หมดยุคเห่อ AI เพราะ AI เริ่มกลืนเป็นเนื้อเดียวกับระบบการผลิตในโรงงานแล้ว

วงการอุตสาหกรรมการผลิตกำลังก้าวข้ามจุดตื่นเต้นกับกระแส AI และเข้าสู่ยุคการใช้งานจริงระดับปฏิบัติการ เพราะผู้บริหารระดับสูงจากผู้ผลิตหุ่นยนต์และโซลูชันอุตสาหกรรมชั้นนำ ทั้ง Fanuc America, Honeywell Technologies, Generac และ Briggs and Stratton ชี้ให้เห็นทิศทางเดียวกันว่า ในอนาคตอันใกล้ภาคอุตสาหกรรมจะเลิกพูดถึง AI เพราะเทคโนโลยีนี้จะฝังตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทุกกระบวนการผลิตโดยอัตโนมัติ

Mehul Patel ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีฝ่าย Forge และ AI ของ Honeywell Technologies ระบุว่า ระบบในอนาคตจะไม่ใช่เพียงแค่คาดการณ์สิ่งที่เกิดขึ้น แต่จะบอกได้ลึกถึงสาเหตุและกำหนดขั้นตอนการทำงานที่โรงงานต้องทำต่อไป แม้บางอุตสาหกรรมยังจำเป็นต้องมีมนุษย์คอยควบคุม แต่ระบบควบคุมรุ่นใหม่จะมีกลไกกำกับดูแลที่แข็งแกร่งพอให้ทำงานต่อได้โดยไม่ต้องพึ่งพาคนเข้ามาแทรกแซงตลอดเวลา

Mike Cicco ประธานและซีอีโอ Fanuc America ผู้นำด้านหุ่นยนต์อุตสาหกรรม เผยว่า ยอดสั่งซื้อหุ่นยนต์เติบโตแบบก้าวกระโดดตามความต้องการใช้งาน AI โดย Fanuc ได้จับมือกับ Google Cloud นำโมเดล Gemini Enterprise และซอฟต์แวร์หุ่นยนต์ Intrinsic เข้ามาเชื่อมต่อกับหุ่นยนต์ ช่วยให้เครื่องจักรดึงขุมพลังประมวลผลมหาศาลบนคลาวด์มาใช้ในการเรียนรู้และปฏิบัติงาน และสามารถแก้ปัญหาได้ดังนี้

  • ความยืดหยุ่นแทนการเขียนโค้ดแบบเดิม: จากเดิมที่ต้อง Hard-code โปรแกรมลงในหุ่นยนต์อย่างซับซ้อน ปัจจุบันผู้ควบคุมหน้างานเพียงป้อนคำสั่งหรือรายการชิ้นส่วนที่ต้องการ ระบบจะส่งข้อมูลไปประมวลผลบนคลาวด์ แปลงเป็นคำสั่งดิจิทัล และสั่งการให้หุ่นยนต์ทางกายภาพทำงานร่วมกันได้ทันที
  • ลดกำแพงเทคโนโลยีด้วย Low-Code/No-Code: Brad Witter รองประธานอาวุโสของ Generac ชี้ว่า โซลูชัน AI จะเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ Point-and-Click เพื่อให้พนักงานทั่วไปใช้งานได้โดยไม่ต้องมีทักษะระดับโปรแกรมเมอร์
  • ยกระดับบทบาทแรงงานสู่งานกลยุทธ์: Erik Syrjanen รองประธานอาวุโสฝ่ายซัพพลายเชนของ Briggs and Stratton ระบุว่า การเชื่อมโยง AI เข้ากับระบบ ERP เช่น SAP หรือ Oracle จะช่วยปลดล็อกพนักงานจากการจมอยู่กับการวิเคราะห์ข้อมูล ไปสู่การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์จากข้อมูลที่ได้รับแทน

ท่ามกลางกระแสความกังวลเรื่องความปลอดภัยและความเสี่ยงจาก AI ผู้นำในภาคอุตสาหกรรมยืนยันว่าระบบควบคุมในโรงงานมีโครงสร้างความปลอดภัยที่รัดกุม โดยหุ่นยนต์ของ Fanuc มีกลไกป้องกันคั่นกลางระหว่างคำสั่งที่ส่งเข้ามากับการเคลื่อนไหวทางกายภาพ หากคำสั่งมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อคนหรือตัวเครื่องจักร ระบบจะไม่ยอมให้เกิดการปฏิบัติตามคำสั่งนั้น

จุดตัดระหว่างความฉลาดของ AI กับความแม่นยำของระบบควบคุมคือพื้นที่ที่จะสร้างความก้าวหน้าครั้งใหญ่ที่สุดให้กับโรงงานอุตสาหกรรมยุคใหม่

ที่มา: https://www.manufacturingdive.com/news/ai-industrial-forecast-fanuc-generac-briggs-stratton-google-cloud-honeywell/830656/

About Veerapon Tangsiripathanawong

Check Also

เมื่อ AI สร้าง AI: Teradyne ผนึกกำลัง Bright Machines ปฏิวัติสายการผลิตดาต้าเซ็นเตอร์ด้วยหุ่นยนต์อัจฉริยะ

ในยุคที่เทคโนโลยี AI เติบโตอย่างก้าวกระโดด การสร้างโครงสร้างพื้นฐานหรือดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อรองรับ AI ก็ต้องอาศัยความรวดเร็วและแม่นยำขั้นสุด ล่าสุด Teradyne ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบทดสอบ ได้ประกาศทุ่มงบลงทุนและจับมือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ Bright Machines ผู้เชี่ยวชาญด้านแพลตฟอร์มการผลิตโครงสร้างพื้นฐาน AI เพื่อยกระดับสายการผลิตฮาร์ดแวร์ให้ชาญฉลาดและเป็นอัตโนมัติเต็มรูปแบบ

Samsung ทุ่ม 5,000 ล้านเหรียญ ขยายฐานผลิตชิป ยกระดับเวียดนามสู่ฐานการผลิตชิ้นส่วน AI Server และ HPC

Samsung Electro-Mechanics ลงทุนเกือบ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2028 เพื่อขยายกำลังการผลิตซับสเตรตเซมิคอนดักเตอร์ในเกาหลีใต้และเวียดนาม มุ่งยกระดับบทบาทของเวียดนามจากฐานประกอบสมาร์ตโฟน สู่ศูนย์กลางการผลิตชิ้นส่วนสำคัญสำหรับ AI Server และ High-Performance Computing …