ปิดตำนาน 34 ปี! LG เตรียมรูดม่านปิดโรงงานแห่งแรกในจีน ปรับแผนมุ่งเป้าตลาดพรีเมียม

ถือเป็นการปรับทัพครั้งสำคัญในห่วงโซ่การผลิตระดับโลก เมื่อยักษ์ใหญ่เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง LG Electronics ประกาศเตรียมยุติสายการผลิตที่โรงงานในเมืองฮุ่ยโจว (Huizhou) ประเทศจีน หลังเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งนับเป็นการปิดฉากฐานการผลิตแห่งแรกของบริษัทบนแผ่นดินจีนที่ดำเนินกิจการมาอย่างยาวนานถึง 34 ปี

โรงงานฮุ่ยโจวแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1993 และเป็นกำลังหลักในการผลิตลำโพงแบรนด์ XBOOM รวมถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ โดยผลผลิตกว่า 90% ถูกส่งออกไปยังอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียกลาง แต่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์กลับท้าทายมากขึ้นเมื่อกำไรสุทธิของโรงงานหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง จาก 1.25 หมื่นล้านวอน (ราว 325 ล้านบาท) ในปี 2023 ร่วงลงมาอยู่ที่ 9.2 พันล้านวอน (ราว 240 ล้านบาท) ในปี 2025

สาเหตุหลักมาจากสมรภูมิการแข่งขันที่ดุเดือดจากผู้ผลิตท้องถิ่นของจีนที่เน้นทำราคาได้ต่ำกว่า ประกอบกับทิศทางของบริษัทที่ต้องการเบนเข็มไปสู่สินค้ากลุ่มไฮเอนด์ ทำให้ LG ต้องกลับมาทบทวนความคุ้มค่าในการรักษากำลังการผลิตในพื้นที่นี้ไว้

มองหาบ้านหลังใหม่: โยกไป “เวียดนาม” หรือใช้โมเดล “จ้างผลิต”

แม้จะแจ้งพนักงานเรื่องการหยุดผลิตแล้ว แต่ LG ยังอยู่ในช่วงพิจารณาทางเลือกสำหรับสายการผลิตที่หายไป โดยมี 3 แนวทางหลักที่อาจเกิดขึ้น:

1. ย้ายฐานไปเวียดนาม: ย้ายกำลังการผลิตไปยังเมืองไฮฟอง (Hai Phong) ซึ่งปัจจุบันก้าวขึ้นมาเป็นฮับการผลิตในต่างประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับสองของ LG และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยรายได้และกำไรที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

2. ปรับใช้โมเดลรับจ้างผลิต (Outsource): หันไปจ้างพันธมิตรผู้ผลิตในจีนให้ดูแลเรื่องการประกอบแทน ซึ่งเป็นโมเดลที่ LG ประสบความสำเร็จมาแล้วในการผลิตตู้เย็น เครื่องซักผ้า และหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นเริ่มต้น

3. ปิดตัวถาวร (Liquidation): ยุติและชำระบัญชีบริษัทโดยสมบูรณ์ คล้ายกับกลยุทธ์ที่บริษัทเคยใช้ตอนปิดโรงงานผลิตชิ้นส่วนในคุนซานและเทียนจิน เพื่อลดภาระต้นทุนเมื่อความจำเป็นในการผลิตระดับท้องถิ่นลดลง

ถอยเพื่อก้าวกระโดดสู่อนาคต AI Audio

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมวิเคราะห์ว่า การปิดโรงงานครั้งนี้ไม่ใช่การถอยทัพจากตลาดเครื่องเสียง แต่เป็นกลยุทธ์ “การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต” เพื่อนำทรัพยากรไปเทหน้าตักให้กับ ตลาดเครื่องเสียงและซาวด์บาร์ระดับพรีเมียม

การตัดสินใจครั้งนี้สอดรับกับแนวโน้มตลาดเครื่องเสียงสำหรับผู้บริโภคทั่วโลก ที่มีการประเมินว่าจะเติบโตจาก 5.81 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 2 ล้านล้านบาท) ในปี 2024 ทะยานสู่ 7.01 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 2.45 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2029 โดยมีเทคโนโลยีกลุ่ม “ลำโพง AI” เป็นหัวหอกสำคัญ การปรับโครงสร้างครั้งนี้จึงเป็นการทิ้งความอุ้ยอ้าย เพื่อให้ LG พร้อมบุกทำกำไรในตลาดน่านน้ำใหม่ที่คุ้มค่ากว่าเดิม

ที่มา: https://www.thelec.net/news/articleView.html?idxno=12369

About pawarit

Check Also

Tata Electronics ควงแขนยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่น Sumitomo ดันซัพพลายเชน ‘เซมิคอนดักเตอร์’ ผงาดเวทีโลก

ล่าสุด Tata Electronics ได้ลงนามความร่วมมือ (MoU) กับ Sumitomo Chemical บริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำจากญี่ปุ่น เพื่อผนึกกำลังสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) วัสดุเซมิคอนดักเตอร์ และปูทางสู่อีโคซิสเต็มการผลิตชิปแบบครบวงจรในอินเดีย

Vention เปิดตัว MachineAgent ผู้ช่วย AI อัจฉริยะ ปฏิวัติการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม

ลองจินตนาการดูว่า หากเราสามารถออกแบบ เขียนโปรแกรม หรือแก้ปัญหาเครื่องจักรในโรงงานได้ง่ายๆ เพียงแค่ “พิมพ์บอก” เหมือนแชทคุยกับเพื่อนร่วมงาน วันนี้ภาพนั้นกำลังกลายเป็นจริงแล้ว เมื่อ Vention ได้เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ที่ชื่อว่า MachineAgent