อุตสาหกรรมการผลิตไทยกำลังถูกบีบด้วยแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นและความผันผวนของ Supply Chain การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิทัลจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็น แต่กำแพงชิ้นใหญ่ที่ขวางกั้นโรงงานขนาดกลางไปจนถึงระดับ Enterprise ที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ คือต้นทุนมหาศาลของระบบ Enterprise Resource Planning หรือ ERP ระดับโลก ที่มักมาพร้อมตัวเลขหลักสิบล้านและค่า Subscription รายปีที่พุ่งสูง
แต่ปัญหานั้นจะหมดไปด้วย SAP Business One ที่ คุณอุษา จิรอนันตกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซอฟท์เพาเวอร์ ไอที จำกัด หรือ SoftPower IT พาร์ทเนอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ และยืนหยัดในวงการมากว่า 14 ปี ยืนยันว่า ฟีเจอร์ของ SAP Business One เมื่อผสานกับการออกแบบให้เข้ากับแต่ละองค์กรโดย SoftPowerIT จะช่วยติดปีกให้องค์กรทุกระดับเติบโตในยุคดิจิทัล ซึ่งรายละเอียดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามได้ในบรรทัดจากนี้

ช่องว่างตลาด ERP และจุดยืนแบบ Niche Expert
คุณอุษา เล่าให้ฟังว่า ท่ามกลางการแข่งขันของเวนเดอร์ ERP ซอฟต์แวร์ระดับ Tier 1 อย่าง SAP S/4HANA มุ่งเป้าไปที่องค์กรขนาดใหญ่ แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน แม้แต่องค์กรใหญ่ก็ถูกบีบให้จัดการงบประมาณด้านไอทีอย่างรัดกุม นำไปสู่การตัดสินใจเลือกระบบที่มีความคุ้มค่าสูงกว่า จึงเป็นโอกาสที่ SoftPower IT วางตัวเป็น Niche Expert ที่โฟกัสเฉพาะ SAP Business One หรือ B1 เพียงตัวเดียว
เพราะ SAP B1 มีจุดเด่นเรื่องความคุ้มค่า ผ่านการตอบโจทย์ลูกค้าได้ตั้งแต่ธุรกิจระดับพันล้านจนถึงหลักร้อยล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรมยานยนต์ โรงงานฉีดพลาสติก ไปจนถึงบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ยิ่งหลายองค์กรเลือกลดสเกลระบบลงมาใช้ SAP B1 เพราะสามารถทำงานหลักและปิดงบการเงินได้สมบูรณ์แบบเช่นเดียวกับระบบใหญ่ ก็ยิ่งเป็นโอกาสสำหรับบริษัท
เมื่อประกอบกับการลงทุนเริ่มต้นสำหรับระบบ SAP B1 ที่ครอบคลุมการใช้งานแบบครบวงจร หรือซื้อ, ขาย, สต็อก, ผลิต และบัญชี จะอยู่ที่ประมาณ 2-5 ล้านบาท สำหรับ 10-15 Users และสามารถขึ้นระบบได้ภายในเวลาเพียง 4-6 เดือน รวมถึงเป็นโมเดลลิขสิทธิ์แบบซื้อขาด แตกต่างจากระบบใหญ่ในตลาดที่เป็นแบบ Subscription องค์กรจ่ายก้อนใหญ่เพียงปีแรก และปีถัดไปรับผิดชอบเพียงค่าบำรุงรักษาประมาณ 17-18% ของราคาไลเซนส์ ก็ยิ่งตอบโจทย์ทิศทางการลงทุนระยะยาว
ทลายคอขวดสายการผลิตด้วย SFT Production และ WMS
ความท้าทายที่ต้องพบเจอประจำของการดึง ERP มาตรฐานโลกมาใช้ในโรงงานคือ ความเทอะทะ กระบวนการผลิตบนหน้าจอ ERP มักมีความซับซ้อนและมีขั้นตอนมากเกินความจำเป็นสำหรับหน้างานจริง SoftPower IT แก้ปัญหานี้ด้วยการพัฒนาระบบส่วนขยายแบบ Web-based ที่ทำงานสอดประสานกับฐานข้อมูล SAP B1 แบบเรียลไทม์ แต่ใช้สิทธิ์แบบ Unlimited User ทำให้ไม่ต้องจ่ายค่าไลเซนส์ SAP เพิ่มสำหรับผู้ปฏิบัติงานผ่านโซลูชันดังนี้
