Inlyte Energy ผู้ผลิตระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ชนิดเหล็ก-โซเดียม ประกาศผลสำเร็จการทดสอบ ‘การยอมรับจากโรงงาน’ (Factory Acceptance Test) สำหรับแบตเตอรี่พร้อมใช้งานภาคสนามแบบเต็มระบบเป็นครั้งแรก ณ โรงงานใกล้เมืองเดอร์บี สหราชอาณาจักร โดยมีตัวแทนจาก Southern Company หนึ่งในผู้ให้บริการพลังงานรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน…

การทดสอบนี้แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะและความพร้อมในการบูรณาการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ของ Inlyte ซึ่งเป็นการผสมผสานความก้าวหน้าทั้งเซลล์โซเดียมเมทัลคลอไรด์ อินเวอร์เตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ควบคุม ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่เส้นทางการจำหน่ายเชิงพาณิชย์
ความต้องการระบบกักเก็บพลังงานทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมนี้จะขยายตัวจาก 70 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 ไปเป็นมากกว่า 150 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ขณะที่กระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ มองไปที่การบรรลุเป้าหมายโครงข่ายไฟฟ้าของสหรัฐฯ ในอนาคตนั้นจำเป็นต้องใช้ระบบกักเก็บพลังงานระยะยาว (LDES; Long-Duration Energy Storage) มากกว่า 225 GW (กิกะวัตต์) ภายในปี 2050 ซึ่งเกินกว่าที่เทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในปัจจุบันจะให้ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจได้
สำหรับบริษัทผลิตไฟฟ้าและลูกค้าที่เป็นผู้ใช้ไฟฟ้า ระบบ LDES นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งต่อการรักษาความเชื่อถือได้ การเพิ่มความยืดหยุ่นในช่วงสภาพอากาศเลวร้าย และการลดต้นทุนในระยะยาว โดยแบตเตอรี่ชนิดเหล็ก-โซเดียมของ Inlyte เป็นนวัตกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลดช่องว่างดังกล่าว การทดสอบนี้ได้แสดงให้เห็นว่า นี่คือ เซลล์และโมดูลแบตเตอรี่โซเดียมเมทัลคลอไรด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยสร้างมา สามารถกักเก็บพลังงานได้มากกว่า 300 kWh/เซลล์
ในระหว่างดำเนินการทดสอบที่โรงงาน แบตเตอรี่ของ Inlyte มีประสิทธิภาพตามรอบชาร์จ-ดิสชาร์จสูงถึง 83% รวมทั้งอุปกรณ์เสริมต่างๆ ซึ่งเป็นระดับเทียบเท่าแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนสมรรถนะสูง และสูงกว่าในช่วง 40% ถึง 70% เมื่อเทียบกับเทคโนโลยี LDES อื่นๆ โดยทีมวิจัยและพัฒนาของ Southern Company ได้สังเกตเห็นถึงสมรรถนะและการบูรณาการทั้งระบบ ซึ่งเป็นจุดสำคัญต่อการยอมรับโครงการ
จากความสำเร็จในการทดสอบนี้ Inlyte มีแผนติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานชุดแรกเริ่มที่ศูนย์ทดสอบการกักเก็บพลังงานของ Southern Company ในเมืองวิลสันวิลล์ รัฐอลาบามา สหรัฐฯ ในต้นปี 2026
นอกจากนี้ Inlyte ยังประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ HORIEN Salt Battery Solutions ซึ่งเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่โซเดียมเมทัลคลอไรด์รายใหญ่ที่สุดและมีประสบการณ์ในการใช้งานที่หลากหลายในเชิงพาณิชย์มากกว่า 25 ปี ทั้งการใช้กำลังไฟฟ้าในจุดที่มีความสำคัญ อุตสาหกรรมในพื้นที่ห่างไกล และการกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ โดยทั้งสองบริษัทจะร่วมมือกันใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญด้านการผลิตที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วของ HORIEN และความสามารถในการบูรณาการระบบของ Inlyte เพื่อนำระบบแบตเตอรี่โซเดียมที่ผลิตในประเทศออกสู่ตลาด โดยมีแผนการส่งมอบเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2027
Antonio Baclig ซีอีโอของ Inlyte Energy กล่าวว่า — “ในอนาคต เราต้องการแหล่งพลังงานที่อุดมสมบูรณ์และสร้างความมั่นคงภายใน ขณะเดียวกันเราต้องลดต้นทุน ไม่ใช่เพิ่มต้นทุน” “เราไม่สามารถสร้างสิ่งเดียวกันกับที่จีนทำ เราต้องสร้างเทคโนโลยีที่ดีกว่า ด้วยแบตเตอรี่ที่มีต้นทุนต่ำกว่า ปลอดภัยกว่า และใช้งานได้นานกว่า โดยใช้ประโยชน์จากเหล็กที่อยู่ในแบตเตอรี่โซเดียมเมทัลคลอไรด์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว ซึ่ง Inlyte สามารถนำไปปรับเพิ่มขนาดได้อย่างรวดเร็ว”
Steve Baxley ผู้จัดการฝ่ายวิจัยและพัฒนาด้านการกักเก็บและการใช้พลังงานของ Southern Company กล่าวว่า — “การกักเก็บพลังงานจำเป็นต่อการสร้างโครงข่ายพลังงานที่มีความเชื่อถือได้และยืดหยุ่น” “เนื่องจากโครงข่ายไฟฟ้ากำลังพัฒนาไปสู่การกักเก็บพลังงานให้ได้ระยะยาวนานขึ้น การพัฒนาวิธีการที่มีต้นทุนต่ำและปลอดภัยจึงสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความมั่นใจในบริการที่ราคาไม่แพงและเชื่อถือได้สำหรับลูกค้า ระบบของ Inlyte ถือเป็นก้าวสำคัญในการตรวจสอบยึนยันผลของเทคโนโลยีแบตเตอรี่เหล็ก-โซเดียมสำหรับการใช้งานในอนาคต”
ที่มา: Inlyte Energy
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








