Amazon เปิดตัว Amazon Supply Chain Services ขยายโครงข่ายโลจิสติกส์ระดับโลกสู่ทุกกลุ่มอุตสาหกรรม

Amazon ประกาศเปิดตัว Amazon Supply Chain Services หรือ ASCS นำโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดแห่งหนึ่งของโลกมาเปิดให้บริการแก่ธุรกิจทุกอุตสาหกรรมและทุกขนาด โดยไม่จำกัดสิทธิ์เฉพาะผู้ขายบนแพลตฟอร์ม Amazon อีกต่อไป เพื่อรับกระแสโลกของการผลิตและซัพพลายเชนที่กำลังเผชิญกับการบริหารจัดการต้นทุนในปัจจุบัน

Peter Larsen รองประธานบริหาร Amazon Supply Chain Services ระบุว่า โลจิสติกส์ไม่ใช่แค่ฟังก์ชันงานปฏิบัติการ แต่คือหัวใจสำคัญและจุดเด่นที่ทำให้ Amazon ส่งมอบประสบการณ์และบริการจัดส่งที่รวดเร็วเหนือคู่แข่ง การเปิดตัว ASCS คือความตั้งใจที่จะส่งมอบประสิทธิภาพด้านต้นทุน ความน่าเชื่อถือ และความเร็วระดับเดียวกันนี้ให้กับธุรกิจอื่น ๆ ทั่วโลก

หลายสิบปีก่อน Amazon พลิกโฉมวงการไอทีด้วย Amazon Web Services หรือ AWS จากการนำโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่ใช้รันระบบหลังบ้านของตนเองมาเปิดให้บริการสาธารณะ วันนี้ Amazon กำลังใช้กลยุทธ์เดียวกันกับระบบซัพพลายเชน เพราะที่ผ่านมา การจัดการซัพพลายเชนแบบดั้งเดิมเต็มไปด้วยความซับซ้อน องค์กรต้องรับมือกับผู้ให้บริการหลายราย สัญญาจ้างที่ทับซ้อน และยากต่อการติดตามสินค้า

ASCS เข้ามาแก้ปัญหาด้วยโซลูชันที่เชื่อมต่อบริการโลจิสติกส์แต่ละขั้นตอนเข้าด้วยกันแบบอัตโนมัติ โดยมีบริการหลักครอบคลุม 3 ส่วน ได้แก่

  • Freight: เครือข่ายการขนส่งที่ครอบคลุมทั้งทางทะเล อากาศ ทางบก และทางราง ออกแบบมาเพื่อเคลื่อนย้ายสินค้าในระดับสเกลใหญ่ ธุรกิจสามารถจัดการเรื่องการจองระวาง พิธีการศุลกากร และติดตามสถานะการจัดส่งแบบ End-to-End ได้เบ็ดเสร็จ
  • Distribution and Fulfillment: ระบบนำเข้า จัดเก็บ และกระจายสินค้าคงคลังให้เข้าใกล้จุดที่มีความต้องการมากที่สุด โดยใช้ฐานข้อมูลร่วมกับระบบคาดการณ์ขั้นสูง เพื่อจัดการคำสั่งซื้อข้ามช่องทางขายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์บริษัท, โซเชียลมีเดีย หรือหน้าร้านออฟไลน์
  • Parcel Shipping: บริการจัดส่งพัสดุที่คาดการณ์เวลาได้แม่นยำภายใน 2-5 วัน ครอบคลุมการทำงาน 7 วันต่อสัปดาห์ พร้อมระบบ GPS ติดตามพัสดุแบบเรียลไทม์ตั้งแต่การพิมพ์ฉลากจนถึงหน้าประตูบ้านลูกค้า

การขยายบริการครั้งนี้ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงอุตสาหกรรมหนัก ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องมือแพทย์ โดยมีตัวอย่างที่น่าสนใจ เช่น Procter & Gamble (P&G) นำโซลูชัน Freight มาใช้ขนส่งวัตถุดิบเข้าสู่ฐานการผลิต และเคลื่อนย้ายสินค้าสำเร็จรูปกระจายเข้าสู่เครือข่าย และ 3M ใช้บริการจัดส่งสินค้าจากโรงงานผลิตไปยังศูนย์กระจายสินค้าทั่วโลก

การก้าวลงสนาม Third-Party Logistics เต็มตัวของ Amazon ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ภาคการผลิตและผู้ประกอบการโรงงานต้องจับตา การรวบศูนย์ข้อมูลซัพพลายเชนไว้บนเครือข่ายเดียวไม่เพียงแต่ลดความซับซ้อนทางปฏิบัติการ แต่ยังส่งเสริมเรื่องการจัดการเส้นทางที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลบวกต่อเป้าหมายด้าน ESG ขององค์กรในระยะยาว

ที่มา: https://www.aboutamazon.com/news/retail/amazon-supply-chain-services-for-business

About Veerapon Tangsiripathanawong

Check Also

NEXUS ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนาพิเศษ “From Legacy ERP to the Autonomous Enterprise” | 21 สิงหาคม 2569 ผ่าน Zoom [PR]

ในยุคที่ AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจอย่างรวดเร็ว หลายองค์กรเริ่มตั้งคำถามว่า ระบบ ERP ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ยังพร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคตหรือไม่

GWM สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ประกาศความสำเร็จแบรนด์รถยนต์รายแรกที่ผลิตชดเชยครบตามเงื่อนไขมาตรการ EV 3.5 จาก GWM Smart Factory จังหวัดระยอง [PR]

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ …