ดีลใหญ่สำเร็จ! Ricoh ควบรวมธุรกิจเครื่องพิมพ์ Oki แล้ว คว้าโรงงานในไทยเสริมทัพการผลิต MFP

Ricoh Company, Ltd. ได้ประกาศความสำเร็จในการควบรวมธุรกิจระหว่าง ETRIA CO., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ (บริษัทย่อยของ Ricoh) กับ Oki Electric Industry Co., Ltd. (OKI) ได้เสร็จสมบูรณ์ตามกำหนดแล้ว โดยมุ่งเน้นที่ธุรกิจหลักคือการพัฒนาและผลิตเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน (Multifunction Printers: MFP)

การควบรวมธุรกิจนี้มุ่งเน้นที่การพัฒนาและผลิตเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน (Multifunction Printers: MFP) ของ OKI โดยได้ย้ายมาอยู่ภายใต้ ETRIA ผ่านกระบวนการแบ่งแยกบริษัท

ดีลสำคัญนี้ยังรวมถึงการเข้าซื้อกิจการ Oki Data Manufacturing (Thailand) Co., Ltd. (โรงงานผลิตของ Oki ในประเทศไทย) การดำเนินการดังกล่าวได้ทำให้ OKI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ ETRIA ตามแผนที่เคยประกาศไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 และที่สำคัญ การควบรวมธุรกิจในครั้งนี้ยังรวมถึงการเข้าซื้อหุ้นของบริษัทในเครือ OKI อย่าง Oki Data Manufacturing (Thailand) Co., Ltd. (โรงงานผลิตของ OKI ในประเทศไทย) ด้วย

Ricoh เป็นผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยมีธุรกิจหลักในการพัฒนา ผลิต และจำหน่ายเครื่องใช้สำนักงาน อุปกรณ์อุตสาหกรรม อุปกรณ์เกี่ยวกับเลนส์ รวมถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงและวัสดุสิ้นเปลือง ซึ่งเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักที่บริษัทมีบทบาทสำคัญในตลาด

ที่มา: https://www.ricoh.com/release/2025/1001_1

About pawarit

Check Also

Flex ผนึกกำลัง Teradyne Robotics สานต่อตำนาน 20 ปี สู่ยุค “หุ่นยนต์อัจฉริยะ” พลิกโฉมสายการผลิตแห่งอนาคต

ตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา Flex และ Teradyne ถือเป็นพันธมิตรคนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการผลิตและทดสอบอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก แต่วันนี้ความร่วมมือของทั้งสองกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม เมื่อ Flex ประกาศยกระดับการทำงานร่วมกับ Teradyne Robotics เพื่อเร่งเครื่องนำเทคโนโลยี “ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ” …

เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว! พิษสงครามอิหร่านทำซัพพลายเชนป่วน Karex ผู้ผลิตถุงยางอนามัยเบอร์หนึ่งโลก จ่อปรับราคาพุ่ง 30%

เปรียบเสมือนทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก (Butterfly Effect) ที่เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์เชื่อมโยงของสรรพสิ่ง! ผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของพลังงานอีกต่อไป เมื่อ Karex ผู้ผลิตถุงยางอนามัยรายใหญ่ที่สุดของโลก ออกโรงเตือนว่าบริษัทอาจมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้าถึง 30% อันเป็นผลพวงจากวิกฤตห่วงโซ่อุปทานที่หยุดชะงักอย่างหนักจากสถานการณ์สงครามในอิหร่าน