Logitech ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชื่อดัง กำลังดำเนินกลยุทธ์ครั้งสำคัญในการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยมีเป้าหมายหลักคือการลดการพึ่งพาการผลิตในประเทศจีนอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากกำแพงภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกาที่ส่งผลต่อผลกำไรและความไม่แน่นอนทางธุรกิจ

สินค้าหลักของ Logitech อย่างเช่น คีย์บอร์ดและเมาส์ที่ผลิตในจีนและส่งไปยังสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับ ภาษีนำเข้าสูงถึง 30% เพื่อลดผลกระทบดังกล่าว Logitech ได้ปรับสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในจีนเพื่อส่งไปยังสหรัฐฯ จากเดิม 40% ให้เหลือเพียงกว่า 30% และมีเป้าหมายจะลดให้เหลือ 10% ภายในสิ้นปีนี้ โดยโรงงานใน มาเลเซีย, เม็กซิโก, ไต้หวัน, ไทย และเวียดนาม กำลังเข้ามารับช่วงการผลิตแทน
แม้ว่าการย้ายฐานผลิตจะยังไม่ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ลูกค้าในสหรัฐฯ ก็ต้องเผชิญกับ ราคาที่สูงขึ้นถึง 10% เพื่อชดเชยภาษีที่เกิดขึ้น
มุ่งหน้าตลาดธุรกิจ: พลิกวิกฤตเป็นโอกาส
แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากสงครามการค้า Logitech ยังคงมุ่งเน้นไปที่ ตลาดธุรกิจ (B2B) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทคโนโลยีวิดีโอสำหรับสำนักงาน โรงเรียน และโรงพยาบาล ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เติบโตเร็วกว่าหน่วยธุรกิจอื่นๆ ถึงสองเท่า ปัจจุบันยอดขายจากกลุ่มธุรกิจ B2B คิดเป็น 40% ของรายได้ทั้งหมด สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมที่กำลังมองหาการเติบโตที่คาดการณ์ได้มากขึ้น นอกเหนือจากความต้องการของผู้บริโภคที่ผันผวน
กระจายความเสี่ยง สร้างความยืดหยุ่นในยุคแห่งความผันผวน
การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การผลิตของ Logitech แสดงให้เห็นว่าบริษัทเทคโนโลยีกำลังสร้างความยืดหยุ่นเพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากภาษีและผลกระทบจากปัญหาห่วงโซ่อุปทาน ด้วยการลดการพึ่งพาการผลิตในจีน การกระจายฐานการผลิตไปยังหลายประเทศในเอเชียและเม็กซิโก เป็นการกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป
สำหรับนักลงทุนและคู่แข่ง การปรับกลยุทธ์ของ Logitech เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าบริษัทต่างๆ ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังปรับตัวเพื่อรับมือกับนโยบายการค้าที่เปลี่ยนแปลงไป และความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในอนาคต
ที่มา: https://finimize.com/content/logitech-moves-manufacturing-out-of-china-to-dodge-us-tariffs
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








