ปัญหาคลาสสิกที่โรงงานส่วนใหญ่ต้องเจอคือ “กับดักของระบบปิด” ที่ผูกติดซอฟต์แวร์ไว้กับฮาร์ดแวร์รุ่นเก่า ทำให้การอัปเกรดแต่ละครั้งเป็นเรื่องใหญ่และสิ้นเปลือง งานวิจัยล่าสุดที่ Schneider Electric ทำร่วมกับ Omdia เผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า บริษัทอุตสาหกรรมขนาดกลางต้องสูญเสียรายได้เฉลี่ยถึง 7.5% ต่อปี ไปกับความยุ่งยากนี้ ทั้งจาก Downtime และความไร้ประสิทธิภาพ

เพื่อแก้ปัญหานี้ Schneider Electric ได้เปิดตัว EcoStruxure Foxboro Software Defined Automation (SDA) ซึ่งเคลมว่าเป็นระบบควบคุมแบบกระจายศูนย์ (DCS) ที่ “กำหนดด้วยซอฟต์แวร์” ระบบแรกของวงการ
Hany Fouda ผู้บริหารระดับสูงของ Schneider เรียกสิ่งนี้ว่า “จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ” เพราะหัวใจของ Foxboro SDA คือการ “แยกซอฟต์แวร์ออกจากฮาร์ดแวร์” อย่างสิ้นเชิง
- อิสระในการอัปเกรด: โรงงานสามารถปรับปรุงซอฟต์แวร์ควบคุมการผลิตได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ยกชุด
- เชื่อมต่อไร้รอยต่อ: ข้อมูลจากการออกแบบ การผลิต และการซ่อมบำรุงจะถูกเชื่อมโยงถึงกัน ช่วยให้การนำ AI, Edge Computing หรือระบบอัตโนมัติมาใช้ทำได้ง่ายขึ้นตามจังหวะความพร้อมของแต่ละโรงงาน
การเปิดตัวนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ Olivier Blum ซีอีโอที่เพิ่งย้ำในเวที Davos ว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ “AI และพลังงานแยกจากกันไม่ได้” การใช้ AI เพื่อจัดการพลังงานให้ฉลาดขึ้น จะเป็นกุญแจสำคัญในการอยู่รอด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI เพื่อการซ่อมบำรุงเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) หรือการทำ Digital Twins เพื่อจำลองการผลิต
การขยับตัวครั้งนี้ของ Schneider Electric จึงไม่ใช่แค่การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นการปูทางให้โรงงานอุตสาหกรรมสามารถทำ IT/OT Convergence ได้จริง และก้าวสู่ความยั่งยืนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








