DEXON คว้ารางวัล Best Innovative Company Award 2024

ด้วยนวัตกรรมตัวแปลงสัญญาณคลื่นความถี่เหนือเสียงความละเอียดสูง

บริษัท เด็กซ์ซอน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)ผู้นำด้านเทคโนโลยีการตรวจสอบท่อนำส่งในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติหรือ DEXON ได้รับการยกย่องในระดับประเทศด้วยการรับรางวัล BestInnovative Company Award  2024 เป็นปีที่ 2 จากงาน SET Awards 2024 เป็นปีที่ 2 ต่อเนื่องซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมกับวารสารการเงินธนาคารด้วยผลงานการพัฒนาตัวแปลงสัญญาณคลื่นความถี่เหนือเสียง (UltrasonicTransducer) รางวัลอันทรงเกียรตินี้เป็นการยืนยันถึงความสำเร็จของเด็กซ์ซอนเทคโนโลยี ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมไทยและเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพของบริษัทในการแข่งขันในระดับสากลยังเชื่อได้ว่าเป็นบริษัทเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่สามารถออกแบบและคิดค้นนวัตกรรมตัวแปลงสัญญาณคลื่นความถี่เหนือเสียงจนสามารถผลิตได้จริงเพียงแห่งเดียวภายในประเทศด้วยความละเอียดในระดับ1 มิลลิเมตรจัดเป็นอุปกรณ์หลักสำคัญในการตรวจสอบแบบไม่ทำลายโดยใช้คลื่นความถี่เหนือเสียง (Ultrasonicwave) ซึ่งเป็นการตรวจสอบที่สำคัญในแทบทุกอุตสาหกรรมของอุปกรณ์ตรวจสอบท่อแบบไม่ทำลายในการตรวจจับรอยร้าวการกัดกร่อน และความหนาของท่อที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของวัสดุเพื่อบ่งบอกประสิทธิภาพในการดำเนินงานของระบบท่อนำส่งลดความเสี่ยงของการรั่วไหลและเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน  

ดร.มัลลิกา แก่กล้าประธานเจ้าหน้าที่บริหารเด็กซ์ซอน กล่าวหลังรับรางวัลว่า “รางวัล BestInnovative Company Award 2024นี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของทีมวิจัยและพัฒนาของเรา ที่ทุ่มเทกว่า 2ปีในการพัฒนานวัตกรรมนี้ความสำเร็จนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าอุปกรณ์ที่ต้องใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศมที่มีต้นทุนสูงมีข้อจำกัดระยะเวลาในการจัดส่งอีกทั้งมาตรฐานการผลิตที่แตกต่างกันส่งผลต่อคุณภาพในการตรวจสอบท่อนำส่ง จากนวัตกรรมที่ส่งเข้าประกวดทำให้บริษัทมีความมั่นใจในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในอุตสาหกรรมพลังงานของไทยและภูมิภาค”

คุณจิตสุภา บุญทาธาตุผู้จัดการส่วนงานแผนก Transducer & Connector พูดเพิ่มเติมถึงนวัตกรรมนี้ว่า “ตัวแปลงสัญญาณคลื่นความถี่เหนือเสียง (UltrasonicTransducer)  มีความโดดเด่นในเรื่องความละเอียดสูง (High Resolution) จากการพัฒนาวัสดุที่ใช้ในการผลิตอุปกรณ์สามารถปรับปรุงคุณลักษณะของตัวแปลงสัญญาณคลื่นความถี่เหนือเสียงโดยการลดแกว่งของสัญญาณให้มีระยะเวลาสั้นลงเพื่อให้สามารถนำไปใช้วัดผนังท่อที่มีความบางในระดับ 1 มิลลิเมตรได้และสามารถทำงานในท่อนำส่งภายใต้แรงดันสูงบนอุปกรณ์ตรวจสอบท่อแบบไม่ทำลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ” 

นวัตกรรมตัวแปลงสัญญาณคลื่นความถี่เหนือเสียง (UltrasonicTransducer) ดังกล่าว ถูกนำไปใช้กับอุปกรณ์ตรวจสอบหลายประเภทเช่น อุปกรณ์ตรวจสอบท่อนำส่งอัจฉริยะ (Intelligent inline inspection tool,ILI) เพื่อใช้ในการวัดหาความหนาของท่อ (Ultrasonictesting inline inspection tool, UT ILI) และอุปกรณ์ตรวจวัดรอยร้าวในท่อนำส่ง (Ultrasonic testing  crack detection and sizing inline inspectiontool ,UT CD ILI) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและบำรุงรักษาท่อนำส่งลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การได้รับรางวัล BestInnovative Company Award 2024ไม่เพียงแต่เป็นการยกย่องความสำเร็จของเด็กซ์ซอน เทคโนโลยีแต่ยังเป็นแรงผลักดันให้บริษัทมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมต่อไปโดยมีแผนที่จะต่อยอดเทคโนโลยีนี้เพื่อรองรับการตรวจสอบท่อนำส่งสำหรับพลังงานทดแทนในอนาคต 

ดร.มัลลิกา แก่กล้าประธานเจ้าหน้าที่บริหารเด็กซ์ซอน กล่าวเพิ่มเติมว่า “ความสำเร็จนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยีของเด็กซ์ซอนในวงการตรวจสอบท่อนำส่งระดับสากลแต่ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของบริษัทไทยในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีคุณค่าในระดับโลกเปิดโอกาสใหม่ในการขยายธุรกิจสู่อุตสาหกรรมอื่นๆและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการตรวจสอบในภูมิภาคเอเชีย”

About pawarit

Check Also

Rymoplast ชู ‘ระบบความเย็น’ กุญแจสำคัญ ดันคุณภาพเม็ดพลาสติกรีไซเคิลเทียบเท่าของใหม่

ในอุตสาหกรรมการรีไซเคิลพลาสติกที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด Rymoplast ผู้เชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิลจากเมือง Markranstädt ประเทศเยอรมนี ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เครื่องจักรที่ทรงพลังอาจไร้ความหมาย หากขาด “ระบบจัดการความร้อน (Thermal Management)” ที่มีประสิทธิภาพ โดยได้จับมือกับผู้เชี่ยวชาญอย่าง Technotrans เพื่อยกระดับสายการผลิตให้สมบูรณ์แบบ

ABB เปิดตัว โคบอทขัดเงาอัจฉริยะ ‘OmniVance’ แก้เกมขาดแคลนแรงงาน

งานขัดและปัดเงาผิวชิ้นงาน (Surface Finishing) ถือเป็นขั้นตอนปราบเซียนที่ขาดไม่ได้ในอุตสาหกรรมโลหะ พลาสติก และงานไม้ แต่ปัจจุบันผู้ประกอบการกำลังเผชิญกับ “ความท้าทายแบบคูณสอง” ทั้งจากความต้องการการผลิตที่ซับซ้อนขึ้น และวิกฤตขาดแคลนช่างฝีมือ ซึ่งมีข้อมูลคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมการผลิตอาจเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานถึง 1.9 ล้านตำแหน่งภายในปี 2033