บอร์ดอีวีไฟเขียวเตรียมปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) นำเข้าแบบสำเร็จรูปทั้งคัน (CBU) หวังกระตุ้นให้ค่ายรถยนต์หันมาลงทุนตั้งฐานการผลิตและใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ แทนที่จะพึ่งพาการนำเข้าเพียงอย่างเดียว

สำหรับทิศทางการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่นั้น ภาครัฐและเอกชนกำลังหารือเพื่อใช้มาตรการทางภาษีมาเป็นกลไกสำคัญ โดยกลุ่ม รถยนต์ไฟฟ้านำเข้าสำเร็จรูปทั้งคัน (CBU) ที่ไม่ได้ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ อาจต้องเผชิญกับอัตราภาษีที่พุ่งสูงถึง 31-39% จากปัจจุบันที่เสียอยู่เพียง 10%
ในทางกลับกัน เพื่อเป็นการจูงใจให้เกิดการตั้งฐานการผลิต ค่ายรถที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทยและใช้ชิ้นส่วนในประเทศตามเกณฑ์ จะยังคงได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีในอัตราที่ต่ำที่สุดเพียง 2% เช่นเดิม ส่วนกลุ่ม รถไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริด ที่ผลิตและใช้ชิ้นส่วนในไทย ก็จะได้รับอานิสงส์จ่ายภาษีในอัตราพิเศษเพียง 5-6% (จากอัตราปกติที่เริ่มต้น 15%)
นอกจากนี้ สำหรับรถยนต์ที่นำเข้ามาเพื่อการทดสอบ หรือนำเข้ามาเพื่อใช้ประกอบยานยนต์ในไทย จะได้รับการผ่อนปรนให้เสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่ากลุ่มที่นำเข้ามาเพื่อจำหน่ายทั้งคันอย่างชัดเจน มาตรการทั้งหมดนี้ก็เพื่อสกัดกั้นรถนำเข้า และสร้างเกราะคุ้มกันให้กับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยนั่นเอง
***รถนำเข้าเพื่อการทดสอบ หรือนำเข้ามาประกอบในไทย จะได้รับอัตราภาษีที่ต่ำกว่ากลุ่มนำเข้าเพื่อขายโดยตรง
ทำไมถึงต้องปรับโครงสร้างภาษีในเวลานี้?
- ตลาดยานยนต์เปลี่ยนผ่านเต็มตัว: ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2026 ยอดจดทะเบียนรถใหม่ในไทยเป็นกลุ่ม EV และไฮบริดรวมกันสูงถึง 55% ซึ่งแซงหน้ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) ไปแล้วอย่างเป็นทางการ
- ปกป้องและต่อยอดอุตสาหกรรมเดิม: ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์มานานกว่า 60 ปี รัฐบาลจึงต้องการเปลี่ยนวิกฤตที่คนหันไปซื้อรถนำเข้า ให้เป็นโอกาสในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการจ้างงานระยะยาว
- เข้มงวดสัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content): กรมสรรพสามิตกำลังทบทวนเกณฑ์ชิ้นส่วนในประเทศ จากเดิมที่ใช้สัดส่วนไทย 40% : ต่างชาติ 60% อาจถูกขยับขึ้นเป็น 50:50 หรือปรับเงื่อนไขให้รัดกุมขึ้น เพื่อให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตกอยู่กับผู้ผลิตที่ใช้ซัพพลายเชนในไทยจริงๆ
ปัจจุบัน ประเทศไทยดึงดูดการลงทุนในระบบนิเวศอีวีไปแล้วกว่า 1.4 แสนล้านบาท ผ่าน 189 โครงการ มีศักยภาพในการผลิตรถ EV สูงถึง 380,000 คันต่อปี และสร้างงานแล้วราว 25,000 ตำแหน่ง การเปิดให้นำเข้ารถ EV ในช่วงแรกเป็นเพียงกลยุทธ์ “ให้ตลาดทำความรู้จัก” แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแห่งภูมิภาค
ข้อสรุปของอัตราภาษีใหม่ รวมถึงระยะเวลาผ่อนผัน (Grace Period) เพื่อให้ค่ายรถต่างๆ ได้ปรับตัว จะถูกประกาศอย่างเป็นทางการภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ โดยผู้ที่สั่งจองรถล่วงหน้าก่อนที่เกณฑ์ใหม่จะมีผลบังคับใช้ จะยังคงได้รับสิทธิ์ในอัตราภาษีเดิม
ที่มา: https://serrarigroup.com/thailand-plans-higher-ev-import-taxes-to-boost-domestic-manufacturing/
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








