การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ edge AI ประสิทธิภาพสูงที่มีขนาดกะทัดรัด ได้กำหนดนิยามการเชื่อมต่อเซนเซอร์ใหม่ และผลักดันให้เหล่าผู้พัฒนาส่งมอบสถาปัตยกรรมที่ช่วยประหยัดพลังงานและพื้นที่ ซึ่งยังคงความปลอดภัย รองรับการขยายระบบในอนาคต และพร้อมตอบรับเทคโนโลยียุคใหม่ เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ Microchip Technology จึงได้เปิดตัว บริดจ์เซนเซอร์อีเธอร์เน็ต PolarFire® FPGA เวอร์ชัน 2.0 บอร์ดที่พร้อมสำหรับการผลิตและมีขนาดเล็กลงอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับการบูรณาการเซนเซอร์มาตรฐาน โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี NVIDIA Holoscan Sensor Bridge (HSB)

บอร์ดรุ่น 2.0 ที่รองรับ HSB นี้มีขนาดลงลดถึง 60% รองรับจำนวนกล้องได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และใช้พลังงานผ่านพอร์ต USB-C เพื่อให้สามารถติดตั้งในตู้แร็กได้อย่างเป็นระเบียบ ทั้งยังวางจำหน่ายในราคาที่ถูกลงกว่ารุ่นแรกอีกด้วย การอัปเกรดเหล่านี้ช่วยให้ผู้ออกแบบสามารถทดแทนการเชื่อมต่อเซนเซอร์แบบหลายอินเทอร์เฟซอันซับซ้อน ให้กลายมาเป็นสถาปัตยกรรมบนพื้นฐานอีเธอร์เน็ต 10Gb ที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานและรองรับการขยายระบบได้ในอนาคต ซึ่งช่วยลดทั้งต้นทุนรวมของระบบและความซับซ้อนของรายการอุปกรณ์ที่ต้องใช้งาน โดยประโยชน์เหล่านี้ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการใช้งาน AI ในด้านการแพทย์ อุตสาหกรรม และหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ ที่ประมวลผลด้วยแพลตฟอร์ม NVIDIA Edge Computing เช่น NVIDIA Jetson และ IGX
งานออกแบบรุ่นปรับปรุงใหม่นี้สร้างขึ้นบนเทคโนโลยี PolarFire FPGA โดยรองรับกล้องได้สูงสุดถึงสี่ตัว พร้อมหัวต่อกล้องที่ทำงานร่วมกับ NVIDIA Jetson ได้ และมีวงจรวัดความหน่วงแบบออปติคัลติดตั้งมาบนบอร์ด ซึ่งช่วยให้สามารถตรวจสอบและประเมินความหน่วงแบบครบวงจร (End-to-End Latency) ได้ ตั้งแต่การจับสัญญาณของเซนเซอร์ไปจนถึงระบบ AI Inferencing โดยใช้ เครื่องมือวิเคราะห์การแสดงความหน่วงของ NVIDIA
บอร์ดนี้มาพร้อมขั้วต่อขยาย FPGA Mezzanine Card (FMC) ที่รองรับการเพิ่มฟีเจอร์ในอนาคต และรองรับอินเทอร์เฟซต่าง ๆ อาทิ MIPI® CSI‑2®, I²C®, UART และ GPIO งานออกแบบที่มีความยืดหยุ่นนี้ช่วยให้สามารถรองรับอินเทอร์เฟซเซนเซอร์และวิดีโอได้หลากหลายรูปแบบ เช่น SLVS‑EC™ 2.0, 12G‑SDI, HDMI® และ DisplayPort™ โดยไม่จำเป็นต้องออกแบบแพลตฟอร์มหลักใหม่ นอกจากนี้ยังมีขั้วต่อ PMOD มาตรฐานที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการขยายระบบให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นอีกด้วย
