โนเกีย ร่วมมือกับ ST Engineering สร้างโครงข่ายสื่อสารของระบบรถไฟฟ้า BEM เพื่อบริการที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ [PR]

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 22 ตุลาคม 2568 – โนเกีย (Nokia) ประกาศความร่วมมือกับ ‘เอสที เอ็นจิเนียริ่ง’ (ST Engineering) และ ‘เฟิรส์วัน ซิสเต็มส์’ (First One Systems) ในการออกแบบและติดตั้งเครือข่ายสื่อสารของระบบรถไฟฟ้า – Backbone Transmission Network (BTN) ที่ใช้เทคโนโลยี IP/MPLS สำหรับโครงการรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) สายสีส้ม ซึ่งเป็นเส้นทางใหม่ของ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM โดยโครงการนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2573

เมื่อดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ โซลูชัน IP/MPLS ของโนเกียจะช่วยให้ BEM มีโครงข่ายสื่อสารของระบบรถไฟฟ้าที่มีความจุสูง หน่วงเวลาต่ำ เสถียรภาพสูง และปลอดภัย รองรับการใช้งานที่สื่อสารที่สำคัญกับระบบรถไฟ และรวมถึงการใช้งานแอพพลิเคชั่นอื่นๆ อาทิเช่น ระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ระบบประกาศสาธารณะ จอแสดงข้อมูลผู้โดยสาร ระบบวิทยุสื่อสาร ตลอดจนระบบควบคุมและเก็บข้อมูลการทำงาน (SCADA)

โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ระยะทาง 35.9 กิโลเมตร จะเชื่อมต่อพื้นที่ในแนวตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพฯ โดยมีทั้งส่วนที่วิ่งในอุโมงค์ใต้ดินและบนทางยกระดับเหนือพื้นดิน ทั้งนี้ เทคโนโลยีที่นำมาใช้นี้สอดคล้องกับแนวโน้ม ที่ระบบรถไฟทั่วโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยของการให้บริการ

นายเทิดศักดิ์ กิจจาธิการกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟิรส์วัน ซิสเต็มส์ จำกัด กล่าวว่า “ทางเรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำคัญนี้ ร่วมกับโนเกีย และเอสที เอ็นจิเนียริ่ง โดยนำความเชี่ยวชาญและศักยภาพด้านการบูรณาการระบบของเฟิรส์วัน ซิสเต็ม มาสนับสนุนวิสัยทัศน์ของ BEM ในการพัฒนาการขนส่งทางรางของกรุงเทพฯ ให้ปลอดภัยและชาญฉลาดยิ่งขึ้น”

“ด้วยความเข้าใจอย่างรอบด้านในปริบทของประเทศไทยของเรา ผสานกับเทคโนโลยีอันเป็นที่ยอมรับระดับโลกของโนเกีย และความเป็นเลิศด้านการบูรณาการระบบต่างๆที่ใช้ในระบบรถไฟฟ้าของเอสที เอ็นจิเนียริ่ง เรามั่นใจว่าระบบสื่อสารที่มีความสำคัญยิ่งนี้ จะได้มาตรฐานสากลสูงสุด”

นายสจวร์ต เฮนดรี (Stuart Hendry) รองประธานฝ่ายการขาย Network Infrastructure สำหรับลกค้าองค์กร บริษัท โนเกีย ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “โครงการรถไฟฟ้าขนาดใหญ่และซับซ้อน ไม่ได้ต้องการแค่ความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังต้องการการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อระหว่างพันธมิตรด้วย

การร่วมมือกันระหว่างเอสที เอ็นจิเนียริ่ง และเฟิร์ส วัน ซิสเต็มส์ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทั้งด้านวิศวกรรมและโซลูชัน ที่ทำให้ BEM มั่นใจที่เลือกเราเป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่สำคัญนี้ ด้วยประสบการณ์จากการทำงานในโครงการรถไฟฟ้าจากที่ต่างๆ เราสามารถมองเห็นความท้าทายล่วงหน้าและส่งมอบโซลูชันที่ได้มาตรฐานระดับโลก”

ภายใต้โครงการนี้ โนเกียจะพัฒนาโครงข่าย Backbone Transmission Network (BTN) จำนวน 2 ระบบ ที่ขนาดความจุ 10Gbps และ 40Gbps เพื่อรองรับการสื่อสารความเร็วสูงทั้งเสียง ข้อมูล และวิดีโอ ระหว่างสถานีในโครงข่ายกับศูนย์ควบคุมการเดินรถ (OCC) โดยโซลูชันดังกล่าวประกอบด้วยอุปกรณ์ Nokia 7250 Interconnect Router, Nokia 7210 Service Access System, Nokia Service Platform(NSP) ตลอดจนการทำงานจากมืออาชีพครบวงจร ซึ่งจะช่วยให้ BEM ลดความซับซ้อนในการปฏิบัติงานและบำรุงรักษา พร้อมเพิ่มความสามารถในการติดตามประสิทธิภาพของเครือข่ายได้แบบเรียลไทม์

About Suphasin Sueklab

Check Also

Microchip เปิดตัว Hybrid MCU แบบ System-in-Package ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานยานยนต์ สำหรับการใช้งานด้านเทคโนโลยีตัวกลางระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร [PR]

ผู้ออกแบบระบบยานยนต์และระบบการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (E-Mobility) กำลังนำส่วนตัวกลางระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร (Human-Machine Interface: HMI) ที่มีกราฟิกขั้นสูงมาใช้งานมากขึ้น เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานและเพื่อรองรับความต้องการโซลูชัน HMI ที่เพิ่มสูงขึ้น Microchip Technology (Nasdaq: MCHP) จึงประกาศเปิดตัว …

แคสเปอร์สกี้ชี้ การโจมตีซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่บริษัทในเอเชียแปซิฟิกพบมากที่สุดในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา [PR]

การโจมตีซัพพลายเชนกลายเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่พบบ่อยที่สุดที่ธุรกิจทั่วโลกต้องเผชิญ โดยบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็ระบุว่า การโจมตีซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่พบบ่อยที่สุดในรอบปีที่ผ่านมาเช่นกัน จากการศึกษาทั่วโลกของแคสเปอร์สกี้พบว่า บริษัททั่วโลกจำนวนเกือบ 1 ใน 3 ต้องเผชิญกับภัยคุกคามซัพพลายเชนในรอบปีที่ผ่านมา ข้อมูลที่น่าสังเกตคือ พบความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนในประเทศต่างๆ ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก เช่น จีน ซึ่งบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการเพิ่มการป้องกันทางไซเบอร์ทั่วทั้งภูมิภาค