Ford ทิ้งบ้านเก่า! ย้ายสำนักงานใหญ่ในรอบ 7 ทศวรรษ เข้าสู่ยุคใหม่แห่งการออกแบบ

Ford Motor Co. เตรียมย้ายสำนักงานใหญ่ในเมืองเดียร์บอร์น รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา เป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี โดยจะย้ายจากอาคารเก่า “The Glass House” ซึ่งเปิดใช้งานตั้งแต่ปี 1956 ไปยังอาคารใหม่ที่ทันสมัยกว่า

สำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “Ford World Headquarters” และจะเปิดในเดือนพฤศจิกายนนี้ อาคารใหม่มีขนาดใหญ่ถึง 195,096 ตารางเมตร โดยเป็นส่วนหนึ่งของแคมปัสขนาดใหญ่ที่จะใช้ชื่อว่า “Henry Ford II World Center” ซึ่งเป็นชื่อของสำนักงานใหญ่เดิม

สิ่งที่น่าสนใจคือ การย้ายครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนสถานที่ทำงาน แต่เป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม โดยมีการรวบรวมทีมผู้บริหาร ทีมออกแบบ และทีมวิศวกรมาทำงานร่วมกันในที่เดียว และยังเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น สตูดิโอออกแบบ 6 แห่ง, ฟู้ดฮอลล์ขนาดใหญ่สำหรับพนักงาน, ห้องพักผ่อน และห้องประชุมที่ทันสมัยกว่า 300 ห้อง

อาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้ตั้งอยู่บนพื้นที่เดิมของศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เคยให้กำเนิดรถยนต์รุ่นดังมากมาย เช่น Mustang, Thunderbird และ F-Series Ted Ryan ผู้จัดการฝ่ายมรดกและแบรนด์ของ Ford กล่าวว่า “เดียร์บอร์นกับ Ford เป็นเหมือนคำพ้องความหมายกัน” และย้ำว่าการย้ายครั้งนี้เป็นการสานต่อตำนานของแบรนด์ให้ก้าวไปข้างหน้า

ประวัติโดยย่อ:

  • สำนักงานใหญ่เดิม: ตั้งอยู่บนถนน 1 American Road ในเมืองเดียร์บอร์น เปิดใช้งานในปี 1956 มีชื่อเล่นว่า “The Glass House”
  • สำนักงานใหญ่ใหม่: ห่างจากที่เดิมประมาณ 5 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนพื้นที่เดิมของศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ มีการย้ายที่อยู่ 1 American Road ไปด้วย

การย้ายครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ Ford ที่ต้องการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานร่วมกันและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในศตวรรษหน้า

ที่มา: https://www.manufacturing.net/automotive/news/22950137/ford-moving-world-headquarters-for-first-time-in-70-years

About pawarit

Check Also

Ford เปิดโต๊ะถก Geely เล็งโมเดลแชร์ทรัพยากรการผลิต-เทคโนโลยี

วงการยานยนต์โลกกำลังจับตามองดีลสำคัญ เมื่อ Ford Motor ยักษ์ใหญ่จากฝั่งอเมริกา และ Geely พญามังกรจากจีน กำลังซุ่มเจรจาหาทางร่วมมือกัน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อ “แชร์ต้นทุน” ในยุคที่การผลิตรถยนต์และเทคโนโลยีมีความซับซ้อนและราคาแพงระยับ

3 ยักษ์ใหญ่ AMD-Microsoft-Siemens จับมือปฏิวัติการสร้างรถยนต์ยุคใหม่ผ่าน “โลกเสมือน”

ในอดีต การทดสอบซอฟต์แวร์รถยนต์ต้องรอให้ตัวรถจริงสร้างเสร็จก่อน แต่ในยุคของ Software-Defined Vehicles (SDV) หรือรถยนต์ที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ ความล่าช้าคือความเสี่ยง ล่าสุด AMD ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ Microsoft และ Siemens เพื่อผลักดันแนวคิด …