“เหล่าผู้พัฒนาต่างต้องการใช้เวลาไปกับการสร้างสรรค์การใช้งาน Edge AI ที่มีมูลค่าสูง มากกว่าการมานั่งเชื่อมต่ออินเทอร์เฟซเซนเซอร์แบบเฉพาะตัวเข้าด้วยกัน” ชาคีล พีรา รองประธานบริษัท หน่วยธุรกิจ FPGA แห่ง Microchip กล่าว “ด้วยเทคโนโลยี PolarFire FPGA ที่มุ่งเน้นการประหยัดพลังงานเป็นหลัก บริดจ์เซนเซอร์อีเธอร์เน็ตรุ่นที่สองนี้จึงมอบรากฐานที่มั่นคงปลอดภัยและประหยัดพลังงานในขนาดที่เล็กลงอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อช่วยให้ทีมพัฒนาสามารถเปลี่ยนผ่านจากขั้นตอนการพัฒนาไปสู่การใช้งานจริงในระบบ Edge AI ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น”
การใช้ประโยชน์จากประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงาน ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของ PolarFire FPGA ช่วยให้บอร์ดที่รองรับ HSB นี้สามารถประมวลผลข้อมูลจากหลายเซนเซอร์ได้แบบเรียลไทม์ผ่านระบบอีเธอร์เน็ต ในสภาพแวดล้อมแบบ Edge ที่มีขนาดกะทัดรัดและมีข้อจำกัดด้านพลังงาน นอกจากนี้ ฟีเจอร์ความปลอดภัยและการปกป้องระบบที่ฝังมาในตัวยังช่วยปกป้องอุปกรณ์ Edge AI และรองรับการนำไปใช้งานจริงได้อย่างมั่นคงในระยะยาว ขณะเดียวกันการทำงานร่วมกับ NVIDIA Holoscan SDK ยังช่วยเร่งความเร็วในการพัฒนา ด้วยไลบรารีที่ปรับแต่งมาอย่างมีประสิทธิภาพ โมเดล AI และแอปพลิเคชันอ้างอิงต่าง ๆ
ผลิตภัณฑ์นี้มาพร้อมด้วยกล้อง สายเคเบิล งานออกแบบอ้างอิง ผังวงจรบอร์ด และเอกสารประกอบการออกแบบ โดยรองรับการพัฒนา RTL ด้วย Libero® SoC Design Suite นอกจากนี้ ยังบูรณาการร่วมกับ IC การควบคุมสัญญาณเวลาและการจัดการพลังงานของ Microchip เช่น MCP16701 PMIC ที่ผ่านการตรวจสอบการทำงานร่วมกับ PolarFire FPGA มาแล้ว จึงช่วยให้ระบบพลังงานและสัญญาณนาฬิกาพร้อมสำหรับการผลิตจริง ตลอดจนช่วยลดความเสี่ยงจากการบูรณาการร่วมกับอุปกรณ์จากผู้ผลิตรายอื่น
แนวทางการทำงานแบบครบวงจรนี้ ช่วยลดความเสี่ยงในการบูรณาการระบบ ลดระยะเวลาในวงจรการพัฒนา และลดต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (Total Cost of Ownership) สำหรับระบบ AI Inferencing ที่ประมวลผล ณ อุปกรณ์ปลายทาง (Edge) บนเครือข่ายอีเธอร์เน็ต ซึ่งมีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในระบบหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในงานอุตสาหกรรม ที่ให้ความสำคัญอย่างมากกับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ความหน่วงที่คาดการณ์ได้แน่นอน และขนาดที่กะทัดรัด
เยี่ยมชมเว็บไซต์เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ PolarFire ทั้งหมดของ Microchip
ราคาและความพร้อมในการจำหน่าย
บริดจ์เซนเซอร์อีเธอร์เน็ต PolarFire® FPGA เวอร์ชัน 2.0 สามารถ สั่งซื้อ ได้โดยตรงจาก Microchip หรือติดต่อ ตัวแทนฝ่ายขายหรือผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตทั่วโลก ของ Microchip
แหล่งข้อมูล
สามารถดูรูปภาพความละเอียดสูงได้ผ่านทาง Flickr หรือติดต่อบรรณาธิการ (พร้อมที่จะเผยแพร่): รูปภาพการใช้งาน:https://www.flickr.com/gp/microchiptechnology/NoeJ74z0r9
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








