Nestle กางแผนปี 2030 ลดใช้พลาสติกผลิตใหม่ เดินหน้าดันสัดส่วนรีไซเคิล-ปรับโมเดลบรรจุภัณฑ์

Nestle ยักษ์ใหญ่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลก ประกาศแผนความยั่งยืนของบรรจุภัณฑ์ฉบับล่าสุด โดยตั้งเป้าลดการใช้พลาสติกผลิตใหม่ หรือ Virgin Plastic ลง 12% ถึง 17% ภายในปี 2030 เมื่อเทียบกับปี 2018 ผ่าน 3 แผนหลักคือ การเพิ่มสัดส่วนพลาสติกรีไซเคิล, การลดปริมาณการใช้พลาสติกภาพรวม และแนวคิดบรรจุภัณฑ์ Reuse/Refill

ก่อนหน้านี้ Nestle ตั้งเป้าหมายการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดให้สามารถรีไซเคิล, ย่อยสลายได้ หรือนำกลับมาใช้ซ้ำได้ ซึ่งทำได้จริงแล้วราว 90% ของพอร์ตผลิตภัณฑ์ทั้งหมด แต่ก้าวต่อไปจนถึงปี 2030 บริษัทได้วางโครงสร้างการลดพลาสติกผลิตใหม่อย่างเป็นรูปธรรมผ่าน 3 แนวทางหลักดังนี้

  • เพิ่มสัดส่วนพลาสติกรีไซเคิล: Nestle ประเมินว่าการลดใช้พลาสติกผลิตใหม่มากกว่าครึ่งหนึ่งจะมาจากการใช้วัสดุรีไซเคิลเป็นหลัก โดยในปี 2025 สัดส่วนวัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์พลาสติกอยู่ที่ประมาณ 21% ทั้งนี้ บริษัทยังเร่งวิจัยมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารของพลาสติกรีไซเคิล เพื่อขยายการใช้งานพลาสติก rPET ให้ครอบคลุมสายการผลิตมากขึ้น
  • ลดและเลิกใช้พลาสติกที่ไม่จำเป็น: ในปี 2025 บรรจุภัณฑ์พลาสติกคิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 4 ของน้ำหนักบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด โดยยอดการใช้พลาสติกของบริษัทลดลงมาอยู่ที่ 8.6 แสนเมตริกตัน จาก 1.7 ล้านเมตริกตันในปี 2018 แนวทางสำคัญคือการเปลี่ยนผ่านสู่วัสดุทดแทน เช่น กระดาษ โดย Nestle ได้ร่วมเป็นหนึ่งใน 6 สมาชิกผู้ก่อตั้งกลุ่ม PaperFlex Consortium ภายใต้มูลนิธิ Ellen MacArthur เพื่อเร่งการวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์แบบยืดหยุ่นที่ทำจากกระดาษ ตัวอย่างที่ออกสู่ตลาดจริงแล้ว เช่น การเปลี่ยนจากแผ่นฟิล์มพลาสติกลามิเนตมาใช้ซองกระดาษสำหรับ Nescafe ในตลาดยุโรป
  • ใช้วัสดุทางเลือกและโมเดล Reuse/Refill: แม้ในปี 2025 สัดส่วนบรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ซ้ำของบริษัทจะมีเพียง 0.51% แต่ Nestle ยังมองเห็นศักยภาพของโมเดลผลิตภัณฑ์แบบเติมที่บ้าน แม้ว่าโซลูชันระบบ Reuse และ Refill ส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะยังอยู่ในช่วงโครงการนำร่องก็ตาม

การปรับแผนครั้งนี้สะท้อนชัดเจนว่า อุตสาหกรรม FMCG และภาคการผลิตระดับโลกกำลังขยับจากการตั้งเป้าหมายเชิงกว้าง ไปสู่การปรับโครงสร้างซัพพลายเชนและวัสดุศาสตร์เชิงลึก เพื่อสร้างความยั่งยืนที่วัดผลได้จริงทั้งในเชิงต้นทุนและสิ่งแวดล้อม

ที่มา: https://www.packagingdive.com/news/nestle-plastic-reduction-strategy-2030/831243/

About Veerapon Tangsiripathanawong

Check Also

Kawasaki Heavy เดินสายการผลิตหุ่นยนต์ในโรงพยาบาล แก้วิกฤตขาดแคลนแรงงานในญี่ปุ่น

Kawasaki Heavy Industries เริ่มเดินสายการผลิตเพื่อการพาณิชย์สำหรับหุ่นยนต์บริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาล เพื่อตอบสนองความต้องการด้านระบบอัตโนมัติ หลังสถานพยาบาลในญี่ปุ่นเผชิญปัญหาการขาดแคลนแรงงานขั้นวิกฤต โดยหวังทดแทนภาระงานขนส่งเวชภัณฑ์และตัวอย่างตรวจทางเทคนิค หลังจากทดลองแล้วลดระยะเวลาการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ได้ถึง 2,700 ชม. ต่อปี

บอกลาอุบัติเหตุคลังสินค้า! ทำไม “AI” ถึงเตรียมขึ้นแท่น “มาตรฐานความปลอดภัยใหม่” ของวงการโลจิสติกส์ในปี 2030

เมื่อคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และท่าเรือเต็มไปด้วยหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ การดูแลความปลอดภัยแบบเดิมๆ อาจไม่ทันกินอีกต่อไป มีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2030 เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะก้าวจากแค่ “เทคโนโลยีทางเลือก” กลายมาเป็น “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่ทุกคลังสินค้าต้องมี เพื่อสอดส่องความปลอดภัยของคน …