Cobot คืออะไร? ธุรกิจโรงงานและการผลิตจะใช้ Cobot เพื่อเร่งสร้างความเติบโตให้กับธุรกิจได้อย่างไร?

สำหรับปี 2023 นี้ หากพูดถึงเทคโนโลยีหุ่นยนต์แล้ว Cobot ถือเป็นหนึ่งเทรนด์ที่กำลังมาแรงสำหรับภาคอุตสาหกรรมการผลิตเป็นอย่างมาก ในฐานะของหุ่นยนต์ประเภทใหม่ที่จะเข้ามาช่วยพลิกโฉมกระบวนการต่างๆ ในการผลิตให้มีความชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น และเสริมศักยภาพให้กับพนักงานและประสิทธิภาพหรือคุณภาพในสายการผลิตได้อย่างชัดเจน

ในบทความนี้ เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับเทคโนโลยี Cobot และแนวทางที่ธุรกิจโรงงานและการผลิตสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้

Credit: Universal Robots

Cobot คืออะไร?

Cobot นั้นย่อมาจากคำว่า Collaborative Robot ซึ่งแปลว่าหุ่นยนต์ที่สามารถทำงานร่วมกันได้ โดยแนวคิดของ Cobot นี้จะต่างจากเทคโนโลยีหุ่นยนต์ในโรงงานแบบดั้งเดิมอย่าง Industrial Robot อย่างชัดเจน เนื่องจาก Industrial Robot นั้นมักเป็นหุ่นยนต์ที่สามารถทำงานร่วมกับหุ่นยนต์หรือเครื่องจักรด้วยกันเองเป็นหลัก ดังนั้นจึงต้องมีการแบ่งพื้นที่และกระบวนการเพื่อให้ Industrial Robot สามารถทำงานได้โดยไม่มีมนุษย์เข้าไปเกี่ยวข้องในบริเวณนั้นเพื่อเหตุผลด้านความปลอดภัย

ในทางกลับกัน Cobot นั้นถูกออกแบบมาให้สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ในพื้นที่เดียวกันได้ ด้วยการนำเทคโนโลยี Sensor, Machine Vision, AI และอื่นๆ เข้ามาใช้ รวมถึงยังมีการคำนึงถึงความปลอดภัยในหลายแง่มุม เช่น การเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาในการผลิต, การลบคมของชิ้นส่วนต่างๆ, การจำกัดความเร็วและแรงที่ใช้ในการเคลื่อนไหว เพื่อให้ Cobot สามารถรับรู้และปรับตัวตามสภาวะแวดล้อมได้ในแบบ Real-Time และมีความปลอดภัยในการใช้งานในกระบวนการต่างๆ ร่วมกับพนักงานได้

ด้วยเหตุนี้ Cobot จึงมีข้อดีเหนือกว่า Industrial Robot แบบดั้งเดิมในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นความยืดหยุ่นที่สูงขึ้น, ความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น, คุณภาพงานที่ดีขึ้น, การช่วยให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และช่วยลดตำแหน่งการทำงานที่มีความซ้ำซากหรือเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้การเลือกใช้งาน Cobot หรือ Industrial Robot นั้นก็ต้องพิจารณาความเหมาะสมของแต่ละกระบวนการให้ดี เนื่องจาก Cobot นั้นไม่สามารถทำงานทดแทน Industrial Robot ได้แบบ 100% และในทางกลับกันก็มีหลายงานที่ Cobot สามารถทำได้แต่ Industrial Robot ไม่สามารถทำได้เช่นกัน

International Federation of Robotics หรือ IFR ได้แบ่งระดับการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์เอาไว้ 4 ระดับ ได้แก่

  • Coexistence มนุษย์และหุ่นยนต์ทำงานร่วมกันได้โดยไม่ต้องมีรั้วหรือกำแพงกั้น แต่ยังคงมีการแบ่งพื้นที่การทำงานออกจากกันอย่างชัดเจน
  • Sequential Collaboration มนุษย์และหุ่นยนต์ทำงานร่วมกันภายในพื้นที่เดียวกัน แต่ในแต่ละส่วนของกระบวนการนั้นจะมีการทำงานแยกกันระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ ไม่มีการทำงานบนชิ้นงานเดียวกันในเวลาเดียวกันเด็ดขาด
  • Cooperation มนุษย์และหุ่นยนต์ทำงานบนชิ้นงานเดียวกันในเวลาเดียวกันบนพื้นที่เดียวกันได้
  • Responsive Collaboration หุ่นยนต์ทำการตอบสนองต่อการขยับของมนุษย์ในแบบ Real-Time

หากอ้างอิงตามการแบ่งระดับดังกล่าว Cobot จะถูกจัดระดับให้อยู่ได้ทั้งในกลุ่ม Sequential Collaboration, Cooperation และ Responsive Collaboration โดยอาจมีรูปแบบทั้งในลักษณะของแขนกลขนาดเล็ก ไปจนถึงยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยตนเองที่สามารถรับส่งสินค้าหรือวัตถุดิบได้

ประโยชน์ของ Cobot ต่อภาคอุตสาหกรรมโรงงานและการผลิต

Cobot นั้นสามารถถูกนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายกรณี เช่น

  • Assembly ใช้ในงานประกอบเช่น การขันสกรู, การขันน็อต, การประกอบชิ้นส่วน หรืองานอื่นๆ ที่มีความซ้ำซากและอาจทำให้พนักงานบาดเจ็บได้ ลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว เพิ่มคุณภาพในงานประกอบ และลดเวลาที่ใช้ในการประกอบลง
  • Dispensing ใช้ในการติดกาว, การลงซีล, การฉีดหรือทาสี และอื่นๆ ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน และจำกัดปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ในกระบวนการเพื่อลดต้นทุนการผลิตได้
  • Finishing ใช้ในการขัด, การขึ้นเงา, การขัดด้วยทราย โดยสามารถกำหนดแรงและมุมที่เหมาะสมได้โดยอัตโนมัติ
  • Machine Tending ทำงานในกระบวนการ CNC, Injection Molding หรือการกดปุ่มควบคุมเครื่องจักรหรือหยุดการทำงานของเครื่องจักรได้ ช่วยให้วิศวกรหรือเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเครื่องจักรเหล่านี้สามารถทำงานอื่นที่มีประสิทธิภาพได้มากขึ้น และลดโอกาสการบาดเจ็บหน้างานลง
  • Material Handling ใช้ในการบรรจุหีบห่อ, หยิบและเลือกหีบห่อ, ติดสติกเกอร์ และบรรจุหีบห่อได้ ช่วยลดการทำงานซ้ำๆ หรือการหยิบของที่มีน้ำหนักมากของพนักงานได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดเวลาการผลิตลงได้อีกด้วย
  • Material Removal ใช้ในกระบวนการการบด, การขัด, การเกลา, การสี, การเจาะ และอื่นๆ ด้วยการกำหนดแรงและค่า Torque ที่แม่นยำ ลดการเกิดของเสียในการผลิตและทำให้ชิ้นงานมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
  • Quality Inspection ใช้ตรวจสอบคุณภาพของชิ้นงานในขั้นตอนต่างๆ ของการผลิต โดยสามารถกำหนดกระบวนการในการตรวจสอบเอาไว้เพื่อให้หุ่นยนต์ทำงานแบบอัตโนมัติอย่างยืดหยุ่นในการตรวจสอบซ้ำๆ ในทุกชิ้นงานได้
  • Welding ใช้ทำงานเชื่อมทั้งการ Arc, TIG, Laser, MIG, Ultrasonic, Plasma และ Spot Welding รวมถึงการทำ Soldering และ Brazing ช่วยเพิ่มความแม่นยำและความเร็วในการเชื่อม พร้อมทั้งลดโอกาสที่พนักงานจะบาดเจ็บจากการเชื่อมอีกด้วย
  • Palletizing บรรจุหีบห่อสินค้าจำนวนมากลงบน Pallet โดยอัตโนมัติ ลดโอกาสการบาดเจ็บของพนักงาน และช่วยให้พนักงานมีเวลาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

จะเห็นได้ว่า Cobot นั้นสามารถนำไปใช้งานได้ในหลากหลายรูปแบบ และก่อให้เกิดทางเลือกใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมโรงงานและการผลิตอย่างชัดเจน

จะเริ่มต้นใช้ Cobot ต้องพิจารณาอะไรบ้าง?

ในการเลือกใช้งาน Cobot ในอุตสาหกรรมโรงงานและการผลิต ประเด็นที่เจ้าของโรงงานและวิศวกรต้องคำนึงถึงมีดังนี้

  1. เรียนรู้ความสามารถของ Cobot จากผู้ผลิตแต่ละราย เนื่องจาก Cobot ของผู้ผลิตแต่ละรายนั้นมีความสามารถที่แตกต่างกัน และเหมาะสมกับงานคนละประเภท การทำความเข้าใจถึงขอบเขตความสามารถของ Cobot ที่มีในท้องตลาดให้เห็นภาพรวมก่อนจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ
  2. พิจารณากระบวนการภายในว่าสามารถนำ Cobot มาใช้ในส่วนใดได้บ้าง เพื่อให้สอดคล้องต่อการดำเนินธุรกิจและความเหมาะสมในการเลือก Cobot แต่ละรุ่นมาใช้งาน
  3. พิจารณาความคุ้มค่าในการใช้งาน Cobot ว่าการนำ Cobot มาช่วยทำงานในแต่ละกระบวนการนั้น จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อย่างไร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพหรือคุณภาพในการทำงานได้มากน้อยเพียงใด หรือพิจารณาประเด็นด้านความยืดหยุ่นในการเคลื่อนย้าย Cobot เพื่อรองรับงานในหลากหลายรูปแบบให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น
  4. พิจารณาการต่อยอดระยะยาว เนื่องจาก Cobot นั้นสามารถควบคุมด้วย Software ได้ง่ายดายขึ้นกว่าในอดีตเป็นอย่างมาก และยังสามารถเรียนรู้การทำงานรูปแบบใหม่ๆ ได้ด้วย AI ดังนั้นการวางแผนเพื่อให้ทีมงานสามารถพัฒนาต่อยอดความสามารถของ Cobot ให้สามารถทำงานได้อย่างยืดหยุ่นและเหมาะสมกับกระบวนการทำงานจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น

สำหรับในประเทศไทยเอง ก็เริ่มมีผู้ผลิต Cobot เข้ามาทำตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ และมีทางเลือกใหม่ๆ ให้ใช้งานกันมากขึ้นแล้ว ดังนั้นการติดต่อผู้ผลิตเหล่านี้เพื่อสอบถามถึงความเป็นไปได้และประเด็นเชิงเทคโนโลยีหรือข้อจำกัดต่างๆ ให้ชัดเจนนั้นก็จะช่วยให้การพิจารณาใช้งาน Cobot เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ตัวอย่างการทำงานของ Cobot

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น เราจึงได้รวบรวมคลิปที่แสดงถึงการทำงานของ Cobot ให้ทุกท่านได้เห็นภาพกันดังนี้

ที่มา: https://en.wikipedia.org/wiki/Cobot , https://wiredworkers.io/cobot/ , https://smart-robotics.io/en/blog/what-is-a-cobot/ , https://www.universal-robots.com/products/collaborative-robots-cobots-benefits/

About ทีมข่าว ManuTalkThai

ทีมงานข่าว ManuTalkThai นำเสนอข่าวสารเทคโนโลยีสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม, เทคโนโลยี IT สำหรับโรงงาน และเทรนด์ที่น่าติดตามของภาคอุตสาหกรรม

Check Also

DHL ติดสปีดโกดังอัจฉริยะ ดึงแพลตฟอร์ม SOFTBOT เสียบปุ๊บติดปั๊บ เชื่อมต่อหุ่นยนต์ไวขึ้น 12 เท่า

DHL Supply Chain ผู้นำด้านโลจิสติกส์ระดับโลก กำลังเร่งเครื่องสู่ยุคโกดังอัจฉริยะอย่างเต็มตัว ล่าสุดได้นำแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ “SOFTBOT” จาก SVT Robotics เข้ามาใช้งานในคลังสินค้าทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันมีหุ่นยนต์ผู้ช่วยปฏิบัติงานอยู่แล้วกว่า 8,000 ตัว ไฮไลต์สำคัญของการขยับตัวครั้งนี้คือ …

Universal Robots จับมือ Scale AI เปิดตัวระบบสอน AI เลียนแบบมนุษย์ ส่งตรงจากแล็บสู่สายการผลิตจริง

Universal Robots (UR) ร่วมกับ Scale AI สร้างความฮือฮาในงาน NVIDIA GTC 2026 ที่ซิลิคอนแวลลีย์ ด้วยการเปิดตัวนวัตกรรมพลิกโฉมวงการอย่าง “UR AI Trainer” …