AI จีนพลิกเกม ERP ชูกลยุทธ์ หั่นต้นทุน คืนอำนาจคุมข้อมูล เขย่าบัลลังก์ยักษ์ใหญ่ซอฟต์แวร์

ท่ามกลางกระแสการตื่นตัวเรื่องปัญญาประดิษฐ์ในระดับองค์กร ชื่อของโมเดล AI จากฝั่งจีนอย่าง DeepSeek, Qwen (จากค่าย Alibaba) และ Kimi (จาก Moonshot AI) กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “ทางเลือกใหม่” ที่เข้ามาท้าทายบริษัทยักษ์ใหญ่จากฝั่งสหรัฐฯ ด้วยจุดเด่นด้านราคาที่เข้าถึงได้ และความยืดหยุ่นที่กำลังจะพลิกโฉมการใช้ AI ในระบบหลังบ้านของธุรกิจอย่าง ERP (Enterprise Resource Planning)

“ถูกกว่า” และ “ติดตั้งเองได้”

จีนกำลังใช้กลยุทธ์ที่เคยประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมรถยนต์ EV และโซลาร์เซลล์ นั่นคือการเน้น “สเกลขนาดใหญ่และราคาที่ถูกกว่า” ปัจจุบันช่องว่างด้านความฉลาดระหว่าง AI จีนและสหรัฐฯ แคบลงมาก แต่ต้นทุนการใช้งานกลับถูกกว่าอย่างเห็นได้ชัด ช่วยให้องค์กรประหยัดงบประมาณมหาศาลเมื่อต้องนำ AI มาใช้งานจริงในสเกลใหญ่

นอกจากเรื่องราคา จุดเด่นที่ซื้อใจองค์กรยุโรปและทั่วโลกได้คือ โมเดลจีนหลายตัวเป็นแบบ “Open-weight” ซึ่งเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถนำโมเดล AI ไปติดตั้งและประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง (Self-hosting) ได้โดยตรง สิ่งนี้ตอบโจทย์ระบบ ERP มากที่สุด เพราะ ERP มักเต็มไปด้วยข้อมูลความลับสุดยอดของบริษัท ทั้งตัวเลขการเงิน ข้อมูลลูกค้า และเงินเดือนพนักงาน การที่ไม่ต้องส่งข้อมูลเหล่านี้ผ่านคลาวด์ภายนอก ช่วยทลายกำแพงความกลัวเรื่องข้อมูลรั่วไหลได้อย่างราบคาบ

แรงกระเพื่อมถึงยักษ์ใหญ่ SAP, Oracle และ Microsoft เมื่อ AI มีราคาถูกลงและติดตั้งใช้งานเองได้ องค์กรต่างๆ จึงเริ่มนำ AI ไปฝังไว้ในทุกๆ การทำธุรกรรมและกระบวนการทำงานอัตโนมัติของระบบ ERP แทนที่จะพึ่งพาแค่ฟีเจอร์ “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” ราคาแพงเพียงไม่กี่ฟังก์ชัน

เทรนด์นี้กำลังสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ ERP ระดับโลก เพราะลูกค้าเริ่มเรียกร้องอิสระในการ “เลือกโมเดล AI เอง” ให้เหมาะกับงาน แทนที่จะถูกมัดมือชกให้ใช้เฉพาะ AI ที่แถมมากับระบบ ผู้ให้บริการ ERP จึงต้องเผชิญกับโจทย์ใหญ่ว่า จะปรับตัวอย่างไรเมื่อองค์กรไม่ได้สนใจแล้วว่าใช้ AI ของใคร แต่มองหาความคุ้มค่าและความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหลัก

ระวังความเสี่ยง มุ่งสู่กลยุทธ์ “ใช้หลายโมเดล”

แม้ AI จีนจะน่าดึงดูด แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าองค์กรต้องรับมือกับความเสี่ยง 2 ด้านหลัก คือ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่อาจเกิดการแบนเทคโนโลยีระหว่างประเทศเมื่อใดก็ได้ และ ความปลอดภัยของข้อมูล หากองค์กรเลือกใช้บริการผ่าน API ของจีนโดยตรงแทนการดึงมาตั้งเซิร์ฟเวอร์เอง

บทสรุปของเรื่องนี้จึงไม่ใช่การฟันธงว่าต้องเลือก “AI จีน ทิ้ง AI สหรัฐฯ” แต่โลกอุตสาหกรรมกำลังก้าวสู่กลยุทธ์ Multi-Model หรือการใช้โมเดล AI ที่หลากหลายผสมผสานกัน องค์กรอัจฉริยะจะเลือกดึง AI ตัวที่เก่งและคุ้มค่าที่สุดมาใช้ในแต่ละฟังก์ชันงาน โดยไม่ผูกขาดกับค่ายใดค่ายหนึ่ง เพื่อกระจายความเสี่ยงและรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว

ที่มา: https://erp.today/chinese-ai-models-erp-europe/

About pawarit

Check Also

Bill Gates เรียกร้องเก็บภาษี AI และหุ่นยนต์ หวังสกัดกระแสเลิกจ้างแรงงาน ด้านภาคอุตสาหกรรมคัดค้านหนัก

Bill Gates ผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft ออกมาเรียกร้องให้มีการจัดเก็บภาษีการใช้งาน AI และหุ่นยนต์ เพื่อชะลอการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาแทนที่แรงงานมนุษย์ พร้อมชี้ว่าระบบภาษีปัจจุบันเอื้อให้องค์กรนำหุ่นยนต์มาใช้เพื่อลดหย่อนภาษี อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ถูกคัดค้านอย่างหนักจากสหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ (IFR) ที่มองว่านโยบายดังกล่าวจะขัดขวางขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

Veeam นำเสนอ Agentic AI Governance รับมือภูมิทัศน์ด้าน AI Governance ที่กำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทย [PR]

Veeam Software ซึ่งเป็น The Data and AI Trust Company นำเสนอ agentic AI ศักยภาพสูงบน Veeam DataAI™ …