPLYCO ถูกเทรนมาให้ "เข้าใจภาษาเครื่องจักร" โดยเฉพาะ โดย AI จะเฝ้าติดตามแหล่งข้อมูลกว่า 15 แหล่ง เพื่อวิเคราะห์ Buying Signals เช่น: ข่าวการขยายโรงงาน การขอใบเสนอราคา - [ก้าวใหม่รักษ์โลก! Canon ผนึกกำลัง Teijin นำร่องใช้ "ข้อมูลจริง" คำนวณคาร์บอนพลาสติกใหม่ ปลดล็อกซัพพลายเชนสีเขียว](https://www.manutalkthai.com/canon-teijin-esg/) - เข้าสู่ยุคที่ทุกภาคอุตสาหกรรมกำลังเร่งเครื่องสู่เป้าหมาย Net Zero หนึ่งในความท้าทายใหญ่ที่สุดคือ "การวัดผลที่แม่นยำ" โดยเฉพาะการคำนวณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในสายการผลิต ล่าสุด Canon ได้สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญในวงการ ด้วยการประกาศความสำเร็จร่วมกับซัพพลายเออร์อย่าง Teijin ในการพลิกโฉมวิธีคำนวณคาร์บอนฟุตพรินต์ให้สะท้อนความจริงมากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมา การประเมินคาร์บอนของวัสดุพลาสติกมักจะต้องพึ่งพา "ค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม" ซึ่งข้อเสียคือ มันไม่สะท้อนถึงความพยายามของซัพพลายเออร์แต่ละรายที่ลงทุนลดคาร์บอนในโรงงานของตัวเอง (เพราะคำนวณออกมาก็ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากันหมด) เพื่อแก้ปัญหานี้ Canon และ Teijin จึงได้ร่วมมือกับองค์กรส่งเสริมการจัดการอย่างยั่งยืนของญี่ปุ่น (SuMPO) ผลักดันกฎการคำนวณแบบใหม่ที่อนุญาตให้ใช้ "ข้อมูลจริงจากการดำเนินงาน (Primary Data)" ของซัพพลายเออร์ได้โดยตรง ไฮไลต์สำคัญจากความร่วมมือครั้งนี้: สร้างประวัติศาสตร์ในญี่ปุ่น: Teijin กลายเป็นบริษัทแรกในญี่ปุ่นที่ได้รับการรับรองฉลากสิ่งแวดล้อม SuMPO EPD สำหรับกลุ่มวัสดุพลาสติกใหม่ (Virgin-plastic) จากการใช้ข้อมูลการปล่อย CO2 จริงของบริษัท Canon ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์จริง: Canon นำข้อมูลคาร์บอนที่แม่นยำของพลาสติกจาก Teijin มาใช้คำนวณวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ของตนเอง โดยเริ่มนำร่องกับเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์รุ่นใหญ่อย่าง imagePRESS V900 และ V800 ซึ่งได้จดทะเบียนฉลาก SuMPO - [ถอดรหัส OEM, ODM และ OBM: บันได 3 ขั้นของอุตสาหกรรมการผลิต โมเดลไหนที่ใช่สำหรับธุรกิจคุณ?](https://www.manutalkthai.com/oem-odm-and-obm-which-model-is-right-for-your-business/) - จากเรื่องราวของ "Manufacturing Omakase" ที่โรงงานผันตัวมาเป็นเชฟเสิร์ฟโซลูชันให้แบรนด์ระดับโลก เราจะเห็นได้ว่าวิวัฒนาการของการผลิตนั้นมีลำดับขั้นที่ชัดเจน หากคุณกำลังเป็นเจ้าของแบรนด์ที่มองหาพาร์ทเนอร์ผลิตสินค้า หรือเป็นเจ้าของโรงงานที่ต้องการยกระดับธุรกิจ นี่คือความแตกต่าง ข้อดี-ข้อเสีย ของโมเดลทั้ง 3 รูปแบบครับ 1. OEM (Original Equipment Manufacturer) - "ผู้รับเหมาทำตามสั่ง" โมเดลพื้นฐานที่สุดในวงการอุตสาหกรรม แบรนด์เป็นคนคิด โรงงานเป็นคนทำ แบรนด์จะส่งแบบพิมพ์เขียว สูตร หรือดีไซน์ที่เสร็จสมบูรณ์แล้วไปให้โรงงานผลิตตามสเปกเป๊ะ ๆ ข้อดี: ลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา (IP): เป็นของแบรนด์ 100% การควบคุม: แบรนด์สามารถควบคุมคุณภาพ ดีไซน์ และเอกลักษณ์ของสินค้าได้อย่างเบ็ดเสร็จ ข้อเสีย: แบรนด์ต้องแบกรับต้นทุนและเวลาในการทำวิจัยและพัฒนา (R&D) ทั้งหมด ใช้เวลาในการนำสินค้าออกสู่ตลาด (Time-to-market) ค่อนข้างนาน เหมาะกับใคร? ธุรกิจที่มีนวัตกรรม สูตรลับ หรือเทคโนโลยีเฉพาะตัวที่ไม่อยากให้ใครลอกเลียนแบบ (เช่น Apple จ้าง Foxconn ผลิต iPhone) 2. ODM (Original - [SiS รุกขยายโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด ปักหมุดอีสาน เปิดศูนย์กระจายสินค้าโซลาร์เซลล์ที่อุบลราชธานีและขอนแก่น [PR]](https://www.manutalkthai.com/sis-expand-foundation-for-energy-in-northeast-thailand-pr/) - ท่ามกลางการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของประเทศไทย บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SiS เดินหน้าขยายการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศเปิดให้บริการ ศูนย์กระจายสินค้าแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Distribution Center) แห่งใหม่ในจังหวัด อุบลราชธานี และ ขอนแก่น อย่างเป็นทางการ เพื่อรองรับความต้องการใช้งานพลังงานแสงอาทิตย์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และยกระดับศักยภาพการให้บริการแก่ตัวแทนจำหน่าย (Dealer) และพันธมิตรทางธุรกิจในภูมิภาค การเปิดศูนย์กระจายสินค้าในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ SiS ในการเสริมความแข็งแกร่งของซัพพลายเชนด้านพลังงานสะอาด ให้ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ของประเทศ สอดรับกับแนวโน้มตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวจากกำลังการติดตั้งประมาณ 3.78 กิกะวัตต์ (GW) ในปี 2025 เป็นเกือบ 6.97 กิกะวัตต์ (GW) ภายในปี 2030 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยกว่า 13% ต่อปี สะท้อนโอกาสการเติบโตของภาคธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในระยะกลางถึงระยะยาว วิสัยทัศน์ผู้บริหาร: โครงสร้างพื้นฐาน คือหัวใจของการเติบโตอย่างยั่งยืน คุณสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น - [DHL ทุ่มขยายเครือข่ายบินขนส่ง "Cold Chain" รับดีมานด์อุตสาหกรรมยาโลก](https://www.manutalkthai.com/dhl-cold-chain-logistics/) - อุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์และการดูแลสุขภาพ (Life Sciences & Healthcare - LSH) ก้าวหน้าไปมาก การขนส่งผลิตภัณฑ์ที่ละเอียดอ่อนและเปราะบาง เช่น วัคซีน ยาควบคุมอุณหภูมิ หรือนวัตกรรมเซลล์และยีนบำบัด กลายเป็นโจทย์ใหญ่ระดับโลก ล่าสุดยักษ์ใหญ่อย่าง DHL Group ได้ออกมาขยับตัวครั้งสำคัญเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในตลาดนี้ครับ ยกระดับเครือข่ายโลจิสติกส์เพื่อสุขภาพโดยเฉพาะ DHL ประกาศขยายเครือข่ายการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain) ทางอากาศ ซึ่งโปรเจกต์นี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการลงทุนเชิงกลยุทธ์มูลค่ามหาศาลถึง 2 พันล้านยูโร ภายใต้ชื่อกลุ่มธุรกิจ "DHL Health Logistics" โดยมีจุดเด่นคือ: โปร่งใสตั้งแต่ต้นจนจบ: ให้บริการติดตามสถานะสินค้า (End-to-End Visibility) ตลอดเส้นทาง เพื่อรับประกันความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่มีความอ่อนไหวสูง ฮับการบินมาตรฐานโลก: เชื่อมต่อตลาดสำคัญผ่านฮับการบินและจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าที่ได้มาตรฐาน GDP (Good Distribution Practice) มากกว่า 30 แห่งทั่วโลก ประเดิมเส้นทางยุทธศาสตร์: บรัสเซลส์ - ซินซินนาติ เฟสแรกของการขยายเครือข่ายนี้ เริ่มต้นด้วยการเชื่อมต่อระหว่างฮับที่เมือง บรัสเซลส์ (BRU) - [J&J ทุ่ม 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ผุดโรงงานเซลล์บำบัด ดันสหรัฐฯ คืนบัลลังก์ฐานผลิต](https://www.manutalkthai.com/johnson-and-johnson-manufacturing-in-usa/) - ช่วงนี้แวดวงอุตสาหกรรมยาและชีวเภสัชภัณฑ์ในสหรัฐฯ กำลังคึกคักและน่าจับตามองเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเทรนด์การดึงฐานการผลิตกลับประเทศ (Onshoring) เพื่อความมั่นคงทางซัพพลายเชน ล่าสุดยักษ์ใหญ่อย่าง Johnson & Johnson (J&J) ได้ประกาศก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นทิศทางของอุตสาหกรรมนี้อย่างชัดเจน J&J ได้อัดฉีดเม็ดเงินลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตเซลล์บำบัด (Cell Therapy) สุดล้ำแห่งใหม่ในเมือง Lower Gwynedd รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งโปรเจกต์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบโดด ๆ แต่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในแผนยุทธศาสตร์มูลค่ามหาศาลถึง 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ J&J ตั้งเป้าจะขยายขีดความสามารถทั้งด้านการผลิตและ R&D ในสหรัฐฯ ให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นทศวรรษนี้ (ปี 2029) เป้าหมายการผลิต: เดินหน้าสนับสนุนพอร์ตโฟลิโอยาสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มยารักษาโรคมะเร็ง โรคที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน และโรคทางระบบประสาท การจ้างงาน: คาดว่าจะสร้างงานทักษะสูงในสายการผลิตชีวภาพ (Biomanufacturing) ได้มากกว่า 500 อัตรา เพนซิลเวเนีย ทำเลทองแห่งใหม่ของอุตสาหกรรมยา ที่น่าสนใจคือ J&J ไม่ใช่บริษัทเดียวที่มองเห็นศักยภาพของพื้นที่นี้ หากมองภาพรวมจะเห็นว่า Eli Lilly ยักษ์ใหญ่อีกราย - [จับตาเทรนด์ "Manufacturing Omakase" เมื่อโรงงานเกาหลีใต้ผันตัวเป็น "เชฟ" เสิร์ฟโซลูชันให้แบรนด์ระดับโลก](https://www.manutalkthai.com/trends-manufacturing-omakase/) - "โอมากาเสะ" (Omakase) เป็นคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นที่หมายถึงการมอบความไว้วางใจทั้งหมดให้กับเชฟเป็นผู้รังสรรค์เมนู ซึ่งหัวใจสำคัญคือจิตวิญญาณของช่างฝีมือที่ดึงเอาปรัชญาและความเชี่ยวชาญมาใช้สร้างความประทับใจให้ลูกค้า ปัจจุบัน แนวคิดนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในร้านอาหารหรูระดับไฟน์ไดนิ่งอีกต่อไป แต่มันกำลังกลายเป็น "อาวุธลับ" ของบริษัทยักษ์ใหญ่ในโลกอุตสาหกรรม เช่น TSMC ผู้ผลิตชิปอันดับหนึ่งของโลก ที่สื่ออย่าง The Wall Street Journal ยกให้เป็น "ศูนย์ R&D ภายนอก" ของ Apple และ NVIDIA เพราะเมื่อลูกค้าถามว่า "เราควรผลิตอะไรดี?" TSMC จะไม่ได้แค่รอรับคำสั่งซื้อ แต่จะตอบว่า "นี่คือวิธีที่ดีที่สุดในการผลิตมัน" ผ่านการนำเสนอโซลูชันและสถาปัตยกรรมวงจรที่เหมาะสมที่สุด คล้ายกับเชฟซูชิที่เสิร์ฟคอร์สที่ดีที่สุดตามวัตถุดิบและรสนิยมของลูกค้า อุตสาหกรรมเกาหลีใต้กับการพลิกโฉมสู่ "โรงงานโอมากาเสะ" ในขณะที่หลายคนมองว่าภาคการผลิตของเกาหลีใต้ (K-manufacturing) กำลังเผชิญวิกฤต แต่บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งกำลังปรับตัวและเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยการสวมบทบาท "เชฟ" ในวงการอุตสาหกรรม วงการเครื่องสำอาง (Cosmax): เป็นที่รู้กันในวงการว่า Cosmax คือผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์หรูระดับโลกอย่าง L’Oréal และ Estée Lauder พวกเขาไม่ได้หยุดแค่การเป็น OEM (รับจ้างผลิตตามสั่ง) แต่ก้าวไปสู่ ODM - [ยอดสั่งซื้อเทคโนโลยีการผลิตในสหรัฐฯ ทะยานทุบสถิติปี 2025 รับอานิสงส์ AI และอุตสาหกรรมการบิน](https://www.manutalkthai.com/amt-manufacturing-technology-2025/) - รายงานล่าสุดจากสมาคมเทคโนโลยีการผลิตแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ AMT ระบุยอดสั่งซื้อเครื่องจักรผลิตโลหะในเดือนธันวาคม 2025 พุ่งทะยานแตะ 814.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเดือน ตัวเลขนี้สะท้อนความตื่นตัวของภาคการผลิตที่เร่งลงทุนด้านเทคโนโลยี เพื่อรองรับความต้องการในอุตสาหกรรมยุคใหม่ การเติบโตในช่วงปลายปี 2025 ดำเนินไปอย่างก้าวกระโดด ยอดสั่งซื้อในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นถึง 86.7% เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2025 และพุ่งสูงถึง 60% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2024 ยอดสั่งซื้อรวมตลอดปี 2025: ปิดที่ 5.74 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้น 22.5% กลุ่มเครื่องจักรเชิงพาณิชย์และบริการ: มีอัตราการเติบโตสูงสุด เติบโตขึ้น 121.5% กลุ่มโรงงานรับจ้างผลิต: ฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่สุด เติบโตขึ้น 19.1% อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยาน: ขยายตัว 45.1% เป็นผลพวงโดยตรงจากความต้องการเร่งส่งมอบสินค้า ประกอบกับข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตเดิมที่ตึงตัว แม้ภาพรวมมูลค่าการลงทุนจะเติบโตตลอดทั้งปี 2025 แต่หากวิเคราะห์เจาะลึกในแง่ของจำนวนเครื่องจักรกลับพบความผันผวน เดือนมกราคมมียอดสั่งซื้อต่ำสุดของปีที่ 1,544 เครื่อง นอกจากนี้ AMT ยังพบภาวะชะลอตัวเล็กน้อยในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม ภาวะดังกล่าวประเมินว่าเป็นผลกระทบทางจิตวิทยาและการชะลอคำสั่งซื้อระยะสั้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศนโยบายกำแพงภาษีในเดือนเมษายน - [บอกลา MES ยุคเก่า เทรนด์ใหม่ "Elastic MES" ปรับยืดหยุ่นได้ ไม่ต้องลงทุนตูมเดียวจบ](https://www.manutalkthai.com/the-new-trend-elastic-mes-is-flexible-and-adaptable-eliminating-the-need-for-a-large-one-time-investment/) - ใครที่อยู่ในวงการ IT โรงงานคงคุ้นเคยกับความเจ็บปวดของการขึ้นระบบ MES (Manufacturing Execution System) แบบเดิม ๆ ที่มักจะเป็นก้อนใหญ่ ติดตั้งทีต้องรื้อทั้งระบบ ใช้เวลานาน และใช้งบมหาศาลแบบ "ต้องเอาให้คุ้ม" (All-or-nothing) รายงานล่าสุดชี้ให้เห็นว่า แพลตฟอร์ม MES กำลังก้าวเข้าสู่ยุค "Elastic Architecture" หรือสถาปัตยกรรมที่ยืดหยุ่นและเป็นโมดูล (Modular) มากขึ้น โดยมี Rockwell Automation เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เริ่มขยับตัวนำเสนอโมเดลนี้อย่างชัดเจน ทำไม "Elastic MES" ถึงมาแรง? เริ่มเล็กแต่คิดใหญ่: โรงงานไม่จำเป็นต้องลงระบบตูมเดียวจบ แต่สามารถเลือก "จิ้ม" เฉพาะฟังก์ชันที่จำเป็นก่อนได้ เช่น จะเริ่มแค่โมดูลติดตามการผลิต (Production Tracking) หรือดูคุณภาพ (Quality Management) ก่อน แล้วค่อยขยายเมื่อพร้อม แก้โจทย์โรงงานเก่า: หลายโรงงานมีระบบเก่าฝังราก หรือมีเครื่องจักรหลายยุคผสมกัน การใช้ MES แบบยืดหยุ่นทำให้เชื่อมต่อระบบได้ง่ายกว่าโดยไม่ต้องรื้อของเดิมทิ้งทั้งหมด ผลลัพธ์จับต้องได้: ข้อมูลระบุว่าการใช้ระบบแบบโมดูลนี้ ช่วยเพิ่มค่า - [ถูกใจสายเขียนแบบ! DwyerOmega จับมือ TraceParts ปล่อยไฟล์ 3D CAD ให้โหลดฟรี เร่งงานออกแบบไวขึ้น](https://www.manutalkthai.com/dwyeromega-traceparts-3d-cad/) - ข่าวดีสำหรับวิศวกรผู้ออกแบบระบบ (System Integrator) และฝ่ายเขียนแบบที่ต้องดีลกับงานวัดคุม (Instrumentation) เป็นประจำ ล่าสุด DwyerOmega ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีเซนเซอร์และการวัดคุม ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ TraceParts แพลตฟอร์มคลังไฟล์ 3D ชื่อดัง เพื่อเปิดให้วิศวกรทั่วโลกเข้าถึงไฟล์ CAD ของอุปกรณ์วัดการไหล (Flow), ความดัน (Pressure) และอุณหภูมิ (Temperature) ได้แบบง่าย ๆ และฟรี! ปกติแล้วเวลาเราออกแบบระบบท่อหรือตู้คอนโทรล ปัญหาที่เจอบ่อยคือ "ไม่มีไฟล์ 3D ของอุปกรณ์จริง" ทำให้ต้องเสียเวลานั่งวาดเองหรือกะระยะเอา ซึ่งเสี่ยงต่อความผิดพลาดเวลาติดตั้งจริง (Rework) การขยับตัวของ DwyerOmega ครั้งนี้ช่วยแก้ Pain Point ตรงนี้ได้เป๊ะ ๆ เพราะ: รองรับทุกโปรแกรม: ไฟล์ที่ปล่อยออกมามีครบทุกฟอร์แมตยอดฮิต ทั้ง SOLIDWORKS, AutoCAD, CATIA V5, Inventor, STEP และ STL ครบทุกสเตจงาน: ตั้งแต่เริ่มวางคอนเซปต์ไปจนถึงทำ Prototype - [เจาะลึกบริการจาก Siemens: ทำไม "Service Contracts" ถึงเป็นทางรอดของเครื่องจักร CNC ยุคใหม่?](https://www.manutalkthai.com/siemens-service-contracts-cnc/) - ในโรงงานอุตสาหกรรม "เวลาคือเงิน" และฝันร้ายที่สุดของผู้จัดการโรงงานคือการเห็นเครื่องจักรหยุดทำงาน (Downtime) แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แถมตามมาด้วยบิลค่าซ่อมที่คาดเดาตัวเลขไม่ได้ Siemens ในฐานะเจ้าตลาดคอนโทรลเลอร์เครื่องจักร (CNC) จึงตั้งคำถามสำคัญว่า "Why Service Contracts for Machine Tools?" ทำไมเราต้องมีสัญญาบริการดูแลเครื่องจักร? คำตอบไม่ได้อยู่ที่แค่การซ่อม แต่มันคือการเปลี่ยน "ความเสี่ยง" ให้เป็น "ความแน่นอน" ครับ เปลี่ยนค่าใช้จ่าย "บานปลาย" ให้เป็น "Flat Rate" จุดเด่นที่สุดของ Siemens Service Contracts คือการเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องงบประมาณซ่อมบำรุงที่ผันผวน วางแผนได้เป๊ะ: เปลี่ยนค่าซ่อมฉุกเฉินให้เป็นค่าบริการรายปีแบบเหมาจ่าย (Flat Rate) ที่โปร่งใส กันไว้ดีกว่าแก้: เน้นการตรวจเช็คตามระยะ (Preventive Maintenance) เพื่อให้เครื่องจักรพร้อมรบอยู่เสมอ มาตรฐานระดับโลก: มั่นใจได้ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญจากเครือข่ายของ Siemens ทั่วโลก 3 โซลูชันที่ Siemens ออกแบบมาเพื่อคอนโทรลเลอร์ SINUMERIK โดยเฉพาะ ความเจ๋งคือ Siemens - [Yokogawa จับมือ CMC Solutions รุกตลาด Global ส่งโซลูชัน PEMS ตรวจวัดมลพิษด้วย Software หนุนโรงงานสู่ Net Zero](https://www.manutalkthai.com/yokogawa-cmc-solutions-pems/) - Yokogawa Electric Corporation ประกาศลงนามข้อตกลง Global Agency Agreement กับ CMC Solutions ผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐฯ เตรียมนำโซลูชัน Predictive Emission Monitoring Systems (PEMS) ขยายสู่ตลาดโลก ตอบโจทย์โรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ด้วยเทคโนโลยีที่แม่นยำและคุ้มค่ากว่าเดิม ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการผลักดันเทคโนโลยี PEMS ซึ่งเป็นโซลูชันแบบ Software-based ที่แตกต่างจากระบบตรวจวัดผ่านปล่อง หรือ CEMS แบบดั้งเดิมที่ต้องใช้ Hardware จำนวนมาก โดย PEMS จะทำงานโดยดึงข้อมูล Process Parameters จากระบบควบคุมมาประมวลผลผ่าน Statistical Engine ลิขสิทธิ์เฉพาะของ CMC เพื่อคาดการณ์ค่าการปล่อยมลพิษอย่างแม่นยำ ระบบนี้รองรับอุปกรณ์หลากหลาย เช่น Gas/Liquid-fired Turbine และ Boiler สามารถสร้างรายงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานหน่วยงานกำกับดูแล เช่น U.S. EPA ได้อัตโนมัติ ช่วยลดภาระงาน Compliance และลดต้นทุนการบำรุงรักษา - [เคพีเอ็มจี เผยผลสำรวจผู้บริหารยานยนต์โลกครั้งที่ 25 ชี้ผู้นำอุตสาหกรรมเร่งขับเคลื่อนเทคโนโลยี สร้างความยืดหยุ่น พร้อมฝ่าคลื่นความการเปลี่ยนแปลง [PR]](https://www.manutalkthai.com/kpmg-re-assert-dominance-2026-pr/) - อุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ จากแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทาน ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว รายงาน KPMG Global Automotive Executive Survey (GAES) ครั้งที่ 25 สะท้อนมุมมองของผู้บริหารระดับสูงกว่า 775 คนจากทั่วโลก ซึ่งครอบคลุมทั้งผู้ผลิต (OEMs) ซัพพลายเออร์ ดีลเลอร์ ผู้ให้บริการด้านการเดินทาง และสถาบันการเงิน เพื่อศึกษาว่าองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกมีแนวทางรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร ผลสำรวจปีนี้เผยให้เห็นภาพรวมของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง โดยมีเพียงร้อยละ 15 ขององค์กรที่ไม่เพียงแต่รับมือกับการเปลี่ยนแปลง แต่ยังสามารถสร้างความได้เปรียบจากความไม่แน่นอน และก้าวล้ำทั้งในด้านนวัตกรรม ความพึงพอใจของลูกค้า และประสิทธิภาพการดำเนินงาน ปัจจัยความสำเร็จขององค์กรเหล่านี้ เกิดจากการยึดมั่นดำเนินการตาม กลยุทธ์สำคัญ 5 ประการ (Five T’s of Transformation) ได้แก่ การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformation) การใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด (Technology) การสร้างความเชื่อมั่น (Trust) การจัดการกับแรงกดดันรอบด้าน (Tensions) และ การเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน (Thrive - [Amba ปฏิวัติการผลิตน็อตไซส์ยักษ์ เปิดตัวเครื่องจักร All-in-One ผสานระบบ "Inductive Heating" ขึ้นรูปงานร้อนได้ถึง 18 มม.](https://www.manutalkthai.com/amba-launches-an-all-in-one-machine-integrating-an-inductive-heating-system/) - วงการผลิต Fastener ต้องหันมามอง เมื่อ Aachener Maschinenbau (Amba) ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องจักรจากเยอรมนี ได้เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ที่ทลายข้อจำกัดเดิม ๆ ของการขึ้นรูปหัวน็อต โดยการนำระบบ "การให้ความร้อนแบบเหนี่ยวนำ" (Inductive heating) มาใส่ไว้ในเครื่องจักรแบบ All-in-one เป็นครั้งแรก เพื่อรองรับการผลิตชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่และหนาขึ้น ทำไมต้อง "ร้อน"? (From Cold to Hot Forming) ปกติแล้วเครื่องจักรตระกูลนี้จะถนัดงานขึ้นรูปเย็น (Cold forming) กับลวดขนาด 10-12 มม. แต่เมื่อโจทย์คือต้องขยับไปเล่นของใหญ่อย่างลวดขนาด 18 มม. (0.7 นิ้ว) แรงต้านในการขึ้นรูปจะมหาศาลกว่าเดิมถึง 40% Amba จึงแก้เกมด้วยการเปลี่ยนกระบวนการ: ระบบทำความร้อน: เครื่องจะให้ความร้อนที่ปลายชิ้นงานจนพุ่งสูงถึง 1,000 องศาเซลเซียส ภายในเวลาเพียง 13 วินาที ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการขึ้นรูป ลดภาระเครื่องจักร: ความร้อนช่วยให้โลหะอ่อนตัวลง ทำให้สามารถขึ้นรูปหัวน็อตขนาดใหญ่ได้โดยไม่ฝืนเครื่องจนเกินไป เครื่องเดียวจบ ครบทุกกระบวนการ (All-in-one - [Misumi ดึง “Dave Evans” ผู้ก่อตั้ง Fictiv นั่งแท่นประธานคนใหม่ เดินหน้าปั้นแพลตฟอร์มการผลิตด้วย AI เต็มสูบ](https://www.manutalkthai.com/misumi-appoints-dave-evans-founder-of-fictiv-as-its-new-president/) - มีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองในวงการชิ้นส่วนอุตสาหกรรม เมื่อ Misumi Group ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกล ประกาศแต่งตั้ง Dave Evans ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการของ Misumi Americas อย่างเป็นทางการ ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้น 9 เดือนหลังจากที่ Misumi เข้าซื้อกิจการ Fictiv (บริษัทเทคโนโลยีซัพพลายเชนและการผลิตดิจิทัล) ไปเมื่อเดือนเมษายน 2025 โดยภารกิจหลักของ Evans คือการผสานรวมจุดแข็งของทั้งสององค์กรให้กลายเป็น “แพลตฟอร์มหนึ่งเดียวที่ขับเคลื่อนด้วย AI” (Unified AI-powered platform) เพื่อรุกตลาดอเมริกา Dave Evans ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Fictiv และยังคงควบตำแหน่งซีอีโอของ Fictiv อยู่ด้วยนั้น เป็นผู้ที่เชื่อมั่นในแนวคิด Design-for-Manufacturability อย่างแรงกล้า เขาได้กล่าวถึงทิศทางเทคโนโลยีไว้อย่างน่าสนใจว่า: “AI จะไม่ได้เข้ามาแทนที่วิจารณญาณของวิศวกร แต่มันจะเข้ามามอบบริบทด้านการผลิตที่วิศวกรขาดหายไป ปัญหาที่ยากที่สุดในการผลิตมักวนเวียนอยู่เรื่องค่าความคลาดเคลื่อน (Tolerances), วัสดุ และข้อจำกัดหน้างานจริง... เมื่อเราฝัง AI ลงในแพลตฟอร์มการผลิต มันจะช่วยให้วิศวกรตัดสินใจได้ดีขึ้นตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้ออกแบบชิ้นงานที่ไม่ใช่แค่นวัตกรรมล้ำสมัย แต่ต้อง ‘ผลิตได้จริง - [BOI ไฟเขียว Western Digital ทุ่ม 2,300 ล้าน วิจัยเทคโนโลยี HAMR ในไทย รับยุค AI และ Data Center](https://www.manutalkthai.com/boi-western-digital-hamr/) - BOI อนุมัติส่งเสริมการลงทุนครั้งสำคัญให้ Western Digital ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์รายใหญ่ของโลก ในโครงการวิจัยและพัฒนามูลค่ากว่า 2,300 ล้านบาท เพื่อยกระดับเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลขั้นสูง HAMR (Heat-Assisted Magnetic Recording) ตั้งเป้าปั้นฮาร์ดดิสก์ความจุสูงถึง 100TB ภายในปี 2572 คุณนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI กล่าวว่า เทคโนโลยี HAMR คือนวัตกรรมการบันทึกข้อมูลที่ใช้ลำแสงเลเซอร์ให้ความร้อนเฉพาะจุดบนจานแม่เหล็ก เพื่อเพิ่มความหนาแน่นในการจัดเก็บข้อมูลให้สูงกว่าปัจจุบันหลายเท่าตัว โดยโครงการนี้เป็นความร่วมมือระดับโลกระหว่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และไทย ซึ่งไทยจะรับบทบาทหลักในการวิจัยชิ้นส่วนและการบันทึกข้อมูลด้วยเลเซอร์ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ในอนาคต ในยุคที่ Generative AI และ Cloud Computing ขยายตัว ฮาร์ดดิสก์ หรือ HDD ยังคงเป็นอุปกรณ์หลักใน Data Center เนื่องจากมีต้นทุนต่อหน่วยต่ำกว่า SSD ถึง 5-7 เท่า และมีความเสถียรสูงในการเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ การลงทุนครั้งนี้จึงเป็นการยืนยันว่า HDD ยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญและอยู่ในช่วงความต้องการล้นตลาด การขยับตัวของ - [RoboDK เปิดตัว "RoboDK CAM" เปลี่ยนแขนกลเป็นเครื่องจักร CNC ลดเวลาโปรแกรมจากวันเหลือแค่นาที](https://www.manutalkthai.com/robodk-launches-robodk-cam-transforming-robotic-arms-into-cnc-machines/) - สำหรับคนในวงการผลิต การจะเปลี่ยน "แขนกลหุ่นยนต์" (Robot Arm) ให้มาทำงานกัดกลึง (Machining) แทนเครื่อง CNC นั้น เดิมทีเป็นยาขมหม้อใหญ่ เพราะต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญมานั่งเขียนโค้ดภาษาเฉพาะของหุ่นยนต์แต่ละยี่ห้อ ซึ่งกินเวลาและงบประมาณมหาศาล ล่าสุด RoboDK ได้ทลายกำแพงนี้ด้วยการเปิดตัว "RoboDK CAM" ซอฟต์แวร์ตัวใหม่ที่จะเปลี่ยนไฟล์ CAD ให้กลายเป็นชุดคำสั่งควบคุมหุ่นยนต์ได้โดยอัตโนมัติ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเป็นเซียนเขียนโปรแกรมหุ่นยนต์อีกต่อไป RoboDK CAM ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนหุ่นยนต์ให้ทำงานซับซ้อนได้ ตั้งแต่งานกัด (Milling), เจาะ (Drilling), ลบคม (Deburring) ไปจนถึงงาน 3D Printing (Additive Manufacturing) รองรับการทำงานตั้งแต่ 3 แกน ไปจนถึง 5 แกน พร้อมระบบจำลองการทำงาน (Simulation) ที่ช่วยตรวจสอบการชน (Collision) และดูเนื้องานที่ถูกกัดออกไปได้ล่วงหน้า เลือกใช้ได้ 2 สไตล์ ตามความถนัด ความเจ๋งคือความยืดหยุ่นในการใช้งาน: แบบ Standalone: สำหรับคนที่ต้องการความครบเครื่อง - [Microsoft, Ericsson, SAP, Google Cloud, AWS และอีก 9 บิ๊กคอร์ป Tech ร่วมก่อตั้ง TTA ปฏิวัติมาตรฐานความปลอดภัยใน Supply Chain โลก](https://www.manutalkthai.com/microsoft-ericsson-sap-google-cloud-aws-and-9-crops-tech-tta-for-supply-chain/) - ท่ามกลางเวที Munich Security Conference ที่ตลบอบอวลไปด้วยประเด็นความมั่นคงระดับโลก ได้เกิดความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของวงการไอที เมื่อ 15 บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากทั้งเอเชีย, ยุโรป, อเมริกา และแอฟริกา นำทัพโดย Microsoft, Ericsson, SAP, Google Cloud, AWS และ 12 บริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน Tech ประกาศจับมือกันก่อตั้งพันธมิตรใหม่ในชื่อ "Trusted Tech Alliance" (TTA) ทำไมต้องรวมตัวกันตอนนี้? เรากำลังอยู่ในยุคที่โลกเทคโนโลยีถูกแบ่งแยกด้วย "ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์" (Geopolitics) หลายประเทศเริ่มสร้างกำแพงกีดกันทางการค้าและพยายามผลักดันแนวคิด "Digital Sovereignty" หรือการเป็นเอกราชทางดิจิทัล เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ ซึ่งนั่นกำลังกลายเป็นฝันร้ายของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทั่วโลก Börje Ekholm ซีอีโอของ Ericsson ได้กล่าวประโยคที่สะท้อนภาพความจริงนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า: "คำว่าอธิปไตย (Sovereignty) หากตีความผิดเพี้ยน มันจะกลายเป็นกำแพงกีดกันทางการค้า... บนโลกนี้ไม่มีประเทศไหนหรอกที่สามารถสร้างเทคโนโลยีทุกอย่างได้ด้วยตัวคนเดียวแบบเบ็ดเสร็จ" ภารกิจกู้วิกฤตศรัทธา พันธมิตร TTA จึงเกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหานี้ - [Dassault Systèmes จับมือ Nvidia ปฏิวัติอุตสาหกรรมด้วย "Industry World Models"](https://www.manutalkthai.com/dassault-systemes-nvidia-industry-world-models/) - เมื่อ AI ไม่ได้ทำได้แค่ "ถาม-ตอบ" หรือ "สร้างภาพ" แต่กำลังก้าวเข้ามาเป็นมันสมองของโรงงานและงานวิศวกรรม ล่าสุดเกิดดีลยักษ์ชนยักษ์เมื่อ Dassault Systèmes เจ้าพ่อแห่งเทคโนโลยี Virtual Twin จับมือกับ Nvidia ผู้ทรงอิทธิพลแห่งชิปและโครงสร้างพื้นฐาน AI ประกาศความร่วมมือระยะยาวเพื่อสร้างแพลตฟอร์ม "Industrial AI" รูปแบบใหม่ เป้าหมาย: สร้างโลกจำลองที่ "คิดเองได้" โปรเจกต์นี้ไม่ได้แค่เอาซอฟต์แวร์มาเชื่อมกัน แต่คือการสร้างสิ่งที่เรียกว่า "Industry World Models" หรือแบบจำลองโลกอุตสาหกรรมที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ (Scientifically Validated) ลองจินตนาการดูว่า ในแพลตฟอร์ม 3D Experience ที่วิศวกรใช้ออกแบบงาน จะมี "Virtual Companions" หรือผู้ช่วย AI อัจฉริยะคอยประกบ ผู้ช่วยนี้ไม่ได้แค่เดาข้อมูลสุ่ม ๆ แต่มีความรู้เชิงบริบทของเครื่องจักรและวัสดุจริง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจในเรื่องซับซ้อน ดีลแบบ "วิน-วิน" และแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี ความน่าสนใจของความร่วมมือนี้คือการแลกเปลี่ยนอาวุธหนักของทั้งคู่: Dassault Systèmes จะใช้ขุมพลัง - [TechTalkThai และ ManuTalkThai กำลังเปิดรับ Sponsor Event 2026 รวมงานสัมมนาสุดปัง สำหรับชาว IT](https://www.manutalkthai.com/techtalkthai-manutalkthai-call-sponsor-2026/) - กระแสตอบรับจากผู้สนใจสนับสนุนการจัดงานอย่างต่อเนื่อง เมื่อบริษัท เทคทอล์กไทยกรุ๊ป จำกัด ประกาศจัดงานสัมมนาใหญ่ด้านไอทีเขย่าวงการ รวบรวมความรู้เทรนด์เทคโนโลยีจาก 2 เว็บไซต์ข่าวไอทีแถวหน้าอย่าง TechTalkThai.com และ ManuTalkThai.com งานที่จะมาเสิร์ฟความรู้พร้อมอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีที่ชาว IT นั้น ห้ามพลาด! ขณะนี้กำลังเปิดรับสปอนเซอร์แล้ว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มผู้เข้าร่วมสัมมนาด้าน IT โดยตรงมัดรวมไว้ทั้ง Virtual & Physical Event ทั้งสาย Enterprise และสายโรงงาน สนใจขอรับข้อมูลด่วน! TechTalkThai Physical event 2026 27 May 2026 | Grand Hall, BITECEnterprise Cybersecurity Day 2026 20 October 2026 | Bhiraj Hall, BITECAI & Tech Forum Bangkok 2026 ManuTalkThai Virtual event 2026 - [Audi จับมือ Siemens ดัน 'Virtual PLC' สู่โรงงานจริง เปลี่ยนฮาร์ดแวร์เป็นซอฟต์แวร์เต็มรูปแบบ](https://www.manutalkthai.com/audi-siemens-virtual-plc/) - Audi ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากเยอรมนี ตัดสินใจเดินเกมรุกครั้งสำคัญด้วยเป้าหมายที่ท้าทาย: "ลดภาระฮาร์ดแวร์ แล้วย้ายสมองของโรงงานไปไว้บนซอฟต์แวร์" เพื่อความยืดหยุ่นและความเร็วสูงสุด ที่ผ่านมา การขยายกำลังการผลิตหมายถึงการสั่งซื้อตู้คอนโทรลและอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เพิ่มขึ้น ซึ่งกินทั้งเวลาการส่งมอบ กินพลังงาน และยากต่อการบำรุงรักษา Audi จึงมองหาวิธีที่จะผสานโลก IT (เทคโนโลยีสารสนเทศ) และ OT (เทคโนโลยีปฏิบัติการ) เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ Siemens ที่เข้ามาตอบโจทย์ด้วย SIMATIC S7-1500V ซึ่งเป็น Virtual PLC ตัวแรกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย (TÜV-certified) เปลี่ยนตู้เป็นคลาวด์: แทนที่จะฝังคอนโทรลเลอร์ไว้ทุกจุด Audi ย้ายการควบคุมไปไว้บน Edge Cloud 4 Production ทำให้การจัดการเป็นแบบศูนย์กลาง (Central Management) อัปเดตง่ายแค่ปลายนิ้ว: การปรับเปลี่ยนไลน์ผลิตหรืออัปแพตช์ความปลอดภัย สามารถทำได้ผ่านซอฟต์แวร์จากระยะไกล ไม่ต้องไล่อัปเดตหน้างานทีละเครื่อง คนหน้างานไม่สับสน: แม้ระบบหลังบ้านจะเปลี่ยนไป แต่หน้าจอและเครื่องมือที่พนักงานใช้ยังคงคุ้นเคย ทำให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น บทพิสูจน์ที่โรงงาน e-tron GT โครงการนี้ไม่ใช่แค่แนวคิดในกระดาษ แต่ถูกนำไปทดสอบใช้งานจริงแล้วที่โรงงาน Böllinger Höfe ในเมือง - [Oracle อัปเกรด Cloud SCM พลิกโฉม Process Manufacturing](https://www.manutalkthai.com/oracle-upgrade-cloud-scm-process-manufacturing/) - สำหรับอุตสาหกรรมที่ต้อง "ผสม ปรุง และแปรรูป" กระบวนการผลิตอย่างอาหาร เครื่องดื่ม เคมีภัณฑ์ หรือยา ความท้าทายไม่ใช่แค่การประกอบชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน แต่คือการคุม "สูตรการผลิต" และคุณภาพให้เป๊ะทุกแบตช์ ท่ามกลางกฎระเบียบที่เข้มงวด Oracle เข้าใจปัญหานี้ดี จึงประกาศอัปเกรดใหญ่ให้กับ Oracle Fusion Cloud SCM โดยมุ่งเน้นไปที่การเชื่อมโลกของสูตรการผลิต วัตถุดิบ และการทำงานหน้างาน (Batch Execution) ให้เป็นหนึ่งเดียวบนระบบ Cloud Derek Gittoes รองประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์ SCM ของ Oracle เปรียบเปรยว่า ในอุตสาหกรรมที่ซับซ้อน ผู้ผลิตต้องรักษาคุณภาพให้คงที่แม้ว่าวัตถุดิบจะผันผวน ฟีเจอร์ใหม่นี้จึงเข้ามาเป็นตัวช่วยในการ: จัดการสูตรและผลผลิต (Yield): ปรับสูตรได้แบบ Real-time และแม่นยำ ตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability): รู้ลึกถึงที่มาที่ไปของวัตถุดิบทุกหยด ตอบโจทย์มาตรฐานความปลอดภัยและกฎหมาย รองรับการผลิตแบบผสมผสาน (Mixed-mode): ไม่ว่าจะผลิตเพื่อสต็อก (Make-to-stock) หรือผลิตตามสั่ง (Make-to-order) ระบบเดียวเอาอยู่ สิ่งที่น่าจับตามองในเชิงกลยุทธ์สำหรับฝ่ายไอที คือ - [Fujitsu เดินเกมรุก! ดึงฐานผลิต AI Server กลับญี่ปุ่น ชูจุดขาย "Made in Japan" เพื่อความมั่นคงทางดิจิทัล](https://www.manutalkthai.com/fujitsu-manufacturing-ai-server-made-in-japan/) - ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และภัยไซเบอร์ที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก คำว่า "Digital Sovereignty" กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ภาครัฐและองค์กรชั้นนำต้องขบคิด โดยเฉพาะเมื่อญี่ปุ่นประกาศใช้กฎหมายส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (Economic Security Promotion Act) การปกป้องข้อมูลในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอด เดิมพันครั้งใหม่ด้วยตราประทับ "Made in Japan" Fujitsu Group ไม่รอช้า ประกาศเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์สำคัญ เริ่มต้นกระบวนการผลิต "Sovereign AI Server" ในประเทศญี่ปุ่นอย่างเต็มรูปแบบ ณ โรงงาน Kasashima โดยมีกำหนดเดินสายพานการผลิตในเดือน มีนาคม 2026 นี้ เป้าหมายคือการสร้างเซิร์ฟเวอร์ที่มีความปลอดภัย โปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่แผ่นวงจร (PCB) ไปจนถึงการประกอบตัวเครื่อง เพื่อปิดช่องโหว่การรั่วไหลของข้อมูลและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ ความน่าสนใจของเซิร์ฟเวอร์ชุดนี้อยู่ที่ "หัวใจ" ภายในเครื่อง ระยะแรก (มี.ค. 2026): จะมาพร้อมกับชิปตัวแรงอย่าง NVIDIA HGX B300 และ NVIDIA RTX PRO 6000 (Blackwell - [เมื่อโรงงานอัจฉริยะกลายเป็น 'จุดเปราะบาง': ความปลอดภัยไซเบอร์ผงาดขึ้นวาระเบอร์ 1 ของภาคการผลิต](https://www.manutalkthai.com/cybersecurity-has-risen-to-become-the-number-one-priority-in-the-manufacturing-sector/) - ในขณะที่โรงงานทั่วโลกกำลังเร่งปรับตัวสู่ยุค "Smart Factory" เพื่อดันยอดผลผลิตให้พุ่งทะยาน แต่เหรียญย่อมมีสองด้าน เมื่อเทคโนโลยีที่ชาญฉลาดเหล่านี้กำลังกลายเป็นดาบสองคมที่สร้าง "ความเสี่ยงทางไซเบอร์" (Cybersecurity) จนกลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของผู้บริหารในขณะนี้ สัญญาณเตือนจากปี 2025 ผลสำรวจล่าสุดจาก AMS/ABB Automotive Manufacturing Outlook ปี 2025 จากกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์และซัพพลายเออร์ทั่วโลก เผยตัวเลขที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อผู้บริหารกว่า 84% ยกให้ภัยคุกคามดิจิทัลเป็นเรื่องวิกฤตสูงสุด (Critical) ซึ่งวันนี้ ความปลอดภัยไซเบอร์ได้ก้าวขึ้นมามีความสำคัญเทียบเท่ากับการบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต แซงหน้าความกังวลด้านความปลอดภัยทางกายภาพแบบเดิม ๆ ไปแล้ว ยิ่งเชื่อมต่อ... ยิ่งเสี่ยง ความตื่นตระหนกนี้ไม่ได้เกิดจากข่าวการโจมตีใหญ่ ๆ เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความจริงที่ว่า ยิ่งโรงงานเชื่อมต่อระบบเข้าด้วยกันมากเท่าไร (Connected Factories) เพื่อความฉลาดล้ำ ก็ยิ่งเป็นการขยาย "พื้นที่การโจมตี" (Attack surfaces) ให้กว้างขึ้นอย่างมหาศาล บทเรียนใหม่ของภาคอุตสาหกรรม รายงานชิ้นนี้สรุปให้เห็นภาพชัดเจนว่า วันนี้ภาคการผลิตไม่อาจมอง "การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล" (Digital Transformation) แยกออกจาก "ความเสี่ยงไซเบอร์" ได้อีกต่อไป ทั้งสองสิ่งนี้คือความท้าทายที่มาคู่กัน และต้องถูกบริหารจัดการไปพร้อม - [การ์ทเนอร์เผย 6 เทรนด์ความปลอดภัยไซเบอร์ของปี 2569 [PR]](https://www.manutalkthai.com/gartner-6-trend-for-cybersecurity-in-2026-pr/) - การ์ทเนอร์ อิงก์ เผยการเติบโตก้าวกระโดดของ AI, ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์, ความผันผวนของข้อบังคับทางกฎหมาย และภัยคุกคามที่ถาโถมอย่างรุนแรงคือปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังต่อเทรนด์ Cybersecurity ในปีนี้ อเล็กซ์ ไมเคิลส์ (Alex Michaels) ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การ์ทเนอร์ กล่าวว่า “ผู้นำความมั่นคงความปลอดภัยไซเบอร์กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อน เมื่อปัจจัยเหล่านี้ถาโถมเข้าใส่พร้อม ๆ กัน และกำลังทดสอบขีดจำกัดของทีมงานท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ปรับเปลี่ยนตลอดเวลา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนบีบให้เราต้องสรรหาแนวทางใหม่ ๆ เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงทางไซเบอร์ สร้างความยืดหยุ่น และจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ” เทรนด์ทั้ง 6 ประการนี้จะส่งผลกระทบวงกว้างต่อทั้งในด้านการปฏิรูปด้านธรรมาภิบาล, การรักษาความปลอดภัยในขอบเขตใหม่ ๆ และการนำ AI ไปใช้เป็นมาตรฐาน เทรนด์ที่ 1: Agentic AI ต้องการการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยไซเบอร์ (Agentic AI Demands Cybersecurity Oversight) Agentic AI หรือ AI ที่ทำงานได้ด้วยตนเองกำลังถูกนำมาใช้โดยพนักงานและนักพัฒนาอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดช่องโหว่ใหม่ ๆ โดยเฉพาะจากแพลตฟอร์ม No-code/Low-code และการเขียนโค้ดผ่าน AI (Vibe - [Gartner ชี้ปี 2028 คลังสินค้า 40% จะใช้ Gamification แก้โจทย์แรงงานขาดแคลน](https://www.manutalkthai.com/gartner-gamification-warehouse/) - ปัญหาขาดแคลนแรงงานและอัตราการลาออกที่พุ่งสูง บีบให้ภาคอุตสาหกรรมต้องปรับตัว ล่าสุด Gartner คาดการณ์ว่าภายในปี 2028 คลังสินค้าขนาดใหญ่กว่า 40% จะนำ Gamification มาใช้เพื่อจูงใจพนักงานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน Federica Stufano นักวิเคราะห์จาก Gartner ชี้ว่า การรักษาพนักงานคือความท้าทายสูงสุด โดยเฉพาะกับ Gen Z ที่ต้องการความก้าวหน้าชัดเจน การนำระบบสะสมแต้ม, Badges และ Leaderboards มาใช้ จึงช่วยเปลี่ยนงานซ้ำซากให้มีเป้าหมาย ลดเวลาฝึกอบรม และทำให้พนักงานเห็นพัฒนาการของตนเองผ่าน Dashboard ได้ทันที เทรนด์สำคัญคือการฝัง Gamification ลงในระบบบริหารจัดการคลังสินค้า, หุ่นยนต์ และแอปพลิเคชัน โดยใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อปรับระดับความยากง่ายและรางวัลให้เหมาะสมกับรายบุคคลแบบ Real-time เพื่อรักษาระดับความท้าทายโดยไม่สร้างความกดดันจนเกินไป Gartner ย้ำว่าความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ซอฟต์แวร์ แต่อยู่ที่วัฒนธรรมองค์กร ผู้บริหารต้องเลิกมองแรงงานเป็นสินค้า Commodity ที่จะทดแทนเมื่อไรก็ได้ แต่ให้มองเป็นสินทรัพย์ พร้อมแนะนำ 5 แนวทางสำหรับผู้บริหารดังนี้ ตกลงกติกาการให้รางวัลให้ชัดเจนก่อนเริ่มระบบ แก้ปัญหาพื้นฐาน เช่น การรอคิวงาน - [“ดร.คมกริช ไพฑูรย์” แม่ทัพ Honeywell ไทย คว้า “President’s Club Winner” ครั้งแรกในฐานะผู้นำ พาไทยผงาดสถิติแชมป์สมัยที่ 5 ยืนหนึ่งวงการบาร์โค้ด](https://www.manutalkthai.com/interview-komkrit-paitoon-honeywell-thailand-with-presidents-club-winner/) - ณ Charlotte, North Carolina USA สำนักงานใหญ่ ฮันนี่เวลล์ (Honeywell Headquarters) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีอาคารและอุตสาหกรรม ได้ประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติที่สุดขององค์กร โดยในปีนี้ ดร.คมกริช ไพฑูรย์ Country Director ประจำประเทศไทย ได้สร้างชื่อเสียงให้แก่ภูมิภาค ด้วยการคว้ารางวัล "Honeywell 2026 PSS PRESIDENT'S CLUB WINNER" มาครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดบาร์โค้ดและโซลูชันเพื่อธุรกิจ (Productivity Solutions and Services - PSS) รางวัล Honeywell President's Club Award เป็นหนึ่งในรางวัลอันทรงเกียรติที่สุดสำหรับพนักงานขายของ Honeywell และยังขึ้นชื่อว่าเป็นรางวัลที่ "หินที่สุด" โดยเฉพาะสำหรับระดับผู้นำประเทศ (Country Sales Leader) ที่ต้องแบกรับความคาดหวังมหาศาลและเป้าหมายที่เติบโตขึ้นทุกปี ปกติแล้วรางวัลนี้มักตกเป็นของฝ่ายขายระดับปฏิบัติการ การที่ระดับหัวหน้าทัพจะก้าวขึ้นมาคว้ารางวัลนี้ได้ จึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากและพิสูจน์ถึงฝีมือระดับหาตัวจับยาก ธุรกิจกลุ่ม Productivity Solutions and Services - [Microchip Technology และ Hyundai Motor Group ร่วมมือกันเพื่อศึกษาการใช้งาน 10BASE-T1S Single Pair Ethernet สำหรับการเชื่อมต่อยานยนต์ในอนาคต [PR]](https://www.manutalkthai.com/microchip-technology-x-hyundai-motor-group-in-research-of-10base-t1s-single-pair-ethernet-for-automotive-development-pr/) - Microchip Technology (Nasdaq: MCHP) ได้ประกาศในวันนี้ ถึงความร่วมมือกับ Hyundai Motor Group (HMG) เพื่อศึกษาการใช้งานโซลูชันเครือข่ายในยานยนต์ขั้นสูง ซึ่งใช้เทคโนโลยี10BASE-T1S Single Pair Ethernet (SPE) ความพยายามในการร่วมมือดังกล่าวนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนการพัฒนาสถาปัตยกรรมยานยนต์ที่มีประสิทธิภาพ เชื่อถือได้ และขยายระบบได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการในอนาคตของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เปลี่ยนแปลงไป ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (Advanced Driver-Assistance Systems (ADAS)) และฟังก์ชันยานยนต์ที่เชื่อมต่อกัน ได้ขับเคลื่อนความต้องการที่มีต่อเครือข่ายในยานยนต์ที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพสูงให้เพิ่มมากขึ้น SPE ทำหน้าที่เสมือนเทคโนโลยีพื้นฐานสำหรับสถาปัตยกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ช่วยให้เกิดการเชื่อมต่อที่ราบรื่นทั่วทั้งระบบ ด้วยการลดความจำเป็นในการเชื่อมต่อระหว่างบัสสื่อสารหลายตัว ทั้งแบบมาตรฐานและแบบกรรมสิทธิ์เฉพาะ SPE จึงช่วยลดความซับซ้อนระบบสายไฟ ลดต้นทุนระบบ และผสานการบูรณาการเครือข่ายให้มีความราบรื่นยิ่งขึ้น ภายใต้ความร่วมมือนี้ Hyundai Motor Group จึงได้ทำงานร่วมกับ Microchip ในการผสานรวมโซลูชัน 10BASE-T1S ของ Microchip เข้ากับแพลตฟอร์มยานยนต์อนาคตโดยเฉพาะในภาคส่วนที่มีการเติบโตสูง เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า ระบบขับขี่อัตโนมัติ และยานยนต์อัจฉริยะ โดยความร่วมมือนี้ยังรวมถึงการเข้าถึงการสนับสนุนทางเทคนิคจาก Microchip และตัวอย่างผลิตภัณฑ์ขั้นต้น - [Huawei Digital Power จับมือ Chow Energy เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ขับเคลื่อนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์กว่า 100 MW ภายในปี 2569 [PR]](https://www.manutalkthai.com/huawei-digital-power-x-chow-energy-mou-solar-energy-100-mw-in-2026-pr/) - บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ผ่านกลุ่มธุรกิจ Huawei Digital Power ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ จับมือกับบริษัท เชาว์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (Chow Energy) ผู้นำที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนโครงการพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ ภายใต้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งส่งมอบโครงการพลังงานแสงอาทิตย์รวมกำลังการติดตั้งมากกว่า 100 MW ภายในปี 2569 นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงการเริ่มต้นบทใหม่ของการพัฒนาพลังงานสะอาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กรในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างยั่งยืน ความร่วมมือดังกล่าวต่อยอดจากความสัมพันธ์อันยาวนานตั้งแต่ Chow Energy ก่อตั้งขึ้นในปี 2557 โดยตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา Huawei Digital Power ได้ทำหน้าที่เป็นพันธมิตรหลักด้านเทคโนโลยีและโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับ Chow Energy ทั้งสองบริษัทได้ร่วมกันพัฒนาและนำโครงการเข้าสู่การใช้พลังงานแสงอาทิตย์แล้วมากกว่า 3,000 โครงการ สร้างรากฐานระบบนิเวศพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีความแข็งแกร่ง มั่นคง และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในประเทศไทย ในขณะที่ประเทศไทยเร่งเดินหน้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภาครัฐได้ออกนโยบายสำคัญเพื่อสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและมีต้นทุนที่แข่งขันได้มากขึ้น ท่ามกลางบริบทดังกล่าว Chow Energy ในฐานะผู้นำตลาดในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศ ยังคงให้ความสำคัญกับการเลือกใช้เทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์และโซลูชันโซลาร์เซลล์ที่มีความล้ำสมัย ปลอดภัย และเชื่อถือได้สูงสุด โดยโซลูชันจาก - [Apex Steel ยกระดับความแม่นยำสู่ 99% ด้วยโซลูชัน Digital Transformation จาก Zebra Technologies](https://www.manutalkthai.com/apex-steel-zebra-technologies/) - Zebra Technologies ผู้นำด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ประกาศความสำเร็จในการร่วมมือกับ Apex Steel ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของออสเตรเลีย ในการพลิกโฉมระบบคลังสินค้าและกระบวนการผลิตสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ Apex Steel เผชิญกับปัญหาจากระบบที่ใช้กระดาษ ซึ่งทำให้การนับสต็อกคลาดเคลื่อนและจัดส่งล่าช้า เพื่อแก้ไขปัญหานี้ บริษัทจึงตัดสินใจปรับปรุงกระบวนการทำงานใหม่โดยใช้อุปกรณ์ความทนทานสูงจาก Zebra Nick Lachimea ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารองค์กร Apex Steel เผยว่า เดิมทีการรับคำสั่งซื้อใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมง แต่เมื่อใช้คอมพิวเตอร์พกพา Zebra MC9 Series ระยะเวลาลดลงเหลือเพียง 10 นาที หรือเร็วขึ้นถึง 6 เท่า ทำให้เรายืนยันสต็อกได้ทันที และมั่นใจในการจัดส่งสินค้าวันถัดไปได้สูงถึง 99% หัวใจสำคัญของการข้ามผ่านขีดจำกัดเดิม คือการผสานระบบ Information Technology หรือ IT และ Operation Technology หรือ OT เข้าด้วยกัน โดยเชื่อมต่อระบบ Produmex WMS เข้ากับระบบ SAP Business One ผ่านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ระดับอุตสาหกรรมดังนี้ - [Rockwell Automation ปักธงสิงคโปร์ เปิดศูนย์ SOC เฝ้าระวังภัยไซเบอร์ 24 ชม. รับมือยุค "โรงงานอัจฉริยะ" เสี่ยงสูง](https://www.manutalkthai.com/rockwell-automation-soc-ot-security/) - โรงงานต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังมุ่งหน้าสู่การเป็น Smart Manufacturing เต็มตัว แต่ "ภัยเงียบ" อย่างการโจรกรรมข้อมูลและ Ransomware ก็กำลังพุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจ รายงาน State of Smart Manufacturing Report ล่าสุดชี้ว่า ภัยไซเบอร์กลายเป็นความเสี่ยงภายนอกอันดับ 2 ที่ผู้ผลิตต้องเผชิญ ทำให้ Rockwell Automation ตัดสินใจเดินหมากสำคัญเพื่อปกป้องลูกค้าในภูมิภาคนี้ เปิดตัว "ป้อมปราการ" แห่งใหม่ในสิงคโปร์ Rockwell Automation ได้เปิดตัว Security Operations Center (SOC) แห่งใหม่ ณ สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในสิงคโปร์ โดยศูนย์นี้เปรียบเสมือน "หอคอยเฝ้าระวัง" ที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ทำหน้าที่สอดส่อง ตรวจจับ และตอบโต้ภัยคุกคามทางไซเบอร์แบบเรียลไทม์ โดยเน้นไปที่ระบบ OT (Operational Technology) ในโรงงานโดยเฉพาะ อาวุธลับ: AI - [UiPath ผนวก WorkFusion เสริมแกร่งระบบตรวจสอบ KYC/AML อัจฉริยะ](https://www.manutalkthai.com/uipath-workfusion-kyc-aml/) - วงการ Automation ต้องจับตามองอีกครั้ง เมื่อ UiPath เจ้าตลาดด้าน RPA ตัดสินใจขยายอาณาจักรด้วยการเข้าซื้อกิจการ WorkFusion ดีลนี้ไม่ใช่แค่การรวมเทคโนโลยี แต่เป็นการประกาศก้าวสำคัญเข้าสู่สมรภูมิที่มีกฎระเบียบเข้มงวดที่สุดอย่าง "การป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน" ทำไมต้อง WorkFusion? ในขณะที่ UiPath เชี่ยวชาญเรื่องการเชื่อมต่อระบบ (Orchestration) สิ่งที่ WorkFusion เติมเต็มคือ "AI Agents" ที่ถูกฝึกฝนมาอย่างโชกโชนสำหรับงานเฉพาะทางอย่าง: KYC (Know Your Customer): การยืนยันตัวตนลูกค้า AML (Anti-Money Laundering): การป้องกันการฟอกเงิน Sanctions Screening: การตรวจสอบรายชื่อผู้ถูกคว่ำบาตร งานเหล่านี้ปกติต้องใช้ "มนุษย์" จำนวนมากในการอ่านเอกสาร วิเคราะห์ความเสี่ยง และตัดสินใจ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงและช้า แต่ AI ของ WorkFusion สามารถทำหน้าที่นี้ได้โดยยังคงไว้ซึ่งความโปร่งใส ตรวจสอบย้อนหลังได้ (Auditability) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ธนาคารต้องการ ผลลัพธ์ระดับโลก: ลดต้นทุนมหาศาล ความสำเร็จนี้ไม่ใช่เรื่องขายฝัน แต่มีกรณีศึกษาจากยักษ์ใหญ่ทางการเงิน: Scotiabank: - [Nikon ผงาดในอุตสาหกรรมทางทะเล: คว้าออเดอร์เครื่องพิมพ์ 3 มิติโลหะเครื่องที่ 2 จากอู่ต่อเรือยักษ์ใหญ่](https://www.manutalkthai.com/nikon-hii-printer-3d/) - ในวงการต่อเรือยักษ์ใหญ่ การผลิตชิ้นส่วนด้วยวิธีดั้งเดิมอย่างการ "หล่อโลหะ" (Casting) กำลังถูกท้าทายด้วยเทคโนโลยีใหม่ ล่าสุด HII (Newport News Shipbuilding) ผู้ต่อเรือรายใหญ่ให้กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจ "เบิ้ล" คำสั่งซื้อเครื่องพิมพ์ 3 มิติโลหะขนาดยักษ์ Nikon NXG 600E เป็นเครื่องที่สอง ตอกย้ำว่ายุคแห่ง Additive Manufacturing ในอุตสาหกรรมทางทะเลได้มาถึงแล้วอย่างแท้จริง การสั่งซื้อซ้ำครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการยืนยันความสำเร็จหลังจากที่ HII ได้ทดลองใช้เทคโนโลยี Laser Powder Bed Fusion (L-PBF) ของ Nikon SLM Solutions มาก่อนหน้านี้ เป้าหมายของ HII ชัดเจนมาก คือต้องการนำเครื่องจักรนี้มาผลิตชิ้นส่วนที่ซับซ้อนและมีขนาดใหญ่ เพื่อทดแทนการหล่อแบบเก่าที่ใช้เวลานานและยุ่งยาก โดยเฉพาะชิ้นส่วนสำคัญในเรือรบที่ต้องการความแม่นยำสูง ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้จบแค่การซื้อขายเครื่องจักร แต่ทีมวิศวกรของทั้งสองฝั่งกำลังร่วมมือกันพัฒนา Parameter สำหรับการพิมพ์วัสดุพิเศษอย่าง "นิกเกิลอะลูมิเนียมบรอนซ์" (NiAlBr) นี่คือวัสดุหัวใจสำคัญในงานทะเลที่ต้องทนต่อการกัดกร่อน การที่สามารถ "พิมพ์" วัสดุชนิดนี้ออกมาได้ หมายถึงห่วงโซ่อุปทานของกองทัพเรือสหรัฐฯ - [ครั้งแรกในไทย! ฮอนด้า โชว์ไฮไลต์ Honda 0 α พร้อมจัดแสดงให้สัมผัสที่ “The M.O.V.E. by Honda” ถึง 31 มี.ค. 2569 นี้ [PR]](https://www.manutalkthai.com/honda-0-alpha-showcase-in-thailand-pr/) - บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด และบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด อัปเดตไฮไลต์นวัตกรรมใหม่ที่จัดแสดงภายใน “The M.O.V.E. by Honda” Immersive Experience Center แห่งแรกของแบรนด์ จัดแสดง Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) รถ SUV ไฟฟ้าต้นแบบรุ่นล่าสุดในไลน์อัป Honda 0 Series ครั้งแรกในประเทศไทย หลังจากเผยโฉมครั้งแรกในโลกที่งาน Japan Mobility Show 2025 เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาพร้อมด้วยHonda 0 SALOON Flagship Model ของซีรีส์ฯที่นำกลับมาจัดแสดงอีกครั้ง ส่งตรงจากญี่ปุ่นสู่ประเทศไทยเพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสโมเดลแห่งอนาคตอย่างใกล้ชิด ณ EM GLASS ชั้น G ศูนย์การค้า EMSPHEREตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 Honda - [FedEx เปิดตัว Scoop หุ่นยนต์ AI ขนถ่ายสินค้าอัจฉริยะ ตอบโจทย์ความปลอดภัย และยกระดับประสิทธิภาพ](https://www.manutalkthai.com/fedex-scoop-autonomous-robotic-trailer-unloader/) - FedEx ประกาศความสำเร็จในการพัฒนา Scoop ระบบหุ่นยนต์ขนถ่ายสินค้าจากเทรลเลอร์แบบอัตโนมัติ หรือ Autonomous Robotic Trailer Unloader ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Berkshire Grey ผู้นำด้านโซลูชันหุ่นยนต์ AI โดยจะนำมาใช้จริงภายในปี 2026 แก้ปัญหาการใช้แรงงานหนัก ด้วยระบบอัตโนมัติที่ปลอดภัยกว่า ในอุตสาหกรรมการผลิตและโลจิสติกส์ การขนถ่ายพัสดุออกจากตู้เทรลเลอร์ถือเป็นงานที่มีความท้าทายสูงที่สุด เนื่องจากพัสดุมีความหลากหลายทั้งขนาดและรูปร่าง รวมถึงเป็นงานที่ต้องใช้แรงกายอย่างหนักและมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยต่อพนักงาน Scoop ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับปัญหาเหล่านี้โดยเฉพาะ ด้วยการใช้เทคโนโลยี Physical AI ทำให้หุ่นยนต์สามารถรับรู้และวิเคราะห์ความแตกต่างของพัสดุภายในตู้ได้แบบเรียลไทม์ พร้อมตัดสินใจเคลื่อนที่และลำเลียงสินค้าออกมาได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่ยังเปิดให้พนักงานสามารถเข้าไปดูแลในบางกรณีได้ สำหรับนวัตกรรมหลักของระบบ Scoop มีดังนี้ ระบบสามารถตัดสินใจได้เองภายในตู้เทรลเลอร์ เพื่อจัดการกับพัสดุที่คละกันและขนถ่ายสินค้าออกมาจนหมดตู้ด้วยความเร็วสูง ก่อนจะเคลื่อนที่ออกจากตู้เองโดยอัตโนมัติ ออกแบบมาให้สามารถติดตั้งเข้ากับโครงสร้างคลังสินค้าเดิมของ FedEx ได้ทันที ไม่ต้องรื้อถอนหรือปรับปรุงพื้นที่ขนานใหญ่ ยึดหลักความปลอดภัยสูงสุด ช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บของพนักงานที่ต้องทำงานในพื้นที่จำกัดและรับน้ำหนักพัสดุจำนวนมาก ก่อนหน้านี้ FedEx ได้มีการนำระบบ Robotic Product Sortation and Identification (RPSi) มาใช้คัดแยกพัสดุขนาดเล็กตั้งแต่ปี 2021 และการเปิดตัว Scoop - [ปลดล็อกพันธนาการฮาร์ดแวร์: Schneider Electric ส่ง "Foxboro SDA" ปฏิวัติระบบควบคุมการผลิตสู่ยุค Software-Defined](https://www.manutalkthai.com/schneider-electric-foxboro-sda-software-defined/) - ปัญหาคลาสสิกที่โรงงานส่วนใหญ่ต้องเจอคือ "กับดักของระบบปิด" ที่ผูกติดซอฟต์แวร์ไว้กับฮาร์ดแวร์รุ่นเก่า ทำให้การอัปเกรดแต่ละครั้งเป็นเรื่องใหญ่และสิ้นเปลือง งานวิจัยล่าสุดที่ Schneider Electric ทำร่วมกับ Omdia เผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า บริษัทอุตสาหกรรมขนาดกลางต้องสูญเสียรายได้เฉลี่ยถึง 7.5% ต่อปี ไปกับความยุ่งยากนี้ ทั้งจาก Downtime และความไร้ประสิทธิภาพ เพื่อแก้ปัญหานี้ Schneider Electric ได้เปิดตัว EcoStruxure Foxboro Software Defined Automation (SDA) ซึ่งเคลมว่าเป็นระบบควบคุมแบบกระจายศูนย์ (DCS) ที่ "กำหนดด้วยซอฟต์แวร์" ระบบแรกของวงการ Hany Fouda ผู้บริหารระดับสูงของ Schneider เรียกสิ่งนี้ว่า "จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ" เพราะหัวใจของ Foxboro SDA คือการ "แยกซอฟต์แวร์ออกจากฮาร์ดแวร์" อย่างสิ้นเชิง อิสระในการอัปเกรด: โรงงานสามารถปรับปรุงซอฟต์แวร์ควบคุมการผลิตได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ยกชุด เชื่อมต่อไร้รอยต่อ: ข้อมูลจากการออกแบบ การผลิต และการซ่อมบำรุงจะถูกเชื่อมโยงถึงกัน ช่วยให้การนำ AI, Edge Computing หรือระบบอัตโนมัติมาใช้ทำได้ง่ายขึ้นตามจังหวะความพร้อมของแต่ละโรงงาน - [Vention เปิดตัว "GRIIP" ระบบ AI อัจฉริยะ สอนงานจบใน 15 นาที ไม่ต้องง้อ Training Data](https://www.manutalkthai.com/vention-launches-griip-an-intelligent-ai-system/) - "เวลา" คือต้นทุนมหาศาล การจะเซ็ตอัปหุ่นยนต์สักตัวให้ฉลาดพอที่จะหยิบจับชิ้นงานที่วางสะเปะสะปะได้ มักต้องใช้เวลาเขียนโปรแกรมและเทรนข้อมูล (Training Data) กันเป็นวัน ๆ หรือเป็นสัปดาห์ แต่วันนี้ Vention ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบอัตโนมัติ ได้ทลายกำแพงนั้นลงด้วยการเปิดตัว "GRIIP" (Generalized Robotic Industrial Intelligence Pipeline) โซลูชัน Physical AI แบบ End-to-End ที่เปลี่ยนให้หุ่นยนต์ธรรมดา กลายเป็นหุ่นยนต์ที่มี "ดวงตาและสมอง" พร้อมทำงานได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านการฝึกสอนที่ยุ่งยาก หัวใจของ GRIIP คือการผสานโมเดลเฉพาะของ Vention เข้ากับเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง NVIDIA Isaac (FoundationStereo และ FoundationPose) ผลลัพธ์ที่ได้คือหุ่นยนต์ที่สามารถ "มองเห็น" สภาพแวดล้อม วิเคราะห์ตำแหน่ง และวางแผนการหยิบจับชิ้นงานได้เอง ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ความง่ายและรวดเร็ว: Zero Training Data: ไม่ต้องเสียเวลาเก็บภาพเพื่อสอน AI อีกต่อไป CAD-to-Pick ใน 15 นาที: เพียงแค่มีไฟล์ - [Infineon เสริมเขี้ยวเล็บรับยุค AI ทุ่มราว 2 หมื่นล้านบาท คว้าธุรกิจเซนเซอร์จาก ams Osram](https://www.manutalkthai.com/infineon-acquires-ams-osram/) - Infineon Technologies ยักษ์ใหญ่ชิปจากเยอรมนี ขยับทัพครั้งสำคัญ ด้วยการประกาศเข้าซื้อธุรกิจเซนเซอร์ชนิดไม่ใช้แสง (Non-optical Sensors) จาก ams Osram ในมูลค่ากว่า 570 ล้านยูโร (ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท) เดิมพันครั้งใหม่ในตลาด "Automotive & Robotics" การเข้าซื้อครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการขยายพอร์ตสินค้า แต่เป็นการเติมจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญให้กับ Infineon ในยุคที่โลกกำลังต้องการ "ประสาทสัมผัส" ของเครื่องจักรที่แม่นยำขึ้น เทคโนโลยีที่ได้มาจะถูกนำไปเสริมแกร่งใน 3 ตลาดหลักที่กำลังเติบโต: ยานยนต์ (Automotive): รองรับเทรนด์ Software-Defined Vehicles ด้วยเซนเซอร์ระบุตำแหน่งและอุณหภูมิความแม่นยำสูง ช่วยให้ระบบความปลอดภัยและการควบคุมช่วงล่างรถยนต์ทำงานได้เฉียบคมขึ้น หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (Industrial & Robotics): นี่คือไฮไลต์สำคัญ เพราะเซนเซอร์วัดมุมและตำแหน่งเป็นหัวใจของ "หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์" และ "Co-bot" ที่ต้องทำงานร่วมกับมนุษย์ การได้เทคโนโลยีนี้มาจะช่วยให้ Infineon ตอบโจทย์ตลาด Physical AI ได้ครบวงจร การแพทย์ (Medical): เสริมศักยภาพอุปกรณ์วินิจฉัยโรค - [DEWALT เปิดตัวหุ่นยนต์เจาะพื้นอัตโนมัติรายแรกของโลก ติดสปีดก่อสร้าง Data Center รับกระแส AI](https://www.manutalkthai.com/dewalt-worlds-first-downward-drilling/) - ในวันที่ความต้องการประมวลผลของ AI พุ่งสูงขึ้นจนทำให้การขยาย Data Center กลายเป็นการแข่งขันกับเวลา ล่าสุด DEWALT แบรนด์ในเครือ Stanley Black & Decker ร่วมกับ August Robotics เปิดตัวหุ่นยนต์เจาะพื้นคอนกรีตอัตโนมัติรุ่นแรกของโลก เพื่อเข้ามาอุดช่องว่างและเร่งสปีดงานก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกลโดยเฉพาะ หุ่นยนต์รุ่นนี้ผ่านการทดสอบจริงในโครงการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลกมาแล้วกว่า 10 เฟส โดยสามารถเจาะรูบนคอนกรีตได้เร็วกว่าแรงงานคนถึง 10 เท่า ส่งผลให้ภาพรวมของโครงการลดระยะเวลาการก่อสร้างลงได้ถึง 80 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการความเร็วในการเข้าสู่ตลาด หัวใจสำคัญของหุ่นยนต์ตัวนี้คือความแม่นยำในการเจาะรูนับหมื่นเพื่อติดตั้ง Server Rack และงานระบบไฟฟ้า และประปา โดยให้ค่าความแม่นยำสูงถึง 99.97% จากการเจาะจริงกว่า 90,000 รู ช่วยลดโอกาสเกิดความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ และลดต้นทุนต่อรูได้อย่างมหาศาล อีกทั้งยังช่วยยกระดับความปลอดภัยในไซต์งาน ลดความเสี่ยงจากการสัมผัสฝุ่นและการสั่นสะเทือนตามมาตรฐาน Bill Beck ประธานฝ่าย Tools & Outdoor ระบุว่าการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกจะสูงถึง 7 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 การใช้เทคโนโลยี Robotic Solution - [เมื่อหุ่นยนต์ "เย็บรองเท้า" ABB ผนึก Desma พลิกโฉมโรงงาน Strauss สู่อนาคตแห่งความยืดหยุ่น](https://www.manutalkthai.com/abb-desma-automation-strauss/) - ในอุตสาหกรรม "รองเท้า" ถือเป็นโจทย์ปราบเซียนสำหรับระบบอัตโนมัติเสมอมา ด้วยความซับซ้อนของไซส์ รูปทรง และวัสดุที่หลากหลาย การจะหาเครื่องจักรที่ทำได้ทั้งรองเท้าเด็กเล็กจิ๋วไปจนถึงรองเท้าเซฟตี้หัวเหล็กในไลน์การผลิตเดียว จึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ Desma ผู้ผลิตเครื่องจักรทำรองเท้าระดับโลก ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดนี้ด้วยความร่วมมือยาวนานกว่า 40 ปีกับ ABB Robotics โดยนำกองทัพหุ่นยนต์กว่า 1,700 ตัวเข้าไปเปลี่ยนโฉมโรงงานรองเท้าทั่วโลก และหนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่สุดคือที่ Strauss แบรนด์ชุดทำงานชื่อดังในเยอรมนี ณ โรงงาน CI Factory ของ Strauss หุ่นยนต์ไม่ได้แค่ทำหน้าที่ "หยิบ-วาง" แบบเดิมๆ อีกต่อไป แต่พวกมันรับบทบาทช่างฝีมือที่ทำงานละเอียดอ่อน ผ่านกระบวนการผลิตแบบ Direct Soling (การฉีดพื้นรองเท้าติดกับตัวรองเท้าโดยตรง) หัวใจสำคัญคือการทำงานประสานกันของหุ่นยนต์ ABB รุ่น IRB 1600 และ IRB 2600 รวม 5 ตัว ที่ทำหน้าที่ตั้งแต่พ่นน้ำยากันติด (Release Agent) ไปจนถึงงานขัดผิวที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง และการวางพื้นเหล็ก ซึ่งเป็นงานที่ต้องการทั้งแรงและความละเอียดระดับ 0.1 - [4 เหตุผลที่องค์กรควรอัปเกรดสู่ SAP Cloud ERP ในปี 2026 โดย NTT DATA Business Solutions](https://www.manutalkthai.com/ndbs-4-reasons-for-upgrading-to-sap-cloud-erp-in-2026-for-enterprise-by-ntt-data-business-solutions/) - ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและฝืดเคืองในปี 2025 ที่ผ่านมา ธุรกิจองค์กรไทยหลายแห่งได้เริ่มเดินกลยุทธ์ในการเตรียมความพร้อมให้กับการดำเนินงานเบื้องหลังของธุรกิจ เพื่อเตรียมรับต่อการกลับมาของเศรษฐกิจในอนาคต ส่งผลให้การลงทุนในการวางระบบ ERP ใหม่นั้นเติบโตในช่วงปีที่ผ่านมา และเชื่อว่าเหตุการณ์เดียวกันนี้จะยังคงดำเนินต่อไปในปี 2026 นี้ด้วยเช่นกัน ในบทความนี้ NTT DATA Business Solutions ประเทศไทยหรือ NDBS Thailand จะมาเจาะลึกถึง 4 เหตุผลที่องค์กรควรอัปเกรดสู่ SAP Cloud ERP ในปี 2026 นี้กัน 1. ERP จะยังคงเป็นรากฐานสำคัญในการบริหารจัดการธุรกิจต่อไปอีกอย่างยาวนานท่ามกลางยุคสมัยของ AI แม้ว่าการมาของ AI จะทำให้ภาคธุรกิจองค์กรทั่วโลกตื่นตัวกันเป็นอย่างมากในปี 2025 ที่ผ่านมา และเริ่มมีแนวคิดของการบริหารธุรกิจทั้งหมดด้วย AI ในทุกภาคส่วน จนหลายคนเริ่มตั้งคำถามกันว่า "ในอนาคตยังจำเป็นต้องมี ERP ต่อไปหรือไม่? ในเมื่อ AI สามารถจัดการข้อมูลธุรกิจทั้งหมดได้" ในมุมมองของ NTT DATA Business Solutions นั้นคำตอบคือ "ในอนาคต ERP - [Western Digital เร่งนวัตกรรมระบบจัดเก็บข้อมูลสำหรับยุค AI [PR]](https://www.manutalkthai.com/western-digital-innovation-for-ai-showcase-pr/) - Western Digital (Nasdaq: WDC) เปิดตัวโรดแมประบบจัดเก็บข้อมูลใหม่ที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางในงาน Innovation Day 2026 ซึ่งพลิกโฉมฮาร์ดดิสก์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของ AI และตอกย้ำบทบาทของ WD ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานสตอเรจสำหรับเศรษฐกิจข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วย AI การประกาศครั้งนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของธุรกิจ WD ที่นำไปสู่เทคโนโลยีสตอเรจยุคใหม่ ครอบคลุมตั้งแต่ความจุที่ขยายได้ การเพิ่มประสิทธิภาพระดับก้าวกระโดด นวัตกรรมด้านประสิทธิภาพพลังงาน ไปจนถึงแพลตฟอร์ม API อัจฉริยะที่ให้ความคุ้มค่าด้านต้นทุน ในยุคที่ AI สร้างข้อมูลมหาศาล ความต้องการระบบจัดเก็บข้อมูลจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบโจทย์นี้ WD มุ่งเน้นความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก โดยเฉพาะด้านความจุที่เชื่อถือได้และความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ที่พิสูจน์แล้ว ประสิทธิภาพการทำงาน ประสิทธิภาพพลังงาน และกระบวนการรับรองผลิตภัณฑ์ที่รวดเร็วโดยไม่กระทบต่อธุรกิจลูกค้า ภายในงาน Innovation Day WD ได้นำเสนอเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้และกำลังจะทำการขยายการใช้งานในระดับใหญ่ การประกาศในวันนี้สะท้อนถึงยุคใหม่ของ WD ต่อเนื่องจากการดำเนินกลยุทธ์ตลอดปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนไปสู่ความร่วมมือระยะยาวกับลูกค้าภายใต้สัญญาหลายปี การยกระดับความเป็นเลิศด้านการดำเนินงาน ผ่านการปฏิบัติที่มีวินัยที่ช่วยเพิ่มกำไรขั้นต้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบปีต่อปี และการปรับวัฒนธรรมองค์กรผ่านการเปลี่ยนแปลงผู้นำเพื่อเร่งการตัดสินใจ ความสำเร็จเหล่านี้ส่งผลให้ WD ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ดัชนี Nasdaq 100 และติดอันดับบริษัทที่มีผลงานโดดเด่นใน S&P 500 ประจำปี - [LIV-24 ชู Smart Tech พลิกโฉมคลังสินค้า–โลจิสติกส์ไทยจาก ‘แข่งราคา’ สู่ ‘แข่งประสิทธิภาพ’ รับดีมานด์ E-Commerce โต [PR]](https://www.manutalkthai.com/liv-24-smart-tech-gaming-changing-for-e-commerce-pr/) - นางสาวนิรมล ดิเรกมหามงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลิฟ-24 จำกัด เปิดเผยว่า การเติบโตของอีคอมเมิร์ซไทยที่ต่อเนื่องไม่ได้เพิ่มเพียงความต้องการใช้พื้นที่คลังสินค้า แต่ยังทำให้ความคาดหวังของผู้บริโภคต่อระบบจัดส่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งด้านความตรงเวลา ความแม่นยำ ความปลอดภัย และความต่อเนื่องของบริการ เมื่อความคาดหวังของผู้บริโภคสูงขึ้น ผู้เช่าในกลุ่มโลจิสติกส์และอีคอมเมิร์ซจึงต้องมองหาคลังสินค้าที่สามารถรองรับการดำเนินงานได้อย่างมีเสถียรภาพและลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงาน ส่งผลให้บทบาทของคลังสินค้าเปลี่ยนจากระบบสนับสนุนหลังบ้าน มาเป็นโครงสร้างสำคัญที่มีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าและภาพลักษณ์ของธุรกิจ “วันนี้ผู้เช่าไม่ได้มองคลังสินค้าเป็นเพียงพื้นที่สำหรับจัดเก็บสินค้าเท่านั้น แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีผลต่อรายได้ ต้นทุน และความเชื่อมั่นของลูกค้าโดยตรง หากคลังสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยง และรองรับการขยายตัวของธุรกิจได้จริง ผู้เช่าจำนวนไม่น้อยยินดีจ่ายค่าเช่าในอัตราที่สูงขึ้น และพร้อมเลือกใช้พื้นที่ในระยะยาว แลกกับประสิทธิภาพในการบริหารจัดการงานที่มีมาตรฐานยิ่งขึ้น” นางสาวนิรมลกล่าว จากมุมมองดังกล่าว Smart Tech จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับคลังสินค้า ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของผู้เช่า แต่ยังช่วยให้เจ้าของคลังลดแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคา และยกระดับศักยภาพของทรัพย์สินให้ตอบโจทย์ตลาดได้มากขึ้น ในบริบทดังกล่าว LIV-24 เสนอแนวทางการยกระดับคลังสินค้าและโลจิสติกส์ ผ่านการเชื่อมโยงเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่าง AI (Artificial Intelligence) และ IoT (Internet of Things) รวมถึงระบบบริหารจัดการยานพาหนะ (Fleet Management) และระบบจัดการพื้นที่ Loading Bay ให้ทำงานเป็นระบบเดียว ครอบคลุมตั้งแต่พื้นที่คลัง - [Dassault Systèmes และ NVIDIA ผนึกกำลังพัฒนาเทคโนโลยี AI สำหรับอุตสาหกรรม ด้วย Virtual Twin](https://www.manutalkthai.com/dassault-systemes-x-nvidia-collaboration-for-industrial-it-with-virtual-twin-pr/) - Dassault Systèmes (ดาสโซลท์ ซิสเทเมส) (ตลาดหลักทรัพย์ปารีส: FR0014003TT8, DSY.PA) และ NVIDIA ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาว เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงสร้างหลักสำหรับการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ในภาคอุตสาหกรรม (Industrial AI) ที่มีความสำคัญต่อการดำเนินงานขององค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรม ความร่วมมือครั้งนี้ผสานเทคโนโลยี แบบจำลองดิจิทัลเสมือนจริง(Virtual Twin) ของ Dassault Systèmes ที่ช่วยจำลองการทำงานของระบบหรือโรงงานจริง เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของ NVIDIA เพื่อสร้าง แบบจำลองดิจิทัลระดับอุตสาหกรรมที่อ้างอิงหลักวิทยาศาสตร์ (Industry World Models) พร้อมเปิดรูปแบบการทำงานใหม่ผ่าน ผู้ช่วยดิจิทัลอัจฉริยะ (Virtual Companions) บนแพลตฟอร์ม 3DEXPERIENCE แบบ Agentic ช่วยให้องค์กรสามารถออกแบบ จำลอง และบริหารจัดการระบบที่ซับซ้อนได้อย่างมั่นใจ ในประเทศไทย Dassault Systèmes มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของภาคอุตสาหกรรม ผ่านความร่วมมือกับภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา และพันธมิตรในระบบนิเวศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการออกแบบ วิศวกรรม และการผลิต ปาสคาล ดาลอซ (Pascal Daloz) - [UPS ปูพรมใช้ RFID ในสาขากว่า 5,500 แห่ง ยกระดับการติดตามพัสดุ พร้อมลดต้นทุนด้วย Automation](https://www.manutalkthai.com/ups-rfid-supply-chain/) - UPS ยักษ์ใหญ่ด้านการขนส่งระดับโลก เดินหน้ากลยุทธ์สำคัญภายใต้โครงการ Smart Package Smart Facility ด้วยการขยายการใช้งานเทคโนโลยี RFID ไปยังจุดรับส่งพัสดุ หรือ UPS Store กว่า 5,500 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับความโปร่งใสในกระบวนการต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น Carol Tomé CEO ของ UPS แจ้งว่า ปัจจุบัน UPS Store มีการประมวลผลพัสดุด้วยระบบ RFID สูงถึง 1.3 ล้านชิ้นต่อวัน การติดฉลาก RFID ตั้งแต่ต้นทางช่วยสร้างความโปร่งใสในทุกขั้นตอน ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่และผู้ค้าปลีกต้องการอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกันลูกค้าระดับ Enterprise ยังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีนี้มาก เพราะช่วยให้พวกเขามองเห็นสถานะสินค้าขาเข้าได้อย่างชัดเจนว่าจะมีสินค้าเข้าสู่คลังเมื่อใด ทำให้สามารถบริหารจัดการกำลังคนหน้าท่าเรือ และวางแผนการนำสินค้าเข้าคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากการติด RFID ที่สาขาแล้ว UPS ยังได้ติดตั้งเครื่องอ่าน RFID ในรถส่งพัสดุทั่วสหรัฐฯ ในสัดส่วน 66% จากทั้งหมด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยในปี - [ล้ำไปอีกขั้น.. Zoomlion พัฒนาการผลิตอัจฉริยะโดยการผสานรวม AI และหุ่นยนต์ในร่างอัจฉริยะ [PR]](https://www.manutalkthai.com/zoomlion-ai-with-smart-robot-pr/) - Zoomlion Heavy Industry Science & Technology กำลังขับเคลื่อนการแปรรูปความอัจฉริยะครั้งใหม่ ด้วยการรวม AI เข้ากับเครื่องจักรกลก่อสร้าง อินเทอร์เน็ตอุตสาหกรรม ข้อมูลขนาดมหึมา และการประมวลผลแบบคลาวด์ จึงก่อให้เกิดระบบ AI แบบครบวงจรที่ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์แบบอัจฉริยะ การผลิต การจัดการ และหุ่นยนต์ในร่างอัจฉริยะ (embodied-intelligence robotics) ทำให้ Zoomlion กลายเป็นองค์กรดิจิทัลและความอัจฉริยะเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ Zoomlion ยังขยายขีดความสามารถของหุ่นยนต์มนุษย์ที่อยู่ในช่วง "เส้นโค้งการเติบโตที่สาม" ซึ่งเป็นผลมาจากความสามารถในการผสานรวมทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ระบบการประยุกต์ใช้งาน AI แบบครบวงจรของ Zoomlion ครอบคลุมในสี่เสาหลัก คือ AI ร่วมกับเครื่องจักรกลก่อสร้าง, AI ร่วมกับการผลิตอัจฉริยะ, AI ร่วมกับการจัดการอัจฉริยะ และ AI ร่วมกับหุ่นยนต์ในร่างอัจฉริยะ โดยมีศูนย์การผลิตที่ Zoomlion Smart City มีโรงงานอัจฉริยะ 12 โรง และสายการผลิตอัจฉริยะกว่า 300 สาย รวมทั้งสายการผลิตอัตโนมัติที่ไม่มีการให้แสงส่องสว่าง - [i-Tail ปรับทัพสู่ Tech-Driven Manufacturing หวังปี 2026 ดันรายได้นวัตกรรมแตะ 15% ชู R&D และโรงงานอัจฉริยะ หนุนเทรนด์ Pet Longevity](https://www.manutalkthai.com/i-tail-tech-driven-manufacturing/) - บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC ผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง ประกาศยุทธศาสตร์ปี 2026 ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ให้ถึง 15% ของรายได้รวมภายในปี 2026 สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของภาคการผลิตไทยที่ก้าวข้ามจากการเป็น OEM แบบดั้งเดิม สู่การเป็นผู้ร่วมคิดค้นที่ใช้เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์นำหน้า ITC ได้วางโรดแมปการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างการเติบโตผ่าน 3 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ Collaboration, Longevity และ Palatability ซึ่งกลยุทธ์เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงคำศัพท์ทางการตลาด แต่คือการปรับกระบวนการทำงานครั้งใหญ่ประกอบด้วย Advancing Innovation Through Open Collaboration: ITC เลิกยึดติดกับการวิจัยแบบปิด แต่หันมาใช้โมเดล Open Collaboration โดยทำงานร่วมกับลูกค้าตั้งแต่ขั้นตอนพัฒนาคอนเซปต์สินค้าต้นแบบ รวมถึงการผนึกกำลังกับ 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำ และศูนย์นวัตกรรมในเครือไทยยูเนี่ยนอย่าง Global PetCare Innovation Center และ Global Innovation Center Pet Food Journey - [โรงงาน Thales เซี่ยงไฮ้ คว้าเกียรติบัตร "Advanced-Level Smart Factory" โชว์เหนือด้วย AI และ Cobots ดันระบบอัตโนมัติแตะ 70%](https://www.manutalkthai.com/thales-advanced-level-smart-factory/) - Thales Smart Card Technologies (Shanghai) ศูนย์กลางการผลิตซิมการ์ดและบัตรธนาคารระดับโลก สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จครั้งใหม่ เมื่อได้รับการรับรองให้เป็น "Shanghai Advanced-Level Smart Factory" ประจำปี 2025 จากคณะกรรมการเศรษฐกิจและสารสนเทศเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Smart Manufacturing ที่จับต้องได้จริง จากโรงงานผลิตสู่ต้นแบบอัจฉริยะ โรงงานแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1998 แต่สิ่งที่ทำให้ที่นี่กลายเป็น "Benchmark" หรือต้นแบบของอุตสาหกรรมในปัจจุบัน คือผลลัพธ์จากการเดินหน้าตามแผนแม่บท Industry 4.0 อย่างเข้มข้นตลอด 10 ปีที่ผ่านมา จนปัจจุบันโรงงานสามารถทำอัตราการทำงานอัตโนมัติ (Automation Rate) ได้สูงถึง 70% และมีอัตราการเชื่อมต่อระบบ (Connectivity Rate) ถึง 80% ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในไซต์งานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในเครือข่ายของ Thales ทั่วโลก เทคโนโลยีเบื้องหลังความสำเร็จ Thales ได้พลิกโฉมสายการผลิตด้วยนวัตกรรมที่น่าสนใจใน 4 ด้านหลัก: AI ขั้นเทพ: ใช้กล้อง AI ตรวจสอบคุณภาพสินค้าแบบ Real-time - [What is "Vertical AI"? เข้ามาเปลี่ยนเกมอุตสาหกรรมอย่างไร ทำไม Horizontal AI ถึงไม่พอ](https://www.manutalkthai.com/what-is-vertical-ai/) - ในปี 2026 การมีแค่ ChatGPT หรือ AI ทั่วไปอาจไม่เพียงพออีกต่อไปสำหรับภาคธุรกิจ เพราะ "ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง" คือกุญแจสำคัญที่จะสร้างมูลค่าได้จริง วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยว่า AI แบบไหนที่ตอบโจทย์คุณ ระหว่าง Vertical AI กับ Horizontal AI Horizontal AI: เก่งกว้าง ๆ ใช้ได้ทุกวงการ Horizontal AI เปรียบเสมือน "เป็ด" ที่ว่ายน้ำได้ บินได้ แต่ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ เป็น AI ที่เน้น "ฟังก์ชันงาน" มากกว่า "อุตสาหกรรม" เช่น งานการตลาด, งานขาย หรือ HR ตัวอย่าง: Chatbot ตอบคำถามลูกค้า (Zendesk), ระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Power BI), หรือ AI เขียนอีเมล ข้อดี: ติดตั้งง่าย รวดเร็ว - [IFS โตระเบิด 23% พิสูจน์แล้ว Industrial AI ของจริงต้องสร้างกำไร ไม่ใช่แค่สร้างกระแส](https://www.manutalkthai.com/ifs-has-proven-that-real-industrial-ai-must-generate-profit-not-just-create-hype/) - IFS ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ระดับโลกสำหรับอุตสาหกรรม เผยตัวเลขผลประกอบการปีงบประมาณ 2025 ที่น่าจับตามอง ด้วยรายได้ประจำปี (ARR) ที่เติบโตถึง 23% และอัตราการรักษาลูกค้า (Net Retention) สูงถึง 114% ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติทางการเงิน แต่เป็นหลักฐานยืนยันว่า "Industrial AI" ในอุตสาหกรรมหนักได้ผ่านพ้นช่วง "ทดลองงาน" มาสู่การ "ใช้งานจริง" ในสเกลใหญ่แล้ว สิ่งที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้คือการเปลี่ยนผ่านจากยุคที่โรงงานแค่ทดลองใช้ AI (Pilot Projects) มาเป็นการใช้งานจริงในกระบวนการหลัก (Mission-Critical) ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การซ่อมบำรุงสินทรัพย์ หรือซัพพลายเชน ผลลัพธ์คือลูกค้าเห็น ROI ที่จับต้องได้จริง เช่น ลดเวลาหยุดทำงานของเครื่องจักร (Downtime) ได้ 35-45% และเพิ่มผลผลิตได้ถึง 30% ทำให้รายได้จาก Cloud ของ IFS โตขึ้น 30% เพราะลูกค้าเดิมขยายการใช้งานเพิ่มขึ้น ไฮไลท์สำคัญคือการก้าวเข้าสู่ยุค "Agentic AI" หรือ AI ที่ไม่ใช่แค่ - [Microsoft ดัน "Agentic AI" พลิกโฉมค้าปลีก สัญญาณเตือนถึงยุค ERP ที่ต้อง "สั่งการได้ด้วย AI"](https://www.manutalkthai.com/microsoft-is-pushing-agentic-ai-to-revolutionize-retail-erp-systems-that-need-to-be-controlled-by-ai/) - ในงาน NRF 2026 ที่ผ่านมา Microsoft ได้ส่งสัญญาณครั้งสำคัญที่อาจเปลี่ยนภูมิทัศน์ของวงการ Retail Tech ไปตลอดกาล เมื่อยักษ์ใหญ่ไอทีรายนี้ประกาศว่า ยุคของ "Copilot" หรือแค่ผู้ช่วยถาม-ตอบกำลังจะถูกยกระดับไปสู่ยุคของ "Agentic AI" หรือ "AI ที่คิดและลงมือทำได้เองอย่างเป็นระบบ" Microsoft ชี้ให้เห็นว่า ผู้ค้าปลีกที่จะอยู่รอดในอนาคต ไม่ใช่แค่การแปะฟีเจอร์ AI เข้าไปในแอปฯ แต่ต้องรื้อโครงสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ ให้ AI Agents สามารถทำงานเชื่อมโยงกันได้ ลองจินตนาการว่าแทนที่จะมีคนคอยสั่ง AI ทีละคำสั่ง แนวคิดใหม่คือการวางระบบให้ Agent สามารถ "กำกับดูแล" (Orchestrate) เส้นทางของลูกค้า (Customer Journey) ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยทำงานอยู่บนรากฐานของระบบ ERP และ Commerce หัวใจของกลยุทธ์นี้คือ Dynamics 365 Commerce MCP Server คาดว่าจะเปิดตัวต้นปี 2026 เทคโนโลยีนี้จะทำหน้าที่เปลี่ยนข้อมูลหลังบ้านที่เคยซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็น - [ASML พบ BOI ปูทางไทยเข้าสู่ซัพพลายเชนชิปโลก หนุนเป้าหมายชิปเมดอินไทยแลนด์](https://www.manutalkthai.com/asml-boi-investment-plan/) - ASML ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์อันดับหนึ่งของโลกจากเนเธอร์แลนด์ เข้าหารือคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI เพื่อวางรากฐานซัพพลายเชนในประเทศไทย มุ่งยกระดับผู้ผลิตไทยและแรงงานทักษะสูง รองรับยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ และเป้าหมายการสร้างฐานผลิตชิปต้นน้ำในอนาคต ในโลกของการผลิตชิปขั้นสูง Lithography ของ ASML คือหัวใจสำคัญที่ไม่มีใครทดแทนได้ ปัจจุบัน ASML เป็นเพียงบริษัทเดียวที่ครองเทคโนโลยี High-NA EUV สำหรับผลิตชิปขนาดจิ๋วที่ต่ำกว่า 2 นาโนเมตร ซึ่งส่งมอบให้ยักษ์ใหญ่อย่าง TSMC, Intel และ Samsung การที่ ASML หันมาให้ความสนใจไทย จึงเป็นสัญญาณชัดเจนถึงความเชื่อมั่นในโครงสร้างพื้นฐานการผลิตของประเทศ คุณนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ BOI ระบุว่า ASML มีแผนขยายเครือข่ายซัพพลายเออร์ในไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านต้นทุน ปัจจุบันมีบริษัทชั้นนำในไทยอย่าง Celestica, Delta Electronics, Oerlikon และล่าสุด Foxsemicon (FITI) จากเครือฟ็อกซ์คอนน์ ที่ทุ่มงบกว่าหมื่นล้านบาทตั้งฐานผลิตโมดูลสำหรับเครื่องจักรผลิตชิป โดยสิ่งที่ภาคอุตสาหกรรมไทยจะได้รับจากการขยายตัวครั้งนี้ประกอบด้วย การถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูง: เปิดทางให้ผู้ประกอบการ Tier 1-3 เข้าสู่ระบบนิเวศการผลิตเครื่องจักรระดับโลก การยกระดับบุคลากร: - [Ford เปิดโต๊ะถก Geely เล็งโมเดลแชร์ทรัพยากรการผลิต-เทคโนโลยี](https://www.manutalkthai.com/ford-has-opened-talks-with-geely/) - วงการยานยนต์โลกกำลังจับตามองดีลสำคัญ เมื่อ Ford Motor ยักษ์ใหญ่จากฝั่งอเมริกา และ Geely พญามังกรจากจีน กำลังซุ่มเจรจาหาทางร่วมมือกัน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อ "แชร์ต้นทุน" ในยุคที่การผลิตรถยนต์และเทคโนโลยีมีความซับซ้อนและราคาแพงระยับ วิน-วิน โมเดล ยืมโรงงานผลิต ประเด็นที่ดูจะมีความคืบหน้ามากที่สุดคือเรื่อง "ฐานการผลิตในยุโรป" แหล่งข่าววงในระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ Geely จะเข้ามาใช้โรงงานของ Ford ในยุโรปเพื่อผลิตรถยนต์ป้อนตลาดท้องถิ่น ในมุมของ Ford: ช่วยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานให้คุ้มค่า ในมุมของ Geely: ได้ฐานผลิตในยุโรปทันทีโดยไม่ต้องลงทุนสร้างใหม่ ช่วยลดกำแพงภาษีและต้นทุนโลจิสติกส์ แลกเปลี่ยนมันสมอง ไม่ใช่แค่เรื่องโรงงาน แต่ทั้งคู่ยังมองไกลไปถึงการแลกเปลี่ยน "เทคโนโลยี" โดยเฉพาะระบบขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Driving) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ต้องใช้เม็ดเงินวิจัยมหาศาล การจับมือกันจึงช่วยทุ่นแรงและลดความเสี่ยงได้มหาศาล ความสัมพันธ์นี้ดูท่าจะจริงจังกว่าแค่ข่าวลือ เพราะมีการเดินสายคุยกันข้ามทวีปอย่างต่อเนื่อง ผู้บริหาร Geely เพิ่งบินไปพบผู้บริหาร Ford ที่มิชิแกนเมื่อสัปดาห์ก่อน และสัปดาห์นี้ทีมงานของ Ford ก็เตรียมบินไปจีนเพื่อสานต่อความคืบหน้า แม้ทาง Ford จะออกมาสงวนท่าทีโดยบอกว่า "เป็นการพูดคุยปกติที่ทำกับหลายบริษัท และยังไม่มีข้อสรุป" แต่ในแวดวงอุตสาหกรรม - [ท่องสคริปต์แทบตาย สุดท้ายพาไปกินเบียร์! มารู้จัก 'Beer Test' วิธีคัดคนเข้า Apple ฉบับตัวพ่อ Steve Jobs](https://www.manutalkthai.com/beer-test-apple-steve-jobs/) - การเตรียมตัวสัมภาษณ์งานมักเต็มไปด้วยความตึงเครียดและการท่องจำคำตอบตามสูตรสำเร็จ แต่ถ้าคุณสมัครงานกับ Apple ในยุคของ Steve Jobs คุณอาจจะเจอเซอร์ไพรส์ด้วยการถูกชวนออกไปดื่มเบียร์แทนที่จะนั่งเกร็งอยู่ในห้องประชุม นี่คือวิธีคัดกรองคนที่เรียกว่า "The Beer Test" ทำลายกำแพงคำตอบสำเร็จรูป เป้าหมายของ Jobs ไม่ใช่การวัดคอแข็ง แต่เขาต้องการมองทะลุ "เปลือก" ของผู้สมัคร เพื่อดูตัวตนที่แท้จริงนอกเหนือจากคำตอบที่ถูกเตรียมมาอย่างดี (Scripted Answers) แทนที่จะถามเรื่องจุดอ่อนจุดแข็งตามตำรา Jobs จะพาผู้สมัครไปเดินเล่นหรือนั่งจิบเครื่องดื่ม แล้วยิงคำถามง่าย ๆ เช่น "ซัมเมอร์ที่แล้วคุณทำอะไรมา?" หรือ "ความสำเร็จครั้งล่าสุดของคุณคือเมื่อไหร่?" เพื่อดูทัศนคติและการตอบสนองที่เป็นธรรมชาติที่สุด เฟ้นหา "A-Players" Steve Jobs ให้ความสำคัญกับการสร้างทีมที่แข็งแกร่งมาก เขาเคยอธิบายว่า เป้าหมายของเขาคือการรวบรวม "A-Players" หรือคนระดับหัวกะทิเข้ามาอยู่ด้วยกัน "เมื่อคุณหา A-Players เจอ แล้วเอาพวกเขามาทำงานร่วมกัน พวกเขาจะชอบทำงานด้วยกันมาก เพราะพวกเขาไม่เคยมีโอกาสได้ทำแบบนี้มาก่อน" การพาไปดื่มเบียร์จึงเป็นวิธีเช็ค "เคมี" ว่าคนคนนี้จะเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรของคนระดับท็อปได้หรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่วัดไม่ได้จากใบเรซูเม่ บทเรียนเรื่องการ "Say No" นอกจากเรื่องการจ้างงานแล้ว Jony - [TE Connectivity จับมือ Inovance เดินหน้าเชิงรุก ผนึกกำลังข้ามพรมแดนเทคโนโลยี ปั้นระบบนิเวศ "Smart Manufacturing"](https://www.manutalkthai.com/te-connectivity-inovance-smart-manufacturing/) - TE Connectivity (TE) ผู้นำระดับโลกด้านการเชื่อมต่อและเซนเซอร์ และ Inovance ยักษ์ใหญ่ด้านระบบอัตโนมัติของจีน ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ ณ สำนักงานใหญ่ของ Inovance ในเมืองซูโจว โดยการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ที่จะเปลี่ยนโฉมวงการการผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) การหลอมรวมของสองขั้วเทคโนโลยี ความน่าสนใจของดีลนี้คือการผสานจุดแข็งที่แตกต่างเข้าด้วยกัน ระหว่าง "ระบบควบคุมอุตสาหกรรม" ที่แม่นยำของ Inovance กับ "เทคโนโลยีการเชื่อมต่อและเซนเซอร์ขั้นสูง" ของ TE ภาพที่เกิดขึ้นคือโมเดลความร่วมมือที่นำองค์ความรู้ระดับสากล มาผนวกเข้ากับฐานการผลิตและการดำเนินการที่รวดเร็วของจีน เพื่อสร้างนวัตกรรมที่จับต้องได้และขยายผลได้จริง 3 เสาหลักของการขับเคลื่อน ภายใต้ข้อตกลงนี้ ทั้งสองฝ่ายวางแผนที่จะมุ่งเน้นใน 3 ประเด็นสำคัญ: นวัตกรรม OT/IT อัจฉริยะ: ร่วมกันพัฒนาโซลูชันที่นำ AI มาประยุกต์ใช้ในโรงงาน ทั้งระบบซ่อมบำรุงเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance) และการยกระดับโรงงานสู่ดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสูงสุด เจาะลึกความต้องการในจีน (Localization): มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงการบริการที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ผลิตในประเทศจีนโดยเฉพาะ ช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมในท้องถิ่น ปูทางสู่เวทีโลก (Globalization): ใช้เครือข่ายและมาตรฐานระดับสากลของ - [ABB เปิดตัว "Automation Extended" ทางลัดสู่โรงงานอัจฉริยะ อัปเกรดระบบ DCS ได้ทันทีโดยไม่ต้องหยุดการผลิต](https://www.manutalkthai.com/abb-automation-extended/) - ABB สร้างความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในวงการระบบควบคุมอัตโนมัติ ด้วยการเปิดตัวโครงการ "Automation Extended" โซลูชันที่เข้ามาแก้ Pain Point ใหญ่ของผู้ประกอบการอุตสาหกรรม นั่นคือ “ทำอย่างไรจะอัปเกรดระบบเก่าให้ทันสมัย โดยไม่ต้องเสี่ยงหยุดสายการผลิต?” แนวคิดหลักของ Automation Extended คือการช่วยให้โรงงานสามารถปรับปรุงระบบควบคุมแบบกระจายศูนย์ (DCS) ให้ทันสมัยได้โดย ไม่ทิ้งการลงทุนเดิม ลูกค้าที่ใช้ระบบที่เชื่อถือได้อย่าง ABB Ability™ System 800xA, Symphony Plus หรือ Freelance ยังคงใช้งานต่อได้ แต่สามารถ "เติม" ฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้าไปได้ทีละขั้นตามความพร้อม ความชาญฉลาดของระบบนี้อยู่ที่สถาปัตยกรรมแบบแยกส่วน (Separation of Concerns) ซึ่งแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วนที่เชื่อมต่อกันอย่างปลอดภัย: Control Environment (ส่วนควบคุมหลัก): พื้นที่ที่ต้องการความเสถียรสูงสุด สำหรับดูแลกระบวนการผลิตที่สำคัญ (Mission-critical) ให้ทำงานได้อย่างแม่นยำและต่อเนื่อง Digital Environment (ส่วนดิจิทัล): พื้นที่สำหรับนวัตกรรมใหม่ๆ รองรับการนำ AI, Machine Learning - [Clorox ทุ่ม 2.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซื้อกิจการ GOJO เจ้าของแบรนด์ "Purell"](https://www.manutalkthai.com/clorox-acquisition-gojo-purell/) - The Clorox Company (CLX) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ประกาศบิ๊กดีลเข้าซื้อกิจการ GOJO Industries ผู้ผลิตเจลล้างมือชื่อดังระดับโลกอย่าง Purell ด้วยมูลค่ารวมกว่า 2.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.92 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังหักสิทธิประโยชน์ทางภาษี) ถือเป็นการขยายอาณาจักรจาก "ความสะอาดบนพื้นผิว" สู่ "สุขอนามัยบนผิวหนัง" อย่างเป็นทางการ ผนึกกำลังยักษ์ใหญ่ Retail และ B2B หัวใจสำคัญของดีลนี้คือการผสานจุดแข็งที่แตกต่างแต่ลงตัว: Clorox: มีความเชี่ยวชาญระดับโลกในตลาดผู้บริโภคทั่วไป (Consumer/Retail) และมีระบบการกระจายสินค้าที่เข้มแข็ง GOJO: เป็นเจ้าตลาดในกลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) เช่น โรงพยาบาล สถานศึกษา และโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีรายได้กว่า 80% มาจากช่องทางนี้ พร้อมฐานติดตั้งเครื่องจ่ายสบู่และเจลกว่า 20 ล้านจุดทั่วโลก การรวมกันครั้งนี้จะช่วยให้แบรนด์ Purell ซึ่งเป็นเบอร์ 1 ในตลาดเจลล้างมือ เติบโตอย่างก้าวกระโดดในตลาดค้าปลีกผ่านเครือข่ายของ Clorox ในขณะเดียวกัน Clorox ก็จะได้ช่องทางเจาะตลาดกลุ่ม Professional - [Cabot Corp. ปิดดีลซื้อโรงงานผลิตคาร์บอนในเม็กซิโกจาก Bridgestone เสริมแกร่งฐานการผลิตระดับโลก](https://www.manutalkthai.com/cabot-corp-bridgestone/) - Cabot Corporation ประกาศความสำเร็จครั้งล่าสุดในการเข้าซื้อกิจการ Mexico Carbon Manufacturing S.A. de C.V. (MXCB) จากพันธมิตรรายใหญ่อย่าง Bridgestone Corporation เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ได้มีการบรรลุข้อตกลงและผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลไปเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การซื้อขายสินทรัพย์ แต่เป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานระหว่าง Cabot และ Bridgestone ในฐานะซัพพลายเออร์หลักด้านวัสดุคาร์บอนเสริมแรง (Reinforcing Carbons) ในเชิงกลยุทธ์ โรงงาน MXCB ตั้งอยู่ในทำเลทองที่อยู่ใกล้กับโรงงานเดิมของ Cabot ในเมือง Altamira ประเทศเม็กซิโก การผนึกกำลังครั้งนี้จึงช่วยปลดล็อกขีดความสามารถใหม่ ๆ ทั้งในด้านกำลังการผลิต และความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน ทำให้ Cabot สามารถผลิตสินค้าได้หลากหลายประเภทมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันได้ดียิ่งขึ้น วิสัยทัศน์ผู้บริหาร Sean Keohane ประธานและซีอีโอของ Cabot กล่าวถึงดีลสำคัญนี้ว่า: “การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์การเติบโตของเรา การได้โรงงาน MXCB เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการผลิตระดับโลก จะช่วยขยายขีดความสามารถและสร้างความมั่นคงในการจัดหาสินค้าให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในระยะยาว” นอกจากนี้ เขายังกล่าวต้อนรับทีมงาน MXCB เข้าสู่ครอบครัว - [อินฟอร์มา ประกาศปักธง ProPak Asia 2026 เป็นงานสำคัญระดับภูมิภาค เพิ่มพื้นที่จัดงาน พร้อมย้ายสู่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี [PR]](https://www.manutalkthai.com/informa-propak-asia-2026-announcement-pr/) - นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน ProPak Asia 2026 กล่าวในงาน ProPak Asia Night ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อปักธงให้การจัดงาน ProPak Asia เป็นเวทีอุตสาหกรรมแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจรของภูมิภาคเอเชีย ในสถานที่จัดงานใหม่ และช่วยผลักดันอุตสาหกรรมการผลิตไทยสู่เวทีโลก พร้อมระดมความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภาครัฐ องค์กรธุรกิจและอุตสาหกรรม เจาะลึกทิศทางเศรษฐกิจและอนาคตอุตสาหกรรมอาหาร 2026 ว่า อุตสาหกรรมอาหารโลกวันนี้กำลังมุ่งสู่ 3 เทรนด์ใหญ่ ได้แก่ ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ที่ไม่ใช่แค่มีกิน แต่ต้องมีประโยชน์ ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง (Functional Food) และ โภชนาการที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคล (Personalized Nutrition) จะมีความต้องการมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยเทคโนโลยีการผลิตและการแปรรูปที่แม่นยำสูง การผลิตด้วยระบบอัตโนมัติอัจฉริยะขั้นสูง (Hyper-Automation) จะเป็นสิ่งที่เข้ามาเร็วขึ้น ดังนั้นเพื่อให้ผู้ประกอบการทั้งไทยและภูมิภาคอาเซียนเข้าถึงความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสัมผัสกับเทคโนโลยีการผลิตจากทั่วโลก ทำให้การจัดงาน ProPak Asia 2026 นี้ - [Emerson ยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการสินทรัพย์ในโรงงานด้วย AI ผ่าน Aspen Mtell เวอร์ชันล่าสุด ชูขยายผลไวและแม่นยำ](https://www.manutalkthai.com/emerson-apm-ai/) - Emerson ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีอัตโนมัติและซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม ประกาศเดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพการผลิตให้กับคู่ค้า ด้วยการเปิดตัวรุ่นล่าสุดของ AspenTech Asset Performance Management หรือ APM จุดที่น่าสนใจอยู่ที่การอัปเกรดโซลูชัน Aspen Mtell ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาคอขวดสำคัญของภาคการผลิต คือการขยายผลจากระบบตรวจสอบสุขภาพเครื่องจักรพื้นฐาน ไปสู่ AI-driven Predictive Maintenance ที่ทำได้จริงในระดับองค์กร Heiko Claussen ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีธุรกิจ Aspen Technology ของ Emerson ชี้ให้เห็นว่า กลยุทธ์ด้าน Reliability ที่ประสบความสำเร็จต้องมีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา โดยการผสานความเชี่ยวชาญเชิงลึกในอุตสาหกรรมเข้ากับ AI จะช่วยให้กลยุทธ์การบำรุงรักษาฉลาดขึ้นและนำไปปฏิบัติได้จริง โดยไม่ต้องเพิ่มความซับซ้อนหรือแบกรับต้นทุนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญมหาศาล Aspen Mtell เวอร์ชันใหม่มุ่งเน้นการสร้าง Proactive Enterprise Reliability Program ที่เอื้อต่อการปรับปรุงกระบวนการอย่างต่อเนื่อง โดยมีฟีเจอร์เด่นที่ตอบโจทย์โรงงานยุคใหม่ดังนี้ Rapid Scalability: มาพร้อมกับ Template เฉพาะสำหรับแต่ละอุตสาหกรรมและประเภทสินทรัพย์ ช่วยให้การติดตั้งระบบตรวจสอบสุขภาพเครื่องจักรทำได้รวดเร็วทั่วทั้งองค์กร เร่งอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน และเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ AI พยากรณ์ความเสียหาย Accelerated - [3 ยักษ์ใหญ่ AMD-Microsoft-Siemens จับมือปฏิวัติการสร้างรถยนต์ยุคใหม่ผ่าน "โลกเสมือน"](https://www.manutalkthai.com/amd-microsoft-siemens/) - ในอดีต การทดสอบซอฟต์แวร์รถยนต์ต้องรอให้ตัวรถจริงสร้างเสร็จก่อน แต่ในยุคของ Software-Defined Vehicles (SDV) หรือรถยนต์ที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ ความล่าช้าคือความเสี่ยง ล่าสุด AMD ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ Microsoft และ Siemens เพื่อผลักดันแนวคิด "Shift-Left" หรือการขยับขั้นตอนการทดสอบซอฟต์แวร์มาทำตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการออกแบบ สร้าง Digital Twin บนคลาวด์ หัวใจของความร่วมมือนี้คือการดึงเอาขุมพลังของ AMD ไปไว้บนคลาวด์ Microsoft Azure เพื่อให้นักพัฒนาสามารถจำลองระบบรถยนต์ทั้งคันขึ้นมาในโลกเสมือนได้อย่างสมจริง: Virtualized Automotive Stack (VAS): AMD นำเทคโนโลยีประมวลผลกราฟิกและซีพียูระดับสูงมาสร้างระบบเสมือนจริง ช่วยให้จำลองการทำงานของหน้าจออัจฉริยะ (Infotainment) ไปพร้อม ๆ กับระบบความปลอดภัยในชิปตัวเดียว Siemens PAVE360: ระบบจำลองสถานการณ์ของ Siemens ถูกนำมาบูรณาการร่วมกัน เพื่อให้ค่ายรถยนต์สามารถรันโมเดล "Digital Twin" หรือรถยนต์เสมือนจริงเพื่อทดสอบการขับขี่และระบบต่าง ๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอรถต้นแบบ (Prototype) ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญต่ออุตสาหกรรม? ลดความเสี่ยง: ค้นพบข้อผิดพลาดของซอฟต์แวร์ได้ตั้งแต่ยังเป็นแค่ไฟล์ในคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่ตอนที่รถออกวิ่งจริง เร็วขึ้นอย่างมหาศาล: - [Envision เปิดตัว Dubhe ระบบพลังงาน AI ที่เป็นโมเดลฐานพลังงานรายแรกของโลก](https://www.manutalkthai.com/envision-dubhe-ai-energy-model-pr/) - Envision ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีสีเขียว ประกาศเปิดตัวโมเดลฐานพลังงาน (Energy Foundation Model) ที่ล้ำสมัย ออกแบบมาสำหร้บการจัดรูปแบบระบบ AI ทางกายภาพที่ใหญ่ที่สุดในโลก นี่ก็คือ Dubhe ระบบพลังงาน AI โมเดลฐานพลังงาน Dubhe ได้แรงบันดาลใจมาจาก ดาว Dubhe ซึ่งเป็นดาวในกลุ่มดาวหมีใหญ่ที่มนุษยชาติกำหนดเป็นดาวเหนือเพื่อการนำทางมานานหลายพันปี โดย Envision ได้เปิดตัวโมเดลฐานพลังงานนี้ในงาน Abu Dhabi Sustainability Week 2026 ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ Dubhe ได้เข้าไปอยู่ในแกนหลักของสถาปัตยกรรม AI ทางกายภาพของ Envision ซึ่งใช้วิเคราะห์ข้อมูลพลังงานที่ไหลเป็นสายธารด้วยจำนวนมหาศาลจากโลกแห่งความเป็นจริงเพื่อจัดการกับการกำเนิดพลังงานหมุนเวียน หน่วยกักเก็บ โครงข่าย และความต้องการในเวลาจริง ทำให้สามารถการปลดล็อกทรัพยากรหมุนเวียนที่มีอยู่มากมายและมุ่งจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากระดับทำกำไรให้เข้าใกล้ศูนย์ โดย Dubhe สามารถปรับขนาดระบบพลังงานในแต่ละขั้นไปพร้อมกับการจัดการความต้องการพลังงานที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ โดยที่ระบบพลังงาน AI นี้สามารถนำไปใช้กับโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก การจัดรูปแบบระบบพลังงาน AI ในขณะที่แบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ได้เปลี่ยนโลกดิจิทัลไปแล้ว Envision เชื่อว่าก้าวกระโดดครั้งต่อไปจะอยู่ที่ปัญญาประดิษฐ์ทางกายภาพ (Physical Artificial Intelligence) โดย AI - [WD-40 ปรับโครงสร้าง Supply Chain ครั้งใหญ่ มุ่งใช้พาร์ตเนอร์ช่วยลดระยะทางขนส่ง เลี่ยงลงทุนสินทรัพย์ใหม่เพื่อความคล่องตัว](https://www.manutalkthai.com/wd-30-3pl-strategy/) - ในยุคที่ต้นทุนการขนส่งและความผันผวนของราคาพลังงานเป็นตัวแปรสำคัญของต้นทุนการผลิต WD-40 Company บริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ในครัวเรือนระดับโลก ได้ออกมาเปิดเผยกลยุทธ์ใหม่ในการบริหารจัดการคลังสินค้าและระบบโลจิสติกส์ โดยมุ่งเน้นการทำ Distribution Center Optimization เพื่อลดระยะทางการขนส่งสินค้า ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการตัดลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ผ่าน 3PL หรือใช้พาร์ตเนอร์ช่วย Sara Hyzer รองประธานฝ่ายการเงินและ CFO ของ WD-40 ชี้แจงกับนักลงทุนว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อรายจ่ายต่าง ๆ เนื่องจากบริษัทเลือกใช้โมเดลการจ้างผู้ให้บริการโลจิสติกส์ภายนอก หรือ 3PL เข้ามาบริหารจัดการศูนย์กระจายสินค้าแทนการลงทุนสร้างและดำเนินการเอง แนวทางนี้สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ของธุรกิจการผลิตสมัยใหม่ ที่พยายาม Lean และยืดหยุ่น โดยผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างนี้ คาดว่าจะเริ่มส่งผลชัดเจนต่อตัวเลขทางบัญชีในปีงบประมาณ 2027 เป็นต้นไป แต่อย่างไรก็ตาม ทีมงาน Supply Chain ได้เริ่มดำเนินการปูพื้นฐานมาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาแล้ว Steve Brass ประธานและ CEO ของ WD-40 ระบุว่า บริษัทได้สร้างกรอบการทำงานเชิงกลยุทธ์เพื่อมุ่งสู่การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้าน Supply Chain ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการขยายอัตรากำไรขั้นต้นผ่านโครงการลดต้นทุนต่าง ๆ - [พิสูจน์แล้วในไทย! โซลูชัน PAM มาตรฐานญี่ปุ่นที่โรงงานชั้นนำเลือกใช้ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและการทำ Audit](https://www.manutalkthai.com/idoperation-the-pam-solution-from-ntt-tx/) - ในยุคที่โรงงานไทยก้าวสู่ Smart Manufacturing การเชื่อมต่อระหว่างเครื่องจักรและระบบไอทีกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของภัยคุกคามทางไซเบอร์ หลายองค์กรอาจคิดว่าการป้องกันเพียงแค่ Firewall หรือ Antivirus นั้นเพียงพอแล้ว แต่ความจริงคือ "สิทธิ์ในการเข้าถึงระบบ" (Privileged Access) คือประตูบานใหญ่ที่สุดที่มักถูกมองข้าม Magic Software (Thailand) ตัวแทนจัดจำหน่าย iDoperation โซลูชัน PAM แบบ On-Premise จากแบรนด์ NTT TechnoCross (NTT-TX) สัญชาติญี่ปุ่น ที่ติดตั้งและใช้งานจริงแล้วในกลุ่ม Manufacturing ทั่วประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์คำถามที่ว่า "ทำไมโรงงานยุคใหม่ถึงขาดโซลูชัน PAM ไม่ได้?" ความจำเป็นของโซลูชัน PAM ในภาคการผลิต: เมื่อความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวหมายถึงการหยุดสายการผลิต ในอุตสาหกรรม Manufacturing ความต่อเนื่องของการผลิต (Business Continuity) คือหัวใจสำคัญ และนี่คือเหตุผลที่โซลูชัน PAM กลายเป็นเครื่องมือที่ "ต้องมี": การจัดการ Remote Access ของ Vendor: โรงงานส่วนใหญ่ต้องให้ - [ภาคการผลิตไทยเปิดศักราชปี 2026 PMI มกราคมแตะ 52.7](https://www.manutalkthai.com/thailands-manufacturing-sector-opened-the-year-2026-with-a-january-pmi-of-52-7/) - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของไทยเปิดตัวเลขเดือนมกราคมออกมาที่ 52.7 แม้จะดูเหมือน "เหยียบเบรก" ลงเมื่อเทียบกับตัวเลขส่งท้ายปีที่สูงถึง 57.4 แต่ในทางเศรษฐศาสตร์ ตัวเลขที่ยังสูงกว่าระดับ 50.0 สะท้อนว่า ภาคการผลิตของไทยยังอยู่ในช่วงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แรงหนุนจากภายใน แต่เริ่มสะดุดที่งานนอก หัวใจสำคัญที่ทำให้โรงงานไทยยังคงเดินเครื่องผลิตได้ดีในช่วงต้นไตรมาสแรก คือ "อุปสงค์ในประเทศ" ที่ยังแข็งแรง ผลจากการทำโปรโมชันที่ได้ผลและการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าเดิม อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ตัวเลขรวมชะลอตัวลงคือ "ยอดคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ" ที่ลดลงต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงซบเซา งานล้นจนต้องเพิ่มคน แม้ภาพรวมจะขยายตัวในอัตราที่ช้าลง แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือ: งานค้างส่ง (Backlogs): ปริมาณงานใหม่ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า ทำให้โรงงานหลายแห่งมีงานสะสมรอการผลิตอยู่เป็นจำนวนมาก การจ้างงาน: เพื่อจัดการกับงานที่ล้นมือ ผู้ประกอบการไทยจึงตัดสินใจเดินหน้า "จ้างพนักงานเพิ่ม" ในเดือนมกราคม เพื่อรักษากำลังการผลิตให้ทันต่อความต้องการ สรุปสั้นๆ ภาคอุตสาหกรรมไทยในเดือนมกราคมเปรียบเหมือนรถที่ยังวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่มั่นคง แม้จะเจอลมต้านจากตลาดโลกทำให้ความเร็วลดลงไปบ้าง แต่เครื่องยนต์ภายในยังทำงานได้ดีและมีการขยายทีมงานเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ที่มา: https://pmi.spglobal.com/ - [Zebra Technologies ส่ง AI ลงหน้างานจริง แก้ปมขาดแคลนแรงงานและซัพพลายเชนผันผวน](https://www.manutalkthai.com/zebra-technologies-is-bringing-ai-to-real-world-applications/) - ในงาน Zebra Technologies Sales Kick-Off APAC 2026 ณ เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ Zebra ได้ประกาศทิศทางสำคัญในการนำ AI และเทคโนโลยีการมองเห็น (Visibility) เข้าสู่ "หน้างานจริง" (Frontline) ไม่ว่าจะเป็นพื้นโรงงาน ทางเดินในห้างสรรพสินค้า หรือคลังสินค้า เพื่อรับมือกับวิกฤตแรงงานขาดแคลนและความคาดหวังของลูกค้าที่สูงขึ้น RFID: เทรนด์ของความแม่นยำ Tom Bianculli CTO ของ Zebra เผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ปริมาณการจัดส่งแท็ก RFID ทั่วโลกพุ่งทะยานจาก 2 หมื่นล้านชิ้นในปี 2020 คาดว่าจะทะลุ 1.1 แสนล้านชิ้นในปี 2028 โดยในปีนี้ปีเดียวมีการส่งออกไปแล้วกว่า 8 หมื่นล้านชิ้น สะท้อนว่าอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนจากการสแกนทีละชิ้น ไปสู่การติดตามสิ่งของแบบเรียลไทม์และต่อเนื่อง (Continuous Visibility) Intelligent Operations: เมื่อ AI ทำงานร่วมกับมนุษย์ Zebra นิยามการทำงานยุคใหม่ว่าคือการรวม AI, - [Thermo Fisher จับมือ NVIDIA ปฏิวัติห้องแล็บสู่ยุค "ห้องทดลองอัตโนมัติ" ด้วยพลัง AI](https://www.manutalkthai.com/thermo-fisher-partners-with-nvidia-to-revolutionize-labs-into-the-era-of-automated-laboratories-powered-by-ai/) - Thermo Fisher Scientific ผู้นำด้านเครื่องมือวิทยาศาสตร์ระดับโลก ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ NVIDIA ยักษ์ใหญ่ด้านประมวลผล AI เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของห้องปฏิบัติการ (Laboratory) ผ่านเทคโนโลยีการคำนวณขั้นสูง โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนผ่านจากห้องแล็บที่ต้องใช้แรงงานคน สู่ระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ปิดจุดอ่อนงาน Manual ด้วย "Lab-in-the-Loop" ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ยังคงต้องเสียเวลามหาศาลกับงานที่ทำด้วยมือ (Manual) ตั้งแต่การออกแบบการทดลอง เตรียมตัวอย่าง ไปจนถึงการดำเนินการเครื่องมือ ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะนำแพลตฟอร์ม AI ของ NVIDIA เข้ามาเชื่อมต่อกับเครื่องมือของ Thermo Fisher เพื่อสร้างระบบ "Lab-in-the-Loop" หรือวงจรการวิจัยที่ AI และซอฟต์แวร์ทำงานประสานกับเครื่องมือวิทยาศาตร์อย่างไร้รอยต่อ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ทรงพลัง Thermo Fisher จะนำความเชี่ยวชาญด้านเครื่องมือและซอฟต์แวร์ห้องแล็บ มาผสานกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ของ NVIDIA ซึ่งรวมถึง: NVIDIA DGX Spark: สำหรับการประมวลผลข้อมูลมหาศาล NVIDIA BioNeMo: โมเดล AI เฉพาะทางด้านชีววิทยา เพื่อเร่งการค้นพบยาและนวัตกรรมใหม่ๆ Intuitive - [KONE พลิกโฉมอุตสาหกรรมลิฟต์ ส่งต่อพลัง AI ให้พนักงานสร้างนวัตกรรมเองผ่าน Microsoft Power Platform](https://www.manutalkthai.com/kone-is-revolutionizing-the-elevator-industry-leveraging-the-power-of-ai-through-microsoft-power-platform/) - KONE ผู้นำระดับโลกด้านอุตสาหกรรมลิฟต์และบันไดเลื่อน ประกาศความสำเร็จในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Digital Transformation ครั้งใหญ่ โดยการนำ Microsoft Power Platform มาใช้เปลี่ยนพนักงานทั่วไปให้กลายเป็น "นักพัฒนา" (Citizen Developers) จนสามารถสร้างแอปพลิเคชันภายในองค์กรไปแล้วกว่า 32,000 แอปฯ เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการเป็นบริษัทที่ "ทำงานด้วยง่ายที่สุด" จากงานเอกสารสู่ระบบอัตโนมัติ: ลดเวลาทำงานลง 33% ไฮไลท์สำคัญของการใช้ AI ในภาคปฏิบัติของ KONE คือการพัฒนาระบบจัดการสัญญาอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับ SAP ซึ่งสามารถ: จัดการสัญญาได้มากกว่า 54,000 ฉบับต่อปี ลดเวลาในการจัดการสัญญาลงจาก 30 นาที เหลือเพียงไม่ถึง 10 นาที (เร็วขึ้น 33%) ใช้ AI สกัดข้อมูลจากเอกสาร (รวมถึงลายมือเขียน) และตรวจสอบความถูกต้องกับฐานข้อมูลโดยอัตโนมัติ สร้างวัฒนธรรม "ใครก็พัฒนาได้" ด้วย AI Agent KONE ประสบความสำเร็จในการปั้นพนักงานกว่า 3,000 คน ให้เป็นนักพัฒนาแอปฯ - [CATL รุกคืบยึดชัยภูมิยูนนาน ปักธงฐานผลิตใหม่รับปี 2026 พร้อมขยายอาณาจักรแบตเตอรี่ทั่วโลก](https://www.manutalkthai.com/catl-manufacturing-in-yunan-province/) - CATL ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตแบตเตอรี่อันดับหนึ่งของโลก เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ล่าสุดลงนามข้อตกลงเชิงกลยุทธ์ร่วมกับรัฐบาลเมืองคุนหมิง และเขตพื้นที่ใหม่เตียนจง (Dianzhong New Area) ในมณฑลยูนนาน เพื่อสร้างฐานการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมอัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีกำหนดการเริ่มก่อสร้างภายในไตรมาสแรกของปี 2026 นี้ ยุทธศาสตร์ 4 ด้าน: มากกว่าแค่แบตเตอรี่รถยนต์ ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการสร้างโรงงาน แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่ครอบคลุม 4 เสาหลัก ได้แก่: แบตเตอรี่พลังงานใหม่: พัฒนาเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานยุคหน้า พลังงานสะอาด: การบูรณาการพลังงานหมุนเวียนในกระบวนการผลิต การขนส่งที่ยั่งยืน: สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ (Low-altitude Economy): เตรียมความพร้อมสำหรับโดรนและอากาศยานไฟฟ้าที่กำลังเติบโต เร่งเครื่องขยายกำลังการผลิตทั่วทิศทาง นอกจากโครงการใหม่ในยูนนาน CATL ยังได้รายงานความคืบหน้าของโปรเจกต์สำคัญทั้งในและต่างประเทศที่เข้าสู่ช่วงวิกฤต (Critical Phase): อินโดนีเซีย: เริ่มส่งมอบเครื่องจักรสำหรับสายการผลิตเซลล์แบตเตอรี่แห่งแรกเมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา เปลี่ยนผ่านจากงานก่อสร้างโยธาสู่การติดตั้งระบบ เสฉวน-ฉงชิ่ง: ทุ่มงบ 5,500 ล้านหยวน (ราว 27,000 ล้านบาท) บนพื้นที่ 1,000 มู่ เพื่อขยายกำลังการผลิตเฟสที่ 2 เพิ่มขีดความสามารถขึ้นอีก 25 - [Roche เร่งเครื่องยกระดับการผลิต รับกระแสยาลดน้ำหนักฟีเวอร์หลังผลการทดสอบ CT-388 พุ่งแรง](https://www.manutalkthai.com/roche-is-accelerating-its-production-to-capitalize-on-the-weight-loss-drug-craze/) - ยักษ์ใหญ่แห่งวงการยาจากสวิตเซอร์แลนด์อย่าง Roche กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญในสายการผลิต หลังจากผลการทดสอบทางคลินิกเฟส 2 ของยา CT-388 เผยให้เห็นประสิทธิภาพที่น่าทึ่ง โดยสามารถช่วยลดน้ำหนักได้เฉลี่ยถึง 22.5% ภายในเวลา 48 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ท้าทายเจ้าตลาดเดิมอย่าง Novo Nordisk และ Eli Lilly อย่างมาก โจทย์ใหญ่: การขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับดีมานด์โลก จากแนวโน้มที่คาดการณ์ว่าภายในปี 2035 ประชากรกว่าครึ่งโลกจะประสบภาวะน้ำหนักเกิน ทำให้ Roche ต้องเร่งวางแผนยุทธศาสตร์ด้านการผลิตขนานใหญ่ โดยอาศัยฐานการผลิตที่ครอบคลุมหลายทวีป ทั้งจาก Genentech ในสหรัฐฯ และ Chugai Pharmaceutical ในญี่ปุ่น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการผลิตยาฉีดใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Injection) ที่ต้องใช้กระบวนการทางชีวภาพขั้นสูง ประเด็นสำคัญที่ฝ่ายผลิตต้องเผชิญ: ความซับซ้อนของตัวยา: CT-388 ออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนทั้ง GLP-1 และ GIP ซึ่งต้องใช้กระบวนการผลิตทางชีวภาพที่ละเอียดอ่อน มาตรฐานคุณภาพและโลจิสติกส์: การผลิตยาฉีดต้องการการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดและระบบขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain) ที่มีประสิทธิภาพสูง โอกาสในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน: ผลทดสอบระบุว่าผู้ป่วยกลุ่ม - [Fujifilm Business Innovation ปรับทัพปี 2026 มุ่งสู่ One-Stop DX Partner ดัน AI และความยั่งยืน หนุนโรงงานไทยฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ](https://www.manutalkthai.com/fujifilm-business-innovation-2026/) - ในยุคที่ภาคการผลิตและอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตช้า และความผันผวนของต้นทุน การปรับตัวด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลจึงจำเป็น ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จึงประกาศแผนปี 2026 ที่รีแบรนด์จุดยืนจากผู้จำหน่ายเครื่องพิมพ์ สู่ One-Stop DX Partner เพื่อช่วยยกระดับ Workflow ของภาคธุรกิจและโรงงานอุตสาหกรรมให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน มาซาอากิ ยานากิย่า ประธาน บริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด แจ้งว่าา ฟูจิฟิล์มไม่ได้เป็นเพียงผู้ขายฮาร์ดแวร์อีกต่อไป แต่กำลังนำข้อมูล และนวัตกรรมดิจิทัลเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาผสานในกระบวนการทำงาน เพื่อแปลงข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างซึ่งมักเป็นปัญหาใหญ่ในระบบเอกสารของโรงงาน เช่น ใบสั่งซื้อ, ใบเสร็จรับเงิน หรือเอกสารการผลิต ให้กลายเป็นข้อมูลดิจิทัลที่พร้อมใช้งานได้ทันที สำหรับแผนธุรกิจของ ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น ในประเทศไทย จะประกอบด้วย 3 กลุ่มธุรกิจดังนี้ Business Solutions: นำมาโดย FUJIFILM IWpro แพลตฟอร์ม Workspace - [TTB analytics มองธุรกิจ IT & Telecommunication กำลังเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว แนะเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับศักยภาพ [PR]](https://www.manutalkthai.com/ttb-analytics-it-telecommunication-in-2026-ingisht-pr/) - ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองธุรกิจ IT & Telecommunication ของไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงอิ่มตัวจากภาวะการเติบโตที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย สาเหตุหลักจากข้อจำกัดของฝั่งอุปทานที่ไม่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อสร้างความต้องการในส่วนเพิ่มเติมบนจำนวนผู้ใช้งานที่อาจไม่เพิ่มขึ้นในเชิงจำนวนอีกต่อไป IT & Telecommunication เป็นธุรกิจที่มีบทบาทกับเศรษฐกิจไทยที่รายได้รวมของอุตสาหกรรมปี 2568 สูงถึง 1.24 ล้านล้านบาท ด้วยการเติบโตเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี (2565 – 2568) ที่ 4.9% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้ประชาชาติในช่วงเวลาเดียวกันที่ 2.2% รวมถึงสูงกว่ารายได้จากภาคธุรกิจ (ไม่รวมกลุ่ม IT & Telecommunication) ที่เติบโตเพียง 1.9% ต่อปี รวมถึง IT & Telecommunication เป็นธุรกิจบริการที่สร้างพื้นที่กำไรได้สูงซึ่งช่วยให้เม็ดเงินตกอยู่ในมือของผู้ประกอบการสูงถึง 11.5% ซึ่งสูงกว่าภาพรวมของธุรกิจอื่น ๆ ที่มีพื้นที่กำไร 6.9% แสดงถึงความสามารถทั้งการสร้างรายได้และพื้นที่กำไร แต่อย่างไรก็ดี ธุรกิจ IT & Telecommunication - [Tesla ยุติการผลิตรุ่น Model S และ X ปรับโรงงาน Fremont ไปผลิตหุ่นยนต์ Optimus เต็มรูปแบบ ตั้งเป้า 1 ล้านตัวต่อปี](https://www.manutalkthai.com/tesla-stop-modelx-s-go-optimus/) - Elon Musk ซีอีโอของ Tesla ได้ประกาศกลางงานแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ว่าบริษัทเตรียมยุติการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเรือธงทั้ง Model S และ Model X อย่างเป็นทางการ เพื่อเปิดทางให้กับการปรับปรุงโรงงานใน Fremont รัฐ California สู่การเป็นฐานการผลิตหุ่นยนต์ Optimus เต็มรูปแบบ แม้จะเป็นรุ่นบุกเบิกที่สร้างชื่อเสียงให้ Tesla ตั้งแต่ปี 2012 และ 2015 แต่ในเชิงตัวเลขชี้ว่าอนาคตของบริษัทอยู่ที่รุ่น Model 3 และ Model Y ที่เจาะ Mass Market มากกว่า เช่น ปีที่ผ่านมา Tesla ส่งมอบรถยนต์ไปกว่า 1.59 ล้านคัน โดย 97% มาจาก Model 3 และ Model Y สิ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการโรงงานและการผลิตคือแผนการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและไลน์การผลิตครั้งมโหฬาร โดยพื้นที่การผลิต Model S และ - [PepsiCo จับมือ Nvidia และ Siemens ใช้ Digital Twin จำลองโรงงานเสมือนจริง เพิ่มกำลังผลิต 20%](https://www.manutalkthai.com/pepsico-digital-twin/) - PepsiCo เดินหน้า Digital Transformation จับมือ Nvidia และ Siemens นำเทคโนโลยี Digital Twin และ AI มาใช้สร้างแบบจำลองโรงงานและคลังสินค้าเสมือนจริง เพื่อทดสอบระบบ และตรวจสอบการออกแบบก่อนการก่อสร้างจริง โดยเริ่มนำร่องในสหรัฐฯ และมีแผนขยายผลทั่วโลกในปี 2027 สำหรับโซลูชันที่ PepsiCo ใช้คือ Siemens Digital Twin Composer บนแพลตฟอร์ม Nvidia Omniverse เพื่อสร้างแบบจำลอง 3 มิติที่แม่นยำตามหลักฟิสิกส์ ช่วยให้วิศวกร และ AI Agent จำลองการทำงานของเครื่องจักร และออกแบบพื้นที่โรงงานได้ Real-time ช่วยลดความเสี่ยงได้ดีกว่าการจำลองแบบเดิม จากการทดสอบระบบ PepsiCo สามารถลดปัญหาการออกแบบได้ถึง 90% เพราะตรวจพบจุดบกพร่องล่วงหน้าก่อนติดตั้งจริง ทั้งยังเพิ่มปริมาณผลผลิต 20% จากการปรับปรุงกระบวนการในไลน์ผลิต รวมถึงลดรายจ่ายในการดำเนินงานสูงสุด 15% ผ่านการตัดงบประมาณส่วนเกินจากการแก้ไขงานก่อสร้าง Ramon Laguarta ซีอีโอของ PepsiCo - [Siemens ผนึกกำลัง KUKA และ SYIL พลิกโฉมออโตเมชัน: ทางรอดใหม่ของโรงกลึงยุค SME](https://www.manutalkthai.com/siemens-kuka-and-syil-join-forces-to-revolutionize-automation-a-new-lifeline-for-sme-machine-shops/) - โรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลาง มักเผชิญทางตันเมื่อคิดจะนำระบบอัตโนมัติมาใช้ ด้วยกำแพงเรื่องต้นทุนและความซับซ้อนในการใช้งาน แต่ล่าสุด Siemens ได้จับมือกับพันธมิตรเพื่อทลายกำแพงนั้นลง ด้วยโซลูชันใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อ "โรงกลึงยุคใหม่" โดยเฉพาะ เปลี่ยนความซับซ้อนให้เป็นเรื่องง่าย หัวใจของความร่วมมือนี้คือการผสานพลังระหว่างระบบคอนโทรลเลอร์ SINUMERIK 828 ของ Siemens เข้ากับแขนหุ่นยนต์ประสิทธิภาพสูงจาก KUKA และเครื่องจักรซีเอ็นซีจาก SYIL ในอดีต การนำหุ่นยนต์มาทำงานร่วมกับเครื่องจักร (Machine Tending) คือเรื่องปวดหัว เพราะต้องใช้คนเขียนโปรแกรมหุ่นยนต์แยกต่างหาก ต้องมีรีโมทควบคุม (Pendant) อีกอัน และต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แต่ด้วยแอปพลิเคชัน Run MyRobot/Handling ช่างเครื่องสามารถควบคุมทั้งเครื่องจักรและหุ่นยนต์ได้ "บนหน้าจอเดียว" ผ่านระบบ G-code ที่คุ้นเคย โดยไม่ต้องเรียนรู้ภาษาหุ่นยนต์ใหม่ ก้าวสู่ยุค "Lights-out" Manufacturing Tiansu Jing จาก Siemens และผู้บริหารจากทั้ง SYIL และ KUKA ต่างยืนยันตรงกันว่า นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ โซลูชันนี้ช่วยให้โรงงานขนาดเล็กสามารถเริ่มระบบออโตเมชันได้โดยไม่ต้องลงทุนมหาศาล อีกทั้งยังคืนทุน (ROI) ได้ไว - [เดิมพัน "ไฮโดรเจน" ของญี่ปุ่น: ทำไมไม่ยอมจบที่ BEV?](https://www.manutalkthai.com/japans-hydrogen-gamble-why-not-just-stick-with-bev/) - หลายคนมองว่าญี่ปุ่น "ตกขบวน EV" แต่ในมุมมองวิศวกรรมและยุทธศาสตร์พลังงาน ค่ายญี่ปุ่นมองเกมข้ามช็อตไปที่ "ข้อจำกัดทางฟิสิกส์" ของแบตเตอรี่ ที่ไฮโดรเจนสามารถเข้ามาแก้โจทย์ได้ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม วิเคราะห์เจาะลึกแบบ "Head-to-Head" ระหว่าง ไฮโดรเจน (FCEV) และ แบตเตอรี่ (BEV) เพื่อไขคำตอบว่าทำไมค่ายญี่ปุ่นอย่าง Honda และ Toyota ถึงยังเดิมพันกับไฮโดรเจน แม้กระแสโลกจะเทไปทาง EV 1. กฎแห่งน้ำหนัก: "Payload is King" 🚚 นี่คือจุดตายของรถบรรทุก EV (BEV) BEV: หากต้องการให้รถบรรทุกวิ่งไกล 800 กม. ต้องแบกแบตเตอรี่หนักมหาศาล (อาจถึง 4-5 ตัน) ซึ่งน้ำหนักแบตเตอรี่นี้จะไป "กินเนื้อที่น้ำหนักบรรทุกสินค้า" ทำให้เจ้าของรถขนของได้น้อยลง = รายได้ลดลง FCEV: ถังเก็บไฮโดรเจนและแผงวงจรมีน้ำหนักเบากว่าแบตเตอรี่มาก ทำให้รถบรรทุกไฮโดรเจนสามารถขนสินค้าได้เยอะเท่า ๆ กับรถน้ำมันเดิม ชัยชนะ: ไฮโดรเจนชนะขาดในกลุ่ม รถบรรทุกหนัก (Heavy - ["ฮอนด้า" ปรับแผนไฮโดรเจน: ประกาศยุติการผลิตร่วม GM ภายในปี 2026 หันลุยพัฒนาเทคโนโลยีเองเต็มสูบ](https://www.manutalkthai.com/honda-adjusts-its-hydrogen-plan-announces-the-end-of-joint-production-with-gm-by-2026/) - ฮอนด้า มอเตอร์ (Honda) ตัดสินใจปรับหางเสือครั้งสำคัญในสมรภูมิยานยนต์พลังงานสะอาด โดยประกาศเตรียมยุติการผลิตระบบเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) รุ่นปัจจุบันภายในสิ้นปี 2026 ซึ่งนั่นหมายถึงการ "ปิดฉาก" ไลน์การผลิตภายใต้บริษัทร่วมทุนกับพันธมิตรเก่าแก่อย่าง เจเนอรัล มอเตอร์ส (GM) ลงด้วย ปิดฉากฐานผลิตมิชิแกน ย้อนกลับไปเมื่อปี 2017 ฮอนด้าและ GM ได้จับมือกันก่อตั้ง Fuel Cell System Manufacturing LLC ในรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นโรงงานผลิตระบบ Fuel Cell ป้อนสู่ตลาดรถยนต์ นับเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือข้ามค่ายที่น่าจับตามองในขณะนั้น สู่ยุค "พึ่งพาตนเอง" (In-house Strategy) อย่างไรก็ตาม การยุติการผลิตร่วมครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าฮอนด้าจะถอยจากตลาดไฮโดรเจน แต่กลับเป็นการ "รุกฆาต" ด้วยกลยุทธ์ใหม่ ที่ต้องการเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยี Fuel Cell ที่ฮอนด้า "พัฒนาขึ้นเองภายในองค์กร" (In-house) ทั้งหมดแทน การเดินเกมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ฮอนด้าต้องการกุมบังเหียนเทคโนโลยีหลัก (Core Technology) ไว้ในมือเอง - ["Southco" ปักหมุดชลบุรี! เปิดโรงงานใหม่เสริมแกร่งซัพพลายเชนอาเซียน ดันไทยสู่ฮับผลิตชิ้นส่วนวิศวกรรมระดับโลก](https://www.manutalkthai.com/southco-sets-its-sights-on-chonburi-pushing-thailand-towards-becoming-a-world-class-engineering-parts-manufacturing-hub/) - ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดอุตสาหกรรมอาเซียน Southco ผู้ผลิตระดับโลกด้านโซลูชันฮาร์ดแวร์เพื่อการเข้าถึง (Engineered Access Solutions) ได้ตัดสินใจเดินหมากสำคัญด้วยการเปิดตัวโรงงานแห่งใหม่ในจังหวัดชลบุรีอย่างเป็นทางการ เพื่อใช้เป็นฐานทัพหลักในการรุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฐานการผลิตใหม่: หัวใจสำคัญของความเร็ว โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 2,255 ตารางเมตร ไม่ได้เป็นเพียงแค่ไลน์การผลิตทั่วไป แต่ถูกวางตัวให้เป็นศูนย์กลางการผลิตชิ้นส่วนความละเอียดสูง อาทิ สกรูยึดติด (Captive Screws), อุปกรณ์ดันล็อค (Ejectors) และที่น่าจับตามองคือ ระบบล็อคอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Access Solutions) รวมถึงห้องผลิตคลีนรูมสำหรับ Quick Disconnect Adapters การขยายฐานมายังชลบุรีครั้งนี้ Southco มีเป้าหมายชัดเจนคือ "ลดระยะเวลาส่งมอบ" และสร้าง "ความยืดหยุ่นให้ซัพพลายเชน" เพื่อให้ลูกค้าในภูมิภาคได้รับสินค้ามาตรฐานโลกได้รวดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องรอนำเข้านานเหมือนในอดีต ทำไมการที่ Southco ผลิตสิ่งนี้ในไทยถึงสำคัญ? การที่ Southco เลือกผลิต EAS หรือ ระบบล็อคอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Access Solutions) ในชลบุรี สะท้อนว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ Supply Chain ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง - [Microsoft Dynamics 365 Business Central ยกระดับมาตรฐาน ERP สำหรับตลาด Mid-Market](https://www.manutalkthai.com/microsoft-dynamics-365-business-central/) - Microsoft Dynamics 365 Business Central กำลังสร้างแรงกระเพื่อมครั้งสำคัญในตลาด ERP ระดับกลาง (Mid-market) โดยเปลี่ยนนิยามจากเดิมที่ธุรกิจขนาดกลางมักพึ่งพาแค่โปรแกรมบัญชีพื้นฐานหรือ Excel ให้ก้าวสู่การใช้ระบบ Cloud ERP เต็มรูปแบบ ที่เชื่อมโยงทั้งการเงิน การขาย และซัพพลายเชนเข้าด้วยกัน จุดแข็ง: พลังของ Ecosystem สิ่งที่ทำให้ Business Central กลายเป็นผู้ท้าชิงที่น่ากลัวสำหรับคู่แข่งอย่าง NetSuite ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์พื้นฐาน แต่คือการที่มัน "เสียบปลั๊ก" เข้ากับ Microsoft 365, Power Platform และ Azure ได้อย่างไร้รอยต่อ นี่คือการยกระดับมาตรฐานขั้นต่ำ (Minimum Viable ERP) ของวงการ จากเดิมที่ SME เคยหวังแค่ "ลงบัญชีได้" วันนี้พวกเขาสามารถเข้าถึงระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Analytics) และระบบอัตโนมัติ (Automation) ได้ในระดับเดียวกับองค์กรขนาดใหญ่ เพียงแค่คุ้นเคยกับหน้าตาของ Microsoft Office Copilot: - [เสร็จไว!!! ติดตั้ง SAP S/4HANA Cloud จบใน 4 สัปดาห์ Record-Fast ของการเปลี่ยนถ่ายระบบ Cloud ERP](https://www.manutalkthai.com/sap-s-4hana-cloud-installation-completed-in-4-weeks-record-fast-erp-system-migration/) - ในอุตสาหกรรมการผลิต การเปลี่ยนถ่ายระบบ ERP มักถูกมองว่าเป็น "มหากาพย์" ที่กินเวลาเป็นปีและผลาญงบประมาณมหาศาล แต่ล่าสุด Ahlstrom ผู้นำด้านวัสดุไฟเบอร์ระดับโลก ได้ร่วมมือกับ Vincit พาร์ทเนอร์ด้านดิจิทัล สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการติดตั้งระบบ SAP S/4HANA Public Cloud ให้โรงงานแห่งหนึ่งสำเร็จลุล่วงภายในเวลาเพียง "4 สัปดาห์" เท่านั้น โจทย์หิน: ต้องเร็ว ต้องคุ้ม และต้องทำซ้ำได้ Ahlstrom ซึ่งมีโรงงานถึง 36 แห่งใน 13 ประเทศ ต้องการโมเดลการติดตั้ง ERP แบบใหม่สำหรับโรงงานขนาดเล็ก โดยมีโจทย์ว่าต้องประหยัดต้นทุน รวดเร็ว และสามารถใช้เป็น "พิมพ์เขียว" เพื่อขยายผลไปยังโรงงานอื่น ๆ ได้ทันที ความท้าทายระดับ "Mission Impossible" นี้ถูกส่งต่อให้ Vincit ซึ่งรับคำท้าและพิสูจน์ให้เห็นว่า ด้วยเทคโนโลยียุคใหม่และทีมงานที่ใช่ กรอบเวลาเป็นเดือน ๆ สามารถย่อเหลือเพียงไม่กี่สัปดาห์ได้จริง กุญแจความสำเร็จ: Clean Core Strategy - [เปลี่ยน "น้ำมันเก่า" เป็น "เชื้อเพลิงเครื่องบิน": ผนึกกำลัง 3 ยักษ์ใหญ่ Honeywell, Tata และ SAF One ลุยผลิต SAF กู้โลกการบิน](https://www.manutalkthai.com/honeywell-tata-and-saf-one-are-ramping-up-production-of-saf-to-save-the-aviation-world/) - ในขณะที่อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกกำลังเร่งเครื่องเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน "เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน" หรือ SAF (Sustainable Aviation Fuel) ได้กลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่สุด และล่าสุดได้เกิดความร่วมมือครั้งใหญ่ที่จะเปลี่ยน "ของเสีย" ให้กลายเป็นพลังงานขับเคลื่อนน่านฟ้า SAF One ผู้เล่นคนสำคัญในวงการพลังงาน ได้ประกาศจับมือกับสองยักษ์ใหญ่ทางวิศวกรรมและเทคโนโลยีอย่าง Honeywell และ Tata Projects Limited (TPL) เพื่อเดินหน้าโครงการผลิต SAF ในระดับโลก รวมถึงเป้าหมายสำคัญในประเทศอินเดีย เทคโนโลยีที่ชื่อว่า "Honeywell UOP Ecofining" คือหัวใจของโปรเจกต์นี้ เทคโนโลยีนี้เปรียบเสมือนโรงงานแปรรูปอัจฉริยะ ที่สามารถเปลี่ยนวัตถุดิบเหลือใช้อย่าง น้ำมันทำอาหารใช้แล้ว (UCO), ไขมัน และน้ำมันพืช ให้กลายเป็นน้ำมันดีเซลหมุนเวียนและเชื้อเพลิง SAF คุณภาพสูง โดยจุดเด่นคือความคุ้มค่าในการลงทุน (Cost-effective) และความยืดหยุ่นในการเลือกใช้วัตถุดิบ Rajesh Gattupalli ผู้บริหารจาก Honeywell อธิบายว่า เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ผู้ผลิตไม่ต้องยึดติดกับวัตถุดิบชนิดเดียว แต่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามทรัพยากรที่มีในตลาด ทำให้การผลิต SAF มีความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจมากขึ้น สูตรสำเร็จ: ออกแบบทีเดียว สร้างได้ทั่วโลก - [Schneider Electric เปิดตัว "ระบบหล่อเย็น" 2.5 เมกะวัตต์ รับมือความร้อนแรงของ AI Factory ยุคใหม่](https://www.manutalkthai.com/schneider-electric-unveils-a-2-5-megawatt-cooling-system/) - ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เติบโตอย่างก้าวกระโดด สิ่งที่ตามมาคือ "ความร้อน" มหาศาลจากชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูง ล่าสุด Motivair (ภายใต้ Schneider Electric) ได้เขย่าวงการด้วยการเปิดตัว MCDU-70 ซึ่งเป็นหน่วยกระจายสารหล่อเย็น (Coolant Distribution Unit - CDU) ขนาด 2.5 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นระบบที่มีความจุสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา พลังหล่อเย็นเพื่อ "AI Factory" MCDU-70 ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับ AI Factory และระบบประมวลผลที่ใช้ GPU จำนวนมาก ซึ่งการระบายอากาศแบบเดิมเริ่มเอาไม่อยู่ โดยระบบใหม่นี้ใช้เทคโนโลยีการหล่อเย็นด้วยของเหลว (Liquid Cooling) ที่มีประสิทธิภาพสูง: ความจุระดับมหาศาล: ด้วยกำลัง 2.5MW ต่อหน่วย หากติดตั้งเพียง 6 หน่วย ก็สามารถรองรับความต้องการระดับ 10MW พร้อมระบบสำรอง (Redundancy) ได้อย่างสบาย ประหยัดพื้นที่: แม้จะมีพลังสูง แต่ถูกออกแบบให้ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อย (Compact Footprint) - [ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ร่วมประชุม World Economic Forum 2026 ผลักดันความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรม [PR]](https://www.manutalkthai.com/schneider-electric-world-economic-forum-2026-pr/) - ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงาน เข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาเศรษฐกิจโลก 2026 (World Economic Forum 2026) ณ เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ นำโดย โอลิวิเยร์ บลูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพื่อร่วมผลักดันความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมต่างๆ ในการยกระดับขีดความสามารถของเทคโนโลยีพลังงาน โอลิวิเยร์ บลูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าวว่า เป็นที่ชัดเจนว่าเราทุกคนได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ AI และพลังงานไม่อาจแยกออกจากกันได้ ทั้งสองสิ่งนี้จะร่วมกันพลิกโฉมทุกธุรกิจ การใช้ AI จำเป็นต้องมีการประมวลผล และการประมวลผลมหาศาลเหล่านั้นจำเป็นต้องใช้พลังงาน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมโลกจึงต้องการพลังงานอัจฉริยะมากยิ่งขึ้น ลูกค้าในทุกภาคส่วนกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายและโอกาสในลักษณะเดียวกัน นั่นคือการใช้พลังงานต้องมีประสิทธิภาพสูงสุด ในฐานะที่ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีพลังงานของทุกคน เราได้ดำเนินการเปลี่ยนผ่านระบบไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติและระบบดิจิทัลให้ครอบคลุมกับทุกอุตสาหกรรม ทุกธุรกิจและที่อยู่อาศัย รวมถึงขับเคลื่อนประสิทธิภาพเหล่านี้ควบคู่กับความยั่งยืนสำหรับทุกคน โดยไม่ได้ทำแค่การผสานเชื่อมโยงระบบต่างๆ เข้าด้วยกันเท่านั้น แต่ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เราสร้างระบบนิเวศที่หลอมรวมเทคโนโลยี AI เข้ากับข้อมูลและผู้คน เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น ซึ่งในการประชุมที่เมืองดาวอส - [ION Energy ขึ้นแท่นพลังงานสะอาดรายแรก เดินหน้าลุยพัฒนา “Smart Energy Platform” ต่อยอดบริการโซลาร์รูฟที่อยู่อาศัยครบวงจร [PR]](https://www.manutalkthai.com/ion-energy-smart-energy-platform-2026-pr/) - ไอออน เอนเนอร์ยี่ ขึ้นแท่นผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจรรายแรก คว้าทุนสนับสนุนนวัตกรรมพลังงานสะอาดจาก “กองทุนอินโนเวชั่นวัน” ติดสปีดพัฒนา “Smart Energy Platform”ยกระดับการบริหารจัดการพลังงานและระบบนิเวศด้านพลังงานสะอาดของไทย เดินหน้าลุยระบบ Behind-the-Meter และ Energy Payment Tech Solutions ยกระดับการใช้โซลาร์ภาคที่อยู่อาศัยอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส คุ้มค่า รองรับการซื้อ-ขายไฟฟ้าเมื่อกฎหมายรองรับ มองโอกาสสร้างรากฐานขับเคลื่อนบริษัทเข้าตลาด mai ตามโรดแมป 5 ปี นายพีรกานต์ มานะกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ION Energy ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการ “กองทุนอินโนเวชั่นวัน” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุนส่งเสริม ววน.) