Nissan และ Honda มีแผนสร้างรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดร่วมกัน จะแข่งขันกับ BYD จากจีนได้หรือไม่

Nissan และ Honda กำลังพิจารณาที่จะร่วมมือกันเพื่อนำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้าราคาประหยัดเพื่อแข่งขันกับผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนอย่าง BYD ความร่วมมือนี้อาจรวมถึงแพลตฟอร์ม EV ใหม่ ยิ่งมีการแข่งขันในตลาดสูง เชื่อว่าราคาสำหรับผู้บริโภคจะถูกลงได้จริง

BYD มีข้อได้เปรียบอย่างมากจากการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์เกือบทั้งหมดภายในบริษัทตนเอง เป้าหมายหลัก คือการลดราคา EV สัปดาห์ที่ผ่านมา BYD ประกาศลดราคารถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดลงอีก เหลือเพียง 9,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ

Nissan ถูกมองว่าเป็นผู้บุกเบิกรถยนต์ไฟฟ้าด้วยการเปิดตัว LEAF ในปี 2010 แม้ว่าหลังจากนั้นเส้นทางจะไม่ราบรื่นนัก แต่ในที่สุดการผลิตของ Nissan Ariya ก็ดำเนินการไปได้สวยที่โรงงานของ Honda

Nissan Ariya

Nissan ลดราคา Ariya รุ่นปี 2024 ในสหรัฐอเมริกาลงสูงสุด 6,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งขณะนี้เริ่มต้นที่ 39,590 ดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากคาดว่าจะได้รับส่วนแบ่งตลาดกลับคืนมาบ้าง

Honda Prologue

ในขณะเดียวกัน Honda Prologue รุ่นปี 2024 รถ SUV ไฟฟ้าคันแรกของ Honda มีราคาเริ่มต้นที่ 47,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา จะได้รับเครดิตภาษี EV มูลค่า 7,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ จึงทำให้มีราคาเริ่มต้นที่ต่ำกว่า 40,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยแท้จริงแล้ว Prologue นั้นมีพื้นฐานมาจากแพลตฟอร์ม Ultium ของ GM ซึ่งมีระยะทางไกลถึง 296 ไมล์

ที่มา : https://electrek.co/2024/03/13/nissan-honda-team-up-slash-ev-prices-byd/

About pawarit

Check Also

Microchip เปิดตัว Hybrid MCU แบบ System-in-Package ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานยานยนต์ สำหรับการใช้งานด้านเทคโนโลยีตัวกลางระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร [PR]

ผู้ออกแบบระบบยานยนต์และระบบการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (E-Mobility) กำลังนำส่วนตัวกลางระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร (Human-Machine Interface: HMI) ที่มีกราฟิกขั้นสูงมาใช้งานมากขึ้น เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานและเพื่อรองรับความต้องการโซลูชัน HMI ที่เพิ่มสูงขึ้น Microchip Technology (Nasdaq: MCHP) จึงประกาศเปิดตัว …

แคสเปอร์สกี้ชี้ การโจมตีซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่บริษัทในเอเชียแปซิฟิกพบมากที่สุดในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา [PR]

การโจมตีซัพพลายเชนกลายเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่พบบ่อยที่สุดที่ธุรกิจทั่วโลกต้องเผชิญ โดยบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็ระบุว่า การโจมตีซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่พบบ่อยที่สุดในรอบปีที่ผ่านมาเช่นกัน จากการศึกษาทั่วโลกของแคสเปอร์สกี้พบว่า บริษัททั่วโลกจำนวนเกือบ 1 ใน 3 ต้องเผชิญกับภัยคุกคามซัพพลายเชนในรอบปีที่ผ่านมา ข้อมูลที่น่าสังเกตคือ พบความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนในประเทศต่างๆ ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก เช่น จีน ซึ่งบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการเพิ่มการป้องกันทางไซเบอร์ทั่วทั้งภูมิภาค