สภาการขนส่งสะอาดระหว่างประเทศ หรือ ICCT (The International Council on Clean Transportation) ได้จัดอันดับผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกประจำปีเป็นครั้งที่ 3 โดยผู้ผลิตรถยนต์ที่มีฐานในประเทศจีนกำลังก้าวสู่ความเป็นผู้นำอย่างมีนัยสำคัญในตลาดยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ หรือ ZEV (zero-emission vehicle) โดยปัจจุบันนี้ จีนมียอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มากกว่า 11 ล้านคันต่อปี ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขาย EV ทั่วโลก

ผู้ผลิตในจีนครองตำแหน่ง 5 อันดับแรกในกลุ่มยานยนต์ ZEV และ 5 ใน 6 บริษัทที่อยู่ในตำแหน่งสูงสุดนั้นมีสองบริษัท คือ Geely และ SAIC ที่ได้ส่วนแบ่งยอดขาย EV แล้ว 50% และยังเป็นการบรรลุเป้าหมายในปี 2025 ก่อนกำหนดหนึ่งปี
ส่วนประเด็นสำคัญอื่นๆ ตามการรายงาน คือ BYD มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ หรือ BEV (battery electric vehicle) ทั่วโลกแซงหน้า Tesla เป็นครั้งแรกในปี 2024 โดยยอดขายรถ BEV เพิ่มขึ้น 25% และยอดขายรวม BEV กับ PHEV (plug-in hybrid electric vehicle) เพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับปี 2023 โดยทั้งสองบริษัทดังกล่าวยังคงอยู่ในกลุ่ม “ผู้นำ”
สำหรับ Tata Motors ซึ่งเป็นบริษัทที่มีฐานอยู่ในอินเดีย กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่รายแรกที่ขยับเปลี่ยนมาจากกลุ่ม “ผู้ตาม” ไปอยู่ในกลุ่ม “ผู้เปลี่ยนผ่าน” โดยมีการเปิดตัวรถ EV รุ่นใหม่ๆ และกำลังพยายามเร่งการรีไซเคิลแบตเตอรี่
รายงานดังกล่าวยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปล่อยมลพิษจากการผลิตมากขึ้น โดยมีตัวชี้วัดเหล็กกล้าสีเขียวที่เพิ่งเปิดตัวไม่นานนี้ ซึ่งผู้ผลิตรถยนต์อย่าง Mercedes-Benz, BMW และ Volkswagen ทำคะแนนได้ดีจากความพยายามจัดซื้อจัดหาที่มีความยั่งยืน
Zifei Yang หัวหน้าฝ่ายยานพาหนะโดยสารทั่วโลกของ ICCT และเป็นผู้เขียนต้นเรื่องนี้กล่าวว่า — “จากการประเมินของเรา เผยให้เห็นถึงสมรรถนะที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยี BEV อย่างกว้างขวางทั่วทั้งอุตสาหกรรม” “ผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ได้แสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงทั้งในด้านการใช้พลังงาน ความเร็วการชาร์จ และพิสัยการขับขี่ โดยมี GM และ Honda ที่พัฒนาขึ้นมาด้วยความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ดังจะเห็นได้จากการแนะนำรถในรุ่นที่มีสมรรถนะสูงกว่าข้อเสนอก่อนหน้านี้ที่ยังเป็นข้อจำกัด”
Michael Kodransky ผู้อำนวยการอาวุโสของ Ceres กล่าวว่า — “นักลงทุนตระหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าผู้ผลิตรถยนต์ที่ยอมรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ EV ไม่เพียงแค่เตรียมความพร้อมเพื่อปฏิบัติตามกฎระเบียบเท่านั้น แต่ยังวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นผู้นำตลาดในระยะยาวอีกด้วย”
Drew Kodjak ประธานและซีอีโอของ ICCT กล่าวว่า “เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์ที่มีฐานอยู่ในจีนได้แผ่ขยายไปทั่วโลก จึงทำให้ผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกรายอื่นๆ ต้องเผชิญกับแรงกดดันที่จะต้องเร่งดำเนินการเพื่อการเปลี่ยนผ่านของตนเอง” “สำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ระดับโลกที่เปิดกว้างมากขึ้น นี่ไม่ใช่เพียงแค่การบรรลุเป้าหมายในอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของการรักษาความสามารถการแข่งขันในตลาดปัจจุบันที่ต้องเร่งรีบดำเนินการ”
ที่มา: The International Council on Clean Transportation (ICCT)
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








