ปฏิวัติวงการเครื่องจักรกล! DMG MORI ชูวิสัยทัศน์ “Machining Transformation” (MX) โชว์ความล้ำหน้าในงาน Hannover Messe 2026

เพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมการผลิตที่มองหาความรวดเร็ว แม่นยำ และความยั่งยืน DMG MORI ผู้นำด้านนวัตกรรมเครื่องจักรกลระดับโลก เตรียมจัดเต็มโชว์เคสกลยุทธ์ Machining Transformation (MX) ในงานแสดงเทคโนโลยีอุตสาหกรรม Hannover Messe 2026 (ระหว่างวันที่ 20-24 เมษายน 2026) นำเสนอภาพอนาคตของการผลิตที่ไม่ใช่แค่การทำงานแยกส่วน แต่คือกระบวนการที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

แนวคิด MX ของ DMG MORI เป็นการอุดรอยรั่วและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ผ่าน 4 องค์ประกอบสำคัญ:

  • การรวมกระบวนการ (Process Integration): จบทุกงานทั้งกลึง กัด เจียร และวัดขนาดในเครื่องจักรเดียว ช่วยลดระยะเวลา (Cycle time) ประหยัดพื้นที่โรงงาน และเพิ่มความแม่นยำของชิ้นงานขั้นสุด
  • ระบบอัตโนมัติ (Automation): ครอบคลุมตั้งแต่ระบบสลับพาเลทไปจนถึงเซลล์การผลิตแบบเบ็ดเสร็จ (Turnkey) เพื่อให้เครื่องจักรเดินเครื่องได้เองและใช้งานได้คุ้มค่าสูงสุด
  • การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (DX): ดึงพลังของข้อมูล ซอฟต์แวร์ และ AI มาบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่ เพื่อความโปร่งใสและประสิทธิภาพสูงสุดตั้งแต่งานวิศวกรรมไปจนถึงงานบริการ
  • การเปลี่ยนผ่านสู่สีเขียว (GX): ออกแบบเครื่องจักรที่ประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน (Sustainability)

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด DMG MORI ได้จำลองการทำงานของเครื่องกัด 5 แกนขนาดใหญ่อย่าง DMU 340 Gantry และสาธิตการผลิตชิ้นส่วนจริง นั่นคือ “ตลับลูกปืนกระดูกงูเรือด้านหลัง” สำหรับเรือยอทช์แข่งขันระดับโลก IMOCA รุ่น “DMG MORI Global One”

ความท้าทายคือชิ้นส่วนนี้ทำจาก “ไททาเนียม” ซึ่งมีความเหนียว ทนความร้อนสูง และมีรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อนมาก ถือเป็นงานระดับปราบเซียนที่เทียบชั้นได้กับการผลิตชิ้นส่วนอากาศยานและเครื่องมือแพทย์ แต่ DMG MORI สามารถจัดการได้อย่างไร้รอยต่อด้วยระบบ CNC ที่ขับเคลื่อนด้วย AI:

  • วางแผนล่วงหน้าแบบไร้ข้อผิดพลาด: ใช้ระบบ CAM และ 3D Simulation วางเส้นทางเดินมีด ป้องกันการชนและลดข้อผิดพลาดก่อนเริ่มงานจริง
  • AI ผู้ช่วยเฝ้าระวัง: ระบบ MPC (Machine Protection Control) คอยตรวจสอบการทำงานแบบเรียลไทม์ ป้องกันไม่ให้เครื่องจักรหรือทูลส์รับภาระหนักเกินไป
  • ฟีเจอร์ “AI Chip Removal”: ระบบอัจฉริยะที่สามารถตรวจจับการสะสมของ “เศษกลึง” และสั่งฉีดน้ำหล่อเย็นกำจัดเศษออกได้เองอย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องใช้คนเข้าไปเคลียร์ ช่วยให้การเดินเครื่องเสถียรยิ่งขึ้น
  • ตรวจสอบคุณภาพทันที (In-process): มีหัวโพรบวัดขนาดเรขาคณิตของชิ้นงานโดยตรงบนเครื่องจักร พร้อมชดเชยค่าความคลาดเคลื่อนจากความร้อนหรือการสึกหรอได้ทันที
  • ควบคุมพลังงานด้วย CELOS X: ซอฟต์แวร์ที่คอยติดตามการใช้พลังงานในแต่ละขั้นตอนการผลิต ช่วยให้โรงงานมองเห็นจุดที่สามารถปรับปรุงเพื่อประหยัดพลังงานได้แบบเป็นรูปธรรม

การผสมผสานเทคโนโลยีทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่า กลยุทธ์ MX ของ DMG MORI กำลังเข้ามาพลิกโฉมการผลิตให้มีความน่าเชื่อถือ แม่นยำ และใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ปูทางไปสู่อุตสาหกรรมการผลิตที่สอดประสานทั้งระบบดิจิทัลและความยั่งยืนเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ

ที่มา: https://www.aerospacemanufacturinganddesign.com/news/dmg-mori-hannover-messe-2026-machining-transformation/

About pawarit

Check Also

[บทความสรุปเซสชัน] The Rise of Intelligent Industry: โอกาสของประเทศไทยในยุค AI-Driven Industrial Transformation และ Industry 5.0

โดย ดร.คมกริช ไพฑูรย์ Country Director, Honeywell (Thailand) จากเวทีสัมมนาออนไลน์แห่งปี MTT Virtual Conference 2026 ภายใต้ธีม Manufacturing Tech, …

ดีไซน์ที่เข้าใจคนหน้างาน! Honeywell (PSS) คว้ารางวัลระดับโลก iF Design Awards ปี 2026 สาขาเทคโนโลยี Mobile Computing และ Industrial Printing

เมื่อการออกแบบไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสวยงาม แต่ต้องตอบโจทย์การใช้งานจริงในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ล่าสุด Honeywell Productivity Solutions and Services (PSS) ได้พิสูจน์ความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัลระดับโลกอย่าง iF Design Awards ประจำปี 2026 …