โดย คุณหัสนัย จักรสูตร OEM Partner Manager จาก Dell Technologies จากเวทีสัมมนาออนไลน์แห่งปี MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends เมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026

จากการจัดงานสัมมนาออนไลน์ MTT Virtual Conference 2026: Manufacturing Tech, AI & Engineering Trends เมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา ทีมงาน ManuTalkThai ได้รวบรวมสรุปเนื้อหาจากเซสชันการบรรยายมาไว้ในรูปแบบตัวอักษร บทความนี้พบกันในหัวข้อ “เดลล์ เทคโนโลยีส์ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่อนาคตด้วยพลัง AI, Smart Factory และความยืดหยุ่นอย่างยั่งยืน” บรรยายโดย คุณหัสนัย จักรสูตร OEM Partner Manager จาก Dell Technologies ซึ่งได้มาเจาะลึกถึงสถาปัตยกรรมทางเทคโนโลยี (Technology Architecture) และกลยุทธ์ที่โรงงานอุตสาหกรรมต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับความผันผวนของโลกยุคใหม่
จุดเชื่อมต่อที่ขาดหาย: การผสาน IT และ OT สู่ Hyper Automation
ปัญหาหลักของโรงงานแบบดั้งเดิมคือการทำงานแบบไซโล (Silo) ข้อมูลจากเครื่องจักรหน้างาน (OT – Operational Technology) มักไม่ถูกนำมาประมวลผลร่วมกับระบบบริหารจัดการขององค์กร คุณหัสนัย ได้ชี้ให้เห็นว่า การก้าวสู่ Smart Factory ที่แท้จริงต้องเริ่มต้นที่ IT/OT Convergence เพื่อปลดล็อกข้อมูลจากสายการผลิต การใช้ Edge Gateways และ Industrial PCs ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมในโรงงาน (ความร้อน ฝุ่น แรงสั่นสะเทือน) เข้าไปดึงข้อมูลจาก PLC, SCADA หรือเซนเซอร์ต่าง ๆ
การเชื่อมต่อแบบไร้รอยต่อ (Seamless Integration): ข้อมูลดิบจากหน้างานจะถูกส่งเข้าสู่ระบบ MES (Manufacturing Execution System) และ ERP (Enterprise Resource Planning) แบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้บริหารระดับสูงและผู้จัดการโรงงานเห็นภาพรวม (Single Source of Truth) ตัดสินใจได้ทันทีโดยไม่ต้องรอรายงานสรุปสิ้นวัน
ซัพพลายเชนอัจฉริยะ: เมื่อข้อมูลภายในเชื่อมโยงกันแล้ว ระบบจะสามารถคาดการณ์ความต้องการวัตถุดิบ เชื่อมต่อกับคลังสินค้า และปรับแผนการผลิตแบบไดนามิกเพื่อลดปัญหาคอขวดได้โดยอัตโนมัติ
Physical AI และ Edge Computing: สมองกลแห่งสายการผลิต
ในยุคที่ข้อมูลมีปริมาณมหาศาล การส่งข้อมูลทั้งหมดขึ้นคลาวด์ อาจทำให้เกิดความล่าช้าและมีต้นทุนแบนด์วิดท์ที่สูง Dell Technologies จึงเน้นย้ำสถาปัตยกรรม Edge Computing ที่ทำงานร่วมกับ Physical AI ปัญญาประดิษฐ์ที่ประมวลผลข้อมูลทางกายภาพ เช่น ภาพ เสียง อุณหภูมิ และแรงสั่นสะเทือน
- Computer Vision & AI Quality Control: การใช้กล้องความละเอียดสูงร่วมกับโมเดล AI ตรวจสอบจับผิดชิ้นงาน (Defect Detection) บนสายพานการผลิตที่วิ่งด้วยความเร็วสูง AI สามารถแยกแยะรอยขีดข่วนหรือความผิดปกติที่เล็กเกินกว่าสายตามนุษย์จะมองเห็นได้ทันทีที่ Edge โดยไม่ต้องส่งภาพขึ้น Cloud
- Predictive Maintenance: AI จะเรียนรู้รูปแบบการทำงานปกติของเครื่องจักรผ่านเซนเซอร์ เช่น เสียงมอเตอร์ หรือความร้อนที่ผิดปกติ และส่งสัญญาณเตือนให้ทีมวิศวกรเข้าซ่อมบำรุง “ก่อน” ที่เครื่องจักรจะพัง ซึ่งช่วยประหยัดค่าเสียโอกาสได้มหาศาล
- Digital Twin: การสร้างเทคโนโลยี Digital Twin ของโรงงาน เพื่อใช้ Simulation ทดสอบการตั้งค่าเครื่องจักร หรือปรับเปลี่ยนเลย์เอาต์การผลิตในโลกเสมือนจริงก่อนลงมือทำจริง ช่วยลดความเสี่ยงและระยะเวลาในการตั้งสายการผลิตใหม่
Sustainable Resilience: ความยืดหยุ่นที่ต้องมาพร้อมความยั่งยืน
ประเด็นด้าน ESG (Environmental, Social, and Governance) ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นข้อบังคับทางการค้าในยุค 2026 คุณหัสนัย ได้อธิบายถึงโซลูชันที่ Dell เข้ามาช่วยตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนในภาคการผลิต:
- Smart Energy Management: โครงสร้างพื้นฐานทางไอทีและเซนเซอร์ถูกนำมาใช้เพื่อตรวจสอบและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Optimization) ในโรงงานแบบเรียลไทม์ ช่วยลด Carbon Footprint ได้อย่างเป็นรูปธรรม
- Sustainable Infrastructure: Dell ให้ความสำคัญกับการใช้วัสดุรีไซเคิลในการผลิตเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงการออกแบบระบบระบายความร้อนใน Data Center ให้ประหยัดพลังงานสูงสุด
- Human-Machine Collaboration: โรงงานอัจฉริยะไม่ใช่โรงงานที่ไร้คน (Lights-out factory) เสมอไป แต่เป็นการใช้ AI ควบคุมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติให้ทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย (Cobots) โดยให้พนักงานที่เป็นมนุษย์ขยับไปทำงานที่ต้องใช้ทักษะการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์มากขึ้น
ปฏิวัติการลงทุนด้วย Outcome-Based และ “Dell APEX”
หนึ่งในอุปสรรคใหญ่ของการเปลี่ยนผ่านสู่ Smart Factory คือ “เงินลงทุนเริ่มต้น (CAPEX)” และ “ความซับซ้อนของระบบ” Dell Technologies จึงนำเสนอโมเดลธุรกิจที่เปลี่ยนกรอบแนวคิดเดิม:
- OEM Solutions สำหรับผู้สร้างเครื่องจักร (Machine Builders): Dell ไม่ได้เพียงขายอุปกรณ์ให้โรงงาน แต่ยังมีโซลูชัน OEM ที่ให้ผู้ผลิตเครื่องจักรสายพานนำเทคโนโลยีระดับโลกของ Dell (เช่น Industrial PC, Server) ฝังเข้าไปในเครื่องจักรของตนเอง (Embed) พร้อมบริการสนับสนุนหลังการขายทั่วโลก
- มุ่งเน้นผลลัพธ์ทางธุรกิจ (Outcome-Based Approach): การให้คำปรึกษาและออกแบบระบบโดยตั้งต้นจาก “ปัญหาที่ลูกค้าต้องการแก้” เช่น ต้องการลดของเสีย 15% หรือลดดาวน์ไทม์ 20% แล้วจึงเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมเข้าไปตอบโจทย์
- Dell APEX (IT-as-a-Service): รูปแบบการให้บริการแบบ “จ่ายตามการใช้งานจริง (Pay-per-use)” เปลี่ยนการลงทุนก้อนใหญ่ (CAPEX) เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) โรงงานสามารถเพิ่มหรือลดสเกลของระบบประมวลผล (Compute) และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Storage) ได้ตามความต้องการของธุรกิจในแต่ละช่วงเวลา ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงและลดความเสี่ยงในการลงทุน
บทสรุป
เซสชันนี้ ตอกย้ำให้เห็นว่า “ข้อมูล” คือสายเลือดใหม่ของโรงงานอุตสาหกรรม การที่องค์กรจะอยู่รอดและเติบโตได้ในยุคที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วย AI ต้องอาศัยรากฐานโครงสร้างพื้นฐานทางไอที (IT Infrastructure) ที่แข็งแกร่ง ปลอดภัย และเชื่อมโยงตั้งแต่ระดับ Edge (หน้าเครื่องจักร) ไปจนถึง Core Data Center และ Cloud
คุณหัสนัย จักรสูตร ได้แสดงให้เห็นว่า Dell Technologies คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่พร้อมเข้ามาเป็น “ผู้ร่วมสร้าง (Partner)” ในระดับโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทยสามารถปลดล็อกศักยภาพของ AI และ Automation ได้อย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้ต้นทุนที่ควบคุมได้และสอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืน
รับชมวิดีโอย้อนหลังได้ที่:
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย







