หลังจากการต่อสู้ที่ยืดเยื้อและเต็มไปด้วยความขัดแย้งเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ ในที่สุดอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้การอนุมัติแก่ Nippon Steel ของญี่ปุ่น ในการเข้าซื้อกิจการ U.S. Steel ด้วยมูลค่า 55 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งคิดเป็นประมาณ 1,800 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,430 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) การตัดสินใจครั้งนี้สร้างความประหลาดใจให้กับหลายฝ่าย โดยทรัมป์ได้เรียกข้อตกลงนี้ว่าเป็น “ความร่วมมือ” ที่จะนำมาซึ่งการลงทุนมหาศาลและการสร้างงานในสหรัฐอเมริกา

การพลิกจุดยืนและการลงทุนมูลค่ามหาศาล
แหล่งข่าวใกล้ชิดกับสถานการณ์ได้เปิดเผยกับ David Faber ของ CNBC ว่าข้อตกลงนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จตามมูลค่าที่กล่าวมา โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศเมื่อวันศุกร์ว่า Nippon Steel จะลงทุน 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายใน 14 เดือนข้างหน้า และยืนยันว่าสำนักงานใหญ่ของ U.S. Steel จะยังคงตั้งอยู่ที่พิตต์สเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย
ก่อนหน้านี้ การเสนอซื้อกิจการนี้เคยถูกขัดขวางโดยอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ โดยอ้างว่าข้อตกลงนี้อาจเป็นอันตรายต่อห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญ แต่ทรัมป์ได้สั่งให้มีการทบทวนข้อเสนอการซื้อกิจการอีกครั้งในเดือนเมษายนที่ผ่านมา แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาเองก็เคยแสดงจุดยืนคัดค้านการเข้าซื้อกิจการของ Nippon Steel มาก่อนก็ตาม
“การลงทุน” ไม่ใช่ “การซื้อขาด”: ข้อตกลงภายใต้การควบคุมของสหรัฐฯ
ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า ข้อตกลงนี้เป็นการ “ลงทุน เป็นการเป็นเจ้าของบางส่วน แต่จะถูกควบคุมโดยสหรัฐอเมริกา” ส.ว. Dave McCormick จากรัฐเพนซิลเวเนีย ได้กล่าวกับ CNBC เมื่อวันอังคารว่า U.S. Steel จะมี CEO ชาวอเมริกัน และคณะกรรมการบริหารส่วนใหญ่จะเป็นชาวสหรัฐฯ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าข้อตกลงนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาสิทธิในการควบคุมและผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย








