DuPont ประกาศขายธุรกิจเส้นใยอะรามิด ซึ่งรวมถึงแบรนด์วัสดุกันกระสุนและทนความร้อนชื่อดังอย่าง Kevlar และ Nomex ให้กับบริษัทผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ Arclin อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา ด้วยมูลค่า 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การขายกิจการครั้งนี้ส่งผลให้ Arclin ได้รับสิทธิ์ในการบริหารธุรกิจเส้นใยอะรามิดทั้งหมด

การเกิดขึ้นของดีลนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโครงสร้างองค์กรที่ DuPont วางรากฐานมาตั้งแต่ต้นปี 2025 โดยบริษัทมีเป้าหมายในการแยกธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้ชื่อ Qnity Electronics ออกเป็นบริษัทอิสระภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 โดย Lori Koch ซีอีโอของ DuPont ระบุว่า กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไรและสร้างความชัดเจนให้กับพอร์ตโฟลิโอของบริษัท
หลังจากนี้ DuPont จะหันมาโฟกัสทรัพยากรทั้งหมดไปที่ธุรกิจ Materials Science และเทคโนโลยีการจัดการน้ำโดยตรง การตัดสินใจขายธุรกิจเส้นใยอะรามิดซึ่งทำยอดขายสุทธิได้ถึง 675 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 จึงเป็นการดึงมูลค่าแฝงที่ซ่อนอยู่ออกมาแปลงเป็นกระแสเงินสด เพื่อนำไปต่อยอดการสร้างมูลค่าเพิ่มในส่วนธุรกิจหลักต่อไป
ด้าน Arclin ซึ่งดำเนินธุรกิจภายใต้การสนับสนุนของกองทุน TJC การคว้าแบรนด์ระดับตำนานอย่าง Kevlar และ Nomex ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการบุกตลาด Advanced Materials ซึ่ง Bradley Bolduc ซีอีโอของ Arclin ระบุว่า บริษัทเตรียมอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนด้านนวัตกรรมเพื่อผลักดันการใช้งานเส้นใยอะรามิดไปทั่วโลก โดยมุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโตสูงและต้องการประสิทธิภาพสูงดังนี้
- โครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าและพลังงาน
- อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า
- อากาศยานและการป้องกันประเทศ
- อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลในโรงงานอุตสาหกรรม
การเปลี่ยนผ่านกรรมสิทธิ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของซัพพลายเชนภาคการผลิตทั่วโลก ความต้องการวัสดุน้ำหนักเบาแต่ทนทานสูงสำหรับชิ้นส่วน EV และอุปกรณ์ความปลอดภัยเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การขยายพอร์ตโฟลิโอของ Arclin จะช่วยตอบสนองความต้องการของตลาดโลก และสร้างโซลูชันที่สนับสนุนความยั่งยืนและความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความเสี่ยงสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








