ในยุคที่ภาคการผลิตและอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตช้า และความผันผวนของต้นทุน การปรับตัวด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลจึงจำเป็น ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จึงประกาศแผนปี 2026 ที่รีแบรนด์จุดยืนจากผู้จำหน่ายเครื่องพิมพ์ สู่ One-Stop DX Partner เพื่อช่วยยกระดับ Workflow ของภาคธุรกิจและโรงงานอุตสาหกรรมให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

มาซาอากิ ยานากิย่า ประธาน บริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด แจ้งว่าา ฟูจิฟิล์มไม่ได้เป็นเพียงผู้ขายฮาร์ดแวร์อีกต่อไป แต่กำลังนำข้อมูล และนวัตกรรมดิจิทัลเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาผสานในกระบวนการทำงาน เพื่อแปลงข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างซึ่งมักเป็นปัญหาใหญ่ในระบบเอกสารของโรงงาน เช่น ใบสั่งซื้อ, ใบเสร็จรับเงิน หรือเอกสารการผลิต ให้กลายเป็นข้อมูลดิจิทัลที่พร้อมใช้งานได้ทันที
สำหรับแผนธุรกิจของ ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น ในประเทศไทย จะประกอบด้วย 3 กลุ่มธุรกิจดังนี้
- Business Solutions: นำมาโดย FUJIFILM IWpro แพลตฟอร์ม Workspace บนคลาวด์ที่ใช้ Generative AI และ OCR ในการแปลงไฟล์ภาพหรือเอกสารกระดาษให้เป็นไฟล์ CSV เชื่อมต่อเข้าสู่ระบบ ERP หรือระบบบัญชีของโรงงานได้อัตโนมัติ ลดความผิดพลาดจากการคีย์ข้อมูล และลดระยะเวลาในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
- Office Solutions: การใช้ AI ยกระดับงานบำรุงรักษา และการ Remote ช่วยให้ไลน์การผลิตหรือ Back Office ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ลดการพึ่งพาแรงงานคนในงานซ้ำซ้อน
- Graphic Communications: โซลูชันการพิมพ์ระดับโปรดักชันที่นำ AI มาช่วยจัดการ Workflow ที่ซับซ้อน เหมาะสำหรับธุรกิจบรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ฉลากสินค้าที่ต้องการความแม่นยำสูง
จากข้อมูลคาดการณ์ทางเศรษฐกิจ ระบุว่า GDP ของไทยในปี 2026 อาจเติบโตเพียง 1.8% ตัวเลขนี้เป็นสัญญาณเตือนให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในภาคการผลิต ต้องเร่งหาทางลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ ฟูจิฟิล์ม ยังให้ความสำคัญกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมตามแผน Sustainable Value Plan 2030 ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ Green Factory ผ่านการทำตลาด Green Value Products และเครื่องพิมพ์แบบ Remanufactured Machine ที่ผ่านกระบวนการผลิตแบบหมุนเวียนทรัพยากร ช่วยให้องค์กรลด Carbon Footprint และตอบโจทย์ข้อกำหนดด้าน ESG เช่นกัน
ปัจจุบัน ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทฟูจิฟิล์ม สร้างสัดส่วนรายได้สูงถึง 38% เมื่อเทียบกับกลุ่มธุรกิจด้าน Healthcare ที่ 32% กลุ่ม Electronic Materials ที่ 17% และกลุ่ม Imaging ที่ 13% ส่วนผลประกอบการปี 2568 ในไทยสามารถรักษาระดับรายได้จากธุรกิจหลักทั้ง 3 แกนได้ต่อเนื่องและสามารถเพิ่มสัดส่วนกำไรจากการดำเนินธุรกิจในไตรมาส 3 ได้ที่ระดับ 4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ในทางกลับกันมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดเกี่ยวกับ Digital Transformation และการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานไอทีในไทยจะขยายตัวแตะระดับ 489.61 พันล้านบาท ภายในปี 2030 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี 9.30% เช่นกันกับตลาดระบบความมั่นคงปลอดภัยด้านดิจิทัลในประเทศไทยที่มีมูลค่าสูงถึง 30.59 พันล้านบาท และอุตสาหกรรม AI ที่จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยนสะสมต่อปีที่ 20-25% ระหว่างปี 2023-2030
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








