โลกธุรกิจและเทคโนโลยีหมุนไปอย่างรวดเร็ว ข้อตกลงการค้าที่เคยใช้ได้ดีในอดีตอาจไม่ตอบโจทย์บริบทปัจจุบันอีกต่อไป ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมจากญี่ปุ่นและกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) ได้ประชุมร่วมกันที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และมีมติสำคัญในการนำ “ข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ” ที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2008 กลับมาปัดฝุ่นและทบทวนใหม่ให้ก้าวทันยุคสมัย

การยกเครื่องข้อตกลงครั้งนี้ พุ่งเป้าไปที่การรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการอุดช่องโหว่และสร้างความยืดหยุ่นให้กับ “ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)” ข้ามพรมแดนที่มักได้รับผลกระทบจากวิกฤตโลก รวมถึงการเตรียมพร้อมรองรับบทบาทของ “ปัญญาประดิษฐ์ (AI)” ที่กำลังเข้ามาพลิกโฉมการผลิตและเศรษฐกิจทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นอกจากมิติทางเทคโนโลยีแล้ว “ความมั่นคงทางพลังงาน” ยังเป็นอีกหนึ่งวาระร้อนที่ถูกหยิบยกมาหารือ ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่อาจกระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบ ญี่ปุ่นได้ออกมายืนยันความมุ่งมั่นที่จะให้การสนับสนุนระบบการสำรองน้ำมันในกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อให้มั่นใจว่าภาคการผลิตและอุตสาหกรรมจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้แม้ในยามฉุกเฉิน
นายเรียวเซ อากาซาวะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น กล่าวเปิดการประชุมโดยเน้นย้ำว่า “นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่อาเซียนและญี่ปุ่นต้องร่วมมือกัน เพื่อเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นโอกาส” ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของ ด้าน มาเรีย คริสตินา โรเก รัฐมนตรีการค้าของฟิลิปปินส์ ที่มองว่าการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับวิกฤตต่างๆ ได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
การปรับปรุงข้อตกลงนี้ ถือเป็นการต่อยอดจากการเจรจาเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ระหว่างประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ และนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น ซึ่งภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมคงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะนี่คือการปรับตัวครั้งใหญ่ของภูมิภาค เพื่อสร้างเกราะป้องกันทางเศรษฐกิจและดึงเอาเทคโนโลยีแห่งอนาคตมาขับเคลื่อนการเติบโตไปพร้อมๆ กัน
ที่มา: https://finance.biggo.com/news/e1d7c493-7cbc-46b4-b259-acf38585148b
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย







