TAT Corporation เสริมแกร่งธุรกิจด้วย SAP Business Suite จาก NDBS Thailand เตรียมก้าวสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม เสริมศักยภาพทีมงานด้วย Cloud, Data และ Automation

ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม บริษัท TAT Corporation จำกัด ถือเป็นคลื่นลูกใหม่ที่มาแรงและเติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อเนื่อง จนแปรสภาพสู่การเป็นบริษัทมหาชนเตรียมเดินหน้าดำเนินการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้ภายในระยะเวลาเพียงไม่ถึง 10 ปี ความสำเร็จนี้มีที่มาอย่างไร? และ TAT Corporation ต้องปรับแนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อมุ่งสู่การเป็นบริษัทมหาชนอย่างไร? SAP Business Suite จะเข้ามามีบทบาทมากน้อยเพียงใดในวิสัยทัศน์นี้? พบกับคำตอบของทุกคำถามเหล่านี้ได้ในบทความนี้

รู้จักกับ TAT Corporation เจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามชั้นนำอย่าง Plantnery, Gravich, Hej! และ JKX Lab

หลายคนอาจจะไม่คุ้นหูกับชื่อของ TAT Corporation มากนัก แต่หากเล่าว่า TAT Corporation คือบริษัทที่เป็นเจ้าของ   แบรนด์อย่าง Plantnery, Gravich, Hej! และ JKxLab ที่เข้ามารุกตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามได้อย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีมานี้ ก็คงทำให้ทุกท่านเห็นภาพของบริษัทได้ชัดเจนขึ้น

คุณธนธัส ถนอม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีเอที คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เล่าถึงที่มาของชื่อบริษัทที่สื่อถึงคุณค่าว่า TAT นั้นประกอบขึ้นจาก 3 คำ ได้แก่

  • Tremendous: “มหึมาอย่างยิ่งใหญ่” คือ เส้นทางของการปลี่ยนแปลงหรือสร้างผลกระทบครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้โลกของเราดีขึ้น
  • Accelerators: “การเร่งอย่างรวดเร็ว” คือ ทุกสิ่งที่ต้องเร่งทำอย่างรวดเร็วให้สำเร็จลุล่วง บรรลุเป้าหมาย เพื่อเพิ่มคุณค่าแก่โลกและทุกสังคม
  • Together: “ไปด้วยกัน” คือ การพาทุกคนก้าวเข้าสู่ความเปลี่ยนแปลงไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

วิสัยทัศน์ดังกล่าวนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำสวยหรู แต่คุณธนธัสและทีมงานได้ทำให้เราเห็นมาแล้วจากการเปิดตัวแต่ละแบรนด์ภายใต้ธุรกิจของ TAT ที่เรียกได้ว่าเห็นสื่อกันทั่วเมือง, มีสินค้าจัดจำหน่ายในแทบทุกพื้นที่, ติดตามรีวิวได้บนทุกช่องทางออนไลน์ และมียอดขายที่เติบโตอย่างรวดเร็วต่อเนื่องจนต้องจับตามอง

คุณธนธัสได้เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของ TAT ที่ทีมผู้บริหารยังเพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยมาใหม่ๆ ในช่วง COVID-19 และมีเงินทุนเริ่มต้นทำธุรกิจเพียงหลักหมื่นบาทเท่านั้น ทำให้ TAT นั้นเริ่มต้นจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างแบรนด์ใหม่กันในบ้านของตนเอง จนสินค้าเริ่มมีชื่อเสียงและเกิดการบอกต่อเป็นที่รู้จัก ทำให้บริษัทเติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ ด้วยการขยายทีมงานจากการจ้างงานภายในท้องถิ่น ซึ่งทุกวันนี้หลายๆ คนก็ยังคงทำงานอยู่ด้วยกันแม้บริษัทจะเติบโจจากเดินมาหลายร้อยเท่าแล้วก็ตาม

ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยความใส่ใจในผลิตภัณฑ์อย่างแท้จริงของทีมงาน TAT ที่ตั้งแต่การเลือกจับ   เทรนด์ที่เป็นกระแสในระดับโลกอย่างการใช้นวัตกรรมผสมผสานกับสารสกัดจากธรรมชาติในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่าง Plantnery ด้วยการคิดค้น วิจัย ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้คนด้วยธรรมชาติและยังใส่ใจโลก ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อโลก และรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมมุ่งมั่นที่เป็นต้นแบบของแบรนด์สกินแคร์ที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

ไม่เพียงแค่เราจะสวยไปด้วยกัน แต่โลกของเราก็ยังสวยงามไปด้วย”

Plantnery มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ทั้ง Tea Tree ลดสิวคุมมัน, Green Tea กระชับรูขุมขน, Pomegranate ลดรอยดำ รอยแดง, Yuzu ขาวกระจ่างใส, Mushroom ฟื้นฟูผิว, Grape Seed ลดฝ้า กระ, Aloevera ลดการระคายเคืองจากแดด, Cica ลดผิวผด ผื่นแพ้ และ Bakuchiol ลดฝ้าแดด ซึ่งแต่ละผลิตภัณฑ์ก็สามารถสื่อคุณค่าและความเป็นธรรมชาติได้อย่างลงตัวในราคาที่ย่อมเยาว์ จึงเป็นที่นิยมในหมู่นักเรียน นักศึกษา และคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจในเรื่องธรรมชาติ

ถัดมาคือ Gravich ที่มุ่งเน้นการสร้างอิสระในการกำหนดนิยามของความงาม ด้วยการใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการดูแลผิว เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ในการแก้ไขปัญหาผิวอย่างเฉพาะเจาะจง ให้ทุกคนมีทางเลือกที่ตอบโจทย์ต่อสภาพผิวที่แตกต่างกันออกไปด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีเยี่ยม, ปลอดภัย และมีผลลัพธ์ที่แท้จริง

การส่งมอบคุณค่าด้วยนวัตกรรมของ Gravich นี้ทำให้เกิดกระแสครั้งใหญ่ในวงการสุขภาพและความงามของประเทศไทย ที่การสื่อสารด้านความงามได้มีบทสนทนาทางด้านหลักการเชิงวิทยาศาสตร์กันอย่างเข้มข้นมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีความรู้ทางด้านส่วนประกอบ, สารเคมีใหม่ๆ และหลักการที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะสามารถดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม โดย Gravich เองก็มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายทั้ง Activator, Corrective, Booster, Concentrate, อาหารเสริม และอื่นๆ ให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้งานตามโจทย์ที่แตกต่างกันออกไป

ทุกคนมีอิสระที่จะกำหนดนิยามของ ‘ความงาม’ ของตนเองตามความชอบส่วนบุคคล ไม่ใช่ความคาดหวังหรือตามกระแสสังคม”

ส่วน JKxLab ก็เป็นแบรนด์สกินแคร์น้องใหม่ของ TAT ที่เกิดขึ้นมาจากคำว่า Journal (งานวิจัย), Knowledge (ความรู้) และ Lab (การทดลอง) เพื่อสื่อถึงความตั้งใจในการสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์สกินแคร์ในปัจจุบัน ที่มักใช้สารสกัดเดียวกันในหลายๆ แบรนด์ ทำให้มีผลลัพธ์ที่ไม่แตกต่างกัน ซึ่ง JKxLab ก็ตั้งใจที่จะสร้างความแตกต่างด้วยการต่อยอดพัฒนาจากข้อจำกัดของการใช้สารสกัดด้วยจากทฤษฏีทางลัดการนำส่งสารได้ตรงจุดที่ต้องการ และการแจ้งเปอร์เซ็นของสารที่ใช้ เพื่อให้ผู้  บริโภคมีทางเลือกใหม่ที่แตกต่าง และสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับผิวของตนเองได้

สุดท้ายคือ Hej! Gel เจลหล่อลื่นที่ผลิตภายใต้มาตรฐานเครื่องมือแพทย์ในระดับสากล มีความปลอดภัย และไม่ต้องกังวลถึงผลข้างเคียงหรือการระคายเคืองผิวหนังส่วนที่บอบบาง เพื่อให้การแสดงออกด้านความรักในทุกรูปแบบเป็นประสบการณ์ที่ดี สร้างความสัมพันธ์ที่ยืนยาวแก่คู่รักได้

จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใดภายใต้ TAT Corporation พื้นฐานของการคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์นั้นจะมีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางเสมอ และแต่ละแบรนด์ก็มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันออกไปด้วยวิธีการที่หลากหลาย แต่สิ่งหนึ่งที่มีความชัดเจนในทุกแบรนด์ของ TAT นั้นก็คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยอ้างอิงหลักวิทยาศาสตร์และงานวิจัย เพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้ผลอย่างแท้จริง

อ้างอิงจากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ข้อมูลงบการเงินของ TAT Corporation นั้นก็มีการเติบโตอย่างรวดเร็วต่อเนื่องจากความสำเร็จของแต่ละแบรนด์ ดังนี้

  • ปี 2565 รายได้รวม 430.5 ล้านบาท กำไรสุทธิ 75.7 ล้านบาท
  • ปี 2566 รายได้รวม 733.3 ล้านบาท กำไรสุทธิ 145.6 ล้านบาท
  • ปี 2567 รายได้รวม 1,198.7 ล้านบาท กำไรสุทธิ 279 ล้านบาท

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ TAT Corporation สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.tatcorp.co.th/

ถึงเวลาปรับระบบบริหารธุรกิจ ตอบโจทย์ความโปร่งใสในการดำเนินงาน วางแผนดำเนินการได้อย่างแม่นยำ เตรียมเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์อย่างมั่นใจ

ด้วยวิสัยทัศน์ของคุณธนธัสและผู้บริหารระดับสูง ทางบริษัทจึงตัดสินใจที่จะเดินหน้าเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ โดยมีการแปรสภาพบริษัทเป็นมหาชนตั้งแต่ปี 2020 และปัจจุบันก็กำลังมุ่งหน้าเข้า IPO อยู่

แน่นอนว่าการมุ่งหน้าเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์นั้น TAT Corporation ก็ต้องเร่งปรับปรุงการบริหารจัดการธุรกิจครั้งใหญ่ และแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในธุรกิจหลากหลายประการ เช่น

  • การปรับปรุงธุรกิจให้มีข้อมูลการดำเนินงานที่ครบถ้วน ชัดเจน มีข้อมูลเชื่อมถึงกันในทุกแผนก เพื่อให้มี Single Source of Truth ที่เชื่อถือได้
  • การปรับปรุงระบบบัญชีและการเงิน ให้สามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างครบถ้วน และสามารถจัดทำรายงานทางการเงินที่แม่นยำได้อย่างรวดเร็ว
  • การปรับปรุงระบบวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ ให้สามารถทำได้ในแบบ Real-Time และปรับแต่งเพื่อให้สามารถวิเคราะห์ทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า, ผลลัพธ์ของสินค้าแต่ละรายการ, แนวโน้มของตลาด และการรู้จักลูกค้าของตนเอง
  • การปรับปรุงกระบวนการการบริหารจัดการคลังสินค้า เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการดำเนินงาน การวางแผน และป้องกันปัญหาความทุจริตที่อาจเกิดขึ้นได้
  • การปรับปรุงระบบบริหารจัดการธุรกิจ ให้สามารถเชื่อมต่อกับ E-Commerce Platform ชั้นนำอย่าง Shopee, Lazada และ TikTok เพื่อผสานรวมข้อมูลให้สามารถสะท้อนยอดขายและจำนวนสินค้าในคลังได้โดยอัตโนมัติ

ระบบบริหารจัดการด้านบัญชี, การเงิน และธุรกิจเดิมที่ TAT Corporation ใช้งานอยู่นั้นไม่สามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้ อีกทั้งเดิมทียังมีการใช้งานระบบที่หลากหลายในแต่ละแผนก ทำให้ข้อมูลไม่เชื่อมถึงกัน ทำให้ผู้บริหารของ TAT Corporation ตัดสินใจใช้โอกาสในการเข้าตลาดหลักทรัพย์ครั้งนี้ ปรับปรุงกระบวนการและระบบงานทั้งหมดให้มีมาตรฐานที่ดีไปในครั้งเดียว และนี่เองก็เป็นที่มาของการตัดสินใจลงทุนใช้งานระบบ ERP ที่มีความน่าเชื่อถือสูง

เลือกใช้ SAP Business Suite, S/4HANA Cloud Public Edition บริหารธุรกิจสมัยใหม่ เชื่อมต่อ Online Platform ชั้นนำทั่วไทยได้แบบอัตโนมัติ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

แม้ว่า TAT Corporation จะได้ทำการเชิญบริษัท ERP Implementer ของโซลูชันระบบ ERP ชั้นนำหลายรายมานำเสนอ แต่สุดท้ายทางบริษัทก็ตัดสินใจเลือกใช้ SAP Business Suite, S/4HANA Cloud Public Edition จากความน่าเชื่อถือที่สูง, มาตรฐานของกระบวนการในการจัดการข้อมูลและการทำงาน, ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลธุรกิจเพื่อทำการวิเคราะห์ได้แบบ Real-Time, ความมั่นคงปลอดภัยในระดับสากล, การรองรับการใช้งานได้หลายภาษาและหลายสกุลเงินสำหรับการเติบโตในอนาคต และความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ ผ่าน API ได้

ในการดำเนินโครงการติดตั้งใช้งาน SAP Business Suite, S/4HANA Cloud Public Edition ครั้งนี้ ใช้ระยะเวลาเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้นก็สามารถ Go Live ได้ และได้รับผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจดังนี้

  • สามารถออกรายงานทางด้านการเงินและบัญชีได้อย่างรวดเร็ว ปิดงบได้ภายในเวลาเพียง 5 วัน จากเดิมที่ต้องใช้เวลานานถึง 15 วัน
  • สามารถวางแผนการผลิตได้แบบ Real-Time แก้ปัญหาเรื่องวัตถุดิบสำหรับการผลิตขาดช่วงได้ดี
  • สามารถวิเคราะห์วางแผนการจัดซื้อได้ดีขึ้น ด้วยการรวบรวมข้อมูลการจัดซื้อย้อนหลังจาก Supplier แต่ละราย ช่วยให้สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงด้านราคาวัตถุดิบได้ จากเดิมที่ไม่เคยทำได้มาก่อน
  • สามารถวางระบบด้านการทำ Quality Control และ Quality Assurance ได้ดีขึ้น ตรวจสอบสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานได้ตั้งแต่การรับวัตถุดิบไปจนถึงผลลัพธ์จากการผลิต
  • สามารถป้องกันปัญหาการทุจริตในคลังสินค้าได้ ด้วยการวางกระบวนการในการสแกนข้อมูลวัตถุดิบและสินค้า ออกเอกสารทุกขั้นตอน ทำให้การเคลื่อนย้ายวัตถุดิบหรือสินค้ามีข้อมูลประกอบอย่างครบถ้วน
  • สามารถทำการจัดส่งสินค้าที่สั่งซื้อผ่าน E-Commerce Platform ที่หลากหลายยได้อย่างครบถ้วนแม่นยำ เพราะในบางช่วงเวลาที่มีการสั่งซื้อเข้ามาหลายพันหรือหลายหมื่นคำสั่งซื้อ ก็ต้องมีระบบที่จะช่วยให้มั่นใจได้ว่ามีการแพ็คสินค้าจัดส่งอย่างครบถ้วนให้ได้ เพื่อรักษาความพึงพอใจของลูกค้า และรักษาคะแนนในแต่ละ Platform ให้ดี
  • ดูแลรักษาระบบ ERP ได้อย่างง่ายดาย เพราะ SAP Business Suite ทำงานอยู่บน Cloud ดังนั้นฝ่าย IT เพียง 4 คนก็สามารถดูแลระบบ IT ทั้งหมดได้อย่างมั่นใจ

ส่วนการตอบโจทย์เรื่องการเชื่อมต่อข้อมูลกับ E-Commerce Platform ต่างๆ ทาง TAT Corporation ก็ได้เลือกใช้งานโซลูชัน SAP RPA เพื่อให้ Bot ทำการดึงข้อมูลจากแต่ละ Platform ออกมาอย่างต่อเนื่อง และนำข้อมูลเหล่านี้เข้าไปป้อนให้กับระบบ ERP ทำให้สามารถตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องเสียเวลาให้พนักงานไปทำการดึงข้อมูลเองอีกต่อไป

วางใจ NDBS Thailand  ดูแลระบบ SAP เพราะการขึ้นระบบ ERP ต้องมีพันธมิตรทางธุรกิจที่เชื่อถือได้

ในโครงการระบบ SAP Business Suite, S/4HANA Cloud Public Edition ครั้งนี้ ทาง TAT Corporation ได้ตัดสินใจเลือกทำงานร่วมกับ NTT DATA Business Solutions (Thailand) หรือ NDBS Thailand ที่เป็นผู้นำด้านการให้บริการโซลูชันของ SAP อย่างครบวงจรในประเทศไทย ด้วยความน่าเชื่อถือจากประสบการณ์ของ NDBS Thailand ที่เคยทำโครงการให้กับธุรกิจในรูปแบบที่คล้ายคลึงกันมาแล้วหลายราย

ความโดดเด่นหนึ่งที่ทำให้ NDBS Thailand ได้กลายเป็นคู่ค้าของ TAT Corporation นั้นก็คือการให้คำปรึกษาที่ดีและตอบโจทย์ของธุรกิจได้ โดยในระหว่างการดำเนินโครงการ ทาง NDBS Thailand จะคอยให้ Feedback ที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจ และนำเสนอ Best Practice ของการบริหารจัดการแต่ละกระบวนการได้เป็นอย่างดี

ในการเลือกใช้ SAP RPA เพื่อรวบรวมข้อมูลจาก E-Commerce Platform โดยอัตโนมัติก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ NDBS ได้แนะนำให้กับ TAT Corporation ซึ่งเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าการใช้ API ที่อาจจะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นสำหรับทุก Transaction ได้ ในขณะที่การใช้ SAP RPA นั้นจะไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ และทำให้ TAT Corporation ประเมินค่าใช้จ่ายในภาพรวมของการลงทุนระบบได้ชัดเจนคุ้มค่ายิ่งขึ้น

วางแผนต่อยอดเชิงเทคโนโลยี Data Analytics และ AI คือสิ่งสำคัญ

คุณธนธัสได้ให้ความเห็นในแง่ของการต่อยอดเพื่อนำเทคโนโลยีอื่นๆ มาบริหารจัดการ TAT Corporation ว่า AI นั้นถือเป็นเทคโนโลยีที่น่าจับตามองมาก เพราะสามารถช่วยผู้บริหารและพนักงานลดเวลาที่ต้องใช้ในการทำงานได้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบกราฟฟิก, การออกแบบสื่อ, การออกแบบ Packaging ซึ่ง AI ก็สามารถส่งมอบผลลัพธ์ที่พร้อมใช้งานได้ รวมถึงยังเป็นทางเลือกในการระดมไอเดียเพื่อค้นหามุมมองใหม่ๆ ในการออกแบบ และการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ เมื่อ TAT Corporation ได้มีข้อมูลธุรกิจที่มีความถูกต้องแม่นยำแล้ว ทางบริษัทก็ต้องการจะต่อยอดการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ โดยกำลังพิจารณา SAP Analytics Cloud หรือ SAC เพื่อนำมาใช้วางระบบ Business Intelligence และ Business Dashboard ที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ก้าวสู่การเป็น Data-Driven Business ในอนาคต

แนะนำผู้ประกอบการ ลงทุนในระบบและเทคโนโลยี สร้างการเติบโตให้ธุรกิจ และสร้างอนาคตให้แก่ผู้คน

สุดท้ายคุณธนธัสได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการในธุรกิจอุตสาหกรรมเดียวกันว่า การลงทุนในระบบ ERP เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการต่อยอดในอนาคตระยะยาว ที่จะช่วยให้บริษัทเติบโตได้อย่างมั่นคง ดังนั้นการมองเพียง ROI ในระยะสั้นจึงอาจเป็นทางเลือกที่ไม่ดีนัก

ในขณะเดียวกัน การลงทุนวางระบบ ERP นั้นก็จะทำให้บริษัทมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น และยังเป็นการพัฒนาทักษะของบุคลากรภายในองค์กรให้มีความคุ้นเคยกับการทำงานในโลกยุค Digital ได้ดีขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่ละส่งผลดีต่อการดำเนินงานของบริษัท แต่ยังเป็นการสร้างอนาคตให้กับพนักงาน ที่เมื่อพนักงานได้ทำงานกับระบบที่มีมาตรฐานที่ดี มีกระบวนการที่ดี และมีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีแล้ว ในอนาคตพนักงานแต่ละคนก็จะมีโอกาสในการเติบโตในสายอาชีพของตนเองมากขึ้น ต่อยอดจากความรู้ได้ หรืออาจเป็นโอกาสให้พนักงานมองถึงการเป็นเจ้าของกิจการของตนเองก็เป็นไปได้เช่นกัน

“การลงทุนในระบบ ERP ไม่ได้ทำให้บริษัทเติบโตเท่านั้น แต่พนักงานก็เติบโตไปกับเราด้วย เป็นการลงทุนที่สร้างอนาคตให้กับเราและพนักงานของเราไปด้วยกัน” คุณธนธัสกล่าวทิ้งท้าย

เกี่ยวกับ NTT DATA Business Solutions (Thailand) Ltd.

บริษัท NTT DATA Business Solutions  (Thailand) Ltd. ภายใต้กลุ่ม บริษัท NTT DATA ผู้ให้บริการระบบ SAP และ Data Center ระดับโลก และเป็นผู้นำทางด้าน Digital Transformation และเป็นสมาชิก SAP Global Partner ที่พร้อมคำปรึกษาและบริการด้านการออกแบบ พัฒนา ติดตั้งโซลูชัน SAP Solution และ IT Solution อื่น ๆ ให้กับลูกค้าในประเทศไทย เพื่อพัฒนาระบบบริหารการจัดการในองค์กรในทุกกลุ่มประเภทธุรกิจ

สำหรับธุรกิจที่ต้องการปรึกษาด้านโซลูชั่น SAP Business Suite หรือโซลูชันด้าน ERP เพื่อพัฒนาระบบบริหารการจัดการในองค์กรให้ดีขึ้น NTT DATA Business Solutions Thailand พร้อมให้คำปรึกษาในทุกกลุ่มประเภทธุรกิจ ติดต่อได้ที่ โทร 02 237 05553 หรือติดตาม ได้ที่ email: [email protected] หรือ www.nttdata-solutions.com

About Saranya MTT

Check Also

แคสเปอร์สกี้ชี้ การโจมตีซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่บริษัทในเอเชียแปซิฟิกพบมากที่สุดในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา [PR]

การโจมตีซัพพลายเชนกลายเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่พบบ่อยที่สุดที่ธุรกิจทั่วโลกต้องเผชิญ โดยบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็ระบุว่า การโจมตีซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่พบบ่อยที่สุดในรอบปีที่ผ่านมาเช่นกัน จากการศึกษาทั่วโลกของแคสเปอร์สกี้พบว่า บริษัททั่วโลกจำนวนเกือบ 1 ใน 3 ต้องเผชิญกับภัยคุกคามซัพพลายเชนในรอบปีที่ผ่านมา ข้อมูลที่น่าสังเกตคือ พบความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนในประเทศต่างๆ ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก เช่น จีน ซึ่งบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการเพิ่มการป้องกันทางไซเบอร์ทั่วทั้งภูมิภาค

Elon Musk ทุ่ม 2.5 หมื่นล้านเหรียญ ผุดโปรเจกต์ Terafab สร้างโรงงานชิป AI ป้อน Tesla และ SpaceX

ความต้องการพลังประมวลผลสำหรับ AI ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดกำลังท้าทายขีดจำกัดของซัพพลายเชนระดับโลก ล่าสุด Elon Musk ประกาศแผนลงทุนสร้างโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง 2 แห่งใน Austin รัฐ Texas ภายใต้ชื่อโปรเจกต์ Terafab มูลค่าประเมินสูงถึง …