ดีป้า เดินหน้า OTOD #3 ถึง “นครศรีธรรมราช” ปักหมุดภาคใต้ ดันเกษตรดิจิทัลเชื่อมเศรษฐกิจชุมชน ต่อยอดพืชเศรษฐกิจสู่โอกาสใหม่ในยุค Smart Agriculture [PR]

หลังเดินหน้าสร้างเครือข่ายเกษตรดิจิทัลมาแล้ว 4 จังหวัด ครอบคลุมเกษตรกร ชุมชน และผู้ประกอบการกว่า 700 ราย / ชุมชน ล่าสุด สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เดินหน้าขยายผลโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 3 (One Tambon One Digital: OTOD #3) สู่จังหวัดนครศรีธรรมราช ภายใต้กิจกรรม OTOD #3 Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day รอบภาคใต้ เพื่อผลักดันให้ชุมชนเกษตรไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่ใช้งานได้จริง และต่อยอดสู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

กิจกรรม OTOD #3 Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day รอบภาคใต้ ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–12 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรม เดอะ ทวินโลตัส จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยได้รับเกียรติจาก นายเอกชัย สุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล นำโดย นายประชา อัศวธีระ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ภาคใต้ ดีป้า และนายบุญทวี ดวงนิราช รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชน ดีป้าพร้อมทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัล เกษตรกร และกลุ่มชุมชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างคับคั่ง กว่า 130 ราย / ชุมชน

นายประชา อัศวธีระ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ภาคใต้ ดีป้า กล่าวว่า “จุดสำคัญของ OTOD #3 คือการทำให้เทคโนโลยีดิจิทัลไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับชุมชน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยแก้ Pain Point จริงของภาคเกษตร ทั้งเรื่องต้นทุนแรงงาน การบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูก การลดความสูญเสียในกระบวนการผลิต ไปจนถึงการเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม ซึ่งปัจจุบันการพัฒนาเกษตรกรรม ไม่ได้มองเพียงเรื่องผลผลิตหรือรายได้เท่านั้น แต่ต้องมองไปถึงความยั่งยืนของระบบเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมควบคู่กันด้วย สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และนโยบายของภาครัฐที่ต้องการผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ผ่านการใช้เทคโนโลยีเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรอย่างแม่นยำ ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว”

นายเอกชัย สุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวเสริมว่า “นครศรีธรรมราชถือเป็นหนึ่งในจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ ที่มีทั้งภาคเกษตร การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมแปรรูป SME และเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็ง ขณะเดียวกันเราก็เริ่มเห็นคนรุ่นใหม่กลับมาพัฒนาธุรกิจท้องถิ่นและภาคการเกษตรมากขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าภาคเกษตรไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ วันนี้โจทย์ของเกษตรกรไม่ใช่เพียงเรื่อง ‘ผลผลิต’ แต่คือการสร้าง ‘มูลค่าเพิ่ม’ ให้สินค้าและชุมชน ต่อยอดสู่เกษตรมูลค่าสูงและเกษตรสีเขียว ผ่านการเชื่อมองค์ความรู้ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันได้อย่างเหมาะสม ท่ามกลางความท้าทายจากสภาพอากาศที่ผันผวน ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และการแข่งขันของตลาดโลก ดังนั้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยบริหารจัดการข้อมูล การวางแผนการผลิต การตรวจสอบย้อนกลับ รวมถึงการเข้าถึงตลาดใหม่ จึงเป็นเรื่องจำเป็น”

โดยภายในงาน ผู้เข้าร่วมจะได้รับการพัฒนาทักษะแบบเข้มข้นผ่านกิจกรรม Accelerate Digital Agriculture ครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล การสร้างรายได้ผ่านคอนเทนต์ดิจิทัล การเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าถึงแหล่งทุน และแนวคิดเศรษฐกิจชุมชนสีเขียว โดยผู้ใหญ่บ้านณรงค์ชัย เหมสุวรรณ ผู้นำชุมชนเกาะจิกระบบพลังงานไฟฟ้าสะอาด และเกษตรกรต้นแบบจากคุณพัชยา ไซยวิเศษ ประธานวิสาหกิจชุมชนเพาะเห็ดและสินค้าแปรรูปบ้านบางคู และคุณณรงค์ฤทธิ์ ไชยสาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกษตรกรรมโรจนะ จํากัด ที่จะร่วมแบ่งปันประสบการณ์และแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมกิจกรรม AgriTech Showcase ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรได้สัมผัสเทคโนโลยีจริง และ Business Matching เพื่อเชื่อมโยงชุมชนกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน dSURE

อีกหนึ่งช่วงสำคัญของงาน คือเวที Digital Agriculture Pitching Day ที่เปิดพื้นที่ให้ชุมชนและผู้ประกอบการนำเสนอไอเดียเพื่อรับการสนับสนุนจากดีป้า โดยประเภท d-community มีผู้ผ่านการพิจารณาจำนวน 20 ราย และผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด พร้อมเงินรางวัลพิเศษ 12,000 บาท ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนฟาร์มเห็ดปลอดสารพิษเพื่อสุขภาพ ขณะที่ประเภท d-startup มีผู้ผ่านการคัดเลือกจำนวน 3 ราย และผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด ได้แก่ นางสาวธัญธร เชษฐพรเพชร โดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากผู้แทนจาก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, เกษตรจังหวัด, มูลนิธิเอสซีจี, บริษัท เจียไต๋ จำกัด, สมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมกันพิจารณา และให้ข้อคิดเห็น

โครงการ OTOD #3 ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด, ธนาคารออมสิน และบริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด พร้อมหน่วยงาน ภูมิภาคถัดไปโครงการจะเดินหน้าสู่ภาคใต้ตอนล่าง จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 24-25 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมนิวซีซันสแควร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยกลุ่มชุมชน และเกษตรกรที่มีความพร้อมและต้องการยกระดับสู่เกษตรดิจิทัล สามารถศึกษารายละเอียดผ่าน LINE OA: @OTOD3 ได้ตั้งแต่วันนี้ – 23 กรกฎาคมนี้เท่านั้น ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Page: depa Thailand

About Suphasin Sueklab

Check Also

DBD เปิดตัว “ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย”หนุนรายได้ SME ทั่วประเทศ ผ่าน ThailandPostMart และ Nex Gen Commerce [PR]

กระทรวงพาณิชย์เปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย” อย่างเป็นทางการ นำโดย คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานพิธีเปิด ณ ห้องประชุมบุรฉัตรไชยากร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง …

จาก “ยุคโซลาร์” สู่ “ยุคพลังงานอัจฉริยะ”Solis ชี้ระบบกักเก็บพลังงานกำลังกลายเป็นสมรภูมิใหม่ของอุตสาหกรรมพลังงานโลก [PR]

อุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากเดิมที่มุ่งเน้นการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ (PV) สู่ความท้าทายใหม่ด้าน “เสถียรภาพ ความยืดหยุ่น และการบริหารจัดการพลังงานอย่างชาญฉลาด” ซึ่งกำลังผลักดันให้ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) กลายเป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานยุคใหม่