อุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก โดย ยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (Light Vehicle – LV) ลดลง 26% ในปี 2567 และยังคงหดตัวต่อเนื่อง 7% ในไตรมาสแรกของปี 2568 เมื่อเทียบกับฐานที่ต่ำอยู่แล้ว สะท้อนอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก (LCV) ที่ได้รับผลกระทบหนักสุด ยอดขายลดลง 13% ส่วนใหญ่มาจากตลาดรถกระบะ 1 ตันที่ซบเซา ขณะที่รถยนต์นั่งส่วนบุคคล (PVs) ลดลงเพียง 5%

มาตรการรัฐบาล: เพียงพอหรือไม่?
เพื่อแก้ไขสถานการณ์ รัฐบาลไทยได้ออกมาตรการ ค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะ ตั้งแต่ 1 เมษายน – 30 ธันวาคม 2568 โดยมีเป้าหมายกระตุ้นการซื้อรถกระบะใหม่มากกว่า 6,250 คัน แต่มาตรการนี้เน้นเฉพาะรถกระบะ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขาย LV ลดลงจาก 47% ในปี 2565 เหลือ 29% ในปี 2567 และเป็นเพียงส่วนน้อยของยอดขายรถยนต์รวมของไทยที่ 566,000 คันในปี 2567 ทำให้ขอบเขตที่จำกัดนี้อาจไม่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญในอุตสาหกรรมโดยรวม นอกจากนี้ หนี้ครัวเรือนที่สูง และภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันอาจทำให้ผู้บริโภคลังเลที่จะก่อหนี้เพิ่มเติม
ไทยร่วงสู่ที่ 3 ในอาเซียน เวียดนามผงาดขึ้น
จากที่เคยเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ในอาเซียน ประเทศไทยได้ ร่วงลงมาอยู่อันดับที่ 3 ในปี 2567 ตามหลังอินโดนีเซียและมาเลเซีย และอาจตกไปอยู่อันดับที่ 4 ในปี 2568 หากเวียดนามยังคงรักษาโมเมนตัมเชิงบวกไว้ได้
ในทางตรงกันข้าม เวียดนาม กำลังเติบโตอย่างโดดเด่นด้วยความต้องการของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง นโยบายรัฐบาลที่สนับสนุน และการเข้ามาของผู้เล่นในประเทศอย่าง VinFast โดยไตรมาสแรกของปี 2568 ตลาดเวียดนามมีการเติบโตถึง 53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
มุมมองการขายปี 2568: ไทยน่าห่วง เวียดนามสดใส
การคาดการณ์ยอดขายรวมทั้งปี 2568 ระบุว่า เวียดนามจะทำสถิติสูงสุดถึง 512,000 คัน ในขณะที่ ประเทศไทยคาดว่าจะลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 15 ปีที่ 555,000 คัน
แม้ยอดขายภายในประเทศจะซบเซา แต่ประเทศไทยยังคงรักษาสถานะเป็น ศูนย์กลางการผลิตและฐานการส่งออกยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน โดยคาดว่าการผลิตจะสูงถึง 1.39 ล้านคันในปี 2568 แม้จะลดลงจากปีก่อนหน้าและช่วงก่อนโควิด-19
อย่างไรก็ตาม ภาคยานยนต์ของไทยยังมีจุดแข็งหลายประการ เช่น การสนับสนุนนโยบายเชิงกลยุทธ์โดยเฉพาะสำหรับ รถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด (xEVs) การฟื้นตัวของตลาดส่งออกหลัก และการลงทุนต่อเนื่องในเทคโนโลยียานยนต์ยุคใหม่ ซึ่งคาดว่าจะช่วยรักษาเสถียรภาพและอาจเอื้อให้เกิดการเติบโตในระยะกลาง เพื่อรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดรถยนต์อาเซียนต่อไป
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








