General Beverage เลือกใช้ SAP Business Suite S/4HANA Cloud Private Edition จาก NDBS Thailand ตอบโจทย์การขยายตัวของตลาดเครื่องดื่มหลักหมื่นล้านทั้งในไทยและต่างประเทศอย่างครบวงจร

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทั่วโลก ธุรกิจไทยแห่งหนึ่งนั้นกำลังเติบโตต่อเนื่องอย่างมั่นคงด้วยยอดขายหลักพันล้าน และยังมีการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ นั่นก็คือ General Beverage ผู้ผลิตเครื่องดื่มที่เราน่าจะคุ้นเคยกันดีอย่าง VITADAY และ If

คุณ สุกานดา รัตนโกสุม ผู้ดำรงตำแหน่ง Deputy Chief Executive Officer; General Beverage Co.,Ltd. ในแง่มุมของธุรกิจและการปรับตัวเชิงเทคโนโลยี เพื่อให้สอดรับต่อการเติบโตของธุรกิจที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและนำมาซึ่งความซับซ้อนที่สูงขึ้นในการบริหารธุรกิจ พร้อมทิศทางในอนาคต

General Beverage ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย IF ในประเทศไทย ด้วยยอดขายมากกว่า 3,200 ล้านบาทต่อปี

ถ้าหากพูดถึงชื่อของบริษัท เจนเนอรัล เบฟเวอร์เรจ จำกัด หลายๆ คนคงอาจนึกไม่ออกว่าบริษัทนี้เป็นใคร แต่ถ้าพูดถึงผลิตภัณฑ์ของบริษัทนี้อย่าง Vitaday และ If หลายคนก็น่าจะคุ้นเคยกันดีจากการที่พบเห็นได้ทั่วไปในร้านสะดวกซื้อและร้านค้าปลีกหลายแห่งทั่วไทย โดยมีความโดดเด่นจนเชื่อว่าหลายๆ คนก็น่าจะเคยลิ้มลองผลิตภัณฑ์ของ General Beverage กันมาบ้างแล้ว

Credit: General Beverage

General Beverage ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2011 ในฐานะของโรงงานผู้ผลิตเครื่องดื่มด้วยกระบวนการผลิตที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง และมีความแตกต่างจากเครื่องดื่มทั่วไปในตลาด โดยในช่วงแรกนั้นจะมีทั้งการรับผลิตแบบ OEM ให้กับเครื่องดื่มแบรนด์อื่นๆ ควบคู่ไปกับการผลิตสินค้าแบรนด์ตัวเองภายใต้ชื่อ ‘อีฟ ฟรุตตามิน’ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘เปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์สูง ที่ให้รสชาติอร่อย และปลอดภัยในการบริโภค’

การนำเสนอเครื่องดื่มในหมวดสุขภาพดีนั้นถือเป็นเทรนด์ที่ร้อนแรงในตลาดเครื่องดื่มในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่ง General Beverage ก็สามารถเข้ามาสร้างฐานตลาดดังกล่าวในไทยได้อย่างมั่นคง พร้อมจุดแข็งจากการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าอย่าง ‘Cold Aseptic Filling System’ หรือระบบการบรรจุเย็นแบบปลอดเชื้อ ที่สามารถทำให้สินค้ามีอายุสำหรับการบริโภคได้ยาวถึง 1 ปี หรือ 12 เดือน โดยปราศจากการใส่วัตถุกันเสีย ซึ่งยิ่งาส่งเสริมภาพของการเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้เป็นอย่างดี

ในขณะเดียวกัน General Beverage ยังมีกระบวนการในการเพิ่มชิ้นเนื้อผลไม้ ใยผลไม้ ว่านหางจระเข้ รวมไปถึงวุ้นมะพร้าวในผลิตภัณฑ์ได้ ทำให้ If กลายเป็นเครื่องดื่มที่มีความแตกต่างและน่าสนใจสำหรับผู้บริโภค

Credit: General Beverage

ส่วนทางด้านวิตอะเดย์หรือ VITADAY เองนั้นก็มีความชัดเจนในแง่ของการเป็นเครื่องดื่มวิตามินที่เข้าถึงได้ง่าย ดื่มง่าย และอร่อย โดยไม่ทำให้อ้วน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการสร้างสุขภาพที่ดีจากภายในสู่ภายนอก และทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกเติมวิตามินควบคู่กับสารอาหารอื่นๆ ได้ง่ายๆ ในทุกๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ, วิตามินบี, วิตามินซี, ไฟบเบอร์, กลูต้าไธโอน, คอลลาเจน หรือธาตุเหล็กก็ตาม

จากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผลประกอบการของ General Beverage ถือว่าเติบโตอย่างสวยงาม โดยในช่วงปี 2021 – 2023 มีการเผยข้อมูลงบที่น่าสนใจดังนี้

  • ปี 2021 รายได้รวม 1,944,820,502.09 บาท กำไรสุทธิ 14,571,477.47
  • ปี 2022 รายได้รวม 2,863,365,770.00 บาท กำไรสุทธิ 112,833,397.00 บาท
  • ปี 2023 รายได้รวม 3,224,682,225.00 บาท กำไรสุทธิ 392,312,641.00 บาท

จะเห็นได้ว่าการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ General Beverage ทั้งในแง่รายได้และกำไรนี้ถือว่าโดดเด่นเป็นอย่างมาก ซึ่งก็เป็นผลพวงมาจากกลยุทธ์ในการสร้างความเติบโตให้กับธุรกิจของผู้บริหารนั่นเอง

คุณสุกานดาในฐานะของผู้บริหารระดับสูงที่ได้มาร่วมงานกับบริษัทตั้งแต่ปีแรกๆ ที่เริ่มต้นธุรกิจเล่าว่า General Beverage นั้นเป็นธุรกิจที่เกิดจาก Passion ของผู้ก่อตั้ง ทำให้ทิศทางของธุรกิจมีความชัดเจนในเรื่องของการเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และมุ่งมั่นในแง่ของคุณภาพเป็นอย่างมาก โดยจากช่วงแรกที่มุ่งเน้นการเป็นโรงงานผลิตเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์เพื่อ OEM ให้กับลูกค้าแบรนด์อื่นๆ ก่อน ก็ค่อยขยายมาสร้างแบรนด์ If ของตัวเองในฐานะน้ำผลไม้ จนเติบโตเป็นอย่างมากในช่วงโรคระบาดที่ผ่านมาที่ผู้คนให้ความสำคัญในการดูแลตัวเองมากขึ้น และมีช่องทางจัดจำหน่ายในร้านค้าปลีกชั้นนำทั่วไทยอย่างครบถ้วน จนปัจจุบันนี้ก็ได้มีการขยายสาขาไปสู่ต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับ General Beverage เพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทได้ที่ https://generalbeverage.co.th/

ธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง อุตสาหกรรม FMCG เปลี่ยนแปลงเร็ว General Beverage ต้องเร็วกว่าเดิม

คุณสุกานดาได้เผยว่าเมื่อธุรกิจของ General Beverage มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรม FMCG ความกดดันของธุรกิจนั้นก็คือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา ซึ่งปัจจุบันแนวคิดเรื่อง Brand Loyalty นั้นก็ไม่ได้อยู่ในใจของผู้คนอีกต่อไปแล้ว ในขณะที่กระแสจาก Social Network นั้นกลับกลายเป็นสิ่งที่ชี้นำผู้บริโภคเป็นอย่างมาก คำว่า Fast ใน FMCG จึงอาจจะช้าเกินไปด้วยซ้ำ เพราะทุกวันนี้ตลาดกลายเป็น Very Fast ไปแล้ว

“สินค้าที่เคยขายดี ก็อาจเปลี่ยนเป็นสินค้าที่ขายไม่ดีได้ในช่วงเวลาข้ามคืน ตรงนี้ก็เป็นความเสี่ยงที่ผลิตภัณฑ์ของเราก็อาจถูกแบรนด์คู่แข่งเข้ามาทดแทนได้ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสใหญ่ที่เราเองก็อาจเข้าไปทดแทนคู่แข่งได้เหมือนกัน” คุณสุกานดาเล่าถึงภาพรวมสภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มในทุกวันนี้

ด้วยเหตุนี้เอง General Beverage จึงต้องการรายงานธุรกิจโดยเฉพาะ Performance Report ที่รวดเร็วในระดับ Real-Time เพื่อให้การวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนของธุรกิจเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง และปรับตัวได้อย่างรวดเร็วให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ทุกชั่วขณะ

“ต้องรู้เขารู้เรา ผลิตภัณฑ์ไหนควรจะเดินต่อ ผลิตภัณฑ์ไหนควรจะหยุด และในฐานะผู้ผลิต เราก็ต้องทราบข้อมูลภายในทั้งในส่วนของ Performance, Efficiency, Loss, Cost ที่รวดเร็ว แม่นยำ ครบถ้วนในแบบ Real-Time เพื่อให้ธุรกิจของเราเติบโตต่อไปได้อย่างมั่นคง”

รายงานการเงิน: หัวใจสำคัญในการมองหาโอกาสใหม่ให้เติบโตยิ่งกว่าเดิม

เมื่อพูดถึงเรื่องรายงานทางธุรกิจ คุณสุกานดาก็ให้ความเห็นที่น่าสนใจอีกประเด็นถึงความสำคัญของรายงานการเงิน เพราะในฐานะของธุรกิจในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่เป็น FMCG นอกจากรายงานการเงินจะช่วยให้สามารถบริหารกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพโปร่งใสแล้ว รายงานการเงินนี้เองก็จะเป็นอีกจุดสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจสามารถเริ่มพิจารณาโอกาสใหม่ๆ ในการเติบโตได้

สาเหตุนี้เองทำให้ General Beverage นั้นมีโจทย์การยกระดับด้านการจัดทำรายงานทางการเงินอยู่เสมอ และที่ผ่านมาก็เริ่มมีการใช้ทีม Audit จากบริษัทในกลุ่ม Big 4 เข้ามาเริ่มตรวจสอบรายงานทางการเงินบ้างแล้ว

เมื่อ General Beverage หันมาจริงจังกับรายงานทางการเงินมากขึ้น ก็เริ่มพบแล้วว่าระบบ ERP ที่มีอยู่เดิมนั้นยังไม่สามารถตอบโจทย์ของธุรกิจได้ดีนัก เนื่องจากมีงานที่ต้องทำแบบ Manual เยอะมากในการจัดทำรายงานการเงินแต่ละครั้ง อีกทั้งบริษัทเองก็ยังมีโจทย์เรื่องการบริหารบริษัทลูกในเครือด้วย จึงเริ่มหันมาพิจารณาการใช้งาน SAP S/4HANA เพื่อบริหารธุรกิจและจัดทำรายงานทางการเงินได้อย่างเข้มแข็งในระดับเดียวกับที่บริษัทมหาชนเลือกใช้งานกัน

SAP เป็นตัวเลือกของ General Beverage ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท และวันนี้ก็ตัดสินใจใช้ SAP Business Suite  S/4HANA Cloud Private Edition แล้ว

คุณสุกานดาเผยว่าอันที่จริงแล้วผู้ก่อตั้งของ General Beverage นั้นมองว่าอยากใช้ SAP มาตั้งแต่วันแรกที่เปิดบริษัทแล้ว แต่ที่ผ่านมาก็ตัดสินใจเลือกลงทุนในระบบ ERP ตามงบประมาณและความเหมาะสมของธุรกิจไปก่อน แต่ในทุกวันนี้ General Beverage ก็เติบโตมากจน ERP เดิมไม่สามารถตอบโจทย์ได้อีกต่อไปแล้ว จึงถือโอกาสในการสานวิสัยทัศน์ในการใช้ SAP เสียเลย

ในครั้งนี้ General Beverage ได้เลือกใช้ SAP Business Suite  ซึ่งเป็นโซลูชัน SAP S/4HANA Cloud Private Edition ที่ให้บริการบน Cloud ของ SAP โดยตรง ด้วยเป้าหมายในการปรับแต่งระบบให้สอดคล้องกับความซับซ้อนของธุรกิจในปัจจุบันและอนาคตได้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการสายการผลิตที่มีหลากหลายอยู่ภายในโรงงาน, การคำนวณควบคุมต้นทุนที่มีความซับซ้อน, การทำ QA/QC, การทำ Food Tracking ตรวจสอบสินค้าทุกชิ้นย้อนหลังไปถึง Raw Material ในการผลิตได้ รวมถึงยังต้องมีการ R&D พัฒนาสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาดภายใน Lab ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง

แง่มุมของการใช้งาน SAP S/4HANA Cloud Private Edition สามารถใช้งานได้ผ่านทั้งเว็บไซต์และโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากระบบอยู่บน Cloud จึงสามารถเชื่อมต่อใช้งานได้จากทุกที่ทุกเวลาอย่างง่ายดาย อีกทั้งยังไม่ต้องดูแลรักษาระบบ IT Infrastructure ด้วยตนเอง ไม่ต้องดูแล Server และ Database ทำให้สะดวกง่ายดาย และไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่สำหรับดูแลระบบดังกล่าวโดยเฉพาะ อีกทั้งยังรองรับการปรับแต่งได้หลากหลาย และเพิ่มขยายได้ตามต้องการในอนาคต

เริ่มใช้งาน SAP จริง ลดเวลาทำงานลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลังจากที่ระบบ SAP มีการ Go Live เป็นที่เรียบร้อยแล้ว การบริหารจัดการธุรกิจของ General Beverage ก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เช่น

กระบวนการปิดบัญชีต้นทุน ในอดีตต้องใช้เวลาหลายวันในการติดตามและรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานผลิต ก่อนนำมาปันส่วนผลต่างไปยังต้นทุนขายด้วยวิธี Manual ผ่าน Excel ซึ่งมีความเสี่ยงต่อข้อผิดพลาดสูง

ปัจจุบัน กระบวนการนี้ได้รับการปรับปรุงให้เป็นระบบอัตโนมัติบน SAP  ทั้งกระบวนการ โดยใช้คำสั่งรันข้อมูลในระบบ ช่วยลดระยะเวลาการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และลดความผิดพลาดจากการป้อนข้อมูลด้วยตนเองได้อย่างมีประสิทธิผล

กระบวนการขายสินค้าให้กับ 7-Eleven เริ่มจากการรับ Order ผ่าน EDI และทีมงานต้องคีย์ Sales Order แบบแมนนวล ส่งผลให้กระบวนการล่าช้าและมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาด โดยใช้เวลาสร้างเอกสารประมาณ 30 นาทีถึง 3 ชั่วโมงต่อวัน 

ปัจจุบันได้ปรับเป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมด สามารถสร้าง Sales Order ได้ภายใน 1 นาที ช่วยเพิ่มความรวดเร็ว ลดข้อผิดพลาด และสนับสนุนการจัดส่งที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

กระบวนการจัดการสินค้าคงคลัง เดิมใช้วิธีจดบันทึกลงบนกระดาษก่อนนำมาบันทึกย้อนหลังในระบบ ซึ่งเสี่ยงต่อความล่าช้าและข้อผิดพลาดในการรับ โอน และตัดสต็อก

ปัจจุบันได้นำระบบ Handheld มาใช้ในการรับผลิต จัดเก็บ และตัดขาย โดยทำเพียง Scan Tag  เพื่อบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบแบบ Realtime ช่วยเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการจัดการสต็อกอย่างมีนัยสำคัญ

กระบวนการผลิต เดิมมีข้อจำกัดต้องบันทึกข้อมูลตามลำดับขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ จึงทำให้ล่าช้าและไม่สามารถรับสินค้าสำเร็จรูปแบบ Real Time ได้ 

ปัจจุบัน ปรับกระบวนการใหม่โดยใช้สินค้าต้นทุนแบบ Standard Cost ช่วยให้รับสินค้าแต่ละขั้นตอนได้ทันที เพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพ พร้อมส่งสินค้าได้ทันทีหลังผลิต

การออกรายงานทางธุรกิจสำหรับผู้บริหารเพื่อใช้ในการตัดสินใจ จากเดิมที่ต้องใช้เวลานาน แต่หลังจากใช้ SAP S/4HANA Cloud Private Editon สามารถปรับสู่การใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการตรวจสอบข้อมูลทางธุรกิจได้ด้วยข้อมูลแบบ Real-Time

ตัวอย่างข้างต้นนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่ SAP ได้เข้ามาช่วยให้ธุรกิจของ General Beverage มีความคล่องตัวมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งยังมีประเด็นอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการได้รับข้อมูลธุรกิจที่มีความแม่นยำมากขึ้น, การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไปจนถึงการเห็นภาพรวมของธุรกิจในเครือทั้งหมดที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างทันท่วงที

ตัวอย่างข้างต้นนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่ SAP ได้เข้ามาช่วยให้ธุรกิจของ General Beverage มีความคล่องตัวมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งยังมีประเด็นอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการได้รับข้อมูลธุรกิจที่มีความแม่นยำมากขึ้น, การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไปจนถึงการเห็นภาพรวมของธุรกิจในเครือทั้งหมดที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างทันท่วงที

เลือกใช้บริการ SAP Implementation จาก NDBS  Thailand แม้ไม่ใช่ผู้ที่เสนอราคาต่ำที่สุด แต่ตรงใจและตรงปกที่สุด

แน่นอนว่าการใช้ SAP ที่ดีย่อมต้องมาคู่กับ Implementer ที่เหมาะสม ซึ่ง General Beverage ก็ได้มีการเชิญ SAP Implementer มาเสนองาน 3-4 ราย โดยตรวจสอบจากผลงานในอดีตว่ามีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจของ General Beverage มากน้อยเพียงใด, พูดคุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามความเข้าใจในอุตสาหกรรมและกระบวนการทำงาน แล้วทำการเปรียบเทียบราคา โดยเลือกจากความเหมาะสมมากกว่าที่จะเลือกจากผู้ให้บริการที่เสนอราคาต่ำที่สุด เพื่อให้ได้ร่วมงานกับทีมงานที่ตอบโจทย์จริงๆ สำหรับบริษัท

คุณสุกานดาระบุว่าสุดท้าย General Beverage ได้ร่วมงานกับ NTT DATA Business Solutions (Thailand) หรือ NDBS Thailand  เพราะมีความประทับใจในหลายประเด็นหลังจากที่ได้ร่วมงานกันอย่างเข้มข้น เช่น

  1. ตรงปกไม่หลอกตา NDBS Thailand เคยมานำเสนอโซลูชันและแสดงความเป็นมืออาชีพอย่างไรในตอนคัดเลือกผู้ให้บริการ SAP Implementer พอถึงวันจริงที่ต้องร่วมงานกัน ก็ยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่ ทีมงานมีประสบการณ์เชิงลึกที่สามารถให้คำแนะนำหลายประการแก่ General Beverage ในการตัดสินใจออกแบบระบบและกระบวนการทำงานได้ ช่วยให้โครงการเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง และทำให้ General Beverage ได้รับแนวทางการทำงานใหม่ในอนาคตที่ดีกว่าเดิม
  2. วางแผนดำเนินงานอย่างเป็นระบบ โดยมีการกำหนดลำดับการทำงานที่ดี แม้โครงการนี้จะมีเวลาทำงานน้อย แต่ทาง NDBS ก็บริหารจัดการกำหนดการให้สอดคล้องต่อข้อจำกัด และควบคุมแผนการทำงานให้เป็นไปตามที่วางเอาไว้ได้จริง

คุณสุกานดาเล่าว่าเมื่อทำงานกับ SAP Implementer ที่เป็นมืออาชีพและทำงานอย่างเป็นระบบภายใต้เวลาที่จำกัด ทำให้ General Beverage ต้องเร่งเครื่องภายในเพื่อก้าวตามการทำงานในส่วนนี้ให้ทัน ทำให้ผู้บริหารและพนักงานภายในองค์กรต่างต้องเร่งปรับตัวครั้งใหญ่ตั้งแต่ช่วง Implement ระบบกันแล้ว

แนะนำธุรกิจองค์กรไทย ข้อมูลธุรกิจที่แม่นยำจะนำไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคง

สุดท้าย คุณสุกานดาได้ทิ้งท้ายถึงข้อแนะนำสำหรับธุรกิจองค์กรไทยรายอื่นๆ ถึงความสำคัญในการเติบโตได้อย่างมั่นคงนั้น ว่าจะต้องทำการยกระดับมาตรฐานของตนเองให้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของรายงานธุรกิจและรายงานทางการเงิน เพราะนอกจากจะใช้ในการบริหารธุรกิจในรายวันแล้ว รายงานเหล่านี้ยังอาจช่วยให้ธุรกิจสามารถพิจารณาทางเลือกอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการควบรวมกิจการหรือการเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้

การเลือกระบบ ERP ที่ดีจะช่วยตอบโจทย์ทั้งหมดนี้ได้อย่างครอบคลุม โดยธุรกิจจะต้องพิจารณาว่าจะมีการติดตามข้อมูลใดในธุรกิจบ้าง ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดของธุรกิจ เช่น หากธุรกิจมีขนาดเล็กและไม่ซับซ้อนมาก ก็อาจพิจารณา ERP ที่ใช้งานง่ายๆ ได้ แต่หากธุรกิจมีการเติบโตและซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ก็ต้องมองหา ERP ที่เติบโตไปพร้อมกับธุรกิจอย่างเช่น SAP ที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถติดตามข้อมูลและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในธุรกิจทุกจุดได้อย่างครบถ้วน

“ทุกวันนี้การแข่งขันสูงมาก ผู้บริหารต้องการข้อมูลเพื่อให้รู้จักธุรกิจของตัวเองและตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ ต้องรู้ว่าอะไรขายดี อะไรขายไม่ดี จะได้ปรับตัวได้ถูกทาง และลดจุดอ่อนเพิ่มจุดแข็งให้กับธุรกิจได้อย่างเหมาะสม” คุณสุกานดานกล่าว “และเราหวังหว่า SAP จะตอบโจทย์ตรงนี้ได้อย่างดีเยี่ยม”

เกี่ยวกับ NTT DATA Business Solutions (Thailand) Ltd.

บริษัท NTT DATA Business Solutions  (Thailand) Ltd. ภายใต้กลุ่ม บริษัท NTT DATA ผู้ให้บริการระบบ SAP และ Data Center ระดับโลก และเป็นผู้นำทางด้าน Digital Transformation และเป็นสมาชิก SAP Global Partner ที่พร้อมคำปรึกษาและบริการด้านการออกแบบ พัฒนา ติดตั้งโซลูชัน SAP Solution และ IT Solution อื่น ๆ ให้กับลูกค้าในประเทศไทย เพื่อพัฒนาระบบบริหารการจัดการในองค์กรในทุกกลุ่มประเภทธุรกิจ

สำหรับธุรกิจที่ต้องการปรึกษาด้านโซลูชั่น SAP เพื่อพัฒนาระบบบริหารการจัดการในองค์กรให้ดีขึ้น NTT DATA Business Solutions Thailand พร้อมให้คำปรึกษาในทุกกลุ่มประเภทธุรกิจ ติดต่อได้ที่ โทร 02 237 05553 หรือติดตาม ได้ที่ email: [email protected] หรือ www.nttdata-solutions.com

About pawarit

Check Also

OLIC อัปเกรดสู่ SAP S/4HANA Cloud Private Edition เสริมคุณภาพ ความแม่นยำ ความโปร่งใส และความยั่งยืนให้ธุรกิจ โดย NTT DATA Business Solutions (Thailand)

สถานประกอบการผลิตยา เครื่องสำอาง เภสัชเคมีภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป และเครื่องมือแพทย์นั้น ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องมีความเข้มงวดในการตรวจสอบสูงที่สุด ดังนั้นความแม่นยำของข้อมูลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ และ OLIC (Thailand) Limited (OLIC) ให้ความสำคัญต่อการตรวจสอบเป็นอย่างมาก เพื่อให้มั่นใจได้ถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบ ระบบ ERP …

วาง Data Strategy สร้าง AI Readiness ให้องค์กร ด้วย SAP Business Data Cloud โดย NTT DATA Business Solutions (Thailand)

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าการใช้ AI ในภาคธุรกิจองค์กรจะสร้างผลกระทบเชิงบวกและการเติบโตให้แก่ธุรกิจได้อย่างชัดเจน ทั้งด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วให้กับการทำงาน, การเพิ่มคุณภาพในการดำเนินงานหลายภาคส่วน, การทำงานโดยอัตโนมัติเพื่อปลดล็อคทีมงานให้สามารถแสดงศักยภาพในงานที่สำคัญได้มากขึ้น ไปจนถึงการเป็นผู้ช่วยให้กับทุกคนในองค์กรในทุกๆ วัน