โบลท์ (Bolt) มองเห็นโอกาสในอุตสาหกรรมบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน (Ride-hailing service) พร้อมบทบาทการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย

กรุงเทพฯ 13 กุมภาพันธ์ 2568 – อุตสาหกรรมบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน หรือ Ride-hailing ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตในการเดินทางของผู้คนและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก ความปลอดภัย และการเข้าถึงง่าย เพียงสัมผัสหน้าจอสมาร์ทโฟนไม่กี่ครั้ง ผู้ใช้บริการก็สามารถเรียกใช้บริการรถโดยสารได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยแอปพลิเคชันทำหน้าที่เป็นตัวกลางจับคู่ระหว่างผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

ในขณะที่อุตสาหกรรมยังคงเติบโตต่อเนื่อง โบลท์ได้เผยแพร่รายงาน Economic report ล่าสุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันที่มีต่อภาคเศรษฐกิจ ภาคแรงงาน และโครงสร้างพื้นฐานของเมือง ซึ่งชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรม ตลอดจนโอกาสในการสนับสนุนและพัฒนาอย่างยั่งยืน

ด้วยความที่อุตสาหกรรมนี้มีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร ประชาชน และภาครัฐ ซึ่งแต่ละส่วนมีมุมมองและประเด็นที่แตกต่างกัน การศึกษาและพัฒนาโดยอ้างอิงจากงานวิจัยที่รวบรวมข้อมูลเชิงลึกจึงมีความสำคัญ โดยพบว่าบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันมีบทบาทที่หลากหลาย ได้แก่ 

การสร้างโอกาสทางรายได้และการสนับสนุนเศรษฐกิจ

จากรายงานล่าสุดของ Oliver Wyman Mobility Forum คาดการณ์ว่า ภายในปี 2573 อุตสาหกรรมการเดินทางร่วมกัน (Shared Mobility) จะสร้างโอกาสทางรายได้ให้ผู้ขับขี่ถึง 16 ล้านคนทั่วโลกโดย โดยประเทศไทยถือเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชีย ด้วยการเติบโตของบริการในเมืองใหญ่ อาทิ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต และหาดใหญ่ รวมถึงเมืองรองอย่างเชียงราย และอุดรธานี ที่มีอัตราการเติบโตสูงถึง 90% 

ปัจจุบันแอปพลิเคชันเหล่านี้สร้างโอกาสทางรายได้ให้กับผู้ขับขี่กว่า 500,000 คนทั่วประเทศ โดยเติบโตในอัตราเฉลี่ย 10% ต่อปี โดยผู้ขับขี่ที่มีอัตราการให้บริการ 75% มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 30,000 บาทต่อเดือน ซึ่งสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำในประเทศถึง  250% อุตสาหกรรมนี้คาดว่าจะสร้างรายได้รวมกว่า 20,000 ล้านบาท พร้อมรายได้ภาษี 33 ล้านบาทต่อปี และยังสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ผ่านการซื้อรถ การเช่าซื้อ และการบำรุงรักษา มูลค่าประมาณ 55,000 ล้านบาทต่อปี 

เสริมศักยภาพเมืองและเศรษฐกิจท้องถิ่น 

โบลท์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ Ride-hailing ชั้นนำในประเทศไทย  ระบุว่าการเดินทางที่สะดวกขึ้นส่งผลโดยตรงต่อการใช้จ่ายของประชาชนและนักท่องเที่ยว “บริการของเราช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง ลดต้นทุนด้านเวลา และสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก เรามุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้ผู้ขับขี่มีรายได้ที่มั่นคงและผู้โดยสารได้รับบริการที่ปลอดภัยและรวดเร็ว” ณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการประจำโบลท์ ประเทศไทยกล่าว

Ride-hailing ไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกในการเดินทาง แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและภาคการท่องเที่ยว จากข้อมูลพบว่า 60% ของผู้ใช้บริการเลือกใช้ Ride-hailing อย่างน้อยเดือนละครั้ง ในขณะที่ 25% เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 17,800 ล้านบาท ให้แก่ธุรกิจในประเทศ

การลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคลและแนวโน้มการพัฒนาอุตสาหกรรม

การเติบโตของ Ride-hailing ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล จากการสำรวจผู้ใช้บริการชาวไทย 1,200 คน พบว่า 12.5% ของผู้ที่ไม่มีรถยนต์ระบุว่าเคยขายรถยนต์ไปแล้ว และ 23% ของกลุ่มที่มีรถยนต์กำลังพิจารณาขายรถ เนื่องจากสามารถใช้บริการเรียกรถทดแทนได้

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของอุตสาหกรรมยังเผชิญอุปสรรคหลายประการ โดยเฉพาะด้านการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะที่มีข้อจำกัดจากกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์การให้บริการในปัจจุบัน อีกทั้งยังมีความซับซ้อนของกระบวนการและเงื่อนไขในการจดทะเบียน ข้อกำหนดด้านเอกสารประกอบที่เป็นอุปสรรคต่อผู้ขับขี่ ตลอดจนปัญหาค่าเบี้ยประกันภัยที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบอาชีพในลักษณะไม่เต็มเวลา (part-time)

“การขับรถรับจ้างผ่านแพลตฟอร์มช่วยสร้างรายได้เสริมที่เกื้อหนุนธุรกิจหลักในฐานะเจ้าของร้านสะดวกซื้อ รายได้เสริมนี้ช่วยเพิ่มความมั่นคงและลดความเสี่ยงทางการเงินได้อย่างมาก” คุณพลวัฒน์ พงษ์อัครภาคิน ผู้ขับขี่จากกรุงเทพฯ ที่ให้บริการมา 1 ปี 3 เดือน กล่าว

เพื่อสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันให้มีเสถียรภาพและสามารถพัฒนาได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีการปรับปรุงกรอบกฎหมายและกระบวนการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดความซับซ้อนของกระบวนการจดทะเบียน การทบทวนเงื่อนไขด้านเอกสารประกอบการจดทะเบียนให้เหมาะสมกับสภาพการณ์จริง และการกำหนดมาตรการสนับสนุนด้านต้นทุน เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่มีความยืดหยุ่นและเข้าถึงได้ ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าสู่ระบบได้สะดวก ส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสู่มาตรฐานสากล

จากผลการศึกษาวิจัยหลายชิ้นได้ยืนยันถึงบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยนอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้แก่ผู้ขับขี่และกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นแล้ว ยังช่วยลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคล บรรเทาปัญหาการจราจร และสนับสนุนการพัฒนาระบบขนส่งให้เกิดความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

โบลท์มุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ควบคู่กับการลงทุนด้านเทคโนโลยีและการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งด้านการขนส่ง ความปลอดภัย การพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ตลอดจนการพัฒนาโซลูชันดิจิทัลเพื่อประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นของผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนแนวทางการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพจากภาครัฐ โดยมุ่งเน้นประโยชน์สูงสุดต่อทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้โดยสาร ผู้ขับขี่ ผู้ให้บริการ ไปจนถึงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน​​​​​​​​​​​​​​​​

About pawarit

Check Also

เปิดฉาก ProPak Asia 2026 อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ จับมือองค์กรบรรจุภัณฑ์โลก สภาอุตฯและพันธมิตรกว่า 2,500 แบรนด์ โชว์เทคโนโลยีแห่งอนาคต รับการเปลี่ยนผ่านสู่ Industry 5.0 [PR]

เริ่มแล้ว ProPak Asia 2026 อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผสานความร่วมมือ องค์กรบรรจุภัณฑ์โลก องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ องค์กรธุรกิจอุตสาหกรรมไทย-นานาชาติ กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และบริษัทชั้นนำระดับโลกกว่า 2,500 …

Somboon Advance Technology อัปเกรดจาก SAP ECC 6.0 สู่ SAP Cloud ERP Private ผ่าน RISE with SAP เตรียมต่อยอดเติบโตด้วย AI, Data และ IIoT โดย NTT DATA Business Solutions Thailand

สำหรับธุรกิจองค์กรหลายแห่งในไทย การอัปเกรดจาก SAP ECC 6.0 ที่กำลังจะหยุดสนับสนุนอย่างเป็ทางการในไม่ช้านี้ไปสู่โซลูชัน SAP S/4HANA on Cloud กำลังกลายเป็นวาระใหญ่ที่ต้องเร่งดำเนินการกันอย่างเข้มข้น ในบทความนี้ คุณองอาจ สินธทียากร ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป …