Elektrobit และ Microchip ร่วมพัฒนาโซลูชัน Pre-Integrated AUTOSAR สำหรับแพลตฟอร์มยานยนต์ยุคใหม่ [PR]

Elektrobit ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านซอฟต์แวร์ยานยนต์ และ Microchip Technology Inc. ผู้จัดหาเซมิคอนดักเตอร์แบบครบวงจรที่มุ่งมั่นในการทำให้การออกแบบเชิงนวัตกรรมเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น ผ่านโซลูชันระบบแบบครบวงจร ในวันนี้ได้ประกาศความร่วมมือ เพื่อลดความซับซ้อนและเร่งการพัฒนาซอฟต์แวร์ตามมาตรฐาน AUTOSAR สำหรับผู้ผลิตและผู้จัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ที่ใช้แพลตฟอร์มยานยนต์ของ Microchip

ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ เหล่า OEM และผู้จัดหาชิ้นส่วนชั้นนำต่างต้องเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้นในการลดระยะเวลาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สั้นลง โดยยังคงรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัย คุณภาพ และความยืดหยุ่น การผสานความร่วมมือระหว่างแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ยานยนต์ของ Microchip และซอฟต์แวร์ AUTOSAR เครื่องมือต่าง ๆ ตลอดจนระบบอัตโนมัติของ Elektrobit ในครั้งนี้ จะช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างรากฐานซอฟต์แวร์ระดับพร้อมผลิตได้อย่างรวดเร็วและ
มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น.

ความร่วมมือนี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงซอฟต์แวร์ pre-integrated AUTOSAR Microcontroller Abstraction Layer (MCAL) ที่พัฒนาบน กลุ่มผลิตภัณฑ์ EB tresos ของ Elektrobit ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในตลาด ช่วยให้ทีมพัฒนาเริ่มงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งยังลดความซับซ้อนในการบูรณาการซอฟต์แวร์และความเสี่ยงของโครงการ โซลูชันที่พัฒนาร่วมกันนี้ช่วยให้ผู้พัฒนาสามารถมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาแอปพลิเคชันและการสร้างจุดเด่นที่แตกต่างให้กับยานยนต์ได้เร็วขึ้น แทนที่จะต้องเสียเวลาไปกับการบูรณาการซอฟต์แวร์พื้นฐาน

“ด้วยการผสานรวม แพลตฟอร์มยานยนต์ของ Microchip เข้ากับเครื่องมือและความเชี่ยวชาญด้าน AUTOSAR ของ Elektrobit เรากำลังช่วยให้ลูกค้าลดขั้นตอนการพัฒนาและเร่งการนำสถาปัตยกรรมยานยนต์ยุคใหม่มาปรับใช้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น” มาร์ก ไรเทน รองประธานองค์กรอาวุโสฝ่ายสิทธิบัตร ผลิตภัณฑ์หน่วยความจำ และหน่วยธุรกิจประมวลผลอัจฉริยะจาก Microchip กล่าว “ความร่วมมือของเรา ช่วยให้ผู้พัฒนาเปลี่ยนผ่านจากการประเมินแพลตฟอร์มไปสู่การผลิตจริงได้ง่ายยิ่งขึ้น”

ในฐานะส่วนหนึ่งของแนวทางที่มุ่งเน้นระบบอัตโนมัติแบบรวมศูนย์ Elektrobit ได้นำหลักการ Integration-as-code มาปรับใช้เพื่อเปลี่ยนงานบูรณาการระบบ Classic AUTOSAR ที่เกิดขึ้นซ้ำ ให้กลายเป็นตรรกะที่สามารถประมวลผลได้และนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ช่วยให้ทีมงานส่งมอบงานได้เร็วขึ้นและขยายขีดความสามารถผ่านระบบอัตโนมัติ สิ่งนี้ช่วยสนับสนุนระบบอัตโนมัติของกระบวนการทำงานขั้นสูง และวางรากฐานสำหรับกระบวนการกำหนดค่าและพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วย AI ในอนาคต

“ผู้ผลิตยานยนต์กำลังมองหาวิธีในการเร่งรัดการพัฒนานวัตกรรมซอฟต์แวร์ ควบคู่ไปกับการลดต้นทุนและความซับซ้อนในการพัฒนา” เจกานาธาน ราชาโกพาลาน รองประธานและหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และกลุ่มผลิตภัณฑ์จาก Elektrobit กล่าว “ความร่วมมือของเรากับ Microchip เป็นการผสานรวมรากฐานซอฟต์แวร์ยานยนต์ที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว เข้ากับการสนับสนุนฮาร์ดแวร์แบบพร้อมใช้งาน ช่วยให้ลูกค้าสามารถนำนวัตกรรมยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น พร้อมลดความเสี่ยงในการบูรณาการระบบ”

ความร่วมมือในครั้งนี้ยังขยายการรองรับไปยังแพลตฟอร์มยานยนต์ของ Microchip ที่หลากหลายและเติบโตอย่างต่อเนื่อง Elektrobit ได้เปิดใช้งาน EB tresos AutoCore OS และโมดูล EB tresos AutoCore Generic บนไมโครโพรเซสเซอร์ซีรีส์ SAMA5 ของ Microchip ได้สำเร็จ ช่วยให้ลูกค้าสามารถนำโซลูชันนี้ไปใช้งานได้ทันที และคาดว่าจะขยายการรองรับแพลตฟอร์มเพิ่มเติมตามการพัฒนาความร่วมมือที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

โดยบริษัทต่าง ๆ วางแผนที่จะมุ่งเน้นกิจกรรมทางการตลาดในระยะเริ่มต้นไปที่กลุ่มยานยนต์ที่มีการเติบโตสูงในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งรวมถึงตลาดยานยนต์สองล้อที่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งสนับสนุนโอกาสที่กว้างขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วทั้งเอเชียและอเมริกาเหนือ

About Suphasin Sueklab

Check Also

เดลต้า ผนึกกำลัง ดีพร้อม สานต่อความร่วมมือปีที่ 11 ของโครงการ เดลต้า ดีพร้อม Angel Fund มอบทุนสนับสนุน 5 ล้านบาท แก่ 10 สตาร์ทอัพไทย [PR]

บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและนวัตกรรมโซลูชันสีเขียวอัจฉริยะ ร่วมกับ กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) สานต่อความร่วมมือปีที่ 11 …

โลจิสติกส์ไฟฟ้า ต้องพร้อมทั้งรถและระบบชาร์จ: Huawei และ Spark EV เติมเต็มกุญแจสำคัญให้ระบบขนส่งไทย [PR]

การเปลี่ยนผ่านสู่โลจิสติกส์ไฟฟ้าไม่ได้เริ่มและจบเพียงแค่การเปลี่ยนรถบรรทุกจากเครื่องยนต์สันดาปมาเป็นรถไฟฟ้า เพราะเบื้องหลังการเดินรถหนึ่งเที่ยว ยังมีองค์ประกอบอีกหลายส่วนที่ต้องทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ตัวรถ สถานีชาร์จ กำลังไฟที่เพียงพอ การวางแผนเส้นทาง ความครอบคลุมของเครือข่าย ไปจนถึงการบริหารเวลาของผู้ประกอบการ หากชิ้นส่วนใดชิ้นส่วนหนึ่งยังไม่พร้อม การนำรถบรรทุกไฟฟ้ามาใช้ในเชิงพาณิชย์ก็อาจยังไม่ตอบโจทย์การดำเนินงานได้เต็มที่