DHL ติดสปีดโกดังอัจฉริยะ ดึงแพลตฟอร์ม SOFTBOT เสียบปุ๊บติดปั๊บ เชื่อมต่อหุ่นยนต์ไวขึ้น 12 เท่า

DHL Supply Chain ผู้นำด้านโลจิสติกส์ระดับโลก กำลังเร่งเครื่องสู่ยุคโกดังอัจฉริยะอย่างเต็มตัว ล่าสุดได้นำแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ “SOFTBOT” จาก SVT Robotics เข้ามาใช้งานในคลังสินค้าทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันมีหุ่นยนต์ผู้ช่วยปฏิบัติงานอยู่แล้วกว่า 8,000 ตัว ไฮไลต์สำคัญของการขยับตัวครั้งนี้คือ เทคโนโลยีแบบ Plug-and-Play ที่ช่วยให้ DHL สามารถติดตั้งและเชื่อมต่อระบบหุ่นยนต์ใหม่ ๆ ได้รวดเร็วกว่าการเขียนโค้ดผูกระบบแบบเดิมๆ ถึง 12 เท่า

หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ การนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ในคลังสินค้าแต่ละครั้งถือเป็นงานใหญ่ เพราะต้องเสียเวลาเขียนโค้ดเฉพาะทางขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ซึ่งกินเวลานานถึง 6-8 สัปดาห์ ทำให้การขยายขีดความสามารถของคลังสินค้าเป็นเรื่องช้าและมีต้นทุนสูง แต่แพลตฟอร์ม SOFTBOT ได้เข้ามาทลายข้อจำกัดนี้ โดยทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” ที่สามารถเชื่อมต่อหุ่นยนต์หลากหลายแบรนด์เข้ากับระบบจัดการคลังสินค้า (WMS) ได้อย่างอิสระ ทำให้ DHL สามารถเปลี่ยนผ่านจากระบบปฏิบัติการก้อนใหญ่ที่เทอะทะ ไปสู่การจัดหน้างานแบบโมดูลาร์ที่ยืดหยุ่น พร้อมปรับตัวรับความต้องการของลูกค้าและเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ทันที

ผลลัพธ์จากการใช้งานจริงนั้นน่าทึ่งมาก ทีมผู้บริหารของ DHL ระบุว่าพวกเขาสามารถขยายระบบจัดการสินค้าในยุโรปโดยใช้เวลาเชื่อมต่อและตั้งค่าเพียงแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถอัปเกรดเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้โดยที่หน้างานไม่ต้องหยุดชะงัก (Zero Downtime) ระบบนี้ยังมาพร้อมหน้าจอแดชบอร์ดส่วนกลางที่ดึงข้อมูลมหาศาลมาแสดงผลแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้ดูแลสามารถบริหารจัดการทั้งกองทัพหุ่นยนต์และพนักงานมนุษย์ให้ทำงานเคียงข้างกันได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด ปัจจุบัน SOFTBOT เปิดใช้งานแล้วในคลังสินค้า 30 แห่งทั่วโลก และ DHL ตั้งเป้าจะขยายให้ครอบคลุมกว่า 100 สาขาภายใน 3 ปีข้างหน้านี้

ที่มา: https://payloadasia.com/2026/03/dhl-supply-chain-accelerates-automation-deployments-with-svt-robotics-softbot-platform/

About pawarit

Check Also

Kuehne+Nagel ผนึกกำลัง Amazon รับจบงานโลจิสติกส์ หนุนหลังบ้านคลาวด์ AWS ทั่วโลก

เบื้องหลังระบบคลาวด์ที่ล้ำสมัย คือโครงสร้างพื้นฐานระดับฮาร์ดแวร์ที่ต้องอาศัยการบริหารจัดการระดับโลก ล่าสุด Kuehne+Nagel ยักษ์ใหญ่ด้านโลจิสติกส์ ได้ประกาศยกระดับความร่วมมือครั้งสำคัญ โดยลงนามเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระยะยาวกับ Amazon เพื่อเข้ามาเป็นกำลังหลักในการดูแลซัพพลายเชนให้กับบริการคลาวด์อันดับต้นๆ ของโลกอย่าง Amazon Web Services (AWS)

FedEx จ่อเก็บค่าธรรมเนียมขนส่งนำเข้าสหรัฐฯ เพิ่มเติม รับเทศกาลไฮซีซั่น

ผู้ประกอบการที่ต้องส่งสินค้าเข้าสหรัฐอเมริกาอาจต้องเตรียมตัวรับมือกับต้นทุนที่ขยับขึ้นอีกครั้ง เมื่อยักษ์ใหญ่ด้านโลจิสติกส์อย่าง FedEx ประกาศเตรียมเก็บ “ค่าธรรมเนียมช่วงที่มีความต้องการสูง” (Demand Surcharges) เพิ่มเติมสำหรับพัสดุนำเข้าจากหลายภูมิภาคทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น แคนาดา ยุโรป จีน และอีกหลายประเทศ ซึ่งถือเป็นความท้าทายใหม่ที่เข้ามาซ้ำเติมปัญหาต้นทุนให้กับผู้ส่งสินค้า ท่ามกลางภาษีที่ปรับตัวสูงขึ้นและการเตรียมเข้าสู่ช่วงฤดูกาลขนส่งที่คึกคักที่สุดของปี