เดลล์ เทคโนโลยีส์ (NYSE: DELL) เปิดตัว Dell PowerStore Elite แพลตฟอร์มสตอเรจใหม่สุดล้ำ ที่ให้ประสิทธิภาพและความคุ้มค่าเหนือชั้นยิ่งขึ้น ผ่านนวัตกรรมซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ที่อัปเกรดใหม่หมด โดย PowerStore Elite รองรับเวิร์กโหลดได้ทั้งแบบบล็อก ไฟล์ เวอร์ชวลแมชชีน และคอนเทนเนอร์ อีกทั้งให้ความสามารถในการทำคลัสเตอร์แบบผสมผสานระหว่างเจเนอเรชันได้ ช่วยให้ลูกค้าเดิมสามารถเปลี่ยนมาใช้ Dell PowerStore รุ่นล่าสุดได้ทันที โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงาน

PowerStore Elite สำคัญอย่างไรกับธุรกิจ
การตัดสินใจเลือกสตอเรจสำหรับองค์กรในขณะนี้ มีความสำคัญยิ่งขึ้นกว่าที่ผ่านมา เนื่องจากข้อมูลกำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด เวิร์กโหลด AI กำลังขยายตัว อีกทั้งภัยคุกคามไซเบอร์ก็ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ความผันผวนของซัพพลายเชนในระบบสตอเรจแบบแฟลชยังสร้างความกดดันใหม่ในการวางแผนโครงสร้างพื้นฐาน ขณะเดียวกันทีมไอทีถูกคาดหวังให้ปรับปรุงระบบให้ทันสมัยเพื่อรับมือกับเรื่องเหล่านี้ได้ทั้งหมด โดยต้องไม่เพิ่มความซับซ้อน ความเสี่ยงหรือภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
PowerStore Elite สร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์ช่วงเวลานี้โดยเฉพาะ โดยเป็นแพลตฟอร์มระบบสตอเรจอัจฉริยะแบบเปิดที่ผสานรวมซอฟต์แวร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI พร้อมฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ อีกทั้งช่วยปรับปรุงระบบให้ทันสมัยโดยไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงาน ช่วยให้ลูกค้าสามารถดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านสตอเรจให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อรับมือกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นวัตกรรมซอฟต์แวร์ คือหัวใจสำคัญ
ความก้าวหน้าด้านซอฟต์แวร์ของ PowerStore Elite มอบประสิทธิภาพการทำงานได้สูงสุดถึง 3 เท่า และให้อัตราการรับส่งข้อมูลบนเครือข่ายเพิ่มขึ้น 3 เท่า เมื่อเทียบกับระบบก่อนหน้าบนแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ (Unified platform) โดยปรับตัวได้สอดคล้องตามพัฒนาการของเวิร์กโหลด
- ไม่ต้องแลกประสิทธิภาพกับต้นทุน PowerStore Elite มอบประสิทธิภาพระดับองค์กร ไม่ว่าจะใช้งานบนสื่อบันทึกข้อมูลประเภท TLC หรือ QLC ก็ช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้งานได้ตามความจุและต้นทุนที่ต้องการ ไม่ใช่ตามระดับชั้นของสตอเรจ นอกจากนี้ระบบอัจฉริยะ Autonomous Data Path ใหม่ล่าสุดใช้แมชชีนเลิร์นนิงเจาะลึกในทุกการรับส่งข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับ QLC รวมถึง SSDs ในอนาคต และระบบโครงสร้าง Metadata แบบ Log-structured ยังช่วยขยายความจุตามการใช้งานจริงพร้อมยืดอายุของไดรฟ์ความจุสูงอีกด้วย
- เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้สูงขึ้น ลดภาระการจัดการระบบ เทคโนโลยี Unaligned deduplication สำหรับข้อมูลแบบไร้โครงสร้างและการเพิ่มประสิทธิภาพการบีบอัดข้อมูลแบบ Offloads ช่วยเพิ่มความจุในการใช้งาน โดยไม่ส่งผลกระทบต่อเวิร์กโหลดหรือประสิทธิภาพการทำงาน
- การวัดและรายงานข้อมูลระดับ I/O ช่วยให้องค์กรสามารถมองเห็นรายละเอียดเชิงลึกในทุกการอ่านและเขียนข้อมูล ช่วยเร่งกระบวนการวิเคราะห์หาต้นเหตุที่แท้จริงของปัญหาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมทั้งวางรากฐานสำหรับฟีเจอร์ตรวจจับแรนซัมแวร์ระหว่างการใช้งานข้อมูล ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่กำลังจะเปิดตัวในอนาคต
- เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยซอฟต์แวร์ ฟีเจอร์ Metadata Acceleration ช่วยให้ลูกค้าของ PowerStore ทุกรายสามารถอ่านข้อมูลได้เร็วขึ้นสูงสุด 70% ช่วยเร่งการค้นหาข้อมูลเบื้องหลังการค้นไฟล์รวมถึงการดำเนินงานประจำวันทั่วไปที่มักช้าลงเมื่อปริมาณข้อมูลเพิ่มขึ้น
ฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ออกแบบตามมาตรฐานสากล
ฮาร์ดแวร์ที่ได้รับการอัปเกรดใหม่ของ PowerStore Elite ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังโปรเซสเซอร์ Intel Xeon Scalable มาพร้อม Intel CPU cores เพิ่มสูงสุดถึง 50% พร้อมหน่วยความจำ DDR5 รองรับอินเทอร์เฟซ PCIe Gen 5 และระบบการเชื่อมต่อระหว่างโหนดแบบ 200Gb RDMA ใหม่ล่าสุด ช่วยปรับปรุงการกระจายโหลดในระบบและการทำ failover ได้มีประสิทธิภาพ
Dell PowerStore Elite มาใน 3 รุ่นใหม่ ได้แก่ PowerStore 1500, 5500 และ 9500 บรรจุไดรฟ์ได้สูงสุดถึง 40 ตัว และให้ความจุใช้งานจริงสูงถึง 5.8 เพตาไบต์ (Petabytes) ในแชสซีขนาด 3U เพียงแชสซีเดียว พร้อมรองรับความหนาแน่นของข้อมูลเพิ่มสูงสุดได้ถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าบนฟอร์มแฟกเตอร์แบบแฟลช Low-profile E3 NVMe เนื่องจากแฟลชดังกล่าวเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่เทคโนโลยีระบบปิด ลูกค้าจึงได้รับประโยชน์จากตัวเลือกที่กว้างขึ้น สามารถกำหนดราคาที่แข่งขันได้ในตลาดและไม่ได้ผูกขาดกับผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญในสภาพแวดล้อมที่มีข้อจำกัดด้านซัพพลาย นอกจากนี้ตัวเครื่องยังรองรับพอร์ตเครือข่ายสูงสุดถึง 40 พอร์ต พร้อมการเชื่อมต่อ 64Gb FC (รองรับ 128Gb) และรองรับการเชื่อมต่อแบบ 200/400Gb Ethernet ช่วยสร้างความยืดหยุ่นในการรวมเวิร์กโหลดในระดับสเกลใหญ่
รับประกันการลดขนาดข้อมูลในอัตรา 6:1 ที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม
การรับประกันการลดขนาดข้อมูลของเดลล์ ถือเป็นความได้เปรียบทางการแข่งขันมายาวนานและด้วยความก้าวหน้าด้านประสิทธิภาพของเส้นทางการรับส่งข้อมูล ร่วมกับการบีบอัดข้อมูลโดยใช้ฮาร์ดแวร์ช่วยประมวลผล ทำให้ PowerStore Elite ยกระดับมาตรฐานจาก 5 ต่อ 1 เป็น 6 ต่อ 1 ช่วยให้ลูกค้าชดเชยต้นทุนด้วยความคุ้มค่าของสตอเรจในระยะยาวที่คาดการณ์ได้ แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีข้อจำกัดด้านซัพพลายก็ตาม
ทันสมัยอยู่เสมอ ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่
PowerStore Elite ผสานรวมกับสภาพแวดล้อมเดิมขององค์กรได้อย่างราบรื่น โดยไม่ต้องให้ลูกค้าปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานของเดิม ทั้งนี้ระบบใหม่สามารถทำคลัสเตอร์ร่วมกับ PowerStore รุ่นก่อนหน้าได้ทันที ทำให้สามารถย้ายข้อมูลและเวิร์กโหลดได้โดยไม่เกิด downtime อีกทั้งสามารถเพิ่มความจุหรือประสิทธิภาพการทำงานได้ทีละส่วนในจุดที่สร้างคุณค่าได้มากที่สุด
นอกจากนี้ โปรแกรม Lifecycle Extension (LCE) ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโมเดลนี้ ด้วยการเปลี่ยนความทันสมัยให้กลายเป็นประโยชน์ต่อเนื่อง ช่วยให้ลูกค้าเดิมสามารถเปลี่ยนไปใช้ PowerStore Elite ได้คุ้มค่ายิ่งขึ้น ขณะที่การติดตั้งระบบใหม่ให้แนวทางชัดเจนและคาดการณ์ได้ เพื่อให้ระบบมีความทันสมัยอยู่เสมอ ลูกค้าจะได้รับการอัปเกรดระบบสตอเรจโดยไม่ต้องย้ายข้อมูล รวมบริการติดตั้ง ที่ปรึกษาทางเทคนิคเฉพาะด้าน พร้อมรับสิทธิ์ขยายความจุฟรี 1 ชุดเมื่อซื้อครบ 3 ชุด ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การดูแลและสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมงจาก Dell ProSupport หรือ ProSupport Plus
ความเรียบง่ายที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง AI
เริ่มจากการบริหารจัดการตั้งแต่อาเรย์แต่ละระบบ ไปจนถึงการดำเนินงานในระดับฟลีต PowerStore Elite นำ AI มาปรับใช้ในจุดที่สร้างผลลัพธ์ได้มากที่สุด โดยระบบอัจฉริยะที่ติดตั้งมาในตัวช่วยลดงานที่ต้องทำด้วยตัวเองได้สูงสุดถึง 95% พร้อมทั้งช่วยจัดสมดุลของเวิร์กโหลด ปรับแต่งประสิทธิภาพและเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรแบบเรียลไทม์ได้ต่อเนื่อง
ในระดับฟลีต ความสามารถของ Dell AIOps ช่วยขยายระบบอัจฉริยะดังกล่าวให้ครอบคลุมสภาพแวดล้อมทั้งระบบด้วยการคาดการณ์เชิงลึกและระบบอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถลดภาระงานที่ต้องทำด้วยตัวเอง ทั้งการจัดทำรายงาน การวิเคราะห์แนวโน้มประสิทธิภาพ ตลอดจนการวางแผนความจุ การใช้ AIOps ช่วยให้ลูกค้าสามารถแก้ไขปัญหาได้เร็วขึ้นสูงสุดถึง 10 เท่า เมื่อเทียบกับวิธีการแบบเดิม Dell Cyber Detect เป็นโซลูชันแบบผสานรวมใหม่ล่าสุดที่ขยายขีดความสามารถในการตรวจจับแรนซัมแวร์ด้วย AI เข้าสู่ Dell PowerStore โดยตรง ซึ่งได้รับการฝึกฝนด้วยแรนซัมแวร์หลายสายพันธุ์ และตรวจสอบข้อมูลลึกถึงระดับไบต์ด้วยความแม่นยำสูง 99.99% ทำให้ระบุตำแหน่งของสำเนาข้อมูลล่าสุดที่ยังปลอดภัยได้ ช่วยให้องค์กรสามารถกู้คืนระบบได้อย่างรวดเร็ว
สร้างขึ้นเพื่อพัฒนาคู่ไปกับความต้องการของลูกค้า
PowerStore สร้างขึ้นรองรับการพัฒนาของเวิร์กโหลดในระดับองค์กรด้วยประสิทธิภาพที่ทรงพลัง ขยายขีดความสามารถได้ครอบคลุมทั้งไพรเวทคลาวด์ คอนเทนเนอร์และสภาพแวดล้อมของแอปพลิเคชันรุ่นใหม่
- โครงสร้างระบบไพรเวทคลาวด์ PowerStore เป็นโครงสร้างรากฐานที่ผ่านการพิสูจน์สำหรับระบบไพรเวทคลาวด์ ด้วยการรองรับซอฟต์แวร์คลาวด์สแต็กจากผู้ให้บริการชั้นนำได้หลากหลาย เช่น Broadcom, Microsoft, Nutanix และ Red Hat ช่วยให้ลูกค้าสามารถประมวลผลคลาวด์สแต็กเดิมที่มีอยู่ได้ทันทีโดยไม่ต้องออกแบบสถาปัตยกรรมใหม่ ทั้งนี้ลูกค้าสามารถติดตั้งใช้งาน PowerStore ผ่าน Dell Private Cloud บนโครงสร้างพื้นฐานแบบเปิดและแยกส่วน ซึ่งช่วยขยายระบบประมวลผลและระบบสตอเรจแยกจากกันได้อย่างอิสระบนโครงสร้างพื้นฐานที่ประหยัดต้นทุนได้สูงสุด 65% เมื่อเทียบกับระบบ HCI สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอัปเดตล่าสุดของ Dell Private Cloud ได้ที่นี่
- รองรับแอปพลิเคชันรุ่นใหม่ PowerStore ให้สถาปัตยกรรมแบบรวมศูนย์ที่รองรับการขยายขีดความสามารถทั้งการเพิ่มพลังและเพิ่มจำนวนเครื่อง (Scale-up and Scale-out) เพื่อรองรับเวิร์กโหลดทั้งแบบล็อก ไฟล์ เวอร์ชวลแมชชีน และคอนเทนเนอร์ บนคลัสเตอร์ที่รวมอุปกรณ์ถึง 4 ตัว นอกจากนี้การจัดสรรคอร์ประมวลผลแบบไดนามิกยังช่วยปรับทรัพยากรซีพียู ให้รองรับความผันผวนของเวิร์กโหลดได้ในทันที ขณะที่ความสามารถในการย้ายเซิร์ฟเวอร์ NAS ช่วยให้รวมระบบและการกระจายเวิร์กโหลดได้ง่ายยิ่งขึ้น
- ย้ายข้อมูลบนคลาวด์ได้อย่างราบรื่น องค์กรสามารถตอบโจทย์เป้าหมาย RTO/RPO ได้หลากหลาย ด้วยความยืดหยุ่นที่สมบูรณ์แบบในการทำสำเนาข้อมูลทั้งบนเครือข่าย Ethernet และ Fibre Channel ช่วยให้เคลื่อนย้ายข้อมูลได้อย่างลื่นไหลระหว่างโครงสร้างพื้นฐานในองค์กรและสภาพแวดล้อมแบบมัลติคลาวด์
มุมมองผู้บริหาร
อาร์เธอร์ ลูอิส ประธานกลุ่มโซลูชันโครงสร้างพื้นฐาน เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าว “ระบบไพรเวทคลาวด์จะมีศักยภาพแค่ไหน ขึ้นอยู่กับขุมพลังของสตอเรจที่อยู่เบื้องหลัง ปัจจุบันมีลูกค้าเกือบ 20,000 รายที่ไว้วางใจให้ PowerStore ขับเคลื่อนธุรกิจ และด้วย PowerStore Elite ลูกค้าจะได้รับประสิทธิภาพและความหนาแน่นที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น บนสถาปัตยกรรมแบบคอนเทนเนอร์ที่สร้างขึ้นเพื่อพัฒนาไปพร้อมเวิร์กโหลดขององค์กร และนี่คือโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างแท้จริง PowerStore Elite ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ แต่คือมาตรฐานระดับสูงสุดของอุตสาหกรรม”
สก็อตต์ ซินแคลร์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ Omdia กล่าว “ตลาดสตอเรจกำลังถูกปรับโฉมจากการเติบโตของ AI แรงกดดันของแรนซัมแวร์ และซัพพลายด้านหน่วยความจำแฟลชที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้องค์กรไม่สามารถแบกรับความเสี่ยงในการตัดสินใจเลือกโครงสร้างพื้นฐานที่ยึดติดอยู่แค่แนวทางเดียวได้ ทั้งนี้เทคโนโลยี E3 NVMe ของ PowerStore Elite ที่อิงตามมาตรฐานอุตสาหกรรม ผสานการรับประกันการลดขนาดข้อมูลในอัตราส่วน 6 ต่อ1 และการทำคลัสเตอร์แบบผสมผสานระหว่างรุ่นได้ช่วยให้ลูกค้ามีความยืดหยุ่น ทั้งเรื่องต้นทุน ความจุ และช่วงเวลาการลงทุน ซึ่งเป็นทางเลือกที่ผู้ซื้อต้องการในเวลานี้”
เควิน ไวส์แมน สถาปนิกด้านโซลูชันระดับโลกของ WWT กล่าว “ลูกค้าของ WWT กำลังมองหาโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่มีข้อจำกัดด้านการเติบโตขององค์กรในไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่ง PowerStore Elite ให้รากฐานที่รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ด้วยประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือชั้น ซอฟต์แวร์อัจฉริยะและการรับประกันในอัตราส่วน 6 ต่อ 1 ที่ช่วยปกป้องธุรกิจท่ามกลางความต้องการที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา”
กำหนดการวางจำหน่าย
- Dell PowerStore Elite จะพร้อมวางจำหน่ายทั่วโลกในเดือนกรกฎาคม 2569
- Dell Cyber Detect สำหรับ PowerStore จะพร้อมใช้งานในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
- ชุดข่าวประชาสัมพันธ์ Dell Technologies World 2026
- บล็อก: Introducing PowerStore Elite: Built to Lead in an Unpredictable World
- เชื่อมต่อกับเดลล์บน X และ LinkedIn
เกี่ยวกับเดลล์ เทคโนโลยีส์
เดลล์ เทคโนโลยีส์ ช่วยให้องค์กรธุรกิจและปัจเจกบุคคลสามารถสร้างอนาคตทางดิจิทัล พร้อมทั้งช่วยในการปฏิรูปทั้งรูปแบบการทำงาน การดำเนินชีวิต และการพักผ่อน เดลล์ เทคโนโลยีส์ให้การดูแลสนับสนุนลูกค้าด้วยสายผลิตผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีและการบริการที่กว้างที่สุด และมีความเป็นนวัตกรรมอย่างสูงสุดในยุค AI
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย






