ในอุตสาหกรรมหนัก น้อยนักที่จะมีเครื่องจักรใดยืนหยัดสร้างผลผลิตได้อย่างยาวนานและมหาศาลเท่ากับ โรงรีดเหล็กแผ่น Hot Strip Mill 2 ของ Thyssenkrupp Steel ในเยอรมนี ซึ่งล่าสุดเพิ่งประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ด้วยยอดการผลิตสะสมทะลุ 250 ล้านเมตริกตัน นับตั้งแต่เริ่มเดินเครื่องในปี 1964

โรงรีดแห่งนี้มีความยาวถึง 700 เมตร ถือเป็นหนึ่งในสถานประกอบการที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมเยอรมัน โดยมีกำลังการผลิตราว 5 ล้านตันต่อปี หัวใจสำคัญของกระบวนการคือการนำ “Slabs” หรือเหล็กแท่งแบนหนาประมาณ 25 เซนติเมตร มาเผาที่อุณหภูมิสูงถึง 1,250 °C ก่อนจะนำเข้าสู่กระบวนการรีดหลายขั้นตอนจนเหลือความหนาเพียง 1.5 มิลลิเมตร แต่มีความยาวพุ่งไปถึง 1.7 กิโลเมตร โดยเหล็กม้วน (Coils) เหล่านี้จะกลายเป็นวัตถุดิบเกรดพรีเมียมสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์และรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
ความแม่นยำระดับ “หนึ่งในล้านมิลลิเมตร”
สิ่งที่ทำให้ Thyssenkrupp โดดเด่นไม่ใช่แค่ปริมาณ แต่คือความละเอียดแม่นยำ ในระหว่างการรีดแรงดันและอุณหภูมิจะถูกควบคุมอย่างเข้มงวดเพื่อกำหนดคุณสมบัติทางกายภาพของเหล็ก โดยระบบควบคุมสามารถปรับจูนค่าพารามิเตอร์บางอย่างได้ละเอียดถึง หนึ่งในล้านมิลลิเมตร เพื่อให้ได้เหล็กที่มีความแข็งแกร่งสูงและผิวสัมผัสที่ไร้ที่ติสำหรับชิ้นส่วนภายนอกของรถยนต์
นวัตกรรมสีเขียวเพื่ออนาคต
Thyssenkrupp ไม่เพียงแต่รักษาคุณภาพ แต่ยังอัปเกรดโรงงานให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นผ่าน 3 นวัตกรรมหลัก:
- เตาเผา Walking Beam (2022): ใช้เทคโนโลยีลำเลียงเหล็กแบบนุ่มนวลเพื่อป้องกันรอยขีดข่วนบนผิวเหล็ก และถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้ ไฮโดรเจน ในอนาคตเพื่อลดการปล่อย CO2
- ระบบจัดการน้ำอัจฉริยะ: มีอัตราการหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่สูงถึง 97% จากปริมาณน้ำกว่า 200 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ช่วยประหยัดทรัพยากรธรรมชาติอย่างมหาศาล
- การนำความร้อนทิ้งกลับมาใช้: พลังงานความร้อนส่วนเกินจากเตาเผาไม่ได้ถูกปล่อยทิ้ง แต่ถูกส่งต่อไปเป็นพลังงานความร้อนแก่บ้านเรือนหลายร้อยหลังในภูมิภาค Lower Rhine
“โรงรีดเหล็ก Hot Strip Mill 2 ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งในอดีต แต่คือต้นแบบของการผลิตเหล็กยุคใหม่ที่เน้นทั้งคุณภาพสูงสุดและความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม”
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








