ในงาน Autodesk University 2026 ที่ผ่านมา Autodesk ได้เผยโฉมเทคโนโลยี Agentic AI ซึ่งเป็นการยกระดับผู้ช่วยอัจฉริยะ (Autodesk Assistant) เจเนอเรชันใหม่ โดยครั้งนี้ AI จะไม่ได้จำกัดการทำงานอยู่แค่ในโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งอีกต่อไป แต่จะทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลข้ามสายงาน ครอบคลุมทั้ง Autodesk Forma (งานสถาปัตยกรรมและก่อสร้าง), Fusion (งานออกแบบและการผลิต) และ Flow (สื่อและบันเทิง) เพื่อให้คนทำงานโฟกัสกับเป้าหมายของงาน มากกว่าการมานั่งจำว่าต้องใช้เครื่องมือไหน

จุดเด่นที่ทำให้ระบบของ Autodesk แตกต่างจาก AI ทั่วไป คือความสามารถในการเข้าใจข้อจำกัดของโลกความเป็นจริง ทั้งทางวิศวกรรม รูปทรงเรขาคณิต ฟิสิกส์ และกระบวนการผลิต
ลองจินตนาการว่าหากมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างหลักของอาคาร AI ตัวนี้จะไม่ใช่แค่รับทราบคำสั่งแก้แบบ แต่จะมองเห็นภาพรวมและประเมินผลกระทบที่ตามมาทั้งหมด เช่น กระทบต่อการผลิตชิ้นส่วน งบประมาณบานปลายไหม หรือตารางเวลาก่อสร้างต้องเลื่อนออกไปอย่างไร จากนั้น AI จะดึงข้อมูลและเครื่องมือที่จำเป็นมาให้ทีมงานใช้ตัดสินใจและแก้ไขปัญหาได้ทันที
3 ความสามารถเด่นของ Assistant เจเนอเรชันใหม่
- รู้ว่าเรื่องไหนสำคัญสุด: มีระบบ “Personal Pulse” ช่วยจัดลำดับความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้นในโปรเจกต์ และมี “Assistant Spaces” ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางให้ทีมงานและ AI ได้เข้ามาวิเคราะห์และแก้ปัญหาร่วมกัน
- สั่งการข้ามระบบได้อย่างลื่นไหล: ผู้ใช้งานสามารถสั่งงานด้วยภาษาพูดปกติหรือใช้เสียง เพื่อให้ AI ช่วยจำลองสถานการณ์หรือประเมินการผลิต โดยดึงความสามารถจากเครื่องมือเฉพาะทางของ Autodesk มาเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้
- เชื่อมต่อ AI ขององค์กรคุณได้เอง: ระบบ “Assistant Builder” เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานนำ AI เครื่องมือ หรือบริการจากพาร์ทเนอร์ภายนอก เข้ามาเชื่อมต่อกับระบบข้อมูลของโปรเจกต์ได้อย่างอิสระ
เบื้องหลังความฉลาดนี้มีระบบที่เรียกว่า Autodesk AI Orchestrator คอยประเมินและเลือกใช้โมเดล AI ที่แม่นยำ รวดเร็ว และปลอดภัยที่สุดสำหรับแต่ละงานย่อย โดยยังคงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลเป็นอันดับหนึ่ง สอดคล้องกับผลสำรวจที่ชี้ว่าผู้นำในอุตสาหกรรมกว่า 70% คาดหวังให้ AI เข้ามาช่วยรับจบงานรูทีนที่น่าเบื่อ เพื่อให้พวกเขามีเวลาโฟกัสกับงานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญและการตัดสินใจจริงๆ
ทั้งนี้ Autodesk Assistant เวอร์ชันปัจจุบันเปิดให้ใช้งานแล้วในหลายโปรแกรมหลัก แต่สำหรับประสบการณ์เจเนอเรชันใหม่ที่เชื่อมต่อทุกระบบเข้าด้วยกันนี้ มีแผนจะเปิดตัวให้ใช้งานในรูปแบบ Standalone ภายในปี 2027
ที่มา: https://www.engineering.com/autodesk-previews-agentic-ai-for-connected-project-workflows/
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย







