ความต้องการพลังประมวลผลสำหรับ AI ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดกำลังท้าทายขีดจำกัดของซัพพลายเชนระดับโลก ล่าสุด Elon Musk ประกาศแผนลงทุนสร้างโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง 2 แห่งใน Austin รัฐ Texas ภายใต้ชื่อโปรเจกต์ Terafab มูลค่าประเมินสูงถึง 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเดินสายการผลิตชิปป้อนให้กับ SpaceX และ Tesla โดยเฉพาะ

โปรเจกต์ Terafab เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง SpaceX, Tesla และ xAI โดยมีเป้าหมายหลักคือการทลายข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตชิป AI ของโลก Musk ชี้ให้เห็นว่ากำลังการผลิตชิป AI รวมทั่วโลกปัจจุบันอยู่ที่ราว 20 กิกะวัตต์ต่อปี ซึ่งคิดเป็นเพียง 2% ของความต้องการใช้งานจริงเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ จรวดรีไซเคิล หรือยานยนต์ไร้คนขับ
แม้ Musk จะยอมรับและขอบคุณพันธมิตรในซัพพลายเชนปัจจุบันอย่าง TSMC, Samsung และ Micron แต่ความเร็วในการขยายกำลังการผลิตของพาร์ทเนอร์เหล่านี้ยังไม่ทันต่อความต้องการใช้งานจริง Terafab จึงถูกออกแบบมาเพื่ออุดช่องโหว่นี้อย่างเบ็ดเสร็จ ด้วยขนาดโรงงานที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 100 ล้านตารางฟุต รวมทุกกระบวนการผลิตไว้ที่เดียว พร้อมตั้งเป้าผลิตพลังประมวลผลระดับ 1 ล้านล้านวัตต์ต่อปี โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ
- 20% สำหรับการใช้งานบนโลก: รองรับระบบ Full Self-Driving ของ Tesla และหุ่นยนต์ Optimus
- 80% สำหรับการใช้งานในอวกาศ: ผลิตชิปประสิทธิภาพสูงเพื่อใช้ในโครงการ Orbital Data Centers
การผลักดัน Data Center ขึ้นสู่อวกาศไม่ใช่เรื่องไกลตัว เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา SpaceX ได้ยื่นเอกสารต่อ FCC เพื่อขออนุมัติโครงการ Orbital Data Center System เครือข่ายดาวเทียมกว่า 1 ล้านดวงที่จะใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการประมวลผล AI โครงการนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าโครงสร้างพื้นฐานของ Starlink ในปัจจุบันที่มีดาวเทียมในวงโคจรราว 9,600 ดวงอย่างเทียบไม่ติด
Musk เน้นย้ำว่า ทันทีที่ต้นทุนการส่งสิ่งของขึ้นสู่วงโคจรลดลงถึงจุดที่เหมาะสม การนำ AI ไปไว้ในอวกาศจะเป็นกลยุทธ์ที่สมเหตุสมผลที่สุด แนวทางนี้ยังช่วยแก้ปัญหาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและลดกระแสต่อต้านจากชุมชนที่ Data Center บนโลกกำลังเผชิญอยู่ เพราะในท้ายที่สุดแล้วไม่มีใครอยากให้มีสิ่งนี้ตั้งอยู่หลังบ้านของตัวเอง
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