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) โดยทุนดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในการพัฒนา Smart Energy Platform เพื่อยกระดับการบริหารจัดการพลังงานและสร้างระบบนิเวศด้านพลังงานสะอาดของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม “เราเป็นผู้ประกอบการด้านพลังงานสะอาดและโซลาร์รายแรกที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนอินโนเวชั่นวัน - [Toshiba จับมือ Mikroe เปิดตัวบอร์ดคุมมอเตอร์อัจฉริยะ ช่วยวิศวกรยานยนต์ "ปั้นต้นแบบ" ได้ไวและง่ายกว่าเดิม](https://www.manutalkthai.com/toshiba-partners-with-mikroe-to-launch-an-intelligent-motor-control-board-for-automotive-applications/) - Toshiba Electronics ได้ผนึกกำลังกับ Mikroe ผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในงานวิศวกรรม เปิดตัวบอร์ดควบคุมมอเตอร์รุ่นใหม่ SmartMCD TB9M001FTG ที่ออกแบบมาเพื่อปฏิวัติการสร้างเครื่องต้นแบบ (Prototyping) สำหรับระบบไฟฟ้าในรถยนต์โดยเฉพาะ เพื่อยกระดับการพัฒนายานยนต์สมัยใหม่ที่เน้นความเร็วและความแม่นยำ สมองกลที่ครบเครื่องในตัวเดียว บอร์ดรุ่นนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวขับเคลื่อนมอเตอร์ทั่วไป แต่เปรียบเสมือน "คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก" ที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมมอเตอร์แปรงถ่าน (DC Brush Motor) ถึง 2 ตัวพร้อมกัน เหมาะสำหรับระบบอำนวยความสะดวกในรถยนต์ เช่น: หลังคาซันรูฟไฟฟ้า ที่ปัดน้ำฝน หน้าต่างไฟฟ้า เบาะนั่งปรับระดับ หัวใจสำคัญของบอร์ดนี้คือชิปขับเคลื่อนที่ผ่านการรับรองมาตรฐานยานยนต์ AEC-Q100 และ ASIL-A ซึ่งหมายถึงความทนทานและความปลอดภัยสูงสุด โดยมาพร้อมกับระบบตรวจจับข้อผิดพลาดในตัว ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันกระแสเกิน, แรงดันเกิน/ต่ำเกิน หรือแม้แต่ระบบปิดการทำงานอัตโนมัติเมื่อเกิดความร้อนสูง (Thermal Shutdown) ลดความซับซ้อน ลดเวลาการพัฒนา สิ่งที่ทำให้วิศวกรต้องยิ้มคือความครบวงจรภายในบอร์ด: ระบบจัดการพลังงาน: สามารถแปลงไฟจากแบตเตอรี่รถยนต์เพื่อจ่ายให้กับส่วนประกอบต่าง ๆ ได้ทันที การเชื่อมต่อ: มีระบบสื่อสาร LIN ในตัวสำหรับเชื่อมต่อกับระบบภายในรถยนต์ พร้อมใช้งานทันที: บอร์ดมีขนาดกะทัดรัด (5.1 x - [Andritz รุกคืบตลาดจีน! ปิดดีลถือหุ้นใหญ่ "Sanzheng" เสริมแกร่งเทคโนโลยีทำความร้อนรักษ์โลก](https://www.manutalkthai.com/andritz-closes-deal-to-acquire-majority-stake-in-sanzheng/) - Andritz ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมระดับโลกจากออสเตรีย ประกาศความสำเร็จในการเข้าถือหุ้นร้อยละ 51 ในบริษัท Baoding Sanzheng Electrical Equipment หรือ Sanzheng ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทำความร้อนแบบเหนี่ยวนำ (Induction Heating) รายใหญ่ของจีน โดยดีลนี้เสร็จสิ้นไปเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของอุตสาหกรรมเหล็ก การเข้าซื้อหุ้นในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการขยายฐานธุรกิจ แต่เป็นการเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอเทคโนโลยีของ Andritz ให้ครบวงจรยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม Electrical Steel ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตมอเตอร์และหม้อแปลงไฟฟ้าในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีของ Sanzheng จะเข้ามาเสริมความเชี่ยวชาญในกระบวนการชุบสังกะสี การอบอ่อน และการขึ้นรูปโลหะให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero จุดเด่นที่น่าสนใจที่สุดคือการตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืน Guido Burgel ผู้บริหารระดับสูงของ Andritz ระบุว่า ระบบทำความร้อนแบบเหนี่ยวนำ (Induction Heating) คือทางออกสำคัญที่ช่วยให้โรงงานเหล็กสามารถ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้อย่างมหาศาล เมื่อเทียบกับวิธีการเผาไหม้แบบดั้งเดิม ช่วยให้ลูกค้าในอุตสาหกรรมหนักเข้าใกล้เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนได้เร็วขึ้น ขยายอิทธิพลสู่ระดับสากล Sanzheng สร้างรายได้ต่อปีกว่า 1,200 ล้านบาท ไม่ได้เก่งแค่เรื่องเหล็กเท่านั้น - [2 เมกะเทรนด์ ที่จะพลิกโฉมโรงงานการผลิตภายในปี 2030](https://www.manutalkthai.com/two-megatrends-that-will-transform-manufacturing-plants-by-2030/) - NTT Data ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีและดิจิทัลระดับโลก ได้ออกมาเปิดเผยรายงานวิเคราะห์ถึง 2 เมกะเทรนด์ที่จะเข้ามาพลิกโฉมหน้าโรงงานผลิตภายในปี 2030 ซึ่งอาจทำให้ภาพของ "คน" บนสายการผลิตเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง 1. การมาถึงของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robots) ลบภาพจำหุ่นยนต์แขนกลที่ทำงานตามคำสั่งเดิม ๆ ไปได้เลย เพราะหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นใหม่จะขับเคลื่อนด้วย Multimodal AI ที่ผสานทั้งการมองเห็น การใช้ภาษา และการวางแผนเข้าด้วยกัน ทำให้พวกมันสามารถ "ตัดสินใจเองได้" และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ปัจจุบัน: เริ่มเห็นการใช้ในงานคัดแยกวัสดุหรือเคลื่อนย้ายสินค้า อนาคต: เมื่อเทคโนโลยีการเคลื่อนไหว (Fine Motor Skills) พัฒนาขึ้น เราจะเห็นหุ่นยนต์เหล่านี้ทำงานประกอบชิ้นส่วนที่ซับซ้อนแทนมนุษย์ได้มากขึ้น 2. โรงงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบ หรือ "Dark Factory" เทรนด์ที่สองคือการก้าวไปสู่ Autonomous Factory หรือ Dark Factory โรงงานที่สามารถทำงานได้เองในความมืดโดยไม่ต้องมีมนุษย์เฝ้า เครื่องจักรจะประสานงานกันเอง ปรับปรุงกระบวนการผลิต และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อัตโนมัติผ่านระบบ IoT และ Digital Twin ที่ไม่ได้มีไว้แค่จำลองสถานการณ์ - [หมดยุค "รอให้เสียแล้วค่อยซ่อม": Festo เปิดตัวแพลตฟอร์ม AI อัจฉริยะ ป้องกันเครื่องจักรหยุดทำงานแบบไม่คาดฝัน](https://www.manutalkthai.com/festo-launches-intelligent-ai-platform-to-prevent-unexpected-machine-downtime/) - แม้ระบบอัตโนมัติ (Automation) จะวาดฝันถึงหุ่นยนต์ที่ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ในความเป็นจริง "อาการเสียกะทันหัน" ยังคงเป็นขวากหนามสำคัญ ล่าสุด Festo ยักษ์ใหญ่ด้านระบบนิวแมติกและไฟฟ้าจากเยอรมนี ได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม Festo AX Motion Insights ที่ใช้ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์และพยากรณ์ล่วงหน้า เพื่อลดปัญหาเครื่องจักรหยุดทำงาน (Downtime) อย่างมีประสิทธิภาพ วิเคราะห์แม่นยำทั้งระบบไฟฟ้าและลม แพลตฟอร์มนี้แบ่งการทำงานออกเป็นส่วน ๆ เพื่อความคล่องตัว: AX Motion Insights Electric: คอยเฝ้าสังเกตการณ์มอเตอร์เซอร์โวและแกนขับเคลื่อนไฟฟ้า AX Motion Insights Pneumatic: ความเจ๋งคือสามารถตรวจสอบความผิดปกติของ "กระบอกลม" ได้ทุกยี่ห้อ โดย ไม่ต้องติดเซนเซอร์เพิ่ม หรือดัดแปลงเครื่องจักร ช่วยตรวจจับได้ทั้งอาการใกล้พังและการใช้ลมที่สิ้นเปลืองเกินจริง AX Data Access: ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมข้อมูลจากหน้างาน (OT) ส่งต่อไปยังระบบไอที (IT) ของบริษัทเพื่อวิเคราะห์ภาพรวม จาก "การพยากรณ์" สู่ "การลงมือทำ" ความโดดเด่นของ - [เฝ้าระวัง "ไวรัสนิปาห์" (Nipah) หลังพบการระบาดในอินเดีย ยังไม่มีวัคซีนและอัตราตายสูง](https://www.manutalkthai.com/monitoring-the-nipah-virus-after-an-outbreak-was-detected-in-india/) - ในขณะที่โลกกำลังฟื้นตัวจากวิกฤตสุขภาพครั้งใหญ่ ล่าสุดความกังวลครั้งใหม่ได้เกิดขึ้นในรัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย หลังมีการยืนยันพบผู้ติดเชื้อ "ไวรัสนิปาห์" (Nipah Virus) แล้ว 5 ราย ซึ่งรวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ ส่งผลให้ต้องมีการกักตัวกลุ่มเสี่ยงเกือบ 100 ราย ท่ามกลางการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจากองค์การอนามัยโลก (WHO) รู้จักไวรัสนิปาห์: ภัยเงียบจากค้างคาว ไวรัสนิปาห์เป็นเชื้อที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน (Zoonotic Pathogen) โดยมีค้างคาวกินกล้วยเป็นพาหะหลัก มนุษย์สามารถติดเชื้อได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือกินผลไม้ที่ปนเปื้อนน้ำลายและปัสสาวะของค้างคาว ที่สำคัญคือ "สามารถแพร่จากคนสู่คนได้" ผ่านการสัมผัสใกล้ชิด อัตราการเสียชีวิตสูง: อยู่ที่ร้อยละ 40-75 ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และการระบาดในแต่ละครั้ง อาการและการตรวจพบ: เริ่มต้นด้วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ (ไข้, ปวดหัว, ปวดกล้ามเนื้อ) แต่ความน่ากลัวคือเชื้อสามารถทำให้เกิด สมองอักเสบ (Encephalitis) นำไปสู่การชัก โคม่า และเสียชีวิตได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ ยังไม่มีทางรักษา: ปัจจุบัน "ไม่มีวัคซีนและไม่มียารักษา" ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ การดูแลผู้ป่วยทำได้เพียงประคับประคองตามอาการเท่านั้น ประวัติการระบาด: ถูกพบครั้งแรกในปี 1999 ในกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรที่มาเลเซียและสิงคโปร์ แนวทางการป้องกันและการรับมือ: สำหรับพื้นที่เสี่ยงหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับผลไม้และปศุสัตว์ (โดยเฉพาะสุกร) WHO - [เมื่อ "เจ้าพ่ออิเล็กทรอนิกส์" จับมือ "ตำนานรถบรรทุก": Foxconn และ Mitsubishi Fuso ร่วมทุนลุยตลาดรถบัสไฟฟ้า](https://www.manutalkthai.com/foxconn-and-mitsubishi-fuso-are-forming-a-joint-venture-to-enter-the-electric-bus-market/) - การขยับตัวครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อ Foxconn (Hon Hai Technology Group) ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก และ Mitsubishi Fuso (MFTBC) ผู้ผลิตรถบรรทุกและรถบัสชั้นนำจากญี่ปุ่น ประกาศจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) เพื่อบุกตลาดรถบัสไฟฟ้า (EV Bus) เต็มตัว โดยมีกำหนดการเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 การรวมตัวของ "สมองดิจิทัล" และ "หัวใจยานยนต์" ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการดึงจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมาผสานกันอย่างลงตัว: Mitsubishi Fuso: รับหน้าที่ด้านการออกแบบและกระบวนการผลิตรถบัสที่สั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน โดยจะใช้โรงงานที่จังหวัดโทยามะ (Toyama) เป็นฐานการผลิตหลัก Foxconn: นำเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ทันสมัยและเครือข่ายซัพพลายเชนระดับโลกเข้ามาเสริมทัพ เพื่อเร่งการพัฒนาแพลตฟอร์มรถบัสไร้มลพิษ (Zero-emission) ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนญี่ปุ่นสู่เมืองสีเขียว สำนักงานใหญ่ของบริษัทร่วมทุนแห่งใหม่นี้จะตั้งอยู่ที่เมืองคาวาซากิ โดยมีเป้าหมายหลักคือการเร่งการปรับเปลี่ยนระบบขนส่งสาธารณะในญี่ปุ่นและตลาดต่างประเทศให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในขณะเดียวกัน โรงงานที่โทยามะจะยังคงผลิตรถบัสเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ควบคู่ไปกับการพัฒนา EV เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น จุดที่น่าจับตา: Foxconn ได้ตกลงลงทุนเบื้องต้นไปแล้วกว่า 9,250 ล้านเยน เพื่อสนับสนุนการผลิตในครั้งนี้ ความร่วมมือนี้มุ่งหวังที่จะขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน EV ในญี่ปุ่น - [Catalyx เปิดตัววิธีการเคลียร์สายการผลิตที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อลดปัญหาคอขวดในการผลิตด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ](https://www.manutalkthai.com/catalyx-unveils-ai-powered-line-clearance-solution-to-reduce-manufacturing-bottlenecks-in-life-sciences-pr/) - เนื่องจากปัญหาคอขวดในสายการผลิตทำให้ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์ชีวภาพสูญเสียผลิตภาพไปหลายล้านดอลลาร์ Catalyx จึงเสนอวิธีแก้ปัญหานี้โดยเปิดตัว OpenLine LineClearance Assistant™ 3.0 ซึ่งเป็นวิธีการล้ำสมัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยเปลี่ยนการเคลียร์สายการผลิตให้เป็นกระบวนการดิจิทัลโดยอัตโนมัติอย่างสมบูรณ์ ช่วยเร่งการปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ ลดเวลาหยุดทำงานนอกแผน และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้สูงสุด เทคโนโลยีล้ำสมัย OpenLine LineClearance Assistant 3.0 นำเสนอเทคโนโลยีการฝึก AI ขั้นสูงและเทคโนโลยีการมองเห็นด้วยเครื่องจักร ผสานรวมกับความอัจฉริยะแบบอัตโนมัติเข้ากับการกำกับดูแลโดยมนุษย์อย่างเป็นระบบ เพื่อทำให้กระบวนการแบบดิจิทัลนี้ง่ายต่อการใช้งานและการปฏิบัติในระหว่างเคลียร์สายการผลิต จึงเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญต่อการประกันคุณภาพ ทำให้มั่นใจได้ว่าอุปกรณ์การผลิตผ่านการทำความสะอาดและจัดรูปแบบไว้อย่างถูกต้องเหมาะสมแล้วในระหว่างการผลิตแต่ละรอบ โดยมีนวัตกรรมที่สำคัญ ได้แก่ ความอัจฉริยะในการตรวจสอบความสมบูรณ์ในตัวเอง โดยการสร้างและเสนอแผนการปรับสมรรถนะอัตโนมัติที่อยู่บนฐานของผลที่ได้รับในโลกแห่งความเป็นจริง โดยที่การเปลี่ยนแปลงนั้นจะได้รับการแนะนำ ตรวจสอบ และอนุมัติโดยบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เพื่อเพิ่มความละเอียดแม่นยำในการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ระบบการมองเห็นด้วยเครื่องจักรที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขั้นสูง เพื่อตรวจสอบว่าสายการผลิตปราศจากวัสดุตกค้างและมีชิ้นส่วนที่ผิดแผกออกไปในระหว่างการผลิตแต่ละรอบ โดยใช้เวลาตรวจสอบให้เสร็จสิ้นเพียงไม่กี่มิลลิวินาที พร้อมบันทึกการตรวจสอบแบบดิจิทัลไว้โดยสมบูรณ์ การฝึกโมเดลในแอปพลิเคชันมีประสิทธิภาพมากขึ้นและการจัดการภาพที่ดีขึ้น ช่วยให้การตรวจสอบรวดเร็วขึ้นและจัดการสภาพแวดล้อมการผลิตที่ซับซ้อนได้ดียิ่งขึ้น แก้ปัญหาที่มีอยู่ทั่วไปในอุตสาหกรรม จากรายงานการประเมินมาตรฐานการตรวจสอบการเคลียร์สายการผลิตในอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์ชีวภาพปี 2025 ของ Catalyx เปิดเผยว่า 70% ขององค์กรด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพประสบความล้มเหลวในการเคลียร์สายการผลิตอย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เกือบหนึ่งในสาม (30%) รายงานว่าประสบความล้มเหลว 6 - [Hexagon Robotics ร่วมมือกับ Microsoft เพื่อพัฒนาหุ่นยนต์มนุษย์สำหรับการจัดการและการตรวจสอบ](https://www.manutalkthai.com/hexagon-robotics-x-microsoft-for-humanlike-robotic-for-inspection-pr/) - จากความเชี่ยวชาญของ Hexagon Robotics ทั้งในด้านเซนเซอร์ หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะเชิงพื้นที่ นำมารวมเข้ากับความแข็งแกร่งของ Microsoft ในด้านการประมวลผลแบบคลาวด์และแพลตฟอร์มที่ปรับขนาดได้ทั้ง Fabric Real-Time Intelligence ใน Microsoft Fabric, Azure IoT Operations และ Azure App Service ทำให้ทั้งสองบริษัทสามารถทำงานร่วมกันเพื่อนำเสนอวิธีการหุ่นยนต์มนุษย์ที่พร้อมใช้สำหรับการจัดการและการตรวจสอบทางอุตสาหกรรม โดยมุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมยานยนต์ การบินและอวกาศ การผลิต และโลจิสติกส์เป็นอันดับแรก Hexagon Robotics ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการวัด ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Microsoft โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาหุ่นยนต์มนุษย์ และมุ่งสู่แนวทางที่สำคัญ คือ สร้างนิยามใหม่ให้กับการผลิตแบบปรับได้ (adaptive manufacturing) ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ผ่านความร่วมมือทางเทคโนโลยีระดับลึก ขยายกรอบการทำงานของ AI ทางกายภาพ ผ่านการเรียนรู้โดยการเลียนแบบ การเรียนรู้แบบเสริมแรง และโมเดลภาพ-ภาษา-การกระทำแบบหลายวิธี เข้าร่วมกับลูกค้าเพื่อนำหุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไปใช้งานผ่าน Microsoft Azure และนำระบบอัตโนมัติในแนวคิดให้เข้าไปอยู่ในสายการผลิต หุ่นยนต์มนุษย์เป็นที่คาดการณ์ว่าจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงในหลายอุตสาหกรรม สามารถยกระดับความเป็นอัตโนมัติและประสิทธิภาพขึ้นมาใหม่ ในขณะที่มนุษย์ยังคงมีส่วนร่วมในกระบวนการ - [AirAsia X ปิดดีลควบรวมธุรกิจการบินในเครือสำเร็จ ดัน Capital A ลุย Non-Aviation เต็มสูบ](https://www.manutalkthai.com/airasia-x-successfully-closed-a-deal-to-merge-its-affiliated-airline-business/) - ในที่สุด มหากาพย์การปรับโครงสร้างที่แฟน ๆ การบินจับตามองมานานก็เดินทางมาถึงเส้นชัย เมื่อ AirAsia X (AAX) ประกาศความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการสายการบินในเครือทั้งหมดจาก Capital A (ทั้ง AirAsia Berhad และ AirAsia Aviation Group Limited) เป็นที่เรียบร้อย ดีลประวัติศาสตร์นี้เกิดขึ้นผ่านการออกหุ้นใหม่กว่า 2,300 ล้านหุ้น และการรับโอนหนี้สินมูลค่า 3,800 ล้านริงกิต (ราว 29,000 ล้านบาท) ส่งผลให้ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา หุ้นใหม่ได้เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์มาเลเซีย และเปลี่ยนสถานะของ AirAsia ให้กลายเป็น "One Airline Platform" อย่างสมบูรณ์ นั่นหมายความว่า จากเดิมที่สายการบินระยะสั้น (AirAsia) และระยะไกล (AirAsia X) บริหารงานแยกกัน ต่อไปนี้ทั้งหมดจะอยู่ภายใต้ร่มเงาเดียวกันในนาม AirAsia Group ทำให้การบริหารฝูงบินและการวางแผนเส้นทางบินเชื่อมต่อ (Network Planning) - [บิ๊กดีล! BJC ทุ่ม 2.2 หมื่นล้านบาท ฮุบ "MM Mega Market" เบอร์ใหญ่ค้าส่งเวียดนาม ปูพรมยึดตลาดอาเซียน](https://www.manutalkthai.com/big-deal-bjc-invests-22-billion-baht-to-acquire-mm-mega-market-a-major-vietnamese-wholesaler/) - หากพูดถึงยักษ์ใหญ่ค้าปลีกในไทย ชื่อของ BJC (เบอร์ลี่ ยุคเกอร์) เจ้าของ Big C ย่อมเป็นเบอร์ต้น ๆ แต่ความทะเยอทะยานของ BJC ไม่ได้หยุดอยู่แค่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ล่าสุดพวกเขาตัดสินใจเดินหมากเกมสำคัญด้วยการทุ่มงบกว่า 22,500 ล้านบาท เข้าซื้อกิจการ "MM Mega Market (Vietnam)" ทั้งหมดแบบเบ็ดเสร็จ ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในเวียดนาม เพราะดีลนี้ไม่ใช่แค่การซื้อร้านของชำ แต่คือการเข้าครอบครองโครงข่าย "ค้าส่ง" (Wholesale) ที่แข็งแกร่งที่สุดรายหนึ่งในเวียดนาม ปัจจุบัน MM Mega Market มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศถึง 30 แห่ง และเป็นที่นิยมในกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการ (B2B) ซึ่งเป็นฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นและมียอดซื้อต่อบิลสูง การขยับตัวของ BJC ผ่านบริษัทย่อย C-Distribution Asia (CDA) ครั้งนี้ มีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน: Synergy ข้ามพรมแดน: การรวมพอร์ตสินค้าจะสร้างอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์ได้มหาศาล ทั้งในไทยและเวียดนาม บุกตลาดที่โตไม่หยุด: เวียดนามคือดาวรุ่งแห่งอาเซียน การมีหน้าร้านที่แข็งแกร่งช่วยให้ BJC ระบายสินค้าแบรนด์ของตัวเองเข้าสู่ตลาดเวียดนามได้ทันที - [Honda ทุ่มเงินราว 1 แสนล้านบาท ซื้อสัดส่วนโรงงานแบตฯ คืนจาก LGES หันหัวเรือกลับสู่ "Hybrid"](https://www.manutalkthai.com/honda-has-invested-approximately-100-billion-baht-to-repurchase-a-stake-in-a-battery-factory-from-lges/) - เมื่อลมเปลี่ยนทิศ! สัญญาณความเปลี่ยนแปลงของโลกยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุด Honda ตัดสินใจทุ่มเงินกว่า 2.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1 แสนล้านบาท) เพื่อเข้าซื้อกรรมสิทธิ์ในอาคารและโครงสร้างพื้นฐานของโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในรัฐโอไฮโอ คืนจากพาร์ทเนอร์อย่าง LG Energy Solution (LGES) เดิมทีทั้งคู่จับมือกันตั้งบริษัทร่วมทุน L-H Battery Co. เมื่อปี 2023 ด้วยฝันใหญ่ที่จะผลิตแบตเตอรี่ 40GWh ป้อนรถ EV ของ Honda และ Acura แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตลาดกลับไม่เป็นไปตามฝัน: ฝั่ง LGES: มองเห็นโอกาสทองใหม่ในตลาด "ระบบกักเก็บพลังงาน" (ESS) ที่กำลังบูมสุดขีดจากการขยายตัวของ AI Data Center ในสหรัฐฯ จึงต้องการลดน้ำหนักในพอร์ต EV เพื่อไปโฟกัสตลาดนี้มากขึ้น ฝั่ง Honda: เผชิญความจริงที่ว่ากระแส EV กำลังชะลอตัว (เช่นเดียวกับ GM - [ISO 14001:2026 เวอร์ชันใหม่! ยกระดับสู่ "Climate Resilience" เตรียมประกาศใช้เมษานี้](https://www.manutalkthai.com/iso-140012026/) - นับถอยหลังสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก เมื่อร่างสุดท้าย (FDIS) ของ ISO 14001:2026 ได้ถูกเผยแพร่ออกมาแล้วในเดือนมกราคมล่าสุดนี้ ส่งสัญญาณชัดเจนว่า เมษายน 2026 นี้ จะเป็นดีเดย์ของการประกาศใช้มาตรฐานฉบับใหม่อย่างเป็นทางการ ทำไมต้องเปลี่ยน? โลกในปี 2026 ไม่เหมือนกับปี 2015 (เวอร์ชันก่อนหน้า) อีกต่อไป วิกฤตการณ์ "โลกเดือด" ทำให้มาตรฐานเดิมอาจไม่เพียงพอ ISO 14001:2026 จึงถูกออกแบบมาเพื่ออุดช่องโหว่ โดยเน้นหนักไปที่ 3 เสาหลักใหม่ที่องค์กรต้องใส่ใจ: Climate Resilience: ความสามารถในการรับมือและฟื้นตัวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Biodiversity: การปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ Sustainable Resource Use: การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนและคุ้มค่าที่สุด อะไรคือ ข่าวดีของ ISO 14001:2026: เป็นการ "ขัดเกลา" ไม่ใช่ "รื้อทิ้ง" แม้หัวข้อจะดูหนักขึ้น แต่ข่าวดีสำหรับผู้จัดการโรงงานและ QMR คือ โครงสร้างหลักของมาตรฐานยังคงยึดตาม Annex SL เหมือนเดิม ไม่มีการเพิ่มข้อกำหนดใหม่แบบถอนรากถอนโคน แต่เป็นการ - [Microchip เปิดตัวตระกูลเกตไดรเวอร์ 600V สำหรับการใช้งานด้านการจัดการพลังงานแรงดันสูง [PR]](https://www.manutalkthai.com/microchip-gate-driver-600v-pr/) - เพื่อตอบสนองความต้องการที่ท้าทายของแอปพลิเคชันการจัดการพลังงานแรงดันสูง วันนี้ Microchip Technology (Nasdaq: MCHP) ได้ประกาศการเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์เกตไดรเวอร์600V ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์จำนวน 12 รุ่น ที่รองรับรูปแบบการใช้งานแบบ half-bridge, high-side/low-side และไดรเวอร์แบบ 3 เฟส ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจากโซลูชันการจัดการพลังงานของ Microchip เกตไดรเวอร์แรงดันสูงเหล่านี้ได้รับการออกแบบมา เพื่ออำนวยความสะดวกในการพัฒนาระบบควบคุมมอเตอร์และระบบแปลงพลังงานสำหรับการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมและภาคผู้บริโภค เกตไดรเวอร์ 600V ช่วยให้การสลับสัญญาณรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ด้วยตัวเลือกขับกระแสไฟตั้งแต่ 600 mA ถึง 4.5A รองรับลอจิกระดับ 3.3V เพื่อการทำงานร่วมกับไมโครคอนโทรลเลอร์ได้อย่างราบรื่น ออกแบบมาด้วยความสามารถในการต้านทานสัญญาณรบกวนที่เพิ่มขึ้น อินพุตแบบ Schmitt trigger และระบบหน่วงเวลา ภายในเพื่อป้องกัน MOSFET ทำให้ตัวขับเกตเหล่านี้มีประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ในสภาพแวดล้อมที่มีสัญญาณรบกวนสูง “เกตไดรเวอร์ 600V ของ Microchip มอบความเชื่อถือได้และประสิทธิภาพที่ลูกค้าของเราต้องการในการรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนในการควบคุมมอเตอร์และการแปลงพลังงาน” กล่าวโดย Rudy Jaramillo รองประธานฝ่ายพลังงานอนาล็อกและอินเทอร์เฟซของ Microchip โดยอุปกรณ์เหล่านี้ช่วยให้วิศวกรนำระบบพลังงานของตนออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้นและด้วยความมั่นใจยิ่งขึ้น” เพื่อให้ได้โซลูชันระบบที่ครอบคลุม ผลิตภัณฑ์ควบคุมมอเตอร์และการแปลงพลังงานของ Microchip สามารถใช้งานร่วมกับ MCU - [Netpoleon Webinar : เทรนด์ความเสี่ยงและการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์สำหรับ OT ในภาคอุตสาหกรรม 2026](https://www.manutalkthai.com/netpoleon-txone-networks-webinar-ot-security-trends-2026/) - Netpoleon ขอเชิญ IT Manager, IT Security Specialist, System Administrator, Network Security, IT Support และผู้ปฏิบัติงานฝ่าย IT และ OT เข้าร่วมฟัง Netpoleon Webinar ในหัวข้อ “เทรนด์ความเสี่ยงและการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์สำหรับ OT ในภาคอุตสาหกรรม 2026” Operational Technology (OT) คือสนามรบแห่งใหม่ที่กำลังถูกคุกคามจากภัยไซเบอร์ เนื่องด้วยความสำคัญของระบบ จากที่เคยทำงานแบบแยกขาด กลับต้องการเชื่อมต่อข้อมูลจากระบบเพื่อเพิ่มความฉลาดล้ำ นั่นนำมาซึ่งความเสี่ยงใหม่ อย่างไรก็ตามการปกป้องภัยคุกคามในระบบ OT ก็มีความท้าทายอยู่ไม่น้อย เช่น ความเก่าของระบบปฏิบัติการที่ไม่สามารถอัปเดตได้ ความหลากหลายของโปรโตคอลจำนวนมากทางอุตสาหกรรม บางระบบก็ไม่ได้มีการเชื่อมต่อเข้าในเครือข่าย นั่นทำให้ระบบป้องกันจึงต้องถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ ที่เข้าใจสภาพแวดล้อมของ OT อย่างลึกซึ้ง ในงานสัมมนาครั้งนี้ผู้เข้าฟังจะได้เรียนรู้กับความท้าทายด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่แตกต่างจากระบบ IT และสถานการณ์ภัยคุกคามในภาค OT พร้อมแนวปฏิบัติด้าน Best Practice ในการรับมือกับภัยคุกคามเหล่านี้ด้วย โซลูชัน OT-Native Security จาก - [2026 ปีแห่งการ "สังคายนา" มาตรฐานโลก: เมื่อ ISO 9001, IA9100 และ IATF 16949 จับมือผนึกกำลังกับ Cybersecurity](https://www.manutalkthai.com/iso-9001-ia9100-and-iatf-16949-join-forces-in-cybersecurity/) - หากคุณคือผู้ประกอบการในภาคการผลิต ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ อากาศยาน หรืออุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เตรียมตัวให้พร้อม เพราะอีกไม่กี่ปีข้างหน้า คลื่นลูกใหญ่ของการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานคุณภาพกำลังจะมาถึง และมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือความตั้งใจที่จะประสานทุกมาตรฐานให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อรับมือกับโลกยุคดิจิทัลและความเสี่ยงใหม่ ๆ ISO 9001:2026 ISO 9001:2026 — แม่แบบใหม่ที่ "ใส่ใจโลก" มากขึ้น มาตรฐานแม่บทอย่าง ISO 9001 กำลังจะถูกปรับปรุงใหญ่และคาดว่าจะประกาศใช้ในเดือนกันยายน 2026 แม้โครงสร้างหลักจะยังคงเดิม แต่เนื้อหาข้างในจะเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะเรื่อง Climate Change ที่ถูกบรรจุให้เป็นสิ่งที่องค์กร "ต้องคิด" ในทุกบริบทความเสี่ยง นอกจากนี้ยังเน้นเรื่อง "จริยธรรมผู้นำ" และ "การจัดการความรู้องค์กร" เพื่อไม่ให้ความเก่งหายไปพร้อมกับคนที่ลาออก IA9100 จาก AS9100 สู่ IA9100 — ชื่อใหม่ ไฉไลกว่าเดิม วงการบินและป้องกันประเทศจะไม่ใช้ชื่อ AS9100 อีกต่อไป แต่จะรีแบรนด์ใหม่เป็น IA9100 เพื่อความเป็นสากล โดยจะมีการอัปเดต 2 ขยัก คือช่วงสั้นๆ - [10 ซอฟต์แวร์ "Autonomous Endpoint Management" แห่งปี 2026 ตัวช่วยที่ทำให้แผนก IT ไม่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ](https://www.manutalkthai.com/10-autonomous-endpoint-management-software-2026/) - ในปี 2026 ที่การทำงานแบบ Hybrid และอุปกรณ์ IoT ล้นโรงงาน การที่แผนก IT ต้องมานั่งไล่อัปเดตโปรแกรมทีละเครื่อง หรือแก้ปัญหาหน้าจอดำเป็นรายบุคคล กลายเป็นเรื่องล้าสมัยและสิ้นเปลืองงบประมาณอย่างไม่น่าให้อภัย นี่คือยุคของ Autonomous Endpoint Management หรือซอฟต์แวร์บริหารจัดการอุปกรณ์ปลายทางแบบอัตโนมัติ ที่คิดเองได้ ทำเองเป็น 10 เครื่องมือระดับท็อปที่จะเปลี่ยนห้อง Server Room อันวุ่นวาย ให้กลายเป็นศูนย์บัญชาการที่เงียบสงบและทรงประสิทธิภาพ: กลุ่ม "ยักษ์ใหญ่" ครบเครื่องเรื่อง Enterprise 1. Microsoft Intune: ราชาแห่งการเชื่อมต่อ เหมาะสุด ๆ กับองค์กรที่ใช้ Microsoft 365 อยู่แล้ว เน้นความปลอดภัยและการจัดการตัวตนผู้ใช้2. VMware Workspace ONE: โดดเด่นที่ความยืดหยุ่นและการจัดการแอปพลิเคชัน ไม่ว่าพนักงานจะใช้อุปกรณ์ยี่ห้อไหน ก็จัดการได้หมด3. IBM MaaS360: มี AI "Watson" เป็นมันสมอง ช่วยทำนายปัญหาล่วงหน้าก่อนที่เครื่องจะพังจริง กลุ่ม "สายเฉพาะทาง" - [Sony ผ่าทางตัน ดึง TCL ถือหุ้นใหญ่ 51% กุมบังเหียนผลิตทีวี "Bravia"](https://www.manutalkthai.com/sony-and-tcl-form-a-joint-venture-granting-rights-to-manufacture-bravia-tvs/) - เปิดศักราชใหม่ปี 2026 มาได้ไม่ถึง 3 สัปดาห์ วงการทีวีโลกก็ต้องเจอแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อ Sony ยักษ์ใหญ่แดนปลาดิบ และ TCL เจ้าตลาดจากจีน ประกาศลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) โดยมีเป้าหมายให้ TCL เข้ามาดูแลธุรกิจ Home Entertainment ของ Sony เมื่อ TCL กลายเป็น "พี่ใหญ่" ภายใต้ข้อตกลงนี้ TCL จะถือหุ้นใหญ่ 51% ในขณะที่ Sony ถือ 49% นั่นหมายความว่า TCL จะเข้ามาคุมบังเหียนกระบวนการแทบทั้งหมด ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ดีไซน์ การผลิต ไปจนถึงการขายและโลจิสติกส์ โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินงานจริงในเดือนเมษายน 2027 อนาคตของ "Bravia" จะเปลี่ยนไปไหม? Sony ยืนยันว่าแบรนด์ Sony และ Bravia จะยังคงวางจำหน่ายต่อไป แต่กลยุทธ์เบื้องหลังคือการ - [การ์ทเนอร์เผยรายได้เซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกปี 2568 โตพุ่ง 21% [PR]](https://www.manutalkthai.com/gartner-semi-conductor-sales-in-2025-pr/) - การ์ทเนอร์ อิงค์ บริษัทให้คำปรึกษาด้านธุรกิจและเทคโนโลยี เผยรายได้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกปี 2568 มีมูลค่าอยู่ที่ 793 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ราจีฟ ราจพุต (Rajeev Rajput) นักวิเคราะห์อาวุโสของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า "เซมิคอนดักเตอร์ AI ซึ่งรวมถึงหน่วยประมวลผล, หน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) และส่วนประกอบด้านเครือข่าย ยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตสำคัญของตลาดเซมิคอนดักเตอร์ โดยในปี 2568 คิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของยอดขายรวม และมีแนวโน้มครองตลาดนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สอดคล้องกับการคาดการณ์ว่าในปีนี้ (2569) ยอดใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐาน AI จะมีมูลค่าเกินกว่า 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ" NVIDIA เติบโตแข็งแกร่ง ส่วน Intel ยังสูญเสียส่วนแบ่งการตลาด ในบรรดาผู้จำหน่ายเซมิคอนดักเตอร์ 10 อันดับแรก พบว่ามี 5 ราย ที่มีอันดับเปลี่ยนแปลงจากปี 2567 (ดูตารางที่ 1) NVIDIA ขยายช่องว่างนำหน้า Samsung ออกไปอีก ในปี - [Micron ทุ่มราว 6 หมื่นล้านบาท ซื้อโรงงานผลิต DRAM ในไต้หวัน](https://www.manutalkthai.com/micron-has-invested-approximately-60-billion-baht-to-acquire-a-dram-manufacturing-plant-in-taiwan/) - Micron Technology ตัดสินใจเดินเกมเร็วด้วยการลงนามซื้อโรงงาน P5 ของ PSMC ในไต้หวัน ด้วยมูลค่ากว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 6 หมื่นล้านบาท) นี่คือทางลัดสู่กำลังการผลิต แทนที่จะเสียเวลา 2-3 ปีในการก่อสร้างโรงงานใหม่ และทำระบบห้อง Cleanroom ที่ซับซ้อน Micron เลือกใช้วิธี "เซ้งต่อ" โรงงานที่มีความพร้อมอยู่แล้วบนพื้นที่กว่า 3 แสนตารางฟุต ทำให้ Micron สามารถติดตั้งเครื่องจักรและเริ่มผลิตชิป DRAM ป้อนตลาดได้ทันทีในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2027 ซึ่งเร็วกว่าการรอโรงงานใหม่ในนิวยอร์กที่กำลังล่าช้า อุตสาหกรรมไทย "ได้" อะไรจากดีลนี้? แม้โรงงานจะตั้งอยู่ที่ไต้หวัน แต่แรงกระเพื่อมนี้ส่งผลดีโดยตรงต่อ "ผู้ผลิตปลายน้ำ" ในประเทศไทย ดังนี้: ลดความเสี่ยง "ชิปขาดแคลน": ไทยคือฐานการผลิตสำคัญของฮาร์ดดิสก์, แผ่นวงจร (PCB), และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ การที่ Micron เพิ่มกำลังผลิต DRAM ในภูมิภาคเอเชีย จะช่วยการันตีว่าโรงงานประกอบในไทยจะมีวัตถุดิบป้อนสายพานการผลิตอย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุดเหมือนวิกฤตที่ผ่านมา หนุนอุตสาหกรรม - [Advantech เปิดตัวมาตรฐาน MIPI-C เปลี่ยนโลก AI Vision ด้วยสาย Type-C เส้นเดียว](https://www.manutalkthai.com/advantech-launches-the-mipi-c-standard-revolutionizing-ai-vision-with-a-single-type-c-cable/) - ปัญหาจุกจิกที่กวนใจวิศวกรสร้างหุ่นยนต์และระบบ AI Vision มาตลอดคือ "สายกล้องสั้นเกินไป" เดิมทีมาตรฐาน MIPI CSI ที่ใช้กันทั่วไปส่งข้อมูลได้ไกลแค่ราว ๆ 20 เซนติเมตร ทำให้การออกแบบหุ่นยนต์ Humanoid หรือเครื่องจักรซับซ้อนทำได้ยากและวุ่นวายเรื่องสายสัญญาณ แต่ล่าสุด Advantech ผู้นำด้าน IoT โลก ได้ทลายกำแพงนี้ลงด้วยการเปิดตัวมาตรฐานใหม่ที่ชื่อว่า "MIPI-C" (MIPI over Type-C) ลากยาวขึ้น 10 เท่า ในสายเส้นเดียว MIPI-C คือการนำโปรโตคอลส่งภาพความเร็วสูง มาวิ่งบนอินเทอร์เฟซที่เราคุ้นเคยอย่าง USB Type-C ไกลกว่าเดิม: ขยายระยะส่งข้อมูลจาก 20 ซม. เป็น 2 เมตร เพิ่มอิสระให้การออกแบบหุ่นยนต์และแขนกล ง่ายกว่าเดิม: ใช้สาย Type-C เพียงเส้นเดียว ส่งได้ทั้งภาพ สัญญาณควบคุม และไฟเลี้ยง (One-cable integration) แกร่งกว่าเดิม: ออกแบบมาเพื่ออุตสาหกรรมโดยเฉพาะ ทนทานต่อสัญญาณรบกวน (EMI) - [แบตเตอรี่กระดาษของ Flint ขณะนี้เข้าสู่สายการผลิตแล้ว](https://www.manutalkthai.com/flint-paper-batteries-manufacturing-pr/) - Flint บริษัทเทคโนโลยีขั้นสูงจากสิงคโปร์ ผู้บุกเบิกแบตเตอรี่ที่ยั่งยืน ผลิตจากเซลลูโลส ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และปราศจากสาร PFAS (Perfluoroalkyl and Polyfluoroalkyl Substances) ประกาศการเข้าสู่กระบวนการผลิตแบตเตอรี่กระดาษแล้ว ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการพัฒนาในระดับห้องปฏิบัติการไปสู่การผลิตเซลล์แบตเตอรี่ที่พร้อมสำหรับนำไปใช้ในปฏิบัติการนำร่องและแผนงานของลูกค้า เซลล์แบตเตอรี่กระดาษของ Flint สามารถชาร์จใหม่ได้ ปลอดสารพิษ และผ่านการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อการใช้งานที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น (ไม่ติดไฟ ไม่ระเบิด) โดยจะส่งมอบเพื่อใช้ในการผลิตนำร่องของลูกค้าและการบูรณาการเชิงพาณิชย์ในระยะเริ่มต้น หลักการผลิตที่อยู่บนฐานของน้ำ สายการผลิตของ Flint ถูกสร้างขึ้นให้ครอบคลุมสถาปัตยกรรมแบตเตอรี่ที่อยู่บนพื้นฐานของเซลลูโลส และออกแบบวิธีการผลิตที่อยู่บนพื้นฐานของน้ำเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและสามารถปรับกำลังการผลิตได้ โรงงานแห่งนี้ยังมุ่งการออกแบบเพื่อลดการใช้วัสดุต่างๆ ที่มีอยู่ในแบตเตอรี่แบบดั้งเดิม อย่างเช่น ลิเธียม นิกเกิล โคบอลต์ และตะกั่ว ขณะเดียวกันยังทำให้คาร์บอนจากการผลิตลดลง และมีตัวเลือกที่ดีขึ้นสำหรับการจัดการภายหลังสิ้นสุดอายุการใช้งานภายใต้สภาวะควบคุม เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ Flint ได้ขยายเทคโนโลยีการผลิตไปยังโรงงานใหม่ที่มีพื้นที่มากกว่า 8,000 ตารางฟุต โดยจะเป็นศูนย์กลางที่สามารถรองรับกระบวนการผลิตใหม่ ขยายกำลังการผลิต และการวิจัยและพัฒนาสถาปัตยกรรมแบตเตอรี่ยุคถัดไป พร้อมทั้งขยายกำลังการผลิตของบริษัทอย่างต่อเนื่อง จุดเปลี่ยนเริ่มขึ้นเมื่อปี 2025 การเข้าสู่การผลิตจริงเป็นการต่อยอดมาจากการเริ่มเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกและการเติบโตทางการค้าอย่างมีนัยสำคัญตลอดปี 2025 โดยในจุดแรกเริ่มในปีที่ผ่านมานั้นเทคโนโลยีแบตเตอรี่กระดาษของ Flint ได้รับรางวัล Best of CES Sustainability - [DEXON ตอกย้ำบทบาท “การตรวจสอบเครน” กลไกสำคัญของการบริหารความเสี่ยงและความปลอดภัยเชิงวิศวกรรม [PR]](https://www.manutalkthai.com/dexon-crane-inspection-warning-pr/) - การใช้งานเครนและเครื่องจักรยกเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงในภาคก่อสร้างและอุตสาหกรรม เนื่องจากเกี่ยวข้องกับโครงสร้างรับแรง ระบบยก งานโครงสร้างชั่วคราว ฐานราก และการทำงานในพื้นที่ที่อาจส่งผลกระทบต่อสาธารณะ ประเด็นด้านความปลอดภัยในการใช้งานเครื่องจักรยกขนาดใหญ่จึงจำเป็นต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างรอบคอบและเป็นระบบ ในมุมมองเชิงวิศวกรรม งานยก (Lifting Operations) เป็นระบบงานที่มีความซับซ้อน ความเสี่ยงมักเกิดจากการสะสมของความบกพร่องหลายองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างเครน อุปกรณ์รับน้ำหนัก งานโครงสร้างชั่วคราว หรือการควบคุมงานในพื้นที่เสี่ยง แม้ความเสื่อมสภาพเพียงเล็กน้อยที่ไม่ถูกตรวจพบ ก็อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบโดยรวม ผู้เชี่ยวชาญจึงเห็นตรงกันว่า “การตรวจสอบเครน”ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย แต่ต้องทำหน้าที่เป็นกลไกควบคุมความเสี่ยงทางวิศวกรรมอย่างแท้จริง ตามกฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของประเทศไทย เครนและเครื่องจักรยกถูกจัดเป็นเครื่องจักรที่มีความเสี่ยงสูง นายจ้างมีหน้าที่ต้องจัดให้มีการตรวจสอบสภาพ ความมั่นคงแข็งแรง และความพร้อมใช้งานอย่างเป็นระบบ ทั้งก่อนเริ่มใช้งาน ระหว่างการใช้งานตามรอบระยะเวลา และภายหลังเกิดเหตุผิดปกติ พร้อมจัดเก็บเอกสารและบันทึกการตรวจสอบไว้เป็นหลักฐาน อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติการตรวจสอบที่จำกัดอยู่เพียงการตรวจเชิงเอกสารหรือเช็กลิสต์ อาจไม่เพียงพอในการสะท้อนระดับความเสี่ยงที่แท้จริงของงานยก การตรวจสอบเครนที่มีประสิทธิภาพจึงควรครอบคลุมทั้งโครงสร้างเครน อุปกรณ์รับแรงโดยตรง เช่น ลวดสลิง ตะขอ แช็กเคิล และจุดยก รวมถึงงานโครงสร้างชั่วคราวและฐานราก โดยอาศัยการวิเคราะห์เชิงวิศวกรรมควบคู่กับเทคนิคการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย (Non-Destructive Testing: NDT) เพื่อประเมินสภาพจริงของโครงสร้างและชิ้นส่วนรับแรงที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และสนับสนุนการตัดสินใจด้านความปลอดภัยบนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ นอกจากนี้แนวปฏิบัติด้านการตรวจสอบเครนในระดับสากลยังอ้างอิงมาตรฐานและแนวทางทางวิศวกรรมที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง อาทิ มาตรฐานของ International Organization for Standardization (ISO) เช่น ISO - [เมื่อ "ชิ้นงานยักษ์" ต้องการความแม่นระดับ "ไมครอน": LK Metrology เปิดตัวเครื่อง CMM สองซีรีส์ใหม่ ปฏิวัติการวัดงานหนัก](https://www.manutalkthai.com/lk-metrology-launches-two-new-series-of-cmms-revolutionizing-heavy-duty-measurement/) - ในโลกอุตสาหกรรมหนัก ไม่ว่าจะเป็นปีกเครื่องบิน เครื่องยนต์เรือเดินสมุทร หรือแม่พิมพ์รถยนต์ ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่การผลิตเท่านั้น แต่อยู่ที่ "การวัด" (Metrology) จะทำอย่างไรให้เราสามารถตรวจสอบชิ้นงานที่หนักอึ้งและซับซ้อน ได้อย่างแม่นยำในระดับเส้นผมผ่าซีก? LK Metrology ผู้เชี่ยวชาญด้านการวัดจากสหราชอาณาจักร ได้ส่งคำตอบล่าสุดมาเขย่าวงการด้วยการเปิดตัวเครื่อง CMM (Coordinate Measuring Machine) สองซีรีส์ใหม่ "MAXIMA" และ "MAXIMA R" ที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับ "งานช้าง" โดยเฉพาะ สิ่งที่ทำให้เครื่องมือ CMM ทั้ง 2 ซีรีส์นี้น่าสนใจไม่ใช่แค่ขนาด แต่คือวัสดุ ภายในโครงสร้างที่แข็งแกร่ง LK เลือกใช้ "เซรามิก" มาทำคานและแกนหมุน (Spindle guideways) ซึ่งให้ความเสถียรสูงมากและทนต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ทำให้เครื่องจักรขนาดยักษ์นี้สามารถคงความแม่นยำได้สูงถึงระดับ 3 ไมครอน (3µm) เลือกให้เหมาะกับหน้างาน: MAXIMA (รุ่นมาตรฐาน): มาพร้อมโต๊ะหินแกรนิตที่รองรับปริมาตรการวัดได้ใหญ่ที่สุดในตลาด (ตั้งแต่ 12 ถึง 72 ลูกบาศก์เมตร) เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความนิ่งเงียบและความเสถียรสูงสุด MAXIMA - [Siemens ผนึก Tencent เปิดตัว "AdaptCLIP" AI ตาเหยี่ยว! ตรวจจับของเสียแม่นยำ "โดยไม่ต้องเทรนข้อมูล"](https://www.manutalkthai.com/siemens-and-tencent-team-up-to-launch-adaptclip-an-ai-with-eagle-eyed-vision-for-accurate-waste-detection/) - ปัญหาคลาสสิกของโรงงานที่ใช้ AI ตรวจสอบคุณภาพ (Visual Inspection) คือ "ความยุ่งยากเมื่อเปลี่ยนไลน์ผลิต" เพราะทุกครั้งที่มีสินค้าใหม่ เราต้องเสียเวลาป้อนภาพตัวอย่างเป็นพัน ๆ รูปเพื่อสอนให้ AI รู้จักว่า "ของเสีย" หน้าตาเป็นอย่างไร แต่ล่าสุด Siemens ยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรม ได้จับมือกับ Tencent YouTu Lab ทลายกำแพงนี้ลงด้วยนวัตกรรมที่มีชื่อว่า "AdaptCLIP" ฉลาดได้... โดยไม่ต้องเห็นตัวอย่าง (Zero-shot) ผลงานวิจัยนี้เพิ่งได้รับการยอมรับในเวทีระดับโลก AAAI 2026 โดยจุดเด่นของ AdaptCLIP คือความสามารถแบบ Zero-shot Anomaly Detection อธิบายง่าย ๆ คือ มันสามารถแยกแยะความผิดปกติได้ทันทีแม้จะไม่เคยเห็นภาพของเสียชิ้นนั้นมาก่อน หรือเห็นเพียงแค่ 1-4 รูป (Few-shot) เท่านั้น เบื้องหลังความอัจฉริยะ ทีมวิจัยไม่ได้สร้างสมองใหม่ทั้งหมด แต่ต่อยอดจากโมเดล CLIP ของ OpenAI โดยใช้วิธีเสริม "Adapters" หรือตัวปรับจูนขนาดจิ๋วเข้าไป (เพิ่มพารามิเตอร์เพียง - [Linde MH ปักธง LogiMAT 2026: เตรียมเปิดตัว "AI Chat" สั่งงานรถยก พลิกโฉมคลังสินค้าอัจฉริยะที่ "คุย" กับมนุษย์ได้](https://www.manutalkthai.com/linde-mh-flags-logimat-2026-preparing-to-launch-ai-chat-to-operate-forklifts/) - ในเดือนมีนาคม 2026 ที่จะถึงนี้ วงการโลจิสติกส์ทั่วโลกต่างจับตามองงาน LogiMAT ณ เมืองสตุ๊ตการ์ท เยอรมนี เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Linde Material Handling (Linde MH) เตรียมประกาศเปิดตัวนวัตกรรมภายใต้แนวคิด "Composed around you" ที่เปลี่ยนโฉมคลังสินค้าจากแค่ที่เก็บของ ให้กลายเป็นระบบอัจฉริยะที่ "คุย" กับมนุษย์ได้ เมื่อ AI และรถยก ทำงานเป็นทีม ไฮไลท์สำคัญในปีนี้คือการยกระดับแพลตฟอร์ม myLinde ให้ล้ำไปอีกขั้นด้วยฟีเจอร์ AI Chat ลองจินตนาการว่าผู้จัดการคลังสินค้าสามารถพิมพ์ถามสถานะกองยานพาหนะด้วยภาษามนุษย์ปกติ แล้ว AI ก็ประมวลผลข้อมูลซับซ้อนมาตอบได้ทันที นอกจากนี้ยังมีระบบ RTLS+ ที่ช่วยระบุตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุในมุมอับ สร้างความปลอดภัยให้พนักงานทั้งคนและรถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ ปฏิวัติฮาร์ดแวร์ด้วย รถยกที่ "มองเห็น" ได้กว้างกว่าเดิม Linde MH ไม่ได้ทิ้งจุดแข็งด้านวิศวกรรม ปีนี้มีการเปิดตัว Reach Trucks ซีรีส์ใหม่ (Ri14-Ri18) ที่คล่องตัวในทางแคบ และที่ฮือฮาที่สุดคือรถยกไฟฟ้าโมเดล "Roadster" - [ปลดล็อกข้อมูลโรงงานง่าย ๆ ด้วย "OMRON DX1": เปลี่ยนเรื่องยากของ Edge Data ให้เป็นเรื่อง "No-Code"](https://www.manutalkthai.com/unlock-factory-data-easily-with-omron-dx1/) - ในยุคที่ทุกโรงงานมุ่งสู่ Digital Transformation "ข้อมูล" คือขุมทรัพย์ที่มีค่าที่สุด แต่ปัญหาโลกแตกที่วิศวกรและผู้ประกอบการมักเจอคือ "ข้อมูลมี แต่เอามาใช้ยาก" ต้องพึ่งพาโปรแกรมเมอร์ ต้องเขียนโค้ดซับซ้อน หรือต้องรื้อระบบวุ่นวาย แต่วันนี้ OMRON ได้ส่งฮีโร่ตัวใหม่มาแก้ Pain Point นี้โดยเฉพาะ นั่นคือ "DX1 Data Flow Controller" เปลี่ยน "ยาขม" ให้เป็น "ยาอมหวานหอม" จุดเด่นที่ทำให้ DX1 น่าจับตามองคือคอนเซปต์ที่เน้นความ "ง่ายและเข้าถึงได้" (Accessible) มันถูกออกแบบมาให้เปลี่ยนข้อมูลดิบหน้างาน (Factory-floor data) ให้กลายเป็นกราฟหรือตัวเลขที่เข้าใจง่าย โดยที่วิศวกร ไม่ต้องเขียนโค้ดแม้แต่บรรทัดเดียว (No-code) เพียงแค่ใช้เมาส์ลาก-วางบล็อกคำสั่งง่าย ๆ ในรูปแบบ Visual processing blocks ก็สามารถสร้าง Dashboard เช็กค่าประสิทธิภาพเครื่องจักร (OEE) หรือมอนิเตอร์สถานะการผลิตได้ทันที พร้อม Template สำเร็จรูปที่ช่วยให้เห็นภาพรวมตั้งแต่พนักงานไลน์ผลิตไปจนถึงผู้บริหาร เก่งรอบด้าน ไม่เกี่ยงค่าย สุด - [What is "Dark Factory"? เมื่อโรงงานปิดไฟ แต่สายพานการผลิตไม่เคยหลับใหล](https://www.manutalkthai.com/what-is-dark-factory/) - ลองจินตนาการถึงโรงงานที่เงียบสงัดและมืดสนิท ไม่มีเสียงฝีเท้าของพนักงานที่เป็นมนุษย์ ไม่มีการเปิดไฟเพดานสว่างจ้า มีเพียงเสียงฮัมเบา ๆ ของเครื่องจักรและแสงไฟกระพริบจากเซนเซอร์ที่ทำงานอยู่อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย... ยินดีต้อนรับสู่โลกของ "Dark Factory" หรือ "Lights-out Manufacturing" Dark Factory คืออะไร? Dark Factory มันคือจุดสูงสุดของวิวัฒนาการระบบอัตโนมัติ (Industrial Automation) แนวคิดนี้เรียบง่ายแต่ทรงพลัง "มนุษย์ต้องการแสงสว่าง แต่เครื่องจักรไม่ต้อง" เมื่อโรงงานทำงานด้วยหุ่นยนต์และระบบ AI แบบ 100% เราจึงสามารถ "ปิดไฟ" ได้ ช่วยลดต้นทุนพลังงานและลดความผิดพลาดจาก Human Error ให้เหลือศูนย์ ทำไมเทรนด์นี้ถึงมาแรงตอนนี้? ในอดีต IBM เคยทดลองทำโรงงานลักษณะนี้เมื่อ 20 ปีก่อนแต่ต้องพับโครงการไปเพราะเทคโนโลยียังไม่ยืดหยุ่นพอ แต่ในยุคปัจจุบัน ปัจจัยมหภาคหลายอย่างบีบบังคับและเอื้ออำนวยพร้อมกัน: วิกฤตขาดแคลนแรงงาน: คนทำงานหายากขึ้นและค่าแรงสูงขึ้น ต้นทุนหุ่นยนต์ถูกลง: เทคโนโลยี Automation เข้าถึงง่ายขึ้น ความฉลาดของ AI: ระบบสามารถตัดสินใจและซ่อมบำรุงตัวเองได้ (Predictive Maintenance) ความเข้าใจผิดเรื่อง "ความมืด" - [ปักธงปี 2050! ไทยกางแผนยุทธศาสตร์ "เซมิคอนดักเตอร์" ดันลงทุน 2.5 ล้านล้านบาท ปั้นฝันชิป Made-in-Thailand](https://www.manutalkthai.com/setting-the-target-for-2050-thailand-unveils-its-semiconductor-strategic-plan/) - ประเทศไทยกำลังก้าวข้ามจากการเป็นเพียง "ผู้รับจ้างประกอบ" สู่การเป็น "เจ้าของระบบนิเวศ" อย่างเต็มตัว ล่าสุดรัฐบาลได้เปิดเผยพิมพ์เขียวแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติระยะยาว เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง โดยตั้งเป้าดึงเม็ดเงินลงทุนสะสมมหาศาลถึง 2.5 ล้านล้านบาท และสร้างกองทัพแรงงานทักษะสูงกว่า 230,000 คน ภายในปี 2050 กลยุทธ์ "เลือกเล่นในเกมที่ถนัด" แทนที่จะแข่งขันในตลาดชิปประมวลผลทั่วไป ไทยเลือกเจาะจงกลุ่มที่สอดคล้องกับโครงสร้างอุตสาหกรรมเดิมที่แข็งแกร่ง (ยานยนต์, พลังงาน, และโรงงานอุตสาหกรรม) โดยเน้นไปที่: Power Semiconductors (ชิปจัดการพลังงาน) Sensors & Photonics (เซนเซอร์และระบบแสง) Analog Chips นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ ระบุว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์เหล่านี้กำลังเป็นที่ต้องการสูงในตลาดโลก ทั้งจากกระแส EV, AI และ Data Center ซึ่งไทยมี Supply Chain รองรับอยู่แล้ว อาวุธลับดึงดูดนักลงทุน เพื่อเปลี่ยนแผนให้เป็นจริง รัฐบาลเตรียมอัดฉีดมาตรการจูงใจชุดใหญ่ ทั้งสิทธิประโยชน์ทางการเงินสำหรับการลงทุนเครื่องจักรและ R&D, การอำนวยความสะดวกเรื่องวีซ่าสำหรับผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ, รวมถึงการยกระดับระบบสาธารณูปโภค ทั้งน้ำและพลังงานสะอาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับยักษ์ใหญ่ระดับโลก - [ซีเมนส์ เผยโฉมเทคโนโลยีเร่งการปฏิวัติ AI ในภาคอุตสาหกรรมที่งาน CES 2026 [PR]](https://www.manutalkthai.com/siemens-indutrial-it-showcase-2026-pr/) - ที่งาน CES 2026 เมื่อเร็วๆนี้ การกล่าวปาฐกถาพิเศษ (Keynote) ของซีเมนส์ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่แห่งเทคโนโลยีสำหรับภาคอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน ด้วยการแสดงให้เห็นถึงวิธีการที่ลูกค้าและพันธมิตรนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ประโยชน์เพื่อพลิกโฉมธุรกิจให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น ด้วยเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วย AI ผนวกกับความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเชิงลึก และความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับพันธมิตรระดับโลก ซีเมนส์กำลังเปลี่ยนการก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีครั้งนี้ให้เป็นประโยชน์ที่วัดผลได้จริงสำหรับลูกค้า พันธมิตร และสังคม โรแลนด์ บุช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและซีอีโอของ ซีเมนส์ เอจี กล่าวว่า “เช่นเดียวกับที่ไฟฟ้าเคยปฏิวัติโลกมาแล้วในอดีต วันนี้ภาคอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนสู่ยุคที่ AI จะเป็นพลังขับเคลื่อนเบื้องหลังผลิตภัณฑ์ โรงงาน อาคาร โครงข่ายไฟฟ้าไปจนถึงระบบการคมนาคมขนส่ง Industrial AI ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์เสริมอีกต่อไป แต่คือพลังสำคัญที่จะหล่อหลอมศตวรรษหน้า ซีเมนส์กำลังส่งมอบขีดความสามารถแบบ AI-native ที่ฝังความอัจฉริยะไว้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบ วิศวกรรม ไปจนถึงการดำเนินงาน เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถคาดการณ์ปัญหาล่วงหน้า เร่งการพัฒนานวัตกรรม พร้อมลดต้นทุนลง” “ด้วยเทคโนโลยี Digital Twin ที่ครอบคลุมที่สุด ฮาร์ดแวร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไปจนถึง Copilot ที่พื้นที่การผลิต เรากำลังขยายขีดความสามารถของความอัจฉริยะเหล่านี้ไปสู่โลกจริง เพื่อให้ภาคธุรกิจบรรลุเป้าหมายด้านความรวดเร็ว คุณภาพ - [BOI ไฟเขียว ZDT ลงทุนราว 7 หมื่นล้านบาท ปั้นฮับ PCB โลกในไทย](https://www.manutalkthai.com/boi-approves-joint-venture-with-zdt-investing-approximately-70-billion-baht-to-create-a-global-pcb-hub-in-thailand/) - นับเป็นสัญญาณบวกครั้งใหญ่ของภาคการผลิตไทย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (19 ม.ค.) คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้อนุมัติโครงการร่วมทุนยักษ์ใหญ่ มูลค่ากว่า 2,080 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 70,000 ล้านบาท) ระหว่าง Zhen Ding Technology (ZDT) ผู้ผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) อันดับ 1 ของโลกจากไต้หวัน และ เครือสหพัฒน์ (Saha Pattana Interholding) ของไทย ทำไมดีลนี้ถึงสำคัญ? ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยแบงก์ชาติคาดการณ์ GDP ปี 2568 ไว้ที่ 2.2% การดึงเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) ระดับนี้เข้ามา คือแรงกระตุ้นหัวใจเศรษฐกิจที่สำคัญ สร้างงานมหาศาล: โครงการนี้คาดว่าจะสร้างการจ้างงานในพื้นที่ได้ถึง 5,600 ตำแหน่ง เติมเต็ม Supply Chain: PCB เปรียบเสมือน "หัวใจ" ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด ตั้งแต่สมาร์ทโฟน เครื่องมือแพทย์ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน - [3 หุ้นยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ รับอานิสงส์ เทรนด์ "Reshoring" ปี 2026 เมื่อฐานผลิตกลับบ้าน คือโอกาสทำกำไร](https://www.manutalkthai.com/three-major-us-stocks-are-expected-to-benefit-from-the-reshoring-trend-in-2026/) - กระแส Reshoring หรือการย้ายฐานการผลิตกลับสู่มาตุภูมิ กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมสหรัฐฯ ครั้งใหญ่เพื่อเตรียมรับปี 2026 แรงขับเคลื่อนหลักมาจากนโยบายกำแพงภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ และความต้องการ "อิสรภาพทางซัพพลายเชน" เพื่อลดความเสี่ยงจากต่างประเทศ ประกอบกับการสนับสนุนผ่านกฎหมาย CHIPS Act และ IRA รวมถึงการใช้ AI เข้ามาช่วยลดต้นทุนการผลิต ทำให้การตั้งโรงงานในสหรัฐฯ กลับมาคุ้มค่าและแข่งขันได้อีกครั้ง ท่ามกลางเทรนด์นี้ มี 3 บริษัทใหญ่ที่เดินหน้าย้ายฐานกลับสหรัฐฯ อย่างชัดเจนและน่าจับตามอง: 1. Caterpillar (CAT) – ย้ายฐาน ป้อนพลังงานให้ Data Center สำหรับ Caterpillar ได้เดินเกมเร็วด้วยการย้ายฐานผลิตเครื่องจักรหนักจากญี่ปุ่นกลับสู่รัฐจอร์เจียและเท็กซัส ล่าสุดประกาศทุ่มงบ 725 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายโรงงานผลิตเครื่องยนต์ในรัฐอินเดียนา จุดเด่น: ได้รับแรงหนุนมหาศาลจากกลุ่ม Tech Company ที่เร่งสร้าง Data Center ทั่วโลก ซึ่งต้องการเครื่องยนต์ปั่นไฟ (Reciprocating engines) ของ CAT ไปใช้รองรับระบบ AI - [ชีวิตใหม่ของเครื่องจักรเก่า: "Retrofit" กลยุทธ์คืนชีพโรงงานให้ทันสมัยแบบรักษ์โลก](https://www.manutalkthai.com/a-new-lease-on-life-for-old-machinery-retrofit/) - ในยุคที่ความยั่งยืนกลายเป็นกุญแจสำคัญของการแข่งขันในภาคอุตสาหกรรม การซื้อเครื่องจักรใหม่เสมอไปอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด หลายบริษัทชั้นนำกำลังหันมาให้ความสำคัญกับ "Retrofit" หรือการนำเครื่องจักรเก่ามาปรับปรุงใหม่ให้ล้ำสมัยเทียบเท่าเครื่องแกะกล่อง ชุบชีวิตเครื่องเก่าให้ดีกว่าเดิม Ralf Glatzeder หัวหน้าแผนก Reman ของ Liebherr-Verzahntechnik ให้คำนิยามของการทำ Retrofit ว่าคือการ "มอบชีวิตที่สอง" ให้กับเครื่องจักร โดยกระบวนการนี้ไม่ใช่แค่การซ่อมแซม แต่เป็นการยกเครื่องใหม่ทั้งหมด (Remanufacturing) ตั้งแต่การเปลี่ยนระบบควบคุม CNC, มอเตอร์ขับเคลื่อน, เซนเซอร์ ไปจนถึงการติดตั้งอินเทอร์เฟซที่รองรับ Industry 4.0 ความคุ้มค่าแบบ 3 ต่อ: เศรษฐกิจ, ประสิทธิภาพ และสิ่งแวดล้อม การทำ Retrofit มอบประโยชน์มหาศาลให้กับผู้ประกอบการท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย: ประหยัดต้นทุน: ลงทุนน้อยกว่าการซื้อเครื่องใหม่ถึง 1 ใน 3 หรือมากกว่านั้น และมีระยะเวลาคืนทุนที่สั้นกว่า ประสิทธิภาพสูงขึ้น: การเปลี่ยนมอเตอร์และระบบขับเคลื่อนรุ่นใหม่ช่วยลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซ CO₂ อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเพิ่มความแม่นยำในการผลิต ลดความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน: ท่ามกลางวิกฤตการขนส่งโลก การปรับปรุงเครื่องเดิมที่มีอยู่ช่วยให้วางแผนการผลิตได้แน่นอนกว่าการรอเครื่องใหม่ที่อาจใช้เวลานาน Liebherr & Kapp Niles: - [วิเคราะห์ผลกระทบ: เทรนด์การย้ายฐานการผลิตชิปกลับประเทศ (Reshoring) ราคาไอทีจะไปทางไหน?](https://www.manutalkthai.com/impact-analysis-where-will-the-it-price-trend-lead-to-the-reshoring-of-chip-manufacturing-back-to-domestic-markets/) - การที่ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง SK Hynix หรือ Micron หันมาทุ่มเงินมหาศาลเพื่อ "ดึงฐานการผลิตกลับประเทศ" (Reshoring) และเน้นผลิตชิปขั้นสูง (HBM) ในพื้นที่ต้นทุนสูงอย่างเกาหลีใต้หรือสหรัฐฯ แทนจีน จะส่งผลกระทบต่อราคาอุปกรณ์ไอทีในตลาดโลกอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนี้ครับ: 1. ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น (The "Security Premium") การผลิตในเกาหลีใต้หรือสหรัฐฯ มีค่าจ้างแรงงาน ค่าที่ดิน และค่าสาธารณูปโภคสูงกว่าในจีนอย่างมาก แม้จะมีการอุดหนุนจากรัฐบาล แต่ "ต้นทุนแฝง" เหล่านี้จะถูกบวกเข้าไปในราคาชิป ซึ่งจะส่งต่อมายังผู้บริโภคในรูปแบบของ "ค่าธรรมเนียมความมั่นคง" (Security Premium) ทำให้เราอาจเห็นอุปกรณ์ไอทีรุ่นท็อปมีราคาสูงขึ้น 5-15% ในอนาคต 2. อุปกรณ์ระดับ High-end จะแพงขึ้นอย่างชัดเจน ชิป HBM ที่ SK Hynix กำลังเร่งผลิต ไม่ได้อยู่ในคอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่อยู่ใน: การ์ดจอตัวท็อป (High-end GPUs): สำหรับเกมเมอร์และนักขุดเหรียญ AI Workstations: สำหรับสายงานตัดต่อและประมวลผลข้อมูล สมาร์ทโฟนระดับ Flagship: - [SK Hynix ทุ่มหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ปักหมุดฐานการผลิตในเกาหลีใต้ รับมือวิกฤตชิป AI ขาดแคลน](https://www.manutalkthai.com/sk-hynix-invests-10-billion-us-dollars-to-establish-a-manufacturing-base-in-south-korea/) - ในสมรภูมิเทคโนโลยีที่ดุเดือด SK Hynix ยักษ์ใหญ่ด้านหน่วยความจำจากเกาหลีใต้ ได้ประกาศแผนการลงทุนครั้งมหาศาลกว่า 19 ล้านล้านวอน (ประมาณ 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพื่อสร้างโรงงานแพ็คเกจจิ้งชิปขั้นสูงในบ้านเกิด โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการแก้ปัญหาชิปหน่วยความจำขาดแคลน และเสริมความแข็งแกร่งให้ซัพพลายเชนในท้องถิ่นท่ามกลางความผันผวนของโลก HBM: หัวใจสำคัญของขุมพลัง AI กระแส AI ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดส่งผลให้ความต้องการชิปหน่วยความจำแบบ HBM (High Bandwidth Memory) พุ่งสูงขึ้นจนผลิตไม่ทัน HBM คือเทคโนโลยีการวางชิปซ้อนกันในแนวตั้งเพื่อประหยัดพื้นที่ ลดการใช้พลังงาน และเพิ่มความเร็วในการส่งข้อมูลมหาศาล ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับระบบ AI ที่ซับซ้อน ปัจจุบัน SK Hynix คือเบอร์หนึ่งในตลาดนี้ โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา บริษัทครองส่วนแบ่งตลาด HBM ทั่วโลกสูงถึง 61% ทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง Micron (20%) และ Samsung (19%) และคาดการณ์ว่าตลาดนี้จะเติบโตเฉลี่ยปีละ 33% ไปจนถึงปี 2030 ถอยทัพจากจีน กลับสู่ฐานที่มั่นเกาหลีใต้ การตัดสินใจทุ่มงบในเกาหลีใต้ครั้งนี้ - [U Power กับ Whale Logistics ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อจัดหาและติดตั้งรถหัวลากไฟฟ้าแบบสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ในไทย](https://www.manutalkthai.com/u-power-x-whale-logistics-mou-collaboration-for-battery-in-truck-in-thailand-pr/) - บริษัท ยู พาวเวอร์ จำกัด (U Power) ผู้จัดหาวิธีการที่ขับเคลื่อนด้วย AI สำหรับโครงข่ายพลังงานยุคใหม่และระบบขนส่งอัจฉริยะที่พัฒนาต่อยอดมาจาก UOTTA™ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (battery-swapping) สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท ประกาศการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง บริษัท U SWAP ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ U Power ถือหุ้นทั้งหมด กับ บริษัท เวล โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (Whale Logistics) เพื่อส่งเสริมการใช้งานรถบรรทุกไฟฟ้าแบบสับเปลี่ยนแบตเตอรี่เชิงพาณิชย์ในประเทศไทย Whale Logistics (ประเทศไทย) เป็นส่วนหนึ่งของ Whale Logistics Group ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรชั้นนำของประเทศไทย มีความสามารถที่แข็งแกร่งในด้านคลังสินค้า การดำเนินงานบนลานสินค้า และวิธีการด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจร โดย Whale Logistics ได้ดำเนินงานในพื้นที่เชิงกลยุทธ์ที่สำคัญหลายแห่ง รวมทั้งแหลมฉบัง และเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นที่ยอมรับในด้านมาตรฐานความเป็นมืออาชีพ มีทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์ และระบบการดำเนินงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ทำให้ Whale - [SiS เปิดศูนย์กระจายสินค้าแผงโซลาร์เซลล์ที่พิษณุโลกและสุราษฎร์ธานี รองรับดีมานด์พลังงานแสงอาทิตย์ที่เติบโตต่อเนื่อง [PR]](https://www.manutalkthai.com/sis-solar-cell-distribution-centers-pr/) - บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SiS เดินหน้าขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง ประกาศเปิดศูนย์กระจายสินค้า (Mini Warehouse) สำหรับแผงโซลาร์เซลล์ในสองพื้นที่ยุทธศาสตร์ ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งขณะนี้ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อรองรับการเติบโตของความต้องการใช้งานพลังงานแสงอาทิตย์จากภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรมทั่วประเทศ การขยายศูนย์กระจายสินค้าในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ SiS ในการเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานสะอาดให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยบริษัทได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านพื้นที่คลังสินค้าและระบบโลจิสติกส์ในจังหวัดพิษณุโลกและสุราษฎร์ธานี เพื่อรองรับการจัดเก็บและกระจายสินค้ากลุ่มแผงโซลาร์เซลล์ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการส่งมอบสินค้าไปยังตัวแทนจำหน่าย (Dealer) และผู้ติดตั้งในพื้นที่ใกล้เคียง ลดระยะเวลาขนส่ง และช่วยบริหารต้นทุนให้กับพันธมิตรทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเปิดศูนย์กระจายสินค้าแผงโซลาร์เซลล์ที่จังหวัดพิษณุโลกและสุราษฎร์ธานี ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดของ SiS ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค เราเชื่อว่าการเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ คือปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตของตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย การมีศูนย์กระจายสินค้าใกล้พื้นที่ที่มีความต้องการใช้งานจริง จะช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ เพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินงานติดตั้ง และสนับสนุนให้ภาคธุรกิจในภูมิภาคต่าง ๆ สามารถเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ SiS - [Krone จับมือ Kuka ปฏิวัติโรงงานสู่ยุค Smart Factory เมื่อหุ่นยนต์เคลื่อนที่คือหัวใจของการผลิตยุคใหม่](https://www.manutalkthai.com/krone-partners-with-kuka-to-revolutionize-factories-into-the-smart-factory-era/) - ท่ามกลางเสียงเครื่องจักรที่ทำงานอย่างต่อเนื่องในโรงงานผลิต มีแพลตฟอร์มขับเคลื่อนอัตโนมัติคันหนึ่งเคลื่อนที่ผ่านโถงการผลิตไปอย่างเงียบเชียบ มันนำส่งถังอัดอากาศไปยังสถานีเชื่อมด้วยความแม่นยำระดับนิ้ว โดยมีแขนกลของ Kuka รอรับช่วงต่อเพื่อประกอบชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน นี่ไม่ใช่ภาพจากภาพยนตร์ไซไฟ แต่คือภาพความจริงในโรงงานของ Krone Group หนึ่งในผู้ผลิตเครื่องจักรกลเกษตรและรถเชิงพาณิชย์รายใหญ่ที่สุดของโลก กุญแจสำคัญ: การจัดการกองทัพหุ่นยนต์ AMR Krone เลือก Kuka เป็นพันธมิตรเทคโนโลยีเพื่อยกระดับการผลิตทั้งในโรงงานเดิม (Brownfield) และโรงงานอัจฉริยะแห่งใหม่ (Greenfield) โดยหัวใจสำคัญที่ Nikita Daubert จาก Kuka ระบุว่าเป็นตัวตัดสินความสำเร็จคือ "ระบบจัดการฝูงหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMR Fleet Management)" ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบควบคุมภายในอย่าง MES หรือ ERP ได้อย่างไร้รอยต่อ ช่วยให้การบริหารจัดการวัสดุและขั้นตอนการผลิตเป็นไปอย่างยืดหยุ่นและตอบโจทย์ความต้องการจริง ยืดหยุ่น ปลอดภัย และทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่โรงงานใน Werlte หุ่นยนต์หกแกนของ Kuka ทำงานประสานกับหุ่นยนต์เคลื่อนที่รุ่น KMP 1500P ซึ่งเป็น AMR ขนาดกะทัดรัดแต่ทรงพลัง สามารถบรรทุกน้ำหนักได้ถึง 1,500 กิโลกรัม - [อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เผยปี 2569 เตรียมจัด 17 งาน ในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ  พร้อมดึงงานระดับโลกจัดเพิ่มอีก 2 งาน [PR]](https://www.manutalkthai.com/informa-market-2026-plans-for-exhibition-event-pr/) - ปี 2569 อุตสาหกรรมงานแสดงสินค้า B2B โตแรง อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เบอร์หนึ่งผู้จัดงานแสดงสินค้าโลกเผย อาเซียนขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก โดยประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางยุทธศาสตร์ (Strategic Hub) ล่าสุดประกาศ ปี 2026 เตรียมจัด 17 งานแสดงสินค้าในไทย ครอบคลุมทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ ความงาม การผลิต พลังงาน วิศวกรรม ความปลอดภัย อัญมณี ฯลฯ นายแพทริค มาร์เทลล์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการกลุ่มบริษัทอินฟอร์มา และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ กล่าวระหว่างการมาเยือนประเทศไทย เพื่อพบปะกับพันธมิตรทั้งภาครัฐ องค์กรธุรกิจ และภาคเอกชนของไทย โดยได้แลกเปลี่ยนมุมมองของภาพรวมอุตสาหกรรมการจัดงานแสดสินค้าระดับโลกในปี 2026 ว่า ในวันนี้ชีวิตการทำงานและธุรกิจเข้าสู่โลกออนไลน์มากขึ้น ทำให้ผู้คนมองเห็นถึงความสำคัญของช่วงเวลาที่ได้พบปะกันในชีวิตจริง ทำให้งานแสดงสินค้าที่จัดขึ้นในสถานที่จริง (In-person events) เป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่า เป็นหมุดหมายสำคัญในการรวมตัวเพื่อสร้างความสัมพันธ์และดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งข้อมูลจาก อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผู้นำในธุรกิจการจัดงานนิทรรศการและงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติกว่า 450 งาน ในกว่า 30 - [Thyssenkrupp สร้างประวัติศาสตร์ โรงรีดเหล็กแผ่นร้อนรีดผลผลิตทะลุ 250 ล้านตัน พร้อมมุ่งสู่ความยั่งยืน](https://www.manutalkthai.com/thyssenkrupp-makes-history-exceeding-250-million-tons-of-hot-rolled-steel-sheet-production/) - ในอุตสาหกรรมหนัก น้อยนักที่จะมีเครื่องจักรใดยืนหยัดสร้างผลผลิตได้อย่างยาวนานและมหาศาลเท่ากับ โรงรีดเหล็กแผ่น Hot Strip Mill 2 ของ Thyssenkrupp Steel ในเยอรมนี ซึ่งล่าสุดเพิ่งประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ด้วยยอดการผลิตสะสมทะลุ 250 ล้านเมตริกตัน นับตั้งแต่เริ่มเดินเครื่องในปี 1964 โรงรีดแห่งนี้มีความยาวถึง 700 เมตร ถือเป็นหนึ่งในสถานประกอบการที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมเยอรมัน โดยมีกำลังการผลิตราว 5 ล้านตันต่อปี หัวใจสำคัญของกระบวนการคือการนำ "Slabs" หรือเหล็กแท่งแบนหนาประมาณ 25 เซนติเมตร มาเผาที่อุณหภูมิสูงถึง 1,250 °C ก่อนจะนำเข้าสู่กระบวนการรีดหลายขั้นตอนจนเหลือความหนาเพียง 1.5 มิลลิเมตร แต่มีความยาวพุ่งไปถึง 1.7 กิโลเมตร โดยเหล็กม้วน (Coils) เหล่านี้จะกลายเป็นวัตถุดิบเกรดพรีเมียมสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ความแม่นยำระดับ "หนึ่งในล้านมิลลิเมตร" สิ่งที่ทำให้ Thyssenkrupp โดดเด่นไม่ใช่แค่ปริมาณ แต่คือความละเอียดแม่นยำ ในระหว่างการรีดแรงดันและอุณหภูมิจะถูกควบคุมอย่างเข้มงวดเพื่อกำหนดคุณสมบัติทางกายภาพของเหล็ก โดยระบบควบคุมสามารถปรับจูนค่าพารามิเตอร์บางอย่างได้ละเอียดถึง หนึ่งในล้านมิลลิเมตร เพื่อให้ได้เหล็กที่มีความแข็งแกร่งสูงและผิวสัมผัสที่ไร้ที่ติสำหรับชิ้นส่วนภายนอกของรถยนต์ นวัตกรรมสีเขียวเพื่ออนาคต Thyssenkrupp ไม่เพียงแต่รักษาคุณภาพ แต่ยังอัปเกรดโรงงานให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นผ่าน - [SAP ปฏิวัติค้าปลีกปี 2026: เปิดตัวชุดเครื่องมือ AI ใหม่ล่าสุด เชื่อมโยงข้อมูล "วางแผน-หน้าร้าน-จัดส่ง" แบบไร้รอยต่อ](https://www.manutalkthai.com/sap-will-revolutionize-retail-in-2026-unveiling-its-latest-ai-toolkit/) - การแข่งขันของธุรกิจ Retail เปลี่ยนจากการสู้ด้วยราคามาเป็นการสู้ด้วยความเร็วและข้อมูล SAP ยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์บริหารจัดการองค์กร ได้ประกาศก้าวสำคัญด้วยการเปิดตัวชุดเครื่องมือ AI ใหม่ล่าสุดที่ครอบคลุมทั้งระบบนิเวศการค้าปลีก ตั้งแต่การวางแผนคลังสินค้าไปจนถึงการจัดการคำสั่งซื้อแบบอัจฉริยะ Retail Intelligence: วางแผนอนาคตด้วยระบบจำลอง AI หนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือการเปิดตัว Retail Intelligence ภายใต้ SAP Business Data Cloud คาดว่าจะพร้อมใช้งานช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เครื่องมือนี้จะดึงข้อมูลจากทั้งระบบของ SAP และพาร์ทเนอร์ภายนอกมาสร้าง "แบบจำลองสถานการณ์ที่สร้างโดย AI" ช่วยให้ผู้ดูแลสต็อกสินค้าสามารถคาดการณ์ความต้องการและตัดสินใจเรื่องคลังสินค้าได้แม่นยำขึ้น โดยไม่ต้องเดาทางตลาดอีกต่อไป Merchandising 2.0: สั่งงานด้วยเสียงผ่าน Joule SAP กำลังทำให้การจัดการสินค้าเป็นเรื่องง่ายเหมือนการคุยกับเพื่อน ด้วยการใช้ Joule ซึ่งเป็น AI Copilot ของ SAP พนักงานฝ่ายจัดซื้อหรือฝ่ายขายสามารถใช้ "ภาษาธรรมชาติ" (Natural Language) ในการสั่งให้ระบบสร้าง แก้ไข หรือยกเลิกรายการสินค้าได้ทันที ช่วยลดคอขวดในกระบวนการทำงานและตอบสนองต่อเทรนด์ตลาดที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว Agentic Commerce: เมื่อ AI - [TSMC กำไร 35% ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมเดินหน้าขยายฐานการผลิตทั่วโลกรับปี 2026](https://www.manutalkthai.com/tsmc-reports-a-record-35-profit-increase-and-plans-to-expand-its-global-manufacturing-base-by-2026/) - ในขณะที่โลกก้าวเข้าสู่ปี 2026 อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company) ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปเบอร์หนึ่งของโลกจากไต้หวัน ได้ประกาศผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่สร้างความสั่นสะเทือนไปทั้งวงการ ด้วยกำไรที่พุ่งสูงขึ้นถึง 35% ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากความต้องการชิปขั้นสูง (Advanced Chips) ที่ยังคงล้นตลาด ทุ่มงบลงทุนมหาศาลเพื่อความมั่นคงของซัพพลายเชน ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เป็นผลจากการวางห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง TSMC ยืนยันว่าในปี 2025 ที่ผ่านมา บริษัทได้ใช้เงินลงทุนไปมหาศาลถึง 4.09 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีแผนจะขยับงบลงทุนในปี 2026 ขึ้นไปแตะระดับ 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อขยายโรงงานผลิตชิปให้ครอบคลุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญทั่วโลก ปักธงขยายฐานผลิต: จากไต้หวันสู่สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ท่ามกลางนโยบายของรัฐบาลประเทศต่าง ๆ ที่ต้องการความมั่นคงทางเทคโนโลยี TSMC ได้เร่งเครื่องโปรเจกต์ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง: สหรัฐอเมริกา: นอกเหนือจากแผนการลงทุนเดิมในรัฐแอริโซนา TSMC ส่งสัญญาณว่าอาจมีการสร้างโรงงานเพิ่มเติม เพื่อตอบสนองต่อนโยบายการผลักดันฐานการผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น: เดินหน้าขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์และอุปกรณ์อัจฉริยะ ไต้หวัน: ยังคงเป็น "ป้อมปราการหลัก" ที่มีการลงทุนวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีประเด็นเรื่องการเจรจาการค้าและภาษีระหว่างไต้หวันและสหรัฐฯ รวมถึงความพยายามของนานาชาติในการดึงการผลิตกลับสู่มาตุภูมิ - [Lyndex-Nikken เปิดตัว "EZ-SmartTower" ตัวช่วยเฝ้าสังเกตการณ์เครื่องจักรแบบ Real-time เพื่อคืนทุนไว ไม่ต้องง้อผู้เชี่ยวชาญ](https://www.manutalkthai.com/lyndex-nikken-launches-ez-smarttower/) - ในยุคที่อุตสาหกรรมการผลิตต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงานฝีมือและต้นทุนที่ผันผวน การจะก้าวไปสู่ Industry 4.0 หรือ 5.0 อาจฟังดูเป็นเรื่องไกลตัวและซับซ้อน แต่ล่าสุด Lyndex-Nikken ผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์เสริมเครื่องจักรกลและโซลูชันระบบอัตโนมัติ ได้นำเสนอทางออกที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังด้วยการเปิดตัว EZ-SmartTower หนึ่งหน้าจอ คุมได้ทั้งโรงงาน EZ-SmartTower คือนวัตกรรมที่ช่วยให้โรงงานสามารถติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลการผลิตของเครื่องจักรได้สูงสุดถึง 30 เครื่อง ผ่านคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว ด้วยการออกแบบที่เป็นโมดูลาร์ ระบบนี้จึงสามารถติดตั้งเข้ากับเครื่อง CNC ทั้งเครื่องกลึง (Lathe) และเครื่องกัด (Mill) รวมถึงเครื่องจักรอื่น ๆ ได้อย่างราบรื่น โดยมีหน้าที่หลักคือ: บันทึกข้อมูลแบบวินาทีต่อวินาที: ตั้งแต่จำนวนรอบการทำงาน, เวลาเดินเครื่อง, เวลาหยุดนิ่ง, ไปจนถึงข้อผิดพลาดต่าง ๆ ของสปินเดิล ไฟสถานะ LED: พนักงานหน้างานสามารถดูสถานะรอบการทำงานและเวลาหยุดนิ่งได้ทันทีผ่านสัญญาณไฟบนหอคอย การเชื่อมต่อไร้สาย: ส่งข้อมูลผ่าน WiFi ไปยังระบบส่วนกลางแบบ Real-time เพื่อลดปัญหาคอขวดในกระบวนการผลิต วิเคราะห์แม่นยำ ปลอดภัยไร้กังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหล จุดเด่นที่น่าสนใจของ EZ-SmartTower คือการมาพร้อมกับซอฟต์แวร์ที่ใช้งานฟรีและง่ายดาย ผู้ใช้สามารถสร้างรายงานในรูปแบบกราฟหรือไฟล์ Excel เพื่อนำไปวิเคราะห์แนวโน้มการดำเนินงานได้ทันที ที่สำคัญคือ - [SiteMinder ฉลองครบรอบ 20 ปี คว้ารางวัลชนะเลิศจาก HotelTechAwards ประจำปี 2026 [PR]](https://www.manutalkthai.com/siteminder-celebrates-20-anniversary-with-hoteltechaward-2026/) - SiteMinder ผู้นำแพลตฟอร์มระดับโลกที่จะเข้ามายกระดับการเข้าถึงให้กับโรงแรม เริ่มต้นปีแห่งการฉลองครบรอบ 20 ปี และตอกย้ำความเป็นผู้นำอุตสาหกรรม ด้วยการกวาดรางวัลจากงาน HotelTechAwards ประจำปี 2026 ด้วยความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 50,000 รายทั่วโลก ทำให้ SiteMinder สามารถคว้ารางวัล ‘Hotelier’s Choice Award’ ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 และรางวัล ‘Best Hotel eCommerce Platform’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัลอันดับหนึ่งในอีกหลายสาขา อาทิ ‘Best Channel Manager’, ‘Best Booking Engine’, ‘Best Hotel Metasearch Management Software’ และ ‘Best Hotel Website Design’ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของแพลตฟอร์ม ในการรวบรวมโซลูชันไว้อย่างครบวงจร เพื่อช่วยกระตุ้นความต้องการการจองที่พักและเพิ่มรายได้ให้กับโรงแรมอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ SiteMinder ยังได้รับรางวัลอันดับที่ 2 ในสาขา - [ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จัดเสวนาระดมความคิดเชิงกลยุทธ์ผู้บริหารระดับสูง ในงาน IEEE PES GTD Asia 2025 [PR]](https://www.manutalkthai.com/schneider-electric-c-level-roundtable-2025-at-ieee-pes-gtd-asia-2025-pr/) - ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงาน ร่วมกับ IEEE PES Thailand จัดเสวนาโต๊ะกลมในงาน IEEE PES GTD Asia 2025 เพื่อหาทางออกสอดรับความท้าทายเป้าหมาย Net Zero 2050 C-Level Roundtable 2025 ครั้งนี้ จัดขึ้นภายในงาน IEEE PES GTD Asia 2025 ที่ผ่านมา โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำด้านพลังงาน ด้านเทคโนโลยี รวมถึงหน่วยงานจากภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์ ภายใต้หัวข้อ “Powering the Cabon-Neutral Future” เพื่อหาแนวทางในการรับมือกับความท้าทายด้านพลังงานและเพื่อขับเคลื่อนไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 การเสวนาเริ่มด้วยมุมมองด้านความท้าทายที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมพลังงานของไทย ซึ่งเป้าหมายของประเทศไทยที่ต้องการไปสู่ Net Zero ภายในปี 2050 จากการเข้าร่วมการประชุมประเทศภาคี (Conference of the Parties - [Syspro ปิดดีลซื้อ Evocon ผสานพลัง ERP เข้ากับหน้างานจริง ยกระดับโรงงานสู่ความฉลาดล้ำ](https://www.manutalkthai.com/syspro-closes-deal-to-acquire-evocon/) - Syspro ยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์ ERP ระดับโลก ได้ประกาศความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ Evocon ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบติดตามการผลิตแบบ Real-time และโซลูชัน OEE (ประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักร) จากเอสโตเนีย เพื่อเป้าหมายเดียวคือ การทำให้ "หน้างาน" (Shop floor) สื่อสารกับ "ห้องบริหาร" ได้แบบวินาทีต่อวินาที ปลดล็อกคอขวดด้วยข้อมูล Real-time ปัญหาใหญ่ที่ผู้ผลิตมักเจอคือ "ความไม่รู้" ว่าทำไมเครื่องจักรถึงหยุดทำงาน หรือจุดไหนที่เป็นคอขวดในสายการผลิต แพลตฟอร์มของ Evocon เข้ามาแก้โจทย์นี้ด้วยแดชบอร์ด OEE อัจฉริยะที่แสดงผลให้เห็นทันทีว่า: เครื่องจักรแต่ละเครื่องถูกใช้งานเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ สาเหตุที่แท้จริงของ Downtime (เวลาเครื่องหยุด) คืออะไร ข้อมูลเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้ติดตั้งง่าย (Self-installation) และใช้งานง่ายสำหรับพนักงานทุกระดับ เมื่อ ERP เจอข้อมูลสด: รากฐานสู่ AI และระบบอัตโนมัติ การรวม Evocon เข้ามาอยู่ในครอบครัว Syspro ไม่ใช่แค่การซื้อฟีเจอร์เพิ่ม แต่เป็นการเชื่อมโยง "แผนงาน" ใน ERP เข้ากับ - [Caterpillar จับมือ NVIDIA ปฏิวัติเขตก่อสร้างสู่ยุคอัจฉริยะด้วย "Cat AI Assistant" และโรงงานเสมือนจริง](https://www.manutalkthai.com/caterpillar-partners-with-nvidia-to-revolutionize-construction-sites-into-the-smart-era-with-cat-ai-assistant/) - ในงาน CES 2026 ที่ผ่านมา ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเครื่องจักรหนักอย่าง Caterpillar (CAT) ได้ประกาศขยายความร่วมมือกับ NVIDIA เพื่อนำเทคโนโลยี AI มาเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมก่อสร้างและเหมืองแร่ ตั้งแต่ในห้องคนขับไปจนถึงสายการผลิตในโรงงาน "Cat AI Assistant" ผู้ช่วยอัจฉริยะสั่งงานด้วยเสียง ไฮไลท์สำคัญคือการเปิดตัว Cat AI Assistant ระบบโต้ตอบอัจฉริยะที่สร้างขึ้นบนโมเดลเสียง NVIDIA Riva ช่วยให้คนขับเครื่องจักรสามารถสื่อสารกับตัวรถได้ผ่านการพูดคุย: สอบถามข้อมูล: ถามเรื่องการใช้งานเครื่องจักร วิธีการซ่อมบำรุง หรือหาอะไหล่ได้ทันที สั่งการในห้องคนขับ: ปรับตั้งค่าตัวรถ หรือแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้โดยไม่ต้องละสายตาจากงาน (Hands-free) ฐานข้อมูลแม่นยำ: ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม Helios ของ CAT เพื่อดึงข้อมูลเชิงลึกมาตอบสนองพนักงาน เปลี่ยนเครื่องจักรให้กลายเป็นหุ่นยนต์ด้วย Jetson Thor CAT กำลังติดตั้งแพลตฟอร์ม NVIDIA Jetson Thor ลงในเครื่องจักรที่ใช้ในงานก่อสร้างและเหมืองแร่ เพื่อรองรับการประมวลผล AI แบบ Real-time ที่หน้างาน ระบบนี้จะทำหน้าที่เป็น "ผู้ช่วยส่วนตัวของคนขับ" - [Advantech ผนึกกำลัง Intel เปิดตัวขุมพลัง "Core Ultra Series 3" ขับเคลื่อนนวัตกรรม Edge AI แห่งอนาคต](https://www.manutalkthai.com/advantech-and-intel-join-forces-to-launch-the-core-ultra-series-3-processor-driving-future-edge-ai-innovation/) - ในอุตสาหกรรมที่เทคโนโลยี AI กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญ Advantech ผู้นำด้าน Industrial AIoT ระดับโลก ได้ประกาศก้าวสำคัญด้วยการผสานพลังร่วมกับ Intel นำหน่วยประมวลผลรุ่นล่าสุด Intel Core Ultra Series 3 (สถาปัตยกรรม Intel 18A) มาใช้ในเมนบอร์ดอุตสาหกรรมและคอมพิวเตอร์ Edge AI รุ่นใหม่ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานให้ฉลาดและรวดเร็วยิ่งขึ้น นิยามใหม่ของความเร็ว: AI ที่ประมวลผลได้ "ที่หน้างาน" ด้วยขุมพลังการประมวลผล AI สูงสุดถึง 180 TOPS (Platform TOPS) ของ Intel Core Ultra Series 3 ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถรันงานที่ซับซ้อนได้โดยไม่ต้องพึ่งพา Cloud ไม่ว่าจะเป็น: การตรวจสอบจุดบกพร่องแบบ Real-time ในสายการผลิต การพยากรณ์การซ่อมบำรุงเครื่องจักร (Predictive Maintenance) ระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะ การประมวลผลที่ "Edge" หรือจุดปฏิบัติงานจริงนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้การตัดสินใจทำได้รวดเร็วขึ้น - [Honeywell เปิดตัว "Performance+" ยกระดับคลังสินค้าอัจฉริยะด้วยระบบสั่งงานด้วยเสียงและข้อมูล Real-time](https://www.manutalkthai.com/honeywell-launches-performance-elevating-smart-warehouses-with-voice-control-and-real-time-data/) - ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ที่ทุกวินาทีมีค่า Honeywell ได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัว Performance+ for Guided Work โซลูชันใหม่ที่จะเปลี่ยนให้การบริหารจัดการคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้ากลายเป็นเรื่องง่ายและแม่นยำกว่าที่เคย เปลี่ยนเสียงให้เป็นพลังในการทำงาน หัวใจสำคัญของระบบนี้คือการต่อยอดเทคโนโลยี Guided Work เดิมที่ใช้ "เสียง" ในการนำทางพนักงาน โดยพนักงานจะสวมชุดหูฟังเพื่อรับคำสั่งและยืนยันการทำงานแบบ Hands-free ไม่ว่าจะเป็นการหยิบสินค้า (Picking) การบรรจุของ (Packing) หรือแม้แต่การซ่อมบำรุง ทำให้สามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวโดยไม่ต้องพะวงกับการถือกระดาษหรือตัวสแกน ซึ่งระบบนี้รองรับภาษามากกว่า 48 ภาษา และฉลาดพอที่จะเข้าใจสำเนียงที่แตกต่างกันของพนักงานแต่ละคน วิเคราะห์ข้อมูลแบบวินาทีต่อวินาที สิ่งที่ทำให้ Performance+ โดดเด่นขึ้นมาคือ "Data Layer" ที่ทำงานควบคู่ไปกับเสียง ในขณะที่พนักงานทำงาน ระบบจะเก็บข้อมูลจริงในขณะนั้น (Real-time) แล้วส่งตรงไปยังแดชบอร์ดของผู้จัดการ เพื่อแสดงผลให้เห็นว่า: ความคืบหน้าของงานแต่ละชิ้นไปถึงไหนแล้ว พนักงานใช้เวลาในแต่ละจุดเท่าไหร่ ระยะทางที่ใช้ในการเดินในคลังสินค้า การเข้าถึงข้อมูลแบบสด ๆ นี้ ช่วยลดการพึ่งพารายงานแบบเขียนด้วยมือ และช่วยให้หัวหน้างานไม่ต้องรอสรุปผลตอนสิ้นวัน แต่สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ทันที "ในซัพพลายเชนยุคปัจจุบัน การขาดข้อมูลแบบ Real-time คืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้เราต้องคอยแก้ปัญหาตามหลัง แทนที่จะเป็นการวางแผนเชิงรุก" > — - [BYD เปิดตัวแบรนด์ใหม่ “Linghui” แยกตลาดรถเช่าออกจากรถบ้าน ลุยยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์พรีเมียม](https://www.manutalkthai.com/byd-launches-new-brand-linghui-separating-the-rental-car-market-from-the-motorhome-market/) - ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่การแข่งขันเดือดระอุขึ้นทุกวัน BYD ยักษ์ใหญ่จากจีนได้ตัดสินใจเดินหมากครั้งสำคัญเพื่อแก้ "Pain Point" เรื้อรังของแบรนด์ ด้วยการประกาศเปิดตัวแบรนด์ใหม่ในนาม “Linghui” (หลิ่งฮุ่ย) เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าองค์กรและรถเช่า (Fleet/B2B) โดยเฉพาะ กลยุทธ์แยกแบรนด์เพื่อ ลบภาพจำ "รถแท็กซี่" กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) ได้เปิดเผยข้อมูลรถยนต์รุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ Linghui ถึง 4 รุ่น ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ซีดาน 3 รุ่น (e5, e7, e9) และรถ MPV ปลั๊กอินไฮบริดอีก 1 รุ่น (M9) แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะเป็นการปรับปรุงมาจากโมเดลยอดฮิตในตระกูล Dynasty และ Ocean เช่น BYD Han หรือ Qin PLUS แต่ความแตกต่างที่สำคัญคือ "ตราสัญลักษณ์ใหม่" และ "ช่องทางการขายที่แยกเป็นอิสระ" เป้าหมายคือการแยกฐานลูกค้ากลุ่มองค์กรที่เน้นการใช้งานหนัก ออกจากลูกค้าทั่วไปที่ต้องการความหรูหราและภาพลักษณ์ส่วนตัว - [ไทยฮอนด้า เปิดตัว ‘New Honda UC3’ มิติใหม่แห่งรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าฮอนด้า คอนเซ็ปต์ ‘The Urban First Movers’ ก้าวสู่ชีวิตคนเมืองยุคใหม่ [PR]](https://www.manutalkthai.com/thai-honda-new-honda-uc3-ev-motorcycle-pr/) - ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด ‘New Honda UC3’ (นิว ฮอนด้า ยูซีสาม) พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยเป็นที่แรก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Urban First Movers ก้าวแรก…ที่เปลี่ยนชีวิตแบบเดิม” โดดเด่นด้วยดีไซน์แห่งอนาคตมาพร้อม 2 เฉดสี ‘สีดำ Graphite Black’ และ ‘สีขาว Pearl Sapphire White’ โดยพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเดินทางในชีวิตประจำวันของคนเมือง มอบประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจในทุกเส้นทาง ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยจากฮอนด้า สอดรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่มองหาทางเลือกในการเดินทางที่ทั้งง่าย สะดวก ทันสมัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ เพื่อย้ำความพร้อมด้านการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว ไทยฮอนด้าเดินหน้าพัฒนา Honda ev Charger สถานีชาร์จรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบบ Plug-in ของฮอนด้า โดยเปิดให้บริการที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์เป็นแห่งแรก และมีแผนขยายการให้บริการเพื่อรองรับลูกค้าภายในปีนี้และในอนาคต ภายในปี 2569 Honda ev Charger เปิดให้บริการทั้งหมด 230 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล - [‘มโนยนต์’ เสริมแกร่ง ‘บอร์เนียว’ เสริมสร้าง Value Chain ทั้งระบบ พร้อมวางเป้ารายได้เติบโต 5,000 ล้านบาท ขยายตลาดใหม่ทั่วภูมิภาค SEA [PR]](https://www.manutalkthai.com/borneo-x-manoyont-collaboration-for-value-chain-system-pr/) - ‘กลุ่มบริษัทมโนยนต์’ โดย ดร.ปรเมศร์ ลี้โกมลชัย กรรมการบริหาร ผู้ผลิต ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าอะไหล่ยานยนต์ทดแทน ร่วมกับ ‘บอร์เนียว’ โดย นายรัฐา อุรุโสภณ กรรมการผู้จัดการ จัดงาน “Borneo Elevate Together พลังขับเคลื่อน เติบโตยกระดับ” ในวันพุธที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 10:00 น. ณ ห้องนภาลัย แกรนด์ บอลรูมชั้น 1 โรงแรมดุสิตธานี เพื่อแถลงวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์องค์กร ตอกย้ำบอร์เนียว ด้านความเป็นผู้นำด้านอุปกรณ์ยานยนต์ และสินค้าวัสดุอุตสาหกรรม หลังยกระดับศักยภาพธุรกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นภายใต้พลังจากกลุ่มบริษัทมโนยนต์ สร้างความเชื่อมั่นให้คู่ค้าและลูกค้าทั่วประเทศ ร่วมผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต พร้อมสร้างความแข็งแกร่งด้วยการยกระดับ ‘Value Chain’ เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำด้วยโมเดลที่แตกต่าง เตรียมขยายตลาดใหม่ทั้งในประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดร.ปรเมศร์ ลี้โกมลชัย กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทมโนยนต์ กล่าวว่า บริษัท มโนยนต์ชัย จำกัด เป็นบริษัทแรกในกลุ่มธุรกิจการค้าของกลุ่มบริษัทมโนยนต์ สร้างชื่อจากการดำเนินธุรกิจชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ทดแทนตั้งแต่ปี 2509 - [AMD เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์โปรเซสเซอร์ Ryzen AI Embedded ขับเคลื่อนประสบการณ์การใช้ AI ที่สมจริงในอุตสาหกรรมยานยนต์ [PR]](https://www.manutalkthai.com/amd-ces-2026-embedded-ai-pr/) - AMD เปิดตัวโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen™ AI Embedded ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ของโปรเซสเซอร์ x86 แบบฝังตัว (embedded) ที่ออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนแอปพลิเคชันด้าน AI ที่อุปกรณ์ปลายทาง (edge) ตั้งแต่ห้องโดยสารดิจิทัลในยานยนต์และการดูแลสุขภาพอัจฉริยะ ไปจนถึงด้าน physical AI สำหรับระบบไร้คนขับและหุ่นยนต์ ฮิวแมนนอยด์ โปรเซสเซอร์ซีรีส์ P100 และ X100 ใหม่นี้จะช่วยให้ OEM, ซัพพลายเออร์ชั้นนำ และนักพัฒนาระบบ/ซอฟต์แวร์ในตลาดยานยนต์และอุตสาหกรรม ได้รับประสิทธิภาพสูงและการประมวลผล AI ที่มีประสิทธิภาพ ในแพ็คเกจ BGA (ball grid array) ขนาดกะทัดรัด สำหรับระบบฝังตัวที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่มากที่สุด โปรเซสเซอร์นี้ได้ผสานรวมสถาปัตยกรรมแกนประมวลผล “Zen 5” ประสิทธิภาพสูงเพื่อประสิทธิภาพชิป x86 ที่ปรับสเกลได้และให้การควบคุมที่แม่นยำ (deterministic control), กราฟิกการ์ด RDNA 3.5 สำหรับการแสดงผลภาพและกราฟิกแบบเรียลไทม์ และ NPU XDNA 2 เพื่อเร่งความเร็วด้าน - [ครั้งแรกของ Solis กับการเปิดบ้านต้อนรับสื่อไทยสัมผัสอนาคตพลังงานสะอาดจากฐานการผลิตระดับโลก [PR]](https://www.manutalkthai.com/solis-media-tour-2026-pr/) - บริษัท Ginlong Technologies หรือที่รู้จักกันในชื่อ Solis ผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์โซลาร์เซลล์ชั้นนำระดับโลก ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจเซียงซาน เมืองหนิงโป ประเทศจีน ได้เปิดโอกาสพิเศษให้คณะสื่อมวลชนและ KOL จากประเทศไทยเข้าเยี่ยมชมฐานการผลิตเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2025 อินเวอร์เตอร์จาก Solis โดดเด่นด้วยความคุ้มค่า แข็งแรงทนทาน ได้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล มาพร้อมระบบ Monitoring ที่ใช้งานง่าย และรองรับเทคโนโลยี Hybrid รวมถึงระบบกักเก็บพลังงาน (Battery) อย่างครบวงจร จึงทำให้ Solis กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงในประเทศไทยและทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้งานที่มองหาสมดุลระหว่าง “ราคา” และ “ประสิทธิภาพ” การเยี่ยมชมครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการดูสายการผลิตทั่วไป แต่เป็นการเปิดมุมมองสู่อนาคตของพลังงานสะอาดที่ขับเคลื่อนด้วยความแม่นยำและนวัตกรรมขั้นสูง ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่โรงงาน สิ่งที่สัมผัสได้คือความล้ำสมัยของสายการผลิตแบบ Automation เกือบทั้งหมด โดย Solis ใช้หุ่นยนต์และระบบ AI ในกระบวนการประกอบชิ้นส่วนที่ต้องการความละเอียดสูง เพื่อลด Human Error และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้ทันต่อความต้องการของตลาดโลกที่เติบโตอย่างรวดเร็ว อินเวอร์เตอร์ทุกเครื่องต้องผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบในสภาวะอุณหภูมิสุดขั้ว ตั้งแต่ร้อนจัดจนถึงหนาวจัด การเปิดใช้งานต่อเนื่องเพื่อจำลองการใช้งานจริงในระยะยาวหลายสิบปี - [ด่วน! โอกาสทองของสาย Tech & Industrial: ManuTalkThai เปิดรับ Sponsors 2 งาน Virtual Conference ใหญ่ประจำปี 2026](https://www.manutalkthai.com/mtt-2026-call-for-sponsors/) - หากคุณคือผู้ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีที่ต้องการเจาะกลุ่ม "อุตสาหกรรมการผลิตไทย" อย่างแม่นยำ นี่คือพื้นที่ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ! ManuTalkThai (ในเครือ TechTalkThai) ขอเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ 2 สุดยอดงานสัมมนาออนไลน์ที่รวมเหล่าผู้เชี่ยวชาญในวงการไว้มากที่สุด 📅 ปักหมุด 2 งานสำคัญที่คุณไม่ควรพลาด: MTT Virtual Conference 2026:"Manufacturing Tech, AI & Engineering" วันที่: 1 - 2 เมษายน 2026 | Zoom Webinar เน้นหนักด้าน: เทคโนโลยีการผลิต, ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในไลน์ผลิต และวิศวกรรมสมัยใหม่ MTT Virtual Conference 2026:"Factory Management Tech, AI & Sustainability" วันที่: 25 - 26 พฤศจิกายน 2026 | Zoom Webinar - [มองข้ามช็อตสู่ Industry 6.0: เมื่อโรงงานกลายเป็น 'ปัญญาประดิษฐ์' และความยั่งยืนไม่ใช่แค่ทางเลือก](https://www.manutalkthai.com/what-is-industry-60/) - ในขณะที่โลกยังคงวุ่นอยู่กับการปรับตัวเข้าสู่ Industry 5.0 แต่แรงกระเพื่อมของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 6 หรือ Industry 6.0 เริ่มส่งสัญญาณให้เห็นชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะคาดการณ์ว่ากรงล้อนี้จะหมุนเต็มตัวในช่วงปี 2050 แต่รากฐานสำคัญอย่าง Quantum Computing, AI ขั้นสูง และ หุ่นยนต์ที่ตัดสินใจได้เอง กำลังเข้ามาเปลี่ยนนิยามของคำว่า "โรงงาน" ไปอย่างสิ้นเชิง หาก Industry 4.0 คือเรื่องของข้อมูล และ Industry 5.0 คือการที่มนุษย์ทำงานร่วมกับหุ่นยนต์… ก้าวต่อไปอย่าง Industry 6.0 อาจเป็นยุคของ “Prompt-to-Production” ที่มนุษย์เพียงแค่ป้อนโจทย์หรือคำสั่ง (Prompt) แล้วระบบสมองกลจะจัดการเนรมิตการผลิตทั้งหมดให้เกิดขึ้นเองอย่างอิสระ 1. ยุคแห่ง Hyperautomation: คนไม่ได้หายไป แต่บทบาทเปลี่ยน ในยุค Industry 6.0 ระบบอัตโนมัติขั้นสุดยอด (Hyperautomation) จะเข้ามาทำหน้าที่แทนมนุษย์ในงานที่ซ้ำซากและอันตรายเกือบทั้งหมด แต่ความเข้าใจผิดที่ว่า "หุ่นยนต์จะแย่งงานคน" กำลังจะถูกพิสูจน์ว่าไม่จริง เพราะบทบาทของพนักงานจะขยับขึ้นไปเป็น "ผู้ควบคุมระบบแบบ Hybrid" - [AGIBOT เปิดตัวในมาเลเซีย – เริ่มเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก [PR]](https://www.manutalkthai.com/agibot-launch-in-malaysia-pr/) - วันนี้ AGIBOT บริษัทหุ่นยนต์ชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์แบบมีร่างกาย (embodied intelligence) ประกาศเริ่มเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในปี 2026 โดยเริ่มต้นจากการจัดงานเปิดตัวแลนด์มาร์กสำคัญในมาเลเซีย งานเปิดตัวดังกล่าวจัดขึ้นที่ i-City รัฐเซอลาโงร์ โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงของ AGIBOT ตลอดจนเจ้าหน้าที่รัฐของมาเลเซีย คู่ค้า ลูกค้า และแขกสื่อมวลชนให้เกียรติเข้าร่วมงาน ซึ่งเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ AGIBOT ในระยะยาวที่ต้องการสร้างความร่วมมือและพัฒนาระบบอัตโนมัติทั้งในมาเลเซียและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค AGIBOT ก้าวขึ้นเป็นผู้นำอุตสาหกรรม โดยรั้งอันดับ 1 เมื่อพิจารณาจากตัวเลขการจัดส่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และส่วนแบ่งตลาดของบริษัท AGIBOT ก่อตั้งในปี 2023 โดยมีเป้าปรารถนาที่ชัดเจนตามที่สะท้อนอยู่ในชื่อของบริษัท นั่นคือการสร้างหุ่นยนต์เพื่อรองรับยุคสมัย AGI อย่างไรก็ตาม AGIBOT ไม่ได้ต้องการสร้างเครื่องจักรที่ทำงานรูปแบบเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์แบบมีร่างกายที่สามารถเรียนรู้ ปรับตัว และวิวัฒนาการในโลกจริงด้วย เมื่อปีที่ผ่านมา AGIBOT ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในหลายๆ ด้าน ซึ่งตอกย้ำสถานะของบริษัทในการเป็นผู้นำด้านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และปัญญาประดิษฐ์แบบมีร่างกาย ความสำเร็จดังกล่าวรวมถึงการเปิดตัวหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ตัวที่ 5,168 ที่ได้จากการผลิตในเชิงพาณิชย์ ซึ่งแสดงให้เห็นขีดความสามารถของบริษัทในการผลิตหุ่นยนต์ในระดับอุตสาหกรรมและความพร้อมในการทำตลาดในสเกลใหญ่ ไม่เพียงเท่านั้น AGIBOT ยังได้พัฒนา AI แบบมีร่างกาย (embodied AI) ผ่านการเรียนรู้แบบเสริมกำลัง - [Siemens ผงาดครองแชมป์ผู้นำซอฟต์แวร์ QMS ระดับโลกประจำปี 2025](https://www.manutalkthai.com/siemens-global-leader-in-qms-software-2025/) - อุตสาหกรรมยุคใหม่ "คุณภาพ" ไม่ได้หมายถึงแค่สินค้าที่ไม่เสีย แต่หมายถึงความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการผลิต ล่าสุด Siemens ได้รับการยกย่องให้เป็น "ผู้นำ" ในรายงาน Green Quadrant: Quality Management Software 2025 โดยสำนักวิจัยอิสระ Verdantix ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำว่าระบบการจัดการคุณภาพของ Siemens คือบรรทัดฐานใหม่ของอุตสาหกรรม นิยามใหม่ของ QMS เมื่อคุณภาพไม่ใช่แค่เรื่องตรวจสอบ Verdantix ระบุว่าจุดแข็งที่ทำให้ Siemens โดดเด่นกว่าคู่แข่งรายอื่น คือการนำเสนอโซลูชันแบบ Best-in-class ผ่านแพลตฟอร์ม Siemens Xcelerator ซึ่งประกอบด้วยซอฟต์แวร์หลักอย่าง Teamcenter Quality และ Opcenter Quality ความล้ำสมัยที่แท้จริงคือการเชื่อมต่อระบบจัดการคุณภาพเข้ากับ Digital Twin, MES และ IIoT อย่างไร้รอยต่อ ทำให้ผู้ผลิตสามารถติดตามข้อมูล และปรับปรุงกระบวนการได้แบบเรียลไทม์ ตั้งแต่ขั้นตอนการร่างแบบในคอมพิวเตอร์ไปจนถึงสินค้าที่ออกจากโรงงาน AI และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ Volker Albrecht ผู้บริหารระดับสูงของ Siemens Digital - [เมื่อโลกการผลิตต้องการ ‘วิสัยทัศน์’ มากกว่า ‘วิศวกรรม’ เปิดโผ 100 สุดยอดวิทยากรที่มีอิทธิพลที่กำหนดทิศทางอุตสาหกรรมปี 2026](https://www.manutalkthai.com/100-top-influential-speakers-shaping-industry-in-2026/) - ในยุคที่อุตสาหกรรมการผลิตไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในเขตรั้วโรงงาน แต่คือการผสานรวมของ AI อัจฉริยะ, ซัพพลายเชนดิจิทัล, และความยั่งยืน (Sustainability) สิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับผู้นำองค์กรในปี 2026 ไม่ใช่แค่การจัดซื้อเครื่องจักรที่ล้ำสมัยที่สุด แต่คือการ "ปรับทัศนคติ" คนในองค์กรให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเกินคาด เหล่านักยุทธศาสตร์และวิทยากรระดับโลก (Speakers Keynote) จึงกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในงานสัมมนาผู้นำและงานแสดงอุตสาหกรรมทั่วโลก เพราะพวกเขาไม่ได้มาเพียงเพื่อพูดเรื่องเทคนิค แต่มาเพื่อ "เชื่อมโยง" ระหว่างประสิทธิภาพในการทำงาน (Operational Performance) กับการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ (Talent Development) ทำไมบริษัทการผลิตถึงยอมทุ่มงบจ้าง 'ตัวท็อป' มาขึ้นเวที? คำตอบสั้น ๆ คือ "มุมมองที่สดใหม่" (Fresh Perspectives) ผู้บริหารในอุตสาหกรรมยุคใหม่ต้องการฟังเรื่องราวความล้มเหลวและความสำเร็จจากผู้ที่อยู่นอกอุตสาหกรรมดั้งเดิม เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน เปิดโผ 4 กลุ่มอิทธิพลที่กำหนดทิศทางอุตสาหกรรมปี 2026 จากการรวบรวมรายชื่อผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก 100 ท่านที่ถูกเชิญไปพูดในงานสำคัญมากที่สุดในปี 2025 และในปี 2026 ที่กำลังจะเกิดขึ้น เราสามารถแบ่งกลุ่มความคิดที่น่าสนใจได้ดังนี้: 1. แม่ทัพผู้กุมบังเหียนอุตสาหกรรม (Manufacturing & Industrial Leaders) - [DEXON เปิดเวทีโชว์ศักยภาพเทคโนโลยี ILI ระดับสากลในงาน PPIM Conference 2026 ณ เมืองฮูสตัน สหรัฐอเมริกา [PR]](https://www.manutalkthai.com/dexon-exhibit-ili-technolofies-at-ppim-conference-2026-pr/) - บริษัท เด็กซ์ซอน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ DEXON บริษัทผู้นำด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการตรวจสอบระบบโครงสร้างทางวิศวกรรมด้วยวิธีการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย (NDT) รวมถึงการประเมินความสมบูรณ์ของท่อส่งด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง (In-Line Inspection) ขอเชิญผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมพลังงานและการตรวจสอบท่อส่ง เข้าร่วมเยี่ยมชมและพูดคุยกับทีมผู้บริหารและวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีตรวจสอบท่อขั้นสูง (In-line Inspection: ILI) ในงาน Pipeline Pigging & Integrity Management Conference (PPIM Conference) ระหว่างวันที่ 20–22 มกราคม 2569 ณ บูธหมายเลข 901 เมืองฮูสตัน สหรัฐอเมริกา ภายในบูธผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับทีมผู้บริหารและวิศวกรจากทั้งสำนักงานใหญ่และทีมสหรัฐอเมริกา นำโดยคุณมาร์ติน สตูวิค ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Founder & CEO),คุณจาร์โน เดอ จอง ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี (CTO),คุณสตีเฟ่น ไกดา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO),คุณไลลา เคราแก้ว สตูวิค ผู้จัดการทั่วไป บริษัท Dexon Technology - [ปิดดีลในแชท! Microsoft เปิดตัว 'Agentic AI' พลิกโฉมค้าปลีกยุคใหม่ เปลี่ยนแรงบันดาลใจให้กลายเป็นยอดขายในพริบตา](https://www.manutalkthai.com/microsoft-launches-agentic-ai-to-revolutionize-modern-retail/) - สำหรับอุตสาหกรรมการค้าปลีกปี 2026 ที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันแค่ที่ "ราคาสินค้า" แต่อยู่ที่ "ความเร็วและความแม่นยำ" ล่าสุด Microsoft ได้เขย่าวงการอีกครั้งด้วยการเปิดตัวโซลูชัน Agentic AI ที่ออกแบบมาเพื่อเป็น "สมองกล" เชื่อมต่อทุกห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจค้าปลีก ตั้งแต่การจัดการคลังสินค้าไปจนถึงการปิดยอดขายที่หน้าจอ Copilot 1. Agentic Commerce: เมื่อการช้อปปิ้งไม่มีคำว่า 'สะดุด' สถิติจาก Adobe เผยให้เห็นตัวเลขที่น่าตกใจว่า ในช่วงเทศกาลวันหยุดปี 2025 ยอดทราฟฟิกอีคอมเมิร์ซที่ขับเคลื่อนด้วย AI พุ่งสูงขึ้นถึง 693% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า Microsoft จึงเปิดตัว Copilot Checkout เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมนี้ ระบบนี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถกดซื้อสินค้าได้ทันทีภายในบทสนทนากับ Copilot โดยไม่ต้องถูก Redirect ไปยังเว็บไซต์ภายนอก ซึ่งเป็นการลด Friction ที่มักทำให้ลูกค้าเปลี่ยนใจทิ้งตะกร้ากลางคัน โดยมีพันธมิตรยักษ์ใหญ่อย่าง PayPal, Shopify และ Stripe ร่วมสนับสนุน ทำให้แบรนด์ดังอย่าง Urban Outfitters และ Etsy - [จาก 'อัตโนมัติ' สู่ 'อิสระ' เมื่อ Digital Twins ผนึกกำลัง AI ปั้นโรงงานแบบ "Dark Factory" ที่รันตัวเองได้ 100%](https://www.manutalkthai.com/from-automatic-to-autonomous-when-digital-twins-combine-ai-to-create-a-dark-factory-that-runs-100-percents-independently/) - อุตสาหกรรมปี 2026 เรากำลังก้าวข้ามขีดจำกัดของระบบอัตโนมัติแบบเดิม ๆ เข้าสู่ยุคของ "โรงงานอัจฉริยะที่ตัดสินใจเองได้" เมื่อเทคโนโลยี Digital Twins ไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาพจำลองนิ่ง ๆ อีกต่อไป แต่ได้วิวัฒนาการกลายเป็น "สมองส่วนหน้า" ที่ทำงานควบคู่กับระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ เพื่อสร้างระบบการผลิตที่ไร้พรมแดนระหว่างโลกเสมือนและโลกกายภาพ เมื่อระบบอัตโนมัติแบบเดิมเริ่มถึงทางตัน ที่ผ่านมาหลายบริษัทประสบปัญหาว่า แม้จะมีเซนเซอร์ IIOT หรือแดชบอร์ดล้ำสมัย แต่การตัดสินใจในนาทีวิกฤตยังต้องพึ่งพา "มนุษย์" เป็นหลัก รายงานจาก Fortune Business Insights ระบุว่าตลาด Smart Manufacturing ทั่วโลกกำลังพุ่งเป้าไปที่มูลค่าเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2032 ซึ่งหัวใจของการเติบโตนี้ไม่ใช่แค่ปริมาณเครื่องจักร แต่คือการเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานแบบ Autonomous หรือการผลิตที่รันได้เองแม้จะปิดไฟทั้งโรงงาน (Lights-out Manufacturing) Digital Twins: จากภาพเสมือนสู่ 'โมเดลปฏิบัติการ' กรณีศึกษาที่น่าทึ่งคือโรงงานของ Xiaomi ในเมืองชางผิง ซึ่งเป็นโรงงานแบบ "Dark Factory" (โรงงานมืดที่ไม่ต้องใช้แสงสว่างเพราะไม่มีมนุษย์เดิน) โดยมีแพลตฟอร์ม Hyper - [5 พลังพลิกโฉม AI ในเอเชียแปซิฟิกปี 2026 [PR]](https://www.manutalkthai.com/redhat-5-force-to-change-with-ai-in-apac-2026-pr/) - องค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเริ่มต้นปีด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเปลี่ยนผ่านจากการทดสอบเทคโนโลยีเกิดใหม่ต่าง ๆ สู่การนำมาประยุกต์ใช้เพื่อปฏิรูปองค์กรอย่างเต็มรูปแบบ ผู้นำในปัจจุบันไม่ได้หยุดอยู่เพียงขั้นการทดลอง แต่กำลังมุ่งเน้นว่าจะนำเทคโนโลยีมาใช้งานจริงอย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบได้อย่างไร เพื่อให้เกิดผลตอบแทนที่วัดผลได้ในระดับโครงสร้าง พร้อมทั้งผนวก AI เข้าเป็นแกนหลักของแพลตฟอร์มดิจิทัล ยุคของ AI กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ความชำนาญเฉพาะด้าน องค์กรต่างต้องการระบบที่ได้รับการปรับแต่งให้เข้ากับบริบทของอุตสาหกรรม ข้อมูล และรูปแบบการดำเนินงานจริงของตนเอง ที่มาพร้อมอิสระในการรันเวิร์กโหลดเหล่านี้ได้ทุกที่บนสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นภายในศูนย์ข้อมูลของตนเอง (on-premise), บนคลาวด์ หรือที่ edge เร้ดแฮทเชื่อว่าการผสานรวมระหว่างความชาญฉลาดที่เฉพาะเจาะจง และ ความยืดหยุ่นในการเลือกใช้สถาปัตยกรรม คือเทรนด์สำคัญที่จะกำหนดทิศทางเทคโนโลยีในปี 2026 AI เข้าสู่ยุคการใช้งานจริง: โมเดลที่ออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะด้านจะมีบทบาทสำคัญหากช่วงปี 2023 ถึง 2025 คือยุคแห่งความตื่นเต้นในศักยภาพของ generative AI ปี 2026 ก็จะเป็นปีที่มุ่งเน้นผลลัพธ์จากการใช้งานจริง เราได้ข้ามผ่านขั้นตอนการพิสูจน์ว่า AI มีศักยภาพอะไรบ้างในช่วงสองปีที่ผ่านมา มาสู่การพิสูจน์ให้เห็นคุณค่าของ AI ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะด้านของธุรกิจผลการศึกษาล่าสุดจาก IDC พบว่า 70% ขององค์กรในเอเชียแปซิฟิก คาดการณ์ว่า agentic AI จะเข้ามาพลิกโฉมโมเดลธุรกิจของตนภายใน 18 เดือนข้างหน้า - [ปิดฉากปี 2025 อย่างท้าทาย: ภาคการผลิตสหรัฐฯ หดตัวต่อเนื่องเดือนที่ 10 ท่ามกลางมรสุมภาษีและต้นทุนพุ่ง](https://www.manutalkthai.com/a-challenging-end-to-2025-u-s-manufacturing-sector-contracts-for-the-tenth-consecutive-month-amid-a-storm-of-rising-taxes-and-costs/) - เปิดปีใหม่มาพร้อมกับตัวเลขเศรษฐกิจที่น่ากังวล เมื่อดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ประจำเดือนธันวาคม 2025 รายงานโดย ISM ปรับตัวลดลงเหลือ 47.9% ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบปี และเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกัน สะท้อนให้เห็นว่า "ฟองสบู่" แห่งความหวังที่เกิดขึ้นในช่วงสั้น ๆ ก่อนหน้านี้ได้จางหายไปแทนที่ด้วยความไม่แน่นอนที่ปกคลุมโรงงานทั่วประเทศ เจาะไส้ในรายงาน: เมื่อ 'การผลิต' ยังไปต่อ แต่ 'คำสั่งซื้อ' กลับแผ่วลง แม้ว่าดัชนีรวมจะหดตัว แต่ตัวเลขในรายละเอียดแสดงให้เห็นภาพที่ย้อนแย้งในตัวเอง: การผลิต (Production) ยังขยายตัว: ดัชนีอยู่ที่ 51.0% แม้จะชะลอตัวลงเล็กน้อย แต่โรงงานส่วนใหญ่ยังคงเดินเครื่องผลิตสินค้าต่อเนื่อง คำสั่งซื้อใหม่ (New Orders) วิกฤต: ดัชนีหดตัวอยู่ที่ 47.7% ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าในอนาคตอันใกล้ โรงงานอาจไม่มีงานให้ทำหากคำสั่งซื้อใหม่ยังไม่กลับมา การจ้างงาน (Employment) ทรุดตัว: ดัชนีอยู่ที่ 44.9% ผู้บริหารส่วนใหญ่ระบุว่ากำลังมุ่งเน้นไปที่การลดจำนวนพนักงาน (Layoffs) และการไม่รับคนเพิ่มเพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย เสียงสะท้อนจากคนหน้างาน: "กำแพงภาษี" คือจำเลย จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารในหลากหลายอุตสาหกรรม - [บอกลาสายพาน 100 ปี! SAIC-GM-Wuling รื้อถอนและสร้างใหม่ เปิดตัวระบบ "I²MS" พลิกโฉมการผลิตรถยนต์ด้วย AI เต็มรูปแบบ](https://www.manutalkthai.com/saic-gm-wuling-unveils-i²ms-system-revolutionizing-automotive-manufacturing-with-full-ai-integration/) - เป็นเวลากว่าศตวรรษที่โลกยานยนต์ยึดติดกับระบบสายพานการผลิตแบบ Linear Assembly Line ที่ Henry Ford เคยบุกเบิกไว้ แต่ล่าสุด ณ เมืองหลิ่วโจว ประเทศจีน SAIC-GM-Wuling (SGMW) บริษัทร่วมทุนยักษ์ใหญ่ของ GM ได้ประกาศความสำเร็จในการทลายกรอบเดิม ๆ ด้วยการเปิดตัวระบบการผลิตที่เรียกว่า I²MS (Intelligent Island Manufacturing System) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนโรงงานให้กลายเป็น "เกาะอัจฉริยะ" ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ระบบ I²MS คือการรื้อถอนสายพานที่ต้องไหลไปตามลำดับ แล้วแทนที่ด้วยการแบ่งพื้นที่การประกอบออกเป็น "เกาะ" (Islands) อิสระหลาย ๆ จุด โดยมีรถขนส่งอัจฉริยะ (Intelligent Guided Vehicles) ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อม คอยส่งชิ้นส่วนไปยังเกาะต่าง ๆ แบบเรียลไทม์ ทำให้หลายขั้นตอนสามารถทำงานขนานกันไปได้ (Parallel Processing) ไม่ต้องรอคิวเหมือนระบบเดิม ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าทึ่ง: ประสิทธิภาพการผลิตพุ่งขึ้น 30% ต้นทุนต่อหน่วยลดลงถึง 31% รอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ - [Bosch ทุ่ม 1.1 แสนล้านบาท ปั้น AI คุมระบบการผลิต ยกระดับโรงงานสู่ยุคตอบสนองเรียลไทม์](https://www.manutalkthai.com/bosch-invests-110-billion-baht-to-develop-ai-powered-production-systems/) - อุตสาหกรรมการผลิตปัจจุบัน โรงงานต่าง ๆ กำลังเผชิญกับภาวะ "ข้อมูลล้นมือ" เซนเซอร์และกล้องนับพันตัวคอยบันทึกทุกย่างก้าวของเครื่องจักร แต่ปัญหาใหญ่คือข้อมูลมหาศาลเหล่านั้นกลับ "นิ่งสนิท" ไม่ได้ถูกนำมาช่วยในการตัดสินใจหรือป้องกันเครื่องจักรพังได้ทันท่วงที นี่คือเหตุผลที่ Bosch ยักษ์ใหญ่ด้านวิศวกรรมจากเยอรมนี ตัดสินใจเดินหน้าแผนลงทุนด้าน AI มูลค่าสูงถึง 2,900 ล้านยูโร (ราว 110,000 ล้านบาท) ภายในปี 2027 เพื่อเปลี่ยน AI จากแค่ "โครงการทดลอง" ให้กลายเป็น "หัวใจหลัก" ของการดำเนินงาน 1. ตรวจจับจุดพลาดก่อนกลายเป็น "ของเสีย" ปัญหาในสายการผลิตมักเริ่มจากจุดเล็ก ๆ เช่น วัสดุที่คลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อย ซึ่งอาจลามจนกลายเป็นสินค้าตำหนิทั้งล็อต Bosch จึงนำ AI มาวิเคราะห์ฟีดภาพจากกล้องและข้อมูลเซนเซอร์เพื่อดักจับปัญหา "ขณะที่สินค้ายังอยู่บนสายพาน" แทนที่จะรู้ตัวเมื่อผลิตเสร็จแล้ว ระบบจะแจ้งเตือนให้พนักงานปรับจูนเครื่องจักรได้ทันที ช่วยลดปริมาณขยะอุตสาหกรรม (Scrap) และลดภาระในการนำงานกลับมาแก้ (Rework) ซึ่งมีความหมายมหาศาลสำหรับโรงงานที่มีจำนวนการผลิตสูง 2. เลิกเดาเวลาซ่อม ด้วย "การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์" การซ่อมบำรุงตามรอบเวลาแบบเดิม ๆ - [Johnson & Johnson จับมือรัฐบาลทรัมป์ หั่นราคายาแลก "ยกเว้นภาษี" พร้อมทุ่มงบสร้างโรงงานยักษ์ในสหรัฐฯ](https://www.manutalkthai.com/johnson-johnson-partners-with-the-trump-administration-to-cut-drug-prices-in-exchange-for-tax-exemption/) - ท่ามกลางกระแสกดดันเรื่องค่าครองชีพและการดึงฐานการผลิตกลับสู่มาตุภูมิของรัฐบาลสหรัฐฯ ล่าสุด Johnson & Johnson (J&J) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการ Healthcare โลก ได้ประกาศบรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญกับรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งถือเป็นก้าวที่ "วิน-วิน" ทั้งในเชิงธุรกิจและการเมือง หั่นราคายาผ่านแพลตฟอร์มใหม่ "TrumpRx.gov" หัวใจสำคัญของข้อตกลงนี้คือการที่ J&J ยอมตอบรับคำขอของประธานาธิบดีทรัมป์ในการลดราคายาเพื่อช่วยชาวอเมริกันหลายล้านคน โดย J&J จะเข้าร่วมในแพลตฟอร์ม TrumpRx.gov ซึ่งเป็นช่องทางขายยาตรงสู่คนไข้ (Direct-to-patient) ในราคาที่ได้รับส่วนลดมหาศาล นอกจากนี้ J&J ยังให้คำมั่นว่าคนไข้ในสหรัฐฯ และผู้ใช้สิทธิ์ Medicaid จะสามารถเข้าถึงยาในราคาที่ "เทียบเท่า" กับประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของราคายาที่ชาวอเมริกันต้องจ่ายแพงกว่าคนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน การแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า: สิทธิพิเศษด้าน "ภาษีนำเข้า" เพื่อเป็นการตอบแทนการลดราคายาครั้งใหญ่นี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้มอบสิทธิพิเศษที่ทุกบริษัทใฝ่ฝัน นั่นคือ "การยกเว้นภาษีศุลกากร" ให้กับผลิตภัณฑ์ยาของ J&J ทั้งหมด ซึ่งในยุคที่กำแพงภาษีถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการค้าอย่างเข้มข้น สิทธินี้จะช่วยให้ J&J รักษาความสามารถในการแข่งขันและความคล่องตัวทางการเงินได้อย่างมหาศาล เดินหน้าแผนลงทุน 1.8 ล้านล้านบาท ปักหมุดโรงงานใหม่ - [ภาพรวมแนวโน้มอุตสาหกรรมปี 2569 บทสัมภาษณ์ถาม-ตอบกับ สตีฟ ชางกี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานบริษัท Microchip Technology [PR]](https://www.manutalkthai.com/microchip-2026-industry-overview-interview-pr/) - ในมุมมองของคุณ ภาพรวมการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในปี 2569 จะเป็นอย่างไรบ้างครับ คุณมองเห็นโอกาสหรือความท้าทายใดบ้าง "ภาพรวมแนวโน้มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในปี 2569 จะเป็นไปในทิศทางบวกอย่างมากครับ ขณะที่ตลาด AI และศูนย์ข้อมูลเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตในปี 2568 เราคาดหวังจะได้เห็นการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของเทคโนโลยี Trailing-Edge อย่าง แอนะล็อกและไม่โครคอนโทรลเลอร์ ในขณะที่การปรับแก้สินค้าคงคลังของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้กำลังจะเสร็จสิ้นลง โดยการเปลี่ยนผ่านนี้จะช่วยจัดให้กลุ่มธุรกิจดังกล่าวอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในปีที่กำลังจะมาถึงนอกจากนี้ ผมยังหวังด้วยว่าผลิตภัณฑ์หน่วยความจำ โดยเฉพาะหน่วยความจำแบนด์วิทสูงซึ่งใช้ในเซิร์ฟเวอร์ AI จะยังคงมีความต้องการในระดับสูงต่อไป" "โอกาสต่าง ๆ ในปี 2569 จะขยายตัวออกไปไกลเกินกว่าเพียงแค่ศูนย์ข้อมูล เราเล็งเห็นการฟื้นตัวอย่างชัดเจนในตลาดยานยนต์และอุตสาหกรรม ขณะที่ตลาดผู้บริโภค ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาษีศุลกากรมาก่อนหน้านี้ กำลังกลับเข้าสู่สภาวะทรงตัว เนื่องจากต้นทุนเหล่านี้ได้กลายเป็นบรรทัดฐานหนึ่งในระบบเศรษฐกิจในที่สุด โดยภาพรวม เราคาดหวังจะได้เห็นการเติบโตในวงกว้างทั่วทั้งอุตสาหกรรม และ Microship ก็อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมต่อการสนับสนุนลูกค้าเป็นอย่างยิ่ง ผ่านการส่งมอบโซลูชันนวัตกรรมที่ช่วยตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป" ขณะที่ห่วงโซ่อุปทานของเซมิคอนดักเตอร์ยังคงได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และการขาดแคลนอุปทาน คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคง เชื่อถือได้ และมีเสถียรภาพภายใต้สภาพแวดล้อมในปัจจุบันครับ "ความท้าทายด้านห่วงโซ่อุปทานที่กำลังดำเนินอยู่นี้ได้รับแรงขับเคลื่อนส่วนใหญ่มาจากปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป โดยมีข้อจำกัดด้านการส่งออกและภาษีศุลกากรที่ส่งผลกระทบต่อการค้าทั่วโลกและการเข้าถึงวัตถุดิบที่สำคัญ โดยทาง Microchip ได้ดำเนินงานในเชิงรุกเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานและมอบตัวเลือกการจัดหาวัตถุดิบที่มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ให้กับลูกค้า ลดการพึ่งพาการจัดหาวัตถุดิบจากภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งเพียงแห่งเดียว รวมถึงเพิ่มกำลังการผลิตในญี่ปุ่นและเสริมความแข็งแกร่งให้กับภาคการผลิตภายในของเราเองครับ" คุณจะตอบสนองอย่างไรครับต่อแนวคิดที่ว่า ‘รัฐบาลหลายแห่งกำลังผลักดันให้ประเทศของตนมีความเป็นอิสระด้านเซมิคอนดักเตอร์‘ "เซมิคอนดักเตอร์กำลังกลายเป็นส่วนที่สำคัญยิ่งต่อความมั่นคงปลอดภัยระดับชาติ ส่งผลให้หลายกลุ่มภูมิรัฐศาสตร์ขนาดใหญ่ แทนที่จะเป็นเพียงรัฐบาลของแต่ละประเทศ ต้องการพึ่งพาตนเองมากขึ้นในการจัดหาเซมิคอนดักเตอร์ - [TARS สาธิตหุ่นยนต์ที่สามารถปักเย็บด้วยมือได้ จุดเปลี่ยนสำคัญด้านระบบอัตโนมัติในการผลิตแบบยืดหยุ่น](https://www.manutalkthai.com/tars-demonstrates-a-robot-that-can-perform-hand-embroidery-a-significant-turning-point-in-automation-for-flexible-manufacturing/) - TARS Robotics บริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์ที่ขับเคลื่อนด้วยความอัจฉริยะแบบฝังตัว ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการสาธิตหุ่นยนต์มนุษย์ (humanoid robot) ในการปักเย็บผ้าด้วยมือ โดยหุ่นยนต์สามารถทำงานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนและใช้เวลานานอย่างเช่นการร้อยเข็มและการเย็บโลโก้ด้วยมือทั้งสองข้าง ซึ่งเป็นงานที่ต้องการความแม่นยำที่ระดับต่ำกว่ามิลลิเมตร โดยสามารถปรับควบคุมแรงได้ และจัดการกับจุดต่อร่วมวัสดุที่มีความยืดหยุ่นด้วยมือทั้งสองข้าง ซึ่งเป็นความท้าทายที่ยังแก้ไขไม่ได้สำหรับระบบอัจฉริยะแบบฝังตัวจนกระทั่งปัจจุบัน ด้วยการทำงานที่ละเอียดและยืดหยุ่นนี้ หุ่นยนต์จึงสามารถเอาชนะอุปสรรคสำคัญในการทำงานแบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิผล สามารถทำงานที่มีความซับซ้อนคล้ายกันได้ อย่างเช่น การประกอบสายไฟที่ซับซ้อน และยังเป็นการเปิดเส้นทางใหม่ในการยกระดับการผลิตแบบอัจฉริยะ ดร. Chen Yilun ซีอีโอของ TARS เปิดเผยถึงการก้าวข้ามขีดจำกัดทางเทคโนโลยีนี้ ซึ่งแต่เดิมถูกมองว่า "เป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้เป็นอัตโนมัติ" โดยมีกุญแจสำคัญเชิงระบบอยู่ที่วิธีการไตรภาคี นั่นคือ ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ และฟิสิกส์ ในขณะที่ระบบ SenseHub ของ TARS ที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางได้รวบรวมข้อมูลการปฏิบัติงานจริงที่หลากหลายให้กับ TARS AWE (AI World Engine) 2.0 โดยโมเดล AI แบบฝังตัวนี้ได้เรียนรู้ทักษะที่สามารถนำไปสร้างกฎเกณฑ์การควบคุมทางกายภาพที่แม่นยำได้ ซึ่งความสามารถเหล่านี้เป็นที่เข้าใจได้โดยสมบูรณ์สำหรับหุ่นยนต์ T-Series และ A-Series ของ TARS โดยหุ่นยนต์เหล่านี้ถูกออกแบบให้มี "ช่องว่างระหว่างดิจิทัลและกายภาพน้อยที่สุด" จึงสามารถแปรเปลี่ยนความสามารถของ AI - [Siemens และ NVIDIA จับมือปั้น 'Industrial AI Operating System' พลิกโฉมการผลิตสู่ยุคอัตโนมัติเต็มรูปแบบ](https://www.manutalkthai.com/siemens-and-nvidia-join-forces-to-develop-an-industrial-ai-operating-system/) - เทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรมขยับตัวเร็วพอ ๆ กับเข็มนาฬิกา ความร่วมมือล่าสุดระหว่าง Siemens ยักษ์ใหญ่ด้านวิศวกรรมจากเยอรมนี และ NVIDIA ราชาแห่งชิป AI ในงาน CES 2026 กำลังกลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่โลกต้องจารึก เพราะนี่คือการประกาศสร้าง "ระบบปฏิบัติการ AI สำหรับอุตสาหกรรม" (Industrial AI Operating System) ที่จะเปลี่ยนโรงงานแบบเดิมให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่คิดและปรับตัวได้เอง สร้าง "สมอง" ให้โรงงาน (The AI Brain) หัวใจหลักของความร่วมมือครั้งนี้คือการนำโครงสร้างพื้นฐาน AI อันทรงพลังของ NVIDIA มาผสานเข้ากับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์อุตสาหกรรมของ Siemens ผลลัพธ์ที่ได้คือโรงงานที่ขับเคลื่อนด้วย "AI Brain" ซึ่งจะคอยควบคุมทุกอย่างตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบสินค้า ไปจนถึงการปฏิบัติงานในสนามจริง ความล้ำสมัยนี้ถูกขับเคลื่อนผ่านเทคโนโลยี Digital Twin โดยใช้แพลตฟอร์ม NVIDIA Omniverse เข้ามาจำลองโลกเสมือนที่แม่นยำสูง ช่วยให้วิศวกรสามารถทดสอบการปรับเปลี่ยนระบบหรือแก้ไขปัญหาในโลกเสมือนก่อน แล้วค่อยสั่งการไปยังเครื่องจักรจริงได้แบบเกือบเรียลไทม์ (Near Real-time) เยอรมนีจะเป็น "พิมพ์เขียว" แห่งแรกของโลก โครงการนี้จะไม่ได้อยู่แค่ในกระดาษ - [สัญญาณอันตรายสายพรีเมียม! Samsung ยอมรับอาจต้อง "ปรับราคา" Galaxy S26 หลังต้นทุนการผลิตพุ่งสูงทุบสถิติ](https://www.manutalkthai.com/samsung-admits-it-may-have-to-adjust-the-price-of-the-galaxy-s26-after-production-costs-soared-to-record-highs/) - ในขณะที่เหล่าสาวก Android กำลังเฝ้ารอการเปิดตัวเรือธงรุ่นใหม่อย่าง Galaxy S26 ข่าวล่าสุดจากฝั่งเกาหลีใต้กลับทำเอาแฟน ๆ ต้องปาดเหงื่อ เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung ออกมายอมรับตรง ๆ ว่า "การปรับราคาขึ้น" อาจเป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในปีนี้ เมื่อ "ราคาอะไหล่" และ "ค่าแรง" กลายเป็นมรสุมลูกใหญ่ แม้ Samsung จะเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่มีโรงงานผลิตชิ้นส่วนเป็นของตัวเอง แต่ก็หนีไม่พ้นวิกฤตการณ์เซมิคอนดักเตอร์ขาดแคลนทั่วโลกที่ลากยาวมาจนถึงปี 2026 รายงานจากเกาหลีใต้ระบุว่า Samsung กำลังเผชิญกับความยากลำบากอย่างหนักในการควบคุมต้นทุน Wonjin Lee ประธานและหัวหน้าฝ่ายการตลาดระดับโลกของ Samsung ได้ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ไว้อย่างน่าสนใจว่า: "ราคาต้นทุนกำลังพุ่งสูงขึ้นแม้ในขณะที่เรากำลังคุยกันอยู่ แน่นอนว่าเราไม่อยากผลักภาระนี้ไปให้ผู้บริโภค แต่เรากำลังมาถึงจุดที่ต้องพิจารณาเรื่องการปรับราคาผลิตภัณฑ์ของเราใหม่อย่างจริงจัง" ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาเครื่องอาจพุ่งสูงขึ้นไม่ได้มีแค่เรื่องชิปเซต แต่ยังรวมถึง ค่าแรงที่สูงขึ้น และ งบการตลาดที่ต้องใช้สู้ในศึกสมรภูมิสมาร์ทโฟนที่ดุเดือด กว่าปีก่อน ๆ ย้อนแย้งในความสำเร็จ: กำไรชิปพุ่ง แต่ต้นทุนมือถือพัง? สิ่งที่น่าสนใจและดูย้อนแย้งในตัวเองคือ รายงานจาก CounterPoint ระบุว่าแผนก DRAM ของ Samsung - [Nikon ทุ่ม 25,000 ล้านเยน ผุดโรงงานผลิตเลนส์อัจฉริยะ แก้เกม "ของขาด" พร้อมทวงคืนบัลลังก์ออปติก](https://www.manutalkthai.com/nikon-is-investing-25-billion-yen-in-a-smart-lens-manufacturing-plant-to-address-the-product-shortage-issue/) - ในอุตสาหกรรมกล้องถ่ายภาพ ไม่มีอะไรที่น่าหงุดหงิดใจไปกว่าการที่เลนส์รุ่นใหม่ออกวางขาย แต่กลับต้องรอคิวจองนานนับเดือนเพราะ "ผลิตไม่ทัน" ล่าสุด Nikon ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นตัดสินใจแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง ด้วยการประกาศลงเสาเข็มเริ่มก่อสร้างอาคารผลิตเลนส์แห่งใหม่สองอาคาร เพื่อยกระดับสายการผลิตให้ยืดหยุ่นและอัจฉริยะยิ่งกว่าเดิม ปักหมุดที่โทจิงิ: การลงทุนครั้งใหญ่เพื่ออนาคต เมื่อวันพุธที่ 7 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา Nikon ได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์เริ่มการก่อสร้างอาคารใหม่ ณ เมืองโอตาวาระ จังหวัดโทจิงิ (ห่างจากโตเกียวไปทางเหนือราว 145 กิโลเมตร) บนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร โดยทุ่มงบประมาณสูงถึง 25,000 ล้านเยน (ประมาณ 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพื่อสร้างฐานการผลิตเลนส์ถ่ายภาพและเลนส์อุตสาหกรรมที่ทันสมัยที่สุด "Mixed-Flow" และ "Automation": หัวใจสำคัญของความเร็ว สิ่งที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่แค่ขนาดของโรงงาน แต่คือ "ระบบการผลิต" ภายในที่ Nikon เรียกว่า Mixed-flow production system > "ระบบนี้จะช่วยให้สายการผลิตเดียวสามารถประกอบสินค้าได้หลากหลายรุ่นพร้อมกัน ผสานกับการใช้ระบบโลจิสติกส์อัตโนมัติภายในอาคาร ทำให้เราสามารถปรับตัวตามความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ทันที" Nikon ระบุในแถลงการณ์ หากมองในมุมของผู้บริโภค นี่คือข่าวดี - [Intel เขย่าวงการเปิดตัวชิป "18A" ครั้งแรกที่ CES 2026 หวังทวงบัลลังก์คืนจากคู่แข่ง](https://www.manutalkthai.com/intel-shook-the-industry-with-the-first-unveiling-of-its-18a-chip-at-ces-2026/) - อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่ดุเดือดจนแทบไม่มีที่ว่างให้ผู้ที่ก้าวพลาด Intel ได้สร้างเสียงฮือฮาครั้งใหญ่ในงาน CES 2026 ณ ลาสเวกัส ด้วยการเปิดตัวโปรเซสเซอร์ตระกูล Intel Core Ultra Series 3 (Panther Lake) ซึ่งถือเป็น "ประวัติศาสตร์หน้าใหม่" ของบริษัท เพราะนี่คือชิปตัวแรกที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 18A กระบวนการผลิตที่ล้ำสมัยที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนแผ่นดินสหรัฐฯ รหัส "18A" ไม่ใช่แค่ชื่อทางการค้า แต่หมายถึงระดับ 18 angstrom (หรือ 1.8 นาโนเมตร) ซึ่งเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดหน่วยวัดเดิมอย่าง "นาโนเมตร" ไปสู่สิ่งที่เล็กลงและทรงพลังยิ่งกว่า การพัฒนาครั้งนี้เป็นการสานต่อวิสัยทัศน์ของอดีตซีอีโอ Pat Gelsinger ที่ต้องการนำ Intel กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง แม้ตัวเขาจะพ้นตำแหน่งไปในช่วงปลายปี 2024 แต่เมล็ดพันธุ์ที่เขาปลูกไว้ได้ออกดอกผลในยุคของซีอีโอคนปัจจุบันอย่าง Lip Bu-Tan Intel เผยว่าเทคโนโลยี 18A นี้ไม่ได้มาเล่น ๆ เพราะใช้การผสานพลังระหว่าง RibbonFET และ PowerVia ช่วยให้ชิปใหม่นี้มี Performance-per-watt - [5 เทรนด์ซัพพลายเชนปี 2026 เมื่อ ‘ความพร้อม’ คืออาวุธใหม่ในโลกที่ไม่แน่นอน](https://www.manutalkthai.com/5-trends-supply-chain-2026/) - หลังจากผ่านพ้นปี 2025 ที่เต็มไปด้วยการปรับตัวแบบ "แก้ปัญหาเฉพาะหน้า" จากกำแพงภาษีและกฎระเบียบการค้าใหม่ ๆ ในปี 2026 นี้ อุตสาหกรรมซัพพลายเชนทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ จากที่เคย "เฝ้าดูท่าที" กลายเป็นการ "ลงมือทำอย่างเต็มตัว" โดยมีเป้าหมายหลักคือการบริหารต้นทุนท่ามกลางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ผู้เชี่ยวชาญจากสำนักต่าง ๆ มองว่าปีนี้ จะเป็นปีที่ผู้ชนะคือผู้ที่มองเห็น "จุดเปลี่ยน" ได้เร็วและเปลี่ยนมันให้เป็นการปฏิบัติได้ทันท่วงที และนี่คือ 5 เทรนด์สำคัญที่ผู้บริหารซัพพลายเชนต้องเผชิญในปี 2026 1. ภูมิรัฐศาสตร์บีบคั้น: เมื่อโลกไม่ได้มีแค่บล็อกเดียว นโยบายภาษีของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้การวางแผนระยะยาวทำได้ยากขึ้น สิ่งที่เราจะเห็นในปี 2026 คือกลยุทธ์แบบ Chunking โดยบริษัทต่าง ๆ จะเลิกวางแผนยาว ๆ และหันมาปรับทัพทุก 6 เดือนแทน เพื่อรับมือกับผู้นำโลกที่เปลี่ยนใจได้ทุกวัน นอกจากนี้ การรีวิวข้อตกลง USMCA (สหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา) จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้การค้าโลกแตกตัวออกเป็นข้อตกลงทวิภาคีย่อย ๆ มากขึ้น ความซับซ้อนจะสูงขึ้นจนบริษัทต้องกลับมาทบทวนความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ และเน้นการกระจายฐานผลิตสู่ภูมิภาคใกล้เคียงมากกว่าเดิม 2. บททดสอบจากพายุเศรษฐกิจ - [สำนักงาน กสทช. เตือนประชาชนสังเกตสายโทรเข้าจากต่างประเทศ พร้อมวิธีบล็อกเบอร์ต่างประเทศ กด 1381# และโทรออก [PR]](https://www.manutalkthai.com/nbtc-x-mobile-network-on-how-to-block-foreign-numbers-pr/) - นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขอให้ประชาชนสังเกตเบอร์ที่โทรเข้าก่อนรับสาย เพื่อป้องกันการหลองลวงจากมิจฉาชีพ โดยเฉพาะสายจากต่างประเทศ เนื่องจากได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามิจฉาชีพได้กลับมาใช้วิธีโทรจากต่างประเทศในการหลอกลวงและประชาชนหลงเชื่อจำนวนมาก โดยสามารถสังเกตได้จากมีเครื่องหมาย “+” อยู่หน้าเบอร์ เช่น +697, +698 และ +66 เป็นต้น หากไม่มีธุระหรือมีญาติพี่น้องที่ต้องติดต่ออยู่ต่างประเทศ ให้ตัดสายทันที หรือสามารถเปิดบริการปฏิเสธการรับสายจากต่างประเทศได้ง่ายๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยกด 1381# และโทรออก หากตั้งค่าแล้วจะไม่สามารถรับสายที่โรมมิ่งจากต่างประเทศได้ สำนักงาน กสทช. ขอเน้นย้ำว่า ขอให้ใช้ความระมัดระวังในการรับสายที่ขึ้นต้นด้วยเครื่องหมาย + เพราะอาจเป็นมิจฉาชีพ หากรับสายแล้วน่าสงสัยหรือไม่แน่ใจให้วางสายทันที นอกจากนี้ หน่วยงานของรัฐไม่มีนโยบายการติดตามหรือดำเนินคดีผ่านการโทรศัพท์หรือวีดีโอคอลหาประชาชน - [ศึกชิงเทคโนโลยี 2 นาโนเมตร: เมื่อ Qualcomm เปิดฉากเจรจา Samsung ผลิตชิปขั้นสูง](https://www.manutalkthai.com/qualcomm-is-in-talks-with-samsung-to-manufacture-advanced-chips/) - ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การแข่งขันวัดกันด้วยความละเอียดระดับ "นาโนเมตร" ข่าวการขยับตัวของสองยักษ์ใหญ่อย่าง Qualcomm และ Samsung Electronics กำลังกลายเป็นจุดสนใจที่เข้มข้นที่สุดในช่วงต้นปี 2026 เมื่อมีรายงานว่าทั้งสองบริษัทกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อว่าจ้างผลิตชิปขั้นสูงด้วยเทคโนโลยี 2 นาโนเมตร (2nm) ทำไมต้องเป็น Samsung? เป็นที่รู้กันดีว่า Qualcomm มักพึ่งพา TSMC จากไต้หวันเป็นหลักในการผลิตชิปตระกูล Snapdragon รุ่นท็อป อย่างไรก็ตาม Cristiano Amon ซีอีโอของ Qualcomm ได้ยืนยันว่าบริษัทกำลังมุ่งเน้นการหารือกับ Samsung เพื่อเป็นทางเลือกในการผลิตชิปล้ำสมัยในอนาคตอันใกล้ เหตุผลสำคัญเบื้องหลังการขยับตัวครั้งนี้คืออะไร? การกระจายความเสี่ยง: การพึ่งพาผู้ผลิตรายเดียว (TSMC) มากเกินไปท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความต้องการชิป AI ที่พุ่งสูง เป็นความเสี่ยงที่ Qualcomm ต้องการลดลง ความต้องการขีดความสามารถใหม่: ชิป 2 นาโนเมตรจะมอบประสิทธิภาพการประมวลผลที่เร็วกว่าเดิมมาก ในขณะที่ใช้พลังงานลดลง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับสมาร์ทโฟนยุค AI และ Data Center Samsung กับโอกาสทองในการพิสูจน์ตัวเอง ธุรกิจโรงงานรับจ้างผลิตชิป (Foundry) - [Dassault Systèmes จับมือ Mistral AI เสริมแกร่ง Sovereign AI ให้กับภาคอุตสาหกรรม](https://www.manutalkthai.com/dassault-systemes-partners-with-mistral-ai-to-strengthen-sovereign-ai-for-the-industrial-sector/) - ในยุคของ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญ ข้อมูลเปรียบเสมือนทองคำและความลับทางธุรกิจคือหัวใจของความได้เปรียบ องค์กรยักษ์ใหญ่ในยุโรปต่างเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ: จะใช้พลังของ AI อย่างไรให้ปลอดภัยจากสายตาของโลกภายนอก? ล่าสุด Dassault Systèmes ผู้นำด้านซอฟต์แวร์ออกแบบ 3D และ Digital Twin ได้ประกาศยกระดับความร่วมมือทางยุทธศาสตร์กับ Mistral AI ดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งวงการ AI จากฝรั่งเศส เพื่อสร้างนิยามใหม่ของบริการ AI ที่เน้น Sovereign AI สำหรับภาคอุตสาหกรรมและภาครัฐโดยเฉพาะ หัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้คือการนำเครื่องมือทรงพลังจาก Mistral AI อย่าง "Le Chat Enterprise" (เอเยนต์ AI สำหรับองค์กร) และแพลตฟอร์มการพัฒนา "AI Studio" มาให้บริการบน Cloud Outscale ซึ่งเป็น Sovereign Cloud ของ Dassault Systèmes ที่ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยและมาตรฐานการจัดเก็บข้อมูลสูงสุด การผนึกกำลังครั้งนี้ตอบโจทย์ 3 ด้านหลัก: ความปลอดภัยเหนือระดับ: - [Schaeffler พลิกโฉมองค์กรสู่ Hyperautomation: เปลี่ยนงานหลายวันให้เหลือ 4 ชั่วโมง ด้วยแพลตฟอร์มเดียว](https://www.manutalkthai.com/schaeffler-transformed-the-organization-towards-hyperautomation/) - Schaeffler Group ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และอุตสาหกรรมระดับโลก ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของการทำ Digital Transformation ครั้งใหญ่ โดยการรวบรวมระบบบริการจัดการภายในทั้งหมด ตั้งแต่ HR ไปจนถึง IT มาไว้บนแพลตฟอร์มเดียว ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าทึ่ง เพราะสามารถลดเวลาการทำงานจากหลายวันให้เหลือเพียง 4 ชั่วโมง และทำให้กระบวนการกว่า 75% ทำงานได้โดยอัตโนมัติ ก่อนหน้านี้ Schaeffler เผชิญกับความท้าทายของระบบหลังบ้านที่กระจัดกระจาย (Fragmented Landscape) มีทั้งโซลูชัน IT ที่แยกส่วนกัน ระบบการจัดซื้อและการจัดการบุคคล (HR) ที่ต้องคีย์ข้อมูลด้วยมือ รวมถึงการใช้วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในแต่ละท้องที่ (Local Workarounds) ส่งผลให้: กระบวนการล่าช้า: งานติดขัดเพราะต้องรอการประสานงาน ขาดความโปร่งใส: ติดตามสถานะของงานได้ยาก ต้นทุนแฝงสูง: เสียเวลาไปกับการประสานงานระหว่างแผนกที่ใช้คนละเครื่องมือ Christian Kögler ผู้จัดการฝ่าย Digitalization ของ Schaeffler เล่าถึงวิสัยทัศน์ในตอนนั้นว่า "ความฝันของผมคือการสร้างแพลตฟอร์มเดียวที่รวมทุกอย่างไว้ที่เดียว เพื่อให้พนักงานไม่ต้องสลับไปมาระหว่างโปรแกรมและเครื่องมือต่าง ๆ ให้วุ่นวาย" ServiceNow หัวใจของ "เครื่องจักรกลอัตโนมัติ" - [ส่องอนาคตอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ปี 2026](https://www.manutalkthai.com/semiconductor-trends-2026/) - ในโลกที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี "เซมิคอนดักเตอร์" หรือชิป ได้กลายเป็นสมรภูมิที่มีทั้งความผันผวนและการเติบโตที่ร้อนแรงที่สุด ปี 2026 นี้ถือเป็นปีแห่งหมุดหมายสำคัญที่อุตสาหกรรมต้องเผชิญกับทั้งโอกาสมหาศาลจาก AI และความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เข้มข้นขึ้น นี่คือ 6 เทรนด์ใหญ่ที่จะกำหนดทิศทางของชิปโลกในปีนี้ครับ 1. ตลาดโตไม่หยุด ฉุดด้วย AI และยานยนต์ คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมนี้จะพุ่งไปแตะระดับ 1.29 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2030 โดยในปี 2026 เพียงปีเดียวจะมีอัตราการเติบโตสูงถึง 10.24% และตัวขับเคลื่อนที่โดดเด่น คือ สหรัฐฯ เน้นหนักไปที่ชิปสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ขณะที่เอเชียเร่งเครื่องชิปสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน 5G ส่วนเทรนด์ระดับโลกนั่น สิ่งที่มีเหมือนกันทั่วโลกคือความต้องการชิปสำหรับ AI โดยเฉพาะในญี่ปุ่นที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการประยุกต์ใช้ชิปอัจฉริยะในหลากหลายอุตสาหกรรม 2. เมื่อ AI กลับมาช่วย "ออกแบบ" ชิปเสียเอง เรากำลังเข้าสู่ยุคที่ AI ไม่ได้เป็นแค่ผู้รับผลประโยชน์ แต่เป็นผู้สร้าง โดยเทคโนโลยี Electronic Design Automation (EDA) ที่ขับเคลื่อนด้วย Machine Learning - [ส่องเทรนด์ 3D Printing ปี 2026](https://www.manutalkthai.com/3d-printing-trends-2026/) - ในปี 2026 อุตสาหกรรมการพิมพ์ 3 มิติ กลุ่มโพลิเมอร์หรือพลาสติก กำลังเดินมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ แม้ที่ผ่านมาจะดูหวือหวาน้อยกว่าการพิมพ์โลหะ แต่ "ยักษ์หลับ" ตนนี้กำลังตื่นขึ้นด้วยแรงขับเคลื่อนจากภาคป้องกันประเทศ สุขภาพ และสินค้าอุปโภคบริโภคระดับแมส นี่คือบทสรุปทิศทางอุตสาหกรรมที่คุณต้องรู้ครับ 1. ศึกชนช้าง: เครื่องพิมพ์ระดับอุตสาหกรรม VS เครื่องตั้งโต๊ะ (Desktop) หนึ่งในประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดคือการผงาดขึ้นของเครื่องพิมพ์แบบตั้งโต๊ะ (Desktop) ที่มีราคาถูกลงแต่ประสิทธิภาพสูงขึ้น แรงกดดัน: ผู้บริหารในวงการอุตสาหกรรมเริ่มกังวลว่าเครื่อง Desktop จะเข้ามาแย่งเค้กงานต้นแบบ (Prototyping) และการผลิตชิ้นส่วนปลายทางขนาดเล็ก โอกาส: อย่างไรก็ตาม เครื่องราคาประหยัดเหล่านี้คือ "ประตูด่านแรก" ที่ทำให้บริษัทต่าง ๆ เข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การลงทุนในระบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ตามมาในอนาคต 2. ภาคป้องกันประเทศและโดรน: ขุมทรัพย์ใหม่ของเทคโนโลยี SLS Fabian Alefeld จาก EOS มองว่าการพิมพ์โพลิเมอร์ระดับอุตสาหกรรมจะแยกตัวออกจากกลุ่มราคาถูกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในงานที่ต้องการ "ประสิทธิภาพสูงสุด" การขยายตัว: กระทรวงกลาโหมและผู้ผลิตอากาศยานไร้คนขับ (Drone) กำลังหันมาใช้เทคโนโลยี SLS (Selective Laser - [เมื่อโลกการผลิตไม่ใช่แค่เรื่อง "เหล็กและเครื่องจักร" แต่คือการชิงชัยในโลก "ซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์ม"](https://www.manutalkthai.com/manufacturing-in-software-defined/) - ในอดีต หากถามว่าโรงงานจะเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างไร? คำตอบมักจะเป็นการบำรุงรักษาเครื่องจักรให้ดี การเพิ่มกะทำงาน หรือการใช้แนวคิด Lean เพื่อลดความสูญเสีย แต่ในปี 2026 สมการเหล่านี้กำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อ "กำไร" และ "ส่วนแบ่งการตลาด" กำลังถูกกำหนดด้วยความสามารถในการบริหารจัดการ Software-Defined Manufacturing จุดเปลี่ยนผ่าน: เมื่อ "ผลไม้อยู่ต่ำ" ถูกเก็บกินไปหมดแล้ว ที่ผ่านมา ผู้ผลิตทั่วโลกประสบความสำเร็จในยุค Industry 4.0 เริ่มต้นด้วยการนำ IoT, AI และ Cloud มาใช้ สามารถแก้ปัญหาพื้นฐานที่เห็นผล ROI ได้ชัดเจน แต่ปัจจุบันอุตสาหกรรมกำลังมาถึง "จุดหักเห" นั่นก็คือการจะก้าวไปสู่ระดับที่สูงกว่าเดิมนั้นทำได้ยากขึ้น เพราะยิ่งระบบทันสมัย ความซับซ้อนและต้นทุนด้านไอทีก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ความจริงที่เจ็บปวด: ยิ่งไฮเทค ยิ่งซับซ้อน? ผู้ผลิตหลายรายเริ่มตั้งคำถามว่า "ธุรกิจของเราถูกออกแบบมาเพื่อโลกใหม่นี้จริงหรือ?" เพราะการจะสร้างโรงงานอัจฉริยะหนึ่งแห่งในปัจจุบัน อาจต้องใช้ซอฟต์แวร์จากผู้ผลิตมากกว่า 20 รายมาต่อจิ๊กซอว์กัน ตั้งแต่ระบบเซนเซอร์ที่หน้างานไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลบน Cloud ความท้าทายใหม่ที่ผู้บริหารต้องเจอจึงไม่ใช่แค่เรื่องเครื่องจักรเสีย แต่คือ: ต้นทุนแฝง: ค่าบริหารจัดการเครือข่ายและซอฟต์แวร์ที่บวมขึ้นเรื่อย ๆ - [7 เทรนด์ "Material Handling" ปี 2026: เมื่อคลังสินค้าต้อง "เร็วขึ้น เขียวขึ้น และปลอดภัยกว่าเดิม"](https://www.manutalkthai.com/7-trends-material-handling-2026/) - ในปี 2026 อุตสาหกรรมการขนส่ง คลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้าทั่วโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ถึงขีดสุด Craig Davenport ผู้อำนวยการฝ่ายขายจาก Rushlift ได้สรุป 7 ทิศทางสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าของ Material Handling ในปี 2026 ไว้อย่างน่าสนใจครับ 1. ความปลอดภัยที่ "เหนือกว่า" ความปลอดภัยไม่ใช่แค่เรื่องของการทำตามกฎระเบียบอีกต่อไป แต่เป็นหัวใจของประสิทธิภาพการผลิต ข้อมูลจาก British Safety Council ระบุว่าอุบัติเหตุจากรถฟอร์คลิฟต์ยังมีตัวเลขที่น่าตกใจ การยกระดับความปลอดภัยในปี 2026 จึงมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย: ระบบเบรกแบบดิสก์เบรก (Disc Brakes) และเบรกมืออัตโนมัติ อุปกรณ์ป้องกันการชนและระบบจำกัดความเร็ว ระบบตรวจจับคนเดินเท้าด้วย Blue Light เพื่อเตือนภัย การฝึกอบรมพนักงานขับรถอย่างเข้มข้นควบคู่ไปกับการบำรุงรักษาเชิงรุก 2. ความยั่งยืนคือแต้มต่อทางธุรกิจ ความใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้กลายเป็นกลยุทธ์ในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ธุรกิจในปี 2026 จะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวมากขึ้น เช่น: การติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาคลังสินค้าเพื่อผลิตพลังงานเอง ระบบปรับอากาศอัจฉริยะ (Smart HVAC) ที่ลดการใช้พลังงาน การเปลี่ยนมาใช้รถฟอร์คลิฟต์ไฟฟ้าทั้งหมด เพื่อตอบรับเกณฑ์การกำกับดูแลซัพพลายเชนยุคใหม่ 3. - [Treon เปิดตัวระบบบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI สำหรับงานขนถ่ายวัสดุ](https://www.manutalkthai.com/treontreon-unleashes-ai-powered_predictive_maintenance-for-material-handling/) - Treon บริษัทชั้นนำด้าน IoT สำหรับอุตสาหกรรม ประกาศความพร้อมของ Treon Flow ซึ่งเป็นวิธีการสำหรับงานขนถ่ายวัสดุ และเป็นครั้งแรกที่นำ AI มาใช้ในการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ และทำงานบนระบบคลาวด์ โดยขณะนี้พร้อมใช้งานแล้วบน Amazon Marketplace Treon Flow ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำให้การหยุดทำงานนอกแผนเป็นศูนย์ ช่วยให้องค์กรตรวจจับความผิดพร่องได้ตั้งแต่ระยะแรก ลดต้นทุนการบำรุงรักษา และปรับขนาดจากโครงการนำร่องไปสู่สินทรัพย์หลายพันรายการ โดยใช้เวลาติดตั้งเพียงไม่กี่วัน ด้วยการใช้ประโยชน์จาก AI และการเรียนรู้ของเครื่อง ระบบจะวิเคราะห์ข้อมูลการสั่นสะเทือนและอุณหภูมิเพื่อระบุรูปแบบความผิดปกติโดยอัตโนมัติ คาดการณ์ความล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้น และสร้างการแจ้งเตือนที่สามารถดำเนินการได้บนแอปพลิเคชันมือถือและระบบคลาวด์ โดยไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้านการสั่นสะเทือนหรือวิทยาศาสตร์ข้อมูล ผลที่ได้คือ ระบบพัฒนาการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง และช่วยให้ทีมบำรุงรักษาตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดและรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งเมื่อใช้งานในระะบบที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เลือกใช้ตามภาระงานที่เหมาะสม Treon Flow เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการตรวจสอบมอเตอร์ไฟฟ้า สายพานลำเลียง พัดลม และระบบเกียร์ และเหมาะกับอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อาหารและเครื่องดื่ม ยา การรีไซเคิล สนามบิน และคลังสินค้า โดยมีประโยชน์หลัก เช่น ป้องกันการชำรุดเสียหายและลดงานซ่อมนอกแผน ด้วยการตรวจจับความผิดพร่องล่วงหน้าโดยใช้พลังความรู้ความเข้าใจจาก AI ให้ประสบการณ์การใช้งานบนมือถือโดยที่ช่างเทคนิคไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้านการสั่นสะเทือนหรือวิทยาศาสตร์ข้อมูล ขยายการใช้งานไปยังพื้นที่ปฏิบัติงานหลายแห่งได้ง่าย รวมทั้งใช้กับสินทรัพย์แต่ละประเภท - [แอลจี อีเลคทรอนิคส์ พลิกโฉมวงการ AI ด้วยแนวทาง “AI IN ACTION” [PR]](https://www.manutalkthai.com/lg-electronics-ai-in-action-pr/) - แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด ได้เปิดตัวแนวทางแห่งอนาคต "AI in Action" อย่างเป็นทางการในวันนี้ ณ งาน LG World Premiere ซึ่งเป็นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ประจำปีก่อนงาน CES ณ นครลาสเวกัส โดยชู 3 เสาหลักสำคัญที่เป็นหัวใจของกลยุทธ์ ได้แก่ การพัฒนา "Affectionate Intelligence" สู่ AI ที่พร้อมลงมือปฏิบัติ กลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับแนวหน้าที่ขับเคลื่อนด้วยความเป็นเลิศทางเทคโนโลยี และระบบนิเวศที่เชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่บ้านไปจนถึงยานยนต์และพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยทั้งหมดมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อส่งมอบคุณค่าที่จับต้องได้สู่ชีวิตประจำวันของลูกค้า โดยงานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Innovation in tune with you” ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน ประกอบด้วยสื่อมวลชนระดับโลก ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมชมผ่านการถ่ายทอดสดจากทั่วโลก โดยงาน LG World Premiere ถือเป็นเวทีประจำปีที่แอลจีใช้ในการเปิดตัวนวัตกรรมล่าสุดและทิศทางในระยะยาวขององค์กร ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ได้ตอกย้ำถึงพันธสัญญาของแอลจีต่อนวัตกรรมที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริง จาก "Affectionate Intelligence" สู่ "AI in Action" - [2569: จุดประกายอนาคตธุรกิจด้วยพลังดิจิทัลและเทคโนโลยีฝ่าคลื่นลมสู่มหาสมุทรแห่งโอกาส [PR]](https://www.manutalkthai.com/2026-business-trend-analysis-and-insight-pr/) - แนวโน้มตลาดด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีของประเทศไทยโดยรวมกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2569 จากบทสนทนาล่าสุดกับผู้บริหารของ TCC Technology (TCCtech) ที่ชี้ให้เห็นถึงภาพรวมของทิศทางซึ่งกำลังเกิดขึ้นในหลายภาคส่วนที่สำคัญ ตั้งแต่ภาพการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ AI และการประมวลผลประสิทธิภาพสูง การพัฒนาเครือข่ายมือถือไปสู่ 5G ไปจนถึงการที่องค์กรต่าง ๆ หันมาใช้คลาวด์เป็นศูนย์กลาง พร้อมปรับระบบ ERP ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เสริมความแข็งแกร่งด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และนำ AI มาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ในขณะเดียวกัน โซลูชันอาคารและเมืองอัจฉริยะก็ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงและขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ทำให้เมืองมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น พร้อมมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งานด้วยเช่นกัน I.แนวโน้มตลาดดิจิทัลและเทคโนโลยีที่น่าจับตาในปี 2569 และอนาคต การพัฒนาแอปพลิเคชัน: Low Code / Agile Delivery จากรายงานของ Grand View Research และ Gartner ชี้ให้เห็นว่าตลาดซอฟต์แวร์ด้านการพัฒนาแอปพลิเคชันกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยทั่วโลกสูงถึง 22.8% ต่อปี (CAGR) ในช่วงปี 2568–2573 โดยแพลตฟอร์มแบบ Low Code กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย ทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ - [3 เทรนด์ ERP ปี 2026 ในอุตสาหกรรมการผลิต](https://www.manutalkthai.com/3-trends-erp-2026-manufacturing/) - ในปี 2026 นิยามของระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ในอุตสาหกรรมการผลิตกำลังถูกเขียนขึ้นใหม่ จากเดิมที่เป็นเพียงฐานข้อมูลส่วนกลางเพื่อเก็บบันทึก (System of Record) กำลังกลายเป็น "System of Action" ผ่าน 3 เทรนด์สำคัญที่ผู้บริหารและฝ่ายไอทีต้องจับตามอง 1. จาก Co-Pilot สู่ Agentic Operations: ยุคที่ AI ทำงานแทนคุณ เทรนด์ที่โดดเด่นที่สุดคือการเปลี่ยนจาก AI ที่คอยแนะนำ (Co-Pilot) ไปสู่ "Agentic AI" หรือซอฟต์แวร์เอเยนต์ที่ทำงานได้ด้วยตนเอง การเปลี่ยนแปลง: แทนที่ผู้บริหารจะต้องคอยสั่งการ ระบบจะทำหน้าที่ "ตัดสินใจและลงมือ" แทนโดยอัตโนมัติ เช่น การปรับตารางการผลิตใหม่ทันทีที่ตรวจพบว่าวัตถุดิบส่งล่าช้า หรือการสั่งซื้ออะไหล่ซ่อมบำรุงล่วงหน้าก่อนเครื่องจักรจะเสีย บทบาทใหม่ของผู้บริหาร: งานของคุณจะไม่ใช่การคีย์ข้อมูลหรืออนุมัติทุกรายการ แต่เป็นการ "ตรวจสอบคิวงาน" ที่ AI ทำไปแล้ว และคอยดูแลเรื่องการกำหนดนโยบาย (Policy) หรือขอบเขตการตัดสินใจ (Guardrails) - [PAVE360 Automotive ใหม่จาก Siemens กำลังขับเคลื่อนการพัฒนารถยนต์ยุคถัดไป](https://www.manutalkthai.com/siemens-pave360-automotive-next-gen-vehicle-pr/) - Siemens บริษัทเทคโนโลยีอุตสาหกรรมชั้นนำ เปิดตัวเทคโนโลยี PAVE360™ Automotive ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์แฝดดิจิทัล (digital twin) รูปแบบใหม่ที่นำมารวมไว้และออกแบบมาให้พร้อมใช้งานได้ทันที เพื่อจัดการกับความซับซ้อนอันเนื่องมาจากการรวมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในรถยนต์ที่มีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น PAVE360 Automotive ช่วยให้ผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ยานยนต์สามารถเร่งการพัฒนารถยนต์ที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์ (SDV) อย่างเต็มระบบได้ตั้งแต่ช่วงแรก ด้วยการผสานรวมส่วนเสมือนจริงที่ใช้ฮาร์ดแวร์ของรถยนต์จริง และช่วยเร่งการพัฒนาทั้งซอฟต์แวร์การใช้งาน (application) และซอฟต์แวร์ระดับต่ำ (low-level) ที่เกี่ยวกับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ระบบขับขี่อัตโนมัติ (AD) และระบบสาระบันเทิงในรถยนต์ (IVI) ด้วยวิธีการนี้ ลูกค้าจึงไม่จำเป็นต้องสร้างแฝดดิจิทัลก่อนการทดสอบซอฟต์แวร์ และยังสามารถลดเวลาการออกสู่ตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน ซึ่งแต่เดิมต้องใช้เวลาหลายเดือน ปัจจุบันนี้ ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในรถยนต์มีความซับซ้อนมากขึ้น ทีมพัฒนาต้องเผชิญกับแรงกดดันจากการที่ต้องส่งมอบนวัตกรรมให้เร็วขึ้นและแข่งขันกับคู่แข่งใหม่ๆ ที่เข้าสู่ตลาด ขณะเดียวกันก็ต้องตอบสนองความคาดหวังของผู้บริโภคที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งวิธีการพัฒนาแบบดั้งเดิมไม่สามารถจัดการกับความสัมพันธ์ระหว่างระบบต่างๆ ที่แยกอิสระจากกันอย่าง ADAS, AD และ IVI ดังนั้นทีมพัฒนาจึงจำเป็นต้องอาศัยแนวทางใหม่ สร้างพิมพ์เขียวเสมือนจริง PAVE360 Automotive เป็นการเพิ่มพลังความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีแฝดดิจิทัลของ Siemens ให้กับผู้ผลิตรถยนต์ในด้านต่างๆ เช่น เริ่มต้นพัฒนาระบบยานยนต์แบบก้าวกระโดด ด้วยการจำลองเสมือนจริงระบบ ADAS, AD และ - [Inlyte Energy เสร็จสิ้น 'การทดสอบการยอมรับจากโรงงาน' สำหรับระบบ BESS ชนิดเหล็ก-โซเดียมแบบเต็มระบบเป็นครั้งแรก](https://www.manutalkthai.com/inlyte-energy-completed-bess-system-for-the-first-time-ever-pr/) - Inlyte Energy ผู้ผลิตระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ชนิดเหล็ก-โซเดียม ประกาศผลสำเร็จการทดสอบ 'การยอมรับจากโรงงาน' (Factory Acceptance Test) สำหรับแบตเตอรี่พร้อมใช้งานภาคสนามแบบเต็มระบบเป็นครั้งแรก ณ โรงงานใกล้เมืองเดอร์บี สหราชอาณาจักร โดยมีตัวแทนจาก Southern Company หนึ่งในผู้ให้บริการพลังงานรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน... การทดสอบนี้แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะและความพร้อมในการบูรณาการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ของ Inlyte ซึ่งเป็นการผสมผสานความก้าวหน้าทั้งเซลล์โซเดียมเมทัลคลอไรด์ อินเวอร์เตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ควบคุม ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่เส้นทางการจำหน่ายเชิงพาณิชย์ ความต้องการระบบกักเก็บพลังงานทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมนี้จะขยายตัวจาก 70 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 ไปเป็นมากกว่า 150 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ขณะที่กระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ มองไปที่การบรรลุเป้าหมายโครงข่ายไฟฟ้าของสหรัฐฯ ในอนาคตนั้นจำเป็นต้องใช้ระบบกักเก็บพลังงานระยะยาว (LDES; Long-Duration Energy Storage) มากกว่า 225 GW (กิกะวัตต์) ภายในปี 2050 ซึ่งเกินกว่าที่เทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในปัจจุบันจะให้ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจได้ สำหรับบริษัทผลิตไฟฟ้าและลูกค้าที่เป็นผู้ใช้ไฟฟ้า ระบบ LDES นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งต่อการรักษาความเชื่อถือได้ การเพิ่มความยืดหยุ่นในช่วงสภาพอากาศเลวร้าย และการลดต้นทุนในระยะยาว โดยแบตเตอรี่ชนิดเหล็ก-โซเดียมของ Inlyte - [AMT เปิดตัววิธีการขนถ่ายม้วนวัสดุด้วยหุ่นยนต์สำหรับใช้งานที่มีการสับเปลี่ยนในอุตสาหกรรม](https://www.manutalkthai.com/amt-launch-robotic-roll-handling-for-the-converting-industry-pr/) - Applied Manufacturing Technologies (AMT) ผู้นำด้านวิศวกรรมระบบอัตโนมัติที่มีฐานอยู่ในอเมริกาเหนือ มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านการขนถ่ายวัสดุขั้นสูง วิธีการสำหรับส่วนปลายสายการผลิต บริการทางวิศวกรรมตามความต้องการ และหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMR) ที่ใช้สำหรับการผลิต คลังสินค้า และโลจิสติกส์ ประกาศเปิดตัวระบบขนถ่ายม้วนวัสดุด้วยหุ่นยนต์สำหรับใช้ในขั้นตอนการสับเปลี่ยนในอุตสาหกรรม AMT ได้นำระบบเหล่านี้เข้าไปอยู่ในสายการผลิตที่มีการสับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ เป็นความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการแก้ปัญหาด้านการขนถ่ายวัสดุที่มีความซับซ้อนด้วยระบบอัตโนมัติที่ให้ความยืดหยุ่นและปลอดภัย AMT เป็นที่รู้จักกันดีเกี่ยวกับการจัดการแพลเลต การบูรณาการหุ่นยนต์ AMR ​​และหุ่นยนต์ขั้นสูงสำหรับการขนถ่ายวัสดุ และกำลังนำความเชี่ยวชาญนี้มาประยุกต์ใช้กับระบบม้วนวัสดุและขดลวดแบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในปฏิบัติการสับเปลี่ยนที่ยังคงใช้วิธีการแบบแมนวลซึ่งเป็นปัญหาคอขวดมาโดยตลอด ระบบเหล่านี้ได้รับการออกแบบให้มีความยืดหยุ่น รองรับขนาดม้วนวัสดุและรูปแบบแพลเลตที่หลากหลาย การติดตั้งแต่ละครั้งจะมีระบบควบคุมแบบตั้งโปรแกรมได้ผ่าน HMI หรือแผงควบคุมแบบแขวน ระบบเปลี่ยนเครื่องมืออัตโนมัติ และการบูรณาการเข้ากับการสแกนบาร์โค้ด ระบบวิชั่น และอุปกรณ์ป้อนเข้า/ป้อนออก โดยมีตัวเลือกต่างๆ ได้แก่ การรองรับหุ่นยนต์ AMR สายพานลำเลียง หรืออินเทอร์เฟซของรถฟอร์กลิฟต์ ช่วยให้ลูกค้าสามารถออกแบบให้เหมาะสมกับโรงงานของตน ไม่ใช่ออกแบบให้เข้ากับโรงงานอื่น ระบบขนถ่ายม้วนวัสดุเหล่านี้สร้างขึ้นจากประสบการณ์ของ AMT ในการพัฒนาระบบขนถ่ายวัสดุแบบบูรณาการที่ผสมผสานหุ่นยนต์เข้ากับการตรวจจับ การควบคุมการเคลื่อนไหว และการประสานจุดร่วมในระดับระบบ อีกทั้งยังมีข้อเสนอก่อนหน้านี้ ได้แก่ การขนถ่ายผลิตภัณฑ์ขึ้นรูปด้วยความร้อน การดูแลเครื่องจักร และการลำเลียงข้างสายการผลิต โดยใช้หลักการทางวิศวกรรมที่คล้ายคลึงกันเพื่อจัดการกับน้ำหนักบรรทุก รูปแบบ และสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความซับซ้อน Craig - [UnitX เปิดตัว FleX ระบบตรวจสอบแบบมองเห็นโดยตรงที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่แม่นยำที่สุดในปัจจุบันนี้](https://www.manutalkthai.com/unitx-flex-visual-inspection-ai-solution-pr/) - UnitX ผู้นำด้านการตรวจสอบแบบมองเห็นโดยตรงที่ขับเคลื่อนด้วย AI ประกาศเปิดตัว FleX แพลตฟอร์มหลักที่ออกแบบมาเพื่อความเป็นเลิศด้านการผลิต โดย FleX เป็นแพลตฟอร์มที่มีความสำคัญต่อการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดมากที่สุด ช่วยให้มั่นใจในคุณภาพสูงสุด ลดต้นทุนจากเศษเหลือทิ้ง และเพิ่มประสิทธิผลโดยรวมของอุปกรณ์ (OEE) สูงสุด ข้อดีของ FleX FleX ช่วยยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบแบบแนวตรงด้วยการผสานรวมเทคโนโลยี AI ขั้นสูง โดยให้ผลลัพธ์ที่สำคัญสี่ด้าน คือ OptiX เป็นระบบแสงสว่างที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์ของ UnitX ซึ่งได้รับการจดสิทธิบัตรแล้ว สามารถสร้างรูปแบบแสงได้มากถึง 2³² รูปแบบ รวมถึงการควบคุมเชิงมุมและการเกิดขั้วแสงหลายทิศทางเพื่อส่องหาจุดบกพร่องในแบบพลวัต การส่องสว่างนี้เมื่อนำมาผนวกกับเทคโนโลยีการสร้างภาพ 2.5D (ตัวเลือกเสริม) เพื่อเพิ่มการจับข้อมูลความลึก จะช่วยให้การตรวจจับจุดบกพร่องของระบบการมองเห็น 2D แบบมาตรฐานมีประสิทธิผลในการตรวจจับได้อย่างชัดเจน การตรวจจับจุดบกพร่องบนพื้นผิวที่ซับซ้อนด้วยความแม่นยำสูงโดยใช้ AI นั้น จะช่วยลดการทำงานที่เกินความจำเป็นจากการใช้เกณฑ์ OK/NG ขั้นสูง เพื่อเพิ่มผลผลิตดีโดยไม่ลดทอนคุณภาพ โดย UnitX ใช้การแบ่งส่วนภาพ ซึ่งเป็นงานของ AI ที่ให้ความละเอียดแม่นยำระดับพิกเซล โดยแต่ละพิกเซลจะถูกคัดแยกเพื่อระบุรูปร่าง ขนาด และตำแหน่งของจุดบกพร่องด้วยความแม่นยำ และลดอัตราการหลุดรอดของจุดบกพร่องที่มีความแปรปรวนสูงและเล็กละเอียดได้ถึง 9 - [พลิกกระดานพลังงานโลก: เมื่อสหรัฐฯ เข้าคุมหัวใจน้ำมัน "เวเนซุเอลา" ชัยชนะของโรงกลั่นอเมริกัน และบททดสอบครั้งใหญ่ของจีน](https://www.manutalkthai.com/a-global-energy-twist-when-the-us-takes-control-of-venezuelas-oil-heart-a-victory-for-american-refineries-and-a-major-test-for-china/) - ในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมน้ำมันปี 2026 คงไม่มีเหตุการณ์ใดจะสั่นสะเทือนวงการไปได้มากกว่าการเข้าแทรกแซงเวเนซุเอลาโดยกองกำลังสหรัฐฯ และการประกาศควบคุมอุตสาหกรรมน้ำมันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการเมือง แต่คือการ "รื้อไพ่" ระบบพลังงานโลกใหม่ทั้งหมด จาก "อุตสาหกรรมที่ล่มสลาย" สู่ความหวังใหม่ของยักษ์ใหญ่ US เวเนซุเอลาขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีปริมาณน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก (ประมาณ 3 แสนล้านบาร์เรล) มากกว่าซาอุดีอาระเบียเสียอีก แต่ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา อุตสาหกรรมนี้กลับอยู่ในสภาพที่ทรัมป์เรียกว่า "ล้มละลายโดยสิ้นเชิง" เนื่องจากการทุจริต การขาดการลงทุน และโครงสร้างพื้นฐานที่ผุพัง จนกำลังการผลิตเหลือเพียงไม่ถึง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน แผนการของทรัมป์ชัดเจนมาก เขาต้องการดึงยักษ์ใหญ่พลังงานอย่าง Exxon Mobil, ConocoPhillips และ Chevron กลับเข้าไปลงทุนมูลค่ามหาศาลเพื่อซ่อมแซมระบบที่พังทลาย และเปลี่ยนเวเนซุเอลาให้กลับมาเป็นเครื่องจักรผลิตเงินอีกครั้ง ผู้ชนะ: โรงกลั่นฝั่งสหรัฐฯ (Gulf Coast) กลุ่มที่จะได้รับประโยชน์เร็วที่สุดไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือบรรดาโรงกลั่นแถบอ่าวเม็กซิโกของสหรัฐฯ ซึ่งถูกออกแบบมาเมื่อหลายสิบปีก่อนเพื่อกลั่น "น้ำมันดิบชนิดหนัก" (Heavy Crude) แบบที่เวเนซุเอลาผลิตโดยเฉพาะ การเปลี่ยนทิศทางการขนส่งจากเดิมที่ต้องวิ่งข้ามมหาสมุทรไปจีน กลับมาสู่สหรัฐฯ ที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ จะช่วยลดค่าขนส่งมหาศาล และทำให้สหรัฐฯ มีน้ำมันดิบชนิดหนักมาผสมกับน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (Shale Oil) - [Warehouse 2026 โดย Maersk: เมื่อ "ความฉลาด" และ "ความยืดหยุ่น" คือเกราะกำบังในโลกที่ไม่แน่นอน](https://www.manutalkthai.com/warehouse-2026-by-maersk/) - ก้าวเข้าสู่ปี 2026 อุตสาหกรรมคลังสินค้าไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่เก็บของอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวและความท้าทาย ความผันผวนที่เกิดขึ้นในปี 2025 ทั้งจากปัจจัยทางการเมืองและเศรษฐกิจ ยังคงส่งแรงกระเพื่อมมาถึงปีนี้ ทำให้เหล่าผู้เล่นในอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด และนี่คือ 5 เทรนด์สำคัญที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าคลังสินค้าในปี 2026 ครับ 1. รับมือกับ "ความไม่แน่นอน" ที่กลายเป็นเรื่องปกติ ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งทางการค้า และกำแพงภาษีที่ลากยาวมาจากปีที่แล้ว ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทำให้ห่วงโซ่อุปทานสั่นคลอน นอกจากนี้ สภาวะอากาศที่แปรปรวนสุดขั้วยังเพิ่มความเครียดให้กับระบบโลจิสติกส์โลก Jay Lengel จาก Maersk Contract Logistics ชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจต่าง ๆ กำลังกังวลว่าความผันผวนเหล่านี้จะกระทบต่อฐานซัพพลายเออร์และ Footprint ของคลังสินค้าอย่างไร ทำให้ "ความยืดหยุ่น" (Resilience) กลายเป็นหัวใจหลักของการวางแผนในปีนี้ 2. ระบบอัตโนมัติ (Automation): ไม่ใช่แค่หุ่นยนต์ แต่คือ "กระบวนการที่ฉลาด" ตลาดหุ่นยนต์ในคลังสินค้าถูกคาดการณ์ว่าจะพุ่งสูงถึง 21,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2030 แต่หัวใจสำคัญของปี 2026 คือการมองข้ามแค่ตัวหุ่นยนต์ไปสู่ "กระบวนการที่ชาญฉลาด" - [ค้าปลีก 2026: เมื่อ "Loyalty" ซื้อได้ด้วยข้อมูล และชัยชนะอยู่ที่ "หน้าจอสมาร์ทโฟน"](https://www.manutalkthai.com/retail-trends-2026/) - หลังจากผ่านช่วงเทศกาลช้อปปิ้งที่ตัวเลขการเติบโตเริ่มชะลอตัวลง ไม่หวือหวาเหมือนปีก่อน ๆ ทำให้ปี 2026 กลายเป็นปีที่แบรนด์ค้าปลีกต้องกลับมาทำการบ้านอย่างหนัก โจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การ "ขายของ" แต่คือการ "คว้าใจ" ลูกค้าให้อยู่หมัด ท่ามกลางสมรภูมิที่คู่แข่งพร้อมจะดึงตัวลูกค้าไปได้ทุกวินาที นี่คือกลยุทธ์และเทรนด์สำคัญที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าวงการ Retail ทั่วโลกครับ 1. การค้นพบสินค้า (Product Discovery) เข้าสู่โลกดิจิทัลเต็มตัว ในปี 2026 กระบวนการที่ลูกค้าจะรู้จักสินค้าใหม่สักชิ้นจะถูกส่งผ่านเทคโนโลยีเกือบ 100% สมาร์ทโฟนยังคงเป็นหัวใจหลัก แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ "AI Personalized Recommendations" ที่ไม่ได้เดาสุ่ม แต่แนะนำตามประวัติการเข้าชม พฤติกรรมการซื้อ และความชอบที่ระบุไว้จริง นอกจากนี้ เทคโนโลยี Visual Search (ค้นหาด้วยภาพ) และ AR (โลกเสมือน) จะกลายเป็นเครื่องมือมาตรฐานที่ช่วยให้ลูกค้า "ลอง" เสื้อผ้าหรือวางเฟอร์นิเจอร์ในบ้านได้ผ่านมือถือ ก่อนจะตัดสินใจเดินไปที่ร้านด้วยตัวเองจริง 2. ความภักดีที่ผันผวน: โจทย์หินของ Brand Loyalty ลูกค้าในปี 2026 "เปลี่ยนใจง่าย" กว่าที่เคย พวกเขาพร้อมจะย้ายค่ายทันทีที่เจอข้อเสนอที่ดีกว่า - [DHL เผยเทรนด์ Logistics 2026](https://www.manutalkthai.com/dhl-reveals-logistics-trends-for-2026/) - การขนส่งในปี 2026 ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการย้ายของจากจุด A ไปจุด B อีกต่อไป แต่มันคือการบริหารจัดการ "ข้อมูล" และ "ความไว้วางใจ" ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ผันผวน สำหรับธุรกิจ SME นี่คือ 4 เทรนด์สำคัญที่จะเปลี่ยนวิธีที่คุณทำธุรกิจไปอย่างสิ้นเชิง 1. AI in logistics ในปี 2026 AI จะก้าวข้ามจากการเป็นแค่เครื่องมือวิเคราะห์ สู่การเป็น Autonomous Decision-making ที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจไม่ต้องปวดหัวกับงานรูทีนอีกต่อไป: การปรับเส้นทางอัจฉริยะ: หากเกิดรถติด พายุเข้า หรือท่าเรือปิด AI จะคำนวณและเปลี่ยนเส้นทางขนส่งให้ใหม่ทันทีแบบ Real-time โดยที่คุณไม่ต้องลงไปจัดการเอง สต็อกแบบ "พอดีเป๊ะ": ระบบจะวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคจนรู้ว่าเมื่อไหร่ของจะขาด ทำให้คุณไม่ต้องเผชิญกับปัญหา "สินค้าหมด" หรือ "สต็อกล้น" จนเงินจม คุยกับซัพพลายเออร์แทนเรา: จินตนาการถึงระบบที่ส่งคำสั่งซื้อ ยืนยันเวลาส่งของ และเช็คยอดสต็อกกับคู่ค้าผ่านระบบอัตโนมัติ ลดการใช้โทรศัพท์และอีเมลที่ซ้ำซ้อน 2. Sustainable logistics เมื่อ "ความยั่งยืน" - [จากโครงการนำร่องสู่ผลกำไร: รายงาน 2026 Global AI Report ของ NTT DATA เผยแนวทางที่องค์กรชั้นนำใช้ AI สร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม [PR]](https://www.manutalkthai.com/ntt-data-2026-global-ai-report-pr/) - NTT DATA ผู้นำระดับโลกด้าน AI ธุรกิจดิจิทัล และบริการไอที ประกาศเปิดตัวรายงาน “2026 Global AI Report: A Playbook for AI Leaders” ซึ่งถอดบทเรียนจากองค์กรชั้นนำทั่วโลกที่สามารถเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้าน AI ให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้จริง รายงานฉบับนี้จัดทำจากงานวิจัยเชิง Benchmark ใหม่ของ NTT DATA โดยสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารระดับสูงจำนวน 2,567 คน จาก 35 ประเทศ ครอบคลุม 15 อุตสาหกรรม เพื่อศึกษาว่าองค์กรใดสามารถก้าวข้ามการทดลองใช้ AI (Pilot) ไปสู่การสร้างกำไรและความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืนAI Leaders สร้างผลลัพธ์เหนือค่าเฉลี่ยอย่างชัดเจน ผลการศึกษาพบว่า มีเพียง 15% ขององค์กรทั้งหมด ที่เข้าข่ายเป็น “ผู้นำด้าน AI (AI Leaders)” ซึ่งนิยามจากความชัดเจนของกลยุทธ์ AI รูปแบบการดำเนินงานที่มีความพร้อมสูง และการนำ AI ไปใช้โดยมุ่งเน้นผลลัพธ์เชิงธุรกิจ องค์กรกลุ่มผู้นำเหล่านี้มีผลการดำเนินงานเหนือกว่าองค์กรอื่นอย่างมีนัยสำคัญ - [PCBAIR เผยการผลิต PCB แบบแกนแก้ว 8 เลเยอร์ เพื่อรองรับงานด้าน AI และ HPC ในยุคถัดไป](https://www.manutalkthai.com/pcbair-unveils-8-layer-glass-core-pcb-manufacturing-for-next-gen-ai-and-hpc/) - PCBAIR ประกาศขีดความสามารถในการผลิตแผงวงจรพิมพ์ขั้นสูง นั่นคือ แผงวงจรพิมพ์แบบแกนแก้ว 8 เลเยอร์ (8-layer Glass Core PCB) ความสามารถนี้มาจากการผสานรวมเทคโนโลยี Through Glass Via ที่เป็นกรรมสิทธิ์เข้ากับชั้นกระจายแสงแบบหลายเลเยอร์ (RDL) โดยที่ซับสเตรต (substrates) แบบใหม่นี้ทำให้เกิดความสมบูรณ์ของสัญญาณและมีเสถียรภาพทางความร้อนที่เหนือกว่า ช่วยแก้ปัญหาสำคัญเกี่ยวกับความหนาแน่นของการเชื่อมต่อภายในอันเป็นข้อจำกัดของซับสเตรตแบบดั้งเดิมที่ทำจากสารอินทรีย์ที่ต้องเผชิญในยุคของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการประมวลผลสมรรถนะสูง (HPC) แผงวงจรพิมพ์แกนแก้ว 8 เลเยอร์ ของ PCBAIR ออกแบบมาเพื่อใช้กับตัวเร่งความเร็ว AI เซิร์ฟเวอร์ศูนย์ข้อมูลความเร็วสูง และตัวรับส่งสัญญาณแสง สามารถรองรับความกว้างและระยะห่างของเส้นวงจรได้ละเอียดขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถเริ่มการผลิตนำร่องและสุ่มตัวอย่างลูกค้าได้ทันที PCBAIR ได้พัฒนาวิธีการเชื่อมต่อภายในที่มีความหนาแน่นสูงนี้ผ่านนวัตกรรมเฉพาะทาง ทั้งกระบวนการแก้ว การชุบโลหะ และการเรียงซ้อน ซึ่งการปรับปรุงทางเทคนิคแต่ละอย่างสามารถลดการสูญเสียสัญญาณและเพิ่มความเชื่อถือได้เชิงกล เทคโนโลยี TGV มีความละเอียดแม่นยำ – สามารถทำให้เส้นผ่านศูนย์กลาง Through Glass Via (TGV) น้อยกว่า 20 μm และระยะพิตช์ต่ำกว่า 100 - ["Made in Thailand ส่งขายทั่วโลก": เปิดฉากประวัติศาสตร์หน้าใหม่ Changan ส่งออก EV ล็อตแรกจากโรงงานไทยมุ่งสู่ "นอร์เวย์"](https://www.manutalkthai.com/made-in-thailand-sold-worldwide-changan-exports-its-first-batch-of-evs-from-its-thai-factory-to-norway/) - ในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2026 คงไม่มีข่าวไหนจะสะท้อนความสำเร็จของประเทศไทยในฐานะ "ฮับยานยนต์ไฟฟ้า" ได้ชัดเจนไปกว่าความเคลื่อนไหวล่าสุดที่ท่าเรือแหลมฉบัง เมื่อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จำนวน 500 คัน ภายใต้แบรนด์ Changan Automobile ถูกลำเลียงขึ้นเรือขนส่งขนาดมหึมา เพื่อเดินทางไกลมุ่งหน้าสู่ตลาดที่เข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปอย่าง "นอร์เวย์" หมุดหมายใหม่ของกลยุทธ์ "Made in Thailand" การส่งออกครั้งนี้ไม่ใช่แค่การขายรถยนต์ทั่วไป แต่เป็นสัญลักษณ์ของการขยับตัวครั้งสำคัญของยักษ์ใหญ่ค่ายรถจีน จากเดิมที่เน้นการผลิตในบ้านเกิดแล้วส่งออกไปทั่วโลก (Export from China) มาสู่กลยุทธ์ "ผลิตในต่างแดน เพื่อตลาดโลก" (Overseas Production for Global Distribution) โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลัก เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา เรือบรรทุกรถยนต์ "Yong Le Kou" ของกลุ่มขนส่งยักษ์ใหญ่ COSCO SHIPPING ได้เข้าเทียบท่าที่แหลมฉบังเพื่อบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่: การส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าล็อตแรกจากโรงงาน Changan ในไทยมุ่งสู่ยุโรปอย่างเป็นทางการ เส้นทางสายโลจิสติกส์: จากแหลมฉบังถึงบริสตอลและนอร์เวย์ COSCO SHIPPING - [เจาะเทรนด์โลกปี 2026: เมื่อ AI และความปลอดภัยไซเบอร์ ปฏิวัติโฉมหน้าโรงงานยุคใหม่](https://www.manutalkthai.com/analyzing-global-trends-in-2026-how-ai-and-cybersecurity-will-revolutionize-modern-factories/) - ในขณะที่โลกก้าวเข้าสู่ปี 2026 อุตสาหกรรมการผลิตไม่ได้เพียงแค่พยายามผลิตให้มากขึ้น แต่กำลังมองหา "จุดเปลี่ยน" ครั้งสำคัญด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ จากรายงานล่าสุดของ IDC ชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดไม่ใช่แค่ผู้ที่มีเครื่องจักรที่ดีที่สุด แต่คือผู้ที่รู้จักผสานเทคโนโลยีเข้ากับกลยุทธ์การทำงานและ "คน" ได้อย่างลงตัว และนี่คือภาพสะท้อนของอุตสาหกรรมการผลิตในปี 2026 ที่ผู้บริหารต้องเผชิญครับ 1. 2026: ปีแห่ง "โรงงานที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์" (Software-Defined Factory) หมดยุคของโรงงานที่ยึดติดกับฮาร์ดแวร์ IDC คาดการณ์ว่าภายในปี 2026 ผู้ผลิตมากกว่า 40% จะอัปเกรดระบบวางแผนการผลิตด้วย AI และภายในปี 2029 โรงงานกว่า 30% จะรันระบบทั้งหมดผ่านแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ส่วนกลาง Jeffrey Hojlo จาก IDC ระบุว่า อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช่เรื่องงบประมาณ แต่คือ "สถาปัตยกรรมข้อมูล" ที่เก่าและกระจัดกระจาย ผู้นำที่ประสบความสำเร็จในปีนี้จึงต้องเร่งสร้าง Digital Thread หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงทุกแผนกผ่าน Cloud และ Edge เพื่อให้การทำงานยืดหยุ่นและตอบสนองได้แบบ Real-time 2. เมื่อ - [เจาะลึก 6 เทรนด์เปลี่ยนโลกอุตสาหกรรมปี 2026: เมื่อ "คนและเครื่องจักร" ผสานเป็นหนึ่งเดียว](https://www.manutalkthai.com/6-trends-2026-manufacturing/) - ในปี 2026 อุตสาหกรรมการผลิตไม่ได้หยุดอยู่แค่ความตื่นเต้นว่า "AI ทำอะไรได้บ้าง" อีกต่อไป แต่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เติบโตเต็มที่ที่มุ่งเน้นไปที่การนิยามความร่วมมือระหว่างมนุษย์และเครื่องจักรให้เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติ โรงงานยุคใหม่กำลังกลายเป็น "ระบบนิเวศอัจฉริยะ" (Intelligent Ecosystem) ที่ความสามารถในการเชื่อมต่อและระบบอัตโนมัติถูกฝังรากลึกอยู่ในทุกเครื่องมือและทุกกระบวนการ และนี่คือ 6 เทรนด์สำคัญที่จะขับเคลื่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมในก้าวถัดไปของปี 2026 นี้ครับ 1. ยุคแห่ง "Industrial AI Agents": เมื่อ AI ไม่ได้แค่คิด แต่ "ลงมือทำ" จุดเปลี่ยนสำคัญของปี 2026 คือการที่ AI เปลี่ยนบทบาทจากผู้ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล มาเป็น "เอเจนต์" (Agents) ที่ตัดสินใจและลงมือทำงานแทนเราได้จริง ระบบเหล่านี้จะเข้ามาบริหารจัดการโรงงานแบบ Real-time ตั้งแต่การวางแผนการผลิต การสั่งซื้อวัตถุดิบ ไปจนถึงการแก้ปัญหาคอขวดในสายการผลิตโดยแทบไม่ต้องรอคำสั่งจากมนุษย์ คาดการณ์ว่าการใช้ระบบเอเจนต์ในโรงงานจะเติบโตถึง 4 เท่าภายในปีหน้า มุ่งหน้าสู่เป้าหมาย "โรงงานอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง" (Autonomous Smart Factories) อย่างเต็มรูปแบบ 2. Generative Design: จากตัวอย่างทดลอง สู่การผลิตจริง - [ทำความรู้จัก AutoTrac แพลตฟอร์มบริหารจัดการจราจรทางอากาศอัจฉริยะ](https://www.manutalkthai.com/get-to-know-autotrac-the-intelligent-air-traffic-management-platform/) - ในยุคที่อุตสาหกรรมการบินเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการมาถึงของเทคโนโลยีอากาศยานใหม่ ๆ ผู้ให้บริการด้านการเดินอากาศ (ANSPs) และสายการบินต่างเผชิญความกดดันในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง ความตรงต่อเวลา และการสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้โดยสาร อย่างไรก็ตาม ระบบบริหารจัดการจราจรทางอากาศ (ATM) แบบดั้งเดิมหลายระบบมักมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างที่แยกส่วนกัน ทำให้ยากต่อการปรับตัวให้ทันกับโลกปัจจุบัน เพื่อแก้ปัญหาความซับซ้อนดังกล่าว AutoTrac จึงถูกพัฒนาขึ้นในฐานะ "Common Automation Platform" หรือแพลตฟอร์มระบบอัตโนมัติส่วนกลางที่ทันสมัยที่สุด โดยทำหน้าที่เป็น Digital Backbone ที่เชื่อมโยงการปฏิบัติการในทุกโดเมนเข้าด้วยกัน ระบบนี้จะเปลี่ยนการทำงานจากระบบ ATC แบบเดิมที่กระจัดกระจาย ให้กลายเป็น Unified Ecosystem ภายใต้สถาปัตยกรรมเดียวที่รองรับทั้งการจัดการในพื้นที่อาคารผู้โดยสาร (Terminal), เส้นทางบิน (En route), มหาสมุทร (Oceanic) และการจราจรภาคพื้นดิน (Surface operations) จุดเด่นและประสิทธิภาพของ AutoTrac AutoTrac คือโซลูชันแบบ All-in-one ที่ช่วยยกระดับการบริหารจัดการจราจรทางอากาศใน 2 มิติหลัก: การจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Flow Management): ช่วยในการวางแผนการไหลเวียนของจราจรทางอากาศในภาพรวมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การบริการเชิงยุทธวิธี (Tactical - [Identiv รุกตลาด IoT เปิดฐานการผลิตใหม่ในกรุงเทพฯ มุ่งเป้าเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี RFID และ BLE ระดับโลก](https://www.manutalkthai.com/identiv-expands-into-the-iot-market-with-a-new-manufacturing-facility-in-bangkok/) - Identiv ผู้นำด้านการผลิตอุปกรณ์ IoT ประเภท RFID และ BLE ได้ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการย้ายฐานการผลิตจากสิงคโปร์มายัง กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย อย่างเต็มตัว เพื่อเสริมแกร่งขีดความสามารถในการผลิตแบบหลายส่วนประกอบ (Multicomponent Manufacturing - MCM) รองรับการเติบโตของเทคโนโลยี IoT ขั้นสูง การย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทยในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จในเสาหลักด้าน "Perform" ภายใต้ยุทธศาสตร์ P-A-T (Perform, Accelerate, Transform) ของบริษัท ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างระบบปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพสูงในทำเลที่มีศักยภาพ ทั้งในด้านฝีมือแรงงานและโครงสร้างต้นทุนที่แข่งขันได้ในตลาดโลก "การเปลี่ยนผ่านการผลิตมายังประเทศไทยคือรากฐานสำคัญของ Identiv ในฐานะบริษัท IoT เต็มตัว ซึ่งถือเป็นจุดสิ้นสุดของกระบวนการที่ดำเนินมาตลอด 2 ปี" Kirsten Newquist ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Identiv กล่าว "โรงงานในไทยจะเป็นฐานการผลิตที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ด้วยมาตรฐานคุณภาพสูงและต้นทุนที่คุ้มค่า พร้อมรองรับอนาคตของ IoT และการเติบโตอย่างยั่งยืน" ในปัจจุบัน การใช้งาน IoT ได้ขยายตัวจากการจัดการสินค้าคงคลังแบบธรรมดา ไปสู่แอปพลิเคชันที่มีมูลค่าสูงและซับซ้อน เช่น: - [Salesforce ปิดดีลซื้อ ‘Qualified’ เสริมทัพ AI Agent](https://www.manutalkthai.com/salesforce-closes-deal-to-acquire-qualified-to-strengthen-its-ai-agent-team/) - Salesforce ยักษ์ใหญ่ด้าน CRM บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ ‘Qualified’ ผู้ให้บริการโซลูชันการตลาดและการขายด้วย AI หวังผนวกเทคโนโลยีเข้ากับแพลตฟอร์ม Agentforce เพื่อสร้าง AI Workforce ที่สามารถโต้ตอบกับลูกค้าได้โดยอัตโนมัติ ตั้งแต่ก้าวแรกที่ลูกค้าเข้าเว็บไซต์ไปจนถึงการส่งต่องานให้ทีมบริการอย่างแม่นยำ เป้าหมายหลักของดีลนี้คือการยกระดับความสามารถของ Agentforce แพลตฟอร์ม AI ของ Salesforce ให้สามารถจัดการกับขั้นตอนแรกของเส้นทางลูกค้า (Customer Journey) ได้อย่างสมบูรณ์ จัดการงานซ้ำซาก: AI ของ Qualified จะเข้ามาทำหน้าที่แทนพนักงานในงานที่มีปริมาณมากและซ้ำซาก เช่น การทักทายผู้เข้าชมเว็บไซต์, การตอบคำถามทั่วไป และการระบุความต้องการของลูกค้าเพื่อคัดกรองลีด (Lead Qualification) ทำงานแบบไร้รอยต่อ: ระบบจะวิเคราะห์ข้อมูลจาก CRM เพื่อให้คำแนะนำที่ตรงจุด สามารถนัดหมายการประชุม หรือส่งต่อเคสไปยังทีมงานที่เป็นมนุษย์ได้อย่างถูกต้อง โดยไม่ต้องใช้คนเข้ามาจัดการในทุกขั้นตอน เน้นงานมูลค่าสูง: เมื่อ AI จัดการงานส่วนหน้าให้แล้ว พนักงานที่เป็นมนุษย์จะมีเวลาโฟกัสกับงานที่ซับซ้อนและมีมูลค่าสูงได้มากขึ้น โดยที่ระดับการมีส่วนร่วมของลูกค้า (Engagement) ไม่ลดลง ดีลนี้ถูกมองว่าเป็น "จิ๊กซอว์ที่ลงตัว" เนื่องจาก Qualified ก่อตั้งโดยอดีตพนักงานของ - [ABB เสริมทัพแกร่ง! ประกาศซื้อกิจการ "Netcontrol" รุกตลาดระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ รับเทรนด์พลังงานสะอาดโลก](https://www.manutalkthai.com/abb-strengthens-its-position-announces-acquisition-of-netcontrol/) - ABB ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโลกประกาศลงนามข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ Netcontrol ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัตโนมัติ (Grid Automation) จากฟินแลนด์ เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอรองรับความต้องการด้านดิจิทัลของโครงข่ายไฟฟ้าที่กำลังเผชิญกับความท้าทายจากการใช้พลังงานหมุนเวียนและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไฟฟ้าทั่วโลก ในขณะที่โลกมุ่งหน้าสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า (Electrification) โครงข่ายไฟฟ้าทั่วโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล ทั้งจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้น การนำพลังงานหมุนเวียนเข้ามาใช้ในระบบ และสภาพอากาศที่แปรปรวน ABB ระบุว่าการเข้าซื้อ Netcontrol จะช่วยให้ ABB มีเครื่องมือที่ครบครันมากขึ้นในการช่วยลูกค้าสร้างโครงข่ายที่เสถียร ยืดหยุ่น และชาญฉลาด จุดเด่นของ Netcontrol มีชื่อเสียงด้านโซลูชันควบคุมและจัดการระบบไฟฟ้าอัตโนมัติสำหรับสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ซึ่งจะเข้ามาเติมเต็มเทคโนโลยีด้านไฟฟ้าของ ABB ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น การรวมตัวกันครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการขยายเทคโนโลยี แต่คือการขยายฐานธุรกิจสู่ตลาดใหม่ๆ เทคโนโลยีของ Netcontrol จะถูกผนวกเข้ากับเครือข่ายการขายระดับโลกของ ABB ด้าน Netcontrol เชื่อว่าการเข้าร่วมกับ ABB จะช่วยให้บริษัทมีขนาดและทรัพยากรที่เพียงพอในการนำความเชี่ยวชาญไปสู่กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมและสาธารณูปโภคได้กว้างขวางขึ้นกว่าเดิม รายละเอียดการเข้าซื้อกิจการ คาดว่าการทำธุรกรรมจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาสที่ 1 ของปี 2026 โดยต้องรอการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล โดยที่ Netcontrol ซึ่งมีพนักงานประมาณ 100 คน และก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1991 ปัจจุบันถือหุ้นโดย Procuritas Partners - [ซิสโก้สร้างมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมด้วยระบบ Routing ขนาด 51.2T สำหรับ Distributed AI Workloads [PR]](https://www.manutalkthai.com/cisco-routing-system-for-distributed-ai-workloads-pr/) - ซิสโก้ (NASDAQ: CSCO) เปิดตัว Cisco 8223 - ระบบ Routing ที่ได้รับการปรับให้เหมาะสมที่สุดในอุตสาหกรรมเพื่อการเชื่อมต่อหลายศูนย์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย และขับเคลื่อน AI workloads รุ่นต่อไป เมื่อการใช้ AI เติบโตอย่างรวดเร็ว ศูนย์ข้อมูลกำลังเผชิญกับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงข้อจำกัดด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้น และภัยคุกคามด้านความปลอดภัยที่พัฒนาอยู่ตลอดเวลา Cisco 8223 ตอบโจทย์ความท้าทายนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วย Fixed Ethernet Router ความเร็ว 51.2 Terabits ต่อวินาที (Tbps) เพียงรุ่นเดียวในตลาดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับทราฟฟิกที่หนาแน่นของ AI workloads ระหว่างศูนย์ข้อมูล นอกจากนี้ ซิสโก้ยังเปิดตัวนวัตกรรม Silicon One รุ่นล่าสุด คือ ชิป P200 ที่เป็นหัวใจหลักของ Cisco 8223 นวัตกรรมทั้งสองนี้ช่วยให้องค์กรแก้ปัญหาทุกข้อจำกัดและสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมสำหรับอนาคตในยุค AI นาย มาร์ติน ลุนด์, รองประธานบริหาร Common Hardware Group - [เดลล์ เทคโนโลยีส์ เผยคาดการณ์ปี 2026 พร้อมภาพรวมภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นกับการเร่งเครื่อง AI เพื่อใช้ในระดับองค์กร Sovereign AI และการกำกับดูแล [PR]](https://www.manutalkthai.com/dell-technologies-unveils-2026-outlook-with-insights-across-asia-pacific-and-japan-pr/) - เดลล์ เทคโนโลยีส์ จัดงานแถลงถึงการคาดการณ์ปี 2026 และทิศทางในอนาคตให้กับสื่อในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ญี่ปุ่น และจีน โดย จอห์น โรส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีระดับโลก และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่าย AI เดลล์ เทคโนโลยีส์ พร้อมด้วย ปีเตอร์ มาร์ส ประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ญี่ปุ่น และจีน ได้สรุปแนวโน้มเทคโนโลยีที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ พร้อมกลยุทธ์ของเดลล์เพื่อเร่งขับเคลื่อนการใช้งาน AI และนวัตกรรมภายในภูมิภาค จอห์น โรส กล่าวถึงการเร่งเครื่องของ AI ที่กำลังพลิกโฉมโครงสร้างขององค์กรและอุตสาหกรรมทั้งหมดอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมผลักดันให้เกิดวิธีการดำเนินงาน การพัฒนา และการสร้างนวัตกรรมรูปแบบใหม่ที่ขยายวงกว้างยิ่งขึ้นด้วยระดับความเร็วอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การมุ่งนำ AI ไปใช้งานจริงในระดับองค์กรหนึ่งในแนวโน้มสำคัญคือ การมุ่งขยายการใช้งาน AI เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ ปีเตอร์ มาร์ส กล่าวว่า “การพูดคุยครั้งนี้ มุ่งประเด็นที่การนำไปใช้งานจริง และ AI กำลังสร้างโอกาสในการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง เรากำลังทำงานร่วมกับลูกค้าทั่วภูมิภาคเพื่อสร้าง AI ในระดับองค์กร” ตัวอย่างเช่น Sandisk ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นลูกค้าที่เดลล์กำลังทำงานร่วมกันเพื่อมอบโซลูชัน AI - [Rockwell Automation ทุบสถิติ ผงาดใน Gartner Hype Cycle ปี 2025 ถึง 20 สาขา ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมอุตสาหกรรมโลก](https://www.manutalkthai.com/rockwell-automation-breaks-records-rising-to-prominence-in-20-categories-in-gartner-hype-cycles-2025/) - Rockwell Automation ยักษ์ใหญ่ด้านระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรมและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ หลังได้รับการยอมรับและถูกระบุชื่อในรายงาน Gartner Hype Cycle ประจำปี 2025 มากถึง 20 ฉบับ ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีที่ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก Gartner Hype Cycle คืออะไร และสำคัญอย่างไร? Gartner Hype Cycle เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ระดับโลกที่แสดงกราฟมาตรฐานเกี่ยวกับ "ระดับความสมบูรณ์และการนำเทคโนโลยีมาใช้" เพื่อช่วยให้ผู้นำองค์กรเข้าใจว่าเทคโนโลยีหรือแอปพลิเคชันหนึ่ง ๆ จะพัฒนาไปอย่างไรในอนาคต และจะนำมาใช้แก้ปัญหาทางธุรกิจจริงหรือสร้างโอกาสใหม่ ๆ ได้อย่างไร การที่ Rockwell Automation ถูกระบุชื่อในรายงานถึง 20 สาขา ถือเป็นการยอมรับในระดับที่ไม่เคยมีปรากฏมาก่อน โดยครอบคลุมตั้งแต่เทคโนโลยีการผลิตไปจนถึงความปลอดภัยทางไซเบอร์ ครอบคลุมทุกมิติ: ตั้งแต่ AI ไปจนถึงเมืองอัจฉริยะ รายงาน 20 ฉบับที่ Rockwell Automation ได้รับการยอมรับ ครอบคลุมหัวข้อทางเทคโนโลยีที่สำคัญต่อโลกยุคใหม่ อาทิ: เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง: การผลิตแบบต่อเนื่อง (Process Manufacturing), การผลิตแบบแยกชิ้น - [บทบาทเทคโนโลยีสารสนเทศกับการขับเคลื่อนการเติบโตธุรกิจกรณีศึกษา “บางจาก” พลิกโฉมธุรกิจพลังงานด้วยนวัตกรรมดิจิทัล [PR]](https://www.manutalkthai.com/fujitsu-case-study-from-bangchak-article-pr/) - ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ IT จึงกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ไม่ใช่เป็นเพียงหน่วยงานสนับสนุนอีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเห็นได้จากกรณีศึกษาของ “บางจาก คอร์ปอเรชั่น” หนึ่งในบริษัทพลังงานครบวงจรชั้นนำของไทย ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงาน การแข่งขัน และการส่งมอบคุณค่าของบริษัท โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมพลังงานที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านความยั่งยืนและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ความสามารถด้านดิจิทัลจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความแตกต่างให้สามารถบรรลุเป้าหมายการขยายธุรกิจที่ท้าทายได้ ก้าวข้ามจากสถานีบริการน้ำมัน ด้วยวิสัยทัศน์ที่ท้าทายของบางจากบางจากได้พัฒนาไปไกลกว่าการเป็นผู้ค้าปลีกน้ำมัน ผ่านการดำเนินธุรกิจบน 5 ยุทธศาสตร์เสาหลัก ครอบคลุมตั้งแต่โรงกลั่นน้ำมันสองแห่ง สถานีบริการกว่า 2,000 แห่ง ร้านกาแฟอินทนิลกว่า 1,000 สาขา ไปจนถึงธุรกิจการกลั่นน้ำมันและการตลาดรวมถึงธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพ ธุรกิจการค้าในต่างประเทศ โดยได้ขยายสำนักงานไปที่สิงคโปร์และตะวันออกกลาง ธุรกิจต้นน้ำเพื่อการสำรวจน้ำมันในนอร์เวย์ ธุรกิจพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมพลังงานหมุนเวียนและดาต้าเซ็นเตอร์ รวมไปถึงธุรกิจใหม่ ๆ และธุรกิจโฮลดิ้งที่ดำเนินงานเป็นกองทุนของบริษัทที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น การกระจายธุรกิจนี้สะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายที่ท้าทายของบางจากฯ สู่การขยายธุรกิจเป็น 2 เท่าภายใน 3 ปี ซึ่งต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ครบครัน เพื่อรองรับการดำเนินงานต่าง ๆ ตลอดกระบวนการ ปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัลในธุรกิจพลังงาน: บูรณาการแพลตฟอร์มในองค์กรเพื่อรองรับการดำเนินงานที่ซับซ้อน ความซับซ้อนของภาคธุรกิจพลังงานที่ครอบคลุมตั้งแต่โรงกลั่น การค้าปลีก การขาย และการดำเนินงานด้านพลังงานหมุนเวียน ต้องการแพลตฟอร์มเทคโนโลยีแบบบูรณาการซึ่งระบบดั้งเดิมไม่รองรับ ฟูจิตสึ ประเทศไทย ในฐานะพันธมิตรด้านบริการเชิงกลยุทธ์ระดับภูมิภาคของ SAP ในเอเชียแปซิฟิก ได้ร่วมมือกับบางจากในการนำ RISE - [Hexagon พลิกโฉมงาน CAM! ผสาน WORKNC เข้ากับ 'คลังเครื่องมือบนคลาวด์' ลดเวลาตั้งค่า เพิ่มความแม่นยำ "ทำถูกตั้งแต่ครั้งแรก"](https://www.manutalkthai.com/hexagon-revolutionizes-cam-integrating-worknc-with-a-cloud-based-toolkit/) - Hexagon AB ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญในซอฟต์แวร์ WORKNC CAM โดยได้ผสานระบบเข้ากับ Tool Library (คลังเครื่องมือ) บนคลาวด์อย่างสมบูรณ์เป็นครั้งแรก เพื่อให้โปรแกรมเมอร์เข้าถึงข้อมูลเครื่องมือตัดที่ผ่านการรับรองจากผู้ผลิต (OEM) โดยตรง พร้อมเพิ่มระบบอัตโนมัติในขั้นตอนทำงาน หวังช่วยโรงงานลดเวลาการตั้งค่า เพิ่มความสม่ำเสมอ และรับมือกับความซับซ้อนของชิ้นงานที่เพิ่มขึ้น การรวมระบบที่สำคัญนี้ช่วยให้ผู้ใช้งาน WORKNC สามารถเชื่อมต่อและเข้าถึงข้อมูลเครื่องมือตัดที่ผ่านการตรวจสอบโดยตรงจากผู้ผลิต (OEMs) ผ่านเครือข่ายพันธมิตรชั้นนำ (เช่น Kennametal, Sandvik Coromant, MachiningCloud) เข้าสู่สภาพแวดล้อม CAM ได้ทันที การดำเนินการนี้จะแก้ปัญหาหลักที่ผู้ผลิตต้องเผชิญ เช่น การเสียเวลาในการสร้างชุดเครื่องมือขึ้นมาใหม่ การจัดการข้อมูลที่กระจัดกระจาย และการพึ่งพาความรู้ที่ไม่เป็นระบบ ด้วยการเข้าถึงข้อมูลที่เชื่อถือได้โดยตรงลดเวลาในการตั้งค่าลงอย่างมาก และมั่นใจได้ว่าคำจำกัดความของเครื่องมือในระบบดิจิทัลจะตรงกับประสิทธิภาพการตัดเฉือนจริง นอกจากนี้ คลังเครื่องมือบนคลาวด์ยังช่วยให้การสร้าง Digital Twins ของเครื่องมือและชุดประกอบมีความแม่นยำสูง รวมถึงนำข้อมูลการตัดเฉือนเฉพาะวัสดุมาใช้โดยอัตโนมัติ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการยกระดับความแม่นยำและประสิทธิภาพในการผลิตอย่างครบวงจร WORKNC 2025.4: ออโตเมชันที่ตอบโจทย์งานจริง นอกจากนี้ Hexagon ยังได้แนะนำการปรับปรุงใน WORKNC เวอร์ชัน 2025.4 เพื่อลดขั้นตอน Manual - [UPS ทุ่ม 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซื้อหุ่นยนต์ 400 ตัวจาก 'Pickle' ลุยออโตเมชันลดค่าแรง ขจัดปัญหาคอขวดขนถ่ายสินค้า](https://www.manutalkthai.com/ups-invests-120-million-to-purchase-400-robots-from-pickle-aggressively-automating-operations-to-reduce-labor-costs-and-eliminate-logistics-bottlenecks/) - UPS Inc. ยักษ์ใหญ่ด้านโลจิสติกส์ กำลังลงทุนครั้งใหญ่เพื่อเร่งกลยุทธ์ออโตเมชันมูลค่า 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีรายงานว่า บริษัทได้สั่งซื้อหุ่นยนต์ 400 ตัวจากสตาร์ทอัพชื่อ Pickle Robot Co. เพื่อใช้ในการขนถ่ายสินค้าออกจากตู้คอนเทนเนอร์และรถบรรทุก ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดคอขวดสำคัญที่ใช้แรงงานคนมากที่สุดในอุตสาหกรรมการขนส่ง ลงทุนเพื่อลดต้นทุน หุ่นยนต์ช่วยคืนทุนใน 18 เดือน การสั่งซื้อหุ่นยนต์ 400 ตัวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการลงทุนระยะ 4 ปี มูลค่า 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของ UPS เพื่อลดการพึ่งพาแรงงานและตั้งเป้าประหยัดต้นทุนได้ถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2028 งานสำคัญที่ถูกแทนที่: การขนถ่ายสินค้าจากรถบรรทุกและตู้คอนเทนเนอร์ถือเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้แรงงานคนเป็นส่วนใหญ่และเป็นจุดที่ทำให้เกิดความล่าช้าในศูนย์คัดแยกสินค้า ประสิทธิภาพของ Pickle: หุ่นยนต์ของ Pickle Robot มาในรูปแบบแขนกลบนฐานเคลื่อนที่ สามารถขับเข้าไปในตู้คอนเทนเนอร์ ดูดกล่องที่มีน้ำหนักได้ถึง 50 ปอนด์ และวางลงบนสายพานลำเลียงได้ คุ้มค่าการลงทุน: ตามข้อมูลของ Pickle หุ่นยนต์หนึ่งตัวสามารถขนถ่ายสินค้าออกจากรถบรรทุกทั่วไปได้ภายในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง และสามารถคืนทุนได้ในเวลาประมาณ 18 - [อนาคตของไทยอยู่ที่ข้อมูล: NetApp ชี้ "โครงสร้างข้อมูลอัจฉริยะ" คือรากฐานสู่การเปลี่ยนแปลงดิจิทัลที่ยั่งยืน [PR]](https://www.manutalkthai.com/netapp-suggest-data-intelligent-network-is-the-foundation-of-sustainable-digital-transformation-pr/) - ประเทศไทยกำลังมุ่งหน้าไปสู่การเป็นมหาอำนาจด้านดิจิทัล เนื่องด้วยแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอัตราการใช้งานคลาวด์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าตลาด AI ในประเทศไทยจะเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 32.33% และมีมูลค่าสูงถึง 7.31 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2031 แม้ในปัจจุบันมีองค์กรไทยที่นำ AI มาใช้งานเพียงประมาณ 17.8% แต่คาดว่าจะเกิดการเร่งตัวครั้งใหญ่ในไม่ช้า เมื่อภาคธุรกิจเริ่มตระหนักถึงพลังของ Generative AI ที่สามารถยกระดับการทำงานและสร้างนวัตกรรมได้อย่างก้าวกระโดด การขยายตัวของเทคโนโลยีดิจิทัลในไทยสอดคล้องกับความต้องการด้านอธิปไตยข้อมูลและบริการคลาวด์ภายในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งกำหนดให้ข้อมูลที่สร้างขึ้นในประเทศ จะต้องถูกจัดเก็บและประมวลผลภายในเขตแดนประเทศเท่านั้น ขณะเดียวกัน ตลาดไซเบอร์ซีเคียวริตี้ก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 894.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการปกป้องระบบจากภัยคุกคามที่มีความซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อ AI ไฮบริดคลาวด์ และความปลอดภัยทางไซเบอร์มาบรรจบกัน โลกก็จะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการทรานส์ฟอร์มดิจิทัลซึ่งเป็นยุคที่ “โครงสร้างข้อมูลอัจฉริยะ” จะเป็นตัวกำหนดทิศทาง โดยองค์กรต่าง ๆ ต้องเผชิญกับความจริงที่ว่า ข้อมูลนั้นเป็นทั้งขุมพลังสำคัญและความท้าทายในเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ ผู้นำตลาดที่แท้จริงในอนาคตจะไม่ใช่แค่ผู้ที่สามารถสะสมข้อมูลจำนวนมหาศาล แต่คือผู้ที่สามารถเก็บสะสม ใช้ ปกป้อง และเคลื่อนย้ายข้อมูลเหล่านั้นได้อย่างชาญฉลาด ต่อไปนี้จะเป็นคาดการณ์ด้านเทคโนโลยีในปี 2026 ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่จะกำหนดวิถีที่องค์กรใช้ในการพัฒนานวัตกรรม ดูแลความปลอดภัย และขยายศักยภาพธุรกิจในปี - [สงครามราคาเดือด! ค่ายรถ EV จีน อัดส่วนลดกระหน่ำในไทย พุ่งสูงสุด 38% ดันยอดขายทะลุ 20% แย่งส่วนแบ่งค่ายญี่ปุ่น](https://www.manutalkthai.com/the-price-war-is-heating-up-chinese-ev-manufacturers-are-slashing-prices-in-thailand/) - ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากประเทศจีนกำลังบุกเข้าสู่ตลาดประเทศไทยด้วยกลยุทธ์ "หั่นราคา" ที่ดุดัน ซึ่งเป็นยุทธวิธีที่ผ่านการลับคมมาแล้วในตลาดบ้านเกิดในจีน ที่มีการแข่งขันสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก การเข้ามาในไทยครั้งนี้ถือเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตครั้งใหม่ ท่ามกลางความต้องการในประเทศจีนที่เริ่มชะลอตัว ตลาดไทยกลายเป็นจุดหมายสำคัญ โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้บริโภคที่ต้องการยกระดับการเดินทางและบริษัทที่ต้องการรถยนต์เพื่อใช้ในเส้นทางที่มีการจราจรแออัด ส่งผลให้เกิดข้อเสนอที่แรงดุเดือดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน BYD ได้สร้างความฮือฮาด้วยการลดราคา BYD Seal รุ่นซีดานไฟฟ้าลงถึง 38% ในเดือนตุลาคม และยังให้คำมั่นว่าจะมีการคุ้มครองราคาหากมีการลดราคาอีกครั้งในปีนี้สำหรับรุ่นที่กำหนด SAIC Motor ตามติดมาด้วยการลดราคา MG4 รุ่นแฮทช์แบ็กไฟฟ้าลงประมาณ 27% Chery Automobile ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดย Jaecoo J5 ได้รับยอดสั่งซื้อเกือบ 20,000 คัน แม้จะต้องรอส่งมอบนานถึงสองเดือนเนื่องจากราคาโปรโมชันที่ดึงดูด การลดราคาอย่างดุดันนี้ ส่งผลให้ยอดขายรถ EV ในช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนพุ่งสูงขึ้นกว่า 20% ซึ่งเป็นการดึงดูดผู้บริโภคจำนวนมากให้หันเหความสนใจจากแบรนด์รถยนต์จากญี่ปุ่นที่เคยครองตลาดอย่างยาวนาน ผู้ผลิตรถยนต์จีนหลายราย รวมถึง BYD, SAIC, และ Chery ได้ขยายฐานการผลิตในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ผลิตญี่ปุ่นยังคงตามหลังในการนำเสนอรถ EV ที่หลากหลาย และไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จากมาตรการอุดหนุนของรัฐบาลไทย หัวใจสำคัญของการขยายตัวอย่างรวดเร็วของผู้ผลิต EV - [P.S.P. Specialties ผู้ผลิตน้ำมันเฉพาะทางชั้นนำของประเทศไทย บุกตลาดเวียดนาม](https://www.manutalkthai.com/p-s-p-specialties-a-leading-specialty-oil-manufacturer-in-thailand-is-expanding-into-the-vietnamese-market/) - บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ P.S.P. Specialties Public Company Limited ผู้ผลิตน้ำมันเฉพาะทางชั้นนำของประเทศไทยที่มีความเชี่ยวชาญกว่า 30 ปี ประกาศรุกขยายตลาดครั้งสำคัญสู่ประเทศเวียดนาม โดยมุ่งเป้าไปที่ภาคการผลิตยางรถยนต์และผลิตภัณฑ์ยางที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เวียดนาม: ศูนย์กลางการผลิตแห่งใหม่ของโลก การขยายตลาดครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ภาคส่วนผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติกของเวียดนามกำลังเติบโตอย่างร้อนแรงถึง 24.9% ต่อปีในปี 2024 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตยางรถยนต์ที่เกินกว่า 30 ล้านเส้นต่อปี และกว่า 90% ถูกส่งออกไปตลาดโลก นอกจากนี้ เวียดนามยังเป็นผู้ส่งออกรองเท้าอันดับสองของโลก ด้วยมูลค่าการส่งออกสูงถึง 22,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และตลาดผลิตภัณฑ์ยางอุตสาหกรรมมูลค่า 188 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่คาดว่าจะเติบโตด้วยอัตราเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 4.02% จนถึงปี 2028 ขณะที่การผลิตยางรถยนต์คาดว่าจะพุ่งสูงถึง 52 ล้านเส้นภายในปี 2033 ทำให้ความต้องการน้ำมันกระบวนการคุณภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โอกาสทองจากยุทธศาสตร์การผลิตที่แข็งแกร่ง คุณเสกสรร ครองพาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด - [AMD เปิดตัวโปรเซสเซอร์ AMD EPYC Embedded 2005 Series มอบประสิทธิภาพประหยัดพลังงานในดีไซน์กะทัดรัด [PR]](https://www.manutalkthai.com/amd-epyc-embedded-2005-serie-pr/) - เมื่อเวิร์คโหลดงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI เข้ามาปฏิรูปความต้องการด้านประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานระบบฝังตัว (Embedded Systems) ตั้งแต่สวิตช์เครือข่าย เราเตอร์ และระบบควบคุม DPU ไปจนถึงการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์แบบ Cold Storage แอปพลิเคชั่นด้านการบินและอวกาศ และหุ่นยนต์ ทำให้ผู้ออกแบบระบบคอมพิวเตอร์ฝังตัวในปัจจุบัน จำเป็นต้องส่งมอบความหนาแน่นในการประมวลผลที่สูงขึ้น ประหยัดพลังงานมากขึ้น และอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ภายใต้ข้อจำกัดของขนาดอุปกรณ์และการใช้พลังงาน AMD ตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปนี้ผ่านการเปิดตัวโปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ Embedded 2005 Series โปรเซสเซอร์ที่มอบประสิทธิภาพการประมวลผลสูง ประหยัดพลังงาน พร้อมความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยขั้นสูง ในแพ็คเกจแบบ BGA (Ball Grid Array) ขนาดเล็ก สำหรับระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องการความเสถียรในการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ประสิทธิภาพการประมวลผลและการประหยัดพลังงานที่เหนือชั้น ในดีไซน์กะทัดรัด โปรเซสเซอร์ AMD EPYC Embedded 2005 มอบประสิทธิภาพต่อวัตต์และการรับส่งข้อมูล (I/O throughput) ที่เหนือระดับ ในแพ็คเกจ BGA ขนาดเพียง 40 มม. × - [ABB เปิดตัวสุดยอดนวัตกรรมตรวจวัดคุณภาพน้ำ: เซ็นเซอร์ AeroStar แม่นยำสูง และเครื่องส่งสัญญาณ AWT424 อเนกประสงค์](https://www.manutalkthai.com/abb-unveils-groundbreaking-water-quality-monitoring-innovations-the-high-precision-aerostar-sensor-and-the-versatile-awt424-transmitter/) - ABB ได้เปิดตัวสองนวัตกรรมสำคัญสำหรับระบบวิเคราะห์คุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง (CWA) นั่นคือตระกูลเซ็นเซอร์วัดออกซิเจนละลายน้ำ AeroStar และเครื่องส่งสัญญาณ AWT424 ซึ่งรวมกันเป็นโซลูชันดิจิทัลแบบครบวงจรที่กำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับความแม่นยำ ความน่าเชื่อถือ ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการเชื่อมต่อทางดิจิทัล AeroStar: วัดความแม่นยำระดับนาโน เซ็นเซอร์ AeroStar ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเซ็นเซอร์เคมีไฟฟ้าแบบดั้งเดิมที่ต้องเปลี่ยน สอบเทียบ และบำรุงรักษาบ่อยครั้ง ทำให้มั่นใจได้ว่าการวัดคุณภาพน้ำจะมีความเสถียรและแม่นยำสูงสุด แม้ในสภาพแวดล้อมทางอุตสาหกรรมที่ซับซ้อน ความแม่นยำเหนือระดับ: AeroStar ULTRA สามารถวัดออกซิเจนละลายน้ำได้ละเอียดถึง 4 ส่วนในพันล้านส่วน (ppb) AeroStar ULTRA TRACE สามารถวัดได้ต่ำกว่า 1 ส่วนในพันล้านส่วน (ppb) ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมที่แม้แต่ร่องรอยของออกซิเจนก็อาจทำให้เกิดการกัดกร่อนหรือกระทบต่อประสิทธิภาพได้ เช่น โรงไฟฟ้า โรงงานผลิตไอน้ำ เซมิคอนดักเตอร์ และอาหารและเครื่องดื่ม ลดภาระการบำรุงรักษา: เทคโนโลยีการดับแสงแบบเรืองแสง (luminescence quenching optical design) ขั้นสูง มอบความเสถียรและความแม่นยำสูง โดยมีอายุการใช้งานฝาครอบเซ็นเซอร์ยาวนานถึง สองปี ช่วยลดการบำรุงรักษาได้มากถึง 70% เมื่อเทียบกับอุปกรณ์แบบดั้งเดิม เซ็นเซอร์ AeroStar - [ชิปอัจฉริยะเพื่อ AI และกล้องวงจรปิด: Mouser วางจำหน่าย Advantech MIC-717-OX พร้อม NVIDIA Metropolis แล้ววันนี้](https://www.manutalkthai.com/smart-chips-for-ai-and-security-cameras-mouser-releases-the-advantech-mic-717-ox-with-nvidia-metropolis-today/) - Mouser Electronics, Inc. ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPI) และเซมิคอนดักเตอร์ ได้ประกาศวางจำหน่ายโซลูชันกล้องวงจรปิดแบบบันทึกภาพเครือข่ายอัจฉริยะ (AI NVR) รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Advantech นั่นคือ MIC-717-OX AI NVR Solution ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยี NVIDIA Metropolis ขุมพลัง AI ขนาดกะทัดรัด Advantech MIC-717-OX เป็นคอมพิวเตอร์แบบ Embedded Box Computer ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานด้าน AI โดยเฉพาะ หัวใจสำคัญคือโมดูล NVIDIA Jetson Orin NX ที่มอบประสิทธิภาพการประมวลผลสูงถึง 100 TOPS (Trillions of Operations Per Second) ดีไซน์: มีขนาดกะทัดรัด พร้อมการออกแบบระบายความร้อนแบบมีพัดลม การจัดเก็บข้อมูล: รองรับฮาร์ดดิสก์แบบ SATA ขนาด 3.5 นิ้ว 1 ตัว - [Infineon จากบริษัทที่แยกตัว (Spin-off) ออกมาจาก Siemens สู่ผู้นำตลาดระดับโลก](https://www.manutalkthai.com/infineon-a-spin-off-from-siemens-has-become-a-global-market-leader/) - Infineon ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของเยอรมนี ได้ผ่านการพัฒนาที่โดดเด่นนับตั้งแต่แยกตัวออกมาจาก Siemens โดยมีทั้งวิกฤตการณ์ การสร้างสถิติ และการปรับทัพเชิงกลยุทธ์ เราจะพาไปดูเหตุการณ์สำคัญที่น่าสนใจของบริษัทนี้ กำเนิด Infineon และการผจญภัยในตลาดหลักทรัพย์ ย้อนกลับไปในปี 1999 บริษัท Siemens ยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมได้ตัดสินใจแยกธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ทั้งหมดออกมาจัดตั้งเป็นบริษัทใหม่ในชื่อ Infineon เนื่องจากธุรกิจชิปเป็นวงจรที่ต้องใช้เงินทุนสูงและผันผวน การแยกตัวออกมาเป็นบริษัทอิสระที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จึงถูกมองว่าได้เปรียบกว่า ชื่อ Infineon มาจากการผสมคำภาษาอังกฤษและกรีกที่หมายถึง "นิรันดร์" และ "ยุคสมัย" (infinity และ aeon) ปี 2000: Infineon เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ท่ามกลางกระแสฮือฮา ราคาเสนอขายอยู่ที่ 35 ยูโร และราคาวันแรกพุ่งไปสูงถึงราว 70 ยูโร แต่ไม่นานก็ร่วงลงอย่างรวดเร็ว วิกฤตราคา: ในปี 2009 ราคาหุ้นเคยดิ่งลงไปต่ำสุดที่เพียง 0.44 ยูโร เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นซื้อขายอยู่ที่ระดับที่สูงกว่า 30 ยูโร อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน - [ซัมซุง จับมือ KBTG เปิดเวที “Samsung × KBTG Digital Fraud Cybersecurity Hackathon” ชิงรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท[PR]](https://www.manutalkthai.com/samsung-x-kbtg-in-hackathon-press-release/) - ซัมซุง ร่วมกับ KBTG เปิดรับสมัครโครงการ “Samsung × KBTG Digital Fraud Cybersecurity Hackathon” แล้วตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 11 มกราคม 2569 เวทีเฟ้นหานักพัฒนา สตาร์ทอัป นักศึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้จากทั่วประเทศ เพื่อร่วมสร้างโซลูชัน AI ที่ช่วยรับมือภัยคุกคามออนไลน์และแก้ปัญหา Digital Fraud ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อทั้งผู้บริโภคและธุรกิจในวงกว้าง ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกพัฒนาโซลูชันภายใน 4 แทร็กหลัก ได้แก่ AI สำหรับตรวจจับและป้องกันภัยโกงดิจิทัล, Digital Identity & Authentication เพื่อยกระดับระบบยืนยันตัวตนยุคใหม่, Cybersecurity สำหรับแพลตฟอร์มการเงินและอีคอมเมิร์ซ เพื่อเสริมความปลอดภัยให้ธุรกรรมออนไลน์ และ Digital Literacy & Awareness ที่มุ่งสร้างเครื่องมือและความรู้เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามดิจิทัลได้ดียิ่งขึ้น โดยทีมที่ทำผลงานโดดเด่นจะได้รับเงินทุนสนับสนุนมูลค่ารวม 250,000 บาท ได้แก่ รางวัลชนะเลิศมูลค่า 120,000 - [ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย ขึ้นแท่นอันดับ 8 องค์กรขนาดใหญ่ที่น่าทำงานที่สุด“Best Workplaces in Thailand 2025” [PR]](https://www.manutalkthai.com/schneider-electric-thailand-best-workplace-2025-pr/) - ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงาน รับรางวัลองค์กรขนาดใหญ่ที่น่าทำงานที่สุดในไทย “Best Workplaces™ in Thailand 2025” อันดับที่ 8 จาก 30 องค์กรชั้นนำ ด้วยคะแนนดัชนีความเชื่อมั่นจากพนักงาน 86% จัดอันดับโดย Great Place to Work® ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมองค์กรระดับโลก Great Place to Work® เป็นองค์กรระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมองค์กร ประสบการณ์ของพนักงาน และคุณลักษณะความเป็นผู้นำ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในฐานะผู้ประเมินและให้การรับรองสถานที่ทำงานยอดเยี่ยม โดยอ้างอิงจากข้อมูลและผลวิจัยที่ดำเนินการมานานกว่า 30 ปี มีเป้าหมายหลักเพื่อช่วยองค์กรสร้างวัฒนธรรมที่ยอดเยี่ยม ขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีขึ้น โดยให้การรับรองและจัดอันดับสถานที่ทำงานที่ดีที่สุด ผ่านกระบวนการสำรวจความคิดเห็นของพนักงานด้านความเชื่อมั่นต่อองค์กร (Trust Index™ Survey) และการประเมินวัฒนธรรมองค์กร (Culture Brief™) โดยมอบ Great Place to Work-Certified™ ซึ่งเป็นใบรับรองให้กับองค์กรที่ผ่านเกณฑ์ และยังจัดทำรายชื่อ Best Workplaces™ หรือ สถานที่ทำงานยอดเยี่ยม ในระดับประเทศ ภูมิภาค - [Rockwell Automation เปิดตัว "Elastic MES" แพลตฟอร์ม Cloud-Native เชื่อม OT/IT ให้การผลิตยืดหยุ่นและปรับขนาดได้ไร้ขีดจำกัด](https://www.manutalkthai.com/rockwell-automation-launches-elastic-mes-a-cloud-native-platform-connecting-ot-it/) - Rockwell Automation ยักษ์ใหญ่ด้านระบบอัตโนมัติ เปิดตัว Manufacturing Execution System (MES) โฉมใหม่ ภายใต้แนวคิด "Elastic MES" ด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Cloud-Native ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรวมเทคโนโลยีปฏิบัติการ (OT) และเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) เข้าด้วยกัน แพลตฟอร์มนี้มอบความสามารถที่ปรับเปลี่ยนและขยายขนาดได้ง่าย ช่วยลดอุปสรรคในการบูรณาการระบบ และเป็นรากฐานสำคัญสู่การดำเนินงานแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบในอนาคต ระบบ MES เดิม ๆ มักทำงานแยกส่วนกัน ทำให้การมองเห็นภาพรวมของการผลิตขาดความต่อเนื่อง Rockwell Automation จึงได้นำเสนอโซลูชัน Elastic MES ที่เข้ามาแก้ไขปัญหานี้ โดยเชื่อมโยงวงจรการผลิตทั้งหมดผ่านแพลตฟอร์มเดียว Elastic MES ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยผสานรวมซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และบริการต่างๆ เข้าด้วยกันในสภาพแวดล้อม OT/IT ที่เชื่อมโยงกัน ทำให้ผู้ผลิตสามารถติดตามวัสดุ การจัดการสินค้าคงคลัง ขั้นตอนการผลิต และการประสานงานเครื่องมือต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกแบบ Embedded Analytics ที่ขับเคลื่อนด้วย AI - ["AVEVA" ซิวรางวัลใหญ่! Microsoft Manufacturing Partner of the Year Award ประจำปี 2025 ชูเทคโนโลยี Azure และ AI พลิกโฉมอุตสาหกรรม](https://www.manutalkthai.com/aveva-microsoft-manufacturing-partner-of-the-year-award-2025/) - AVEVA ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม ประกาศคว้า "Microsoft Manufacturing Partner of the Year Award 2025" จาก Microsoft ตอกย้ำความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีคลาวด์ Azure, แพลตฟอร์ม Fabric และ AI เพื่อขับเคลื่อนประสิทธิภาพ ความยั่งยืน และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลให้กับโรงงานทั่วโลก AVEVA บริษัทซอฟต์แวร์อุตสาหกรรมระดับโลกที่มุ่งเน้นการพลิกโฉมองค์กรสู่ดิจิทัลและความยั่งยืน ได้ประกาศข่าวดีว่า บริษัทได้รับเลือกให้เป็นผู้ชนะ "รางวัล Microsoft Manufacturing Partner of the Year Award ประจำปี 2025" โดยคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้มาจากบรรดาคู่ค้าของ Microsoft ทั่วโลก ความร่วมมือระหว่าง AVEVA และ Microsoft มุ่งเน้นการมอบเครื่องมือข้อมูลแบบเรียลไทม์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ให้แก่ทีมปฏิบัติการในโรงงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งในด้านการผลิต การจัดการห่วงโซ่อุปทาน และการสร้างความผูกพันกับลูกค้า โซลูชันหลัก ๆ เช่น แพลตฟอร์มข่าวกรองอุตสาหกรรม "CONNECT" ของ - [การ์ทเนอร์คาดการณ์ภายในปี 2569 จะมีรถยนต์ไฟฟ้าถึง 116 ล้านคันโลดแล่นบนถนน [PR]](https://www.manutalkthai.com/gartner-automotive-forecast-2026-pr/) - การ์ทเนอร์ อิงค์ บริษัทชั้นนำด้านข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจและเทคโนโลยี คาดการณ์ว่าในปี 2569 ว่าจะมีรถยนต์ไฟฟ้า (EVs) 116 ล้านคัน ซึ่งประกอบด้วยรถยนต์ รถบัส รถตู้ และรถบรรทุกหนักวิ่งอยู่บนถนนทั่วโลก ความเห็นผู้เชี่ยวชาญ: Jonathan Davenport ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์การ์ทเนอร์กล่าวว่า "แม้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศใช้อัตราภาษีศุลกากรสำหรับการนำเข้ารถยนต์ และหลายรัฐบาลในประเทศต่าง ๆ ยกเลิกเงินอุดหนุนและสิ่งจูงใจเพื่อการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า แต่คาดว่าในปี 2569 จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าบนท้องถนนจะยังเพิ่มขึ้นถึง 30% และในปีหน้านี้ จีนจะยังเป็นผู้นำตลาด คิดเป็น 61% ของปริมาณรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด และรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากลูกค้าให้ความสำคัญกับความมั่นใจที่มีเครื่องยนต์เบนซินสำรองไว้ใช้ในยามที่ต้องการ" คาดว่ารถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ (BEV) จะยังมีจำนวนเกินครึ่งของจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด แต่ก็ยังมีลูกค้าที่เลือกรถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากขึ้น ปริมาณรถยนต์ไฟฟ้าแบ่งตามประเภทรถยนต์ ทั่วโลก ระหว่างปี 2568-2569 (หน่วยตามจริง) รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ในปี 2568 มีจำนวนทั้งหมดอยู่ที่ 59,480,370 คัน - [Marelli เปิดตัวเทคโนโลยีการจัดการพลังงานอัจฉริยะสำหรับยานยนต์ไฮบริดและไฟฟ้า](https://www.manutalkthai.com/marelli-unveils-intelligent-energy-management-technology-for-hybrid-and-electric-vehicles-pr/) - Marelli ผู้จัดหาเทคโนโลยีการสัญจรระดับโลกในภาคยานยนต์ เปิดเผยวิธีการใหม่ในการจัดการพลังงานอัจฉริยะ (Intelligent Energy Management) สำหรับรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า ในงาน CTI Europe 2025 ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ระบบนี้เป็นแบบมอดูล และใช้ซอฟต์แวร์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ สามารถผสานรวมเข้ากับชุดควบคุมยานพาหนะและควบคุมโซน และส่วนประกอบทางความร้อน วิธีการนี้จะทำให้การประสานงานร่วมกันในภาคพลังงานหลักของรถยนต์ทั้งสามส่วน คือ ความร้อน ระบบขับเคลื่อน และระบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นไปอย่างไร้รอยต่อ แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในรถยนต์แบบองค์รวมนี้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในทุกระบบของรถยนต์ ช่วยให้ระยะการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานขึ้น การชาร์จที่รวดเร็ว และอายุการใช้งานยาวนานขึ้น ขณะเดียวกันก็รักษาความสะดวกสบายในห้องโดยสารและความเชื่อถือได้ในการใช้งาน ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะใหม่ของ Marelli มุ่งไปที่การพัฒนาวิธีการทั้งในระบบขับเคลื่อนไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงเทคโนโลยียานยนต์ที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์ (SDV) ระบบนี้มีการผสานรวมวิธีการด้านแฝดดิจิทัล (digital twin) ขั้นสูง และกลยุทธ์ซอฟต์แวร์ที่เป็นนวัตกรรม จึงช่วยลดเวลาและต้นทุนในการพัฒนาอย่างมาก ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดรูปแบบการทำงานร่วมกันที่ให้ความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นต่อลูกค้า ในส่วนของภาคความร้อน ระบบจะคอยจัดการและปรับการไหลของความร้อนให้เหมาะสมที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมกระบวนการทำความร้อนและความเย็นภายในรถยนต์ได้อย่างละเอียดแม่นยำ อัลกอริทึมซอฟต์แวร์แบบแยกส่วนช่วยจัดการระบบความร้อนที่ซับซ้อนได้อย่างชาญฉลาด ควบคุมอุณหภูมิเพื่อทำให้สมรรถนะโดยรวมมีความเหมาะสมที่สุด และยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ กลยุทธ์ขั้นสูงเหล่านี้ช่วยลดการสูญเสียพลังงานและส่งเสริมการนำพลังงานความร้อนส่วนเกินกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิผล ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานลดลง และเพิ่มความยั่งยืน สำหรับการขับเคลื่อนแบบไฟฟ้า/ไฮบริด ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะจะเฝ้าตรวจสอบและปรับการจ่ายพลังงานอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับการส่งจ่ายพลังงานให้เหมาะสมที่สุด วิธีนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแบตเตอรี่และสมรรถนะของรถยนต์ได้สูงสุด - [Tata Group จับมือ Intel ลงนาม MoU ปั้นอินเดียเป็นศูนย์กลางผลิต Semiconductor และ AI PC](https://www.manutalkthai.com/tata-group-and-intel-sign-mou-to-transform-india-into-a-manufacturing-hub-for-semiconductors-and-ai-pcs/) - การลงนามความร่วมมือ (MoU) ระหว่าง Tata Group และ Intel ไม่ใช่เพียงแค่การขยายธุรกิจ แต่เป็นการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งถูกมองว่าเป็นการพลิกโฉมภูมิทัศน์การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของอินเดีย และเป็นความพยายามร่วมกันเพื่อสร้างความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ความร่วมมือดังกล่าว ซึ่งครอบคลุมถึงการผลิต การประกอบ และการบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ของ Intel ณ โรงงาน Fab และ OSAT แห่งใหม่ของ Tata Electronics นั้น เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของอินเดียในการเป็นฐานการผลิตชิปที่ "ยืดหยุ่นทางภูมิศาสตร์" (Geo-resilient) ตามนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมไฮเทคของรัฐบาล นักวิเคราะห์มองว่า Intel นำพาเทคโนโลยีและมาตรฐานการผลิตระดับโลกเข้ามา ขณะที่ Tata Group นำเสนอความได้เปรียบด้านการเข้าถึงตลาดที่กว้างขวาง และความเชี่ยวชาญด้านบริการการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ (EMS) ผ่าน Tata Electronics การผสานจุดแข็งนี้จะช่วยให้อินเดียสามารถก้าวข้ามจากการเป็นผู้บริโภครายใหญ่ สู่การเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญในซัพพลายเชนโลก นอกจากการผลิตชิป การมุ่งเน้นที่การขยายตลาด AI PC ในอินเดีย ถือเป็นการเดิมพันเชิงรุกของทั้งสองบริษัท อินเดียถูกคาดการณ์ว่าจะติดอันดับ 5 ตลาด PC ชั้นนำของโลกภายในปี พ.ศ. - [ABB กลับสู่สมรภูมิพลังงานแสงอาทิตย์ หลังทุ่มซื้อ "Gamesa Electric" รุกตลาดโซลาร์-แบตเตอรี่ทั่วโลก](https://www.manutalkthai.com/abb-acquires-gamesa-electric-to-expand-into-the-global-solar-and-battery-market/) - ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้าจากสวิตเซอร์แลนด์ ABB ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gamesa Electric ผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์สำหรับแผงโซลาร์เซลล์ (Solar PV Inverter) และระบบแปลงพลังงาน (PCS) สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) โดยไม่มีการเปิดเผยจำนวนเงินในการซื้อขายครั้งนี้ การเข้าซื้อครั้งนี้ ครอบคลุมพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์สำคัญของ Gamesa Electric ที่เคยอยู่ภายใต้บริษัทแม่ Siemens Gamesa ได้แก่ อินเวอร์เตอร์สำหรับโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่, PCS สำหรับ BESS ในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงคอนเวอร์เตอร์สำหรับกังหันลม นอกจากนี้ ABB ยังได้ครอบครองทรัพยากรหลักในตลาดสำคัญอย่าง อินเดีย, จีน, สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย พร้อมด้วยโรงงานผลิตคอนเวอร์เตอร์ 2 แห่งในเมืองมาดริดและบาเลนเซีย ประเทศสเปน ABB ชี้ว่าการซื้อกิจการครั้งนี้เป็นการตอบสนองต่อการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก โดยเฉพาะบทบาทสำคัญของพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมในอนาคต ทำให้กำลังการผลิตรวมของคอนเวอร์เตอร์สำหรับกังหันลมที่ ABB ให้บริการอยู่ เพิ่มขึ้นทันทีกว่า 46 GW การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ ABB หลังจากที่เคยขายธุรกิจโซลาร์อินเวอร์เตอร์ให้กับ FIMER บริษัทจากอิตาลีไปเมื่อปี 2563 เพื่อไปเน้นย้ำในส่วนงานอื่น - [แสนสิริ ปฏิวัติวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยด้วย Generative AI บน AWS [PR]](https://www.manutalkthai.com/sansiri-generative-ai-revolution-on-aws-pr/) - อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (Amazon Web Services หรือ AWS) ประกาศความสำเร็จในการร่วมมือกับบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย ในการปรับเปลี่ยนกระบวนการซื้อและเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย ด้วยการใช้ Generative AI บนระบบคลาวด์ของ AWS การนำร่องใช้ Generative AI ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ครั้งแรกของประเทศไทยนี้ ช่วยให้แสนสิริสามารถตอบสนองลูกค้าได้เร็วขึ้น 30% เพิ่มคะแนนความพึงพอใจของลูกค้าขึ้น 25% และทำให้การทำธุรกรรมนับพันรายการมีความคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งเป็นการยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยสำหรับครอบครัวไทย คุณกวิน มโนมัยอุดม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “AWS ช่วยให้เราสามารถสร้างนิยามใหม่ในการซื้อและเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในประเทศไทย Generative AI ช่วยให้เราสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลได้ดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ยังมอบเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพให้แก่พนักงานของเราในการร่วมสร้างอนาคตของสังคมไทย การใช้ระบบคลาวด์ในครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยให้ดียิ่งขึ้น” ท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าสูงและมีบทบาทสำคัญในการสร้างการเติบโตให้แก่ประเทศไทย แสนสิริได้นำ AWS มาใช้ในการยกระดับการให้บริการแก่พนักงานกว่า 3,000 คน และลูกค้าในโครงการอสังหาริมทรัพย์มากกว่า - [Microchip ลดพลังงานที่ต้องใช้ในการวัดปริมาณพลังงานที่อุปกรณ์พกพาใช้ลงได้ครึ่งหนึ่ง [PR]](https://www.manutalkthai.com/microchip-pac1711-and-pac1811-pr/) - อุปกรณ์ที่ใช้แบตเตอรี่และการใช้งานที่มีข้อจำกัดด้านพลังงานต้องมีการติดตามและตรวจสอบการใช้พลังงานโดยไม่สิ้นเปลืองพลังงานในกระบวนการ เพื่อจัดการกับความท้าทายนี้ Microchip Technology (Nasdaq: MCHP) ในวันนี้จึงได้ประกาศเปิดตัวอุปกรณ์ตรวจสอบพลังงานแบบดิจิทัล 2 รุ่น โดยใช้พลังงานเพียงครึ่งเดียวของอุปกรณ์รุ่นที่เทียบเคียงกัน โดยพิจารณาจากสภาวะการทำงานทั่วไปที่ 1024 ตัวอย่างต่อวินาที อุปกรณ์ตรวจสอบพลังงาน PAC1711 และ PAC1811 สามารถบรรลุเป้าหมายด้านประสิทธิภาพนี้ได้ ทั้งยังส่งการแจ้งเตือนระบบแบบเรียลไทม์สำหรับเหตุการณ์พลังงานเกินขีดจำกัด และฟังก์ชันการแจ้งเตือนขั้นตอนที่รอการจดสิทธิบัตรสำหรับการระบุความแปรผันในค่าเฉลี่ยระยะยาวอีกด้วย อุปกรณ์ตรวจสอบ PAC1711 แบบช่องสัญญาณเดียว 12 บิต 42V และ PAC1811 แบบ 16 บิต บรรจุอยู่ในแพ็กเกจ Very Thin Dual Flat, No-Lead (VDFN) แบบ 8 และ 10 พิน ตามลำดับ ซึ่งเข้ากันได้กับแพ็กเกจ Small Outline Transistor (SOT23)-8 ยอดนิยมทั้งแบบพินและแบบฟุตพริ้นท์ ความเข้ากันได้นี้ช่วยลดความยุ่งยากในการหาแหล่งจัดหาอุปกรณ์ที่สองสำหรับนักพัฒนา ขณะเดียวกันก็ปรับปรุงการอัปเกรดและการผสานรวมเข้ากับระบบที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น “จนถึงขณะนี้ อุปกรณ์พกพาและการใช้งานหลากหลายประเภทที่จำกัดพลังงานจำเป็นต้องใช้พลังงานที่มีค่าจำนวนมากเพื่อวัดปริมาณการใช้พลังงาน” คีธ - [Continental Electronics ทุ่มหนัก เปิดโรงงานไฮเทคใหม่ที่เท็กซัส ปักธงผู้นำเทคโนโลยี RF/ไมโครเวฟระดับโลก](https://www.manutalkthai.com/continental-electronics-invests-heavily-in-opening-new-high-tech-factory-in-texas/) - Continental Electronics Corporation (CEC) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ OSI Systems และผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีคลื่นวิทยุ (RF) และไมโครเวฟสำหรับภารกิจสำคัญ ได้ประกาศการขยายฐานการผลิตในสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ ด้วยการเปิดตัวโรงงานแห่งใหม่ที่ทันสมัยที่สุดในเมืองริชาร์ดสัน รัฐเท็กซัส การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำการเติบโตอย่างต่อเนื่องและความมุ่งมั่นระยะยาวของบริษัทในการเป็นเลิศด้านการผลิตขั้นสูงในเขตอเมริกาเหนือ CEC ซึ่งดำเนินงานในพื้นที่ดัลลัสมานานกว่า 79 ปี เพื่อสนับสนุนลูกค้าทั้งภาครัฐ กลาโหม วิทยาศาสตร์ และเชิงพาณิชย์ทั่วโลก การเปิดโรงงานใหม่ในริชาร์ดสันนี้จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และวางตำแหน่งให้บริษัทสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมระบบ RF ส่วนประกอบที่เชื่อถือได้สูง และเทคโนโลยีแห่งอนาคตในระยะยาว การย้ายฐานครั้งนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศของ CEC ในสองด้าน: ความมุ่งมั่นในการตอบสนองความต้องการที่สำคัญของลูกค้า เพื่อให้ CEC ยังคงเป็นซัพพลายเออร์ที่พวกเขาไว้วางใจ ความมุ่งมั่นในการจัดหาสถานที่ปฏิบัติงานชั้นนำในอุตสาหกรรมให้กับบุคลากรของ CEC ซึ่งจะช่วยส่งเสริมทั้งพนักงานที่มีประสบการณ์และดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถรุ่นใหม่ CEC เลือกเมืองริชาร์ดสันหลังจากการประเมินพื้นที่อย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว โดยเมืองริชาร์ดสันได้แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนและความร่วมมือที่ยอดเยี่ยม ทำให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น และรับประกันการลงทุนที่แข็งแกร่งในภูมิภาคนี้ในอนาคต ด้วยการขยายตัวในครั้งนี้ CEC จะสามารถ: เพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิตและวิศวกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการทั้งในประเทศและทั่วโลกสำหรับระบบ RF, ไมโครเวฟ และระบบภารกิจสำคัญขั้นสูงที่เพิ่มขึ้น เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างทีมวิศวกรรม, วิจัยและพัฒนา (R&D) - [Siemens จับมือ Capgemini ขยายความร่วมมือ ผสาน AI ขับเคลื่อนวิศวกรรมการผลิต มุ่งสู่โรงงานสีเขียว](https://www.manutalkthai.com/siemens-and-capgemini-expand-collaboration-integrating-ai-to-drive-manufacturing-engineering-towards-a-green-factory/) - Siemens ยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมดิจิทัล และ Capgemini ผู้นำด้านบริการให้คำปรึกษาและเทคโนโลยีดิจิทัล ได้ประกาศขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อร่วมกันพัฒนาโซลูชันดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI-native) โดยเฉพาะสำหรับงานวิศวกรรมผลิตภัณฑ์ การผลิต และการดำเนินงาน การผนึกกำลังครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 โดยผสานความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ความร่วมมือครั้งใหม่นี้จะมุ่งเน้นใน 16 ด้านของความสามารถหลัก โดยมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ระยะเวลาในการออกสู่ตลาด (Time-to-Market) คุณภาพของผลิตภัณฑ์ และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม โดยเป็นการรวมพอร์ตโฟลิโอซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม ระบบอัตโนมัติ การใช้พลังงานไฟฟ้า และความยั่งยืนของ Siemens เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและอุตสาหกรรมที่ลึกซึ้งของ Capgemini Cedrik Neike ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายอุตสาหกรรมดิจิทัลของ Siemens เปรียบเทียบความร่วมมือครั้งนี้ว่า “สำหรับลูกค้าของเรา Capgemini เปรียบเสมือนเข็มทิศ... ส่วน Siemens คือเครื่องยนต์ขับเคลื่อน” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเสริมพลังกันระหว่างกลยุทธ์ทางธุรกิจและเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติ ด้าน Aiman Ezzat ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Capgemini กล่าวว่า "เป้าหมายคือการช่วยให้ลูกค้าตระหนักถึงผลกระทบทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรม และกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับประสิทธิภาพการดำเนินงาน" หนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จของการเป็นพันธมิตรนี้ คือการที่ทั้งสองบริษัทกำลังให้การสนับสนุนบริษัท Airbus ในโครงการลดการใช้พลังงานลงถึง 20% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประเภท - [ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณากำหนดเกณฑ์รายได้ต่างประเทศ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐขณะที่เงินบาทแข็งค่าขึ้น 7% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ [PR]](https://www.manutalkthai.com/bank-of-thailand-eyes-usd-10-millions-income-pr/) - ธนาคารกลางแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังเตรียมมาตรการเพื่อบรรเทาแรงกดดันต่อค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้น 7% เทียบกับดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ ทำให้เป็นสกุลเงินที่ทำผลงานดีที่สุดเป็นอันดับสองในเอเชีย ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ให้คำแนะนำต่อกระทรวงการคลังให้พิจารณาปรับเพิ่มเกณฑ์รายได้จากต่างประเทศที่ผู้ประกอบการสามารถเก็บไว้ในต่างประเทศได้ โดยไม่ต้องนำเงินตราต่างประเทศ (โดยเฉพาะดอลลาร์สหรัฐ) กลับเข้ามาในประเทศทันที โดยคาดว่าจะเริ่มใช้มาตรการนี้ในเดือนนี้ เกณฑ์ที่สูงขึ้นนี้มีเป้าหมายเพื่อให้บริษัทต่าง ๆ มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการจัดการรายได้จากต่างประเทศ พร้อมกับลดปริมาณเงินตราต่างประเทศที่ถูกนำเข้ามาในประเทศ ช่วยบรรเทาแรงกดดันต่อค่าเงินบาท Samuel Hertz หัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ EBC Financial Group (“EBC”) กล่าวว่า “ขนาดของการปรับเพิ่มครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างชัดเจนในการลดปริมาณเงินตราต่างประเทศที่ไหลเข้าสู่ประเทศ และเพิ่มความยืดหยุ่นมากขึ้นแก่บริษัทในการจัดการสภาพคล่อง การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความกังวลของผู้กำหนดนโยบายว่า การแข็งค่าของเงินบาทอย่างรวดเร็วอาจกัดกร่อนความสามารถในการแข่งขันของภาคส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย” มาตรการกำกับดูแลธุรกรรมทองคำที่เข้มงวด บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบควบคู่ไปกับมาตรการกำหนดรายได้จากต่างประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย กำลังเพิ่มความเข้มงวดการตรวจสอบกระแสเงินตราต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับทองคำ สถาบันการเงินได้รับคำสั่งให้ใช้มาตรการตรวจสอบความเหมาะสมอย่างเข้มงวดก่อนดำเนินการธุรกรรม ขณะที่ผู้ค้าทองคำรายใหญ่บางรายอาจต้องรายงานข้อมูลธุรกรรมอย่างละเอียด เพื่อให้สามารถติดตามและประเมินผลกระทบต่อค่าเงินบาทได้อย่างมีประสิทธิภาพ Hertz กล่าวว่า “การติดตามกระแสทองคำมีความสำคัญเพิ่มขึ้น เนื่องจากบทบาทของทองคำในการเคลื่อนไหวของค่าเงินเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อราคาทองคำโลกพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการขายดอลลาร์และกิจกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้น ความชัดเจนในการกำกับดูแลมากขึ้นจะช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายประเมินขนาดและช่วงเวลาของแรงกดดันต่อค่าเงินได้แม่นยำยิ่งขึ้น มาตรการที่เพิ่มความโปร่งใสเกี่ยวกับพฤติกรรมธุรกรรมมักสนับสนุนสภาพตลาดที่สงบขึ้น โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนและสถาบันที่ติดตามแนวโน้มสภาพคล่อง” ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นประมาณ 1% ส่วนใหญ่เกิดจากดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า การขายเงินตราต่างประเทศของผู้ส่งออก การไหลเข้าของพันธบัตร และการซื้อขายที่เกี่ยวข้องกับราคาทองคำโลกที่พุ่งขึ้นมากกว่า - [Zendesk จับมือ Microsoft เพื่อให้ลูกค้า SME เข้าถึง Agent 365 ปฏิวัติงานบริการด้วย AI ไร้รอยต่อ](https://www.manutalkthai.com/zendesk-partners-with-microsoft-to-bring-agent-365-to-sme-customers/) - Zendesk ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ด้านประสบการณ์ลูกค้า ได้ประกาศขยายความร่วมมือครั้งสำคัญกับ Microsoft เพื่อยกระดับงานบริการสำหรับพนักงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (SME) การผนึกกำลังครั้งนี้เป็นการผสานความสามารถของผลิตภัณฑ์ Microsoft 365 เข้ากับแพลตฟอร์มของ Zendesk ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงคุณสมบัติ Agent 365 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอัจฉริยะ และในทางกลับกัน Microsoft ก็ได้ติดตั้ง Zendesk Agent ภายใน Microsoft 365 Copilot เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงเครื่องมือที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานและการจัดการเวิร์กโฟลว์ได้อย่างราบรื่น Craig Flower ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศ (CIO) ของ Zendesk กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับบริษัท ที่จะช่วยเสริมศักยภาพในการมอบประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือกว่า การผนวกรวมกับ Agent 365 และ Microsoft 365 Copilot ไม่เพียงแต่จะตอกย้ำจุดยืนของ Zendesk ในฐานะผู้นำด้านระบบอัตโนมัติด้วย AI ระดับองค์กร แต่ยังทำให้บริษัทยังคงอยู่ในแถวหน้าของภูมิทัศน์ของพนักงานดิจิทัลที่กำลังพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง ด้วยการสนับสนุนทั้งความสามารถในการช่วยเหลือแบบอัตโนมัติและแบบคล่องตัว ทำให้ลูกค้าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และท้ายที่สุดก็มอบประสบการณ์สำหรับพนักงานที่เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพมากขึ้นภายในสภาพแวดล้อมของ Microsoft 365 ความร่วมมือนี้มุ่งเน้นการยกระดับประสบการณ์งานบริการสำหรับธุรกิจขนาดเล็กอย่างชัดเจน โดย - [GPSC ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานสะอาดผ่านความร่วมมือกับ Polytechnology–Huawei Digital Power เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน [PR]](https://www.manutalkthai.com/gpsc-mou-with-huawei-digital-power-pr/) - บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ผ่านบริษัทในเครืออย่าง บริษัท ผลิตไฟฟ้าและพลังงานร่วมจำกัด (CHPP) ในฐานะพันธมิตรด้านพลังงานสะอาดที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมเพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืนของกลุ่ม GPSC เดินหน้าขยายการเติบโตอย่างยั่งยืนและการพัฒนานวัตกรรมพลังงานสะอาด ด้วยความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บริษัท โพลีเทคโนโลยี จำกัด ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Huawei Digital Power และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ นาย เรืองพงษ์ เรืองหิรัญ ผู้จัดการทั่วไป ของ CHPP ได้ร่วมลงนามความร่วมมือกับ นางสาว อลิศา ทิพย์สุวรรณ รองประธานกรรมการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท โพลีเทคโนโลยี จำกัด และนายแจ็ค เจิ้นกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพลังงานดิจิทัล (Digital Power) บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด เพื่อขับเคลื่อนการนำโซลูชันพลังงานหมุนเวียนขั้นสูงมาใช้ - [ซัมซุง ผนึก สอศ. เสริมความแกร่งอาชีวะไทย ร่วมพัฒนาทักษะช่างระบบทำความเย็นและปรับอากาศ ยกระดับฝีมือแรงงานสู่มาตรฐานอุตสาหกรรมระดับโลก [PR]](https://www.manutalkthai.com/samsung-x-ovec-in-engineering-education-pr/) - บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนและยกระดับทักษะบุคลากรอาชีวศึกษาไทยในสาขาระบบทำความเย็นและปรับอากาศ มุ่งสร้างกำลังคนคุณภาพที่มีทักษะตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่ พร้อมส่งเสริมความเข้มแข็งของระบบอาชีวศึกษาไทยให้สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน พิธีลงนามจัดขึ้น ณ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยมี นางสาวอภิรดี พหลเวชช์ ผู้อำนวยการกลุ่มสินค้าเครื่องปรับอากาศ และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านกลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด และ นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง เพื่อร่วมกันวางแนวทางการพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์วิชาชีพของครู บุคลากร และนักเรียนอาชีวศึกษาไทยทั่วประเทศ นางสาวอภิรดี พหลเวชช์ ผู้อำนวยการกลุ่มสินค้าเครื่องปรับอากาศ และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านกลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้อยู่ภายใต้โครงการ Love&Care ของซัมซุง มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม ด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อม และพัฒนาชุมชนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ภายใต้พันธกิจ ‘Together for Tomorrow | - [ถอดบทเรียน 15 สิ่งสำคัญ ที่ทุกองค์กรต้องปรับตัว เพื่ออยู่รอดก่อนถูกโจมตีทางไซเบอร์ [PR]](https://www.manutalkthai.com/true-corp-15-important-things-for-every-enterprise-to-survive-from-cyber-security-pr/) - การโจมตีทางไซเบอร์ในปัจจุบันนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้กับทุกองค์กร ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก องค์กรจึงไม่ควรหยุดอยู่แค่การ “ป้องกันไม่ให้ถูกโจมตี” เท่านั้น แต่ต้องเร่งปรับตัวทั้งมุมมอง กระบวนการ และเครื่องมือ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเมื่อเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นจริง แล้วองค์กรจะเริ่มตรงไหนดี และสามารถเรียนรู้อะไรได้บ้างจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นแล้ว ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป โดยคุณฐิติรัตน์ ศิริพัฒนาเลิศ หัวหน้าสายงานด้านไซเบอร์ ซิเคียวริตี้ ได้แบ่งปันมุมมองที่เป็นประสบการณ์จากเหตุการณ์ภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้นจริง พร้อมสรุปเป็นบทเรียนและแนวทางเสริมสร้าง “ภูมิต้านทานทางไซเบอร์ (Cyber Resilience)” ที่ทุกองค์กรควรนำไปปรับใช้ในการรับมือกับภัยคุกคามในปัจจุบันได้อย่างเป็นรูปธรรม 1. ภัยไซเบอร์เกิดขึ้นถี่และเร็วเกินกว่าจะ “รอให้ปัญหาเกิดก่อนค่อยแก้” ทั่วโลกมีการโจมตีทางไซเบอร์ทุก ๆ 39 วินาที และใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 62 นาที ตั้งแต่เริ่มต้นจนเจาะระบบสำเร็จ ซึ่งสะท้อนอย่างชัดเจนว่า หัวใจสำคัญขององค์กรต้องมีระบบตรวจจับและตอบสนองแบบเรียลไทม์ ไม่ใช่รอให้เหตุเกิดก่อนค่อยแก้ไข 2. ตรวจจับ–วิเคราะห์–หยุดภัย ให้จบภายใน 1 ชั่วโมง การรับมือกับภัยไซเบอร์ที่มีประสิทธิภาพ ต้องกำหนดเป้าหมายด้านเวลาในการหยุดกัยที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันความเสียหาย ตรวจจับให้ได้ภายใน 1 นาที วิเคราะห์สาเหตุ ความรุนแรง และกำหนดวิธีการแก้ไขสถานการณ์ภายใน 10 นาที - [อินแกรม ไมโคร จัดงานยิ่งใหญ่แห่งปีด้าน AI ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำในอุตสาหกรรมไอที ภายใต้แนวคิด The Ultimate AI Stack :Empowering Enterprise Platforms with AI Innovation Engine [PR]](https://www.manutalkthai.com/ingram-micro-ai-the-ultimate-stack-empowering-enterprise-platform-with-ai-innovation-engine-pr/) - อินแกรม ไมโคร ประเทศไทย จับมือพันธมิตร ชั้นนำด้านไอทีระดับโลก จัดงานแสดงโซลูชันและสัมมนาด้าน AI ครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ในหัวข้อ The Ultimate AI Stack : Empowering Enterprise Platforms with AI Innovation Engine การขับเคลื่อนแพลตฟอร์องค์กรด้วยนวัตกรรม AI ที่รวบรวมระบบนิเวศด้าน AI อย่างครบวงจร ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงคลาวด์ เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ เชื่อมต่อ และขับเคลื่อนนวัตกรรม AI สำหรับองค์กรของไทย นายพรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อมีการนำ AI มาใช้อย่างรวดเร็วในทุกอุตสาหกรรมของไทย องค์กรต่างๆ ต้องการโซลูชันที่มีประสิทธิภาพและสามารถปรับขยายได้ เพื่อให้ได้รับศักยภาพสูงสุดของ AI บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำด้านระบบนิเวศเทคโนโลยีสารสนเทศระดับโลก ได้จัดงานแสดงโซลูชันและสัมมนาด้าน AI - [แอลจี ประกาศโครงสร้างองค์กรใหม่ประจำปี 2026 แต่งตั้ง “รยู แจชอล” ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ [PR]](https://www.manutalkthai.com/lg-2026-organizational-changes-pr/) - กรุงโซล, 28 พฤศจิกายน 2568– บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด (แอลจี) ประกาศแต่งตั้ง นายรยู แจชอล ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO)่ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป โดยนายรยูประสบความสำเร็จในการนำกลุ่มธุรกิจโซลูชันเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Home Appliance Solution – HS) ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการขยายธุรกิจโซลูชันสำหรับองค์กร (B2B) การพัฒนาโมเดลธุรกิจบอกรับสมาชิก (Subscription) และธุรกิจที่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง (D2C) รวมถึงการรักษาความเป็นผู้นำด้านการแข่งขันโดยอาศัยจุดแข็งหลักของแอลจีในธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ในบทบาทของซีอีโอคนใหม่ นายรยูจะมุ่งเน้นผลักดัน “ดีเอ็นเอความเป็นผู้นำด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านของแอลจี” ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของการส่งมอบประสบการณ์และคุณค่าที่แตกต่างให้แก่ลูกค้า ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร พร้อมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของบริษัทให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น นายรยูเริ่มร่วมงานกับบริษัทโกลด์สตาร์ (ปัจจุบันคือ แอลจี อีเลคทรอนิคส์) ตั้งแต่ปี 2532 ในฐานะนักวิจัยของ Home Appliance Research Center โดยใช้เวลามากกว่าครึ่งหนึ่งของเส้นทางอาชีพในสายงานวิจัยและพัฒนา (R&D) ด้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้มีความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของแนวคิดการบริหารของเขา - [เต็ดตรา แพ้ค เปิดตัวศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งใหม่ ในประเทศฝรั่งเศส เพิ่มศักยภาพการผลิตให้กับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มประเภทผง [PR]](https://www.manutalkthai.com/tetra-pak-opening-new-facility-in-france-pr/) - กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 1 ธันวาคม 2568 – เต็ดตรา แพ้ค ประกาศเปิด ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development Centre) หรือ ศูนย์ PDC สำหรับเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์ประเภทผงแห่งใหม่ ในเมืองโชเลต์ ประเทศฝรั่งเศส โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งการพัฒนานวัตกรรมและยกระดับการปรับแต่งกระบวนการผลิตสำหรับผลิตภัณฑ์สูตรผง ศูนย์ PDC แห่งใหม่นี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 340 ตารางเมตร ประกอบด้วยโรงงานนำร่อง ที่ติดตั้งเครื่องจักรครบวงจร พร้อมไลน์การผลิตแบบโมดูลาร์และเทคโนโลยีจัดการผลิตภัณฑ์ผงรุ่นล่าสุด อีกทั้งยังมีห้องปฏิบัติการทดสอบเฉพาะทางสำหรับตรวจสอบคุณภาพ มาตรฐาน และการปรับแต่งกระบวนการผลิต ด้วยความพร้อมของศูนย์แห่งนี้จึงช่วยให้ผู้ผลิตสามารถ ทดสอบและยืนยันสูตรผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต ก่อนนำไปใช้จริงในระดับอุตสาหกรรม ลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดที่มีต้นทุนสูง และยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ ลดต้นทุนการวิจัยและการสูญเสียของผลิตภัณฑ์ เพิ่มผลผลิต และเร่งเวลาออกสู่ตลาด ทดสอบส่วนผสมที่มีความไวต่อสภาพแวดล้อมหรือมีมูลค่าสูงภายใต้เงื่อนไขที่ใกล้เคียงการผลิตจริง เพื่อลดของเสียและป้องกันการหยุดผลิตของเครื่องจักรที่อาจมีค่าใช้จ่ายสูง บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนด้วยกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ศูนย์ PDC แห่งนี้ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์วัตถุดิบ การพัฒนาสูตร การจำลองการผลิตต้นแบบ ไปจนถึงการปรับขยายกำลังการผลิตเชิงอุตสาหกรรม รองรับผู้ผลิตตลอดเส้นทางนวัตกรรม จากไอเดียต้นแบบสู่สินค้าบนชั้นวางสินค้า โดยห้องปฏิบัติการยังมีฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ผงตัวอย่างกว่า 6,000 รายการ - [AIoT ตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมการผลิตและการพลังงาน](https://www.manutalkthai.com/aiot-a-driver-of-transformation-in-manufacturing-and-energy-industries/) - AIoT เป็นการหลอมรวมกันระหว่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (IoT) กำลังเพิ่มประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการตัดสินใจ ให้กับอุตสาหกรรมการผลิตและบริษัทพลังงานทั่วโลก ตามการเปิดเผยของ SAS ผู้นำระดับโลกด้านข้อมูล และ AI งานวิจัยที่ดำเนินการโดย IDC InfoBrief ในหัวข้อ “How AIoT Is Reshaping Industrial Efficiency, Security, and Decision-Making” ซึ่งสนับสนุนโดย SAS เป็นการอ้างอิงจากการสำรวจผู้บริหารในอุตสาหกรรมการผลิตและการพลังงานกว่า 300 คนทั่วโลก ได้พบประเด็นที่สำคัญ คือ การนำไปใช้ในการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ — ปัจจุบันนี้ AIoT ถูกนำไปใช้เพื่องานบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (predictive maintenance) ในองค์กรต่างๆ มากเกือบ 71% โดยใช้อย่างแพร่หลายที่สุดในด้านการผลิต/อุตสาหกรรม และบริษัทพลังงาน ตามมาด้วยระบบอัตโนมัติด้านไอที (53%) และการจัดหาและโลจิสติกส์ (47%) AIoT ขับเคลื่อนมูลค่าทางธุรกิจที่จับต้องได้ — ผู้ตอบแบบสอบถาม 54% - ["Superfinishing" คืออะไร? เทคนิคสุดยอดที่ทำให้เครื่องยนต์และชิ้นส่วนการแพทย์ทนทานขึ้น](https://www.manutalkthai.com/what-is-superfinishing/) - Superfinishing (ซูเปอร์ฟินิชชิ่ง) คือกระบวนการตกแต่งผิวโลหะขั้นสุดท้ายที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งแตกต่างจากการกลึงหรือการเจียรทั่วไป โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างพื้นผิวชิ้นงานให้เรียบเนียนสม่ำเสมอในระดับไมโครเมตร ช่วยยืดอายุการใช้งานและเพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ไฮเทคในหลากหลายอุตสาหกรรม Superfinishing คืออะไร? Superfinishing เป็นกระบวนการแปรรูปโลหะที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพของพื้นผิวและรูปทรงทางเรขาคณิตของชิ้นงาน โดยจะขจัดเพียงแค่ชั้นผิวที่บางและอ่อนนุ่มออกไปเท่านั้น ความแม่นยำสูง: กระบวนการนี้จะกำจัดเฉพาะส่วนของความหยาบผิวขนาดยอดสูงสุด (Roughness Peaks) ออกไป โดยไม่เปลี่ยนแปลงรูปทรงหรือขนาดของชิ้นงานอย่างมีนัยสำคัญ การกำจัดวัสดุ: กำจัดวัสดุออกเพียงเล็กน้อยมาก ในระดับหลัก 0.002 ถึง 0.008 มิลลิเมตร เท่านั้น ผลลัพธ์ที่ได้: สร้างโครงสร้างพื้นผิวที่ละเอียดสม่ำเสมอเป็นพิเศษ ทำให้ความหยาบผิวลดลงอย่างมาก โดยสามารถทำค่า Ra ได้ต่ำถึง 0.004 ไมโครเมตร ทำไม Superfinishing จึงสำคัญ? การปรับปรุงคุณภาพพื้นผิวอย่างแม่นยำนี้เป็นสิ่งสำคัญต่ออุตสาหกรรม เนื่องจากมันช่วยเพิ่มฟังก์ชันการทำงานและความทนทานของส่วนประกอบได้อย่างมาก: ลดแรงเสียดทานและการสึกหรอ: พื้นผิวที่เรียบเนียนจะช่วยลดการเสียดสี ทำให้ชิ้นส่วนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น เพิ่มความสามารถในการรับน้ำหนัก: พื้นผิวที่ผ่านการ Superfinishing มีความสามารถในการรับน้ำหนักได้สูงขึ้น การกระจายสารหล่อลื่นที่ดีที่สุด: โครงสร้างจุลภาคบนพื้นผิวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายน้ำมันหล่อลื่น การทำงานเป็นอย่างไร? กระบวนการนี้ใช้หินเจียรหรือสายพานขัดพิเศษที่เคลื่อนที่แบบสั่น (Oscillation) ร่วมกับการหมุนของชิ้นงาน เช่น เพลา ทำให้เกิดร่องรอยการขัดที่ละเอียดและสม่ำเสมอ การเคลื่อนที่ผสมผสาน: - [Nvidia ส่วนแบ่งการตลาดในจีนวูบจาก 95% เหลือ 0%](https://www.manutalkthai.com/nvidias-market-share-in-china-plummeted-from-95-percent-to-0-percent/) - เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Nvidia ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายการคว่ำบาตรชิปต่อจีนของรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรก หลังจากที่ส่วนแบ่งการตลาด AI ชิปของบริษัทในจีนดิ่งลงอย่างรุนแรงจาก 95% เหลือ 0% ตลาดจีนหายวับ! "95% เหลือ 0%" Nvidia เคยเป็นผู้นำตลาดชิป AI ในประเทศจีน จนกระทั่งเกิดสงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน จุดเริ่มต้น: รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เริ่มสั่งห้ามการส่งออกชิป AI ขั้นสูงของ Nvidia เช่น H100 ไปยังประเทศจีนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2022 ความพยายามที่ล้มเหลว: Nvidia พยายามแก้ไขสถานการณ์ด้วยการพัฒนาชิปที่ลดประสิทธิภาพลง (เช่น H20) เพื่อให้สามารถขายในจีนได้ แต่ก็ยังคงเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง คำพูดของซีอีโอ: ในงานอีเวนต์ที่นิวยอร์กเมื่อเดือนตุลาคม 2025 โดย เจนเซ่น หวง กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า "ส่วนแบ่งการตลาดของเราลดลงอย่างรุนแรงจาก 95% เหลือ 0% ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ไม่สามารถยอมรับได้ ผมไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่า ผู้มีอำนาจตัดสินใจคนใดจะมองว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นกลยุทธ์ที่ดี" - [AVEVA ชู AI อุตสาหกรรม หนุนผู้ผลิตไทยตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG สู่การเติบโตที่ยั่งยืน [PR]](https://www.manutalkthai.com/aveva-industrial-ai-for-bcg-business-model-pr/) - กรุงเทพมหานคร – AVEVA ผู้นำระดับโลกด้านซอฟต์แวร์อุตสาหกรรมได้เผยแนวทางเชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับภาค อุตสาหกรรมการผลิตในประเทศไทยให้สอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (BCG) โดย Thomas Phang ผู้บริหารฝ่ายการตลาดแห่งภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) ของ AVEVA ชี้ให้เห็นว่าการ ปรับปรุงการผลิตให้ทันสมัยและยั่งยืนจะต้องอาศัยเทคโนโลยีสะอาดที่มีประสิทธิภาพเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทานและความคาดหวังของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นต่อสินค้าที่ยั่งยืน โดยนำเสนอแพลตฟอร์ม AVEVA CONNECT และโซลูชันต่างๆ ที่ขับเคลื่อนด้วย AI อุตสาหกรรม (Industrial AI) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทลาย ไซโลข้อมูล ช่วยส่งเสริมการทำงานร่วมกัน การสื่อสาร และการแบ่งปันข้อมูลระหว่างแผนก ทีม หรือกลุ่มต่างๆ ภายในองค์กร และเสริมความแข็งแกร่งด้านการแข่งขันทางเศรษฐกิจและความยั่งยืน พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จจาก SCG Chemicals และ B.Grimm Power ในประเทศไทย และ Schneider Electric’s Smart Factory ในประเทศอินโดนีเซีย ที่ตอกย้ำว่าการลงทุนดิจิทัลตามแนวทาง BCG สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) สูงควบคู่ไปกับผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นรูปธรรมอย่าง BCG Model: กรอบการทำงานแห่งอนาคต ลดปัญหาการเชื่อมต่อข้อมูล - [“เอ้ก ดิจิทัล” เปิดตัว “The Matter Suite” แพลตฟอร์มวิเคราะห์ AI อัจฉริยะครบวงจร [PR]](https://www.manutalkthai.com/egg-digital-the-matter-suite-laundh-pr/) - กรุงเทพฯ - เอ้ก ดิจิทัล (EGG Digital) ผู้นำธุรกิจด้านวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ให้บริการสื่อโฆษณาครบวงจรและการตลาดดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยพลัง AI อัจฉริยะ เดินหน้าตอกย้ำศักยภาพด้านนวัตกรรมข้อมูลเปิดตัว “The Matter Suite” แพลตฟอร์มวิเคราะห์ AI อัจฉริยะครบวงจร ที่ขับเคลื่อนด้วย EGG AI Agent (เทคโนโลยี Agentic AI) และข้อมูล 720 องศาที่ครอบคลุมที่สุดในประเทศไทย มาพร้อมกับ 4 โซลูชัน AI Analytics ได้แก่ GeoMatter โซลูชันวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่อัจฉริยะ, MatterScoring โซลูชันประเมินศักยภาพทางการเงินอัจฉริยะ, RetailMatter โซลูชันวิเคราะห์ธุรกิจค้าปลีกอัจฉริยะ และ PromoMatter โซลูชันบริหารโปรโมชันครบวงจร ชูจุดเด่นเป็นแพลตฟอร์มที่ “ตอบโจทย์รอบด้าน” “ใช้งานเองได้” (Self-Serve) และ “สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกที่เข้าใจบริบทของทุกธุรกิจ” “The Matter Suite” จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยผู้ประกอบการไทย ก้าวข้ามขีดจำกัดทางธุรกิจ คว้าโอกาสใหม่ และเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน - [ซัมซุง × KBTG ผนึกกำลังจัด Hackathon ใหญ่ระดับประเทศ เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 11 มกราคม 2569 [PR]](https://www.manutalkthai.com/samsung-x-kbtg-hackathon-announcement-pr/) - ซัมซุง ผู้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลก และ KBTG ผู้นำด้านนวัตกรรมทางการเงิน ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ จัดการแข่งขันโครงการ “Samsung × KBTG Digital Fraud Cybersecurity Hackathon” เวทีเฟ้นหานวัตกรรมป้องกันมิจฉาชีพด้วยเทคโนโลยี AI ครั้งแรกในประเทศไทย เชิญชวนนักพัฒนา สตาร์ทอัป นักศึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ร่วมสร้างโซลูชันเพื่อป้องกัน Digital Fraud และเสริมความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้ในยุคดิจิทัล ชิงรางวัลรวมกว่า 250,000 บาท โดยผู้สนใจสามารถร่วมสมัครได้แล้วตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 11 มกราคม 2569 ทาง https://forms.office.com/r/duzKDETWFY นายสิทธิโชค นพชินบุตร ประธานองค์กรธุรกิจโมบายล์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “ซัมซุงเชื่อมั่นว่าความปลอดภัยดิจิทัลคือพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของโลกอนาคต เรามุ่งใช้เทคโนโลยี AI อย่างรับผิดชอบเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้ และสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างปลอดภัย การร่วมมือกับ KBTG ในครั้งนี้ในการจัด Hackathon - [Advantech ผนึก D3 Embedded สร้าง "สมองและตา AI" อัจฉริยะให้หุ่นยนต์ AMR มองเห็นและคิดได้ฉับไว](https://www.manutalkthai.com/advantech-partners-with-d3-embedded-to-create-intelligent-ai-brains-and-eyes-for-amr-robots/) - Advantech ผู้นำด้าน AIoT และ D3 Embedded ผู้เชี่ยวชาญด้าน Edge AI ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการเปิดตัวแพ็กเกจการรับรู้และการประมวลผลแบบบูรณาการ (Integrated Sense and Compute Package) สำหรับหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMR) โดยเฉพาะ แพ็กเกจนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้าน AI ให้กับ AMR ในการมองเห็นและประมวลผลข้อมูลที่แม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อใช้งานในสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมหลัก เช่น โรงงาน คลังสินค้า และร้านค้าปลีก หัวใจของโซลูชันนี้คือการผสานรวมพลังการประมวลผลขั้นสูงจากชิป Intel Core Ultra บนบอร์ด Advantech AFE-R360/R760 เข้ากับเทคโนโลยีการรับรู้ที่ล้ำสมัย โดยใช้กล้อง RealSense™ Depth GMSL2 และกล้อง DesignCore® Discovery PRO Series ของ D3 Embedded ซึ่งมีความสามารถในการบันทึกภาพความลึกและภาพที่มีรายละเอียดสูงในสภาพแสงที่ซับซ้อน นอกจากนี้ บอร์ด AFE-R360 ยังรองรับการเชื่อมต่อกล้อง GMSL ถึง - [Honeywell เปิดตัว "Ionic" ตู้แบตเตอรี่ AI อัจฉริยะ ระบบกักเก็บพลังงานครบวงจรสำหรับโรงงานและธุรกิจ](https://www.manutalkthai.com/honeywell-unveils-ionic-an-intelligent-ai-battery-cabinet-a-complete-energy-storage-system-for-factories-and-businesses/) - Honeywell ผู้นำด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดชื่อว่า Honeywell Ionic Modular All-in-One ซึ่งเป็นระบบกักเก็บพลังงานจากแบตเตอรี่ (BESS) แบบครบวงจรและมีขนาดกะทัดรัด ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ ระบบนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถจัดการต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดูดซับความผันผวนของความต้องการพลังงานเพื่อรักษาเสถียรภาพของกริด (Grid Stability) และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นแหล่งพลังงานสำรอง เมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ ฉลาดล้ำด้วยระบบควบคุมในตัว หัวใจสำคัญของ Honeywell Ionic คือ Ionic Control and Energy Management system ซึ่งถูกผนวกรวมเข้ากับตู้แบตเตอรี่แบบโมดูลาร์นี้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงเครื่องมือวิเคราะห์และซอฟต์แวร์ควบคุมขั้นสูงที่สามารถปรับแต่งการทำงานได้ตามความต้องการ ความปลอดภัยสูง: ซอฟต์แวร์ควบคุมขั้นสูงนี้ยังมีการติดตั้ง ISA Secure 2 Cybersecurity ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์ในอุตสาหกรรม เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้งานจะได้รับการปกป้อง และลดความเสี่ยงต่อช่องโหว่ทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นกับเครือข่าย Jim Masso ประธาน Honeywell Process Solutions กล่าวว่า "ทุกวันนี้ องค์กรทุกขนาดอยู่ภายใต้แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็ต้องมั่นใจในความน่าเชื่อถือและความคุ้มค่า Honeywell Ionic ช่วยให้ธุรกิจรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ได้" ยืดหยุ่นและปรับขนาดได้ตามต้องการ Honeywell - [ชไนเดอร์ อิเล็คทริค โชว์ 3 โซนไฮไลต์นวัตกรรมสุดล้ำ พลิกโฉมพลังงานสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ในงาน “IEEE PES GTD Asia 2025” [PR]](https://www.manutalkthai.com/schneider-electeric-showcase-new-3-innovation-for-environment-pr/) - ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงาน ร่วมงาน ‘IEEE PES GTD Asia 2025’ อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด ‘From Vision to Impact’ ย้ำความมุ่งมั่นเป้าหมาย Carbon Neutrality เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ญาดา รุ่งเรืองวิเศษรัตน์ รองประธานฝ่ายธุรกิจ Power System ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าวว่า นวัตกรรมและโซลูชั่นถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การทรานส์ฟอร์มพลังงานอย่างชาญฉลาด ตั้งแต่การวางรากฐานสำหรับโครงข่ายไฟฟ้าที่ยืดหยุ่น การเพิ่มศักยภาพชุมชนและอุตสาหกรรม ไปจนถึงการจัดสรรการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่แม่นยำ ทุกผลิตภัณฑ์ที่นำมาจัดแสดงในงาน ‘IEEE PES GTD Asia 2025’ สะท้อนถึงความเชื่อของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ในการเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีพลังงาน เพื่อสร้างประสิทธิภาพและความยั่งยืนด้วยการนำระบบไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติ และระบบดิจิทัลมาปรับใช้ในอุตสาหกรรม ธุรกิจ และที่อยู่อาศัย ภายในงาน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้นำเสนอชุดนวัตกรรมและโซลูชั่นการบริหารจัดการพลังงานสำหรับอาคาร โรงงาน ดาต้าเซ็นเตอร์ โครงสร้างพื้นฐาน และโครงข่ายไฟฟ้า - [เมดพลาส เลือกใช้ GROW with SAP เพิ่มประสิทธิภาพและขยายธุรกิจ [PR]](https://www.manutalkthai.com/medplast-prefer-grow-with-sap-to-enhance-business-pr/) - กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 28 พฤศจิกายน 2568 – SAP SE (NYSE: SAP) ประกาศว่า บริษัท เมดพลาส จำกัด (Medplast Co., Ltd.) ผู้นำที่กำลังเติบโตในการผลิตพลาสเตอร์ทางการแพทย์และเทปศัลยกรรม ได้นำโซลูชัน GROW with SAP มาใช้งาน ซึ่งเป็นโซลูชันที่ช่วยให้องค์กรสามารถเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลได้อย่างมีมาตรฐานด้วยกรอบแนวทาง เครื่องมือ และคำแนะนำที่ชัดเจน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน และสร้างพื้นฐานสำหรับการเติบโตระยะยาวในอุตสาหกรรมอุปกรณ์การแพทย์ที่มีการแข่งขันสูง เมดพลาสก่อตั้งขึ้นเพื่อขยายธุรกิจเข้าสู่กลุ่มพลาสเตอร์ทางการแพทย์และเทปศัลยกรรมที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และเสริมสร้างสถานะในระดับโลก เพื่อสนับสนุนความมุ่งมั่นในการเติบโตและการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ เมดพลาสจึงมองหาโซลูชัน ERP อัจฉริยะที่ทันสมัย ซึ่งสามารถกำหนดมาตรฐานกระบวนการทางธุรกิจหลัก เปิดใช้งานความสามารถในการปรับขนาด (Scalability) และเพิ่มความโปร่งใสของข้อมูลตลอดการดำเนินงานทั้งหมด "ในฐานะหน่วยธุรกิจใหม่ เราต้องการระบบที่สามารถรองรับการเติบโตของเรา ในขณะเดียวกันก็มั่นใจได้ถึงความมีประสิทธิภาพและการปฏิบัติตามข้อกำหนดตั้งแต่วันแรก” พีระพัฒน์ เอกภูธร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมดพลาส จำกัด กล่าว “การนำ GROW with SAP มาใช้ - [ซีเล็คโตสวนกระแส ครองส่วนแบ่งตลาด 57.5% ยืนหนึ่งตลาดทูน่ากระป๋องพร้อมตั้งเป้าโตต่อเนื่องในปี 2569 ด้วยกลยุทธ์ Smart Protein for All [PR]](https://www.manutalkthai.com/select-growth-unexpectly-with-57-5-percent-market-share-pr/) - กรุงเทพฯ – 27 พฤศจิกายน 2568 – แบรนด์ซีเล็ค (SEALECT) ทูน่ากระป๋องยอดขายอันดับหนึ่งของไทย ภายใต้ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เผยในปี 2568 ยอดขายโตเด่น 10% และสูงกว่าอุตสาหกรรมอาหารเท่าตัว โดยปัจจุบันครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 57.5% พร้อมตั้งเป้าขยายการเติบโตต่อเนื่องในปี 2569 ด้วยกลยุทธ์ Smart Protein for All ผ่าน 5 แกนหลัก เพื่อยกระดับประสบการณ์ทานทูน่าให้ตอบโจทย์ตรงใจผู้บริโภคต่อเนื่อง นางสาวณัฐวีณ์ วชิรทวีพัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป บริหารกลุ่มตลาดเกิดใหม่ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ด้วยกระแสรักสุขภาพที่ยังเติบโตต่อเนื่อง ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับการรับประทานโปรตีนและมองหาทางเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้ทูน่านั้นเป็นหนึ่งในทางเลือกอันดับต้นๆ เนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงจากท้องทะเล อุดมด้วยสารอาหารจากธรรมชาติ จึงถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งในแง่โภชนาการ ความสะดวก และความคุ้มค่า ภายใต้กลยุทธ์ Smart Protein for - [เปิดฉากยิ่งใหญ่! IEEE PES GTD Asia 2025 ปักหมุดไทย เวทีผู้นำพลังงานโลกเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ "ความเป็นกลางทางคาร์บอน" [PR]](https://www.manutalkthai.com/ieee-pes-gtd-asia-2025-grand-opening-pr/) - รมว.พลังงาน เป็นประธานเปิดงานประชุมและนิทรรศการด้านพลังงานระดับโลก 'IEEE PES GTD Asia 2025' ชี้เป็นโอกาสสำคัญของไทยในการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยขับเคลื่อนนโยบายพลังงานประเทศและดึงการลงทุนจากต่างชาติ ยํ้า 3 แกนหลัก การผลิตไฟฟ้า การส่งและจำหน่ายไฟฟ้า และพลังงานหมุนเวียน ขับเคลื่อนพลังงานของภูมิภาค พร้อมต้อนรับผู้นำอุตสาหกรรมพลังงานกว่า 40 ประเทศทั่วโลก วันนี้ (27 พฤศจิกายน 2568) นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงาน IEEE PES GTD Asia 2025 ซึ่งจัดโดยสมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ร่วมกับภาครัฐและเอกชน ระหว่างวันที่ 26–29 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดยมีศาสตราจารย์ ดร.วีรกร อ่องสกุล ประธานการจัดงานประชุมและนิทรรศการนานาชาติฯ ดร.นรินทร์ เผ่าวณิช นายกสมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) และผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นายภูริพันธ์ บุนนาค รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ - [Kite Packaging เสริมทัพ! เปิดตัวเครื่องพิมพ์ Honeywell หลากรุ่น ตั้งแต่ตั้งโต๊ะยันลุยงานภาคสนาม](https://www.manutalkthai.com/kite-packaging-strengthens-its-lineup-launches-a-range-of-honeywell-printers-from-desktop-printers-to-field-printers/) - Kite Packaging บริษัทบรรจุภัณฑ์ชั้นนำ ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์ฉลากของตน ด้วยการนำเสนอเครื่องพิมพ์ Honeywell รุ่นใหม่หลายตัว เพื่อมอบทางเลือกที่มากขึ้นให้กับธุรกิจที่ต้องการการพิมพ์ฉลากและใบเสร็จที่รวดเร็วและไว้ใจได้ ไม่ว่าจะเป็นโกดังสินค้า โรงงานผลิต หรือสภาพแวดล้อมภาคสนามที่ต้องเผชิญกับความท้าทาย เครื่องพิมพ์ใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานที่ราบรื่นและต่อเนื่อง ตัวเลือกครบวงจร ตั้งแต่เล็กไปจนถึงงานหนัก การนำเสนอผลิตภัณฑ์ครั้งนี้ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า โดยมีรุ่นเด่น ๆ ที่น่าสนใจดังนี้: กลุ่มเครื่องพิมพ์ตั้งโต๊ะ (Desktop Printers) กลุ่มเครื่องพิมพ์อุตสาหกรรม (Industrial Printers) Honeywell PD45: เครื่องพิมพ์ Thermal Transfer ระดับเชิงพาณิชย์ มาพร้อมกับ โครงโลหะทั้งหมด ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่รุนแรง และมีช่องเปิดด้านข้างขนาดใหญ่พร้อม หน้าต่างกระจก ให้ตรวจสอบสถานะการใช้หมึกและวัสดุพิมพ์ได้ง่าย Honeywell PM45: เครื่องพิมพ์อุตสาหกรรม ความแม่นยำสูงและให้ผลผลิตสูง ออกแบบมาสำหรับการพิมพ์ฉลากตลอด 24 ชั่วโมง สามารถพิมพ์ได้เร็วถึง 14 นิ้วต่อวินาที และมี WWAN Connectivity เพื่อส่งรายงานข้อมูลต่อเนื่องจากไซต์งานระยะไกล รองรับการตรวจสอบและวินิจฉัยจากระยะไกลผ่าน Honeywell Operational Intelligence กลุ่มเครื่องพิมพ์พกพา - [DHL จัดเต็ม ใช้ "หุ่นยนต์ AI" จาก HappyRobot ยกระดับระบบโลจิสติกส์ทั่วโลก ตอบอีเมล-จัดการคิวแทนคนนับแสน](https://www.manutalkthai.com/dhl-goes-all-out-using-ai-robots-from-happyrobot-to-enhance-logistics-systems-worldwide/) - DHL Supply Chain กำลังเร่งเครื่องสู่ยุค AI อย่างจริงจัง ด้วยการขยายความร่วมมือครั้งสำคัญกับ HappyRobot เพื่อนำ "HappyRobot AI Agents" เข้ามาจัดการงานโลจิสติกส์หลักทั่วโลก หวังปรับปรุงการสื่อสาร การตอบสนองลูกค้า และประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน หุ่นยนต์ AI รับหน้าจัดการงานหนัก DHL ได้นำ AI Agents ของ HappyRobot มาใช้แล้วในหลายภูมิภาคและหลายขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ต้องมีการสื่อสารสูง เช่น: การนัดหมายตารางเวลา (Appointment Scheduling) การประสานงานกับคนขับรถ (Driver Coordination) การสื่อสารเร่งด่วนในคลังสินค้า (Urgent Warehouse Communication) AI Agents เหล่านี้สามารถจัดการการสื่อสารทางอีเมลและโทรศัพท์ที่มีปริมาณมากได้อย่างเป็นอิสระ ทำให้การสื่อสารในเครือข่ายโลจิสติกส์ของ DHL เร็วขึ้น สอดคล้องมากขึ้น และสามารถขยายขนาดได้ตามความต้องการ Sally Miller ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศ (CIO) ของ DHL Supply Chain เผยว่า บริษัทได้ประเมินและทดสอบบทบาทของ - [เกราะใหม่ให้โรงงาน Rockwell Automation เปิดตัว "SecureOT" ปิดช่องโหว่ไซเบอร์ในโลกอุตสาหกรรม](https://www.manutalkthai.com/rockwell-automation-launches-secureot-closing-cyber-vulnerabilities-in-the-industrial-world/) - Rockwell Automation ผู้นำระดับโลกด้านระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรมและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ประกาศเปิดตัวชุดโซลูชันใหม่ล่าสุดชื่อว่า SecureOT เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในโรงงานผลิตและระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ (Critical Infrastructure) ทำไม "ระบบ OT" ถึงตกเป็นเป้าหมาย? ในปัจจุบัน การดำเนินงานในโรงงานอุตสาหกรรม (Operations Technology หรือ OT) มีการเชื่อมต่อมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ระบบ OT เก่า ๆ จำนวนมากไม่ได้ถูกออกแบบมาพร้อมกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ตั้งแต่ต้น ทำให้พวกมันตกเป็นเป้าหมายของภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เครื่องมือรักษาความปลอดภัยด้านไอที (IT) แบบดั้งเดิมมักจะไม่สามารถปกป้องสภาพแวดล้อมทางอุตสาหกรรมที่ซับซ้อนและมีอายุการใช้งานนานได้ SecureOT จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อปิดช่องว่างนี้ ด้วยเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญที่สร้างขึ้นมาเพื่อความท้าทายของปฏิบัติการอุตสาหกรรมยุคใหม่โดยเฉพาะ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่อการดำเนินงานในอุตสาหกรรมมีการพัฒนาเร็วกว่าที่เคยเป็นมา และการป้องกันแบบเก่า ๆ ก็ไม่สามารถตามทันได้อีกแล้ว SecureOT เป็นมากกว่าแค่ชื่อแบรนด์ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในวิธีที่องค์กรอุตสาหกรรมจัดการกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ ปกป้องแบบครบวงจร 24 ชั่วโมง SecureOT รวบรวมองค์ประกอบสำคัญสามส่วนเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อมอบการปกป้องแบบครบวงจรสำหรับระบบอุตสาหกรรมที่ซับซ้อนและอยู่ภายใต้ข้อบังคับที่เข้มงวด: SecureOT Platform: เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะสำหรับ OT ให้การมองเห็นสินทรัพย์แบบเรียลไทม์ การจัดลำดับความเสี่ยง และการจัดการช่องโหว่ในระบบของซัพพลายเออร์ที่หลากหลาย Professional Services: ให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ การประเมิน - [ทรู คอร์ปอเรชั่น และอีริคสันร่วมคว้ามาตรฐาน Level 4 Autonomy ด้านการรับประกันบริการเครือข่าย 5G [PR]](https://www.manutalkthai.com/ericson-x-true-corporation-level-4-autonomy-in-service-assurance-of-5g/) - ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้รับการรับรองเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายแรกในประเทศไทย ที่สามารถปฏิบัติการตามมาตรฐาน Level 4 Autonomy for 5G Service Assurance หรือมาตรฐานความเป็นอัตโนมัติระดับ 4 สำหรับการรับประกันการให้บริการเครือข่าย 5G นับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาสู่การบริหารจัดการและการให้บริการระบบอัตโนมัติบนเครือข่ายอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ โดยการรับรองนี้เกิดขึ้นภายใต้โครงการ ANLAV (Autonomous Network Level Assessment Validation) ของ TM Forum ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าเครือข่าย 5G ของทรูที่ใช้โซลูชัน Intent-Based Operations ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง AI ของอีริคสันนั้นสามารถทำงานได้ด้วยตนเองอย่างเป็นอิสระด้วยระบบอัตโนมัติขั้นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การทดสอบเพื่อประกันคุณภาพของระบบเครือข่ายวิทยุ (RAN) ในด้านการบริหารจัดการปริมาณข้อมูล (Service Assurance – RAN Throughput Management scenario) พร้อมรองรับบริการต่าง ๆ ในระดับอุตสาหกรรม และแอปพลิเคชันที่ใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความสามารถในการบริหารจัดการปริมาณข้อมูลที่ได้รับการประเมิน ภายใต้โครงการ ANLAV ได้ถูกนำมาใช้งานจริงในเครือข่ายทรูตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นไตรมาส 4 - [Univers และ Amcharge จับมือขับเคลื่อนการยกระดับประสิทธิภาพอุตสาหกรรมด้วย AI ครอบคลุมทั้งมาเลเซียและไทย [PR]](https://www.manutalkthai.com/univers-and-amcharge-mou-signing-in-improving-ai-for-thailand-and-malaysia-pr/) - สิงคโปร์, 18 พฤศจิกายน 2568 — Univers ผู้นำด้านแพลตฟอร์ม AI และ IoT ระดับโลก และ AMCHARGE Sdn Bhd (“Amcharge”) ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานหมุนเวียนจากมาเลเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรกับบริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) ของไทย (รหัสหลักทรัพย์: AH.BK) และพันธมิตรด้านเทคโนโลยีจากประเทศจีน ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมกันช่วยให้ลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์สามารถลดต้นทุนพลังงาน เพิ่มการใช้พลังงานสะอาด และเร่งความก้าวหน้าในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ทั้งในมาเลเซียและประเทศไทย ด้วยแพลตฟอร์ม AIoT EnOS™ ของ Univers และแอปพลิเคชันพร้อมใช้งาน EnOS™ Renewables และ EnOS™ Microgrid โรงงานและสถานประกอบการขนาดใหญ่จะสามารถควบคุมต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ปรับปรุงความเสถียรของระบบ นำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และเร่งความคืบหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ระดับประเทศ ประกอบกับศักยภาพด้านการดำเนินงานภาคสนามและเครือข่ายที่แข็งแกร่งของ Amcharge ในระบบนิเวศอุตสาหกรรมของมาเลเซีย ความร่วมมือนี้จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมในมาเลเซียและไทยสามารถพัฒนาระบบพลังงานให้ทันสมัยและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว ระยะแรกของความร่วมมือ ทั้งสองบริษัทจะคัดเลือกโรงงานนำร่องสูงสุดสี่แห่งภายในปี 2568 เพื่อสาธิตผลลัพธ์ที่วัดได้จริงจากการเพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI โดยมุ่งเน้นเบื้องต้นที่การบริหารค่ากำลังไฟฟ้าสูงสุด (Maximum Demand: MD) การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการผสานพลังงานหมุนเวียน โครงการนำร่องเหล่านี้จะเป็นตัวอย่างสำหรับการขยายผลไปยังนิคมอุตสาหกรรมและกลุ่มอาคารเชิงพาณิชย์ในวงกว้างต่อไป “มาเลเซียและไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และ AI จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถรับมือกับต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นและบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้” Michael Ding, กรรมการบริหารระดับภูมิภาคของ Univers กล่าว “การร่วมมือกับ Amcharge ทำให้เราสามารถส่งมอบโซลูชันด้านพลังงานอัจฉริยะ โดยอาศัยความแข็งแกร่งของการดำเนินงานในพื้นที่และสร้างผลลัพธ์ให้ลูกค้าได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น” Lee Yeet Chuan, ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Amcharge กล่าวเพิ่มเติมว่า “ลูกค้าต้องการแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการลดต้นทุนพลังงานและบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ด้วยการผสานเทคโนโลยี AIoT ของ Univers เข้ากับศักยภาพการดำเนินงานภาคสนามของเรา เราสามารถส่งมอบโซลูชันที่ขยายผลได้จริงและมีประสิทธิภาพสูงให้กับอุตสาหกรรมในมาเลเซียและประเทศไทย” ความร่วมมือนี้ยังจะใช้ประโยชน์จากห้องปฏิบัติการ Global Impact AI ของ Univers เพื่อเร่งการพัฒนาโซลูชัน AI รุ่นใหม่สำหรับลูกค้าในภาคอุตสาหกรรม โดยโซลูชันที่พัฒนาขึ้นในสิงคโปร์จะสามารถขยายผลสู่มาเลเซีย ไทย และภูมิภาคอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ - [Foxconn ทุ่มหนักราว 2 หมื่นล้านบาท ขยายโรงงานลุยสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI รับดีลใหญ่ OpenAI](https://www.manutalkthai.com/foxconn-invests-around-20-billion-baht-to-expand-its-ai-factory-in-response-to-a-major-deal-with-openai/) - Foxconn (หรือ Hon Hai Technology Group) ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยักษ์ใหญ่และซัพพลายเออร์คนสำคัญของ Apple ประกาศทุ่มงบประมาณเพิ่มอีก 569 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท) เพื่อขยายโรงงานในเมืองเมาท์เพลเซนต์ รัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา การลงทุนครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ Foxconn เพิ่งประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ OpenAI (ผู้พัฒนา ChatGPT) ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า Foxconn กำลังเร่งเครื่องสู่ยุคของปัญญาประดิษฐ์ เป้าหมายหลักของการลงทุน: สร้างงานใหม่: จะมีการสร้างงานถาวรเพิ่มขึ้น 1,374 ตำแหน่งในอีกสี่ปีข้างหน้า โครงสร้างพื้นฐาน AI: ใช้เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Infrastructure) ให้แข็งแกร่งขึ้น เซิร์ฟเวอร์ข้อมูล: ตอบสนองความต้องการเซิร์ฟเวอร์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากลูกค้าในสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI ความร่วมมือกับ OpenAI ดีลนี้จะช่วยให้ Foxconn ได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความต้องการฮาร์ดแวร์ใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรม AI จาก OpenAI เพื่อนำมาออกแบบและผลิตส่วนประกอบสำคัญสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ในสหรัฐฯ เช่น - [AWS เปิดตัว "สุดยอด AI ผู้ช่วย" ปฏิวัติงานบริการลูกค้า ไม่ต้องกลัวบอทตอบพลาดอีกต่อไป](https://www.manutalkthai.com/aws-unveils-the-ultimate-ai-assistant-to-revolutionize-customer-service-no-more-bot-mistakes/) - Amazon Web Services (AWS) เพิ่งเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับระบบอีเมลบริการลูกค้าโดยเฉพาะ เครื่องมือนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถโอนสายการสนทนาของลูกค้าไปยังระบบอัตโนมัติได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องกังวลว่า AI จะตอบพลาด ยกระดับ Amazon Connect Email ให้ฉลาดล้ำ ฟีเจอร์ AI-enhanced email workflows นี้เป็นส่วนเสริมล่าสุดของแพลตฟอร์ม Amazon Connect Email ซึ่งเป็นระบบสนับสนุนลูกค้าแบบหลายช่องทาง (Omnichannel) ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 โดยช่วยให้เจ้าหน้าที่บริการลูกค้าสามารถตอบอีเมล จัดการการสนทนาด้วยเสียง และแชทได้ในระบบเดียว ความพิเศษของเครื่องมือ AI ใหม่นี้คือ: อ่านใจลูกค้าได้: ระบบจะใช้ Large Language Models (LLMs) เพื่อ วิเคราะห์อีเมล ของลูกค้า ตรวจจับ ความตั้งใจ ประเมิน ความเสี่ยง/ความซับซ้อน ของปัญหา และตัดสินใจหาขั้นตอนถัดไป รู้จักลูกค้าดีขึ้น: หลังวิเคราะห์เสร็จ เครื่องมือจะสรุป โปรไฟล์ลูกค้า ประวัติกิจกรรมที่ผ่านมา และ - [กระทรวงแรงงาน ผนึก ไมโครซอฟท์ เร่งพัฒนาทักษะ AI แรงงานไทย 150,000 คน ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ผู้สร้าง” ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล [PR]](https://www.manutalkthai.com/molxmicrosoft-improving-ai-to-digital-economic-pr/) - กรุงเทพฯ 25 พฤศจิกายน 2568 – ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และกระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อเร่งสร้างแรงงานไทยที่มีความพร้อม เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) เดินหน้ามอบทักษะ AI และประกาศนียบัตรซึ่งเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมให้กับแรงงาน 150,000 คนทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของประเทศไทย และขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของประเทศสู่ Workforce 5.0 ยกระดับประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับภูมิภาคในด้านความพร้อมของกำลังแรงงานและนวัตกรรม AI สำหรับเศรษฐกิจ AI โดยผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ จะได้นำองค์ความรู้ที่ได้รับไปผลักดันการพัฒนาทักษะ AI ให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในระดับนโยบาย การเพิ่มพูนทักษะสำหรับแรงงานทุกกลุ่ม และการสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืน โครงการ AI for Workforce มีเป้าหมายที่จะพัฒนาทักษะ AI ให้กับแรงงานไทยผ่านช่องทางที่หลากหลาย รวมถึงการสนับสนุนการขับเคลื่อน AI Transformation ภายในกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืน ด้วยโครงการหลักหลายด้าน ได้แก่ การจัดอบรมทักษะ AI พื้นฐานผ่านแพลตฟอร์ม DSD Online Training ที่มีหลักสูตร AI ภาษาไทยกว่า - [IDTechEx ชี้ว่า กำลังการผลิตแบตเตอรี่ Li-ion ทั่วโลกจะเพิ่มถึง 5.4 TWh ภายในปี 2036 แต่การเติบโตของโรงงานขนาดใหญ่ยังไม่คืบ](https://www.manutalkthai.com/idtechex-analysis-lithium-ion-battery-manufacturing-capacity-propability-with-other-factor/) - IDTechEx เปิดเผยผลการวิจัยใหม่ในหัวข้อ “ตลาดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 2026-2036: เทคโนโลยี ผู้เล่น การใช้งาน แนวโน้ม และการคาดการณ์” โดยพบประเด็นที่ว่า ตลาดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-Ion) ทั่วโลกจะมีมูลค่าเกิน 3.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี พ.ศ. 2579 หรือคิดเป็น อัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ที่ 7.0% ในปี พ.ศ. 2563 มีกำลังการผลิตแบตเตอรี่ทั่วโลกเกือบ 500 GWh และจะเพิ่มขึ้นเข้าใกล้ 5,000 GWh ภายในปี 2579 โดยมากกว่า 50% ของกำลังการผลิตดังกล่าวมีศูนย์รวมอยู่ในประเทศจีน ทั้งนี้ในปี 2567 จีนครองส่วนแบ่งการผลิตแบตเตอรี่ทั่วโลกมากกว่า 75% เนื่องจากมีการพัฒนาโรงงานขนาดใหญ่ (gigafactory) อย่างรวดเร็ว และมีการอุดหนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ผู้ผลิตเซลล์ลิเธียมไอออนรายใหญ่ ได้แก่ CATL, BYD และ Gotion จากจีน, LG Chem และ - [NETIZEN เผยวิสัยทัศน์ ERP ปี 2026: Supply Chain Resource Planning และ AI คือหัวใจสำคัญ](https://www.manutalkthai.com/netizen-erp-direction-2026/) - ปี 2025 ที่ผ่านมานี้ถือเป็นปีที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากในโลกของเทคโนโลยีและธุรกิจ ทำให้ความสำคัญในการบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างเป็นระบบและคล่องตัวทวีความสำคัญขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งส่งผลให้มุมมองของเจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหารระดับสูงที่มีต่อเทคโนโลยี Enterprise Resource Planning หรือ ERP นั้นมีความเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน ทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณเสรี สาธุกิจชัย ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO แห่ง NETIZEN ถึงภาพรวมของธุรกิจไทยและการใช้งาน ERP ในปี 2025 ที่ผ่านมา, มุมมองของ ERP ที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงวิสัยทัศน์สู่ปี 2026 จึงขอนำสรุปประเด็นน่าสนใจเอาไว้ในบทความนี้ครับ NETIZEN: ผู้นำด้าน Cloud ERP ระดับภูมิภาค ให้บริการโซลูชัน SAP ได้สำหรับธุรกิจทุกขนาด ทุกอุตสาหกรรม ด้วยแนวทางที่แตกต่าง คุณเสรีได้เล่าถึงความเป็นมาของ NETIZEN ที่ดำรงธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2000 ด้วยเป้าหมายในการเป็นพันธมิตรทางด้านเทคโนโลยีที่จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจไทยสามารถเติบโตสู่การเป็นธุรกิจระดับโลกและมีขีดความสามารถในการแข่งขันได้ ทำให้ NETIZEN นั้นเลือกที่จะดำเนินธุรกิจในฐานะของการเป็น SAP Implementer ควบคู่ไปกับการเป็น Business Technology Transformation Consulting เพื่อวางรากฐานการบริหารจัดการธุรกิจ และการต่อยอดเชิงเทคโนโลยีให้กับธุรกิจไทยในทุกอุตสาหกรรม ความเชี่ยวชาญที่ทำให้ - [NETIZEN ชี้ เทรนด์การใช้ AI ร่วมกับ ERP กำลังเติบโต ธุรกิจองค์กรไทยเริ่มทดลองใช้งาน เกิดการพัฒนา AI Use Case ใหม่อย่างต่อเนื่อง](https://www.manutalkthai.com/netizen-ai-x-erp-use-cases-are-on-rise-in-thai-org/) - ปี 2025 ที่ผ่านมานี้ถือเป็นปีที่เป็นขาขึ้นของเทคโนโลยี AI อย่างแท้จริง และมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ทางด้าน AI ออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น AI Model ใหม่ๆ สำหรับใช้งานในแง่มุมต่างๆ, การเชื่อมผสาน AI เข้ากับข้อมูลองค์กรเพื่อเสริมความชาญฉลาดเฉพาะทางให้กับ AI ไปจนถึงการสร้างสรรค์ AI Use Case ที่ตอบโจทย์เฉพาะด้านให้แก่ธุรกิจองค์กร NETIZEN ในฐานะของผู้บุกเบิก Cloud ERP ในประเทศไทย ก็มีความเชื่อเช่นกันว่าธุรกิจองค์กรไทยจะตอบรับต่อการมาของ AI ในการใช้งานร่วมกับ ERP เพื่อสร้างคุณค่าในแง่มุมที่หลากหลายให้แก่ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ในบทความนี้จึงจะนำสรุปถึงประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวด้าน AI ในวงการ ERP และวิสัยทัศน์ของ NETIZEN ที่มีต่อ AI ครับ SAP ผลักดัน AI อย่างเต็มตัว พัฒนานวัตกรรม AI สำหรับใช้งานร่วมกับ ERP โดยเฉพาะ เกิดการใช้งานจริงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อ้างอิงจากรายงาน The Value - [EcoStruxure Foresight Operation ของ Schneider Electric กำลังนำอุตสาหกรรมไปสู่ยุคใหม่ด้วยสภาพแวดล้อมที่ถูกสร้างขึ้น](https://www.manutalkthai.com/ecostruxure-foresight-operation-by-schneider-electric-for-curated-environment-pr/) - Schneider Electric ผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานระดับโลก เปิดตัว EcoStruxure™ Foresight Operation ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดด้วยสภาพแวดล้อมที่ถูกสร้างขึ้น นี่คือแพลตฟอร์มแรกที่นำเอาส่วนของพลังงาน กำลังไฟฟ้า และระบบอาคาร เข้ามารวมกันให้เป็นหนึ่งเดียว พร้อมทั้งมีพลังจาก AI ที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถควบคุม สามารถมองเห็น และเข้าใจถึงสิ่งที่คาดการณ์ไว้ได้อย่างแท้จริง แพลตฟอร์มนี้ได้เปิดตัวในงาน Innovation Summit North America ที่ Schneider Electric จัดขึ้น ณ ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา มีผู้นำธุรกิจและนักนวัตกรรมทางการตลาดมากกว่า 2,500 รายเข้าร่วมงาน เป็นการเร่งการนำวิธีการนี้ไปสู่การใช้งานจริง เพื่ออนาคตด้านพลังงานที่มีความยืดหยุ่น คุ้มค่า และชาญฉลาดยิ่งขึ้น จากการมองเห็นการณ์ไกล แล้วนำมาเปลี่ยนให้เป็นข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์โดยใช้แพลตฟอร์มปฏิบัติการรุ่นใหม่นี้ จะช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถดำเนินการได้อย่างชาญฉลาด รวดเร็ว และให้ความมั่นใจยิ่งขึ้นไปตลอดโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด การผสานรวมระบบอาคารและระบบไฟฟ้าเข้าด้วยกัน ไม่เพียงแต่จะช่วยขจัดการกระจายตัวของส่วนต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ แต่ EcoStruxure Foresight Operation ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับขั้นตอนทางวิศวกรรม โดยลดการใช้เวลาทางวิศวกรรมได้ถึง 40% และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้ถึง 50% หนึ่งแพลตฟอร์ม - [เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เปิดตัวระบบคัดแยกอัตโนมัติแห่งแรกในไทย ที่ Drop-Point ขับเคลื่อนศักยภาพ Smart Logistics [PR]](https://www.manutalkthai.com/j-and-t-expressc-launch-new-catagolize-system-in-thailand-pr/) - กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย ผู้นำด้านขนส่งด่วนและโลจิสติกส์ระดับโลก เดินหน้าขับเคลื่อน Smart Logistics อย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีคัดแยกอัตโนมัติติดตั้งระบบสายพานคัดแยกพัสดุอัตโนมัติ (Automatic Sorting Conveyor System) ภายในศูนย์คัดแยกหลักในกรุงเทพมหานคร เพื่อยกระดับความเร็ว ความแม่นยำ และประสิทธิภาพสูงสุดในการดำเนินงาน โดยเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เป็นผู้ให้บริการขนส่งรายแรกในไทยที่นำเทคโนโลยีคัดแยกอัตโนมัติรุ่นใหม่ระดับอุตสาหกรรมมาใช้งานจริง ระบบสายพานรุ่นใหม่มีความสามารถในการคัดแยกพัสดุเพิ่มขึ้นกว่า 100% เมื่อเปรียบเทียบกับระบบสายพานแบบเดิมในระยะเวลาที่เท่ากัน โดยใช้เทคโนโลยี AI และกล้องตรวจจับอัตโนมัติระบุรหัสปลายทาง พร้อมคัดแยกลงในช่องคัดแยกที่เพิ่มเข้ามาให้ถึง 60 ช่อง ทำให้พัสดุถูกจัดเรียงอย่างเป็นระบบ ลดข้อผิดพลาด และประหยัดเวลา นอกจากนี้ ระบบยังบันทึกข้อมูลแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ทีมบริหารสามารถติดตาม วิเคราะห์ และวางแผนทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ การติดตั้งระบบดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในแผนขยาย Smart Logistics ของเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย โดยเริ่มใช้งานที่ศูนย์คัดแยกเขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ และมีแผนขยายไปยังศูนย์อื่น ๆ ในปี 2569 เพื่อตอบสนองปริมาณพัสดุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ไม่เพียงช่วยเพิ่มความแม่นยำในการดำเนินงาน แต่ยังมอบประสบการณ์จัดส่งที่สะดวก - [รู้จัก SAP S/4HANA Cloud version NETIZEN Peony: ระบบ ERP สำหรับธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่ ที่พร้อมใช้ตอบโจทย์การดำเนินงานตามข้อกฎหมายและระบบภาษีของประเทศไทยได้อย่างรวดเร็ว](https://www.manutalkthai.com/sap-s-4hana-cloud-version-netizen-peony/) - เมื่อพูดถึงระบบ ERP คงปฏิเสธไม่ได้ว่า SAP S/4HANA คือผู้นำตลาดอย่างแท้จริง ด้วยความสามารถที่ครอบคลุมการทำงานของทุกอุตสาหกรรม รองรับการปรับแต่งและการเชื่อมต่อระบบได้อย่างยืดหยุ่น รวมถึงสามารถเสริมศักยภาพด้วย AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้งาน SAP S/4HANA จำเป็นต้องเข้าใจความสามารถและรูปแบบการใช้งานให้ครบถ้วน เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและวางรากฐานระบบ ERP ที่แข็งแกร่งสำหรับองค์กร ในบทความนี้ NETIZEN ผู้บุกเบิก Cloud ERP ในประเทศไทย จะพาทุกท่านทำความรู้จัก SAP S/4HANA ให้ลึกขึ้น พร้อมประเด็นสำคัญที่ควรรู้ก่อนเริ่มใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น GROW with SAP, RISE with SAP, SAP Business Suite รวมถึงแนวทางการผสานระบบเพื่อรองรับกฎหมายและข้อบังคับทางธุรกิจในประเทศไทย SAP S/4HANA: โซลูชันระบบ ERP สำหรับธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่ ที่สามารถเลือกใช้งานได้ตามความต้องการ SAP S/4HANA เป็นโซลูชัน ERP ระดับสูงสุดของ SAP ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการบริหารจัดการธุรกิจที่มีความซับซ้อนสูง มีความต้องการด้านข้อมูลจำนวนมาก - [SAP Business One Cloud version NETIZEN Shirasu: ระบบ Cloud ERP แรกสำหรับธุรกิจ SMEs และธุรกิจขนาดกลาง ที่ต้องการเริ่มต้นวางระบบให้กับการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ](https://www.manutalkthai.com/sap-business-one-cloud-version-netizen-shirasu/) - สำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโตจนระบบบัญชี การขาย หรือการบริหารคลังสินค้าที่ใช้อยู่เดิมไม่สามารถรองรับการขยายตัวได้อีกต่อไป การย้ายสู่ระบบ ERP เพื่อรวมศูนย์ข้อมูลและกระบวนการทำงานจึงกลายเป็นทางเลือกสำคัญของผู้ประกอบการและผู้บริหารจำนวนมาก ในบทความนี้ NETIZEN จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ SAP Business One Cloud version NETIZEN Shirasu โซลูชัน Cloud ERP ที่ได้รับความนิยมอย่างมากจาก SMEs และธุรกิจขนาดกลางทั่วโลก ซึ่งต้องการวางรากฐานธุรกิจให้แข็งแรง มีข้อมูลครบถ้วน และพร้อมขยายสู่การเติบโตในอนาคตได้อย่างมั่นใจ SAP Business One Cloud: วางระบบ Cloud ERP แรกให้กับธุรกิจอย่างมั่นใจ ปรับแต่งให้เหมาะสมกับความต้องการได้ SAP Business One Cloud คือโซลูชัน Cloud ERP สำหรับธุรกิจที่ต้องการเริ่มต้นใช้ระบบ ERP อย่างจริงจัง ด้วยความสามารถรอบด้านที่รองรับการบริหารจัดการธุรกิจ SMEs และธุรกิจขนาดกลางได้ครบถ้วน เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการย้ายจากระบบเดิมที่กระจัดกระจาย—ไม่ว่าจะเป็นระบบบัญชี การขาย คลังสินค้า หรือการผลิต ให้มารวมศูนย์ในระบบ ERP เดียว SAP - [SAP Business ByDesign version NETIZEN Arabica: บริหารจัดการธุรกิจด้วย SAP ในแบบ SaaS อย่างง่ายดาย รวดเร็ว สำหรับธุรกิจที่ต้องการเติบโตและดำเนินงานอย่างเป็นระบบ](https://www.manutalkthai.com/sap-business-bydesign-version-netizen-arabica/) - เมื่อพูดถึงระบบ ERP จาก SAP หลายคนอาจคุ้นเคยกับ SAP S/4HANA หรือ SAP Business One ในฐานะโซลูชัน ERP ชั้นนำที่ใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม แต่ในความเป็นจริง SAP ยังมี Cloud ERP อีกหนึ่งโซลูชันที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นั่นคือ “SAP Business ByDesign” — ระบบ ERP แบบ Cloud Native ที่องค์กรชั้นนำทั่วโลกไว้วางใจให้เป็นระบบหลักในการบริหารจัดการธุรกิจ ในบทความนี้ NETIZEN ในฐานะผู้บุกเบิกโซลูชัน Cloud ERP ในประเทศไทย จะพาทุกท่านทำความรู้จักกับ SAP Business ByDesign version NETIZEN Arabica ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ธุรกิจสามารถเริ่มต้นใช้ ERP ได้ง่าย รวดเร็ว และตามมาตรฐานสากล พร้อมความสามารถด้านภาษี บัญชีไทย กฎหมายไทย และการเชื่อมต่อระบบอื่นๆที่ใช้จริงในประเทศไทยได้อย่างครบถ้วน SAP Business - [AMD ขยายพอร์ตโฟลิโอตอบโจทย์มาตรฐานอุตสาหกรรมอวกาศยกระดับขีดความสามารถการประมวลผลในวงโคจรและยืดระยะเวลาของภารกิจ [PR]](https://www.manutalkthai.com/amd-expanding-their-protfolito-to-space-grade-cpu-pr/) - การขยายพอร์ตโฟลิโอบรรจุภัณฑ์กลุ่ม Versal™ adaptive System-on-Chip (SoC) มาตรฐานอุตสาหกรรมอวกาศ และการรับรองเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์แบบ Organic Lidless (ไม่มีฝาครอบ) ออกแบบมาเพื่อให้ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่หนักหน่วงในอวกาศ การออกแบบวิศวกรรมเพื่อขอบเขตแห่งความเป็นไปได้ AMD เรามุ่งมั่นผลักดันขีดจำกัดของนวัตกรรมทั้งบนโลกและอวกาศ เราได้พัฒนาบรรจุภัณฑ์แบบ Organic Lidless มาตรฐานอุตสาหกรรมอวกาศ ซึ่งได้รับการพัฒนามาสำหรับชิป Versal AI Core XQRVC1902 adaptive SoC และกำลังดำเนินการขอรับรองมาตรฐาน Class Y โดยบรรจุภัณฑ์ใหม่นี้จะรองรับภารกิจในอวกาศได้นานถึง 15 ปี เสนอรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการใช้งานผ่านวงโคจรดาวเทียม (geosynchronous satellites), การสำรวจดวงจันทร์ และยานสำรวจอวกาศห้วงลึก (deep-space probes) ภารกิจด้านอวกาศสามารถมีระยะเวลาดำเนินงานนานกว่าทศวรรษ ต้องการเทคโนโลยีที่มีความน่าเชื่อถือเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ที่ AMD พัฒนานี้ ออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อให้ทำงานได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความท้าทาย ผ่านดีไซน์แบบไม่มีฝาครอบ (lidless) ซึ่งช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพในด้านการระบายความร้อน นอกจากนี้ AMD ยังดำเนินการรับรองบรรจุภัณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรมอวกาศสำหรับ Versal RF (VR1602 และ VR1652) และ - [เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน แคนนอน 14 รุ่น ได้รับเกียรติบัตร “ฉลากเขียว”จากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยในงาน TEI-Ecolabelling Forum 2025 [PR]](https://www.manutalkthai.com/canon-multifunciton-printer-receive-tei-ecolabelling-forum-2025-pr/) - กรุงเทพฯ 24 พฤศจิกายน 2568 — บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด (Canon) ผู้นำด้านเทคโนโลยีดิจิทัลอิมเมจจิ้งระดับโลก ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ล่าสุดได้รับเกียรติบัตร “ฉลากเขียว” จากผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันแคนนอนรวม 14 รุ่น ในงาน TEI–Ecolabelling Forum 2025: “Ecolabel for the Future: ฉลากสิ่งแวดล้อมกับการสร้างมูลค่าใหม่ทางธุรกิจ” ซึ่งจัดขึ้นโดยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ณ ห้องสุวิทย์ศักดานนท์ ชั้น 6 โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยมีนายพงศพร กรอบสนิท ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ส่วนงานบิสซิเนส อิมเมจจิ้ง โซลูชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นผู้แทนขึ้นรับรางวัล ทั้งนี้เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันแคนนอนที่ได้รับการรับรองเกียรติบัตรฉลากเขียว ทั้งหมด 14 - [ไมย์เออร์ กรุ๊ป โชว์ความแกร่ง เปิดอาณาจักรฐานการผลิตเครื่องครัวระดับโลก ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยตอกย้ำผู้นำ Home Cooking มานานกว่า 35 ปี [PR]](https://www.manutalkthai.com/meyer-group-opening-new-manufactuing-factory-in-thailand-pr/) - MEYER Group (ไมย์เออร์ กรุ๊ป), TOP 2 ผู้นำธุรกิจเครื่องครัวระดับโลก ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 35 ปี ภายใต้ บริษัท ไมเร็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด โชว์ความแข็งแกร่ง เปิดอาณาจักรฐานการผลิตและพัฒนานวัตกรรมเครื่องครัวของเครือ MEYER Group ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเป็นครั้งแรก บนเนื้อที่กว่า 103 ไร่ มูลค่ารวมกว่า 7,000 ล้านบาท ณ นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จ.ชลบุรี พร้อมเปิดตัวเครื่องครัวและอุปกรณ์ในครัว ภายใต้แบรนด์ Prestige คอลเลกชัน Made to Last Stainless Steel เจาะกลุ่ม Mass Market ครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Everything for Your Kitchen : ครบทุกสิ่งเพื่อห้องครัวของคุณ” ตั้งเป้าโกยยอดขายเพิ่ม 25% ภายในปี 2569 สอดรับผลสำรวจ - [เทคโนโลยีใหม่ในการจับคู่แพลเลตของ Lucas Systems กำลังพลิกโฉมผลิตภาพศูนย์กระจายสินค้า](https://www.manutalkthai.com/lucas-system-new-pellet-matching-technology/) - Lucas Systems ผู้ให้บริการเทคโนโลยีศูนย์กระจายสินค้า ประกาศเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ Pick-to-Pallet เพื่อยกระดับการทำงานในคลังสินค้าที่มีการหยิบสินค้าจากหลายแพลเลต และมีตำแหน่งที่อยู่ของลูกค้ากระจายอยู่ในที่ต่างๆ ในช่วงเวลาเดียวกัน วิธีการ 'จับคู่แพลเลตที่ดีที่สุด' แบบพิเศษนี้จะจัดสรรแพลเลตที่เหมาะสมที่สุด 2 หรือ 3 แพลเลตให้กับพนักงานคลังสินค้าโดยอัตโนมัติ ความสามารถนี้ช่วยเพิ่มผลิตภาพได้ด้วยการยกระดับประสิทธิภาพในการหยิบสินค้า และลดการเดินทางบนพื้นโดยไม่ลดทอนความแม่นยำ วิธีการใหม่นี้ใช้วิทยาศาสตร์ข้อมูลเพื่อการจัดสรรงาน พร้อมกับพิจารณาว่าแพลเลตใดใน 2 หรือ 3 แพลเลตเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับพนักงานในการหยิบสินค้าตามคำสั่งซื้อทั้งหมด ระบบจับคู่แพลเลตเป็นแบบพลวัต โดยจะปรับการจับคู่แพลเลตให้เหมาะสมอยู่เสมอเมื่อมีคำสั่งซื้อใหม่เข้ามาพร้อมจัดลำดับความสำคัญแตกต่างกันไป วิธีการจับคู่แพลเลตของ Lucas Systems เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้จัดจำหน่ายที่มีปริมาณสินค้าจำนวนมากในคลังขนาดใหญ่ซึ่งต้องหยิบแพลเลต 2 หรือ 3 แพลเลตพร้อมกัน อีกทั้งผู้ค้าส่ง ร้านขายของชำ และผู้ให้บริการอาหาร ล้วนเป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่จะได้รับประโยชน์มากมายจากเทคโนโลยีนี้ Associated Wholesale Grocers (AWG) ซึ่งเป็นลูกค้าของ Lucas Systems เป็นกรณีตัวอย่างของผู้ใช้ซอฟต์แวร์จับคู่แพลเลต โดย AWG เป็นสหกรณ์ค้าส่งอาหารรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา เป็นผู้จัดหาให้กับซูเปอร์มาร์เก็ตอิสระ เพื่อให้บริการแก่บริษัทที่เป็นสมาชิก 1,100 ราย และร้านค้าต่างๆ 3,500 แห่ง - [ไทยแลนด์ 4.0 หรือ 'ไทยแลนด์ รอด'? เมื่อโรงงานสีเขียวกลายเป็น "อาวุธทางยุทธศาสตร์" สู้ศึกภูมิรัฐศาสตร์โลก](https://www.manutalkthai.com/thailand-4-0-or-thailand-survives-when-green-factories-become-a-strategic-weapon-in-the-global-geopolitical-battle/) - เป้าหมายลดคาร์บอนที่เคยเป็นเพียงวาระด้านสิ่งแวดล้อม กำลังถูกยกระดับเป็น "แผนเอาตัวรอดทางเศรษฐกิจ" ของประเทศไทย เมื่อสมรภูมิการค้าโลกเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความผันผวน ทั้งความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน การขาดแคลนแร่ธาตุสำคัญ และการมาถึงของมาตรการ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ของสหภาพยุโรป ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งการแข่งขันครั้งใหม่ และขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตไทยจะขึ้นอยู่กับว่า เราจะเปลี่ยน "แรงกดดันด้านสภาพภูมิอากาศ" ให้เป็น "ความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์" ได้เร็วแค่ไหน สงครามการค้าสีเขียว: วัตถุดิบและภาษีกลายเป็นเรื่องความมั่นคง สภาพแวดล้อมการดำเนินงานสำหรับผู้ผลิตในเอเชียกำลังเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง สหรัฐฯ เพิ่มมาตรการภาษี ขณะที่จีนคุมเข้มการส่งออกแร่หายาก (Rare Earths) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EVs), กังหันลม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ CBAM จ่อเก็บเงินจริง: มาตรการ CBAM ของ EU จะสิ้นสุดช่วงเปลี่ยนผ่านในเดือนธันวาคม 2025 และจะเริ่มเรียกเก็บภาษีคาร์บอนจริงในปี 2026 ซึ่งสร้างความกดดันด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเร่งด่วนสำหรับบริษัทไทยที่อยู่ในห่วงโซ่คุณค่าที่เกี่ยวข้อง แร่ธาตุกลายเป็นนโยบาย: การที่สหรัฐฯ วางแผนสำรองแร่ธาตุสำคัญ (Critical Minerals) และข้อตกลงทางการค้าใหม่ ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อเดือนตุลาคม 2025 เพื่อกระจายห่วงโซ่อุปทานออกจากจีน ทำให้นโยบายห่วงโซ่อุปทานเชื่อมโยงโดยตรงกับความมั่นคงของชาติ - [VW ประกาศเดิมพันอนาคต! ทุ่มพัฒนา "ชิป AI" ของตัวเองในจีน สู้ศึกยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ](https://www.manutalkthai.com/vw-is-betting-on-the-future-investing-in-developing-its-own-ai-chips-in-china-to-compete-in-the-autonomous-driving-car-battle/) - ท่ามกลางวิกฤตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังคงคุกคามอุตสาหกรรมยานยนต์ โฟล์คสวาเกน กรุ๊ป (Volkswagen Group - VW) ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่กลับประกาศก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงการเดิมพันในอนาคต ด้วยการพัฒนาชิปเซมิคอนดักเตอร์สำหรับระบบขับขี่อัตโนมัติด้วยตัวเองในประเทศจีน การเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการเข้าควบคุม "เทคโนโลยีหลักที่จะกำหนดอนาคตของการขับขี่อัจฉริยะ" อย่างเต็มตัว ตามคำกล่าวของ โอลิเวอร์ บลูเมอ (Oliver Blume) ซีอีโอของกลุ่ม VW ขณะกล่าวเปิดงานมหกรรมแสดงสินค้านำเข้านานาชาติแห่งประเทศจีน (CIIE) ที่เซี่ยงไฮ้ "Carizon" คือความหวังใหม่ของ VW โครงการพัฒนาชิปนี้จะดำเนินการผ่านบริษัทร่วมทุน Carizon ซึ่งเป็นการจับมือระหว่าง Cariad บริษัทซอฟต์แวร์ลูกของ VW และ Horizon Robotics ผู้เชี่ยวชาญด้านการประมวลผลสำหรับยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของจีน ปีเตอร์ บอช (Peter Bosch) กรรมการบริหารของ Cariad กล่าวว่า "นี่เป็นครั้งแรกที่ Carizon ไม่ได้พัฒนาเพียงแค่ซอฟต์แวร์ แต่กำลังพัฒนา ชิป AI ที่จะทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลจากกล้องและเซ็นเซอร์ทั้งหมดสำหรับการขับขี่ โดย VW คาดว่าจะได้รับชิปเหล่านี้ภายในช่วง 3 ถึง - [Schaeffler จับมือ Neura Robotics ลุยหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ วางแผนติดตั้ง 4,000 ตัวในโรงงาน](https://www.manutalkthai.com/schaeffler-partners-with-neura-robotics-to-develop-humanoid-robots-planning-to-install-4000-units-in-factories/) - เมื่อวิศวกรรมยานยนต์และระบบขับเคลื่อนมาผสานกับโลกแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) การปฏิวัติสายการผลิตจึงเกิดขึ้น Schaeffler (เชฟฟ์เลอร์) ยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรม และ Neura Robotics ผู้เล่นมากประสบการณ์ด้านหุ่นยนต์รับรู้การเรียนรู้ (Cognitive Robotics) ได้ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีสุดล้ำ ความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์นี้ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การพัฒนาเทคโนโลยี แต่รวมถึงการเปลี่ยนโฉมหน้าของโรงงานอัจฉริยะในอนาคต Schaeffler พัฒนา "หัวใจสำคัญ" ให้หุ่นยนต์ การเป็นพันธมิตรนี้จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาและผลิตส่วนประกอบสำคัญสำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robots) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แอคทูเอเตอร์ (Actuators) นวัตกรรมใหม่ที่มีขนาดกะทัดรัดแต่ทรงพลัง แอคทูเอเตอร์เหล่านี้ทำหน้าที่เป็น "ข้อต่อ" ที่ควบคุมการเคลื่อนไหวที่แม่นยำของหุ่นยนต์ ไม่ว่าจะเป็นหัวไหล่ ข้อศอก หัวเข่า หรือข้อมือ สิ่งที่น่าทึ่งคือแม้แอคทูเอเตอร์แบบเฟืองแพลนเนตตารี (Planetary Gear Actuators) ของ Schaeffler จะมีขนาดเล็ก แต่ก็สามารถสร้างแรงบิด (Torque) ที่ค่อนข้างสูงสำหรับการทำงานต่อเนื่อง โดยมีประสิทธิภาพสูงถึง 184 ปอนด์-ฟุต (lb ft) ทำให้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อย่างรุ่น 4NE1 สามารถจัดการกับภาระที่หนักหน่วงได้ เป้าหมายยิ่งใหญ่: หุ่นยนต์ 4,000 ตัวในโรงงานภายในปี - [Akzo Nobel ประกาศเข้าซื้อ Axalta สร้างบริษัทมูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ](https://www.manutalkthai.com/akzo-nobel-announces-acquisition-of-axalta-creating-a-25-billion-company/) - วงการสีและสารเคลือบกำลังจะสั่นสะเทือน เมื่อ Akzo Nobel ผู้ผลิตสีชื่อดังจากเนเธอร์แลนด์ เจ้าของแบรนด์สีทาบ้านอย่าง Dulux ประกาศความตั้งใจที่จะรวมกิจการกับ Axalta ผู้เชี่ยวชาญด้านสารเคลือบยานยนต์จากสหรัฐฯ อดีตแผนกสารเคลือบของ DuPont การผนึกกำลังครั้งนี้คาดว่าจะสร้างบริษัทขนาดยักษ์ที่มีรายได้ต่อปีรวมกันสูงถึง 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีมูลค่าบริษัท (รวมหนี้สิน) ประมาณ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นดีลสำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมอย่างสิ้นเชิง แม้แถลงการณ์ร่วมจะใช้คำว่า "การควบรวมกิจการ" แต่เมื่อมองจากมูลค่าตลาดแล้ว Akzo Nobel มีมูลค่าสูงกว่า Axalta อย่างชัดเจน โดย Akzo Nobel มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 11,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่ Axalta มีมูลค่าราว 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ James Hooper นักวิเคราะห์จาก Bernstein Research จึงมองว่า ดีลนี้ไม่ใช่การควบรวมของบริษัทที่เท่าเทียมกัน แต่เป็นการเข้าซื้อกิจการ (Acquisition) ของบริษัทสหรัฐฯ โดย Akzo Nobel - [Siemens มือ Capgemini ปฏิวัติโรงงานแห่งอนาคต ด้วย "AI-Native" ตั้งแต่เริ่มต้น](https://www.manutalkthai.com/siemens-and-capgemini-are-revolutionizing-the-factory-of-the-future-with-ai-native-from-the-start/) - เมื่อเทคโนโลยียักษ์ใหญ่มาบรรจบกัน การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่จึงเกิดขึ้น ซีเมนส์ (Siemens) และ คาปเจมินิ (Capgemini) ได้ประกาศขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างขีดความสามารถด้านการผลิตดิจิทัลที่ "เกิดมาพร้อมกับ AI" หรือที่เรียกว่า AI-native digital manufacturing ไม่ใช่แค่ฟังก์ชันเสริม แต่คือหัวใจหลักของการผลิต นี่ไม่ใช่แค่การเพิ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าไปในระบบการผลิตที่มีอยู่เดิม แต่ซีเมนส์และคาปเจมินิกำลังมุ่งเน้นการบูรณาการ AI ให้เป็นองค์ประกอบหลักของระบบการผลิตแห่งอนาคตตั้งแต่ขั้นตอนแรกเริ่ม โดยเล็งเห็นว่าการทำเช่นนี้จะสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง ทั้งสองบริษัทจะร่วมกันให้ความสำคัญกับ 16 ขอบเขตความเชี่ยวชาญ ที่พวกเขาเชื่อว่าจะนำมาซึ่งการปรับปรุงที่สำคัญในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น: ประสิทธิภาพการผลิต (Production Efficiency) เวลาออกสู่ตลาด (Time to Market) ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น คุณภาพของสินค้า (Quality) ความยั่งยืน (Sustainability) ผนึกกำลังข้ามโลก แก้โจทย์ยากในอุตสาหกรรม ความท้าทายที่รอการแก้ไขอย่างหนึ่งในอุตสาหกรรมคือ การรวมระบบ IT และระบบการผลิต (Operational Technology - OT) เข้าด้วยกัน ซึ่งบ่อยครั้งยังคงทำงานแยกขาดจากกัน แต่ด้วยการผนึกกำลังนี้ พวกเขาจะสามารถพัฒนาเครื่องมือและเทคโนโลยีเฉพาะอุตสาหกรรม - ["ซีเมนส์" ทุบสถิติกำไรสูงสุดอีกครั้ง! พร้อมแผนปฏิรูปครั้งใหญ่ เตรียมแยกทาง "Healthineers"](https://www.manutalkthai.com/siemens-breaks-profit-records-again-with-major-reform-plans-it-is-preparing-to-part-ways-with-healthineers/) - ท่ามกลางวิกฤตการณ์ทั่วโลกที่ยังคงดำเนินอยู่ บริษัท ซีเมนส์ กรุ๊ป (Siemens Group) ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโลก ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอีกครั้ง ด้วยการประกาศผลกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นปีที่สามติดต่อกัน! กำไรทะลุ 10,000 ล้านยูโร: แข็งแกร่งกว่าที่เคย ในปีงบประมาณที่ผ่านมา ซีเมนส์มีกำไรสุทธิสูงถึง 10,400 ล้านยูโร (ประมาณ 12,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 16% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้สร้างความยินดีให้กับผู้บริหารเป็นอย่างยิ่ง โดย Roland Busch ซีอีโอของซีเมนส์ กล่าวถึงความสำเร็จนี้ว่าเป็น "หลักชัยสำคัญ" "เราทำสถิติกำไรหลังหักภาษีเป็นปีที่สามติดต่อกัน เรามีการเติบโตของทั้งยอดคำสั่งซื้อและยอดขายในระดับกลาง-หลักเดียว ซึ่งทำให้ซีเมนส์แข็งแกร่งกว่าที่เคยเป็นมา" — Roland Busch ซีอีโอ ซีเมนส์ กล่าว อะไรคือเครื่องยนต์ขับเคลื่อนความสำเร็จ? ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้กำไรพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์มีหลายส่วน: รายได้พุ่ง: ได้รับอานิสงส์จากผลพิเศษครั้งเดียวจากการขายกิจการ Innomotics ซึ่งรับรู้รายได้ไปแล้วในไตรมาสแรก ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ (Smart Infrastructure): ภาคส่วนนี้เติบโตอย่างคึกคักและส่งผลบวกอย่างชัดเจน อุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital Industries): ธุรกิจเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ (Automation Technology) - [IFS และ Boston Dynamics ร่วมกันผสานพลังหุ่นยนต์เข้ากับ Agentic AI เพื่อเปลี่ยนรูปแบบการปฏิบัติงานภาคสนาม](https://www.manutalkthai.com/ifs-x-boston-dynamics-collaboration-in-agentic-ai/) - IFS ผู้ให้บริการชั้นนำด้านซอฟต์แวร์ AI ทางอุตสาหกรรม และ Boston Dynamics ผู้นำระดับโลกด้านหุ่นยนต์เคลื่อนที่ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญที่จะเป็นการปฏิวัติวิธีการจัดการและปรับการดำเนินงานภาคสนามขององค์กรที่ใช้ทรัพยากรจำนวนมากให้เกิดความเหมาะสมที่สุด การรวมหุ่นยนต์ตรวจสอบอัตโนมัติของ Boston Dynamics เข้ากับพลังของ IFS.ai ก่อให้เกิดระบบ Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ โดยเชื่อมโยงเข้ากับการรับรู้สัมผัส การตัดสินใจเชิงคาดการณ์ และการดำเนินการภาคสนามอย่างไร้รอยต่อ ทั้งนี้การขาดแคลนแรงงานและขาดทักษะได้ส่งผลกระทบต่อลูกค้าภาคอุตสาหกรรม จนนำไปสู่ช่องว่างและต้องหยุดให้บริการอย่างยาวนาน ดังนั้นจึงมีความต้องการเทคโนโลยีที่สามารถส่งเสริมการทำงานให้กับพนักงานภาคสนามอย่างเร่งด่วน IFS และ Boston Dynamics ได้เปิดเผยถึงความร่วมมือเป็นครั้งแรกในงาน Industrial X Unleashed ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 โดยทั้งสองบริษัทได้จัดแสดงการรวมพลังของ AI ทางกายภาพ และ Agentic AI ที่ทำให้เกิดระบบอัตโนมัติตั้งแต่ต้นจนจบเพื่อเชื่อมต่อหุ่นยนต์และข้อมูลการใช้งานที่มีศักยภาพสูงขององค์กร หุ่นยนต์ Spot ของ Boston Dynamics จะตรวจสอบทรัพย์สินและสถานที่ปฏิบัติงานทางอุตสาหกรรม พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลการปฏิบัติงานที่สำคัญในเวลาจริง โดย Spot จะใช้กล้องถ่ายภาพความร้อนเพื่อตรวจจับความร้อนที่สูงเกิน - [AgiBot ประสบความสำเร็จในการใช้วิธีการเรียนรู้แบบเสริมแรงในโลกแห่งความเป็นจริงกับหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเป็นครั้งแรก](https://www.manutalkthai.com/agibot-successfully-intregate-rw-rl-in-factory/) - AgiBot บริษัทด้านหุ่นยนต์ที่เชี่ยวชาญในการรวมร่างเข้ากับปัญญาประดิษฐ์ ประกาศความสำเร็จในการนำระบบ RW-RL หรือการเรียนรู้แบบเสริมแรงในโลกแห่งความเป็นจริง (Real-World Reinforcement Learning) ไปใช้ในสายการผลิตนำร่อง โดยได้ดำเนินการร่วมกันกับ Longcheer Technology โครงการนี้ถือเป็นการนำระบบ RW-RL มาประยุกต์ใช้กับหุ่นยนต์อุตสาหกรรมจริงเป็นครั้งแรก ด้วยการนำนวัตกรรม AI ขั้นสูงมาต่อเข้ากับการผลิตขนาดใหญ่ และเป็นการส่งสัญญาณให้เห็นถึงการยกระดับใหม่ของการพัฒนาระบบอัตโนมัติอัจฉริยะเพื่อการผลิตที่ละเอียดแม่นยำ ความท้าทายในการผลิตแบบยืดหยุ่น สายการผลิตที่ละเอียดแม่นยำต้องใช้ระบบอัตโนมัติที่มีโครงสร้างแข็งทื่อมาเป็นเวลานาน ทำให้ต้องออกแบบอุปกรณ์จับยึดที่มีความซับซ้อน รวมทั้งการปรับแต่งอย่างละเอียด และการจัดรูปแบบใหม่ที่ทำให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะใช้วิธีการขั้นสูงอย่าง "ระบบการมองเห็น + การควบคุมแรง" แต่ก็ยังประสบปัญหาทั้งความไวของพารามิเตอร์ รอบการใช้งานที่ยาวนาน และความซับซ้อนในการบำรุงรักษา ระบบการเรียนรู้แบบเสริมแรงในโลกแห่งความเป็นจริงของ AgiBot ได้เข้ามาแก้ปัญหาเหล่านี้ ช่วยให้หุ่นยนต์สามารถเรียนรู้และปรับตัวภายในโรงงานได้โดยตรง และใช้เวลาเพียงไม่กี่สิบนาที หุ่นยนต์ก็สามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ใช้งานได้อย่างเสถียร และรักษาระดับสมรรถนะในระยะยาวไว้ได้ นอกจากนี้ ในช่วงของการปรับเปลี่ยนสายการผลิตหรือการเปลี่ยนแบบชิ้นงานซึ่งจำเป็นต้องปรับแต่งฮาร์ดแวร์ ก็เป็นการปรับแต่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และเป็นการปรับใช้งานด้วยขั้นตอนที่เป็นมาตรฐาน จึงช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นได้มาก พร้อมกับลดเวลาและต้นทุน จุดเด่นของ RW-RL ของ AgiBot ปรับใช้ได้รวดเร็ว — ใช้เวลาฝึกทักษะใหม่ลดลงจากหลายสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่นาที ส่งผลให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ความสามารถในการปรับตัวสูง — - [Thermax ชูโซลูชันชีวมวลเพื่อขับเคลื่อน Thailand 4.0 ในงาน Boiler World S.E.A. 2025 [PR]](https://www.manutalkthai.com/thermax-solution-for-thailand-4-0-in-boiler-world-s-e-a-2025-pr/) - กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 20 พฤศจิกายน 2025 – ในขณะที่ประเทศไทยเดินหน้าตามเป้าหมาย ประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0) Thermax ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันพลังงานและสิ่งแวดล้อม ได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินงานภาคอุตสาหกรรมที่สะอาดขึ้น มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น โดยในงาน Boiler World S.E.A. 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–21 พฤศจิกายน ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ (ฮอลล์ 6 บูธ 8) Thermax นำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันครบวงจรที่ช่วยให้อุตสาหกรรมบรรลุเป้าหมายด้านการลดการปล่อยคาร์บอนและสนับสนุนความยั่งยืน หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการจัดแสดงครั้งนี้คือโซลูชันระบบให้ความร้อนด้วยชีวมวลของ Thermax ซึ่งช่วยให้อุตสาหกรรมสามารถเปลี่ยนจากเชื้อเพลิงฟอสซิลแบบดั้งเดิมไปสู่พลังงานทดแทนที่สะอาดขึ้น ด้วยความสามารถในการเผาไหม้เชื้อเพลิงชีวมวลได้มากกว่า 150 ชนิด ผสานกับเทคโนโลยีตะแกรงสันเขย่านำสมัย (reciprocating grate) ทำให้ Thermax มอบความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพที่เหนือกว่า โซลูชันเหล่านี้ให้สมรรถนะการทำงานที่เสถียร ประหยัดเชื้อเพลิง และคุ้มค่าระยะยาว ทำให้ชีวมวลเป็นทางเลือกที่ใช้งานได้จริงและขยายผลได้สำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานภาคอุตสาหกรรมของไทย เพื่อสนับสนุนเป้าหมายอากาศสะอาดของประเทศไทย Thermax ยังนำเสนอระบบควบคุมมลพิษทางอากาศประสิทธิภาพสูง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบหม้อไอน้ำ ออกแบบมาเพื่อจัดการกับฝุ่นละอองขนาดเล็กและมลพิษในรูปก๊าซ - [ปฏิวัติโรงงาน! รู้จัก “Software-Defined Manufacturing” (SDM) ทางลัดสู่ระบบอัตโนมัติแบบเปิด ดึง AI ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต](https://www.manutalkthai.com/revolutionize-the-factory-meet-software-defined-manufacturing-sdm-a-shortcut-to-open-automation-leveraging-ai-to-enhance-production-efficiency/) - เทรนด์ใหม่ในโลกอุตสาหกรรม – แม้ว่าโรงงานต่าง ๆ จะใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมานานแล้ว แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนชี้ว่า ประสิทธิภาพยังสามารถเพิ่มขึ้นได้อีกมาก ด้วยแนวคิดเรื่องสถาปัตยกรรมแบบเปิด (Open Architecture) สำหรับระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม ซึ่งนำไปสู่การเติบโตของเทรนด์ที่เรียกว่า "Software-Defined Manufacturing" (SDM) SDM คืออะไร และต่างจากเดิมอย่างไร? SDM คือการเพิ่มชั้นของ ซอฟต์แวร์ควบคุม ที่จะทำหน้าที่ดูแลภาพรวมของกระบวนการผลิตทั้งหมด ตั้งแต่การสร้างชิ้นส่วนเริ่มต้นไปจนถึงการประกอบและการทดสอบขั้นสุดท้าย โดยอาศัยข้อมูลที่ป้อนกลับจากฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ เช่น เซ็นเซอร์ กล้อง และหุ่นยนต์ ความแตกต่างที่สำคัญ: แทนที่จะมุ่งเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบฮาร์ดแวร์แต่ละส่วนสำหรับงานใดงานหนึ่งเหมือนเดิม SDM ช่วยให้ผู้ประกอบการ (OEMs) มีมุมมองที่เป็นหนึ่งเดียว (Unified View) ของทั้งสายการผลิต ทำให้สามารถปรับปรุงกระบวนการทั้งหมดให้เหมาะสมที่สุดได้ ตั้งแต่ต้นจนจบ ช่วยให้การผลิตยืดหยุ่นมากขึ้น รองรับการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์และสร้างต้นแบบได้ง่าย ประโยชน์ของระบบอัตโนมัติแบบเปิด การมี "ระบบนิเวศน์อัตโนมัติแบบเปิด" (Open Automation Ecosystem) เป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อน SDM ซึ่งมีข้อดีมากมาย: ความยืดหยุ่นในการเลือกสรร: ผู้ผลิตสามารถเลือกใช้ส่วนประกอบและซอฟต์แวร์ "Best-in-Class" จากซัพพลายเออร์หลายราย - [ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) หนุน SMEs เปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเปิดตัวเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันขาวดำ A3 รุ่นใหม่ล่าสุด [PR]](https://www.manutalkthai.com/fujifilm-bo-launch-the-latest-a3-monochorme-multifuction-printers-pr/) - ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ประกาศเปิดตัวเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันดิจิทัลขนาด A3 ขาวดำรุ่น Apeos 3561 series ที่ออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (DX) และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับประสิทธิภาพการสแกนที่ดียิ่งขึ้น รองรับกระดาษได้หลากหลายมากขึ้น และสามารถเชื่อมต่อกับบริการคลาวด์ได้อย่างราบรื่น ซึ่งเป็นการต่อยอดจากเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันดิจิทัล A3 สี รุ่น Apeos C3061 series ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนตุลาคม 2567 เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันดิจิทัลซีรีส์ Apeos รุ่นใหม่ เป็นการขยายไลน์อัพเครื่องพิมพ์ขาวดำจากรุ่น Apeos C3061 ที่มีขนาดกะทัดรัด โดยยังคงรักษาดีไซน์ที่ประหยัดพื้นที่ เหมาะสำหรับสำนักงานยุคใหม่ที่มีพื้นที่จำกัด เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลผ่านการเชื่อมต่อคลาวด์ที่ราบรื่น เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในองค์กรอย่างเต็มรูปแบบ การเชื่อมต่อเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันในสำนักงานเข้ากับบริการคลาวด์ต่างๆ ผ่านการใช้งานและแบ่งปันข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จึงมีความสำคัญยิ่ง เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันดิจิทัลรุ่น Apeos 3561 รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในสำนักงานด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลที่สแกนเข้ากับระบบจัดการเอกสารบนคลาวด์และระบบบัญชีต่างๆ ตัวอย่างเช่น เมื่อเชื่อมต่อกับบริการคลาวด์ FUJIFILM IWpro เอกสารที่สแกนหรือแฟกซ์จะถูกนำเข้าโดยอัตโนมัติ พร้อมชื่อไฟล์ที่กำหนด และจัดเรียงตามลักษณะงาน ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการจัดเรียงและบันทึกด้วยมือ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ไลน์อัพใหม่ประกอบด้วยรุ่น ที่มาพร้อมฟีเจอร์ตัวป้อนเอกสารอัตโนมัติแบบพิมพ์สองหน้า ซึ่งสามารถสแกนได้เร็วถึง 80 - [Rockwell Automation ลุยสร้างโรงงานแห่งอนาคต 1 ล้าน ตร.ฟุต ดึง AI ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต](https://www.manutalkthai.com/rockwell-automation-is-building-a-1-million-sq-ft-factory-of-the-future-using-ai-to-boost-manufacturing-efficiency/) - ในงาน Automation Fair 2025 ที่นครชิคาโก สัปดาห์นี้ (20 พ.ย. 2025) เบลก มอเร็ต (Blake Moret) ซีอีโอของ Rockwell Automation ได้สร้างความฮือฮาด้วยการประกาศแผนการใหญ่: การสร้างโรงงานใหม่ขนาด 1 ล้านตารางฟุต ในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา บ็อบ บัตเตอร์มอร์ (Bob Buttermore) รองประธานอาวุโสและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายซัพพลายเชนของ Rockwell Automation ได้กล่าวเน้นย้ำว่า การเปลี่ยนความฝันของ "โรงงานแห่งอนาคต" ให้เป็นจริงคือสิ่งที่บริษัทกำลังทำอยู่ภายในองค์กร เพื่อขับเคลื่อนการเติบโต ความยืดหยุ่น และการขยายผลกำไร ถอดบทเรียนจากสิงคโปร์สู่โอไฮโอ Rockwell กำลังต่อยอดความสำเร็จจากการเปลี่ยนผ่านโรงงานในสิงคโปร์จากระบบ "อัตโนมัติ (Automation)" ไปสู่ "ความเป็นอิสระ (Autonomy)" โดยใช้เวลาเพียงสองปี การปรับปรุงดังกล่าวส่งผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง: ประสิทธิภาพแรงงานเพิ่มขึ้น: 33% เวลาในการเรียนรู้ทักษะลดลง: 60% คุณภาพเพิ่มขึ้น: 25% การใช้พลังงานลดลง: 35% ผลตอบแทนจากการลงทุน - [เดลล์ เทคโนโลยีส์ เร่งขับเคลื่อน AI สำหรับองค์กร ด้วยขุมพลังของโซลูชันอัตโนมัติ [PR]](https://www.manutalkthai.com/dell-technologies-accelerates-enterprise-ai-adoption-pr/) - นวัตกรรม Dell AI Factory ช่วยให้นำ AI มาใช้ง่ายยิ่งขึ้น ผ่านโครงสร้างพื้นฐาน พันธมิตรในระบบนิเวศ และบริการล้ำหน้า Dell Automation Platform ช่วยให้องค์กรนำ AI มาใช้งานได้รวดเร็ว ปลอดภัยและให้ประสิทธิภาพ สร้างความสำเร็จที่ทำซ้ำได้ ด้วยนวัตกรรมด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบอัตโนมัติ และบริการจาก Dell Services โซลูชันการจัดการข้อมูลช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ช่วยลดเวลา เร่งสร้างมูลค่า เพื่อการตัดสินใจที่เร็วขึ้น เซิร์ฟเวอร์ Dell PowerEdge มอบประสิทธิภาพการฝึกฝนโมเดลที่รวดเร็วขึ้น รองรับการอนุมานผลลัพธ์แบบกระจายศูนย์ พร้อมตัวเลือกการประมวลที่ปรับขยายเพื่อรองรับเวิร์กโหลด AI นวัตกรรมด้านเครือข่าย ช่วยสนับสนุน บริหารจัดการ และปรับใช้ AI สเกลใหญ่ได้แบบอัตโนมัติ โซลูชันระบายความร้อนและการจัดการในระดับแร็คที่ล้ำหน้ายิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการขยายระบบสำหรับงาน AI เดลล์ เทคโนโลยีส์ ผู้ให้บริการระบบโครงสร้าง AI อันดับต้นของโลก เผยความล้ำหน้าของ Dell AI Factory ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรนำ AI มาใช้งานได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น การเพิ่มสายผลิตภัณฑ์เหล่านี้ - [นักศึกษาจาก KMITL คว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขัน MECA Thailand 2025 [PR]](https://www.manutalkthai.com/mitsubishi-electric-meca-2025-kmitl-victory-pr/) - ทีมนักศึกษาระดับปริญญาตรีจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) ได้ก้าวสู่เส้นทางอาชีพในฝัน ด้วยการคว้ารางวัลชนะเลิศอันทรงเกียรติจากการแข่งขัน MECA Thailand 2025 จากโครงการที่พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มคุณภาพและลดของเสียในกระบวนการผลิตสารลดแรงตึงผิว (Surfactant) ด้วย AI การแข่งขัน MECA Thailand 2025 ภายใต้แนวคิด "การแก้ไขปัญหาการลดการปล่อยคาริบอนในระบบอุตสาหกรรมไทย ด้วยความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมอย่างยั่งยืน" มเป้าหมายที่จะสร้างเวที่ให้นักศึกษาสามารถแปลงความคิดสร้างสรรค์และแนวคิดนวัตกรรมให้เป็นโซลูชั่นที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาริบอนไดออกไซด์ในภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ การแข่งขันยังเปิดโอกาสให้ผู้เขาร่วมทุกคนได้พัฒนาทักษะและได้สัมผัสกับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง อาทิ GENESIS64 (SCADA Dashboard), MELSOFT 3D Gemini (Digital twin), MELSOFT MaiLab (เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI), SoftGOT2000 (ซอฟต์แวร์ควบคุม HMI), GT Designer3 (ซอฟต์แวร์ออกแบบหน้าจอ HMI) และGX Works3 (ซอฟต์แวร์เขียนโปรแกรม PLC) เพื่อหาโครงการที่ชนะเลิศ และรองอันดับต่างๆ โดยใช้เกณฑ์การตัดสินได้แก่ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม การนำเสนอและความเป็นไปได้ทางเทคนิคและทางธุรกิจ นอกจากการแข่งขัน MECA Thailand 2025 - [ซีว่า ลอจีสติกส์และมิชลิน ฉลองครบรอบ 22 ปีแห่งความร่วมมือด้านซัพพลายเชนในประเทศไทย [PR]](https://www.manutalkthai.com/ceva-x-michelin-22-years-of-partnership-anniversary-pr/) - กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 17 พฤศจิกายน 2568 - ซีว่า ลอจีสติกส์ (CEVA Logistics) และมิชลิน (Michelin) ฉลองครบรอบ 22 ปีความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในประเทศไทยภายในงาน 2025 Safety and Sustainability Week ของซีว่าซึ่งจัดขึ้น ณ คลังสินค้า Thailand Sustainable Warehouse (TSW) ของมิชลิน ในจังหวัดชลบุรี ซีว่าเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจในการบริหารจัดการซัพพลายเชนแบบครบวงจรของมิชลิน ทั้งมีส่วนสนับสนุนนวัตกรรม ความเป็นเลิศในการดำเนินงาน และความยั่งยืน ซึ่งช่วยให้มิชลินสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพสูงแก่ลูกค้าทั่วภูมิภาคเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ ‘All Sustainable’ ของบริษัทฯ เฉลิมฉลอง 22 ปีแห่งความร่วมมือในประเทศไทย ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซีว่า ลอจีสติกส์และมิชลินเริ่มทำงานร่วมกันครั้งแรกที่ประเทศออสเตรเลียในปี พ.ศ. 2541 ความร่วมมือนี้ได้ขยายมายังประเทศไทยและมาเลเซียในปี พ.ศ. 2546 สำหรับประเทศไทยความร่วมมือยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องผ่านการขยายคลังสินค้า การปรับปรุงการดำเนินงาน และการบูรณาการเทคโนโลยีใหม่ ๆ ซีว่าในฐานะพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ของมิชลินได้บริหารจัดการการดำเนินงานของคลังสินค้าทั้งสี่แห่งในประเทศไทยและกระจายยางรถยนต์มิชลินไปยังทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ความร่วมมืออันยาวนานนี้เกิดจากความมุ่งมั่นร่วมกันในด้านความเป็นเลิศในการดำเนินงาน - [CHANGAN แต่งตั้งนายเติ้ง จื้อเทา เป็นกรรมการผู้จัดการประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งเป้าขับเคลื่อนตลาด NEV ทั้งในประเทศไทยและระดับภูมิภาค [PR]](https://www.manutalkthai.com/changan-assign-deng-zhitao-sea-reginal-manager-pr/) - กรุงเทพฯ – CHANGAN Automobile หรือ ฉางอาน ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะคาร์บอนต่ำ ประกาศแต่งตั้ง นายเติ้ง จื้อเทา (邓智涛) ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซาท์อีส เอเชีย จำกัด กรรมการผู้จัดการและประธานบริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ คอมโพเนนท์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป โดยภายใต้บทบาทดังกล่าว นายเติ้งจะรับผิดชอบการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของ CHANGAN ในภูมิภาค ดูแลการดำเนินงานด้านการผลิต การขาย การตลาด และการพัฒนาเครือข่ายซัพพลายเชนในไทย เพื่อเดินหน้ากลยุทธ์ “In Thailand, For Thailand” พร้อมเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทฯ ในฐานะผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพลังงานใหม่ รวมถึงขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ระดับภูมิภาค ในโอกาสนี้ - [แห่งแรกในเอเชียอาคเนย์.. แบตเตอรี่ความร้อนสำหรับอุตสาหกรรมที่สร้างโดย Rondo Energy และ SCG เริ่มดำเนินการแล้วในไทย](https://www.manutalkthai.com/southeast-asias-first-industrial-heat-battery-now-operating-in-thailand/) - Rondo Energy ผู้พัฒนาแบตเตอรี่ความร้อน และ SCG Cleanergy ผู้เชี่ยวชาญวิธีการพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือปูนซีเมนต์ไทย (SCG) ประกาศเริ่มดำเนินการแบตเตอรี่ความร้อน (heat battery) แล้วเมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2568 ที่โรงงานปูนซีเมนต์ของ SCG จังหวัดสระบุรี ประเทศไทย และถือเป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะนี้แบตเตอรี่ความร้อนได้ส่งมอบปริมาณความร้อนที่ 2.3 MWth (Megawatts thermal) อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับพลังงานมาจากโครงข่ายไฟฟ้าและฟาร์มโซลาร์เซลล์ลอยน้ำที่อยู่ใกล้เคียง ขณะที่ไอน้ำร้อนยวดยิ่งที่ส่งจากแบตเตอรี่ความร้อนนี้จะใช้ขับเคลื่อนกังหันไอน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าสะอาดสำหรับใช้ในการผลิตปูนซีเมนต์ตลอด 24 ชั่วโมง ยืดหยุ่นต่อการปรับขนาดจาก MW สู่ GW แบตเตอรี่ความร้อนที่เปิดดำเนินการนี้มีขนาด 33 MWh (Megawatt-hours) เป็นแบตเตอรี่รุ่นแรกที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มแบบมอดูลใหม่ของ Rondo โดยปัจจุบัน Rondo นำเสนอแบตเตอรี่ความร้อนที่มีขนาดตั้งแต่ 33 MWh ไปจนถึงมากกว่า 1 GWh ทั้งหมดนี้สามารถใช้วิธีการออกแบบร่วมกัน วางโครงสร้างร่วมกัน และใช้ห่วงโซ่อุปทานร่วมกัน ส่วนประกอบในการทำความร้อนทั้งอิฐและลวดความร้อนถูกผลิตขึ้นเป็นจำนวนมาก แล้วนำมารวมเข้าด้วยกัน โดยจัดรูปแบบให้ได้ขนาดแบตเตอรี่ความร้อนที่หลากหลาย - [VICTAM Asia 2026 กลับมาเยือนกรุงเทพฯ อีกครั้ง !!งานแสดงอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ สุขภาพสัตว์ และเทคโนโลยีการสีข้าว [PR]](https://www.manutalkthai.com/victam-asia-2026-in-bangkok-pr/) - วันที่ 14 พฤศจิกายน: งาน VICTAM Asia 2026 ผนึกกำลัง VIV Health & Nutrition Asia และ GRAPAS Asia 2026 เตรียมกลับมาเปิดงานแสดงสินค้าสำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และการแปรรูปธัญพืชระดับภูมิภาค ตั้งแต่กระบวนการผลิตอาหารสัตว์ เทคโนโลยีการโม่แป้งและสีข้าว ไปจนถึงโภชนาการและสุขภาพสัตว์ โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 12 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ งาน VICTAM Asia 2026 ในปีนี้ มุ่งนำเสนอนวัตกรรมในกระบวนการผลิตอาหารสัตว์ ตั้งแต่สัตว์เศรษฐกิจ สัตว์ปีก สัตว์น้ำ และสัตว์เลี้ยง นวัตกรรมในการโม่แป้ง การสีข้าว พร้อมเทคโนโลยีและโซลูชันล้ำสมัยที่ครอบคลุมตั้งแต่สารเติมแต่งและวัตถุดิบ เครื่องจักรการผลิต ระบบอัตโนมัติ โปรแกรมการผลิต ส่วนผสมเพื่อสุขภาพ การวิเคราะห์ข้อมูล และการควบคุมคุณภาพ เพื่อส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ความยั่งยืน และขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดเอเชียที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การจัดงานในปี - [ความก้าวหน้าของสถาปัตยกรรมโซนด้วยอุปกรณ์ปลายทาง 10BASE-T1S เพื่อการเชื่อมต่อระยะไกลที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น [PR]](https://www.manutalkthai.com/microchip-lan866x-10base-tis-pr/) - 13 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 — ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่สถาปัตยกรรมแบบโซนสำหรับเครือข่ายในรถยนต์ นักออกแบบต้องเผชิญกับความท้าทายที่เพิ่มมากขึ้นในการเชื่อมต่อเซนเซอร์และแอคทูเอเตอร์ที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ วิธีการแบบดั้งเดิมมักพึ่งพาไมโครคอนโทรลเลอร์และซอฟต์แวร์เฉพาะสำหรับแต่ละโหนดเครือข่าย ส่งผลให้ระบบมีความซับซ้อนมากขึ้น ต้นทุนสูงขึ้น และวงจรการพัฒนายาวนานขึ้น เพื่อจัดการกับอุปสรรคเหล่านี้ Microchip Technology (Nasdaq: MCHP) จึงได้เปิดตัว ตระกูล LAN866x ของอุปกรณ์ปลายทาง 10BASE-T1S ซึ่งมาพร้อมโปรโตคอลการควบคุมระยะไกล (RCP) เพื่อขยายการเชื่อมต่ออีเทอร์เน็ตไปจนถึงขอบสุดของเครือข่ายในยานยนต์และแสดงถึงวิสัยทัศน์ของซอฟต์แวร์ที่กำหนดยานยนต์ (SDV) อุปกรณ์ปลายทาง LAN866x ออกแบบมาเพื่อลดความซับซ้อนในการรวมเครือข่ายโดยทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมที่แปลงแพ็กเก็ตอีเทอร์เน็ตไปยังอินเทอร์เฟซดิจิทัลภายในเครื่องโดยตรง อุปกรณ์ปลายทางเหล่านี้แตกต่างจากโซลูชันทั่วไป โดยได้รับการออกแบบให้ไม่ต้องใช้ซอฟต์แวร์ จึงลดความจำเป็นในการเขียนโปรแกรมซอฟต์แวร์เฉพาะโหนด เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานซิลิคอนและขนาดพื้นที่ทางกายภาพ ด้วยการรองรับโปรโตคอล RCP ตามมาตรฐาน อุปกรณ์ปลายทางเหล่านี้จึงสามารถควบคุมโหนด Edge แบบรวมศูนย์สำหรับการสตรีมข้อมูลและการจัดการอุปกรณ์ได้ ด้วยการใช้โทโพโลยีมัลติดรอป 10BASE-T1S โซลูชันนี้จึงรองรับสถาปัตยกรรมอีเทอร์เน็ตแบบโซนทั้งหมด ซึ่งช่วยลดการเดินสายไฟ การรวมซอฟต์แวร์ และต้นทุน ด้วยการขจัดความจำเป็นในการพัฒนาซอฟต์แวร์ในทุกโหนด อุปกรณ์ปลายทาง LAN866x จึงได้รับการออกแบบมาเพื่อลดต้นทุนทั้งด้านฮาร์ดแวร์และวิศวกรรม เร่งระยะเวลาการติดตั้ง และลดความซับซ้อนของสถาปัตยกรรมระบบ อุปกรณ์ปลายทางเหล่านี้เหมาะสำหรับการใช้งานที่สำคัญในยานยนต์ เช่น ระบบไฟส่องสว่าง ครอบคลุมทั้งภายใน ไฟหน้าและหลัง - [LIV-24 พลิกโฉมการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมด้วย AI – IoT ช่วยลดค่าไฟได้สูงสุดถึง 15% พร้อมยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมตามแนวทาง ESG [PR]](https://www.manutalkthai.com/liv-24-ai-iot-saving-resource-for-esg-pr/) - ท่ามกลางต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น “พลังงาน” กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของภาคอุตสาหกรรมไทย ทั้งในมิติของต้นทุนและความยั่งยืนในด้านการผลิต ล่าสุด LIV-24 ผู้นำด้าน Smart Tech Solutions เพื่อความปลอดภัยและเสริมประสิทธิภาพธุรกิจ เปิดตัวระบบ Energy & Environmental Management Platform ระบบบริหารพลังงานและสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะที่ผสานเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligent) และ IoT (Internet of Things) เข้าด้วยกัน เพื่อบริหารการใช้ไฟฟ้าและคุณภาพอากาศในโรงงานแบบเรียลไทม์ ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าและเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ LIV-24 ใช้ Smart Meter และระบบ IoT ในการตรวจจับและรายงานการใช้ไฟฟ้าในแต่ละจุดแบบเรียลไทม์ ให้ผู้ประกอบการเห็นภาพรวมการใช้พลังงานอย่างละเอียด ข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้สามารถนำมาประมวลผลด้วยระบบ AI เพื่อวิเคราะห์แนวโน้ม ค้นหาจุดที่ใช้พลังงานสูงผิดปกติ และคาดการณ์ช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด ช่วยให้สามารถวางแผนลดโหลดหรือปรับเวลาการทำงานของเครื่องจักรได้อย่างเหมาะสม ลดการใช้พลังงานเกินจำเป็นโดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการผลิต ทำให้สามารถช่วยลดค่าไฟได้สูงสุดถึง 15% อีกทั้งระบบ IoT ของ LIV-24 ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย TIS 62368-1 และมาตรฐานการจัดการพลังงาน NTC - [แรงบันดาลใจจากไทย! จุดเริ่มต้นของ GWM ที่เปลี่ยนชีวิต ‘แจ็ค เวย์’ สู่ตำนานรถกระบะจีนที่ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตยานยนต์ระดับโลก [PR]](https://www.manutalkthai.com/gwm-wey-get-to-know-jack-wey-pr/) - กรุงเทพฯ 10 พฤศจิกายน 2568 – GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” โดยแนวคิดดังกล่าวสะท้อนถึงทิศทางการเติบโตของ GWM ในฐานะแบรนด์ระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน นวัตกรรม และเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะ ภายใต้การนำของ แจ็ค เวย์ (Jack Wey) ประธานและผู้ก่อตั้ง GWM ผู้ผลักดันให้แบรนด์จีนก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ สู่การเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีน ที่มีเครือข่ายที่ครอบคลุมกว่า 170 ประเทศ 400 เมือง และ 700 โชว์รูม พร้อมยอดขายสะสมของแบรนด์ WEY กว่า 600,000 คันทั่วโลก (ข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนมกราคม 2025) โดยเฉพาะในกลุ่มรถ MPV ภายใต้ GWM WEY - [SAP หนุนพลังนักพัฒนา ขับเคลื่อนยุคใหม่ของ Business AI [PR]](https://www.manutalkthai.com/sap-empowers-developers-to-drive-the-new-era-of-business-ai-pr/) - นวัตกรรมและพันธมิตรใหม่ รวมถึงความร่วมมือกับ Snowflake เสริมศักยภาพให้นักพัฒนาเปลี่ยนข้อมูลธุรกิจและ AI ให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่แท้จริง ในงาน SAP TechEd 2025 บริษัท SAP SE (NYSE: SAP) นำเทคโนโลยี AI เข้ามาอยู่ในกระบวนการพัฒนาอย่างลึกซึ้ง เพื่อยกระดับศักยภาพในการสร้างสรรค์ของนักพัฒนาให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น ฟีเจอร์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในโซลูชัน SAP Build ระบบนิเวศด้านข้อมูลที่ขยายตัวต่อเนื่อง และ Joule Agents ที่ทรงพลัง ช่วยให้นักพัฒนาสามารถเปลี่ยนแนวคิดให้กลายเป็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็วและมั่นใจยิ่งกว่าเดิม ทั้งนี้ SAP ยังประกาศพันธกิจในการส่งเสริมทักษะด้าน AI ให้กับคนกว่า 12 ล้านคนทั่วโลกภายในปี พ.ศ. 2573 “การประกาศของ SAP ในวันนี้ จะมอบเครื่องมือที่จำเป็นแก่นักพัฒนา เพื่อสร้างสรรค์ผลงานได้รวดเร็วในยุคของ AI” Muhammad Alam กรรมการบริหาร SAP SE กล่าว “นวัตกรรมที่ครอบคลุมในวงจรของแอปพลิเคชัน ข้อมูล และ AI - [Geekplus เผยสถานีหยิบสินค้าด้วยแขนหุ่นยต์รุ่นใหม่ที่จะนำไปสู่คลังสินค้าแบบไร้คนทั้งระบบ](https://www.manutalkthai.com/geekplus-robot-hand-station-for-non-human-logistic-system-pr/) - Geekplus ผู้นำระดับโลกด้านหุ่นยนต์คลังสินค้า เปิดเผยถึงสถานีหยิบสินค้าด้วยแขนหุ่นยนต์รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นวิธีการหยิบสินค้าแบบไร้คนตั้งแต่ต้นจนจบเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม และเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่จาก "ระบบอัตโนมัติเพียงบางส่วน" ไปสู่ "ระบบอัจฉริยะเต็มทั้งระบบ" ด้วยความก้าวหน้านี้จึงเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับระบบอัตโนมัติในคลังสินค้า และเป็นนิยามใหม่สำหรับระบบโลจิสติกส์แบบไร้คน หัวใจสำคัญของสถานีงานใหม่นี้ก็คือ Geek+ Brain ที่สามารถเอาชนะความยุ่งยากที่สุดอย่างหนึ่งในระบบอัตโนมัติคลังสินค้า นั่นคือ การทำให้แขนหุ่นยนต์สามารถหยิบและปรับให้เข้ากับสินค้าคงคลังที่มี SKU (หน่วยเก็บสต็อก) หลากหลายและมีขนาดใหญ่ได้อย่างแม่นยำ รวมทั้งผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท และการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ สถานีหยิบด้วยแขนหุ่นยนต์ใหม่ของ Geekplus ได้ส่งมอบประโยชน์หลักสำคัญสามประการ ความคล่องตัวในแบบ Plug-and-Play — Geek+ Brain ได้รับการฝึกโมเดลทั่วไปด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ที่มาจากโลกแห่งความเป็นจริง จึงสามารถรับรู้และจับเอาข้อมูลของ SKU ที่มีนับหมื่นรายการได้อย่างชาญฉลาด รวมถึงสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์ทั้งแบบปกติทั่วไปและแบบอ่อนโดยไม่ต้องฝึกซ้ำ การออกแบบเป็นมอดูลจึงสามารถนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็วภายใน 48 ชั่วโมง และด้วยความยืดหยุ่นต่อการขยายระบบ จึงง่ายต่อการปรับให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลหรือการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ ประสิทธิภาพสูงสุด — การปรับแต่งโมเดลให้เหมาะสมที่สุดนั้นส่งผลให้ความเร็วการอนุมานอยู่ในระดับมิลลิวินาที และการต่อร่วมกันในทุกขั้นตอนของการทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น โดยมีประสิทธิภาพการหยิบสินค้าสูงกว่าแรงงานคนหลายเท่า และรองรับการทำงานแบบต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน โดยมีคุณสมบัติขั้นสูงต่างๆ เช่น การตรวจรับรองการหยิบสินค้าแบบคู่ และการสแกนมอดูลต่างๆ ช่วยให้มั่นใจได้ว่าข้อผิดพลาดนั้นเกือบเป็นศูนย์ มีสมรรถนะสม่ำเสมอ และสามารถคาดการณ์ได้ ความมั่นคงของข้อมูล - [ยูนิลีเวอร์ ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมการตลาดดิจิทัลและ AI คว้า 2 รางวัล SMARTIES Thailand 2025 [PR]](https://www.manutalkthai.com/unilever-won-2-award-in-digital-marketing-and-ai-solutio-pr/) - กรุงเทพฯ – 06 พฤศจิกายน 2568 – ยูนิลีเวอร์ ผู้นำตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลกและนวัตกรรมดิจิทัล ตอกย้ำศักยภาพความแข็งแกร่งด้านการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดแบรนด์ซันไลต์ (Sunlight) คว้ารางวัล SMARTIES Thailand 2025 ถึง 2 สาขา จากแคมเปญ Sunlight Extralime x BBQ Plaza : Powered by AI ได้แก่ Silver Winner ในสาขา Emerging Tech Marketing – Data Insights / Contextual Marketing และ Bronze Winner ในสาขา Creative & Innovation Impact ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของยูนิลีเวอร์ในการพัฒนาแคมเปญการตลาดที่ล้ำสมัย โดยใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์และเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง รางวัล - [ฮอนด้า นำเสนอเทคโนโลยีเจเนอเรชันใหม่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่เตรียมเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 2020 [PR]](https://www.manutalkthai.com/honda-new-super-one-prototype-technology-and-solution-pr/) - (กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น – 6 พฤศจิกายน 2568) – บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด จัดกิจกรรม Honda Automotive Technology Workshop สำหรับสื่อมวลชน เพื่อเผยข้อมูลของเทคโนโลยีเจเนอเรชันใหม่สำหรับรถยนต์ ที่มีแผนจำหน่ายในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 2020 เทคโนโลยีหลักที่นำเสนอในกิจกรรม ได้แก่ แพลตฟอร์มสำหรับรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ เทคโนโลยีระบบไฮบริด-ไฟฟ้า (Hybrid-Electric System) สำหรับรถยนต์ไฮบริดขนาดใหญ่รุ่นใหม่ ที่มีแผนเปิดตัวในอเมริกาเหนือช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 2020 เทคโนโลยีหลักที่จะนำมาใช้กับรถยนต์ไฟฟ้า Compact รุ่นผลิตจริง โดยอ้างอิงจาก Super-ONE Prototype ที่เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่งาน Japan Mobility Show 2025 ฮอนด้ายึดมั่นในเป้าหมายด้าน “สิ่งแวดล้อม” และ “ความปลอดภัย” ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการ เพื่อให้ฮอนด้าสามารถส่งมอบความสนุกและอิสระแห่งการขับเคลื่อนแก่ผู้คนได้อย่างยั่งยืน บนพื้นฐานแนวคิดดังกล่าว ฮอนด้าได้ตั้งเป้าหมายระยะยาวไว้ 2 ประการ ได้แก่ “การบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน สำหรับทั้งผลิตภัณฑ์และกิจกรรมองค์กรทั้งหมด” และ “ลดการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องจากการใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วโลกให้เป็นศูนย์ - [DigiTech ASEAN Thailand & AI Connect 2025 เวทีขับเคลื่อนองค์กรอาเซียนสู่ Digital Transformation [PR]](https://www.manutalkthai.com/digitech-asean-thailand-ai-connect-2025-digital-transformation-pr/) - (กรุงเทพฯ) – พฤศจิกายน 2568 – งาน DigiTech ASEAN Thailand & AI Connect 2025 เวทีสำคัญด้านเทคโนโลยีและ AI ที่ครบครันที่สุดในอาเซียน พร้อมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–21 พฤศจิกายน 2568 ณ ฮอลล์ 7–8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคตและโซลูชันธุรกิจอัจฉริยะในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเปลี่ยนผ่านดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ งานในปีนี้จัดภายใต้แนวคิด “Digital Solutions for Business” เน้นการนำเสนอเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจทุกขนาดสามารถยกระดับประสิทธิภาพ เพิ่มความคล่องตัว และสร้างขีดความสามารถใหม่ในเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน ภายในงานจะมีแบรนด์เทคโนโลยีชั้นนำกว่า 350 แบรนด์ จาก 15 ประเทศ อาทิ เมียนมาร์, เยอรมนี, เวียดนาม, ญี่ปุ่น, บังคลาเทศ, มาเลเซีย, ยูเครน, ลิทัวเนีย, สหรัฐอเมริกา, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สหราชอาณาจักร, สาธารณรัฐเกาหลี, สาธารณรัฐประชาชนจีน เขตปกครองตนเองไต้หวัน - [eufyMake สร้างปรากฏการณ์ใหม่ เปิดตัว “E1” เครื่องพิมพ์ UV 3D Texture ส่วนบุคคลรุ่นแรกของโลก [PR]](https://www.manutalkthai.com/eufymake-e1-world-first-uv-printer-pr/) - กรุงเทพ, ประเทศไทย 6 พฤศจิกายน 2568 – eufyMake แบรนด์เครื่องมือครีเอทีฟส่วนบุคคล ในเครือ Anker Innovations นำ eufyMake E1 เครื่องพิมพ์ UV 3D Texture ส่วนบุคคลรุ่นแรกของโลกมาจัดแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ภายในงาน Ad & Sign Expo 2025 ระหว่างวันที่ 6–9 พฤศจิกายน 2568 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้ eufyMake E1 เป็นเครื่องพิมพ์ที่ผสานเทคโนโลยีการพิมพ์ UV ความละเอียดสูงเข้ากับระบบสร้างพื้นผิวสามมิติ (3D Texture Printing) ช่วยให้สามารถพิมพ์ลวดลายและสีสันได้อย่างมีมิติ สมจริง บนวัสดุมากกว่า 300 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นไม้ โลหะ หนัง หรืออะคริลิก โดดเด่นด้วยดีไซน์กะทัดรัดแต่ทรงพลังในขนาดตั้งโต๊ะ เพื่อตอบโจทย์ครีเอเตอร์ นักออกแบบ - [ผู้บริหารจาก อินโดรามา เวนเจอร์ส และ อินโดวินยา ร่วมเป็นตัวแทนกลุ่มบริษัทฯในงาน Climate Action Innovation Zone ที่นครเซาเปาโล [PR]](https://www.manutalkthai.com/indorama-ventures-in-climate-action-innovation-zone-at-sao-paulo-pr/) - กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 6 พฤศจิกายน 2568 – บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เข้าร่วมงาน Climate Action Innovation Zone ซึ่งจัดขึ้นในปีนี้ ณ เมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล ระหว่างวันที่ 6-8 พฤศจิกายนนี้ โดยจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 ควบคู่ไปกับการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP) งานนี้รวบรวมบรรดาผู้นำ บริษัทต่างๆ และผู้กำหนดนโยบายระดับโลก ที่มุ่งมั่นเร่งสร้างนวัตกรรมและความยั่งยืนในภาคอุตสาหกรรม งานนี้จะมีผู้บริหารจากอินโดรามา เวนเจอร์ส และอินโดวินยา (Indovinya) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เฉพาะทางและสารลดแรงตึงผิวระดับโลกของบริษัทฯ เข้าร่วมงาน ตอกย้ำความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทฯ ในการส่งเสริมการหารือในหลากหลายภาคส่วน และการพัฒนาความร่วมมือของโซลูชันที่ยั่งยืนและเป็นนวัตกรรม ร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียหลักในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ อินโดรามา เวนเจอร์ส จะจัดแสดงบูธของบริษัทฯ ภายในงาน ตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ที่มีฐานการดำเนินงานที่หลากหลายทั่วโลก มีพอร์ตโฟลิโอแบบบูรณาการ และความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคตที่หมุนเวียนและคาร์บอนต่ำ ผ่านแผนงานด้านความยั่งยืน Innovate to 2028 และโซลูชันนวัตกรรมที่หลากหลาย - [Honeywell เปิดตัวนวัตกรรมเทคโนโลยีผลิตเชื้อเพลิงหมุนเวียนคุณภาพสูงจากชีวมวลด้วยต้นทุนที่ต่ำ](https://www.manutalkthai.com/honeywell-introduce-innovative-technology-to-produce-high-quality-renewable-fuels-from-biomass-at-low-cost/) - Honeywell เปิดตัวเทคโนโลยีล้ำสมัยสำหรับเปลี่ยนขยะทางการเกษตรและป่าไม้ให้เป็นเชื้อเพลิงหมุนเวียนที่พร้อมใช้งานสำหรับภาคส่วนที่ลดการปล่อยมลพิษได้ยาก เช่น อุตสาหกรรมการเดินเรือ โดยเทคโนโลยีนี้สามารถใช้ผลิตเชื้อเพลิงทางทะเลที่มีคาร์บอนต่ำ น้ำมันเบนซิน และเชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน (SAF) โดยใช้วัตถุดิบจากแหล่งชีวมวลที่อุดมสมบูรณ์และมีราคาไม่แพง เช่น เศษไม้และเศษพืช สำหรับผู้ประกอบการเรือ เชื้อเพลิงแบบพร้อมใช้งานที่ผลิตได้เหล่านี้ จะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและปล่อยคาร์บอนต่ำเมื่อใช้ทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิงหนักแบบดั้งเดิม โดยเชื้อเพลิงทางทะเลหมุนเวียนนี้มีความหนาแน่นของพลังงานสูงกว่าเชื้อเพลิงชีวภาพทางเลือกอื่นๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน จึงสามารถเพิ่มระยะทางของเรือได้โดยไม่ต้องอัปเกรดเครื่องยนต์ที่มีราคาแพง เทคโนโลยีนี้สามารถแปลงของเสียจากพืชและเกษตรกรรมมาเป็นน้ำมันชีวภาพดิบ (biocrude) ที่มีคาร์บอนต่ำได้ ณ จุดรวมวัตถุดิบ จึงช่วยลดต้นทุนการขนส่ง และยังสามารถกลั่นน้ำมันชีวภาพดิบ ณ ที่ตั้งของโรงงานขนาดใหญ่เพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงทางทะเล น้ำมันเบนซิน หรือ SAF ได้ จึงช่วยแก้ปัญหาที่ยืดเยื้อยาวนานในการแปลงน้ำมันชีวภาพดิบให้เป็นเชื้อเพลิงที่มีสมรรถนะเทียบเท่ากับเชื้อเพลิงทั่วไป นอกจากนี้ เทคโนโลยีกระบวนการปรับปรุงน้ำมันชีวภาพดิบของ Honeywell ยังสามารถส่งมอบในรูปของมอดูลโรงงานสำเร็จรูป จึงช่วยลดความเสี่ยงและเร่งระยะเวลาโครงการของลูกค้าได้เนื่องจากกิจกรรมต่างๆ ในการก่อสร้าง ณ ที่ตั้งโรงงานนั้นทำได้ง่ายขึ้น การนำเทคโนโลยีนี้มาใช้นับว่าสอดคล้องกับความต้องการของบริษัทขนส่งที่จำเป็นต้องลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนตามความต้องการของลูกค้าและตามกฎข้อบังคับ ทั้งนี้นับตั้งแต่ทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา น้ำมันเชื้อเพลิงหนัก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหลือจากการกลั่นน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล และน้ำมันก๊าด ถือเป็นแหล่งพลังงานหลักของภาคการเดินเรือ และเป็นแหล่งพลังงานหลักที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกประมาณ 3% (ตามข้อมูลของกรมพลังงานสหรัฐอเมริกา) กว่าทศวรรษที่ผ่านมา Honeywell ได้นำเสนอเทคโนโลยีกระบวนการสำหรับเชื้อเพลิงหมุนเวียนและเชื้อเพลิงทางเลือกโดยใช้วัตถุดิบตั้งต้นหลากหลายชนิด ซึ่งเทคโนโลยีปรับปรุงน้ำมันชีวภาพดิบใหม่นี้จะเป็นส่วนเสริมของกลุ่มผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงหมุนเวียนของ - [กลุ่มธนบุรี ผนึก GEELY จัดประชุมผู้จำหน่ายทั่วประเทศชูแผนเปิดตัว GEELY EX2 พร้อมยกระดับบริการหลังการขาย [PR]](https://www.manutalkthai.com/thonburineustern-geely-ex2-board-meeting-pr/) - กรุงเทพฯ, 4 พฤศจิกายน 2568 – กลุ่มธนบุรี ภายใต้ชื่อ บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดงาน GEELY Dealer Conference ภายใต้แนวคิด ‘Ignite the Future’ จุดประกายอนาคตแห่งการขับเคลื่อนใหม่ของ GEELY ณ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต เผยทิศทางแบรนด์และกลยุทธ์การตลาดแก่พันธมิตรและผู้จำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมผนึกกำลังวางแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ GEELY EX2 ที่เตรียมประกาศราคาครั้งแรกใน Motor Expo 2025 งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ มุ่งขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์สู่เซกเมนต์ใหม่ ควบคู่การยกระดับบริการหลังการขายด้วยประสบการณ์ 85 ปีของกลุ่มธนบุรี เพื่อเสริมศักยภาพเครือข่ายผู้จำหน่ายและสร้างความมั่นใจสูงสุดแก่ลูกค้าชาวไทยในทุกมิติ นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด เผยว่า “ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของไทยจากการเข้ามาของหลากหลายแบรนด์ใหม่ - [ซีเมนส์ร่วมมือเอ็นวิเดียสาธิตชุดเทคโนโลยีใหม่สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตยุค AI [PR]](https://www.manutalkthai.com/siemens-x-nvidia-collaboration-for-manufacturing-industry-pr/) - ภายในงาน NVIDIA GTC (GPU Technology Conference) ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซีเมนส์และเอ็นวิเดีย ร่วมสาธิตชุดเทคโนโลยีใหม่ (New Technology Stack) ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาสำหรับแพลตฟอร์ม Siemens Xcelerator การสาธิตนี้แสดงให้เห็นว่าอีกไม่นาน วิศวกรจะสามารถออกแบบ ปรับแต่ง และจัดการแบบจำลอง DigitalTwin ที่ล้ำสมัยและแม่นยำที่สุดสำหรับโรงงานในอนาคตได้อย่างรวดเร็ว การผสานการทำงานร่วมกันระหว่างแพลตฟอร์ม Siemens Xcelerator และ NVIDIA Omniverse ทำให้เทคโนโลยีนี้สามารถนำเสนอ Digital Twin ในรูปแบบใหม่ที่มีความสมจริงสูง โดยรวมเอาการแสดงภาพ 3 มิติ (3D Visualization) การจำลองการทำงานของกระบวนการหรือระบบ และข้อมูลของโรงงาน ไว้ในสภาพแวดล้อมเดียวที่สมจริง นับเป็นก้าวสำคัญสู่เมตาเวิร์สสำหรับภาคอุตสาหกรรม (Industrial Metaverse) สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของซีเมนส์ที่มุ่งมั่นผสานโลกจริงและดิจิทัลอย่าง ไร้รอยต่อ เพื่อปลดล็อกนวัตกรรมไปสู่อีกระดับ ส่งเสริมการทำงานร่วมกัน และสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้กับภาคอุตสาหกรรม ปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลกกำลังอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ขับเคลื่อนด้วยการลงทุนมหาศา และการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ในวงกว้าง เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงนี้ ซีเมนส์และเอ็นวิเดียกำลังกระชับความร่วมมือเพื่อเร่งปฏิวัติภาคอุตสาหกรรมด้วย AI - [Chef Robotics และ ILPRA ร่วมมือกันเพื่อส่งมอบระบบอัตโนมัติที่ยืดหยุ่นสำหรับการประกอบ และบรรจุภัณฑ์อาหาร](https://www.manutalkthai.com/chef-robotics-x-ilpra-collaborated-innovation-for-food-processing/) - Chef Robotics ผู้นำการประกอบอาหารด้วยหุ่นยนต์ที่มีความสามารถด้าน AI และ ILPRA ผู้นำด้านนวัตกรรมการบรรจุภัณฑ์ระดับโลก ร่วมมือกันเสนอวิธีการอัตโนมัติแบบครบวงจรที่ให้ความยืดหยุ่นต่อการประกอบและบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้ผลิตอุตสาหกรรมอาหาร ปัจจุบันผู้ผลิตอาหารกำลังเผชิญกับแรงกดดันมากขึ้นในการตอบสนองต่อความต้องการ ควบคู่ไปกับการรักษาความสม่ำเสมอ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพในสายการผลิต อีกทั้งปัญหาการขาดแคลนแรงงานและงานที่ทำซ้ำๆ แบบแมนวล ทำให้การรักษาปริมาณงานในกระบวนการที่มีจำนวนมากโดยไม่ให้กระทบต่อคุณภาพหรือผลกำไรนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก ความท้าทายเหล่านี้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสายการประกอบและบรรจุภัณฑ์อาหาร โดยที่ความละเอียดแม่นยำและความยืดหยุ่นนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ขณะเดียวกันก็ยังยากที่จะปรับขนาดระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับงานผลิตในห้องเย็นและการขาดแคลนแรงงาน Chef และ ILPRA ได้ร่วมมือกันเพื่อจัดการกับความท้าทายเหล่านี้ด้วยการทำให้เกิดความยืดหยุ่น ใช้หุ่นยนต์ที่มีความสามารถด้าน AI และสร้างระบบบรรจุภัณฑ์ขั้นสูงที่สามารถปรับให้เข้ากับหน่วยเก็บสต็อก (SKU) ได้หลายร้อยหน่วย และสายการผลิตแบบผสมที่มีการปรับเปลี่ยนอยู่บ่อยๆ หุ่นยนต์สายการประกอบอาหารของ Chef เป็นระบบอัตโนมัติสำหรับกระบวนการซ้ำๆ ที่มีความละเอียดแม่นยำและรวดเร็ว ได้ส่งมอบอาหารให้ลูกค้าทั่วอเมริกาเหนือไปแล้วกว่า 70 ล้านชุด ขณะที่ ILPRA มีความเชี่ยวชาญมานานกว่า 70 ปีในด้านระบบบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบเป็นการเฉพาะ รวมถึงเครื่องซีลถาด เครื่องซีลแบบขึ้นรูป-บรรจุ-ปิดผนึก และวิธีการอื่นๆ ที่ออกแบบเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ หลากหลายประเภท ความร่วมมือกันของสองบริษัทนี้สามารถช่วยผู้ผลิตอาหารพัฒนากระบวนการผลิตอาหารสดและแช่แข็งแบบพร้อมรับประทาน (RTE) และอาหารพร้อมอุ่น (RTH) ให้เป็นระบบอัตโนมัติมากขึ้น โดยหุ่นยนต์จาก Chef robots จะทำหน้าที่ประกอบอาหารโดยอัตโนมัติด้วยการแบ่งส่วนและนำส่วนผสมอาหารต่างๆ - [เกิดอะไรขึ้น.. eNimon รถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของโลกที่สร้างขึ้นโดยปราศโลหะหรือแร่จากการทำเหมือง](https://www.manutalkthai.com/sandvik-enimon-worlds-first-ev-without-mining-material/) - รถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉลี่ยมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์มีส่วนประกอบของทรัพยากรที่ได้จากการทำเหมือง ในขณะที่รถยนต์อีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า eNimon หรือ Nomine ถูกสร้างขึ้นโดยปราศจากวัสดุเหล่านั้น โดย eNimon มีลักษณะโปร่งใสโดยสมบูรณ์ อีกทั้งยังขาดคุณสมบัติของการที่จะเป็นรถยนต์ได้ และเป็นรถยนต์ที่ขยับเคลื่อนตัวไม่ได้เลย กล่าวโดยนัยก็คือ eNimon ได้แสดงให้เห็นถึงอนาคตหากปราศจากการเข้าถึงโลหะและแร่ธาตุต่างๆ ที่ได้จากการทำเหมือง โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญในการผลักดันไปสู่ความยั่งยืน นั่นคือ ผลผลิตจากการทำเหมืองในปัจจุบันไม่สามารถตอบสนองความต้องการแร่ธาตุต่างๆ ที่จำเป็นต่อเทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้ รถยนต์ EV กังหันลม และแผงโซลาร์เซลล์ ล้วนต้องพึ่งพาวัสดุสำคัญอย่าง ลิเธียม ทองแดง และนิกเกิล แต่อุปทานของทรัพยากรเหล่านี้กลับลดลงอย่างน่าตกใจเมื่อเทียบกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ยกตัวอย่าง รถยนต์ไฟฟ้าต้องเติมแร่ธาตุเข้าไปมากกว่ารถยนต์ทั่วไปถึง 6 เท่า โรงไฟฟ้าพลังลมบนบกต้องการแหล่งแร่ธาตุมากกว่าโรงไฟฟ้าพลังก๊าซธรรมชาติถึง 9 เท่า การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 จำเป็นต้องเพิ่มการผลิตลิเธียม นิกเกิล และโคบอลต์เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าเมื่อเทียบกับปัจจุบัน หากไม่ขยายขอบเขตการทำเหมืองแบบยั่งยืน ปัญหาการขาดแคลนวัสดุอาจเป็นภัยคุกคามไม่เพียงแค่เป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความพยายามในการทำให้เป็นแบบไฟฟ้าและการลดคาร์บอนทั่วโลกอีกด้วย Sandvik Sandvik ซึ่งเป็นกลุ่มวิศวกรรมไฮเทคระดับโลกที่มุ่งพัฒนาผลิตภาพ ความสามารถในการทำกำไร และความยั่งยืนทางอุตสาหกรรม กำลังจัดการกับปัญหาเร่งด่วนนี้ด้วยการเน้นไปที่บทบาทสำคัญของการทำเหมืองแบบยั่งยืนที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างเทคโนโลยีที่จะเป็นตัวกำหนดการใช้ชีวิตสมัยใหม่ และขับเคลื่อนการเป็นแบบไฟฟ้าของโลก - [แอลจี โชว์ฟอร์มแกร่งเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ประจำปี 2568 [PR]](https://www.manutalkthai.com/lg-3rd-quarter-of-2025-total-revenue-summary-pr/) - กรุงโซล, 3 พฤศจิกายน 2568 – บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด (แอลจี) เผยผลประกอบการรวมประจำไตรมาส 3 ของปี 2568 มีรายได้รวม 21.87 ล้านล้านวอน (หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 5.03 แสนล้านบาท) และมีกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 688.9 พันล้านวอน (หรือประมาณ 1.58 หมื่นล้านบาท) ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนผลการดำเนินงานอันแข็งแกร่งในไตรมาสนี้มาจากการเติบโตของกลุ่มธุรกิจ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Home Appliance Solution: HS) และกลุ่มธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ (Vehicle Solution: VS) ซึ่งสามารถสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น แม้ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นมาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกา หรือภาวะชะลอตัวของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ผลลัพธ์นี้สะท้อนความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนพอร์ตโฟลิโอธุรกิจของแอลจี ควบคู่ไปกับความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน โดยกลยุทธ์นี้ครอบคลุมตั้งแต่การรุกขยายธุรกิจโซลูชันสำหรับองค์กร (B2B) เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์และระบบปรับอากาศ (HVAC) การสร้างการเติบโตในกลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์ (Non-hardware) เช่น ธุรกิจบอกรับสมาชิก (Subscription) และการขยายแพลตฟอร์ม webOS - [Dassault Systèmes (ดาสโซลท์ ซิสเทเมส) และแอพพลิแคด ลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ภายใต้โครงการ SkillForce [PR]](https://www.manutalkthai.com/dassault-systemes-and-applicad-sign-collaboration-agreement-with-kmutnb-pr/) - Dassault Systèmes (ตลาดหลักทรัพย์ปารีส: FR0014003TT8, DSY.PA) และแอพพลิแคด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ภายใต้โครงการ SkillForce โดย SOLIDWORKS ซึ่งนับเป็นความร่วมมือครั้งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ การลงนามดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของ SOLIDWORKS ซอฟต์แวร์ออกแบบและวางแผนทางวิศวกรรมชั้นนำระดับโลก ที่มุ่งส่งเสริมให้นักนวัตกรรมรุ่นใหม่สามารถเปลี่ยนแนวคิดให้เป็นจริง ผ่านการสร้างแบบจำลอง 3 มิติ การวิเคราะห์ และการบริหารจัดการกระบวนการออกแบบ และการผลิตอย่างครบวงจร ภายใต้โครงการ SkillForce ทาง Dassault Systèmes จะมอบสิทธิ์การใช้งานซอฟต์แวร์ SOLIDWORKS แก่นักศึกษาที่ผ่านการรับรอง Certified SOLIDWORKS Associate (CSWA) และอยู่ระหว่างการฝึกงานกับสถานประกอบการ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้นำทักษะที่เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับศักยภาพของภาคธุรกิจ พร้อมสนับสนุนยุทธศาสตร์ Thailand 4.0 ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของประเทศไทย นับตั้งแต่เปิดตัวในปี พ.ศ. 2538 SOLIDWORKS ได้ก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับโลกด้านซอฟต์แวร์ออกแบบ 3 มิติและแอปพลิเคชันทางวิศวกรรม ปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 8 - [ราคาน้ำมันโลกชะลอตัว 'OPEC+' ยืดเวลาเพิ่มกำลังผลิต หวั่นตลาดน้ำมันล้น](https://www.manutalkthai.com/global-oil-prices-slow-opec-extends-production-increase-fearing-oil-market-oversupply/) - ราคาน้ำมันดิบ ในตลาดโลกมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันนี้ (4 พ.ย. 2025) หลังจากที่กลุ่มผู้ผลิตน้ำมัน "OPEC+" ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกทั้งจากกลุ่ม OPEC และนอกกลุ่ม ได้ตัดสินใจเลื่อนแผนการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันออกไปในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า น้ำมันดิบอ่อนตัว นักลงทุนจับตาสัญญาณล้นตลาด น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent Crude) ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานของโลก ซื้อขายอยู่ที่ 64.56 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลงราว 0.4% น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานของสหรัฐฯ ก็ลดลง 0.4% มาอยู่ที่ 60.66 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เช่นกัน การลดลงของราคาครั้งนี้เกิดจากท่าทีของ 8 ชาติสมาชิก OPEC+ ซึ่งรวมถึงประเทศผู้ผลิตรายใหญ่อย่างซาอุดีอาระเบียและรัสเซีย ที่ตกลงร่วมกันเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันเพียง 137,000 บาร์เรลต่อวัน (bpd) ในเดือนธันวาคมนี้เท่านั้น แต่จะระงับการเพิ่มกำลังการผลิตเพิ่มเติม ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคมปี 2026 โดยอ้างถึงเหตุผลด้านฤดูกาล นักลงทุนตีความการเคลื่อนไหวนี้ว่าเป็นการส่งสัญญาณถึง "ความเป็นไปได้ที่จะเกิดอุปทานน้ำมันส่วนเกิน" ในปีหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง การเพิ่มกำลังผลิตแบบค่อยเป็นค่อยไปนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทยอยยกเลิกมาตรการลดกำลังการผลิตโดยสมัครใจที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้า โดยมีฉากหลังเป็น "พื้นฐานของตลาดที่แข็งแกร่ง" และปริมาณสต็อกน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ - [ภาคผลิตไทยเดือน ต.ค. โตแรงสุดใน 29 เดือน ยอดสั่งซื้อใหม่ทะลัก แม้ตลาดโลกซบเซา](https://www.manutalkthai.com/thai-manufacturing-sector-in-october-grew-fastest-in-29-months/) - ภาคการผลิตของประเทศไทยกำลังกลับมาคึกคักอย่างน่าจับตา! ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่า การเติบโตของภาคการผลิตในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาได้พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 29 เดือน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่แข็งแกร่งสำหรับเศรษฐกิจไทย ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (PMI) ของไทยในเดือนตุลาคม ทะยานขึ้นไปอยู่ที่ 56.6 จาก 54.6 ในเดือนกันยายน โดยเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน ตามรายงานของ S&P Global ***หมายเหตุ: ค่า PMI ที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิต ในขณะที่ค่าที่ต่ำกว่า 50 หมายถึงการหดตัว การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้มีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากคำสั่งซื้อใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดในรอบสองปีครึ่ง ผู้ประกอบการหลายรายรายงานถึงความสำเร็จในการพัฒนาธุรกิจและได้รับความสนใจจากลูกค้ามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ปริมาณการผลิตเองก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 สอดคล้องกับคำสั่งซื้อใหม่ที่หลั่งไหลเข้ามา ทำให้ผู้ผลิตของไทยต้องเร่งเพิ่มกำลังคนเพื่อรองรับปริมาณงานที่สูงขึ้น แม้ว่าภาพรวมของการส่งออกไปยังต่างประเทศจะยังคงซบเซา โดยคำสั่งซื้อเพื่อการส่งออกใหม่ยังคงลดลง แต่ก็มีข่าวดีเมื่ออัตราการลดลงนั้นชะลอตัวลงในผลสำรวจรอบล่าสุดนี้ นอกจากคำสั่งซื้อใหม่ที่เพิ่มขึ้นแล้ว งานในมือ (Backlogs) ที่ขยายตัวเป็นประวัติการณ์ ผนวกกับการมองโลกในแง่ดีที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของผลผลิตในปีข้างหน้า ล้วนเป็นปัจจัยที่บ่งชี้ว่า ภาคการผลิตของไทยยังคงอยู่ในเส้นทางการเติบโต ต่อไปในอีกหลายเดือนข้างหน้า สรุปง่ายๆ: ภาคการผลิตไทยกำลังติดเครื่องเดินหน้าอย่างเต็มที่ โดยมีพลังจากความต้องการในประเทศเป็นหัวใจสำคัญ และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในอนาคตอันใกล้ ที่มา: https://english.news.cn/20251104/dcc702525f8241a6b8dc027e08f82edb/c.html - [DEXON ยกระดับการตรวจถังขนาดใหญ่ ด้วยเทคโนโลยี Rope Access ที่แม่นยำและปลอดภัย [PR]](https://www.manutalkthai.com/dexon-rope-access-solution-for-better-safety-pr/) - บริษัท เด็กซ์ซอน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ DEXON ผู้นำด้านเทคโนโลยีการตรวจสอบเชิงอุตสาหกรรมครบวงจร ดำเนินการตรวจสอบถังเก็บและจ่ายก๊าซแบบ Double-Wall ขนาดสูงกว่า 35 เมตร จำนวน 2 ถัง โดยใช้เทคโนโลยี Rope Access Inspection ซึ่งช่วยให้การตรวจสอบเสร็จสิ้นภายในเวลาเพียง 15 วัน ภายใต้มาตรฐาน API 653 ที่กระทรวงพลังงานกำหนด ครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัย โครงสร้าง ระบบป้องกัน และอุปกรณ์นิรภัย โดยทีมผู้ตรวจสอบที่ได้รับการรับรองจาก IRATA, API และ ASNT ทั้งหมด ทำให้สามารถส่งมอบผลตรวจสอบได้อย่างครบถ้วน แม่นยำ และมีประสิทธิภาพสูงสุด การตรวจสอบถังเก็บก๊าซขนาดใหญ่ตามวาระที่กระทรวงพลังงานกำหนด เป็นขั้นตอนสำคัญในการรับรองความปลอดภัย ความมั่นคง และอายุการใช้งานของถังเก็บก๊าซ โดยต้องดำเนินการตรวจสอบหลายรายการภายใต้มาตรฐาน API 653 ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านโครงสร้าง ระบบป้องกัน และอุปกรณ์ความปลอดภัย โดยหนึ่งในความท้าทายสำคัญของการตรวจสอบถังเก็บขนาดใหญ่คือการเข้าถึงพื้นที่สูงและจุดที่เข้าถึงยาก การติดตั้งนั่งร้านแบบเดิมมักใช้เวลานานและมีต้นทุนสูง เทคโนโลยี Rope Access - [ไทยยูเนี่ยน โกยรายได้ไตรมาส 3/2568 แตะ 3.4 หมื่นลบ. รับกำไรสุทธิปรับปรุง 1,516 ลบ. ดันกำไรต่อหุ้นขยายตัว 12.1% สะท้อนความสามารถในการทำกำไรของบริษัทสดใส [PR]](https://www.manutalkthai.com/thai-union-reports-q3-2025-revenue-pr/) - บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนความสามารถในการทำกำไรต่อเนื่อง แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงมีความท้าทาย โดยมียอดขายรวมอยู่ที่ 34,501 ล้านบาท ซึ่งการเติบโตของยอดขายแบบ organic sales ได้รับแรงหนุนจากกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแช่แข็ง ขณะที่กำไรสุทธิต่อหุ้นเติบโตเพิ่มขึ้น 12.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ ไทยยูเนี่ยนยังมีกระแสเงินสดแข็งแกร่งต่อเนื่องที่ 4,127 ล้านบาท ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผลประกอบการไตรมาส 3 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความสามารถในการปรับตัวของไทยยูเนี่ยน ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน เรายังคงเห็นสัญญาณการเติบโต ปริมาณการขายที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งในระดับ 19% สะท้อนว่าเรากำลังดำเนินกลยุทธ์ไปในทิศทางที่ถูกต้อง ทั้งในด้านการเพิ่มความคล่องตัวของการดำเนินงาน การเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลัก - [KJL สุดยอด! คว้า CGR 5 ดาว ‘ดีเลิศ’ ยืนหนึ่งองค์กรโปร่งใส มาตรฐานธรรมาภิบาลรอบด้าน [PR]](https://www.manutalkthai.com/kjl-earns-5-star-excellent-cgr-rating-pr/) - บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL นำโดย นายเกษมสันต์ สุจิวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับบริษัทจดทะเบียนที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับ 5 ดาว หรือ "ดีเลิศ" (Excellent CG Scoring) ในโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Company: CGR) ประจำปี 2568 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ภายใต้การสนับสนุนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตอกย้ำศักยภาพการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นพัฒนาการกำกับดูแลกิจการที่ดี ควบคู่การดำเนินธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท โดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาลที่ดีในมิติ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (ESG) ควบคู่การเดินหน้าขยายธุรกิจ และสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ถือหุ้น ด้วยผลการดำเนินงานที่มีแนวโน้มการเติบโตอย่างยั่งยืน - [เปลี่ยนโรงงานสู่ Smart Factory ด้วย IoT Platform จาก PTC ThingWorx](https://www.manutalkthai.com/rise-to-smart-factory-with-iot-platform-by-ptc-thingworx/) - โรงงานในยุคดิจิทัล ต้องการมากกว่าการทำงานแบบเดิม ในยุคที่ข้อมูลคือหัวใจของการตัดสินใจ โรงงานที่ยังใช้ระบบแยกส่วน หรืออาศัยรายงานที่ล่าช้า อาจสูญเสียทั้งเวลา ต้นทุน และโอกาสในการพัฒนา ปัญหาอย่าง ข้อมูลกระจัดกระจาย, ไม่เห็นสถานะการผลิตแบบ Real-time, หรือ การวิเคราะห์ปัญหาไม่ทันเหตุการณ์ คืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้หลายองค์กรไม่สามารถยกระดับสู่ “Smart Factory” ได้อย่างแท้จริง ThingWorx IoT Platform คือกุญแจสำคัญของโรงงานยุคใหม่ ThingWorx สำหรับโรงงานยุคใหม่ คือระบบที่ช่วยเชื่อมต่อเครื่องจักร, อุปกรณ์, และระบบซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เข้าด้วยกันแบบ Real-time ทำให้ผู้บริหาร วิศวกร และฝ่ายผลิตสามารถ “เห็นภาพรวม” ของกระบวนการทั้งหมดได้อย่างชัดเจน และตัดสินใจได้เร็วขึ้น สิ่งที่องค์กรจะได้จาก ThingWorx 1. เชื่อมต่อเครื่องจักรและอุปกรณ์ได้อย่างไร้รอยต่อ รวมข้อมูลจากหลายแหล่งเข้าสู่ศูนย์กลาง ช่วยลดความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บและประมวลผล 2. มองเห็นข้อมูลแบบ Real-time ติดตามสถานะการผลิตผ่าน Dashboard และแจ้งเตือนทันทีเมื่อมีความผิดปกติ 3. วิเคราะห์เชิงลึกด้วย Analytics & AI คาดการณ์ปัญหาล่วงหน้า เช่น - [SOTI เปิดตัว 'Stella' ผู้ช่วย AI ในโรงพยาบาล สยบเครื่องมือล่ม ลดความเสี่ยง 'เทคโนโลยีหยุดชะงัก'](https://www.manutalkthai.com/soti-launches-stella-an-ai-assistant-for-hospitals-eliminating-equipment-failures-and-reducing-the-risk-of-technology-disruption/) - ในวงการสาธารณสุข การที่เทคโนโลยีขัดข้องไม่ใช่แค่เรื่องเสียเวลา แต่หมายถึงความล่าช้าที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตของผู้ป่วยได้เลยทีเดียว! ด้วยเหตุนี้ SOTI ผู้นำด้านแพลตฟอร์มการบริหารจัดการอุปกรณ์ จึงได้เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ภายใต้ SOTI ONE Platform พร้อมแนะนำ "Stella" ผู้ช่วยที่ขับเคลื่อนด้วยพลัง AI เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ลดเวลาที่อุปกรณ์สำคัญหยุดชะงัก และเร่งการตอบสนองต่อผู้ป่วยผ่านระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ โครงสร้างเก่าคือตัวถ่วง! 99% ของผู้นำไอทีไทยยังพึ่งพาระบบเดิม การพัฒนาครั้งนี้ของ SOTI ตอบโจทย์ความท้าทายด้านเทคโนโลยีในโรงพยาบาลอย่างตรงจุด จากรายงานล่าสุดของ SOTI ที่ชื่อว่า “Healthcare’s Digital Dilemma: Calculated Risks and Hidden Challenges Exposed” ได้เผยตัวเลขที่น่าตกใจ: 97% ของผู้นำด้านไอทีทั่วโลก (และ 99% ในออสเตรเลีย) ยังคงพึ่งพาระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบเก่า (Legacy Systems) แม้จะมีอุปกรณ์เชื่อมต่อหรือเทคโนโลยีโทรเวชกรรม (Telehealth) แต่ 65% ทั่วโลก ยังคงใช้งานอยู่บนระบบที่ล้าสมัยและไม่บูรณาการเข้าด้วยกัน ปัญหาใหญ่คือ 38% ทั่วโลก เผยว่า ไม่สามารถติดตั้งหรือจัดการอุปกรณ์มือถือ/เครื่องพิมพ์ใหม่ได้ - [5 จุดแข็ง "RFID Reader" มอบให้ภาคอุตสาหกรรม](https://www.manutalkthai.com/5-strengths-of-rfid-reader-for-the-industrial-sector/) - เคยสงสัยไหมว่าโรงงานอุตสาหกรรมจะก้าวหน้าไปอีกขั้นได้อย่างไรในยุคที่ทุกวินาทีและทุกบาทมีค่า? คำตอบอยู่ที่เทคโนโลยี RFID (Radio Frequency Identification) ซึ่งเป็นมากกว่าแค่การติดตามสินค้า! ข้อมูลเผยว่าบริษัทที่ใช้ RFID สามารถเพิ่มความแม่นยำในการตรวจนับสต็อกได้ถึงอย่างน้อย 27% เลยทีเดียว เจาะลึก 5 จุดแข็งที่ RFID Reader มอบให้ภาคอุตสาหกรรม เครื่องอ่าน RFID ไม่ได้มีดีแค่การสแกน แต่เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยยกระดับกระบวนการผลิตให้เร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น นี่คือ 5 ข้อดีหลักที่คุณควรรู้: การยืนยันตัวตนที่รวดเร็วและปลอดภัย (Fast & Secure Authentication): เครื่องอ่าน RFID ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอ่านข้อมูลจากแท็กแบบไร้สัมผัส (Contactless) ทำให้การยืนยันตัวตนของพนักงานหรืออุปกรณ์เป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น ช่วยให้พนักงานเข้าถึงเครื่องจักรและวัสดุได้ทันที ลดปัญหาคอขวด (Bottlenecks) และเวลาเครื่องจักรหยุดทำงาน (Downtime) ได้อย่างเห็นผล การติดตามและการควบคุมแบบเรียลไทม์ผ่าน IoT (Real-Time Tracking via IoT): เมื่อรวม RFID เข้ากับเทคโนโลยี Internet of Things - [Advantech ผู้นำด้าน Edge AI เตรียมเปิดเวที “ASEAN Connect Conference 2026”รวมพลังพันธมิตรขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาเซียน](https://www.manutalkthai.com/advantech-edge-ai-asean-connect-conference-2026/) - เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท Advantech Co., Ltd. ผู้นำด้านโซลูชันอุตสาหกรรมอัจฉริยะและ Edge Intelligence เตรียมจัดงาน “Advantech ASEAN Connect Conference 2026 (APC 2026)” ภายใต้แนวคิด “Celebrating Success, Empowering Connections” ในวันที่ 2-3 เมษายน 2026 ที่เมืองปีนัง, มาเลเซีย เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากงาน “IoT Automation Focused Partner Conference 2025 (FPC 2025)” เมื่อวันที่ 19-20 มิถุนายน 2025 ที่กรุงไทเป, ไต้หวัน ซึ่งมีพันธมิตรเข้าร่วมมากถึง 132 คน จาก 76 บริษัท ใน 16 ประเทศทั่วโลก - [ขอเชิญร่วมงาน DigiTech ASEAN Thailand & AI Connect 2025 | 19–21 พฤศจิกายน 2568 ฮอลล์ 7–8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี [Guest Post]](https://www.manutalkthai.com/digitech-asean-thailand-ai-connect-2025-19-21-nov-25-hall-7-8-impact-muang-thong-thani-guest-post/) - ขอเรียนเชิญเข้าร่วมงาน DigiTech ASEAN Thailand & AI Connect 2025 เวทีเทคโนโลยีและธุรกิจระดับภูมิภาค ที่รวบรวมโซลูชันด้าน Digital Transformation ครบวงจรในงานเดียว ไม่ว่าคุณจะเป็น เจ้าของธุรกิจ ผู้บริหารองค์กร ฝ่าย IT หรือโปรแกรมเมอร์ — งานนี้คือโอกาสสำคัญที่ไม่ควรพลาด! พบกันวันที่ 19–21 พฤศจิกายน 2568 ฮอลล์ 7–8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ลงทะเบียนฟรี ! ในยุคที่ AI, Cloud, Data, Cybersecurity และ IoT กำลังพลิกโลกธุรกิจอย่างรวดเร็ว องค์กรที่พร้อม รับมือ เปลี่ยนผ่าน และลงมือก่อน ย่อมสร้างความได้เปรียบทั้งด้านประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และความเร็วในการตัดสินใจ ไฮไลต์สำคัญ • 350+ แบรนด์เทคโนโลยี จาก 14 ประเทศ ครบทุกโซลูชันสำหรับธุรกิจทุกขนาด• ครอบคลุม - [NTT DATA ชูแนวคิด “Sustainable AI”ขับเคลื่อนเทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ สู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม [PR]](https://www.manutalkthai.com/ntt-data-sustaniable-ai-for-future-pf-eco-system-pr/) - NTT DATA ผู้นำระดับโลกด้าน AI ธุรกิจดิจิทัล และบริการเทคโนโลยี เผยแพร่เอกสารไวท์เปเปอร์ฉบับใหม่ที่เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการผสานแนวคิดความยั่งยืนเข้าในทุกขั้นตอนของการพัฒนาและนำเทคโนโลยี AI ไปใช้ เพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น การพัฒนา “AI อย่างยั่งยืน” ไม่เพียงเป็นความรับผิดชอบขององค์กรเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสทางกลยุทธ์ในการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน เสริมความแข็งแกร่งขององค์กร และลดการใช้ทรัพยากรที่สำคัญของโลก ไวท์เปเปอร์ฉบับใหม่นี้มีชื่อว่า “Sustainable AI for a Greener Tomorrow” อธิบายถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นจากการเติบโตของ AI พร้อมนำเสนอแนวทางสู่การสร้างนวัตกรรมอย่างยั่งยืน โดยเทคโนโลยีนี้ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าปริมาณมหาศาลเพื่อรองรับการประมวลผลที่ซับซ้อน ทั้งในขั้นตอนการเทรนโมเดลขนาดใหญ่ การทำงานของระบบวิเคราะห์ข้อมูล และการให้บริการที่ต้องออนไลน์ตลอดเวลา งานวิจัยคาดการณ์ว่า ภายในปี 2028 การประมวลผลของ AI จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้การใช้พลังงานของศูนย์ข้อมูล (data center) เพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ยังรวมถึงการใช้น้ำเพื่อทำความเย็นศูนย์ข้อมูล การเพิ่มขึ้นของขยะอิเล็กทรอนิกส์ และการขุดแร่หายากเพื่อผลิตฮาร์ดแวร์ เดวิด คอสตา หัวหน้าฝ่ายนวัตกรรมด้านความยั่งยืนแห่งสำนักงานใหญ่ NTT DATA กล่าวว่า “แม้การเติบโตของ AI จะสร้างแรงกดดันต่อทรัพยากร - [Siemens ผนึก NVIDIA โชว์ "Digital Twin" สุดสมจริง ออกแบบโรงงานอัจฉริยะเสร็จในไม่กี่ชั่วโมง](https://www.manutalkthai.com/siemens-partners-with-nvidia-to-showcase-a-realistic-digital-twin-designing-a-smart-factory-in-hours/) - ณ งาน NVIDIA GTC (GPU Technology Conference) ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. Siemens และ NVIDIA ได้สร้างความฮือฮาด้วยการสาธิตเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งจะพลิกโฉมการออกแบบโรงงานอุตสาหกรรมทั่วโลก เทคโนโลยีใหม่นี้เป็นการผสานรวมระหว่างแพลตฟอร์ม Siemens Xcelerator และ NVIDIA Omniverse เพื่อนำเสนอ Digital Twin ที่มีความสมจริงและแม่นยำสูงสุด วิศวกรจะสามารถ ออกแบบ เพิ่มประสิทธิภาพ และจัดการ โรงงานแห่งอนาคตได้อย่างรวดเร็ว ในสภาพแวดล้อมที่รวมการแสดงผล 3 มิติ การจำลอง และข้อมูลจริงของโรงงานเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ปลดล็อก "Industrial Metaverse" ด้วย AI ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการทำให้วิสัยทัศน์ "Industrial Metaverse" ของ Siemens กลายเป็นจริง ซึ่งหมายถึงการรวมโลกแห่งความเป็นจริงและโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน เพื่อปลดล็อกนวัตกรรม ความร่วมมือ และสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนในภาคอุตสาหกรรม ออกแบบ AI-Driven: เทคโนโลยีนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อยุค AI โดยเฉพาะ จะช่วยให้ผู้ผลิตไม่เพียงแต่สร้างโรงงานใหม่ - ['Shiseido' เล็งตั้งโรงงานในอินเดีย สู้ศึกตลาดความงามเดือด รับดีมานด์พุ่งกระฉูด](https://www.manutalkthai.com/shiseido-plans-to-set-up-a-factory-in-india-to-compete-in-the-fierce-beauty-market-facing-skyrocketing-demand/) - ยักษ์ใหญ่แห่งวงการความงามจากญี่ปุ่นอย่าง Shiseido (ชิเซโด้) กำลังพิจารณาครั้งสำคัญในการจัดตั้งฐานการผลิตภายในประเทศอินเดีย เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในตลาดที่ได้รับการจับตามองที่สุดในโลกขณะนี้ คุณซันเจย์ ชาร์มา หัวหน้ากลุ่มชิเซโด้ในอินเดีย เปิดเผยกับ The Economic Times ว่า "การผลิตในท้องถิ่นจะทำให้บริษัทได้รับความได้เปรียบโดยธรรมชาติรวมถึงภาระภาษีที่ต่ำลง ในตลาดอินเดียที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว" "นี่เป็นการตัดสินใจระดับโลก และจะขึ้นอยู่กับขนาด (ของตลาด) ซึ่งเรากำลังประเมินอยู่" คุณชาร์มากล่าว ยักษ์ญี่ปุ่นเดินเกมรุกในแดนภารตะ Shiseido ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางดังอย่าง Nars Cosmetics และแบรนด์สกินแคร์ระดับพรีเมียมอย่าง Clé de Peau Beauté ได้เข้ามาทำตลาดในอินเดียครั้งแรกในปี 2001 ด้วยแบรนด์หลักของตนเอง การขยายตัวครั้งใหญ่เกิดขึ้นในปี 2023 เมื่อแบรนด์ Nars เข้าสู่ตลาดอินเดียผ่านห้างสรรพสินค้า Shoppers Stop และ Sephora ตามมาด้วยการเปิดร้านค้าเดี่ยว (Standalone Stores) นอกจากนี้ ในปีเดียวกัน Shiseido ยังได้แต่งตั้งดาราบอลลีวูดชื่อดัง ทามันนาห์ บาเทีย (Tamannaah Bhatia) เป็นแบรนด์แอมบาสเดเดอร์คนแรกของแบรนด์ Shiseido - [โซตัส อินเตอร์เนชั่นแนล ปลูกฝังเกษตรกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ด้วย SAP Cloud ERP และ เอ็นทีที เดต้า บิสซิเนส โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) [PR]](https://www.manutalkthai.com/sotus-international-cultivates-data-driven-agriculture-with-sap-cloud-erp-pr/) - SAP SE (NYSE: SAP) ประกาศว่า บริษัท โซตัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้นำด้านธุรกิจเคมีเกษตรของประเทศไทย ได้ดำเนินการใช้ระบบ SAP Cloud ERP ร่วมกับบริษัท เอ็นทีที เดต้า บิสซิเนส โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และเสริมสร้างระบบนิเวศทางการเกษตรของประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผ่านนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ในฐานะหนึ่งในผู้ให้บริการด้านการปกป้องและดูแลพืชผลที่มั่นคงที่สุดในประเทศไทย โซตัส อินเตอร์เนชั่นแนล ได้เป็นผู้นำในการพัฒนาเกษตรกรรมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 โดยให้การสนับสนุนเกษตรกรทั่วประเทศด้วยโซลูชันทั้งแบบชีวภาพและไม่ใช่ชีวภาพที่มีคุณภาพสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ปรับปรุงสุขภาพของดิน และเพิ่มผลผลิตของพืชผล เมื่อต้องเผชิญกับการเติบโตอย่างรวดเร็วและความซับซ้อนทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น บริษัทจึงตัดสินใจใช้ SAP Cloud ERP เพื่อรวมกระบวนการทางธุรกิจให้เป็นหนึ่งเดียว ยกระดับระบบให้สามารถขยายตัวได้ในอนาคต และเพิ่มความสามารถในการมองเห็นข้อมูลแบบเรียลไทม์ตลอดห่วงโซ่คุณค่า เมื่อรายได้ของโซตัส อินเตอร์เนชั่นแนล ขยายเกินกว่า 1 พันล้านบาท ระบบ SAP ERP แบบ on-premise เดิมไม่สามารถรองรับการขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากโครงสร้างการดำเนินงานของบริษัทมีความซับซ้อนสูง ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยและพัฒนา - [ไม่มีพวงมาลัยและแป้นเหยียบ! Tesla เปิดรับสมัครงาน 30 ตำแหน่ง ลุยผลิต 'Cybercab' อย่างเต็มสูบ](https://www.manutalkthai.com/no-steering-wheel-or-pedals-tesla-is-hiring-for-30-positions-as-it-ramps-up-production-of-the-cybercab/) - มีสัญญาณที่ชัดเจนบ่งชี้ว่า Tesla กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการผลิตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท เมื่อมีการค้นพบประกาศรับสมัครงานกว่า 30 ตำแหน่งบนเว็บไซต์ของบริษัท ซึ่งเกี่ยวข้องกับการผลิตรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบรุ่นใหม่ล่าสุด นั่นคือ 'Cybercab' การประกาศรับสมัครงานเหล่านี้ ตั้งแต่ช่างซ่อมบำรุงไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิต ล้วนระบุสถานที่ทำงานที่ Gigafactory Texas ในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส ซึ่งเป็นฐานการผลิตหลักของ Cybercab ที่กำลังจะเกิดขึ้น Cybercab: หัวใจสำคัญของการเดินทางอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา Tesla ได้เดินหน้าโครงการ Cybercab อย่างจริงจัง รวมถึงการเปิดตัวทดสอบรถที่สนาม Fremont Test Track ในแคลิฟอร์เนีย และการทดสอบการชน (Crash Testing) ที่ Gigafactory Texas ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณว่าการผลิตรถรุ่นนี้กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla ได้เปิดเผยระหว่างการประชุมแถลงผลประกอบการเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า Cybercab จะเป็นรถที่ไม่มีพวงมาลัยและแป้นเหยียบโดยออกแบบมาเพื่อการขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบโดยเฉพาะ มัสก์กล่าวถึงศักยภาพของ Cybercab ที่จะเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของตลาดรถยนต์ครั้งใหญ่ โดยเปรียบเทียบรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ของ Tesla ว่ายัง "มีลักษณะคล้ายรถม้าอยู่บ้าง" เพราะต้องมีพวงมาลัยและแป้นเหยียบ - [Agibot เปิดตัว G2 หุ่นยนต์แบบอินเทอร์แอกทีฟยุคถัดไปในระดับอุตสาหกรรม](https://www.manutalkthai.com/agibot-g2-robot-world-premier-pr/) - Agibot เปิดตัว G2 หุ่นยนต์แบบอินเทอร์แอกทีฟในระดับอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ โดยได้รวมจุดเด่นต่างๆ เอาไว้ ทั้งข้อต่อเพื่อการเคลื่อนไหวที่มีสมรรถนะสูง เซนเซอร์แรงบิดที่มีความละเอียดแม่นยำสูง และระบบรับรู้เชิงพื้นที่ขั้นสูง ฮาร์ดแวร์ที่มีความก้าวหน้า Agibot G2 เป็นรุ่นอัปเกรดจากรุ่นก่อนหน้านี้ที่เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2566 ทำให้ G2 กลายเป็นหุ่นยนต์มาตรฐานระดับโลกที่ใช้เพื่อการทำงานแบบองค์รวมในระดับอุตสาหกรรม โดยมีจุดแข็งที่สำคัญด้านฮาร์ดแวร์สามส่วน คือ แอคชูเอเตอร์ ข้อต่อประสิทธิภาพสูง และเซนเซอร์หลายประเภท ช่วยให้สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้รอบทิศทา การออกแบบส่วนเอวให้เคลื่อนไหวได้อิสระ 3 องศา ช่วยจำลองการเคลื่อนไหวของมนุษย์ได้ละเอียดแม่นยำ เช่น การก้ม การบิด และการส่ายไปด้านข้าง ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นแขนควบคุมแรงสำหรับข้อมือรูปกากบาทรุ่นแรกของโลกที่ติดตั้งเซนเซอร์แรงบิดความแม่นยำสูงไปตลอดทั้งแขน โดยสามารถตรวจจับแรงภายนอกได้ในเวลาจริง และตอบสนองได้อย่างราบรื่นผ่านการควบคุมอิมพีแดนซ์ นอกจากนี้ ยังออกแบบชุดเครื่องมือเพื่อให้การติดตั้งได้รวดเร็ว ช่วยให้ผู้ใช้ที่ไม่ใช่มืออาชีพสามารถตั้งค่าได้โดยไม่ต้องอาศัยทักษะพิเศษ ในขณะที่ชุดแบตเตอรี่แบบคู่ได้รับการออกแบบให้สามารถสับเปลี่ยนได้และมีฟังก์ชันการชาร์จอัตโนมัติ รองรับการทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง สอดคล้องกับการทำงานของสายการผลิตในโรงงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ นวัตกรรม AI แบบอินเทอร์แอกทีฟ Agibot G2 ได้ทลายข้อจำกัดของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมซึ่งทำงานเพียงทิศทางเดียว และยังสร้างประสบการณ์การทำงานที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น โดยอาศัยพลังขับเคลื่อนคู่กันของ "interaction + AI" ด้วยโมเดลพื้นฐานขนาดใหญ่ - [บีโอไอไฟเขียว “การ์มิน” ลงทุนกว่า 3 พันล้านตั้งฐานผลิตอุปกรณ์อัจฉริยะแห่งแรกในอาเซียน [PR]](https://www.manutalkthai.com/boi-x-garmin-three-millions-bath-investment-pr/) - บีโอไออนุมัติส่งเสริมการลงทุน “การ์มิน” (Garmin) ผู้ผลิตอุปกรณ์อัจฉริยะแบรนด์ดังระดับโลก ลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท ตั้งฐานผลิต Smart Watch และ GPS Navigator แห่งแรกในอาเซียน ที่จังหวัดชลบุรี เสริมศักยภาพประเทศไทย ก้าวสู่ศูนย์กลางการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะของภูมิภาค นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการ ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากบอร์ดบีโอไอ ได้อนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนโครงการของบริษัท การ์มิน ชลบุรี (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือบริษัท Garmin Ltd. (Switzerland) เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เช่น นาฬิกาอัจฉริยะ (GPS Smart Watch) และอุปกรณ์นำทางอัจฉริยะ สำหรับยานยนต์และการเดินเรือ (GPS Navigator) ภายใต้แบรนด์ Garmin มูลค่าลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งจะเป็นฐานการผลิตแห่งแรกในอาเซียนของบริษัท คาดว่าจะเริ่มผลิตภายในปี 2569 เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะของภูมิภาคอาเซียน โครงการนี้จะใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยครบทั้งสายการผลิต - [“ชไนเดอร์ อิเล็คทริค” ชูแนวคิด SF₆-free เปลี่ยนผ่านสู่โครงข่ายไฟฟ้าอนาคตด้วย Pure Air เตรียมโชว์เคสนวัตกรรมและโซลูชั่นตอบโจทย์พลังงานยั่งยืนในงาน “IEEE PES GTD Asia 2025” [PR]](https://www.manutalkthai.com/schneider-electric-innovation-and-solution-showcase-in-ieee-pes-gtd-asia-2025-pr/) - ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ในการจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ ชูแนวคิด เปลี่ยนผ่านสู่โครงข่ายไฟฟ้าอนาคตด้วย Pure Air บนเวทีสัมมนา "IEEE Towards a Sustainable Grid” จัดโดยสมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็คโทรนิคส์แห่งประเทศไทย พร้อมเตรียมยกทัพนวัตกรรมและโซลูชั่นเร่งการทรานส์ฟอร์มพลังงานสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในงาน IEEE PES GTD Asia 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 พ.ย. 2568 นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ญาดา รุ่งเรืองวิเศษ รองประธาน กลุ่มธุรกิจ Power Systems ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ดูแลประเทศไทย ลาว และเมียนมา เปิดมุมมองเทคโนโลยีและแนวโน้มการลดใช้ก๊าซซัลเฟอร์เฮกซาฟลูออไรด์ หรือ SF₆ (Sulfur hexafluoride) บนเวทีสัมมนา ‘IEEE Towards a Sustainable Grid’ จัดโดยสมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็คโทรนิคส์แห่งประเทศไทยว่า เมกะเทรนด์ที่กำลังขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในขณะนี้คือ โครงข่ายไฟฟ้าแห่งอนาคตที่สามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอน - [เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดศูนย์เทคนิคทางวิศวกรรมแห่งใหม่ รองรับการผลิตยนตรกรรมพลังไฟฟ้าเต็มรูปแบบ [PR]](https://www.manutalkthai.com/bentley-motor-new-facility-grand-opening-for-full-ev-development-pr/) - (ครูว์ 26 กันยายน 2568) เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ฉลองการเปิดศูนย์เทคนิคทางวิศวกรรมแห่งใหม่ที่ทันสมัยอย่างเป็นทางการ ณ โรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ โดยได้รับเกียรติจาก ดร. แฟรงค์-สเตฟเฟน วอลลิเซอร์ (Dr. Frank-Steffen Walliser) ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ดร. แมทเทียส เรบบ์ (Dr. Matthias Rabe) กรรมการบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนาเป็นประธานในพิธีเปิด สำหรับศูนย์ฯ แห่งใหม่นี้จะมีบทบาทสำคัญในการเตรียมความพร้อมของแบรนด์สู่การพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต ศูนย์เทคนิคทางวิศวกรรมแห่งใหม่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการลงทุนขนาดใหญ่สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกในการพัฒนาและวิจัยรถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคตที่โรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ ศูนย์ฯ แห่งใหม่นี้ได้มีการนำเทคโนโลยีการทำโลกเสมือนจริงมาผสานเข้ากับการบูรณาการผลิตภัณฑ์ ก่อให้เกิดการทำงานร่วมกันตลอดกระบวนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ สำหรับศูนย์ฯ แห่งใหม่ตั้งอยู่บนพื้นที่สองชั้น ครอบคลุมพื้นที่รวมกว่า 13,000 ตารางเมตร ภายในศูนย์ฯ ประกอบด้วยห้องจำลองต้นแบบรถยนต์ในอนาคต ฝ่ายพัฒนาวัสดุ และฝ่ายบูรณาการซอฟต์แวร์ โดยหัวใจสำคัญของการบูรณาการของศูนย์ฯ คือ การประยุกต์ใช้ทักษะอย่างเป็นระบบและครอบคลุมในด้านการฝึกอบรม การทดสอบ และการเตรียมการเปิดตัวระบบซอฟต์แวร์ ระบบไฟฟ้าแรงสูงแบบดิจิทัล และระบบไฟฟ้าทั้งหมด แผนกส่วนใหญ่ได้ย้ายมาจากที่ตั้งเดิมในอาคาร A1 - [บีโอไอเผยยอดลงทุน 9 เดือน ทะยาน 1.3 ล้านล้านบาทต่างชาติเชื่อมั่นศักยภาพไทย ฐานลงทุนระยะยาว [PR]](https://www.manutalkthai.com/boi-reports-9-month-investment-soaring-to-1-3-trillion-baht-pr/) - บีโอไอ เผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน 9 เดือนแรก ปี 2568 เติบโตเกือบเท่าตัว มูลค่ารวมทะลุ 1.3 ล้านล้านบาท จากกว่า 2,600 โครงการ นำโดยอุตสาหกรรมดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า สอดรับกระแสเศรษฐกิจดิจิทัลและความต้องการอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูงที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ต่างชาติลงทุนกว่า 9.8 แสนล้านบาท สะท้อนเชื่อมั่นไทยจุดหมายการลงทุนที่สำคัญ ด้วยบรรยากาศการลงทุนที่เปิดกว้าง เป็นกลาง และเอื้อต่อความร่วมมือกับพันธมิตรจากทั่วโลก นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่าแนวโน้มการลงทุนในไทยในปี 2568 เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยช่วง 9 เดือนแรก (ม.ค. - ก.ย. 2568) มีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งในแง่จำนวนโครงการและเงินลงทุน โดยมีจำนวน 2,622 โครงการ เพิ่มขึ้นร้อยละ 23 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มูลค่าเงินลงทุนรวม 1,374,553 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 94 สะท้อนว่านักลงทุนให้ความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ทั้งด้านปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ความพร้อมรองรับการลงทุน ศักยภาพการเติบโตในระยะยาว รวมทั้งบทบาทของไทยในการเป็นศูนย์กลางการลงทุนที่สำคัญในภูมิภาคอาเซียน กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเงินลงทุนสูงในช่วง - [HMC Polymers เดินหน้าจัด Conference แห่งปี 2025 ประกาศความร่วมมือกับผู้ถือหุ้น เร่งเครื่อง Sustainable PP Products ใช้เทคโนโลยีระดับโลก เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตและความยั่งยืน [PR]](https://www.manutalkthai.com/hmc-polymers-hosts-2025-conference-pr/) - บริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอส์ จำกัด หรือ HMC Polymers จัดงาน HMC Polymers Conference 2025 ขึ้น ภายใต้แนวคิด “PP Together : Preferred Partner for a Sustainable Future” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งในปีนี้ เน้นย้ำประเด็นสำคัญ คือ ความร่วมมือกับผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นบริษัทระดับประเทศและระดับโลก ยกระดับความมั่นคงตลอดห่วงโซ่อุปทานการผลิตผลิตภัณฑ์ทั้งเม็ดพลาสติก PP เกรดพรีเมียมและเม็ดพลาสติก PP เพื่อความยั่งยืน (Sustainable PP Products) ตอบรับความต้องการที่สูงขึ้น Mr. Corso Uzielli (คอร์โซ อูซีลลี่) ประธานบริษัท HMC Polymers กล่าวว่า ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2568 นี้ ภาพรวมของธุรกิจปิโตรเคมีอยู่ในทิศทางทรงตัว - [Mitsubishi Electric เปิดตัว "IMA C70 Adapter" ดูสถานะเครื่องจักรได้เรียลไทม์ ลดปัญหาเครื่องพัง](https://www.manutalkthai.com/mitsubishi-electric-launches-ima-c70-adapter-to-monitor-machine-status-in-real-time-reducing-machine-breakdowns/) - Mitsubishi Electric Automation, Inc. ได้ประกาศเปิดตัวโซลูชันสุดล้ำสมัยชื่อ "Integrated Machine Analytics (IMA) C70 Adapter" ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ผลิตสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญของเครื่องจักรได้แบบเรียลไทม์ และมองเห็นสถานะการทำงานได้อย่างชัดเจน อุปกรณ์ตัวนี้จะมาช่วยยกระดับการจัดการโรงงานให้ก้าวข้ามไปอีกขั้น เพราะมันรองรับมาตรฐาน MTConnect อย่างสมบูรณ์ ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันที่รองรับมาตรฐานดังกล่าวได้อย่างราบรื่น ผู้ใช้จึงสามารถตรวจสอบ รวบรวม และแสดงภาพสถานะของอุปกรณ์จากระยะไกลได้ทันที จิ๊กซอว์สำคัญสำหรับโรงงานขนาดใหญ่และซับซ้อน IMA C70 Adapter ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์มควบคุม C70 Series NC ของ Mitsubishi Electric ซึ่งเป็นระบบควบคุมแบบแร็คที่ออกแบบมาสำหรับสภาพแวดล้อมการผลิตขนาดใหญ่ที่ต้องการความเร็วสูงและความซับซ้อน โซลูชันนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น ยานยนต์ อวกาศ เครื่องจักรกลอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ และงานโลหะ การทำงานที่เข้าใจง่าย แต่ทรงพลัง เมื่อติดตั้ง IMA C70 Adapter จะทำหน้าที่สื่อสารข้อมูลระบบแบบเรียลไทม์ไปยังตัวกลาง MTConnect (MTConnect agent) เพื่อแปลงข้อมูลเหล่านั้นให้อยู่ในรูปแบบ MTConnect จากนั้น ข้อมูลจะถูกส่งไปยังแอปพลิเคชันปลายทางเพื่อแสดงผลเป็นกราฟและตัวเลข ช่วยให้ผู้จัดการโรงงานสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำและเพิ่มผลผลิตได้จริง - [ปฏิวัติวงการ K-Beauty! 'Kolmar Korea' ผู้นำเกาหลีใต้ พัฒนา "AI Factory" ผลิตเครื่องสำอางไร้คนคุม](https://www.manutalkthai.com/revolutionizing-k-beauty-south-korean-leader-kolmar-korea-develops-smart-ai-factory-to-produce-unmanned-cosmetics/) - ข่าวใหญ่เขย่าวงการเครื่องสำอางเกาหลีใต้ เมื่อ Kolmar Korea (โคลมาร์ โคเรีย) ผู้ผลิตเครื่องสำอางรายใหญ่ระดับโลก ประกาศว่าได้รับเลือกให้เป็นบริษัทเครื่องสำอางเพียงรายเดียวที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาล เพื่อนำร่องโครงการ "AI Factory Alliance" ของกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และทรัพยากร (MOTIR) ภายใต้โครงการนี้ Kolmar Korea มุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของโรงงานอัจฉริยะแบบเดิม ๆ ไปสู่การผลิตที่ "ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์อย่างสมบูรณ์" เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม K-Beauty ในตลาดโลก จาก "Smart Factory" สู่ "AI Autonomous" หากโรงงานอัจฉริยะแบบดั้งเดิมยังต้องพึ่งพาข้อมูลและคำสั่งที่มนุษย์ตั้งไว้ล่วงหน้า แต่โรงงาน AI ยุคใหม่ที่ Kolmar กำลังพัฒนา จะใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ และ ปรับปรุงการผลิตให้เหมาะสมที่สุดได้ด้วยตนเอง ระบบการผลิตอัจฉริยะนี้จะถูกนำไปผสานรวมกับทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิตเครื่องสำอาง ตั้งแต่: การวางแผนและคิดค้นสูตร (Formulation) การควบคุมคุณภาพ (Quality Control) การบรรจุ (Filling) และการบรรจุหีบห่อ (Packaging) เป้าหมายสำคัญคือการบรรลุความแม่นยำของกระบวนการที่สูงกว่า - [ดีลประวัติศาสตร์! ไทยจับมือสหรัฐฯ ปั้น "เส้นทางแร่หายาก" อาเซียน ท้าทายอำนาจตลาดจีน](https://www.manutalkthai.com/thailand-joins-hands-with-the-united-states-to-create-a-rare-earth-route-for-asean/) - เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ การประชุมสุดยอดอาเซียน ได้เกิดข้อตกลงสำคัญระดับโลกขึ้น เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ชื่อ "ความร่วมมือเพื่อกระจายห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุวิกฤตโลกและส่งเสริมการลงทุน" ข้อตกลงนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ โดยประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการริเริ่มด้านแร่ธาตุวิกฤตของสหรัฐฯ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้างทางเลือกในการผลิตและแปรรูป แร่หายาก (Rare Earth) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและระบบกลาโหมสมัยใหม่ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ MOU ดังกล่าวครอบคลุมการดำเนินงานทั้งหมดในห่วงโซ่คุณค่าของแร่หายาก ตั้งแต่ การสำรวจ การสกัด การแปรรูป การกลั่น ไปจนถึงการรีไซเคิล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะสร้างทางเลือกของห่วงโซ่อุปทานที่ครบวงจร ไม่ใช่แค่การขุดหาวัตถุดิบเท่านั้น ความร่วมมือนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่หลายประเทศต่างเร่งกระจายแหล่งผลิตแร่ธาตุวิกฤต เนื่องจากปัจจุบันจีนครองตลาดอย่างเบ็ดเสร็จ โดยมีสัดส่วนการทำเหมืองประมาณ 70% และมีสัดส่วนการแปรรูปแร่หายากทั่วโลกสูงถึง 90% การพึ่งพาประเทศเดียวนี้สร้างความเสี่ยงอย่างมหาศาลต่อการผลิตอุปกรณ์ไฮเทคและระบบป้องกันภัยของชาติตะวันตก "ไม่ผูกมัด" คือกุญแจสำคัญสู่ความยืดหยุ่นของไทย ข้อตกลงนี้มีความน่าสนใจเป็นพิเศษเพราะมีสถานะเป็น MOU ที่ "ไม่ผูกมัดทางกฎหมาย" ซึ่งมอบความยืดหยุ่นอย่างมากแก่ประเทศไทย เจ้าหน้าที่ไทยเน้นย้ำว่า สัญญาและกิจกรรมการดำเนินงานในอนาคตทั้งหมดจะต้องเป็นไปตามกฎหมายแห่งชาติของไทย ซึ่งเป็นการสงวนอำนาจอธิปไตยในการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย ทำให้ไทยสามารถเข้าร่วมกับสหรัฐฯ ในการกระจายแหล่งผลิตได้ โดยยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับคู่ค้าสำคัญรายอื่น - [JLL ประเทศไทย ปิดดีล "ขายและเช่ากลับคืน" (Sale & Leaseback) โรงงานผลิตที่จังหวัดระยอง](https://www.manutalkthai.com/jll-thailand-closes-sale-leaseback-deal-for-manufacturing-plant-in-rayong-province/) - JLL ประเทศไทย ประกาศปิดดีลครั้งสำคัญในภาคอุตสาหกรรม โดยเป็นตัวแทนของบริษัท Precision Global ผู้ผลิตวาล์วสเปรย์ชั้นนำระดับโลก ในการทำธุรกรรม "ขายและเช่ากลับคืน" (Sale & Leaseback) โรงงานผลิตที่จังหวัดระยอง โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์น ซีบอร์ด อินดัสเตรียล เอสเตท (WHA ESIE) จังหวัดระยอง มีพื้นที่รวมกว่า 12,000 ตารางเมตร โดย Precision Global ได้ขายสินทรัพย์ให้กับ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอุตสาหกรรม ไอเอ็มที (AIMIRT) และได้ทำสัญญาเช่าโรงงานดังกล่าวกลับคืนในระยะยาวทันที กลยุทธ์ "ตัวเบา" ที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย การทำธุรกรรมแบบ Sale & Leaseback ถือเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่สร้างประโยชน์ร่วมกัน (Mutually Beneficial) ทั้งแก่ผู้ซื้อและผู้ขาย คุณกฤช ปิ่มหทัยวุฒิ หัวหน้าฝ่ายตลาดทุนและกรรมการผู้จัดการของ JLL ประเทศไทย เผยว่า สำหรับ Precision Global การขายสินทรัพย์แล้วเช่ากลับคืนทำให้บริษัท ได้เงินทุนก้อนใหญ่ - [ฮอนด้า เผยโฉม Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ เป็นครั้งแรกในโลก ณ งาน Japan Mobility Show 2025 [PR]](https://www.manutalkthai.com/honda-super-one-world-premier-pr/) - (กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น – 29 ตุลาคม 2568) บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด เผยโฉม Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ เป็นครั้งแรกในโลก ในงาน Japan Mobility Show 2025 โดยจะจัดแสดง ณ บูทฮอนด้า ตลอดระยะเวลาการจัดงาน (รอบสื่อมวลชน วันที่ 29 - 30 ตุลาคม 2568 และรอบบุคคลทั่วไป วันที่ 31 ตุลาคม - 9 พฤศจิกายน 2568) รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ Super-ONE ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “e: Dash BOOSTER” โดยสร้างสรรค์ให้เป็นรถไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนาน น่าตื่นเต้น มาพร้อมหลากหลายฟังก์ชันการใช้งานที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับความสุขภายในห้องโดยสารและการขับขี่ - [Kintone เดินหน้าสานต่อพันธกิจในอุตสาหกรรมอาหารไทย ด้วยโซลูชัน AIและการขยายฐานลูกค้าอย่างแข็งแกร่ง [PR]](https://www.manutalkthai.com/kintone-advances-its-mission-in-thailands-food-industry-with-ai-solutions-pr/) - Kintone แพลตฟอร์มดิจิทัลเวิร์กเพลสที่สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากองค์กรกว่า 40,000 แห่งทั่วโลก พร้อมเสริมศักยภาพให้กับอุตสาหกรรมอาหารชั้นนำของไทย อาทิ บริษัท เอราวัณฟูด จำกัด (มหาชน) ฟู้ดอินโนโพลิส และบริษัท เจดีฟู้ด จำกัด (มหาชน) ในการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและขับเคลื่อนนวัตกรรม Kintone ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการทำงานดิจิทัลบนคลาวด์ เดินหน้าสานต่อพันธกิจในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของประเทศไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารที่มีมูลค่ากว่า 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากช่วงเวลาที่บริษัทมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยฐานลูกค้าในประเทศไทยเพิ่มขึ้นกว่า 300% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 Kintone ยังคงเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จ ด้วยการเปิดตัวโซลูชันใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถลดความซับซ้อนของกระบวนการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพ และส่งเสริมนวัตกรรม ในการประชุม Kintone Days Global 2025: AI NEXTREAM ที่จัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานครเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีผู้บริหารธุรกิจกว่า 300 รายเข้าร่วมงาน เพื่อร่วมชมโซลูชันแบบไม่ต้องเขียนโค้ดที่สามารถใช้งานได้จริง ซึ่งผสานเทคโนโลยี Generative AI อย่างมีประสิทธิภาพ - [ฮอนด้าเผยโฉม Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) รถ SUV ไฟฟ้าต้นแบบ รุ่นใหม่ล่าสุดใน Honda 0 Series ณ งาน Japan Mobility Show 2025 [PR]](https://www.manutalkthai.com/honda-0-alpha-world-premier-pr/) - (กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น – 29 ตุลาคม 2568) – บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด เปิดตัวรถ SUV ไฟฟ้าต้นแบบรุ่นใหม่ Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) เป็นครั้งแรกในโลก ณ งาน Japan Mobility Show 2025 โดยจะจัดแสดงที่บูทฮอนด้า ตลอดระยะเวลาการจัดงาน (รอบสื่อมวลชน วันที่ 29 - 30 ตุลาคม 2568 และรอบบุคคลทั่วไป วันที่ 31 ตุลาคม - 9 พฤศจิกายน 2568) Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) ได้รับการพัฒนาให้เป็นรถ SUV ที่สามารถผสานเข้ากับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติได้อย่างลงตัว พร้อมตอบโจทย์และรองรับการใช้ชีวิตของผู้คนในทุกสถานการณ์ โดยหลังจากที่เปิดตัว - [ภาพรวมเนื้อหาคำกล่าวของประธาน ในงาน Japan Mobility Show 2025 [PR]](https://www.manutalkthai.com/honda-japan-mobility-show-2025-overview-pr/) - (กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น – 29 ตุลาคม 2568) – นายโทชิฮิโระ มิเบะ ผู้อำนวยการ ประธานกรรมการบริหาร และตัวแทนเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ได้จัดงานแถลงข่าว ณ งาน Japan Mobility Show 2025 เกี่ยวกับงาน Japan Mobility Show 2025ฮอนด้าเป็นบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยจิตวิญญาณที่มุ่งมั่นในการทำความฝันให้กลายเป็นจริง ในปีนี้ ฮอนด้าได้นำผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนที่หลากหลายมาจัดแสดง ทั้งทางบก ทางทะเล ทางอากาศ รวมถึงอวกาศ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้ทดลองขับขี่และร่วมสัมผัสถึงภาพอนาคตที่ฮอนด้าได้วาดไว้ ยุคใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้า ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน สำหรับทั้งผลิตภัณฑ์และกิจกรรมองค์กรทั้งหมด ภายในปี ค.ศ. 2050 แม้ว่าสภาพแวดล้อมของตลาดที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้ายังคงผันผวน แต่ฮอนด้ายังคงเชื่อว่าในระยะยาวแล้วการเปลี่ยนผ่านสู่รถ EV จะยังคงดำเนินต่อไป ด้วยเหตุนี้ ฮอนด้าจึงเตรียมพร้อมอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งมอบรถ EV รุ่นที่น่าดึงดูดใจในยุคใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ Honda 0 Series รถยนต์ไฟฟ้าเจเนอเรชันใหม่ของฮอนด้าHonda 0 Series - [เปิดตัวเป็นครั้งแรกในเอเชียกับ Volvo ES90 รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มความสมดุลให้ทุกการเดินทาง [PR]](https://www.manutalkthai.com/volvo-es90-ev-car-asia-premier-pr/) - กรุงเทพฯ, ประเทศไทย - วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดตัว Volvo ES90 รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นใหม่ล่าสุดครั้งแรกในเอเชียที่มาพร้อมกับนิยามใหม่แห่งความอเนกประสงค์ และนวัตกรรมการขับขี่อันล้ำสมัยไว้อย่างลงตัว ผ่านรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งเกิดจากการนำเอาจุดเด่นในแง่ของความเรียบหรู สง่างามของรถซีดาน ความเอนกประสงค์ของรถที่มีหลังคาลาดเทต่อเนื่องไปจนถึงท้ายรถ (fastback) พื้นที่ภายในกว้างขวางพร้อมความสูงใต้ท้องรถที่ยกสูงขึ้นแบบรถ SUV ทำให้ Volvo ES90 เป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อมอบความลงตัวให้ทุกการเดินทางบนท้องถนนไม่ว่าจะเดินทางคนเดียว หรือกับครอบครัว ในทุก ๆ ช่วงเวลาของชีวิต คุณคริส เวลส์, กรรมการผู้จัดการ, วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และมาเลเชีย กล่าวว่า “Volvo ES90 ผสานความทันสมัยของเทคโนโลยี ดีไซน์การออกแบบอันเรียบหรูสไตล์สแกนดิเนเวียน และความกว้างขวางสะดวกสบายของห้องโดยสารไว้ในรถเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ในแบบพรีเมี่ยมตามแบบฉบับวอลโว่ Volvo ES90 ตอกย้ำความมุ่งมั่นสู่ความเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมไฟฟ้าของเราได้อย่างดีเยี่ยมผ่านการออกแบบที่ควบคุมการทำงานของรถด้วยซอฟต์แวร์ และการประมวลผลผ่านชิปเซ็ตที่ทรงพลัง ทั้งยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กลุ่มผลิตภัณฑ์รถวอลโว่ในประเทศไทย ปัจจุบันวอลโว่อยู่คู่กับคนไทยมามากกว่า 50 ปี และเรายังคงมุ่งมั่นในการนำเสนอนวัตกรรมที่ทันสมัยเพื่อเสริมประสิทธิภาพให้การขับขี่ มอบความปลอดภัยในการเดินทาง และร่วมสร้างความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาความไว้ใจที่ลูกค้าวอลโว่ในประเทศไทยมีต่อแบรนด์เสมอมาจากรุ่นสู่รุ่น” ความทันสมัย ความโดดเด่น และใช้งานได้คล่องตัวดีไซน์การออกแบบภายนอกของ Volvo ES90 - [พลิกขยะเป็นพลังงาน: ไทยเร่งเครื่องรับมือโลกร้อน 'SUS' ยึดเบอร์หนึ่งเทคโนโลยีเผาขยะ](https://www.manutalkthai.com/thailand-accelerates-response-to-global-warming-sus-takes-the-lead-in-waste-incineration-technology/) - ท่ามกลางกระแสโลกที่มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ "โรงไฟฟ้าขยะเป็นพลังงาน (Waste-to-Energy หรือ WtE)" ได้กลายเป็นทางออกสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยรับมือกับความท้าทายสองด้านไปพร้อมกัน ทั้งเรื่องการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการจัดการขยะในเมือง ตามแผนพัฒนาไตรมาส 3 ของรัฐบาล มีการเตรียมพัฒนาโรงไฟฟ้า WtE แห่งใหม่ถึง 39 โครงการ โดยมีกำลังการแปรรูปขยะรวมสูงถึง 168,211 ตันต่อวัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการจัดการปัญหานี้อย่างจริงจัง บุกเบิกตลาดด้วยนวัตกรรม บริษัท SUS Environment (SUS) ผู้ให้บริการด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานชั้นนำระดับโลก ได้เลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายแรกในการขยายธุรกิจในต่างประเทศ แม้ว่าในตอนนั้นตลาดจะยังเพิ่งเริ่มต้นและมีผู้เล่นในประเทศที่แข็งแกร่งครอบครองอยู่ ด้วยการใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยี เป็นจุดแข็งหลัก SUS ได้วางกลยุทธ์ระยะยาว โดยการจดทะเบียนบริษัทในไทยและจัดตั้งสำนักงานตัวแทนเพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงในประเทศ ผลจากความมุ่งมั่นนี้ได้ผลิดอกออกผลอย่างงดงาม ณ เดือนพฤษภาคม 2565 SUS ได้จัดหาอุปกรณ์ให้กับเตาเผาขยะในไทยไปแล้ว 12 สายการผลิต จากทั้งหมด 39 สาย ซึ่งมีกำลังการแปรรูปขยะรวม 7,100 ตันต่อวัน ทำให้ SUS ครองส่วนแบ่งตลาดเทคโนโลยีและอุปกรณ์เตาเผาขยะในไทยไปได้ถึงประมาณ 35% และก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาด ในที่สุด เบื้องหลังความสำเร็จ: เทคโนโลยีเหนือชั้นและบริการรวดเร็ว ความเป็นผู้นำตลาดของ - [ขอเชิญร่วมงานสัมมนาฟรี “Transform Your Industry 2025 – เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ด้วยโซลูชันดิจิทัล” | 19 พ.ย.68 ที่ HOTEL NIKKO AMATA CITY CHONBURI](https://www.manutalkthai.com/new-system-service-transform-your-industry-2025-19-nov-68-hotel-nikko-amata-city-chonburi/) - บริษัท นิว ซิสเต็ม เซอร์วิส จำกัด ขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนา ฟรี! ในหัวข้อ “Transform Your Industry 2025 – เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ด้วยโซลูชันดิจิทัล” เชิญคุณมาสัมผัสเทคโนโลยีล้ำสมัย และเรียนรู้เคล็ดลับการผลิตยุคใหม่ รายละเอียดงาน “Transform Your Industry 2025 – เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ด้วยโซลูชันดิจิทัล” 📅 วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน 2568 (สัมมนาเป็นภาษาไทย)📍 สถานที่: HOTEL NIKKO AMATA CITY CHONBURI แผนที่: https://maps.app.goo.gl/vTZHXPkLRVZUuwL27🕐 ลงทะเบียนเวลา 12.30 น. และเริ่มสัมมนาเวลา 13.15 น. (แนะนำให้เผื่อเวลาก่อนเริ่มลงทะเบียน 10 นาที)📍บรรยายภาษาไทย ✨ - [ABB เปิดตัวมอเตอร์ "ถอนขนไก่" รุ่นใหม่! สเตนเลส Food Safe 100% ล้างอัดฉีดแรงดันสูงได้สบาย ลดเสี่ยงปนเปื้อนในโรงงานสัตว์ปีก](https://www.manutalkthai.com/abb-launches-new-chicken-plucking-motor-100-percent-food-safe-stainless-steel/) - ABB ประกาศขยายไลน์สินค้ามอเตอร์สเตนเลสสตีล Baldor-Reliance Food Safe ด้วยการเปิดตัวมอเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานแปรรูปสัตว์ปีก นั่นคือมอเตอร์ Feather Picker หรือมอเตอร์สำหรับเครื่องถอนขนไก่นั่นเอง มอเตอร์ขนาด 3 แรงม้า ตัวนี้มาในเฟรม NEMA 145 ที่มีขนาดกะทัดรัด แต่เต็มไปด้วยคุณสมบัติที่เน้นด้านสุขอนามัยและความสะดวกในการติดตั้ง เพื่อตอบโจทย์โรงงานแปรรูปอาหารที่ต้องการมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ดีไซน์เพื่อโรงงานอาหาร: ทนทาน ล้างง่าย ไร้รอยโรค มอเตอร์ Feather Picker ของ ABB ถูกสร้างขึ้นจากสเตนเลสสตีล 304 ทั้งหมด ทำให้ทนทานต่อการกัดกร่อนสูง และถูกออกแบบมาเพื่อทนทานต่อการทำความสะอาดด้วยแรงดันสูงในทุกวัน (Washdown) ด้วยคุณสมบัติเด่นดังนี้: ป้องกันน้ำและฝุ่นระดับสูงสุด: ได้รับมาตรฐาน IP69 ซึ่งหมายถึงการป้องกันน้ำเข้าที่สมบูรณ์ที่สุด สามารถทนทานต่อการล้างด้วยไอน้ำและแรงดันสูง โครงสร้างไร้รอยต่อ: พื้นผิวเรียบเนียน ไร้รอยแตกหรือซอกมุม (crevice-free) และมีฐานรองเชื่อมติด (welded feet) พร้อมท่อระบายน้ำภายนอก ทำให้มั่นใจได้ว่าสามารถทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง 360 องศา ลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนและเชื้อโรค ชุดขดลวดหุ้มปิด (Encapsulated windings): - [Fujitsu, Isuzu, LKJ ผนึกกำลัง ปั้น "แพลตฟอร์มสมาร์ทโลจิสติกส์ยา" คุมอุณหภูมิ-ลดของเสีย](https://www.manutalkthai.com/fujitsu-isuzu-lkj-join-forces-to-create-a-smart-pharmaceutical-logistics-platform/) - Fujitsu Limited, Logistics Knight Japan Co., Ltd. (LKJ), และ Isuzu Motors Limited ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ โดยจะเริ่มโครงการนำร่องในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อสร้างแพลตฟอร์มสำหรับการบริหารจัดการเวชภัณฑ์แบบครบวงจร ตลอดทั้งเครือข่ายโลจิสติกส์ โครงการนำร่องนี้มุ่งเน้นไปที่การควบคุมคุณภาพการขนส่งและ การควบคุมอุณหภูมิ ตลอดเส้นทาง ตั้งแต่โรงงานผลิตไปจนถึงจุดส่งมอบสุดท้าย เช่น ร้านขายยาและโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังรวมถึงการจำลอง การขนส่งร่วม และ การขนส่งแบบหน่วยพาเลท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์อีกด้วย ภารกิจหลัก 3 ด้าน เพื่อคุณภาพและประสิทธิภาพ โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขความท้าทายหลักของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ยาในญี่ปุ่น โดยมีหัวข้อหลัก 3 ประการ: การแสดงผลข้อมูลแบบเรียลไทม์: แสดงมูลค่าสินค้าคงคลังตามทฤษฎี และอุณหภูมิการขนส่ง/จัดเก็บของเวชภัณฑ์ ตลอดทั้งเครือข่าย เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ GDP (Good Distribution Practice) ของญี่ปุ่น การขนส่งร่วม: เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพโลจิสติกส์และลดต้นทุน การขนส่งแบบหน่วยพาเลท: เพื่อตรวจสอบความคุ้มค่าและเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน ปัจจุบัน อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนแรงงาน, ต้นทุนที่สูงขึ้น, และปัญหาการกำจัดยาที่ไม่จำเป็น เนื่องจากการจัดการสินค้าคงคลังที่ไม่สมดุลและการควบคุมอุณหภูมิที่เข้มงวด โครงการนี้จึงได้รับเลือกเป็น - [Air Liquide ทุ่มซื้อ NovaAir เสริมแกร่งธุรกิจก๊าซอุตสาหกรรม ครอบคลุมทั่วประเทศ รับการเติบโตของ 'เสือเศรษฐกิจเอเชีย'](https://www.manutalkthai.com/air-liquide-acquires-novaair-to-strengthen-industrial-gas-business/) - Air Liquide บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านก๊าซอุตสาหกรรม ได้ประกาศเข้าทำสัญญาเพื่อซื้อกิจการ NovaAir ผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ก๊าซอุตสาหกรรมรายใหญ่ในอินเดีย จาก PAG ซึ่งเป็นบริษัทไพรเวทอิควิตี้ที่มุ่งเน้นในเอเชีย การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญเชิงกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจของ Air Liquide ในตลาดอินเดีย NovaAir ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 เป็นแพลตฟอร์มก๊าซอุตสาหกรรมแบบครบวงจร ที่ให้บริการทั้งก๊าซอุตสาหกรรมจำนวนมาก, ก๊าซพิเศษที่มีความสำคัญ, บริการ ณ สถานที่ (onsite services) และการสนับสนุนด้านวิศวกรรม, จัดซื้อจัดจ้าง และการก่อสร้าง (EPC) แก่ลูกค้าในพื้นที่อุตสาหกรรมสำคัญทางภาคตะวันออกและภาคใต้ของอินเดีย โดยให้บริการหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น เหล็ก, ยานยนต์, การผลิต, อิเล็กทรอนิกส์, โฟโตวอลตาอิก (พลังงานแสงอาทิตย์) และการดูแลสุขภาพ ผนึกกำลังเติมเต็มพื้นที่ที่ขาดหาย การเข้าซื้อ NovaAir ซึ่งมีฐานอยู่ในภาคตะวันออกและใต้ จะมาช่วยเติมเต็มพื้นที่ ที่ Air Liquide มีการดำเนินงานอยู่แล้วทางภาคเหนือและตะวันตกของประเทศ ทำให้ Air Liquide สามารถขยายขอบเขตทางภูมิศาสตร์ได้อย่างครอบคลุมทั่วประเทศ การขยายตัวครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ให้กับ Air Liquide - [แอลจีผนึกพลังนวัตกรรม K-Tech กับฝีมือคนไทยตั้งเป้าส่งออกเครื่องซักผ้าฝาบน 2.3 ล้านเครื่อง จากโรงงานระยองสู่ตลาดโลกปี 2568 [PR]](https://www.manutalkthai.com/lg-k-tech-washing-machine-to-national-market/) - กรุงเทพฯ, 28 ตุลาคม 2568 – บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเดินหน้าในการยกระดับโรงงานแอลจีในจังหวัดระยอง จากการเป็นฐานการผลิตหลักสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการวิจัยและพัฒนา (Research and Development Center) ที่สำคัญในเครือข่ายระดับโลกของแอลจี ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการผสานแนวคิด K-Tech (Korean Technology) ที่นำจุดแข็งด้านเทคโนโลยีขั้นสูงจากเกาหลีมาถ่ายทอดและพัฒนาร่วมกับบุคลากรไทย จนเกิดเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพสูง ส่งผลให้ทีมวิศวกรไทยได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการออกแบบและพัฒนาเครื่องซักผ้าฝาบนกว่าร้อยละ 90 ของรุ่นที่ส่งออกไปยังตลาดทั่วโลก การยกระดับสู่ศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดศักยภาพบนฐานความแข็งแกร่งของโรงงานแอลจีในจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์แอลจีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 3 ของโลกในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกัน ด้วยกำลังการผลิตกว่า 5.9 ล้านเครื่องในปี 2567 และมีสัดส่วนการส่งออกกว่าร้อยละ 80 ไปยังตลาดสำคัญทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา ตะวันออกกลาง แคนาดา เม็กซิโก และออสเตรเลีย ซึ่งบทบาทนี้ตอกย้ำความสำคัญของประเทศไทยในฐานะ 1 ใน 18 ประเทศทั่วโลกที่แอลจีเข้ามาลงทุนครบวงจรทั้งด้านการตลาด การขาย และฐานการผลิต สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมในภูมิภาค ด้าน นายซองฮัน จอง - [Ricoh เปิดตัว “RICOH Intelligent Automation” แพลตฟอร์ม SaaS ระดับโลก ปลดล็อกโรงงานสำนักงาน สั่งงานเอกสารอัตโนมัติ 200 ภาษา](https://www.manutalkthai.com/ricoh-launches-ricoh-intelligent-automation-a-global-saas-platform/) - ยุคแห่งการทำงานแบบอิสระมาถึงแล้ว Ricoh Company, Ltd. ประกาศเปิดตัว RICOH Intelligent Automation แพลตฟอร์ม Software as a Service (SaaS) ที่ขับเคลื่อนด้วย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับโลก เพื่อช่วยให้ลูกค้าทั่วโลกสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการผลิตได้แบบก้าวกระโดด แพลตฟอร์มนี้จะทำหน้าที่เป็น "สมองกล" ที่สามารถจัดการงานที่ซ้ำซ้อนและน่าเบื่อหน่ายได้โดยอัตโนมัติ เช่น การอ่านและดึงข้อมูล จากเอกสารทางธุรกิจหลากหลายรูปแบบ, การเชื่อมโยงระบบหลัก ขององค์กรเข้าด้วยกัน, รวมถึงการจัดเก็บและใช้ประโยชน์จากข้อมูล การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์ของ Ricoh ที่ต้องการก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกด้าน Process Automation (PA) หรือการจัดการกระบวนการแบบอัตโนมัติ เพื่อช่วยองค์กรต่าง ๆ เปลี่ยนผ่านไปสู่การดำเนินงานแบบ "อิสระ" (autonomous operations) หัวใจสำคัญ: จัดการเอกสารอัจฉริยะ (IDP) แบบครบวงจร RICOH Intelligent Automation เป็นแกนหลักของโซลูชัน PA ของ Ricoh ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในด้าน Intelligent Document - [Microchip เพิ่มแพลตฟอร์มไร้สายชิปเดี่ยวแบบผสานรวมระดับสูงที่ออกแบบมาสำหรับการเชื่อมต่อขั้นสูง ระบบสัมผัส และการควบคุมมอเตอร์ [PR]](https://www.manutalkthai.com/microchip-expands-its-high-integration-single-chip-wireless-platform-pr/) - Bluetooth® Low Energy, Thread®, Matter และโปรโตคอลที่เป็นกรรมสิทธิ์มารวมตัวกันในแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยและมีคุณสมบัติมากมาย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของมาตรฐาน ความต้องการด้านอินเทอร์เฟซ และความต้องการของตลาด เนื่องจากมาตรฐานการเชื่อมต่อและความต้องการของตลาดมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ความสามารถในการอัปเกรดจึงกลายมาเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการขยายวงจรชีวิตอุปกรณ์ ลดการออกแบบใหม่ และช่วยมอบคุณสมบัติที่สร้างความแตกต่าง เพื่อจัดการกับความท้าทายนี้ Microchip Technology (Nasdaq: MCHP) จึงได้เปิดตัว PIC32-BZ6 MCU ที่มีการผสานรวมระดับสูง ซึ่งทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มชิปเดี่ยวทั่วไป เพื่อลดต้นทุนการพัฒนา ความซับซ้อน และระยะเวลาในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์หลายโปรโตคอลที่มีคุณสมบัติการเชื่อมต่อขั้นสูงและความสามารถในการปรับขนาดได้ “The PIC32-BZ6 MCU โดดเด่นด้วยการผสมผสานอันทรงพลังระหว่างการเชื่อมต่อ การผสานรวม และความยืดหยุ่นไว้ในโซลูชันชิปตัวเดียว” ริชี วาสุกิ รองประธานฝ่ายธุรกิจโซลูชันไร้สายของ Microchip กล่าว “มีอุปกรณ์เพียงไม่กี่ประเภทที่รวมคุณสมบัติที่หลากหลายไว้ในชิปตัวเดียว และเราเริ่มเห็นการตอบรับอย่างล้นหลามจากกลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มแรกแล้ว ลูกค้ากำลังใช้ประโยชน์จากความสามารถไร้สายแบบหลายโปรโตคอล คุณสมบัติแอนะล็อกขั้นสูง และ I/O สูง เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ชาญฉลาด เชื่อมต่อได้มากขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น” การออกแบบ RF สำหรับอุปกรณ์อัจฉริยะมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ และโดยทั่วไปโซลูชันไร้สายจำเป็นต้องใช้ชิปหลายตัวเพื่อเพิ่มคุณสมบัติใหม่หรือการออกแบบใหม่บ่อยครั้งเพื่อรองรับมาตรฐานอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป MCU PIC32-BZ6 จึงเข้ามาแทนที่โซลูชันแบบหลายชิปเหล่านี้ และลดภาระในการออกแบบใหม่ด้วยชิปตัวเดียวที่ผสานรวมอย่างมีประสิทธิภาพ - [พลังของการ "รวมศูนย์" บทเรียนจากตุรกี Artikon Machinery ทิ้ง "ระบบร้อยพ่อพันแม่" หันใช้ Delta ยกชุด](https://www.manutalkthai.com/the-power-of-centralization-lessons-from-turkiye-artikon-machinery-ditches-hundred-fathers-and-thousands-of-mothers-and-turns-to-delta/) - การลงทุนในระบบอัตโนมัติเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเติบโตของธุรกิจ แต่บ่อยครั้งที่การเติบโตที่ไม่คาดคิดทำให้ผู้ผลิตต้องติดตั้งโซลูชันแบบฉุกเฉินจากผู้จำหน่ายหลายราย จนกลายเป็น "สถาปัตยกรรมที่ไม่เป็นระเบียบ" ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย ทั้งความยุ่งยากในการบำรุงรักษา, การประสานงานกับหลายบริษัท, และการขาดมุมมองแบบองค์รวมในการควบคุมและตรวจสอบ ปัญหาเหล่านี้ขัดขวางนวัตกรรม และทำให้การบรรลุเป้าหมายสำคัญ เช่น การเพิ่มผลผลิต หรือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กลายเป็นเรื่องยากขึ้นมาก พลังของการ "รวมศูนย์" บทเรียนจากตุรกี Artikon Machinery หนึ่งในผู้ผลิตเครื่องจักรแปรรูปโปรไฟล์ PVC และอะลูมิเนียม 5 อันดับแรกของตุรกี และส่งออกไปยังกว่า 100 ประเทศ คือตัวอย่างของบริษัทที่เห็นคุณค่าของการลดการพึ่งพาผู้ขายหลายราย บริษัทนี้ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพ และทำงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าเพื่อตอบสนองความต้องการที่แท้จริง เมื่อเผชิญกับความยุ่งยากจากระบบอัตโนมัติแบบหลายยี่ห้อ (multi-brand) ที่ใช้งานอยู่ Artikon Machinery จึงตัดสินใจปรับปรุงการดำเนินงานเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น พร้อมรักษามาตรฐานคุณภาพที่โดดเด่นเอาไว้ ข้อกำหนดใหม่: ต้องการระบบที่ "พูดภาษาเดียวกัน" Artikon Machinery ต้องการโซลูชันใหม่ที่มีความสามารถในการรองรับเครื่องจักรได้หลายประเภท เข้ากันได้กับระบบ CAD/CAM ที่มีอยู่ และต้องจัดหาการไหลของข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ ความต้องการทางเทคนิคจึงพุ่งเป้าไปที่ การประมวลผล G-code, ส่วนติดต่อผู้ใช้ (HMI) แบบเรียลไทม์, การควบคุมและแสดงข้อมูลแบบ - [กสิกรไทย ผนึกกำลังพันธมิตรชั้นน้ำ เปิดตัวโครงการนำร่องทดสอบ Carbon Credit Tokenization ครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้กรอบ Regulatory Sandbox ของ ธปท. [PR]](https://www.manutalkthai.com/kbank-collaboration-for-carbon-credit-project-pr/) - ธนาคารกสิกรไทยร่วมวางรากฐานรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ตลาดคาร์บอนเครดิตภาคบังคับในอนาคต ประสานความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (Kubix) และ บริษัท ออร์บิกซ์ เทคโนโลยี แอนด์ อินโนเวชั่น (Orbix Technology) จำกัด ประกาศความร่วมมือโครงการนำร่องการแปลงคาร์บอนเครดิตเป็นโทเคนดิจิทัล (Carbon Credit Tokenization Pilot Program) ครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้กรอบ Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อยกระดับการซื้อขายและชดเชยคาร์บอนเครดิตด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน เพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกรรมสู่เป้าหมาย Net Zero ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านนวัตกรรมทางการเงินและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ด้วยเครื่องมือที่ครอบคลุมทั้งด้านการเงิน องค์ความรู้ และเทคโนโลยี รวมทั้งส่งเสริมการวางรากฐานสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่ตลาดคาร์บอนเครดิตภาคบังคับในอนาคต ล่าสุด ธนาคารกสิกรไทยประกาศความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) Kubix - [Advantech เปิดตัวโซลูชัน Edge AI ตัวใหม่ ใช้ชิป "Jetson Thor" แรงสุดขีดจาก NVIDIA เร่งเครื่องหุ่นยนต์-การแพทย์-โรงงานอัจฉริยะ](https://www.manutalkthai.com/advantech-unveils-new-edge-ai-solution-powered-by-nvidias-powerful-jetson-thor-chip-to-power-robotics-healthcare-and-smart-factories/) - Advantech ผู้นำระดับโลก ได้เปิดตัวชุดผลิตภัณฑ์ Edge AI ใหม่ล่าสุด ที่ขับเคลื่อนด้วยโมดูล NVIDIA Jetson Thor ซึ่งเป็นชิปที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ AI ณ จุดปฏิบัติการ ด้วยพลังประมวลผล AI สูงถึง 2070 FP4 TFLOPS พร้อมประสิทธิภาพ CPU ที่ดีขึ้น และประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม ทำให้ Jetson Thor เป็นแพลตฟอร์มที่สมบูรณ์แบบสำหรับการรวม AI เข้ากับแอปพลิเคชันต่าง ๆ Advantech ได้นำขุมพลังนี้มาสู่การใช้งานจริง ผ่านโซลูชันที่ผนวกฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เข้าด้วยกัน โดยมุ่งเน้นไปที่สามกลุ่มหลัก ได้แก่ หุ่นยนต์ (Robotics), AI ทางการแพทย์ (Medical AI) และ AI ข้อมูล (Data AI) ฮาร์ดแวร์จัดเต็ม ซอฟต์แวร์พร้อมใช้ โซลูชันใหม่แต่ละตัวมาพร้อมกับแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับแต่ละแอปพลิเคชัน โดยมีการติดตั้ง JetPack 7.0, เครื่องมือจัดการระยะไกล, และชุดซอฟต์แวร์เฉพาะทาง - [ตลาด RaaS โตระเบิด คาดแตะ 5 แสนล้านบาท ภายในปี 2576 ใคร ๆ ก็ใช้หุ่นยนต์ได้แค่ "จ่ายตามการใช้งาน"](https://www.manutalkthai.com/the-raas-market-is-growing-exponentially-expected-to-reach-500-billion-baht-by-2033/) - ยุคที่ Robotics-as-a-Service หรือ RaaS กำลังจะกลายเป็นเรื่องธรรมดา ตลาด RaaS ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากความต้องการระบบอัตโนมัติที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมากในทุกภาคส่วน ทั้งการผลิต, โลจิสติกส์, การดูแลสุขภาพ, และค้าปลีก รายงานล่าสุดจาก Verified Market Reports คาดการณ์ว่า ภาคธุรกิจ RaaS ทั่วโลกจะเติบโตจาก 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 160,000 ล้านบาท) ในปี 2567 ไปสู่ระดับสูงถึง 15,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 560,000 ล้านบาท) ภายในปี 2576 ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่า โอกาสใหม่ ๆ ในการใช้ AI และ ระบบคลาวด์ เพื่อขับเคลื่อนหุ่นยนต์กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว "จ่ายตามที่ใช้" ปลดล็อกหุ่นยนต์ให้ SMEs RaaS กำลังเข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำธุรกิจขององค์กรอย่างสิ้นเชิง โดยเข้ามาแทนที่การลงทุนด้วยเงินก้อนใหญ่ (Capital Expenditures) ด้วยโมเดลการสมัครสมาชิกที่ยืดหยุ่น หรือที่เรียกว่า "จ่ายตามการใช้งาน" - [Honeywell โละธุรกิจครั้งใหญ่ แยก 'การบิน' ออกไป ลุยเต็มสูบกับ "ระบบอัตโนมัติ" และ "AI โรงงาน"](https://www.manutalkthai.com/honeywell-is-divesting-its-business-separating-aviation-and-going-full-steam-ahead-with-automation-and-factory-ai/) - Honeywell บริษัทเทคโนโลยีอุตสาหกรรมระดับโลก กำลังเดินหน้าปฏิวัติองค์กรครั้งใหญ่ โดยประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างเป็นทางการ เพื่อเตรียมพร้อมที่จะแยกหน่วยธุรกิจยักษ์ใหญ่ออกไปเป็นบริษัทอิสระภายในสองปีข้างหน้า ซึ่งการปรับโครงสร้างใหม่นี้จะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Honeywell ในการเป็นผู้นำด้านระบบอัตโนมัติ (Automation) และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) อย่างเต็มตัว การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจใหม่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2026 โดยมีเป้าหมายคือการมุ่งเน้นไปยังเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (data-driven operations) และความเป็นอิสระในการทำงานของเครื่องจักร (autonomy) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของนวัตกรรมอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ธุรกิจการบินเตรียมโบยบิน! มูลค่ามหาศาลรออยู่ หน่วยธุรกิจ Aerospace Technologies ของ Honeywell ยังคงเดินหน้าตามกำหนดการที่จะแยกตัวออกไปเป็นบริษัทอิสระในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 โดยจะกลายเป็นหนึ่งในซัพพลายเออร์ด้านการบินและอวกาศที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทันที Vimal Kapur ประธานและซีอีโอของ Honeywell กล่าวว่า “ด้วยมรดกในการกำหนดอนาคตของการบิน Honeywell Aerospace พร้อมแล้วที่จะตอกย้ำตำแหน่งผู้นำในตลาดการบินเชิงพาณิชย์, การป้องกันประเทศ และอวกาศ ในฐานะบริษัทเดี่ยวที่ก้าวสู่บทใหม่” แผนการแยกหน่วย Aerospace Technologies นี้เป็นการแยกตัวทางภาษี (tax-free spin-off) ให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งดำเนินตามแผนการแยกหน่วย Solstice Advanced - [Rockwell Automation เปิดตัวคอนโทรลเลอร์ Micro820 L20E ใหม่ เร็วขึ้น เชื่อมต่อดีขึ้น เอาใจผู้ผลิตเครื่องจักร](https://www.manutalkthai.com/rockwell-automation-launches-new-faster-more-connected-micro820-l20e-controller-for-machine-manufacturers/) - ใครที่กำลังมองหา "สมองกล" ตัวเก่งขนาดกะทัดรัดสำหรับเครื่องจักรยุคใหม่ ต้องจับตาดูนี่ Rockwell Automation ได้เปิดตัวคอนโทรลเลอร์ตระกูล Allen-Bradley® Micro820® L20E รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมประสิทธิภาพและการเชื่อมต่อที่เหนือกว่าเดิม แต่ยังคงขนาดกะทัดรัดเท่าเดิม คอนโทรลเลอร์รุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดความยุ่งยากในการรวมระบบ และเร่งความเร็วในการเริ่มเดินเครื่องเป็นพิเศษ ทำให้ผู้ผลิตเครื่องจักรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว เล็กพริกขี้หนู: ประสิทธิภาพและระบบสื่อสารที่อัปเกรด รุ่น L20E ใหม่นี้ พัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น LC20 เดิม แต่เพิ่มขีดความสามารถที่น่าสนใจหลายอย่าง: เร็วขึ้นกว่าเดิม: มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นทั้งในด้านการประมวลผลโปรแกรม, การตอบสนองของ I/O (Input/Output) และการสื่อสาร ทำให้การควบคุมแบบเรียลไทม์มีความแม่นยำและเสถียรยิ่งขึ้น เชื่อมต่อแบบจัดเต็ม: รองรับการสื่อสารแบบ Class 1 Implicit Messaging ได้สูงสุดถึง 4 โหนด ช่วยให้การเชื่อมต่อสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ต่าง ๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สะดวกทันสมัยด้วย USB-C: การตั้งค่าและกำหนดค่าเครื่องจักรในเบื้องต้นทำได้ง่ายขึ้นมาก ด้วยพอร์ต USB Type C ที่ทันสมัย ช่วยให้วิศวกรประหยัดเวลาในการติดตั้งไปได้เยอะ เข้ากันได้ดีกับเครื่องมือออกแบบที่คุณคุ้นเคย - [Siemens และ rhobot.ai เปิดตัวโซลูชัน AI สำหรับการผลิต แบบ Edge-Native AI บน Siemens Xcelerator](https://www.manutalkthai.com/siemens-and-rhobot-ai-launch-edge-native-ai-solution-for-manufacturing-on-siemens-xcelerator/) - Siemens ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีอัตโนมัติในโรงงาน และ rhobot.ai ผู้บุกเบิกด้านปัญญาประดิษฐ์เชิงความน่าจะเป็น (probabilistic AI) สำหรับระบบอุตสาหกรรม ได้ประกาศเปิดตัวโซลูชัน AI สุดล้ำสำหรับการผลิตอย่างเป็นทางการ โดยมีให้ใช้งานแล้วบน Siemens Xcelerator นี่ไม่ใช่แค่ AI ทั่วไป แต่เป็น "สมองกลโรงงาน" ที่แตกต่างจากโมเดลภาษา (Language Models) หรือผู้ช่วย (Copilots) ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เพราะถูกออกแบบมาเพื่อทำ "math of manufacturing operations" โดยเฉพาะ โซลูชันนี้จะผสานรวมเข้ากับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ระบบอัตโนมัติในโรงงานโดยตรง ณ จุดปฏิบัติการ (industrial edge) ทำให้สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพ (optimization) ปรับแต่ง (tuning) และควบคุมกระบวนการได้แบบ เรียลไทม์ AI พูดภาษาเครื่องจักร ไม่ใช่ภาษามนุษย์ John Parrott, รองประธานของ Siemens กล่าวว่า "AI ในระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรมได้พัฒนาจากแค่ 'คำมั่นสัญญา' มาสู่ 'ประสิทธิภาพ' - [เภสัชฯ ศิลปากร ปฏิวัติการตรวจวิเคราะห์ยาด้วยเทคโนโลยีสีเขียวจากกากอ้อย-กะลามะพร้าว ตรวจยาเร็วขึ้น 5 เท่า [PR]](https://www.manutalkthai.com/silpakorn-universitys-faculty-of-pharmacy-revolutionizes-drug-analysis-pr/) - ในยุคที่โลกมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรสร้างนวัตกรรมใหม่ที่เปลี่ยน “ของเหลือจากเกษตรกรรมไทย” ให้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการตรวจวิเคราะห์คุณภาพยาโดยประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบตรวจวิเคราะห์ยารักษาโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง “Captopril” ด้วยกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร ซึ่งไม่เพียงช่วยลด การใช้สารเคมีอันตราย แต่ยังลดระยะเวลาการตรวจวิเคราะห์จากเดิม 14 นาที เหลือเพียง 2.5 นาที พร้อมวางรากฐานต้นแบบ “ห้องปฏิบัติการสีเขียว” เพื่อความปลอดภัยของบุคลากรและความยั่งยืนในระยะยาว ผลงานวิจัยนี้นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ธีรศักดิ์ โรจนราธา และทีมวิจัยจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งได้ปฏิวัติกระบวนการตรวจวิเคราะห์ยาแบบดั้งเดิมที่ต้องพึ่งพาสารเคมีอันตราย ด้วยการเปลี่ยนมาใช้ “เอทานอลชีวภาพ” หรือ “ไบโอเอทานอล” ที่ผลิตจากกากน้ำตาลอ้อย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท มิตรผล ไบโอฟูเอล จำกัด ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและลดความเสี่ยงต่อผู้ปฏิบัติงานได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังพัฒนาแนวทางจัดการของเสียจากห้องปฏิบัติการอย่างครบวงจร โดยใช้ “ถ่านกัมมันต์จากกะลามะพร้าว” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท โคโคนัท คาร์บอน (ไทย) จำกัด มาใช้ในการดูดซับสารตกค้างของยาในน้ำทิ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงถึง 99% ภายในเวลาเพียง 5 นาที ช่วยป้องกันการปนเปื้อนของยาในสิ่งแวดล้อมและเป็นตัวอย่างการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรกลับมาใช้ประโยชน์ตามแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) - [โนเกีย ร่วมมือกับ ST Engineering สร้างโครงข่ายสื่อสารของระบบรถไฟฟ้า BEM เพื่อบริการที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ [PR]](https://www.manutalkthai.com/nokia-x-st-engineering-bem-network-for-safety-and-efficiency-pr/) - กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 22 ตุลาคม 2568 - โนเกีย (Nokia) ประกาศความร่วมมือกับ ‘เอสที เอ็นจิเนียริ่ง’ (ST Engineering) และ ‘เฟิรส์วัน ซิสเต็มส์’ (First One Systems) ในการออกแบบและติดตั้งเครือข่ายสื่อสารของระบบรถไฟฟ้า - Backbone Transmission Network (BTN) ที่ใช้เทคโนโลยี IP/MPLS สำหรับโครงการรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) สายสีส้ม ซึ่งเป็นเส้นทางใหม่ของ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM โดยโครงการนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2573 เมื่อดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ โซลูชัน IP/MPLS ของโนเกียจะช่วยให้ BEM มีโครงข่ายสื่อสารของระบบรถไฟฟ้าที่มีความจุสูง หน่วงเวลาต่ำ เสถียรภาพสูง และปลอดภัย รองรับการใช้งานที่สื่อสารที่สำคัญกับระบบรถไฟ และรวมถึงการใช้งานแอพพลิเคชั่นอื่นๆ อาทิเช่น ระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ระบบประกาศสาธารณะ - [Salesforce จับมือ OpenAI ยกระดับประสบการณ์การทำงานในองค์กรและการขายด้วยพลังของ AI [PR]](https://www.manutalkthai.com/salesforce-partners-with-openai-to-enhance-workplace-and-sales-experiences-pr/) - เซลส์ฟอร์ซ (Salesforce) ผู้นำระดับโลกด้านระบบบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และ OpenAI ผู้อยู่เบื้องหลัง ChatGPT ประกาศขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ เพื่อร่วมกันสร้างประสบการณ์ยุคใหม่สำหรับทั้งพนักงานและผู้บริโภค ผ่านการผสานขีดความสามารถของ Agentforce 360 แพลตฟอร์ม AI สำหรับองค์กรของ Salesforce เข้ากับ โมเดลขั้นสูง (Frontier) รุ่นล่าสุดของ OpenAI แพลตฟอร์ม AI CRM อันดับหนึ่งของโลก ผสานการดำเนินงานเข้ากับ ChatGPT โดยตรง ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานเทคโนโลยีอันทันสมัยของทั้งสองบริษัท มุ่งสร้างประสบการณ์การใช้งานแบบไร้รอยต่อบนทั้งสองแพลตฟอร์ม การร่วมมือครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรม ที่จะเปิดโอกาสให้ธุรกิจสามารถเข้าถึง Agentforce 360 ผ่าน ChatGPT ได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกดูข้อมูลการขาย วิเคราะห์บทสนทนากับลูกค้า หรือสร้างการแสดงผลข้อมูลจาก Tableau ได้ทันทีเพียงพิมพ์คำถามใน ChatGPT นอกจากนี้ องค์กรยังสามารถใช้โมเดล AI ล่าสุดของ OpenAI รวมถึง GPT-5 เพื่อสร้างเจ้าหน้าที่ AI - [คุณค่าที่มากกว่าเมล็ดกาแฟ: พัฒนาคน พัฒนาพื้นที่ ยกระดับห่วงโซ่กาแฟคุณภาพสู่การอนุรักษ์ป่าลุ่มน้ำแม่กวงอย่างยั่งยืน [PR]](https://www.manutalkthai.com/more-than-coffee-improve-life-well-being-and-for-sustainable-economy-pr/) - ลุ่มน้ำแม่กวง แหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงผู้คนในพื้นที่มายาวนาน มีอาณาเขตครอบคลุมตำบลแม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ตำบลเทพเสด็จ ตำบลป่าเมี่ยง ตำบลเชิงดอย ตำบลลวงเหนือ ตำบลสง่าบ้าน อำเภอดอยสะเก็ด และตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นแหล่งปลูกกาแฟอราบิก้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย แต่ในช่วงที่ผ่านมาพื้นที่แห่งนี้ต้องเผชิญปัญหาปริมาณและคุณภาพผลผลิตกาแฟที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนอย่างปรากฏการณ์เอนโซ่ (เอลนีโญและลานีญา) และข้อจำกัดด้านองค์ความรู้และเทคโนโลยีของเกษตรกรในการพัฒนากาแฟให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด นายสุริยนต์ สูงคำ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และคณะวิจัยโครงการนวัตกรรมการพัฒนาและยกระดับมูลค่ากาแฟพืชเศรษฐกิจหลักของชุมชนเกษตรกรรมเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กวง จังหวัดเชียงใหม่-เชียงราย โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) จึงนำเทคโนโลยีพร้อมใช้และองค์ความรู้ที่เหมาะสมผนวกกับภูมิปัญญาท้องถิ่นมาถ่ายทอดให้กับคนในชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาการผลิตกาแฟอย่างเป็นระบบ ยกระดับห่วงโซ่กาแฟคุณภาพ ไปพร้อมกับการอนุรักษ์ป่าอย่างยั่งยืน ผ่านกระบวนการ Learning and Innovation Platform (LIP) สร้างความตระหนักด้วยวิทยาศาสตร์อย่างง่ายบ้านห้วยน้ำกืน ตำบลแม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เป็นหนึ่งในพื้นที่ป่าต้นน้ำสำคัญของลุ่มน้ำแม่กวง มีกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นนานกว่า 45 ปี แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในพื้นที่ต้องเผชิญกับความท้าทายจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ทำให้วิธีการดั้งเดิมที่เคยใช้ได้ผลไม่เพียงพอที่จะรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบันได้อีกต่อไป โดยเฉพาะการทำเกษตรที่พึ่งพาประสบการณ์และการลองผิดลองถูก (Trial & Error) อาทิ การใช้ปุ๋ยสูตรสำเร็จ (15-15-15) - ["Oliver Blume" สละเก้าอี้ซีอีโอ Porsche มุ่งโฟกัส VW เต็มตัว – ดึงอดีตบิ๊ก McLaren "Michael Leiters" กู้สถานการณ์](https://www.manutalkthai.com/oliver-blume-steps-down-as-porsche-ceo-to-focus-entirely-on-vw-former-mclaren-ceo-michael-leiters-is-brought-in-to-help-save-the-day/) - เกิดความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในอาณาจักรรถสปอร์ต เมื่อ โอลิเวอร์ บลูเมอ (Oliver Blume) ซีอีโอคนปัจจุบันของ Porsche ได้ประกาศก้าวลงจากตำแหน่ง โดยมีรายงานว่าเขาต้องการทุ่มเทความสนใจทั้งหมดให้กับบริษัทแม่ Volkswagen (VW) ผู้ที่จะเข้ามารับไม้ต่อคือ มิคาเอล ไลเทอร์ส (Michael Leiters) อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ McLaren วัย 54 ปี ซึ่งจะเริ่มทำงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 โดยวูล์ฟกัง ปอร์เช่ ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลของ Porsche ได้กล่าวยกย่องประสบการณ์อันยาวนานหลายสิบปีในอุตสาหกรรมยานยนต์ของไลเทอร์ส ไลเทอร์ส ซึ่งรู้จัก Porsche เป็นอย่างดี เพราะเคยทำงานกับบริษัทมานานถึง 13 ปี และมีส่วนสำคัญในการพัฒนารถรุ่นยอดนิยมอย่าง Cayenne และ Macan ได้กล่าวถึงการกลับมาครั้งนี้ว่าเป็นการเข้ามาคุมบริษัทที่ "มหัศจรรย์" และผลิตรถสปอร์ตที่เป็น "ไอคอน" อย่างแท้จริง ภารกิจ "กู้วิกฤต" ครั้งใหญ่รออยู่ แม้จะคุ้นเคยกับ Porsche แต่การกลับมาของไลเทอร์สครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะบริษัทรถสปอร์ตที่เคยประสบความสำเร็จอย่างสูงกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตหลายด้านพร้อมกัน ยอดขายตก: - ["Merck" ทุ่มหนัก! ขยายฐานการผลิตและวิจัยในสหรัฐฯ กว่า 2.5 ล้านล้านบาท รับกระแส "ผลิตในประเทศ"](https://www.manutalkthai.com/merck-expands-production-and-research-base-in-the-united-states-by-more-than-2-5-trillion-baht/) - Merck บริษัทยาใหญ่ระดับโลก ประกาศล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 20 ต.ค. ว่ากำลังขยายการลงทุนในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2.5 ล้านล้านบาท) เพื่อเร่งขยายฐานการผลิตและการวิจัยในประเทศ การตัดสินใจครั้งใหญ่นี้สอดคล้องกับทิศทางของบริษัทยาชั้นนำทั่วโลกที่เร่งเพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯ หลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ เคยกระตุ้นให้อุตสาหกรรมนี้ผลิตยาในประเทศมากขึ้น แทนที่จะนำเข้าส่วนประกอบหรือยาสำเร็จรูปจากต่างประเทศ ภายในปี 2025 มีบริษัทยาขนาดใหญ่ทั่วโลกอย่างน้อย 14 แห่ง ได้ประกาศแผนการขยายโรงงานในสหรัฐฯ เพื่อลดความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมด้านภาษีที่ตึงเครียดในสหรัฐฯ Merck ยืนยันว่าการลงทุนรวม 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นี้ เป็นการลงทุนทั้งหมดที่ประกาศไปแล้วในปีนี้ โดยได้เริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตยาแห่งใหม่มูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เมืองเอลค์ตัน รัฐเวอร์จิเนียแล้ว ซึ่งผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนีย เกลน ยังคิน เปิดเผยว่าโรงงานแห่งนี้จะสร้างงานได้ถึง 500 ตำแหน่ง ซึ่งมากกว่าแผนเดิมที่ตั้งไว้ที่ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ 300 ตำแหน่ง นอกจากนี้ Merck ยังมีแผนจะลงทุนเพิ่มเติมอีก 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในโรงงานและศักยภาพการผลิตยาชีววัตถุและยาโมเลกุลขนาดเล็ก รวมถึงลงทุนอีกกว่า - [INT มหิดล เผยนวัตกรรมคือกลไกหลัก ที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง พร้อมเปิด 3 เทรนด์นวัตกรรม ที่ไม่ควรมองข้าม [PR]](https://www.manutalkthai.com/int-mahidol-innovation-for-thailand-economy-pr/) - สถาบันเทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรม หรือ INT ภายใต้การกำกับดูแลของมหาวิทยาลัยมหิดล ประกาศภารกิจหลักในการเป็น “ประตูสู่โอกาสทางนวัตกรรม” ชู 3 กลไกสำคัญที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยี และองค์ความรู้กับภาคอุตสาหกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง เผยนวัตกรรมคือกลไกหลักในการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของไทย พร้อมเดินหน้าผลักดันพันธกิจด้านนวัตกรรมของ INT เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศผ่านการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชนเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม ย้ำหากธุรกิจไทยยังดำเนินธุรกิจในรูปแบบเดิม ๆ โดยไม่พึ่งพานวัตกรรม จะไม่สามารถแข่งขันในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อีกต่อไป รศ.ดร.วิริยะ เตชะรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรม (INT) และนายกสมาคมวิชาชีพนักจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี (AITP) เปิดเผยว่า ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แทบไม่มีประเทศใดก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางได้สำเร็จโดยไม่พึ่งพานวัตกรรม ด้วยเหตุนี้ INT จึงมีภารกิจหลักในการเป็น “ประตูสู่โอกาสทางนวัตกรรม” เชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยี และองค์ความรู้กับภาคอุตสาหกรรมผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ Venture Gateway to Growth สนับสนุนผู้ประกอบการและ Startups จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัย ผ่านโครงการบ่มเพาะ เช่น SPACE-F Accelerator ด้าน Food Tech และจัดตั้ง - [โรบินฮู้ด เปิดตัว “Robinhood Coin” ยกระดับความสัมพันธ์กับลูกค้าสู่ชุมชนแฟนพันธุ์แท้แห่งแรกในวงการ Food Delivery ไทย [PR]](https://www.manutalkthai.com/robinhood-coin-announcement-pr/) - โรบินฮู้ด เดินหน้าสร้างสังคมแห่งการมีส่วนร่วมระหว่างแพลตฟอร์มและลูกค้าผ่านการเปิดตัว “Robinhood Coin” ระบบสมาชิกแบบใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อแฟนพันธุ์แท้ของโรบินฮู้ดโดยเฉพาะ มุ่งสร้าง “ชุมชนแห่งการมีส่วนร่วม” ที่โปร่งใส ปลอดภัย และตรวจสอบได้ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนจากพันธมิตรระดับสากล นางมรกต ยิบอินซอย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Robinhood (โรบินฮู้ด) แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีสัญชาติไทยเพื่อคนไทย เปิดเผยว่า “Robinhood Coin คือ กลไกที่เราออกแบบมาเพื่อสร้าง ‘ชุมชนของแฟนพันธุ์แท้ Robinhood’ (Community Network) ที่เป็นมากกว่าการสะสมแต้มแบบเดิม ด้วยระบบ Membership ที่โปร่งใส ปลอดภัย เราอยากให้ผู้ใช้รู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มจริงๆ ให้ทุกคนได้รู้สึกถึงการมีส่วนร่วมในชุมชนผู้ใช้งาน สัมผัสได้ถึงความเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม และมีส่วนร่วมในการพัฒนาแพลตฟอร์มอย่างแท้จริง ทุกการสั่งอาหารไม่ใช่แค่การซื้อของ แต่คือการสะสม ‘สถานะ’ และ ‘ความผูกพัน’ กับโรบินฮู้ด โดยเรามองว่าความสัมพันธ์ระหว่างโรบินฮู้ดกับลูกค้าไม่ควรถูกจำกัดแค่เรื่องส่วนลดหรือคะแนนสะสม เราอยากสร้างระบบที่ให้คุณค่าในเชิงจิตใจและการมีส่วนร่วม เช่น สิทธิ์ในการโหวตกิจกรรม หรือเข้าร่วมอีเวนต์พิเศษกับโรบินฮู้ดซึ่งสิ่งเหล่านี้สะท้อนความเป็น ‘แฟนพันธุ์แท้’ มากกว่าความเป็นลูกค้าทั่วไป” Robinhood Coin เป็นระบบที่ให้ผู้ใช้สะสม - [แคสเปอร์สกี้เผยแรนซัมแวร์โจมตีธุรกิจไทยแม่นยำ-เจาะจง [PR]](https://www.manutalkthai.com/kaspersky-reveals-ransomware-attacks-on-thai-businesses-are-becoming-more-targeted-and-precise-pr/) - รายงานแคสเปอร์สกี้เปิดเผยว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 แรนซัมแวร์ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานกลุ่มองค์กรธุรกิจในประเทศไทยเพียงส่วนน้อย ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มทั่วโลกที่ผู้โจมตีแรนซัมแวร์จงใจโจมตีองค์กรที่มีมูลค่าสูง แทนที่จะโจมตีแบบกลุ่มใหญ่แบบไม่เลือกเป้าหมาย แม้ว่าผู้ใช้แคสเปอร์สกี้ระดับองค์กรในประเทศไทยจะมีเพียง 0.19% เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยคุกคามนี้ แต่สัดส่วนที่ดูเหมือนจะน้อยนี้นับเป็นเรื่องปกติของแรนซัมแวร์ และอธิบายได้จากข้อเท็จจริงที่ว่าผู้โจมตีมักไม่ได้แพร่กระจายมัลแวร์ประเภทนี้ในวงกว้าง แต่ให้ความสำคัญกับเป้าหมายที่มีมูลค่าสูง ซึ่งช่วยลดจำนวนเหตุการณ์โดยรวม ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยรวมแล้วผู้ใช้แคสเปอร์สกี้ระดับองค์กร 0.25% ตกเป็นเป้าหมายของแรนซัมแวร์ระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายนของปี 2568 นี้ จากรายงานแคสเปอร์สกี้ยังเปิดเผยรายชื่อแรนซัมแวร์ 5 อันดับที่พุ่งเป้าโจมตีองค์กรขนาดต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ Trojan-Ransom.Win32.Wanna Trojan-Ransom.Win32.Gen Trojan-Ransom.Win32.Crypmod Trojan-Ransom.Win32.Crypren Trojan-Ransom.Win32.Encoder โทรจันประเภทนี้จะปรับเปลี่ยนข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของเหยื่อ ทำให้เหยื่อไม่สามารถใช้ข้อมูลนั้นได้อีกต่อไป หรือทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานไม่ถูกต้อง เมื่อข้อมูลถูกยึด คือถูกบล็อกหรือเข้ารหัส ผู้ใช้จะได้รับคำสั่งเรียกค่าไถ่ คำสั่งเรียกค่าไถ่นี้จะสั่งให้เหยื่อส่งเงินให้กับผู้ประสงค์ร้าย เมื่อได้รับเงินแล้ว อาชญากรไซเบอร์จะส่งโปรแกรมไปให้เหยื่อเพื่อกู้คืนข้อมูลหรือฟื้นฟูประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์ ในช่วงต้นปี แคสเปอร์สกี้ได้เปิดเผยว่าธุรกิจและองค์กรต่างๆ ในประเทศไทยเผชิญกับความพยายามเรียกค่าไถ่โดยเฉลี่ย 39 ครั้งต่อวันตลอดปี 2567 โดยมีตัวเลขการโจมตีที่ถูกบล็อกด้วยโซลูชันความปลอดภัยทางไซเบอร์ของแคสเปอร์สกี้ ทั้งหมด 13,958 ครั้ง เอเดรียน เฮีย กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า “สัดส่วนผู้ใช้ในประเทศไทยที่ตกเป็นเป้าหมายของแรนซัมแวร์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์แรนซัมแวร์ทั่วโลก - [ล้ำสมัย.. Adient และ Autoliv เผยวิธีการความปลอดภัยสำหรับเบาะนั่งรถยนต์แบบไดนามิก](https://www.manutalkthai.com/adient-and-autoliv-dynamic-safety/) - Adient ผู้นำระดับโลกด้านเบาะนั่งรถยนต์ และ Autoliv ผู้จัดหาชั้นนำด้านระบบความปลอดภัยสำหรับยานยนต์ ได้ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อย่างมีนัยสำคัญในการปกป้องผู้นั่งที่ปรับตำแหน่งเบาะนั่งเอนลงลึก ซึ่งเบาะนั่งที่อยู่ในตำแหน่งนี้โดยทั่วไปนั้นหมายถึงการอยู่ในสภาวะ zero-gravity (ความถ่วงเป็นศูนย์) หรือภาวะไร้น้ำหนัก นวัตกรรมนี้เป็นการนำแนวคิดการทำเบาะนั่งใหม่ของ Adient ที่เรียกว่า Z-Guard มาผสานรวมเข้ากับเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงของ Autoliv โดยนวัตกรรมนี้พร้อมแล้วในการเข้าสู่การผลิตจำนวนมาก ในขณะที่เทคโนโลยีแบบไฟฟ้าและเทคโนโลยีอัจฉริยะกำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยที่เบาะนั่งแบบ zero-gravity กำลังเป็นที่นิยมใช้ในรถยนต์ระดับกลางถึงระดับสูง เนื่องจากมีคุณสมบัติตามหลักสรีรศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การอยู่ในท่านั่งที่ปรับเอนลงลึกนั้นอาจส่งผลให้ลดทอนประสิทธิผลของระบบความปลอดภัยแบบดั้งเดิมซึ่งโดยทั่วไปแล้วได้ออกแบบไว้เพียงกรณีที่เบาะนั่งถูกปรับให้ตั้งตรงตามเกณฑ์มาตรฐาน ดังนั้นจึงอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เพื่อจัดการกับความท้าทายนี้ Adient และ Autoliv จึงร่วมกันพัฒนาวิธีการด้านความปลอดภัยที่ก้าวล้ำ ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการปกป้องผู้นั่งที่ปรับตำแหน่งเบาะนั่งเอนลงลึก การป้องกันร่วมหลายมิติและเป็นแบบไดนามิกระบบ Z-Guard ของ Adient สร้างขึ้นบนหลักการพื้นฐานของการป้องกันร่วมหลายมิติ โดยการนำเทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถจำกัดแรงกดและการดูดซับพลังงานมาผสานรวมเข้ากับระบบความปลอดภัยแบบไดนามิกที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้นั่งในกรณีที่เกิดการชน นวัตกรรมนี้มีองค์ประกอบสำคัญสองประการ คือ กลไกยุบตัวของเบาะนั่งแบบแอคทีฟ — ในกรณีเกิดการชน โครงเบาะนั่งของระบบนี้จะยุบตัวอย่างรวดเร็วเพื่อดูดซับพลังงานและปรับท่าทาง ช่วยลดแรงกระแทกที่กระดูกสันหลังและปกป้องส่วนสำคัญของร่างกาย ช่องเข็มขัดนิรภัยสามารถปรับได้ — ระบบนี้จะปรับให้เข้ากับท่าทางและสรีระของผู้โดยสารที่มีความหลากหลาย ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ขณะเดียวกันก็เพิ่มการดึงรั้งด้วยความละเอียดแม่นยำสูงสุด และลดความเสี่ยงต่างๆ เช่น การไถลของไหล่ เทคโนโลยีจาก Autoliv ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กับนวัตกรรมนี้ - [สะเทือนวงการ RebuilderAI ให้นิยามเวิร์กโฟลว์ 3 มิติใหม่ด้วย AI การออกแบบสู่การผลิต](https://www.manutalkthai.com/vringon-rebuild-ai/) - การเติบโตของ Generative AI ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับการจินตนาการ การออกแบบ และการทำให้ผลิตภัณฑ์มีชีวิต โดยที่อุตสาหกรรมต่างๆ อย่างเช่น รองเท้า เครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับ ผู้ที่เป็นเจ้าของแบรนด์และผู้สร้างมักอยู่ภายใต้แรงกดดันเพิ่มขึ้นจากการตรวจยืนยันความสมบูรณ์ของแนวความคิดที่ต้องทำให้ได้อย่างรวดเร็ว และนำแนวความคิดเหล่านั้นไปใช้ในเชิงพาณิชย์ โดยทั่วไป การออกแบบผลิตภัณฑ์มักเป็นกระบวนการที่ยืดยาวและกระจัดกระจาย โดยมีจุดเริ่มต้นที่การนำแนวความคิดไปเป็นร่างภาพ 2 มิติ ต่อด้วยการสร้างแบบจำลองและการจำลอง 3 มิติ และสุดท้าย คือ การสร้างแพทเทิร์นและการบันทึกข้อมูลการผลิต จากนั้นก็จะพบว่าเกิดความไม่สอดคล้องกันระหว่างนักออกแบบ 2 มิติและผู้สร้างแพทเทิร์น ซึ่งมักปรากฏให้เห็นหลังจากที่ได้ผลิตงานตัวอย่างจริงขึ้นมาแล้ว และส่งผลกระทบตามมา นั่นคือ สูญเสียเวลา ต้นทุนสูงขึ้น และขาดประสิทธิภาพ เพื่อลดช่องว่างนี้ หลายบริษัทจึงให้ความสำคัญกับการวางรากฐานที่เป็นเอกภาพในด้าน 3 มิติตั้งแต่เริ่มแรกในขั้นตอนการออกแบบ AI การออกแบบสู่การผลิต (Design-to-Manufacture AI) ได้เข้ามาสู่ความท้าทายนี้ด้วยการเชื่อมโยงการออกแบบและการผลิตภายในเวิร์กโฟลว์ที่มีความต่อเนื่อง โดย VRING:ON ของ RebuilderAI เป็นตัวอย่างนวัตกรรมดังกล่าว แพลตฟอร์มนี้ช่วยยกระดับความคิดสร้างสรรค์ ทำให้สามารถสำรวจการออกแบบได้หลากหลาย และแสดงภาพให้เห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ในรูปแบบจำลอง 3 มิติที่สร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์นี้จะปรากฏอยู่ในชีวิตจริงของผู้คนได้อย่างไร โดยที่ใช้เวลาไม่เกินสองนาที อีกทั้งข้อมูล 3 - [HITBOT บริษัทหุ่นยนต์ในเครือ Xiaomi เปิดตัว OS อัจฉริยะ พร้อม 'มือหุ่นยนต์ 5 นิ้ว' ราคาแค่หลักหมื่น!](https://www.manutalkthai.com/hitbot-launches-intelligent-os-with-5-finger-robot-hand-for-just-tens-of-thousands-of-baht/) - HITBOT บริษัทหุ่นยนต์ในเครือ Xiaomi สร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญในโลกหุ่นยนต์ ด้วยการเปิดตัวกรอบการทำงานใหม่ภายใต้แนวคิด “Operating System + Hardware Matrix” ซึ่งจะทำให้หุ่นยนต์อัจฉริยะ (Embodied Intelligence) เข้าถึงและใช้งานได้ง่ายในวงกว้าง บริษัทฯ ได้เผยนวัตกรรมหลัก 3 อย่าง ที่จะกำหนดทิศทางของหุ่นยนต์อัจฉริยะในอนาคต: 1. HITBOT OS: 'สมอง' สากลสำหรับหุ่นยนต์ HITBOT OS (Android สำหรับหุ่นยนต์): ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะสากลตัวแรกของบริษัทฯ ที่มีสถาปัตยกรรม "สมอง + ซีรีเบลลัม" ทำให้หุ่นยนต์สามารถ เข้าใจคำสั่งภาษาธรรมชาติ (เช่น "เตรียมตัวอย่าง") และแปลงเป็นขั้นตอนการทำงานที่แม่นยำได้เองโดยอัตโนมัติ ช่วยลดเวลาพัฒนาการตั้งค่าระบบอัตโนมัติจากหลายวันเหลือเพียง ไม่กี่ชั่วโมง 2. eHand-6: มือหุ่นยนต์ 5 นิ้ว ราคาถูก eHand-6 (มือหุ่นยนต์ราคาเข้าถึงได้): เปิดตัวมือหุ่นยนต์เลียนแบบชีวภาพ 5 นิ้ว ในราคาเพียง 2,999 หยวน ($420 - [หนีตายสงครามการค้า! ไมโครซอฟท์ จ่อย้ายฐานผลิต Surface และเซิร์ฟเวอร์ หนีจีน เริ่มปี 2026](https://www.manutalkthai.com/microsoft-to-move-surface-and-server-production-away-from-china-starting-in-2026/) - ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีรายงานว่า บริษัท ไมโครซอฟท์ (Microsoft) กำลังเร่งเตรียมการครั้งใหญ่เพื่อย้ายฐานการผลิตอุปกรณ์ตระกูล Surface ทั้งแล็ปท็อปและแท็บเล็ต รวมถึง เซิร์ฟเวอร์สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center Servers) ออกจากประเทศจีน สำนักข่าว Nikkei รายงานว่า ไมโครซอฟท์ตั้งเป้าที่จะเริ่มกระบวนการย้ายฐานการผลิตอุปกรณ์ Surface และเซิร์ฟเวอร์ออกจากจีน 'เร็วที่สุดตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป' โดยแผนการนี้จะครอบคลุมตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วน ส่วนประกอบ ไปจนถึงการประกอบผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายสำหรับฮาร์ดแวร์ Surface และผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ในอนาคต แรงกดดันจากมาตรการกีดกันทางการค้า ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของไมโครซอฟท์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาขู่จะใช้มาตรการภาษีเพิ่มเติม สูงถึง 100 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มการควบคุมการส่งออกซอฟต์แวร์ไปยังจีน นอกจากนี้ ความตึงเครียดด้านการค้าได้ขยายวงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งการที่สหรัฐฯ และจีนเริ่มเรียกเก็บค่าธรรมเนียมท่าเรือจากเรือของแต่ละฝ่าย รวมถึงการที่รัฐบาลจีนได้เพิ่มความเข้มงวดในกฎการส่งออกแร่หายาก (rare earths) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี มีรายงานเพิ่มเติมว่า ไมโครซอฟท์ได้เริ่มย้ายฐานการผลิตเซิร์ฟเวอร์บางส่วนที่มีอยู่เดิมออกจากจีนไปแล้ว และกำลังผลักดันให้มีการผลิต เครื่องเล่นเกม Xbox นอกประเทศจีนเพิ่มขึ้นเช่นกัน Apple ก็เดินตามรอย: เวียดนามขึ้นแท่นฐานผลิตใหม่ ไมโครซอฟท์ไม่ใช่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เพียงรายเดียวที่กำลังพยายามกระจายฐานการผลิตออกนอกประเทศจีน รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า - [เยาวชนไทยบนเวทีโลก! "ปานสิปาง ไพฑูรย์" จากสาธิต มศว ประสานมิตร คว้าประสบการณ์ล้ำค่าจากค่ายอวกาศ Honeywell Leadership Challenge Academy สหรัฐอเมริกา](https://www.manutalkthai.com/pansipang-paitoon-gains-valuable-experience-from-the-honeywell-leadership-challenge-academy-space-camp-in-the-united-states/) - Huntsville, Alabama, USA – 10 ตุลาคม 2025 – บริษัท ฮันนี่เวลล์ (Honeywell) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ประกาศความสำเร็จของ นางสาวปานสิปาง ไพฑูรย์ นักเรียนผู้มีความมุ่งมั่นจากประเทศไทย ที่ได้ผ่านการอบรมหลักสูตร Honeywell Leadership Challenge Academy (HLCA) ณ ศูนย์อวกาศและจรวดแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Space and Rocket Center) ภายใต้การกำกับของ NASA นางสาวปานสิปาง ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หลักสูตร Trilingual-Science (ไตร-วิทย์) จาก โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) ได้เป็นหนึ่งในเยาวชน 250 คนที่ได้รับคัดเลือกจากกว่า 600 คนทั่วโลก เข้าร่วมโครงการทุนการศึกษานานาชาติอันทรงเกียรตินี้ โดยมีนักเรียนเข้าร่วมจาก 25 ประเทศ ประสบการณ์ระดับโลก: สัมผัสภารกิจอวกาศและเทคโนโลยีล้ำยุค โครงการ HLCA มุ่งเน้นการส่งเสริมเยาวชนอายุ - [OpenAI ลุยพัฒนาชิป AI ของตัวเองเป็นครั้งแรก จับมือ Broadcom ผลิต](https://www.manutalkthai.com/openai-is-developing-its-own-ai-chips-partnering-with-broadcom-to-compete-for-processing-power/) - ความต้องการพลังประมวลผลสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ OpenAI ตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการเริ่มต้นพัฒนาชิป AI (AI Processors) เป็นครั้งแรก โดยได้ประกาศความร่วมมือระยะยาวกับ Broadcom ผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่ เพื่อรับผิดชอบในการผลิตและติดตั้งฮาร์ดแวร์ แผนความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เชิงรุกในการรับมือกับความต้องการคอมพิวติ้งในระยะยาว โดยชิปที่ออกแบบเองนี้คาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และจะสามารถส่งมอบกำลังประมวลผลรวมกันได้สูงถึง 10 กิกะวัตต์ (GW) ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว OpenAI จะรับผิดชอบในการออกแบบชิปโดยตรง เพื่อให้ฮาร์ดแวร์ถูกปรับแต่งให้เข้ากับโมเดล AI ขั้นสูงของตนเองได้อย่างเต็มที่ ขณะที่ Broadcom จะดูแลด้านการพัฒนาและการติดตั้งฮาร์ดแวร์จริง โดยจะใช้โซลูชันด้านการเชื่อมต่อแบบครบวงจรเพื่อสร้างระบบที่ปรับขนาดได้และมีประสิทธิภาพด้านพลังงาน การที่ OpenAI พัฒนาชิปของตนเองมีเป้าหมายหลักเพื่อลดต้นทุน, หลีกเลี่ยงปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วน (Supply Bottlenecks) และเพิ่มการควบคุมโครงสร้างพื้นฐานของตนเอง เนื่องจากปัจจุบันบริษัทส่วนใหญ่ต้องพึ่งพา Nvidia เป็นผู้จัดหา GPU หลัก แม้ว่าโครงการนี้จะมีความทะเยอทะยานสูง แต่นักวิเคราะห์มองว่ายังไม่เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อตำแหน่งผู้นำตลาดของ Nvidia อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือนี้ถือเป็นการเข้าสู่ตลาดโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่กำลังเฟื่องฟูของ Broadcom อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ในช่วงเวลาเดียวกัน OpenAI - [Intel เปิดตัว "Robotics AI Suite" ชุดเครื่องมือครบวงจร เพื่อเร่งการพัฒนาหุ่นยนต์ Physical AI แบบ Edge System](https://www.manutalkthai.com/intel-launches-robotics-ai-suite-a-comprehensive-suite-of-tools-to-accelerate-the-development-of-edge-based-physical-ai-robots/) - Intel ได้ประกาศเปิดตัว Robotics AI Suite ซึ่งเป็นชุดเครื่องมือครบวงจรที่ออกแบบมาเพื่อลดความซับซ้อนและเร่งการพัฒนาหุ่นยนต์ในยุคใหม่ของ Physical AI โดยระบบเหล่านี้มีความสามารถในการเรียนรู้ รับรู้สภาพแวดล้อม และทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างชาญฉลาด แต่ก็มีความซับซ้อนในการพัฒนาระบบสูง ชุดเครื่องมือนี้ถือเป็นแพลตฟอร์มรวมศูนย์สำหรับหุ่นยนต์ที่ทำงานแบบ Edge System โดยรวบรวมแอปพลิเคชันอ้างอิง, การตั้งค่าฮาร์ดแวร์ที่ผ่านการตรวจสอบ, ไลบรารีเร่งความเร็ว และเครื่องมือวัดประสิทธิภาพเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งฟังก์ชันพื้นฐานของหุ่นยนต์ เช่น การจดจำวัตถุ หรือการวางแผนการเคลื่อนไหว ได้ทันที พร้อมทั้งช่วยประเมินข้อมูลเซ็นเซอร์และวิดีโอเพื่อสร้าง "ความฉลาดเชิงพื้นที่" (Spatial Intelligence) ให้กับหุ่นยนต์ หัวใจสำคัญของแพลตฟอร์มนี้คือ Intel Core Ultra processors ซึ่งสามารถจัดการได้ทั้งการควบคุมแบบเรียลไทม์และการรับรู้ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ภายในชิปเดียว การรวมความสามารถทั้งหมดไว้ในส่วนประกอบเดียวนี้ช่วยลดความซับซ้อนและต้นทุนการผลิตหุ่นยนต์ใหม่ได้อย่างมาก นอกจากนี้ยังมีการผนวกคุณสมบัติอย่าง Time Coordinated Computing (TCC) เพื่อให้ระบบหุ่นยนต์ทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ Robotics AI Suite ถูกสร้างขึ้นบนระบบนิเวศแบบเปิด โดยทำงานร่วมกับพันธมิตรเฉพาะทาง เช่น Techman Robot และ RealSense และ - [Mitsubishi Fuso และ Hino Motors รวมกิจการเป็น "Archion Corporation" ทุ่มทุนปั้นรถบรรทุกแห่งอนาคต](https://www.manutalkthai.com/fuso-and-hino-announce-new-holding-company-name-archion-to-invest-in-future-trucks/) - ความคืบหน้าครั้งสำคัญของดีลรวมกิจการครั้งประวัติศาสตร์ในวงการรถบรรทุก เมื่อ Mitsubishi Fuso Truck and Bus (บริษัทลูกของ Daimler Truck) และ Hino Motors ได้เปิดเผยรายละเอียดและชื่อบริษัทโฮลดิ้งแห่งใหม่ที่จะถือกำเนิดขึ้น นั่นคือ "Archion Corporation" โดยจะมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงโตเกียว และมีกำหนดเริ่มดำเนินงานในวันที่ 1 เมษายน 2026 การรวมตัวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างยักษ์ใหญ่ที่แข็งแกร่งขึ้น โดย Archion จะนำกลยุทธ์แพลตฟอร์มแบบครบวงจรมาใช้กับรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ทุกขนาด (หนัก กลาง และเบา) โดยจะผนึกกำลังในด้านการพัฒนา การจัดซื้อ และการผลิตเข้าด้วยกัน เพื่อลดต้นทุน และเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยมีแผนจะรวมโรงงานผลิตรถบรรทุกในญี่ปุ่น 5 แห่ง ให้เหลือเพียง 3 แห่งภายในสิ้นปี 2028 Archion ให้ความสำคัญกับการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยี CASE (Connected, Autonomous, Shared, Electric) และสำหรับตลาดรถยนต์พลังงานไฮโดรเจน บริษัทจะพึ่งพาความเชี่ยวชาญร่วมกันจาก Toyota และ Daimler Truck ในส่วนของเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิง - [ช็อกตลาด! ABB Robotics เปลี่ยนแผน ฟ้าผ่า: ถูก Softbank เทคโอเวอร์ 5,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทิ้งฝัน IPO](https://www.manutalkthai.com/market-shock-abb-robotics-changes-plans-in-a-flash-softbank-takes-over-for-5-4-billion-abandoning-ipo-dreams/) - แผนการที่ถูกวางไว้ว่าจะนำ ABB Robotics แยกตัวเป็นบริษัทอิสระและเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปีหน้า (2026) ได้ถูกพับเก็บอย่างกะทันหัน เมื่อกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจากญี่ปุ่นอย่าง Softbank Group ประกาศเข้าซื้อกิจการในมูลค่าสูงถึง 5,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การตัดสินใจขายในครั้งนี้ทำให้ ABB ต้องยกเลิกแผนเดิมที่ประกาศไว้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยคาดการณ์ว่าการซื้อขายจะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงกลางถึงปลายปี 2026 ซึ่งยังขึ้นอยู่กับการอนุมัติของหน่วยงานกำกับดูแล Peter Voser ประธานกรรมการของ ABB กล่าวว่า ข้อเสนอจาก Softbank นั้น "สะท้อนถึงความแข็งแกร่งในระยะยาวของธุรกิจหุ่นยนต์" และสร้าง "มูลค่าได้ทันทีสำหรับผู้ถือหุ้น" ขณะที่ Morten Wierod ซีอีโอของ ABB ย้ำว่า Softbank คือ "บ้านใหม่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับธุรกิจและพนักงาน" ทั้งสองบริษัทมีความเชื่อร่วมกันว่า อนาคตของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์อยู่ที่การหลอมรวมกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) Masayoshi Son ซีอีโอของ Softbank อธิบายถึงการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ที่เรียกว่า "Physical AI" ซึ่งเป็นยุคใหม่ที่หุ่นยนต์และ "superintelligence" จะรวมเข้าด้วยกัน จากการขายกิจการครั้งนี้ ABB จะมีการปรับโครงสร้างองค์กร โดยธุรกิจหุ่นยนต์จะถูกจัดเป็น - [ไมโครชิพ ขยายลงทุนไทยดันไทยศูนย์กลางทดสอบชิปของภูมิภาค [PR]](https://www.manutalkthai.com/microchip-expands-investment-in-thailand-pr/) - ไมโครชิพ (Microchip) ยักษ์ใหญ่ชิปจากสหรัฐอเมริกา เดินหน้าขยายลงทุนในไทย ยอดลงทุนสะสมตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทรวมกว่า 3.8 หมื่นล้านบาท ยกระดับสู่ฐานหลักในการประกอบและทดสอบชิปขั้นสูง ย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพและระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในไทย หนุนไทยมุ่งหน้าสู่เป้าหมาย “ชิปเมดอินไทยแลนด์” แบบครบวงจร นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการเยี่ยมชมสายการผลิตและพบหารือกับผู้บริหารบริษัท ไมโครชิพ เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) จำกัด ว่า “ไมโครชิพ”เป็นบริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่รายแรกจากสหรัฐอเมริกาที่ตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2538 และได้ขยายการลงทุนต่อเนื่องตลอด 30 ปีที่ผ่านมา โดยล่าสุดคณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการของบีโอไอ ได้อนุมัติส่งเสริมการขยายการลงทุนโครงการประกอบและทดสอบชิป (Wafer Testing, IC Packaging and Testing) เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดโลก มูลค่าลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท ทำให้ยอดรวมถึงปัจจุบัน บริษัท ไมโครชิพ เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจำนวน 12 โครงการ มูลค่าลงทุนรวมกว่า 38,000 ล้านบาท ไมโครชิพ เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) เป็นบริษัทในเครือ Microchip - [Wacker สาธิตการยึดติดที่มีสภาพนำความร้อนใหม่สำหรับแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า](https://www.manutalkthai.com/wacker-thermally-conductive-adhesives-demostration/) - Wacker Chemical Corporation นำเสนอการยึดติดที่มีสภาพนำความร้อน (Thermally Conductive Adhesives) (TCA) ขั้นสูง ซึ่งแสดงถึงความก้าวหน้าในการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้ากำลังเปลี่ยนจากสถาปัตยกรรมแบตเตอรี่จากเซลล์ต่อโมดูล (CTM) แบบดั้งเดิม ไปสู่การออกแบบเซลล์ต่อแพ็ก (CTP) และเซลล์ต่อแชสซี (CTC) จึงจำเป็นต้องอาศัยวิธีการยึดติดที่มีสมรรถนะสูงเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะสามารถจัดการกับความร้อนและความสมบูรณ์ของโครงสร้างในระดับที่สูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน Wacker ได้จัดสาธิตเทคโนโลยี TCA ขั้นสูงนี้ที่งาน Battery Show North America เมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6-9 ตุลาคม 2568 ส่วนหนึ่งในการออกแบบแบตเตอรี่สำหรับยุคถัดไปนั้นจำเป็นต้องอาศัยการยึดติดที่มีสภาพนำความร้อน โดยที่ให้ประโยชน์ได้ทั้งการจัดการความร้อนตามที่จำเป็นและการรองรับโครงสร้างสำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ดังนั้น Wacker จึงเพิ่ม TCA เข้าไปในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ เพื่อตอบสนองความต้องการทางเทคนิคที่หลากหลายยิ่งขึ้นของลูกค้าในสภาพแวดล้อมแบตเตอรี่ การยึดติดด้วยซิลิโคนและการยึดติดแบบไฮบริดของ Wacker ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการต่างๆ ที่เปลี่ยนไปอย่างมากมาย โดยการยึดติดแบบไฮบริด TCA ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ Wacker ได้ใช้เทคโนโลยี Silane-terminated polyether (STP-E) ที่ผสานความยืดหยุ่นและความทนต่ออุณหภูมิของซิลิโคนเข้ากับความแข็งแรงเชิงกลของโพลิเมอร์อินทรีย์ - [Salesforce เข้าซื้อกิจการ Apromore เสริมแกร่งระบบ Agentic Process Automation ด้วย AI](https://www.manutalkthai.com/salesforce-acquires-apromore-strengthening-agentic-process-automation-with-ai/) - Salesforce ประกาศบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายเพื่อเข้าซื้อกิจการ Apromore ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านซอฟต์แวร์ Process Intelligence โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของ Salesforce ในด้าน Agentic Process Automation หรือระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่จะช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นภาพ จำลอง และปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจได้แบบเรียลไทม์ เทคโนโลยีของ Apromore ช่วยให้องค์กรสามารถค้นพบว่าการดำเนินงานที่แท้จริงของพวกเขาทำงานอย่างไรในทุกแผนกและทุกระบบ การนำขีดความสามารถนี้มาผสานรวมเข้ากับแพลตฟอร์มของ Salesforce โดยตรง จะทำให้ธุรกิจต่าง ๆ ได้รับมุมมองที่เป็นหนึ่งเดียวและเป็นปัจจุบัน (real-time view) ของเวิร์กโฟลว์ทั้งหมด ตั้งแต่การทำงานส่วนหน้า ส่วนกลาง ไปจนถึงส่วนหลังบ้าน การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้นำชุดเครื่องมือ Process Intelligence เต็มรูปแบบเข้าสู่ Salesforce ครอบคลุมการมองเห็น, การวัดผล, และการเพิ่มประสิทธิภาพแบบครบวงจร Apromore จะจับข้อมูลกระบวนการจากหลายระบบ รวมถึง Salesforce เองและแอปพลิเคชันองค์กรอื่น ๆ เพื่อลด "จุดบอดในการปฏิบัติงาน" ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้จะกลายเป็นรากฐานสำหรับการทำงานแบบ Agentic Automation ภายใต้โครงการ Agentforce ของ Salesforce - [AMD เปิดตัว 'Ryzen Embedded 9000' ชิปตัวท็อปสำหรับ Industrial PCs และ Automation](https://www.manutalkthai.com/amd-unveils-ryzen-embedded-9000-a-top-of-the-line-chip-for-ai-and-automation-factories/) - AMD เปิดตัวหน่วยประมวลผลซีรีส์ใหม่ล่าสุด Ryzen Embedded 9000 Series ซึ่งถูกสร้างมาเพื่อรองรับความท้าทายของคอมพิวเตอร์อุตสาหกรรมโดยเฉพาะ ทั้งในส่วนของ Industrial PCs, ระบบอัตโนมัติ และ Machine Vision ชิปซีรีส์นี้เน้นที่การสร้างสมดุลระหว่าง ประสิทธิภาพต่อวัตต์ ที่ยอดเยี่ยม, ความหน่วงต่ำ และความน่าเชื่อถือในระยะยาวที่ลูกค้าภาคอุตสาหกรรมต้องการ หัวใจหลักของ Ryzen Embedded 9000 Series คือสถาปัตยกรรม "Zen 5" ขั้นสูง ซึ่งผลิตด้วยกระบวนการ 4 นาโนเมตร มาพร้อมแกนประมวลผลประสิทธิภาพสูง สูงสุดถึง 16 คอร์ และสามารถกำหนดพลังงานได้ตั้งแต่ 65 วัตต์ ถึง 170 วัตต์ ทำให้สามารถปรับแต่งระบบให้เหมาะสมกับงานหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ระบบควบคุมที่เน้นการประหยัดพลังงาน ไปจนถึงระบบ Machine Vision ที่ต้องการการประมวลผลสูง ความแม่นยำสูงสำหรับ AI และหุ่นยนต์ โปรเซสเซอร์ใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานที่ต้องอาศัยความเร็วและความแม่นยำสูง: Machine Vision: ด้วยการผสานรวม AI - [Infor เปิดตัว 'AI Agents' อัจฉริยะ ทำงานแทนคน รู้ลึกทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่นมถึงรถยนต์ไฟฟ้า](https://www.manutalkthai.com/infor-launches-ai-agent-a-smart-tool-that-works-in-place-of-humans-and-understands-every-industry/) - Infor ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ระดับโลก ประกาศเปิดตัวชุดโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อมุ่งเน้นปรับปรุงขั้นตอนการปฏิบัติงานในอุตสาหกรรมการผลิต การจัดจำหน่าย และบริการ โดยเน้นตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะทางของแต่ละอุตสาหกรรม ชุดเครื่องมือใหม่นี้ ซึ่งรวมถึง Infor Industry AI Agents และข้อเสนอการย้ายระบบสู่คลาวด์ที่เรียกว่า Infor Leap ถูกสร้างขึ้นบน Amazon Web Services (AWS) และใช้ประโยชน์จาก Amazon Bedrock ในการเข้าถึง Large Language Models (LLMs) ขั้นสูง เครื่องมือเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นผู้ช่วยดิจิทัลที่เข้าใจบริบทและบทบาทของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง ในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรมย่อย (micro-verticals) เช่น โรงงานผลิตนม สิ่งทอ การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และการดูแลสุขภาพ AI Agents ผู้ช่วยส่วนตัวที่เข้าใจอุตสาหกรรม Infor Industry AI Agents ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยดิจิทัลตามบทบาท (role-based digital assistants) ที่ทำงานร่วมกับทีมงานมนุษย์ จัดการและทำให้เวิร์กโฟลว์ที่จำเป็นเป็นไปโดยอัตโนมัติ Agent เหล่านี้ใช้แค็ตตาล็อกกระบวนการและแผนที่มูลค่าที่ปรับให้เข้ากับ - [n8n ระดมทุน 180 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ยักษ์ใหญ่ Nvidia ร่วมวง หนุนแพลตฟอร์มอัตโนมัติ AI](https://www.manutalkthai.com/n8n-raises-180-million-joins-giant-nvidia-to-bolster-ai-automation-platform/) - n8n GmbH สตาร์ทอัพด้านซอฟต์แวร์ระบบอัตโนมัติจากเยอรมนี ประกาศประสบความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Series C มูลค่า 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้มูลค่ากิจการของบริษัททะยานสูงถึง 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การระดมทุนครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพียง 6 เดือนหลังจากการระดมทุนครั้งก่อนหน้า โดยมี Accel เป็นผู้นำ และมีผู้ร่วมลงทุนสำคัญอย่าง NVentures (กองทุนสตาร์ทอัพของ Nvidia Corp.), Meritech, Redpoint และผู้สนับสนุนรายอื่น ๆ ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากปีที่ผ่านมาที่ n8n อ้างว่ามี รายได้เติบโตขึ้นถึง 10 เท่า แพลตฟอร์ม Open-Source หัวใจสำคัญของ AI Orchestration ผลิตภัณฑ์: n8n ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 โดยพัฒนาแพลตฟอร์ม Open-Source สำหรับสร้างเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติ การใช้งาน: ซอฟต์แวร์ถูกใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ทีมรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ใช้ดึงข้อมูลภัยคุกคาม และนักพัฒนาสามารถสร้างเวิร์กโฟลว์ที่สร้างโค้ดได้จากคำสั่งภาษาธรรมชาติ ความยืดหยุ่น: แพลตฟอร์มรองรับการเขียนเวิร์กโฟลว์ด้วย TypeScript และยังมีอินเทอร์เฟซแบบภาพ (visual - [Emerson เปิดตัว 'PACSystems IPC' คอมพิวเตอร์อุตสาหกรรมรุ่นใหม่ หัวใจ AI ทนทานขั้นสุด](https://www.manutalkthai.com/emerson-unveils-pacsystems-ipc-a-new-industrial-computer-with-an-ai-core-and-ultra-rugged-design/) - Emerson ได้ประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์อุตสาหกรรมรุ่นใหม่ในตระกูล PACSystems™ IPC ได้แก่ รุ่น IPC 6010, IPC 7010, และ IPC 8010 ซึ่งมาพร้อมกับขุมพลังประมวลผลประสิทธิภาพสูงเพื่อรองรับงานที่ต้องใช้ความสามารถในการคำนวณขั้นสูง เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), การเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning) และการวิเคราะห์ขั้นสูง หัวใจสำคัญของ PACSystems IPCs คือการใช้ CPU เจเนอเรชันล่าสุด ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับคุณสมบัติที่เปิดใช้งาน AI เช่น การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์, การปรับปรุงกระบวนการให้เหมาะสม, การตรวจสอบคุณภาพ, การสนับสนุนการตัดสินใจ และการจัดการซัพพลายเชน ทนทานสูง ดีไซน์ไร้พัดลมเพื่อสภาพแวดล้อมสุดหิน IPC รุ่นใหม่นี้ใช้โปรเซสเซอร์ Intel Core เจเนอเรชัน 13 สำหรับงานอุตสาหกรรม และหน่วยความจำ ECC แบบบัดกรี (soldered ECC memory) สูงสุด 64 GB ซึ่งช่วยให้มีความทนทานสูงสุดต่อแรงกระแทกและการสั่นสะเทือน นอกจากนี้ - [วิกฤตช่างขาดแคลน! 'Toyota UK' จับมือ 'Rockwell' สร้างโมเดลฝึกอบรมใหม่ พลิกโฉมการพัฒนาบุคลากรภาคการผลิตทั่วโลก](https://www.manutalkthai.com/toyota-uk-partners-with-rockwell-to-create-new-training-model-transforming-global-manufacturing-workforce-development/) - องค์ความรู้หายไปกับผู้เกษียณ วิกฤตเงียบในอุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับ วิกฤตทักษะบุคลากร ครั้งใหญ่ รายงานจากสถาบันวิจัยชั้นนำชี้ตรงกันว่า วิศวกรผู้มีประสบการณ์กำลังทยอยเกษียณอายุ และนำพาองค์ความรู้ที่สั่งสมมานานหลายสิบปีออกไปด้วย ขณะที่การสรรหาบุคลากรทดแทนก็ประสบปัญหาอย่างหนัก ทำให้เกิดช่องว่างด้านแรงงานที่ยากจะอุด แต่ ณ โรงงานของ Toyota Motor Manufacturing UK (TMUK) ในเมืองเบอร์นาสตัน มณฑลเดอร์บิเชียร์ สหราชอาณาจักร เรื่องราวกลับแตกต่างออกไป Toyota สร้าง "โรงเรียน" สำหรับช่างยุคใหม่ ด้วยมาตรฐานเดียวกับ TPS บริษัทรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นรายนี้ได้จัดตั้งสถาบันฝึกอบรม (Training Academy) ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรอย่างเข้มงวดเฉกเช่นเดียวกับที่เคยใช้ปฏิวัติวิธีการผลิตมาแล้วทั่วโลก โมเดลฝึกอบรมใหม่นี้เกิดขึ้นด้วยความช่วยเหลือจาก Rockwell และมีเป้าหมายเพื่อกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับการฝึกอบรมในภาคอุตสาหกรรม โดยคาดหวังว่าโปรแกรมนี้จะสามารถสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการพัฒนาบุคลากรภาคอุตสาหกรรม เช่นเดียวกับที่ "ระบบการผลิตของโตโยต้า" (Toyota Production System - TPS) เคยพลิกโฉมประสิทธิภาพการผลิตทั่วโลกมาแล้ว ที่มา: https://www.automotivemanufacturingsolutions.com/editors-pick/toyotas-burnaston-academy-redefines-industrial-training-with-rockwell/1244103 - [Intel เปิดตัว 'Panther Lake' ชิปตัวใหม่ กู้ศักดิ์ศรีการผลิต ชิงชัยตลาดแล็ปท็อป AI](https://www.manutalkthai.com/intel-unveils-panther-lake-chips-reclaiming-manufacturing-prominence-and-conquering-the-ai-laptop-market/) - Intel ประกาศรายละเอียดสำคัญของหน่วยประมวลผลสำหรับแล็ปท็อปรุ่นใหม่ล่าสุด 'Panther Lake' ชิปตัวนี้ถือเป็นผลิตภัณฑ์แรกที่สร้างขึ้นด้วยกระบวนการผลิตยุคถัดไป 18A ของ Intel ซึ่งเป็นเดิมพันครั้งสำคัญเพื่อแสดงให้นักลงทุนเห็นว่าแผนการพลิกฟื้นธุรกิจที่ทุ่มทุนมหาศาลจะสามารถกอบกู้ความได้เปรียบด้านการผลิตของบริษัทกลับคืนมาได้ ประสิทธิภาพเหนือกว่า 50% เดิมพันสูงเพื่อการผลิต Panther Lake มุ่งเป้าไปที่แล็ปท็อปประสิทธิภาพสูงที่รองรับปัญญาประดิษฐ์ (AI-enabled laptops) การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการทดสอบครั้งใหญ่สำหรับ Intel ในการขยายเทคโนโลยีการผลิต 18A และช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด PC ที่เสียให้กับคู่แข่งอย่าง AMD Intel ระบุว่า หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) และหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ที่รวมอยู่ใน Panther Lake มีประสิทธิภาพเร็วกว่าชิปรุ่นก่อนหน้าอย่าง Lunar Lake ถึง 50% โดย Lunar Lake ส่วนใหญ่ผลิตโดยบริษัทคู่แข่งอย่าง Taiwan Semiconductor Manufacturing Co (TSMC) เทคโนโลยี 18A ประกอบด้วยการออกแบบทรานซิสเตอร์แบบใหม่และวิธีการส่งพลังงานไปยังชิปที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น Panther Lake ใช้การออกแบบแบบ 'system-on-chip' - [ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานสัมมนาหุ่นยนต์โคบอทที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้](https://www.manutalkthai.com/collaborate-thailand-2025/) - Universal Robots เปิดตัวนวัตกรรมอนาคตแห่งระบบอัตโนมัติในงาน Collaborate Thailand 2025 พร้อมโชว์ไฮไลต์ AI Accelerator และไลน์อัปโคบอทรุ่นใหม่ล่าสุด UR8 Long, UR15, UR7e และ UR12e กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568 – Universal Robots (UR) ผู้นำระดับโลกด้านหุ่นยนต์โคบอท จัดงาน Collaborate Thailand 2025 อย่างยิ่งใหญ่ในกรุงเทพฯ ตอกย้ำศักยภาพการเติบโตของประเทศไทยในด้านระบบอัตโนมัติแบบโคบอท ภายในงานมีการจัดแสดงหุ่นยนต์โคบอทกว่า 15 units บนพื้นที่จัดแสดง ทำให้ Collaborate Thailand ก้าวขึ้นเป็นงานสัมมนาโคบอทที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 300 คน ทั้งผู้บริหารระดับตัดสินใจ ผู้นำอุตสาหกรรม และพันธมิตรในระบบนิเวศของ UR มารวมตัวกันเพื่อสัมผัสโซลูชันฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และ AI ล้ำสมัยที่จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมในอนาคต ภายใต้ธีม - [ไทยฮอนด้า เปิดบ้านต้อนรับสื่อมวลชนจัดงาน “Thai Honda Press-Exclusive Factory Tour” ครบรอบ 60 ปี แห่งความสำเร็จ [PR]](https://www.manutalkthai.com/thai-honda-factory-tour-2025-pr/) - (กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 6 ตุลาคม 2568) – บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย สร้างประสบการณ์สุดพิเศษแก่สื่อมวลชน ด้วยการจัดงาน “Thai Honda Press-Exclusive Factory Tour” เปิดบ้านพาชมกระบวนการผลิต ณ นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง นับเป็นครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษที่โรงงานไทยฮอนด้าได้เปิดประตูต้อนรับสื่อ เพื่อสะท้อนเส้นทางกว่า 60 ปีแห่งความสำเร็จ พร้อมประกาศวิสัยทัศน์สู่อนาคตที่ยั่งยืน บรรยากาศงานเริ่มต้นด้วยคำกล่าวต้อนรับจาก มร.ยูอิจิ ชิมิซุ ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ที่ย้ำถึงความภาคภูมิใจในเส้นทางที่องค์กรได้เดินเคียงข้างสังคมไทยมาอย่างยาวนาน พร้อมแสดงความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ตลอด 60 ปีที่ผ่านมา ไทยฮอนด้าได้พัฒนาจากโรงงานขนาดเล็กสู่หนึ่งในฐานการผลิตที่มีศักยภาพการผลิตอันดับต้นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับรถจักรยานยนต์กำลังการผลิตสูงสุดกว่า 6,600 คันต่อวัน และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ 11,000 หน่วยต่อวัน โดยมียอดการผลิตสะสมกว่า 90 ล้านหน่วย โดยแบ่งเป็นรถจักรยานยนต์ 40 ล้านคัน และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ 50 ล้านเครื่อง รุ่นที่ครองใจผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ Honda - [Metthier คว้ารางวัล “นวัตกรรมแห่งชาติ 2568 องค์กรนวัตกรรมดีเด่น”ตอกย้ำการเป็น Smart Facility Management ระดับประเทศ [PR]](https://www.manutalkthai.com/metthier-national-innovation-awards-2025-pr/) - บริษัท เมทเธียร์ จำกัด (Metthier) ประกาศศักดาในเวทีนวัตกรรมไทย คว้ารางวัล นวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2568 ด้านองค์กรนวัตกรรม ประเภทวิสาหกิจขนาดใหญ่และวิสาหกิจขนาดกลาง จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ในงาน “วันนวัตกรรมแห่งชาติ 2568” ที่จัดขึ้น ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ถือเป็น รางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดของวงการนวัตกรรมไทย ที่มอบให้แก่องค์กรที่มีความโดดเด่นด้านการบริหารจัดการนวัตกรรมในองค์กร โดยใช้ ความรู้ เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ มาประยุกต์ใช้ในทุกมิติ ตั้งแต่ระดับยุทธศาสตร์ กระบวนการ ไปจนถึงระดับโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้างคุณค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่องค์กรและประเทศชาติ นายขยล ตันติชาติวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมทเธียร์ จำกัด รับโล่รางวัลองค์กรนวัตกรรมดีเด่น ประเภทวิสาหกิจขนาดใหญ่ และวิสาหกิจขนาดกลาง จาก ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ในพิธีมอบรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2568 จัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA - [อินโดรามา เวนเจอร์ส ชูนวัตกรรมและความยั่งยืนระดับมหาวิทยาลัยในการแข่งขันธุรกิจระดับโลก ลี กวน ยูของมหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์ [PR]](https://www.manutalkthai.com/indorama-ventures-champions-university-innovation-and-sustainability-pr/) - บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเป็นผู้ประกอบการ โดยการสนับสนุน “Lee Kuan Yew Global Business Plan Competition” (LKYGBPC) ครั้งที่ 12 ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์ (Singapore Management University - SMU) การแข่งขัน LKYGBPC เป็นโครงการแข่งขันสตาร์ทอัพระดับมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มุ่งเน้นการแก้ปัญหาในเมืองและความยั่งยืน โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมมากกว่า 1,500 ราย จาก 6 ทวีป โดยมีผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศ 57 ทีมเข้าร่วมการแข่งขันในรอบ Grand Finals Week ที่ประเทศสิงคโปร์ นางสาวคาเทีย เชซารี หุ้นส่วนผู้จัดการของ Volta Circle เป็นตัวแทนจากอินโดรามา เวนเจอร์ส ในการร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน โดย Volta Circle เป็นแพลตฟอร์มการลงทุนภายในสำนักงานของครอบครัวโลเฮีย ดำเนินการสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพระยะเริ่มต้นที่มุ่งสร้างนวัตกรรมในด้านเคมีภัณฑ์สีเขียว การรีไซเคิลขั้นสูง - [พลิกเกมพลังงาน! ไทยเล็งเป็น 'ฮับ LNG โลก' รับดีมานด์พุ่ง เล็งเปิดบ้านจัดงาน Gastech 2026](https://www.manutalkthai.com/changing-the-energy-game-thailand-aims-to-become-a-global-lng-hub-to-meet-surging-demand-aiming-to-host-gastech-2026/) - ท่ามกลางกระแสความต้องการพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ประเทศไทยประกาศวิสัยทัศน์ครั้งสำคัญ เตรียมผลักดันตัวเองให้เป็น 'ศูนย์กลางพลังงานเหลวก๊าซธรรมชาติ (LNG Hub)' ชั้นนำสำหรับตลาดเอเชียใต้และภูมิภาคใกล้เคียง ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงานของไทย ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษในสตูดิโอ ณ งาน Gastech 2025 ที่เมืองมิลาน โดยเผยถึงกลยุทธ์พลังงานระยะยาวของประเทศและการพึ่งพา ก๊าซธรรมชาติ ที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการในประเทศที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ดร.ประเสริฐ ระบุว่า การปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์นี้จะช่วยเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานให้กับไทย และยังเป็นการตอกย้ำบทบาทสำคัญของประเทศในฐานะ ผู้เล่นหลักในห่วงโซ่อุปทานพลังงาน ของภูมิภาค เตรียมตัวเป็นเจ้าภาพ Gastech 2026 นอกจากวิสัยทัศน์การเป็นฮับ LNG แล้ว ปลัดกระทรวงพลังงานยังได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดงาน Gastech 2026 ที่กรุงเทพฯ ในปีหน้า ซึ่งถือเป็นงานนิทรรศการและประชุมสุดยอดด้านก๊าซธรรมชาติ พลังงานเหลว และไฮโดรเจนที่ใหญ่ที่สุดในโลก การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะได้แสดงศักยภาพด้านพลังงาน และนำเสนอความก้าวหน้าในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซธรรมชาติ เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางพลังงานในอนาคต "อุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลกจะได้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทย และโอกาสในการลงทุนที่น่าตื่นเต้นในกรุงเทพฯ ปีหน้าอย่างแน่นอน" ดร.ประเสริฐ กล่าวทิ้งท้าย ที่มา: https://www.energyconnects.com/videos/video-interviews/2025/october/thailand-eyes-status-as-global-lng-hub-as-energy-demand-surges/ - [ล้มกระดาน CAD! 'FreeCAD' ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ปฏิวัติงานออกแบบวิศวกรรม ลดต้นทุน เพิ่มนวัตกรรม](https://www.manutalkthai.com/freecad-open-source-software-revolutionizes-engineering-design-reduces-costs-increases-innovation/) - FreeCAD ซอฟต์แวร์ออกแบบ 3 มิติ (3D CAD) แบบโอเพนซอร์ส ที่พัฒนามาตั้งแต่ปี 2002 ได้ก้าวจากการเป็นเพียงโครงการทดลอง สู่การเป็นเครื่องมือระดับมืออาชีพที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมวิศวกรรมเครื่องกล จุดแข็งของโอเพนซอร์ส: ประหยัด ยืดหยุ่น และเป็นอิสระ ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะให้ข้อได้เปรียบหลายด้าน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ธุรกิจต้องควบคุมต้นทุน ประหยัดค่าใช้จ่าย: ไม่มีค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (licensing fees) ยืดหยุ่นและปรับแต่งได้สูง: ซอร์สโค้ดที่เปิดเผยทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งซอฟต์แวร์ให้เข้ากับความต้องการเฉพาะทางของบริษัทได้อย่างอิสระ และสามารถขยายฟังก์ชันการใช้งานได้ตามต้องการ เป็นอิสระจากผู้ขายรายเดียว: ไม่ต้องผูกติดกับเจ้าของซอฟต์แวร์รายใดรายหนึ่ง การสนับสนุนจากชุมชน: การมีนักพัฒนาขนาดใหญ่ช่วยให้ได้รับการสนับสนุนที่รวดเร็ว การอัปเดตเป็นประจำ และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง Aleksander Sadowski เจ้าของบริษัท Alsado ซึ่งได้มาบรรยายในงาน Design Managers' Forum 2025 ได้ยกตัวอย่าง FreeCAD ว่าเป็นเครื่องมือที่พิสูจน์ข้อดีเหล่านี้ FreeCAD: ศูนย์กลางแห่งการออกแบบที่ปรับขยายได้ FreeCAD สามารถขยายความสามารถได้อย่างง่ายดายโดยใช้โค้ด Python เพื่อสร้างเครื่องมือออกแบบที่กำหนดเองสำหรับกระบวนการภายในองค์กร นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถเข้าถึงคอลเล็กชันส่วนขยาย (Add-on) ที่พัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระ ซึ่งติดตั้งได้ฟรีผ่าน Add-on - [NDBS Thailand เผยปี 2025 ธุรกิจองค์กรไทยเร่งต่อยอด SAP จากระบบ ERP สู่การบริหารจัดการเชิงลึก เน้นวางรากฐานทรัพยากรบุคคลและการจัดซื้อ พร้อมเสริมทัพ AI ธุรกิจ เพื่อเตรียมเติบโตในอนาคต](https://www.manutalkthai.com/ndbs-thailand-reveals-that-by-2025-thai-businesses-will-accelerate-the-development-of-sap-from-erp-systems-to-in-depth-management/) - แม้ว่าปี 2025 นี้จะเป็นปีที่ท้าทายสำหรับภาคธุรกิจองค์กรจากผลกระทบหลายปัจจัย แต่ในมุมของ NTT DATA Business Solutions กลับพบว่าการลงทุนในภาค Business Application สำหรับการบริหารจัดการธุรกิจนั้นยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการมาของ AI เองก็ทำให้ธุรกิจองค์กรให้ความสนใจกันไม่น้อยเช่นกัน คุณวิศิษฐ์ วิระยากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นทีที เดต้า บิสซิเนส โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงทิศทางและแนวโน้มเทรนด์ใหม่ของ SAP สำหรับการบริหารจัดการธุรกิจที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยในปัจจุบันดังนี้ ธุรกิจองค์กรไทยยังลงทุน Business Application ต่อเนื่อง ในฐานะฟันเฟืองที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจ คุณวิศิษฐ์ได้เผยว่าในปี 2025 ที่ผ่านมานี้ NTT DATA Business Solutions (Thailand) หรือ NDBS Thailand ยังคงพบว่าธุรกิจองค์กรไทยยังคงลงทุนในระบบบริหารจัดการธุรกิจอย่างหลากหลายต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่ม ERP ไม่ว่าจะเป็น SAP S/4HANA หรือ SAP Business One ก็ตาม - [ผลการศึกษาล่าสุดจาก AWS ชี้ว่า การใช้ AI ในไทยเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทสตาร์ทอัพที่มีการพัฒนานวัตกรรมได้รวดเร็วกว่าบริษัทขนาดใหญ่ [PR]](https://www.manutalkthai.com/aws-study-shows-ai-adoption-in-thailand-growing-rapidly-pr/) - อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (Amazon Web Services: AWS) บริษัทในเครือของ Amazon.com เปิดเผยผลการศึกษาพบว่า แม้การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในไทยจะเติบโตต่อเนื่อง แต่เกิดช่องว่างที่กว้างขึ้นระหว่างบริษัทสตาร์ทอัพและบริษัทขนาดใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจมานาน ในด้านการประยุกต์ใช้ AI ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดเศรษฐกิจสองระดับ โดยสตาร์ทอัพที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีสามารถพัฒนานวัตกรรมได้เร็วกว่าและแซงหน้าธุรกิจดั้งเดิม อัตราการใช้ AI ในภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น 33% จากปีที่ผ่านมา โดยมีเพียง 16% ของบริษัทขนาดใหญ่ที่นำ AI มาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ เทียบกับสตาร์ทอัพที่มีสัดส่วนสูงถึง 40% 47% ของธุรกิจระบุว่า การขาดทักษะดิจิทัลเป็นอุปสรรคสำคัญในการขยายการใช้ AI การใช้ AI ในไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีธุรกิจ 150,000 รายนำ AI มาใช้ในปี 2567 หรือเฉลี่ยเกือบทุก 3 นาทีจะมีธุรกิจใหม่นำ AI มาใช้ ปัจจุบันมีธุรกิจ 600,000 ราย หรือ 32% ของธุรกิจทั้งประเทศที่นำ AI - [BASF เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ หั่นหน่วยที่ไม่ใช่ 'แกนหลัก' หวังกำไร 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ](https://www.manutalkthai.com/basf-is-embarking-on-a-major-business-restructuring-cutting-non-core-units/) - BASF บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเคมีภัณฑ์จากเยอรมนี ยืนยันว่าแผนกลยุทธ์การปรับโครงสร้างธุรกิจที่ริเริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้วกำลังดำเนินไปตามเป้าหมาย แม้จะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ โดย มาร์คุส คาเมียธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แสดงความมั่นใจว่าบริษัทจะสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินระยะกลางปี 2028 ได้ตามเดิม สาระสำคัญของการปรับโครงสร้างและหั่นธุรกิจ การปรับโครงสร้างนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ BASF กลับมาทำกำไร โดยเปลี่ยนจากบริษัทเคมีภัณฑ์แบบครบวงจรไปสู่การมุ่งเน้นธุรกิจหลัก 4 หน่วยงาน และแยกส่วนธุรกิจที่ไม่ใช่แกนหลักออกไปดำเนินการอย่างเป็นอิสระ หั่นธุรกิจสีเคลือบ (Coatings Division): ขายธุรกิจสีทาตกแต่งในบราซิลให้ Sherwin-Williams เสร็จสิ้นแล้วด้วยมูลค่า 1,150 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กำลังสำรวจทางเลือกเชิงกลยุทธ์เพื่อขายธุรกิจสีเคลือบ OEM ยานยนต์ และ สีซ่อมรถยนต์ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 4 เนื่องจากมีนักลงทุนสนใจสูง แยก IPO ธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร: ผู้บริหารยืนยันว่าธุรกิจนี้จะมีความพร้อมสำหรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ภายในปี 2027 4 หน่วยงานธุรกิจหลักใหม่ หลังจากปรับโครงสร้าง ธุรกิจหลักของ BASF จะประกอบด้วย 4 หน่วยงานดังนี้: Chemicals Division: เคมีภัณฑ์พื้นฐานและสารตัวกลาง Materials Division: - ['Nvidia' จับมือ 'Fujitsu' สร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI แห่งชาติญี่ปุ่น ปั้นหุ่นยนต์อัจฉริยะ](https://www.manutalkthai.com/nvidia-partners-with-fujitsu-to-build-japans-national-ai-infrastructure-and-create-intelligent-robots/) - บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง Nvidia และ Fujitsu ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และโทรคมนาคมของญี่ปุ่น ได้ตกลงร่วมมือกันครั้งสำคัญเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อเร่งเครื่องการปฏิวัติปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมีเป้าหมายในการส่งมอบหุ่นยนต์อัจฉริยะและนวัตกรรมใหม่ ๆ โดยใช้ขุมพลังจากชิปประมวลผลของ Nvidia Jensen Huang ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia กล่าวอย่างกระตือรือร้นบนเวที พร้อมโอบกอดคุณทาคาฮิโตะ โทกิตะ (Takahito Tokita) คู่ค้าจาก Fujitsu ว่า "การปฏิวัติอุตสาหกรรม AI ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว การสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อขับเคลื่อนมันเป็นสิ่งสำคัญในญี่ปุ่นและทั่วโลก" เขากล่าวต่อผู้สื่อข่าวในกรุงโตเกียวอย่างมั่นใจว่า "ญี่ปุ่นสามารถเป็นผู้นำโลกในด้าน AI และหุ่นยนต์ได้" ลุยสร้าง 'โครงสร้างพื้นฐาน AI' สู่เป้าหมายปี 2030 การร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างสิ่งที่ทั้งสองเรียกว่า "โครงสร้างพื้นฐาน AI" (AI infrastructure) ซึ่งเป็นระบบหลักสำหรับรองรับการใช้งาน AI แห่งอนาคตในหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ การผลิต สิ่งแวดล้อม การประมวลผลยุคหน้า และการบริการลูกค้า โดยมีความหวังที่จะจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐาน AI นี้ให้แล้วเสร็จสำหรับญี่ปุ่นภายในปี 2030 - [Plasmatreat GmbH โชว์เทคโนโลยีพลาสมา เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ในด้านคุณภาพและความยั่งยืน](https://www.manutalkthai.com/plasmatreat-gmbh-exhibit-plastma-technology-for-automotive-industry/) - อุตสาหกรรมกำลังเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญ เช่น วัสดุชนิดใหม่ แนวคิดโครงสร้างน้ำหนักเบา และข้อกำหนดด้านความยั่งยืนที่เพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องใช้กระบวนการผลิตที่เป็นนวัตกรรม โดยเทคโนโลยีพลาสมาจะมีบทบาทสำคัญต่อการรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ Plasmatreat GmbH ได้พัฒนากระบวนการ Openair-Plasma® เพื่อการใช้งานตามจุดประสงค์นี้ โดย Openair-Plasma จะช่วยเตรียมพื้นผิวด้วยความนุ่มนวลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยให้สามารถทำความสะอาดและเตรียมวัสดุต่างๆ ได้อย่างประณีต เช่น พลาสติก โลหะ และแก้ว เพื่อความพร้อมสำหรับกระบวนการต่อไป ช่วยเพิ่มการยึดเกาะของกาว สี สารเคลือบ และสารผนึกต่างๆ ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่ต้องใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ กระบวนการเหล่านี้ยังเป็นแบบแห้ง เป็นกระบวนการอัตโนมัติเต็มรูปแบบ และสามารถผสานรวมเข้ากับสายการผลิตที่มีอยู่ได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดของเสีย และลดต้นทุน ในขณะเดียวกัน ผลการยึดประสานที่มีความทนทานจากเทคโนโลยีพลาสมานี้ยังช่วยเพิ่มคุณภาพผลิตภัณฑ์และอายุการใช้งานของชิ้นส่วนได้ยาวนานขึ้น พลาสมาคืออะไรกันแน่พลาสมา มักเรียกกันว่า "สถานะที่สี่ของสสาร" โดยพลาสมาจะเป็นส่วนที่รวมกันของ ของแข็ง ของเหลว และก๊าซเข้าด้วยกัน มีสถานะเป็นก๊าซพลังงานสูงที่สามารถใช้ปรับสภาพพื้นผิวได้เป็นพิเศษ โดย Plasmatreat ได้ปรับแต่งกระบวนการนี้จนสำเร็จ มีความละเอียดประณีตและสามารถควบคุมได้โดยใช้หัวฉีดพ่นชนิดพิเศษ การบำบัดพื้นผิวใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที และเป็นการเตรียมพื้นผิวสำหรับกระบวนการต่อไปได้ทันที ตัวอย่างการใช้งานจริง เช่น ไฟหน้า — - [ExxonMobil จับมือ Kinaxis สร้าง 'สมองกลซัพพลายเชน' ปฏิวัติการจัดการน้ำมันและก๊าซที่ซับซ้อนที่สุดในโลก](https://www.manutalkthai.com/exxonmobil-partners-with-kinaxis-to-create-a-supply-chain-brain/) - อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซซึ่งมีห่วงโซ่อุปทานที่มีความซับซ้อนที่สุดในโลก กำลังเผชิญกับความท้าทายในการตอบสนองต่อเหตุการณ์หยุดชะงักที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น ทั้งจากภัยคุกคามทางภูมิรัฐศาสตร์และการโจมตีทางไซเบอร์ เนื่องจากอุตสาหกรรมนี้ยังขาดโซลูชันการจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ครอบคลุม ExxonMobil ตระหนักถึงปัญหานี้ จึงได้ร่วมมือกับ Kinaxis ผู้ให้บริการจัดการห่วงโซ่อุปทานชั้นนำ เพื่อสร้างโซลูชันการจัดการห่วงโซ่อุปทานยุคถัดไปที่ครอบคลุมสำหรับอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซโดยเฉพาะ เปลี่ยนจาก Excel สู่ซอฟต์แวร์ Maestro ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนการจัดการแบบเดิม ซึ่งมักต้องพึ่งพาซอฟต์แวร์ที่ปรับแต่งเอง การจัดการด้วยตาราง Excel และกระบวนการแบบ manual ที่ยุ่งยาก Exxon และ Kinaxis จะร่วมกันนำซอฟต์แวร์ Maestro ของ Kinaxis มาใช้ในการแปลงกระบวนการทางธุรกิจของ Exxon ให้เป็นดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการวางแผนและการตัดสินใจ คาดหวังว่าโซลูชันที่พัฒนาร่วมกันนี้จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น (Resilience) และมอบการมองเห็นอย่างสมบูรณ์ (Complete Visibility) ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อน และจะสามารถนำไปแบ่งปันให้กับอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซอื่น ๆ ที่ขาดแคลนเครื่องมือเฉพาะทางเหล่านี้ได้ต่อไป ที่มา: https://logisticsviewpoints.com/2025/09/30/exxonmobil-and-kinaxis-creating-a-next-gen-supply-chain-management-solution-for-oil-gas/ - [Haier และ Hisense ทุ่มเงินหลายพันล้านบาท สร้างโรงงานใหม่ในชลบุรี ประเทศไทย เป็นฐานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าส่งออกทั่วโลก](https://www.manutalkthai.com/haier-and-hisense-invest-billions-of-baht-to-build-new-factories-in-chonburi-thailand/) - ยักษ์ใหญ่เครื่องใช้ไฟฟ้าจากจีนอย่าง Haier และ Hisense กำลังทุ่มเงินลงทุนนับพันล้านบาทเพื่อสร้างโรงงานใหม่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการหลีกเลี่ยงกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกา และรักษาเส้นทางการส่งออกสินค้าไปยังตลาดโลก การขยายโรงงานครั้งใหญ่นี้ในไทย ตอกย้ำถึงแนวโน้มที่บริษัทจีนกำลังย้ายฐานการผลิต เพื่อป้องกันธุรกิจทั่วโลกจากอุปสรรคทางการค้าที่เพิ่มขึ้น Haier เปิดโรงงานแอร์ใหญ่สุดในอาเซียน—Hisense ลุยตู้เย็นและเครื่องซักผ้า Haier: เพิ่งเปิดโรงงานปรับอากาศที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการลงทุน 10,000 ล้านบาท (ประมาณ 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ตั้งเป้าผลิตแอร์ถึง 3 ล้านเครื่องต่อปี โดยส่วนใหญ่เป็นการส่งออก Hisense: กำลังเร่งเครื่องด้วยโรงงานที่อยู่ใกล้เคียงกัน เน้นผลิตตู้เย็นและเครื่องซักผ้า วางแผนผลิตรวม 2.6 ล้านเครื่องต่อปีภายในปี 2026 หลังจากการลงทุนไปแล้ว 4,700 ล้านบาท (ประมาณ 127 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) การเคลื่อนไหวของทั้งสองบริษัทที่เลือกขยายโรงงานในจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่สำคัญของไทย สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทผู้ผลิตทั่วโลกกำลังมองหาช่องทางส่งออกที่ปลอดภาษี และใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต เพื่อรับมือกับความตึงเครียดทางการค้า การลงทุนที่สูงลิ่วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นการกำหนดภูมิทัศน์การผลิตโลกใหม่ โดยบริษัทต่าง ๆ กำลังกระจายฐานการผลิตเพื่อจำกัดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ ทั่วโลก ที่มา: https://finimize.com/content/haier-and-hisense-set-up-shop-in-thailand-to-dodge-us-tariffs - [ผู้ผลิตโลหะซิลิคอนของสหรัฐฯ รับคำตัดสินทางการค้าเบื้องต้นกรณีมีการเอื้อหนุนการนำเข้าจากประเทศต่างๆ รวมทั้งไทย](https://www.manutalkthai.com/ferroglobe-usa-with-mississippi-silicon-commercial-verdict/) - Ferroglobe USA, Inc. และ Mississippi Silicon LLC ซึ่งเป็นบริษัทตัวแทนของผู้ผลิตโลหะซิลิคอนทั้งหมดของสหรัฐฯ ยินดีรับผลการพิจารณาเบื้องต้นจากกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีผลออกมาในทางที่ดี โดยเมื่อเร็วๆ นี้มีการสอบสวนการนำเข้าโลหะซิลิคอนในราคาที่ไม่เป็นธรรม (unfairly priced) และได้รับการอุดหนุน (subsidized) การนำเข้าจากแองโกลา ออสเตรเลีย ลาว นอร์เวย์ และไทย โลหะซิลิคอนเป็นวัสดุสำคัญที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ทุกประเภท ตั้งแต่อะลูมิเนียมและซิลิโคน ไปจนถึงแผงโซลาร์เซลล์และเซมิคอนดักเตอร์ ในขณะที่ผู้ผลิตในสหรัฐฯ ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การตัดสินดังกล่าวเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเท่าเทียมกันและการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศที่สำคัญต่อความมั่นคงของชาติและพลังงานสะอาด ทั้งนี้ในคดีความได้ครอบคลุมโลหะซิลิคอนทุกรูปแบบและทุกขนาด มีส่วนผสมซิลิคอนอย่างน้อย 85.00 เปอร์เซ็นต์ แต่ต่ำกว่า 99.99 เปอร์เซ็นต์ และมีเหล็กน้อยกว่า 4.00 เปอร์เซ็นต์ โดยส่วนผสมเหล่านี้เป็นค่าเปอร์เซ็นต์ตามน้ำหนักจริง เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ได้ประกาศใช้ภาษีตอบโต้การอุดหนุนเบื้องต้นสำหรับการนำเข้าโลหะซิลิคอนที่ได้รับการอุดหนุนจากออสเตรเลีย (41.31%) ลาว (240.00%) นอร์เวย์ (16.87%) และไทย (31.27%) โดยภาษีเหล่านี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2568 - [Bolt Business ผนึกกำลัง กฟภ. ลงนาม MOU ใช้บริการ On-Demand เสริมประสิทธิภาพการเดินทางพนักงาน ดันภาครัฐสู่ระบบขนส่งอัจฉริยะ [PR]](https://www.manutalkthai.com/bolt-business-x-pea-mou-pr/) - กรุงเทพฯ 26 พฤษภาคม 2568 - โบลท์ (Bolt) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อทดลองใช้งานบริการรถยนต์รับจ้างตามความต้องการ (On-Demand Service) สำหรับบุคลากรภายในองค์กร ณ สำนักงานใหญ่ กฟภ. โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมทางเลือกการเดินทางที่ทันสมัย โปร่งใส และบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในพิธีลงนาม ได้รับเกียรติจาก นายจักรี กิจบัญชา รองผู้ว่าการโลจิสติกส์และบริการองค์กร พร้อมด้วย นายอนุรักษ์ คล่องไชยชน ผู้อำนวยการกองวางแผนและจัดการยานพาหนะ ร่วมกล่าววัตถุประสงค์และผลักดันการนำเทคโนโลยีใหม่มาประยุกต์ใช้ในงานภาครัฐ โดยมี นายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไปประจำโบลท์ ประเทศไทย เข้าร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัววิดีทัศน์แนะนำบริการจากทั้งสองแพลตฟอร์มแก่ผู้เข้าร่วมงาน “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับโบลท์ ทดลองเปลี่ยนมาใช้ระบบเรียกรถแบบ On-Demand ภายในองค์กร จากเดิมที่ใช้ระบบเช่ารถพร้อมพนักงานขับ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายรายเดือนทั้งค่าจ้างและค่าเชื้อเพลิงที่ค่อนข้างสูง รวมถึงไม่สอดคล้องกับรูปแบบการใช้งานจริงที่มักเกิดขึ้นรายวัน การเปลี่ยนมาใช้บริการของโบลท์นอกจากจะช่วยให้การเดินทางมีความยืดหยุ่น ยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้เป็นระบบมากขึ้น และตอบโจทย์การใช้งานของพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายอนุรักษ์ คล่องไชยชน ผู้อำนวยการกองวางแผนและจัดการยานพาหนะ ความร่วมมือในครั้งนี้มีระยะเวลาทดลองใช้งาน 1 ปี - [จากคู่แค้นสู่พันธมิตร? ลือสนั่น 'Intel' จีบ 'AMD' ใช้โรงงานผลิตชิป เดินหน้าล่าพาร์ทเนอร์รายใหญ่ กู้ศักดิ์ศรีผู้นำ Foundry](https://www.manutalkthai.com/rumors-are-swirling-that-intel-is-courting-amd-to-use-its-chip-manufacturing-plant/) - มีรายงานข่าวลือล่าสุดว่า Intel กำลังพยายามครั้งใหญ่เพื่อผลักดันธุรกิจรับจ้างผลิตชิป (Foundry) โดยได้มีการเจรจาเบื้องต้นกับ AMD ซึ่งเคยเป็นคู่แข่งตัวฉกาจที่สุดในสงครามชิป PC และเซิร์ฟเวอร์ เพื่อให้ AMD พิจารณามาใช้สายการผลิตชิปของ Intel หากดีลนี้เกิดขึ้นจริง จะถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่และเป็นสัญลักษณ์ที่ทรงพลัง สำหรับความทะเยอทะยานของ Intel ในธุรกิจ Foundry เนื่องจากหมายความว่า AMD ซึ่งปัจจุบันพึ่งพา TSMC เป็นหลัก จะยอมมอบความไว้วางใจในการผลิตชิปให้กับคู่แข่งสำคัญ ล่าพันธมิตรยักษ์ใหญ่และเทคโนโลยี 18A AMD, Nvidia, Broadcom: แม้รายละเอียดการผลิตของ AMD จะยังไม่ชัดเจน แต่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าบริษัทอื่น ๆ อย่าง Nvidia และ Broadcom ก็กำลังทดสอบเทคโนโลยีการผลิตที่ล้ำหน้าที่สุดของ Intel คือ 18A อยู่เช่นกัน Apple: Intel ยังเดินหน้าทาบทาม Apple เพื่อสำรวจความเป็นไปได้ในการลงทุนและหาแนวทางทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น แม้การพูดคุยจะอยู่ในช่วงเริ่มต้น TSMC: มีรายงานถึงการติดต่อกับ TSMC (คู่แข่งและคู่ค้า) เกี่ยวกับการลงทุนหรือความร่วมมือด้านการผลิต - [ศาลอินเดียสั่งหมอ 'เขียนใบสั่งยาให้อ่านออก' ยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ](https://www.manutalkthai.com/indian-court-orders-doctors-to-write-legible-prescriptions-raising-it-to-national-agenda/) - ศาลสูงรัฐปัญจาบและหรยาณาของอินเดียได้ออกคำสั่งเรียกร้องให้แพทย์ทุกคน เขียนใบสั่งยาด้วยลายมือที่อ่านง่ายและชัดเจน โดยเน้นย้ำถึงอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตที่อาจเกิดขึ้นจากใบสั่งยาที่ไม่สามารถอ่านออกได้ คำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นหลังผู้พิพากษา Jasgurpreet Singh Puri พบว่ารายงานทางการแพทย์ทางกฎหมายที่ยื่นโดยแพทย์ของรัฐมีลายมือที่ "ไม่สามารถทำความเข้าใจได้เลย" ศาลระบุว่าการที่แพทย์ยังคงเขียนด้วยมือในยุคที่เทคโนโลยีเข้าถึงง่ายเป็นเรื่องที่ "น่าตกใจ" คำสั่งศาล 3 ขั้น เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ผู้พิพากษา Puri ได้สั่งการให้รัฐบาลดำเนินการ 3 ส่วนสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหานี้: ต้องใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ (Capital Letters): จนกว่าระบบดิจิทัลจะแล้วเสร็จ แพทย์ทุกคนต้องเขียนใบสั่งยาให้ชัดเจนและใช้ ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด ฝึกอบรมลายมือ: ต้องมีการฝึกอบรมการเขียนด้วยลายมือในโรงเรียนแพทย์ เปลี่ยนเป็นดิจิทัล: ต้องเริ่มใช้ระบบใบสั่งยาดิจิทัลภายใน 2 ปี ปัญหาความคลุมเครือที่นำไปสู่ความผิดพลาดร้ายแรง ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เห็นตรงกันว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความสวยงามของลายมือ แต่อยู่ที่ความคลุมเครือที่อาจนำไปสู่ ความผิดพลาดร้ายแรง เช่น การให้ยาผิดขนาดหรือผิดชนิด ซึ่งในต่างประเทศเคยมีรายงานผู้เสียชีวิตที่ป้องกันได้ถึง 7,000 รายต่อปีจากความผิดพลาดของใบสั่งยาที่อ่านยาก แม้สมาคมแพทย์อินเดีย (IMA) จะสนับสนุนมาตรการนี้และระบุว่าแพทย์ในเมืองใหญ่หันไปใช้ดิจิทัลมากขึ้นแล้ว แต่ปัญหาลายมือที่อ่านยากยังคงพบมากในพื้นที่ชนบท เนื่องจากภาระงานที่ต้องดูแลผู้ป่วยจำนวนมาก ทำให้เภสัชกรต้องโทรศัพท์สอบถามแพทย์เพื่อยืนยันคำสั่งยาซ้ำอยู่เสมอ ดังนั้นการทำให้ใบสั่งยาอ่านง่ายจึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งยวดต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย กว่า 1,400 ล้านคนของอินเดีย ที่มา: https://ca.news.yahoo.com/no-more-scribbling-indian-court-012913464.html และ https://www.tbsnews.net/world/south-asia/indian-court-orders-doctors-write-legible-prescriptions-citing-patient-safety - [18 ผลิตภัณฑ์กันแดดในออสเตรเลีย ถูกเรียกคืน หลังพบค่า SPF ต่ำกว่าที่เคลม เล็งสอบ 'แล็บทดสอบ' ในสหรัฐฯ](https://www.manutalkthai.com/18-australian-sunscreen-products-recalled-after-spf-values-found-to-be-lower-than-claimed/) - วงการผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอัตราผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังสูงที่สุดในโลก กำลังเผชิญกับเรื่องอื้อฉาวครั้งใหญ่ หลังผลิตภัณฑ์กันแดดยอดนิยมและราคาสูงถึง 18 รายการ ถูกเรียกคืนหรือระงับการจำหน่าย เนื่องจากพบว่า ไม่ได้ให้การป้องกันผิวตามที่กล่าวอ้าง กลุ่มผู้บริโภคพบว่าผลิตภัณฑ์กันแดดหลายตัวให้ค่าการป้องกันที่ต่ำกว่าที่เคลมไว้มาก ซึ่งระบุว่ามีค่า SPF 50+ แต่กลับมีผลการทดสอบเพียง SPF 4 และถูกเรียกคืนในเดือนสิงหาคม TGA ชี้ 'สูตรพื้นฐาน' มีปัญหา ค่า SPF อาจต่ำถึง 4 ล่าสุด Therapeutic Goods Administration (TGA) หน่วยงานกำกับดูแลด้านยาของออสเตรเลีย ได้ออกมาเตือนเกี่ยวกับกันแดดอีกกว่า 20 รายการจากหลายแบรนด์ ที่ใช้ สูตรพื้นฐาน (base formula) ตัวเดียวกันนี้ และแสดงความ "กังวลอย่างมีนัยสำคัญ" เกี่ยวกับห้องปฏิบัติการทดสอบแห่งหนึ่ง TGA ระบุว่า จากการทดสอบเบื้องต้น สูตรพื้นฐานนี้ไม่น่าจะมีค่า SPF เกิน 21 และสำหรับบางผลิตภัณฑ์ ค่า SPF อาจต่ำถึง 4 จาก - [Isuzu และ Toyota จับมือพัฒนา 'รถเมล์พลังงานไฮโดรเจน' เตรียมผลิตจริงปี 2026](https://www.manutalkthai.com/isuzu-and-toyota-join-forces-to-develop-hydrogen-powered-buses-with-production-planned-for-2026/) - Isuzu และ Toyota ได้บรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญในการร่วมกันพัฒนาและผลิตรถโดยสารประจำทางพลังงานเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Bus หรือ FCEV) เพื่อนำรถเมล์ปลอดมลพิษออกสู่ท้องถนน แผนการผลิตรถเมล์ไฮโดรเจนรุ่นใหม่นี้จะเริ่มต้นในปีงบประมาณ 2026 ณ โรงงาน Utsunomiya ของ J-Bus ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง Isuzu และ Hino (ในสัดส่วน 50:50) ใช้แพลตฟอร์มร่วมกัน ลดต้นทุน สร้างมาตรฐาน รถเมล์ไฮโดรเจนคันใหม่นี้จะถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มรถเมล์ไฟฟ้าแบบพื้นเรียบ (battery-electric flat-floor buses) ที่ Isuzu เป็นผู้ออกแบบและพัฒนาอยู่แล้ว ซึ่งแพลตฟอร์มนี้เป็นผลลัพธ์จากความร่วมมือด้านรถโดยสารที่ Isuzu และ Hino ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2002 การใช้แพลตฟอร์มมาตรฐานเดียวกันนี้ ทำให้ผู้ผลิตทั้งสองสามารถลดต้นทุนในการพัฒนารถเมล์ FCEV ได้อย่างมาก โดย Toyota จะเข้ามาร่วมเสริมด้วยการนำระบบเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell System) ที่พัฒนาโดย Toyota มาติดตั้งบนแพลตฟอร์มนี้ สำหรับ Isuzu นี่คือการขยายทางเลือกของยานยนต์ไร้คาร์บอนนอกเหนือจากรถเมล์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ - [ระดับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าจากที่อยู่อาศัยสู่เชิงพาณิชย์ [PR]](https://www.manutalkthai.com/ev-charging-level-for-residental-to-commercial-pr/) - การมาถึงของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้นำมาซึ่งการปฏิวัติในอุตสาหกรรมรถยนต์ ด้วยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สู่ความยั่งยืน และการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอน หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้คือเครือข่ายเครื่องชาร์จที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่กำหนดความสามารถในการใช้งานและการใช้งานจริงของรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า การทำความเข้าใจประเภทและความแตกต่างของเครื่องชาร์จจึงเป็นสิ่งสำคัญ เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ามีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่โซลูชันสำหรับใช้ในบ้าน ไปจนถึงสถานีชาร์จสาธารณะความเร็วสูงที่ตั้งอยู่ตามทางหลวงและถนนในเมือง รูปแบบที่เรียบง่ายที่สุดคือการชาร์จระดับ 1 ซึ่งใช้เต้ารับไฟฟ้ามาตรฐานสำหรับบ้าน (120V) และเหมาะสำหรับการชาร์จข้ามคืน สำหรับการชาร์จไฟที่รวดเร็วยิ่งขึ้นที่บ้านหรือที่ทำงาน เครื่องชาร์จระดับ 2 (240V) กำลังได้รับความนิยม ซึ่งช่วยลดเวลาในการชาร์จได้อย่างมาก ตัวเลือกการชาร์จที่บ้านเหล่านี้ช่วยมอบความสะดวกสบายในการชาร์จประจำวัน และทำให้มั่นใจได้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะพร้อมสำหรับกิจวัตรการเดินทางของผู้ใช้งาน โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จสาธารณะมีบทบาทสำคัญในการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้อย่างแพร่หลาย เครื่องชาร์จระดับ 2 ในพื้นที่สาธารณะให้การชาร์จที่รวดเร็วกว่า ทำให้เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย เช่น ห้างสรรพสินค้าและสถานที่ทำงาน สถานีชาร์จเร็วไฟ DC ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปตามทางหลวง ให้การชาร์จอย่างรวดเร็วโดยการจ่ายไฟ DC ให้กับแบตเตอรี่รถยนต์โดยตรง ทำให้เหมาะสำหรับการเดินทางไกล ซึ่งช่วยลดการหยุดชาร์จระหว่างทาง ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มความเร็วในการชาร์จให้สูงขึ้น สถานีชาร์จความเร็วสูงพิเศษที่มีกำลังไฟฟ้า 350 kW จึงเริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้น ซึ่งช่วยรับประกันระยะเวลาการชาร์จที่สั้นลงและความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้น การชาร์จแบบไร้สายซึ่งใช้เทคโนโลยีการชาร์จแบบเหนี่ยวนำ ช่วยลดความจำเป็นในการเชื่อมต่อทางกายภาพ ทำให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์การชาร์จที่ราบรื่นยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้ายังเกี่ยวข้องกับโซลูชันที่เป็นนวัตกรรม เช่น สถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่และการชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยเช่นกัน โดยนวัตกรรมเหล่านี้ล้วนมีส่วนช่วยส่งเสริมความยั่งยืนและประสิทธิภาพโดยรวมของการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าทั้งสิ้น ระบบชาร์จที่บ้าน: - [ดีลใหญ่สำเร็จ! Ricoh ควบรวมธุรกิจเครื่องพิมพ์ Oki แล้ว คว้าโรงงานในไทยเสริมทัพการผลิต MFP](https://www.manutalkthai.com/ricoh-acquires-okis-printer-business-acquires-thai-factory-to-bolster-mfp-production/) - Ricoh Company, Ltd. ได้ประกาศความสำเร็จในการควบรวมธุรกิจระหว่าง ETRIA CO., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ (บริษัทย่อยของ Ricoh) กับ Oki Electric Industry Co., Ltd. (OKI) ได้เสร็จสมบูรณ์ตามกำหนดแล้ว โดยมุ่งเน้นที่ธุรกิจหลักคือการพัฒนาและผลิตเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน (Multifunction Printers: MFP) การควบรวมธุรกิจนี้มุ่งเน้นที่การพัฒนาและผลิตเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน (Multifunction Printers: MFP) ของ OKI โดยได้ย้ายมาอยู่ภายใต้ ETRIA ผ่านกระบวนการแบ่งแยกบริษัท ดีลสำคัญนี้ยังรวมถึงการเข้าซื้อกิจการ Oki Data Manufacturing (Thailand) Co., Ltd. (โรงงานผลิตของ Oki ในประเทศไทย) การดำเนินการดังกล่าวได้ทำให้ OKI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ ETRIA ตามแผนที่เคยประกาศไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 และที่สำคัญ การควบรวมธุรกิจในครั้งนี้ยังรวมถึงการเข้าซื้อหุ้นของบริษัทในเครือ OKI อย่าง Oki Data Manufacturing (Thailand) - [KJL เปิดตัว ‘InnoFAST series’ เร็วกว่า ง่ายกว่า มั่นใจกว่า ติดตั้งง่ายเสริมพลังช่างยุคใหม่ จบครบในตู้เดียว [PR]](https://www.manutalkthai.com/kjl-innofast-series-world-premier-pr/) - KJL เปิดตัว ‘InnoFAST series’ และ 2 รุ่นใหม่ KEWP- Motor Control Panel, KBDT-KBDJ (DB) Panel ตอบโจทย์งานช่างยุคใหม่ ด้วยความเร็วที่แตกต่างและมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่า ติดตั้งง่าย จบงานไว พร้อม Co-Engineered กับ Schneider Electric ยกระดับมาตรฐานวงการไฟฟ้าไทยสู่สากล บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าชั้นนำของประเทศไทย ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “InnoFAST series” ภายใต้แนวคิด ติดตั้งง่าย จบงานไว มุ่งตอบโจทย์งานช่างยุคใหม่ที่ต้องการความรวดเร็ว ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน InnoFAST series โดดเด่นด้วยการเป็น ตู้พร้อมบริการวายริ่ง (เดินสาย) และอุปกรณ์ภายในครบชุด ทำให้งานติดตั้งสะดวก รวดเร็ว ลดขั้นตอนการทำงาน และเพิ่มความมั่นใจด้านคุณภาพแก่ผู้ใช้งาน นอกจากนี้ KJL ยังได้รับความร่วมมือ - [Veolia เข้าถือหุ้นใหญ่ในชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี่ (CCE) ปักธงผู้นำโรงไฟฟ้าพลังงานจากขยะในประเทศไทย [PR]](https://www.manutalkthai.com/veolia-invest-in-cce-gpsc-pr/) - กลุ่มบริษัทวีโอเลีย (Veolia) ผู้นำระดับโลกด้านการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนเดินหน้าขยายการลงทุนในประเทศไทย ด้วยการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น ซึ่งจะเพิ่มสิทธิ์ถือครองในบริษัท ชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (CCE) จาก 33.3% เป็น 66.6% ผ่านการเข้าซื้อหุ้น 33.3% จากบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (GPSC) ในบริษัท อีสเทิร์นซีบอร์ด คลีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (ESCE) บริษัทโฮลดิ้งซึ่งถือหุ้น 99.99% ในบริษัท ชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (CCE) ทั้งนี้ CCE ถือเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานจากขยะ (Waste-to-Energy) ที่ทันสมัย รองรับการกำจัดและแปรรูปขยะที่ไม่เป็นอันตรายได้อย่างครบวงจร โดยตั้งอยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2567 CCE แสดงศักยภาพด้านการบริหารงานสิ่งแวดล้อมในโรงงานได้อย่างโดดเด่นด้วยการผลิตพลังงานกว่า 65,072 เมกะวัตต์ชั่วโมง เทียบเท่ากับการใช้ไฟฟ้าของครัวเรือนกว่า 260,000 - [SKYWORTH PV จับมือ Solve System ลงนาม MOU พัฒนาโครงการโซลาร์ 120MW และโซลาร์โฮม 30MW ในไทย [PR]](https://www.manutalkthai.com/skyworth-pv-and-solve-system-sign-mou-to-develop-120mw-solar-project-and-30mw-solar-home-program/) - SKYWORTH กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกที่มีประสบการณ์กว่า 37 ปี ในอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ครอบคลุมธุรกิจหลัก ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะในครัวเรือน ระบบเทคโนโลยีอัจฉริยะ การให้บริการที่สอดคล้องกับชีวิตยุคใหม่ ก่อนขยายสู่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนอย่างเต็มตัว ด้วยการก่อตั้งแบรนด์ SKYWORTH Photovoltaic (SKYWORTH PV) มุ่งพัฒนาโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ครบวงจร ทั้งผลิตภัณฑ์และบริการ EPC โดยนำเสนอแผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ ระบบกักเก็บพลังงาน โครงยึดติดตั้ง และบริการด้านวิศวกรรม ครอบคลุมทั้งกลุ่มลูกค้าภาคที่อยู่อาศัยและภาคธุรกิจ ล่าสุด SKYWORTH PV ได้ประกาศจับมือกับ Solve System Group ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมพลังงาน จัดพิธี ลงนามความร่วมมือทางธุรกิจ (MOU) : โครงการ 120 เมกะวัตต์ และความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน Solar Home ขนาด 30 เมกะวัตต์ เพื่อผนึกกำลัง พัฒนาโซลูชันด้านพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคอาเซียน โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลางหลักของการดำเนินงาน ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทย แต่ยังตอกย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองประเทศไทย-จีน ในการยกระดับสู่การเป็น “ฮับด้านพลังงานหมุนเวียน” ในภูมิภาค - [จีนเปิดฉากสอบ 'Nvidia' ข้อหาผูกขาด หลังรัฐบาลสหรัฐฯ สั่งห้ามขายชิป AI เป็น "การเอาคืน" ที่รุนแรงที่สุด](https://www.manutalkthai.com/china-launches-antitrust-probe-into-nvidia-after-us-ban-on-ai-chip-sales-its-most-severe-form-of-retaliation-yet/) - Nvidia กำลังเผชิญหน้ากับมาตรการตอบโต้ครั้งสำคัญจากรัฐบาลจีน ท่ามกลางความตึงเครียดของ "สงครามชิป" ระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยรัฐบาลจีนได้เปิดการสอบสวน Nvidia อย่างเป็นทางการในข้อหา ละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาด ของประเทศ การสอบสวนครั้งนี้ถูกประกาศเมื่อกลางเดือนกันยายน 2025 โดยสำนักบริหารกฎระเบียบตลาดแห่งรัฐ (SAMR) ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า จีนกำลังเปลี่ยนนโยบายไปสู่การใช้ มาตรการตอบโต้ที่เป็นรูปธรรม ต่อบริษัทสหรัฐฯ หลังจากการเรียกร้องให้วอชิงตันผ่อนปรนมานาน รื้อคดีเก่า 5 ปี โยงดีล "Mellanox" ปี 2019 SAMR ได้นำคดีที่หลายฝ่ายคิดว่าถูกพับเก็บไปแล้วกลับมาพิจารณา โดยพุ่งเป้าไปที่การเข้าซื้อกิจการบริษัท Mellanox Technologies ของอิสราเอลโดย Nvidia เมื่อปี 2019 ซึ่ง SAMR เคยอนุมัติการซื้อขายโดยมีเงื่อนไขว่า Nvidia จะต้องนำเสนอ GPU ประสิทธิภาพสูงของตนในตลาดจีนต่อไป SAMR กล่าวหาว่า Nvidia อาจละเมิดเงื่อนไขนี้ และด้วยการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้สั่งห้ามไม่ให้ Nvidia จัดส่งชิป AI ที่ทรงพลังที่สุดหลายรุ่นไปยังจีน ทำให้ SAMR - [ABB Robotics ลงทุนใน Landing AI เพื่อทำให้เทคโนโลยี Vision AI ในหุ่นยนต์ง่ายขึ้น](https://www.manutalkthai.com/abb-robotics-invests-in-landing-ai-to-simplify-vision-ai-technology-in-robots/) - ABB Robotics ประกาศลงทุนเชิงกลยุทธ์ในสตาร์ทอัพสัญชาติอเมริกันอย่าง Landing AI โดยมีเป้าหมายหลักคือการทำให้เทคโนโลยี Vision AI ในระบบหุ่นยนต์เข้าถึงได้ง่ายและแพร่หลายมากขึ้นในภาคอุตสาหกรรม ลดความยุ่งยากในการใช้งาน AI หุ่นยนต์ การลงทุนครั้งนี้จะนำแอปพลิเคชัน Landing Lens เข้ามาผสานรวมโดยตรงในชุดซอฟต์แวร์ของ ABB ซึ่งจะช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถติดตั้งโซลูชัน "หุ่นยนต์ที่มีตา" (Robot Vision) ได้อย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง จากเดิมที่ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ ลดเวลาฝึกฝน AI: หัวใจสำคัญของความร่วมมือคือการใช้ โมเดลที่ถูกฝึกฝนล่วงหน้า (Pre-trained models) และ เครื่องมือแบบไม่ต้องเขียนโค้ด (No-code tools) เพื่อ ลดระยะเวลาในการฝึกฝนโมเดล AI ลงได้ถึง 80% ปูทางสู่ "หุ่นยนต์อเนกประสงค์อัตโนมัติ" (AVR) การทำให้ AI เข้าถึงได้ง่ายขึ้นนี้เป็นการวางรากฐานให้กับวิสัยทัศน์ของ ABB ที่เรียกว่า "Autonomous Versatile Robotics (AVR)" หรือ หุ่นยนต์อเนกประสงค์อัตโนมัติ - [Siemens นำทัพตั้ง "พันธมิตร AI อุตสาหกรรม" เร่งพัฒนา Generative AI สำหรับโรงงาน](https://www.manutalkthai.com/siemens-leads-the-charge-in-establishing-the-industrial-ai-alliance-to-accelerate-the-development-of-generative-ai-for-factories/) - Siemens ผู้นำด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมจากเยอรมนี ได้ประกาศจัดตั้ง "พันธมิตร AI อุตสาหกรรม" (Alliance for Industrial AI) โดยรวมตัวกับผู้ผลิตเครื่องจักรกลชั้นนำในยุโรปหลายราย เพื่อเร่งพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์สำหรับภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พันธมิตรใหม่นี้ไม่ได้มีเพียง Siemens เท่านั้น แต่ยังประกอบด้วยผู้ผลิตเครื่องมือกล (Machine Tool) ชื่อดัง เช่น Grob, Trumpf, Chiron, Renishaw, Heller รวมถึงห้องปฏิบัติการเครื่องมือกลจากมหาวิทยาลัย RWTH Aachen และกลุ่มบริษัท Voith Group โดยหัวใจสำคัญของความร่วมมือนี้คือ การแลกเปลี่ยนข้อมูลเครื่องจักรแบบไม่เปิดเผยตัวตน (anonymized machine data) 'ข้อมูลคุณภาพสูง' คือกุญแจสำคัญสู่ AI อุตสาหกรรมที่เหนือกว่า แนวคิดพื้นฐานของการรวมกลุ่มคือ การพัฒนา AI ให้ดีขึ้นได้นั้นต้องอาศัย คุณภาพและปริมาณของข้อมูล ที่ใช้ในการฝึกฝน ซึ่ง Siemens มองว่านี่คือโอกาสครั้งสำคัญของยุโรปที่แม้จะดูตามหลังสหรัฐฯ และจีนในด้าน AI ทั่วไป แต่มีความได้เปรียบอย่างมากในด้าน ฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง 'ความน่าเชื่อถือ' - [ServiceNow เปิดตัว "AI Experience" เปลี่ยน AI ให้พนักงานใช้งานง่ายขึ้น](https://www.manutalkthai.com/servicenow-launches-ai-experience-making-ai-easier-for-employees-to-use/) - ServiceNow ผู้นำด้านซอฟต์แวร์ระบบอัตโนมัติสำหรับธุรกิจ ได้ประกาศเปิดตัว "AI Experience" ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในสงคราม AI โดยมีเป้าหมายหลักคือการ ลดความยุ่งยาก ในการที่พนักงานจะเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI คือ User Interface (UI) ใหม่ ServiceNow มองว่า AI Experience คือ UI ใหม่สำหรับทุกคนที่ใช้งานแพลตฟอร์ม โดยต่อยอดจากความสำเร็จของโมเดล Now Assist (AI สร้างสรรค์) ด้วยการสร้าง "จุดเข้าใช้งานอัจฉริยะ" ที่รวมความสามารถของ AI ทั้งหมดไว้ในรูปแบบของ อินเทอร์เฟซแบบสนทนา (Conversational User Interface) ที่ใช้งานง่ายและเป็นธรรมชาติ 'AI Agents' ผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับทุกคน หัวใจสำคัญของ AI Experience คือ AI Agent อัจฉริยะที่เข้าใจบทบาท (role-aware) พร้อมทำงานเคียงข้างพนักงานเพื่อจัดการงานประจำวันและเพิ่มประสิทธิภาพ โดยประกอบด้วย: AI Voice Agents: ให้การสนับสนุนแบบไม่ต้องใช้มือ - [Honeywell เปิดตัว 'เซนเซอร์ความดัน 13 มม.' ตัวช่วยสำคัญผลิตชิปให้ 'สะอาด-เป๊ะ' ยิ่งกว่าเดิม](https://www.manutalkthai.com/honeywell-launches-13mm-pressure-sensor-to-help-produce-cleaner-and-more-precise-chips/) - Honeywell เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ล่าสุด 'Honeywell 13MM Pressure Sensor' (เซนเซอร์ความดัน 13 มม. ของฮันนี่เวลล์) ซึ่งเป็นโซลูชันล้ำสมัยที่จะมาช่วยยกระดับกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมที่ต้องการความบริสุทธิ์สูงเป็นพิเศษ เช่น การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ เซนเซอร์ตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาสำคัญของวงการ คือ การลดสิ่งปนเปื้อนให้เหลือน้อยที่สุด ลดข้อบกพร่อง และเพิ่มผลผลิต (Yield) ให้ได้สูงสุด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรักษามาตรฐานคุณภาพระดับสูง "คุณภาพคือทุกสิ่งในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์" และด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมนี้ เทคโนโลยีการผลิตเวเฟอร์จึงต้องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ก่อให้เกิดสิ่งเจือปนใด ๆ โดยเซนเซอร์ 13 มม. ตัวนี้จะช่วยให้ การวัดแม่นยำขึ้นและการผลิตมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เพื่อรองรับนวัตกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในยุคถัดไป เหนือกว่าด้วยความเสถียรและความแม่นยำสูง สิ่งที่ทำให้ Honeywell 13MM Pressure Sensor โดดเด่นกว่าเซนเซอร์ทั่วไปคือ ความเสถียรและแม่นยำสูง แม้จะทำงานภายใต้สภาพแรงดันและอุณหภูมิสูง ซึ่งต่างจากเซนเซอร์แบบดั้งเดิมที่อาจมีค่าผิดเพี้ยนได้ง่ายในสภาพแวดล้อมสุญญากาศ เซนเซอร์นี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้กับก๊าซที่ใช้ในโรงงานผลิตชิปโดยเฉพาะ จึงช่วยให้มั่นใจได้ว่าคุณลักษณะของเวเฟอร์จะตรงตามข้อกำหนดทุกประการ นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับมาตรฐาน SEMI F20 ที่เข้มงวด ทำให้ลดความเสี่ยงของการปนเปื้อน และลดจำนวนเวเฟอร์ที่ต้องทิ้ง (scrap) ระหว่างการแปรรูป ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้ผลิตชิปที่ต้องการผลผลิตที่สูงขึ้นและมีของเสียน้อยลง นอกเหนือจากอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์แล้ว เซนเซอร์นี้ยังสามารถนำไปปรับใช้ในอุตสาหกรรมที่ต้องการความบริสุทธิ์สูงอื่น ๆ - [ดีป้า เผย ผลิตภัณฑ์/บริการดิจิทัลจาก Digital Provider สัญชาติไทย เสริมแกร่งผู้ประกอบการไทยในโครงการ OTOD AI Transformation [PR]](https://www.manutalkthai.com/depa-otod-ai-transformation-pr/) - ดีป้า เผย 400 รายการผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลจาก Digital Provider สัญชาติไทยในโครงการ OTOD AI Transformation ช่วยชาติ เร่งเสริมแกร่งผู้ประกอบการ SMEs ร้านค้า ขนาดเล็ก หาบเร่ แผงลอย และเกษตรกร รวม 15,600 ราย เปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ยุคดิจิทัล พร้อมยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน และต่อยอดสู่ตลาดสากล ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า โครงการ OTOD AI Transformation ช่วยชาติ มีผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลทั้งสิ้น 400 รายการจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital Provider) สัญชาติไทยที่พร้อมนำเสนอให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการผลิต การค้าและบริการ ผู้ประกอบการรายย่อย หาบเร่ แผงลอย รวมถึงเกษตรกรที่กำลังมองหาโซลูชันมาช่วยบริหารจัดการธุรกิจ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน และต่อยอดสู่ตลาดสากล สำหรับการส่งเสริมผ่านโครงการ OTOD AI Transformation - [CarbonSix เปิดตัวครั้งแรก ชุดเครื่องมือมาตรฐานการเรียนรู้ด้วยการเลียนแบบจากหุ่นยนต์เพื่อการผลิตอุตสาหกรรม](https://www.manutalkthai.com/carbonsix-imitation-learing-tools-reveal-pr/) - CarbonSix, Inc. บริษัทด้าน AI ในทางกายภาพที่มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตอุตสาหกรรม ประกาศเปิดตัวชุดเครื่องมือมาตรฐานชุดแรกในอุตสาหกรรมที่อยู่บนฐานการเรียนรู้ด้วยการเลียนแบบ (imitation learning) จากหุ่นยนต์ จึงสามารถนำไปใช้งานในโรงงานได้โดยตรง SigmaKit ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถนำหุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาใช้ได้โดยไม่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านหรือใช้อุปกรณ์เพิ่มเติม ชุดเครื่องมือนี้ใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้ด้วยการเลียนแบบเพื่อขจัดขั้นตอนในการกำหนดค่าของระบบและการปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่องที่สร้างความยุ่งยาก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วต้องอาศัยผู้ปฏิบัติงานที่เป็นมนุษย์ ภาคการผลิตอุตสาหกรรมต้องเผชิญอุปสรรคในการนำระบบอัตโนมัติมาใช้อย่างเต็มรูปแบบมาอย่างยาวนาน เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์บ่อยครั้งและงานในกระบวนการผลิตมีความผันแปรสูง ซึ่งการนำหุ่นยนต์มาใช้นั้นต่างไปจากการทำงานของมนุษย์ โดยหุ่นยนต์ทั่วไปมักขาดความยืดหยุ่นในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่ไม่มีโครงสร้าง ดังนั้น SigmaKit จึงได้ผสานรวมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เพื่อแก้ปัญหาที่มีความท้าทายเหล่านี้ ซึ่งประกอบด้วย อัลกอริทึม AI ที่ปรับให้เหมาะกับกระบวนการผลิต กริปเปอร์หุ่นยนต์มีความละเอียดแม่นยำเพื่อการจัดการงานที่มีความละเอียดอ่อน เครื่องมือการสอนที่เข้าใจได้ง่ายเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานยิ่งขึ้น มอดูลเซนเซอร์เพื่อให้ปรับการรู้จดจำได้ CarbonSix ก่อตั้งโดย Terry Moon ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นนำด้านหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เขาเคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และรองประธานบริษัท SuaLab บริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์ของเกาหลีใต้ที่ถูก Cognex Corporation จากสหรัฐอเมริกา เข้าซื้อกิจการในปี พ.ศ. 2562 ด้วยมูลค่าประมาณ 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เขาได้ร่วมงานกับ ดร. Jehyeok Kim นักวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ ผู้มีประสบการณ์ทางวิชาการจากสถาบัน - [สถาบันวิจัยโตโยต้า เผยพฤติกรรมวิทยาสามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากรถยนต์ไฟฟ้าได้มากขึ้น](https://www.manutalkthai.com/toyota-research-on-ethology-with-carbon-footprint-in-ev/) - สถาบันวิจัยโตโยต้า (TRI) ออกเผยแพร่ผลงานวิจัยใหม่ที่แสดงให้เห็นว่า การแทรกแซงบนพื้นฐานด้านพฤติกรรมวิทยา (behavioral science) สามารถเพิ่มพฤติกรรมการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้อย่างมีนัยสำคัญ นั่นก็คือ ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้เพิ่มขึ้นอีก ทั้งนี้เป็นการศึกษาในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น โดยได้ทดสอบผ่าน ChargeMinder ซึ่งเป็นแอปต้นแบบที่พัฒนาโดยฝ่ายปัญญาประดิษฐ์ที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-Centered Artificial Intelligence: HCAI) ของ TRI ซึ่งเป็นการผสานรวมเข้ากับความรู้ความเข้าใจด้านพฤติกรรมวิทยาเพื่อเพิ่มพฤติกรรมการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าของผู้ขับขี่ การค้นพบที่สำคัญ ในสหรัฐอเมริกา การแทรกแซงพฤติกรรมทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดแบบปลั๊กอิน (PHEV) มีการชาร์จไฟเพิ่มขึ้น 10% ในญี่ปุ่น ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดแบบปลั๊กอิน (PHEV) และรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) เปลี่ยนการชาร์จไปอยู่ในช่วงพีคของพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 59% นั่นคือ มีการชาร์จในเวลากลางวันเพิ่มขึ้นเกือบ 30 นาทีต่อคันต่อวัน ในสหรัฐอเมริกา จากการที่มีการแทรกแซง ทำให้ความพึงพอใจของผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า PHEV ที่มีต่อรถยนต์ของพวกเขาเพิ่มขึ้น 16 จุด (percentage points) ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นจากเดิม 100% ทำไมพฤติกรรมจึงสำคัญ เทคโนโลยีไม่ใช่หนทางเดียวที่จะลดการปล่อยมลพิษ ดังนั้นเพื่อลดผลกระทบต่อคาร์บอนโดยรวม รถยนต์ไฟฟ้าต้องได้รับการชาร์จอย่างสม่ำเสมอและอยู่ในเวลาที่เหมาะสมที่สุดเมื่อมีแหล่งพลังงานที่สะอาดกว่า หากไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการชาร์จแล้ว - [กรมควบคุมโรค แอสตร้าเซนเนก้า และภาคีเครือข่ายพันธมิตรระดับประเทศเดินแผนเชิงรุกส่งมอบ “ชุดตรวจคัดกรองไต” นำร่องจังหวัดปทุมธานี พร้อมเตรียมขยายผลครอบคลุมทั่วประเทศภายใต้โครงการความร่วมมือสู่เครือข่ายความเป็นเลิศด้านการคัดกรองโรคไต ครั้งแรกในไทย [PR]](https://www.manutalkthai.com/department-of-disease-control-astrazeneca-and-national-partners-launch-proactive-initiative-delivering-kidney-screening-kits/) - เครือข่ายพันธมิตรระดับประเทศ นำโดย กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย, สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย, และแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย เดินหน้าแผนเชิงรุกในการคัดกรองโรคไตเรื้อรัง โดยส่งมอบชุดตรวจคัดกรองไต (Urine Microalbumin Dipstick) นำร่องในจังหวัดปทุมธานีเป็นพื้นที่แรกของประเทศ ภายใต้ “โครงการความร่วมมือสู่เครือข่ายความเป็นเลิศด้านการคัดกรองโรคไต” ซึ่งเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อคัดกรองผู้ป่วย 5 กลุ่มเสี่ยง ลดความเสี่ยงการเข้าสู่ภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย และสร้างการตระหนักรู้ด้านการป้องกันโรคไต พร้อมเตรียมขยายผลครอบคลุมทั้ง 13 เขตสุขภาพทั่วประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการคัดกรองคนไทยกลุ่มเสี่ยงกว่า 7.2 ล้านคนภายในปี พ.ศ. 2570 นายแพทย์กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า “สถานการณ์โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease: CKD) ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพประชาชน คุณภาพชีวิตผู้ป่วย และภาระค่าใช้จ่ายของประเทศ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยที่ต้องฟอกไตทดแทนซึ่งสูงกว่า 18,000 ล้านบาทต่อปี ด้วยเหตุนี้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ผนึกกำลังกับเครือข่ายพันธมิตรระดับประเทศ (National Alliance) ได้แก่ มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย - [อาลีบาบา คลาวด์ เผยแผนกลยุทธ์นวัตกรรม AI ยุคหน้า [PR]](https://www.manutalkthai.com/alibaba-cloud-apsara-conference-pr/) - กรุงเทพฯ วันที่ 24 กันยายน 2568 – อาลีบาบา คลาวด์ ธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และหน่วยงานหลักด้านอินเทลลิเจนซ์ของอาลีบาบา กรุ๊ป ประกาศเปิดตัวนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ครบวงจรชุดล่าสุด ในงาน Apsara Conference 2025 งานประชุมประจำปี เพื่อโชว์เคสเทคโนโลยีและนวัตกรรมล่าสุด การประกาศครั้งนี้ครอบคลุมตั้งแต่โมเดลภาษาขนาดใหญ่รุ่นใหม่จากตระกูล Qwen3, โมเดลสร้างภาพ Wan 2.5 ที่กำลังจะเปิดตัว, ชุดแพลตฟอร์มที่ปรับใหม่สำหรับการพัฒนาเอเจนต์และแอปพลิเคชัน ไปจนถึงการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐาน AI ครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นการตอกย้ำตำแหน่งผู้นำระดับโลกของอาลีบาบา คลาวด์ ในฐานะบริษัทแถวหน้าของโลก AI ยุคใหม่ นายเอ็ดดี้ วู ประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารของ อาลีบาบา คลาวด์ อินเทลลิเจนซ์ กล่าวว่า "ในอนาคต โมเดล AI ขนาดใหญ่จะมีการผสานรวมเข้ากับอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างลึกซึ้ง โดยทำหน้าที่เหมือนระบบปฏิบัติการ ซึ่งมาพร้อมกับความจำที่ถาวร การประสานงานระหว่างคลาวด์ถึงปลายขอบเครือข่ายที่ราบรื่น และความสามารถในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เรายังคงมุ่งมั่นในการเปิดโค้ดต้นฉบับของ Qwen และพัฒนาให้เป็น - [NTT DATA Business Solutions (Thailand) ขอเชิญร่วมงานสัมมนาในหัวข้อ "Transformation NOW! 2025” [17 ต.ค. 2568 -- 9.00น.]](https://www.manutalkthai.com/ntt-data-business-solutions-thailand-transformation-now-2025-seminar/) - NTT DATA Business Solutions (Thailand) Ltd. ขอเรียนเชิญ CIO, CTO, COO, CFO, IT Manager, IT Decision Maker และผู้สนใจทุกท่าน เข้าร่วมงานสัมมนาในหัวข้อ “Transformation NOW! 2025” โดยงานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Turing today's inspiration into tomorrow's success เพื่ออัปเดตโซลูชัน SAP ล่าสุด เช่น Business Suite, Business One และ Cloud Solutions ที่จะช่วยพลิกโฉมขององค์กรสู่ยุคดิจิทัล โดยงานจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 17 ตุลาคม 2025 เวลา 9.00 - 18.30 น. ณ โรงแรม InterContinental Bangkok โดยมีกำหนดการ ดังนี้ รายละเอียดการบรรยาย หัวข้อ: - [CreateMe เปิดตัวแพลตฟอร์มการผลิตเครื่องแต่งกายด้วยหุ่นยนต์และเป็นครั้งแรกสำหรับงานเสื้อผ้าเพื่อการพาณิชย์](https://www.manutalkthai.com/createme-new-robotic-garment-assembly-platform-launch/) - CreateMe Technologies บริษัทระดับโลกด้านระบบอัตโนมัติสำหรับงานเครื่องแต่งกาย เปิดตัวสองนวัตกรรมอันล้ำสมัยที่จะมาพลิกโฉมอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องแต่งกาย นั่นคือ MeRA™ (Modular-engineering Robotic Assembly) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการผลิตเครื่องแต่งกายอัตโนมัติที่ออกแบบมาเพื่อให้ปรับขนาดได้และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และ Pixel™ เทคโนโลยีการยึดติดระดับไมโคร (microadhesive) ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ CreateMe การรวมสองนวัตกรรมที่โดดเด่นนี้เข้าด้วยกัน ทำให้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่มีความละเอียดประณีตสูงและปรับขนาดได้ โดยจะนำมาใช้แทนการเย็บด้วยเข็มแบบดั้งเดิม ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น ลดระยะเวลาการผลิต และช่วยให้การผลิตแบบผลิตตามความต้องการเป็นไปอย่างยั่งยืนผลิตภัณฑ์แรกในระดับการพาณิชย์ของ CreateMe ที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม MeRA ก็คือ ชุดชั้นในสตรี ซึ่งใช้วิธีการประสานติดโดยอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบเป็นชิ้นแรกของอุตสาหกรรม โดยออกแบบให้มีความกระชับ ความสบาย และมีความยั่งยืนเป็นพิเศษ อีกทั้ง MeRA ยังทำให้การออกแบบมีความยืดหยุ่นและเป็นมอดูลที่มีความสมบูรณ์ ทำให้ CreateMe สามารถขยายผลิตภัณฑ์เพื่อการพาณิชย์ให้ครอบคลุมด้านเครื่องแต่งกายในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น โดยเริ่มจากเสื้อยืด และอื่นๆ ในอนาคตอันใกล้ ความสำเร็จล่าสุดของ CreateMe ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญสำหรับสินค้าประเภทชุดชั้นในสตรี และเป็นพันธะสัญญาในการออกแบบเพื่อเพิ่มความทนทานและอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นให้แก่ผู้บริโภค ขณะเดียวกันก็ช่วยลดของเสียจากการผลิต โดยเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้มาพร้อมกับทรัพย์สินทางปัญญาด้านระบบอัตโนมัติสำหรับเครื่องแต่งกายที่มีจำนวนสิทธิบัตรมากที่สุด (มากกว่า 95 สิทธิบัตร) โดย CreateMe ได้ผสานรวมระบบที่มีทั้งหุ่นยนต์ การยึดติดแบบดิจิทัล และการออกแบบให้เป็นมอดูล เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดแฟชั่นในปัจจุบันที่ต้องการทั้งความรวดเร็ว - [ผู้นำด้านพลังงานกำลังเดิมพันกับ IoT แต่โครงสร้างพื้นฐานของเราพร้อมแล้วหรือยัง? [PR]](https://www.manutalkthai.com/energy-leaders-are-betting-on-iot-but-is-our-infrastructure-ready/) - ระบบพลังงานทั่วโลกกำลังประสบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรอบหลายปี และ IoT (Internet of Things) คือหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้ ตั้งแต่การช่วยให้เกิดการผลิตพลังงานแบบกระจาย ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของโครงข่ายไฟฟ้า อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกันได้จึงกลายมาเป็นรากฐานรากฐานของการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่ชาญฉลาด สะอาด และขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมากยิ่งขึ้น แต่เมื่อการพึ่งพา IoT มีมากขึ้น ความจำเป็นในการรับมือยืดหยุ่นต่อความปลอดภัยแบบครบวงจรก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย หากขาดสิ่งเหล่านี้ ความเสี่ยงที่จะเกิดการหยุดชะงัก – และอาจลุกลามไปถึงการหยุดให้บริการในวงกว้าง – ก็จะยิ่งสูงขึ้น เหตุการณ์ล่าสุดได้ตอกย้ำถึงความสำคัญของเรื่องนี้ ตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เจอกับปัญหาไฟดับที่เกิดจากทั้งภัยพิบัติธรรมชาติ และความท้าทายทางโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ เช่น อุทกภัยในจังหวัดเชียงใหม่จากพายุไต้ฝุ่นยางิในปี 2567 และเกิดขึ้นซ้ำในเหตุการณ์ไฟดับบนเกาะสมุยซึ่งส่งผลมาจากสายไฟฟ้าเก่าในพื้นที่ หรือการแจ้งเตือนระดับสีเหลืองจากความไม่เสถียรของสถานีจ่ายพลังงานไฟฟ้า ในเขตลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ เนื่องจากปริมาณไฟฟ้าสำรองไม่เพียงพอจนเกิดไฟดับทั่วพื้นที่เป็นระยะ ในขณะที่เหตุการณ์เกิดขึ้นเหล่านี้อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับ IoT โดยตรง แต่ทั้งสองกรณีก็แสดงให้เห็นการถูกรบกวนจากผลกระทบจากความล้มเหลวของโครงข่ายไฟฟ้า และชี้ให้เห็นว่าทุกห่วงโซ่ในระบบพลังงาน รวมถึง IoT จำเป็นต้องมีความแข็งแกร่ง เพราะพลังงานถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อประเทศอย่างยิ่ง IoT สามารถทำงานร่วมกับพลังฐานในโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างไร? การใช้งาน IoT เติบโตขึ้นอุตสาหกรรมพลังงานอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายและเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง โดยคาดการณ์ว่าภาคพลังงานจะใช้การเชื่อมต่อผ่านระบบเซลลูลาร์มากถึง 1 พันล้านครั้งภายในปี 2571 เหตุผลของแนวโน้มนี้ชัดเจนมาก เนื่องจากหน่วยงานภาคพลังงานกำลังเปลี่ยนจากการพาการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล - [Laser Photonics โชว์ฟอร์มเด็ด ราคาหุ้นพุ่ง 17.6% หลังคว้าดีลใหญ่จากบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการเซมิคอนดักเตอร์](https://www.manutalkthai.com/siemens-launches-tessent-ijtag-pro-a-new-software-solution-that-revolutionizes-chip-testing-2/) - เลเซอร์ โฟโตนิกส์ คอร์ป (Laser Photonics Corp) บริษัทผู้ผลิตระบบเลเซอร์อุตสาหกรรม สร้างความฮือฮาให้กับตลาดหุ้นอีกครั้ง เมื่อราคาหุ้นของบริษัทพุ่งสูงขึ้นถึง 17.6% หลังประกาศข่าวสำคัญว่าได้เซ็นสัญญาคำสั่งซื้อระบบเลเซอร์จำนวนมากจากผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำระดับโลก ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการรุกตลาดเซมิคอนดักเตอร์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว “Beamer Laser Marking Systems” กุญแจสำคัญสู่ตลาดใหม่ ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การนำของบริษัทลูกอย่าง Beamer Laser Marking Systems ซึ่ง Laser Photonics ได้เข้าซื้อกิจการมาเพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตและกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ โดยไม่พึ่งพาอุตสาหกรรมใดเพียงอย่างเดียว ปัจจุบันตลาดเซมิคอนดักเตอร์คาดว่าจะเติบโตเกิน 1,000,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2030 การขยายธุรกิจสู่ตลาดนี้จึงเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ ซึ่งนอกเหนือจากเซมิคอนดักเตอร์แล้ว Laser Photonics ยังได้ขยายธุรกิจไปในอุตสาหกรรมยาและอุตสาหกรรมการผลิตอื่น ๆ เพื่อสร้างพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่งและหลากหลาย ตอกย้ำความสามารถในการแข่งขันระดับสูง การคว้าคำสั่งซื้อครั้งนี้ถือเป็นการยืนยันความสามารถของ Laser Photonics ในการแข่งขันในตลาดการผลิตขั้นสูงที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอย่าง AI, ยานยนต์ไฟฟ้า และคอมพิวเตอร์ขั้นสูง ซึ่งบริษัทใช้จุดแข็งจากบริษัทในเครืออย่าง Beamer และ CMS เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตและขยายฐานลูกค้าไปทั่วโลก ทำให้ Laser Photonics - [Siemens เปิดตัว “Tessent IJTAG Pro” ซอฟต์แวร์ใหม่ที่พลิกโฉมการทดสอบชิป ช่วยลดเวลา-ต้นทุนการผลิต](https://www.manutalkthai.com/siemens-launches-tessent-ijtag-pro-a-new-software-solution-that-revolutionizes-chip-testing/) - ซีเมนส์ ดิจิทัล อินดัสทรีส์ ซอฟต์แวร์ (Siemens Digital Industries Software) ประกาศเปิดตัว Tessent IJTAG Pro ซอฟต์แวร์ใหม่ที่พลิกโฉมการทดสอบชิป ด้วยการเปลี่ยนการทำงานแบบอนุกรม (serial) ให้เป็นแบบขนาน (parallel) ทำให้การเข้าถึงและจัดการข้อมูลฮาร์ดแวร์ภายในทำได้รวดเร็วขึ้นอย่างมาก ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่ชิปกำลังพัฒนาจากแบบ 2D ไปสู่ 2.5D และ 3D ทำให้การทดสอบมีความท้าทายมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งในแง่ของจำนวนการทดสอบที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนอุปกรณ์ทดสอบ (ATE) ที่สูงลิ่ว และเวลาที่ใช้ในการทดสอบที่ยาวนาน ซอฟต์แวร์ใหม่นี้จึงเข้ามาเป็นทางออกสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน “แก้ปัญหาด้วยความเร็ว” เทคโนโลยีที่ Google ไว้ใจ Ankur Gupta รองประธานอาวุโสของ Siemens กล่าวว่า "ในดีไซน์ชิปที่ซับซ้อนในปัจจุบัน การลดเวลาทดสอบถือเป็นความท้าทายที่สำคัญ Tessent IJTAG Pro ไม่เพียงแต่ช่วยเร่งการทดสอบและลดต้นทุน แต่ยังให้ความยืดหยุ่นที่จำเป็นต่อการตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนไป" ซอฟต์แวร์นี้ใช้สถาปัตยกรรม Siemens’ Tessent Streaming Scan Network (SSN) ในการแปลงกระบวนการทำงานของ - [ส่องโอกาสทอง! งานโลจิสติกส์ยุคอีคอมเมิร์ซบูม รายได้พุ่ง-เติบโตได้ไกล](https://www.manutalkthai.com/logistics-work-in-the-booming-e-commerce-era-income-soars-and-growth-can-be-significant/) - กรมประชาสัมพันธ์เปิดข้อมูลตลาด อีคอมเมิร์ซ ของไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และด้วยการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Shopee, Lazada และ TikTok Shop ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่าง โลจิสติกส์ กลายเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตา พร้อมเปิดโอกาสสร้างรายได้และเติบโตในสายอาชีพสำหรับคนรุ่นใหม่ รายได้น่าสนใจ และความต้องการบุคลากรพุ่งสูง งานในสายโลจิสติกส์มีช่วงรายได้ที่หลากหลายและน่าสนใจ ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับสูง: ระดับเริ่มต้น (พนักงานคลังสินค้า/ขับรถส่งของ): รายได้เฉลี่ย 12,000 – 20,000 บาทต่อเดือน ระดับกลาง (ผู้จัดการศูนย์กระจายสินค้า): รายได้เฉลี่ย 30,000 – 50,000 บาทต่อเดือน ระดับสูง (นักวางแผน/นักวิเคราะห์ซัพพลายเชน): รายได้เฉลี่ย 70,000+ บาทต่อเดือน สำหรับผู้ที่ต้องการความก้าวหน้าในสายอาชีพนี้ ควรมีทักษะสำคัญ เช่น ความเข้าใจระบบบริหารคลังสินค้า (WMS), การวางแผนเส้นทางขนส่ง และการใช้เทคโนโลยีอย่างระบบ ERP และ Automation โอกาสทางธุรกิจที่เปิดกว้าง ตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยที่ยังคงเติบโตปีละกว่า 10% ทำให้ธุรกิจโลจิสติกส์มีโอกาสขยายตัวอย่างมหาศาล ทั้งในรูปแบบ Fulfillment Center (คลังสินค้าครบวงจรสำหรับร้านค้าออนไลน์), Last-mile - [Festo เปิดตัว “แขนกลอัจฉริยะ” ช่วยงานในห้องแล็บ](https://www.manutalkthai.com/festo-unveils-smart-robotic-arm-to-help-with-lab-work/) - เฟสโต (Festo) บริษัทออโตเมชันระดับโลก เปิดตัว “EHMD” หรือโมดูลแขนกลไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดรุ่นใหม่ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในพื้นที่จำกัดได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Life Science) ที่ต้องมีการจับและหมุนวัตถุขนาดเล็ก แขนกลรุ่นนี้มาพร้อมขนาดใหม่คือ 40 มม. และ 50 มม. และมีโมดูลเสริมที่สามารถชดเชยการหมุนแกน Z ได้ ทำให้สามารถปรับให้เข้ากับเกลียวของฝาภาชนะต่าง ๆ โดยไม่ต้องขยับแกนหลัก ช่วยลดเวลาในการเปลี่ยนอุปกรณ์ได้อย่างมาก EHMD กับบทบาทสำคัญในห้องแล็บและอุตสาหกรรม EHMD มีความสามารถหลากหลายและเหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น: งานในห้องแล็บ: ใช้ในงานวิจัยทางชีวเทคโนโลยีและเภสัชกรรม เช่น การเตรียมและวิเคราะห์ตัวอย่าง การนำหลอดทดลองเข้าเครื่องปั่น และการเปิด-ปิดขวดบรรจุสาร การควบคุมคุณภาพ: สามารถทำงานร่วมกับระบบแขนกล 3 มิติ และกล้อง เพื่อตรวจสอบคุณภาพ อ่านบาร์โค้ด และพิมพ์ฉลาก อุตสาหกรรมอื่น ๆ: นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้ในงานประกอบชิ้นส่วนขนาดเล็กและในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วย แขนกลรุ่นนี้มีทั้งแบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบและแบบที่ใช้ระบบนิวแมติกส์ ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกับระบบควบคุมจาก Festo ก็จะสามารถจับและหมุนวัตถุด้วยแรงที่ปรับระดับได้ ที่มา: https://www.therobotreport.com/festo-adds-new-sizes-ehmd-grippers-laboratory-automation/ - [Lenovo เปิดตัว “AI Super Agents” ฉลาดกว่าเดิม ทำงานซับซ้อนได้เองอัตโนมัติ](https://www.manutalkthai.com/lenovo-unveils-ai-super-agents-smarter-than-ever-automating-complex-tasks/) - Lenovo เปิดตัว "AI Super Agents" เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ล้ำสมัยที่ถูกพัฒนาให้ทำงานได้ซับซ้อนและมีหลายขั้นตอนด้วยตัวเอง แทนการตอบสนองคำสั่งแบบเดิมๆ เทคโนโลยีนี้เปรียบเสมือนระบบปฏิบัติการอัจฉริยะที่สามารถสั่งการ AI เฉพาะทางหลายตัวให้ทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ซับซ้อน เช่น การจัดการห่วงโซ่อุปทานหรือการพัฒนาแอปพลิเคชัน โดยจุดเด่นของ AI Super Agents คือการผสมผสานความสามารถด้านการรับรู้, การคิดวิเคราะห์ และความเป็นอิสระเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้สามารถเข้าใจเจตนาของผู้ใช้, ตัดสินใจได้เอง และปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้แบบเรียลไทม์ Lenovo อธิบายว่าเทคโนโลยีนี้เปรียบเสมือน ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ (Cognitive Operating System) ที่สามารถสั่งการตัวแทน AI เฉพาะทางหลายตัวให้ทำงานร่วมกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ซับซ้อนได้ เช่น การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน การจองบริการต่างๆ หรือแม้แต่การพัฒนาแอปพลิเคชัน “ฉลาด ตัดสินใจได้ ปรับตัวเป็น” หัวใจสำคัญของ AI ยุคหน้า AI Super Agents ของ Lenovo ผสานความสามารถด้าน การรับรู้ (Perception), การคิดวิเคราะห์ (Cognition), และ ความเป็นอิสระ (Autonomy) - [ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัว “EBO 7.0” หัวใจหลักจัดการอาคารปลอดคาร์บอน EcoStruxureTM Building Operation เวอร์ชั่นใหม่ วัดผลชัดเจน จบครบแพลตฟอร์มเดียว [PR]](https://www.manutalkthai.com/schneider-electric-launches-ebo-7-0-the-core-of-carbon-free-building-management/) - ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำระดับโลกด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลในด้านการจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ ประกาศเปิดตัว EcoStruxureTM Building Operation เวอร์ชั่นใหม่ “EBO 7.0” ที่มาพร้อมความสามารถในการบริหารจัดการอาคารแบบครบวงจรบนแพลตฟอร์มเดียว รองรับการดำเนินงานอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมฟีเจอร์วัดผลการปล่อยคาร์บอนอย่างแม่นยำ และยกระดับการผสานรวมระบบจากรูปแบบเดิมให้เป็นเรื่องง่าย ตอบโจทย์การบริหารจัดการทั้งอาคารเก่าและใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากข้อมูลสถิติของชไนเดอร์ อิเล็คทริค พบว่า 37% ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลกยังคงมาจากกลุ่มอาคาร และ 100% ของอาคารในสหภาพยุโรปจะต้องติดตั้งระบบบริหารจัดการอาคาร (Building Management System: BMS) ภายในปี 2568 แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า “การบริหารจัดการอาคาร” กลายเป็นประเด็นสำคัญระดับโลกที่ท้าทายมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อรูปแบบการบริหารจัดการอาคารในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ฝ่ายบริหารอาคารต้องเผชิญกับข้อกำหนดใหม่ๆ ที่เข้มงวดมากขึ้น ทั้งในด้านการลดการปล่อยคาร์บอน การบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน รวมถึงการตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้อาคารที่มุ่งเน้นบริการที่ทันสมัย และพื้นที่ที่มีสุขอนามัยที่ดี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัยภายในอาคาร ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เดินหน้าพัฒนาฟีเจอร์ของ EcoStruxureTM Building Operation (EBO) แพลตฟอร์มแบบเปิด (Open Integration Platform) อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 - [หัวเว่ยตอกย้ำความเป็นผู้นำ เปิดตัวโซลูชัน “4+10+N” สำหรับ SME ขับเคลื่อนการเชื่อมต่อสู่ยุคโลกอัจฉริยะอย่างสมบูรณ์แบบ [PR]](https://www.manutalkthai.com/huawei-410n-solution-for-sme-pr/) - เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน 18 กันยายน 2025 – เดวิด หวัง กรรมการบริหารของหัวเว่ย เปิดตัวโซลูชันอัจฉริยะสำหรับ SME ภายใต้ชื่อ HUAWEI eKit 4+10+N ในงาน HUAWEI eKit Autumn Launch 2025 ณ นครเซี่ยงไฮ้ ภายใต้แนวคิด “Together for Growth, All Intelligence” โดยงานนี้มุ่งนำเสนอชุดโซลูชันแบบครบวงจรที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่กำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เดวิด หวัง กรรมการบริหารของหัวเว่ย กล่าวบรรยายในงานเปิดตัว HUAWEI eKit ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เริ่มถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในโลกธุรกิจ ปัจจุบัน การประยุกต์ใช้ยังคงมุ่งเน้นที่การพัฒนาผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับพนักงาน ขณะที่ในอนาคตคาดว่าจะขยายสู่การผสานเข้ากับระบบการผลิตหลัก ซึ่งจะพลิกโฉมทั้งผลิตภัณฑ์ บริการ โมเดลธุรกิจ และรูปแบบการดำเนินงาน ทำให้ AI กลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต SME ถือเป็นกำลังสำคัญของระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีนซึ่งมี SME - [Zhejiang International Trade Exhibition 2025เปิดฉากยิ่งใหญ่ที่ไทย ย้ำภาพลักษณ์ “คุณภาพเจ้อเจียง” [PR]](https://www.manutalkthai.com/zhejiang-international-trade-exhibition-2025-kicks-off-in-thailand-reinforcing-the-image-of-zhejiang-quality/) - 17 กันยายน 2568 (ประเทศไทย) งาน “Zhejiang International Trade Exhibition 2025” จัดโดยกรมพาณิชย์มณฑลเจ้อเจียง เปิดฉากอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีผู้แทนระดับสูงจากกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และกระทรวงพลังงานร่วมพิธีเปิดและเยี่ยมชมบูทแสดงสินค้า งานนี้ตอกย้ำบทบาทของมณฑลเจ้อเจียงในฐานะผู้นำด้านการผลิตอัจฉริยะของจีน พร้อมเชื่อมโยงโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทย–จีนในอนาคต ผู้เข้าร่วมงานและแขกผู้มีเกียรติได้ชื่นชมผลิตภัณฑ์จากมณฑลเจ้อเจียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาแบรนด์ชั้นนำที่มีชื่อเสียง พร้อมยืนยันถึงภาพลักษณ์อันโดดเด่นของสินค้า “คุณภาพเจ้อเจียง” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานและศักยภาพที่พร้อมก้าวสู่เวทีการค้าระดับนานาชาติ มณฑลเจ้อเจียงจัดงานแสดงสินค้า Zhejiang International Trade Exhibition 2025 ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 อย่างประสบความสำเร็จ งานแสดงสินค้านี้ได้ตอกย้ำถึงความได้เปรียบทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมด้านไฟฟ้าและแสงสว่าง สมาร์ทซิตี้ สมาร์ทลิฟวิ่ง และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องของมณฑลเจ้อเจียง ภายใต้ธีม “Zhejiang Made All Need” ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงประเทศไทยกับผู้ประกอบการด้านการผลิตคุณภาพสูงจากเจ้อเจียง ภายในงาน มีแบรนด์ชั้นนำด้านการผลิตอัจฉริยะของเจ้อเจียง อาทิ Hikvision, Tuya, Roleds และ Evermore ร่วมนำเสนอหลากหลายผลิตภัณฑ์นวัตกรรมล้ำสมัยด้านสมาร์ทซิตี้ ตอกย้ำความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมดั้งเดิมของเจ้อเจียงที่สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างโดดเด่น - ["คุณบอส อริย์ธัช ชาติอาริยะพงศ์ แห่ง ACS" เปิดวิสัยทัศน์ Auto ID ผนึก Honeywell ขับเคลื่อนอนาคต Retail และความเชื่อมั่นจาก 7-Eleven](https://www.manutalkthai.com/boss-ariyathat-chatariyapong-of-acs-reveals-auto-id-vision-joining-forces-with-honeywell-to-drive-the-future-of-retail-and-gain-confidence-from-7-eleven/) - ในยุคที่เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของโลกธุรกิจ การมี พันธมิตรที่แข็งแกร่ง และเข้าถึง นวัตกรรมล้ำสมัย คือหัวใจสำคัญสู่ความสำเร็จ บริษัท Asian Coding Systems จำกัด (ACS) หนึ่งในพาร์ทเนอร์คนสำคัญของ Honeywell ผู้นำในอุตสาหกรรม Auto-ID ได้ผนึกกำลังกันสร้างสรรค์โซลูชันที่พลิกโฉมธุรกิจหลากหลายแขนง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม Retail และล่าสุดกับก้าวสำคัญในการบุกตลาด Healthcare โดย TechTalkThai และ ManuTalkThai สื่อออนไลน์ด้าน IT Enterprise และ Factory Tech ได้รับโอกาสพิเศษพูดคุยและสัมภาษณ์ คุณบอส อริย์ธัช ชาติอาริยะพงศ์ General Manager แห่งบริษัท ACS และ คุณณัฐวีร์ ทองสินสวัสดิ์ Senior-Strategic Manager – Honeywell Thailand เพื่อเจาะลึกถึงวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และทิศทางในอนาคตของความร่วมมืออันแข็งแกร่งนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้ก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน ACS: กว่า 35 ปีแห่งความเป็นผู้นำในธุรกิจ - [ยกระดับงานออกแบบและการผลิตของคุณ ด้วย NX CAD/CAM และ Mold Design จาก Siemens](https://www.manutalkthai.com/nx-cad-cam-and-mold-design-by-siemens/) - พร้อมหรือยัง? ที่จะเปลี่ยนขั้นตอนการออกแบบและผลิตให้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และเหนือกว่าคู่แข่ง หากคุณอยู่ในวงการออกแบบแม่พิมพ์ หรือผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ต้องการความแม่นยำสูง ซอฟต์แวร์ NX CAD/CAM 3 Axis & Mold Design คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม ด้วยชื่อเสียงอันยาวนานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซอฟต์แวร์ NX CAD/CAM 3 Axis และ Mold Design จาก Siemens เป็นเครื่องมือที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง มีความสามารถในการจัดการงานออกแบบและงานผลิตที่มีความซับซ้อนสูงได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ แต่ไม่เพียงเท่านั้น – NX ยังมอบประโยชน์สำคัญมากมายที่คุณสัมผัสได้ทันทีหลังเริ่มใช้งาน: ออกแบบแม่พิมพ์ได้รวดเร็วขึ้น พร้อมลดข้อผิดพลาดในการผลิต CAM 3 Axis ที่แม่นยำ ตอบโจทย์งานกัดแม่พิมพ์ที่ต้องการความละเอียดสูง เชื่อมโยงกระบวนการ CAD ถึง CAM อย่างราบรื่น ลดการทำงานซ้ำซ้อน รองรับการทำงานกับชิ้นส่วนที่มีรูปทรงซับซ้อน ด้วยฟังก์ชันเฉพาะทางจาก Mold Design เพิ่มความสามารถในการทำงานร่วมกันของทีม ด้วยระบบที่รองรับงาน Collaborative Design นอกจากตัวซอฟต์แวร์ที่ทรงพลังแล้ว คุณยังได้รับการดูแลจากทีมผู้เชี่ยวชาญของ - [Boeing ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วด้วยการนำวัสดุพิมพ์ 3 มิติมาสร้างแผงโซลาร์เซลล์](https://www.manutalkthai.com/boeing-3d-printing-for-solar-cell-manufacture/) - Boeing เปิดตัววัสดุพิมพ์ 3 มิติสำหรับการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ แนวทางนี้จะช่วยลดเวลาการผลิตวัสดุคอมโพสิตจากวิธีการทั่วไปที่ใช้ในโครงการปีกแผงโซลาร์เซลล์ได้ถึงหกเดือน แนวทางใหม่นี้มีขั้นตอนตั้งแต่การพิมพ์ไปจนถึงการประกอบขั้นสุดท้าย ทำให้สามารถปรับปรุงการผลิตได้มากขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับรอบการผลิตในปัจจุบัน ฮาร์ดแวร์ที่ใช้สำหรับภารกิจการบินนี้ได้เสร็จสิ้นการทดสอบทางวิศวกรรมแล้ว และกำลังดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อรับรองมาตรฐานของ Boeing ก่อนที่จะส่งมอบเพื่อดำเนินการตามภารกิจของลูกค้า แผงโซลาร์เซลล์จากการพิมพ์ 3 มิติชุดแรกจะติดตั้งเข้ากับเซลล์แสงอาทิตย์ของ Spectrolab บนดาวเทียมขนาดเล็กที่สร้างโดย Millennium Space Systems โดยที่บริษัททั้งสองนี้ซึ่งเป็นบริษัทในเครือแต่ไม่ได้รวมเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร Space Mission Systems ของ Boeing นอกเหนือจากตัวแผงแล้ว แนวทางของ Boeing ยังช่วยให้สามารถสร้างชุดแผงที่มีความสมบูรณ์ขนานกันไปได้ โดยใช้วัสดุพิมพ์ที่มีความแข็งแรงควบคู่กับเทคโนโลยีแสงอาทิตย์แบบมอดูลที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วในทางการบิน การพิมพ์ส่วนที่ให้มีคุณสมบัติต่างๆ เช่น กำหนดแนวเส้นสำหรับแถบรัดและจุดยึดในแต่ละแผงได้โดยตรง การออกแบบเพื่อทดแทนการใช้ชิ้นส่วนที่แต่เดิมแยกกันอยู่หลายสิบชิ้น เครื่องมือที่มีการใช้ตะกั่วขนาดยาว และขั้นตอนการต่อประสานชิ้นส่วนให้เป็นชิ้นเดียวด้วยความละเอียดแม่นยำและมีความแข็งแรง ซึ่งสร้างได้เร็วกว่า และยังง่ายต่อการผสานรวมเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นการสร้างบนฐานของวัสดุและกระบวนการเติมเนื้อวัสดุที่ผ่านการรับรองคุณภาพและการบินของ Boeing แล้ว Boeing ได้นำชิ้นส่วนที่สร้างขึ้นจากการพิมพ์ 3 มิติมาใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของบริษัทมากกว่า 150,000 ชิ้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการกำหนดตารางเวลา ต้นทุน และสมรรถนะ นอกจากนี้ ยังรวมถึงชิ้นส่วนที่เกี่ยวกับคลื่นความถี่วิทยุมากกว่า - [SAP จับมือ UiPath สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ERP ที่ไร้รอยต่อสู่ยุค AI](https://www.manutalkthai.com/sap-partners-with-uipath-to-create-a-new-era-of-seamless-erp-in-the-ai-era/) - SAP และ UiPath ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในความร่วมมือด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล โดย UiPath ได้นำโซลูชัน SAP Cloud ERP Private มาใช้งานจริงสำเร็จตามแผน ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความสามารถของระบบที่ทันสมัยในการสนับสนุนการดำเนินงานในยุคเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) การติดตั้งระบบในครั้งนี้ UiPath สามารถทำคะแนน "Clean Core" ได้สูงถึง 93% ในส่วนของการออกแบบโซลูชัน และ 88% ในการติดตั้งโดยรวม ซึ่งหมายถึงการที่บริษัทเลือกที่จะใช้แนวปฏิบัติที่ดีที่สุดของ SAP และลดการเขียนโค้ดที่ปรับแต่งเองให้น้อยที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าระบบจะมีความยืดหยุ่นในระยะยาวและสามารถต่อยอดนวัตกรรมในอนาคตได้อย่างง่ายดาย ในฐานะบริษัทระดับโลก UiPath จำเป็นต้องจัดการกับการรายงานทางการเงินที่ซับซ้อนตามมาตรฐานบัญชีที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ การย้ายไปใช้ระบบ ERP บนคลาวด์ทำให้ UiPath สามารถเชื่อมโยงระบบที่เคยแยกส่วนกัน, ลดเวลาและทรัพยากรที่ใช้ในรอบการเรียกเก็บเงิน, และทำให้กระบวนการที่ซับซ้อนง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรับคำสั่งซื้อไปจนถึงการชำระเงิน, การเงิน, การจัดซื้อ และทรัพยากรบุคคล Ashim Gupta ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ UiPath กล่าวว่า "ความพยายามในการเปลี่ยนแปลงของเรามุ่งเน้นไปที่สองเป้าหมายหลัก นั่นคือการใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า และทำให้ทีมงานและธุรกิจโดยรวมมีประสิทธิภาพและคล่องตัวมากขึ้น" และเสริมว่า "SAP Cloud ERP - [ทิศทางใหม่! 3 เทรนด์ใหญ่พลิกโฉมอุตสาหกรรมเครื่องมือกล](https://www.manutalkthai.com/3-big-trends-transforming-the-machine-tool-industry/) - ถึงแม้แนวโน้มเศรษฐกิจโลกจะยังคงมีความไม่แน่นอน แต่สัญญาณการฟื้นตัวก็เริ่มปรากฏให้เห็นแล้วจากนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ สมาคม VdW ซึ่งเป็นสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องมือกลในเยอรมนี คาดการณ์ว่าการฟื้นตัวอย่างเต็มที่น่าจะเกิดขึ้นในปี 2026 โดยมี 3 เทรนด์สำคัญที่จะเป็นแรงผลักดันหลักในงานแสดงสินค้า EMO 2025 ที่จะถึงนี้ ดร. Markus Heering กรรมการผู้จัดการ VdW กล่าวว่า แม้การลงทุนจะชะลอตัวลงจากความขัดแย้งทางการค้า แต่เขามั่นใจว่านวัตกรรมในงาน EMO 2025 จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทต่าง ๆ เทรนด์ที่ 1: ความยั่งยืน (Sustainability) ภาคการผลิตกำลังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือหลักในการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ระบบดิจิทัลช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักร ทำให้การใช้ทรัพยากรและการปล่อยมลพิษลดลง นอกจากนี้ การใช้ AI ยังช่วยให้สามารถบำรุงรักษาเครื่องจักรเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) และเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ทำให้ลดการใช้พลังงานและวัสดุได้อย่างมาก เทรนด์ที่ 2: ระบบอัตโนมัติที่ตอบโจทย์เฉพาะทาง (Automation) ระบบอัตโนมัติกำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการผลิต โดยมีการนำหุ่นยนต์และหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ (Cobots) มาใช้งานร่วมกับ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยีอย่าง AMR (Autonomous Mobile - [Autodesk ผสาน AI ปฏิวัติวงการออกแบบ สร้างชิ้นงานพร้อมใช้ และผู้ช่วยอัจฉริยะในที่เดียว](https://www.manutalkthai.com/autodesk-combines-ai-to-revolutionize-design-creating-ready-to-use-products-and-intelligent-assistants-in-one-place/) - ในงานประชุมประจำปี "Autodesk University" ที่เมืองแนชวิลล์ Autodesk ได้เผยโฉมนวัตกรรม AI สุดล้ำที่มุ่งมั่นจะเปลี่ยนโฉมกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบไปจนถึงการผลิต โดยมีไฮไลท์สำคัญ 3 อย่างที่น่าจับตามอง ได้แก่ การสร้างรูปทรงเรขาคณิตด้วย AI, ผู้ช่วยอัจฉริยะ Autodesk Assistant, และการผนึกกำลังกับ Microsoft เพื่อการแสดงผลที่สมจริง 1. AI สร้างโมเดล 3 มิติ ที่แก้ไขได้ทันที Autodesk ได้พัฒนา Generative Modeling รูปแบบใหม่ในซอฟต์แวร์ Fusion โดยใช้ AI สร้างรูปทรงเรขาคณิตแบบ Boundary Representation (BREP) ที่สามารถแก้ไขได้เต็มรูปแบบ ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนจากแนวคิดไปสู่ไฟล์ที่พร้อมผลิตได้อย่างมาก เพราะนักออกแบบสามารถนำโมเดลที่ AI สร้างขึ้นไปปรับแก้ด้วยพารามิเตอร์ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องแปลงไฟล์หรือแก้ไขด้วยมืออีกต่อไป 2. ผู้ช่วย AI อัจฉริยะ Autodesk Assistant ผู้ช่วยตัวใหม่นี้ได้รับการผสานเข้ากับซอฟต์แวร์อย่าง Fusion และ Vault - [Huawei ประกาศท้ารบ Nvidia เปิดพิมพ์เขียวชิป AI 3 รุ่นรวด ตั้งเป้าเป็นผู้นำตลาดโลก](https://www.manutalkthai.com/huawei-announces-its-challenge-to-nvidia-unveiling-the-blueprints-for-three-ai-chip-models/) - หัวเว่ย เทคโนโลยี ได้เปิดเผยแผนการครั้งใหญ่เป็นครั้งแรก เพื่อท้าทายอำนาจของ Nvidia ในตลาดชิป AI ที่กำลังเติบโต โดยได้เผยโฉมเทคโนโลยีใหม่ตั้งแต่ชิปหน่วยความจำไปจนถึง AI accelerators และประกาศโรดแมปการพัฒนาชิปรุ่นใหม่ต่อเนื่องถึงปี 2028 สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในงานแถลงข่าวคือการเปิดตัว “SuperPod” ดีไซน์ใหม่ ที่จะช่วยให้หัวเว่ยสามารถเชื่อมต่อหน่วยประมวลผล Ascend AI ได้มากถึง 15,488 ตัว เพื่อทำงานเป็นระบบเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ หัวเว่ยได้วางแผนเปิดตัวชิปซีรีส์ใหม่คือ Ascend 950 ซึ่งจะมาพร้อมกับหน่วยความจำที่มีแบนด์วิดท์สูงที่ออกแบบโดยหัวเว่ยเอง และจะตามมาด้วยรุ่น Ascend 960 ในปลายปี 2027 และ Ascend 970 ในปลายปี 2028 “นี่คือก้าวสำคัญในการเดินทางอันยาวนานของอุตสาหกรรมชิป AI ของจีน” Charlie Dai รองประธานจาก Forrester Research กล่าว "ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการออกแบบระบบ เทคโนโลยีการเชื่อมต่อ และความสามารถในการผลิตภายในประเทศ ซึ่งเป็นสัญญาณของการผลักดันความเป็นอิสระและความยืดหยุ่นเพื่อรับมือกับข้อจำกัดในการส่งออก" ด้วยข้อจำกัดทางการค้าที่สหรัฐฯ บังคับใช้ ทำให้หัวเว่ยไม่สามารถเข้าถึงเครื่องจักรผลิตชิปขั้นสูงได้เหมือนคู่แข่ง แต่ผู้ก่อตั้งบริษัทอย่างนาย Ren - [ASEAN Light + Design Expo 2025 ก้าวสู่อนาคตแสงสว่างและดีไซน์ ดึงผู้เชี่ยวชาญด้านแสงสว่าง ดีไซน์ และสมาร์ทลิฟวิ่งร่วมงานกว่า 5,000 ราย](https://www.manutalkthai.com/asean-light-design-expo-2025-2/) - กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – [17 กันยายน 2568] เริ่มแล้ววันนี้กับ งาน ASEAN Light + Design Expo 2025 โดย บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ร่วมกับ MEX Exhibitions Pvt. Ltd. ผู้จัดงานระดับโลก ดึงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมด้านแสงสว่างและสมาร์ทลิฟวิ่งในอาเซียนร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีกว่า 300 แบรนด์ชั้นนำ เตรียมเปิดเวทีแสดงนวัตกรรมแสงสว่าง ดีไซน์ และสมาร์ทลิฟวิ่งอย่างครบวงจร ตั้งแต่ระบบแสงสว่างล่าสุดไปจนถึงเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมเพื่ออนาคต คาดดึงดูดผู้เข้าชมงานทั้งในและต่างประเทศกว่า 5,000 ราย สร้างมูลค่าทางธุรกิจไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท วันนี้ –19 กันยายน 2568 เวลา 10.00 – 18.00 น.ณ ฮอลล์ 5 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี คุณฮิมานิ กูเลติ ผู้อำนวยการ - [กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และ SCG 3D Printing ร่วมต่อยอดไอเดีย โครงการ ARTIFICIAL REEFS HACKATHON 2025 พัฒนาและนำร่องผลิตฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง [PR]](https://www.manutalkthai.com/dmcr-x-scg-3d-printing-pr/) - กรุงเทพฯ, ประเทศไทย 17 กันยายน 2568 – กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และ SCG 3D Printing โชว์ผลงาน “ฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง Whirling Wave Pagoda หรือเจดีย์เกลียวคลื่น” ไอเดียต้นแบบรางวัลชนะเลิศจากโครงการ “ARTIFICIAL REEFS HACKATHON 2025” มาพัฒนา ต่อยอดผลิตด้วยเทคโนโลยี 3D Printing จาก SCG เพื่อเป็นโครงการต้นแบบ นำร่องจัดวางในพื้นที่ตามแผนงานอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลของไทยในปี 2569 นายอุกกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า "โครงการ ARTIFICIAL REEFS HACKATHON 2025 เป็นตัวอย่างที่ดีของการมีส่วนร่วมจากสถาบันการศึกษาที่มีองค์ความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรทางทะเล เพื่อร่วมพัฒนานวัตกรรมกับแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรทะเลของชาติ ในขณะที่ไทยกำลังเผชิญวิกฤติการฟอกขาวสูงถึง 60-80% และการเสื่อมโทรมของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ร่วมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย จะเข้ามาช่วยเร่งการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลให้กลับมาอุดมสมบูรณ์และยั่งยืนในอนาคต" "เจดีย์เกลียวคลื่น" ไอเดียชนะเลิศสู่การผลิตต้นแบบจริง ผลงาน "Whirling Wave Pagoda หรือเจดีย์เกลียวคลื่น" - [Taiwan Excellence โชว์ขีดความสามารถด้านการแพทย์ระดับโลก ผ่านนวัตกรรมสุดล้ำในงาน Medical Fair Thailand 2025 [PR]](https://www.manutalkthai.com/taiwan-excellence-showcases-world-class-medical-capabilities-with-cutting-edge-innovations/) - Taiwan Excellence ปิดฉากความสำเร็จอย่างงดงามในงาน Medical Fair Thailand 2025 ที่จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 10–12 กันยายน ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพมหานคร โดยพาวิลเลียน Taiwan Excellence ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน และสภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (TAITRA) ภายใต้การออกแบบพื้นที่อย่างชาญฉลาด โดยแบ่งเป็น 3 โซนสำคัญ ได้แก่ ระบบคลินิกอัจฉริยะ (Smart Clinics), ห้องผ่าตัดอัจฉริยะ (Smart Operating Rooms) และ หอผู้ป่วยอัจฉริยะ (Smart Wards) สร้างความโดดเด่นจนเป็นไฮไลต์ของงาน จากการนำเสนอพลังนวัตกรรมอัจฉริยะทางการแพทย์เต็มรูปแบบของ 14 บริษัทเจ้าของรางวัลระดับโลก พร้อมผลิตภัณฑ์สมาร์ทเมดิคอลล้ำสมัย สะท้อนบทบาทผู้นำของไต้หวันในการขับเคลื่อนวงการสาธารณสุขโลก ดึงดูดความน่าสนใจและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และผู้นำอุตสาหกรรมจากทั่วโลกนับพันคนที่ได้มาเข้าร่วมชมงาน ภายในงาน Medical Fair Thailand 2025 ที่ผ่านมา พาวิลเลียน Taiwan Excellence ได้รับกระแสตอบรับอย่างท่วมท้น - [BENEO ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของไทยยืนยันคุณประโยชน์พรีไบโอติกในผลิตภัณฑ์เป็นรายแรกและรายเดียวในขณะนี้ [PR]](https://www.manutalkthai.com/beneo-fad-of-thailand-apporval-pr/) - กรุงเทพมหานคร, วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2568 - BENEO ผู้นำในอุตสาหกรรมการผลิตส่วนผสมอาหารเชิงหน้าที่ (Functional Ingredients) สำหรับอาหารของคน อาหารสัตว์และยา ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยืนยันคุณประโยชน์ พรีไบโอติก (Prebiotic Claim) ในผลิตภัณฑ์ใยอาหาร (Fibre) ที่สกัดจากรากชิโครีภายใต้แบรนด์ Orafti® Inulin นับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ส่วนผสมเชิงหน้าที่ของอาหารรายแรกและรายเดียวในขณะนี้ที่ได้รับการอนุมัติจาก อย. ของไทย โดยอ้างอิงจากผลการประเมินตามเกณฑ์ที่เข้มงวดของศูนย์การประเมินทางโภชนาการและการกล่าวอ้างทางสุขภาพแห่งประเทศไทย (Center for Nutrition Assessment and Health Claims of Thailand : CNACT) ความสำเร็จครั้งนี้สอดคล้องกับตัวเลขผู้บริโภคที่ใส่ใจต่อสุขภาพของระบบย่อยอาหารที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยยืนยันจากผลการตอบแบบสำรวจที่ทำโดย FMCG Gurusฉบับล่าสุดพบว่า สุขภาพการย่อยอาหารเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญมากที่สุดเป็นอันดับที่สองภายในระยะเวลา 12 เดือนข้างหน้า โดย 1 ใน 2 ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมดกำลังแสวงหาแนวทางที่จะปรับปรุงสุขภาพการย่อยอาหารของตนให้ดีขึ้นอย่างกระตือรือร้น ผู้บริโภคชาวไทยมากกว่า 8 ใน 10 - [โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์แห่งอนาคต ตัวช่วยนำไทยสู่ระบบนิเวศอัจฉริยะ [PR]](https://www.manutalkthai.com/future-cloud-infrastructure-driving-thailand-toward-an-intelligent-ecosystem/) - การเข้าถึงข้อมูลได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าข้อมูลเหล่านั้นจะถูกจัดเก็บอยู่ที่ไหนก็ตาม กลายเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ ในขณะที่องค์กรไทยต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รุนแรง และไม่คาดคิด การจัดการข้อมูลอย่างชาญฉลาดจึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จ แล้วองค์กรจะเข้าถึงข้อมูลได้อย่างไร้รอยต่อได้อย่างไร? ก่อนอื่นเลย องค์กรควรถามตัวเองก่อนว่า “เมื่อคิดถึงระบบการจัดเก็บข้อมูล (data storage) ขององค์กรแล้ว คุณแน่ใจหรือไม่ว่ากำลังคิดและทำมันอย่างชาญฉลาดเพียงพอแล้ว?” เพราะการจัดเก็บข้อมูลไม่ได้หมายถึงเพียงการเก็บรักษา แต่คือรากฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ทรงพลังที่สุดอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) การที่องค์กรสามารถควบคุม “ชั้นข้อมูล” ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ หมายถึงการเปิดประตูสู่ข้อมูลเชิงลึกและกลยุทธ์ที่สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในโลกธุรกิจปัจจุบันที่ขับเคลื่อนด้วยความฉลาดเชิงดิจิทัล อย่างไรก็ตาม มีองค์กรอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากการจัดเก็บข้อมูลที่กระจัดกระจายไปตามระบบต่าง ๆ สภาพแวดล้อม และภูมิภาคที่แตกต่างกัน การกระจายตัวของข้อมูลที่เรียกว่า Data Sprawl นี้สร้างปัญหาหลายประการ ตั้งแต่ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ไปจนถึงความยุ่งยากในการปฏิบัติตามกฎระเบียบและการกำกับดูแล กล่าวโดยสรุปก็คือ การขาดการควบคุมและการมองเห็นข้อมูลแบบรวมศูนย์นั้นจะทำให้การจัดการ ปกป้อง และใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพเป็นเรื่องยากยิ่งขึ้น อนาคตที่มุ่งสู่ยุค ‘Cloud-First’ กำลังเริ่มเป็นรูปธรรม ประเทศไทยกำลังย่างเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงดิจิทัลครั้งใหญ่ที่ขับเคลื่อนโดยการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง รายงานของ Statista คาดการณ์ว่า ตลาดคลาวด์สาธารณะในไทยจะเติบโตด้วยอัตราการเติบโตต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 18.6% ในช่วงปี 2025–2029 - [พลิกโฉมอนาคตธุรกิจ: ภารกิจสำคัญของ CIO ในปี 2568 โดย นางสาวกนกกมล เลาหบูรณะกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด [PR]](https://www.manutalkthai.com/transforming-the-future-of-business-the-key-mission-of-cios-in-2025/) - การปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัลอย่างรวดเร็วทั่วโลก ทำให้ปีนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับ CIO และผู้นำธุรกิจในเอเชียรวมถึงประเทศไทย ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและนวัตกรรมที่เกิดขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง “เทคโนโลยี” ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เพียงเครื่องมือสนับสนุนอีกต่อไป แต่เปรียบเสมือนเครื่องยนต์ที่ช่วยขับเคลื่อนกลยุทธ์ ความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน และการเติบโตในระยะยาวของธุรกิจ ปัญหาและความท้าทายที่ฟูจิตสึพบบ่อยในองค์กรต่างๆ จากประสบการณ์การทำงานร่วมกับลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ ตลอดกว่า 35 ปี ในประเทศไทย ฟูจิตสึได้พบ 4 ความท้าทายที่เกิดขึ้นในองค์กรต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง:1. ระบบ IT ที่กระจัดกระจาย ไม่เชื่อมโยงกัน: ระบบ IT ที่ไม่เชื่อมต่อกันทำให้ไม่มีประสิทธิผล ข้อมูลไม่สอดคล้องกัน และจำกัดความสามารถในการเห็นภาพรวมเชิงธุรกิจอย่างรอบด้าน2. ระบบ IT ที่ล้าสมัย: ฉุดรั้งธุรกิจและเปิดช่องโหว่สู่ความเสี่ยง การยึดติดกับระบบ IT เก่า คือ การแบกรับภาระที่หนักอึ้ง ทั้งความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่เป็นภัยคุกคาม และข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพที่ฉุดรั้งการดำเนินงานและนวัตกรรมให้ล่าช้า3. ความสับสนเรื่อง Multicloud: หลายองค์กรสามารถย้ายสู่ Multicloud ได้ แต่กลับล้มเหลวในการเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าสูงสุดจากการลงทุนเหล่านั้น4. แหล่งข้อมูลที่กระจัดกระจาย: เมื่อข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ในหลายระบบโดยไม่มีแหล่งข้อมูลจริงอยู่ที่แห่งเดียว ทำให้การตัดสินใจและการวิเคราะห์ขั้นสูงเป็นไปได้ยาก ความท้าทายเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงอุปสรรคทางเทคนิค แต่เป็นอุปสรรคเชิงกลยุทธ์ที่ขวางกั้น ทำให้องค์กรไม่สามารถใช้ศักยภาพได้อย่างเต็มที่ในตลาดที่มีการแข่งขันรุนแรงสูง ห้าประเด็นสำคัญเชิงกลยุทธ์ สำหรับผู้นำ IT - [Emerson เปิดตัวคอมพิวเตอร์อุตสาหกรรมรุ่นใหม่ พลังประมวลผลสูง รองรับงาน AI สุดโหด](https://www.manutalkthai.com/emerson-unveils-new-high-performance-industrial-computer-for-tough-ai-tasks/) - Emerson ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ เปิดตัวคอมพิวเตอร์อุตสาหกรรม (IPC) ตระกูล PACSystems รุ่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ IPC 6010, IPC 7010 และ IPC 8010 ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับงานประมวลผลที่ซับซ้อนและหนักหน่วงในยุคดิจิทัล เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), แมชชีนเลิร์นนิง (Machine Learning) และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง IPC รุ่นใหม่เหล่านี้ใช้หน่วยประมวลผลล่าสุด 13th Gen Intel Core Processors ที่บัดกรีติดกับเมนบอร์ด เพื่อป้องกันความเสียหายจากการสั่นสะเทือนและแรงกระแทก พร้อมหน่วยความจำ ECC สูงสุด 64 GB ทำให้สามารถทำงานได้อย่างเสถียรในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย คุณสมบัติเด่นที่ออกแบบมาเพื่อโลกอุตสาหกรรม ทนทานสูง: ด้วยโครงสร้างแบบไร้พัดลม ทำให้สามารถทำงานได้ในอุณหภูมิสูงถึง 70 องศาเซลเซียส พร้อมเทคโนโลยีป้องกันการสั่นสะเทือนและความร้อนที่ได้รับการจดสิทธิบัตรจาก Emerson พลังประมวลผลสูง: มีตัวเลือกพื้นที่เก็บข้อมูล SSD สูงสุด 4 เทราไบต์ และพอร์ตเชื่อมต่อที่หลากหลาย ทำให้สามารถรองรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่สำหรับระบบวิชันซิสเต็ม (Vision - [หัวเว่ย ซุ่มพัฒนา "สมาร์ทวอทช์วัดน้ำตาลในเลือด" เตรียมเปิดตัวปีหน้า](https://www.manutalkthai.com/huawei-is-secretly-developing-a-smart-watch-that-measures-blood-sugar-and-is-preparing-to-launch-it-next-year/) - หัวเว่ย เตรียมสร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมสุขภาพ หลังจากมีข่าวลือหลุดออกมาว่าบริษัทกำลังซุ่มพัฒนา "สมาร์ทวอทช์วัดระดับน้ำตาลในเลือด" ที่มีความก้าวล้ำ คาดว่าจะพร้อมเปิดตัวในปี 2026 นี้ ข้อมูลนี้มาจากนักปล่อยข่าวชื่อดังบน Weibo อย่าง @GuoJing ที่เปิดเผยว่า หัวเว่ยกำลังเร่งทำงานในโปรเจกต์อุปกรณ์สวมใส่ทางการแพทย์รุ่นใหม่ ซึ่งจะสามารถตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำ ก่อนหน้านี้ หัวเว่ยเคยสร้างชื่อด้วยสมาร์ทวอทช์รุ่น Watch D2 ซึ่งมีความสามารถในการวัดความดันโลหิตได้อย่างเที่ยงตรง รวมถึงฟีเจอร์การวัดความดันโลหิตแบบ 24 ชั่วโมงในระหว่างทำกิจกรรมประจำวัน ซึ่งนับเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรอง การพัฒนาสมาร์ทวอทช์ที่สามารถวัดระดับน้ำตาลในเลือดได้จริง จะเป็นการก้าวไปอีกขั้นที่สำคัญของหัวเว่ยในการยกระดับ "การตรวจสุขภาพ" ผ่านอุปกรณ์สวมใส่ เพราะการวัดระดับน้ำตาลในเลือดนั้นมีความแตกต่างจากการวัดความดันโลหิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเทคนิค ซึ่งถือเป็นความท้าทายใหม่ที่บริษัทต้องพิชิต แม้ว่าหัวเว่ยจะยังไม่ได้ออกมาให้ข้อมูลอย่างเป็นทางการ แต่การรั่วไหลของข้อมูลนี้ก็ทำให้หลายคนตั้งตารอคอยว่าในงานเปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ในวันที่ 19 กันยายนนี้ อาจมีการกล่าวถึงรายละเอียดของโปรเจกต์นี้ก็เป็นได้ หากข่าวลือนี้เป็นจริง จะถือเป็นการปฏิวัติวงการเทคโนโลยีสุขภาพและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ที่มีภาวะเบาหวานและผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ ที่จะสามารถติดตามข้อมูลสำคัญของตนเองได้แบบเรียลไทม์ผ่านอุปกรณ์ที่สวมใส่ได้ทุกวัน ที่มา: https://www.huaweicentral.com/huawei-could-launch-advanced-blood-sugar-monitoring-wearable-in-2026/ - [Advantech ประเทศไทย ปักหมุดจัด “AIoT InnoWorks 2025” ร่วม 3 มหาวิทยาลัยดัง เปิดเวทีให้เยาวชนลงมือโชว์ไอเดีย ใช้ AI พัฒนาโปรเจ็กต์เพื่อสังคมและอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน](https://www.manutalkthai.com/advantech-thailand-pins-aiot-innoworks-2025-to-be-held-in-collaboration-with-3-leading-universities/) - เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2568 ที่อาคารวิศวกรรมอุตสาหการ (ตึก 7) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) บริษัท Advantech Corporation (Thailand) Co., Ltd. จัดกิจกรรม Kick Off – AIoT InnoWorks Thailand 2025 ซึ่งโครงการนี้มุ่งเน้นการพัฒนาและส่งเสริมนวัตกรรมร่วมกับมหาวิทยาลัยในด้าน AIoT (Artificial Intelligence of Things) เพื่อสร้างโซลูชันที่ทันสมัยและสามารถประยุกต์ใช้ได้จริงทั้งในสังคม สิ่งแวดล้อม และภาคอุตสาหกรรม งานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.จักรพันธ์ อร่ามพงษ์พันธ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม กล่าวต้อนรับผู้บริหาร Advantech และทีมนิสิตผู้เข้าแข่งขันจาก 3 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ , มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รวมทั้งหมด 6 ทีม ที่มาร่วมเปิดประสบการณ์เรียนรู้การพัฒนาโครงการภายใต้หัวข้อ “Harness AloT Innovation to - [โรงงาน Midea Thailand Smart Factory ได้รับการรับรองเป็น “โรงงานประภาคาร” จาก WEF เป็นแห่งแรกในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการผลิตเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะ [PR]](https://www.manutalkthai.com/midea-thailand-smart-factory-certified-as-a-lighthouse-factory-by-wef/) - Midea (ไมเดีย) ผู้นำด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านอัจฉริยะระดับโลก สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการที่โรงงานในประเทศไทยได้รับการรับรองจาก World Economic Forum (WEF) ให้โรงงาน Midea Thailand Smart Factory เป็น “โรงงานประภาคาร (Lighthouse Factory)” แห่งแรกของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีน ด้วยจุดเด่นในการประยุกต์เครือข่าย 5G และ AI ส่งเสริมการผลิตและการขนส่ง ควบคู่ไปกับการส่งเสริมทักษะแก่บุคลากรท้องถิ่น ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการผลิตเครื่องปรับอากาศด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน คุณรัตนากร ภาษยวรรณ หัวหน้างานฝ่ายการจัดการแบบลีน กล่าวว่า “ไมเดียมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกด้าน ตั้งแต่การคิดค้นนวัตกรรม การผลิต การจัดจำหน่าย และการบริการหลังการขายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค การที่โรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศภายในบ้านของไมเดียได้รับการรับรองให้เป็นโรงงานประภาคาร นับเป็นเครื่องยืนยันในความเป็นผู้นำด้านการผลิตด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะที่พร้อมส่งเสริมห่วงโซ่มูลค่าของภาคอุตสาหกรรมระดับโลกและการเติบโตของตลาดเครื่องปรับอากาศในภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน” โรงงาน Midea Thailand Smart Factory เป็นโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศภายในบ้านที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของไมเดียบนพื้นที่ 208,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง (โครงการ 5) อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ภายในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ด้วยงบการลงทุน 5 พันล้านบาท โรงงานแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดกระบวนการผลิตอัจฉริยะในภูมิภาค โดยคาดการณ์กำลังการผลิตเครื่องปรับอากาศภายในบ้านถึง - [Brother เดินเกมบุกตลาด B2B ส่ง Domino N410 เครื่องพิมพ์ฉลากดิจิทัล LED รุ่นล่าสุดปลดล็อกการพิมพ์ฉลากดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการรายเล็กและผู้ประกอบการยุคใหม่ [PR]](https://www.manutalkthai.com/brother-expands-into-the-b2b-market-with-the-domino-n410-its-latest-digital-led-label-printer/) - Brother ผู้นำโซลูชันการพิมพ์จากประเทศญี่ปุ่น เดินหน้ารุกตลาดเทคโนโลยีการพิมพ์อุตสาหกรรม เปิดตัว Domino N410 เครื่องพิมพ์ฉลากดิจิทัล LED รุ่นใหม่ล่าสุด ภายใต้แนวคิด “Digital Made Accessible” ที่มุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ในการเข้าถึงเทคโนโลยีการพิมพ์ฉลากดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการทุกขนาด โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs, Startups ภาคการผลิต และโรงพิมพ์ขนาดเล็ก ที่ต้องการยกระดับศักยภาพการผลิตสู่ระดับมืออาชีพ ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขนาดกะทัดรัด ประหยัดพลังงาน พร้อมจุดเด่นเรื่องความคุ้มค่าช่วยคุมต้นทุนในระยะยาว นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมการผลิตยังคงเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการด้านการพิมพ์ฉลากเพิ่มสูงขึ้น โดยผู้ประกอบการต่างมองหาโซลูชันการพิมพ์ฉลากที่รวดเร็ว ผลิตได้ครั้งละจำนวนมาก และคุ้มค่า เครื่องพิมพ์ Domino N410 ภายใต้แนวคิด ‘Digital Made Accessible’ จึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของ Brother ในการขยายตลาด B2B Industrial Printing Solutions หลังจากเข้าซื้อกิจการของ Domino Printing - [“ไร้แบตฯ ไร้สาย!” เซ็นเซอร์ยุคใหม่กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมวงการโลจิสติกส์ไปตลอดกาล](https://www.manutalkthai.com/no-battery-no-wires-a-new-generation-of-sensors-is-changing-the-logistics-industry-forever/) - ในยุคที่สินค้าเดินทางไปทั่วโลก การติดตามแบบเรียลไทม์กลายเป็นสิ่งจำเป็น แต่ปัญหาที่ตามมาคือการดูแลรักษาแบตเตอรี่ในเซ็นเซอร์จำนวนมหาศาล ซึ่งเป็นภาระทั้งในแง่ของต้นทุนและขยะอิเล็กทรอนิกส์ แต่เทคโนโลยี “เซ็นเซอร์ไร้แบตเตอรี่” กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมวงการนี้ไปตลอดกาล เซ็นเซอร์แบบไร้แบตเตอรี่ที่เติบโตอย่างรวดเร็วนี้กำลังเข้ามาช่วยบริษัทโลจิสติกส์ให้สามารถติดตามสถานะของสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งปัจจุบัน เส้นทางการเดินทาง สภาพสินค้า และแม้กระทั่งอุณหภูมิ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนหรือบำรุงรักษาแบตเตอรี่ รวมถึงความเสี่ยงจากแบตเตอรี่ที่อาจติดไฟได้ ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า แรงผลักดันที่สำคัญมาจากการที่หน่วยงานอย่าง EU Battery Regulation ต้องการให้มีการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้เพื่อเพิ่มความโปร่งใสทางดิจิทัล ลดขยะจากแบตเตอรี่ และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่โซลูชันที่ไม่ต้องบำรุงรักษา จากพลังงานรอบตัว สู่การทำงานที่ไม่สิ้นสุด Mallorie Burak ซีอีโอของ Energous บริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยีพลังงานไร้สายสำหรับเซ็นเซอร์ กล่าวว่า “แบตเตอรี่และสายเคเบิลกำลังจะกลายเป็นของล้าสมัย เนื่องจากอุตสาหกรรมต้องการโซลูชันที่ปรับขนาดได้และบำรุงรักษาน้อยลง” โดยเซ็นเซอร์เหล่านี้จะได้รับพลังงานจากการ Energy Harvesting จากแหล่งพลังงานรอบข้าง ทำให้สามารถทำงานได้อย่างเป็นอิสระโดยไม่ต้องพึ่งโครงสร้างพื้นฐานแบบดั้งเดิม ทำไมต้องไร้แบตเตอรี่และสายไฟ? ลดขยะอิเล็กทรอนิกส์: เฉพาะในสหรัฐฯ มีแบตเตอรี่ที่ถูกทิ้งมากกว่า 3,000 ล้านก้อนต่อปี ลดต้นทุนแรงงาน: ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ การส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์: เมื่อติดเซ็นเซอร์ไร้สายไว้บนสินค้า เซ็นเซอร์จะส่งข้อมูลสำคัญ เช่น ตำแหน่ง อุณหภูมิ สภาพ และความชื้นได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลาที่อยู่ในระยะการทำงาน Cliff - ["ยุคใหม่วิศวกรรมดิจิทัล" 5 นวัตกรรมล้ำหนุนดีไซเนอร์-วิศวกรทำงานเร็วและฉลาดขึ้น](https://www.manutalkthai.com/5-cutting-edge-innovations-to-help-designers-and-engineers-work-faster-and-smarter/) - วงการวิศวกรรมดิจิทัลกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ ด้วยนวัตกรรมซอฟต์แวร์ 5 โซลูชันที่ได้รับการปรับปรุงล่าสุด ช่วยให้นักออกแบบและวิศวกรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตั้งแต่การจำลองยานยนต์ไปจนถึงการทำงานในโลกเสมือนจริง 1. ซอฟต์แวร์จำลองยานยนต์ Car-Maker 14.0 ช่วยให้การพัฒนาระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS) และรถยนต์ไร้คนขับเป็นเรื่องง่ายขึ้น โดยสามารถจำลองสถานการณ์การขับขี่ที่หลากหลายและซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการจราจรบนทางหลวงหรือการเคลื่อนที่ในเมืองที่มีคนเดินเท้า เพื่อช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์สามารถทดสอบระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดเวลา 2. เครื่องมือ AR/VR สำหรับวิศวกร Hololight Space 2025.0.0.0 ได้รับการพัฒนาเพื่อช่วยให้วิศวกรและนักออกแบบทำงานได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรมชาติมากขึ้นในโลกความเป็นจริงเสริม (AR) และโลกเสมือนจริง (VR) ด้วยเมนูที่ใช้งานง่ายและรวบรวมฟังก์ชันไว้ในที่เดียว ช่วยให้เข้าถึงเครื่องมือได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องคลิกหลายครั้ง 3. ซอฟต์แวร์ NX และ NX X ของ Siemens เพิ่มฟีเจอร์ "Immersive Engineering" ที่ช่วยให้นักออกแบบทำงานร่วมกันในพื้นที่เสมือนจริงเดียวกันได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ "Design Copilot NX" ซึ่งเป็นผู้ช่วย AI ที่ใช้ภาษาธรรมชาติเพื่อช่วยให้ผู้ใช้เรียนรู้ซอฟต์แวร์และค้นหาคำตอบสำหรับคำถามทางเทคนิคได้อย่างรวดเร็ว 4. เครื่องมือวิเคราะห์พารามิเตอร์ของ Kisssoft ช่วยให้วิศวกรสามารถทำการวิเคราะห์เชิงพารามิเตอร์ได้อย่างง่ายดายผ่านสคริปต์หรือภาษาโปรแกรมยอดนิยม เช่น Python ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนค่าต่าง - [Apple ทุ่มราว 22 ล้านล้านบาท! "Tim Cook" ชี้การลงทุนโรงงานในสหรัฐฯ จะสร้าง "ปรากฏการณ์โดมิโน"](https://www.manutalkthai.com/apple-invests-around-22-trillion-baht-tim-cook-points-out-that-investing-in-factories-in-the-us-will-create-a-domino-effect/) - Tim Cook (ทิม คุก) ซีอีโอ ของ Apple ออกมาเปิดเผยถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการขยายฐานการผลิตในสหรัฐอเมริกา โดยเชื่อว่าการลงทุนครั้งใหญ่ในครั้งนี้จะกระตุ้นให้บริษัทอื่น ๆ เข้ามาลงทุนตาม เกิดเป็น "ปรากฏการณ์โดมิโน" ที่จะสร้างงานและธุรกิจในชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในการให้สัมภาษณ์กับ Jim Cramer จาก CNBC โดย Tim Cook กล่าวว่า Apple เตรียมลงทุนกว่า 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 22 ล้านล้านบาท) ในช่วง 4 ปีข้างหน้า เพื่อสนับสนุนโรงงาน 79 แห่งทั่วสหรัฐฯ และยังกล่าวเป็นนัยว่าอาจมี "เซอร์ไพรส์" สำหรับบางชุมชนที่ยังไม่รู้ว่าแอปเปิลกำลังจะนำธุรกิจไปสู่พื้นที่ของพวกเขา นอกจากนี้ Tim Cook ยังเน้นย้ำถึงการตัดสินใจล่าสุดของบริษัทในการลงทุน 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อขยายความร่วมมือกับบริษัท Corning และโรงงานผลิตกระจกในรัฐเคนทักกี ซึ่งจะใช้ผลิตกระจกสำหรับ iPhone และ Apple Watch - [ABB ทุ่ม 4,000 ล้านบาท ขยายโรงงานผลิตและวิจัยในสหรัฐฯ รับดีมานด์ยุค AI ที่ต้องใช้พลังงานมหาศาล](https://www.manutalkthai.com/abb-invests-4-billion-baht-to-expand-manufacturing-and-research-facilities-in-the-us-to-meet-demand-in-the-ai-era/) - บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ABB ประกาศแผนทุ่มทุน 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) ในปี 2025 เพื่อขยายการผลิตและวิจัยในสหรัฐฯ โดยมุ่งเป้าไปที่การผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าล้ำสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นในอุตสาหกรรมสำคัญอย่างดาต้าเซ็นเตอร์และระบบโครงข่ายไฟฟ้า การลงทุนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ราคาค่าไฟฟ้าในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นถึง 30-40% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และการเติบโตอย่างรวดเร็วของดาต้าเซ็นเตอร์ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเกินกว่า 2% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราเฉลี่ยในทศวรรษที่ผ่านมาถึงสองเท่า การลงทุนครั้งสำคัญนี้จะแบ่งเป็น 4 ส่วนหลัก: มิสซิสซิปปี: ทุ่ม 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สร้างสายการผลิตเบรกเกอร์ Emax 3 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2026 เวอร์จิเนีย: ทุ่ม 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายพื้นที่โรงงานเป็นสองเท่า และสร้างศูนย์ทดสอบใหม่เพื่อผลิตอุปกรณ์ควบคุมคุณภาพไฟฟ้า ซึ่งใช้ในดาต้าเซ็นเตอร์และโรงงานต่าง ๆ โดยจะเปิดทำการในปลายปี 2025 และสร้างงานใหม่กว่า 100 ตำแหน่ง เปอร์โตริโก: ทุ่มกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ - ["โครงสร้างเก่าไปไม่รอด!" ผลวิจัยชี้ AI ต้องการเครือข่ายอัจฉริยะเพื่อปลดล็อกศักยภาพ](https://www.manutalkthai.com/old-structures-are-not-going-to-survive-research-shows-ai-needs-intelligent-networks-to-unlock-its-potential/) - NTT Data และ Cisco เผยผลสำรวจล่าสุด ชี้ชัดว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายแบบดั้งเดิมไม่เพียงพออีกต่อไปสำหรับการรองรับปริมาณงานที่ซับซ้อนของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในยุคปัจจุบัน แต่ภาคธุรกิจจำเป็นต้องมีเครือข่ายที่ชาญฉลาด ปรับตัวได้ และมีความปลอดภัยสูง จึงจะสามารถนำ AI มาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ผลการศึกษาภายใต้ชื่อ "Wired for Intelligence: A CIO Guide to Enterprise Networking for AI" ระบุว่า บริษัทกว่า 78% ที่ตอบแบบสอบถามมองว่าขีดความสามารถของเครือข่ายเป็นเกณฑ์สำคัญในการเลือกผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Generative AI (Gen-AI) ทำไมเครือข่ายจึงสำคัญกับ AI? ปัจจุบันงานของ AI มีความซับซ้อนมากขึ้น ตั้งแต่การฝึกฝน (Training) และการอนุมาน (Inference) ไปจนถึงการจัดการกับข้อมูลขนาดใหญ่ ดังนั้น เครือข่ายจึงต้องสามารถรองรับปริมาณงานที่ปรับขนาดได้ (Scalable Workloads) และมีค่าความหน่วงต่ำ (Low-Latency) เพื่อให้การประมวลผลเป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้ AI ยังเริ่มเข้ามามีบทบาทในการควบคุมเครือข่ายเองด้วย - [Red Bull ทุ่ม 5.5 หมื่นล้านบาท! สร้างโรงงานผลิตขนาดมหึมาในสหรัฐฯ](https://www.manutalkthai.com/red-bull-invests-55-billion-baht-to-build-a-massive-factory-in-the-us/) - บริษัทเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดังอย่าง Red Bull พร้อมด้วยพันธมิตร เตรียมเริ่มก่อสร้างศูนย์กลางการผลิตและบรรจุภัณฑ์แห่งใหม่ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา หลังจากที่แผนการเดิมล่าช้ามาถึง 4 ปี โครงการยักษ์ใหญ่นี้มีมูลค่าสูงถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 5.5 หมื่นล้านบาท) Red Bull, Rauch North America และ Ball Corp. พันธมิตรทางธุรกิจ ได้เริ่มลงมือก่อสร้างโครงการในนิคมอุตสาหกรรมนอกเมืองชาร์ลอตต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ตามรายงานของ Charlotte Observer เดิมทีโครงการนี้ประกาศแผนไว้ตั้งแต่ปี 2021 แต่มีการขยายขอบเขตงานให้ใหญ่ขึ้นหลังจากที่รัฐบาลท้องถิ่นอนุมัติการสนับสนุนด้านการเงินที่เพิ่มขึ้น เมื่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ Red Bull และ Rauch ซึ่งเป็นบริษัทเครื่องดื่มจากออสเตรียเช่นกัน จะร่วมกันตั้งโรงงานผลิตและจัดจำหน่ายที่สามารถผลิตเครื่องดื่มได้มากถึง 3,000 ล้านกระป๋องต่อปี ขณะที่ Ball จะรับหน้าที่ผลิตกระป๋องอะลูมิเนียมสำหรับ Red Bull และลูกค้าอื่น ๆ ในโรงงานที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง Red Bull คาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ในปี 2028 และจะสามารถผลิตเต็มกำลังการผลิตได้ในปี 2031 - [Mitsubishi Electric ทุ่มซื้อกิจการ Nozomi Networks เสริมทัพความปลอดภัยไซเบอร์](https://www.manutalkthai.com/mitsubishi-electric-acquires-nozomi-networks-to-bolster-cybersecurity/) - Mitsubishi Electric บรรลุข้อตกลงซื้อกิจการ Nozomi Networks บริษัทชั้นนำด้านความปลอดภัยไซเบอร์สำหรับระบบควบคุมทางอุตสาหกรรม (OT) อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (IoT) และระบบทางกายภาพ-ไซเบอร์ (CPS) นับเป็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญเพื่อเสริมแกร่งด้านการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์และเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน ข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้ Nozomi Networks กลายเป็นบริษัทในเครือที่ Mitsubishi Electric เป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว แต่จะยังคงดำเนินงานอย่างเป็นอิสระ โดยยังคงทีมงาน สำนักงาน และจุดติดต่อเดิมไว้ทั้งหมด ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองบริษัทเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อ Mitsubishi Electric ได้ร่วมลงทุนในรอบ Series E ของ Nozomi Networks เมื่อเดือนมีนาคม 2024 และได้ร่วมมือกันในด้านนวัตกรรมและการตลาดมาโดยตลอด การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะช่วยเติมเต็มธุรกิจซอฟต์แวร์ความปลอดภัยไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของ Mitsubishi Electric ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 โดย Nozomi Networks จะยังคงมีสำนักงานใหญ่ในซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา และศูนย์วิจัยและพัฒนาในเมนดริซิโอ สวิตเซอร์แลนด์ สรุปประเด็นสำคัญ: เป้าหมาย: เสริมสร้างการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์และเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน - [Ford ทิ้งบ้านเก่า! ย้ายสำนักงานใหญ่ในรอบ 7 ทศวรรษ เข้าสู่ยุคใหม่แห่งการออกแบบ](https://www.manutalkthai.com/ford-abandons-old-home-headquarters-relocated-for-the-first-time-in-seven-decades/) - Ford Motor Co. เตรียมย้ายสำนักงานใหญ่ในเมืองเดียร์บอร์น รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา เป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี โดยจะย้ายจากอาคารเก่า “The Glass House” ซึ่งเปิดใช้งานตั้งแต่ปี 1956 ไปยังอาคารใหม่ที่ทันสมัยกว่า สำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "Ford World Headquarters" และจะเปิดในเดือนพฤศจิกายนนี้ อาคารใหม่มีขนาดใหญ่ถึง 195,096 ตารางเมตร โดยเป็นส่วนหนึ่งของแคมปัสขนาดใหญ่ที่จะใช้ชื่อว่า “Henry Ford II World Center” ซึ่งเป็นชื่อของสำนักงานใหญ่เดิม สิ่งที่น่าสนใจคือ การย้ายครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนสถานที่ทำงาน แต่เป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม โดยมีการรวบรวมทีมผู้บริหาร ทีมออกแบบ และทีมวิศวกรมาทำงานร่วมกันในที่เดียว และยังเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น สตูดิโอออกแบบ 6 แห่ง, ฟู้ดฮอลล์ขนาดใหญ่สำหรับพนักงาน, ห้องพักผ่อน และห้องประชุมที่ทันสมัยกว่า 300 ห้อง อาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้ตั้งอยู่บนพื้นที่เดิมของศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เคยให้กำเนิดรถยนต์รุ่นดังมากมาย เช่น Mustang, Thunderbird และ F-Series Ted - [การ์ทเนอร์คาดการณ์ ในปีหน้าแอปพลิเคชันระดับองค์กรถึง 40% จะฝังเทคโนโลยี AI Agents เฉพาะงานไว้ เพิ่มจากปีนี้ที่น้อยกว่า 5% [PR]](https://www.manutalkthai.com/gartner-predicts-that-by-next-year-40-of-enterprise-applications-will-embed-specialized-ai-agents/) - การ์ทเนอร์เผยในปีหน้า (2569) แอปพลิเคชันระดับองค์กร (Enterprise Applications) 40% จะฝังเทคโนโลยี AI Agents ที่ออกแบบมาสำหรับงานเฉพาะ (หรือที่เรียกว่า Task-Specific AI Agents) เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่มีน้อยกว่า 5% สาเหตุหลักมาจากการที่หลายองค์กรเร่งการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน โดย Agentic AI ในแอปพลิเคชันระดับองค์กรจะมีประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้นกว่าในระดับการใช้งานของบุคคลทั่วไป และยังสร้างมาตรฐานใหม่ ๆของการทำงานเป็นทีม รวมถึงเวิร์กโฟลว์ผ่านการมีส่วนร่วมระหว่างมนุษย์และเอเจนต์ที่ฉลาดมากยิ่งขึ้น สิ้นปีนี้ (2568) แอปพลิเคชันระดับองค์กรเกือบทั้งหมดจะมี AI Assistants ฝังในระบบ และปีหน้า (2569) แอปพลิเคชันระดับองค์กรจะฝัง AI Agents เฉพาะงาน ที่มีความสามารถด้าน Agentic AI อย่างแท้จริง โดยผู้บริหาร CIO มีเวลา 3-6 เดือน ในการกำหนดกลยุทธ์และการลงทุนในด้าน Agentic AI การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าภายในปี 2578 (หรือในอีก 10 ปีข้างหน้า) Agentic - [AESLA จัดงานสัมมนาเชิงวิชาการถ่ายทอดองค์ความรู้ การใช้สารเติมเต็มอย่างถูกต้อง ปลอดภัย ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม [PR]](https://www.manutalkthai.com/aesla-hosts-academic-seminar-on-safe-and-effective-use-of-dermal-fillers/) - AESLA ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ด้านความงามและเวชสำอางชั้นนำระดับโลก มาตรฐาน U.S.FDA และ Gold Standard จัดงานสัมมนาบรรยายเชิงวิชาการ “Precision Perfected with Revanesse: Mastering One-to-One Correction Techniques” ณ โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ ภายในงานจัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้แพทย์ผู้เข้าร่วมได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงวิชาการ พร้อมกับแชร์ประสบการณ์และเทคนิคการใช้กับคนไข้จริง สำหรับการใช้สารเติมเต็มอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่สวยงามเป็นธรรมชาติ โดยได้รับเกียรติจาก Key Speakers ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ Dr.Konstantin Frank, Plastic Surgeon จากประเทศเยอรมัน ผศ.พญ.ธัญญา เตชะพิเชฐวนิช อาจารย์ประจำสาขาตจศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี พร้อมด้วย ผศ.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ รองคณบดีฝ่ายงานวิจัยและประธานผู้อำนวยการหลักสูตรบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) มารับหน้าที่เป็น Moderator ดำเนินงานตลอดการสัมมนา โดยการบรรยายครอบคลุมตั้งแต่ความรู้เชิงวิชาการในเรื่องแนวทางการใช้สารเติมเต็ม ไปจนถึงการแนะนำเทคนิคเชิงปฏิบัติ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่มีความแม่นยำ - [ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ครองอันดับ 1 ในการจัดอันดับของ Gartner® Top 25 Supply Chain เป็นปีที่สามติดต่อกัน [PR]](https://www.manutalkthai.com/schneider-electric-ranks-no-1-in-the-gartner-top-25-supply-chain-for-the-third-consecutive-year/) - ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ในการจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ ครองอันดับ 1 ในการจัดอันดับซัพพลายเชนยอดเยี่ยม 25 อันดับแรกของ Gartner® ประจำปี 2025 ซึ่งถือเป็นปีที่สามติดต่อกันในการครองตำแหน่งสูงสุดนี้ การจัดอันดับ Gartner Supply Chain Top 25 ประกอบด้วยการพิจารณา 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ผลการดำเนินงานทางธุรกิจและมุมมองความคิดเห็นจากชุมชน โดยผลการดำเนินงานทางธุรกิจใช้ข้อมูลทางการเงินที่เปิดเผยต่อสาธารณะและข้อมูลด้าน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) เพื่อประเมินผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วงสามปีที่ผ่านมา ในขณะที่ส่วนความคิดเห็นจากชุมชนได้รวบรวมมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญในวงการและนักวิเคราะห์ของ Gartner เพื่อประเมินศักยภาพในอนาคตของบริษัทรวมถึงสะท้อนถึงความเป็นผู้นำในชุมชนซัพพลายเชน องค์ประกอบทั้งสองส่วนนี้จะถูกนำมาคำนวณร่วมกันเป็นคะแนนรวมเพื่อใช้ในการจัดอันดับในขั้นตอนสุดท้าย "เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับการยอมรับจาก Gartner และเพื่อนร่วมอุตสาหกรรม" มูราด ตามูด ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายซัพพลายเชน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าว "ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า และยกระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืน ด้วยการลงทุนอย่างต่อเนื่องในบุคลากรและเทคโนโลยีขั้นสูงของยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เรากำลังสร้างซัพพลายเชนที่มีความยืดหยุ่น คล่องตัว มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น เราเชื่อว่าการยอมรับในครั้งนี้คือการยืนยันที่ชัดเจนว่า - [จากผลิตภัณฑ์ “เครื่องแกงชุมชน” สู่ “เครื่องแกงมาตรฐานสากล” [PR]](https://www.manutalkthai.com/fatoni-university-international-spice/) - มีหลายผลิตภัณฑ์ที่ชุมชนผลิตขึ้นมาแล้วขายไม่ได้ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องการตลาด เช่น เครื่องแกงเจ๊ะฆูลา ที่ผลิตโดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนนิปิสกูเละ จังหวัดปัตตานี ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพ รสชาติ ความสะอาด และวัตถุดิบที่เลือกใช้ก็นำมาจากชุมชนใกล้เคียง ซึ่งผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ก็ขายในชุมชน และตลาดในประเทศเท่านั้น ดร.ณรงค์ หัศนี รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี ผู้ดำเนินโครงการพัฒนาผู้ประกอบการและการยกระดับเครื่องปรุงมลายูเพื่อการส่งออกเมืองชายแดนมาเลเซีย มองว่าผลิตภัณฑ์ของชุมชนสามารถยกระดับและต่อยอดไปได้อีกหลายรูปแบบ อาทิ เครื่องแกง เครื่องเคียง เครื่องปรุงสด และของกินเล่น ด้วยการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์และกระจายสินค้าไปยังพื้นที่อื่น ๆ โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย “จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางวัฒนธรรมและทรัพยากรท้องถิ่นสูง โดยเฉพาะในด้านอาหารที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของมลายูภาคใต้ อย่างไรก็ตาม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในชุมชนเพื่อการส่งออกยังคงเป็นความท้าทาย เนื่องจากขาดการจัดการในเชิงมาตรฐานและการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดมาเลเซียที่มีโอกาสสูงในการเติบโตทางเศรษฐกิจและการค้า” สำหรับที่มาของโครงการวิจัยครั้งนี้ คณะวิจัยให้เหตุผลว่า เนื่องจากเห็นผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่ค่อนข้างมีศักยภาพโดยเฉพาะด้านคุณภาพและรสชาติ และเมื่อนำแนวคิด “คน ของ ตลาด” เข้าไปจับ ก็พบว่า “มีคน” คือกลุ่มผู้ประกอบการที่มีฝีมือในด้านการผลิตสินค้า โดย “ของ” ก็คือ กลุ่มเครื่องแกง เครื่องเคียง เครื่องปรุงสด และของกินเล่น แต่สิ่งที่ขาดคือ “ตลาด” ซึ่งที่มีอยู่ก็เป็นตลาดภายในพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ สำหรับตลาดภายนอกก็ยังขาดความพร้อมในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียที่มีความต้องการเครื่องปรุงมลายูในปริมาณสูง ซึ่งหากมีช่องทางการตลาดการส่งออกสำหรับผู้ประกอบการที่ชัดเจน - [Jaguar Land Rover โดนเจาะระบบ ข้อมูลลูกค้ากว่าร้อยล้านรายเสี่ยงรั่วไหล](https://www.manutalkthai.com/jaguar-land-rover-hacked-data-of-hundreds-of-millions-of-customers-at-risk/) - จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ (Jaguar Land Rover) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอังกฤษ ตกเป็นเหยื่อของการโจมตีทางไซเบอร์ ส่งผลให้ข้อมูลของลูกค้าอาจถูกขโมยไป ขณะนี้บริษัทกำลังเร่งสืบสวนและจะแจ้งให้ผู้ได้รับผลกระทบทราบโดยเร็วที่สุด การโจมตีทางไซเบอร์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้การผลิตและการขายของบริษัทในบางพื้นที่ต้องหยุดชะงักไปชั่วคราว ซึ่งทางบริษัทได้ยืนยันว่ากำลังเร่งดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การดำเนินงานกลับสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด โดยไม่ได้เปิดเผยว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเดอะการ์เดียน (The Guardian) ของอังกฤษรายงานว่า มีกลุ่มแฮกเกอร์ที่ใช้ภาษาอังกฤษกลุ่มหนึ่งออกมาอ้างความรับผิดชอบ โดยมีการโพสต์ภาพหน้าจอระบบภายในของบริษัทลงบนแพลตฟอร์มเทเลแกรม และโพสต์ข่าวที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย ชื่อช่องในเทเลแกรมดังกล่าวเป็นชื่อที่รวมกันของกลุ่มแฮกเกอร์ที่ใช้ภาษาอังกฤษหรือมีฐานในตะวันตก 3 กลุ่ม คือ "Scattered Spider", "Lapsus$" และ "ShinyHunters" โดยกลุ่ม Scattered Spider เคยถูกระบุว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีห้างสรรพสินค้าชื่อดังในอังกฤษ เช่น M&S และ Harrods ในปีนี้ และเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีผู้ต้องสงสัย 4 รายถูกจับกุมในสหราชอาณาจักร ซึ่งในจำนวนนี้มีวัยรุ่นรวมอยู่ด้วย 3 คน ที่มา: https://www.all-about-industries.com/hackers-steal-customer-data-at-jaguar-land-rover-a-a4b888289bcb0a8d196f3cdec4b8a552/ - [Altair เปิดตัวโซลูชัน AI อัจฉริยะ ป้องกันตลับลูกปืนพัง ลดต้นทุน-เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต](https://www.manutalkthai.com/altair-launches-ai-powered-solution-to-prevent-bearing-failure-reduce-costs-and-improve-production-efficiency/) - อัลแตร์ (Altair) ร่วมกับแพลตฟอร์ม Altair RapidMiner และ Altair Panopticon เปิดตัวโซลูชันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) ที่จะเข้ามาปฏิวัติวงการอุตสาหกรรม ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อทำนายความเสียหายของตลับลูกปืน (Bearing) ได้อย่างแม่นยำ ช่วยลดความเสี่ยงที่เครื่องจักรจะหยุดทำงานกะทันหัน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของความเสียหายและการสูญเสียรายได้มหาศาล ปัญหาตลับลูกปืนชำรุดถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในโรงงาน แต่หากปล่อยทิ้งไว้ อาจส่งผลกระทบให้เครื่องจักรทั้งระบบต้องหยุดทำงานเพื่อซ่อมแซม ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายจำนวนมากและสูญเสียโอกาสในการผลิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโซลูชันของ Altair นี้จะเข้ามาแก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างตรงจุด ด้วยการใช้เซ็นเซอร์ IoT ในการเก็บข้อมูลการทำงานของตลับลูกปืน เช่น สัญญาณการสั่นสะเทือน, อุณหภูมิ และข้อมูลอื่นๆ อีกมากมาย การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ด้วย AI ทำให้สามารถตรวจจับความผิดปกติที่อาจนำไปสู่ความเสียหายในอนาคตได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปแสดงผลบน Panopticon Dashboard ที่ใช้งานง่าย ช่วยให้ผู้ดูแลสามารถตัดสินใจได้อย่างฉับไว และหากตรวจพบสิ่งผิดปกติ ระบบจะแจ้งเตือนไปยังทีมที่เกี่ยวข้องทันทีผ่านอีเมลหรือ SMS ความสำเร็จของโซลูชันนี้พิสูจน์แล้วว่าสามารถลดการหยุดทำงานของเครื่องจักรได้อย่างมีนัยสำคัญ ด้วยการทำนายประเภทความเสียหายและความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ทำให้บริษัทสามารถวางแผนการซ่อมบำรุงเชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เพียงแค่ช่วยลดต้นทุนในการซ่อมแซม แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและวางแผนการจัดหาอะไหล่ได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย ที่มา: https://www.all-about-industries.com/detect-bearing-damage-early-a-454e7717c90ca97f0b5773ca521da493/ - [Dell เปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ รวม Cloud, Edge และ AI ไว้ในที่เดียว](https://www.manutalkthai.com/dell-unveils-new-platform-bringing-cloud-edge-and-ai-together/) - Dell ประกาศเปิดตัว Dell Automation Platform แพลตฟอร์มบริหารจัดการครบวงจรที่มาพร้อมกับคุณสมบัติโดดเด่นในการรวมศูนย์การควบคุม Private Cloud, Edge Computing และ AI ไว้ในอินเทอร์เฟซเดียว สามารถใช้งานได้ทั้งแบบติดตั้งในองค์กร (on-premises) หรือแบบบริการซอฟต์แวร์ (SaaS) เพื่อช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นและรวดเร็วกว่าที่เคย แพลตฟอร์มใหม่นี้พร้อมใช้งานแล้วและได้รวมเอาโซลูชัน Dell Private Cloud และ Dell NativeEdge เข้ามาด้วยกัน โดยคาดว่าจะรองรับโซลูชัน Dell AI เพิ่มเติมในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่ง Dell ระบุว่าแพลตฟอร์มนี้จะช่วยลดขั้นตอนและลดเวลาในการทำงานด้วยตนเองลงได้อย่างมาก โดยการสร้าง Private Cloud Cluster จะใช้เวลาเพียง 2.5 ชั่วโมง ลดขั้นตอนที่จำเป็นลงได้ถึง 90% เมื่อเทียบกับการตั้งค่าแบบเดิม Dell Automation Platform ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์องค์กรที่มีศูนย์ข้อมูลแบบกระจายตัวและมีจำนวนบุคลากรจำกัด โดยได้รวบรวมฟังก์ชันสำคัญต่าง ๆ เช่น การติดตั้งแบบไม่ต้องตั้งค่า (zero-touch onboarding), การจัดการข้อมูลสินทรัพย์จากส่วนกลาง, Dell - [Toyota จับมือ Stratasys ปฏิวัติวงการผลิต ชูเทคโนโลยี 3D Printing ยุคใหม่](https://www.manutalkthai.com/toyota-partners-with-stratasys-to-revolutionize-manufacturing-showcasing-next-generation-3d-printing-technology/) - Toyota ยกระดับการผลิตครั้งใหญ่ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Stratasys ผู้นำด้านเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ เพื่อผลักดันนวัตกรรมและเสริมศักยภาพพนักงานให้ก้าวทันโลกยุคใหม่ ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายหลักคือการนำเทคโนโลยี 3D Printing เข้ามาผสานในกระบวนการผลิตอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการเปลี่ยนจากแนวคิด (concept) สู่ชิ้นงานต้นแบบ (prototype) ที่ใช้งานได้จริงภายในวันเดียว จากเดิมที่ต้องใช้เวลานานหลายวัน ซึ่งเป็นผลจากความสัมพันธ์อันยาวนานกว่าทศวรรษระหว่างทั้งสองบริษัท ทำให้วิศวกรโตโยต้าสามารถเข้าถึงเครื่องพิมพ์ 3 มิติระดับอุตสาหกรรมและวัสดุประสิทธิภาพสูงจาก Stratasys ได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะพลาสติกสมรรถนะสูง ปัจจุบัน โรงงานโตโยต้าในอเมริกาเหนือใช้เครื่องพิมพ์ 3D จาก Stratasys หลากหลายรุ่น เช่น F3300, F900, J850, และ Fortus 450mc เพื่อผลิตเครื่องมือ (tools), อุปกรณ์ยึด (fixtures), และต้นแบบชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่มีความแข็งแรงทนทาน ช่วยให้ทีมงานในภาคสนามสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องพึ่งพาซัพพลายเออร์ภายนอกอีกต่อไป ลดปัญหาเรื่องระยะเวลารอคอย (long lead times) ที่ยาวนาน ส่วนสำคัญของนวัตกรรมนี้อยู่ที่ Toyota Add - [Ultimo ชี้ว่า AI กำลังเพิ่มความก้าวหน้าในการบำรุงรักษาสินทรัพย์ แต่ก็ยังต้องใช้ความเฉลียวฉลาดของมนุษย์](https://www.manutalkthai.com/ultimo-points-out-that-ai-is-advancing-asset-maintenance-but-it-still-requires-human-ingenuity/) - เทคโนโลยีเกิดใหม่ เช่น AI, การเรียนรู้ของเครื่อง (ML) และแฝดดิจิทัล (digital twins) กำลังพลิกโฉมการบริหารจัดการสินทรัพย์องค์กร (EAM) อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการบอกถึงภาพรวมตามรายงานแนวโน้มการบำรุงรักษาฉบับล่าสุดของ Ultimo อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหล่านี้ แต่ข้อมูลจากการสำรวจยังคงย้ำด้วยว่า การบำรุงรักษาสินทรัพย์ให้มีประสิทธิผลนั้นยังเป็นหัวใจสำคัญในความพยายามของมนุษย์ จากการสำรวจผู้เชี่ยวชาญด้านการบำรุงรักษากว่า 200 คนทั่วโลกล่าสุดได้แสดงให้เห็นถึงความสนใจเทคโนโลยียุคใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย นับตั้งแต่ Ultimo ได้จัดทำรายงานแนวโน้ม EAM ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2023 ต่อคำถามที่ว่า นวัตกรรมใดที่จะส่งผลเชิงบวกมากที่สุดต่อการบำรุงรักษาและแนวทางปฏิบัติทางธุรกิจ โดยในปี 2025 นี้ ผู้ตอบแบบสอบถามได้ระบุว่า ปัญญาประดิษฐ์เชิงบริบท (68%) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมเพียง 8% ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (49%) และการเรียนรู้ของเครื่อง (41%) ขณะที่ความสนใจด้านแฝดดิจิทัล เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจากการสำรวจครั้งล่าสุด โดยปัจจุบันอยู่ที่ 40% แม้จะเห็นถึงความก้าวหน้าในประเด็นเหล่านี้ แต่ความท้าทายด้านแรงงานยังคงเป็นข้อกังวลหลักขององค์กร ผู้ตอบแบบสอบถาม 63% ระบุว่าแรงงานที่มีอายุเป็นแนวโน้มเร่งด่วนที่สุดที่ส่งผลกระทบต่อกลยุทธ์การบำรุงรักษา ซึ่งเป็นสิ่งที่เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการถ่ายทอดความรู้และการวางแผนกำลังคน ผู้ตอบแบบสอบถามครึ่งหนึ่ง (50%) กล่าวว่า การสรรหาบุคลากรที่มีประสบการณ์เป็นปฐมแหตุของการเปลี่ยนแปลงในช่วงปีที่ผ่านมา - [OMRON เปิดตัว "DX1" ตัวช่วยธุรกิจ ลดความซับซ้อนของการใช้ข้อมูลในโรงงาน](https://www.manutalkthai.com/omron-launches-dx1-a-business-assistant-that-simplifies-data-use-in-factories/) - บริษัท OMRON Corporation ผู้นำด้านระบบอัตโนมัติในโรงงาน ประกาศเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในวันที่ 30 กันยายนนี้ นั่นคือ DX1 Data Flow Controller ซึ่งเป็นอุปกรณ์ควบคุมที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ผลิตสามารถเก็บ วิเคราะห์ และแสดงผลข้อมูลจากการปฏิบัติงานในโรงงานได้อย่างง่ายดาย โดยไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้านการเขียนโปรแกรม ปลดล็อกศักยภาพข้อมูล ลดปัญหาความยุ่งยาก ในยุคที่ IoT และการใช้ข้อมูล ณ สถานที่ปฏิบัติงานมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ผลิตต่างเผชิญกับแรงกดดันในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ความท้าทายหลักคือวิธีการเก็บข้อมูลที่ยังขาดมาตรฐาน และการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล OMRON จึงได้พัฒนา DX1 เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้โดยเฉพาะ โดยทำงานร่วมกับ Sysmac Automation Platform ของบริษัท เพื่อรวบรวมและแสดงผลข้อมูลจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เป็นภาพที่เข้าใจง่ายและเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจ ใช้งานง่าย เชื่อมต่อได้อย่างราบรื่น DX1 มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่โดดเด่นและเป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน: ใช้งานง่ายสำหรับทุกคน: มีหน้าจอที่ให้ผู้ใช้สร้างขั้นตอนการทำงานของข้อมูลได้ด้วยการลากวางบล็อกการประมวลผล ทำให้ผู้ที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญก็สามารถเริ่มต้นใช้งานได้ทันที เชื่อมต่อหลากหลาย: สามารถทำงานร่วมกับ PLC (Programmable Logic Controller) จากผู้ผลิตหลายรายในญี่ปุ่น ทำให้สะดวกต่อการนำไปใช้งานกับเครื่องจักรเดิมที่มีอยู่แล้วโดยไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมด - [เคมีภัณฑ์ยุคใหม่ใช้ AI-Digital Twin ยกระดับความปลอดภัย ลดอุบัติเหตุร้ายแรง](https://www.manutalkthai.com/modern-chemicals-use-ai-digital-twin-to-improve-safety-and-reduce-accidents-which-is-very-important/) - ในขณะที่อุตสาหกรรมเคมีทั่วโลกและในอินเดียกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ความเสี่ยงจากสารเคมีอันตรายก็เพิ่มขึ้นตามมา อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง IoT, AI, Machine Learning (ML) และ Digital Twin กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมวงการนี้ เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่า ก้าวสู่ยุค "ความปลอดภัยเชิงรุก" Digital Twin: เทคโนโลยีนี้ช่วยสร้างแบบจำลองเสมือนของโรงงานทั้งหมด ตั้งแต่ท่อส่งไปจนถึงเครื่องปฏิกรณ์ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบกระบวนการผลิตได้แบบเรียลไทม์ และจำลองสถานการณ์ "อะไรจะเกิดขึ้นถ้า..." เพื่อค้นหาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นก่อนจะกลายเป็นหายนะจริง AI และ ML: ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (ML) สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อคาดการณ์การชำรุดของอุปกรณ์ล่วงหน้า ป้องกันเหตุรั่วไหลหรือไฟไหม้ นอกจากนี้ยังสามารถคาดเดาความผิดพลาดที่อาจเกิดจากมนุษย์ ช่วยให้สามารถเข้าไปแก้ไขได้อย่างทันท่วงที IoT: ตรวจจับภัยเงียบตลอด 24 ชั่วโมง เซ็นเซอร์ IoT ที่ติดตั้งทั่วโรงงานจะส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับคุณภาพอากาศ การรั่วไหลของก๊าซ หรือแรงดันที่ผิดปกติไปยังทีมความปลอดภัย ทำให้สามารถรับมือกับเหตุฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ จากสถิติที่น่าห่วง สู่ความปลอดภัยที่ยั่งยืน ข้อมูลจากทางการอินเดียเผยว่าในทศวรรษที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุทางเคมีครั้งใหญ่ถึง 130 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 259 ราย และบาดเจ็บกว่า - [ธนาคารกรุงเทพ - บี.กริม รุกพลังงานสะอาดและ AI เตรียมขยายการลงทุนในเกาหลีใต้](https://www.manutalkthai.com/bangkok-bank-and-b-grimm-advance-clean-energy-and-ai-preparing-to-expand-investment-in-south-korea/) - เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา Nakwol Blue Heart บริษัทผู้พัฒนาโครงการกังหันลมในทะเลขนาดใหญ่ในเกาหลีใต้ ได้เปิดเผยว่า นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ได้เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมสถานที่ก่อสร้างโครงการกังหันลมในทะเลเมืองยองกวัง ระหว่างวันที่ 9 - 13 กันยายน การเดินทางครั้งนี้เป็นไปเพื่อติดตามความคืบหน้าของ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเลนัครวอล ซึ่งธนาคารกรุงเทพได้เข้าร่วมลงทุนด้วยเงินทุนกว่า 600,000 ล้านวอน (ประมาณ 16,000 ล้านบาท) โดยโครงการนี้จะติดตั้งกังหันลมทั้งหมด 64 ตัว กำลังการผลิตรวม 364.8 เมกะวัตต์ และตั้งเป้าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์บางส่วนภายในสิ้นปีนี้ และดำเนินการเต็มรูปแบบภายในสิ้นเดือนมิถุนายน 2569 นอกจากนี้ ยังมีนายฮาราลด์ ลิงค์ ประธานบริษัท บี.กริม ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสองของโครงการดังกล่าว ร่วมเดินทางตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ด้วย สะท้อนถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งของสององค์กรยักษ์ใหญ่จากไทย ตัวแทนของ Nakwol Blue Heart ระบุว่า ธนาคารกรุงเทพและบี.กริม กำลังพิจารณาขยายการลงทุนเพิ่มเติม ไม่เพียงแค่ในโครงการกังหันลมในทะเล แต่รวมถึงโครงการพลังงานหมุนเวียนและโครงการปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในเกาหลีใต้ด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีถึงการเติบโตของความร่วมมือด้านพลังงานและเทคโนโลยีระหว่างสองประเทศ - [ซูมไลออน ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำขนทัพเครื่องจักรและโซลูชันร่วมงาน BCT Expo 2025 [PR]](https://www.manutalkthai.com/zoomlion-at-bct-expo-2025-pr/) - กรุงเทพฯ ประเทศไทย 9 กันยายน 2568 - ซูมไลออน เฮฟวี่อินดัสทรี ประเทศไทยจำกัด สร้างความคึกคักในงาน BCT Expo 2025 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ด้วยการโชว์ศักยภาพผ่านเทคโนโลยีและเครื่องจักรรุ่นใหม่ ที่ได้รับความสนใจจากผู้รับเหมา วิศวกร และผู้ประกอบการทั้งในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ที่ขนมาจัดแสดงในปีนี้ ในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการในโครงการก่อสร้างต่าง อาทิ รถขุดไฮดรอลิกซีรีส์ G: รุ่น ZE36GU, ZE60G และ ZE215G ACE ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน ประสิทธิภาพสูง และลดต้นทุน รถกระเช้าเพื่อการทำงานบนที่สูง: ทั้ง Boom Lift และ X Lift ที่มาพร้อมมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด กลุ่มเครื่องจักรเพื่อการขนย้าย: ได้แก่ รถยก (Forklift) ทาวเวอร์เครน (Tower Crane) ที่ผสานระบบความปลอดภัยล้ำสมัยเข้ากับประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือกว่า Concrete Machinery: โซลูชันครบวงจรสำหรับงานคอนกรีตคุณภาพสูง Zoomlink แอปพลิเคชันอัจฉริยะที่ช่วยให้การติดตามสถานะเครื่องจักรและงานบริการเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว - [SIIT อัปเลเวลสู่ฮับแห่ง “Global Engineer” ชูกลยุทธ์ 5G ปั้นวิศวกรระดับเอ็กซเปิร์ต เทียบชั้นเวทีโลก เดินหน้า Outstanding Student Program แจกทุนการศึกษาตลอดหลักสูตรกว่า 100 ทุน หนุนโอกาสเด็กวิศวฯ – ดันไทยขึ้นแท่นผู้ผลิตกำลังคนคุณภาพสูงแห่งอาเซียน [PR]](https://www.manutalkthai.com/siit-globlan-engineer-outstanding-student-program-pr/) - สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (SIIT) เร่งปั้นบัณฑิตวิศวกรรมที่มีความเชี่ยวชาญระดับ Global Engineer ชูองค์ความรู้ภายใต้กลยุทธ์ 5G ได้แก่ Global Mindset , Global Skills , Global Network , Global Opportunity และ Global Impact ที่ผสานองค์ความรู้หลักสูตรอินเตอร์สอดรับ เทรนด์โลก หลอมวิธีคิดและความฉลาดทางวัฒนธรรมด้วยบรรยากาศการเรียนการสอนแบบนานาชาติ พร้อมผนึกความร่วมมือเครือข่ายมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกมากกว่า 90 แห่ง แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิชาการ ส่งนักศึกษาแลกเปลี่ยนและฝึกงานในต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังเดินหน้ายกระดับบัณฑิตเพื่อสร้างมาตรฐานระดับ Global standard เทียบชั้นผู้นำในอาเซียน พร้อมเปิดรับสมัครเด็กเรียนดีสอบชิงทุนการศึกษาประจำปี 2569 ผ่านโครงการสอบชิงทุนสำหรับนักเรียนที่มีผลการเรียนดีเลิศ หรือ Outstanding Student Program (OSP 2026) มากกว่า 100 ทุน ตั้งแต่วันนี้จนถึง 19 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญทั้งในด้านความก้าวหน้าสายอาชีพวิศวกรรม การเข้าสู่การทำงานในบริษัทระดับโลก และคอนเน็กชันระดับนานาชาติ - [โรงไฟฟ้า BLCP จับมือ ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง (REPCO) ร่วมลงนามความร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงมาใช้ในการเดินเครื่องจักรผลิตไฟฟ้าด้วยนวัตกรรมใหม่](https://www.manutalkthai.com/blcp-power-plant-partners-with-repco-to-sign-a-cooperation-agreement/) - นายยุทธนา เจริญวงศ์ (คนกลาง) กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP Power Limited) พร้อมด้วย ดร. พิเชษฐ์ ตั้งปัญญารัช (ที่ 3 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จำกัด (REPCO)ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง ทั้งด้านการตรวจสอบเชิงความเสี่ยง การบำรุงรักษาเชิงความน่าเชื่อถือ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การตรวจจับ การคาดการณ์ปัญหา และการจำลองด้านวิศวกรรมมาปรับใช้ในการดำเนินงานจริง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและยกระดับการเดินเครื่องจักร การบำรุงรักษา และความปลอดภัยของโรงไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสนับสนุนเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงและยั่งยืนทางพลังงานให้กับประเทศ โดยมีนายอดุลย์ อุดมวรวุฒิ (ที่ 2 จากซ้าย) รองผู้จัดการใหญ่โรงไฟฟ้า นายสุรเชษฐ รัตนาประเสริฐ (คนแรกซ้าย) ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายวิศวกรรม บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด นายวริทธิ์ กฤตผล(ที่ 2 จากขวา) ผู้อำนวยการ - [ก้าวสำคัญของไทย! ใช้ AI และดาวเทียมสู้ฝุ่น PM2.5 คาดการณ์ล่วงหน้าได้ 7 วัน](https://www.manutalkthai.com/thailands-important-step-using-ai-and-satellites-to-fight-pm2-5-dust-predicting-7-days-in-advance/) - วิกฤตฝุ่น PM2.5 ที่สร้างความเดือดร้อนให้ทั่วประเทศมาอย่างยาวนานกำลังจะได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบมากขึ้น เมื่อกรมควบคุมมลพิษ (คพ.), สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.), และบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงเพื่อพัฒนา "แพลตฟอร์มบริหารจัดการมลพิษทางอากาศ" โดยนำเทคโนโลยี AI และดาวเทียมมาใช้ในการพยากรณ์และบริหารจัดการปัญหามลพิษ ความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์นี้จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนจากการรับมือแบบตั้งรับ มาเป็นการจัดการเชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะมีการนำข้อมูลจากดาวเทียม ข้อมูลอุตุนิยมวิทยา และข้อมูลจากสถานีตรวจวัดภาคพื้นดิน มาวิเคราะห์ร่วมกับ AI และ Machine Learning เพื่อสร้างแบบจำลองในการพยากรณ์สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่เสี่ยงได้ล่วงหน้าถึง 7 วัน ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐและประชาชนสามารถเตรียมรับมือได้อย่างทันท่วงที การนำเทคโนโลยี AI และดาวเทียมมาใช้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ภาครัฐและประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นการยกระดับบทบาทของเทคโนโลยีอวกาศให้เข้ามามีส่วนช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยตรง แม้ว่าการแก้ไขปัญหา PM2.5 จะยังคงมีความซับซ้อนจากหลายปัจจัย ทั้งการเผาในภาคการเกษตร การจราจร และการปล่อยมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม แต่การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อการจัดการเชิงรุกในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูประบบบริหารจัดการคุณภาพอากาศของไทยในระยะยาว เพื่อให้คนไทยมีอากาศสะอาดหายใจได้อย่างยั่งยืน ที่มา: https://asianews.network/satellite-technology-and-ai-provide-new-solutions-for-tackling-pm2-5-pollution-in-thailand/ - [Tapway บุกตลาดไทย! จับมือ 3 บริษัทชั้นนำ เพื่อส่งเสริม Vision AI ในหลากหลายอุตสาหกรรมไทย](https://www.manutalkthai.com/tapway-enters-the-thai-market-partners-with-three-leading-companies-to-promote-vision-ai-across-various-thai-industries/) - บริษัท Tapway ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Vision AI ชื่อดังจากมาเลเซีย ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ 3 พันธมิตรยักษ์ใหญ่ของไทย ได้แก่ Advantech, Appomax และ S I Media เพื่อขยายเครือข่ายและนำเทคโนโลยี AI ล้ำสมัยเข้าสู่ประเทศไทยอย่างเต็มตัว การผนึกกำลังในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ Tapway ในการเจาะตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการขยายธุรกิจในสิงคโปร์และอินโดนีเซียมาก่อนหน้านี้ โดยมีเป้าหมายที่จะนำเทคโนโลยี Vision AI ไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการค้าปลีก, การผลิต, โลจิสติกส์ และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ Lim Chee How ซีอีโอของ Tapway เปิดเผยว่า การร่วมมือกับพันธมิตรในไทยจะช่วยให้การกระจายแพลตฟอร์ม SamurAI เป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น ด้วยความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคและการสนับสนุนจากพันธมิตรในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจในไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้ง่ายขึ้น แพลตฟอร์ม SamurAI ของ Tapway โดดเด่นด้วยการใช้งานที่ง่าย ไม่ต้องเขียนโค้ด ทำให้ธุรกิจสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์ภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อยกระดับความปลอดภัย ประสิทธิภาพการทำงาน และการปฏิบัติตามกฎระเบียบต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว - [“SCBX” จับมือ “MIT” ยักษ์ใหญ่ “AI” ร่วมก่อตั้งโครงการ FinTechAI@CSAIL ลุยพัฒนา AI สำหรับการเงินแห่งอนาคต](https://www.manutalkthai.com/scbx-partners-with-ai-giant-mit-to-establish-the-fintechaicsail-project-to-develop-ai-for-the-future-of-finance/) - ข่าวดีสำหรับวงการฟินเทคไทย! บริษัท SCBX ได้ประกาศเข้าร่วมเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งโครงการวิจัย FinTechAI@CSAIL ซึ่งเป็นโครงการที่นำโดยสถาบันวิจัยชั้นนำระดับโลกอย่าง Computer Science and Artificial Intelligence Laboratory (CSAIL) ของสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) สรุปประเด็นสำคัญ: SCBX เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ FinTechAI@CSAIL โครงการนำโดยสถาบันวิจัย CSAIL จาก MIT เป้าหมายเพื่อพัฒนา AI สำหรับระบบการเงินแห่งอนาคต มีสถาบันการเงินและองค์กรเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกเข้าร่วมมากมาย สะท้อนบทบาทผู้นำด้านนวัตกรรมของ SCBX ในระดับนานาชาติ ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้มีเป้าหมายเพื่อสำรวจว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามาพลิกโฉมอนาคตของระบบการเงินโลกได้อย่างไรบ้าง โดย SCBX จะเป็นตัวแทนจากประเทศไทยเพียงรายเดียวที่ได้ร่วมในโครงการนี้ ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของไทยในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการเงินระดับสากล คุณกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายนวัตกรรมของ SCBX และ CEO ของ SCB 10X จะเป็นผู้แทนเข้าร่วมในโครงการวิจัยนี้ ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกจากสถาบันการเงินและองค์กรเทคโนโลยีชั้นนำ เช่น American Express, Bank of America, - [AI อุตสาหกรรมในภาคการผลิต กำลังจะเติบโตแบบก้าวกระโดด คาดมูลค่าตลาดแตะ 5.6 ล้านล้านบาทในปี 2030](https://www.manutalkthai.com/industrial-ai-in-the-manufacturing-sector-is-set-to-grow-exponentially-with-the-market-value-expected-to-reach-5-6-trillion-baht-by-2030/) - รายงานล่าสุดจาก IoT Analytics เผยว่าตลาดปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับอุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังจะเติบโตอย่างน่าทึ่ง โดยคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 153,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 5.6 ล้านล้านบาท) ในปี 2030 จากเดิมที่มีมูลค่า 43,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2024 คิดเป็นการเติบโตเฉลี่ยทบต้นถึง 23% ต่อปี แม้ในปัจจุบันการใช้จ่ายด้าน AI ในภาคการผลิตจะคิดเป็นเพียง 0.1% ของรายได้ทั้งหมด แต่ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่เป็นเพียงโครงการนำร่องเล็ก ๆ ตอนนี้ AI ได้กลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญระดับผู้บริหารสูงสุด (CEO) ที่พร้อมทุ่มงบประมาณและทรัพยากรเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล และนำ AI ไปใช้ในงานที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนแล้ว เช่น การตรวจสอบคุณภาพสินค้า ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าในอดีตหลายบริษัทเคยผิดหวังกับการนำ AI มาใช้ เพราะยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน แต่ปัจจุบันสถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง ทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมมากขึ้น ความรู้ความเข้าใจของพนักงานที่ดีขึ้น และเทคโนโลยีที่เริ่มให้ประโยชน์ที่จับต้องได้จริง ทำให้ผู้ผลิตเริ่มพัฒนาแผนกลยุทธ์ด้าน AI ของตัวเองอย่างจริงจัง นอกจากนี้ การมาของ "Industrial Copilots" - [Apple เพิ่มกำลังผลิต iPhone 17 ในอินเดีย คาดทำยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์](https://www.manutalkthai.com/apple-increases-iphone-17-production-in-india-expecting-record-sales/) - iPhone 17 กำลังจะเขย่าตลาดอินเดียให้สั่นสะเทือน เมื่อ Apple เร่งเดินหน้าผลิตสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้ในโรงงานถึง 5 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงโรงงานแห่งใหม่ของ Foxconn ในเมืองเบงกาลูรูที่ทุ่มงบลงทุนถึง 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นโรงงานผลิต iPhone ที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากประเทศจีน การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเพิ่มกำลังการผลิต แต่ยังเป็นการยืนยันบทบาทสำคัญของอินเดียในห่วงโซ่อุปทานของ Apple อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่ตลาดโลกต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเทศกาลเฉลิมฉลองที่กำลังจะมาถึงในอินเดีย จะเป็นตัวกระตุ้นยอดขาย iPhone 17 ให้พุ่งทะยานสู่สถิติใหม่ โดยเฉพาะรุ่น iPhone 17 Air และ iPhone 17 Pro ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่หมดจดและประสิทธิภาพที่เหนือกว่า ไม่ว่าจะเป็นบอดี้ไทเทเนียมที่แข็งแกร่งทนทาน หน้าจอ Super Retina XDR หรือนวัตกรรมกล้องที่ก้าวล้ำ ทำให้รุ่นใหม่นี้เป็นที่จับตาของนักวิเคราะห์ว่าจะสามารถดึงดูดใจผู้ใช้งานรุ่นเก่าให้เปลี่ยนมาใช้ iPhone 17 ได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ การที่ Apple ผลิต iPhone ในประเทศอินเดียมากขึ้น จะช่วยลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ - [Shimadzu เปิดตัวเครื่องวิเคราะห์รุ่นใหม่ "LCMS-8065XE" พลัง AI ยกระดับความแม่นยำและความยั่งยืน](https://www.manutalkthai.com/shimadzu-launches-new-ai-powered-analyzer-the-lcms-8065xe-to-enhance-accuracy-and-sustainability/) - ชิมาดสุ ไซเอนทิฟิก อินสตรูเมนท์ส (Shimadzu Scientific Instruments) ประกาศเปิดตัวเครื่องวิเคราะห์รุ่นล่าสุด LCMS-8065XE ซึ่งถือเป็นอีกขั้นของวิวัฒนาการในกลุ่มเครื่อง Triple Quadrupole Mass Spectrometry ที่จะเข้ามาพลิกโฉมการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ให้เหนือชั้นกว่าเดิม ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่เน้นย้ำเรื่อง ความไว, ประสิทธิภาพ และความยั่งยืน เครื่อง LCMS-8065XE โดดเด่นด้วยนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นใหม่เพื่อส่งมอบความสามารถในการทำงานที่เหนือกว่าอย่างครบวงจร ได้แก่ เทคโนโลยี StreamFocus ช่วยลดการกระจายของละอองสาร ทำให้ใช้ก๊าซลดลงถึง 7 เท่า และยังเพิ่มความไวในการวิเคราะห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโหมด Negative IonFocus Unit ทำหน้าที่เป็นเสมือนประตูคัดเลือกไอออน ทำให้ไอออนเป้าหมายถูกนำเข้าสู่ระบบได้อย่างแม่นยำ ในขณะที่ไอออนที่ไม่เกี่ยวข้องถูกกำจัดออกไป ช่วยให้การวิเคราะห์มีความแม่นยำสูง แม้ตัวอย่างจะมีความซับซ้อน UFsweeper IV Collision Cell เพิ่มประสิทธิภาพในการส่งผ่านไอออน ส่งผลให้ได้ข้อมูลที่มีความแม่นยำและไวขึ้น นอกเหนือจากความแม่นยำด้านเทคนิค LCMS-8065XE ยังโดดเด่นด้วยการประยุกต์ใช้ ระบบ AI อัจฉริยะ (AI-Powered Intelligence) เข้ามาช่วยในด้านการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นระบบ Performance - [DIGITIMES บอกว่า หุ่นยนต์มนุษย์ได้รับความนิยมมากขึ้น แต่ต้นทุนด้านฮาร์ดแวร์ยังหน่วงการใช้งานไม่ให้แพร่หลาย](https://www.manutalkthai.com/digitimes-says-humanoid-robots-are-becoming-more-popular-but-hardware-costs-are-still-holding-back-their-widespread-adoption/) - เมื่อ Nvidia กำหนดกรอบแนวคิด AI คลื่นลูกใหม่ว่าเป็น “AI ทางกายภาพ” นี่จึงเป็นการจุดชนวนความสนใจด้านหุ่นยนต์มนุษย์กันอย่างล้นหลาม และเร่งความพยายามในการพัฒนาไปทั่วโลก อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดของ DIGITIMES ระบุว่าหุ่นยนต์เหล่านี้คิดเป็นเพียง 0.2% ของตลาดหุ่นยนต์โลกในปี ค.ศ. 2025 นี้ โดยที่การใช้งานยังคงเน้นเฉพาะกลุ่มโลจิสติกส์ คลังสินค้า และการผลิต ซึ่งต่างไปจากการใช้งานในวงกว้างทั่วไปในหลายภาคส่วน AI ช่วยเร่งพัฒนา แต่ต้นทุนการผลิตยังสูงเกินไป ในรายงาน “Humanoid robotics, 2025 - Market trends, critical components & strategic shifts” ทำให้เห็นถึงความก้าวหน้าด้าน AI ที่กำลังทำให้วงจรการออกแบบหุ่นยนต์มนุษย์สั้นลง โดย AI ช่วยให้นักพัฒนาสามารถจำลองและปรับแต่งความสามารถที่ซับซ้อนได้ก่อนที่จะสร้างต้นแบบทางกายภาพ เช่น การทรงตัวสองขา หรือการถือวัตถุที่มีความละเอียดอ่อน ซึ่งการใช้แนวทางที่เน้นการทำงานแบบเสมือนจริงนี้จะช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการลองผิดลองถูกทางวิศวกรรม ในขณะเดียวกันก็ช่วยยกระดับการรับรู้และการตัดสินใจของหุ่นยนต์ การใช้งานในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เนื่องจากความสำเร็จในการจำลองสถานการณ์ไม่ใช่ใบรับประกันความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ โดยที่การใช้งานจริงยังถูกจำกัดไว้ด้วยต้นทุนการผลิตที่สูง ความต้องการด้านการรับรู้สัมผัสและการประมวลผลที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้องใช้ชิปและเซนเซอร์มากขึ้น - [Kintone จัดงาน Kintone Days 2025: AI NEXTREAM นำทัพกว่า 400 ผู้นำองค์กร ร่วมขับเคลื่อนอนาคต AI ของประเทศไทย](https://www.manutalkthai.com/kintone-days-2025-ai-nextream/) - เพื่อเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการพัฒนา AI ของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม บริษัท Cybozu Inc. และบริษัท Kintone (Thailand) จำกัด ได้จัดงาน Kintone Days Global 2025: AI NEXTREAM โดยได้รวบรวมผู้นำธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีกว่า 300 คน ที่ True Digital Park เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา งานนี้มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากแนวคิดสู่การลงมือปฏิบัติจริง โดยเผยแพร่โซลูชัน No-Code ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรธุรกิจของไทย โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถนำ Generative AI เข้าไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เปิดตัว Kintone AI Lab โซลูชัน AI สำหรับทุกคน ในงาน Kintone Days ได้มีการประกาศเปิดตัว Kintone AI Lab โซลูชันใหม่ที่ช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้งาน Generative AI ได้อย่างง่ายดาย - [BYD ส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า “Made in Thailand” ล็อตแรกสู่ตลาดยุโรป ตอกย้ำไทยสู่ฮับ EV โลก](https://www.manutalkthai.com/byd-exports-first-batch-of-made-in-thailand-electric-vehicles-to-the-european-market-reinforcing-thailands-position-as-a-global-ev-hub/) - BYD แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำจากจีน สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าล็อตแรกจำนวน 959 คันจากโรงงานในประเทศไทยสู่ทวีปยุโรปอย่างเป็นทางการ ตอกย้ำยุทธศาสตร์ของไทยในการก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต เรือลำแรกออกเดินทาง: จากไทยสู่ยุโรป เรือ BYD Zhengzhou ซึ่งเป็นเรือขนส่งของ BYD เอง ได้บรรทุกรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น Dolphin ซึ่งเป็นรุ่นพวงมาลัยซ้าย จำนวน 959 คัน ออกเดินทางจากท่าเรือในจังหวัดชลบุรี มุ่งหน้าสู่ตลาดยุโรปเป็นครั้งแรก โดยมีปลายทางที่เยอรมนี เบลเยียม และเนเธอร์แลนด์ ความพร้อมของไทยในฐานะศูนย์กลาง EV โรงงานของ BYD ในจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นฐานการผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งแรกในต่างประเทศของ BYD มีกำลังการผลิตสูงถึง 150,000 คันต่อปี และเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โรงงานแห่งนี้เพิ่งฉลองการส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่ครบ 90,000 คันไปหมาด ๆ การส่งออกไปตลาดยุโรปเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันระดับโลกของสินค้า 'Made in Thailand' และตอกย้ำบทบาทที่สำคัญยิ่งของไทยในห่วงโซ่อุปทานยานยนต์พลังงานใหม่ระดับโลก ที่มา: https://global.chinadaily.com.cn/a/202508/26/WS68ad1cffa3108622abc9d2ae.html - [ปฏิวัติวงการผลิต! Microsoft ผสาน AI ลงใน Business Central ช่วย SMEs ทำงานฉลาดขึ้น ประหยัดขึ้น และเร็วขึ้น](https://www.manutalkthai.com/microsoft-integrates-ai-into-business-central-to-help-smes-work-smarter-cheaper-and-faster/) - ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ประกาศยกระดับ Dynamics 365 Business Central แพลตฟอร์ม ERP บนคลาวด์สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ด้วยการผสานเทคโนโลยี AI เข้ามาอย่างเต็มรูปแบบ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการโรงงานได้อย่างชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เมื่อ AI คือ “ผู้ช่วย” ที่รู้ใจในโรงงาน ในอดีต ธุรกิจการผลิตขนาดเล็กมักต้องพึ่งพาการจัดการด้วยระบบแบบเดิม ๆ อย่างสเปรดชีต ทำให้มองเห็นภาพรวมได้ยาก และตอบสนองต่อปัญหาได้ช้า แต่ด้วยการนำ AI อย่าง Copilot มาใช้ใน Business Central สถานการณ์เหล่านี้กำลังจะเปลี่ยนไป Copilot ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงเครื่องมือ แต่เปรียบเสมือน “เพื่อนร่วมงาน” ที่ช่วยยกระดับการทำงานให้ง่ายขึ้นกว่าที่เคย ผู้ใช้งานสามารถสั่งงานหรือสอบถามด้วยภาษาพูดปกติ เช่น “สินค้าตัวไหนมีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นในเดือนนี้?” และได้รับคำตอบในทันที Copilot ยังช่วยในด้านอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น: คาดการณ์ความต้องการ: วิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังเพื่อคาดการณ์แนวโน้มความต้องการของตลาดได้อย่างแม่นยำ จัดการต้นทุน: แจ้งเตือนการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนล่วงหน้า ช่วยให้สามารถควบคุมราคาและรักษาอัตรากำไรได้ วางแผนการผลิต: สร้างตารางการผลิตที่เหมาะสมที่สุด - [ย้อนรอยประวัติศาสตร์! Microsoft ปล่อยโค้ดต้นฉบับ BASIC 1.1 ปี 1978 ที่เขียนขึ้นโดย บิลล์ เกตส์ (Bill Gates)](https://www.manutalkthai.com/microsoft-released-the-original-code-for-basic-1-1-in-1978-written-by-bill-gates/) - ไมโครซอฟท์ (Microsoft) สร้างความฮือฮาให้กับวงการคอมพิวเตอร์ย้อนยุค (Retro Computing) ด้วยการประกาศปล่อยโค้ดต้นฉบับ BASIC 1.1 ปี 1978 ที่เขียนขึ้นโดย บิลล์ เกตส์ (Bill Gates) ให้เป็นสาธารณะแบบ Open-source (MIT license) บน GitHub กำเนิดภาษาคอมพิวเตอร์ของมหาชน สำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ยุค 70s และ 80s BASIC (Beginner’s All-purpose Symbolic Instruction Code) ไม่ได้เป็นแค่ภาษาโปรแกรมมิง แต่เปรียบเสมือน “ระบบปฏิบัติการ” ที่ช่วยให้ผู้คนนับล้านได้สัมผัสกับโลกของการเขียนโค้ดเป็นครั้งแรก คอมพิวเตอร์บ้านในตำนานหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Apple II, Commodore PET, VIC-20 หรือแม้แต่ Commodore 64 ล้วนมีหัวใจสำคัญอยู่ที่ 6502 BASIC ที่พัฒนาโดยไมโครซอฟท์สำหรับ CPU MOS 6502 โดยเฉพาะ การเจรจาธุรกิจครั้งประวัติศาสตร์ของ - [DigiTech ASEAN Thailand และ AI Connect 2025เวทีแสดงสินค้าและสัมมนาด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลระดับอาเซียน ภายใต้แนวคิด“Digital Solutions for Business” [Guest Post]](https://www.manutalkthai.com/digitech-asean-thailand-and-ai-connect-2025-guest-post/) - ภายในงานมีการจัดแสดงเทคโนโลยีและโซลูชันล่าสุด ขยายโอกาสทางธุรกิจในระดับภูมิภาค ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ให้บริการเทคโนโลยีกับผู้ประกอบการยุคใหม่ โปรแกรมจับคู่เจรจาธุรกิจแบบตัวต่อตัวระหว่างผู้ให้บริการเทคโนโลยีกับผู้ซื้อที่มีศักยภาพ พบกับเวทีสัมมนาครอบคลุมเทรนด์ล่าสุดทั้ง Digital Transformation ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และนวัตกรรมเฉพาะอุตสาหกรรม ภายในงานครอบคลุมโซลูชันด้านเทคโนโลยีหลัก 6 กลุ่ม ได้แก่: ซอฟต์แวร์เพื่อธุรกิจ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ อีคอมเมิร์ซและการตลาดดิจิทัล ดาต้าและคลาวด์ สมาร์ทโซลูชันและ IoT ปัญญาประดิษฐ์ (AI) – เทคโนโลยีที่กำลังเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจยุคใหม่ 19-21 พฤศจิกายน 2568 ณ ฮอลล์ 7-8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ลงทะเบียนเข้างานฟรีได้ที่:https://digitechasean.com/visitor-registration/?campaign=TTT สนใจร่วมแสดงโซลูชันกับเรา:https://digitechasean.com/book-your-stand/ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อคุณ สาธิยา แก้วอบเชย (ใหม่)โทร : 02-833-6392อีเมล: sathiyak@impact.co.thเว็บไซต์: www.digitechasean.com - [Cisco จับมือ NVIDIA และ VAST เปิดตัวโซลูชัน “Secure AI Factory” เร่งเครื่อง AI อัจฉริยะให้ทำงานได้รวดเร็วดุจสายฟ้า](https://www.manutalkthai.com/cisco-partners-with-nvidia-and-vast-to-launch-secure-ai-factory-solution/) - ซิสโก้ (Cisco) จับมือกับยักษ์ใหญ่อย่าง NVIDIA และ VAST Data เปิดตัวโซลูชันสุดล้ำ “Cisco Secure AI Factory with NVIDIA” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างรากฐานโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI โดยเฉพาะ พร้อมปลดล็อกศักยภาพของ “Agentic AI” หรือ AI อัจฉริยะที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ในระดับองค์กรได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ Agentic AI คืออะไรและสำคัญอย่างไร? Agentic AI คือ AI ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของแชทบอทธรรมดา แต่สามารถทำงานได้หลากหลายขั้นตอนเพื่อแก้ปัญหาทางธุรกิจที่ซับซ้อน เช่น การค้นหาข้อมูล, การวิเคราะห์, และการตัดสินใจได้อย่างเป็นระบบ แต่ความท้าทายที่สำคัญคือ AI เหล่านี้ต้องเข้าถึงข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย โซลูชันใหม่จากซิสโก้: เร็วแรงทะลุมิติ โซลูชันล่าสุดนี้จะเข้ามาช่วยเร่งการทำงานของ RAG (Retrieval-Augmented Generation) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ Agentic AI ให้ทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น จากเดิมที่ใช้เวลาเป็นนาทีก็เหลือเพียงไม่กี่วินาที ทำให้ AI สามารถตอบสนองต่อคำสั่งและเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะข้อมูลทางธุรกิจที่ต้องการความฉับไว หัวใจหลักของโซลูชันนี้คือ - [Samsung Display เปิดตัวจอ OLED แห่งนวัตกรรม พร้อมแบรนด์ใหม่ 'DRIVE'](https://www.manutalkthai.com/samsung-display-unveils-innovative-oled-displays-with-new-brand-drive/) - Samsung Display (SDC) สร้างความฮือฮาในงาน IAA MOBILITY 2025 ด้วยการเปิดตัวจอแสดงผล OLED สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมเผยโฉมแบรนด์ใหม่ในชื่อ "DRIVE" ที่สะท้อนถึงการก้าวขึ้นสู่ผู้นำในตลาดจอแสดงผลยานยนต์ ห้องโดยสารดิจิทัลแห่งอนาคต SDC ได้สาธิตแนวคิดห้องโดยสารดิจิทัล (Digital Cockpit) ที่ผสานจอ OLED เข้ากับทุกส่วนภายในรถได้อย่างลงตัว โดยมีไฮไลท์ที่น่าสนใจดังนี้: จอหน้าปัดแบบเคลื่อนที่ได้ (Moving Cluster OLED): จอขนาด 10.25 นิ้ว ที่จะทำหน้าที่เป็นหน้าปัดรถตามปกติ และสามารถเลื่อนเก็บใต้คอนโซลได้เมื่อจอดรถ เพื่อความสวยงามและปลอดภัย จอแสดงผลขนาดใหญ่สำหรับผู้โดยสาร (Passenger Display): จอขนาดยาวถึง 34 นิ้ว ที่ทอดตัวตลอดแนวกระจกหน้า ทำหน้าที่เป็นทั้งจอข้อมูลกลางและจอสำหรับผู้โดยสาร โดยสามารถแสดงผลได้ทั้งแบบจอเดียวหรือแบ่งเป็นสองจออิสระ และมาพร้อมเทคโนโลยี Flex Magic Pixel ที่ช่วยลดการมองเห็นจากมุมด้านข้างเพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิคนขับ จอควบคุมรูปตัว L (L-shaped OLED): จอโค้งขนาด 14.4 นิ้ว ติดตั้งบริเวณคอนโซลกลาง ทำให้การควบคุมระบบต่างๆ - [Alibaba Cloud นำทัพสตาร์ทอัพหุ่นยนต์จีนระดมทุนเกือบ 4 พันล้านบาท สู่ยุคหุ่นยนต์รับใช้ในบ้าน](https://www.manutalkthai.com/alibaba-cloud-leads-chinese-robot-startups-in-funding-of-nearly-4-billion-baht-ushering-in-the-era-of-home-robots/) - X Square Robot สตาร์ทอัพหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สัญชาติจีน ประกาศระดมทุนรอบใหม่ได้กว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,600 ล้านบาท) โดยมี Alibaba Cloud เป็นผู้ลงทุนหลัก ตอกย้ำถึงความร้อนแรงของตลาดหุ่นยนต์ในครัวเรือน การระดมทุนครั้งนี้นับเป็นครั้งที่แปดของบริษัทที่ก่อตั้งมายังไม่ถึงสองปี ทำให้ยอดเงินลงทุนรวมสูงถึง 2 พันล้านหยวน (ราว 280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 10,000 ล้านบาท) โดยมีนักลงทุนรายใหญ่เข้าร่วมด้วย เช่น HongShan (อดีต Sequoia Capital China) และ Meituan วิสัยทัศน์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI หยาง เฉียน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของบริษัท เปิดเผยว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมตระหนักแล้วว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) คือหัวใจสำคัญ ที่จะช่วยให้หุ่นยนต์สามารถทำงานที่ซับซ้อนและหลากหลายมากขึ้น โดยบริษัทได้เปิดตัว Wall-OSS ซึ่งเป็น โมเดล AI แบบโอเพนซอร์สสำหรับหุ่นยนต์ เป็นครั้งแรกของโลก เพื่อให้นักพัฒนาสามารถเข้าถึงและนำไปต่อยอดได้ฟรี บริษัทคาดการณ์ว่า "หุ่นยนต์รับใช้" - [MediaTek ปฏิเสธข่าวลือ NVIDIA ทุ่มซื้อกิจการกว่า 2.6 ล้านล้านบาท](https://www.manutalkthai.com/mediatek-denies-rumors-of-nvidias-2-6-trillion-acquisition/) - บริษัท MediaTek ผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่ของไต้หวัน ออกมาปฏิเสธข่าวลือที่สะพัดไปทั่วตลาดว่าบริษัทจะถูก NVIDIA เข้าซื้อกิจการในมูลค่าสูงถึง 73,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.6 ล้านล้านบาท) ข่าวลือดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่สองบริษัทได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการพัฒนา "GB10" ซึ่งเป็นชิปสำหรับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ รวมถึงการออกแบบ CPU และ GPU ร่วมกัน ทำให้เกิดกระแสคาดเดาในวงการเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม การเข้าซื้อกิจการในระดับนี้อาจเผชิญกับการตรวจสอบที่เข้มงวดจากหน่วยงานกำกับดูแลระหว่างประเทศ ขณะที่ข่าวลือยังคงเป็นที่พูดถึง MediaTek ยืนยันว่าบริษัทยังคงเดินหน้าตามแผนธุรกิจที่วางไว้ ซึ่งรวมถึงการเตรียมเปิดตัวชิปรุ่นเรือธงตัวต่อไปอย่าง "Dimensity 9500" ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าบริษัทไม่ได้มีแผนที่จะถูกควบรวมกิจการแต่อย่างใด ที่มา: https://technode.com/2025/09/06/mediatek-denies-73-billion-acquisition-by-nvidia/ - [ผลสำรวจล่าสุดของ ABB: ประเทศไทยกำลังก้าวก้าวสู่ผู้นำระดับภูมิภาคด้วยแผนการที่แข็งแกร่งและการลงทุนที่เพิ่มขึ้น](https://www.manutalkthai.com/abbs-latest-survey-thailand-on-the-verge-of-becoming-a-regional-leader-with-strong-plans-and-increased-investments/) - ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นสู่บทบาทผู้นำในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างน่าจับตา จากผลการศึกษาล่าสุดของ ABB ในหัวข้อ "ดัชนีความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านพลังงานของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2025" การศึกษาพบว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งที่สำคัญคือ แผนการที่ยืดหยุ่นและวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล โดยผู้นำในภาคพลังงานถึง 80% ยืนยันว่าแผนงานของพวกเขายังคงดำเนินไปตามเป้าหมาย แม้จะเผชิญกับความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก สะท้อนถึงเสถียรภาพเชิงกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนยังคงเป็นไปอย่างรวดเร็ว ผู้นำถึง 77% คาดว่าองค์กรของตนจะใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ในอีก 5 ปีข้างหน้า และปัจจุบันมีถึง 39% ที่ใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของพลังงานทั้งหมด ซึ่งสอดคล้องกับร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP2024) ที่ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในกำลังการผลิตไฟฟ้าให้เป็น 51% ภายในปี 2037 ปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านนี้คือ เทคโนโลยี ผู้นำในภาคพลังงาน 65% ระบุว่าเทคโนโลยีเป็นตัวเร่งที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติ ที่ผู้นำถึง 69% มองว่าเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยที่มุ่งผลักดันด้านดิจิทัลและ AI อย่างจริงจัง จากการที่องค์กรในไทย 74% วางแผนจัดสรรเงินลงทุนมากกว่า 10% ของงบประมาณทั้งหมดเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานในอีก 5 ปีข้างหน้า - [ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ชวนผู้ประกอบการไทยก้าวสู่การเป็น Impact Maker ปั้นโรงงาน ผลิตน้ำตาลอัจฉริยะที่ยั่งยืน ใน “ชูการ์เร็ก ไทยแลนด์ 2025” ครั้งใหญ่แห่งเอเชีย](https://www.manutalkthai.com/schneider-electric-sugarex-thailand-2025-event-promotion/) - ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ในการจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ ชวนทุกคนร่วมเป็นผู้สร้างผลกระทบเชิงบวกในภาคอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพในงานมหกรรมแสดงสินค้าด้านการเกษตร อ้อย น้ำตาลและเอทานอลใหญ่สุดในภูมิภาคเอเชีย “ชูการ์เร็ก ไทยแลนด์ 2025” ระหว่างวันที่ 11-12 กันยายน 2568 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ (KICE) ขอนแก่น ชูการ์เร็ก ไทยแลนด์ 2025 (Sugarex Thailand 2025) จัดขึ้นเป็นปีที่ 10 โดยรวบรวมบริษัทชั้นนำจากต่างประเทศที่มีเทคโนโลยีสำหรับการผลิตน้ำตาล เอทานอลรวมถึง เครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับการเกษตรครบวงจร รวมถึงการจัดประชุมนานาชาติอุตสาหกรรมน้ำตาล กิจกรรมจับคู่ธุรกิจสำหรับผู้ผลิตและนักลงทุน นอกจากนี้ยังมีเวทีสัมมนาให้ความรู้ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลประยุกต์ใช้กับธุรกิจเพื่อสร้างผลกำไรและการเติบโตที่ยั่งยืน ทั้งนี้ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ร่วมสนับสนุนและแลกเปลี่ยนมุมมองในหัวข้อ “Smart Sugar Factories : EcoStruxure for Sugar ช่วยทรานส์ฟอร์มเมชั่นข้อมูลเพื่อสร้างประสิทธิภาพสูงสุด กำไรและความยั่งยืนได้อย่างไร” โดย เยอร์เกน เนปเป หัวหน้ากลุ่มธุรกิจย่อยด้านน้ำตาลและเชื้อเพลิงชีวภาพฝ่ายธุรกิจอุตสาหกรรม ชไนเดอร์ อิเล็คทริค และหัวข้อ “Smart Digital - [ไทยยูเนี่ยน และ ไอ-เทล คว้า 2 รางวัล จากเวทีสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 14](https://www.manutalkthai.com/tu-itc-win-the-moral-awards/) - นายสุกฤษฎิ์ แก่นดี ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และนายประพนธ์ ประยูรนิรามัย ผู้อำนวยการด้านอาหารสัตว์เลี้ยง บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนเข้ารับรางวัลเกียรติยศองค์กรส่งเสริมคุณธรรมด้วยระบบ Moral Credit ภาคเอกชน ในงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 14 จัดโดยศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) โดยมีนายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม 1 เมืองทองธานี รางวัลดังกล่าวเกิดจากความสำเร็จของโครงการสร้างเสริมสุขภาวะองค์กร (Happy Workplace) ที่ทั้งสองบริษัทได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมพัฒนาความสุขในองค์กร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตการทำงานของพนักงาน และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืน - [ไทยขึ้นแท่นศูนย์กลาง PCB แห่งใหม่ของโลก รับการลงทุน AI Factory](https://www.manutalkthai.com/thailand-becomes-the-worlds-new-pcb-hub-receiving-investment-from-ai-factories/) - ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ประเทศไทย กำลังผงาดขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตแผงวงจรพิมพ์ (Printed Circuit Board - PCB) ที่สำคัญของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ความต้องการอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) พุ่งสูงขึ้น บริษัท Victory Giant Technology จากประเทศจีน ได้ประกาศลงทุนครั้งใหญ่สร้างโรงงานผลิต PCB มูลค่ามหาศาลในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีกำหนดเริ่มเดินสายการผลิตในช่วงปลายปี 2025 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสัญญาณบ่งชี้ถึงการย้ายฐานการผลิตจากจีนและไต้หวันมายังประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ ทำไมไทยถึงเป็นจุดหมายใหม่? การเข้ามาของ Victory Giant เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนระลอกใหญ่จากบริษัท PCB เกือบ 60 แห่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยได้รับแรงจูงใจจากนโยบายสนับสนุนที่น่าสนใจของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ทั้งในด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการอำนวยความสะดวกด้านกฎระเบียบต่าง ๆ นอกจากนี้ ทำเลที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แรงงานที่มีทักษะ และต้นทุนที่ต่ำกว่า ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในการผลิต PCB ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเซิร์ฟเวอร์, ดาต้าเซ็นเตอร์ และอุปกรณ์ AI ที่มีความต้องการสูง โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าตลาด PCB ทั่วโลกจะเติบโตถึง 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2030 ลงทุนพุ่ง - [KKR เข้าซื้อ Samhwa บริษัทแพ็กเกจจิ้งเครื่องสำอางเกาหลีใต้ มูลค่ากว่า 19,400 ล้านบาท](https://www.manutalkthai.com/kkr-acquires-south-korean-cosmetics-packaging-company-samhwa-for-19-4-billion/) - KKR บริษัทการลงทุนระดับโลก ได้เข้าซื้อกิจการบริษัท Samhwa Co. ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางชั้นนำของเกาหลีใต้ จาก TPG เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยมูลค่าสูงถึง 528 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 19,400 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งการลงทุนครั้งสำคัญของ KKR ในตลาดเกาหลีใต้ การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ตอกย้ำถึงความสัมพันธ์อันยาวนานของ KKR กับเกาหลีใต้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ มาแล้ว ทั้งแพลตฟอร์มแฟชั่นออนไลน์อย่าง Musinsa บริษัทพลังงาน SK E&S และธุรกิจรีไซเคิล Ecorbit Samhwa บริษัทที่เติบโตคู่เครื่องสำอางระดับโลก Samhwa ก่อตั้งขึ้นในปี 1977 จากผู้ผลิตแม่พิมพ์ขนาดเล็กจนเติบโตขึ้นเป็นผู้นำด้านการผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับเครื่องสำอาง โดยมีลูกค้ากว่า 300 แบรนด์ทั่วโลก รวมถึงแบรนด์หรูชื่อดังอย่าง L’Oréal, Estée Lauder, Chanel และ LVMH ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในผู้ส่งออกเครื่องสำอางรายใหญ่ของโลก ทำให้ Samhwa มีโอกาสเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากความต้องการผลิตภัณฑ์ความงามที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก การเป็นพันธมิตรกับ KKR ในครั้งนี้ Samhwa - [ย้ายหนีภาษี! ASUS โยกฐานผลิต PC และเมนบอร์ดกว่า 90% จากจีนมาประเทศไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย](https://www.manutalkthai.com/asus-shifts-over-90-percent-of-its-pc-and-motherboard-production-from-china-to-thailand-vietnam-and-indonesia/) - บริษัท ASUS ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำ ได้ประกาศแผนกลยุทธ์สำคัญเพื่อรับมือกับสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรง โดยบริษัทได้ย้ายฐานการผลิตเมนบอร์ดและคอมพิวเตอร์กว่า 90% ที่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ออกจากจีนไปสู่โรงงานแห่งใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้แก่ ประเทศไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างการแถลงผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2025 เมื่อมีนักลงทุนสอบถามเกี่ยวกับความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานสำหรับตลาดสหรัฐฯ ซึ่งตัวแทนของ ASUS ได้ยืนยันว่าบริษัทกำลังขยายฐานการผลิตเพื่อลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง ภาษีนำเข้าคือตัวแปรสำคัญ ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2025 ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเก็บภาษีนำเข้าจากประเทศคู่ค้าทั้งหมด ทำให้เกิดสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนอย่างรุนแรง แม้ว่าในที่สุดทั้งสองฝ่ายจะสามารถเจรจาจนลดอัตราภาษีลงมาอยู่ที่ 10% และ 30% ตามลำดับ แต่ความผันผวนของนโยบายก็ทำให้ผู้ผลิตอย่าง ASUS ต้องหาทางออก การย้ายฐานการผลิตไปยังไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย เป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากประเทศเหล่านี้มีอัตราภาษีนำเข้าที่ต่ำกว่า โดยไทยและอินโดนีเซียอยู่ที่ 19% และเวียดนามอยู่ที่ 20% ซึ่งต่ำกว่าอัตราภาษี 30% ที่เก็บจากสินค้าจีนอย่างชัดเจน ทำให้ ASUS สามารถดูดซับต้นทุนบางส่วนและยังคงความสามารถในการแข่งขันได้ สถานการณ์ยังไม่นิ่ง หวั่นภาษีชิปตัวใหม่ แม้จะมีการย้ายฐานการผลิตแล้ว - [Dell, PepsiCo และ SAP ผนึกกำลังยกระดับซัพพลายเชนยั่งยืน](https://www.manutalkthai.com/dell-pepsico-and-sap-join-forces-to-advance-sustainable-supply-chains/) - เดลล์ (Dell), เป๊ปซี่โค (PepsiCo) และ เอสเอพี (SAP) กำลังเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน โดยเน้นการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและผลกระทบต่อโลก การมีห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนไม่ได้เพียงช่วยลดปริมาณของเสียและประหยัดทรัพยากรเท่านั้น แต่ยังสร้างความน่าเชื่อถือและความภักดีจากลูกค้าอีกด้วย SAP บริษัทซอฟต์แวร์ระดับโลกที่ช่วยจัดการกระบวนการผลิต เปิดเผยว่า ข้อมูลด้านความยั่งยืนคือข้อมูลทางธุรกิจที่สำคัญ และบริษัทที่จัดการเรื่องนี้ได้ดีจะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและแข่งขันในตลาดได้ เทคโนโลยีนำร่องสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำหลายแห่งกำลังผลักดันแนวทางนี้อย่างจริงจัง เช่น ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ที่มุ่งมั่นจัดหาวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ และ เดลล์ (Dell) ที่ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 45% และลดการใช้น้ำภายในปี 2030 พร้อมตั้งเป้าให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดสามารถนำไปรีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้ภายในปีเดียวกัน ไมเคิล เดลล์ ซีอีโอของเดลล์กล่าวว่า “ความยั่งยืนไม่ใช่แค่กระแส แต่เป็นสิ่งจำเป็นทางธุรกิจที่ส่งผลต่อทุกการตัดสินใจ ตั้งแต่การเลือกซัพพลายเออร์ไปจนถึงกลยุทธ์ของบริษัท” ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคก็ไม่น้อยหน้า แม้แต่ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม บริษัทระดับโลกอย่าง เป๊ปซี่โค และ แมคโดนัลด์ (McDonald's) ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยแมคโดนัลด์มุ่งมั่นจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืนเพื่อส่งเสริมสิ่งแวดล้อมและสวัสดิภาพสัตว์ ขณะที่เป๊ปซี่โคใช้กลยุทธ์ “เป๊ปพลัส (pep+)” ซึ่งเป็นแนวทางที่ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงการตลาด โดยมุ่งเน้นการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสร้างบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการสนับสนุนความหลากหลายในองค์กร ความมุ่งมั่นของบริษัทชั้นนำเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า การพัฒนาอย่างยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการรับผิดชอบต่อสังคม - [Hitachi Energy ทุ่ม 1.6 หมื่นล้านบาท สร้างโรงงานผลิตหม้อแปลงใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ รับมือยุค AI พลังงานพุ่ง](https://www.manutalkthai.com/hitachi-energy-invests-16-billion-to-build-the-largest-transformer-factory-in-the-us-preparing-for-the-ai-fueled-energy-boom/) - ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ความต้องการพลังงานไฟฟ้าก็พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้โครงข่ายไฟฟ้าในสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล และนี่คือที่มาของการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ของ Hitachi Energy บริษัทในเครือของ Hitachi Ltd. ได้ประกาศแผนการลงทุนครั้งใหญ่กว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 3.68 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายการผลิตโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าที่สำคัญในอเมริกา โดยหัวใจสำคัญของแผนนี้คือการทุ่มเงิน 457 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 16,800 ล้านบาท) เพื่อสร้างโรงงานผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าในเมืองเซาท์บอสตัน รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จจะกลายเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ การลงทุนครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อตอบสนองความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก ศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งต้องการไฟฟ้าแรงสูงปริมาณมหาศาล โรงงานใหม่นี้จะช่วยให้สหรัฐฯ สามารถผลิตหม้อแปลงขนาดใหญ่สำหรับเชื่อมต่อระหว่างแหล่งผลิตไฟฟ้ากับพื้นที่ที่มีความต้องการสูงได้อย่างทันท่วงที ทำให้ปัญหาคอขวดด้านพลังงานคลี่คลายลง นอกจากจะช่วยเสริมความมั่นคงทางพลังงานแล้ว โครงการนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนียและสมาชิกรัฐสภา เพราะคาดว่าจะสามารถสร้างงานได้มากกว่า 825 ตำแหน่ง รวมถึงจะมีโครงการที่พักอาศัยสำหรับพนักงานเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในท้องถิ่นอีกด้วย โครงการนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้าน ความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน ที่มุ่งเน้นการผลิตในประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงจากการนำเข้าและลดระยะเวลารอคอย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้สหรัฐฯ ก้าวไปสู่การเป็นผู้นำด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นในอนาคต ที่มา: https://energynews.pro/en/hitachi-injects-1bn-into-transformer-manufacturing-to-strengthen-us-grid-interconnection/ - [บริจสโตนสหรัฐฯ โดนโจมตีทางไซเบอร์ ระงับการผลิตชั่วคราว ก่อนกลับมาเป็นปกติในไม่กี่ชั่วโมง](https://www.manutalkthai.com/bridgestone-usa-hit-by-cyber-attack-production-temporarily-suspended-but-production-resumed-within-hours/) - บริษัท บริจสโตน อเมริกา (Bridgestone Americas) ผู้ผลิตยางรถยนต์ชั้นนำระดับโลก เผชิญเหตุการณ์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตในโรงงานหลายแห่งในทวีปอเมริกาเหนือเป็นการชั่วคราว แต่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและกลับมาดำเนินการได้ตามปกติแล้ว โดยยืนยันว่าไม่มีข้อมูลลูกค้าหรือพนักงานรั่วไหล เหตุการณ์ดังกล่าวถูกตรวจพบเมื่อเวลาประมาณ 02:00 น. ของวันอังคารที่ผ่านมา เมื่อทีมรักษาความปลอดภัยของบริษัทตรวจพบความผิดปกติบนเครือข่ายควบคุมการผลิต (SCADA) และพยายามเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต ทีมงานจึงได้เริ่มแผนรับมือฉุกเฉินทันทีเพื่อจำกัดความเสียหายในวงแคบที่สุด แผนรับมือที่รวดเร็ว ช่วยหยุดความเสียหาย เมื่อระบบถูกโจมตี ทีมรักษาความปลอดภัยของบริจสโตนได้ใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของมัลแวร์ ได้แก่: แยกเครือข่ายที่ถูกโจมตี: ทีมวิศวกรความปลอดภัยไซเบอร์ (Security Engineers) ไม่รอช้า พวกเขาดำเนินการขั้นแรกทันทีด้วยการ แยกเครือข่ายเสมือน (VLANs) ที่ได้รับผลกระทบออกจากระบบหลัก เพื่อป้องกันไม่ให้มัลแวร์แพร่กระจายต่อไปได้อย่างอิสระ การกระทำที่รวดเร็วนี้เปรียบเสมือนการสร้างกำแพงกั้นไฟไม่ให้ลุกลามไปยังส่วนอื่น ๆ ของอาคาร ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยไซเบอร์ (CSOC) ถูกเรียกตัวเข้าประจำการ เข้าสู่โหมดการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังและรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูลสำรอง (Backups) ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวที่จะช่วยให้ระบบกลับมาทำงานได้ตามปกติ ข้อมูลเหล่านี้ถูกตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนเพื่อให้แน่ใจว่ายังคงปลอดภัยและไม่ถูกเข้ารหัสโดยมัลแวร์ การยืนยันนี้สร้างความมั่นใจให้กับทีมว่าจะสามารถกู้คืนข้อมูลสำคัญได้อย่างแน่นอน อัปเดตระบบป้องกันปลายทาง ติดตั้งโปรแกรมตรวจจับและตอบสนองภัยคุกคาม (EDR) เวอร์ชันใหม่บนอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั่วทั้งองค์กร เพื่ออัปเดตข้อมูล ตัวบ่งชี้การบุกรุก - [Siemens และ Snowflake ร่วมปฏิวัติวงการผลิต ยุคใหม่แห่งการรวมข้อมูลโรงงานสู่โลก AI](https://www.manutalkthai.com/siemens-and-snowflake-join-forces-to-revolutionize-manufacturing-with-ai/) - ซีเมนส์ (Siemens) ผู้นำด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และ สโนว์เฟล็ก (Snowflake) ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI Data Cloud ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ เพื่อทลายกำแพงข้อมูลในโรงงาน ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลการปฏิบัติงาน (OT) จากไลน์ผลิต เข้ากับข้อมูลทางธุรกิจ (IT) เช่น การจัดการซัพพลายเชนและข้อมูลทางการเงิน ความร่วมมือนี้เปรียบเสมือนการสร้างสะพานให้ข้อมูลจากทั้งสองโลกไหลรวมกันได้อย่างราบรื่น ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม Siemens Industrial Edge และ Snowflake’s AI Data Cloud เพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และแปลงข้อมูลดิบจากเครื่องจักรให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่า FFT: ตัวอย่างความสำเร็จที่ใช้งานจริง หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นผลชัดเจนคือ FFT บริษัทผู้ผลิตระบบการผลิต ได้นำโซลูชันร่วมนี้ไปใช้ในโรงงานของตัวเองแล้ว ด้วยการใช้แอปพลิเคชัน DataBridge ของ FFT บนแพลตฟอร์ม Siemens Industrial Edge เพื่อส่งข้อมูลการผลิตเข้าสู่ Snowflake AI Data Cloud โดยตรง ซึ่งช่วยให้ FFT - [จบดีลสงบศึก! Nippon Steel สยบดราม่าทุกข้อพิพาท ยึดถือ U.S. Steel เป็นของตน](https://www.manutalkthai.com/peace-deal-concluded-nippon-steel-settles-all-disputes-reclaims-u-s-steel-as-its-own/) - นิปปอน สตีล (Nippon Steel) ยักษ์ใหญ่เหล็กกล้าจากญี่ปุ่นประกาศบรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญ จบทุกความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานกับการเข้าซื้อกิจการ ยูเอส สตีล (US Steel) มูลค่า 14,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 5.48 แสนล้านบาท) หลังเผชิญอุปสรรคทั้งจาก สหภาพแรงงาน United Steelworkers และ คลีฟแลนด์-คลิฟส์ บริษัทเหล็กคู่แข่งมาอย่างยาวนาน โดยข้อตกลงล่าสุดนี้ถือเป็นการยุติข้อพิพาททั้งหมดที่ค้างคา ดีลประวัติศาสตร์ครั้งนี้สะดุดก้อนหินมาหลายปี นับตั้งแต่มีการประกาศเข้าซื้อเมื่อปลายปี 2023 เพราะถูกมองว่าเป็นดีลที่อ่อนไหวทางการเมืองอย่างยิ่ง โดยมีหลายฝ่ายไม่เห็นด้วยกับการที่บริษัทต่างชาติจะเข้ามาเป็นเจ้าของ "สัญลักษณ์แห่งอุตสาหกรรมอเมริกัน" แห่งนี้ ปิดจ๊อบทุกคดีความ สยบดราม่ารอบด้าน ใจความสำคัญของข้อตกลงนี้คือ การยุติทุกคดีความที่เกี่ยวข้องอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็น: นิปปอน สตีล ถอนฟ้องคดีที่เคยยื่นฟ้อง นายเดวิด แมคคอลล์ ประธานสหภาพแรงงาน USW (United Steelworkers) ซึ่งเป็นแกนนำหลักในการต่อต้านดีลนี้ สหภาพแรงงาน USW ถอนคำร้องเรียนด้านแรงงานทั้งหมดที่ยื่นต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์แห่งชาติ (NLRB) ของสหรัฐฯ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องถอนฟ้องคดีความทั้งหมดกับ บริษัทคลีฟแลนด์-คลิฟส์ (Cleveland-Cliffs) และ - [อนาคต AI ในอุตสาหกรรม! ผลสำรวจ Honeywell เผย AI ตัวช่วยสำคัญเพิ่มประสิทธิภาพ-ความปลอดภัย และแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน](https://www.manutalkthai.com/honeywell-survey-reveals-ai-is-a-key-enabler-for-improving-efficiency-safety-and-solving-labor-shortages/) - ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จากรายงานล่าสุดของ Honeywell ที่ชื่อว่า “Industrial AI Insights Report” เผยให้เห็นว่าเหล่าผู้บุกเบิกในวงการต่างมองเห็นคุณค่าของเทคโนโลยีนี้อย่างชัดเจน โดย 94% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีแผนจะขยายการใช้งาน AI ในธุรกิจของตนเอง และ 63% ในภาคค้าปลีกถึงกับยกให้ตนเองเป็นผู้ริเริ่มในตลาดนี้เลยทีเดียว การเข้ามาของ AI ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เมื่อพิจารณาจากศักยภาพอันมหาศาลในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน ไม่ว่าจะเป็นการคาดการณ์ความต้องการของตลาด การจัดการสินค้าคงคลังอัจฉริยะ ไปจนถึงการวางแผนเส้นทางและการติดตามการขนส่งแบบเรียลไทม์ AI ผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับพนักงานค้าปลีก ในภาคค้าปลีก AI ถูกนำมาใช้บนอุปกรณ์ “edge devices” เช่น คอมพิวเตอร์พกพาหรือแท็บเล็ต เพื่อช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะที่ยังสามารถทำหน้าที่อื่น ๆ ได้พร้อมกัน เช่น การให้คำปรึกษาลูกค้า หรือการจัดการคลังสินค้า นอกจากนี้ AI ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานผ่านการสั่งงานด้วยเสียง (voice control) ด้วยชุดหูฟังอัจฉริยะ ที่สามารถให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ ทำให้พนักงานสามารถทำงานแบบไม่ต้องใช้มือ (hands-free) ได้ และยังรองรับภาษา, สำเนียง และการออกเสียงที่หลากหลาย - [วงการโลจิสติกส์กำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่: 6 เทรนด์พลิกโฉมสู่ยุคใหม่ที่ยั่งยืนและชาญฉลาด](https://www.manutalkthai.com/6-logistics-trends-transforming-the-future-into-a-sustainable-and-intelligent-era/) - การแข่งขันที่เน้นแต่ความเร็วและขนาดที่ใหญ่ขึ้นกำลังจะกลายเป็นอดีต! อุตสาหกรรมโลจิสติกส์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม การขยายตัวของอีคอมเมิร์ซ และเทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้ผู้ประกอบการต้องหันมาทบทวนรูปแบบธุรกิจใหม่ทั้งหมด เพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืนและประสิทธิภาพที่เหนือกว่าเดิม Exotec ผู้ให้บริการโซลูชันคลังสินค้าอัตโนมัติ ได้รวบรวม 6 เทรนด์สำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางอนาคตของวงการโลจิสติกส์ไว้ดังนี้ 1. ยุค "ใหญ่ขึ้น เร็วขึ้น ไกลขึ้น" กำลังจะจบลง กระแสอีคอมเมิร์ซในยุค 2010s ที่นำโดยยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon และ Alibaba ได้ผลักดันให้ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกต้องเร่งความเร็วอย่างบ้าคลั่ง จากที่เคยส่งของใช้เวลาหลายวัน ก็ถูกคาดหวังว่าจะส่งถึงมือลูกค้าภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่วิกฤตโรคระบาดและกระแสใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนทั้งทางเศรษฐกิจและระบบนิเวศของแนวคิดนี้ถูกเปิดเผย ทำให้ผู้บริโภคเริ่มไม่ยอมรับ และผู้ประกอบการเริ่มหันมามองหาทางเลือกที่ยั่งยืนมากขึ้น 2. คลังสินค้าต้องกระชับพื้นที่ ด้วยความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ค้าปลีกต้องขยายประเภทสินค้าให้หลากหลายขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน พื้นที่จัดเก็บกลับมีจำกัด โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ ดังนั้นการใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าที่สุดจึงเป็นสิ่งจำเป็น การขยายคลังสินค้าในแนวดิ่งและนำระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วย จึงเป็นทางออกเดียวที่จะตอบโจทย์นี้ได้ 3. ระบบอัตโนมัติเพิ่มความยืดหยุ่น ในยุคที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ผู้ให้บริการโลจิสติกส์จึงจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่ปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว ระบบอัตโนมัติเข้ามาตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน หรือในช่วงที่มีความต้องการสูงตามฤดูกาล 4. "คนและเครื่องจักร" ทำงานร่วมกัน - [TSMC ฟ้องอดีต-ปัจจุบัน 4 พนักงาน ฐานเป็นสายลับ ส่งมอบข้อมูลลับ 2-นาโนเมตร ให้บริษัทญี่ปุ่น](https://www.manutalkthai.com/tsmc-sues-four-former-and-current-employees-for-spying-and-providing-secret-2nm-process-information-to-japanese-company/) - ไต้หวันต้องสั่นสะเทือน เมื่อ TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company) ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปเบอร์หนึ่งของโลก ออกมาประกาศว่าได้ยื่นฟ้องดำเนินคดีกับอดีตพนักงาน 1 คน และพนักงานปัจจุบัน 3 คน ฐานพัวพันกับคดีจารกรรมข้อมูลทางอุตสาหกรรม โดยเอกสารลับที่ถูกขโมยไปนั้นเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการผลิตชิปขนาด 2 นาโนเมตร ที่ถูกจัดเป็น “เทคโนโลยีหลักของชาติ” เหตุการณ์ครั้งนี้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2025 หลังจากที่ TSMC ได้ทำการสอบสวนภายในและพบหลักฐานยืนยันว่าข้อมูลสำคัญได้รั่วไหลออกไป ทำให้บริษัทต้องรีบแจ้งความกับสำนักงานอัยการสูงสุดของไต้หวันทันที เนื่องจากเป็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศและขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก เบื้องหลังการจารกรรมข้อมูลลับ รายงานจากสำนักข่าว Economic Daily News ระบุว่า วิศวกรของ TSMC จำนวน 3 คน ซึ่งมีนามสกุล Wu, Ge และ Liao ถูกจับกุมตัวและถูกตั้งข้อหาละเมิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีหลักของชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต และการขโมยความลับทางการค้า ซึ่งหากมีความผิดจริง อาจต้องรับโทษจำคุกตั้งแต่ 7 ถึง 14 ปี จากการสอบสวนพบว่า ผู้บงการอยู่เบื้องหลังการจารกรรมข้อมูลครั้งนี้คือ - [นวัตกรรมใหม่! หัววัดแรงดัน PMK PHVX4kV ปลดล็อกศักยภาพ SiC-IGBT วัดแรงดันสูงได้แม่นยำกว่าที่เคย](https://www.manutalkthai.com/pmk-phvx4kv-voltage-probe-unlocks-sic-igbts-potential-delivering-higher-voltage-measurement-accuracy-than-ever-before/) - วงการอิเล็กทรอนิกส์ต้องจับตามอง! เมื่อ PMK ผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์วัดค่า เปิดตัวหัววัดแรงดันสูงรุ่นใหม่ PHVX4kV ที่ออกแบบมาเพื่อปฏิวัติการวัดแรงดันในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังยุคใหม่ เช่น SiC และ IGBT ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการเปลี่ยนแปลงแรงดันอย่างรวดเร็ว หัววัดแบบพาสซีฟรุ่นนี้มีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร ด้วยความสามารถในการวัดแรงดันได้สูงสุดถึง 4 กิโลโวลต์ พร้อมแบนด์วิดท์ที่กว้างถึง 600 เมกะเฮิรตซ์ และค่าความจุต่ำมากเพียง 3 พิโกฟารัด ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้สำคัญอย่างยิ่งต่อการวัดค่าที่แม่นยำในสภาพแวดล้อมที่มีการสลับความถี่สูง จับภาพการเปลี่ยนแปลงแรงดันได้โดยไม่มีสัญญาณรบกวน วิศวกรและนักพัฒนาจะสามารถใช้ PHVX4kV เป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์วงจร SiC และ IGBT ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการทดสอบแบบ double-pulse เพื่อจับภาพการเปลี่ยนแปลงแรงดันอย่างรวดเร็ว (transients) และผลกระทบจากการสลับวงจรได้อย่างแม่นยำ ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ได้มานั้นไม่มีความผิดเพี้ยน นอกจากนี้ หัววัด PHVX4kV ยังใช้งานง่ายด้วยการออกแบบที่ทนทานและกะทัดรัด รองรับทั้งการทดสอบแบบอัตโนมัติและแบบแมนนวล มาพร้อมระบบเชื่อมต่อแบบโมดูลาร์ที่สามารถเปลี่ยนหัววัดได้ตามต้องการ ทำให้ใช้งานได้หลากหลายแม้ในจุดทดสอบที่ซับซ้อน เหนือกว่าหัววัดทั่วไปในตลาด เมื่อเทียบกับหัววัดทั่วไปในท้องตลาดที่มักจำกัดแบนด์วิดท์ไว้ที่ 400 เมกะเฮิรตซ์ หรือมีค่าความจุสูงถึง 10 พิโกฟารัด ทำให้เกิดการบิดเบือนของสัญญาณ PHVX4kV จึงเป็นทางเลือกที่เหนือกว่า ด้วยประสิทธิภาพที่สมดุล - [Qualcomm เปิดตัวชิป Dragonwing Q-6690 ผสานเทคโนโลยี RFID ฝังในตัว ลดขนาด-ประหยัดต้นทุน](https://www.manutalkthai.com/qualcomm-unveils-dragonwing-q-6690-chip-with-embedded-rfid-technology/) - Qualcomm สร้างความฮือฮาให้กับวงการธุรกิจ เมื่อเปิดตัว Dragonwing Q-6690 ชิปประมวลผลสำหรับอุปกรณ์ภาคธุรกิจที่มาพร้อมนวัตกรรมสุดล้ำ ด้วยการผสานเทคโนโลยี RFID (Radio-Frequency Identification) เข้าไปในตัวชิปโดยตรง ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาโมดูลอ่านภายนอกอีกต่อไป นวัตกรรมนี้จะช่วยลดต้นทุนการผลิต ลดขนาดของอุปกรณ์ให้เล็กลง และช่วยให้การรับรองมาตรฐานทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยชิปรุ่นใหม่นี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์อุปกรณ์พกพาสำหรับงานอุตสาหกรรม, เครื่องชำระเงิน, และตู้คีออสก์อัจฉริยะ RFID บนชิป ไม่ใช่โมดูลแยก ปัจจุบัน อุปกรณ์ในภาคอุตสาหกรรมและค้าปลีกจำนวนมากต้องติดตั้งโมดูล RFID แยกต่างหาก แต่ Dragonwing Q-6690 แก้ปัญหาด้วยฟังก์ชัน RAIN-RFID (UHF, ISO/IEC 18000-63) ที่ติดตั้งมาในตัว ทำให้ผู้ผลิตสามารถลดต้นทุน, ประหยัดพื้นที่, และลดความซับซ้อนในการทำงานร่วมกันของระบบคลื่นวิทยุในอุปกรณ์ นอกจากนี้ Qualcomm ยังเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้ผลิตด้วยชุดฟีเจอร์ที่สามารถกำหนดค่าได้ด้วยซอฟต์แวร์ถึง 4 รูปแบบ ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถเปิดใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น พลังการประมวลผล, มัลติมีเดีย, กล้องถ่ายรูป, และ I/O ได้ตามต้องการ และยังสามารถอัปเดตผ่าน OTA ได้ในภายหลัง โดยไม่ต้องออกแบบบอร์ดใหม่ - [AI Agent จะปฏิวัติอุตสาหกรรมไทย เพิ่มผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ และลดต้นทุน](https://www.manutalkthai.com/ai-agents-will-revolutionize-the-thai-industry-enhancing-efficiency-and-reducing-costs/) - โดย อรุณ กุมาร ปารเมศวรัน รองประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการ ของ Salesforce ประจำภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันธุรกิจไทยหลายแห่งกำลังมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI จากการวิจัยของ Salesforce พบว่า 84% ของผู้บริหารระดับสูงในไทยมองว่า ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (generative AI) เป็นหนึ่งในความสำคัญอันดับต้นๆ และมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของธุรกิจ โดยเฉพาะในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMB) งานวิจัยของ Salesforce พบว่า 70% ของ SMB ไทยได้นำ AI มาใช้ในธุรกิจแล้วหรืออยู่ระหว่างการทดลองใช้งาน โดย 84% ของ SMB ไทยมีมุมมองเชิงบวกต่ออนาคตของธุรกิจเมื่อได้เร่งการนำ AI มาใช้งานเพื่อช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขัน แต่เมื่อเทคโนโลยีก้าวจากแชทบอทไปสู่ผู้ช่วย AI (Copilot) และ AI Agent อัตโนมัติหรือ “ระบบเอเจนต์” บริษัทที่ยังไม่ปรับใช้ AI อาจเสี่ยงต่อการเสียเปรียบและสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดต่อคู่แข่งอย่างรวดเร็ว AI Agent อัจฉริยะสามารถทำงานอัตโนมัติ (Autonomous AI Agents) - [สหรัฐฯ เขย่าวงการชิปโลก! Samsung และ SK hynix สะเทือนหนัก ส่วน TSMC ชิงไหวพริบเดินหน้า 2-นาโนเมตร](https://www.manutalkthai.com/the-us-is-shaking-up-the-global-chip-industry/) - รัฐบาลสหรัฐฯ สร้างความตึงเครียดให้กับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกอีกครั้ง ด้วยการยกเลิกข้อยกเว้นที่เคยอนุญาตให้ Samsung, SK hynix, และ Intel สามารถนำเข้าอุปกรณ์ผลิตชิปจากสหรัฐฯ ไปยังประเทศจีนได้อย่างอิสระ ทำให้ผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก การยกเลิกข้อยกเว้นครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ Samsung และ SK hynix เนื่องจากสายการผลิตชิปส่วนใหญ่ในจีนจะถูกจำกัดไม่ให้ขยายกำลังการผลิตหรืออัปเกรดเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้อีกต่อไป ซึ่งจะส่งผลให้กระบวนการผลิตและซ่อมบำรุงอาจล่าช้าออกไปหลายเดือน และในระยะยาวอาจต้องพิจารณาย้ายฐานการผลิตบางส่วนกลับไปยังเกาหลีใต้ ในขณะที่ Samsung และ SK hynix กำลังเผชิญกับความท้าทายนี้ TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่จากไต้หวันกลับเดินหน้าอย่างรวดเร็ว โดยประกาศว่าจะใช้เพียงอุปกรณ์การผลิตจากญี่ปุ่น สหรัฐฯ และยุโรป สำหรับโรงงานผลิตชิปขนาด 2 นาโนเมตรในไต้หวันและสหรัฐอเมริกา เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกำหนดทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การตัดสินใจของ TSMC แสดงให้เห็นถึงการวางแผนเชิงรุกเพื่อรับมือกับนโยบายที่เข้มงวดของสหรัฐฯ ในการควบคุมอุตสาหกรรมชิป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศจีน ความเคลื่อนไหวเหล่านี้จึงไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อบริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมชิปทั่วโลกอีกด้วย ที่มา: https://www.all-about-industries.com/samsung-sk-hynix-and-tsmc-adjust-chip-manufacturing-strategies-a-b46a7cd2c350493ca59a3e81573b7b3b/ - [เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) แต่งตั้ง วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เสริมความแข็งแกร่งการกระจายสินค้า UPS และโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วประเทศ](https://www.manutalkthai.com/delta-electronics-thailand-appoints-vst-ecs-thailand-as-official-distributor/) - กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 3 กันยายน พ.ศ. 2568 – บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและผู้ให้บริการโซลูชันสีเขียวอัจฉริยะ ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับบริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไอทีของประเทศ ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อขยายตลาดระบบสำรองไฟ (UPS) รวมถึงโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ของเดลต้าในระดับประเทศ โดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าองค์กรและภาครัฐ ทั้งนี้ พิธีลงนามจัดขึ้นที่โรงแรมอัมรา กรุงเทพฯ นายเคอร์ติส คู ผู้อำนวยการธุรกิจประจำประเทศไทยของเดลต้า กล่าวว่า “การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้เป็นหมุดหมายสำคัญในการขยายธุรกิจของเรา เพื่อเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพสูงและสามารถรองรับโอกาสในอนาคตได้ อีกทั้งยังมีส่วนช่วยผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยในอนาคต เดลต้ามุ่งผสานความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเข้ากับเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมของวีเอสที อีซีเอส เพื่อส่งมอบโซลูชันแบบบูรณาการที่ทันสมัยและสอดรับกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงขององค์กรในปัจจุบัน ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการประมวลผลข้อมูลขั้นสูง ความร่วมมือของเราจะตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้อย่างคล่องตัว พร้อมทั้งสร้างนวัตกรรมที่ส่งผลยั่งยืนในระยะยาว” ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงพันธกิจร่วมกันของทั้งสองฝ่ายในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดที่มุ่งเน้นโซลูชัน เพื่อตอบรับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของประเทศไทย และรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากหลากหลายภาคส่วน อาทิ ภาครัฐ การเงิน โทรคมนาคม และอุตสาหกรรมการผลิต นายสมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท - [UltraSense Systems และ Mankiewicz ร่วมกันสร้างนิยามแห่งอนาคตของการตกแต่งภายในรถยนต์ด้วยพื้นผิวอัจฉริยะ ShyTech](https://www.manutalkthai.com/ultrasense-systems-and-mankiewicz-are-teaming-up-to-define-the-future-of-automotive-interiors-with-shytech-smart-surfaces/) - UltraSense Systems ผู้จัดหาระดับ 2 ยุคใหม่ในด้านระบบและมอดูลอินเทอร์เฟซระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร (HMI) และ Mankiewicz ผู้นำระดับโลกด้านระบบเคลือบผิวสมรรถนะสูง ประกาศความร่วมมือเพื่อทำให้งานตกแต่งภายในและภายนอกรถยนต์มีความทันสมัยโดยใช้วิธีการพื้นผิวอัจฉริยะที่มีความเรียบเนียนไร้รอยต่อและคุ้มค่า ในความร่วมมือนี้ได้นำ INSIGHT ShyTech® ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการเคลือบซ่อนไฟ-แล้วให้แสง ของ Mankiewicz มารวมเข้ากับคอนโทรลเลอร์ HMI ของ UltraSense Systems การผสานรวมนี้จึงเป็นวิธีการใหม่ที่ทรงพลังจากการเป็นพื้นผิวที่เพรียวบาง ใช้งานง่าย และมีประสิทธิภาพสูง โดยนำมาใช้แทนปุ่มและสวิตช์กลไกแบบดั้งเดิม แนวทางใหม่นี้ไม่เพียงแต่ยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้เท่านั้น แต่ยังช่วยลดความยุ่งยากในการผลิต ลดความซับซ้อนของระบบ และเป็นการออกแบบในระดับพรีเมียมที่ล้ำสมัยตามที่ผู้บริโภคคาดหวัง ด้วยความต้องการของผู้บริโภคที่ขยับเปลี่ยนไปสู่ห้องโดยสารรถยนต์แบบมินิมอลที่ล้ำสมัย ความร่วมมือระหว่าง Mankiewicz และ UltraSense Systems จึงเป็นการนำเสนอวิธีการแบบครบวงจรที่ผสานรวมทั้งความอิสระในการออกแบบ ฟังก์ชันการใช้งาน และให้ประสบการณ์การใช้งานระดับพรีเมียมแก่ผู้ผลิตรถยนต์ Mo Maghsoudnia ซีอีโอของ UltraSense Systems กล่าวว่า — “ในฐานะที่เราเป็นผู้จัดหาระดับ 2 ด้วยการเป็นผู้สร้างระบบและมอดูล HMI ที่ขับเคลื่อนด้วยวงจรรวมคอนโทรลเลอร์ของเราเอง UltraSense Systems จึงช่วยให้ OEM และผู้จัดหาระดับ - [AM Batteries เปิดตัวครั้งแรก เครื่องคำนวณผลประหยัดแบบอินเทอร์แอ็กทีฟเพื่อหาต้นทุนและสมรรถนะที่เพิ่มขึ้นจากการผลิตอิเล็กโทรดแห้ง](https://www.manutalkthai.com/am-batteries-launches-first-interactive-savings-calculator-to-determine-cost-and-performance-gains-from-dry-electrode-production/) - AM Batteries (AMB) ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีการผลิตอิเล็กโทรดแบตเตอรี่แบบแห้ง (Dry Battery Electrode: DBE) ประกาศเปิดตัวเครื่องคำนวณผลประหยัดแบบอินเทอร์แอ็กทีฟเครื่องแรก ซึ่งจะช่วยให้ผู้ผลิตแบตเตอรี่สามารถประเมินผลกระทบทางการเงินและสมรรถนะการดำเนินงานจากการนำกระบวนการเคลือบแบบแห้ง Powder to Electrode™ ของ AMB มาใช้ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการป้อนข้อมูลพื้นฐานเพียงไม่กี่รายการ เช่น สถานที่ตั้งโรงงาน กำลังการผลิต วัสดุแคโทดและแอโนด ความหนาของอิเล็กโทรด ผลผลิตดีจากกระบวนการ และระดับชั้นของผู้จัดจำหน่าย เครื่องคำนวณนี้ก็สามารถประมาณการค่าใช้จ่ายการลงทุน (CAPEX) ค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน (OPEX) และปริมาณการใช้พื้นที่โรงงานได้ โดยเปรียบเทียบวิธีการแบบสารผสมหนืดข้นโดยทั่วไปกับวิธีการแบบแห้งของ AMB ในสภาพการใช้งานจริง ตัวอย่างเช่น ผู้ผลิตเซลล์แบตเตอรี่ได้ดำเนินการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ 30 GWh เมื่อเปลี่ยนไปใช้อิเล็กโทรดแบบแห้ง จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานประจำปีได้มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็ผลิตเซลล์สมรรถนะสูงที่มีการยึดเกาะดีขึ้น การรับน้ำหนักพื้นที่ได้มากขึ้น และรอบอายุใช้งานยาวนานขึ้น ด้วยการตัดตัวทำละลายและเตาอบแห้งที่ใช้พลังงานสูงออกไป จึงทำให้กระบวนการของ AMB ที่ได้รับสิทธิบัตรแล้วนี้สามารถลดต้นทุนการดำเนินงานได้มากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ และลดค่าใช้จ่ายด้านทุนสูงสุดถึง 40 เปอร์เซ็นต์ พร้อมลดพื้นที่โรงงานลงหนึ่งในสาม ขณะเดียวกัน กระบวนการนี้ยังช่วยเพิ่มสมรรถนะของเซลล์ด้วยการทำให้เปียกได้เร็วขึ้น - [Rockwell Automation เผยรายงานที่พบว่า อุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคให้ความสำคัญกับนวัตกรรมมากกว่าการลดต้นทุน](https://www.manutalkthai.com/rockwell-automation-releases-report-that-finds-consumer-goods-industry-prioritizes-innovation-over-cost-reduction/) - Rockwell Automation บริษัทผู้นำขนาดใหญ่ของโลกที่มุ่งเน้นด้านระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรมและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ประกาศผลรายงานครั้งที่ 10 ในหัวข้อ State of Smart Manufacturing Report: Consumer Packaged Goods (CPG) ซึ่งก็คือ รายงานสถานะด้านการผลิตแบบอัจฉริยะในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ ผลการวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าผู้ผลิตต่างๆ ได้ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม การพัฒนาบุคลากร และกลยุทธ์การเติบโตในระยะยาวมากขึ้น รายงานสถานะการผลิตอัจฉริยะประจำปี 2025 นี้ ได้รวบรวมข้อมูลจากผู้นำด้านสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีการบรรจุไว้ในบรรจุภัณฑ์ (CPG) 174 รายใน 15 ประเทศ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยระดับโลกของ Rockwell Automation ที่สำรวจผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านการผลิตกว่า 1,500 คน อุตสาหกรรม CPG กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากหลายๆ ด้าน ตั้งแต่การเติบโตของแบรนด์ร้านค้า ไปจนถึงความต้องการนวัตกรรมที่รวดเร็วขึ้นและผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนมากขึ้น ขณะเดียวกัน ความภักดีของผู้บริโภคก็สร้างได้ยากขึ้น และความคาดหวังในการปรับให้เป็นแบบเฉพาะและความโปร่งใสก็เพิ่มสูงขึ้น เพื่อรับมือกับปัญหาเหล่านี้ ทำให้บริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรม CPG ต่างกำลังยกเลิกการทำโครงการนำร่องเทคโนโลยีขนาดเล็ก และหันมาลงทุนกับวิธีการสร้างผลลัพธ์ที่สามารถวัดผลได้ทั่วทั้งองค์กร การผสมผสานระหว่างการฝึกอบรมพนักงาน การใช้ข้อมูลที่ดีขึ้น และระบบที่สามารถปรับเปลี่ยนได้มากขึ้น ช่วยให้ผู้ผลิตเหล่านี้สามารถแข่งขันได้ พร้อมกับการจัดการกับความซับซ้อน - [เริ่มดำเนินการแล้ว Deep Sky Alpha การกักเก็บ CO₂ ที่ได้จากเทคโนโลยีดักจับในอากาศโดยตรง](https://www.manutalkthai.com/boston-dynamics-and-toyota-research-institute-unveil-ai-powered-robots-2/) - Deep Sky ผู้พัฒนาวิธีการกำจัดคาร์บอนชั้นนำของแคนาดา ประกาศเริ่มดำเนินโครงการ Deep Sky Alpha อย่างเป็นทางการ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในการกำจัดคาร์บอน และเป็นครั้งแรกในอเมริกาเหนือที่สามารถกักเก็บ CO₂ ด้วยการดักจับจากชั้นบรรยากาศโดยตรง โครงการ Alpha ของ Deep Sky ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมในเมืองอินนิสเฟล รัฐแอลเบอร์ตา สหรัฐอเมริกา เริ่มก่อสร้างและสามารถเปิดดำเนินการได้โดยใช้เวลาเพียง 12 เดือน จึงบ่งบอกได้ถึงความรวดเร็วในการจัดวางโครงสร้างพื้นฐานด้านสภาพภูมิอากาศ ศูนย์แห่งนี้ใช้เทคโนโลยีดักจับในอากาศโดยตรง (Direct Air Capture: DAC) แบบหลายหน่วย จึงสามารถปรับขนาดได้ ทำได้เร็ว และเป็นนวัตกรรม โดย Alpha ทำให้ DAC ดำเนินการได้ในโลกแห่งความเป็นจริง และยังทำให้เทคโนโลยี DAC แบบหลายหน่วยสามารถปรับการทำงานให้เหมาะสมที่สุดภายใต้สภาวะเดียวกัน จึงช่วยเร่งกระบวนการทางอุตสาหกรรมให้อยู่บนเส้นทางการกำจัดคาร์บอนที่มีความคุ้มค่าและปรับขนาดได้ จากความสำเร็จนี้ทำให้ Deep Sky Alpha กลายเป็นศูนย์ DAC แห่งแรกในอเมริกาเหนือที่กักเก็บ CO₂ ไว้ใต้ดิน โดยจะนำไปกักเก็บอย่างถาวรในชั้นหินลึกใต้ดินที่เรียกว่า ชั้นหินอุ้มน้ำเกลือ ซึ่งมีอยู่มากมายในรัฐแอลเบอร์ตา ทำให้วิธีการนี้มีความสำคัญต่อการลดการปล่อย - [Boston Dynamics และสถาบันวิจัยโตโยต้า เปิดตัวหุ่นยนต์พลัง AI ที่จะเป็นก้าวสำคัญสู่การเป็นหุ่นยนต์มนุษย์แบบเอนกประสงค์](https://www.manutalkthai.com/boston-dynamics-and-toyota-research-institute-unveil-ai-powered-robots/) - Boston Dynamics และสถาบันวิจัยโตโยต้า (TRI) ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการวิจัยหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ร่วมกัน นั่นคือ การสาธิตแบบจำลองพฤติกรรมขนาดใหญ่ (Large Behavior Model: LBM) ที่เป็นพลังขับให้กับหุ่นยนต์มนุษย์ Atlas โดย Atlas ได้ปฏิบัติงานที่มีความซับซ้อนได้อย่างต่อเนื่องและยาวนาน และยังต้องผสานการจัดการวัตถุเข้ากับการเคลื่อนที่ ซึ่งการนำแบบจำลอง LBM มาใช้ ทำให้การเพิ่มความสามารถใหม่ๆ ให้กับหุ่นยนต์จากก่อนหน้านี้ต้องเขียนโปรแกรมด้วยความยากลำบากนั้นสามารถทำได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเขียนโค้ดใหม่แม้แต่บรรทัดเดียว หุ่นยนต์มนุษย์ Atlas ได้แสดงให้เห็นถึงเคลื่อนไหว เช่น การเดิน การหมอบ และการยกของ เพื่อทำงานต่างๆ เช่น การบรรจุ การจัดเรียง และการจัดระเบียบ นอกจากนี้ นักวิจัยยังเพิ่มความท้าทายด้วยการแทรกงานทางกายภาพในระหว่างการทำงานอย่างไม่คาดคิด เช่น การปิดฝากล่องและเลื่อนกล่องไปตามพื้น ทำให้ Atlas ต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองงานที่เพิ่มขึ้นอย่างกระทันหัน ซึ่งเมื่อก่อนนี้หุ่นยนต์มนุษย์ที่ทำแบบนี้ได้มักใช้วิธีการแยกส่วนควบคุมการเดินและการทรงตัวในระดับต่ำออกจากส่วนควบคุมแขน ในขณะที่โครงการนี้อาศัยแบบจำลองพฤติกรรมขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียวก็สามารถควบคุมหุ่นยนต์ตลอดทั้งตัวได้โดยตรง โดยควบคุมมือและเท้าได้แทบจะเหมือนกันทุกประการ ความก้าวหน้าครั้งนี้เป็นผลมาจากความร่วมมือด้านการวิจัยร่วมกันระหว่าง Boston Dynamics และ TRI ที่ตกลงกันไว้เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2567 ซึ่งเป็นการออกแบบเพื่อใช้ประโยชน์จากจุดแข็งและความเชี่ยวชาญร่วมกันเพื่อเร่งพัฒนาหุ่นยนต์อัจฉริยะ ผลลัพธ์นี้ตอกย้ำถึงศักยภาพของเทคโนโลยี AI - [จับตา! VW จับมือ Xpeng ขยายความร่วมมือสู่โลกยานยนต์สันดาป](https://www.manutalkthai.com/vw-partners-with-xpeng-to-expand-cooperation-into-the-combustion-engine-vehicle-world/) - จากที่เคยเป็นพันธมิตรกันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ล่าสุด Volkswagen (VW) ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากเยอรมนีและ Xpeng (เสี่ยวเผิง) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำจากจีน ได้ประกาศขยายขอบเขตความร่วมมือครั้งสำคัญ โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงรถยนต์ไฟฟ้าอีกต่อไป เดิมทีความร่วมมือของทั้งสองบริษัทมุ่งเน้นไปที่การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ VW สำหรับตลาดจีน แต่ล่าสุดได้มีการลงนามข้อตกลงเพื่อพัฒนาระบบสถาปัตยกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E/E Architecture) ร่วมกันสำหรับยานยนต์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนหลากหลายประเภท ระบบ E/E Architecture คือหัวใจสำคัญของยานยนต์ยุคใหม่ เปรียบเสมือนระบบประสาทของรถที่ควบคุมการทำงานทั้งหมด ตั้งแต่เครื่องยนต์ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ไปจนถึงระบบความบันเทิงและอินเทอร์เน็ตในรถ ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้สถาปัตยกรรม E/E ที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้ได้กับรถยนต์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า, รถปลั๊กอินไฮบริด ไปจนถึงรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง หรือเครื่องยนต์สันดาป การขยายความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการผนึกกำลังของสองค่ายรถยนต์ระดับโลก เพื่อก้าวไปสู่การพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ที่ครอบคลุมและล้ำสมัยยิ่งขึ้นในอนาคต ที่มา: https://www.all-about-industries.com/vw-and-xpeng-cooperate-on-combustion-engine-platforms-a-4d9940cb5e1a5bfd575aefd6c99e23e4/ - [Honeywell เขย่าพอร์ต! ประกาศแผนแยกธุรกิจพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ PSS และ WWS มุ่งสู่ "ผู้นำระบบอัตโนมัติ" ระดับโลก](https://www.manutalkthai.com/honeywell-shakes-up-portfolio-announces-plan-to-separate-billion-dollar-businesses-pss-and-wws-aiming-to-become-a-global-automation-leader/) - การเดินทางครั้งใหม่ มาทำความรู้จักกับ "Spin-off" แยกธุรกิจที่เติบโตอย่างอิสระ ทำไมฮันนี่เวลล์ (Honeywell) ประกาศแผนการประเมินทางเลือกเชิงกลยุทธ์สำหรับธุรกิจ Productivity Solutions and Services (PSS) และ Warehouse and Workflow Solutions (WWS) ธุรกิจที่ให้บริการด้านการขนส่ง คลังสินค้า และโลจิสติกส์ การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจให้เรียบง่ายขึ้น เพื่อเร่งสร้างมูลค่าก่อนการแยกบริษัทออกเป็นสามบริษัทอิสระชั้นนำในอุตสาหกรรม ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ฮันนี่เวลล์ประกาศปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ มุ่งสู่ 3 บริษัทอิสระเต็มตัว พร้อมแต่งตั้งผู้นำคนใหม่ Vimal Kapur ประธานและซีอีโอของฮันนี่เวลล์กล่าวว่า การประกาศนี้เป็นก้าวสำคัญในการวางตำแหน่งของฮันนี่เวลล์ให้เป็นธุรกิจระบบอัตโนมัติแบบ pure-play หลังจากแผนการแยก Honeywell Aerospace ในปีหน้า ด้วยกลุ่มธุรกิจที่เรียบง่ายและสอดคล้องกันมากขึ้น ฮันนี่เวลล์จะมุ่งเน้นไปที่ความเชี่ยวชาญหลักด้านระบบอัตโนมัติ ซึ่งแต่ละส่วนได้รับแรงหนุนจากการเติบโตในระยะยาว ธุรกิจ PSS และ WWS: โอกาสใหม่มูลค่านับพันล้าน PSS มีรายได้มากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2024 เป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านคอมพิวเตอร์พกพา เครื่องสแกนบาร์โค้ด - [“BCT Expo 2025” จัดเต็มนวัตกรรมเชื่อมอุตสาหกรรมก่อสร้าง-อาคาร-เหมืองแร่ ระดับโลก 3–5 กันยายน 2568 อิมแพ็ค เมืองทองธานี](https://www.manutalkthai.com/bct-expo-2025-september-35-2025-impact-muang-thong-thani/) - 15 สิงหาคม 2568 – บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด เตรียมจัดงาน Building Construction Technology Expo 2025 (BCT Expo 2025) งานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจสำหรับอุตสาหกรรมอาคาร การก่อสร้าง และเหมืองแร่ งานนี้มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–5 กันยายน 2568 ณ ฮอลล์ 8 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี งานนี้จะรวบรวมแบรนด์ชั้นนำด้านการก่อสร้าง อาคาร และเหมืองแร่กว่า 150 แบรนด์ เพื่อนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมล่าสุดในเทคโนโลยีการก่อสร้างและอาคาร โซลูชันด้านเหมืองแร่ รวมถึงความก้าวหน้าด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม โดย BCT Expo 2025 ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม ส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ พร้อมทั้งมอบเวทีแบบครบวงจรที่ครอบคลุมทุกมิติสำคัญของอุตสาหกรรมก่อสร้างและเหมืองแร่ คุณลอย จูน ฮาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ - [‘Advantech’ จับมือ ‘Qonnect’ สตาร์ทอัพด้านเทคฯ - AI ลงนาม MOU ร่วมปฏิวัติโรงงานไทยสู่ Industry 4.0 พร้อมผสานจุดแข็งสองฝ่าย พัฒนาอุตสาหกรรมไทยเติบโตอย่างยั่งยืน](https://www.manutalkthai.com/advantech-partners-with-ai-startup-qonnect-to-sign-mou-to-revolutionize-thai-factories-towards-industry-4-0/) - เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 – บริษัท แอดวานซ์เทค คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (Advantech Corporation (Thailand) Co., Ltd.) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชัน Edge AI, Industrial IoT และคอมพิวเตอร์เกรดอุตสาหกรรม และ บริษัท Qonnect บริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี ที่จัดตั้งในปี 2020 ภายใต้ บริษัท BIIC Co., Ltd. เพื่อพัฒนา โซลูชัน IIoT, AI และแพลตฟอร์มดิจิทัล และเพื่อยกระดับประสิทธิภาพและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของโรงงาน ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ที่สถาบันไทย-เยอรมัน (TGI) จังหวัดชลบุรี เพื่อพัฒนาโซลูชันด้านการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยก้าวสู่ยุค Industry 4.0 อย่างมั่นคงและยั่งยืน คุณ Matrix Choong ผู้จัดการทั่วไป - [ซีเนียร์คอม เปิดตัวซอฟต์แวร์ใหม่ H-Meter Capital Experience Version BOT Comply ช่วยผู้ประกอบการสินเชื่อเช่าซื้อทั่วประเทศ ปรับตัวรับกฎใหม่ธปท. ด้วยต้นทุนที่เข้าถึงได้](https://www.manutalkthai.com/seniorcom-launches-new-software-h-meter-capital-experience-version-bot-comply/) - บริษัท ซีเนียร์คอม จำกัด ผู้นำด้านซอฟต์แวร์สำหรับอุตสาหกรรมการเงินและ ยานยนต์กว่า 30 ปี ประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์ม H-Meter Capital Experience Version BOT Comply ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่ง สามารถปฏิบัติตามกฎเกณฑ์การกำกับดูแลฉบับใหม่ ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 ธันวาคม 2568 โดยชูจุดเด่นในการเป็น เครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพ ครบวงจร และที่สำคัญคือ มีต้นทุนที่สมเหตุสมผล ช่วยลดภาระให้ผู้ประกอบการ ทุกขนาด โดยเฉพาะรายกลางและรายย่อย กฎเกณฑ์ใหม่ของ ธปท. กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกราย ต้องรายงานตัวและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งนำมาสู่ความท้าทายสำคัญคือต้นทุนในการปรับปรุง ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการปรับกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ใหม่ เช่น การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) ภาระด้านต้นทุนนี้ถือเป็น Pain Point สำคัญที่อาจส่ง ผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและการอยู่รอดของผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมาก คุณสุพนิต อึงอารี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) บริษัท ซีเนียร์ คอม จำกัด กล่าวว่า "เราเข้าใจถึงแรงกดดันที่ผู้ประกอบการ - [TAT Corporation เสริมแกร่งธุรกิจด้วย SAP Business Suite จาก NDBS Thailand เตรียมก้าวสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม เสริมศักยภาพทีมงานด้วย Cloud, Data และ Automation](https://www.manutalkthai.com/tat-corporation-is-strengthening-its-business-with-sap-business-suite-from-ndbs-thailand/) - ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม บริษัท TAT Corporation จำกัด ถือเป็นคลื่นลูกใหม่ที่มาแรงและเติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อเนื่อง จนแปรสภาพสู่การเป็นบริษัทมหาชนเตรียมเดินหน้าดำเนินการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้ภายในระยะเวลาเพียงไม่ถึง 10 ปี ความสำเร็จนี้มีที่มาอย่างไร? และ TAT Corporation ต้องปรับแนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อมุ่งสู่การเป็นบริษัทมหาชนอย่างไร? SAP Business Suite จะเข้ามามีบทบาทมากน้อยเพียงใดในวิสัยทัศน์นี้? พบกับคำตอบของทุกคำถามเหล่านี้ได้ในบทความนี้ รู้จักกับ TAT Corporation เจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามชั้นนำอย่าง Plantnery, Gravich, Hej! และ JKX Lab หลายคนอาจจะไม่คุ้นหูกับชื่อของ TAT Corporation มากนัก แต่หากเล่าว่า TAT Corporation คือบริษัทที่เป็นเจ้าของ แบรนด์อย่าง Plantnery, Gravich, Hej! และ JKxLab ที่เข้ามารุกตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามได้อย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีมานี้ ก็คงทำให้ทุกท่านเห็นภาพของบริษัทได้ชัดเจนขึ้น คุณธนธัส ถนอม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีเอที คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เล่าถึงที่มาของชื่อบริษัทที่สื่อถึงคุณค่าว่า TAT - [Kintone เปิดตัว ‘Kintone AI Lab’ เสริมศักยภาพ SMB ไทยด้านการใช้ข้อมูลและจัดการกระบวนการทำงาน โดยไม่ต้องเขียนโค้ด](https://www.manutalkthai.com/kintone-launches-kintone-ai-lab-to-empower-thai-smbs/) - บริษัท คินโทน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการทำงานดิจิทัลบนคลาวด์ (digital workplace platform) ชั้นนำ ประกาศเปิดตัว Kintone AI Lab บริการเบต้า (Beta) ใหม่ที่เปิดให้ใช้งานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ออกแบบมาเพื่อเสริมศักยภาพให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMB) ในประเทศไทยสามารถพัฒนาแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้ตามความต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยนักพัฒนาหรือมีประสบการณ์ด้านการเขียนโค้ด Kintone AI Lab ได้ผสานเทคโนโลยี Generative AI เข้าไว้ในแพลตฟอร์มโดยตรง ทำให้ผู้ใช้สามารถออกแบบแอปพลิเคชันและจัดการกระบวนการทำงาน (Workflow) ได้ผ่านคำสั่งการสนทนาที่เรียบง่าย การเปิดตัวครั้งนี้มุ่งแก้ไขอุปสรรคสำคัญที่ SMB ในภูมิภาคกำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนการพัฒนาซอฟต์แวร์เฉพาะทางที่สูง ความซับซ้อนในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และปัญหาการขาดแคลนบุคลากรไอทีที่มีทักษะเชี่ยวชาญ จากข้อมูลของธนาคารโลก (World Bank) ธุรกิจ SMB ของไทยมีศักยภาพที่จะเป็นผู้นำอนาคตดิจิทัลของประเทศได้ หากสามารถแก้ไขปัญหาช่องว่างด้านทักษะที่สำคัญได้ โดยพบว่าเยาวชนไทยเกือบ 3 ใน 4 (74.1%) ยังขาดทักษะดิจิทัลขั้นพื้นฐาน และมีประชากรเพียงประมาณ 1% เท่านั้นที่มีทักษะดิจิทัลขั้นสูง ดังนั้น - [โรงไฟฟ้า BLCP จับมือภาครัฐ องค์กรธุรกิจและเอกชนไทย-นานาชาติหนุนวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี สร้างนวัตกรรมเสริมเสถียรภาพความมั่นคงทางพลังงานพร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืน](https://www.manutalkthai.com/blcp-power-plant-collaborates-with-government-thai-international-business-and-private-sectors-to-drive-technology-rd/) - บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรธุรกิจ และภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีพลังงาน สร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย การดูแลสิ่งแวดล้อม และการสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน นายยุทธนา เจริญวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด กล่าวถึงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมถือเป็นพันธกิจหลักของบริษัทมาโดยตลอดว่า เพื่อให้การผลิตไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูงสุดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ควบคู่ไปกับการสร้างนวัตกรรมในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) นั้น BLCP ได้เริ่มดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงไฟฟ้า เพื่อมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิตไฟฟ้า เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้โดยพัฒนาปรับปรุงการเผาไหม้ถ่านหินบิทูมินัสคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดของเสียจากกระบวนการผลิต การจัดการน้ำอย่างยั่งยืนโดยใช้เทคโนโลยีแปลงน้ำทะเลเป็นน้ำจืดเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตและหมุนเวียนใช้ภายในโรงไฟฟ้า 100% การบำบัดน้ำเสียก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดผลกระทบต่อแหล่งน้ำจืดในพื้นที่ การทดลองเชื้อเพลิงร่วมผ่านการศึกษาและทดสอบการใช้เชื้อเพลิงทางเลือก เช่น แอมโมเนีย และชีวมวล (Biomass) ร่วมกับการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน เพื่อลดปริมาณการใช้ถ่านหิน แม้จะมีต้นทุนสูงขึ้นในระยะแรก แต่บริษัทฯ มุ่งหวังว่าการวิจัยนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ราคาเชื้อเพลิงทางเลือกสมเหตุสมผลต่อการใช้งานในระยะยาว ด้านการใช้เทคโนโลยีควบคุมและจัดการสิ่งแวดล้อมนั้น โรงไฟฟ้า BLCP - [SAP Business Suite: ก้าวสู่ยุคใหม่แห่งการบริหารจัดการธุรกิจ ผสานพลัง ERP, Business App, AI และ Data ในหนึ่งเดียว กับ NTT DATA Business Solutions (Thailand)](https://www.manutalkthai.com/sap-business-suite-a-new-era-of-business-management-powered-by-erp-business-apps-ai-and-data/) - ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจ และการมาของเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะ AI ทำให้หลายองค์กรต้องวางกลยุทธ์ระยะยาวด้านเทคโนโลยีสำหรับการบริหารจัดการธุรกิจกันใหม่ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความยืดหยุ่นและการรองรับนวัตกรรมใหม่ล่าสุดให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด SAP และ NTT DATA Business Solutions (Thailand) พร้อมช่วยธุรกิจองค์กรตอบโจทย์นี้แล้ว ด้วยโซลูชันที่ถูกอัปเกรดครั้งใหญ่จาก SAP อย่าง SAP Business Suite ที่จะช่วยให้ธุรกิจมีระบบบริหารจัดการธุรกิจที่ครบวงจร พร้อมต่อยอดได้อย่างยืดหยุ่น ทั้ง ERP, Business Application, AI และ Data เพื่อให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันได้อย่างคล่องตัว SAP Business Suite: สู่ยุคใหม่แห่งการบริหารจัดการองค์กรด้วย AI และ Real-Time Data แม้ในอดีตที่ผ่านมา SAP จะมุ่งเน้นการนำเสนอโซลูชันด้านระบบ ERP เป็นหลัก แต่ในปี 2025 นี้ วิสัยทัศน์ของ SAP ได้ก้าวล้ำไปไกลยิ่งกว่าเพียงแค่ระบบ ERP แล้ว เพราะในการบริหารจัดการธุรกิจให้มีขีดความสามารถในการแข่งขัน, ลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเปิดรับต่อการใช้ AI - [ผลการศึกษาของ ABB ระบุว่า การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยแผนงานที่แข็งแกร่ง และการลงทุนที่เพิ่มขึ้น](https://www.manutalkthai.com/abb-report-says-the-energy-transition-thailand-is-growing-rapidly/) - ผลสำรวจดัชนีความพร้อมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประจำปี 2025 โดยฝ่ายอุตสาหกรรมพลังงานของเอบีบี ระบุว่าประเทศไทยมีความพร้อมและมีบทบาทเป็นผู้นำอย่างชัดเจนมากขึ้นในการกำหนดทิศทางและสนับสนุนเอเชียแปซิฟิกในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก ความก้าวหน้าในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนจากความแข็งแกร่งและกรอบความคิดที่มองไปข้างหน้า เห็นได้จากผู้นำด้านการใช้พลังงานที่ตอบแบบสำรวจมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ กล่าวว่าแผนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของตนยังคงเดินหน้าแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลกเมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็ตาม ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงถึงเสถียรภาพของกลยุทธ์ด้านนี้อย่างชัดเจน ประเทศไทยมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดย 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้นำด้านการใช้พลังงานของไทยกล่าวว่า แผนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของตนยังคงเดินหน้าแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลกก็ตาม แรงขับเคลื่อนในการใช้พลังงานหมุนเวียนและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานยังเกิดขึ้นต่อเนื่องและจริงจังในวงกว้าง โดยผู้ตอบแบบสำรวจ 77 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ภายในห้าปี 74 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรที่ตอบแบบสำรวจจัดสรรเงินมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายในการลงทุน (CAPEX) เพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การสำรวจนี้จัดทำโดยฝ่ายอุตสาหกรรมพลังงานของเอบีบี ทำการสำรวจผู้นำด้านการใช้พลังงานของธุรกิจจำนวน 4,085 ราย ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนและด้านเทคโนโลยีของบริษัทในอุตสาหกรรม 10 ประเภทที่ใช้พลังงานสูง ผู้ตอบแบบสำรวจมาจาก 12 ตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกทำการประเมินตัวบ่งชี้ความพร้อม 20 รายการในสี่ประเด็นที่สำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ประกอบด้วย กลยุทธ์ เทคโนโลยีและหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐาน การเงิน และบุคลากรที่มีความสามารถ ซึ่งผลสำรวจของประเทศไทยเป็นไปในทิศทางของการเติบโตต่อเนื่องที่ได้รับการสนับสนุนจากเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศต่าง ๆ ของประเทศ รวมถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อ AI และระบบควบคุมอัตโนมัติ - [Solis อินเวอร์เตอร์ ซีรีส์ S6-GC(80-125)K C&I ได้รับการรับรอง ISO 14067:2018 Product Carbon Footprint จาก TÜV Süd](https://www.manutalkthai.com/solis-inverters-s6-gc80-125-got-iso-140672018-product-carbon-footprint-certified-from-tuv-sud/) - Ginlong (Solis) Technologies หนึ่งในผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์รายใหญ่และมีประสบการณ์มากที่สุดในโลก ได้รับการรับรอง ISO 14067:2018 Product Carbon Footprint จาก TÜV Süd สำหรับอินเวอร์เตอร์ซีรีส์ S6-GC(80-125)K สำหรับงานเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม การรับรองนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Solis ในด้านความยั่งยืน แสดงถึงความเป็นผู้นำในการลดการปล่อยคาร์บอนตลอดวัฏจักรชีวิต ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน และสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน ISO 14067:2018 เป็นมาตรฐานระดับสากลที่ใช้ในการวัด Carbon Footprint ของผลิตภัณฑ์ในทุกช่วงของวัฏจักรชีวิต การรับรองนี้ช่วยให้เกิดการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) อย่างโปร่งใส น่าเชื่อถือ โดยผ่านการประเมินและตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระ สำหรับ Solis นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการส่งมอบโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสู่ตลาดโลก อินเวอร์เตอร์ซีรีส์ S6-GC(80-125)K ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมสามารถผสานพลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย จุดเด่น ได้แก่ ระบบควบคุมการส่งออกพลังงานแบบ Master-Slave พร้อมการรองรับการจ่ายไฟสามเฟสแบบไม่สมดุลเพื่อความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อโครงข่าย, พอร์ต RS485 อิสระคู่สำหรับการเชื่อมต่อกับระบบบุคคลที่สามอย่างราบรื่น และระบบป้องกันการเกิดอาร์คด้วย AI ที่ตอบสนองในระดับมิลลิวินาที ด้านความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือยังได้รับการเสริมด้วยระบบตรวจจับการต่อลงดินของ PV แบบเรียลไทม์, การทำงานร่วมกันของระบบป้องกันอาร์คและการปิดระบบอย่างรวดเร็ว ตลอดจนเซ็นเซอร์สภาพอากาศในตัวเพื่อการตรวจสอบประสิทธิภาพอย่างชาญฉลาด - [AIS ดัน 5G Use Case คว้า 5 รางวัล ในงาน Digital Transformation World 2025 โดย TM Forum ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตอกย้ำความแข็งแกร่งศักยภาพโครงข่ายอัจฉริยะ [PR]](https://www.manutalkthai.com/ais-drives-5g-use-case-to-win-5-awards-at-digital-transformation-world-2025/) - AIS ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีโครงข่ายอัจฉริยะและนวัตกรรมระดับโลก คว้า 5 รางวัลใหญ่ Outstanding Catalyst ในสาขา Application of AI & Automation, Attendees’ Choice Award, Business Impact, Interactive Showcase และ Innovative & Futuristic จากเวที Digital Transformation World (DTW) 2025 จัดโดย TM Forum สมาคมผู้ให้บริการและซัพพลายเออร์ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมระดับโลก ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนถึงศักยภาพของ AIS ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนา Autonomous Network ที่แข็งแกร่ง พร้อมก้าวสู่การเป็น Cognitive Tech-Co ซึ่งถือเป็นบทพิสูจน์ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและส่งมอบประสบการณ์การบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า นายกิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี AIS กล่าวว่า “AIS มุ่งพัฒนาขีดความสามารถและยกระดับเครือข่ายสู่ Autonomous Network ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้แบบเชิงรุกและเรียลไทม์ รวมถึงสามารถออกแบบประสบการณ์การใช้งานที่เหมาะสมและดีที่สุดให้กับลูกค้าแต่ละบุคคลได้อย่างอัจฉริยะ ความสำเร็จในครั้งนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจของ AIS ที่ยืนยันถึงความตั้งใจในการผลักดันโครงข่ายอัจฉริยะให้มีความแข็งแกร่งขึ้นจริง - [จับตา! NTT DATA ตั้งหน่วยธุรกิจใหม่ ผนึก Microsoft Cloud เร่งเครื่อง AI สู่ภาคธุรกิจ](https://www.manutalkthai.com/ntt-data-establishes-new-business-unit-joins-microsoft-cloud-accelerating-ai-adoption-in-the-business-sector/) - NTT DATA บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ได้ประกาศจัดตั้งหน่วยธุรกิจใหม่ โดยมีเป้าหมายหลักคือการใช้ประโยชน์จาก Microsoft Cloud และ เทคโนโลยี AI เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจให้กับลูกค้าทั่วโลก หัวใจสำคัญของหน่วยธุรกิจใหม่นี้คืออะไร? รวบรวมผู้เชี่ยวชาญระดับโลก: หน่วยธุรกิจนี้จะผสานรวมความเชี่ยวชาญด้าน Microsoft Cloud, ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และ Agentic AI (ระบบ AI ที่สามารถตัดสินใจและดำเนินการได้เอง) เพื่อให้การสนับสนุนลูกค้าอย่างครอบคลุม ความเชี่ยวชาญที่โดดเด่น: NTT DATA มีบุคลากรที่ได้รับการรับรองจาก Microsoft มากกว่า 24,000 คน และดำเนินงานในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ทำให้สามารถนำเสนอโซลูชันคลาวด์ที่ปรับขยายได้ง่าย ระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง และเวิร์กโฟลว์ AI ที่สร้างขึ้นจาก Azure AI Foundry โดยเฉพาะ มุ่งเน้นการใช้งาน AI ในโลกธุรกิจจริง: หน่วยธุรกิจใหม่นี้มีเป้าหมายที่จะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถนำ AI ไปใช้งานในกระบวนการทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นที่อุตสาหกรรมที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลที่เข้มงวด บริการที่น่าสนใจ - ["Eco Supreme" แบรนด์เสื้อรักษ์โลกเจ้าแรกในไทย ได้การรับรอง 3 ฉลาก Carbon Footprint Products จาก อบก. เสื้อ 1 ตัวลดการปล่อยคาร์บอนได้ 74%พร้อมรับรางวัล Thailand Textiles Tag การันตีสินค้าคุณภาพ-ปลอดภัย [PR]](https://www.manutalkthai.com/eco-supreme-received-thailand-textiles-tag-award/) - บริษัท แกรนดี้อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อผ้าสำหรับลูกค้าองค์กรด้วยประสบการณ์กว่า 45 ปี ประกาศเปิดตัว "Eco Supreme" ธุรกิจใหม่ที่มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองฉลากด้าน Carbon Footprint Products ครบทั้ง 3 แบบจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) พร้อมสนับสนุนองค์กรไทยในการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในฐานะแบรนด์เสื้อรักษ์โลกที่มีความน่าเชื่อถือระดับสูง ที่ใช้นวัตกรรมการผลิตเสื้อโปโลจากวัสดุเหลือใช้ เช่น ขวดพลาสติก PET เสื้อผ้าเก่า และเศษวัสดุธรรมชาติ ผ่านกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน พร้อมลดการปล่อยคาร์บอนลงได้มากถึง 74% เมื่อเทียบกับเสื้อโปโลทั่วไป นายวีรวุฒิ มาลาบุปผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท แกรนดี้อินเตอร์เทรด จำกัด กล่าวว่า เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อผ้าสำหรับลูกค้าองค์กร (B2B) โดยเฉพาะ ด้วยประสบการณ์กว่า 45 ปีในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ทำให้แบรนด์เข้าใจความต้องการของลูกค้าในทุกระดับอย่างลึกซึ้ง การก่อตั้งแบรนด์ Eco Supreme เกิดจากความตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและปัญหาขยะพลาสติก จึงพัฒนาแนวคิดผสาน Carbon Footprint เข้ากับแฟชั่นองค์กร เพื่อสร้างสรรค์สินค้าที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และขับเคลื่อนตามแนวทาง Green Transition พร้อมร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษา - [วีเอสที อีซีเอส รวมพลังพนักงานในกิจกรรม Recycle for Change“เทิร์น” พลาสติกใช้แล้ว สู่ชุดนิรภัยสะท้อนแสงอัพไซเคิลเพื่อสังคม [PR]](https://www.manutalkthai.com/vst-ecs-employees-united-for-recycle-for-change-activity/) - บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม “VST ECS Recycle for Change” เปลี่ยนเพื่อโลกที่ยั่งยืน ชวนพนักงานรวมพลังแยกขวดพลาสติกใสใช้แล้ว (PET) เข้าสู่กระบวนการที่ถูกต้องเพื่อกลับมาสร้างคุณค่าอีกครั้ง ผ่าน GC YOUเทิร์น แพลตฟอร์มการบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วแบบครบวงจร การจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ให้พนักงานตระหนักถึงคุณค่าของการนำกลับมาใช้ใหม่ในการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน โดยรณรงค์ให้พนักงานแยกขวดพลาสติกใสใช้แล้ว (PET) โดยจัดจุดทิ้งเพื่ออำนวยความสะดวกให้พนักงานทั้งองค์กร จากกิจกรรมดังกล่าวสามารถรวบรวมพลาสติกใช้แล้วได้กว่า 70 กิโลกรัม หรือคิดเป็นประมาณ 3,500 ขวด และส่งมอบให้กับ GC YOUเทิร์น แพลตฟอร์ม เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลที่ถูกต้อง โดยพลาสติกทั้งหมดจะถูกนำไปรวบรวมนำเข้าสู่กระบวนการ Upcycling เพื่อผลิตเป็นเสื้อนิรภัยสะท้อนแสงอัพไซเคิล เพื่อต่อยอดเพิ่มคุณค่า ส่งต่อความสุขสู่สังคมและสร้างความปลอดภัยให้กับพนักงานกวาดถนนและพนักงานเก็บขยะ กิจกรรม “VST ECS Recycle for Change” ถือเป็นก้าวแห่งการริเริ่มปลูกจิตสำนึกให้พนักงานตระหนักรู้การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดโลกร้อนไปพร้อม ๆ กัน สอดคล้องกับแนวคิดวีเอสทีอีซีเอส #จริงจังทุกเรื่องที่ยั่งยืน - [IFS เดินหน้า ควบรวมกิจการ 7bridges บริษัท AI จากลอนดอน ขยายอาณาจักรเทคโนโลยีคุมซัพพลายเชน](https://www.manutalkthai.com/ifs-moves-forward-with-acquisition-of-london-based-ai-company-7bridges/) - IFS บริษัทชั้นนำด้านซอฟต์แวร์ระดับองค์กร ประกาศเข้าซื้อกิจการ 7bridges บริษัทผู้ให้บริการโซลูชันการจัดการซัพพลายเชนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากลอนดอน การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ของ IFS ในรอบปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การเสริมทัพด้าน Industrial AI เพื่อรองรับอุตสาหกรรมสำคัญอย่างการผลิต การบินและอวกาศ และการป้องกันประเทศ AI อัจฉริยะช่วยแก้ปัญหาวุ่นวายในห่วงโซ่อุปทาน 7bridges คือผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ AI ขั้นสูงเพื่อจำลองและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายโลจิสติกส์ได้อย่างรวดเร็วและประหยัดต้นทุน แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้ธุรกิจสามารถรวบรวมและตีความข้อมูลโลจิสติกส์จากหลายแหล่งที่มา เพื่อปรับปรุงซัพพลายเชนอย่างต่อเนื่องตามการเปลี่ยนแปลงทั้งที่คาดการณ์ไว้และไม่คาดคิด จากการเปิดเผยของ IFS พบว่าลูกค้าที่ใช้แพลตฟอร์มของ 7bridges สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งได้เฉลี่ย 8% พร้อมทั้งสามารถทำงานป้อนข้อมูลและจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ได้แบบอัตโนมัติถึง 90% ตอบโจทย์ความท้าทายในตลาด การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะช่วยให้ IFS สามารถขยายโซลูชันของ 7bridges ไปสู่ตลาดหลักที่เน้นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์และบริการ ซึ่งความต้องการเทคโนโลยีเหล่านี้ได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต การบินและอวกาศ และการป้องกันประเทศ เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ กำลังเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น ปัญหาการหยุดชะงักทั่วโลก และแรงกดดันด้านความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม การผนึกกำลังกันระหว่าง IFS และ 7bridges ถือเป็นการรวมอัลกอริทึม AI ที่ล้ำสมัยเข้ากับชุดเครื่องมือสำหรับองค์กรของ - [Advantech ผนึกกำลัง Tapway ดัน “Vision AI” บุกตลาดไทย ปักธงช่วยธุรกิจก้าวสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว](https://www.manutalkthai.com/advantech-partners-with-tapway-to-launch-vision-ai-into-the-thai-market/) - วงการเทคโนโลยีในไทยคึกคักอีกครั้ง เมื่อ บริษัท Advantech Corporation (Thailand) Co., Ltd. และ Tapway สองบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยี ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อร่วมกันพัฒนาและนำเสนอโซลูชัน Vision AI หรือระบบปัญญาประดิษฐ์เชิงวิทัศน์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดเมืองไทย การจับมือครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นในงาน DEX CONNEX Thailand 2025 ซึ่งจัดขึ้นที่ True Digital Park โดยทั้งสองบริษัทได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) อย่างเป็นทางการ เพื่อยืนยันความมุ่งมั่นที่จะขยายขอบเขตการใช้งานเทคโนโลยี AI ในหลากหลายภาคส่วน ทั้งค้าปลีก อุตสาหกรรม และภาครัฐ ภายใต้ความร่วมมือนี้ Advantech ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านโซลูชัน Edge AI และคอมพิวเตอร์อุตสาหกรรม จะรับผิดชอบดูแลด้านการตลาดและบริหารจัดการลูกค้าในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ขณะที่ Tapway ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ Vision AI จะเป็นผู้ให้บริการซอฟต์แวร์หลัก พร้อมให้การสนับสนุนทางเทคนิคและเสริมศักยภาพให้กับลูกค้า Matrix Choong ผู้จัดการทั่วไปของ Advantech ประเทศไทย กล่าวว่า - [Apple ทุ่มสุดตัว ย้ายฐานผลิต iPhone 17 ทั้ง 4 รุ่นไปอินเดีย ลดการพึ่งพาจีน](https://www.manutalkthai.com/apple-is-going-all-out-moving-production-of-all-four-iphone-17-models-to-india-to-reduce-reliance-on-china/) - ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Apple กำลังเร่งเครื่องการผลิต iPhone ในอินเดียอย่างเต็มสูบ โดยมีรายงานจาก Bloomberg ว่า Apple เตรียมผลิต iPhone 17 ทั้ง 4 รุ่น ที่จะเปิดตัวในเดือนหน้าจากโรงงานในอินเดียเป็นครั้งแรก ถือเป็นก้าวสำคัญในการลดการพึ่งพาจีนเพื่อส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐอเมริกา การขยายฐานครั้งนี้รวมถึงการเปิดโรงงานแห่งใหม่ของ Tata Group ในรัฐทมิฬนาฑู และโรงงานของ Foxconn ใกล้สนามบินบังคาลอร์ โดยคาดว่าโรงงานของ Tata จะรับผิดชอบการผลิต iPhone ในอินเดียสูงถึงครึ่งหนึ่งภายในสองปีข้างหน้า ซึ่งตอกย้ำบทบาทของ Tata ในฐานะพันธมิตรคนสำคัญของ Apple การย้ายฐานการผลิตครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะยอดการส่งออก iPhone จากอินเดียพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าทึ่ง โดยระหว่างเดือนเมษายนถึงกรกฎาคมที่ผ่านมา อินเดียส่งออก iPhone เป็นมูลค่าสูงถึง 7,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งของยอดส่งออกทั้งปีที่ผ่านมาที่ 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเมื่อเดือนที่แล้ว รายงานจาก Canalys ระบุว่า อินเดียได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดที่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาแทนที่จีนแล้ว การตัดสินใจครั้งนี้ยังเป็นผลมาจากความพยายามของ Apple ในการรับมือกับนโยบายภาษีจากรัฐบาลสหรัฐฯ โดย - ["LG" เดินหน้าเพื่อสิ่งแวดล้อม! ลดใช้พลาสติกและคาร์บอนในเครื่องปรับอากาศด้วยเทคโนโลยีใหม่](https://www.manutalkthai.com/lg-moves-forward-for-the-environment-reduce-the-use-of-plastic-and-carbon-in-air-conditioners-with-new-technology/) - แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (LG) ประกาศลดการใช้พลาสติกและก๊าซคาร์บอนในการผลิตเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์แบบ 4 ทิศทาง (4-way system) ด้วยการนำวัสดุและกระบวนการผลิตแบบใหม่มาใช้ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามวิสัยทัศน์ "Better Life for All" ของบริษัท รายละเอียดการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนวัสดุและกระบวนการผลิต: แอลจีเปลี่ยนมาใช้กระบวนการฉีดขึ้นรูปแบบโฟม (foaming injection molding) ด้วยการอัดก๊าซไนโตรเจนเข้าไปในแม่พิมพ์ ซึ่งช่วยลดการใช้พลาสติกลง 900 กรัมต่อเครื่อง นอกจากนี้ยังเปลี่ยนมาใช้พลาสติกโพลีโพรพิลีน (PP) ที่มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำกว่า พลาสติกอะคริโลไนไตรล์บิวทาไดอีนสไตรีน (ABS) แบบเดิม ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน: TÜV Rheinland องค์กรทดสอบและรับรองระดับโลก ยืนยันว่ากระบวนการผลิตใหม่นี้สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการผลิตเครื่องปรับอากาศเหลือเพียง 14.85 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อเครื่อง และคาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 4,400 ตันต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับการดูดซับคาร์บอนของป่าสนที่มีพื้นที่กว่า 580 สนามฟุตบอล ลดการใช้พลาสติก: การปรับปรุงครั้งนี้คาดว่าจะช่วยลดการใช้พลาสติกได้ประมาณ 270 ตันต่อปี ทิศทางในอนาคต แอลจีเริ่มใช้เทคโนโลยีนี้ในเครื่องปรับอากาศแบบ 4 ทิศทางตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และมีแผนที่จะขยายการผลิตไปยังเครื่องปรับอากาศรุ่นอื่น ๆ ทั้งในครัวเรือนและเชิงพาณิชย์ต่อไป - [โบลท์ (Bolt) ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม: ต่อยอดโครงการ Booster Week เพิ่มการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ขับขี่ [PR]](https://www.manutalkthai.com/success-of-bolt-booster-week-project/) - โบลท์ (Bolt) แพลตฟอร์มบริการเรียกรถชั้นนำระดับโลก ประกาศความสำเร็จโครงการ Booster Week ที่เปิดตัวเมื่อเดือนมกราคม 2568 โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการนี้ให้การสนับสนุนแบบครบวงจร ทั้งการให้คำแนะนำรายบุคคล การช่วยเตรียมเอกสาร และการจัดพื้นที่ให้บริการด้านเอกสาร เพื่ออำนวยความสะดวกและลดระยะเวลาในการดำเนินการ ภายหลังการดำเนินโครงการ Booster Week พบว่าจำนวนการอัปโหลดใบอนุญาตขับรถสาธารณะบนระบบของโบลท์ เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยถึง 25% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในช่วงเดือนมิถุนายนถึงธันวาคม 2567 โดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2568 ที่มียอดการอัปโหลดเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ โครงการยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดการจองคิวเพื่อตรวจสอบเอกสารกับกรมการขนส่งทางบกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยพบว่าในช่วงเวลาที่ดำเนินโครงการ 63% ของการจองคิวทั้งหมดในวันธรรมดาเป็นผู้ขับขี่ของโบลท์ และเพิ่มขึ้นถึง 80% ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของผู้ขับขี่ในการปฏิบัติตามข้อกำหนดและพัฒนาคุณสมบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐานของภาครัฐ จากผลสำรวจความคิดเห็นของผู้ขับขี่ที่เข้าร่วมโครงการ พบว่า 85.3% ของผู้ขับขี่รู้สึกพึงพอใจกับการสนับสนุนที่ได้รับจากโบลท์ 85.3% ระบุว่ากระบวนการยื่นเอกสารและขั้นตอนต่างๆ มีความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น 70% ระบุว่าการได้รับใบอนุญาตขับขี่สาธารณะมีส่วนสำคัญในการเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ที่มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น จากความสำเร็จของโครงการในระยะแรก โบลท์ได้เดินหน้าขยายโครงการ Booster Week ไปยัง 13 จังหวัดทั่วประเทศ ในเดือนกรกฎาคม 2568 ได้แก่ - ['Acer' ลุย! ผนึกกำลังบริษัทอินเดีย ตั้งโรงงานผลิตแล็ปท็อปแห่งใหม่ เสริมแกร่งตลาดอินเดีย](https://www.manutalkthai.com/acer-joins-forces-with-indian-company-to-establish-new-laptop-manufacturing-plant-strengthening-the-indian-market/) - เอเซอร์ (Acer) ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำจากไต้หวัน ได้ประกาศเปิดโรงงานผลิตแล็ปท็อปแห่งใหม่ในเมือง Kurumbapet รัฐ Puducherry ประเทศอินเดีย โดยเป็นการร่วมมือกับ Plumage Solutions บริษัทผู้ผลิตฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์สัญชาติอินเดีย ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของเอเซอร์ในการเสริมกำลังการผลิตและขยายฐานในตลาดอินเดีย โดย Plumage Solutions จะลงทุนเพิ่มเติมอีกกว่า 5.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนการผลิตอย่างเต็มที่ โรงงานแห่งนี้จัดตั้งขึ้นภายใต้นโยบาย Production Linked Incentive Scheme (PLI) ของรัฐบาลอินเดีย ซึ่งเป็นโครงการที่ให้เงินสนับสนุนตามยอดขายที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ไอทีที่ผลิตในอินเดีย การเปิดโรงงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การผลิตภายในประเทศ (localisation strategy) ของเอเซอร์ ที่มุ่งลดการพึ่งพาการนำเข้า เพิ่มประสิทธิภาพในห่วงโซ่อุปทาน ลดระยะเวลาการจัดส่ง และตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดอินเดีย โดยโรงงานแห่งนี้มีกำลังการผลิตแล็ปท็อปสูงถึง 300,000 เครื่องต่อปี มุมมองจากผู้บริหาร: Harish Kohli ประธานและกรรมการผู้จัดการของ Acer India กล่าวว่า โรงงานแห่งใหม่นี้จะช่วยให้เอเซอร์สามารถให้บริการตลาดอินเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของรัฐบาลอินเดียที่ต้องการผลักดันประเทศให้เป็นศูนย์กลางด้านอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก Sudhir Goel ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจของ Acer India กล่าวเสริมว่า โรงงานแห่งนี้จะช่วยให้เอเซอร์ส่งมอบผลิตภัณฑ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นและรักษาคุณภาพที่เป็นเลิศ - [เดลล์ ยกเครื่อง Dell AI Data Platform ช่วยลูกค้าดึงศักยภาพข้อมูล เพื่อขับเคลื่อนขุมพลัง AI ขององค์กร ร่วมกับ NVIDIA และ Elastic [PR]](https://www.manutalkthai.com/dell-ai-data-platform-driven-nvidia-and-elastic/) - เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประกาศการอัปเดต Dell AI Data Platform เพื่อช่วยลูกค้ารองรับเวิร์กโหลด AI ได้อย่างเต็มรูปแบบตลอดวงจรการทำงาน ตั้งแต่การนำเข้าและแปลงข้อมูล เพื่อประมวลเชิงอนุมานในลักษณะเอเจนต์ ตลอดจนการใช้ AI ดึงข้อมูลความรู้ การอัปเดต Dell AI Data Platform ช่วยเพิ่มศักยภาพรองรับการใช้ AI ได้ครบถ้วนทุกวงจรการทำงาน ตั้งแต่การนำเข้าข้อมูลไปจนถึงการอนุมานผลลัพธ์ เดลล์ ร่วมมือกับ Elastic ผู้นำด้านการค้นหาแบบเวกเตอร์ (vector search) เพื่อยกระดับการประมวลผลทั้งการวิเคราะห์ และอนุมานผลลัพธ์ เซิร์ฟเวอร์ Dell PowerEdge R7725 มาพร้อม GPU NVIDIA RTX PRO 6000 Blackwell Server Edition โดยเป็นแพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์แบบ 2U ตัวแรกที่รองรับสถาปัตยกรรมอ้างอิง NVIDIA AI Data Platform เดลล์ และ NVIDIA - [3 ขั้นตอนดำเนินกลยุทธ์ Data ของธุรกิจด้วย SAP Datasphere ต่อยอดสู่การทำ Planning, Analytics, Data Science และ AI อย่างครบวงจร กับ NTT DATA Business Solutions Thailand](https://www.manutalkthai.com/3-steps-to-implement-your-business-data-strategy-with-sap-datasphere-extending-to-integrated-planning-analytics-data-science-and-ai-with-ntt-data-business-solutions-thailand/) - การก้าวสู่การเป็น Data-Driven Business นั้นยังคงเป็นเป้าหมายหลักของธุรกิจองค์กรหลายแห่งทั่วโลกและทั่วไทย เพื่อเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งสู่การริเริ่มนวัตกรรมด้าน AI ที่มั่นคง แต่ธุรกิจหลายแห่งก็ยังคงไม่สามารถกำหนดกลยุทธ์ที่เหมาะสมเพื่อจะเดินหน้าไปสู่วิสัยทัศน์ดังกล่าวได้สำเร็จ SAP และ NTT DATA Business Solutions Thailand พร้อมพาธุรกิจของคุณมุ่งสู่การเป็น Data-Driven Business แล้ว ด้วย 3 ขั้นตอนในการดำเนินกลยุทธ์ Data ของธุรกิจด้วย SAP Datasphere ให้คุณสามารถรวมศูนย์ข้อมูลธุรกิจทั้งหมด สำหรับการนำมาต่อยอดและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้ 1. วาง Data Architecture สร้างระบบ Data Platform กลางของธุรกิจ ขั้นตอนแรกสุดในการดำเนินกลยุทธ์ด้าน Data ที่เหมาะสมนั้น ก็คือการกำหนดสถาปัตยกรรมของข้อมูลหรือ Data Architecture เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการนำข้อมูลไปใช้วิเคราะห์ต่อยอดทางธุรกิจให้ได้ โดยหัวใจสำคัญในการทำให้ Data Architecture เกิดขึ้นมาได้นั้นก็คือระบบ Data Platform ที่เหมาะสมอย่างเช่น SAP Datasphere นั่นเอง SAP - [Motion Controls Robotics เปิดตัวแพลตฟอร์มเสนอราคาทางออนไลน์สำหรับระบบจัดวางแพลเลตด้วยหุ่นยนต์](https://www.manutalkthai.com/motion-controls-robotics/) - Motion Controls Robotics, Inc. (MCRI) ผู้จัดหาชั้นนำด้านการจัดวางแพลเลตด้วยหุ่นยนต์ เปิดช่องทางเสนอราคาใหม่สำหรับ BA Palletizer ในแบบออนไลน์ ซึ่งจะช่วยโรงงานผู้ผลิตได้รับข้อมูล BA Palletizer ทั้งระบบ ราคา และระยะเวลาดำเนินการที่รวดเร็วและง่ายยิ่งขึ้น BA Palletizer เป็นวิธีการจัดวางแพลเลตด้วยหุ่นยนต์ที่กำลังสร้างนิยามใหม่ให้กับระบบอัตโนมัติปลายสายการผลิตสำหรับผู้ผลิตอุตสาหกรรมที่ต้องการให้ปริมาณงานในกระบวนเป็นไปอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน และการดำเนินงานมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น ระบบเสนอราคา BA Palletizer ที่สามารถทำได้อย่างฉับไวผ่านทางออนไลน์นี้ จะช่วยให้การตัดสินใจทำได้เร็วขึ้น ติดตั้งเร็วขึ้น และให้ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ได้เร็วขึ้น ด้วยพลังขับเคลื่อนด้วยหุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติงาน FANUC CRX-30iA ทำให้การออกแบบ BA Palletizer มีขนาดกะทัดรัด เคลื่อนที่ได้สะดวก ติดตั้งได้ภายในไม่กี่วัน (ไม่ใช่ใช้เวลานานกว่าสัปดาห์) อินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายแบบไม่ต้องเขียนโค้ด ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถปรับรูปแบบแพลเลตได้ทันที ทำให้ขั้นตอนเหล่านี้เป็นวิธีการที่สมบูรณ์แบบสำหรับโรงงานที่พร้อมสำหรับการเพิ่มระบบอัตโนมัติได้อย่างรวดเร็ว ยืดหยุ่น และลดการหยุดชะงัก ด้วยรูปแบบการเสนอราคาใหม่ในแบบออนไลน์ จึงทำให้ลูกค้าสามารถขอใบเสนอราคาตามที่ลูกค้ากำหนดเองได้ภายในไม่กี่นาที เพียงกรอกรายละเอียดโครงการและความต้องการด้านการผลิต โดยข้อเสนอนี้ประกอบไปด้วยข้อมูลการกำหนดค่าของระบบ ราคา และการจัดส่ง ซึ่งกระบวนการที่คล่องตัวนี้ สามารถลดขั้นตอนที่ยุ่งยากและช่วยให้การตัดสินใจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น Scott - [เตรียมพบกับ ไทย คาร์โก้ เอ็กซ์โป 2026 วันที่ 28-29-30 มกราคม 2569 ณ ไบเทคบางนา ฮอลล์ 100](https://www.manutalkthai.com/thai-cargo-expo-2026/) - เตรียมพบกับ Thai Cargo Expo 2026: งานแสดงสินค้าโลจิสติกส์และขนส่งแบบระหว่างประเทศ ( Cross Border ) และ การขนส่งแบบในประเทศ รวมทั้ง การจัดการระบบโลจิสติกส์ภายใน (Intralogistics) พร้อมทั้งซัพพลายเชน ( Supply chain ) ระดับนานาชาติที่คุณไม่ควรพลาด Thai Cargo Expo 2026 งานแสดงสินค้าและนิทรรศการด้านโลจิสติกส์ การขนส่งสินค้า และซัพพลายเชน จะกลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ในปี 2026 เพื่อเชื่อมโยงทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมขนส่ง เข้าสู่โลกแห่งนวัตกรรม เทคโนโลยี และโอกาสทางธุรกิจระดับโลก ไทย คาร์โก้ เอ็กซ์โป 2026วันที่ 28-29-30 มกราคม 2569ณ ไบเทคบางนา ฮอลล์ 100เวลา 09:00 – 17:00 น. ไฮไลต์ที่น่าสนใจใน Thai Cargo Expo 2026: โซลูชันล้ำสมัย จากผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจร - [เตรียมพบกับ สมาร์ท รีเทล เอ็กซ์โป 2026 วันที่ 28-29-30 มกราคม 2569 ณ ไบเทคบางนา ฮอลล์ 100](https://www.manutalkthai.com/smart-retail-expo-2026/) - “ประตูสู่ความร่วมมือ เพื่อการยกระดับและโซลูชั่นที่ครอบคลุมทุกการค้าปลีก!” Smart Retail Expo 2026 – ก้าวสู่อนาคตของธุรกิจค้าปลีกในยุค AI เตรียมพบกับสุดยอดงานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับธุรกิจค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Smart Retail Expo 2026 งานเดียวที่รวมโซลูชันล้ำสมัยด้านค้าปลีกไว้ครบจบในที่เดียว ตั้งแต่หน้าร้านจนถึงระบบหลังบ้าน พร้อมเปิดประสบการณ์การค้าปลีกยุคดิจิทัลแบบครบวงจร Smart Retail Expo 2026 เป็นมากกว่างานแสดงสินค้า — คือเวทีที่นักค้าปลีกและเทคโนโลยีมาพบกัน เพื่อสร้างอนาคตใหม่ของการขาย จุดเด่นภายในงาน Smart Retail Expo 2026: เทคโนโลยีค้าปลีกอัจฉริยะ (Smart Retail Tech): ระบบ POS อัจฉริยะ, AI แนะนำสินค้า, ระบบจดจำใบหน้า (Facial Recognition) Omnichannel & E-Commerce Solutions: การผสานร้านค้าออนไลน์-ออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ หุ่นยนต์บริการลูกค้า / Smart Shelf / Self-Checkout: ยกระดับประสบการณ์ผู้ซื้อ ระบบวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า - [เตรียมพบกับ สมาร์ท เดลิเวอรี่ เอ็กซ์โป 2026 วันที่ 28-29-30 มกราคม 2569 ณ ไบเทคบางนา ฮอลล์ 100](https://www.manutalkthai.com/smart-delivery-expo-2569/) - เตรียมพบกับงานแสดงเทคโนโลยีด้านการจัดส่งและโลจิสติกส์ที่ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย Smart Delivery Expo 2026 งานเดียวที่รวบรวมโซลูชัน นวัตกรรม และเครือข่ายพันธมิตรจากทั่วโลก มุ่งสู่การยกระดับระบบขนส่งและเดลิเวอรีแบบส่งถึงมือลูกค้าอย่างไร้รอยต่อ ให้ตอบโจทย์ยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง เปิดประตูสู่อนาคตของการจัดส่งอัจฉริยะ แบบถึงมือลูกค้าอย่างไร้รอยต่อ -Last Mile Delivery สมาร์ท เดลิเวอรี่ เอ็กซ์โป 2026วันที่ 28-29-30 มกราคม 2569ณ ไบเทคบางนา ฮอลล์ 100เวลา 09:00 – 17:00 น. จุดเด่นภายในงาน Smart Delivery Expo 2026: 🚚 โชว์เคสเทคโนโลยีจัดส่งยุคใหม่ เช่น รถขนส่งไร้คนขับ, โดรนเดลิเวอรี, และระบบ AI วางแผนเส้นทางอัตโนมัติ📦 โซนคลังสินค้าอัจฉริยะ (Smart Warehouse) ที่ผสาน IoT, หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติแบบเรียลไทม์📲 โซลูชันสำหรับธุรกิจ E-commerce และ Q-commerce ที่ต้องการจัดส่งรวดเร็ว ต้นทุนต่ำ - [เตรียมพบกับ โลจิสติกส์ ออโตเมชั่น เอ็กซ์โป 2026 จัดวันที่ 1-2-3 กรกฎาคม 2569 ณ ไบเทคบางนา ฮอลล์ EH 101](https://www.manutalkthai.com/logistics-automation-expo-2026/) - แพลตฟอร์ม B2B งานแสดงสินค้าและสัมมนา ชั้นนำของเอเชีย ศูนย์รวมโซลูชันล้ำสมัยด้านอินทราโลจิสติกส์ (Intralogistics) และซัพพลายเชน (Supply Chain) โลจิสติกส์ ออโตเมชั่น เอ็กซ์โป 2026จัดวันที่ 1-2-3 กรกฎาคม 2569ณ ไบเทคบางนา ฮอลล์ EH 101เวลา 09:00 – 17:00 น. งานแสดงสินค้าและสัมมนาชั้นนำ ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานคลังสินค้า, ระบบอัตโนมัติ, การขนถ่ายวัสดุ, การจัดเก็บสินค้า, ระบบAIDC, การจัดการกระบวนการภายในคลังสินค้า, การขนส่งและโลจิสติกส์, ซัพพลายเชนด้านเทคโนโลยี Logistics Automation Expo 2026 งานเดียวที่รวมผู้เชี่ยวชาญ นวัตกรรม และโซลูชันล้ำสมัย เพื่อเสริมศักยภาพการจัดการซัพพลายเชนและการขนส่งในยุค AI จุดเด่นใน Logistics Automation Expo 2026: ระบบอัตโนมัติสำหรับคลังสินค้า (Warehouse Automation): หุ่นยนต์เคลื่อนย้ายสินค้า, ASRS, ระบบจัดเก็บอัจฉริยะ โซลูชันขนส่งอัตโนมัติ (Transport - [Regal Rexnord และ ABB Robotics ร่วมกันบูรณาการ CTU แกนที่ 7 เข้ากับโคบอตได้อย่างไร้รอยต่อ](https://www.manutalkthai.com/regal-rexnord-and-abb-robotics-seamlessly-integrate-the-7th-axis-ctu-into-cobots/) - Regal Rexnord Corporation ร่วมมือกับ ABB Robotics ผู้นำด้านระบบอัตโนมัติ เพื่อนำโคบอต GoFa™ มาผสานรวมเข้ากับหน่วยถ่ายโอนโคบอต หรือ CTU (Cobot Transfer Units) แกนที่ 7 (7th Axis) จาก Thomson ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์ชั้นนำด้านการเคลื่อนที่เชิงเส้นของ Regal Rexnord ในความร่วมมือนี้ทำให้ Movotrak™ ของ Thomson เป็น CTU แกนที่ 7 แรกสำหรับโคบอตที่ ABB Robotics รับรองให้ใช้งานได้ภายในระบบนิเวศพันธมิตรของ ABB Robotics Movotrak CTU แกนที่ 7 ให้ข้อเสนอที่โดดเด่น คือ เพิ่มระยะการทำงาน — Movotrak เป็น CTU แกนที่ 7 รุ่นแรกที่ช่วยต่อระยะการทำงานของโคบอตแบบทั่วไปได้สูงสุดถึง 10 เมตร ตัวเลือกการติดตั้งที่ยืดหยุ่น - [ไร้ปัญหา Envision Energy ประสบผลสำเร็จในการใช้กังหันลมแบบสองใบพัดที่ทำงานได้เสถียรยาวนานกว่า 500 วัน](https://www.manutalkthai.com/trouble-free-envision-energy-successfully-deploys-two-blade-wind-turbines-that-operate-reliably-for-over-500-days/) - Envision Energy ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีสีเขียว ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญด้านนวัตกรรมพลังงานลม ด้วยต้นแบบกังหันลมอัจฉริยะสองใบพัดบนฝั่งรุ่นใหม่ สามารถทำงานด้วยความเสถียรต่อเนื่องยาวนานกว่า 500 วัน มีอัตราพร้อมใช้ถึง 99.3% ค่าเฉลี่ยคาบเวลาใช้งานระหว่างการล้มเหลว (MTBF) 2,444 ชั่วโมง และชั่วโมงการทำงานที่โหลดเต็มเทียบเท่า 3,048 ชั่วโมงต่อปี ด้วยสมรรถนะการทำงานภาคสนามของกังหันลมแบบสองใบพัดนี้จึงเป็นข้อยืนยันถึงการมีสมรรถนะเทียบเท่าเครื่องจักรแบบสามใบพัดดั้งเดิมที่ทำงานอยู่ในพื้นที่เดียวกัน กังหันลมนี้สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มกังหันลมบนฝั่ง Model X ของ Envision ซึ่งมีจุดเด่นที่มีการออกแบบให้เป็นมอดูล และเป็นเทคโนโลยีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเหนี่ยวนำแบบป้อนคู่ความเร็วสูง หรือ high-speed DFIG (Doubly-Fed Induction Generator) ที่มีความเสถียรมากขึ้น โดยออกแบบให้มีสมรรถนะสูง โครงสร้างน้ำหนักเบา และมีประสิทธิภาพอยู่ในระดับของระบบ จึงเป็นวิธีการทางพลังงานแบบบูรณาการที่สามารถประสบผลสำเร็จได้กับการใช้เป็นแหล่งพลังงานสีเขียวที่มีความหลากหลาย เส้นทางสู่เทคโนโลยีกังหันลมสองใบพัดของ Envision เริ่มต้นจากช่วงที่ผ่านมานานกว่าทศวรรษในปี พ.ศ. 2555 ศูนย์นวัตกรรมระดับโลก (GIC) ของ Envision ในเดนมาร์กประสบความสำเร็จในการพัฒนา "Game Changer" ซึ่งเป็นกังหันลมสองใบพัดนอกชายฝั่งขนาด 3.6 เมกะวัตต์ ที่กลายเป็นหนึ่งในนวัตกรรมระดับโลกรายแรกๆ ที่บุกเบิกการออกแบบอย่างแหวกแนวนี้ภายในพื้นที่ที่เป็นหัวใจของอุตสาหกรรมพลังงานลม นับตั้งแต่มีการติดตั้งต้นแบบในปี 2556 - [ตัวเร่งความเร็วซีรีส์ Adaptec® SmartRAID 4300 มอบโซลูชันการจัดเก็บข้อมูล NVMe® RAID ที่ปรับขนาดได้และปลอดภัย](https://www.manutalkthai.com/the-adaptec-smartraid-4300-series-accelerators-provide-a-scalable-and-secure-nvme-raid-storage-solution/) - สถาปัตยกรรมแบบแยกส่วนของ Microchip ใช้ประโยชน์จาก CPU โฮสต์และโครงสร้างพื้นฐาน PCIe® เพื่อจัดการปัญหาคอขวดด้านการจัดเก็บข้อมูลแบบเดิม เพื่อให้สามารถสนับสนุน OEM เซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล ศูนย์ข้อมูล และลูกค้าองค์กรได้ดียิ่งขึ้น Microchip Technology (Nasdaq: MCHP) จึงได้เปิดตัวอุปกรณ์ซีรีส์ Adaptec® SmartRAID 4300 ของตัวเร่งความเร็วการจัดเก็บข้อมูล NVMe® RAID ขึ้น โดยผลิตภัณฑ์ตระกูลใหม่นี้เป็นโซลูชันการจัดเก็บข้อมูลที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์ (SDS) ประสิทธิภาพสูงที่มาพร้อมคุณสมบัติครบถ้วน ปลอดภัย และรองรับ RAID สำหรับการใช้งาน NVMe ตัวเร่งความเร็วนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสภาพแวดล้อมศูนย์ข้อมูล AI สมัยใหม่ ซึ่งการเร่งความเร็วในการเข้าถึงพื้นที่จัดเก็บข้อมูล NVMe เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการรองรับเวิร์กโหลดที่มีอัตราการใช้งานสูง และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของระบบ ตระกูล SmartRAID 4300 นำเสนอแนวทางใหม่ให้กับ NVMe RAID ด้วยการแยกแพลตฟอร์ม Smart Storage ของ Microchip ออกเป็นส่วนประกอบซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่แยกจากกัน ตัวเร่งความเร็วเหล่านี้ใช้ประโยชน์จากตัวควบคุมหน่วยเก็บข้อมูล PCIe® ของ - [เสริมสร้างอนาคตพลังงานของประเทศไทยให้มั่นคง ด้วยความสามารถในการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์](https://www.manutalkthai.com/strengthen-thailands-energy-future-with-cyber-threat-resilience/) - การโจมตีทางไซเบอร์ไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวอีกต่อไป แต่กลายเป็นภัยคุกคามที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เดิมทีการโจมตีจำกัดอยู่ที่แรนซัมแวร์และการหลอกลวงเพื่อเข้าถึงข้อมูลสำคัญ ต่าง ๆ แต่ปัจจุบันการโจมตีมุ่งเป้าไปที่หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ โดยภาคธุรกิจพลังงานเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด จากการศึกษาของ Sophos[1] ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากสหราชอาณาจักร พบว่า 62% ของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งรวมถึงบริษัทในภาคธุรกิจพลังงาน ล้วนเคยเผชิญกับการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ สัดส่วนนี้สูงกว่าภาคส่วนอื่น ๆ เช่น ภาคธุรกิจการผลิต ธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ และธุรกิจการก่อสร้าง ที่มีสถิติอยู่ที่ 49% เหตุใดภาคธุรกิจพลังงานจึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของการโจมตี และบริษัทต่าง ๆ ควรรับมืออย่างไร? การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็วของภาคธุรกิจพลังงานนั้น มีการบูรณาการระหว่างเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการ (OT) ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการอัตโนมัติที่ใช้ควบคุมโรงไฟฟ้า และเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูลและแอปพลิเคชันทางธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ระบบปฏิบัติการสำคัญต่าง ๆ ในประเทศไทยไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นใหม่ ๆ ดังนั้น เมื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลทวีความรวดเร็วมากขึ้น ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จึงจำเป็นต้องพัฒนาควบคู่กันไป เพื่อเป็นการปกป้องระบบปฏิบัติการ เพิ่มความมั่นคงและสร้างความสามารถในการรับมือจากภัยคุกคาม ผลกระทบของกฎหมายและกฏระเบียบใหม่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่มีต่อองค์กร ด้วยความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เพิ่มสูงขึ้น รัฐบาลไทยได้ออกมาตรการเชิงรุกหลายประการ โดยเริ่มต้นจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติและคุ้มครองหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CIIO) ในหลากหลายภาคส่วน รวมถึงภาคธุรกิจพลังงาน นอกจากนี้ - [LIV-24 เปิดเกมรุก Smart Tech ดันคลังสินค้าไทยสู่ยุคอัจฉริยะ ปั้นศูนย์กระจายสินค้าทันสมัย รับแรงกระเพื่อมอุตสาหกรรม-การลงทุน EEC](https://www.manutalkthai.com/liv-24-launches-smart-tech-offensive-pushing-thai-warehouses-into-the-smart-era/) - LIV-24 ผู้นำด้านโซลูชันเทคโนโลยีความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจ เดินหน้ารุกภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เปิดตัวโซลูชัน “Smart Warehouse” ปฏิวัติงานคลังสินค้าไทยด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ตั้งแต่ AI CCTV Analytics ไปจนถึงการ รวมศูนย์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ มุ่งเป้าช่วยภาคธุรกิจลดต้นทุน เพิ่มความปลอดภัย และเสริมความสามารถในการแข่งขัน พร้อมรองรับคลื่นการเติบโตของอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ใหม่ของภูมิภาค นางสาวนิรมล ดิเรกมหามงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลิฟ-24 จำกัด (LIV-24) เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดคลังสินค้าไทยมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยกว่า 9.3% ต่อปี คิดเป็นพื้นที่รวม 4.76 ล้าน ตร.ม. ภายในปี 2568 ซึ่งมาจากปัจจัยหนุนหลายด้าน ทั้งการย้ายฐานผลิตมายังประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร รวมถึงแรงส่งจาก E-Commerce และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน ตลาดคลังสินค้าในไทยมีดีมานด์สูงขึ้นต่อเนื่อง เพราะการเติบโตของอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์ แต่การแข่งขันยังคงเข้มข้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งยกระดับบริการ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความแม่นยำ และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีจึงกลายเป็นตัวแปรสำคัญในการ - [K.W. Metal Work ใช้ Salesforce ผสานข้อมูลเกษตรกรด้วย Data Cloud ปูรากฐานสู่อนาคต Agentic AI](https://www.manutalkthai.com/k-w-metal-work-uses-salesforce-to-integrate-farmer-data-with-data-cloud-laying-the-foundation-for-a-future-of-agentic-ai/) - บริษัทกำลังทดลองใช้ Agentforce และ Service Cloud เพื่อยกระดับการบริการลูกค้าให้เป็นระบบอัตโนมัติ กรุงเทพฯ – 14 สิงหาคม 2568 — K.W. Metal Work ผู้นำด้านการผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรที่เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย ได้ร่วมมือกับ เซลส์ฟอร์ซ (Salesforce) ผู้นำระดับโลกด้านระบบบริหารจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อปรับปรุงกระบวนการดำเนินงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และยกระดับประสบการณ์การขายให้กับทั้งพนักงานและลูกค้า โดยบริษัทได้ใช้บริการแพลตฟอร์มของ Salesforce ได้แก่ Data Cloud, MuleSoft, Sales Could, Slack และ Tableau มาพัฒนาการดำเนินธุรกิจของแบรนด์ PEGASUS ที่จำหน่ายสินค้าให้กับลูกค้าเกษตรกรโดยตรงภายใต้แบรนด์ของบริษัทเอง ให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น K.W. Metal Work กำลังเตรียมใช้ Data Cloud และ MuleSoft เพื่อรวบรวมข้อมูลสำคัญด้านการเกษตรให้ทีมขายและทีมบริการลูกค้ามีมุมมองข้อมูลที่ครบถ้วนและสอดคล้องกัน ซึ่งจะเป็นรากฐานสำหรับการนำ Service Cloud และ Agentforce - [DEXON ผู้นำด้านการตรวจสอบระดับสากลตอกย้ำมาตรฐานบรรษัทภิบาล คว้าคะแนน AGM Checklist ประจำปี 2568 ระดับดีเยี่ยม 2 ปีซ้อน](https://www.manutalkthai.com/dexon-receives-excellent-agm-checklist-score-for-2025-for-the-second-consecutive-year/) - บริษัท เด็กซ์ซอนเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ DEXON ผู้นำระดับสากลด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการตรวจสอบทางวิศวกรรม การทดสอบแบบไม่ทำลาย (Non-DestructiveTesting: NDT) ภายใต้การนำของ CEO คนเก่ง ดร.มัลลิกา แก่กล้า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้รับคะแนนการประเมินระดับ “ดีเยี่ยม” จากโครงการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ซึ่งเป็นโครงการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯจัดโดย สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (Thai InvestorsAssociation: TIA) และ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (Federation of Thai Capital Market Organizations: FETCO) ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นการได้รับการประเมินระดับ “ดีเยี่ยม” ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงศักยภาพและมาตรฐานการดำเนินงานของDEXON ที่ให้ความสำคัญต่อการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) ความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และการมีส่วนร่วมของผู้ถือหุ้นอย่างแท้จริง ดร.มัลลิกา แก่กล้า กล่าวว่า“รางวัลนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของ DEXON และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้และคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มการยึดมั่นในหลักบรรษัทภิบาลที่ดีไม่เพียงเสริมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับองค์กรแต่ยังช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน - [8 แนวทางวิเคราะห์ข้อมูล SAP วางแผนธุรกิจอย่างแม่นยำ ด้วย SAP Analytics Cloud จาก NTT DATA Business Solutions (Thailand) Ltd.](https://www.manutalkthai.com/8-sap-data-analysis-guidelines-for-precise-business-planning-with-sap-analytics-cloud-from-ntt-data-business-solutions-thailand-ltd/) - สำหรับธุรกิจองค์กรที่มีการใช้งานระบบ ERP จาก SAP นั้น หนึ่งในกลยุทธ์ที่จะเร่งสร้างความเข้มแข็งและการเติบโตให้กับธุรกิจได้อย่างชัดเจนก็คือการสร้างคุณค่าใหม่ๆ จากข้อมูลธุรกิจที่มีอยู่ภายในระบบ ERP ผสมผสานกับข้อมูลธุรกิจในระบบอื่นๆ เพื่อก้าวสู่การเป็น Data-Driven Business ให้ได้อย่างสมบูรณ์ SAP และ NTT DATA Business Solutions (Thailand) พร้อมช่วยธุรกิจตอบโจทย์เหล่านี้ได้ ด้วย SAP Analytics Cloud หรือ SAC ที่มีความสามารถในการรวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจในระบบ SAP ทั้งหมดได้ในเชิงลึก พร้อมผสานข้อมูลจากระบบอื่นๆ ผ่าน Connector ที่มีอย่างหลากหลาย เพื่อให้ธุรกิจทำการวิเคราะห์ข้อมูลและวางแผนธุรกิจได้อย่างแม่นยำ ในบทความนี้ เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับแนวทางที่ธุรกิจองค์กรสามารถสร้างคุณค่าจากระบบวิเคราะห์ข้อมูลอย่าง SAP Analytics Cloud ได้ด้วยกัน 8 รูปแบบ พร้อมแนวทางการต่อยอดสู่การเป็น Data-Driven Business และการประยุกต์ใช้ AI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจองค์กรในแนวทางของ SAP รู้จัก SAP Analytics Cloud: โซลูชันระบบ - [TELECHILL S2 : Energy Saving Solutions นวัตกรรมประหยัดพลังงานสำหรับระบบทำความเย็นยุคใหม่ [Guest Post]](https://www.manutalkthai.com/telechill-s2-energy-saving-solutions/) - ในยุคที่ต้องให้ความสำคัญด้านพลังงาน และให้ความตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นสำคัญของภาคธุรกิจ การยกระดับประสิทธิภาพระบบทำความเย็นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ TELECHILL S2 คือโซลูชันส์การประหยัดพลังงานอัจฉริยะ ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองของระบบทำความเย็นในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น: ห้องเย็นอุตสาหกรรม สำหรับโรงงานแปรรูปอาหาร หรือเนื้อสัตว์ ห้องเย็นเก็บสินค้าเกษตร เช่น ผัก ผลไม้ หรือผลิตผลอื่น ๆ ที่ต้องการรักษาความสดใหม่ ห้องเย็นเชิงพาณิชย์ เช่น ในซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ หรือศุนย์กระจายสินค้า ห้องเย็นเฉพาะทาง เช่น ห้องยา ห้องเวชภัณฑ์ หรือระบบควบคุมอุณหภูมิในห้องปฏิบัติการที่ต้องการความคงที่ของอุณหภูมิที่แม่นยำสูง อะไรคือ TELECHILL S2 ? TELECHILL S2 Energy Saving Solutions เป็นนวัตกรรมควบคุมอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยี IoT และ AI ในการวิเคราะห์และควบคุมการทำงานของระบบทำความเย็นแบบเรียลไทม์ เพื่อให้สามารถใช้พลังงานได้อย่างคุ้มค่า ลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง สามารถรักษาอุณหภูมิหรือความเย็นที่ต้องการให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จุดเด่นของ TELECHILL S2 1. AI-Based Optimization ระบบเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานและสภาพแวดล้อมของระบบทำความเย็น เพื่อปรับการทำงานให้เหมาะสมที่สุด ซึ่งรวมถึงฟังก์ชั่น - [เตรียมพบกับ “โคลด์ เชน เอ็กซิบิชั่น 2026” ณ ไบเทคบางนา ฮอลล์ EH101 วันที่ 1-2-3 กรกฎาคม 2569](https://www.manutalkthai.com/cold-chain-exhibition-1-2-3-july-2026-bitec-bangna-bangkok/) - แพลตฟอร์ม B2B งานแสดงสินค้าและสัมมนา แห่งเดียวในประเทศไทย ที่รวบรวมผู้นำระดับภูมิภาคเอเชียที่โฟกัส ด้านการขนส่งแบบความคุมอุณหภูมิ (Cold Logistics ) และซัพพลายเชนเกี่ยวกับห้องเย็น (Cold Chain ) มาไว้ที่เดียว โดยท่านจะได้พบกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ ด้านโครงสร้างพื้นฐานห้องเย็น, อุปกรณ์ทำความเย็น, ทั้งระบบการจัดการการแก้ไข และบริการเสริมที่รวมอยู่ในCold chainทั้ งหมด อีกทั้งได้สร้างคอนเนคชั่นใหม่ๆไปพร้อมกับการเครือข่ายทางธุรกิจ เพื่อขยายฐานตลาดอีกด้วย “โคลด์ เชน เอ็กซิบิชั่น 2026” จัดขึ้น ณ ไบเทคบางนา ฮอลล์ EH101วันที่ 1-2-3 กรกฎาคม 2569เวลา 09:00 - 17:00 น. ไฮไลต์ภายในงาน Cold Chain Exhibition 2026: ระบบทำความเย็นอุตสาหกรรม / ห้องเย็นสำเร็จรูป รถขนส่งควบคุมอุณหภูมิ (Refrigerated Vehicles) พร้อมเทคโนโลยี IoT & GPS Smart - [โตขึ้นอีก Hargrove Controls & Automation ร่วมกันเป็นพันธมิตรใหม่กับ ABB](https://www.manutalkthai.com/growing-up-hargrove-controls-automation-forms-new-partnership-with-abb/) - Hargrove Controls & Automation ผู้นำด้านระบบอัตโนมัติสำหรับอุตสาหกรรม และเป็นบริษัทในเครือของ Hargrove Engineers & Constructors บริษัทด้านวิศวกรรม การจัดหา และการก่อสร้างระดับโลก ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่กับ ABB ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกด้านระบบอัตโนมัติและระบบไฟฟ้าเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและประหยัดทรัพยากรมากยิ่งขึ้น ซึ่งการร่วมเป็นพันธมิตรกับ ABB ในช่องทางการค้าด้านระบบอัตโนมัติสำหรับกระบวนการ จะทำให้ Hargrove Controls & Automation มีความพร้อมในการนำวิธีการทางดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรมที่ทันสมัยมาปรับใช้เพื่อให้ลูกค้าได้ประโยชน์มากขึ้น ABB ได้เพิ่มรายชื่อพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทานชั้นบนสุดของ Hargrove Controls & Automation และจะทำให้ ABB ยังคงเป็นผู้นำด้านระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรมต่อไป ขณะเดียวกัน เมื่อลูกค้าเหล่านั้นประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัล นั่นหมายความว่า Hargrove ได้มอบเครื่องมือต่างๆ เพื่อใช้เป็นวิธีการที่ให้ความปลอดภัย เป็นระบบที่เชื่อถือได้ และให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนสำหรับลูกค้าเหล่านั้น Heath Stephens ผู้นำการเปลี่ยนไปสู่ดิจิทัลของ Hargrove กล่าวว่า — “ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของเราในการนำเสนอวิธีการที่เป็นนวัตกรรมและมีประสิทธิภาพที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า” “ด้วยความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีขั้นสูงของ ABB จะทำให้เราพร้อมเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงาน ปรับปรุงผลิตภาพ และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับลูกค้าของเราได้มากขึ้น” Wissam - [ASSIST Software จากโรมาเนีย พลิกโฉมโรงงานอุตสาหกรรมด้วย AI อัจฉริยะ](https://www.manutalkthai.com/romanian-assist-software-transforms-industrial-plants-with-intelligent-ai/) - บริษัทเทคโนโลยีจากโรมาเนียโชว์ศักยภาพเหนือชั้น สร้างสรรค์โซลูชัน AI ที่ช่วยให้โรงงานผลิตฉลาดขึ้น ปลอดภัยขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกอุตสาหกรรม ASSIST Software บริษัทเทคโนโลยีสัญชาติโรมาเนียที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี กำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการการผลิตทั่วโลก ด้วยโซลูชันที่ช่วยให้โรงงานสามารถคาดการณ์ปัญหา วิเคราะห์ข้อมูลการผลิตแบบเรียลไทม์ และทำงานร่วมกันระหว่างคนกับเครื่องจักรได้อย่างราบรื่น สรุปประเด็นสำคัญ: Predictive Maintenance (การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์): ระบบ AI ของ ASSIST Software สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากเซ็นเซอร์เพื่อคาดการณ์ปัญหาของเครื่องจักรล่วงหน้า ช่วยลดเวลาที่เครื่องจักรต้องหยุดทำงานโดยไม่คาดคิดได้ถึง 10-20% และลดต้นทุนการซ่อมบำรุงได้ 10% เพิ่มคุณภาพสินค้า: ระบบ AI ที่ใช้กล้องความเร็วสูงสามารถตรวจจับความบกพร่องของผลิตภัณฑ์ได้อย่างแม่นยำกว่ามนุษย์ ช่วยให้สินค้ามีคุณภาพสูงขึ้น บริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน: AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อคาดการณ์ความต้องการของตลาด ทำให้การบริหารจัดการคลังสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้ผู้ผลิตปรับแผนการผลิตได้อย่างรวดเร็ว Digital Twin (แบบจำลองเสมือน): ASSIST Software ได้สร้างแบบจำลองเสมือนของโรงงานเพื่อช่วยให้ทีมงานสามารถจำลองและเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตได้แบบเรียลไทม์ และยังมีการใช้เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) เพื่อช่วยในการฝึกอบรมและแก้ไขปัญหาจากระยะไกล คำพูดที่น่าสนใจ: Gheorghe - [“ภาษี 50% ของทรัมป์” อาจทำเศรษฐกิจอินเดียสะดุด Moody’s เตือนกระทบการผลิต-ลงทุน](https://www.manutalkthai.com/trumps-50-percent-tariffs-could-derail-indias-economy-moodys-warns-of-impact-on-production-and-investment/) - Moody's Ratings ชี้ ภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ที่สูงถึง 50% อาจฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจอินเดีย ลด GDP และบั่นทอนเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการผลิต Moody’s Ratings ออกโรงเตือนว่า แผนการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียสูงถึง 50% ของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจของอินเดีย โดยคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของ GDP ที่แท้จริงของอินเดียในปีงบประมาณ 2569 (สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2569) อาจลดลงประมาณ 0.3% จากที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 6.3% รายงานระบุว่า “ช่องว่างทางภาษีที่กว้างขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะบั่นทอนความทะเยอทะยานของอินเดียในการพัฒนาภาคการผลิต โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น อิเล็กทรอนิกส์ และอาจทำลายความสำเร็จในการดึงดูดการลงทุนที่ทำมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา” นอกจากนี้ Moody's ยังชี้ให้เห็นถึงความท้าทายอื่น ๆ เช่น การที่อินเดียอาจต้องลดการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษ ซึ่งจะทำให้การหาน้ำมันจากแหล่งอื่น ๆ ในปริมาณที่เพียงพอเป็นเรื่องยากขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของอินเดียขาดดุลมากขึ้น และความสามารถในการแข่งขันด้านภาษีที่ลดลงก็อาจทำให้นักลงทุนต่างชาติลังเลที่จะเข้ามาลงทุน อย่างไรก็ตาม Moody’s คาดว่าท้ายที่สุดแล้วน่าจะมีการเจรจาหาทางออกร่วมกัน ซึ่งอาจทำให้ผลกระทบไม่รุนแรงเท่ากับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่ได้มีการวิเคราะห์ไว้ ที่มา: https://www.investing.com/news/economy-news/trumps-50-tariffs-on-india-could-hurt-manufacturing-ambitions--moodys-93CH-4178780 - ["Made in USA" เต็มตัว! Apple ทุ่ม 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ผลิตกระจก iPhone และ Apple Watch ในโรงงาน Corning](https://www.manutalkthai.com/made-in-usa-in-full-apple-invests-2-5-billion-to-produce-iphone-and-apple-watch-glass-in-corning-factories/) - Apple และ Corning จับมือขยายความร่วมมือครั้งใหญ่ โดย Apple ประกาศทุ่มเงินลงทุนกว่า 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อให้โรงงานของ Corning ในเมือง Harrodsburg รัฐ Kentucky เป็นฐานการผลิตกระจกหน้าจอสำหรับ iPhone และ Apple Watch ทั่วโลก การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่กระจกหน้าจอสำหรับ iPhone และ Apple Watch ทุกเครื่องที่ขายทั่วโลกจะถูกผลิตในสหรัฐอเมริกา โดย Corning จะสร้างสายการผลิตกระจกสมาร์ทโฟนที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในโลก พร้อมเพิ่มจำนวนพนักงานในรัฐ Kentucky ขึ้น 50% นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทยังร่วมกันจัดตั้งศูนย์นวัตกรรม Apple-Corning เพื่อวิจัยและพัฒนากระจกสำหรับผลิตภัณฑ์ในอนาคต Tim Cook, CEO ของ Apple กล่าวว่า “ต้องขอบคุณพลังของการผลิตในอเมริกา ทำให้ลูกค้าทั่วโลกที่ซื้อ iPhone หรือ Apple Watch จะได้ใช้กระจกที่ผลิตจากที่นี่” ขณะที่ Wendell Weeks, CEO - [งานประชุม AI+Q Summit Tour เปิดตัวในกรุงเทพฯ เชื่อมโยงอนาคตและปัญญาประดิษฐ์](https://www.manutalkthai.com/aiq-summit-tour-in-bangkok-thailand/) - กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 — GatherOn Events LLP ภูมิใจที่จะประกาศการเปิดตัวงานประชุม AI+Q Summit Tour อย่างเป็นทางการ โดยจะจัดขึ้นครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2568 ณ กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของไทยที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของภูมิภาค งานประชุมระดับแนวหน้าครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปที่การผสานรวมระหว่างเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ ควอนตัมคอมพิวติ้ง (Quantum Computing) สองนวัตกรรมที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าของภาคธุรกิจ การปกครอง และโลกของเราอย่างสิ้นเชิง งาน AI+Q Summit ได้รับการออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มระดับแนวหน้าสำหรับผู้กำหนดนโยบาย, ผู้นำด้านเทคโนโลยีในองค์กร และนักนวัตกรรมที่สร้างการเปลี่ยนแปลง เพื่อสำรวจกลยุทธ์ที่นำไปปฏิบัติได้จริงในยุคแห่งความก้าวหน้าแบบก้าวกระโดด ด้วยการนำเสนอการประชุมที่นำโดยผู้เชี่ยวชาญกว่า 16 เซสชัน, การแสดงนวัตกรรมจากผู้จัดแสดงที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี และโอกาสในการสร้างเครือข่ายเชิงกลยุทธ์ งานประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเป็นตัวเร่งให้เกิดความร่วมมือและความเป็นผู้นำทางความคิดในระดับสากล ภูมิภาคที่กำลังเติบโต ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญในเส้นทางการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของเอเชีย จากการสนับสนุนของภาครัฐในด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI และความกระหายในนวัตกรรมของคนไทย AI+Q Summit Bangkok จะเป็นจุดศูนย์รวมนักคิดระดับโลกและผู้นำในภูมิภาค เพื่อมาร่วมกันจินตนาการถึงอนาคตผ่านมุมมองของสถาปัตยกรรม AI, - [BOI ชูศักยภาพการแข่งขันของไทย หลังข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-ไทยมีผลบังคับใช้](https://www.manutalkthai.com/boi-promotes-thailands-competitiveness-after-us-thailand-trade-agreement-takes-effect/) - หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ออกคำสั่งปรับลดภาษีนำเข้าจากไทยและประเทศอื่นๆ ซึ่งนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้ย้ำถึงความแข็งแกร่งของประเทศไทยที่มีอยู่อย่างต่อเนื่องในฐานะศูนย์กลางการลงทุนระดับภูมิภาค และกล่าวถึงอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยที่ 19% นั้นเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ถึงความสามารถในการแข่งขันและความพร้อมของประเทศไทยในการต้อนรับนักลงทุนจากทั่วโลกท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แรงผลักดันการลงทุนที่แข็งแกร่งของไทยและความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังคงสะท้อนให้เห็นในตัวเลขที่สูงเป็นประวัติการณ์ โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มีการยื่นขอส่งเสริมการลงทุนต่อ BOI เพิ่มขึ้น 139% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 1.06 ล้านล้านบาท (ประมาณ 32.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โดยมีคำขอลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) คิดเป็น 70% ของมูลค่ารวม นโยบายส่งเสริมธุรกิจของไทย ระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง แรงงานที่มีทักษะ และโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ประกอบกับแรงจูงใจที่ตรงเป้าหมายและทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ที่อยู่ใจกลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิ่งเหล่านี้ได้เสริมสร้างความน่าสนใจให้กับนักลงทุนทั่วโลก นายนฤตม์ กล่าวว่า — “การลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยของสหรัฐฯ จาก 36% เหลือ 19% ถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย” “อัตราภาษีนี้ เมื่อประกอบกับจุดแข็งและนโยบายสำคัญที่เอื้อต่อภาคธุรกิจของไทยก่อนหน้านี้ จึงเป็นแรงเสริมให้กับความสามารถในการแข่งขันของเราที่แข็งแกร่งอยู่แล้วในภูมิภาคอาเซียน ความมุ่งมั่นของเราในการอำนวยความสะดวกการลงทุนที่มีคุณภาพและการต้อนรับนักลงทุนจากทั่วโลกยังคงไม่เปลี่ยนแปลง” นายนฤตม์ กล่าวอีกว่า — “อัตราภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ - [BHS เปิดตัวโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่เป็นมอดูลสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าทางอุตสาหกรรม](https://www.manutalkthai.com/bhs-launches-modular-charging-infrastructure-for-industrial-electric-vehicles/) - BHS, Inc. ผู้ผลิตชั้นนำด้านอุปกรณ์ขนถ่ายวัสดุที่ออกแบบเฉพาะตามความต้องการ ประกาศเปิดตัววิธีการใหม่สำหรับสถานีชาร์จยานยนต์ทางอุตสาหกรรมที่พัฒนาให้เป็นแบบมอดูล ชุดผลิตภัณฑ์นี้มีศูนย์รวมอยู่ที่ CSU ซึ่งเป็นแท่นชาร์จรถฟอร์กลิฟต์แบบอเนกประสงค์ (Universal Forklift Charger Stand) มีเครื่องมือจัดการสายเคเบิลที่สามารถกำหนดรูปแบบได้ ได้แก่ CSU-PX แท่นยึดชุดม้วนเก็บสายเคเบิล (Cable Retractor Reel Mounts) และ CRR ชุดม้วนเก็บสายเคเบิล (Cable Retractor Reels) ที่รองรับการใช้งานหนัก แท่นชาร์จรถฟอร์กลิฟต์แบบอเนกประสงค์มีจุดเด่นที่ชั้นวางหรือแท่นยึดตามแนวนอน จึงรองรับเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ได้แทบทุกรูปแบบ สามารถจัดชั้นวางได้สูงสุดสองชั้น หรือติดแท่นยึดแนวนอนได้สี่แท่น โดยแท่นชาร์จเพียงแท่นเดียวสามารถจ่ายกำลังไฟฟ้าให้กับรถบรรทุกทางอุตสาหกรรมได้หลายคันพร้อมกัน ซึ่งเป็นได้มากกว่ารถฟอร์กลิฟต์ ความอเนกประสงค์นี้ยังรวมถึงสายชาร์จด้วย โดย CSU-PX แท่นยึดชุดม้วนเก็บสายเคเบิล ประกอบด้วยแขนที่มีส่วนเชื่อมต่อหลายจุด จึงสามารถโยงสายเคเบิลไปยังตำแหน่งชาร์จได้อย่างปลอดภัย การเพิ่มชุดม้วนเก็บสายเคเบิล (CRR) ทำให้ระบบการจัดการสายเคเบิลอัตโนมัติใช้กับสายเคเบิลแทบทุกขนาดและน้ำหนักได้โดยสมบูรณ์ ผลิตภัณฑ์ทั้งสามนี้เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงพันธกิจที่กว้างขึ้นของ BHS ในการสนับสนุนการใช้พลังงานไฟฟ้าในทุกพื้นที่ แม้ว่า CSU, CSU-PX และ CRR จะเหมาะอย่างยิ่งสำหรับขบวนรถฟอร์กลิฟต์ แต่ CSU-PX และ CRR ยังเป็นการสร้างสถานีชาร์จที่มีขนาดกะทัดรัดและมีประสิทธิภาพเพื่อชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้าในอุตสาหกรรมต่างๆ ## Pages - [ManuTalkThai | ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย](https://www.manutalkthai.com/) - [About ManuTalkThai](https://www.manutalkthai.com/about-factorytalkthai/) - ManuTalkThai ก่อตั้งขึ้นในปี 2022 เพื่อเป็นเว็บไซต์สำหรับเผยแพร่ข่าวสารด้านเทคโนโลยีสำหรับเหล่าผู้ประกอบการและผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมด้านโรงงานและการผลิตของไทยโดยเฉพาะ และเปิดโอกาสให้ธุรกิจโรงงานและการผลิตของไทยได้มีพื้นที่ประชาสัมพันธ์และทำการตลาดบนโลกออนไลน์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ ทีมงาน ManuTalkThai เป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมโรงงาน การผลิต และวิศวกรรมในสมัยใหม่ รวมถึงยังมีความรู้และประสบการณ์ทางด้านระบบ IT สำหรับธุรกิจโรงงานอย่างครอบคลุม จึงสามารถนำเสนอข่าวสารได้อย่างครบถ้วนทั้งในเชิงของ Operation Technology และ Information Technology พร้อมทั้งยังมีความสนใจในด้าน Environmental, Social, and Governance (ESG) ตอบโจทย์การช่วยธุรกิจโรงงานและการผลิตไทยให้ก้าวสู่ Industry 5.0 แห่งอนาคตได้อย่างยั่งยืน ManuTalkThai เป็นส่วนหนึ่งของ TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตเราจะเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่จะช่วยผสานโลกของ IT และ OT สำหรับธุรกิจโรงงานและการผลิตไทยเข้าด้วยกันได้สำเร็จ สนใจเผยแพร่ข่าวสารหรือติดต่อโฆษณาได้ที่ info@techtalkthai.com - [PRNewswire](https://www.manutalkthai.com/prnewswire/) - [อ่านข่าวทั้งหมด](https://www.manutalkthai.com/read-all/) ## Categories - [Uncategorized](https://www.manutalkthai.com/category/uncategorized/) - [News](https://www.manutalkthai.com/category/news/) - [Featured Posts](https://www.manutalkthai.com/category/featured-posts/) - [Sectors](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/) - [Interview](https://www.manutalkthai.com/category/business/interview/) - [Automotive](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/automotive/) - [Construction](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/construction/) - [Electronics](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/electronics/) - [Energy & Power](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/energy-power/) - [Engineering](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/engineering/) - [Manufacturing](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/manufacturing/) - [Materials](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/materials/) - [Medical & Healthcare](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/medical-healthcare/) - [Chemical](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/chemical/) - [Food & Beverage](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/food-beverage/) - [Pharmaceutical](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/pharmaceutical/) - [Industrial IT](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/) - [IT Infrastructure](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/it-infrastructure/) - [ERP - Enterprise Resource Planning](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/erp-enterprise-resource-planning/) - [IIoT - Industrial Internet of Things](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/iiot-industrial-internet-of-things/) - [AI & Data](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/ai-data/) - [MES & MRP - Manufacturing Execution System & Manufacturing Resource Planning](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/mes-mrp-manufacturing-execution-system-manufacturing-resource-planning/) - [Industrial Technology](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/) - [Robot, Cobot & Drone](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/robot-cobot-drone/) - [Automation](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/automation/) - [WMS - Warehouse Management System](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/wms-warehouse-management-system/) - [Cloud](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/cloud/) - [5G](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/5g/) - [Trends & Reports](https://www.manutalkthai.com/category/trends-reports/) - [Asset Management](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/asset-management/) - [IT Devices](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/it-devices/) - [Business](https://www.manutalkthai.com/category/business/) - [Machinery](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/machinery/) - [ESG - Environmental, Social, and Governance](https://www.manutalkthai.com/category/esg-environmental-social-and-governance/) - [SCM - Supply Chain Management](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/scm-supply-chain-management/) - [CRM & CX - Customer Relationship Management & Customer Experience](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/crm-cx-customer-relationship-management-customer-experience/) - [Blockchain](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/blockchain/) - [FSM - Field Service Management](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/fsm-field-service-management/) - [Events](https://www.manutalkthai.com/category/events/) - [Webinars](https://www.manutalkthai.com/category/events/webinars/) - [Packaging](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/packaging/) - [Cybersecurity](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/cybersecurity/) - [Cosmetics](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/cosmetics/) - [Material](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/material/) - [Case Studies](https://www.manutalkthai.com/category/case-studies/) - [CSR](https://www.manutalkthai.com/category/csr/) - [Product](https://www.manutalkthai.com/category/product/) - [Palo Alto Networks](https://www.manutalkthai.com/category/product/palo-alto-networks-product/) - [Semiconductor](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/semiconductor/) - [Leadership](https://www.manutalkthai.com/category/business/leadership/) - [Microchip](https://www.manutalkthai.com/category/product/microchip/) - [EV](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/ev/) - [Unversity](https://www.manutalkthai.com/category/unversity/) - [Kasetsart University](https://www.manutalkthai.com/category/unversity/kasetsart-university/) - [Schneider Electric](https://www.manutalkthai.com/category/product/schneider-electric/) - [IDTechEx](https://www.manutalkthai.com/category/product/idtechex/) - [Research](https://www.manutalkthai.com/category/research/) - [PATLITE](https://www.manutalkthai.com/category/product/patlite/) - [Beacons](https://www.manutalkthai.com/category/product/patlite/beacons/) - [Logistics](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/logistics/) - [Government](https://www.manutalkthai.com/category/government/) - [Rockwell Automation](https://www.manutalkthai.com/category/research/rockwell-automation/) - [Huawei](https://www.manutalkthai.com/category/product/huawei/) - [Ford](https://www.manutalkthai.com/category/product/ford/) - [Siemens](https://www.manutalkthai.com/category/product/siemens/) - [KEYENCE](https://www.manutalkthai.com/category/product/keyence/) - [Barcode](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/barcode/) - [DKSH](https://www.manutalkthai.com/category/product/dksh/) - [collaboration](https://www.manutalkthai.com/category/collaboration/) - [collaboration](https://www.manutalkthai.com/category/business/collaboration-business/) - [Mercedes-Benz](https://www.manutalkthai.com/category/product/mercedes-benz/) - [Leader Vision](https://www.manutalkthai.com/category/business/leader-vision/) - [Mahidol University](https://www.manutalkthai.com/category/unversity/mahidol-university/) - [3D-Printer](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/3d-printer/) - [SME](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/sme/) - [Zebra Technologies](https://www.manutalkthai.com/category/product/zebra-technologies/) - [Gartner](https://www.manutalkthai.com/category/gartner/) - [Mitsubishi Electric](https://www.manutalkthai.com/category/product/mitsubishi-electric/) - [Continental](https://www.manutalkthai.com/category/product/continental/) - [Driverless](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/automotive/driverless/) - [ไทยน้ำทิพย์](https://www.manutalkthai.com/category/product/ไทยน้ำทิพย์/) - [SAP](https://www.manutalkthai.com/category/product/sap/) - [Toshiba](https://www.manutalkthai.com/category/product/toshiba/) - [RFID](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/rfid/) - [Rad Hat](https://www.manutalkthai.com/category/product/rad-hat/) - [AWS](https://www.manutalkthai.com/category/product/aws/) - [BYD](https://www.manutalkthai.com/category/product/byd/) - [Foxconn](https://www.manutalkthai.com/category/product/foxconn/) - [Hitachi Energy](https://www.manutalkthai.com/category/product/hitachi-energy/) - [Info-Tech Research Group](https://www.manutalkthai.com/category/research/info-tech-research-group/) - [Paessler](https://www.manutalkthai.com/category/product/paessler/) - [WLAN](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/wlan/) - [AIS](https://www.manutalkthai.com/category/product/ais/) - [PTT Global Chemical](https://www.manutalkthai.com/category/product/ptt-global-chemical/) - [Sustainable](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/sustainable/) - [Thai Union](https://www.manutalkthai.com/category/product/thai-union/) - [Careers](https://www.manutalkthai.com/category/business/careers/) - [Press Release](https://www.manutalkthai.com/category/press-release/) - [Facilio](https://www.manutalkthai.com/category/product/facilio/) - [transportation](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/transportation/) - [Samsung Electronics](https://www.manutalkthai.com/category/product/samsung-electronics/) - [Semiconductor](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/semiconductor-industrial-it/) - [Sumitomo Rubber](https://www.manutalkthai.com/category/product/sumitomo-rubber/) - [Solar Cell](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/solar-cell/) - [B.Grimm](https://www.manutalkthai.com/category/product/b-grimm/) - [Seminar Free](https://www.manutalkthai.com/category/events/seminar-free/) - [Honeywell](https://www.manutalkthai.com/category/product/honeywell/) - [Data Center](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/data-center/) - [Net Zero](https://www.manutalkthai.com/category/business/net-zero/) - [Carbon](https://www.manutalkthai.com/category/business/net-zero/carbon/) - [Cables](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/engineering/cables/) - [Networking](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/networking/) - [Telecommunication](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/networking/telecommunication/) - [MediaTek](https://www.manutalkthai.com/category/product/mediatek/) - [Consumers](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/consumers/) - [infor](https://www.manutalkthai.com/category/product/infor/) - [IKEA](https://www.manutalkthai.com/category/product/ikea/) - [Training](https://www.manutalkthai.com/category/events/training/) - [Microsoft](https://www.manutalkthai.com/category/product/microsoft/) - [Software Industrial](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/software-industrial/) - [Emerson](https://www.manutalkthai.com/category/product/emerson/) - [Acquisition](https://www.manutalkthai.com/category/business/acquisition/) - [TMX Global](https://www.manutalkthai.com/category/product/tmx-global/) - [Agriculture](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/agriculture/) - [KERRY Express](https://www.manutalkthai.com/category/product/kerry-express/) - [Mackro](https://www.manutalkthai.com/category/product/mackro/) - [Makro](https://www.manutalkthai.com/category/makro/) - [Nissan](https://www.manutalkthai.com/category/product/nissan/) - [Industry 5.0](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/industry-5-0/) - [Industry 4.0](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/industry-4-0/) - [Exotic Food](https://www.manutalkthai.com/category/product/exotic-food/) - [NTT](https://www.manutalkthai.com/category/product/ntt/) - [StoreDot](https://www.manutalkthai.com/category/business/storedot/) - [Toyota](https://www.manutalkthai.com/category/product/toyota/) - [Alibaba](https://www.manutalkthai.com/category/product/alibaba/) - [DHL Express](https://www.manutalkthai.com/category/product/dhl-express/) - [Audi Thailand](https://www.manutalkthai.com/category/product/audi-thailand/) - [MG](https://www.manutalkthai.com/category/product/mg/) - [Mobil 1](https://www.manutalkthai.com/category/product/mobil-1/) - [Kubota](https://www.manutalkthai.com/category/product/kubota/) - [Frasers Industrial Thailand Reit](https://www.manutalkthai.com/category/product/frasers-industrial-thailand-reit/) - [IBM](https://www.manutalkthai.com/category/product/ibm/) - [Fortinet](https://www.manutalkthai.com/category/product/fortinet/) - [OTTO Motors](https://www.manutalkthai.com/category/otto-motors/) - [OTTO Motors](https://www.manutalkthai.com/category/product/otto-motors-product/) - [Frasers Property](https://www.manutalkthai.com/category/product/frasers-property/) - [FMS](https://www.manutalkthai.com/category/product/fms/) - [Autodesk](https://www.manutalkthai.com/category/product/autodesk/) - [PTT GC](https://www.manutalkthai.com/category/product/ptt-gc/) - [CPF](https://www.manutalkthai.com/category/product/cpf/) - [SCG](https://www.manutalkthai.com/category/product/scg/) - [ZEISS](https://www.manutalkthai.com/category/product/zeiss/) - [Dassault Systemes](https://www.manutalkthai.com/category/dassault-systemes/) - [MOU](https://www.manutalkthai.com/category/business/mou/) - [HID](https://www.manutalkthai.com/category/product/hid/) - [Krungsri Motorcycle](https://www.manutalkthai.com/category/product/krungsri-motorcycle/) - [Krungsri Auto](https://www.manutalkthai.com/category/product/krungsri-auto/) - [NVIDIA](https://www.manutalkthai.com/category/product/nvidia/) - [Ericsson](https://www.manutalkthai.com/category/product/ericsson/) - [Intel](https://www.manutalkthai.com/category/product/intel/) - [PEA](https://www.manutalkthai.com/category/product/pea/) - [Universal Robots](https://www.manutalkthai.com/category/product/universal-robots/) - [Canon](https://www.manutalkthai.com/category/product/canon/) - [Printing](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/printing/) - [Cisco](https://www.manutalkthai.com/category/product/cisco/) - [Dell Technologies](https://www.manutalkthai.com/category/product/dell-technologies/) - [AMD](https://www.manutalkthai.com/category/product/amd/) - [Video](https://www.manutalkthai.com/category/video/) - [Metro Systems](https://www.manutalkthai.com/category/product/metro-systems/) - [Western Digital](https://www.manutalkthai.com/category/product/western-digital/) - [Deep-In-Sight](https://www.manutalkthai.com/category/product/deep-in-sight/) - [Advice](https://www.manutalkthai.com/category/product/advice/) - [Bosch](https://www.manutalkthai.com/category/product/bosch/) - [Esri](https://www.manutalkthai.com/category/product/esri/) - [Maersk](https://www.manutalkthai.com/category/product/maersk/) - [Micron](https://www.manutalkthai.com/category/product/micron/) - [สจล.](https://www.manutalkthai.com/category/unversity/สจล/) - [Tetra Pak](https://www.manutalkthai.com/category/product/tetra-pak/) - [Banking](https://www.manutalkthai.com/category/business/banking/) - [Advanted](https://www.manutalkthai.com/category/product/advanted/) - [Lucid](https://www.manutalkthai.com/category/product/lucid/) - [Deloitte](https://www.manutalkthai.com/category/product/deloitte/) - [Financial](https://www.manutalkthai.com/category/business/financial/) - [Volvo](https://www.manutalkthai.com/category/product/volvo/) - [Thai Rubber Industry](https://www.manutalkthai.com/category/government/thai-rubber-industry/) - [Nostra Logistics](https://www.manutalkthai.com/category/product/nostra-logistics/) - [Enrich Fogger](https://www.manutalkthai.com/category/product/enrich-fogger/) - [DHL](https://www.manutalkthai.com/category/product/dhl/) - [Fluke](https://www.manutalkthai.com/category/product/fluke/) - [Fieldpiece Instruments](https://www.manutalkthai.com/category/product/fieldpiece-instruments/) - [HP](https://www.manutalkthai.com/category/product/hp/) - [Laptop](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/laptop/) - [Trip.com](https://www.manutalkthai.com/category/product/trip-com/) - [Case Studies](https://www.manutalkthai.com/category/business/case-studies-business/) - [Knowledge](https://www.manutalkthai.com/category/business/knowledge/) - [PTT](https://www.manutalkthai.com/category/product/ptt/) - [PTT Digital](https://www.manutalkthai.com/category/product/ptt-digital/) - [Omdia](https://www.manutalkthai.com/category/product/omdia/) - [Visa](https://www.manutalkthai.com/category/product/visa/) - [Aboitiz InfraCapital](https://www.manutalkthai.com/category/product/aboitiz-infracapital/) - [Changi Airport Group](https://www.manutalkthai.com/category/product/changi-airport-group/) - [Petrosea](https://www.manutalkthai.com/category/product/petrosea/) - [Messe Dusseldoft](https://www.manutalkthai.com/category/product/messe-dusseldoft/) - [Southeast Asia](https://www.manutalkthai.com/category/product/southeast-asia/) - [Veritas](https://www.manutalkthai.com/category/product/veritas/) - [Server and Storage](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/server-and-storage/) - [Seminars and Training](https://www.manutalkthai.com/category/events/seminars-and-training/) - [ฺฺBANPU](https://www.manutalkthai.com/category/product/ฺฺbanpu/) - [Freezer](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/freezer/) - [Alerting System](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/alerting-system/) - [Monitoring](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/monitoring/) - [Digital Twin](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/digital-twin/) - [bluebik](https://www.manutalkthai.com/category/product/bluebik/) - [CMG](https://www.manutalkthai.com/category/product/cmg/) - [Omron Automation](https://www.manutalkthai.com/category/product/omron-automation/) - [Building](https://www.manutalkthai.com/category/business/building/) - [Education](https://www.manutalkthai.com/category/education/) - [University](https://www.manutalkthai.com/category/education/university/) - [DPU](https://www.manutalkthai.com/category/education/university/dpu/) - [CIM](https://www.manutalkthai.com/category/education/cim/) - [3D-Scan](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/3d-scan/) - [STTelemedia](https://www.manutalkthai.com/category/product/sttelemedia/) - [Grab](https://www.manutalkthai.com/category/product/grab/) - [Grab](https://www.manutalkthai.com/category/grab-2/) - [Thai Oil](https://www.manutalkthai.com/category/product/thai-oil/) - [EGAT](https://www.manutalkthai.com/category/product/egat/) - [Gen Z](https://www.manutalkthai.com/category/gen-z/) - [Techsauce](https://www.manutalkthai.com/category/product/techsauce/) - [Digital Gateway](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/digital-gateway/) - [Backbase](https://www.manutalkthai.com/category/product/backbase/) - [Fujitsu](https://www.manutalkthai.com/category/product/fujitsu/) - [Nokia](https://www.manutalkthai.com/category/product/nokia/) - [Impact](https://www.manutalkthai.com/category/product/impact/) - [LONGI](https://www.manutalkthai.com/category/product/longi/) - [Heineken](https://www.manutalkthai.com/category/product/heineken/) - [9D Distribution](https://www.manutalkthai.com/category/product/9d-distribution/) - [Cabling](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/cabling/) - [Security](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/security/) - [Wireless Networking](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-it/wireless-networking/) - [LIMAZ](https://www.manutalkthai.com/category/product/limaz/) - [Airbus](https://www.manutalkthai.com/category/product/airbus/) - [Thaicom](https://www.manutalkthai.com/category/product/thaicom/) - [Lotus](https://www.manutalkthai.com/category/product/lotus/) - [Omni-Channel](https://www.manutalkthai.com/category/business/omni-channel/) - [C-Commerce](https://www.manutalkthai.com/category/business/c-commerce/) - [Aelova](https://www.manutalkthai.com/category/product/aelova/) - [Epson](https://www.manutalkthai.com/category/product/epson/) - [MEA](https://www.manutalkthai.com/category/product/mea/) - [กปน.](https://www.manutalkthai.com/category/product/กปน/) - [Auto-ID](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/auto-id/) - [Honeywell Systems](https://www.manutalkthai.com/category/product/honeywell-systems/) - [Eaton](https://www.manutalkthai.com/category/product/eaton/) - [Insurance](https://www.manutalkthai.com/category/business/insurance/) - [Air Conditioning](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/air-conditioning/) - [Tablet & PC](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/tablet-pc/) - [Google](https://www.manutalkthai.com/category/product/google/) - [DELTA](https://www.manutalkthai.com/category/product/delta/) - [SEACON](https://www.manutalkthai.com/category/product/seacon/) - [HPE Aruba Networking](https://www.manutalkthai.com/category/product/hpe-aruba-networking/) - [ABB](https://www.manutalkthai.com/category/product/abb/) - [G4S](https://www.manutalkthai.com/category/product/g4s/) - [Kellanova](https://www.manutalkthai.com/category/product/kellanova/) - [CommScope](https://www.manutalkthai.com/category/product/commscope/) - [Ruckus](https://www.manutalkthai.com/category/product/ruckus/) - [NocNoc](https://www.manutalkthai.com/category/product/nocnoc/) - [Advantech](https://www.manutalkthai.com/category/product/advantech/) - [Oil & Gas](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/oil-gas/) - [J&T Express](https://www.manutalkthai.com/category/product/jt-express/) - [Lazada](https://www.manutalkthai.com/category/product/lazada/) - [Yokogawa](https://www.manutalkthai.com/category/product/yokogawa/) - [POS](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/pos/) - [Retail](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/retail/) - [VST ECS](https://www.manutalkthai.com/category/product/vst-ecs/) - [BarTender](https://www.manutalkthai.com/category/product/bartender/) - [Philips](https://www.manutalkthai.com/category/product/philips/) - [AIDC](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/aidc/) - [CALTEX](https://www.manutalkthai.com/category/product/caltex/) - [I AM Consulting](https://www.manutalkthai.com/category/product/i-am-consulting/) - [vertiv](https://www.manutalkthai.com/category/product/vertiv/) - [Mitr Phol](https://www.manutalkthai.com/category/product/mitr-phol/) - [Yip In Tsoi](https://www.manutalkthai.com/category/product/yip-in-tsoi/) - [Smartphone](https://www.manutalkthai.com/category/business/smartphone/) - [Acer](https://www.manutalkthai.com/category/product/acer/) - [Nippon Steel](https://www.manutalkthai.com/category/product/nippon-steel/) - [Steel Industrial](https://www.manutalkthai.com/category/business/steel-industrial/) - [Dynabook](https://www.manutalkthai.com/category/product/dynabook/) - [Panasonic](https://www.manutalkthai.com/category/product/panasonic/) - [Haier](https://www.manutalkthai.com/category/product/haier/) - [Honda](https://www.manutalkthai.com/category/product/honda/) - [LG](https://www.manutalkthai.com/category/product/lg/) - [Salesforce](https://www.manutalkthai.com/category/product/salesforce/) - [Lithium](https://www.manutalkthai.com/category/business/knowledge/lithium/) - [Hyundai Motor](https://www.manutalkthai.com/category/product/hyundai-motor/) - [Hitachi](https://www.manutalkthai.com/category/product/hitachi/) - [Review](https://www.manutalkthai.com/category/review/) - [ProSoft](https://www.manutalkthai.com/category/product/prosoft/) - [Factory Story](https://www.manutalkthai.com/category/factory-story/) - [Apple](https://www.manutalkthai.com/category/product/apple/) - [Carabao Group](https://www.manutalkthai.com/category/product/carabao-group/) - [BMW](https://www.manutalkthai.com/category/product/bmw/) - [Accenture](https://www.manutalkthai.com/category/product/accenture/) - [Mujin](https://www.manutalkthai.com/category/product/mujin/) - [UPS](https://www.manutalkthai.com/category/product/ups/) - [GM](https://www.manutalkthai.com/category/product/gm/) - [Hydrogen Engines](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/automotive/hydrogen-engines/) - [Aion](https://www.manutalkthai.com/category/product/aion/) - [Adidas](https://www.manutalkthai.com/category/product/adidas/) - [Mazda](https://www.manutalkthai.com/category/product/mazda/) - [hmd](https://www.manutalkthai.com/category/product/hmd/) - [MIL-STD-810H](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/mil-std-810h/) - [IP68](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/ip68/) - [Electrolux](https://www.manutalkthai.com/category/product/electrolux/) - [Roche](https://www.manutalkthai.com/category/product/roche/) - [TSMC](https://www.manutalkthai.com/category/product/tsmc/) - [Sony](https://www.manutalkthai.com/category/product/sony/) - [Tesla](https://www.manutalkthai.com/category/product/tesla/) - [Bill Gates](https://www.manutalkthai.com/category/business/leadership/bill-gates/) - [FoxBot](https://www.manutalkthai.com/category/product/foxbot/) - [Fox Robotics](https://www.manutalkthai.com/category/product/fox-robotics/) - [DHL Supply Chain](https://www.manutalkthai.com/category/product/dhl-supply-chain/) - [Red Hat](https://www.manutalkthai.com/category/product/red-hat/) - [PathAI](https://www.manutalkthai.com/category/product/pathai/) - [ABI Research](https://www.manutalkthai.com/category/product/abi-research/) - [Thai Airway](https://www.manutalkthai.com/category/product/thai-airway/) - [Walmart](https://www.manutalkthai.com/category/product/walmart/) - [UiPath](https://www.manutalkthai.com/category/product/uipath/) - [Yamaha](https://www.manutalkthai.com/category/product/yamaha/) - [ไปรษณีย์ไทย](https://www.manutalkthai.com/category/product/ไปรษณีย์ไทย/) - [Nestlé](https://www.manutalkthai.com/category/product/nestle/) - [Nike](https://www.manutalkthai.com/category/product/nike/) - [Motorola Solutions](https://www.manutalkthai.com/category/product/motorola-solutions/) - [Suzuki](https://www.manutalkthai.com/category/product/suzuki/) - [Soracom](https://www.manutalkthai.com/category/product/soracom/) - [VinFast Auto](https://www.manutalkthai.com/category/product/vinfast-auto/) - [Foodpanda](https://www.manutalkthai.com/category/product/foodpanda/) - [CP ALL](https://www.manutalkthai.com/category/product/cp-all/) - [Michelin](https://www.manutalkthai.com/category/product/michelin/) - [Coca-Cola](https://www.manutalkthai.com/category/product/coca-cola/) - [Kawasaki Robotics](https://www.manutalkthai.com/category/product/kawasaki-robotics/) - [Sun Day Red](https://www.manutalkthai.com/category/product/sun-day-red/) - [What is](https://www.manutalkthai.com/category/what-is/) - [CATL](https://www.manutalkthai.com/category/product/catl/) - [View Sonic](https://www.manutalkthai.com/category/product/view-sonic/) - [AstraZeneca](https://www.manutalkthai.com/category/product/astrazeneca/) - [Hotel and tourism](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/hotel-and-tourism/) - [TADA](https://www.manutalkthai.com/category/product/tada/) - [SiS Distributions](https://www.manutalkthai.com/category/product/sis-distributions/) - [Price and Promotion](https://www.manutalkthai.com/category/price-and-promotion/) - [GWM](https://www.manutalkthai.com/category/product/gwm/) - [Volkswagen](https://www.manutalkthai.com/category/product/volkswagen/) - [Xpeng](https://www.manutalkthai.com/category/product/xpeng/) - [Chevron](https://www.manutalkthai.com/category/product/chevron/) - [ฺBangchak](https://www.manutalkthai.com/category/product/ฺbangchak/) - [Top News Recap](https://www.manutalkthai.com/category/top-news-recap/) - [Boeing](https://www.manutalkthai.com/category/product/boeing/) - [Aviation](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/aviation/) - [Shell](https://www.manutalkthai.com/category/product/shell/) - [DENSO](https://www.manutalkthai.com/category/product/denso/) - [Velo3D](https://www.manutalkthai.com/category/product/velo3d/) - [Hitachi Rail](https://www.manutalkthai.com/category/product/hitachi-rail/) - [Indorama](https://www.manutalkthai.com/category/product/indorama/) - [Kawasaki](https://www.manutalkthai.com/category/product/kawasaki/) - [CMA CGM](https://www.manutalkthai.com/category/product/cma-cgm/) - [็Haadthip](https://www.manutalkthai.com/category/product/็haadthip/) - [Jebsen & Jessen](https://www.manutalkthai.com/category/jebsen-jessen/) - [Jebsen & Jessen](https://www.manutalkthai.com/category/product/jebsen-jessen-product/) - [NTT DATA](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/ntt-data/) - [Hydrogen](https://www.manutalkthai.com/category/sectors/energy-power/hydrogen/) - [AEM](https://www.manutalkthai.com/category/product/aem/) - [3M](https://www.manutalkthai.com/category/product/3m/) - [HD Hyundai KSOE](https://www.manutalkthai.com/category/product/hd-hyundai-ksoe/) - [Mitsui E&S](https://www.manutalkthai.com/category/product/mitsui-es/) - [Arun Plus](https://www.manutalkthai.com/category/product/arun-plus/) - [Zeekr](https://www.manutalkthai.com/category/product/zeekr/) - [Johnson&Johnson](https://www.manutalkthai.com/category/product/johnsonjohnson/) - [Nikon](https://www.manutalkthai.com/category/product/nikon/) - [Saudi Aramco](https://www.manutalkthai.com/category/product/saudi-aramco/) - [DSV](https://www.manutalkthai.com/category/product/dsv/) - [DB Schenker](https://www.manutalkthai.com/category/product/db-schenker/) - [ฺBMTA](https://www.manutalkthai.com/category/product/ฺbmta/) - [LG Electronics](https://www.manutalkthai.com/category/product/lg-electronics/) - [Smart Factory](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/smart-factory/) - [Italian-Thai](https://www.manutalkthai.com/category/product/italian-thai/) - [APPC](https://www.manutalkthai.com/category/product/appc/) - [Kasikorn Bank](https://www.manutalkthai.com/category/product/kasikorn-bank/) - [Casio](https://www.manutalkthai.com/category/product/casio/) - [Xiaomi](https://www.manutalkthai.com/category/product/xiaomi/) - [McDonald's](https://www.manutalkthai.com/category/product/mcdonalds/) - [ROZA](https://www.manutalkthai.com/category/product/roza/) - [ZORT](https://www.manutalkthai.com/category/product/zort/) - [Optimus](https://www.manutalkthai.com/category/product/optimus/) - [BeaRiOt](https://www.manutalkthai.com/category/product/beariot/) - [Lenovo](https://www.manutalkthai.com/category/product/lenovo/) - [King Power](https://www.manutalkthai.com/category/product/king-power/) - [8x8](https://www.manutalkthai.com/category/product/8x8/) - [POP MART](https://www.manutalkthai.com/category/product/pop-mart/) - [AIMMO](https://www.manutalkthai.com/category/product/aimmo/) - [Kbank](https://www.manutalkthai.com/category/product/kbank/) - [U.S. Steel](https://www.manutalkthai.com/category/product/u-s-steel/) - [Kia](https://www.manutalkthai.com/category/product/kia/) - [Nio](https://www.manutalkthai.com/category/product/nio/) - [Mondelez](https://www.manutalkthai.com/category/product/mondelez/) - [OPEX](https://www.manutalkthai.com/category/product/opex/) - [ISUZU](https://www.manutalkthai.com/category/product/isuzu/) - [NEC](https://www.manutalkthai.com/category/product/nec/) - [Atos](https://www.manutalkthai.com/category/product/atos/) - [SK Hynix](https://www.manutalkthai.com/category/product/sk-hynix/) - [DPM](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/dpm/) - [NETA Auto](https://www.manutalkthai.com/category/product/neta-auto/) - [Unilever](https://www.manutalkthai.com/category/product/unilever/) - [KPMG](https://www.manutalkthai.com/category/product/kpmg/) - [BTS](https://www.manutalkthai.com/category/product/bts/) - [NXP](https://www.manutalkthai.com/category/product/nxp/) - [Cognex](https://www.manutalkthai.com/category/product/cognex/) - [BAYER](https://www.manutalkthai.com/category/product/bayer/) - [Relex](https://www.manutalkthai.com/category/product/relex/) - [Motor](https://www.manutalkthai.com/category/industrial-technology/motor/) - [BP](https://www.manutalkthai.com/category/product/bp/) - [Sony Semiconductor](https://www.manutalkthai.com/category/product/sony-semiconductor/) - [Anyverse](https://www.manutalkthai.com/category/product/anyverse/) - [Chery Automobile](https://www.manutalkthai.com/category/product/chery-automobile/) - [AVEVA](https://www.manutalkthai.com/category/product/aveva/) - [Exxon Mobil](https://www.manutalkthai.com/category/product/exxon-mobil/) - [Comau](https://www.manutalkthai.com/category/product/comau/) - [PepsiCO](https://www.manutalkthai.com/category/product/pepsico/) - [Oracle](https://www.manutalkthai.com/category/product/oracle/) - [Kuka](https://www.manutalkthai.com/category/product/kuka/) - [HPE](https://www.manutalkthai.com/category/product/hpe/) - [DMT](https://www.manutalkthai.com/category/product/dmt/) - [True Business](https://www.manutalkthai.com/category/product/true-business/) - [CEVA Logistics](https://www.manutalkthai.com/category/product/ceva-logistics/) - [ThaiBev](https://www.manutalkthai.com/category/product/thaibev/) - [Reinvention](https://www.manutalkthai.com/category/product/reinvention/) - [WTC Computer](https://www.manutalkthai.com/category/product/wtc-computer/) - [Red Bull](https://www.manutalkthai.com/category/product/red-bull/) - [Brady](https://www.manutalkthai.com/category/product/brady/) ## Tags - [covestro](https://www.manutalkthai.com/tag/covestro/) - [vulkollan](https://www.manutalkthai.com/tag/vulkollan/) - [ndi](https://www.manutalkthai.com/tag/ndi/) - [nephthylen-diisocyanate](https://www.manutalkthai.com/tag/nephthylen-diisocyanate/) - [indorama ventures](https://www.manutalkthai.com/tag/indorama-ventures/) - [ivl](https://www.manutalkthai.com/tag/ivl/) - [cobot](https://www.manutalkthai.com/tag/cobot/) - [D:PLOY](https://www.manutalkthai.com/tag/dploy/) - [OnRobot](https://www.manutalkthai.com/tag/onrobot/) - [Universal Robot](https://www.manutalkthai.com/tag/universal-robot/) - [UR20](https://www.manutalkthai.com/tag/ur20/) - [dobot](https://www.manutalkthai.com/tag/dobot/) - [nova series](https://www.manutalkthai.com/tag/nova-series/) - [blue yonder](https://www.manutalkthai.com/tag/blue-yonder/) - [manufacturing supply chain](https://www.manutalkthai.com/tag/manufacturing-supply-chain/) - [microsoft](https://www.manutalkthai.com/tag/microsoft/) - [smartlinks](https://www.manutalkthai.com/tag/smartlinks/) - [kpmg](https://www.manutalkthai.com/tag/kpmg/) - [lg](https://www.manutalkthai.com/tag/lg/) - [lg electronics](https://www.manutalkthai.com/tag/lg-electronics/) - [bizops](https://www.manutalkthai.com/tag/bizops/) - [zoho](https://www.manutalkthai.com/tag/zoho/) - [customer experience](https://www.manutalkthai.com/tag/customer-experience/) - [multi-enterprise](https://www.manutalkthai.com/tag/multi-enterprise/) - [infor](https://www.manutalkthai.com/tag/infor/) - [food traceability](https://www.manutalkthai.com/tag/food-traceability/) - [farm to work](https://www.manutalkthai.com/tag/farm-to-work/) - [adobe](https://www.manutalkthai.com/tag/adobe/) - [marketing automation](https://www.manutalkthai.com/tag/marketing-automation/) - [b2b](https://www.manutalkthai.com/tag/b2b/) - [car seat](https://www.manutalkthai.com/tag/car-seat/) - [everactive](https://www.manutalkthai.com/tag/everactive/) - [batteryless iot](https://www.manutalkthai.com/tag/batteryless-iot/) - [schaeffler](https://www.manutalkthai.com/tag/schaeffler/) - [ceraspin](https://www.manutalkthai.com/tag/ceraspin/) - [acquisition](https://www.manutalkthai.com/tag/acquisition/) - [bearing](https://www.manutalkthai.com/tag/bearing/) - [rolling bearing](https://www.manutalkthai.com/tag/rolling-bearing/) - [กรมโรงงานอุตสาหกรรม](https://www.manutalkthai.com/tag/กรมโรงงานอุตสาหกรรม/) - [กรอ.](https://www.manutalkthai.com/tag/กรอ/) - [solar cell](https://www.manutalkthai.com/tag/solar-cell/) - [solar roof](https://www.manutalkthai.com/tag/solar-roof/) - [สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย](https://www.manutalkthai.com/tag/สภาอุตสาหกรรมแห่งประเท/) - [waste management](https://www.manutalkthai.com/tag/waste-management/) - [solar rooftop](https://www.manutalkthai.com/tag/solar-rooftop/) - [tesla](https://www.manutalkthai.com/tag/tesla/) - [electric vehicle](https://www.manutalkthai.com/tag/electric-vehicle/) - [amazon](https://www.manutalkthai.com/tag/amazon/) - [sparrow](https://www.manutalkthai.com/tag/sparrow/) - [ai](https://www.manutalkthai.com/tag/ai/) - [aws iot roborunner](https://www.manutalkthai.com/tag/aws-iot-roborunner/) - [aws](https://www.manutalkthai.com/tag/aws/) - [iot](https://www.manutalkthai.com/tag/iot/) - [microsoft supply chain platform](https://www.manutalkthai.com/tag/microsoft-supply-chain-platform/) - [microsoft supply chain center](https://www.manutalkthai.com/tag/microsoft-supply-chain-center/) - [ptc](https://www.manutalkthai.com/tag/ptc/) - [servicemax](https://www.manutalkthai.com/tag/servicemax/) - [unibloc](https://www.manutalkthai.com/tag/unibloc/) - [quickstrip foodfirst](https://www.manutalkthai.com/tag/quickstrip-foodfirst/) - [pump](https://www.manutalkthai.com/tag/pump/) - [tech layoff](https://www.manutalkthai.com/tag/tech-layoff/) - [circular economy](https://www.manutalkthai.com/tag/circular-economy/) - [zero waste](https://www.manutalkthai.com/tag/zero-waste/) - [recycle](https://www.manutalkthai.com/tag/recycle/) - [reuse](https://www.manutalkthai.com/tag/reuse/) - [refurbished](https://www.manutalkthai.com/tag/refurbished/) - [repair](https://www.manutalkthai.com/tag/repair/) - [gartner](https://www.manutalkthai.com/tag/gartner/) - [sustainability](https://www.manutalkthai.com/tag/sustainability/) - [tesla thailand](https://www.manutalkthai.com/tag/tesla-thailand/) - [finbiz by ttb](https://www.manutalkthai.com/tag/finbiz-by-ttb/) - [ttb](https://www.manutalkthai.com/tag/ttb/) - [sme](https://www.manutalkthai.com/tag/sme/) - [stiebel eltron](https://www.manutalkthai.com/tag/stiebel-eltron/) - [ecoflow](https://www.manutalkthai.com/tag/ecoflow/) - [microsoft dynamics 365](https://www.manutalkthai.com/tag/microsoft-dynamics-365/) - [metro systems](https://www.manutalkthai.com/tag/metro-systems/) - [cat 340](https://www.manutalkthai.com/tag/cat-340/) - [hydraulic excavator](https://www.manutalkthai.com/tag/hydraulic-excavator/) - [cat](https://www.manutalkthai.com/tag/cat/) - [caterpillar 793](https://www.manutalkthai.com/tag/caterpillar-793/) - [mining truck](https://www.manutalkthai.com/tag/mining-truck/) - [schneider electric](https://www.manutalkthai.com/tag/schneider-electric/) - [ev charger](https://www.manutalkthai.com/tag/ev-charger/) - [ev car](https://www.manutalkthai.com/tag/ev-car/) - [aspentech](https://www.manutalkthai.com/tag/aspentech/) - [aspenone](https://www.manutalkthai.com/tag/aspenone/) - [net zero](https://www.manutalkthai.com/tag/net-zero/) - [decarbonization](https://www.manutalkthai.com/tag/decarbonization/) - [solaredge](https://www.manutalkthai.com/tag/solaredge/) - [siam solar cell](https://www.manutalkthai.com/tag/siam-solar-cell/) - [multivac](https://www.manutalkthai.com/tag/multivac/) - [multivac pouch loader & pouch rack](https://www.manutalkthai.com/tag/multivac-pouch-loader-pouch-rack/) - [asia era one](https://www.manutalkthai.com/tag/asia-era-one/) - [mtr academy](https://www.manutalkthai.com/tag/mtr-academy/) - [mou](https://www.manutalkthai.com/tag/mou/) - [tetra pak](https://www.manutalkthai.com/tag/tetra-pak/) - [mintel](https://www.manutalkthai.com/tag/mintel/) - [consumer trends 2023](https://www.manutalkthai.com/tag/consumer-trends-2023/) - [consumer trends](https://www.manutalkthai.com/tag/consumer-trends/) - [fortinet](https://www.manutalkthai.com/tag/fortinet/) - [mouser electronics](https://www.manutalkthai.com/tag/mouser-electronics/) - [autonomous mobile robot](https://www.manutalkthai.com/tag/autonomous-mobile-robot/) - [amr](https://www.manutalkthai.com/tag/amr/) - [funding societies](https://www.manutalkthai.com/tag/funding-societies/) - [ieat](https://www.manutalkthai.com/tag/ieat/) - [กนอ.](https://www.manutalkthai.com/tag/กนอ/) - [การนิคมอุตสาหกรรม](https://www.manutalkthai.com/tag/การนิคมอุตสาหกรรม/) - [diw](https://www.manutalkthai.com/tag/diw/) - [jetro](https://www.manutalkthai.com/tag/jetro/) - [jcc](https://www.manutalkthai.com/tag/jcc/) - [boi](https://www.manutalkthai.com/tag/boi/) - [eec](https://www.manutalkthai.com/tag/eec/) - [mhesi](https://www.manutalkthai.com/tag/mhesi/) - [gwm](https://www.manutalkthai.com/tag/gwm/) - [great wall motor](https://www.manutalkthai.com/tag/great-wall-motor/) - [ifr](https://www.manutalkthai.com/tag/ifr/) - [international federation of robotics](https://www.manutalkthai.com/tag/international-federation-of-robotics/) - [abb](https://www.manutalkthai.com/tag/abb/) - [abb robotics mega factory](https://www.manutalkthai.com/tag/abb-robotics-mega-factory/) - [modular production cell](https://www.manutalkthai.com/tag/modular-production-cell/) - [ais](https://www.manutalkthai.com/tag/ais-2/) - [fda](https://www.manutalkthai.com/tag/fda/) - [ev bus](https://www.manutalkthai.com/tag/ev-bus/) - [medicisoft](https://www.manutalkthai.com/tag/medicisoft/) - [scgc](https://www.manutalkthai.com/tag/scgc/) - [scgc green polymer](https://www.manutalkthai.com/tag/scgc-green-polymer/) - [k 2022](https://www.manutalkthai.com/tag/k-2022/) - [e-waste](https://www.manutalkthai.com/tag/e-waste/) - [banpu](https://www.manutalkthai.com/tag/banpu/) - [smart safety platform](https://www.manutalkthai.com/tag/smart-safety-platform/) - [planetcomm](https://www.manutalkthai.com/tag/planetcomm/) - [yip in tsoi](https://www.manutalkthai.com/tag/yip-in-tsoi/) - [ryn](https://www.manutalkthai.com/tag/ryn/) - [kku](https://www.manutalkthai.com/tag/kku/) - [decarbonize thailand](https://www.manutalkthai.com/tag/decarbonize-thailand/) - [startup sandbox](https://www.manutalkthai.com/tag/startup-sandbox/) - [carbon neutrality](https://www.manutalkthai.com/tag/carbon-neutrality/) - [fujifilm](https://www.manutalkthai.com/tag/fujifilm/) - [chemsec chemscore](https://www.manutalkthai.com/tag/chemsec-chemscore/) - [5g iot](https://www.manutalkthai.com/tag/5g-iot/) - [5g](https://www.manutalkthai.com/tag/5g/) - [ais business](https://www.manutalkthai.com/tag/ais-business/) - [smart manufacturing](https://www.manutalkthai.com/tag/smart-manufacturing/) - [it/ot](https://www.manutalkthai.com/tag/it-ot/) - [goodyear](https://www.manutalkthai.com/tag/goodyear/) - [tire](https://www.manutalkthai.com/tag/tire/) - [elon musk](https://www.manutalkthai.com/tag/elon-musk/) - [green tax expense](https://www.manutalkthai.com/tag/green-tax-expense/) - [bcg economy](https://www.manutalkthai.com/tag/bcg-economy/) - [biodegradable plastic](https://www.manutalkthai.com/tag/biodegradable-plastic/) - [สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม](https://www.manutalkthai.com/tag/สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณ/) - [สมอ.](https://www.manutalkthai.com/tag/สมอ/) - [tisi](https://www.manutalkthai.com/tag/tisi/) - [boliden](https://www.manutalkthai.com/tag/boliden/) - [low-carbon copper](https://www.manutalkthai.com/tag/low-carbon-copper/) - [sharge](https://www.manutalkthai.com/tag/sharge/) - [shell-porsche](https://www.manutalkthai.com/tag/shell-porsche/) - [set](https://www.manutalkthai.com/tag/set/) - [supply chain trends](https://www.manutalkthai.com/tag/supply-chain-trends/) - [lib consulting](https://www.manutalkthai.com/tag/lib-consulting/) - [thaifoods group](https://www.manutalkthai.com/tag/thaifoods-group/) - [thaifoods further](https://www.manutalkthai.com/tag/thaifoods-further/) - [thai union](https://www.manutalkthai.com/tag/thai-union/) - [algama](https://www.manutalkthai.com/tag/algama/) - [investment](https://www.manutalkthai.com/tag/investment/) - [CRM](https://www.manutalkthai.com/tag/crm/) - [Leadership Vision](https://www.manutalkthai.com/tag/leadership-vision/) - [SAP](https://www.manutalkthai.com/tag/sap/) - [Cloud Services](https://www.manutalkthai.com/tag/cloud-services/) - [Endpoint Management](https://www.manutalkthai.com/tag/endpoint-management/) - [IT Knowledge](https://www.manutalkthai.com/tag/it-knowledge/) - [Business](https://www.manutalkthai.com/tag/business/) - [Microchip Technology](https://www.manutalkthai.com/tag/microchip-technology/) - [ERP](https://www.manutalkthai.com/tag/erp/) - [alibaba](https://www.manutalkthai.com/tag/alibaba/) - [dbd](https://www.manutalkthai.com/tag/dbd/) - [กรมพัฒนาธุรกิจการค้า](https://www.manutalkthai.com/tag/กรมพัฒนาธุรกิจการค้า/) - [lazada](https://www.manutalkthai.com/tag/lazada/) - [arv horrus](https://www.manutalkthai.com/tag/arv-horrus/) - [ntt data business solutions](https://www.manutalkthai.com/tag/ntt-data-business-solutions/) - [ndbs](https://www.manutalkthai.com/tag/ndbs/) - [medline](https://www.manutalkthai.com/tag/medline/) - [unison](https://www.manutalkthai.com/tag/unison/) - [fcp](https://www.manutalkthai.com/tag/fcp/) - [sap c/4hana](https://www.manutalkthai.com/tag/sap-c-4hana/) - [mahidol university](https://www.manutalkthai.com/tag/mahidol-university/) - [alstom](https://www.manutalkthai.com/tag/alstom/) - [intermach thailand](https://www.manutalkthai.com/tag/intermach-thailand/) - [subcon thailand](https://www.manutalkthai.com/tag/subcon-thailand/) - [ngk insulators](https://www.manutalkthai.com/tag/ngk-insulators/) - [r&d](https://www.manutalkthai.com/tag/rd/) - [scg](https://www.manutalkthai.com/tag/scg/) - [nippon steel engineering](https://www.manutalkthai.com/tag/nippon-steel-engineering/) - [carbon capture](https://www.manutalkthai.com/tag/carbon-capture/) - [kras](https://www.manutalkthai.com/tag/kras/) - [circular business model](https://www.manutalkthai.com/tag/circular-business-model/) - [rpo](https://www.manutalkthai.com/tag/rpo/) - [ple](https://www.manutalkthai.com/tag/ple/) - [dfr](https://www.manutalkthai.com/tag/dfr/) - [retain product ownership](https://www.manutalkthai.com/tag/retain-product-ownership/) - [product life extension](https://www.manutalkthai.com/tag/product-life-extension/) - [design for recycling](https://www.manutalkthai.com/tag/design-for-recycling/) - [ericsson](https://www.manutalkthai.com/tag/ericsson/) - [suntory](https://www.manutalkthai.com/tag/suntory/) - [suntory beverage and food](https://www.manutalkthai.com/tag/suntory-beverage-and-food/) - [sbft](https://www.manutalkthai.com/tag/sbft/) - [sap datasphere](https://www.manutalkthai.com/tag/sap-datasphere/) - [pc film](https://www.manutalkthai.com/tag/pc-film/) - [iscc plus](https://www.manutalkthai.com/tag/iscc-plus/) - [saic motor - cp](https://www.manutalkthai.com/tag/saic-motor-cp/) - [saic](https://www.manutalkthai.com/tag/saic/) - [mg sales](https://www.manutalkthai.com/tag/mg-sales/) - [mg](https://www.manutalkthai.com/tag/mg/) - [upm raflatac](https://www.manutalkthai.com/tag/upm-raflatac/) - [upm raflatac thin film](https://www.manutalkthai.com/tag/upm-raflatac-thin-film/) - [ptg](https://www.manutalkthai.com/tag/ptg/) - [drive for tomorrow](https://www.manutalkthai.com/tag/drive-for-tomorrow/) - [smart delivery expo](https://www.manutalkthai.com/tag/smart-delivery-expo/) - [smart retail expo](https://www.manutalkthai.com/tag/smart-retail-expo/) - [NCSA](https://www.manutalkthai.com/tag/ncsa/) - [OT Security](https://www.manutalkthai.com/tag/ot-security/) - [Energy](https://www.manutalkthai.com/tag/energy/) - [2023](https://www.manutalkthai.com/tag/2023/) - [Trend Micro](https://www.manutalkthai.com/tag/trend-micro/) - [Manufacturing 4.0](https://www.manutalkthai.com/tag/manufacturing-4-0/) - [Palo Alto Networks](https://www.manutalkthai.com/tag/palo-alto-networks/) - [OT](https://www.manutalkthai.com/tag/ot/) - [Zero Trust OT Security](https://www.manutalkthai.com/tag/zero-trust-ot-security/) - [Industrial OT Security](https://www.manutalkthai.com/tag/industrial-ot-security/) - [Logistics](https://www.manutalkthai.com/tag/logistics/) - [IIoT](https://www.manutalkthai.com/tag/iiot/) - [Betagro](https://www.manutalkthai.com/tag/betagro/) - [Smart Factory](https://www.manutalkthai.com/tag/smart-factory/) - [World-Class Branded Food Company](https://www.manutalkthai.com/tag/world-class-branded-food-company/) - [ESG](https://www.manutalkthai.com/tag/esg/) - [BTG](https://www.manutalkthai.com/tag/btg/) - [Semiconductor](https://www.manutalkthai.com/tag/semiconductor/) - [China](https://www.manutalkthai.com/tag/china/) - [South Korea](https://www.manutalkthai.com/tag/south-korea/) - [USA](https://www.manutalkthai.com/tag/usa/) - [10 Top Trends Manufacturing 2023-2024](https://www.manutalkthai.com/tag/10-top-trends-manufacturing-2023-2024/) - [Manufacturing](https://www.manutalkthai.com/tag/manufacturing/) - [Smart Factories](https://www.manutalkthai.com/tag/smart-factories/) - [Industry 4.0](https://www.manutalkthai.com/tag/industry-4-0/) - [Predictive Maintenance](https://www.manutalkthai.com/tag/predictive-maintenance/) - [Digital Twin Technology](https://www.manutalkthai.com/tag/digital-twin-technology/) - [Supply Chain](https://www.manutalkthai.com/tag/supply-chain/) - [Hyper-autonomous](https://www.manutalkthai.com/tag/hyper-autonomous/) - [Deloitte](https://www.manutalkthai.com/tag/deloitte/) - [IBM](https://www.manutalkthai.com/tag/ibm/) - [PwC](https://www.manutalkthai.com/tag/pwc/) - [X-Force Threat Intelligence Index](https://www.manutalkthai.com/tag/x-force-threat-intelligence-index/) - [Kav](https://www.manutalkthai.com/tag/kav/) - [Paessler AG](https://www.manutalkthai.com/tag/paessler-ag/) - [PRTG Network Monitoring](https://www.manutalkthai.com/tag/prtg-network-monitoring/) - [Microchip](https://www.manutalkthai.com/tag/microchip/) - [CryptoAuthentication IC](https://www.manutalkthai.com/tag/cryptoauthentication-ic/) - [CrytoAutomotive IC](https://www.manutalkthai.com/tag/crytoautomotive-ic/) - [ICs](https://www.manutalkthai.com/tag/ics/) - [Trust Platform Design Suite](https://www.manutalkthai.com/tag/trust-platform-design-suite/) - [MPLAB X Integrated Development Environment](https://www.manutalkthai.com/tag/mplab-x-integrated-development-environment/) - [IDE](https://www.manutalkthai.com/tag/ide/) - [CryptoAuthLib](https://www.manutalkthai.com/tag/cryptoauthlib/) - [EV](https://www.manutalkthai.com/tag/ev/) - [NETA](https://www.manutalkthai.com/tag/neta/) - [BGAC](https://www.manutalkthai.com/tag/bgac/) - [Hozon Auto](https://www.manutalkthai.com/tag/hozon-auto/) - [BYD](https://www.manutalkthai.com/tag/byd/) - [Fiat 500](https://www.manutalkthai.com/tag/fiat-500/) - [Autonomous Driving](https://www.manutalkthai.com/tag/autonomous-driving/) - [Virtual Simulation](https://www.manutalkthai.com/tag/virtual-simulation/) - [TOYOTA TSUSHO NEXTY ELECTRONICS (THAILAND)](https://www.manutalkthai.com/tag/toyota-tsusho-nexty-electronics-thailand/) - [Denso](https://www.manutalkthai.com/tag/denso/) - [Kasetsart University](https://www.manutalkthai.com/tag/kasetsart-university/) - [Green Heroes for life](https://www.manutalkthai.com/tag/green-heroes-for-life/) - [Innovation Summit Bangkok](https://www.manutalkthai.com/tag/innovation-summit-bangkok/) - [WHA Utility and Power](https://www.manutalkthai.com/tag/wha-utility-and-power/) - [STT GDC Thailnad](https://www.manutalkthai.com/tag/stt-gdc-thailnad/) - [DHL Supply Chain (Thailand)](https://www.manutalkthai.com/tag/dhl-supply-chain-thailand/) - [Industry Twin](https://www.manutalkthai.com/tag/industry-twin/) - [Energy Twin](https://www.manutalkthai.com/tag/energy-twin/) - [carbon reduction](https://www.manutalkthai.com/tag/carbon-reduction/) - [motorcycle](https://www.manutalkthai.com/tag/motorcycle/) - [TCU](https://www.manutalkthai.com/tag/tcu/) - [transmission control unit](https://www.manutalkthai.com/tag/transmission-control-unit/) - [transmission](https://www.manutalkthai.com/tag/transmission/) - [clutch](https://www.manutalkthai.com/tag/clutch/) - [Technavio](https://www.manutalkthai.com/tag/technavio/) - [Free Webinar](https://www.manutalkthai.com/tag/free-webinar/) - [Qunie](https://www.manutalkthai.com/tag/qunie/) - [Toyo Business Engineering](https://www.manutalkthai.com/tag/toyo-business-engineering/) - [IDTechEx](https://www.manutalkthai.com/tag/idtechex/) - [market intelligence platform](https://www.manutalkthai.com/tag/market-intelligence-platform/) - [IDTechEx Energy Market Intelligence Subscription](https://www.manutalkthai.com/tag/idtechex-energy-market-intelligence-subscription/) - [PATLITE](https://www.manutalkthai.com/tag/patlite/) - [Beacons](https://www.manutalkthai.com/tag/beacons/) - [Flashing Beacons SL](https://www.manutalkthai.com/tag/flashing-beacons-sl/) - [Rotating Beacons SK](https://www.manutalkthai.com/tag/rotating-beacons-sk/) - [Multi-Function Beacons SF](https://www.manutalkthai.com/tag/multi-function-beacons-sf/) - [7-11](https://www.manutalkthai.com/tag/7-11/) - [7-eleven](https://www.manutalkthai.com/tag/7-eleven/) - [7charge](https://www.manutalkthai.com/tag/7charge/) - [ifs chaktomuk services](https://www.manutalkthai.com/tag/ifs-chaktomuk-services/) - [building management](https://www.manutalkthai.com/tag/building-management/) - [xiaomi](https://www.manutalkthai.com/tag/xiaomi/) - [dhl express](https://www.manutalkthai.com/tag/dhl-express/) - [certificate of conformity](https://www.manutalkthai.com/tag/certificate-of-conformity/) - [coc](https://www.manutalkthai.com/tag/coc/) - [sdoc](https://www.manutalkthai.com/tag/sdoc/) - [hemp](https://www.manutalkthai.com/tag/hemp/) - [cbd](https://www.manutalkthai.com/tag/cbd/) - [hempcrete](https://www.manutalkthai.com/tag/hempcrete/) - [ppp](https://www.manutalkthai.com/tag/ppp/) - [polluter pays principle](https://www.manutalkthai.com/tag/polluter-pays-principle/) - [abb robotics](https://www.manutalkthai.com/tag/abb-robotics/) - [robotics factory](https://www.manutalkthai.com/tag/robotics-factory/) - [abb swifti](https://www.manutalkthai.com/tag/abb-swifti/) - [abb swifti crb 1300](https://www.manutalkthai.com/tag/abb-swifti-crb-1300/) - [volvo trucks](https://www.manutalkthai.com/tag/volvo-trucks/) - [heavy electric truck](https://www.manutalkthai.com/tag/heavy-electric-truck/) - [omron](https://www.manutalkthai.com/tag/omron/) - [palletizing](https://www.manutalkthai.com/tag/palletizing/) - [omron nx1](https://www.manutalkthai.com/tag/omron-nx1/) - [omron tm20 collaborative robot](https://www.manutalkthai.com/tag/omron-tm20-collaborative-robot/) - [second-life battery](https://www.manutalkthai.com/tag/second-life-battery/) - [battery](https://www.manutalkthai.com/tag/battery/) - [battery energy storage systems](https://www.manutalkthai.com/tag/battery-energy-storage-systems/) - [BESS](https://www.manutalkthai.com/tag/bess/) - [rockwell automation](https://www.manutalkthai.com/tag/rockwell-automation/) - [Ruckwell Automation](https://www.manutalkthai.com/tag/ruckwell-automation/) - [State of Smart Manufacturing](https://www.manutalkthai.com/tag/state-of-smart-manufacturing/) - [Huawei](https://www.manutalkthai.com/tag/huawei/) - [MetaERP](https://www.manutalkthai.com/tag/metaerp/) - [Ford](https://www.manutalkthai.com/tag/ford/) - [LFP](https://www.manutalkthai.com/tag/lfp/) - [Mustang Mach-E](https://www.manutalkthai.com/tag/mustang-mach-e/) - [Field Data Enablement](https://www.manutalkthai.com/tag/field-data-enablement/) - [FDE](https://www.manutalkthai.com/tag/fde/) - [data](https://www.manutalkthai.com/tag/data/) - [IT](https://www.manutalkthai.com/tag/it/) - [SIMATIC-FDE](https://www.manutalkthai.com/tag/simatic-fde/) - [Siemens](https://www.manutalkthai.com/tag/siemens/) - [KEYENCE](https://www.manutalkthai.com/tag/keyence/) - [BT-A700 Series](https://www.manutalkthai.com/tag/bt-a700-series/) - [SR-5000 Series](https://www.manutalkthai.com/tag/sr-5000-series/) - [Handheld Computer](https://www.manutalkthai.com/tag/handheld-computer/) - [Warehouse](https://www.manutalkthai.com/tag/warehouse/) - [MPLAB](https://www.manutalkthai.com/tag/mplab/) - [SiC](https://www.manutalkthai.com/tag/sic/) - [Electrification of Everything](https://www.manutalkthai.com/tag/electrification-of-everything/) - [PLECS](https://www.manutalkthai.com/tag/plecs/) - [Plexim](https://www.manutalkthai.com/tag/plexim/) - [DKSH](https://www.manutalkthai.com/tag/dksh/) - [Korea Ginseng Corporation](https://www.manutalkthai.com/tag/korea-ginseng-corporation/) - [CheongKwanJang](https://www.manutalkthai.com/tag/cheongkwanjang/) - [KGC](https://www.manutalkthai.com/tag/kgc/) - [Thailand](https://www.manutalkthai.com/tag/thailand/) - [Merdedes-Benz](https://www.manutalkthai.com/tag/merdedes-benz/) - [Vision](https://www.manutalkthai.com/tag/vision/) - [Ambition to Lead](https://www.manutalkthai.com/tag/ambition-to-lead/) - [บูธ A19](https://www.manutalkthai.com/tag/บูธ-a19/) - [งานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 44](https://www.manutalkthai.com/tag/งานมอเตอร์โชว์-ครั้งที่/) - [EQB 250 AMG Line](https://www.manutalkthai.com/tag/eqb-250-amg-line/) - [SUV](https://www.manutalkthai.com/tag/suv/) - [Mercedes-EQ](https://www.manutalkthai.com/tag/mercedes-eq/) - [WLTP](https://www.manutalkthai.com/tag/wltp/) - [CBU](https://www.manutalkthai.com/tag/cbu/) - [EQS 500 4MATIC AMG Premium](https://www.manutalkthai.com/tag/eqs-500-4matic-amg-premium/) - [มร. มาร์ทิน ชเวงค์](https://www.manutalkthai.com/tag/มร-มาร์ทิน-ชเวงค์/) - [Electrification](https://www.manutalkthai.com/tag/electrification/) - [Off-Road](https://www.manutalkthai.com/tag/off-road/) - [Mercedes-AMG G 63](https://www.manutalkthai.com/tag/mercedes-amg-g-63/) - [วิศวะมหิดล](https://www.manutalkthai.com/tag/วิศวะมหิดล/) - [มหาวัทยาลัยมหิดล](https://www.manutalkthai.com/tag/มหาวัทยาลัยมหิดล/) - [3D-Printer](https://www.manutalkthai.com/tag/3d-printer/) - [Medical Application](https://www.manutalkthai.com/tag/medical-application/) - [กรมการแพทย์แผนไทยฯ](https://www.manutalkthai.com/tag/กรมการแพทย์แผนไทยฯ/) - [ขมิ้นชัน](https://www.manutalkthai.com/tag/ขมิ้นชัน/) - [ฟ้าทะลายโจร](https://www.manutalkthai.com/tag/ฟ้าทะลายโจร/) - [กระชายดำ](https://www.manutalkthai.com/tag/กระชายดำ/) - [บัวบก](https://www.manutalkthai.com/tag/บัวบก/) - [มะขามป้อม](https://www.manutalkthai.com/tag/มะขามป้อม/) - [ไพล](https://www.manutalkthai.com/tag/ไพล/) - [ขิง](https://www.manutalkthai.com/tag/ขิง/) - [กระชาย](https://www.manutalkthai.com/tag/กระชาย/) - [ว่ายหางจระเข้](https://www.manutalkthai.com/tag/ว่ายหางจระเข้/) - [กวาวเครือขาว](https://www.manutalkthai.com/tag/กวาวเครือขาว/) - [มะระขี้นก](https://www.manutalkthai.com/tag/มะระขี้นก/) - [เพชรสังฆาต](https://www.manutalkthai.com/tag/เพชรสังฆาต/) - [กระท่อม](https://www.manutalkthai.com/tag/กระท่อม/) - [กัญชง](https://www.manutalkthai.com/tag/กัญชง/) - [กัญชา](https://www.manutalkthai.com/tag/กัญชา/) - [Herbal Champions](https://www.manutalkthai.com/tag/herbal-champions/) - [UBP](https://www.manutalkthai.com/tag/ubp/) - [Collaboration](https://www.manutalkthai.com/tag/collaboration/) - [Net Zero Emission](https://www.manutalkthai.com/tag/net-zero-emission/) - [Top Strategic Technology Trends for 2023](https://www.manutalkthai.com/tag/top-strategic-technology-trends-for-2023/) - [IT Symposia 2022](https://www.manutalkthai.com/tag/it-symposia-2022/) - [iPaaS](https://www.manutalkthai.com/tag/ipaas/) - [NOSTRA LOGISTICS](https://www.manutalkthai.com/tag/nostra-logistics/) - [GIS](https://www.manutalkthai.com/tag/gis/) - [2566](https://www.manutalkthai.com/tag/2566/) - [Supply Chain Technology Ecosystem](https://www.manutalkthai.com/tag/supply-chain-technology-ecosystem/) - [Innovation Day](https://www.manutalkthai.com/tag/innovation-day/) - [Industrial Solutions 2023](https://www.manutalkthai.com/tag/industrial-solutions-2023/) - [Zebra Technologies](https://www.manutalkthai.com/tag/zebra-technologies/) - [2023 Gartner Magic Quadrant](https://www.manutalkthai.com/tag/2023-gartner-magic-quadrant/) - [Indoor Location Services](https://www.manutalkthai.com/tag/indoor-location-services/) - [MotionWorks Enterprise Platform](https://www.manutalkthai.com/tag/motionworks-enterprise-platform/) - [Magic Quadrant](https://www.manutalkthai.com/tag/magic-quadrant/) - [Mitsubishi Electric](https://www.manutalkthai.com/tag/mitsubishi-electric/) - [Factory Automation SPEC Search](https://www.manutalkthai.com/tag/factory-automation-spec-search/) - [App Store](https://www.manutalkthai.com/tag/app-store/) - [Google Play](https://www.manutalkthai.com/tag/google-play/) - [CNC](https://www.manutalkthai.com/tag/cnc/) - [EDM](https://www.manutalkthai.com/tag/edm/) - [HMI](https://www.manutalkthai.com/tag/hmi/) - [Mitsubishi Electric Corporation](https://www.manutalkthai.com/tag/mitsubishi-electric-corporation/) - [Mitsubishi Electric Factory Automation Business Group](https://www.manutalkthai.com/tag/mitsubishi-electric-factory-automation-business-group/) - [e-F@ctory](https://www.manutalkthai.com/tag/e-fctory/) - [e-F@ctory Alliance](https://www.manutalkthai.com/tag/e-fctory-alliance/) - [Jay Judkowitz](https://www.manutalkthai.com/tag/jay-judkowitz/) - [OTTO Motors](https://www.manutalkthai.com/tag/otto-motors/) - [Pros to Know of Supply & Demand Chain Executive of 2023](https://www.manutalkthai.com/tag/pros-to-know-of-supply-demand-chain-executive-of-2023/) - [มาเซราติ](https://www.manutalkthai.com/tag/มาเซราติ/) - [ซูเปอร์คาร์](https://www.manutalkthai.com/tag/ซูเปอร์คาร์/) - [มาเซราติ เอ็มซี 20 เชียโล](https://www.manutalkthai.com/tag/มาเซราติ-เอ็มซี-20-เชียโล/) - [Continental](https://www.manutalkthai.com/tag/continental/) - [industrial](https://www.manutalkthai.com/tag/industrial/) - [Siemens AG](https://www.manutalkthai.com/tag/siemens-ag/) - [Digital Industries](https://www.manutalkthai.com/tag/digital-industries/) - [The Siemens Tire Library](https://www.manutalkthai.com/tag/the-siemens-tire-library/) - [Baidu](https://www.manutalkthai.com/tag/baidu/) - [driverless](https://www.manutalkthai.com/tag/driverless/) - [robotaxi](https://www.manutalkthai.com/tag/robotaxi/) - [Beijing](https://www.manutalkthai.com/tag/beijing/) - [เฮเลนิโอ กิลาเบิร์ต](https://www.manutalkthai.com/tag/เฮเลนิโอ-กิลาเบิร์ต/) - [ไทยน้ำทิพย์](https://www.manutalkthai.com/tag/ไทยน้ำทิพย์/) - [SAP Ariba](https://www.manutalkthai.com/tag/sap-ariba/) - [NDBS Thailand](https://www.manutalkthai.com/tag/ndbs-thailand/) - [Toshiba](https://www.manutalkthai.com/tag/toshiba/) - [superconducting motor](https://www.manutalkthai.com/tag/superconducting-motor/) - [motor](https://www.manutalkthai.com/tag/motor/) - [transportation](https://www.manutalkthai.com/tag/transportation/) - [aviation](https://www.manutalkthai.com/tag/aviation/) - [vehicle](https://www.manutalkthai.com/tag/vehicle/) - [mobility](https://www.manutalkthai.com/tag/mobility/) - [carbon](https://www.manutalkthai.com/tag/carbon/) - [carnon neutrality](https://www.manutalkthai.com/tag/carnon-neutrality/) - [RFID](https://www.manutalkthai.com/tag/rfid/) - [RTLS](https://www.manutalkthai.com/tag/rtls/) - [Tags](https://www.manutalkthai.com/tag/tags/) - [UHF](https://www.manutalkthai.com/tag/uhf/) - [RAIN](https://www.manutalkthai.com/tag/rain/) - [HF](https://www.manutalkthai.com/tag/hf/) - [LF](https://www.manutalkthai.com/tag/lf/) - [Red Hat](https://www.manutalkthai.com/tag/red-hat/) - [SAP Software Workloads](https://www.manutalkthai.com/tag/sap-software-workloads/) - [Red Hat Enterprise Linux](https://www.manutalkthai.com/tag/red-hat-enterprise-linux/) - [software-as-a-serive applications](https://www.manutalkthai.com/tag/software-as-a-serive-applications/) - [RISE](https://www.manutalkthai.com/tag/rise/) - [RISE with SAP](https://www.manutalkthai.com/tag/rise-with-sap/) - [Linux](https://www.manutalkthai.com/tag/linux/) - [SAP S/4HANA](https://www.manutalkthai.com/tag/sap-s-4hana/) - [Thailand Board of Investment](https://www.manutalkthai.com/tag/thailand-board-of-investment/) - [economy](https://www.manutalkthai.com/tag/economy/) - [Amazon Web Services](https://www.manutalkthai.com/tag/amazon-web-services/) - [Amazon.com Inc](https://www.manutalkthai.com/tag/amazon-com-inc/) - [Foxconn](https://www.manutalkthai.com/tag/foxconn/) - [PTT](https://www.manutalkthai.com/tag/ptt/) - [EDG](https://www.manutalkthai.com/tag/edg/) - [Cleo Integration Cloud](https://www.manutalkthai.com/tag/cleo-integration-cloud/) - [CIC PAVE](https://www.manutalkthai.com/tag/cic-pave/) - [procurement](https://www.manutalkthai.com/tag/procurement/) - [automation](https://www.manutalkthai.com/tag/automation/) - [cloud](https://www.manutalkthai.com/tag/cloud/) - [manufacturer](https://www.manutalkthai.com/tag/manufacturer/) - [vendor](https://www.manutalkthai.com/tag/vendor/) - [supplier](https://www.manutalkthai.com/tag/supplier/) - [automotive industry](https://www.manutalkthai.com/tag/automotive-industry/) - [Robots](https://www.manutalkthai.com/tag/robots/) - [robotic](https://www.manutalkthai.com/tag/robotic/) - [X20](https://www.manutalkthai.com/tag/x20/) - [DEEP Robotics](https://www.manutalkthai.com/tag/deep-robotics/) - [Jueying](https://www.manutalkthai.com/tag/jueying/) - [quadrupedal robot](https://www.manutalkthai.com/tag/quadrupedal-robot/) - [Agile Operational Excellence](https://www.manutalkthai.com/tag/agile-operational-excellence/) - [Agile OpX](https://www.manutalkthai.com/tag/agile-opx/) - [Manpower Management](https://www.manutalkthai.com/tag/manpower-management/) - [Hitachi Energy](https://www.manutalkthai.com/tag/hitachi-energy/) - [Digital Team](https://www.manutalkthai.com/tag/digital-team/) - [Young Talent](https://www.manutalkthai.com/tag/young-talent/) - [ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ (ประเทศไทย)](https://www.manutalkthai.com/tag/ฮิตาชิ-เอนเนอร์ยี่-ประเ/) - [ดร. วรวุฒิ วรุตตมพรสุ](https://www.manutalkthai.com/tag/ดร-วรวุฒิ-วรุตตมพรสุ/) - [Co-Learning and Co-Creation](https://www.manutalkthai.com/tag/co-learning-and-co-creation/) - [Machine Learning](https://www.manutalkthai.com/tag/machine-learning/) - [PEA](https://www.manutalkthai.com/tag/pea/) - [Microgrid](https://www.manutalkthai.com/tag/microgrid/) - [Info-Tech Research Group](https://www.manutalkthai.com/tag/info-tech-research-group/) - [AI Trends 2023](https://www.manutalkthai.com/tag/ai-trends-2023/) - [Edge AI](https://www.manutalkthai.com/tag/edge-ai/) - [WLAN](https://www.manutalkthai.com/tag/wlan/) - [LAN](https://www.manutalkthai.com/tag/lan/) - [GC](https://www.manutalkthai.com/tag/gc/) - [G](https://www.manutalkthai.com/tag/g/) - [Smart Operations](https://www.manutalkthai.com/tag/smart-operations/) - [MIT Technology Review Insights](https://www.manutalkthai.com/tag/mit-technology-review-insights/) - [GFI 2023](https://www.manutalkthai.com/tag/gfi-2023/) - [green](https://www.manutalkthai.com/tag/green/) - [Green Future Index](https://www.manutalkthai.com/tag/green-future-index/) - [environment](https://www.manutalkthai.com/tag/environment/) - [low-carbon](https://www.manutalkthai.com/tag/low-carbon/) - [sustainable](https://www.manutalkthai.com/tag/sustainable/) - [Careers](https://www.manutalkthai.com/tag/careers/) - [Management Associate 2023](https://www.manutalkthai.com/tag/management-associate-2023/) - [Mercedes-Benz](https://www.manutalkthai.com/tag/mercedes-benz/) - [Takata](https://www.manutalkthai.com/tag/takata/) - [Recall](https://www.manutalkthai.com/tag/recall/) - [ถุงลมนิรภัย](https://www.manutalkthai.com/tag/ถุงลมนิรภัย/) - [Connected Refrigeration Solution](https://www.manutalkthai.com/tag/connected-refrigeration-solution/) - [Facilio](https://www.manutalkthai.com/tag/facilio/) - [refrigeration](https://www.manutalkthai.com/tag/refrigeration/) - [energy management](https://www.manutalkthai.com/tag/energy-management/) - [Asia Pacific Rail 2023](https://www.manutalkthai.com/tag/asia-pacific-rail-2023/) - [Bitec](https://www.manutalkthai.com/tag/bitec/) - [ชัชชาติ สิทธิพันธุ์](https://www.manutalkthai.com/tag/ชัชชาติ-สิทธิพันธุ์/) - [Drive Technology Adoption](https://www.manutalkthai.com/tag/drive-technology-adoption/) - [Samsung Electronics](https://www.manutalkthai.com/tag/samsung-electronics/) - [Sumitomo Rubber](https://www.manutalkthai.com/tag/sumitomo-rubber/) - [B.Grimm](https://www.manutalkthai.com/tag/b-grimm/) - [Megapacks](https://www.manutalkthai.com/tag/megapacks/) - [Gigafactory Nevada](https://www.manutalkthai.com/tag/gigafactory-nevada/) - [Full Self-Driving Beta](https://www.manutalkthai.com/tag/full-self-driving-beta/) - [Shenzhen SlkorMicro Semicon](https://www.manutalkthai.com/tag/shenzhen-slkormicro-semicon/) - [Sakowei](https://www.manutalkthai.com/tag/sakowei/) - [Kinghelm](https://www.manutalkthai.com/tag/kinghelm/) - [Seminar Free](https://www.manutalkthai.com/tag/seminar-free/) - [CIBA](https://www.manutalkthai.com/tag/ciba/) - [BCG Model](https://www.manutalkthai.com/tag/bcg-model/) - [GSB Change Maker](https://www.manutalkthai.com/tag/gsb-change-maker/) - [SMEs](https://www.manutalkthai.com/tag/smes/) - [OTOP](https://www.manutalkthai.com/tag/otop/) - [Start Up](https://www.manutalkthai.com/tag/start-up/) - [DPU](https://www.manutalkthai.com/tag/dpu/) - [SMEs OTOPs Step & Boost Up Program 2566](https://www.manutalkthai.com/tag/smes-otops-step-boost-up-program-2566/) - [aircraft](https://www.manutalkthai.com/tag/aircraft/) - [Honeywell](https://www.manutalkthai.com/tag/honeywell/) - [VTOL](https://www.manutalkthai.com/tag/vtol/) - [airship](https://www.manutalkthai.com/tag/airship/) - [generator](https://www.manutalkthai.com/tag/generator/) - [LCA60T](https://www.manutalkthai.com/tag/lca60t/) - [hybrid-electric propulsion](https://www.manutalkthai.com/tag/hybrid-electric-propulsion/) - [Flying Whales](https://www.manutalkthai.com/tag/flying-whales/) - [CNH Industrial](https://www.manutalkthai.com/tag/cnh-industrial/) - [Hemisphere GNSS](https://www.manutalkthai.com/tag/hemisphere-gnss/) - [capital goods](https://www.manutalkthai.com/tag/capital-goods/) - [Athena](https://www.manutalkthai.com/tag/athena/) - [Atlas](https://www.manutalkthai.com/tag/atlas/) - [Crescent](https://www.manutalkthai.com/tag/crescent/) - [Eclipse](https://www.manutalkthai.com/tag/eclipse/) - [Outback Guidance](https://www.manutalkthai.com/tag/outback-guidance/) - [Vector](https://www.manutalkthai.com/tag/vector/) - [Data Centre](https://www.manutalkthai.com/tag/data-centre/) - [Thailand 4.0](https://www.manutalkthai.com/tag/thailand-4-0/) - [JLL](https://www.manutalkthai.com/tag/jll/) - [Research](https://www.manutalkthai.com/tag/research/) - [CO2](https://www.manutalkthai.com/tag/co2/) - [Thailand Policy](https://www.manutalkthai.com/tag/thailand-policy/) - [ภาคพลังงาน](https://www.manutalkthai.com/tag/ภาคพลังงาน/) - [การขนส่ง](https://www.manutalkthai.com/tag/การขนส่ง/) - [อุตสาหกรรม](https://www.manutalkthai.com/tag/อุตสาหกรรม/) - [UL Solutions](https://www.manutalkthai.com/tag/ul-solutions/) - [Field Test Program](https://www.manutalkthai.com/tag/field-test-program/) - [Cables](https://www.manutalkthai.com/tag/cables/) - [Networking](https://www.manutalkthai.com/tag/networking/) - [Battery Electric & Hydrogen Fuel Cell Trains 2023-2043](https://www.manutalkthai.com/tag/battery-electric-hydrogen-fuel-cell-trains-2023-2043/) - [Trends](https://www.manutalkthai.com/tag/trends/) - [Telecommunication](https://www.manutalkthai.com/tag/telecommunication/) - [ChatGPT](https://www.manutalkthai.com/tag/chatgpt/) - [GLIP Generation Corporation](https://www.manutalkthai.com/tag/glip-generation-corporation/) - [ZERG](https://www.manutalkthai.com/tag/zerg/) - [Intertek](https://www.manutalkthai.com/tag/intertek/) - [MEIM](https://www.manutalkthai.com/tag/meim/) - [magnetic field](https://www.manutalkthai.com/tag/magnetic-field/) - [GLIP](https://www.manutalkthai.com/tag/glip/) - [Autonomous](https://www.manutalkthai.com/tag/autonomous/) - [Semiconductors for Autonomous and Electric Vehicles 2023-2033](https://www.manutalkthai.com/tag/semiconductors-for-autonomous-and-electric-vehicles-2023-2033/) - [ADAS](https://www.manutalkthai.com/tag/adas/) - [LiDAR](https://www.manutalkthai.com/tag/lidar/) - [radar](https://www.manutalkthai.com/tag/radar/) - [cameras](https://www.manutalkthai.com/tag/cameras/) - [Electric Powertrains](https://www.manutalkthai.com/tag/electric-powertrains/) - [MCUs](https://www.manutalkthai.com/tag/mcus/) - [SOCs](https://www.manutalkthai.com/tag/socs/) - [CPG](https://www.manutalkthai.com/tag/cpg/) - [Consumer Packaged Goods](https://www.manutalkthai.com/tag/consumer-packaged-goods/) - [AVEVA](https://www.manutalkthai.com/tag/aveva/) - [Cold Jet](https://www.manutalkthai.com/tag/cold-jet/) - [CO₂](https://www.manutalkthai.com/tag/co₂/) - [dry ice](https://www.manutalkthai.com/tag/dry-ice/) - [RE-CO₂ Recovery Systems](https://www.manutalkthai.com/tag/re-co₂-recovery-systems/) - [LCO₂](https://www.manutalkthai.com/tag/lco₂/) - [MediaTek](https://www.manutalkthai.com/tag/mediatek/) - [Dimensity Auto](https://www.manutalkthai.com/tag/dimensity-auto/) - [Dimensity Auto Cockpit](https://www.manutalkthai.com/tag/dimensity-auto-cockpit/) - [Dimensity Auto Connect](https://www.manutalkthai.com/tag/dimensity-auto-connect/) - [Dimensity Auto Drive](https://www.manutalkthai.com/tag/dimensity-auto-drive/) - [Dimensity Auto Components](https://www.manutalkthai.com/tag/dimensity-auto-components/) - [SoC](https://www.manutalkthai.com/tag/soc/) - [มินเทล รีพอร์ทส์ ประเทศไทย](https://www.manutalkthai.com/tag/มินเทล-รีพอร์ทส์-ประเทศไ/) - [Plant-based](https://www.manutalkthai.com/tag/plant-based/) - [healthy](https://www.manutalkthai.com/tag/healthy/) - [environmental footprints](https://www.manutalkthai.com/tag/environmental-footprints/) - [IKEA](https://www.manutalkthai.com/tag/ikea/) - [Train](https://www.manutalkthai.com/tag/train/) - [Cabon](https://www.manutalkthai.com/tag/cabon/) - [Meet Zeigo](https://www.manutalkthai.com/tag/meet-zeigo/) - [SaaS](https://www.manutalkthai.com/tag/saas/) - [software](https://www.manutalkthai.com/tag/software/) - [Zeigo](https://www.manutalkthai.com/tag/zeigo/) - [Generative AI](https://www.manutalkthai.com/tag/generative-ai/) - [Teamcenter](https://www.manutalkthai.com/tag/teamcenter/) - [PLM](https://www.manutalkthai.com/tag/plm/) - [Azure OpenAI Service](https://www.manutalkthai.com/tag/azure-openai-service/) - [Azure AI](https://www.manutalkthai.com/tag/azure-ai/) - [Microsoft Teams](https://www.manutalkthai.com/tag/microsoft-teams/) - [PLCs](https://www.manutalkthai.com/tag/plcs/) - [OPC UA Server](https://www.manutalkthai.com/tag/opc-ua-server/) - [Paessler PRTG](https://www.manutalkthai.com/tag/paessler-prtg/) - [Emerson](https://www.manutalkthai.com/tag/emerson/) - [National Instruments](https://www.manutalkthai.com/tag/national-instruments/) - [NI](https://www.manutalkthai.com/tag/ni/) - [TMX Global](https://www.manutalkthai.com/tag/tmx-global/) - [นางสาวนับนา กอเจริญรัตน์](https://www.manutalkthai.com/tag/นางสาวนับนา-กอเจริญรัตน/) - [End to End Supply Chain Transformation](https://www.manutalkthai.com/tag/end-to-end-supply-chain-transformation/) - [Business Transformation](https://www.manutalkthai.com/tag/business-transformation/) - [taiwan smart agriweek](https://www.manutalkthai.com/tag/taiwan-smart-agriweek/) - [tsa](https://www.manutalkthai.com/tag/tsa/) - [agri-food tech expo asia 2023](https://www.manutalkthai.com/tag/agri-food-tech-expo-asia-2023/) - [aftea](https://www.manutalkthai.com/tag/aftea/) - [Kerry Express](https://www.manutalkthai.com/tag/kerry-express/) - [Earth Day](https://www.manutalkthai.com/tag/earth-day/) - [Eco Box](https://www.manutalkthai.com/tag/eco-box/) - [Dimet (Siam)](https://www.manutalkthai.com/tag/dimet-siam/) - [Shibata](https://www.manutalkthai.com/tag/shibata/) - [Hatari Next](https://www.manutalkthai.com/tag/hatari-next/) - [Joint Venture](https://www.manutalkthai.com/tag/joint-venture/) - [Energy Link Design (Thailand)](https://www.manutalkthai.com/tag/energy-link-design-thailand/) - [Carbon Credit](https://www.manutalkthai.com/tag/carbon-credit/) - [Makro](https://www.manutalkthai.com/tag/makro/) - [Carbon Neutral](https://www.manutalkthai.com/tag/carbon-neutral/) - [PM 2.5](https://www.manutalkthai.com/tag/pm-2-5/) - [Green Store](https://www.manutalkthai.com/tag/green-store/) - [Changan Auto](https://www.manutalkthai.com/tag/changan-auto/) - [นายณฤทธิ์ เทิดธีระสุข](https://www.manutalkthai.com/tag/นายณฤทธิ์-เทิดธีระสุข/) - [Nissan](https://www.manutalkthai.com/tag/nissan/) - [Green Culture](https://www.manutalkthai.com/tag/green-culture/) - [Water Recycling](https://www.manutalkthai.com/tag/water-recycling/) - [Zero Water Discharge](https://www.manutalkthai.com/tag/zero-water-discharge/) - [Tree Planting Project](https://www.manutalkthai.com/tag/tree-planting-project/) - [Solarrooftop Project](https://www.manutalkthai.com/tag/solarrooftop-project/) - [Nissan Ambition 2030](https://www.manutalkthai.com/tag/nissan-ambition-2030/) - [Industry 5.0](https://www.manutalkthai.com/tag/industry-5-0/) - [End-to-End](https://www.manutalkthai.com/tag/end-to-end/) - [Exotic Food](https://www.manutalkthai.com/tag/exotic-food/) - [คุณวาสนา จันทรัช](https://www.manutalkthai.com/tag/คุณวาสนา-จันทรัช/) - [Supermarket](https://www.manutalkthai.com/tag/supermarket/) - [XO Level Up 4](https://www.manutalkthai.com/tag/xo-level-up-4/) - [Extreme Fast Charging](https://www.manutalkthai.com/tag/extreme-fast-charging/) - [StoreDot](https://www.manutalkthai.com/tag/storedot/) - [XFC](https://www.manutalkthai.com/tag/xfc/) - [charging](https://www.manutalkthai.com/tag/charging/) - [silicon battery](https://www.manutalkthai.com/tag/silicon-battery/) - [Industrial AI](https://www.manutalkthai.com/tag/industrial-ai/) - [Hannover Messe](https://www.manutalkthai.com/tag/hannover-messe/) - [PLC](https://www.manutalkthai.com/tag/plc/) - [Toyota](https://www.manutalkthai.com/tag/toyota/) - [Toyota Motor](https://www.manutalkthai.com/tag/toyota-motor/) - [Koji Sato](https://www.manutalkthai.com/tag/koji-sato/) - [CEO](https://www.manutalkthai.com/tag/ceo/) - [bZ4X](https://www.manutalkthai.com/tag/bz4x/) - [Industrial IT](https://www.manutalkthai.com/tag/industrial-it/) - [materials informatics](https://www.manutalkthai.com/tag/materials-informatics/) - [material](https://www.manutalkthai.com/tag/material/) - [ITC](https://www.manutalkthai.com/tag/itc/) - [Best Pet Food Manufacturer Asia](https://www.manutalkthai.com/tag/best-pet-food-manufacturer-asia/) - [ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)](https://www.manutalkthai.com/tag/ไอ-เทล-คอร์ปอเรชั่น-จำกั/) - [Global Banking & Finance Awards® 2023](https://www.manutalkthai.com/tag/global-banking-finance-awards-2023/) - [Global PetCare Innovation (GPCI)](https://www.manutalkthai.com/tag/global-petcare-innovation-gpci/) - [นายพิชิตชัย วงศ์ปิยะ](https://www.manutalkthai.com/tag/นายพิชิตชัย-วงศ์ปิยะ/) - [Ampotech](https://www.manutalkthai.com/tag/ampotech/) - [CSA](https://www.manutalkthai.com/tag/csa/) - [KuoK Maritime](https://www.manutalkthai.com/tag/kuok-maritime/) - [PaxOcean](https://www.manutalkthai.com/tag/paxocean/) - [PXO](https://www.manutalkthai.com/tag/pxo/) - [e-supply](https://www.manutalkthai.com/tag/e-supply-2/) - [สถาปนิก 66](https://www.manutalkthai.com/tag/สถาปนิก-66/) - [ตำถาด: Time of Togetherness](https://www.manutalkthai.com/tag/ตำถาด-time-of-togetherness/) - [สมาคมสถาปนิกสยามฯ](https://www.manutalkthai.com/tag/สมาคมสถาปนิกสยามฯ/) - [Architect’23](https://www.manutalkthai.com/tag/architect23/) - [ชาเลนเจอร์ ฮอลล์  อิมแพ็ค เมืองทองธานี](https://www.manutalkthai.com/tag/ชาเลนเจอร์-ฮอลล์-อิมแพ็/) - [คุณปุยฝ้าย คุณาวัฒน์](https://www.manutalkthai.com/tag/คุณปุยฝ้าย-คุณาวัฒน์/) - [คุณธีรานุช กรรณสูต วงศ์ไวศยวรรณ](https://www.manutalkthai.com/tag/คุณธีรานุช-กรรณสูต-วงศ์ไ/) - [คุณมังกร ชัยเจริญไมตรี](https://www.manutalkthai.com/tag/คุณมังกร-ชัยเจริญไมตรี/) - [ผศ.คมกริช ธนะเพทย์](https://www.manutalkthai.com/tag/ผศ-คมกริช-ธนะเพทย์/) - [คุณกรกช คุณาลังการ](https://www.manutalkthai.com/tag/คุณกรกช-คุณาลังการ/) - [คุณศุภแมน มรรคา](https://www.manutalkthai.com/tag/คุณศุภแมน-มรรคา/) - [Alibaba Cloud](https://www.manutalkthai.com/tag/alibaba-cloud/) - [green supply chains](https://www.manutalkthai.com/tag/green-supply-chains/) - [Tmall Supermarket](https://www.manutalkthai.com/tag/tmall-supermarket/) - [Energy Expert](https://www.manutalkthai.com/tag/energy-expert/) - [ยูนิลีเวอร์](https://www.manutalkthai.com/tag/ยูนิลีเวอร์/) - [เนสท์เล่](https://www.manutalkthai.com/tag/เนสท์เล่/) - [GoGreen Plus](https://www.manutalkthai.com/tag/gogreen-plus/) - [SAF](https://www.manutalkthai.com/tag/saf/) - [Together for Sustainability](https://www.manutalkthai.com/tag/together-for-sustainability/) - [Dynamic Motor Drive](https://www.manutalkthai.com/tag/dynamic-motor-drive/) - [Tula Technology](https://www.manutalkthai.com/tag/tula-technology/) - [DMD](https://www.manutalkthai.com/tag/dmd/) - [electrical drive](https://www.manutalkthai.com/tag/electrical-drive/) - [externally excited synchronous motor](https://www.manutalkthai.com/tag/externally-excited-synchronous-motor/) - [EESM](https://www.manutalkthai.com/tag/eesm/) - [Audi Thailand](https://www.manutalkthai.com/tag/audi-thailand/) - [Audi AG](https://www.manutalkthai.com/tag/audi-ag/) - [Technical & EV Battery Repair Center](https://www.manutalkthai.com/tag/technical-ev-battery-repair-center/) - [นายกฤษณะกร เศวตนันทน์](https://www.manutalkthai.com/tag/นายกฤษณะกร-เศวตนันทน์/) - [สาขาถนนเพชรบุรีตัดใหม่](https://www.manutalkthai.com/tag/สาขาถนนเพชรบุรีตัดใหม่/) - [EARTH JUMP 2023: New Frontier of Growth](https://www.manutalkthai.com/tag/earth-jump-2023-new-frontier-of-growth/) - [5G Cloud](https://www.manutalkthai.com/tag/5g-cloud/) - [RFCx](https://www.manutalkthai.com/tag/rfcx/) - [Smart PV](https://www.manutalkthai.com/tag/smart-pv/) - [Movement GPT](https://www.manutalkthai.com/tag/movement-gpt/) - [project44](https://www.manutalkthai.com/tag/project44/) - [CVO](https://www.manutalkthai.com/tag/cvo/) - [CVO Street Glide](https://www.manutalkthai.com/tag/cvo-street-glide/) - [CVO Road Glide](https://www.manutalkthai.com/tag/cvo-road-glide/) - [Harley-Davidson](https://www.manutalkthai.com/tag/harley-davidson/) - [Harley-Davidson Homecoming](https://www.manutalkthai.com/tag/harley-davidson-homecoming/) - [Thai Factory](https://www.manutalkthai.com/tag/thai-factory/) - [manufacturing production index](https://www.manutalkthai.com/tag/manufacturing-production-index/) - [MPI](https://www.manutalkthai.com/tag/mpi/) - [March 2023](https://www.manutalkthai.com/tag/march-2023/) - [NEW ENERGY INDUSTRIAL PARK](https://www.manutalkthai.com/tag/new-energy-industrial-park/) - [cleaning validation](https://www.manutalkthai.com/tag/cleaning-validation/) - [Process Manager](https://www.manutalkthai.com/tag/process-manager/) - [ValGenesis](https://www.manutalkthai.com/tag/valgenesis/) - [3D anonymization](https://www.manutalkthai.com/tag/3d-anonymization/) - [ethical](https://www.manutalkthai.com/tag/ethical/) - [workplace](https://www.manutalkthai.com/tag/workplace/) - [data privacy](https://www.manutalkthai.com/tag/data-privacy/) - [safety](https://www.manutalkthai.com/tag/safety/) - [Mobil 1](https://www.manutalkthai.com/tag/mobil-1/) - [Oracle Red Bull Racing](https://www.manutalkthai.com/tag/oracle-red-bull-racing/) - [Mobil 1 Triple Action Power+](https://www.manutalkthai.com/tag/mobil-1-triple-action-power/) - [Esso](https://www.manutalkthai.com/tag/esso/) - [Kubota](https://www.manutalkthai.com/tag/kubota/) - [L-Metallic Edition](https://www.manutalkthai.com/tag/l-metallic-edition/) - [Lava Orange Metallic](https://www.manutalkthai.com/tag/lava-orange-metallic/) - [KeepYourBenzAlwaysMercedesBenz](https://www.manutalkthai.com/tag/keepyourbenzalwaysmercedesbenz/) - [MercedesBenzThailand](https://www.manutalkthai.com/tag/mercedesbenzthailand/) - [MBThAfterSales](https://www.manutalkthai.com/tag/mbthaftersales/) - [SIB](https://www.manutalkthai.com/tag/sib/) - [LIB](https://www.manutalkthai.com/tag/lib/) - [lithium-ion](https://www.manutalkthai.com/tag/lithium-ion/) - [sodium-ion](https://www.manutalkthai.com/tag/sodium-ion/) - [Na-ion](https://www.manutalkthai.com/tag/na-ion/) - [energy storage system](https://www.manutalkthai.com/tag/energy-storage-system/) - [SunTera](https://www.manutalkthai.com/tag/suntera/) - [liquid cooling ESS](https://www.manutalkthai.com/tag/liquid-cooling-ess/) - [ESS](https://www.manutalkthai.com/tag/ess/) - [utility](https://www.manutalkthai.com/tag/utility/) - [JinkoSolar](https://www.manutalkthai.com/tag/jinkosolar/) - [Red Lobster](https://www.manutalkthai.com/tag/red-lobster/) - [Frasers Industrial Thailand Reit](https://www.manutalkthai.com/tag/frasers-industrial-thailand-reit/) - [FIRM](https://www.manutalkthai.com/tag/firm/) - [FTREIT](https://www.manutalkthai.com/tag/ftreit/) - [product testing](https://www.manutalkthai.com/tag/product-testing/) - [Highlight](https://www.manutalkthai.com/tag/highlight/) - [Geeta Gurnani](https://www.manutalkthai.com/tag/geeta-gurnani/) - [BFSI](https://www.manutalkthai.com/tag/bfsi/) - [Banking](https://www.manutalkthai.com/tag/banking/) - [Financial Services and Insurance](https://www.manutalkthai.com/tag/financial-services-and-insurance/) - [Motul](https://www.manutalkthai.com/tag/motul/) - [Motul 8100 Power](https://www.manutalkthai.com/tag/motul-8100-power/) - [API SN Plus](https://www.manutalkthai.com/tag/api-sn-plus/) - [Cyber Physical](https://www.manutalkthai.com/tag/cyber-physical/) - [Fortinet Security Fabric for OT](https://www.manutalkthai.com/tag/fortinet-security-fabric-for-ot/) - [SOFC](https://www.manutalkthai.com/tag/sofc/) - [fuel cell](https://www.manutalkthai.com/tag/fuel-cell/) - [solid oxide fuel cell](https://www.manutalkthai.com/tag/solid-oxide-fuel-cell/) - [OTTO](https://www.manutalkthai.com/tag/otto/) - [VDA5050](https://www.manutalkthai.com/tag/vda5050/) - [VGA](https://www.manutalkthai.com/tag/vga/) - [GitHub](https://www.manutalkthai.com/tag/github/) - [Stripe](https://www.manutalkthai.com/tag/stripe/) - [Payment Element](https://www.manutalkthai.com/tag/payment-element/) - [Hosted payment page](https://www.manutalkthai.com/tag/hosted-payment-page/) - [OpenAI](https://www.manutalkthai.com/tag/openai/) - [BigCommerce](https://www.manutalkthai.com/tag/bigcommerce/) - [Uber](https://www.manutalkthai.com/tag/uber/) - [Sealect Brand](https://www.manutalkthai.com/tag/sealect-brand/) - [ยิปซี คีรติ](https://www.manutalkthai.com/tag/ยิปซี-คีรติ/) - [ซีเล็คทูน่า](https://www.manutalkthai.com/tag/ซีเล็คทูน่า/) - [ณัฐวีณ์ วชิรทวีพัฒน์](https://www.manutalkthai.com/tag/ณัฐวีณ์-วชิรทวีพัฒน์/) - [FPT](https://www.manutalkthai.com/tag/fpt/) - [Frasers Property](https://www.manutalkthai.com/tag/frasers-property/) - [FMS](https://www.manutalkthai.com/tag/fms/) - [FMS & Sage 30 Years Celebration](https://www.manutalkthai.com/tag/fms-sage-30-years-celebration/) - [กรมสรรพากร](https://www.manutalkthai.com/tag/กรมสรรพากร/) - [Sage](https://www.manutalkthai.com/tag/sage/) - [สภาอุตสาหกรรม](https://www.manutalkthai.com/tag/สภาอุตสาหกรรม/) - [Huawei Cloud](https://www.manutalkthai.com/tag/huawei-cloud/) - [Sustainable & Growth with Digital Innovations](https://www.manutalkthai.com/tag/sustainable-growth-with-digital-innovations/) - [Big Data](https://www.manutalkthai.com/tag/big-data/) - [Sage 300](https://www.manutalkthai.com/tag/sage-300/) - [Sage X3](https://www.manutalkthai.com/tag/sage-x3/) - [Autodesk](https://www.manutalkthai.com/tag/autodesk/) - [Forma](https://www.manutalkthai.com/tag/forma/) - [BIM](https://www.manutalkthai.com/tag/bim/) - [engineering design](https://www.manutalkthai.com/tag/engineering-design/) - [construction](https://www.manutalkthai.com/tag/construction/) - [PTT Global Chemical](https://www.manutalkthai.com/tag/ptt-global-chemical/) - [PTTGC](https://www.manutalkthai.com/tag/pttgc/) - [CPF](https://www.manutalkthai.com/tag/cpf/) - [AXONS](https://www.manutalkthai.com/tag/axons/) - [Data Center](https://www.manutalkthai.com/tag/data-center/) - [Siam Cement Group](https://www.manutalkthai.com/tag/siam-cement-group/) - [dimensional](https://www.manutalkthai.com/tag/dimensional/) - [metrology](https://www.manutalkthai.com/tag/metrology/) - [ZEISS CALYPSO](https://www.manutalkthai.com/tag/zeiss-calypso/) - [measuring](https://www.manutalkthai.com/tag/measuring/) - [optical measurement](https://www.manutalkthai.com/tag/optical-measurement/) - [CMM](https://www.manutalkthai.com/tag/cmm/) - [Dassault Systemes](https://www.manutalkthai.com/tag/dassault-systemes/) - [Virtual Twin](https://www.manutalkthai.com/tag/virtual-twin/) - [Future Mobility](https://www.manutalkthai.com/tag/future-mobility/) - [Smart Cities](https://www.manutalkthai.com/tag/smart-cities/) - [3DEXPERIENCE](https://www.manutalkthai.com/tag/3dexperience/) - [Drive SUSTAINABILITY in Manufacturing by DIGITALIZING AND DECARBONIZING for Plastic Industry](https://www.manutalkthai.com/tag/drive-sustainability-in-manufacturing-by-digitalizing-and-decarbonizing-for-plastic-industry/) - [Plastic & Rubber Thailand 2023](https://www.manutalkthai.com/tag/plastic-rubber-thailand-2023/) - [Automating the World](https://www.manutalkthai.com/tag/automating-the-world/) - [Electric Industry](https://www.manutalkthai.com/tag/electric-industry/) - [อุตสาหกรรมต้นน้ำ](https://www.manutalkthai.com/tag/อุตสาหกรรมต้นน้ำ/) - [สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)](https://www.manutalkthai.com/tag/สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเ/) - [อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์กับการพัฒนาประเทศไทย](https://www.manutalkthai.com/tag/อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิก/) - [รศ.ดร.คมสัน มาลีสี](https://www.manutalkthai.com/tag/รศ-ดร-คมสัน-มาลีสี/) - [ดร.ชิต เหล่าวัฒนา](https://www.manutalkthai.com/tag/ดร-ชิต-เหล่าวัฒนา/) - [คุณสัมพันธ์ ศิลปนาฏ](https://www.manutalkthai.com/tag/คุณสัมพันธ์-ศิลปนาฏ/) - [ดร.บดินทร์ เกษมเศรษฐ์](https://www.manutalkthai.com/tag/ดร-บดินทร์-เกษมเศรษฐ์/) - [คุณวิรัตน์ ศรีอมรกิจกุล](https://www.manutalkthai.com/tag/คุณวิรัตน์-ศรีอมรกิจกุล/) - [รศ.ดร.สุขุม อิสเสงี่ยม](https://www.manutalkthai.com/tag/รศ-ดร-สุขุม-อิสเสงี่ยม/) - [ถอดรหัส ไขความสำเร็จ](https://www.manutalkthai.com/tag/ถอดรหัส-ไขความสำเร็จ/) - [Digital Transformation](https://www.manutalkthai.com/tag/digital-transformation/) - [OPEN-TEC](https://www.manutalkthai.com/tag/open-tec/) - [Tech Knowledge Sharing Platform](https://www.manutalkthai.com/tag/tech-knowledge-sharing-platform/) - [TCC TECHNOLOGY GROUP](https://www.manutalkthai.com/tag/tcc-technology-group/) - [Open Talk](https://www.manutalkthai.com/tag/open-talk/) - [Azbil](https://www.manutalkthai.com/tag/azbil/) - [Azbil Production (Thailand)](https://www.manutalkthai.com/tag/azbil-production-thailand/) - [ชลบุรี](https://www.manutalkthai.com/tag/ชลบุรี/) - [Manufactoring](https://www.manutalkthai.com/tag/manufactoring/) - [Western Digital](https://www.manutalkthai.com/tag/western-digital/) - [EGAT](https://www.manutalkthai.com/tag/egat/) - [INNOPOWER](https://www.manutalkthai.com/tag/innopower/) - [Jabra](https://www.manutalkthai.com/tag/jabra/) - [ICP DAS](https://www.manutalkthai.com/tag/icp-das/) - [3D Printed](https://www.manutalkthai.com/tag/3d-printed/) - [BOD2](https://www.manutalkthai.com/tag/bod2/) - [COBOD](https://www.manutalkthai.com/tag/cobod/) - [ศูนย์การแพทย์จากการพิมพ์ 3 มิติแห่งแรกของประเทศไทย](https://www.manutalkthai.com/tag/ศูนย์การแพทย์จากการพิม/) - [Sapphire 2566](https://www.manutalkthai.com/tag/sapphire-2566/) - [Leader Vision](https://www.manutalkthai.com/tag/leader-vision/) - [Universal Robots](https://www.manutalkthai.com/tag/universal-robots/) - [UR](https://www.manutalkthai.com/tag/ur/) - [OEM](https://www.manutalkthai.com/tag/oem/) - [Pro Spot International](https://www.manutalkthai.com/tag/pro-spot-international/) - [MIG](https://www.manutalkthai.com/tag/mig/) - [i5s](https://www.manutalkthai.com/tag/i5s/) - [Automate](https://www.manutalkthai.com/tag/automate/) - [Duni Thailand](https://www.manutalkthai.com/tag/duni-thailand/) - [HoReCa](https://www.manutalkthai.com/tag/horeca/) - [Go-Joy-Wow](https://www.manutalkthai.com/tag/go-joy-wow/) - [DUNI LETTO](https://www.manutalkthai.com/tag/duni-letto/) - [Microship](https://www.manutalkthai.com/tag/microship/) - [USB 3.2](https://www.manutalkthai.com/tag/usb-3-2/) - [Reclocker](https://www.manutalkthai.com/tag/reclocker/) - [Redriver](https://www.manutalkthai.com/tag/redriver/) - [EQCO510](https://www.manutalkthai.com/tag/eqco510/) - [EQCO5X31](https://www.manutalkthai.com/tag/eqco5x31/) - [Japan](https://www.manutalkthai.com/tag/japan/) - [Atto 3](https://www.manutalkthai.com/tag/atto-3/) - [Model Y](https://www.manutalkthai.com/tag/model-y/) - [NIO](https://www.manutalkthai.com/tag/nio/) - [ORA](https://www.manutalkthai.com/tag/ora/) - [JOLION HEV](https://www.manutalkthai.com/tag/jolion-hev/) - [Haval H6](https://www.manutalkthai.com/tag/haval-h6/) - [EV100 Plus](https://www.manutalkthai.com/tag/ev100-plus/) - [30@30](https://www.manutalkthai.com/tag/3030/) - [control](https://www.manutalkthai.com/tag/control/) - [monitoring](https://www.manutalkthai.com/tag/monitoring/) - [power plant](https://www.manutalkthai.com/tag/power-plant/) - [Energy Operating System](https://www.manutalkthai.com/tag/energy-operating-system/) - [EOS](https://www.manutalkthai.com/tag/eos/) - [Aderis Energy](https://www.manutalkthai.com/tag/aderis-energy/) - [electricity](https://www.manutalkthai.com/tag/electricity/) - [power generation](https://www.manutalkthai.com/tag/power-generation/) - [wave energy converter](https://www.manutalkthai.com/tag/wave-energy-converter/) - [WAVR](https://www.manutalkthai.com/tag/wavr/) - [THAIFEX-ANUGA ASIA 2023](https://www.manutalkthai.com/tag/thaifex-anuga-asia-2023/) - [Healthy Living](https://www.manutalkthai.com/tag/healthy-living/) - [Healthy Oceans](https://www.manutalkthai.com/tag/healthy-oceans/) - [Future Mobility Asia 2023](https://www.manutalkthai.com/tag/future-mobility-asia-2023/) - [EcoFlow RIVER 2](https://www.manutalkthai.com/tag/ecoflow-river-2/) - [Future Energy Asia 2023](https://www.manutalkthai.com/tag/future-energy-asia-2023/) - [MPLAB PICkit 5](https://www.manutalkthai.com/tag/mplab-pickit-5/) - [MPLAB ICD 5](https://www.manutalkthai.com/tag/mplab-icd-5/) - [PIC](https://www.manutalkthai.com/tag/pic/) - [AVR](https://www.manutalkthai.com/tag/avr/) - [SAM](https://www.manutalkthai.com/tag/sam/) - [dsPIC](https://www.manutalkthai.com/tag/dspic/) - [USB Type-C](https://www.manutalkthai.com/tag/usb-type-c/) - [TDCX](https://www.manutalkthai.com/tag/tdcx/) - [ASEAN SMEs](https://www.manutalkthai.com/tag/asean-smes/) - [Interview](https://www.manutalkthai.com/tag/interview/) - [RX](https://www.manutalkthai.com/tag/rx/) - [TechTalkThai](https://www.manutalkthai.com/tag/techtalkthai/) - [autonomous mobile robots](https://www.manutalkthai.com/tag/autonomous-mobile-robots/) - [Meet Me](https://www.manutalkthai.com/tag/meet-me/) - [IAM Robotics](https://www.manutalkthai.com/tag/iam-robotics/) - [Coex](https://www.manutalkthai.com/tag/coex/) - [QSNCC](https://www.manutalkthai.com/tag/qsncc/) - [ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์](https://www.manutalkthai.com/tag/ศูนย์การประชุมแห่งชาติ/) - [Food](https://www.manutalkthai.com/tag/food/) - [Halal](https://www.manutalkthai.com/tag/halal/) - [เทอร์รี่ สมา](https://www.manutalkthai.com/tag/เทอร์รี่-สมา/) - [food-and-beverage](https://www.manutalkthai.com/tag/food-and-beverage/) - [Food and Beverage](https://www.manutalkthai.com/tag/food-and-beverage-2/) - [WMS](https://www.manutalkthai.com/tag/wms/) - [Innovation](https://www.manutalkthai.com/tag/innovation/) - [HID](https://www.manutalkthai.com/tag/hid/) - [Seos](https://www.manutalkthai.com/tag/seos/) - [FSC](https://www.manutalkthai.com/tag/fsc/) - [Bamboo](https://www.manutalkthai.com/tag/bamboo/) - [Eco Cards](https://www.manutalkthai.com/tag/eco-cards/) - [Seos Bamboo](https://www.manutalkthai.com/tag/seos-bamboo/) - [LEED](https://www.manutalkthai.com/tag/leed/) - [กรุงศรี ออโต้](https://www.manutalkthai.com/tag/กรุงศรี-ออโต้/) - [Unleash the MAX](https://www.manutalkthai.com/tag/unleash-the-max/) - [Barcode](https://www.manutalkthai.com/tag/barcode/) - [RPA](https://www.manutalkthai.com/tag/rpa/) - [Dahua](https://www.manutalkthai.com/tag/dahua/) - [Infocomm Asia 2023](https://www.manutalkthai.com/tag/infocomm-asia-2023/) - [Maserati S.P.A.](https://www.manutalkthai.com/tag/maserati-s-p-a/) - [Maserati](https://www.manutalkthai.com/tag/maserati/) - [Payments](https://www.manutalkthai.com/tag/payments/) - [Industrial Technology](https://www.manutalkthai.com/tag/industrial-technology/) - [Smart Packeging 2023-2030](https://www.manutalkthai.com/tag/smart-packeging-2023-2030/) - [packaging](https://www.manutalkthai.com/tag/packaging/) - [parcel tracking](https://www.manutalkthai.com/tag/parcel-tracking/) - [logistic](https://www.manutalkthai.com/tag/logistic/) - [smart packaging](https://www.manutalkthai.com/tag/smart-packaging/) - [printed battery](https://www.manutalkthai.com/tag/printed-battery/) - [VicOne](https://www.manutalkthai.com/tag/vicone/) - [IVI](https://www.manutalkthai.com/tag/ivi/) - [automotive](https://www.manutalkthai.com/tag/automotive/) - [security](https://www.manutalkthai.com/tag/security/) - [smart cockpit protection](https://www.manutalkthai.com/tag/smart-cockpit-protection/) - [cybersecurity](https://www.manutalkthai.com/tag/cybersecurity/) - [car](https://www.manutalkthai.com/tag/car/) - [Acer](https://www.manutalkthai.com/tag/acer/) - [SpatialLabs](https://www.manutalkthai.com/tag/spatiallabs/) - [Stereoscopic 3D](https://www.manutalkthai.com/tag/stereoscopic-3d/) - [Stereo 3D](https://www.manutalkthai.com/tag/stereo-3d/) - [Scer SteamVR Bridge](https://www.manutalkthai.com/tag/scer-steamvr-bridge/) - [Acer OpenXR runtime](https://www.manutalkthai.com/tag/acer-openxr-runtime/) - [Extend Reality (XR) SpatialLabs Unity plug-in](https://www.manutalkthai.com/tag/extend-reality-xr-spatiallabs-unity-plug-in/) - [I-EA-T Elevation](https://www.manutalkthai.com/tag/i-ea-t-elevation/) - [ปคบ.](https://www.manutalkthai.com/tag/ปคบ/) - [testing software](https://www.manutalkthai.com/tag/testing-software/) - [laboratory](https://www.manutalkthai.com/tag/laboratory/) - [battery test](https://www.manutalkthai.com/tag/battery-test/) - [กรมโรงงาน](https://www.manutalkthai.com/tag/กรมโรงงาน/) - [กรอ](https://www.manutalkthai.com/tag/กรอ-2/) - [กระทรวงอุตสาหกรรม](https://www.manutalkthai.com/tag/กระทรวงอุตสาหกรรม/) - [MIND](https://www.manutalkthai.com/tag/mind/) - [เมืองอุตสาหกรรม](https://www.manutalkthai.com/tag/เมืองอุตสาหกรรม/) - [เชิงนิเวศ](https://www.manutalkthai.com/tag/เชิงนิเวศ/) - [ECO](https://www.manutalkthai.com/tag/eco/) - [IndustrialTown](https://www.manutalkthai.com/tag/industrialtown/) - [ECHELON Asia Summit 2023](https://www.manutalkthai.com/tag/echelon-asia-summit-2023/) - [MoneySmart](https://www.manutalkthai.com/tag/moneysmart/) - [Doctor Anywhere](https://www.manutalkthai.com/tag/doctor-anywhere/) - [500 Global](https://www.manutalkthai.com/tag/500-global/) - [Bain & Company](https://www.manutalkthai.com/tag/bain-company/) - [Monk's Hill Ventures](https://www.manutalkthai.com/tag/monks-hill-ventures/) - [M&A](https://www.manutalkthai.com/tag/ma/) - [Soonicorns](https://www.manutalkthai.com/tag/soonicorns/) - [Changemakers](https://www.manutalkthai.com/tag/changemakers/) - [Cargomatic Thailand](https://www.manutalkthai.com/tag/cargomatic-thailand/)