หลายโรงงานกำลังตื่นเต้นกับการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ แต่ Infor ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ระดับโลกได้ออกมาเบรกแนวคิดนี้ พร้อมระบุว่าผู้ผลิตในอุตสาหกรรมงานโลหะ (Metal Fabrication) จำเป็นต้องรื้อและจัดระเบียบโครงสร้างพื้นฐานอย่างระบบ ERP ให้ดีเสียก่อน จึงจะดึงศักยภาพของ AI ออกมาใช้งานได้อย่างแท้จริง

เหตุผลสำคัญที่ Infor เน้นย้ำให้ความสำคัญกับระบบหลังบ้านก่อน AI คือปัญหา “ข้อมูลกระจัดกระจาย” ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โรงงานส่วนใหญ่มักใช้งานหลายระบบปะปนกัน ทั้งระบบผลิต ระบบจัดการวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (PLM) ไปจนถึงระบบประเมินราคา ซึ่งมักเชื่อมต่อกันแบบเฉพาะกิจ การย้ายระบบเหล่านี้ขึ้นคลาวด์หรือนำ AI เข้ามาสวมทับโดยไม่ปรับโครงสร้าง จะทำให้ AI ขาดข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนในการนำไปวิเคราะห์สั่งการต่อ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น Infor ได้ยกตัวอย่างอุตสาหกรรมงานโลหะ ซึ่งต้นทุนวัตถุดิบคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 60% ของต้นทุนทั้งหมด ระบบ ERP ที่ดีจะต้องรองรับข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงของวงการนี้ได้ เช่น การบันทึกมิติความกว้าง ความยาว เส้นผ่านศูนย์กลางของม้วนโลหะ รวมถึงการอัปเดตราคาต้นทุนวัสดุที่ผันผวน หากระบบพื้นฐานจัดเก็บข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างแม่นยำ AI ผู้ช่วย (Agents) ก็จะมีคลังข้อมูลที่เชื่อถือได้สำหรับใช้วางแผนการผลิต จัดการสินค้าคงคลัง หรือตรวจสอบคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากการเตรียมข้อมูลแล้ว ก่อนที่จะนำ AI มาทำงานอัตโนมัติ โรงงานควรเริ่มต้นด้วยการค้นหา “คอขวด” ในสายการผลิตเสียก่อน ผ่านกระบวนการ Process Mining เพื่อทำความเข้าใจวิธีการทำงานจริงในปัจจุบัน และหาจุดที่เหมาะสมที่สุดในการให้ AI เข้ามาช่วยแก้ปัญหา แทนที่จะติดตั้ง AI ไปแบบไร้ทิศทางและเพิ่งมาหาว่าควรให้มันทำอะไร
การมาถึงของ AI กำลังเปลี่ยนมุมมองต่อระบบเทคโนโลยีเดิมที่ล้าหลัง จากที่เคยเป็นแค่ความยุ่งยากในการบำรุงรักษา แต่วันนี้มันกำลังกลายเป็นกำแพงชิ้นใหญ่ที่ขัดขวางไม่ให้โรงงานก้าวสู่ยุคอัตโนมัติ การตัดสินใจปรับปรุงระบบ ERP ให้เชื่อมโยงและสอดรับกับธรรมชาติของอุตสาหกรรม จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสะดวก แต่เป็นรากฐานสำคัญที่จะชี้วัดความสำเร็จในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในอนาคต
ที่มา: https://erp.today/infor-makes-erp-architecture-the-starting-point-for-metal-fabrication-ai/
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย







