5 เหตุผลที่ ERP องค์กรต้องพร้อม ก่อนก้าวสู่การใช้ AI ในภาคธุรกิจอย่างได้ผล โดย NTT DATA Business Solutions Thailand

ในช่วงปี 2025 – 2026 ที่ผ่านมา หลายองค์กรในไทยก็ได้เริ่มทดลองโครงการทางด้าน AI กันไปไม่มากก็น้อย แต่มีโครงการเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งอุปสรรคส่วนใหญ่ที่ธุรกิจองค์กรพบในการทำโครงการ AI ให้ประสบความสำเร็จนั้นก็คือ “การขาดความพร้อมของข้อมูลธุรกิจ”

NTT DATA Business Solutions Thailand หรือ NDBS Thailand  ในฐานะของผู้นำด้านระบบ ERP และโซลูชันจาก SAP ขอนำเสนอบทเรียนจากประสบการณ์ในการเตรียมความพร้อมระบบ ERP ให้สามารถรองรับต่อความต้องการของ AI ในอนาคตด้วยกัน 5 ประการ ดังนี้

1. AI นั้นจะฉลาดได้เท่ากับข้อมูลธุรกิจที่มี ในขณะที่ผู้ใช้งาน AI แต่ละคนต้องมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลธุรกิจได้เท่าที่จำเป็น

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าในทุกโครงการ AI สำหรับภาคธุรกิจนั้น องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดไม่ได้มีเพียงแค่เทคโนโลยีทางด้าน AI เท่านั้น แต่ธุรกิจองค์กรยังต้องมี “Data” หรือ “ข้อมูล” ที่ครบถ้วนต่อแต่ละโครงการด้วย ดังนั้นหากธุรกิจยังไม่เคยมีระบบ ERP ที่รวบรวมข้อมูลสำคัญในการดำเนินธุรกิจมาก่อน หรือมีระบบ ERP อยู่แล้วแต่ไม่สามารถนำไปเชื่อมต่อใช้งานกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพเนื่องจากระบบ ERP ดังกล่าวอาจจะขาดการเก็บข้อมูลที่ครบถ้วนเพียงพอ มักจะทำให้หลายๆ โครงการ AI ต้องประสบปัญหาในการดำเนินการจริง

Credit: SAP

ในการดำเนินโครงการ AI นั้น ข้อมูลธุรกิจใน ERP นั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมากทั้งต่อโครงการ AI ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน, การวิเคราะห์ข้อมูล, การปรับกระบวนการทำงานให้เป็นอัตโนมัติ รวมถึงการวัดผลของโครงการ AI โดยอาจมีการผสานข้อมูลจากระบบ ERP เข้ากับข้อมูลธุรกิจจากระบบอื่นๆ หรือไฟล์งานอื่นๆ ที่มีการใช้งานด้วย ดังนั้นระบบ ERP สมัยใหม่ที่รองรับต่อความต้องการได้อย่าง GROW with SAP  จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับการพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ ในขณะเดียวกัน การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลโดย AI Agent ที่ใช้งานในแผนกต่างๆ นั้นก็ต้องมีความรัดกุมภายใต้นโยบายการกำกับดูแลและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่ดี เพื่อไม่ให้เกิดกรณีข้อมูลรั่วไหล ซึ่ง GROW with SAP เองก็พร้อมรองรับส่วนนี้ได้เป็นอย่างดี

2. การใช้ AI ให้ประสบความสำเร็จในระยะยาวนั้น AI จะต้องเข้าถึงได้ทั้งข้อมูล, กระบวนการ และรูปแบบการตัดสินใจของธุรกิจในทุกแผนกอย่างครบถ้วน

สิ่งสำคัญที่อยู่ภายในระบบ ERP นั้นไม่ได้มีเพียงแค่ข้อมูลธุรกิจเท่านั้น แต่ยังมีกระบวนการการดำเนินงานของแต่ละฝ่าย และข้อมูลการตัดสินใจย้อนหลังในแต่ละกระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นการอนุมัติการดำเนินงาน หรือแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ ก็ตาม

Credit: SAP

ประเด็นนี้จะมีความสำคัญเป็นอย่างมากเมื่อธุรกิจองค์กรได้เริ่มใช้ AI ในระดับที่สูงขึ้นในอนาคต เช่น การใช้ AI Agent เพื่อดำเนินงานในส่วนต่างๆ โดยอัตโนมัติ, การใช้ AI ตรวจสอบความโปร่งใสในการดำเนินงาน, การใช้ AI สอบทานการทำ Compliance ในส่วนต่างๆ ไปจนถึงการใช้ AI วิเคราะห์การดำเนินงานเพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

3. การเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรสู่โลกยุค AI ต้องทำให้ผู้ใช้งานคุ้นเคยกับ AI ในงานที่ทำเป็นประจำให้ได้เป็นก้าวแรก

อีกโจทย์สำคัญที่ทำให้โครงการ AI ของหลายองค์กรไม่บรรลุผลเท่าที่ควรนั้นก็คือ “การทำให้ผู้บริหารและพนักงานใช้งาน AI อย่างเป็นประจำและเกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจ” ซึ่งระบบ AI ที่แยกขาดออกจากระบบ Business Application นั้นมักจะเผชิญกับปัญหานี้โดยตรง เนื่องจากการมีระบบ AI ใหม่เพิ่มเข้ามานั้นได้กลายเป็นภาระในการทำงานของผู้บริหารและพนักงานที่ต้องเรียนรู้และใช้งานระบบใหม่ๆ เพิ่มเติม ในขณะที่การทำงานประจำวันก็ยังคงต้องใช้ Business Application ที่มีอยู่ต่อไป

Credit: SAP

GROW with SAP สามารถตอบโจทย์นี้ได้ด้วยแนวคิด Embedded AI ที่ฝังระบบ AI อย่าง SAP Joule และ SAP Business AI เข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบ ERP โดยตรง ทำให้การเข้าถึงและใช้งาน AI นั้นมีความสะดวก รวดเร็ว และง่ายดาย อีกทั้งยังมีความมั่นใจในความแม่นยำของข้อมูล ซึ่งจะเสริมสร้างความเชื่อมั่นในผลลัพธ์การทำงานของ AI มากยิ่งขึ้น

4. การใช้ AI อย่างมั่นใจ ต้องมีการกำกับดูแลและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่ดี ในขณะที่ต้องทำให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างสะดวก

อีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้บริหารและพนักงานในองค์กรสามารถใช้ AI ในการดำเนินธุรกิจในแต่ละวันได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้นนั้น ก็คือการที่ระบบ AI ที่เปิดให้ใช้งานนั้นจะต้องมีการกำกับดูแลและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่ดี เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้งาน AI ในการทำงานร่วมกับข้อมูลหรือกระบวนการสำคัญของธุรกิจได้โดยไม่ต้องพะวงว่าการใช้ AI จะสร้างความเสียหายหรือละเมิดต่อนโยบายใดๆ ขององค์กร

Credit: SAP

GROW with SAP  สามารถตอบโจทย์ข้อนี้ได้เป็นอย่างดีด้วยความสามารถของ SAP Joule และ SAP Business AI ที่ช่วยให้การสร้าง AI Agent สำหรับการใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ ของผู้บริหารและพนักงานแต่ละคนนั้นเป็นไปได้ภายใต้ขอบเขตการเชื่อมต่อเข้าถึงข้อมูลที่เหมาะสม เช่น การเปิดให้ AI Agent สำหรับพนักงานแผนกหนึ่งๆ นั้นเข้าถึงได้เฉพาะข้อมูลในส่วนที่ตนเองมีสิทธิ์เท่านั้น หรือควบคุมขอบเขตการทำงานของ AI ให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดความผิดพลาดร้ายแรงในการดำเนินงาน เป็นต้น

นอกจากนี้ การใช้งาน GROW with SAP  ร่วมกับ SAP Joule และ SAP Business AI เองก็จะมีความได้เปรียบกว่าการนำ AI จากภายนอกมาใช้งานร่วมกับข้อมูลและกระบวนการภายในระบบ ERP ในแง่ของความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ที่ข้อมูลสำคัญของธุรกิจในระบบ ERP ของ GROW with SAP  นั้นจะไม่ต้องถูกส่งออกไปยังระบบ AI ภายนอก เลย ซึ่งจะสามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลได้เป็นอย่างดี

5. การใช้ AI ในองค์กร ต้องวัดผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนเพื่อการต่อยอดและการดำเนินโครงการถัดๆ ไปในอนาคต

สุดท้ายคือประเด็นเรื่องการวัดผลความคุ้มค่าของการลงทุนทางด้าน AI ซึ่งโดยทั่วไปแล้วโครงการทางด้าน AI ที่ผ่านมามักถูกกำหนดเกณฑ์การวัดผลขึ้นมาตามแต่ละโครงการ แต่ไม่ได้มีการนำผลลัพธ์จากการดำเนินธุรกิจจริงๆ จากระบบ ERP เข้าไปร่วมประเมินด้วย ไม่ว่าจะเป็นผลประกอบการรายไตรมาสที่เปลี่ยนแปลง, ปริมาณของการดำเนินงานในกระบวนการแต่ละส่วนที่เพิ่มขึ้น, ความเร็วในการดำเนินงานแต่ละส่วนที่สูงขึ้น เป็นต้น

Credit: SAP

แนวโน้มของการใช้ข้อมูลจากระบบ ERP มาช่วยสะท้อนผลสัมฤทธิ์ทางธุรกิจในการดำเนินโครงการด้าน AI นั้นกำลังกลายเป็นตัวชี้วัดใหม่ที่มีความสำคัญ ซึ่ง GROW with SAP มีข้อมูลเหล่านี้อย่างครบถ้วนพร้อมให้นำไปประกอบการชี้วัดความสำเร็จได้ทันที

GROW with SAP : ระบบ Cloud ERP ที่จะเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจของคุณ และตอบรับความต้องการใหม่ๆ สำหรับ AI ได้อย่างต่อเนื่อง

GROW with SAP คือแพลตฟอร์ม Cloud ERP ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจที่กำลังเติบโต โดยมุ่งเน้นการมอบศักยภาพของระบบ ERP ระดับองค์กรขนาดใหญ่ให้กับธุรกิจ ที่เริ่มต้นใช้งานและดูแลรักษาได้อย่างไม่ซับซ้อน ไม่มีต้นทุนที่สูงเกินไป และสามารถติดตั้งใช้งานได้อย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นที่ง่ายดายสำหรับองค์กรที่ต้องการเปลี่ยนจากระบบ ERP ที่ใช้งานอยู่เดิม หรือเครื่องมือและข้อมูลธุรกิจที่กระจัดกระจายอยู่ในไฟล์ Excel มาสู่การทำงานบนแพลตฟอร์มที่ทันสมัยและเป็นหนึ่งเดียว

Credit: SAP

หัวใจสำคัญของ GROW with SAP  นั้นประกอบไปด้วย SAP S/4HANA Cloud Public Edition และ SAP SuccessFactors HCM ซึ่งเชื่อมโยงการทำงานหลักทั้งด้านการเงิน ซัพพลายเชน และทรัพยากรบุคคล เข้าไว้ด้วยกันในระบบเดียว นอกจากนี้ยังมีการผสานรวมเทคโนโลยี AI ของ SAP อย่าง “Joule” เข้าไปในกระบวนการทำงาน เพื่อช่วยให้การจัดการงานในแต่ละวันเป็นไปโดยอัตโนมัติและช่วยดึงข้อมูลเชิงลึกมาสนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว

จุดเด่นที่สำคัญของ GROW with SAP  คือระบบได้เตรียม Pre-configured Best Practices ที่พร้อมใช้งานสำหรับมากกว่า 25 อุตสาหกรรมเอาไว้ ทำให้ธุรกิจสามารถเริ่มต้นใช้งานระบบได้ทันทีตั้งแต่วันแรกโดยไม่ต้องเริ่มวางระบบใหม่ด้วยตนเองจากศูนย์ นอกจากนี้ยังมีบริการ SAP GROW Fast ที่ช่วยให้การติดตั้งระบบเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่สัปดาห์ ด้วยกรอบการทำงานที่ชัดเจน ขอบเขตงานที่กำหนดไว้ล่วงหน้า และราคาที่โปร่งใส ช่วยลดปัญหาเรื่องงบประมาณและเวลาที่บานปลาย

ในด้านผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) GROW with SAP มอบความคุ้มค่าผ่าน 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ระยะเวลาคืนทุนที่รวดเร็ว, การควบคุมต้นทุนที่คาดการณ์ได้ และความสามารถในการเพิ่มขยายระบบที่ยืดหยุ่นสำหรับรองรับการเติบโตในอนาคต ช่วยให้ธุรกิจสามารถขยายสู่ตลาดใหม่ หรือเพิ่มรูปแบบธุรกิจในอนาคตได้โดยไม่จำเป็นต้องรื้อหรือลงทุนทำระบบ ERP ใหม่อีกครั้ง

ตัวอย่างความสำเร็จจากลูกค้าที่ไว้วางใจ NTT DATA Business Solutions ได้แก่

Sotus International Co., Ltd. ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เคมีการเกษตรชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งได้เลือกใช้ SAP S/4HANA Cloud, Public Edition เพื่อเชื่อมโยงกระบวนการทำงานตั้งแต่การผลิต การนำเข้า ไปจนถึงการจัดจำหน่าย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูล และรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

https://www.techtalkthai.com/sotus-international-co-ltd-data-driven-business-by-grow-with-sap-by-ntt-data-business-solutions-thailand/

อีกหนึ่งตัวอย่างคือ Rianthai Interplas Co., Ltd. ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ ซึ่งได้นำ SAP S/4HANA Cloud, Public Edition มาใช้เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน ปรับปรุงกระบวนการผลิต และยกระดับความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

https://www.techtalkthai.com/rianthai-interplas-ntt-data-business-solutions-thailand/

ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะอยู่ในอุตสาหกรรมใด NTT DATA Business Solutions พร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการวางระบบ SAP Cloud ERP มาช่วยสร้างรากฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล

สนใจโซลูชัน SAP หรือ AI ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ NDBS ได้ทันที

เกี่ยวกับ NTT DATA Business Solutions (Thailand) Ltd.

NTT DATA Business Solutions (Thailand) Ltd. ภายใต้กลุ่มบริษัท NTT DATA ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก พร้อมให้บริการด้าน SAP, Data & AI และ Digital Transformation สำหรับองค์กรทุกขนาดและทุกอุตสาหกรรม

ด้วยประสบการณ์การให้บริการโซลูชัน SAP ในประเทศไทยมาอย่างยาวนานกว่า 27 ปี และความเชี่ยวชาญจากทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน Business Process, ERP Transformation และเทคโนโลยีดิจิทัล NDBS พร้อมเป็นที่ปรึกษาในการวางกลยุทธ์ ออกแบบ พัฒนา และติดตั้งโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจขององค์กร

ในฐานะสมาชิก SAP Global Partner และผู้ให้บริการโซลูชัน SAP ครบวงจร เราพร้อมสนับสนุนองค์กรในการเปลี่ยนผ่านสู่ Intelligent Enterprise ด้วยโซลูชัน เช่น SAP Business Suite, SAP S/4HANA Cloud, SAP Business AI, Joule AI และโซลูชัน SAP อื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ยกระดับกระบวนการทางธุรกิจ และสร้างความสามารถในการแข่งขันในยุคดิจิทัล

หากองค์กรของคุณกำลังมองหาโซลูชัน SAP, AI หรือแนวทางการยกระดับระบบ ERP เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคต สามารถติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ NTT DATA Business Solutions (Thailand) Ltd. ได้ทันที เราพร้อมให้คำปรึกษาด้วยประสบการณ์จริงจากโครงการ SAP ที่หลากหลาย เพื่อช่วยองค์กรของคุณค้นหาแนวทางที่เหมาะสมและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ยั่งยืน


📧 Email: [email protected]
🌐 Website: www.nttdata-solutions.com/th
☎ Contact: ฝ่ายการตลาด 02-2370553 ต่อ 102
NTT DATA Business Solutions (Thailand)

About Suphasin Sueklab

Check Also

โรงไฟฟ้า บีแอลซีพี ร่วม กรมประชาสัมพันธ์ แสดงวิสัยทัศน์แลกเปลี่ยนมุมมองในเวทีเสวนา EEC มุ่งสร้างความเชื่อมั่น ดันเศรษฐกิจโตคู่คุณภาพชีวิตยั่งยืน [PR]

นายยุทธนา เจริญวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) (ที่สองจากขวา) ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในเวทีเสวนา EEC ระยะต่อไป : สื่อสารความก้าวหน้า สร้างความเชื่อมั่น …

พลิกโฉมน้ำนมดิบสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม

โดย กมล พรชัยชนะกิจ กรรมการผู้จัดการ Flottweg Thailand ภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปถือเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ด้วยมูลค่าอุตสาหกรรมที่สูงกว่า 5.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับไทยมุ่งวางยุทธศาสตร์ให้ก้าวสู่การเป็น 1 ใน 10 ประเทศผู้ส่งออกอาหารแปรรูปรายใหญ่ของโลกภายในปีหน้า …