Siemens และ Salesforce ประกาศยกระดับความร่วมมือครั้งสำคัญ นำเทคโนโลยี AI มาเชื่อมต่อ “โลกของวิศวกรรม” เข้ากับ “โลกของการบริการลูกค้า” เพื่อลบช่องว่างการทำงานแบบเดิมๆ ที่มักจะล่าช้าและซับซ้อนให้หมดไป

หัวใจสำคัญของการจับมือกันครั้งนี้ คือการนำระบบจัดการข้อมูลผลิตภัณฑ์ (Teamcenter) ของ Siemens มาผสานรวมกับระบบ AI อัจฉริยะ (Agentforce) จาก Salesforce ผลลัพธ์ที่ได้คือการสร้าง “AI Agent” ที่สามารถให้คำตอบเชิงลึกระดับผู้เชี่ยวชาญแก่ทีมขาย ช่างซ่อมบำรุง หรือแม้แต่ลูกค้าได้โดยตรงและรวดเร็วภายในไม่กี่วินาที จากที่แต่ก่อนต้องส่งเรื่องกลับไปถามฝ่ายวิศวกรรมและรอคอยอย่างยาวนาน
ลองจินตนาการดูว่า การทำงานจะง่ายขึ้นแค่ไหนหาก:
- ช่างซ่อมบำรุง: สามารถรู้ได้ทันทีว่าต้องเตรียมอะไหล่ชิ้นไหนไปบ้าง ก่อนที่จะลงพื้นที่หน้างาน
- พนักงานขาย: สามารถเสนอราคาและออปชันอัปเกรดเครื่องจักรที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรมเป๊ะๆ โดยไม่เกิดข้อผิดพลาด
- ลูกค้า: สามารถค้นหาและกดสั่งซื้ออะไหล่ที่ถูกต้องได้เองทันที โดยไม่ต้องรอสายคอลเซ็นเตอร์
การร่นระยะเวลาการทำงานจากหลักสัปดาห์ให้เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง ไม่เพียงแต่ช่วยให้งานบริการรวดเร็วขึ้น แต่ยังเป็นการเปิดขุมทรัพย์รายได้จากตลาดบริการหลังการขาย ซึ่งข้อมูลระบุว่าเป็นตลาดที่เติบโตเร็วกว่าและทำกำไรได้สูงกว่าการขายเครื่องจักรใหม่ถึง 4 เท่า
และที่น่าสนใจคือ Siemens ไม่ได้แค่สร้างระบบมาให้คนอื่นใช้ แต่ยังนำ Agentforce มายกเครื่องระบบงานขายของตัวเองด้วย จากเดิมที่มีลูกค้าติดต่อเข้ามากว่า 2,500 รายต่อเดือนจนทีมขายคัดกรองไม่ทัน ปัจจุบัน Siemens ใช้ AI Agent ทำงานประสานกันเพื่อทักทาย สอบถามข้อมูลเบื้องต้น ประเมินงบประมาณ และส่งต่อลูกค้าที่พร้อมซื้อให้กับพนักงานขายกว่า 18,000 คน ใน 132 ประเทศทั่วโลกได้อย่างแม่นยำและครบถ้วน 100%
การขยับตัวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า ในยุคอุตสาหกรรมยุคใหม่ AI จะไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือช่วยคิด แต่จะกลายมาเป็น “เพื่อนร่วมงาน” ที่คอยขับเคลื่อนธุรกิจและสายการผลิตให้เดินหน้าไปพร้อมกัน
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย







