มีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองในวงการชิ้นส่วนอุตสาหกรรม เมื่อ Misumi Group ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกล ประกาศแต่งตั้ง Dave Evans ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการของ Misumi Americas อย่างเป็นทางการ

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้น 9 เดือนหลังจากที่ Misumi เข้าซื้อกิจการ Fictiv (บริษัทเทคโนโลยีซัพพลายเชนและการผลิตดิจิทัล) ไปเมื่อเดือนเมษายน 2025 โดยภารกิจหลักของ Evans คือการผสานรวมจุดแข็งของทั้งสององค์กรให้กลายเป็น “แพลตฟอร์มหนึ่งเดียวที่ขับเคลื่อนด้วย AI” (Unified AI-powered platform) เพื่อรุกตลาดอเมริกา
Dave Evans ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Fictiv และยังคงควบตำแหน่งซีอีโอของ Fictiv อยู่ด้วยนั้น เป็นผู้ที่เชื่อมั่นในแนวคิด Design-for-Manufacturability อย่างแรงกล้า เขาได้กล่าวถึงทิศทางเทคโนโลยีไว้อย่างน่าสนใจว่า:
“AI จะไม่ได้เข้ามาแทนที่วิจารณญาณของวิศวกร แต่มันจะเข้ามามอบบริบทด้านการผลิตที่วิศวกรขาดหายไป ปัญหาที่ยากที่สุดในการผลิตมักวนเวียนอยู่เรื่องค่าความคลาดเคลื่อน (Tolerances), วัสดุ และข้อจำกัดหน้างานจริง… เมื่อเราฝัง AI ลงในแพลตฟอร์มการผลิต มันจะช่วยให้วิศวกรตัดสินใจได้ดีขึ้นตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้ออกแบบชิ้นงานที่ไม่ใช่แค่นวัตกรรมล้ำสมัย แต่ต้อง ‘ผลิตได้จริง ขยายผลได้ และมีความยืดหยุ่น’”
ยุทธศาสตร์: ความแม่นยำแบบญี่ปุ่น x นวัตกรรมดิจิทัลแบบอเมริกัน
Evans จะเข้ามารับไม้ต่อจาก Nobuyuki Ashida ผู้บริหารที่นำพา Misumi USA เติบโตอย่างแข็งแกร่งตลอดทศวรรษที่ผ่านมา โดย Ryusei Ono ประธานใหญ่ของ MISUMI Group มองว่า การผนึกกำลังครั้งนี้คือการนำ “ความแม่นยำและคุณภาพระดับญี่ปุ่น” มาเจอกับ “นวัตกรรมดิจิทัลแบบอเมริกัน” เพื่อสร้างแพลตฟอร์มการผลิตที่ไม่เหมือนใครในโลก
เป้าหมายสำคัญคือการขยายการเติบโตในภูมิภาคอเมริกาให้ได้อย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2030 โดยมีการวางยุทธศาสตร์ผ่านฐานที่มั่นสำคัญ 2 แห่ง:
- San Francisco Bay Area: เน้นด้านนวัตกรรม AI, ซอฟต์แวร์ และระบบนิเวศ Startup (ซึ่งเป็นฐานหลักของ Evans)
- Chicago/Schaumburg: เน้นความเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ การดูแลลูกค้า และฐานการผลิตในแถบมิดเวสต์
ผลประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ
การรวมพลังครั้งนี้จะมุ่งเน้นให้บริการในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ClimateTech, หุ่นยนต์ (Robotics), เครื่องมือแพทย์ (MedTech), ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบอัตโนมัติในโรงงาน โดยสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือ:
- เข้าถึงชิ้นส่วนมหาศาล: ทั้งชิ้นส่วนมาตรฐาน (Configurable components) และชิ้นส่วนสั่งทำพิเศษ (Custom parts)
- ความรวดเร็ว: ระบบเสนอราคาแบบดิจิทัลและการวิเคราะห์แบบ DFM (Design for Manufacturing) ด้วย AI ช่วยลดเวลา
- ข้อมูลมหาศาล: Misumi มีข้อมูลไฟล์ CAD ไหลผ่านระบบกว่า 10,000 ไฟล์ต่อวัน กลายเป็นคลังข้อมูลการออกแบบ (Dataset) ที่ทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับการเทรน AI
- ความยืดหยุ่น: รองรับตั้งแต่ระดับ Startup ไปจนถึงโรงงาน OEM ระดับโลก
การเปลี่ยนแปลงผู้นำครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตัวบุคคล แต่เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า Misumi กำลังจะกระโดดจากผู้ขายชิ้นส่วน สู่การเป็น Tech Platform ด้านอุตสาหกรรมอย่างเต็มตัว
ที่มา: https://www.engineering.com/dave-evans-tapped-to-lead-misumi-americas/
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








