
เทคโนโลยี Data Protection นั้นได้มีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องตามกระแสของเทคโนโลยีอื่นที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และในปี 2026 นี้ ความเปลี่ยนแปลงใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นก็คือการมาของ Cyber Vault ที่เคยเป็นเทคโนโลยีที่จำเป็นเฉพาะต่อการทำ Compliance นั้น ได้ก้าวมาสู่การเป็นเทคโนโลยีหลักที่แนะนำให้ทุกองค์กรต้องมีแล้ว
ทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้พูดคุยกับทีมงานของ Dell Technologies เพื่อเจาะลึกถึงประเด็นนี้โดยเฉพาะ และขอนำสรุปประเด็นสำคัญจากการพูดคุยกันดังนี้ครับ

4 เทรนด์ Data Protection ปี 2026
ในการพูดคุยครั้งนี้มีการหยิบยกหลายประเด็นด้าน Cyber Security มาพูดคุยกัน แต่เทรนด์หลักที่ทีมงาน Dell เล็งเห็นว่ากำลังเกิดขึ้นทั่วโลกรวมถึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในไทยนั้นมีด้วยกัน 3 ประเด็นหลักๆ ได้แก่
1. Cyber Vault ยกระดับสู่ฐานะของเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการปกป้องข้อมูลในทุกองค์กร
เมื่อภัยคุกคามทาง Cyber และ Ransomware ได้กลายเป็นวาระสำคัญที่ทุกองค์กรต้องใส่ใจ การรับมือกับภัยคุกคามเหล่านี้จึงทวีความสำคัญขึ้นมาเป็นอย่างมาก และความจริงหนึ่งที่ธุรกิจองค์กรทุกแห่งต้องเผชิญก็คือ “ไม่มีระบบ Cybersecurity ใดที่สามารถปกป้องระบบ IT ได้อย่าง 100%”
ด้วยเหตุนี้ ทางเลือกที่ธุรกิจองค์กรทั่วโลกได้หยิบยกมาใช้ก็คือการทำ Data Protection ปกป้องข้อมูลเอาไว้ให้พร้อมกู้คืนได้ทันทีเมื่อถูกโจมตีด้วย Ransomware เพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าไปได้อย่างต่อเนื่องแม้จะถูกเจาะโจมตีระบบ
อย่างไรก็ดี ในช่วงปี 2024 – 2025 ที่ผ่านมา สิ่งที่เกิดขึ้นกับภาคธุรกิจองค์กรนั้นก็คือการที่เหล่าผู้โจมตีได้เพิ่มเป้าหมายในการโจมตีให้ครอบคลุมไปถึงระบบ Backup และ Disaster Recovery ในองค์กรด้วย ทำให้โจทย์ใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาสำหรับเหล่าผู้เชี่ยวชาญทางด้าน IT ในองค์กรนั้นก็คือการปกป้องข้อมูลที่ถูกสำรองเอาไว้ไม่ให้ถูกโจมตีไปด้วย
แนวคิดหนึ่งที่ได้ถูกนำมาใช้เยอะมากในปี 2025 ที่ผ่านมาเพื่อรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ ก็คือการวางระบบ Backup ในแบบ Air-Gapped หรือที่เรียกว่า “Cyber Vault” เพื่อลดความเสี่ยงที่ภัยคุกคามหรือการโจมตีใดๆ จะส่งผลกระทบถึงระบบและข้อมูลที่ทำการสำรองเอาไว้ให้เหลือน้อยที่สุดนั่นเอง
โดยทั่วไปแล้ว Cyber Vault จะมีคุณสมบัติดังนี้

- Cyber Vault จะต้องถูกติดตั้งแยกออกจากระบบ Production
- Cyber Vault จะทำหน้าที่ในการจัดเก็บข้อมูลที่สำรองเอาไว้ย้อนหลังหลายๆ Version
- Cyber Vault จะมีการจัดเก็บข้อมูลในแบบ Immutable คือไม่สามารถถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้
- การเข้าถึงข้อมูลใน Cyber Vault จะต้องมีการยืนยันตัวตนและกำหนดสิทธิ์ที่เข้มงวด
- ข้อมูลสำรองที่เก็บเอาไว้ใน Cyber Vault จะต้องถูกเข้าถึง, วิเคราะห์ และกู้คืนได้
- สามารถทำการทดสอบการกู้คืนข้อมูลภายใน Cyber Vault ได้
โดยอาจมีทั้งการทำ Physical Air-Gapped ที่แยกส่วนระบบและการเชื่อมต่อไปยัง Cyber Vault ออกจากระบบ Production อย่างชัดเจน และการทำ Virtual Air-Gapped ที่แยกส่วนระบบด้วยการจัดการเส้นทางการเชื่อมต่อไปยัง Cyber Vault แบบอัตโนมัติ ซึ่งจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความยืดหยุ่นในการวางระบบ Cyber Vault ได้ดีกว่า
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ทำให้ Cyber Vault นั้นสามารถเป็นทางเลือกในการปกป้องข้อมูลร่วมกับระบบ Backup ที่มีอยู่ได้เป็นอย่างดี และเป็นทางเลือกในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจองค์กรได้ว่าถึงแม้จะถูกโจมตีด้วย Ransomware ก็ยังสามารถกู้คืนระบบและข้อมูลสำคัญกลับมาได้อย่างแน่นอน
2. ข้อมูล Backup และ Cyber Vault ยกบทบาทเพิ่มสู่หัวใจสำคัญของ Cyber Security Operation
นอกเหนือจากการสร้างความมั่นใจว่าข้อมูลสำคัญของธุรกิจจะไม่สูญหายไปแล้ว อีกบทบาทสำคัญหนึ่งของข้อมูลที่ถูกสำรองเอาไว้ในระบบ Data Protection และ Cyber Vault นั้นก็คือการทำหน้าที่เป็น Snapshot ของข้อมูลในระบบสำคัญในแต่ละช่วงเวลา เพื่อนำมาใช้ในการสืบสวนค้นหาต้นตอของภัยคุกคามที่เจาะโจมตีระบบ Production ขององค์กร

ในช่วงเวลาที่ระบบถูกโจมตี โดยทั่วไปแล้วธุรกิจองค์กรมักรับมือแบบคู่ขนาน ทั้งการกู้คืนระบบให้กลับมาดำเนินการต่อได้เพื่อลดความเสียหายในเชิงธุรกิจ ควบคู่ไปกับการสืบสวนหาสาเหตุและช่องโหว่ที่ถูกโจมตี เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกโจมตีซ้ำสองนั่นเอง
ด้วยกระบวนการดำเนินงานในลักษณะนี้ ทำให้การทำงานที่เกิดขึ้นหน้างานนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะระบบที่ถูกโจมตีไปแล้วนั้นก็อาจถูกลบหลักฐานหรือวิธีการที่ใช้ในการเจาะระบบไปแล้ว ในขณะที่ Hardware ที่ใช้ในระบบเหล่านั้น ก็อาจเป็น Hardware ชุดเดียวกันที่ต้องใช้ในการกู้คืนข้อมูลกลับขึ้นมา ทำให้งานในส่วนของการตรวจสอบสืบสวนหาต้นเหตุของภัยคุกคามนั้นทำได้ยาก

การมี Cyber Vault เก็บข้อมูลสำรองย้อนหลังเอาไว้อีกชุด จะช่วยให้การทำงานทั้งหมดง่ายดายยิ่งขึ้น โดยทีม Cybersecurity สามารถเข้าไปทำการตรวจสอบจากข้อมูลที่สำรองเอาไว้ย้อนหลังเพื่อค้นหาต้นตอของภัยคุกคามได้โดยไม่กระทบกับการกู้คืนระบบหรือข้อมูล อีกทั้งยังอาจทำให้เห็นร่องรอยการเจาะโจมตีระบบเพิ่มเติมจากที่ตรวจสอบพบในระบบหลักที่ถูกโจมตีได้อีกด้วย
ในขณะเดียวกัน Cyber Vault ก็ยังสามารถนำเครื่องมือด้าน Cybersecurity มาช่วยตรวจสอบค้นหาภัยคุกคามที่อาจหลุดรอดจากการตรวจสอบเบื้องต้นในระบบ Production ได้ เหมือนกับที่โซลูชัน Backup สามารถทำได้เช่นกัน
3. Hybrid Multi-Cloud Backup และ Kubernetes Backup ได้รับความสนใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
อีกหนึ่งสัญญาณแนวโน้มที่ทีมงาน Dell พบนั้นก็คือความต้องการในการสำรองข้อมูลสำหรับระบบ Hybrid Multi-Cloud และ Kubernetes นั้นกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะทั้งสองระบบนี้ได้กลายเป็นหัวใจหลักของระบบ IT สำคัญในธุรกิจองค์กรหลายแห่งแล้ว และมีความท้าทายหลายประการที่ระบบ Backup แบบดั้งเดิมอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป เช่น

- การรวบรวมและสำรองข้อมูลในสถาปัตยกรรมระบบแบบกระจายตัว ทำให้มีสภาพแวดล้อมของระบบ IT ที่แตกต่างหลากหลาย
- การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องของระบบเหล่านี้ ซึ่งเกิดจากความยืดหยุ่นของสถาปัตยกรรมที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงการใช้งานทรัพยากรหรือการโยกย้ายระหว่างแต่ละ IT Infrastructure อย่างต่อเนื่อง
- รูปแบบการสำรองข้อมูลที่มีความเฉพาะทางมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในระบบที่มีการใช้งาน Kubernetes ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับข้อมูลแยกส่วนแตกต่างกันออกไป
4. การบริหารจัดการระบบสำรองข้อมูลแห่งอนาคต ต้องมี Multi Vendor Backup Management และ AI
เมื่อประเด็นด้าน IT Resiliency กลายเป็นวาระสำคัญของธุรกิจองค์กรทั่วโลก แน่นอนว่าความต้องการด้านระบบ Backup ที่ครอบคลุมทุกเทคโนโลยีที่มีการใช้งานนั้นก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว แต่ความท้าทายที่ธุรกิจองค์กรหลายแห่งต้องเผชิญนั้นก็คือ โซลูชัน Backup ของผู้ผลิตแต่ละรายนั้นไม่ได้ครอบคลุมการสำรองข้อมูลได้ทุกรูปแบบได้ดีทั้งหมดเสมอไป ทำให้หลายองค์กรยังคงต้องใช้เทคโนโลยี Backup จากผู้พัฒนาที่หลากหลายเพื่อให้สอดคล้องต่อความต้องการ

แนวทางดังกล่าวนี้ได้นำมาซึ่งปัญหาในการบริหารจัดการระบบ Backup และ Recovery ที่หลากหลายในองค์กร ซึ่ง Dell เองก็มองเห็นถึงปัญหานี้ และได้ทำการเปิดตัว Dell PowerProtect One ระบบบริหารจัดการ Backup Solution จากผู้ผลิตหลายรายได้แบบรวมศูนย์ ไม่ว่าจะเป็น Dell, Commvault, Veeam หรือ HYCU ก็ตาม
การมาของ Dell PowerProtect One นี้ ทำให้ภาพของการสำรองและกู้คืนข้อมูลในมุมของ Dell สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ด้วยการใช้งานร่วมกับ Dell Data Domain ที่สามารถทำหน้าที่เป็น Backup Storage ให้กับโซลูชันอื่นๆ ได้ จึงสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งในแง่ของการบริหารจัดการที่ง่ายดาย และการจัดเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ

ในขณะเดียวกัน Dell เองก็ได้เพิ่ม AI Assistant เข้ามาเป็นอีกช่องทางในการบริหารจัดการระบบ Backup ผ่าน Dell PowerProtect Data Manager ที่จะช่วยให้การวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ ในการสำรองข้อมูล และการจัดทำรายงานด้านการสำรองข้อมูลตาม Compliance นั้นง่ายดายยิ่งขึ้นไปด้วย
ตอบโจทย์การปกป้องข้อมูลด้วยโซลูชัน Data Protection ครบวงจรจาก Dell Technologies
Dell Technologies พร้อมช่วยคุณตอบโจทย์การสำรองข้อมูลและการสร้าง Cyber Vault แล้ววันนี้ ด้วยโซลูชันที่หลากหลาย
- Dell Data Protection Suite โซลูชันสำรองข้อมูลครบวงจร ด้วยการผสานนวัตกรรม Dell PowerProtect Data Manager, Networker, Avamar, RecoverPoint และ Data Protection Advisor ตอบโจทย์ได้ทุกการสำรองข้อมูลขององค์กร
- Dell PowerProtect One ระบบบริหารจัดการโซลูชัน Backup แบบรวมศูนย์ ซึ่งรองรับการทำงานร่วมกับโซลูชันของ Dell, Commvault, Veeam และ HYCU
- Dell PowerProtect Data Domain ระบบ Backup Infrastructure สำหรับจัดเก็บข้อมูลที่ถูกสำรองเอาไว้โดยเฉพาะอย่างมีประสิทธิภาพ, ประหยัดพื้นที่จัดเก็บข้อมูล และกู้คืนระบบได้อย่างรวดเร็ว คุ้มค่ากว่าการใช้งานระบบ Enterprise Storage ทั่วไปในการสำรองข้อมูล
- Dell Cyber Recovery Vault ระบบ Air-Gapped Cyber Vault ที่สามารถติดตั้งใช้งานได้ทั้งแบบ On-Premises และ Cloud เพื่อแยกส่วนข้อมูลสำรองเอาไว้อีกชั้น ปกป้องให้ถูกเข้าถึงได้ยาก เพื่อให้ธุรกิจองค์กรมั่นใจว่าจะยังมีข้อมูลสำรองที่สามารถกู้คืนพร้อมใช้งาน และไม่ถูกโจมตีไปพร้อมกับระบบ Production

สนใจโซลูชัน Data Protection และ Cyber Vault ติดต่อทีมงาน Dell Technologies ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชัน Data Protection และ Cyber Vault สามารถติดต่อทีมงาน Dell Technologies ได้ทันทีที่ คุณทิพา อีเมล [email protected]
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย









