ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ยังคงตึงเครียด สองยักษ์ใหญ่แห่งเอเชียอย่าง “ญี่ปุ่น” และ “อินเดีย” ก็ไม่รอช้า ล่าสุดได้จับเข่าคุยเพื่อยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจและพลังงานครั้งใหญ่

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในโอกาสที่ นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น บินลัดฟ้าเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก เพื่อหารือกับ นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี โดยทั้งสองฝ่ายได้เคาะแผนยุทธศาสตร์ร่วมกันเพื่อรับมือกับความท้าทายในโลกยุคปัจจุบัน
ไฮไลต์สำคัญของการจับมือครั้งนี้ มีอะไรที่ภาคอุตสาหกรรมต้องจับตาบ้าง?
- อุดช่องโหว่ซัพพลายเชน: ทั้งสองประเทศตกลงทำแผนงานร่วม (Roadmap) เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและลดความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน โดยเน้นไปที่อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์อย่าง เซมิคอนดักเตอร์, เทคโนโลยีควอนตัม และวัสดุขั้นสูง (Advanced Materials) ซึ่งนายกฯ โมดี ย้ำว่า ญี่ปุ่นคือพันธมิตรคนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนภาคการผลิตของอินเดียมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์หรืออิเล็กทรอนิกส์
- ลุยพลังงานสะอาด & สำรองน้ำมัน: ในด้านความมั่นคงทางพลังงาน มีแผนเตรียมสร้างโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพ (Biogas) และปุ๋ยอินทรีย์กว่า 1,000 แห่ง ในอินเดีย นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายความร่วมมือเรื่องการสำรองน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อใช้เป็นไพ่ตายรับมือหากเกิดวิกฤตราคาน้ำมันในอนาคต
- ขยายขอบเขตความร่วมมือ: ไม่ได้หยุดแค่เรื่องการผลิต แต่ยังจรดปากกาเซ็นข้อตกลงร่วมกันในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI), กลาโหม และการดูแลสุขภาพ (Healthcare) อีกด้วย
เป้าหมายสิบปี ดึงการลงทุนมหาศาล และเพิ่มจำนวนโรงงาน
ทั้งญี่ปุ่นและอินเดียต่างก็ติดท็อป 10 ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก การขยับตัวครั้งนี้จึงมีความหมายมาก โดยเฉพาะฝั่งอินเดีย ซึ่งตอนนี้เป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกไปแล้ว ที่ตั้งเป้าหมายใหญ่ไว้ว่า:
- ต้องการดึงเม็ดเงินลงทุนจากญี่ปุ่นให้ได้ถึง 10 ล้านล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทยราวๆ 1.92 ล้านล้านบาท (ประมาณ 5.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ภายในช่วง 10 ปีข้างหน้า
- หวังให้มีบริษัทญี่ปุ่นเข้าไปตั้งฐานธุรกิจในอินเดีย เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จากปัจจุบันที่มีบริษัทญี่ปุ่นเข้าไปลุยตลาดอินเดียแล้วกว่า 1,400 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ใน “ภาคการผลิต”
ถือเป็นความเคลื่อนไหวทางยุทธศาสตร์ที่น่าจับตามองมาก ๆ เพราะนี่คือการผนึกกำลังของมหาอำนาจด้านการผลิตและเทคโนโลยี (ญี่ปุ่น) กับมหาอำนาจด้านกำลังคนและตลาดเกิดใหม่ (อินเดีย) เพื่อสร้างฐานที่มั่นทางอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้นในยุคที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ManuTalkThai ศูนย์รวมข่าว Industrial Technology ออนไลน์ในประเทศไทย







