IFS โตระเบิด 23% พิสูจน์แล้ว Industrial AI ของจริงต้องสร้างกำไร ไม่ใช่แค่สร้างกระแส

IFS ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ระดับโลกสำหรับอุตสาหกรรม เผยตัวเลขผลประกอบการปีงบประมาณ 2025 ที่น่าจับตามอง ด้วยรายได้ประจำปี (ARR) ที่เติบโตถึง 23% และอัตราการรักษาลูกค้า (Net Retention) สูงถึง 114% ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติทางการเงิน แต่เป็นหลักฐานยืนยันว่า “Industrial AI” ในอุตสาหกรรมหนักได้ผ่านพ้นช่วง “ทดลองงาน” มาสู่การ “ใช้งานจริง” ในสเกลใหญ่แล้ว

สิ่งที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้คือการเปลี่ยนผ่านจากยุคที่โรงงานแค่ทดลองใช้ AI (Pilot Projects) มาเป็นการใช้งานจริงในกระบวนการหลัก (Mission-Critical) ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การซ่อมบำรุงสินทรัพย์ หรือซัพพลายเชน ผลลัพธ์คือลูกค้าเห็น ROI ที่จับต้องได้จริง เช่น ลดเวลาหยุดทำงานของเครื่องจักร (Downtime) ได้ 35-45% และเพิ่มผลผลิตได้ถึง 30% ทำให้รายได้จาก Cloud ของ IFS โตขึ้น 30% เพราะลูกค้าเดิมขยายการใช้งานเพิ่มขึ้น

ไฮไลท์สำคัญคือการก้าวเข้าสู่ยุค “Agentic AI” หรือ AI ที่ไม่ใช่แค่ “แนะนำ” แต่สามารถ “ลงมือทำ” ได้เอง IFS ได้รุกตลาดนี้อย่างหนักผ่านการเข้าซื้อกิจการ TheLoops และเปิดตัว Agent Studio เพื่อสร้าง “Digital Workers” ที่จะเข้ามาช่วยงานซ้ำซากจำเจ โดยมีศักยภาพที่จะเพิ่มขีดความสามารถของทีมงานมนุษย์ได้สูงถึง 10 เท่า ช่วยให้คนทำงานมีเวลาไปโฟกัสเรื่องการแก้ปัญหาเชิงลึกและนวัตกรรมแทน

ความสำเร็จของ IFS สะท้อนให้เห็นเทรนด์สำคัญ 2 ประการ:

  1. Specialization ชนะ Generalization: AI ที่ถูกเทรนมาเพื่ออุตสาหกรรมเฉพาะทาง (Vertical AI) สร้างผลกำไรและการรักษาลูกค้าได้ดีกว่า AI แบบครอบจักรวาลทั่วไป
  2. เจาะลึก Supply Chain: การเข้าซื้อกิจการ 7Bridges (ขนส่ง) และดีลที่กำลังจะเกิดขึ้นกับ Softeon (คลังสินค้า) แสดงให้เห็นว่า IFS กำลังสร้างระบบนิเวศ AI ที่เชื่อมโยงการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

ที่มา: https://erp.today/ifs-posts-strong-arr-growth-as-industrial-ai-transitions-to-production/

About pawarit

Check Also

จาก AI สู่การครองโลกวิศวกรรม: งาน GTC 2026 ชี้ชัด Nvidia แทรกซึมอยู่ทุกที่

งาน GTC 2026 ของ Nvidia ล่าสุด ไม่ได้มีหน้าฉากแค่เรื่องของ AI เท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีโชว์ความเหนียวแน่นกับบรรดามิตรแท้ในวงการซอฟต์แวร์วิศวกรรมอีกด้วย

แคสเปอร์สกี้ชี้ การโจมตีซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่บริษัทในเอเชียแปซิฟิกพบมากที่สุดในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา [PR]

การโจมตีซัพพลายเชนกลายเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่พบบ่อยที่สุดที่ธุรกิจทั่วโลกต้องเผชิญ โดยบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็ระบุว่า การโจมตีซัพพลายเชนเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่พบบ่อยที่สุดในรอบปีที่ผ่านมาเช่นกัน จากการศึกษาทั่วโลกของแคสเปอร์สกี้พบว่า บริษัททั่วโลกจำนวนเกือบ 1 ใน 3 ต้องเผชิญกับภัยคุกคามซัพพลายเชนในรอบปีที่ผ่านมา ข้อมูลที่น่าสังเกตคือ พบความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนในประเทศต่างๆ ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก เช่น จีน ซึ่งบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการเพิ่มการป้องกันทางไซเบอร์ทั่วทั้งภูมิภาค