ในยุคที่ใคร ๆ ก็พูดถึงการนำ AI มาใช้ ความท้าทายหลักของอุตสาหกรรมวิศวกรรมเครื่องกล การจัดการโรงงาน และยานยนต์ คือการหา AI ที่ “เข้าใจงานเฉพาะทาง” และ “รักษาความลับของข้อมูลบริษัท” ได้อย่างแท้จริง ล่าสุด Contact ได้เปิดตัว “Fourier AI” โครงสร้างพื้นฐาน AI รูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมที่มีข้อกำหนดและกฎระเบียบเข้มงวด (Compliance-driven) โดยเฉพาะ

จุดเด่นของ Fourier AI คือการผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับความชาญฉลาดด้านวิศวกรรมและการผลิต ช่วยยกระดับทั้งความเร็วและประสิทธิภาพตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Product Life Cycle) โดยมีไฮไลต์การทำงานที่น่าสนใจดังนี้ครับ:
- ระบบ Orchestrator เลือกโมเดล AI ที่ใช่ที่สุด: แตกต่างจาก AI ทั่วไปตรงที่ Fourier AI ถูกปรับแต่งมาให้เข้าใจบริบทเชิงลึกของงานวิศวกรรม เช่น การวิเคราะห์รูปทรงเรขาคณิต วัสดุ หรือกระบวนการผลิต ระบบอัจฉริยะนี้จะดึงโมเดล AI ที่เหมาะสมกับงานนั้น ๆ มากที่สุดมาใช้โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นโมเดลจากผู้ให้บริการภายนอก, Open Source หรือโมเดลที่พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งนอกจากจะช่วยลดเวลาแล้ว ยังทำให้องค์กรมองเห็นต้นทุนการใช้งาน AI ได้อย่างโปร่งใส
- ผสานการทำงานไร้รอยต่อ ไร้ช่องโหว่: Fourier AI ทำหน้าที่เป็นเหมือนชั้นสมองกลที่ฝังตัวลึกเข้าไปในแพลตฟอร์ม Contact Elements ทำให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากทุกแผนกได้อย่างมีบริบท ที่สำคัญคือ ระบบจะดึงเอา “สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล (Access Rights)” ของผู้ใช้งานแต่ละคนมาบังคับใช้อัตโนมัติ ทุกแอ็กชันที่เกิดขึ้นจะถูกบันทึกไว้ให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ (Audit-proof) มั่นใจได้ว่าไม่มีใครเข้าถึงข้อมูลที่ตนเองไม่มีสิทธิ์
- Digital Sovereignty ขั้นสุด: นี่คือไม้ตายสำหรับสายอุตสาหกรรมที่หวงแหนข้อมูล ทรัพย์สินทางปัญญา และแบบแปลนวิศวกรรม ระบบนี้ถูกออกแบบมาแบบ “Security by Design” โดยข้อมูลที่เป็นความลับจะยังคงถูกเก็บไว้กับเซิร์ฟเวอร์ฝั่งผู้ใช้งาน (Local) อย่างปลอดภัย ในขณะที่การประมวลผล AI หนัก ๆ จะถูกส่งไปรันบนคลาวด์ที่ได้มาตรฐาน GDPR
การมาถึงของ Contact Fourier AI ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้วิศวกรและผู้ผลิตสามารถดึงพลังของ AI มาใช้เพิ่มผลผลิตและลดเวลาทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องยอมก้าวข้ามเส้นความปลอดภัยของข้อมูลองค์กร
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








