DHL ทุ่มขยายเครือข่ายบินขนส่ง “Cold Chain” รับดีมานด์อุตสาหกรรมยาโลก

อุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์และการดูแลสุขภาพ (Life Sciences & Healthcare – LSH) ก้าวหน้าไปมาก การขนส่งผลิตภัณฑ์ที่ละเอียดอ่อนและเปราะบาง เช่น วัคซีน ยาควบคุมอุณหภูมิ หรือนวัตกรรมเซลล์และยีนบำบัด กลายเป็นโจทย์ใหญ่ระดับโลก ล่าสุดยักษ์ใหญ่อย่าง DHL Group ได้ออกมาขยับตัวครั้งสำคัญเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในตลาดนี้ครับ

ยกระดับเครือข่ายโลจิสติกส์เพื่อสุขภาพโดยเฉพาะ

DHL ประกาศขยายเครือข่ายการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain) ทางอากาศ ซึ่งโปรเจกต์นี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการลงทุนเชิงกลยุทธ์มูลค่ามหาศาลถึง 2 พันล้านยูโร ภายใต้ชื่อกลุ่มธุรกิจ “DHL Health Logistics” โดยมีจุดเด่นคือ:

  • โปร่งใสตั้งแต่ต้นจนจบ: ให้บริการติดตามสถานะสินค้า (End-to-End Visibility) ตลอดเส้นทาง เพื่อรับประกันความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่มีความอ่อนไหวสูง
  • ฮับการบินมาตรฐานโลก: เชื่อมต่อตลาดสำคัญผ่านฮับการบินและจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าที่ได้มาตรฐาน GDP (Good Distribution Practice) มากกว่า 30 แห่งทั่วโลก

ประเดิมเส้นทางยุทธศาสตร์: บรัสเซลส์ – ซินซินนาติ

เฟสแรกของการขยายเครือข่ายนี้ เริ่มต้นด้วยการเชื่อมต่อระหว่างฮับที่เมือง บรัสเซลส์ (BRU) ในยุโรป และ ซินซินนาติ (CVG) ในสหรัฐอเมริกา โดยมีการนำเครื่องบินขนส่งสินค้า Boeing 777 ลำใหม่ที่เพนต์ลาย “DHL Health Logistics” มาบินให้บริการในเส้นทางนี้โดยเฉพาะ

ที่ DHL เลือกเส้นทางนี้เพราะต้องการเชื่อมโยงศูนย์กลางของบริษัทยายักษ์ใหญ่ในแถบมิดเวสต์ของสหรัฐฯ เข้ากับระบบนิเวศทางชีววิทยาศาสตร์ระดับท็อปของยุโรปโดยตรง ซึ่งการบินข้ามทวีปแบบจุดต่อจุดนี้จะช่วย “หลีกเลี่ยงความแออัดของคลังสินค้าตามเมืองท่าชายฝั่ง” ทำให้การขนส่งยาหรือเซลล์บำบัดที่แข่งกับเวลาทำได้ราบรื่นไร้รอยต่อมากขึ้น

ลดพึ่งพาคนอื่น เพื่อความยืดหยุ่นของซัพพลายเชน

อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญที่ซ่อนอยู่ในการลงทุนครั้งนี้ คือการลดการพึ่งพาสายการบินพาณิชย์และผู้ให้บริการรายอื่น ซึ่ง DHL มองว่าจะช่วยเพิ่ม “ความยืดหยุ่น (Resilience)” ให้กับซัพพลายเชน ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงทั้งเรื่องความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือปัญหาพื้นที่ระวางสินค้าขาดแคลน

คุณ Oscar de Bok ซีอีโอของ DHL Global Forwarding ระบุทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันบริษัทฟาร์มาฯ คาดหวังโซลูชัน Cold Chain ที่เชื่อถือได้ โปร่งใส และได้มาตรฐาน ควบคู่ไปกับการลดต้นทุน ซึ่งเครือข่ายโฉมใหม่ของ DHL จะเข้ามาเป็น “กระดูกสันหลังด้านโลจิสติกส์” ที่มีประสิทธิภาพตอบโจทย์นี้ได้

ที่มา: https://www.aircargonews.net/pharma-logistics/2026/02/dhl-expands-airfreight-cold-chain-network/

About pawarit

Check Also

Einride สั่งซื้อ Tesla Semi 500 คัน เดินหน้าขยายฟลีตขนส่งไฟฟ้าไร้คนขับทั่วอเมริกาเหนือ

Einride ผู้ให้บริการเทคโนโลยีระบบขนส่งสินค้าแบบไร้คนขับและพลังงานไฟฟ้าจากสวีเดน ประกาศแผนจัดซื้อรถบรรทุกไฟฟ้า Tesla Semi จำนวน 500 คัน เพื่อนำมาให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าองค์กร รวมถึงยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซอย่าง Amazon โดยจะทยอยส่งมอบและนำเข้าสู่ฟลีตภายในระยะเวลา 24 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป

พลิกโฉมวงการขนส่ง! Google เปิดตัว Large Vehicle Routing (LVR) ระบบจัดเส้นทางอัจฉริยะสำหรับรถขนาดใหญ่โดยเฉพาะ

การบริหารจัดการกลุ่มรถขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุกหรือรถบัส มักมาพร้อมกับความท้าทายที่ระบบนำทางทั่วไปตอบโจทย์ไม่ได้ คนขับต้องคอยระวังข้อจำกัดทางกายภาพ ทั้งสะพานเตี้ย อุโมงค์แคบ ทางโค้งหักศอก ไปจนถึงกฎหมายจราจรเฉพาะพื้นที่ ซึ่งการพึ่งพาแต่ความคุ้นชินหรือการเช็กเส้นทางแบบแมนนวล อาจนำไปสู่ความล่าช้า ขาดประสิทธิภาพ และเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