Honda เบรกแผนผลิต EV ในอเมริกาเหนือ หันลุยตลาด HEV พร้อมรื้อสายการผลิตแบตเตอรี่รับมือความผันผวน

Honda ประกาศปรับแผน EV ครั้งใหญ่ โดยตัดสินใจยกเลิกการพัฒนาและทำตลาดรถยนต์ EV 3 รุ่น ได้แก่ Honda 0 SUV, Honda 0 Saloon และ Acura RSX ในสหรัฐอเมริกา สะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมตลาด EV ในภูมิภาคที่เติบโตช้ากว่าคาดการณ์ กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดน้อยลง รวมถึงการสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนทางภาษี IRA

บริษัทประเมินว่าการเดินหน้าผลิตในสภาวะที่ความต้องการลดลงประกอบกับการแข่งขันที่ดุเดือด จะส่งผลขาดทุนในระยะยาว จึงเลือกยุติแผนดังกล่างเพื่อรักษาสถานะทางการเงิน พร้อมปรับทรัพยากรไปมุ่งเน้นที่ตลาดรถยนต์ไฮบริดอย่างเต็มกำลัง โดยเตรียมเปิดตัวระบบไฮบริดขนาดใหญ่ หรือ Large-size HEV system สำหรับรถยนต์กลุ่ม D-segment ขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนพัฒนาเทคโนโลยี Software-Defined Vehicle (SDV) และระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) แบบ Next-generation อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาสร้างมูลค่าเพิ่มและประยุกต์ใช้ร่วมกับแพลตฟอร์ม HEV ที่สำคัญ Honda ยังประกาศทิศทางใหม่ของการผลิตเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาวดังนี้

  • ปรับโครงแบตเตอรี่: พิจารณาปรับเปลี่ยนสายการผลิตของ L-H Battery Company (บริษัทร่วมทุนกับ LG Energy Solution) ในรัฐโอไฮโอ ให้กลายเป็นสายการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฮบริดแทน เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางความต้องการของตลาดและลดกำลังการผลิตส่วนเกิน
  • ลดความเสี่ยง: เพิ่มสัดส่วนการผลิตชิ้นส่วนภายในอเมริกาเหนือเพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาษี พร้อมวางมาตรการเสริมความมั่นคงในการจัดหาชิ้นส่วนระดับวิกฤต เช่น เซมิคอนดักเตอร์และแร่หายาก ป้องกันปัญหาคอขวดในสายการผลิต
  • ยกระดับการผลิต: มุ่งเน้นการลดระยะเวลาการพัฒนา และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานในโรงงานเพื่อรีดไขมันต้นทุนในทุกกระบวนการ

บริษัทคาดว่าจะเกิดผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมรวมสูงสุด 2.5 ล้านล้านเยน โดยจะถูกบันทึกในงบปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2026 และ 2027 เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจทางธุรกิจ ผู้บริหารระดับสูงรวมถึงประธานบริษัทจะคืนผลตอบแทนรายเดือนในสัดส่วน 20-30% เป็นเวลา 3 เดือน และงดรับโบนัสระยะสั้น

ที่มา: https://global.honda/en/newsroom/news/2026/c260312eng.html

About Veerapon Tangsiripathanawong

Check Also

รู้จัก ‘Digital Product Passport’ กฎเหล็กใหม่แห่งยุคความยั่งยืนที่ภาคอุตสาหกรรมต้องตื่นตัว

“ความโปร่งใส” กำลังกลายเป็นสกุลเงินใหม่ที่ใช้ซื้อความน่าเชื่อถือในโลกอุตสาหกรรมยุคปัจจุบัน… ลองจินตนาการดูว่า หากสินค้าทุกชิ้นมี “บัตรประชาชนดิจิทัล” หรือที่เรียกว่า Digital Product Passport (DPP) ที่คอยเก็บข้อมูลสำคัญตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงวิธีกำจัดเมื่อหมดอายุการใช้งาน ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยยกระดับซัพพลายเชนได้มหาศาลขนาดไหน?

Infortrend เปิดตัว “KS 3000U” เซิร์ฟเวอร์ Edge AI ทลายข้อจำกัดคลาวด์ ตอบโจทย์การผลิตและค้าปลีกยุคใหม่

ปัจจุบัน ทุกอุตสาหกรรมมุ่งหน้าสู่ AI การพึ่งพาระบบคลาวด์เพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป ทั้งในแง่ของความหน่วง (Latency) ต้นทุนการส่งข้อมูลที่สูงลิ่ว และความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลจาก IDC ระบุว่าภายในปี 2030 งานประมวลผล AI กว่า …