SFT Production ที่สามารถแปลงสูตรการผลิตซับซ้อนให้อยู่ในหน้าจอเดียว อุตสาหกรรมการผลิตที่มีส่วนประกอบชิ้นงานนับร้อยรายการ หรือมีขั้นตอนการผลิตที่ลึกกว่า 14 ขั้นตอน มักประสบปัญหาการบริหาร BOM ระบบ SFT Production ถูกออกแบบมาให้แสดงผลโครงสร้าง BOM ทั้งหมดแบบ Tree-view ในหน้าเดียว
- ระบบประมวลผลการคำนวณ MRP (Material Requirements Planning) เบ็ดเสร็จ
- มีแดชบอร์ดแสดงผลเปรียบเทียบระหว่างต้นทุนมาตรฐาน ต้นทุนการผลิตจริง และราคาอ้างอิงจากใบสั่งซื้อล่าสุด เปิดโอกาสให้ผู้บริหารบริหารจัดการต้นทุนได้ทันทีในสภาวะที่ราคาวัตถุดิบผันผวน
- ผู้ปฏิบัติงานสามารถสแกนบาร์โค้ดจากป้าย Label ที่เครื่องจักร เพื่อเบิกวัตถุดิบ บันทึกของเสีย หรือบันทึก Down-time เข้าสู่ระบบ SAP B1 ได้โดยตรงแบบเรียลไทม์ ลดกระบวนการพึ่งพากระดาษและลดข้อผิดพลาดจากการบันทึกซ้ำ
Warehouse Management System (WMS) ช่วยอุดช่องโหว่เรื่อง Stock Traceability และโดดเด่นด้วยการประมวลผลข้อมูลลงฐานข้อมูล SAP B1 โดยตรง ปราศจากการทำ Interface ข้ามระบบที่มักก่อให้เกิดปัญหาความเสถียร
- รองรับการสแกนผ่าน Handheld Scanner ครอบคลุมการรับเข้า โอนย้าย จัดเก็บ และหยิบสินค้า
- จัดการเรื่อง Lot, Serial Number, และ Expiry Date ได้อย่างแม่นยำ
- สามารถนำไปปรับใช้ครอบคลุมโครงสร้างคลังสินค้าขนาดใหญ่ได้ด้วยงบประมาณการวางระบบเพียงหลักแสนบาท
Data Foundation และพื้นฐานรากการทำ AI
คุณอุษา เสริมว่า จากกระแส AI ที่กำลังตื่นตัวอยู่ตอนนี้ องค์กรต้องมองทะลุกระแสความตื่นตัวไปสู่ความต้องการที่แท้จริง เพราะความต้องการหลักของผู้บริหารในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่การนำ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก แต่พวกเขาต้องการให้ AI ทำหน้าที่เสมือน Agent เพื่อลดการพึ่งพาทรัพยากรมนุษย์ในกระบวนการทำงานซ้ำซ้อน เช่น การตั้งหนี้ หรือการบันทึกบัญชีอัตโนมัติ
อย่างไรก็ตาม AI จะไม่มีมูลค่าหากปราศจากฐานข้อมูลที่ถูกต้องและรวมศูนย์ การวางระบบ SAP B1 ควบคู่กับ SFT Production และ WMS จึงเป็นก้าวแรกในการกวาดข้อมูลจากหน้างานและคลังสินค้าเข้าสู่ Single Source of Truth โดย SoftPower IT วางโรดแมปเตรียมนำเทคโนโลยี AI และระบบ OCR เข้ามาเสริมศักยภาพของ SAP B1 ในช่วงไตรมาส 3-4 เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ Data-Driven ขององค์กร
บริการหลังการขายแบบ Human Touch คืออาวุธ
แม้โซลูชันจะล้ำหน้าเพียงใด แต่ปรัชญาการทำธุรกิจที่ทำให้ SoftPower IT แข็งแกร่งมาถึงทศวรรษคือเรื่อง Human Touch ยิ่งในยุคที่ผู้ให้บริการไอทีหลายรายเลือกปรับลดพนักงานและใช้ Chatbot หรือระบบ Helpdesk Ticket เข้ามาแทนที่ SoftPower IT เลือกที่จะคงทีม Support ที่ลูกค้าสามารถยกหูโทรศัพท์คุยกับผู้เชี่ยวชาญได้โดยตรง
“การให้พนักงานบัญชีหรือสโตร์ที่มีอายุ 40-50 ปี ไปนั่งพิมพ์คุยกับบอท ไม่ใช่การแก้ปัญหา เราเชื่อว่าการสื่อสารด้วยความเป็นมนุษย์ คือกุญแจสำคัญในการคลี่คลายปัญหาหน้างาน ซอฟต์แวร์อาจจะใช้เวลาติดตั้งเพียงไม่กี่เดือน แต่การดูแลและซัพพอร์ตลูกค้าคือสิ่งที่คงอยู่ไปนับสิบปี” คุณอุษา กล่าว
นี่คือบทสรุปความแข็งแกร่งของ SoftPower IT ที่นำเสนอมากกว่าแค่ตัวซอฟต์แวร์ แต่เป็นการส่งมอบสถาปัตยกรรมทางธุรกิจที่ยืดหยุ่น เชื่อถือได้ และเข้าใจบริบทของอุตสาหกรรมไทยอย่างแท้จริง
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย







