Flint บริษัทเทคโนโลยีขั้นสูงจากสิงคโปร์ ผู้บุกเบิกแบตเตอรี่ที่ยั่งยืน ผลิตจากเซลลูโลส ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และปราศจากสาร PFAS (Perfluoroalkyl and Polyfluoroalkyl Substances) ประกาศการเข้าสู่กระบวนการผลิตแบตเตอรี่กระดาษแล้ว ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการพัฒนาในระดับห้องปฏิบัติการไปสู่การผลิตเซลล์แบตเตอรี่ที่พร้อมสำหรับนำไปใช้ในปฏิบัติการนำร่องและแผนงานของลูกค้า

เซลล์แบตเตอรี่กระดาษของ Flint สามารถชาร์จใหม่ได้ ปลอดสารพิษ และผ่านการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อการใช้งานที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น (ไม่ติดไฟ ไม่ระเบิด) โดยจะส่งมอบเพื่อใช้ในการผลิตนำร่องของลูกค้าและการบูรณาการเชิงพาณิชย์ในระยะเริ่มต้น
หลักการผลิตที่อยู่บนฐานของน้ำ
สายการผลิตของ Flint ถูกสร้างขึ้นให้ครอบคลุมสถาปัตยกรรมแบตเตอรี่ที่อยู่บนพื้นฐานของเซลลูโลส และออกแบบวิธีการผลิตที่อยู่บนพื้นฐานของน้ำเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและสามารถปรับกำลังการผลิตได้ โรงงานแห่งนี้ยังมุ่งการออกแบบเพื่อลดการใช้วัสดุต่างๆ ที่มีอยู่ในแบตเตอรี่แบบดั้งเดิม อย่างเช่น ลิเธียม นิกเกิล โคบอลต์ และตะกั่ว ขณะเดียวกันยังทำให้คาร์บอนจากการผลิตลดลง และมีตัวเลือกที่ดีขึ้นสำหรับการจัดการภายหลังสิ้นสุดอายุการใช้งานภายใต้สภาวะควบคุม
เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ Flint ได้ขยายเทคโนโลยีการผลิตไปยังโรงงานใหม่ที่มีพื้นที่มากกว่า 8,000 ตารางฟุต โดยจะเป็นศูนย์กลางที่สามารถรองรับกระบวนการผลิตใหม่ ขยายกำลังการผลิต และการวิจัยและพัฒนาสถาปัตยกรรมแบตเตอรี่ยุคถัดไป พร้อมทั้งขยายกำลังการผลิตของบริษัทอย่างต่อเนื่อง
จุดเปลี่ยนเริ่มขึ้นเมื่อปี 2025
การเข้าสู่การผลิตจริงเป็นการต่อยอดมาจากการเริ่มเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกและการเติบโตทางการค้าอย่างมีนัยสำคัญตลอดปี 2025 โดยในจุดแรกเริ่มในปีที่ผ่านมานั้นเทคโนโลยีแบตเตอรี่กระดาษของ Flint ได้รับรางวัล Best of CES Sustainability Award ในงาน CES 2025 ที่สหรัฐอเมริกา ทำให้โลกมองเห็นแนวทางของ Flint ในการกักเก็บพลังงานที่มีความปลอดภัยและปล่อยคาร์บอนต่ำกว่า หลังจากนั้นช่องทางการค้าของ Flint ก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ในระหว่างปีนั้น Flint ได้ตรวจยืนยันผลเทคโนโลยีและความต้องการของตลาดเพิ่มเติม โดยได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการนวัตกรรมหลายโครงการ และเริ่มทดลองใช้กับอุปกรณ์ของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เช่น
- Logitech — Flint ได้รับรางวัลชนะเลิศประจำปี 2025 ในการแข่งขัน Future Positive Technology Challenge และกำลังทดลองใช้กับอุปกรณ์ของ Logitech ในบางรุ่น
- อุปกรณ์ของ Amazon — Flint ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ Climate Tech Accelerator ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มของสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ทำให้เกิดความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการลดการปล่อยคาร์บอนในอุปกรณ์สำหรับผู้บริโภค เช่น Kindle และ Fire TV
- Dassault Systèmes — Flint ได้รับการสนับสนุนผ่านระบบนิเวศ 3DEXPERIENCE Lab ของ Dassault Systèmes ทำให้สามารถเข้าถึงเครื่องมือการออกแบบ การจำลอง และการขยายขนาดการผลิตได้
เพื่อสนับสนุนโมเดลการเติบโตแบบใช้สินทรัพย์น้อย บริษัทได้ระดมทุนในรอบ Pre-Series A เป็นจำนวน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 โดยส่วนหนึ่งเป็นการกู้ยืมจากกลุ่มนักลงทุนรายย่อย ซึ่งรวมถึงผู้ร่วมก่อตั้งทั้งสองคน
ก้าวต่อไป
Flint ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์แบตเตอรี่กระดาษเชิงพาณิชย์สองรุ่นแรกอย่างเป็นทางการที่งาน CES 2026 เมื่อต้นเดือนมกราคมนี้ พร้อมทั้งการสาธิตและการใช้งานร่วมกับลูกค้าจริง
Flint ยังเตรียมการขยายการผลิตในระยะต่อไปถัดจากปี 2026 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับผู้รับจ้างผลิตรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลกเพื่อขยายกำลังการผลิตในยุโรป รวมถึงแผนการกระจายห่วงโซ่อุปทาน
นอกจากนี้ Flint ยังแยกสายพัฒนาสารเคมีที่อยู่บนฐานเซลลูโลสในรูปของโซลิดสเตต โดยมุ่งเป้าไปที่การชาร์จไฟฟ้าที่มีความหนาแน่นสูงขึ้น โดยเทคโนโลยีใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองตลาดซึ่งปัจจุบันถูกครอบงำโดยแบตเตอรี่ตะกั่วกรดและระบบกักเก็บพลังงานแบบดั้งเดิมอื่นๆ
Carlo Charles ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Flint (เป็นบุคคลหนึ่งที่ได้รับการเสนอชื่อในการจัดอันดับ “30 Under 30 Asia 2025” ในภาคอุตสาหกรรม การผลิต และพลังงาน ของนิตยสาร Forbes) กล่าวว่า — “การคิดค้นแบตเตอรี่ใหม่ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องทางเคมีเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการสร้างสิ่งที่สามารถผลิตได้” “การเข้าสู่กระบวนการผลิตถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะนี่คือนัยสำคัญที่บอกได้ว่า แบตเตอรี่กระดาษของเราสามารถเปลี่ยนจากการเป็นต้นแบบให้เป็นแบตเตอรี่ที่เข้าไปอยู่ในอุปกรณ์ใช้งานจริงในปริมาณมากๆ ได้ พร้อมทั้งการควบคุมคุณภาพที่ลูกค้าสามารถตรวจยืนยันผลได้”
Charles กล่าวอีกว่า — “จากจุดเริ่มต้นในการผลิตนี้ ทำให้โลกได้เห็นว่า ยังมีเส้นทางอื่นในการผลิตแบตเตอรี่ที่เชื่อถือได้โดยไม่ต้องอาศัยห่วงโซ่อุปทานลิเธียมแบบรวมศูนย์ที่อุตสาหกรรมนี้ต้องพึ่งพามานานหลายทศวรรษ เทคโนโลยีของเราได้ออกแบบการผลิตให้อยู่ใกล้กับผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้งาน และสิงคโปร์มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับเพื่อให้เราได้พิสูจน์ในระดับการผลิต”
ที่มา: Flint
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








