ถอดรหัสขุมพลังเบื้องหลัง Levi’s ย้ายฐานทัพ ERP ขึ้นคลาวด์ Azure ปูทางสู่ยุค AI-Ready

สามเดือนหลังจากที่มีรายงานว่าแผนการยกเครื่องระบบ ERP ระดับโลกของ Levi Strauss & Co. คืบหน้าไปแล้วกว่า 60% ล่าสุด Microsoft ได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดเบื้องหลังความสำเร็จของการวางรากฐานคลาวด์ ที่ไม่เพียงแต่พลิกโฉมการทำงาน แต่ยังมีตัวเลขยืนยันถึงประสิทธิภาพที่พุ่งทะยานอย่างก้าวกระโดด

เป้าหมายสูงสุดของแบรนด์ยีนส์ระดับตำนานรายนี้ คือการมุ่งสู่โมเดลธุรกิจแบบเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง (Direct-to-Consumer: D2C) พร้อมตั้งเป้ากวาดรายได้ทะลุหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากขาดโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและข้อมูลที่แข็งแกร่ง

ยุบรวมระบบ ERP 9 ระบบให้เหลือเพียงแพลตฟอร์มเดียว

ตลอดระยะเวลาที่แผ่ขยายธุรกิจไปทั่วโลก Levi’s ต้องแบกรับ “หนี้ทางเทคนิค” (Technical Debt) มหาศาล บริษัทมีศูนย์ข้อมูลรุ่นเก่า แอปพลิเคชันกว่า 160 ตัว และระบบการทำงานที่แตกต่างกันใน 110 ประเทศ ความซับซ้อนเหล่านี้กลายเป็นโซ่ตรวนที่ฉุดรั้งความคล่องตัว

เพื่อแก้ปัญหานี้ Levi’s ซึ่งกำลังอยู่ในปีที่ 5 ของแผนทรานส์ฟอร์มองค์กรระยะเวลา 7 ปี ได้ตัดสินใจ ยุบรวมระบบ ERP 9 ระบบให้เหลือเพียงแพลตฟอร์มเดียว บนโครงสร้างพื้นฐานของ Microsoft Cloud โดยใช้เครื่องมืออย่าง Azure Migrate เป็นหัวหอกสำคัญ

มาดูตัวเลขชี้วัดความสำเร็จ

การย้ายระบบครั้งนี้ไม่ได้มีดีแค่ในเชิงกลยุทธ์ แต่ยังมอบผลลัพธ์ทางเทคนิคที่จับต้องได้และน่าประทับใจ:

ตัวชี้วัดประสิทธิภาพ (Metrics)ผลลัพธ์หลังย้ายขึ้นคลาวด์ Azure
ความหน่วง (Latency)ดีขึ้นถึง 2 เท่า (ตอบสนองไวขึ้น)
ประสิทธิภาพ I/O (Max IOPS)เพิ่มขึ้น 60% บน Azure SQL Managed Instance
ระยะเวลาการโอนย้าย (Migration)หดสั้นลงจากแผนเดิม 9 เดือน เหลือเพียง 6 เดือน
ความปลอดภัย & การกู้คืน (DR)ยกระดับสู่ Zero-trust พร้อมระบบสำรองข้อมูลที่แกร่งกว่าเดิม

นอกจากนี้ ทีมงานยังระบุว่าประหยัดเวลาไปได้ถึง 2-3 ชั่วโมงต่อการย้ายเซิร์ฟเวอร์หนึ่งเครื่องเลยทีเดียว

ปูพรมแดงสู่ “Agentic AI” เต็มรูปแบบ

หัวใจสำคัญของการรวมศูนย์ข้อมูล (Data Consolidation) ไม่ใช่แค่การทำงานที่ง่ายขึ้น แต่คือ การสร้างรากฐานให้ AI สามารถสยายปีกได้อย่างเต็มที่

  • เจาะลึกข้อมูลด้วย Fabric IQ: Levi’s ใช้แพลตฟอร์มนี้ในการดึงข้อมูลจาก OneLake มาทำรายงานต้นทุนแบบ End-to-end ซึ่งง่ายดายจนพนักงานเพียงคนเดียวก็สามารถจัดการรายงานทั้งบริษัทได้
  • กองทัพ AI Agents ทะลุพัน: ปัจจุบันบริษัทได้นำ AI Agents มากกว่า 1,000 ตัวมาปรับใช้ในองค์กร พร้อมจัดแฮกกาธอนให้พนักงานได้คุ้นเคยกับ Copilot
  • เปลี่ยนทุกคนเป็นนักพัฒนา: ทีมโครงสร้างพื้นฐานราว 40 คน ใช้ GitHub Copilot ในการเขียน Infrastructure as code ซึ่งผู้บริหารระบุว่า “เครื่องมือนี้เปลี่ยนให้ทุกคนในทีมกลายเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์” ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการทำงานโดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนคน

กรณีศึกษาของ Levi’s ตอกย้ำกฎเหล็กของภาคอุตสาหกรรมในยุคดิจิทัลว่า “AI จะขยายผลไม่ได้ หากข้อมูลและกระบวนการยังไม่เป็นมาตรฐาน” การใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นผลพลอยได้ที่งดงามจากการจัดระเบียบแพลตฟอร์มและระบบ ERP ให้เป็นหนึ่งเดียวนั่นเอง

ที่มา: https://erp.today/levis-azure-erp-migration-ai-ready/

About pawarit

Check Also

Cognex ส่งฮีโร่ AI สุดล้ำ สยบปัญหา “อ่านโค้ดไม่ออก” บนแผ่นเวเฟอร์ในอุตสาหกรรม Semiconductor

รู้หรือไม่ว่าในโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ปัญหาคลาสสิกที่มักจะทำให้สายการผลิตต้องสะดุด คือเครื่องจักร “อ่านรหัสหรือมาร์คกิ้ง” บนแผ่นเวเฟอร์ไม่ออก! บางครั้งรหัสอาจจะจาง เลือนลาง หรืออยู่บนวัสดุที่สะท้อนแสงยาก ซึ่งถ้าสแกนไม่ผ่าน ก็แปลว่าต้องเสียเวลาให้คนเข้าไปจัดการ ทำให้กำลังการผลิตลดลง

อย่าเพิ่งรีบวิ่งหา AI ถ้าหลังบ้านยังรก! Infor ชี้อุตสาหกรรมโลหะต้องจัดระเบียบ ‘ระบบ ERP’ ให้เป๊ะก่อน

หลายโรงงานกำลังตื่นเต้นกับการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ แต่ Infor ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ระดับโลกได้ออกมาเบรกแนวคิดนี้ พร้อมระบุว่าผู้ผลิตในอุตสาหกรรมงานโลหะ (Metal Fabrication) จำเป็นต้องรื้อและจัดระเบียบโครงสร้างพื้นฐานอย่างระบบ ERP ให้ดีเสียก่อน จึงจะดึงศักยภาพของ AI ออกมาใช้งานได้อย่างแท้จริง